“คอมสเปคแรง, ไมโครโฟน, หูฟัง, กล้องเว็บแคม, เม้าส์ไร้สาย, จอยเกม….” ไอเทมเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นไอเทมที่เกมเมอร์มืออาชีพมีใช้กันทุกคนแน่นอน แต่รู้ไหมคะว่าไอเทมที่เปลี่ยนนามสกุลของพวกเขา ให้กลายเป็น ‘เกมเมอร์’ ได้ กลับไม่ใช่ ไมโครโฟน หรือ กล้องแว็บแคม แต่กลับเป็น คีย์บอร์ดเกมมิ่ง หรือ Mechanical Keyboard ต่างหาก….
หากคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ เดาได้ไม่ยากว่าคุณคงกำลังมองหาคีย์บอร์ดคูลๆ แสงสวยๆ กดมันๆ สักเครื่อง ไว้เล่นเกม หรือ แก้เบื่อเวลาพิมพ์งานอยู่ใช่ไหมคะ บอกตรงนี้เลยว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์, เกมเมอร์วอนนาบี หรือ แค่อยากได้คีย์บอร์ดสวยๆ มาใช้ บทความนี้มีคำตอบให้คุณแน่นอน
ก่อนที่เราจะไปดูยี่ห้อ Mechanical Keyboard ตัวฮิต ราคาดีกัน เรามาทำความรู้จักกับ Mechanical Keyboard ก่อนดีกว่า ว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไร และ Mechanical Keyboard ที่ว่านี้ ต่างจากคีย์บอร์ดทั่วไปมากน้อยแค่ไหน
Mechanical Keyboard 101 คีย์บอร์ดนี้ มันคืออะไรกันแน่ ?
หากใครที่ยังไม่เคยจับ Mechanical Keyboard คงจะสงสัยกันไม่น้อยเลยว่า Mechanical Keyboard กับ คีย์บอร์ดธรรมดาแตกต่างกันยังไง
คีย์บอร์ดที่ให้มากับคอมพิวเตอร์ของเรา ร้อยละ 90% จะเป็นคีย์บอร์ด ‘ปุ่มยาง’ หรือ ‘Rubber Dome’ ซึ่งต่างจาก Mechanical Keyboard ที่ไม่ได้ใช้แผงยาง แต่กลับใช้ ‘สวิตช์’ จำนวน 1 ตัวต่อ 1 ปุ่ม และแต่ละปุ่มบนจะมีกลไกการทำงานต่างกันไป

ปุ่มสวิตช์ ของ Mechanical Keyboard 
ปุ่มยาง ของคีย์บอร์ดทั่วไป
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เจ้า Mechanical Keyboard ได้รับความนิยมในหมู่เกมเมอร์ มาจากความคงทนของตัวแป้นพิมพ์แบบสวิตช์ ซึ่งสามารถรองรับการกดได้มากกว่า 50 ล้านครั้งเลยทีเดียว
น่าทึ่งไปเลยใช่ม๊าา ทีนี้เรามาดูกันว่า Mechanical Keyboard ยี่ห้อไหน โดนใจเหล่าเกมเมอร์กันบ้าง
1. Ducky One 2 Mini RGB
ขนาดของ Mechanical Keyboard ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตเสมอไป เชื่อว่าหลายคนก็กำลังตามหา Mechanical Keyboard ขนาดกะทัดรัด สามารถพกพาไปไหนมาไหนมาได้สะดวกเหมือนกัน เราจึงขอแนะนำ Ducky One 2 Mini RGB ซึ่งเป็น Mechanical Keyboard สำหรับเกมเมอร์ ขนาดจิ๋ว พร้อมฟังก์ชันครบเครื่อง จากแบรนด์ดัง Ducky
คีย์บอร์ดของ Ducky รุ่นนี้ ประกอบไปด้วยปุ่มทั้งหมด 60 ปุ่ม โดยยุบปุ่มฟังก์ชัน กับ ปุ่มตัวเลขเข้าด้วยกัน และจะหนักเพียงแค่ 590 กรัม และยาวเพียง 15 นิ้ว เท่านั้น
ขาตั้งปรับได้ 3 ระดับ ดังนั้นไม่เพียงแต่เป็น Mechanical Keyboard สำหรับเกมเมอร์ หากใช้พิมพ์งานทั่วไปก็เหมาะมากๆ เช่นกัน
Ducky One 2 Mini RGB มีสวิตช์ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ Cherry Red กับ Blue (โดย Blue Switch จะเป็นสวิตช์ Clicky สองจังหวะ มีแรงต้านนิ้วมาก จุดเด่นคือ กดสนุก ส่วน Red Switch เป็นสวิตช์ Linear แรงกดจังหวะเดียว เหมาะสำหรับคนที่ชอบกดปุ่มน้ำหนักเบา)
นอกจากนี้เพื่อนๆ สามารถปรับความสว่างของไฟได้ผ่าน Keyboard และยังปรับแต่งที่ตัวจัมเปอร์ หรือ DIP Switch ได้อีกด้วย
ปุ่ม Fn ของเขาก็สั่งงานได้เยอะ รวมทุกมาโคร, Multimedia รวมไปถึงการควบคุมหน้าเพจ และเอกสารต่างๆ อีกด้วย
ราคา: 2,990 บาท
2. Razer Huntsman
ถ้าพูดถึงอุปกรณ์เล่นเกม แบรนด์แรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเกมเมอร์ทั้งหลาย คงจะหนีไม่พ้น Razer แน่นอน ซึ่งในด้านของ Mechanical Keyboard เอง Razer เขาก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว
เราขอแนะนำ Mechanical Keyboard รุ่นแรกของ Razer อย่าง Razer Huntsman ซึ่งมีราคาไม่แพง ตัวคีย์บอร์ดเป็นแบบ Full-Size ที่สำคัญยังมี Gaming Mode แยกกับหมวดพิมพ์ปกติ รับรองได้ว่าไม่มีขัดจังหวะระหว่างเล่นเกมแน่นอน

ในส่วนของตัวปุ่มจะเป็น Optp-Mechanical Switch ที่ทาง Razer ผลิตเอง ที่รองรับการกดขั้นต่ำถึง 100 ล้านครั้ง เป็นสวิตช์แบบ Clicky แรงกด 45g ซึ่งตอบสนองกับแรงกดได้อย่างรวดเร็ว มีระยะการกดสั้นกว่าสวิตช์แบบอื่นมากถึง 30% และที่สำคัญยังมี 10-Key Rollover ให้ผู้เล่นสามารถกดปุ่มพร้อมกันได้ถึง 10 ปุ่ม
และสำหรับใครที่ชอบแสงเลเซอร์ระหว่างเล่นเกม บอกเลยว่า Mechanical Keyboard เครื่องนี้ มีการเล่นแสงไปพร้อมๆ กับจังหวะกดของผู้เล่นได้อย่างสวยงามมากๆ
ราคา: ราคา 3,990 บาท
3. SteelSeries APEX 7
แม้ว่า SteelSeries APEX 7 เครื่องนี้ จะราคาสูงสักนิด แต่ราคาของเขาการมาพร้อมกับฟีเจอร์ดีๆ ที่แบรนด์อื่นไม่มี เช่น หน้าจอ OLED ขนาดเล็กที่ติดตั้งมากับคีย์บอร์ด ด้านมุมบนขวามือร่วมกับตัวปุ่มกดและลูกล้อหมุนตั้งค่า ให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้การแจ้งเตือนต่างๆ และยังสามารถปรับแต่งคีย์บอร์ดได้เลยที่จุดนี้
SteelSeries APEX 7 ใช้สวิตช์แบบ SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch ซึ่งเป็นสวิตช์ที่ทาง SteelSeries นั้นผลิตเอง มีให้เลือกทั้ง 2 แบบ ได้แก่ แบบ Linear และ Clicky ตามความชอบของผู้ใช้งาน
ในเรื่องของการใช้งาน ก็ครบครัน ทั้งฟังก์ชัน N-Key Rollover ให้ผู้เล่นสามารถกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันได้, Gaming Mode, ตั้งค่ามาโครบนคีย์บอร์ด, การเซฟโปรไฟล์ได้มากถึง 5 โปรไฟล์ และอีกมากมาย
ราคา: 5,990 บาท
4. PICTEK PC305
สำหรับใครที่มีงบแค่พันเดียว ต้อง PICTEK PC305 เครื่องนี้เลย
PICTEK PC305 เป็น Mechanical Keyboard แบบ Full-Size มีการออกแบบแป้นกลางคีย์บอร์ดให้โค้งลง ทำให้สะดวกในการใช้งานมากขึ้น ตัวคีย์บอร์ดใช้สวิตช์ Blue รองรับการกดได้ 50 ล้านครั้ง ส่วนตัวปุ่มเอง สามารถรองรับการกดได้ 10 ล้านครั้งค่ะ
Mechanical Keyboard ราคาประหยัดเครื่องนี้ มาพร้อมกับฟังก์ชัน Full-Key Rollover เหมือนเครื่องที่กล่าวมา ทำให้ไม่เกิดการรวนเมื่อผู้ใช้งานกดหลายปุ่มพร้อมกัน
ฟีเจอร์เด็ดของเครื่องนี้ ขอยกให้ช่องระบายน้ำบนเครื่อง ดังนั้นคนไหนที่ชอบทำน้ำหกขณะเล่นเกม ก็หายห่วงเรื่องสวิตช์พัง หรือ ช็อต เพราะเปียกน้ำไปได้เลย
ราคา: 898 บาท เท่านั้น
5. Corsair K100 RGB

อีกหนึ่งแบรนด์ ที่เกมเมอร์รู้จักกันดี ก็คือ Corsair โดยทาง Corsair เอง เขาก็มี Mechanical Keyboard สเปคแรง จัดเต็ม มาฝากกันหลายรุ่นพอสมควร แต่วันนี้เราขอแนะนำรุ่น Corsair K100 RGB ตัวท็อป ฟังก์ชันครบ ซึ่งถึงแม้ราคาจะสูง แต่บอกตรงนี้เลยว่าคุ้มสุดๆ
นอกจากฟีเจอร์หลัก อย่าง N-Key Rollover ที่ให้ผู้เล่นกดปุ่มหลายปุ่มพร้อมกันอย่างไม่มีรวน, Game Mode ในการปิดหน้าต่าง Window, ลูกเล่นไฟ RGB, Multimedia Key แยกปุ่มเฉพาะ, และปุ่ม Macro ทั้ง 6 ปุ่มแล้ว เขายังมีฟีเจอร์เด็ดๆ อีกมากมายที่ทำเอาเหล่าเกมเมอร์ต่างรีบควักสตางค์กันแทบไม่ทัน
Mechanical Keyboard เครื่องนี้ สามารถโหลดโปรแกรม Elgato Stream Deck ใช้งานร่วมกับปุ่ม Macro บนคีย์บอร์ดได้เลย ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับ Streamer มือใหม่ ที่ยังไม่มี Stream Deck ค่ะ
เท่านี้ยังไม่พอ ด้านซ้ายมือบน ยังมีปุ่ม iCUE เป็นวงล้อ ซึ่งเป็นตัวควบคุมการทำงานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับความสว่างของไฟ RGB, การซูมภาพ, การเปลี่ยน Mode หรือ โปรแกรมไปมา, หรือแม้กระทั่ง Track Jogging ในการเลือกฟังเพลง หรือเลื่อนเพลงไปในตำแหน่งที่ต้องการ
ถัดมาที่ส่วนของตัวสวิตช์ จริงๆ แล้ว ในต่างประเทศ Corsair K100 RGB จะใช้สวิตช์ Corsair OPX ที่ Corsair ทำขึ้นมาเอง แต่ในไทย Corsair ได้น้ำสวิตช์ของบริษัท CHERRY MX เวอร์ชัน CHERRY MX SPEED มาใช้ ซึ่งจะมีการตอบสนองเร็วกว่าสวิตช์ทั่วไปของ CHERRY MX อยู่ 40% และความพิเศษที่เหนือชั้นกว่าเครื่องไหนๆ คือ ชิป Corsair AXON Hyper-Processing ที่ถูกฝั่งไว้ ให้ผู้ใช้งานสามารถปรับค่า Polling rate ให้สูงขึ้น เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย
ราคา: 8,290 บาท
Editor Pick: Mechanical Keyboard สำหรับมือใหม่ เน้นสวย!
- LOGA Asura PRO

อีกหนึ่ง Mechanical Keyboard สัญชาติไทยที่น่าจับตามองที่สุดต้องยกให้แบรนด์เกมมิ่งเกียร์ LOGA เขาเลย
เครื่องนี้ นอกจากรูปลักษณ์เป็นสีขาวสะดุดตาแล้ว ยังมีสัมผัสที่นุ่ม และตอบสนองได้รวดเร็ว เนื่องจากรุ่นนี้ใช้ Keycap แบบ ABS double shot ไห้สัมผัสดี และป้องกันตัวหนังสือลอกอีกด้วย
ราคา : 3,400 บาท
2. Xtrfy K4 TKL RGB Retro

ใครที่กำลังอินกับเทรนด์ Retro และอยากได้คีย์บอร์ดแบบดังเดิมสมัย 90s อย่าได้พลาด Mechanical Keyboard จาก Xtrfy แบรนด์สัญชาติสวีเดนเป็นอันขาด
รุ่นนี้มาพร้อมสีสันสดใส โดยนำสีส้ม และสีเทาเข้ามาผสมกับคีย์บอร์ดสีขาวล้วนทำให้ดูไม่จำเจ แถมยังได้อารมณ์ Retro เอามากๆ
เรื่องการใช้งาน ก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้ โดยรุ่นนี้ใช้สวิตช์ Kaihl Red ให้สัมผัสนุ่มไม่แพ้ Cherry Red แม้แต่น้อย นอกจากนี้ Mechanical Keyboard เครื่องนี้ ยังมากับเสียง Clicky เรียกได้ว่ากดมันกันไปเลยทั้งคืน
ราคา: 3,990 บาท
3. ANNE PRO 2

สำหรับคนไหนอยากได้ Mechanical Keyboard มีน้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก ANNE PRO 2 เครื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอน
เครื่องนี้มีขนาดเล็กกะทัดลัด 65% สีขาวล้วน เหมาะสำหรับสายมินิมอลอย่างมาก แถมยังรองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ Bluetooth และแบบต่อสาย อีกด้วย
สวิตช์ที่ Mechanical Keyboard ขนาดจิ๋วเครื่องนี้ใช้นั้น มีให้เลือกถึง 3 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่ Kailh, Gateron และ Cherry ที่สำคัญยังมาพร้อมกับโหมดไฟ RGB ให้ฟิลล์ลิ่งสตรีมเกมในห้องมืดได้อย่างไร้ที่ติ
ราคา : 2,341 บาท
Mechanical Keyboard มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ?
ต้องบอกตรงนี้เลยว่า ต่อให้เราบรรยายสรรพคุณของ Mechanical Keyboard ให้คุณฟังทั้งวัน คุณก็ยังถามคำถามนี้อยู่ดี เพราะมันเป็นอะไรที่คนที่ไม่เคยลอง ไม่เข้าใจแน่นอน
มากกว่าคุณภาพของตัว Mechanical Keyboard คือความรู้สึกขณะเล่นเกม เสียงกดแป้นพิมพ์ที่ทำให้การยิงคู่ต่อสู้ หรือ การพิมพ์งานสนุกขึ้น และที่สำคัญคุณยังสามารถเลือกรูปแบบสวิตช์ Mechanical Keyboard ให้ตรงตามนิสัยการกดคีย์บอร์ดของตัวเองได้อีกด้วย
ในบางครั้ง ความสุขของเราก็มาจากอะไรเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้แหละค่ะ อย่าคิดว่ามันไม่จำเป็นนะคะ เพราะถ้าคิดดูดีๆ แล้ว ทุกวันนี้ เราจับคีย์บอร์ดมากกว่าจับช้อนกินข้าวเสียอีก
คนไหนสนใจ อยากลองใช้ Mechanical Keyboard ดูบ้าง คลิกปุ่มด้านล้างนี้เลย รับรองมี Mechanical Keyboard ถูกใจให้เลือกซื้อมากมายแน่นอน










