พาชมเต็นท์ รถมือสอง เชียงใหม่ ที่มีคุณภาพ บริการเยี่ยม และ ที่สำคัญเชื่อถือได้

พาชมเต็นท์ รถมือสอง เชียงใหม่ ที่มีคุณภาพ บริการเยี่ยม และ ที่สำคัญเชื่อถือได้

ข้อมูล รถมือสอง เชียงใหม่ สำหรับชาวเชียงใหม่ที่กำลังสนใจถอยรถมือสอง ที่รวมเต็นท์ รถมือสอง เชียงใหม่ ที่ไหนน่าสนใจ มาให้แบบครบจบในที่เดียว

อย่างที่ทุกคนรู้ว่ารถมือสองคือรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ทำให้หลายคนกังวลที่จะซื้อรถมือสอง หรือ มีคำถามในหัวมากมายในการตัดสินใจเลือกซื้อรถมือสอง นอกจากวิธีการตรวจเช็คสภาพรถแล้ว วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนมามองที่จุดเริ่มต้นเพราะการซื้อของทุกสิ่งอย่างเราต้องเริ่มสังเกตจากผู้ขาย

หลายคนที่กำลังจะซื้อรถมือสองคงสับสนหรือคิดไม่ตกว่าระหว่างรถมือสองที่เป็นรถบ้าน หรือ รถเต็นท์ แหล่งขายไหนควรซื้อมากกว่ากัน ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อข้องใจกันว่าซื้อรถมือสองจากแหล่งไหนดี ต่างกันอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะพาทุกคนไปทัวร์แหล่งซื้อขาย รถมือสอง เชียงใหม่ ที่น่าสนใจ

ซื้อรถมือสองระหว่างรถบ้าน และ รถเต็นท์ ต่างกันอย่างไร?

สำหรับตลาด รถมือสอง เชียงใหม่ หรือ ที่ไหนๆ ลักษณะของผู้ขายรถยนต์มือสองแบ่งได้หลักๆ จะมีอยู่ 2 ประเภท ซึ่งก็คือตลาดรถบ้าน และ รถที่มาจากเต็นท์ ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า 2 แหล่งผู้ขายนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง 

วันนี้เราจะพามาทำความเข้าใจก่อนซื้อรถมือสองว่าทั้ง 2 แบบมีข้อดีและข้อเสียต่างกันอย่างไร ที่จะสามารถช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจ และ ชั่งน้ำหนักได้ว่าต้องการความตอบโจทย์ในเรื่องอะไร หรือ รูปแบบไหน

รถบ้าน

การซื้อรถมือสองในรูปแบบรถบ้านค่อนข้างเป็นที่ยอมรับในวงการซื้อขายรถ เนื่องจากเป็นการซื้อรถจากตัวเจ้าของรถโดยแท้จริงที่ไม่ใช่พ่อค้า โดยส่วนมากการซื้อขายจากแหล่งนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยน หรือ ซื้อรถต่อจากคนที่รู้จัก เช่น ซื้อรถต่อจากเพื่อน หรือ ญาติมิตร

การซื้อรถมือสองในรูปแบบนี้ทำให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงข้อมูล และ ประวัติของตัวรถได้ง่ายและละเอียดขึ้น เช่น เจ้าของเก่ามีนิสัยการขับขี่รถแบบไหน, เป็นคนรักษาของหรือเปล่า หรือ เคยเกิดอุบัติเหตุหลักมาหรือไม่ ยิ่งถ้าได้ซื้อรถกับคนสนิท หรือ เพื่อนสนิท คงสามารถช่วยให้ทุกคนหายกังวลเรื่องเจ้าของเก่าได้มากเลยทีเดียว และ การที่ซื้อรถบ้านอาจจะมีลุ้นได้ราคาที่ถูกกว่าในตลาดรถมือสองเพราะผู้ขายสามารถขายตามสภาพและความพึงพอใจผู้ขายได้โดยไม่ต้องยึดกับราคากลาง หรือ ส่วนต่างตัวกลาง

ด้วยการซื้อขายแบบบ้านๆ การเตรียมรถเพื่อขายก็จะบ้านๆ ตาม ให้ทุกคนลองนึกภาพว่าเดินเข้าไปในบ้านหลังนึงเพื่อไปดูรถที่เราจะซื้อมันคงเป็นฟีลบ้านๆ ที่รถอาจจะผ่านการล้างบำรุงมาตามสภาพเท่าที่ผู้ขายทำได้เนื่องจากเป็นการซื้อขายที่ไม่ใช่รูปแบบธุรกิจที่ต้องมีการลงทุน ซึ่งเป็นข้อดีที่ผู้ซื้อที่ได้เห็นสภาพรถแบบเรียลๆ ไม่ผ่านการตกแต่งใดๆ ทำให้สามารถเห็นและวิเคาระห์สภาพของรถได้แม่นยำและง่ายขึ้น เช่น ถ้าตัวรถมีรอยจากการเฉี่ยวชนมาแล้วซ่อมไม่ดีผู้ซื้อสามารถสังเกตได้ไม่ยากเลย

รถเต็นท์

มาถึงการซื้อรถกับเต็นท์รถมือสอง หลายคนอาจจะเริ่มสงสัยว่าถ้าซื้อรถมือสองจากแหล่งรถบ้านแล้วดีอย่างที่กล่าวไปในข้างต้นแล้วทำไมถึงผู้คนถึงยังคงซื้อรถมือสองจากเต็นท์กันอยู่ ต้องบอกก่อนว่าการซื้อรถมือสองในรูปแบบรถบ้านสามารถเห็นสภาพรถได้แบบเรียลๆ พร้อมกับการซื้อขายแบบกันเองก็จริง

การซื้อรถมือสองจากเต็นท์ก็มีข้อดีหลายอย่างและค่อนข้างสำคัญต่อการซื้อรถมือสองไม่แพ้กัน สิ่งสำคัญเรื่องแรกของการซื้อรถมือสองคือการเลือกวิธีชำระเงินว่าเป็นรูปแบบการซื้อสดหรือผ่อนชำระ ซึ่งถ้าเป็นการซื้อเงินสดดีลการซื้อรถจากเต็นท์อาจจะไม่น่าตื่นเต้นหรือไม่ต้องง้อเต็นท์สักเท่าไร

แต่สำหรับใครที่ต้องการซื้อรถมือสองแบบผ่อนชำระ เต็นท์รถช่วยคุณได้ เพราะสิ่งสำคัญที่จะได้รับจากการที่ซื้อรถผ่านเต็นท์คือ บริการ ซึ่งค่อนข้างจำเป็นสำหรับใครที่มีความจำเป็นต้องขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถ ซึ่งเต็นท์จะมีไฟแนนซ์ไว้คอยบริการ หรือ เต็นท์ที่มีคุณภาพใส่ใจลูกค้า จะมีเซลล์ประจำเต็นท์ที่จะคอยประสานงานกับไฟแนนซ์และช่วยให้คุณได้เป็นเจ้าของรถได้ไวขึ้นและถูกต้องตามกฏหมาย

มากไปกว่านั้นอีกข้อดีของการซื้อรถมือสองผ่านเต็นท์คือ การบำรุงรักษาใหม่เบื้องต้นให้ก่อนที่จะส่งมอบรถ และ การรับประกันหลังการขาย ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละเต็นท์ว่าจะใส่ใจและสปอร์ตกับลูกค้ามากแค่ไหน ซึ่งวันนี้เราจะพาไปทัวร์เต็นท์รถคุณภาพมีชื่อเสียง และ เชื่อถือได้ ซึ่งการพาทัวร์รอบนี้พิเศษยิ่งกว่าเดิมเอาใจคนเชียงใหม่กับเต็น รถมือสอง เชียงใหม่ ที่น่าสนใจ

แนะนำเต็นท์ รถมือสอง เชียงใหม่

Toyota Sure Chiang Mai

อย่างที่ทุกคนรู้ว่า Toyota Sure เป็นศูนย์ซื้อขายรถมือสองภายใต้การควบคุมของทางบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนมาตรฐานใหม่ของวงการรถมือสองหรือรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้วด้วยการตรวจเช็คและรองรับตามมาตรฐานของโตโยต้าทำให้ Toyota Sure เป็นแหล่งซื้อขายรถมือสองที่น่าสนใจและเชื่อถือได้

สำหรับชาวเหนือที่กำลังหาแหล่งซื้อรถมือสอง เชียงใหม่ ที่มีความน่าเชื่อถือได้ และ มีมาตรฐาน ขอแนะนำ Toyota Sure Chiang Mai มั่นใจได้เรื่องคุณภาพ มีรถมือสองหลากหลายรุ่นหลายราคาให้เลือก และ กู้ง่ายอนุมัติไว ออกรถง่าย ที่สำคัญสามารถเข้าซ่อมที่ศูนย์โตโยต้าได้ทั่วประเทศ

แผนที่: https://bit.ly/3hc1B4n

รถมือสองคนเชียงใหม่

เป็นอีกหนึ่งเต็นท์ รถมือสอง เชียงใหม่ ที่มีชื่อเสียงในภาคเหนือ เป็นศูนย์รวมรถมือสองทั้งรับซื้อและขายที่ให้บริการด้วยความจริงใจกับลูกค้าด้วยราคาที่เป็นธรรมตามสภาพของรถ พร้อมทั้งมีบริการหลังการขายไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการซ่อมบำรุง และ อะไหล่ต่างๆ 

สำหรับใครที่อยากหาเต็นท์ รถมือสอง เชียงใหม่ ที่เชื่อถือได้ มีชื่อเสียงการันตี พร้อมกับบริการระดับดีเยี่ยมและดีลต่างๆ ที่น่าสนใจ รถมือสองคนเชียงใหม่ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

มากไปกว่านั้นทุกคนสามารถเข้าไปเลือกดูและหาซื้อ รถมือสอง เชียงใหม่ จากทางเต็นท์รถมือสองคนเชียงใหม่ได้ในรูปแบบออนไลน์ผ่าน Kaidee Auto ได้เช่นกัน

แผนที่: https://bit.ly/3yQZecX

Win 168 Car Center

เต็นท์ รถมือสอง เชียงใหม่ เต็นท์นี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดานอกจากเรื่องความหลากหลายของรถที่มีให้ลูกค้าเลือก, ราคา หรือ โปรโมชันต่างๆ แล้ว เต็นท์รถมือสอง Win 168 Car Center มีความน่าสนใจตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเจ้าของกิจการที่คลุกคลีอยู่กับวงการรถมือสองกับพ่อมาตั้งแต่วัยเด็ก

จนมาถึงวันที่คุณวิน หรือ เจ้าของเต็นท์ Win 168 Car Center ได้เริ่มต้นธุรกิจของตัวเองด้วยรถ 34 คันพร้อมกับเป้าหมายและความฝันของตนเองที่อยากจะเปิดเต็นท์รถมือสองที่ใส่ใจลูกค้าทุกรายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้คำปรึกษาในการออกรถยนต์มือสอง และ ราคาที่คุ้มค่า เพราะ Win 168 Car Center เชื่อว่ารถยนต์เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทุกคน จนออกมาเป็นสโลแกนว่า “อยากเห็นทุกคนมีรถขับ”

เป็นอย่างไรกันบ้างครับนอกจากเรื่องราคา และ คุณภาพของรถแล้วเต็นนี้ยังมีประสบการณ์ในวงการรถมือสองเป็นอย่างมาก และ ยังมีคติหรือสโลแกนที่อยากจะคอยบริการลูกค้าทุกคนให้มีรถยนต์ไว้ใช้งาน

แผนที่: https://bit.ly/3BPPjGt

KN65 Used Car

ศูนย์รวมรถยนต์มือสองบริการซื้อขายแลกเปลี่ยนรถมือสองหลากหลายรุ่นหลากหลายแบรนด์ที่มีทั้งรถยนต์สัญชาติยุโรป และ ญี่ปุ่น ด้วยประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านรถยนต์มากกว่า 30 ปี

สำหรับชาวเชียงใหม่ที่กำลังหารถยนต์มือสองทั้งรถบ้าน รถกระบะ หรือ จะรถประเภทไหน KN65 Used Car มีให้คุณได้เลือกสรร พร้อมการันตีเรื่องคุณภาพของรถหมดห่วงเรื่อง รถพลิกคว่ำ น้ำท่วม และ อุบัติเหตุหนัก หากพบทางเต็นท์ยินดีซื้อคืนเต็มราคา

มากไปกว่านั้น KN65 Used Car ยังมีรับประกันหลังการขายในเรื่องของชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์เช่น ระบบเกียร์ เครื่องยนต์ และ กล่อง ECU อีกด้วย ไม่พอยังมีบริการฟรีอีกมากมายก่อนออกรถ บอกเลยว่าใครที่กำลังหาซื้อรถมือสอง เชียงใหม่อยู่เต็นท์นี้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

แผนที่: https://bit.ly/3yTbf1C

Expat Auto Chiang Mai

เป็นศูนย์กลางขายรถมือสองที่ไม่ธรรมดาเพราะที่ Expat Auto Chiangmai มีบริการเกี่ยวกับรถยนต์แบบครบวงจร หรือ ที่สมัยนี้เค้าเรียกกันว่า One stop service ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมบำรุง คาร์แคร์ ด้วยช่างฝีมือดีมีประสบการณ์

จะเรียกได้ว่า Expat Auto Chiang Mai เป็นศูนย์กลางขายรถมือสองที่ครบครันในรูปแบบใหม่ก็ว่าได้ด้วยบริการการฝากขายรถมือสองที่ราคาขายรวมแล้วไม่มีบวกราคาอะไรเพิ่มเติมทำให้เป็นเต็นท์ รถมือสอง เชียงใหม่ที่น่าสนใจอีกหนึ่งแห่ง

AK Car Chiang Mai

ศูนย์รวมซื้อขายรถยนต์มือสองชื่อดังอีกหนึ่งแห่งในเชียงใหม่ที่มีรถทุกประเภทให้คุณได้เลือกชมกว่า 300 คัน สำหรับชาวเชียงใหม่ที่หารถบ้านหรือรถกระบะไว้ทำงานก็มีให้เลือกอย่างหลากหลายรุ่นหลายยี่ห้อ

AK Car Chiang Mai การันตีด้วยประสบการณ์ที่อยู่ในวงการธุรกิจรถยนต์มือสองมากว่า 40 ปี นอกจากเรื่องรถยนต์ที่ทางเต็นท์ได้คัดสรรมาอย่างคุณภาพ AK Car Chiang Mai ยังใส่ใจในเรื่องของบริการต่างๆ ในทุกขั้นตอน เช่น ทางเต็นท์มีการดีลกับบริษัทสินเชื่อที่ลูกค้าจะได้รับเอกสิทธิ์สูงสุดของสถาบันการเงินเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างหลากหลายในด้านสินเชื่อเงินกู้

มากไปกว่านั้นรถมือสองทุกคันจาก AK Car Chiang Mai การันตีคุณภาพรถว่าไม่มีย้อมแมวแน่นอน เช่น รถชนหนัก พลิกคว่ำ ตัดต่อ น้ำท่วม และ รถทุกคันการันตีว่าเลขไมล์แท้ทุกคัน ที่สำคัญเต็นท์นี้เปิดให้บริการและสอบได้ทุกวันไม่มีวันหยุด สำหรับใครที่กำลังหารถมือสอง เชียงใหม่ ที่ไว้ใจได้ มีความน่าเชื่อถือ และ ดีลพิเศษในการออกรถเพียบ 

สรุป

หลังจากที่เราได้ไขข้องข้อสงสัยเรื่องการซื้อรถระหว่างรถบ้านหรือรถเต็นท์กันไปแล้ว สำหรับใครกำลังหาแหล่งซื้อขาย รถมือสอง เชียงใหม่ ในรูปแบบเต็นท์ที่มาพร้อมกับการบริการหลากหลายรูปแบบจากหลากหลายเต็นท์ เราได้รวบรวมเต็นท์ รถมือสอง เชียงใหม่ ที่รถมีคุณภาพ ราคาคุ้มค่า การันตีเรื่องบริการให้ไว้แบบครบจบในที่เดียว เต็นท์รถยนต์ที่ได้กล่าวไปข้างต้นนอกจากเรื่องคุณภาพและบริการที่เชื่อถือได้แล้ว หลายเต็นท์ยังสามารถค้นหาดูรถและเช็คราคาผ่าน Kaidee Auto ได้ก่อนที่จะไปดูรถตัวจริงที่หน้างาน

Mechanical Keyboard แนะนำ นักเลงคีย์บอร์ดอย่าพลาด!

Mechanical Keyboard แนะนำ นักเลงคีย์บอร์ดอย่าพลาด!

คอมสเปคแรง, ไมโครโฟน, หูฟัง, กล้องเว็บแคม, เม้าส์ไร้สาย, จอยเกม….” ไอเทมเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นไอเทมที่เกมเมอร์มืออาชีพมีใช้กันทุกคนแน่นอน แต่รู้ไหมคะว่าไอเทมที่เปลี่ยนนามสกุลของพวกเขา ให้กลายเป็น ‘เกมเมอร์’ ได้ กลับไม่ใช่ ไมโครโฟน หรือ กล้องแว็บแคม แต่กลับเป็น คีย์บอร์ดเกมมิ่ง หรือ Mechanical Keyboard ต่างหาก….

หากคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ เดาได้ไม่ยากว่าคุณคงกำลังมองหาคีย์บอร์ดคูลๆ แสงสวยๆ กดมันๆ สักเครื่อง ไว้เล่นเกม หรือ แก้เบื่อเวลาพิมพ์งานอยู่ใช่ไหมคะ บอกตรงนี้เลยว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์, เกมเมอร์วอนนาบี หรือ แค่อยากได้คีย์บอร์ดสวยๆ มาใช้ บทความนี้มีคำตอบให้คุณแน่นอน 

ก่อนที่เราจะไปดูยี่ห้อ Mechanical Keyboard ตัวฮิต ราคาดีกัน เรามาทำความรู้จักกับ Mechanical Keyboard ก่อนดีกว่า ว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไร และ Mechanical Keyboard ที่ว่านี้ ต่างจากคีย์บอร์ดทั่วไปมากน้อยแค่ไหน

Mechanical Keyboard 101 คีย์บอร์ดนี้ มันคืออะไรกันแน่ ?

หากใครที่ยังไม่เคยจับ Mechanical Keyboard คงจะสงสัยกันไม่น้อยเลยว่า Mechanical Keyboard กับ คีย์บอร์ดธรรมดาแตกต่างกันยังไง

คีย์บอร์ดที่ให้มากับคอมพิวเตอร์ของเรา ร้อยละ 90% จะเป็นคีย์บอร์ด ‘ปุ่มยาง’ หรือ ‘Rubber Dome’ ซึ่งต่างจาก Mechanical Keyboard ที่ไม่ได้ใช้แผงยาง แต่กลับใช้ ‘สวิตช์’ จำนวน 1 ตัวต่อ 1 ปุ่ม และแต่ละปุ่มบนจะมีกลไกการทำงานต่างกันไป

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เจ้า Mechanical Keyboard ได้รับความนิยมในหมู่เกมเมอร์ มาจากความคงทนของตัวแป้นพิมพ์แบบสวิตช์ ซึ่งสามารถรองรับการกดได้มากกว่า 50 ล้านครั้งเลยทีเดียว

น่าทึ่งไปเลยใช่ม๊าา ทีนี้เรามาดูกันว่า Mechanical Keyboard ยี่ห้อไหน โดนใจเหล่าเกมเมอร์กันบ้าง

1. Ducky One 2 Mini RGB

ขนาดของ Mechanical Keyboard ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตเสมอไป เชื่อว่าหลายคนก็กำลังตามหา Mechanical Keyboard ขนาดกะทัดรัด สามารถพกพาไปไหนมาไหนมาได้สะดวกเหมือนกัน เราจึงขอแนะนำ Ducky One 2 Mini RGB ซึ่งเป็น Mechanical Keyboard สำหรับเกมเมอร์ ขนาดจิ๋ว พร้อมฟังก์ชันครบเครื่อง จากแบรนด์ดัง Ducky 

คีย์บอร์ดของ Ducky รุ่นนี้ ประกอบไปด้วยปุ่มทั้งหมด 60 ปุ่ม โดยยุบปุ่มฟังก์ชัน กับ ปุ่มตัวเลขเข้าด้วยกัน และจะหนักเพียงแค่ 590 กรัม และยาวเพียง 15 นิ้ว เท่านั้น

ขาตั้งปรับได้ 3 ระดับ ดังนั้นไม่เพียงแต่เป็น Mechanical Keyboard สำหรับเกมเมอร์ หากใช้พิมพ์งานทั่วไปก็เหมาะมากๆ เช่นกัน

Ducky One 2 Mini RGB มีสวิตช์ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่  Cherry Red กับ Blue (โดย Blue Switch จะเป็นสวิตช์ Clicky สองจังหวะ มีแรงต้านนิ้วมาก จุดเด่นคือ กดสนุก ส่วน Red Switch เป็นสวิตช์ Linear แรงกดจังหวะเดียว เหมาะสำหรับคนที่ชอบกดปุ่มน้ำหนักเบา) 

นอกจากนี้เพื่อนๆ สามารถปรับความสว่างของไฟได้ผ่าน Keyboard และยังปรับแต่งที่ตัวจัมเปอร์ หรือ DIP Switch ได้อีกด้วย 

ปุ่ม Fn ของเขาก็สั่งงานได้เยอะ รวมทุกมาโคร, Multimedia รวมไปถึงการควบคุมหน้าเพจ และเอกสารต่างๆ อีกด้วย

 ราคา: 2,990 บาท 

2. Razer Huntsman

ถ้าพูดถึงอุปกรณ์เล่นเกม แบรนด์แรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเกมเมอร์ทั้งหลาย คงจะหนีไม่พ้น Razer แน่นอน ซึ่งในด้านของ Mechanical Keyboard เอง Razer เขาก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว

เราขอแนะนำ Mechanical Keyboard รุ่นแรกของ Razer อย่าง Razer Huntsman ซึ่งมีราคาไม่แพง ตัวคีย์บอร์ดเป็นแบบ Full-Size ที่สำคัญยังมี Gaming Mode แยกกับหมวดพิมพ์ปกติ รับรองได้ว่าไม่มีขัดจังหวะระหว่างเล่นเกมแน่นอน

Mrcular.com

ในส่วนของตัวปุ่มจะเป็น Optp-Mechanical Switch ที่ทาง Razer ผลิตเอง ที่รองรับการกดขั้นต่ำถึง 100 ล้านครั้ง เป็นสวิตช์แบบ Clicky แรงกด 45g ซึ่งตอบสนองกับแรงกดได้อย่างรวดเร็ว มีระยะการกดสั้นกว่าสวิตช์แบบอื่นมากถึง 30% และที่สำคัญยังมี 10-Key Rollover ให้ผู้เล่นสามารถกดปุ่มพร้อมกันได้ถึง 10 ปุ่ม

และสำหรับใครที่ชอบแสงเลเซอร์ระหว่างเล่นเกม บอกเลยว่า Mechanical Keyboard เครื่องนี้ มีการเล่นแสงไปพร้อมๆ กับจังหวะกดของผู้เล่นได้อย่างสวยงามมากๆ

ราคา: ราคา 3,990 บาท 

 3. SteelSeries APEX 7

แม้ว่า SteelSeries APEX 7 เครื่องนี้ จะราคาสูงสักนิด แต่ราคาของเขาการมาพร้อมกับฟีเจอร์ดีๆ ที่แบรนด์อื่นไม่มี เช่น หน้าจอ OLED ขนาดเล็กที่ติดตั้งมากับคีย์บอร์ด ด้านมุมบนขวามือร่วมกับตัวปุ่มกดและลูกล้อหมุนตั้งค่า ให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้การแจ้งเตือนต่างๆ และยังสามารถปรับแต่งคีย์บอร์ดได้เลยที่จุดนี้

SteelSeries APEX 7  ใช้สวิตช์แบบ SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch ซึ่งเป็นสวิตช์ที่ทาง SteelSeries นั้นผลิตเอง มีให้เลือกทั้ง 2 แบบ ได้แก่ แบบ Linear และ Clicky ตามความชอบของผู้ใช้งาน

ในเรื่องของการใช้งาน ก็ครบครัน ทั้งฟังก์ชัน N-Key Rollover ให้ผู้เล่นสามารถกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันได้, Gaming Mode, ตั้งค่ามาโครบนคีย์บอร์ด, การเซฟโปรไฟล์ได้มากถึง 5 โปรไฟล์ และอีกมากมาย

ราคา:  5,990 บาท 

 4. PICTEK PC305

สำหรับใครที่มีงบแค่พันเดียว ต้อง PICTEK PC305 เครื่องนี้เลย

PICTEK PC305 เป็น Mechanical Keyboard แบบ Full-Size มีการออกแบบแป้นกลางคีย์บอร์ดให้โค้งลง ทำให้สะดวกในการใช้งานมากขึ้น ตัวคีย์บอร์ดใช้สวิตช์ Blue รองรับการกดได้ 50 ล้านครั้ง ส่วนตัวปุ่มเอง สามารถรองรับการกดได้ 10 ล้านครั้งค่ะ

Mechanical Keyboard ราคาประหยัดเครื่องนี้ มาพร้อมกับฟังก์ชัน Full-Key Rollover เหมือนเครื่องที่กล่าวมา ทำให้ไม่เกิดการรวนเมื่อผู้ใช้งานกดหลายปุ่มพร้อมกัน

ฟีเจอร์เด็ดของเครื่องนี้ ขอยกให้ช่องระบายน้ำบนเครื่อง ดังนั้นคนไหนที่ชอบทำน้ำหกขณะเล่นเกม ก็หายห่วงเรื่องสวิตช์พัง หรือ ช็อต เพราะเปียกน้ำไปได้เลย

ราคา: 898 บาท เท่านั้น

 5. Corsair K100 RGB

Corsair.com

อีกหนึ่งแบรนด์ ที่เกมเมอร์รู้จักกันดี ก็คือ Corsair โดยทาง Corsair เอง เขาก็มี Mechanical Keyboard สเปคแรง จัดเต็ม มาฝากกันหลายรุ่นพอสมควร แต่วันนี้เราขอแนะนำรุ่น Corsair K100 RGB ตัวท็อป ฟังก์ชันครบ ซึ่งถึงแม้ราคาจะสูง แต่บอกตรงนี้เลยว่าคุ้มสุดๆ

นอกจากฟีเจอร์หลัก อย่าง N-Key Rollover ที่ให้ผู้เล่นกดปุ่มหลายปุ่มพร้อมกันอย่างไม่มีรวน, Game Mode ในการปิดหน้าต่าง Window, ลูกเล่นไฟ RGB,  Multimedia Key แยกปุ่มเฉพาะ, และปุ่ม Macro ทั้ง 6 ปุ่มแล้ว  เขายังมีฟีเจอร์เด็ดๆ อีกมากมายที่ทำเอาเหล่าเกมเมอร์ต่างรีบควักสตางค์กันแทบไม่ทัน

Mechanical Keyboard เครื่องนี้ สามารถโหลดโปรแกรม Elgato Stream Deck ใช้งานร่วมกับปุ่ม Macro บนคีย์บอร์ดได้เลย ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับ Streamer มือใหม่ ที่ยังไม่มี  Stream Deck ค่ะ 

เท่านี้ยังไม่พอ ด้านซ้ายมือบน ยังมีปุ่ม iCUE เป็นวงล้อ ซึ่งเป็นตัวควบคุมการทำงานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับความสว่างของไฟ RGB, การซูมภาพ, การเปลี่ยน Mode หรือ โปรแกรมไปมา, หรือแม้กระทั่ง Track Jogging ในการเลือกฟังเพลง หรือเลื่อนเพลงไปในตำแหน่งที่ต้องการ

ถัดมาที่ส่วนของตัวสวิตช์ จริงๆ แล้ว ในต่างประเทศ Corsair K100 RGB จะใช้สวิตช์ Corsair OPX ที่ Corsair ทำขึ้นมาเอง แต่ในไทย Corsair ได้น้ำสวิตช์ของบริษัท CHERRY MX เวอร์ชัน CHERRY MX SPEED มาใช้ ซึ่งจะมีการตอบสนองเร็วกว่าสวิตช์ทั่วไปของ CHERRY MX อยู่ 40%  และความพิเศษที่เหนือชั้นกว่าเครื่องไหนๆ คือ ชิป Corsair AXON Hyper-Processing ที่ถูกฝั่งไว้ ให้ผู้ใช้งานสามารถปรับค่า Polling rate ให้สูงขึ้น เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

ราคา: 8,290 บาท 

Editor Pick: Mechanical Keyboard สำหรับมือใหม่ เน้นสวย!

  1. LOGA Asura PRO

อีกหนึ่ง Mechanical Keyboard สัญชาติไทยที่น่าจับตามองที่สุดต้องยกให้แบรนด์เกมมิ่งเกียร์ LOGA เขาเลย 

เครื่องนี้ นอกจากรูปลักษณ์เป็นสีขาวสะดุดตาแล้ว ยังมีสัมผัสที่นุ่ม และตอบสนองได้รวดเร็ว เนื่องจากรุ่นนี้ใช้ Keycap แบบ ABS double shot ไห้สัมผัสดี และป้องกันตัวหนังสือลอกอีกด้วย 

ราคา : 3,400 บาท

2. Xtrfy K4 TKL RGB Retro

ใครที่กำลังอินกับเทรนด์ Retro และอยากได้คีย์บอร์ดแบบดังเดิมสมัย 90s อย่าได้พลาด Mechanical Keyboard จาก Xtrfy แบรนด์สัญชาติสวีเดนเป็นอันขาด 

รุ่นนี้มาพร้อมสีสันสดใส โดยนำสีส้ม และสีเทาเข้ามาผสมกับคีย์บอร์ดสีขาวล้วนทำให้ดูไม่จำเจ แถมยังได้อารมณ์ Retro เอามากๆ 

เรื่องการใช้งาน ก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้ โดยรุ่นนี้ใช้สวิตช์ Kaihl Red ให้สัมผัสนุ่มไม่แพ้ Cherry Red แม้แต่น้อย นอกจากนี้ Mechanical Keyboard เครื่องนี้ ยังมากับเสียง Clicky เรียกได้ว่ากดมันกันไปเลยทั้งคืน 

  ราคา: 3,990 บาท 

3. ANNE PRO 2

สำหรับคนไหนอยากได้ Mechanical Keyboard มีน้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก ANNE PRO 2 เครื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอน 

เครื่องนี้มีขนาดเล็กกะทัดลัด 65% สีขาวล้วน เหมาะสำหรับสายมินิมอลอย่างมาก แถมยังรองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ Bluetooth และแบบต่อสาย อีกด้วย

สวิตช์ที่ Mechanical Keyboard ขนาดจิ๋วเครื่องนี้ใช้นั้น มีให้เลือกถึง 3 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่  Kailh, Gateron และ Cherry ที่สำคัญยังมาพร้อมกับโหมดไฟ RGB ให้ฟิลล์ลิ่งสตรีมเกมในห้องมืดได้อย่างไร้ที่ติ 

ราคา : 2,341 บาท

Mechanical Keyboard มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ? 

ต้องบอกตรงนี้เลยว่า ต่อให้เราบรรยายสรรพคุณของ Mechanical Keyboard ให้คุณฟังทั้งวัน คุณก็ยังถามคำถามนี้อยู่ดี เพราะมันเป็นอะไรที่คนที่ไม่เคยลอง ไม่เข้าใจแน่นอน 

มากกว่าคุณภาพของตัว Mechanical Keyboard คือความรู้สึกขณะเล่นเกม เสียงกดแป้นพิมพ์ที่ทำให้การยิงคู่ต่อสู้ หรือ การพิมพ์งานสนุกขึ้น และที่สำคัญคุณยังสามารถเลือกรูปแบบสวิตช์ Mechanical Keyboard ให้ตรงตามนิสัยการกดคีย์บอร์ดของตัวเองได้อีกด้วย

ในบางครั้ง ความสุขของเราก็มาจากอะไรเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้แหละค่ะ อย่าคิดว่ามันไม่จำเป็นนะคะ เพราะถ้าคิดดูดีๆ แล้ว ทุกวันนี้ เราจับคีย์บอร์ดมากกว่าจับช้อนกินข้าวเสียอีก

คนไหนสนใจ อยากลองใช้ Mechanical Keyboard ดูบ้าง คลิกปุ่มด้านล้างนี้เลย รับรองมี Mechanical Keyboard ถูกใจให้เลือกซื้อมากมายแน่นอน

แฮปปี้ มีสไตล์ สบายกระเป๋าแม้อยู่ในเมืองที่ We Condo

แฮปปี้ มีสไตล์ สบายกระเป๋าแม้อยู่ในเมืองที่ We Condo

ย่านเอกมัย-รามอินทราถือเป็นย่านหนึ่งที่น่าสนใจมากด้านการอยู่อาศัย เพราะในย่านนี้มีทั้งห้างสรรพสินค้ามากมาย โรงเรียน และโรงพยาบาลก็มีเยอะเช่นกัน ด้านการเดินทางก็สะดวก ทั้งการขับรถเองก็มีทางพิเศษฉลองรัช หรือจะเป็นรถไฟฟ้าหลากหลายสายที่ตัดผ่านย่านนี้ ที่สำคัญคือมีคอนโดทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่าง We Condo พร้อมให้คุณเข้าอยู่แบบง่ายๆ ราคาก็สบายกระเป๋าอีกด้วย 

ข้อมูลโครงการ We Condo

  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 5 อาคาร
  • พื้นที่ 11 – 1 – 22 ไร่
  • 1,168 ยูนิต
  • ห้องแต่งครบแบบ Fully Furnished
  • สร้างเสร็จ 100% พร้อมเข้าอยู่
  • ที่จอดรถ 46% 

ส่วนกลาง

  • ฟิตเนส
  • We Lounge
  • สวนสีเขียวสไตล์ทรอปิคอล
  • สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือความยาว 40 เมตร
  • ไวไฟฟรีตามจุดส่วนกลาง
  • ประตูคีย์การ์ดในการเข้าพื้นที่ส่วนต่างๆ
  • ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.

การเดินทางในย่านนี้

เริ่มต้นเดินทางมาที่ We Condo นี้สามารถขับรถมาทางถนนรามอินทราที่เชื่อมกับถนนประดิษฐ์มนูธรรมได้เลย ตัวคอนโดจะตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่สังเกตเห็นได้ชัดเจน ซึ่งบริเวณนี้ก็จะมีทางด่วนไว้อำนวยความสะดวกอยู่ นั่นคือทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (ทางพิเศษฉลองรัช) หรือหากใครอยากเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะก็สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพูหรือสายสีเทา มาลงที่สถานีวัชรพลได้เลย

We Condo

We Condo จะมีอาคารทั้งหมด 5 อาคาร แต่ละอาคารมีทั้งหมด 8 ชั้น ซึ่งเมื่อเข้ามาภายในคอนโดแล้วจะได้รับบรรยากาศที่แตกต่างจากด้านนอกมาก ทั้งความเงียบสงบและความร่มรื่น เพราะพื้นที่บริเวณตรงกลางระหว่าง 5 อาคารนี้ มีสวนสีเขียวที่เราสามารถเดินเล่นหรือมานั่งพักผ่อนหย่อนใจได้แบบชิลๆ สบายๆ พร้อมกับสระว่ายน้ำที่ยาวถึง 40 เมตร เรียกว่าวันหยุดเบื่อๆ ก็ลงมานั่งเล่นหรือว่ายน้ำได้เลย 

We-condo.com

ลิฟท์สำหรับผู้อาศัยจะมี 2 ตัวต่อตึก ช่วงเช้าเวลาไปทำงานหรือไปเรียนก็ไม่ต้องกลัวจะแย่งลิฟท์กัน ห้องของ We Condo ปัจจุบันจะมีให้เลือกอยู่ 6 แบบตามนี้

แบบ 1 ห้องนอน

  • 1 BR (24.90-33.20 ตร.ม.)
  • 1 BR Extra-A (32.40 – 34.50 ตร.ม.)
  • 1 BR Extra-B (33.90 – 34.80 ตร.ม.)
  • 1 BR Extra-C (37.10 – 37.30 ตร.ม.)

แบบ 2 ห้องนอน

  • 2 BR-A (43.70 ตร.ม.)
  • 2 BR-B (47.95 – 48.20 ตร.ม.)

ห้องทุกแบบของ We Condo จะเป็น Fully Furnished แต่งครบพร้อมเข้าอยู่ เพดานสูง 2.4 เมตร โดยดีไซน์ของห้องจะเน้นความลงตัวในทุกพื้นที่การใช้สอย ให้คุณได้มีความสุขในการพักผ่อน อยู่อาศัยและใช้ชีวิตที่นี่ 

ห้อง 1 BR 

เริ่มกันที่ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดพื้นที่จะมีตั้งแต่ 24.90 – 33.20 ตร.ม. เปิดเข้ามาจะเจอกับบริเวณทำครัวที่ด้านซ้าย โดยจะมีตู้เก็บของทำครัวทั้งด้านบนและด้านล่างของโต๊ะครัวและมีช่องไว้สำหรับวางไมโครเวฟไว้ให้ ส่วนบริเวณมุมห้องจะมีพื้นที่เว้นไว้ หากใครอยากวางตู้เย็นหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ก็สามารถวางจุดนี้ได้ ที่สำคัญหากใครกลัวกลิ่นอาหารเวลาทำครัวจะเข้าห้องนอน We Condo ก็ได้ทำประตูบานเลื่อนกันกลิ่นเข้าไว้ให้เสร็จสรรพ

ส่วนด้านขวาจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำจะมีการแบ่งพื้นที่ชัดเจน บริเวณอ่างล้างหน้าจะมีกระจกบานใหญ่พร้อมตู้เก็บของ พร้อมมีพื้นที่ให้วางของใช้ต่างๆ บริเวณอาบน้ำจะกั้นเป็นห้องด้วยกระจก กันไม่ให้พื้นส่วนอื่นของห้องน้ำเปียกได้อย่างดี

เดินเข้ามาบริเวณด้านในที่รวมห้องนอนและห้องนั่งเล่นไว้  บริเวณนี้เราสามารถวางโซฟาไว้ข้างเตียงเพื่อเป็นพื้นที่นั่งชิลหรือดูทีวีได้ ส่วนบริเวณที่ติดกับบานประตูครัวก็สามารถวางโต๊ะทานอาหารและชั้นวางทีวีได้ พร้อมยังมีพื้นที่ให้วางตู้เสื้อผ้าอีกด้วย  

สิ่งที่พิเศษสำหรับห้องประเภทนี้ที่ We Condo จัดมาให้ คือพื้นที่ข้างเตียงฝั่งที่ติดกับหน้าต่างจะสามารถวางโต๊ะทำงานได้ เหมาะมากๆ กับยุคนี้ที่ต้อง Work From Home แถมได้นั่งรับแสงธรรมชาติ เวลาเหนื่อยๆ ก็พักสายตาด้วยการมองวิวด้านนอกได้อีก เรียกว่าเป็นมุมโปรดมุมหนึ่งเลยก็ว่าได้  

พื้นที่ระเบียงของห้อง 1 BR จะให้มาในขนาดที่กะทัดรัดกำลังดี ตัวคอมเพรสเซอร์แอร์จะถูกติดไว้บนกำแพง ไม่เกะกะ เราสามารถปลูกต้นไม้เล็กๆตกแต่งระเบียง หรือใช้เป็นที่นั่งชิลรับลมได้อีกด้วย

ห้อง 1 BR Extra

มาต่อกันที่ห้องแบบ 1 BR Extra ของ We Condo โดยวันนี้ที่เรามาดูกันจะเป็นแบบ Extra-B โดยห้องประเภทนี้จะเป็นห้องสี่เหลี่ยมที่แบ่งครึ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นครัว ห้องนั่งเล่น ส่วนอีกฝั่งจะเป็นห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องทำงาน และห้องน้ำ 

เมื่อเปิดประตูมาจะเจอกับบริเวณทำครัว ซึ่งห้องนี้จะเป็นครัวเปิดที่เชื่อมกับบริเวณห้องนั่งเล่นโดยตรง ซึ่งโต๊ะครัวก็จะเหมือนกับห้อง 1 BR ที่มีชั้นวางทั้งบนและล่าง พร้อมช่องวางไมโครเวฟ ส่วนตรงข้ามกับโต๊ะครัวก็สามารถวางตู้เย็นได้  

เดินตรงเข้ามาด้านในจะเป็นบริเวณห้องนั่งเล่นที่ติดกับระเบียง โดยส่วนที่ติดกับครัวสามารถวางโต๊ะทานอาหารได้ และลึกเข้าไปก็เป็นมุมนั่งเล่น ดูทีวีสบายๆ ซึ่งเมื่อวางโซฟาและทีวีแล้วจะได้ระยะที่กำลังดีไม่ใกล้และไกลเกินไป หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งชมวิวริมระเบียงก็ได้เช่นกัน

เมื่อเปิดประตูข้ามฝั่งมาจะเจอกับบริเวณห้องนอน ที่ติดกับห้องแต่งตัว โดยจะมีพื้นที่ในการวางตู้ โต๊ะ เตียงและยังมีพื้นที่ในการเปลี่ยนเสือผ้าที่ไม่แคบเกินไป ที่สำคัญพื้นที่ข้างเตียงฝั่งที่ติดกับหน้าต่างสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้อีกด้วย ถือว่าคุ้มค่าในทุกพื้นที่ใช้สอยจริงๆ 

ถัดจากห้องนอนจะเป็นประตูที่เชื่อมกับห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำก็มาพร้อมกระจกบานใหญ่ที่เป็นตู้วางของใช้ด้านใน และบริเวณอาบน้ำก็จะมีฉากกระจกกั้นเป็นห้องไว้ชัดเจน ไม่ต้องกลัวพื้นบริเวณอ่างล้างหน้าเปียกแฉะ 

โดยรวมแล้วถือว่าห้องของ We Condo มีการจัดวางแปลนที่ช่วยประหยัดพื้นที่และให้คุณได้ใช้สอยในทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่า โดยไม่รู้สึกอึดอัด แถมบรรยากาศก็ให้อารมณ์เหมือนไปพักตามรีสอร์ทหลายดาวที่ทั้งผ่อนคลายและเงียบสงบ แม้ภายนอกจะเป็นถนนที่มีรถขับพลุกพล่านก็ตาม

อยู่ We Condo ไปไหนได้บ้าง

บริเวณโดยรอบของ We Condo เต็มไปด้วยสถานที่มากมาย ให้คุณได้เดินทางได้และใช้เวลาไม่นาน

ห้างสรรพสินค้า

  • Central East Ville 
  • Central รามอินทรา
  • The Promenade 
  • Fashion Island 
  • Big C รามอินทรา
  • The Walk 
  • The Crystal 
  • Index Living Mall

ตลาด

  • ตลาดนัดเลียบด่วน

สถานศึกษา

  • โรงเรียนบดินทรเดชา 2
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน)
  • มหาวิทยาลัยเกริก

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลสินแพทย์
  • โรงพยาบาลพญาไท

ย่านเอกมัย-รามอินทรา-เกษตร-ลาดพร้าวขึ้นชื่อว่าเป็นย่านที่ครบจบในย่านเดียว จะห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด โรงเรียนหรือโรงพยาบาล ก็สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์หรือรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเทา ดังนั้น We Condo เอกมัย – รามอินทรานี้จึงตอบโจทย์ทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าคุณจะอาศัยเป็นครอบครัว อยู่คนเดียวแบบหนุ่ม-สาวโสด หรือเป็นนักเรียนนักศึกษาก็ใช้ชีวิตในย่านนี้ได้อย่างสะดวกครบครัน

We Condo พร้อมเข้าอยู่แบบแฮปปี้ มีสไตล์แล้ววันนี้!

คอนโด Low Rise ย่านทำเลดีที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์อย่าง We Condo พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 1.69 ล้านเท่านั้น พร้อมฟรีค่าโอนและค่าส่วนกลางปีแรก ให้คุณได้ย้ายเข้าแบบแฮปปี้ ทั้งกับเงินในกระเป่าและกับทุกพื้นที่ใช้สอยใน We Condo เลย

ผ้าม่าน แบบไหนที่เหมาะกับคุณกันแน่ !?

ผ้าม่าน แบบไหนที่เหมาะกับคุณกันแน่ !?

ผ้าม่าน เป็นอุปกรณ์การแต่งบ้านชิ้นสำคัญ ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้ที่อยู่อาศัยแล้ว ผ้าม่านยังเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เพิ่มความเป็นส่วนตัวและป้องกันแสงแดดที่จ้าจนเกินไปเข้ามายังบ้านของคุณอีกด้วย ซึ่งด้วยการตกแต่งผ้าม่านภายในบ้านที่มีถึง 30% นี้เอง ที่ส่งผลให้การเลือกซื้อผ้าม่านจำเป็นจะต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังและศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจ มิเช่นนั้นคุณอาจเสียเงินไปกับผ้าม่านอย่างสูญเปล่าก็เป็นได้ และวันนี้เราจะมาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับผ้าม่านแต่ละแบบพร้อมเคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อผ้าม่านให้ถูกใจ

ผ้าม่าน มีกี่ประเภทกัน ?

เชื่อหรือไม่ว่า ผ้าม่านที่มีลักษณะแตกต่างกัน ก็ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับรู้และรู้สึกถึงอารมณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ทั้งหมด 8 แบบ ได้แก่

ม่านจีบ

ม่านจีบ ถือเป็นม่านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถตกแต่งกับบ้านได้หลากหลายสไตล์ มีลักษณะเด่นคือ มีจีบที่ถูกจับอยู่ด้านบนและปล่อยยาวลงมา มีการใช้งานที่สะดวกเพราะรางที่สามารถเว้นระยะห่างได้ด้วยตัวเอง และแบ่งเป็น 2 ราง ได้แก่ ม่านโปร่งและม่านทึบ

ม่านตาไก่

จุดเด่นของ ม่านตาไก่ คือ การเจาะรูผ้าม่านเพื่อนำมาร้อยกับราวม่าน ให้ความรู้สึกเรียบหรู พลิ้วไหว มีน้ำหนักที่ไม่เบาจนเกินไป เพื่อให้ผ้าสามารถทิ้งตัวได้อย่างสวยงาม ทำให้นิยมใช้กับการตกแต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัยและคลาสสิก หรือบ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีรางแบบทันสมัย

ม่านคอกระเช้า

ม่านคอกระเช้า เป็นผ้าม่านที่แสนจะเรียบง่าย แต่สวยงามในความเป็นธรรมชาติ ลักษณะของม่านจะไม่มีการจับจีบเช่นเดียวกับม่านตาไก่ แต่รูปร่างของห่วงจะเหมือนเสื้อกล้าม ที่คล้องกับคาน ซึ่งเทคนิคเล็กน้อย ๆ ในการตกแต่งม่านแบบนี้ก็ทำได้ด้วยการเย็บกระดุมหรือโบให้กับตัวผ้าม่าน

ผ้าม่าน พับ
ขอบคุณรูปจาก: Dulux

ม่านพับ

ม่านพับ มีความแตกต่างกับม่านประเภทอื่นที่การเปิดปิดจะอยู่ในแนวขวาง และคลายออกทีละชั้นลงมาเมื่อต้องการปิด ให้ความรู้สึกถึงการเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งม่านประเภทนี้เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นหรือติดกับประตูและหน้าต่าง โดยเราสามารถติดหลายบานเรียงกันเพื่อการเปิด-ปิด ที่สะดวก ไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งหมด และยังดูแลทำความสะอาดง่ายอีกด้วย

ม่านม้วน

ม่านม้วน มักจะพบเห็นได้บ่อยตามออฟฟิศต่าง ๆ มีลักษณะคล้ายกับม่านพับแต่แตกต่างตรงการเปิด-ปิดจะเป็นการม้วนแทนการพับ เหมาะกับคนที่ต้องการความรวดเร็วในการติดตั้งและใช้งาน เพราะมีความสะดวกในการจัดเก็บและใช้งาน สามารถปรับระดับการเปิด-ปิดได้ อีกทั้งยังทำความสะอาดได้ง่าย มีให้เลือกหลากหลายแบบทั้งกันแสงและกรองแสง

ม่านหลุยส์

ถ้าหากไปตามโรงละครอันหรูหรา คุณจะเห็นได้ว่ามีม่านอันสวยงามอลังการที่เรียกว่า ม่านหลุยส์ ประดับตกแต่งอยู่รอบเวที ซึ่งมีลักษณะการเย็บแบบเฉพาะตัว แสดงถึงความมีระดับ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเนื้อผ้าที่หนา ทำให้เป็นม่านที่เก็บฝุ่น และมีการดูแลรักษาที่ยากกว่าปกติ

ม่านลอน

อีกหนึ่งม่านที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะลักษณะของ ม่านลอน ที่ด้านบนจะมีความคล้ายคลึงกับม่านจีบ แต่ด้านล่างจะมีความเป็นลอนคล้ายกับม่านตาไก่ ทำให้อารมณ์ที่แปลกตา เรียบหรู และทันสมัยเข้ากับการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

มู่ลี่

มู่ลี่ เป็นม่านที่ทำจากวัสดุอื่นที่ไม่ใช่ผ้าอย่าง อะลูมิเนียมและไม้ มีข้อดีที่ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่เก็บฝุ่น แข็งแรง อีกทั้งยังสามารถปรับทิศทางและความสว่างของแสงได้ตามต้องการ  แต่ไม่ได้มีความอ่อนนุ่มและอ่อนช้อยเหมือนกับม่านประเภทอื่น ๆ

การเลือก ผ้าม่าน สำหรับห้องต่าง ๆ

หนึ่งในหลักการเลือกผ้าม่านที่เหมาะสมและถูกใจ ก็คงจะหนีไม่พ้น รูปแบบการใช้งานของผ้าม่านที่เข้ากับห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน เพราะเนื้อผ้าและสีสันของผ้าม่านก็จะส่งผลต่ออารมณ์ที่ต้องการภายในห้องนั่นเอง

ผ้าม่าน ห้องรับแขก
ขอบคุณรูปจาก: MARK SCOTT

ห้องรับแขก

ห้องรับแขก เป็นห้องที่สมาชิกในบ้านใช้ร่วมกันในการรับผู้มาเยือนและเป็นห้องที่ใช้ในสังสรรค์ของครอบครัว ต้องการความอบอุ่น สวยงาม และแสงที่มากหน่อย เพื่อให้ห้องดูกว้างขวางนั่นเอง ซึ่งเราก็ควรติดตั้งผ้าม่านที่มี 2 ชั้น อย่างผ้าโปร่งเพื่อรับแสงแดดตอนกลางวัน และผ้าม่านทึบเพื่อซ่อนสายตาจากคนภายนอกในตอนกลางคืน โดยอาจใช้เนื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล และสีที่มีความสดใสมีชีวิตชีวา เพื่อเพิ่มความสนุกในการพูดคุยกับระหว่างคนในครอบครัว

ห้องนอน

ห้องนอน ถูกใช้เพื่อการพักผ่อน ทำให้สิ่งที่ควรคำนึงมากที่สุดในการเลือกผ้าม่านห้องนอน คงจะหนีไม่พ้น แสง ที่เล็ดลอดเข้ามา เราควรเลือกผ้าม่านที่มีการกันแสงและปิดบังสายตา เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในขณะนอนหลับ ส่วนสีที่ใช้ก็ควรเป็นสีสันที่ไม่เข้มมากนัก เช่น สีเบจ สีขาว น้ำตาลอ่อน หรือสีเทาอ่อน เพื่อให้ไม่เหี่ยวเฉาจนเกินไป โดยคนส่วนมากนิยมใช้ผ้าม่านแบบ ม่านจีบ ม่านลอน ม่านพับ หรือม่านม้วนที่สามารถกันแสงได้ดี

ห้องอ่านหนังสือ และ ห้องทำงาน

ด้วยความที่ว่า ห้องทำงานและห้องอ่านหนังสือ เป็นสถานที่ที่ต้องใช้สมาธิมาก ดังนั้นการเลือกผ้าม่านสำหรับห้องนี้ก็ต้องใช้รูปแบบ สี และลายที่เรียบง่าย หรือไม่มีลายเลย เพื่อลดความวอกแวกในการทำงาน ไม่ควรใช้ผ้าม่านที่มืดทึบจนเกินไป เพื่อให้แสงลอดเข้ามาและมองเห็นได้ง่าย โดยอาจใช้มู่ลี่ ม่านม้วน หรือม่านพับ ที่สามารถปรับแสงได้สะดวกสบาย

และถ้าต้องการจัดห้องทำงานในบ้านให้มีพลัง ก็ลองเข้ามาอ่านบทความ สร้าง ห้องทำงานในบ้าน อย่างไรให้มี Energy

ห้องครัว และ ห้องรับประทานอาหาร

เนื่องจากทั้งสองห้องเป็นห้องที่ต้องใช้ในการทำอาหาร ซึ่งมีคราบสกปรกและคราบน้ำมันมากมาย ที่อาจลอยออกมาติดบริเวณผ้าม่านได้อย่างง่ายดาย และดูแลทำความสะอาดยากเย็น อีกทั้งยังต้องการแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้นการติดตั้งผ้าม่านในบริเวณนี้จึงควรใช้วัสดุอื่น ๆ ที่ไม่ได้ทำจากผ้า อย่าง มู่ลี่อะลูมิเนียม หรือ มู่ลี่ไม้ ที่สามารถเช็ดออกง่ายกว่า รวมถึงยังมีแสงเข้ามาเยอะกว่า

การเลือก ผ้าม่าน ให้เหมาะกับเรา

นอกจากหลักการที่กล่าวไปด้านบนแล้ว ยังมีเทคนิควิธีการอีกมากมายที่จะช่วยให้เราสามารถเลือกผ้าม่านที่ถูกใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สีที่ส่งผลต่อจิตวิทยาของเรา เนื้อผ้าที่แตกต่างกันสำหรับม่านแต่ละประเภท ความกว้างและสูงที่พอดีกับประตูและหน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับผ้าม่าน

แต่เหนือสิ่งอื่นใดหลักการเหล่านี้ก็ไม่ได้มีสิ่งที่ตายตัวเท่ากับการความชื่นชอบของตนเอง และความเหมาะสมของอสังหาริมทรัพย์แต่ละหลัง และถ้าคุณไม่มั่นใจในการเลือกผ้าม่านเหล่านี้ ก็ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบที่น่าเชื่อถือได้ หรือจะลองค้นหาบ้านใน Kaidee Property ที่มีการตกแต่งเรียบร้อยแล้วก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่เลวเลย

ต้อนรับเดือน 10 กับ 10 คอนโดหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์!

ต้อนรับเดือน 10 กับ 10 คอนโดหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์!

ในสมัยก่อน ผู้ใหญ่มักพูดเสมอว่า“หากมีเงินเก็บสักก้อน มีบ้านของตัวเองไว้สักหลังเป็นเรื่องที่ดี” และพวกเขามักจะคัดค้านการลงทุนกับกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ พร้อมเตียงนอน ห้องครัว และห้องน้ำในตัว ที่เราเรียกกันว่า “คอนโด

แต่อะไรล่ะ ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันเลือกที่จะอยู่คอนโดมากกว่าอยู่บ้านเดี่ยว

เพราะ ทำเลใจกลางย่านธุรกิจ? พื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน? ระบบความปลอดภัยที่มากกว่า? ง่ายต่อการดูแลรักษา? ราคาคุ้มค่า และ โอกาสในการลงทุน? หรือ เป็นเพียงแค่เหตุผลง่ายๆ อย่าง การมีชีวิตที่เป็นอิสระ? 

คำตอบ คือเพราะการได้เป็นเจ้าของคอนโดสักห้อง จากโครงการดีๆ นั้น ให้ผลลัพธ์ทุกข้อที่กล่าวมาทั้งหมด พร้อมกับความรู้สึก และ ประสบการณ์ ของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี และ มีทุกอย่างที่ต้องการเพียงแค่เอื้อมมือนั่นเอง 

วันนี้เราจึงได้รวบรวมคอนโดจากทั้ง 10 โครงการคุณภาพชั้นนำ ที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตของคุณ และหากท่านไหนกำลังตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดสักห้องอยู่นั้น รับรองเลยว่า คุณจะได้คำตอบที่กำลังค้นหาจากบทความนี้แน่นอน

We Condo

We Condo เอกมัย – รามอินทรา เป็นอีกหนึ่งผลงานโบว์แดง จากบริษัท L&T Asset ที่น่าจับตามองอีกหนึ่งโครงการ ซึ่งโครงการ We Condo เอกมัย – รามอินทรา เป็นคอนโดสไตล์รีสอร์ท ระดับ Low Rise 8 ชั้น และมีทั้งหมด 5 อาคาร  1,168 ยูนิตด้วยกัน 

ตัวโครงการถูกออกแบบโดยเน้นความเป็นคอนโดแบบโมเดิร์น ผสมกับ ดีไซน์แนวทรอปิคอล ให้ผู้อาศัยที่สัมผัสกับความสุขของการอยู่อาศัยภายใต้ธรรมชาติ ซึ่งเห็นได้จากพื้นที่สีเขียว และสระว่ายน้ำส่วนกลางที่ทอดตัวยาวตลอดแนวอาคารนั่นเอง

ทำเลที่ตั้ง:

  • We Condo ตั้งอยู่ตรงช่วงโค้งระหว่างถนนรามอินทรา และ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม อยู่ติดกับตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา
  • ย่านนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัย ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Comunity Mall อย่าง The Walk, The Promenade, The Crystal และ CDC และ ห้างสรรพสินค้ามากมาย ได้แก่ Big C, Tesco Lotus, Food Land  
  • หากเลยไปทางพหลโยธินจะเจอ เซ็นทรัล รามอินทรา และ หากไปทางเส้นนวมินทร์มาจะเจอ Fashion Island

Highlight – We Condo: 

  • คอนโด Low Rise สไตล์รีสอร์ท ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
  • ห้องแต่งครบ* พร้อมอยู่
  • ส่วนกลางใหญ่ กินพื้นที่กว่า 14 ไร่
  • ใกล้ MRTA สายสีชมพู เข้าออกง่ายใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์
  • ล้อมรอบไปด้วยสิ่งบันเทิง และห้างสรรพสินค้า เช่น The Walk, Fashion Island และ The Promenade

รูปแบบห้อง:

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 24.90 – 33.20 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอนแบบ EXTRA-A (คล้ายห้อง Studio) ขนาด 32.40 – 34.50 ตร.ม
  • 1 ห้องนอน แบบ EXTRA-B (ห้องนอนเป็นส่วนตัวขึ้น) ขนาด 33.90 – 34.80 ตร.ม
  • 1 ห้องนอน แบบ EXTRA-C ขนาด 37.10 – 37.30 ตร.ม
  • 2 ห้องนอน แบบ A ขนาด 43.7 ตร.ม
  • 2 ห้องนอน แบบ B  ขนาด 47.95 – 49.20 ตร.ม

ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท

Dolce Lasalle

Dolce Lasalle (โดว์เช่ ลาซาล)  ถูกพัฒนาโดยบริษัท สิรยศ จำกัด เป็นโครงการพร้อมอยู่ใหม่ปี 2020 สร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมเข้าอยู่ได้เลย รูปแบบโครงการ เป็นคอนโดบูทีค แบบ Low Rise 8 ชั้น มาในสไตล์ สถาปัตยกรรม French Classical ผสมผสานกับ ความโมเดิร์น ได้อย่างลงตัวในย่านลาซาล 

โครงการ Dolce Lasalle มีทั้งหมด 1 อาคาร พร้อมห้องทั้งหมด 178 ยูนิตด้วยกัน

ทำเลที่ตั้ง:

  • โครงการตั้งอยู่ในซอยลาซาล 7 (สุขุมวิท 105) เขตบางนา และเป็นซอยที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์
  • โครงการห่างจาก BTS แบริ่ง เพียง 700 เมตร
  • โดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยธุรกิจ SMEs แทรกอยู่ในซอย พร้อมกับโรงเรียนนานาชาติมากมาย ทั้ง St.Andrews, Bangkok Pattana และ Berkeley

Highlight – Dolce Lasalle: 

  • คอนโด Dolce Lasalle เป็นคอนโดแบบ Low Rise จำนวน 1 อาคาร 178 ยูนิต โดยรอบเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัวสูง และ ตกแต่งในสไตล์ European Modern 
  • ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟ BTS แบริ่ง
  • ตกแต่งแบบ Fully-Fitted 
  • บริเวณล็อบบี้เป็นเพดานโปร่ง โล่ง หรูหรา
  • สระว่ายน้ำใช้ระบบเกลือ 
  • มีบริการ Shuttle Bus รับ-ส่งลูกบ้าน เข้าออกโครงการ

รูปแบบห้อง:

  • ห้องสตูดิโอ (Studio) ขนาด 24.6 และ 24.8 ตร.ม 
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30.4 – 34 ตร.ม 
  • แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 45 – 51 ตร.ม

ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท

Cocoon Rama9

Cocoon Rama 9 เป็นคอนโดระดับพรีเมียม ถูกพัฒนาโดย บริษัท รอแยลเฮ้าส์ อีเลฟเว่น จำกัด ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทคลื่นลูกใหม่ แตกย่อยมาจากบริษัทพ่อ อย่างบริษัท Royal House แบบ Low Rise ความสูง 8 ชั้น มีทั้งหมด 1 อาคารด้วยกัน

โดยดีไซน์ของโครงการ Cocoon พระราม 9 ทั้งภายนอก และภายใน นั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากคอนเซ็ปต์  “Simple Sensibility” ซึ่งแสดงออกมาให้เห็นในรูปแบบของโครงการที่เน้นสไตล์แบบเรียบง่าย มีความใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยงานสถาปัตยกรรมที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด ตั้งแต่ฟอร์นิเจอร์ พื้นหิน และโคมไฟหวาย ให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับอยู่บ้านในวัยเด็กอย่างไร้ที่ติ 

ทำเลที่ตั้ง:

  • โครงการตั้งอยู่ที่พระราม 9 ซ.59 ใกล้ห้าง The Nine Center Rama 9 
  • อยู่ในย่าน CBD หรือ ย่านธุรกิจ ล้อมรอบทั้งย่านรัชดาฯ พระราม 9 และสุขุมวิท

Highlight – Cocoon Rama9: 

  • คอนโดสไตล์รีสอร์ท 1 อาคาร ทั้งหมด 146 ยูนิต จึงให้ความเป็นส่วนตัว 
  • พื้นที่ส่วนกลาง ครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ Co-Working Space เพดานสูงแบบ Double Volume Ceiling
  • อยู่ติดโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และ ใกล้ห้างสรรพสินค้า The Nine Center Rama 9 
  • ตั้งใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน เข้าออกเมืองได้สะดวก

รูปแบบห้อง:

  • 1 ห้องนอน (Co-Mmon)  ขนาด  26 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน (Co-Mfort) ขนาด 30 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน (Co-Nnect) ขนาด 33-35 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน (Co-Mpass) ขนาด 42-44 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท

The Origin Ram 209 Interchange มีนบุรี

The Origin Ram 209 Interchange เป็นคอนโดระดับ High Rise ความสูง 31 ชั้น (สูงที่สุดในย่านมีนบุรี) จำนวน 1 อาคาร รวม 1,007 ยูนิต โครงการนี้เอง ผลงานชิ้นแรกจากผู้พัฒนาชั้นนำของประเทศไทยอย่าง The Origin ที่เปิดตัวไปกว่า 16 ทำเลทั่วไทย โดยโครงการนี้ตั้งอยู่ในทำเลรามคำแหง 209 มีนบุรี ติดกับสถานีรถไฟ Interchange สายสีชมพู และ สายสีส้ม ซึ่งทาง The Origin ตั้งใจที่จะเจาะกลุ่มลูกค้า First Jobber นั่นเอง

โครงการ The Origin Ram 209 Interchange จะเน้นความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม ด้วยพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายถึง 19 รายการ  

ทำเลที่ตั้ง:

  • โครงการ The Origin Ram 209 ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน รามคำแหง (สุขาภิบาล 3) ตอนปลายใกล้มีนบุรี
  • ติดกับสถานีรถไฟฟ้า 2 สาย ทั้ง สายสีส้ม และสายสีชมพู สถานีมีนบุรี Interchange
  • ทำเลโดยรอบโครงการมีความอุดมสมบูรณ์ ทั้ง ห้างสรรพสินค้า และ สถานบันเทิง เช่น  Big C, HomePro และ Tesco Lotus
  • หากเลยโครงการไปทาง ถนนสีหบุรานุกิจ จะเจอตลาดมากมาย เช่น ตลาดมีนบุรี และ ตลาดนัดจตุจักร 2

Highlight – The Origin Ram 209 Interchange: 

  • คอนโด High Rise แห่งใหม่ สูงที่สุดในย่านมีนบุรี 
  • โครงการอยู่ใกล้สถานี Interchange รถไฟฟ้าสายสีส้ม-ชมพู* 
  • ครบครันด้วยส่วนกลางจัดเต็มกว่า 19 รายการ 
  • ยูนิตแต่งเต็มแบบ Fully-Fitted พร้อมด้วย Home Automation ทุกยูนิต

รูปแบบห้อง:

  • ห้องแบบ Studio  ขนาด 22 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 25 ตร.ม. (มาตรฐาน, Smart Closet)
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 30 และ 34 ตร.ม.

.

ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท

Groove Scape Ladprao-Suttisan 

โครงการ Groove Scape เป็นคอนโดแบบ Low Rise สูง 8 ชั้น มีทั้งหมด 189 ยูนิต ใน 1 อาคาร พัฒนาโดยบริษัท Divine Development 

Groove Scape 48 Ladprao-Suttisan มาในคอนเซ็ปต์ความคิดเชิงกราฟิกโดยการเรียงแพทเทิร์นซ้ำๆ ที่เรียกว่า Tessellation “Life in order but not border”  และถูกถ่ายทอดออกมาในหน้าตางานคอนกรีต พร้อมกับ แผงบังแดดแนวตั้ง ดูเป็นดีไซน์ที่เน้นฟังก์ชันไร้กาลเวลา 

คาดว่าโครงการจะเสร็จพร้อมอยู่ภายในปี 2556 ที่จะถึงนี้

ทำเลที่ตั้ง:

  • โครงการอยู่ในซอยลาดพร้าว 48 สามารถเข้าออกได้ทั้งทางฝั่ง ถนนลาดพร้าว และถนนสุทธิสารวินิจฉัย
  • ใกล้ทางด่วนโทลล์เวย์ ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และทางด่วนศรีรัช เดินทางได้สะดวก
  • ใกล้สถานีรถไฟสถานีภาวนา สายสีเหลือง และเพียงแค่ 1 สถานี จะถึงสถานีสายสีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าว

Highlight – Groove Scape Ladprao-Suttisan:

  • เป็นคอนโดใหม่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าภาวนา
  • โครงการอยู่ในซอยลาดพร้าว 48 ซึ่งเชื่อมระหว่างถนนลาดพร้าว และซอยพิบูลย์อุปถัมภ์ที่ออกถนนรัชดาภิเษกได้ ทำให้เดินทางเข้าออกสบาย ทั้งย่านลาดพร้าวและรัชดา
  • ห้องกว้างขวาง แต่งแบบ Fully-Fitted พร้อม Walk-in Closet 
  • มีพื้นที่ส่วนกลางบริการถึง 8 ชั้น

รูปแบบห้อง:

  • 1 Bedroom ขนาด 23 -25 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 30 -32 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus Corner ขนาด 34 -43 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท

Landmark @Grand Station 

Landmark @Grand Station เป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise ความสูง 23 ชั้น 1 อาคาร มียูนิตทั้งหมด 988 ยูนิต ย่านรามอินทรา จากผู้พัฒนา Siamese Asset 

รูปแบบโครงการ เป็นโครงการ Mixed Use ให้พื้นที่ใช้งานมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย ทั้งที่พักอาศัยทั่วไปอย่าง Residential Area ในโซน Siamese Residence, ห้องพัก พร้อมบริการระดับโรงแรมอย่าง Branded Residence ใน โซน Cassia Residence และ บริเวณ Commercial area ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ออฟฟิศ ร้านอาหาร ร้านค้า รวมไปจนถึง Facilities ต่างๆ ภายในโครงการ 

นอกจากนี้ในส่วนของโซน Siamese Residence ยังสามารถแบ่งรูปแบบห้องได้ ดังนี้

  • Residential ห้องทั่วไป (ชั้น 6-7, 10-22)
  • Pet Lover ห้องสำหรับผู้มีสัตว์เลี้ยง (ชั้น4-5)
  • Co-Living พื้นที่ส่วนกลาง (ชั้น 8-9)
  • Elder ห้องพักสำหรับผู้สูงอายุ (ทุกชั้น แต่จะมีเฉพาะห้องประเภท Grand เท่านั้น)

ทำเลที่ตั้ง:

  • อยู่ในซอยรามอินทรา 64 ติดถนนรัชดา-รามอินทรา เขตคันนายาว ฝั่งตรงข้ามกับ Fashion Island
  • โดยรอบโครงการมีความอุดมสมบูรณ์สูง อยู่ติดกับห้าง Fashion Island (ห่างจากโครงการ 500 เมตร) และ The Promenade (ห่างจากโครงการ 600 เมตร)
  • ใกล้กับซอยคู้บอน ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน เต็มไปด้วยร้านอาหาร และ Mini Hypermarket 
  • หากมาทางฝั่งมีนบุรีจะเจอ Big C และ ตลาดมีนบุรี และถ้ามาจากฝั่งถนนนวมินทร์ก็มี Tesco Lotus

Highlight – Landmark @Grand Station:

  • ภายในตัวห้องเพดานสูง 4.2 เมตร* พื้นที่ใช้งาน 2 ชั้น
  • Siamese Technology เพื่อการอยู่อาศัยที่สบายยิ่งขึ้น
  • ตัวโครงการใกล้กับห้างดัง ทั้ง Fashion Island และ The Promenade
  • มีทางเข้า* และ ลิฟต์แยก* เพื่อการจัดการที่ง่าย
  • เดินทางสะดวก ทั้ง MRTA สายสีชมพู และ รถยนต์ส่วนตัว เข้าออกได้ทั้งทาง ถ.รามอินทรา และ ถ.รัชดา-รามอินทรา
  • อยู่ใกล้โรงเรียนและโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย

รูปแบบห้อง:

  • Flexi ห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 24 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 38.50 ตร.ม.
  • ECO แบบ ห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 24.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 39.50 ตร.ม.
  • Grand แบบ ห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 30.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 49.50 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท

Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48 

Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48 เป็นคอนโด High Rise ความสูง 39 ชั้น มียูนิตทั้งหมด 358 ยูนิต เป็นโครงการระดับหรู ซึ่งอยู่ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ อย่างทำเลสุขุมวิท-ย่านอ่อนนุช และด้วยความที่ตัวอาคารมีความสูงมากถึง 196 เมตร ทำให้ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างชัดเจน 

จุดเด่นของโครงการ Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48 นั้น คือ ประสบการณ์ที่มากกว่าการพักอาศัยทั่วไป เพราะรูปแบบพักอาศัยของโครงการ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ผู้พัฒนาโครงการ และ แบรนด์โรงแรมชั้นนำ Wyndham Hotel Group ที่จะมาให้บริการสุดพิเศษแก่ลูกบ้าน ราวกับอยู่โรงแรม 

ทำเลที่ตั้ง:

  • โครงการตั้งอยู่ติดกับถนนสุขุมวิท 3 นาทีจากเอกมัย
  • ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช เพียง 350 เมตร 
  • รอบล้อมไปด้วย สถานบันเทิงมากมาย ในย่าน เอกมัย ทองหล่อ 
  • และ 5 นาทีจากทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษเฉลิมมหานคร
  • ทำเลที่ตั้งคอนโดมีความอุดมสมบูรณ์ รายล้อมไปด้วย ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อย่าง เซ็นจูรี่-เดอะมูฟวี่ พลาซา สุขุมวิท, เซ็นทรัลพลาซาบางนา, ไบเทคบางนา และ โครงการ Bangkok Mall ในอนาคต

Highlight – Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48:

  • คอนโดมาในสไตล์ลอฟท์ เพดานสูง 4.4 เมตร พื้นที่ใช้งาน 2 ชั้น  
  • ให้ความเป็นส่วนตัว เพียง 11 ยูนิตต่อชั้น 
  • ตัวอาคารสูงที่สุดในย่านอ่อนนุช (196 เมตร) วิว 360 องศา ได้ทั้งวิวเมืองสุขุมวิท และ โค้งน้ำเจ้าพระยา เลือกห้องทิศไหนก็วิวสวย 
  • Branded Residence บริการมาตรฐานเดียวกับโรงแรมดังระดับโลก (จาก Wyndham Hotel Group)
  • ทำเลทอง ติดถนนสุขุมวิท เพียง 350 เมตร* จาก BTS อ่อนนุช  ใกล้ ทางด่วนศรีรัชและเฉลิมมหานคร

รูปแบบห้อง:

  • 1 ห้องนอน ขนาด 25.06 – 35.77 ตร.ม
  • 2 ห้องนอน ขนาด 49.95 – 62.24 ตร.ม
  • เพ้นท์เฮ้าส์ ขนาด 114.88 – 201.31 ตร.ม

ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท

Siamese Exclusive  สุขุมวิท 31 

อีกหนึ่งโครงการที่เป็นที่น่าจับตามองจากผู้พัฒนาชั้นนำของไทยอย่าง Siamese Asset ก็คงหนีไม่พ้น โครงการ Siamese Exclusive สุขุมวิท 31 อย่างแน่นอน โดยโครงการนี้มาในรูปแบบคอนโดแบบ High Rise  21 ชั้น 1 อาคาร และมียูนิตทั้งสิ้น 192 ยูนิต และร้านค้าอีก 1 ยูนิตด้วยกัน

Siamese Exclusive สุขุมวิท 31 มีการออกแบบที่คำนึกถึงดีไซน์ และ การใช้งาน ที่สมดุลกับความหรูหรากับธรรมชาติอย่างเหนือระดับ ในย่าน Mid สุขุมวิท 

จุดเด่นที่น่าประทับใจของโครงการนี้ คือ การจัดแบ่งโซนห้องตามความสูงของเพดาน ได้แก่ Low Zone เพดานสูง 4.45 เมตร (ชั้น 3 -9) และ High Zone เพดานมาตรฐาน 3.2 เมตร (ชั้น 10-21) 

ทำเลที่ตั้ง:

  • ตั้งอยู่ใจกลางย่านสุขุมวิท ในซอยสุขุมวิท 31 ห่างจากปากซอยประมาณ ประมาณ 950 เมตร
  • โดยซอยสุขุมวิท 31 จะทะลุไปได้ทั้ง ถนน อโศก และ เพชรบุรี 
  • ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า (BTS + MRT) สถานีอโศกและสุขุมวิท ที่ระยะทางประมาณ 1.1 – 1.3 กม. 
  • ใกล้กับร้านอาหาร อย่างร้าน Le Vendome และ คาเฟ่ Exhibit Cafe ในระยะที่สามารถเดินได้
  • ห่างจากโครงการ 500-700 เมตร จะเจอกลุ่มร้านอาหารชื่อดังอย่าง 39 Boulevard, Seed, Taka Town และ Fuji Supermarket 
  • ออกมาจากซอยเพียงแค่ 1 กม. จะเจอ Terminal 21 ที่แยกอโศก ไล่มาที่พร้อมพงษ์จะมี The District Em ซึ่งประกอบด้วยห้าง The Emporium,  The Emquartier และ The Emsphere

Highlight – Siamese Exclusive 31:

  • ให้ความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยสูงด้วย Exclusive Lift ทุกยูนิต 
  • เพดานสูงเป็นพิเศษ ตั้งแต่ 3.2 – 4.25 เมตร
  • พร้อม Retreat Balcony ระเบียงกว้างที่ออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัว ผสานบรรยากาศธรรมชาติ และพร้อมเปิดรับวิวเมือง
  • เดินทางสะดวกด้วยทางเข้าออกทั้ง สุขุมวิท ทองหล่อ เพชรบุรี และยังใกล้กับ BTS & MRT พร้อมบริการ Shuttle Service
  • ทำเลใจกลางสุขุมวิท ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำมากมาย เพียง 3 นาที* จาก Emquartier และ Emporium

รูปแบบห้อง:

  • 1 Bedroom ขนาด 46 – 65 ตร.ม. 
  • 2 Bedrooms ขนาด 69 – 85 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms ขนาด 115 – 135 ตร.ม. 
  • Mofs ขนาด (47+17) – (115+25) ตร.ม. 
  • Penthouse ขนาด 181 – 207 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 9.89 ล้านบาท (169,000 บาท /ตร.ม.*)

Chewathai Residence Thonglor

โครงการ Chewathai Residence ทองหล่อ เป็นโครงการที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มแบรนด์ Hi-End หรูหราที่สุดจากผู้พัฒนา ชีวาทัย ตัวโครงการเป็นคอนโดระดับ Low Rise ความสูง 8 ชั้น 1 อาคาร โดยรวมจำนวนยูนิตทั้งสิ้น 130 ยูนิต ซึ่งไม่มากจนเกินไปจึงให้ความเป็นส่วนตัวสูง 

โดยโครงการนี้ มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ ที่ใช้ชื่อว่า “Tropical Green + Iconic White” ซึ่งเห็นได้จากการผสมผสานตัวอาคารสีขาวสะดุดตา กับ บรรยากาศธรรมชาติสีเขียวที่ล้อมรอบตัวโครงการได้อย่างลงตัว ให้ความสมดุลในชีวิตแก่ลูกบ้านถึงขีดสุด

ทำเลที่ตั้ง:

  • ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 20 (ซ.แจ่มจันทร์) ที่เชื่อมต่อได้ทั้งซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอย สุขุมวิท 63 (เอกมัย)
  • ใกล้รถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ 2 กม. และ BTS เอกมัย 2.4 กม.
  • ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนทั้งรามอินทรา- อาจณรงค์และศรีรัช
  • อยู่ในทำเล กินหรู อยู่ดี โดยล้อมรอบไปด้วยร้านอาหาร , Community Mall อย่าง The Commons, J Avenue, 72 Courtyard, Donki Mall, เอกมัยเวิ้งโบราณ เป็นต้น
  • อีกทั้งยังใกล้กับ Hyper Market อย่าง Foodland, Big C, Villa Market และ Tops

Highlight – Chewathai Residence Thonglor:

  • มีเพียง 130 ยูนิต ใน 1 อาคาร เงียบ สงบ และให้ความเป็นส่วนตัว
  • รายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ ครบทั้งร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ และ Community Mall
  • เชื่อมต่อกับทุกเส้นทาง ทั้งในทองหล่อ เอกมัย เพชรบุรีตัดใหม่ และ พระราม 9
  • รูปแบบห้องให้เลือกเยอะ ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
  • ดื่มด่ำบรรยากาศหน้าผาใหญ่ใจกลางเมือง ทั้งต้นไม้สีเขียวตรงระเบียง สวนลอยฟ้า และสระว่ายน้ำรูปทรงอิสระ คืนความสดชื่น ฟื้นพลังในวันพักผ่อนของคุณ

รูปแบบห้อง:

  • 1 Bedroom ขนาด 30-44 ตร.ม. 
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 44-52 ตร.ม. 
  • 2 Bedrooms ขนาด 41-61 ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท

Savvi Ari 4

SAVVI อารีย์ 4 เป็นโครงการ Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร พร้อมกับจำนวนยูนิตทั้งหมด 39 ยูนิต ให้ความเป็นส่วนตัวสูง และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มคอนโดแบบ Luxury จากผู้พัฒนา The Urban Property

ในส่วนของตัวโครงการนั้น ถูกออกแบบด้วยแนวคิดแบบ Luxury Boutique Residence งานดีไซน์สไตล์โมเดิร์น พร้อมกับตอบรับบรรยากาศร่มรื่นรอบล้อมตัวโครงการ เน้นความเป็นส่วนตัว ให้ผู้อยู่อาศัยได้ดื่มด่ำไปกับสุนทรีย์แบบอารีย์ อย่างแท้จริง

ทำเลที่ตั้ง:

  • โครงการตั้งอยู่ในซอย ชำนาญอักษร ในซอยอารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ)
  • ตัวโครงการ ล้อมรอบไปด้วย ถนนใหญ่สายสำคัญหลายสาย ได้แก่ ถนนพหลโยธิน และ  ถนนพระราม 6
  • ในระยะทางเพียงแค่ 800 เมตร จะพบกับสถานี  BTS อารีย์ทางออก 3
  • ทำเลที่ตั้งโครงการ มีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วย ร้านอาหาร คาเฟ่ และ Community Mall อย่าง Aqua Ari และ Big C สะพานควาย

Highlight – Savvi Ari 4:

  • Luxury Boutique Residence พร้อมอยู่ หนึ่งเดียวใจกลางอารีย์ 
  • มียูนิตน้อยเพียง 39 ยูนิต และ ที่ตั้งโครงการอยู่ในย่านที่เงียบสงบของอารีย์ จึงให้ความเป็นส่วนตัวสูงแก่ลูกบ้าน
  • ภายในห้อง มีลักษณะโปร่ง กว้าง ด้วยกระจกแบบ Full-Height
  • ปลอดภัยด้วยระบบ Triple Security Point System
  • ผ่อนคลายกับสระว่ายน้ำระบบเกลือบนดาดฟ้า พร้อมดื่มด่ำวิวเมือง ได้อย่างเต็มที่
  • ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ ร้านอาหาร คาเฟ่ อาคารสำนักงานต่างๆ และ โรงพยาบาลชั้นนำ 
  • เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิตด้วยเส้นทางหลากหลาย ไม่ว่าจะ ถ.พหลโยธิน ถ.พระรามหก ทางด่วนศรีรัช หรือรถไฟฟ้า BTS

รูปแบบห้อง:

  • 1 Bedroom ขนาด 35.31-39 ตร.ม. 
  • 2 Bedrooms ขนาด 62-76.9 ตร.ม. 
  • 3 Bedrooms ขนาด 98.5-125 ตร.ม.
  • Duplex ขนาด 99.5 ตร.ม.  

ราคาเริ่มต้น 10.8 ล้านบาท

เป็นยังไงกันบ้างกับโครงการทั้ง 10 โครงการ จากผู้พัฒนาระดับท็อปของประเทศไทยที่เรานำมาเสนอในวันนี้ คงต้องมีสักโครงการ ที่ถูกใจ ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณกันอย่างน้อย ก็ 1-2 โครงการแน่นอน

หากท่านไหนที่กำลังลังเลอยู่นั้น เราขอฝากทิ้งท้ายด้วยข้อความสั้นๆ ว่า 

“การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้มาจากการมีเงินทองใช้

 แต่คุณภาพชีวิตที่ดีนั้น คือ การใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีความสมบูรณ์ จึงนำมาซึ่งความสุข”

และเมื่อในวันนี้ เราสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเองได้ เหตุผลอะไรที่เราจะยังต้องลังเลคะ?

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด