Sep 27, 2021 | บทความอสังหาฯ
เอกมัย – รามอินทรา ย่านที่รวมเอาความครบครันหลากหลายด้านไว้ ไม่ว่าจะช้อปปิ้ง กินข้าว เดินชิล หรือจะเป็นด้านอนามัยและการศึกษาอย่างโรงพยาบาลและโรงแรมก็มีครบ รวมถึงยังมีที่พักอาศัยเป็นคอนโดสไตล์รีสอร์ทน่าอยู่อย่าง We Condo ด้วย
1 วันในย่านนี้ไปไหนได้บ้าง
เป็นที่รู้กันดีว่าย่านนี้มีความครบในหลายด้านกับสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะกิน-อยู่-เที่ยว-ช้อป ก็เดินทางได้ง่ายๆ ครั้งนี้เราลองมาดูกันว่า 1 วันในย่านเอกมัย-รามอินทรานี้ไปอิ่มอร่อย ไปเที่ยว หรือไปช้อปที่ไหนได้บ้าง
รวมแหล่งของอร่อย
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ของอร่อยต้องมาก่อนเสมอ ดังนั้นก่อนจะไปที่อื่นมาดูสถานที่รวมของกินในย่านนี้กันก่อนเลย
เราเริ่มต้นจาก We Condo ที่ตั้งอยู่ติดกับถนนประดิษฐ์มนูธรรม-รามอินทรา จุดหาของกินที่ใกล้และประหยัด นั่นคือตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ที่สามารถเดินจาก We Condo ไปได้ในระยะประมาณ 350 เมตรเท่านั้น หรือหากจะขับรถไป ตลาดเลียบด่วนนี้ก็มีพื้นที่จอดรถที่กว้างถึง 17 ไร่พร้อมไว้ให้คุณแล้ว
Facebook.com/Liabduan.nightmarket
ตลาดเลียบด่วนถือเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ขึ้นชื่อที่หนึ่งในกรุงเทพเลยก็ว่าได้ ด้วยพื้นที่ตลาดที่กว้างกว่า 16 ไร่ มีแบ่งโซนตามประเภทของที่ขายไว้ โดยเฉพาะโซนของกินที่มีร้านอาหารคาว-หวานมากมาย เผลอๆ เดินแค่ที่นี่ที่เดียวก็อิ่มท้อง แถมมีของกินติดไม้ติดมือกลับไปแน่นอน
Facebook.com/Liabduan.nightmarket
เวลาเปิด-ปิดในช่วงนี้จะเปิด-ปิดเร็วขึ้นที่เวลา 12:00 – 20:00 น. (จากปกติที่เปิดเวลา 17:00 – 2:00น.) ตามมาตรการรัฐ ดังนั้นใครสายกินอิ่มแบบสบายกระเป๋าสามารถมาที่นี่ได้ตั้งแต่เที่ยงเลย
emc.co.th
ใครอยากหาของกินแต่ไม่อยากไปห้างที่คนเยอะๆ ก็ต้องเป็นคอมมูนิตี้มอลล์เลย หากใครอยากกินเป็นมื้อจัดหนัก ชาบู บุฟเฟต์ ปิ้งย่าง ซูชิ อาหารญี่ปุ่น ที่ The Walk เกษตร นวมินทร์ก็มีให้เลือกหลากหลายร้าน อย่าง Tenjo Sushi&Yakiniku Premium Buffet, Kagonoya, Shabushi, Bar B Q Plaza ฯลฯ
อีกที่หนึ่งคือ The Crystal เอกมัย รามอินทรา ที่นี่ก็จะมีร้านอาหารหลากหลายเช่นกัน อย่าง ร้านโอ้กะจู๋, Salad Factory, Peppina, Hong Bao, MK, YUU BarBQ and Shabusuki ฯลฯ
อิ่มท้อง พร้อมช้อป
เติมพลังด้วยของอร่อยกันแล้ว ถึงเวลาของการเดินเล่นช้อปปิ้ง ในย่านนี้ก็มีห้างสรรพสินค้าให้เลือกเดินถึง 5 ที่เลยทีเดียว
Big C รามอินทรา Central Ramindra Central East Ville Fashion Island The Promenade
centralpattana.co.th
อยากช้อปของใช้ก็สามารถไป Big C รามอินทรา อยากเดินช้อปเก๋ๆ ได้บรรยากาศปลอดโปร่งก็ไป Central East Ville หรือ The Promenade ชอบเดินช้อปห้างใหญ่แบบจุใจก็ต้องที่ Central Ramindra หรือ Fashion Island ได้ และที่สำคัญย่านนี้ยังมี Index Living Mall พร้อมให้คุณช้อปเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านเข้าคอนโดแบบสะดวกอีกด้วย
ซึ่งหากจุดเริ่มต้นเป็น We Condo ล่ะก็ ห้างเหล่านี้อยู่ในระยะทางประมาณที่ไม่เกิน 8 ก.ม. เท่านั้น ขับรถไปแบบชิลๆได้เลย
หยุดยาวอยากเที่ยวไกลก็ไปได้
ในย่านเอกมัย-รามอินทรานี้มีทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก รวมถึงมีถนนที่ตัดผ่านและเชื่อมผ่านมากมายอย่างถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนรามอินทรา ถนนเกษตรนวมินทร์ ถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าวหรือถนนกาญจนาภิเษก เป็นต้น
mrta-pinkline.com
หรือหากไม่มีรถส่วนตัว อยากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็มีรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเทา พร้อมให้คุณได้เดินทาง ดังนั้นไม่ว่าจะไปเที่ยวย่านอื่นๆ หรืออยากขับรถไปต่างจังหวัดก็ไปได้อย่างสะดวกสุดๆ
สถานที่สำคัญอื่นๆ
นอกจากเรื่องกิน เที่ยว ช้อปแล้ว ย่านเอกมัย-รามอินทรานี้ยังมีสถานที่สำคัญยามฉุกเฉินอย่างโรงพยาบาล หรือกับครอบครัวที่มีลูกๆก็มีตั้งแต่โรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัยด้วย
โรงเรียน/มหาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) มหาวิทยาลัยเกริก
เมื่อนับระยะทางโดยมีจุดเริ่มต้นเป็น We Condo จะใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการเดินทางไปยังสถานศึกษาเหล่านี้ประมาณ 15 นาทีเท่านั้น ซึ่งหากน้องๆ มหาลัยคนไหนไม่มีรถส่วนตัวก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าสายสีชมพู (เปิดใช้งานปีพ.ศ. 2565) โดยขึ้นสถานีที่อยู่ใกล้กับ We Condo นั่นคือสถานีวัชรพลที่เชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเทาได้เลย
ยามเจ็บป่วย ก็มีที่รักษาพร้อม
เมื่อเจ็บป่วยหรือมีเรื่องฉุกเฉินด้านสุขภาพ ก็มีโรงพยาบาลพร้อมให้เข้าพบแพทย์รักษาอย่างสะดวก โดยย่านนี้จะมีโรงพยาบาลหลักๆ อย่างโรงพยาบาลสินแพทย์และโรงพยาบาลพญาไทที่อยู่ในระยะ 7 ก.ม.จาก We Condo เรียกว่าใกล้จนสบายใจได้ว่าจะถึงมือแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว
สรุปสถานที่ย่านเอกมัย-รามอินทรา
ที่อยู่อาศัย
ห้างสรรพสินค้า
Central East Ville Central รามอินทรา The Promenade Fashion Island Big C รามอินทรา The Walk The Crystal Index Living Mall
ตลาด
สถานศึกษา
โรงเรียนบดินทรเดชา 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) มหาวิทยาลัยเกริก
โรงพยาบาล
โรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท
เติมเต็มไลฟ์สไตล์การกิน-เที่ยว-ช้อปให้ดียิ่งขึ้นที่ We Condo
อย่างที่ได้เห็นกันว่าย่านเอกมัย-รามอินทรานี้มีสถานที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การกิน การเที่ยวหรือการช้อปอย่างครบครัน และจะเติมเต็มไปมากกว่านั้นด้วยการอยู่อาศัยที่ We Condo คอนโดสไตล์รีสอร์ท ให้คุณได้ฟินไปกับบรรยากาศแสนผ่อนคลายที่หาได้ยากในย่านเอกมัย-รามอินทรานี้ และด้วยรูปแบบห้องที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดี ทำให้คุณได้มีพื้นที่ใช้สอยคุ้มค่าในทุกตารางเมตร พร้อมให้คุณได้ใช้ชีวิตในย่านนี้อย่างสุขกายสบายใจตามไลฟ์สไตล์ของคุณเอง
และที่สำคัญ We Condo พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้! ราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้าน พร้อมฟรีค่าโอนและค่าส่วนกลางปีแรก หากใครอยากดูข้อมูลโครงการของ We Condo เพิ่ม เปิดดูได้ที่นี่เลย “แฮปปี้ มีสไตล์ สบายกระเป๋าแม้อยู่ในเมืองที่ We Condo ”
Sep 27, 2021 | บทความยานยนต์
ในยุคสมัยนี้ ถ้าให้พูดถึงเรื่องของรถยนต์แล้วล่ะก็ คงหนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของพลังงานในอนาคตและยิ่งเป็นยุคสมัยที่คนเราหันกลับมามองเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งทาง NISSAN ก็ได้ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงไปของพฤติกรรมของผู้คน จึงออกมาเป็น NISSAN KICKS ที่เป็นรถยนต์ B-SUV มาพร้อมกับเทคโนโลยี e-POWER ที่ตอบโจทย์คนรักโลก รักครอบครัวอย่างถึงที่สุด เดี๋ยววันนี้เราจะมาดูกันว่ารถยนต์คันนี้จะมีอะไรว้าว ๆ ให้ได้ตื่นเต้นบ้าง บทความนี้ขออาสามาสรุปให้อ่านกัน
ก่อนที่จะมาเป็น NISSAN KICKS อย่างที่เห็น ๆ กัน
รู้กันไหม!! หนึ่งในความกล้า!! ที่น่าภาคภูมิใจ รถยนต์รุ่นนี้นั้นเคยเป็นเพียงรถยนต์ Concept มาก่อน หลายปีมาแล้วหากใครได้เคยติดตามในช่วงของรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่งกำเนิดมาได้ไม่นาน ในช่วงนั้นก็ยังไม่ได้ฮิตเหมือนอย่างในปัจจุบัน
แน่นอนว่าตัวผมเองก็ไม่ได้สนใจเพราะด้วยราคาของรถในช่วงนั้นมันแพงเสียเหลือเกิน แต่ก็มี NISSAN KICKS Concept นี่แหละ ที่สร้างมาความฮือฮาในวงการยานยนต์ไม่ใช่น้อย เพราะว่าเป็นนวัตกรรมที่หลายเจ้ายังไม่กล้าที่แม้แต่จะลองทำอย่าง e-POWER บวกกับราคาที่คาดการณ์ออกมาหากเทียบ ๆ กับสเปคแล้ว พูดได้ประโยคเดียวว่า “เป็นรถที่ใฝ่ฝัน” เพราะมันราคาถูกจริง ๆ และปฎิเสธไม่ได้เมื่อทำออกมาจริง ราคานั้นไม่ได้แพงเหมือนกับที่คาดการณ์เอาไว้เลย จนกลายมาเป็นรถยนต์ที่ใครหลาย ๆ คนต้องการที่จะครอบครองเมื่อรุ่นนี้เปิดตัว
ความพิเศษของ NISSAN KICKS ที่คุณอาจจะยังไม่รู้
เป็นเรื่องของความชื่นชอบส่วนตัวที่รู้สึกได้เลยว่ารถยนต์รุ่นนี้มีอะไรที่พิเศษกว่ารถยนต์รุ่นอื่น ๆ ซึ่งสิ่งที่ตัวผมมองว่าเป็นข้อดีสุด ๆ และสามารถรับรู้ได้ทันทีถ้า “คุณได้มาพบเจอหรือสัมผัสมันด้วยตัวเอง”
“ผมที่เห็นครั้งแรกก็หลงใหลไปเสียแล้ว”
อย่างแรกเลยคือดีไซน์สวย
ก็ต้องพูดตามตรงว่าสวยจริง ๆ เพราะเป็นดีไซน์ล้ำในแบบที่คนยุคใหม่ชอบเลยก็ว่าได้เป็น ความสวยงามแบบอนาคตที่เรียกว่า V-MOTION กระจังหน้าที่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์การออกแบบจากทาง NISSAN (ตัวผมเองเห็นครั้งแรกยังใจสั่น) ไม่เว้นเรื่องของการดีไซน์โดยรวม และสีสันมากมายที่ทำออกมาเลือกตามสไตล์ความชื่นชอบของแต่ละคนได้อย่างลงตัวจริง ๆ
กระจกมองหลังที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น
เป็นกระจกมองหลังที่ตัวผมเองไม่ค่อยเห็นได้ถูกนำมาชูโรงเท่าไร แต่แท้จริงแล้ว กลับมีลูกเล่นและฟังก์ชันที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ซึ่งตัวกระจก Intelligent Rear View Mirror (IRVM) นี้ทำได้เป็นอย่างดี
มีกล้องติดมาให้ในตัว : ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะถ้าหากผู้โดยสารที่นั่งอยู่ข้างหลังนั่งกันเต็ม อาจจะส่งผลต่อวิสัยทัศน์การมองข้างหลังได้ แต่ด้วยที่ตัวกระจกนั้นมีกล้องติดมาทำให้สามารถมองหลังได้อย่างไร้ปัญหา
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้น เร่งเครื่องไม่ต้องรอรอบ
ที่รถยนต์ NISSAN KICKS สามารถขับได้อย่างสนุกเป็นเพราะเครื่องยนต์ที่เป็นมอเตอร์ไฟฟ้า e-POWER นั้นสามารถขับอัตราเร่งได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องรอรอบของเครื่องยนต์เหมือนรถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมัน ทำให้ตอนที่เหยียบคันเร่งนั้น สามารถควบคุมความเร็วได้ดั่งใจนึก จะเร่งเครื่องเพื่อแซงก็ทำได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด แถมประหยัดได้มากอีกด้วย
ทุกอย่างควบคุมได้ด้วยปลายเท้าข้างเดียวเท่านั้น
เป็นอีกความแปลกใหม่ในวงการยานยนต์เลยก็ว่าได้กับระบบ One-Pedal ที่จะมาช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถ เร่งความเร็ว ชะลอความเร็ว ได้เพียงแค่เหยียบคันเร่งอันเดียว ซึ่งการทำงานของระบบนี้ทำงานอย่างไรกันล่ะ ระบบนี้มาด้วยกันอยู่ 4 โหมด เดี๋ยวเรามาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า
Normal Driving : เป็นโหมดทั่ว ๆ ไปที่ใช้ในการขับขี่ ตัวของรถยนต์จะวิ่งด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ส่งมาจากมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนรถRapid Acceleration : การเหยียบหรือกระแทกคันเร่งเพื่อใช้ในการแซงหรือการขึ้นเนินที่สูงชัน มอเตอร์ไฟฟ้าจะขับพลังงานออกมามากขึ้นDeceleration : การถอนเท้าออกจากคันเร่งเพื่อใช้ในการลงจากเนินหรือเพื่อชะลอความเร็ว ทำให้กระแสไฟฟ้านั้นย้อนกลับและเปลี่ยนไปเป็นการชาร์จไฟฟ้าคืนสู่แบตเตอรี่ (นี่แหละ!! ที่ทำให้ประหยัด)Cruising : ในโหมดนี้มีไว้เพื่อการขับขี่ที่มีระยะทางไกล เมื่อแบตเตอรี่ใกล้ที่จะหมดลง เครื่องยนต์จะสามารถรู้ได้ทันทีและเปลี่ยนจากการใช้พลังงานไฟฟ้า กลับมาใช้พลังงานเชื้อเพลิงแทนเพื่อให้ Inverter ทำงานแล้วกลับมาชาร์จไฟฟ้าใหม่
หมดห่วงในเรื่องของการรับประกันจากทาง NISSAN
เพียงแค่คุณเป็นคนหนึ่งที่ได้เป็นเจ้าของ NISSAN KICKS ทาง NISSAN เค้าก็มีรับประกันในส่วนของเครื่องยนต์ e-POWER แบตเตอรี่และอื่น ๆ อีกมากมายนี้ไปให้เลยฟรี ๆ “ขอย้ำว่าฟรี!!” เพื่อให้คุณหายห่วงและคุ้มค่าในทุกครั้งที่เดินทาง โดยแบ่งประกันได้ดังนี้
รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (ตามระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน) รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี (ไม่จำกัดระยะทาง) แพ็กเกจเช็กระยะ SAVE SAFE Platinum Package พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 10% นาน 5 ปี บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคุ้มค่าขนาดไหน กับการซื้อ NISSAN KICKS มาขับขี่ในชีวิตประจำวัน
สเปคของ NISSAN KICKS
กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตร ที่ 3,600 – 5,200 รอบ/นาที ซึ่งทำหน้าที่ปั่นไฟฟ้าไปเก็บไว้ยังแบตเตอรี่ไฟฟ้า EM57 High Power พละกำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 4,000 – 8,992 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร ที่ 500 – 3,008 รอบ/นาที แบตเตอรี่ Lithium-ion 1.57 kWh 4 Modules
“อ่านมาขนาดนี้แล้ว คงอยากรู้ราคากันแล้วล่ะสิ”
ความรู้สึกหลังได้ลองขับ NISSAN KICKS
ความเห็นส่วนตัวของผมหลังจากที่ได้ลองมาขับ NISSAN KICKS ความประทับใจแรกที่เกิดขึ้นเลย คือ ส่วนสูง 188 ของผมไม่ได้มีปัญหาต่อการขับขี่แต่อย่างใด เข่าไม่ติด แถมยังขับได้สบาย ๆ หลังจากนั้นไม่นานผมได้ลองสตาร์ทรถดูก็รู้สึก “เอ้ย!! เสียงเงียบดีมาก” แทบไม่ยินอะไรเลย (ขับไปไหนมาไหน คือไม่รบกวนเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน) และแล้วก็มาถึงจุดสำคัญของการทดลองขับครั้งนี้ การขับออกถนนใหญ่ ผมนั้นตื่นเต้นตั้งแต่สัมผัสแรกที่พวงมาลัย เพราะว่ามัน “เบามาก” แถมควบคุมรถได้ง่าย ช่วงล่างหนึบยึดเกาะถนนได้เป็นอย่างดี แต่ขอบอกตรงนี้เลยว่านี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะส่วนที่ชอบที่สุดของรถยนต์ NISSAN KICKS คันนี้เลยคือระบบ One-Pedal ยิ่งในช่วงรถติด ๆ แล้วล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง ขาไม่เมื่อยเลย เพราะเพียงแค่ยกคันเร่งออก รถก็จะชะลอลงโดยไม่ต้องเหยียบเบรก จึงไม่จำเป็นต้องสลับเท้าไปมาระหว่างแป้น ลดภาระของขาไปได้เยอะจริง ๆ สุดท้ายเลยเรื่องกระจกมองหลัง เพียงแค่ดันปุ่มก็จะตัดไปเป็นกล้องให้ หมดห่วงแม้จะมีคนมานั่งข้างหลังและบดบังวิสัยทัศน์ ซึ่งที่พูดมาทั้งหมดอาจจะไม่เห็นภาพเท่าไหร่ แต่ผมอยากคุณทั้งหลายที่ได้อ่านบทความนี้ได้ลองสัมผัสประสบการณ์กับรถยนต์คันนี้ด้วยตัวเองจริง ๆ ว่าดีแค่ไหน และผมบอกเลยว่า “คุณอาจจะตกหลุมรักรถคันนี้โดยไม่รู้ตัว” เหมือนกับผมในตอนนี้
ราคาสุดจะสบายกระเป๋าของ NISSAN KICKS
ขอบอกเลยว่าราคาเริ่มต้นของรถยนต์รุ่นนี้ไม่ได้แรงอย่างที่คิด หากเทียบกับความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีฟังก์ชันครบครันขนาดนี้ โดย NISSAN KICKS มีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 4 รุ่นย่อยด้วยกัน
รุ่นย่อย ราคา NISSAN KICKS e-POWER S 889,000 บาท NISSAN KICKS e-POWER E 949,000 บาท NISSAN KICKS e-POWER V 999,000 บาท NISSAN KICKS e-POWER VL 1,049,000 บาท
มารับชมรูปลักษณ์แห่งอนาคตเลยดีกว่า
ภายนอก-ภายในที่สวยงามเหนือระดับ
สีสันที่มีใน NISSAN KICKS
สีดำแบล็ค สตาร์ สีเทา กัน เมทาลิค สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ สีขาว สตอร์ม ไวท์ สีเหลือง ซันไลท์ สีส้ม โมนาร์ช สีแดง เรเดียนท์ เรด สีน้ำเงิน ไนท์ บลู สีส้ม โมนาร์ช – หลังคาดำ สีแดง เรเดียนท์ เรด – หลังคาดำ สีเทา กัน เมทาลิค – หลังคาดำ
สรุปบทความ NISSAN KICKS
เป็นอีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามองเลยทีเดียว ด้วยความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครกับเทคโนโลยี e-POWER ทำให้ NISSAN KICKS เป็นทางเลือกของการประหยัดพลังงานที่ยอดเยี่ยม แถมฟังก์ชันการใช้งานที่มีมาให้อย่างจัดหนักจัดเต็ม คุ้มค่าคุ้มราคา ใครที่เป็นสายเทคโนโลยีต้องห้ามพลาดเลย ส่วนใครที่อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกข้อมูลยังไม่จุใจเท่าไร สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่เว็บไซต์ของทาง NISSAN ได้เลย เพียงคลิกปุ่มข้างล่างนี้
ส่วนใครที่ชื่นชอบในการอ่านบทความที่รวบรวมข่าวสารของวงการรถยนต์ หรือกำลังรอเรื่องราวใหม่ ๆ ของ NISSAN KICKS แล้วล่ะก็ มารอดูกันว่าบทความหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร รอติดตามอ่านได้ในเดือนถัดไปที่ The Good Life by Kaidee แล้วเจอกันใหม่นะ
Sep 27, 2021 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากจะพูดถึง เอกมัย ใคร ๆ ก็นึกถึงความเจริญรุ่งเรืองของสิ่งก่อสร้างตึกสูงอย่าง คอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นมามากมายจากนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ จากจุดเด่นของย่านที่มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและการเดินทางที่แสนจะหลากหลาย อีกทั้งใกล้กับพื้นที่ยอดฮิตในกรุงเทพอย่าง ท่องหล่อและพร้อมพงษ์ ที่มีความเจริญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เอกมัย ก็กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวมากมายแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมและอาศัย จนมีนักลงทุนเห็นโอกาสนี้และนำไปสู่การพัฒนาที่ดิน ให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ
ก่อนที่จะเป็น เอกมัย
ถึงแม้ว่าเอกมัยในปัจจุบันจะกลายเป็นย่านที่ได้รับการพัฒนาจนมีความเจริญมากเพียงใด ในอดีต ย่านนี้ก็ไม่ใช่ย่านที่ได้รับความนิยมดังเช่นปัจจุบัน เพราะความเจริญที่กระจุกตัวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในบริเวณสุขุมวิทตอนต้นอย่างอโศก พร้อมพงษ์ หรือทองหล่อ ทำให้เอกมัยเป็นเพียงย่านเล็ก ๆ ที่ถูกใช้ในการเดินทางเพื่อลัดเลาะไปยังย่านข้างต้นเท่านั้น
จนเมื่อทองหล่อได้รับการพัฒนามากขึ้นจากการที่นายทุนมีการเก็บสะสมที่ดินต่าง ๆ เพื่อเปิดกิจการร้านค้า รวมไปถึงที่อยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่น ร้านอาหาร และร้านกินดื่ม จนเต็มไปทั่วพื้นที่ จนทำให้นักลงทุนต้องหาพื้นที่ทำเลใกล้เคียงเพื่อที่จะทำธุรกิจต่าง ๆ ถนนเอกมัยจึงได้รับเลือกและกลายเป็นย่านเอกมัยมาจนถึงทุกวันนี้
เอกมัย แหล่งรวมความเจริญ
นอกจากย่านแฮงเอาต์ที่เอกมัยได้รับการขนานนามแล้ว ที่ย่านแห่งนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่สามารถตอบโจทย์ความเป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากมาย อย่างศูนย์การค้า พื้นที่ Co-Working Space หรือพื้นที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียมสุดหรูมากมาย ที่ผุดขึ้นมาเพื่อคนที่ต้องการสีสันความเจริญใจกลางเมืองใหญ่
การเดินทางในย่าน เอกมัย
เอกมัยเป็นเพียงไม่กี่ย่านในตัวเมือง ที่มีความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทางสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับเขตอื่น ๆ ทั้งรถไฟฟ้า ถนน รถตู้ หรือรถเมล์ ที่ผ่านถนนเส้นหลักอย่างสุขุมวิทเพื่อรองรับคนไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
ถนนทั่วไป
ในย่านนี้มีถนนเส้นหลักทั้งหมด 2 เส้นได้แก่ สุขุมวิท ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างย่านทองหล่อและพระโขนง รวมถึงทะลุกับถนนเส้นอื่น ๆ ด้วยซอยย่อย ๆ มากมาย และถนนเอกมัยซึ่งเป็นชื่อเดียวกับย่านที่สามารถทะลุไปยังถนนเพชรบุรียาวไปจนถึงย่านบางกะปิ
ทางพิเศษ
ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ถือเป็นทางพิเศษที่อยู่ใกล้กับย่านเอกมัยมากที่สุด ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในเอกมัยสามารถเดินทางไปยังพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของกรุงเทพมหานครได้ โดยสามารถขับรถตรงไปตามซอยสุขุมวิท 42 เข้าสู่ถนนกล้วยน้ำไท ไปยังจุดขึ้นลงที่อยู่บริเวณสุขุมวิท 62
รถไฟฟ้า
อย่างที่หลายคนรู้กันว่า เอกมัยมีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (สุขุมวิท) ในชื่อสถานีว่า เอกมัย ซึ่งอยู่บริเวณบริเวณทางแยกเอกมัยใต้ หรือแยกซอยสุขุมวิท 63 และในอนาคตยังมีรถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ และ พระโขนง-ท่าพระ) ที่จะวิ่งผ่านพื้นที่ใกล้เคียงอย่างทองหล่ออีกด้วย
รถตู้
จุดจอดรถรับ-ส่งคิวรถตู้เอกมัยหลัก ๆ จะอยู่ที่สถานีขนส่งเอกมัย (ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเกตเวย์เอกมัย 200 เมตร) ซึ่งรถตู้ที่ว่าก็เป็นรถตู้ที่จะวิ่งไปทางฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นชลบุรี ฉะเชิงเทรา พัทยา ตราด เกาะช้าง และอื่น ๆ มากมาย ซึ่งมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 100 บาท
รถเมล์
ย่านเอกมัยมีรถเมล์สายสำคัญทั้งหมด 8 สาย ได้แก่ สาย 2 (สำโรง-ปากคลองตลาด), สาย 25 อู่แพรกษา-บ่อดิน-ท่าช้าง), สาย 38 (ส.ราชภัฎจันทรเกษม-วิทยาลัยรามคำแหง), สาย 23 (อู่เมกา-เทเวศร์), สาย 48 (มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2-วัดโพธิ์), สาย 511 (ปากน้ำ-สายใต้ใหม่), สาย 545 (นนทบุรี-สำโรง) และสาย 508 (ปากน้ำ-ท่าราชวรดิษฐ์)
สิ่งอำนวยความสะดวกย่าน เอกมัย
ห้างสรรพสินค้า
เกตเวย์เอกมัย เมเจอร์เอกมัย
โรงพยาบาล
โรงพยาบาลสุขุมวิท โรงพยาบาล กล้วยน้ำไท
สถานศึกษา
โรงเรียนมัธยม วัดธาตุทอง โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส โรงเรียน ปทุมคงคา
วัด
วัดธาตุทอง
วัดเกาหลี ฮันมาอืมซอนวอน
ตลาด
เอกมัย มาร์เก็ต
สวนสาธารณะ
สวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์
คอนโดมิเนียมน่าอยู่ใน เอกมัย
RHYTHM Ekkamai
ขอบคุณรูปจาก: apthai.com
RHYTHM Ekkamai โครงการคอนโดมิเนียมย่านเอกมัย ระดับ High Rise สูง 32 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนศูนย์กลางความเจริญ ในซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ใกล้ รถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัยเพียง 350 เมตร ที่ได้มีการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมืองที่หลากหลาย จากประสบการณ์การใช้ชีวิตให้เหมือนอยู่บ้าน ซึ่งคอนโดแห่งนี้แบ่งห้องทั้ง 303 ยูนิต ออกเป็น 6 แบบ ดังนี้
1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS พื้นที่ใช้สอย 39.5-40 ตร.ม. 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 74.5-86.5 ตร.ม. DUPLEX 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 64-129.5 ตร.ม. SKY VILLA พื้นที่ใช้สอย 109-121 ตร.ม. PENTHOUSE พื้นที่ใช้สอย 100-177 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 5.72 ล้านบาท
Noble Ambience สุขุมวิท 42
ขอบคุณรูปจาก: noblehome.com
Noble Ambience สุขุมวิท 42 คอนโดมิเนียมเอกมัย ระดับ Low-Rise ความสูง 8 ชั้น 259 ยูนิต ที่อยู่ห่างจาก BTS เอกมัยเพียง 350 เมตร ถูกออกแบบด้วยการลดทอนสิ่งทำไม่จำเป็นให้มีความเรียบง่ายอย่างพอดี แต่ให้คุณได้ใช้ชีวิตได้เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เพื่อถอดความวุ่นวายในชีวิต มีห้องให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่
1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 27.55-34.8 ตร.ม. 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 61.2 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
XT Ekkamai
ขอบคุณรูปจาก: sansiri.com
XT Ekkamai โครงการคอนโดมิเนียมระดับ High Rise ย่านเอกมัย จาก Sansiri ร่วมกับ Tokyu Corporation ที่อยู่บนซอยเอกมัย ตัวโครงการมีทั้งหมด 537 ยูนิต รวม 38 ชั้น ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS เอกมัย มีการออกแบบจากความเข้าใจในชีวิต สู่การดีไซน์ที่อยู่อาศัย ที่ใช้ชีวิตให้สุด สนุกตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ณ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ในแบบของคุณ ซึ่งคอนโดมิเนียมแบ่งห้องออกเป็น
1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 29.75-38 ตร.ม. 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 45-57 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท
ความเป็นไปของ เอกมัย
ในอนาคต ถึงแม้ว่าการเจริญเติบโตของย่านเอกมัยจะไม่ได้มีการก้าวกระโดดมากนัก แต่เราเชื่อว่าเอกมัยจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ รวมทั้งมีธุรกิจมากมายอย่างร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรืออสังหาฯ จากนักลงทุนเจ้าต่าง ๆ ที่จะผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติด้วยราคาที่อาจสูงขึ้นเรื่อย ๆ
และถ้าใครสนใจอสังหาฯ มือสองคุณภาพดี แต่ราคาไม่แพง ย่านเอกมัย ก็สามารถค้นหาใน Kaidee Property ได้เช่นกัน
อ่านบทความ รีวิวอสังหาฯ
Sep 24, 2021 | บทความอสังหาฯ
นิติบุคคลคอนโดฯ หรือนิติบุคคอาคารชุด เป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ช่วยดูแลความเรียบร้อยภายในคอนโดให้อยู่ในสภาพที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยและทำให้การอยู่ร่วมกันของผู้เช่าหรือเจ้าของห้องเป็นไปโดยราบรื่น
โดยนิติบุคคลคอนโดนั่นจะเป็นใคร มีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไร Kaidee รวบรวมมาให้อ่านในบทความนี้แล้ว
นิติบุคคลคอนโดคือใคร
เนื่องจากคอนโดหรือภาษาทางการเรียกว่า “อาคารชุด” นั้นเป็นอาคารที่บุคคลสามารถแยกการถือกรรมสิทธิ์เป็นส่วนๆ ได้ เรียกว่า “กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล” หมายความว่า ถ้าเราซื้อคอนโด 1 ห้อง เราก็จะมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดนั้นๆ ได้เลย
กับอีกส่วนเรียกว่า “กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนกลาง” หมายถึงบรรดา Facilities หรือพื้นที่สาธารณะต่างๆ ภายในคอนโดที่เจ้าของห้องชุดทุกคนใช้งานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นล็อบบี้ ลิฟต์ สระว่ายน้ำ ที่จอดรถ ฯลฯ ซึ่งกฏหมายกำหนดให้ต้องมีกลุ่มคน สำนักงาน หรือ “นิติบุคคลอาคารชุด” เข้ามาจัดการและดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการจัดหานิติบุคคลคอนโดจะเริ่มขึ้นเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดห้องแรก ซึ่งส่วนมากผู้พัฒนาโครงการหรือดีเวลอปเปอร์จะเป็นผู้คัดเลือกและจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลฯ ชุดแรกไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมี ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือกลุ่มบุคคล องค์กร (นิติบุคคล) ก็ได้ เป็นผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคลอาคารชุดนั้นๆ
หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้จัดการนิติบุคคลคอนโด
งานบริหารจัดการของนิติบุคคลคอนโดที่ทำในนามของผู้จัดการนิติฯ มีหน้าที่ความรับผิดชอบอยู่ 5 ส่วนงานหลักๆ ได้แก่
การดูแลทรัพย์ส่วนกลาง
ถือเป็นเนื้องานหลักของผู้จัดการนิติบุคคลฯ เลยก็ว่าได้ โดยการดูแลทรัพย์ส่วนกลางนั้นครอบคลุมตั้งแต่การดูแลภาพรวมของอาคารและพื้นที่ที่เป็นส่วนกลาง อาทิ ล็อบบี้ โถงทางเดิน ที่จอดรถ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งต้นไม้ในสวน ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและดูดี ไปจนถึงการบำรุงรักษางานระบบให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไล่ตั้งแต่ระบบน้ำดี ระบบน้ำเสีย ระบบไฟส่องสว่าง ระบบลิฟต์ การจัดการขยะ ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยได้มากที่สุด ตลอดจนดูแลความเรียบร้อยต่างๆ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น
เรียกเก็บค่าส่วนกลาง
เพื่อทำนุบำรุงพื้นที่ส่วนกลางคอนโดให้น่าอยู่น่าใช้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องมีการเรียกเก็บค่าส่วนกลาง ซึ่งทางโครงการอาจเรียกเก็บเป็นรายเดือนหรือรายปีก็ได้ รวมถึงค่ากองทุนส่วนกลางที่เรียกเก็บเพียงครั้งเดียวจากเจ้าของห้องซึ่งถือเป็นเจ้าของร่วม โดยผู้ทำหน้าที่เรียกเก็บเงินจำนวนนี้ก็คือผู้จัดการนิติบุคคลคอนโดนั่นเอง สำหรับเงินส่วนกลางนี้มากกว่าครึ่งจะถูกใช้ไปกับการจ่ายค่าจ้างบุคคลากรที่ดูแลคอนโดทั้งหมด รองลงมาคือค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟที่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด
นอกจากนี้ผู้จัดการนิติบุคคลคอนโดยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บค่าใช้จ่ายบางอย่างจากลูกบ้าน เช่น ค่าน้ำประปา ค่าใช้บริการ Conciege หรือค่าแม่บ้านทำความสะอาดห้องได้อีกด้วย
ควบคุมดูแลการใช้ประโยชน์
ผู้จัดการนิติบุคคลฯ ยังทำหน้าที่ควบคุมดูแลการใช้ประโยชน์ทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและภายในห้องชุดเพื่อให้การอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากเป็นไปอย่างสงบสุข และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติอาคารชุด ข้อบังคับและระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุดหรือมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม
จัดประชุมเจ้าของร่วมตามวาระต่างๆ
หน้าที่หลักๆ สุดท้ายของนิติบุคคลฯ คือการจัดประชุมกับเจ้าของร่วมตามวาระต่างๆ ทั้งในระดับประชุมย่อยและประชุมใหญ่ รวมถึงติดตามงานต่างๆ ตามข้อบังคับในทางกฎหมาย ซึ่งหนึ่งในการจัดประชุมที่สำคัญลำดับต้นๆ คือการประชุมเพื่อสรรหา “คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด” ที่มาจากตัวแทนของลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมนั่นเอง
คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด
ความรับผิดชอบต่างๆ ของผู้จัดการนิติบุคคลฯ หากทำได้อย่างดีก็จะสะท้อนออกมาผ่านสภาพแวดล้อมต่างๆ คอนโด รวมถึงความพึงพอใจจากผู้อยู่อาศัยที่อาจมอบความไว้วางใจให้ผู้จัดการนิติฯ ช่วยทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น เป็นนายหน้าในการขาย-ปล่อยเช่าห้อง หรือบางครั้งก็ช่วยเป็นหูเป็นตา ฝากกุญแจห้องเพื่อให้ช่างซ่อมบำรุงเข้าไปปรับปรุงห้องขณะที่ตัวเองไม่สามารถมาดูหน้างานได้ เป็นต้น
และเพื่อให้การทำหน้าที่ของผู้จัดการนิติฯ อยู่ในกรอบที่เหมาะสมจึงต้องมีหน่วยงานตรวจสอบหรือที่เราเรียกว่า “คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด” นั่นเอง ซึ่งจะประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 9 คน แต่งตั้งโดยที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม และกรรมการแต่ละชุดจะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยมีอำนาจครอบคลุมในหลายมิติ อาทิ
ควบคุม และตรวจสอบการบริหารจัดการของผู้จัดการนิติฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของลูกบ้านคอนโดให้ได้มากที่สุด มีอำนาจในการวินิจฉัยเรื่องราว คำร้องต่างๆ และตัดสินใจต่อปัญหาขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดในคอนโด มีอำนาจพิจารณาและอนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อใช้ปรับปรุงหรือบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลาง มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายให้ผู้จัดการนิติฯ เพื่อไปปฏิบัติภายใต้ขอบเขตของกฏหมาย เป็นต้น
นอกจากการตรวจสอบโดยคณะกรรมการนิติฯ แล้ว ลูกบ้านที่อยู่อาศัยในฐานะ “เจ้าของร่วม” ก็มีหน้าที่ตรวจตราการบริหารงานของนิติบุคคลคอนโดได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งหากพบว่ามีการทำงานบกพร่อง หรือมีการทุจริตที่ส่งผลต่อลบคอนโด ก็สามารถใช้สิทธิ์เรียกร้องให้มีประชุมเจ้าของห้องร่วม เพื่อให้ผู้จัดการนิติฯ ชี้แจงได้ และหากผลการชี้แจ้งไม่สมเหตุสมผล หรือส่อไปในทางมิชอบ เจ้าของร่วมทุกคนก็สามารถยื่นเรื่องต่อที่ประชุมเพื่อมีมติถอดถอนผู้จัดการนิติบุคคลฯ นั้นได้เช่นกัน
สรุปความสำคัญของนิติบุคคลคอนโด
นิติบุคคลคอนโดถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่ทุกคอนโดต้องมี ไม่เพียงเป็นไปตามพระราชบัญญัติอาคารชุดที่กำหนดให้เจ้าของโครงการนั้นๆ ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อทำหน้าที่ดูแลจัดการรักษาทรัพย์ส่วนกลางเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการป้องกันสิทธิในการใช้ทรัพย์ส่วนกลางให้เท่าเทียมกันทุกราย มิให้เจ้าของร่วม หรือผู้อยู่อาศัยคนใดคนหนึ่งเข้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลางอย่างไม่เป็นธรรมหรือเกินขอบเขตในกรรมสิทธิ์ส่วนตัวอีกด้วย หรืออาจกล่าวง่ายๆ ว่า นิติบุคคลคอนโดก็คือตัวกลางที่จะประสานให้การอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากภายในคอนโดเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการใช้ชีวิตได้อย่างผาสุขนั่นเอง
Sep 23, 2021 | บทความอสังหาฯ
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ความเพียบพร้อมของ Landmark@Grand Station ไม่ได้โดดเด่นแค่ความเป็น “ICONIC แห่งใหม่ในย่านรามอินทรา” ที่จัดเต็มด้วยสถานที่อำนวยความสะดวก และสถานที่สำคัญต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตคุณสะดวกและง่ายขึ้นเท่านั้น
ในแง่ของที่อยู่อาศัย โครงการนี้ยังเติมเต็มในทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ให้คุณได้พักทั้งกายและใจอย่างมีอิสระ เรียกว่า “เป็นตัวเองได้มากที่สุด” กับห้องพักหลากหลายสไตล์ มีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบหลัก ได้แก่ Flexi, Eco และ Grand ซึ่งในรูปแบบหลักมีแบ่งย่อยๆ ให้ตรงใจคุณกว่าเดิมกับ 4 ไลฟ์สไตล์ Residential, Co-Living, Pet Lover และ Elder (เฉพาะห้อง Grand)
ที่สำคัญทุกห้องพักของ Landmark@Grand Station ล้วนอยู่ภายใต้คอนเซปต์ “คอนโด 2 ชั้น เพดานสูง สไตล์ MOFF”
ได้ยินคำว่า MOFF แล้ว หลายคนคงมีคำถามในใจ สไตล์ MOFF คืออะไร?
เจ๋งกว่าคอนโดฯ เพดานสูงอื่นๆ ที่เคยได้ยินมาอย่างไร?
แน่นอนว่าเราเตรียมคำตอบไว้คุณแล้ว ตามมาค่ะ!
ไขปริศนาหายคาใจ : Duplex, Loft, MOFF ต่างกันไหม?
ก่อนจะว่าด้วยเรื่อง MOFF Style ของ Landmark@Grand Station เราขอพาทุกคนทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กับเกี่ยวกับคอนโดเพดานสูง 2 ชั้น ซึ่งปัจจุบันมีคำเรียกในตลาดค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Duplex, Loft และ MOFF
หากพูดเชิงภาพรวมแบบกว้างๆ ทั้ง 3 คำ ในเชิงของรูปแบบแทบไม่ต่างกัน ทุกคำล้วนสื่อถึงคอนโดเพดานสูง 2 ชั้น ทว่าสไตล์ Duplex ให้ความเป็น 2 ชั้นที่สมบูรณ์แบบสุด เป็นขั้นกว่าของห้องแบบ Loft และ MOFF ทั้งเรื่องพื้นที่ 2 ชั้นแบบเป็นสัดส่วนชัดเจน ให้พื้นที่โปร่งโล่งกว่า รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ต้องเป็นไปตามหลักกฎหมาย เพราะเป็นห้องแบบ 2 ชั้นจริงจัง
Duplex Style
คอนโดสองชั้นเต็มรูปแบบ ฟูลออปชันด้วยพื้นที่อันกว้างขวางและโปร่งโล่ง ด้วยความสูงเพดาน (Double space) ซึ่งส่วนใหญ่ให้มาที่ชั้นละ 2.60 เมตร ฟีลเสมือนอยู่บ้าน มีหน้าต่างบานใหญ่ พร้อมระเบียงที่กว้างขวางให้คุณรับลมชมวิว ปลูกต้นไม้ รวมถึงประตูเข้าออกทั้งสองชั้น ติดตรงราคาค่อนข้างสูง
Loft and MOFF Style
ความที่คอนโดฯ เพดานสูงเป็นที่ต้องการในตลาด แต่ด้วยราคาที่บางคนมองว่าเกินเอื้อม รูปแบบคอนโดสไตล์ Loft และ MOFF จึงเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนงบน้อย แต่อยากได้พื้นที่มากขึ้น แม้พื้นที่และการใช้งานอาจจะไม่ได้ Fully เท่า Duplex แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ห้องสไตล์นี้ค่อนข้างได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ดี ในแง่ของทางกฏหมายนั้น ตัวชั้นสองของห้องสไตล์นี้ ไม่นับเป็นพื้นที่ก่อสร้างและไม่รวมอยู่ในโฉนด เป็นเพียง “เฟอร์นิเจอร์ชั้นลอย” ที่ทำขึ้นมาเพื่อเพิ่มที่ใช้สอยในห้อง ส่งผลให้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาจจะไม่จัดเต็มเท่าที่ควร อย่าง บันได พื้นที่ใช้สอย ความสูงเพดานที่จำกัดกว่า ประตูเข้าออกทางเดียว ฯลฯ
รู้ไว้ใช่ว่า! ข้อดี-ข้อเสียคอนโด Loft Style
เข้าใจความหมายกันไปคร่าวๆ แล้ว ทีนี้มาดูข้อดีข้อเสียคอนโดสไตล์ Loft กันหน่อย ความที่งบต่างๆ ถูกจำกัดจาก Duplex พอสมควร มาดูกันว่ามีสิ่งไหนถูกลดทอนลงไป จุดไหนน่าพึงพอใจ อย่าลืมว่าของทุกอย่างบนโลกนี้มีดีมีเสียแตกต่างกันไป อยู่ที่ว่าสิ่งไหนจะใช่ตัวคุณมากที่สุด
Tips : ความที่คอนโดสไตล์ Duplex ค่อนข้างสมบูรณ์ในความเป็นคอนโดฯ สองชั้น ข้อดีข้อเสียจึงต่างจากน้องเล็กอย่าง Loft และ MOFF เหตุที่เราหยิบยกห้องแนวลอฟต์มาแจกแจง เนื่องด้วยเป็นที่นิยมในตลาด หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ส่วน MOFF Style by Landmark@Grand Station จะเป็นอย่างไรนั้น คำตอบรอคุณอยู่ย่อหน้าถัดๆ ไปค่ะ
ข้อดี – คอนโด Loft Style
พื้นที่ใช้สอยในห้องเพิ่มขึ้น
จุดแข็งของคอนโดเพดานสูงหลักๆ หนีไม่พ้นเรื่อง “พื้นที่ใช้สอย” หลายคนมองว่าจ่ายในราคาเท่ากัน ทว่าห้องสไตล์นี้ให้พื้นที่ใช้งานที่มากกว่า อยู่ไปนานๆ แล้วไม่น่าเบื่อ ให้ความอุ่นใจเหมือนอยู่บ้านมากกว่าอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม เพราะได้ทั้งพื้นที่ส่วนกลาง Common Area แบ่งเป็นสัดส่วน มีความเป็นส่วนตัวกว่า
ประหยัดค่าส่วนกลาง จ่ายในราคาเท่าเดิม
ข้อดีส่วนนี้พูดถึงห้องเพดานสูง Loft and MOFF Style เท่านั้น ปกติแล้วทางโครงการส่วนใหญ่จะคิดค่าส่วนกลางเฉพาะพื้นที่ชั้น 1 เท่านั้น ไม่คิดพื้นที่ชั้น 2 (ชั้นลอย) ยึดตามพื้นที่จริงซึ่งปรากฏในโฉนดเท่านั้น เท่ากับว่าเราได้พื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่ไม่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางเพิ่มนั่นเอง
ข้อเสีย – คอนโด Loft Style
สิ่งแรกที่หลายๆ คนค่อนข้างกังวลใจเกี่ยวกับคอนโด 2 ชั้น หนีไม่พ้นเรื่อง “ห้องน้ำ” ซึ่งตามปกติแล้วมักจะมีให้เพียงห้องเดียวบริเวณชั้นล่าง อาจจะต้องเดินขึ้นลงบันไดบ่อยหน่อย อาจะเป็นจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ได้ ยิ่งถ้าใครตั้งใจซื้อเพื่ออยู่ในระยะยาว เมื่ออายุเยอะขึ้นเรื่อยๆ อย่าลืมพิจารณาจุดนี้ด้วย
ความที่ชั้นสองของคอนโด Loft Style ถูกนิยามทางกฏหมายให้เป็นเพียง “ชั้นลอย” ดังนั้นพื้นที่เพดานชั้นสอง จึงไม่มีความสูงที่ตายตัวเหมือนห้องแบบ Duplex ที่ต้องสูงขั้นต่ำ 2.4 เมตร ทำให้คอนโดบางแห่งอาจจะให้ความสูงมาแค่ 1.5 เมตร ก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่นั่นก็เป็นปัจจัยที่อาจจะทำให้เราอึดอัดได้ในระยะยาว
เหนือกว่า คุ้มกว่าในทุกมิติ! กับ MOFF Style
by Landmark@Grand Station
แจกแจงข้อดีข้อเสียของห้องสไตล์ Loft กันไปเป็นข้อๆ เรียบร้อย
หลายคนคงสงสัยว่า แล้วห้อง MOFF Style ของ Landmark@Grand Station เป็นอย่างไร? มีจุดไหนที่เจ๋งกว่า?
ขออธิบายง่ายๆ เลยแล้วกันว่า
“ MOFF Style” ของโครงการนี้ คือขั้นกว่าของคำว่า Loft ในทุกมิติ ทุกห้องใน Landmark@Grand Station จะพาคุณเปิดประสบการณ์ใหม่ ของคอนโดสอง 2 ชั้น ที่ไม่มีที่ไหนให้คุณได้! ในทำเลศักยภาพติดรถไฟฟ้าเพียง 450 เมตร
สองข้อจำกัดหลักอย่าง “ห้องน้ำห้องเดียวและเพดานชั้นสองแคบ”
สองปัญหาดังกล่าว Siamese Asset อุดรอยรั่วให้ลูกบ้านครบถ้วนแบบเฉียบคม และแน่นอนว่ายังคงจุดแข็งเรื่องพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น ในราคาขายและราคาส่วนกลางเท่าเดิม
ห้องน้ำสองห้อง (ชั้นละห้อง)
ทุกห้องในโครงการนี้เป็นแบบ MOFF Style ที่มาพร้อมห้องน้ำสองห้อง ด้านล่างเป็นห้องน้ำหลักที่ใช้อาบน้ำและทำธุระส่วนตัวได้ปกติ ส่วนห้องน้ำชั้นสองใช้ทำธุระส่วนตัวได้อย่างเดียว (อาบน้ำไม่ได้) ให้คุณปลดปล่อยความทุกข์ได้อย่างสำราญใจทั้งสองชั้น
ทั้งยังเติมเต็มให้ชีวิตคุณสะดวกสบายกว่าเดิม ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดให้เหนื่อย เหมาะกับคนที่ตั้งใจซื้ออยู่นานๆ ไปถึงบั้นปลายชีวิต ไม่ต้องกังวลว่าอายุมากขึ้นแล้วจะขึ้นลงไม่ไหว ส่วนความกว้างของห้องน้ำนั้น แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทห้อง แถมในแต่ประเภทยังมีรูปแบบย่อยๆ แยกออกไปอีก 4 ไลฟ์สไตล์ (Residential, Co-Living, Pet Lover และ Elder (เฉพาะห้อง Grand)
เพื่อให้เห็นภาพและคุณผู้อ่านจินตนาการตามไปพร้อมกันได้ เราขอยกเอาห้องน้ำขนาดมาตรฐาน (ชั้นแรก) ของทั้ง 3 ห้องประเภทหลักมาให้ดูกัน
ขนาดห้องน้ำ Flexi Type : กว้าง 5 X ยาว 4.8 เมตรขนาดห้องน้ำ Eco Type : กว้าง 4.1 X ยาว 6 เมตรขนาดห้องน้ำ Grand Type : กว้าง 5.5 x ยาว 5.55 เมตร
เพดานชั้นสองสูงสุด 2.45 เมตร
อีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนกังวลใจไม่แพ้กัน คือเรื่องความสูงของเพดานของคอนโด 2 ชั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสูง 1.5 เมตร ที่หลายๆ Developer หลายเจ้าให้มา ได้ทำลายความคล่องตัวในชีวิตให้เราหายไป คงไม่มีใครเอ็นจอยกับการตื่นนอนมาด้วยความกระปรี้กระเปร่า แล้วต้องระแวดระวังว่าหัวจะชนเพดานไหม
ในระยะสั้นสิ่งเหล่านี้อาจถูกมองว่า เป็นเรื่องจุกจิกที่พอมองข้ามได้ แต่ในระยะยาวแล้ว ทาง Landmark@Grand Station กลับคิดว่าไม่เป็นเช่นนั้น
ความสูงของเพดานชั้นสองที่โครงการนี้ให้เรามานั้น มีด้วยกันทั้งหมด “2 ขนาด” เริ่มจากขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 2.35 เมตร ส่วนชั้นล่างสูง 1.8 เมตร และขนาดสุดท้ายที่ให้มาแบบโอ่โถงปังๆ ในตัวเลข 2.45 (ชั้นล่างสูง 2.45 เมตร) ยิ่งพอเทียบกับค่าเฉลี่ยความสูงคนไทย (ชาย-หญิง) อยู่ที่ 164 เซนติเมตร* หักลบดูแล้วถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีงามเลย
อย่างน้อยเวลามั่นใจก็เชิดหน้าได้อย่างอกผายไหล่ผึ่ง หรือยืนตัวตรงส่องกระจกยิ้มได้สบายใจแบบไม่ต้องกลัวหัวชนเพดาน
อ้างอิงจาก : สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระหว่างปี 2557-58*
ราคา ค่าส่วนกลางและขนาดห้องพัก Landmark@Grand Station
แม้โครงการนี้ จะให้ความสะดวกสบายที่เหนือกว่าคอนโดเพดานสูงเจ้าอื่นๆ ทว่าราคาเริ่มต้นกลับอยู่ที่ 2.39 ล้านบาท** ซึ่งเมื่อพิจารณาจากปัจจัยเรื่องทำเลที่อยู่ติดรถไฟฟ้าเพียง 450 เมตร และ 500 เมตรจากห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ในฐานะโครงการสไตล์ Mix-use ด้วยแล้ว ถือว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่าน่าคบหา (Segment เดียวกัน ราคานี้หาได้น้อยมาก!)
ไหนจะความแข็งแกร่งของ “ทำเลศักยภาพย่านรามอินทรา” อย่าลืมว่า รามอินทราเป็นหนึ่งในถนนสายหลักของกรุงเทพฯ ซึ่งแต่ละปีราคาประเมินที่ดินทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงตอนนี้อยู่ราวๆ ตารางวาละ 95,000-100,000 บาท ไหนจะการมาของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่กำลังจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปีหน้า
จะซื้อไว้ลงทุนไว้อยู่เอง ปล่อยเช่าหรือขายต่อในอนาคต ก็น่าจะทำกำไรได้แบบสบายๆ ที่สำคัญในราคานี้ คุณสามารถเลือกห้องที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ได้แบบไร้ข้อจำกัด ด้วยจำนวนห้องที่ Kaidee มีให้คุณเลือกมากกว่าใคร ถูกใจวิวมุมสูงห้องไหน ชอบชั้นไหน อยากได้มุมไหน เราก็ให้คุณได้ทุกความต้องการ
Flexi 1 Bedroom 24 SQ.M., USABLE AREA 38.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท** Eco 1 Bedroom, 24.5 SQ.M., USABLE AREA 39.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.79 ล้านบาท** Grand 2 Bedroom, 30.50 SQ.M., USABLE AREA 49.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 3.59 ล้านบาท**
ราคาประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม. ทั้งโครงการ รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด ค่าส่วนกลาง : 55 บาท/ตร.ม./เดือน (ทั้งหมดเก็บล่วงหน้า 1 ปี) ค่ากองทุน : 600 บาท/ตร.ม. (เก็บครั้งเดียว) **ข้อมูลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณธิติพัทธ์ 065-5203436 / Tithiphat Tel : 065-5203436
Landmark@Grand Station ให้คุณเป็นคุณ! ในทุกไลฟ์สไตล์
ความปัง ความเจ๋งของห้องสไตล์ MOFF ในโครงการนี้ ไม่ได้จบลงเพียงสองเรื่องด้านบน
“ครบครันในทุกไลฟ์สไตล์”
เป็นหนึ่งสิ่งสำคัญที่ห้องเพดานสูงของ Landmark@Grand Station สามารถตอบโจทย์ชีวิตคุณได้อย่างยอดเยี่ยม
อย่างที่บอกเราไปตั้งแต่ช่วงแรกว่าทุกห้องของโครงนี้ มีแยกย่อยไปตามการใช้ชีวิตของผู้เข้าพัก ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักสัตว์ เป็นกลุ่มครอบครัวใหญ่ที่มีผู้สูงอายุ หรือหลงใหลในการทำอาหาร ที่นี่ก็มีให้ทั้งครัวไทย Outdoor และครัวนอก ฯลฯ
ด้วยความต้องการที่แตกต่างกันของลูกบ้าน ห้องแต่ละ Type ในแลนมาร์ก จึงมีดีไซน์ที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตรงใจมากที่สุด แม้จะเป็นห้องประเภทย่อยแบบเดียวกัน ทว่าเต็มไปด้วยฟังก์ชันยิบย่อย รวมถึงการจัดวางพื้นที่ในตำแหน่งที่แตกต่างกันออกไป
นับเป็นดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่ยิ่งใหญ่ของ Landmark@Grand Station by Siamese Asset ที่น่าประทับใจ ด้วยราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท** คุ้มค่าแบบนี้ จะอดใจไม่ซื้อยังไงไหว! พิเศษสุดวันนี้ ลงทะเบียนรับโปรปังๆ ราคานี้ ที่คลิปด้านล่างเลย!