Aug 10, 2021 | บทความยานยนต์
กลับมาอีกครั้งหนึ่งกับ Honda Civic ใหม่ ซึ่งการมาในครั้งนี้ก็มาถึงเจเนอเรชันที่ 11 เข้าไปแล้ว มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ที่เป็น “สปอร์ตพรีเมียมซีดาน” ที่แรง เร้าใจกับขุมพลังของเครื่องยนต์ VTEC TURBO ต้องขอบอกเลยว่าเจเนอเรชันก่อนนั้นชิดซ้ายไปเลย นอกจากนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง Kaidee Auto จะมาอัปเดตให้!!
หมัดฮุกใน Honda Civic เจเนอเรชัน 11
เพิ่งเปิดตัวกันไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัว Honda Civic ใหม่ ที่ก้าวเข้าสู่ เจเนอเรชัน 11 มาดูกันเลยว่าจะมีอะไรบ้างที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นก่อน
1. ภายนอก – ภายในดีไซน์ใหม่
เป็นจุดชูโรงของทาง Honda เลยก็ว่าได้ที่มีการปรับลุคใหม่ ให้กลายมาเป็นรถดีไซน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นสไตล์ “สปอร์ตพรีเมียม” อย่างลงตัวในทุก ๆ มุมมองของรถ อีกทั้งยังมีรุ่น RS ที่ความพิเศษเพิ่มเติมด้วยการตกแต่งให้รถยนต์คุมโทนสีดำ มาพร้อมปลอกท่อไอเสียคู่ เพิ่มความโฉบเฉี่ยวและดุดันยิ่งขึ้น
2. เครื่องยนต์ใหม่ เล็กลงแต่แรงกว่าเดิม
เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ Honda ทำมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ Honda Civic เจเนอเรชันก่อน รวมไปถึงรถยนต์รุ่นพี่อย่าง Honda Accord นั่นก็คือการ “Downsizing Engine” หรือให้เรียกกันง่าย ๆ เป็นการลดขนาดของเครื่องยนต์ให้เล็กลง แต่ยังคงได้สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ดีกว่าเดิม การทำแบบนี้ก็เพื่อการประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด อีกทั้งยังสามารถลดมลพิษที่รถยนต์นั้นปล่อยออกมาได้อย่างมหาศาล เช่นเดียวกับในครั้งนี้ Honda Civic มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่อย่าง
เครื่องยนต์ DOHC VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร รองรับพลังงานทางเลือก E85
3. สุดยอดโหมดการขับขี่สุดเร้าใจ
โหมดการขับขี่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ดั่งใจ ในทุกไลฟ์สไตล์ มีมาให้เลือกด้วยกันถึง 3 โหมด
ECON Mode – โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นNormal Mode – โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไปSport Mode – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่การทำงานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ (เฉพาะรุ่น RS)
4. เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสุด Honda SENSING
เทคโนโลยีที่จะมาช่วยเพิ่มความปลอดภัย Honda SENSING นั้นจะทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้ารถ ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบเหล่านี้
ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้า ที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ระบบเตือนและช่วยควบคุม เมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) ใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
5. ความสะดวกสบายภายใน
Credit : Honda Thailand
หมดห่วงเรื่องความสะดวกสบาย เพราะ Honda Civic เจเนอเรชัน 11 มากับมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา และ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน
6. ระบบใหม่!! Honda Smart Key Card
Credit : Honda Thailand
กุญแจรถแบบใหม่สไตล์หรู พกไปไหนมาไหนต้องมีคนถาม!! แถมสะดวกในการพกพาอีกด้วย ความสวยงามอย่างลงตัวในทุกการแต่งตัวของผู้ขับขี่ พร้อมกับฟังก์ชันที่ยอดเยี่ยมให้คุณล็อกและปลดล็อกได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังมีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท
ราคาขายของ Honda Civic เจอเนอเรชัน 11
ในครั้งนี้ Honda Civic ใหม่ มีให้เลือกด้วยกันอยู่ 3 รุ่นย่อย ได้แก่
Honda Civic รุ่น ราคาขาย Honda Civic EL 964,900 บาท Honda Civic EL+ 1,009,900 บาท Honda Civic RS 1,199,900 บาท
พร้อมสีของรถที่มีให้เลือกถึง 6 สี (ใส่รูปสีรถแต่ละสี)
Morning Mist Blue Metallic Platinum White Pearl Crystal Black Pearl Ignite Red Metallic Lunar Silver Metallic Meteoroid Gray Metallic Credit : Honda Thailand
ยลโฉม Honda Civic เจเนอเรชัน 11
Credit : Honda Thailand
สรุปบทความ Honda Civic ใหม่ดีไซน์สปอร์ตซีดาน
เปิดตัวมาให้เห็นกับความงามและเทคโนโลยีสุดล้ำในครั้งนี้ มีความพิเศษที่นอกเหนือจากดีไซน์และจะไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจนั่นก็คือ Honda Smart Key Card ที่ต้องบอกเลยว่า สวยจริง ๆ และยังสามารถสั่งการในเรื่องของสตาร์ทรถพร้อมกับการเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้สามารถขึ้นรถและพร้อมที่จะขับขี่ได้ในทันที ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีในเรื่องของความสะดวกสบายที่มีมาให้อย่างจัดหนักจัดเต็มจนลืมเวลาไปเลย เพื่อคุณได้นั่งอยู่หลังพวงมาลัยบนรถยนต์ Honda Civic เจอเนอเรชัน 11
ถ้าหากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังมองหารถยนต์อย่าง Honda Civic แล้วล่ะก็ Kaidee Auto ตอบโจทย์สิ่งที่คุณกำลังมองหา เพราะที่นี่มีรถยนต์ทั้งใหม่และเก่ามากมายที่ตรงกับใจของคุณ พร้อมกับราคาที่คุณเลือกเองได้ ติดต่อผู้ขายก็แสนง่าย นัดดูรถก่อนการตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย ลองเลย!! “เพียงคลิกปุ่มข้างล่าง”
Aug 10, 2021 | บทความยานยนต์
ถ้าหากจะพูดถึงรถกระบะสักคัน ยี่ห้อแรก ๆ ที่คิดกันขึ้นมาได้ก็คงจะหนีไม่พ้น Isuzu D-Max 2021 ที่เป็นรถกระบะขวัญใจชาวไทย ด้วยความอึด ถึก และบึกบึนของตัวรถ ส่งให้รถยนต์รุ่นนี้เอาชนะใจใครก็ตามที่ได้ลองและชื่นชอบในรถยนต์ที่มีสมรรถนะอันยอดยี่ยม แต่นอกจากนี้มันมีอะไรบ้างล่ะ ที่ทำให้เป็นที่รักของเหล่าหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบรถกระบะ เดี๋ยวเราจะมาดูกัน
ทำไม Isuzu D-Max 2021 ถึงเป็นขวัญใจคนไทยกัน?
Credit : Isuzu Thailand
ถ้าหากพูดกันตรง ๆ รถกระบะไหนเล่าจะได้ความนิยมเท่ากับ Isuzu D-max หากลองมองไปตามท้องถนนก็จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า รถยนต์รุ่นนี้มีอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ ที่ทาง Isuzu นั้นเน้นเป็นจุดขาย และทำให้มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะออกรุ่นไหนมา ก็จะเน้นทั้ง 4 ด้านนี้อยู่เสมอ ไม่เคยจางหายไปไหน คือ
1. ประหยัดน้ำมันอย่างแท้จริง
เห็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนต่างเลือกซื้อ Isuzu D-max 2021 เลยก็ว่าได้ เพราะคนที่ซื้อรถยนต์รุ่นนี้มักจะให้ความสำคัญในเรื่องของการบรรทุกของ ซึ่งทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นพ่อค้าหรือแม่ค้า ที่ต้องการขนส่งของไปส่งตามที่ต่าง ๆ การที่รถนั้นประหยัดน้ำมันได้เยอะ นั่นหมายความต้นทุนในการขนส่งแต่ละครั้งก็จะลดตามลงไปด้วยนั่นเอง
2. ศูนย์บริการที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
จุดขายอีกอย่างของ Isuzu เลยคือเรื่องของศูนย์การให้บริการที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าจะไปจังหวัดไหนก็มีพร้อมให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรถยนต์ หรือแม้กระทั่งบริการซ่อมและจัดหาอะไหล่ อีกทั้งการบริการที่ดีจนได้ยินเสียงจากเหล่าผู้บริโภคว่า Isuzu นั้น “ดูแลลูกค้าด้วยใจอย่างแท้จริง”
3. อึด ถึก ทน ไม่งอแง
ด้วความที่เป็นรถกระบะ ใครเล่าจะไม่ต้องการความอึด ถึก ทน ซึ่ง Isuzu D-Max 2021 หรือรุ่นก่อนหน้า ก็สามารถทำมาได้อย่างดีเยี่ยมเสมอมา วิ่งได้ระยะทางที่ไกล แถมเครื่องยนต์ไม่ค่อยมีปัญหา ทำให้ครองใจใครหลาย ๆ คน เพราะซื้อครั้งเดียวใช้ได้อีกนานหลายปี เรียกได้ว่าคุ้มค่าจริง ๆ
4. รุ่นย่อยเยอะ จนจำกันไม่หมด
โดยปกติแล้วเราก็จะเห็นรถยนต์แต่ละรุ่นที่ออกมาก็จะมีรุ่นย่อยเต็มที่ได้เกิน 5-7 รุ่นย่อย แต่ขอบอกเลยว่ากฎเกณฑ์นี้ใช้กับ Isuzu D-Max 2021 ไม่ได้จริง ๆ เพราะมีให้เลือกถึง 41 รุ่นย่อย (จะเยอะไปไหนเนี่ย!!) ที่เค้ามีให้เลือกเยอะขนาดนี้ เพราะแต่ละคนมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน การออกรุ่นย่อยออกมาก็เพื่อทำให้ตอบโจทย์ความต้องให้กับลูกค้าทุกคนนั่นเอง
รถยนต์ Isuzu D-Max 2021 มีอะไรใหม่!!
Credit : Isuzu Thailand
1. รูปลักษณ์ใหม่ เท่ ดุกว่าเดิม
ภายใต้คอนเซ็ปต์ของ Isuzu ที่ว่า พลานุภาพ พลิกโลก (Infinite and Potential) ก่อเกิดมาเป็นรูปลักษณ์อันโดดเด่นเหนือใครในบรรดารถกระบะ ด้วยดีไซน์แบบใหม่ทั้งหมด จากกระจังหน้าสู่ไฟท้าย ทำให้ภาพลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด มีความทันสมัยขึ้น อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการออกแบบให้รถนั้นมีแอโรไดนามิกที่ยอดเยี่ยม ทะลุผ่านอากาศได้ดุจหอกที่แหลมคม
2. รุ่นให้เลือกเยอะ
ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่เกิดมา ก็ไม่เคยเห็นการแยกรุ่นย่อยของรถที่มีเยอะขนาดนี้มาก่อน และไม่คิดว่าจะมีใครที่กล้าทำแบบนี้อีกด้วย แต่ผิดกับ Isuzu D-Max 2021 เพราะเค้ามีให้เลือกถึง 5 รุ่นหลัก และ 41 รุ่นย่อย ซึ่งมีให้เลือกแบบไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว เดี๋ยวจะมาดู 5 รุ่นหลักกันก่อนว่ามีรุ่นอะไรบ้าง
All new Isuzu D-Max X-series โดยมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 5 รุ่นย่อย All new Isuzu D-Max V-Cross 4×4 โดยมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 4 รุ่นย่อย All new Isuzu D-Max 4 Doors โดยมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 12 รุ่นย่อย All new Isuzu D-Max 2 Doors โดยมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 11 รุ่นย่อย All new Isuzu D-Max Spark โดยมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 9 รุ่นย่อย
ซึ่งในแต่ละรุ่นนั้นจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ
เครื่องยนต์ 1.9 กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน–เมตร ที่ 1,800–2,600 รอบ/นาที เครื่องยนต์ 3.0 กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน–เมตร ที่ 1,600–2,600 รอบ/นาที
3. ราคาย่อมเยาว์
จากรุ่นย่อยที่มีอยู่มากมายทำให้ราคาเริ่มต้นของ Isuzu D-Max 2021 นั้นไม่แพงอย่างที่คิด เพราะราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 510,000 บาทเท่านั้น!! ซึ่งถือว่าถูกเอามาก ๆ หากเทียบกับกระบะเจ้าอื่น ๆ ที่ราคาเริ่มต้นก็เกือบล้านเข้าไปแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละรุ่นจะมีราคาเท่าไรกันบ้าง
รถยนต์ Isuzu D-Max 2021 ถูกใจสายไหนบ้าง
ด้วยการทำการตลาดที่ดีของทาง Isuzu ทำให้เห็นกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าที่ชัดเจน ส่งผลให้การสื่อสารในเรื่องของสมถรรณะนั้นโดนใจเป็นอย่างมากในกลุ่มลูกค้าทั้ง 4 และส่งให้มันกลายมาเป็นกระบะสุดฮิต ครองใจสายต่าง ๆ เหล่านี้
1. สายผัก
สายผักที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึง ชอบทานผักแต่อย่างใด แต่เป็นคำเรียกถึง “เกษตรกร” ที่ต้องการซื้อรถเพื่อใช้การการขนส่งผักหรือผลไม้ เอาไปส่งตามร้านค้าต่าง ๆ ด้วยความจุที่สามารถขนได้เยอะ ช่วงล่างที่ดีในการรับน้ำหนัก ทำให้ถูกอกถูกใจสายผักเป็นอย่างมาก
2. สายซิ่ง
เกือบจะเป็นไม่กี่ประเทศเลยก็ว่าได้ ที่มีความสามารถสูงในการนำรถกระบะมาดัดแปลงให้การเป็นรถยนต์สายซิ่งได้อย่างชำนาญ ก็คงหนีไม่พ้นประเทศไทย กับภาพจำที่เมื่อเราเห็นกระบะแต่งซิ่งเมื่อไร ก็มักจะนึกถึง Isuzu D-max ด้วยราคาที่ถูก แต่งง่าย ของแต่งเยอะ เอาใจสายซิ่งงบน้อยเป็นอย่างดี
3. สายประหยัด
ผู้บริหารของ Isuzu นั้นเน้นเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ว่ารถของ Isuzu จะตัองประหยัดน้ำมัน เพื่อช่วยเหลือเหล่าเกษตรกร เพราะว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของรถยนต์รุ่นนี้คือกลุ่มสายผัก ทำให้การทำรถยนต์ออกมาให้ประหยัดน้ำมันจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนลงไปได้
4. สายช่างเลือก
อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้นเลย มาในปีนี้กับ Isuzu D-Max 2021 มีให้เลือกถึง 41 รุ่นย่อย เลือกกันได้ทุกแนวทั้ง 2 ประตูแบบไม่มี Cap หรือจะเป็นแบบที่มี Cap อีกทั้งยังมีแบบ 4 ประตูอีกด้วย ใครที่ต้องการรถยนต์ที่มีให้เลือกแบบยิบย่อย และค่อนข้างละเอียดในเรื่องของออปชันต้องถูกใจกับสิ่งนี้!!
สรุปบทความ Isuzu D-Max 2021
Isuzu D-Max 2021 ที่สุดแห่งรถกระบะพันธุ์อึด ถึก ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาอย่างยาวนานในประเทศไทย ที่โดนใจเหล่าหนุ่ม ๆ ทั้งหลาย อีกทั้งยังถูกใจเหล่าเกษตรกรที่ต้องการใช้เพื่อบรรทุกหนักในทุก ๆ วัน ด้วยประสิทธิภาพและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม บวกเข้ากับเทคโนโลยีการประหยัดน้ำมัน จึงเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่โผล่เข้ามาในหัวแน่นอน และเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ได้เคยสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นมาก่อนแล้วล่ะจะต้องหลงรักเลยทีเดียว เพราะว่ามาในปีนี้เขามีรุ่นย่อยถึง 41 รุ่น ตามความต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุก ๆ ไลฟ์สไตล์
แน่นอนว่า ถ้าหากคุณกำลังมองหารถยนต์อย่าง Isuzu D-Max 2021 แล้วล่ะก็ ต้องห้ามพลาด!! กับแพลตฟอร์มคุณภาพอย่าง Kaidee Auto ที่มีรถยนต์มือสองให้เลือกมากมาย แถมยังสามารถนัดดูรถก่อนซื้อจริงกับผู้ขายได้โดยตรงเพียงแชทคุย หรือโทรหาก็ไม่ใช่เรื่องยาก
Aug 9, 2021 | บทความอสังหาฯ
รั้วบ้าน นอกจากจะช่วยป้องกันอันตรายจากบริเวณภายนอกบ้านและสร้างความปลอดภัยแล้ว การมีรั้วบ้านหรือกำแพงบ้านล้อมรอบตัวบ้านยังช่วยเสริมความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย อีกทั้งยังทำให้บ้านมีความสวยงามน่ามอง โดยตามความเชื่อของชาวจีน รั้วบ้าน ที่เป็นด่านแรกของการเข้าสู่ตัวบ้าน ก็เปรียบเสมือนกับการรับทรัพย์สินและความโชคดีให้เข้ามาภายในบ้าน ซึ่งการออกแบบรั้วบ้านที่ดีนั้น ยังมีความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยมากมายที่จะว่ากันว่าจะช่วยให้ บ้าน ของคุณ มีความเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ออกแบบ รั้วบ้าน ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
ก่อนเริ่มการก่อสร้างรั้วบ้าน เราควรจะมีเทคนิควิธีการออกแบบตามความชื่นชอบ สไตล์ วัสดุ และลักษณะพื้นที่ของบ้าน เพื่อให้รั้วบ้านออกมาพอดีและดูดี โดยรั้วบ้านปกติจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 1.2–2 เมตร รวมถึงลักษณะของรั้วบ้านอาจจะเลือกวัสดุที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมและเลือกใช้ประตูรั้วอัตโนมัติเพื่อความสะดวกสบาย ส่วนการออกแบบรั้วบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยก็มีมากมาย ดังนี้
ใช้รั้วโปร่งดีกว่ารั้วทึบ เพราะตามหลักฮวงจุ้ยแล้วจะทำให้มีการไหลเวียนของลมมากกว่า การปลูกต้นไม้เป็นรั้วก็ถือเป็นข้อดีเพราะเป็นรั้วธรรมชาติให้ชีวิตชีวานั่นเอง ทาสีและซ่อมแซมรั้วบ้านให้ใหม่อยู่เสมอ และควรติดไฟเพื่อเพิ่มแสงสว่างในตอนกลางคืน ประตูบ้านด้านซ้ายควรใหญ่กว่าด้านขวา สร้างกำแพงบ้านเป็นรูปโค้ง ดีกว่ารูปสี่เหลี่ยม เลือกบ้านที่มีประตูไม่ตรงกับบ้านตรงข้าม
ข้อหลีกเลี่ยงในการออกแบบ รั้วบ้าน
อย่าให้รั้วบ้านสูงหรือต่ำจนเกินไป ไม่ควรสร้างรั้วบ้านให้ชิดบ้านจนเกินไป ประตูบ้านไม่ควรตรงกับประตูรั้วบ้านและเสาไฟฟ้า ห้ามสร้างรั้วบ้านก่อนการสร้างบ้าน ห้ามเจาะรูบริเวณรั้วหรือกำแพงบ้าน เพราะเชื่อว่าจะส่งผลให้เก็บทรัพย์สินไม่อยู่ ห้ามสร้างรั้วบ้านที่เป็นลูกกรงหรือแหลมคม เพราะเปรียบเสมือนสัตว์ที่อยู่ในกรง หลีกเลี่ยงการสร้างรั้วบ้านที่มีถนนพุ่งเข้ามาชนกับประตูรั้วบ้าน หลีกเลี่ยงการสร้างรั้วบ้านที่ตรงกับประตูวัด ห้ามล้อมรั้วกลางลานโล่ง ระวังอย่าให้รั้วบ้านทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ชำรุด มิเช่นนั้นจะมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล ห้ามสร้างประตูรั้วให้สูงกว่ารั้วบ้าน
ขอบคุณรูปจาก: Chris & Cami Photography, LLC
ทาสีรั้วบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
การทาสีรั้วบ้านก็ต้องดูหลักฮวงจุ้ยด้วยว่าคนแต่ละวันเกิดจะเหมาะกับสีรั้วบ้านแบบไหน ดังนี้
วันอาทิตย์: สีขาว
วันจันทร์: สีเหลืองอ่อน และสีฟ้าอ่อน
วันอังคาร: สีโทนเย็น เช่น สีเทา สีฟ้าอ่อน และสีเขียวอ่อน
วันพุธ: สีดำ สีน้ำตาล และสีกรมท่า
วันพฤหัสบดี: สีโทนอุ่น เช่น สีน้ำตาลอ่อน และสีเนื้อ
วันศุกร์: สีขาว สีควันบุหรี่ และสีส้มอ่อน
วันเสาร์: สีขาว และสีควันบุหรี่
นอกจากนี้ก็ยังมีความเชื่อเรื่องการทาสีรั้วบ้านตามทิศทางการตั้งประตูบ้านที่เชื่อมต่อกับความเชื่อเรื่องธาตุต่าง ๆ ของประเทศจีน ดังนี้
ทิศเหนือ (ธาตุน้ำ): สีขาว ฟ้า เขียว และน้ำเงิน
ทิศใต้ (ธาตุไฟ): สีเขียว ส้ม และแดง
ทิศตะวันออก และ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ธาตุไม้): สีฟ้า เขียว แดง และม่วง
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (ธาตุดิน): สีครีม ส้ม และชมพู
ทิศตะวันตก และ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ธาตุทอง): สีครีม ฟ้า เทา และขาว
ขอบคุณรูปจาก: John Ellis Photography
6 วัสดุใช้สร้าง รั้วบ้าน ยอดนิยม
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าวัสดุของรั้วบ้านก็เป็นอีกหนึ่งเกณฑ์สำคัญในการเลือกสรรที่ไม่ควรมองข้าม โดยแบ่งออกเป็น 10 ประเภท ดังนี้
รั้วไม้
รั้วบ้านที่ได้รับความนิยมมากเพราะให้อารมณ์ความรู้สึกที่อบอุ่น ผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติ และมีความสวยงามจากลวดลายที่แตกต่างกัน แต่ก็มีข้อด้อยคือ สามารถผุพังจากปลวก แดด และฝนได้ง่าย ทำให้ต้องหมั่นดูแลรักษาตัวเนื้อไม้และสีเป็นประจำด้วยการทาสีและซ่อมแซม อีกทั้งยังไม่ได้มีความปลอดภัยมากเท่าวัสดุอื่น ๆ อีกด้วย
รั้วอะลูมิเนียม
วัสดุรั้วบ้านที่มีความปลอดภัย แข็งแรง และคงทนพอสมควร จะเลือกซื้อก็มีให้เลือกหลากหลาย หรือจะดูแลรักษาก็แสนจะง่าย แต่ก็ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีการอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เพราะจะทำให้อายุการใช้งานลดลงไปอีก
รั้วพีวีซี (PVC)
รั้วบ้านที่ผลิตขึ้นจากวัสดุสังเคราะห์ มีราคาถูกกว่าวัสดุอื่น ๆ มีลวดลายที่หลากหลายและสวยงาม บางลายมีความคล้ายไม้จริง ลักษณะของรั้วประเภทนี้จะมีล็อกซี่ทั้งแบบบาร์และสกรู อีกทั้งยังทนทานต่อสภาพอากาศที่แตกต่างกันอีกด้วย
รั้วเหล็กดัด
รั้วบ้านเหล็กดัดถือเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน และสวยงาม เพราะสามารถออกแบบลวดลายได้หลากหลาย ดูแลไม่ยาก เพียงนำกระดาษทรายขัดทำความสะอาดและทาสีใหม่ทุก 2-3 ปี แต่ข้อเสียของรั้วบ้านประเภทนี่คืออาจมีราคาที่สูง และยังเกิดสนิมได้ง่าย
รั้วต้นไม้
รั้วต้นไม้จากธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการสร้างรั้วบ้านที่ให้ความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง สามารถใช้ต้นไม้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ต้นข่อย ต้นโมก ต้นไทรเกาหลี ต้นไทรอินโด และต้นเข็มแดง ซึ่งรั้วบ้านแบบนี้จำเป็นต้องหมั่นดูและรักษาโดยการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช และตัดแต่งให้สวยงาม
รั้วปูนและอิฐ
รั้วบ้านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะมีความแข็งแรงทนทานต่อทุกสภาพอากาศ อีกทั้งยังให้ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านเป็นอย่างดี โดยอาจก่อด้วยอิฐมอญแล้วปิดทับด้วยปูนแบบเรียบหรือออกแบบเป็นลวดลายต่าง ๆ ได้ ถึงแม้จะราคาสูงก็ตาม
บทสรุปการออกแบบ รั้วบ้าน
การออกแบบรั้วบ้านตามหลักฮวงจุ้ยก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถ เพียงแค่คุณศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจออกแบบ แล้วคุณก็จะสามารถจัดการรั้วบ้าของตนเองได้อย่างง่ายดาย และถ้าคุณไม่อยากสร้างบ้านให้ยุ่งยากเอง ที่ Kaidee Property มีบ้านมากมายที่ถูกหลักฮวงจุ้ยให้คุณได้เลือกสรรมากมาย เพียงแค่คลิกด้านล่าง
อ่านบทความ อสังหาฯ อื่น ๆ
Aug 6, 2021 | บทความยานยนต์
เตรียมตัวเป็นเจ้าของรถมือสองควรศึกษา สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง เพื่อการซื้อขายที่ถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมภาพรวมอัตราดอกเบี้ยที่จะช่วยให้คุณดีไซน์การผ่อนได้ตามสไตล์ตัวเอง
ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ารถยนต์เป็นพาหนะจำเป็นที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ทุกคน แต่รถยนต์ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงเนื่องจากเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญของมนุษย์ที่ใครๆ ก็ต้องการรองมาจากบ้านที่พักอาศัย เนื่องจากทุนทรัพย์ของแต่ละคนที่มีไม่เท่ากัน ทำให้เงื่อนไขในการซื้อรถหรือการออกรถของแต่ละคนต่างกันออกไปอย่างเช่น คนที่มีทุนทรัพย์สูงก็สามารถถอยรถมือหนึ่งป้ายแดงได้ ซึ่งเงื่อนไขในการซื้อก็จะแตกต่างกันไปอีกตามกำลังของผู้ซื้อแต่ละคน เช่น ซื้อเงินสดแบบจบๆ หรือ ค่อยๆ ผ่อนแบบสายชิล
อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่ากำลังซื้อหรือทุนทรัพย์ของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน ทำให้มีเงื่อนไขหรือวิธีการซื้อรถที่หลากหลาย นอกจากวิธีการซื้อรถมือหนึ่งที่ต่างกันแล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งตลาดสำคัญที่เปรียบเสมือนโลกคู่ขนานนั่นก็คือ รถยนต์มือสอง ที่เป็นอีกหนึ่งตลาดรถที่คอยตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ไม่มีความสนใจ หรือมีกำลังทรัพย์ที่ค่อนข้างจำกัดในการถอยรถใหม่ป้ายแดง ทำให้ปัจจุบันกระแสรถมือสองกำลังมาด้วยราคาที่ถูกกว่า ซึ่งแน่นอนว่าในการซื้อของมือสองเป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้ซื้อควรตรวจเช็คให้ดี เนื่องจากเป็นสินค้าที่ผ่านการใช้งานมาแล้วไม่มากก็น้อย แต่ถ้าผู้ซื้อเตรียมตัวมาดีมีความรู้พื้นฐานในการตรวจเช็คสภาพรถ ก็หมดห่วงในการเลือกซื้อรถมือสอง และ ยังทำให้มีโอกาสที่จะได้จับของดีในราคาถูกอีกด้วย เช่น รถรุ่นใหม่ราคามือสอง หรือ รถมือสองสภาพดีเกินราคา
วิธีและขั้นตอนการเป็นเจ้าของรถมือสอง
หลังจากที่เราได้รถที่เราถูกใจคิดว่าใช่แล้ว เราก็ต้องมาทำการซื้อขายเพื่อให้เราได้เป็นเจ้าของรถคันนั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรถมือสองสามารถซื้อเงินสดหรือผ่อนก็ได้เหมือนกับรถมือหนึ่ง ในการซื้อเงินสดจะเป็นวิธีที่ง่ายไม่ยุ่งยาก ซื้อขายไวประหยัดเวลา แต่สำหรับคนที่ไม่มีเงินสดเป็นก้อนก็สามารถทำเรื่องกู้ผ่อนจ่ายได้หรือที่เรียกว่าขอ สินเชื่อรถมือสอง และ ในการผ่อนจ่ายนี้จะมีดอกเบี้ยที่อัตราแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริษัทสินเชื่อรถมือสอง ซึ่ง สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง เป็นเรื่องที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ เป็นการแชร์ข้อมูลและขั้นตอนให้กับคนที่กำลังจะซื้อรถมือสอง
การที่ซื้อรถมือสองด้วยการชำระรูปแบบผ่อนคือการขอสินเชื่อ หรือ ที่เขาเรียกกันว่า “จัดไฟแนนซ์” นั่นเอง ซึ่งก็คือการกู้เงินจากบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคารเพื่อที่จะไปซื้อรถ หลายคนพอได้เห็นคำว่ากู้อาจจะคิดว่าต้องเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก หรือ เรื่องใหญ่ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพียงเข้าใจข้อมูลและขั้นตอนที่เราจะกำลังจะแชร์ต่อไปนี้
เตรียมความพร้อมของผู้ซื้อ
การที่ซื้อรถมือสองด้วยงการชำระรูปแบบผ่อนคือการขอสินเชื่อ หรือ ที่เขาเรียกกันว่า “จัดไฟแนนซ์” นั่นเอง ซึ่งก็คือการกู้เงินจากบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคารเพื่อที่จะไปซื้อรถ หลายคนพอได้เห็นคำว่ากู้อาจจะคิดว่าต้องเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก หรือ เรื่องใหญ๋ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพียงเข้าใจข้อมูลและขั้นตอนที่เราจะกำลังจะแชร์ต่อไปนี้
เครดิตของผู้ขอสินเชื่อ
เริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบง่ายๆ ให้เข้าใจกันก่อนว่าการขอสินเชื่อรถมือสอง หรือ จัดไฟแนนซ์ ก็เหมือนกับการที่เราจะให้หรือยืมเงินใครสักคนเราก็จะเลือกคนที่เรารู้จักและเชื่อถือได้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่ต่างกับทางบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคารต้องการที่จะรู้จักผู้ที่มากู้เงินจากเขา หรือ ทำความรู้จักกับผู้กู้เงินนั่นเองด้วยการสอบถามข้อมูลพื้นฐานซึ่งหลักๆ ได้แก่
ประวัติส่วนตัว
ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่ และ ข้อมูลส่วนตัวทั่วไป เพื่อที่บริษัทไฟแนนซ์จะได้รู้จักผู้กู้เงินในขั้นเบื้องต้น
รายได้
บริษัทไฟแนนซ์ต้องการที่จะรู้รายได้ของคุณเพื่อตรวจสอบว่ารายได้ของคุณสอดคล้องกับจำนวนเงินที่กู้หรือไม่ หรือ พูดง่ายๆ ว่าบริษัทไฟแนนซ์ต้องการรู้ว่ารายได้ของผู้กู้เงินเพียงพอต่อการผ่อนชำระหรือไม่ ซึ่งรายได้ขั้นต่ำที่ทางบริษัทไฟแนนซ์กำหนดซะส่วนใหญ่คือ ผู้ทำเรื่องกู้ต้องมีรายได้มากกว่าสองเท่าของค่างวดผ่อนชำระ เช่น ถ้าผู้กู้เงินต้องการจะผ่อนชำระในจำนวนเงิน 10,000 บาท/เดือน ผู้กู้เงินต้องมีรายได้ 20,000 บาทขึ้นไป
มากไปกว่านั้นเกณฑ์การพิจารณาในเรื่องของรายได้และงวดผ่อนชำระยังขึ้นอยู่กับจำนวนเงินด้วย ยกตัวอย่างเช่น ผู้กู้เงินมีรายได้ 10,000 บาท/เดือน แต่ค่างวดผ่อนชำระรถ 5,000 บาท/เดือน ทางบริษัทไฟแนนซ์อาจจะต้องพิจารณาว่าไปตามเคส เนื่องจากบริษัทไฟแนนซ์จะประเมินค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของผู้กู้เงินด้วยโดยการอิงจากข้อมูลพื้นฐานส่วนตัวที่ได้แจ้งไปกับทางบริษัท ซึ่งไม่ได้หมายความว่ารายได้น้อยจะไม่สามารถกู้เงินได้แต่อาจจะต้องมีขั้นตอนหรือเอกสารมากขึ้นในการขอสินเชื่อรถมือสองนั่นเอง
ตรวจสอบเครดิตของผู้ขอสินเชื่อรถยนต์มือสอง
นอกเหนือจากข้อมูลพื้นฐานทั้ง 2 ที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น ทางบริษัทไฟแนนซ์ยังต้องมีการตรวจสอบเครดิต
เครดิต หมายถึงประวัติการผ่อนชำระ บริษัทไฟแนนซ์ หรือ ธนาคาร จะเช็คเครดิตเราผ่าน NCB (National Credit Bureau) ที่ถือข้อมูลกลางการผ่อนชำระของแต่ละคนไว้ หลักๆ กลุ่มลูกค้าจะแบ่งเป็น 4 ประเภทเครดิตลูกค้าได้แก่
ลูกค้าที่มีเครดิตดี
คือลูกค้าที่เคยทำเรื่องขอสินเชื่อหรือมีการผ่อนชำระมาแล้วและผ่อนตรงตามงวดไม่มีปัญหาล่าช้าใดๆ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะถูกบริษัทไฟแนนซ์ว่าเป็น ลูกค้าที่มีเครดิตดีเชื่อถือได้ หรือ มีประวัติที่ดีนั่นเอง ทำให้ลูกค้าประเภทนี้ได้ยอดกู้ที่สูงกว่าลูกค้ากลุ่มอื่น ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้ากลุ่มนี้สามารถทำเรื่องขอสินเชื่อเพื่อรับสิทธิโปรโมชันดาวน์รถ 0 บาท ออกรถใช้เงินน้อยได้อย่างฉลุยเนื่องจากมีเครดิตดี หรือ พูดง่ายๆ ก็คือ เครดิตดีออกรถง่าย
ลูกค้าไม่เคยมีประวัติเครดิต
คือลูกค้าที่ไม่เคยมีประวัติเลย หรือ ประวัติขาวสะอาด หมายความว่าลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มนี้ไม่เคยทำการขอสินเชื่อหรือกู้เงินมาก่อนหรือไม่มีประวัติการผ่อนนั่นเอง เพราะฉะนั้นบริษัทไฟแนนซ์จะรับรู้ได้ว่าลูกค้าประเภทนี้กำลังจะขอสินเชื่อเป็นครั้งแรก เพราะฉะนั้นบริษัทไฟแนนซ์จะยอดวงเงินกู้ไม่สูงไม่ต่ำอยู่ที่กลางๆ เนื่องจากเป็นการผ่อนครั้งแรกของผู้กู้
ลูกค้าที่มีเครดิตล่าช้า
ลูกค้าที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ คือลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนซึ่งในระหว่างการผ่อน ลูกค้าประเภทนี้อาจจะมีติดขัดหรือสะดุดบ้างด้วยเหตุผล และ ความรับผิดชอบของแต่ละคนที่ต่างกันออกไปทำให้บางครั้งไม่สามารถส่งยอดเงินผ่อนได้ตรงตามเวลาเลยเรียกว่า เครดิตล่าช้า แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าประเภทนี้ผ่อนไม่จบ สรุปง่ายๆ ลูกค้ากลุ่มนี้ คือลูกค้าที่ผ่อนครบทุกงวดแต่อาจจะมีบางงวดที่ส่งเงินช้าไม่ตรงตามเวลาทำให้ลูกค้าประเภทนี้ได้ยอดจัดจากบริษัทไฟแนนซ์ที่ต่ำลงมา ซึ่งบริษัทไฟแนนซ์จะพิจารณาจากจำนวนครั้งและเวลาที่ล่าช้าทำให้ลูกค้าอาจจะต้องใช้เงินดาวน์ที่มากขึ้นในการขอสินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง
ลูกค้าที่เสียเครดิต
ลูกค้าประเภทนี้คือ ลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนไม่สำเร็จนั่นเอง หรือ ไม่ครบงวด ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือลูกค้าที่ขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถมือสองแต่ไม่สามารถแบกรับหนี้สินได้หรือผ่อนต่อไม่ไหวทำให้เกิดการยึดรถโดยบริษัทไฟแนนซ์และชื่อติดแบล็คลิสต์ซึ่งเป็นผลลบต่อเครดิตของลูกค้าที่จะมีปัญหาในการขอสินเชื่อครั้งต่อๆ ไป
เตรียมเอกสารให้การขอสินเชื่อรถมือสอง
หลังจากที่ผ่านขั้นตอนการเช็คเครดิตของผู้ขอสินเชื่อ ขั้นตอนถัดมาคือการยื่นเอกสารการจัดไฟแนนซ์ ซึ่งถ้าในขั้นตอนนี้ลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อเงินกู้ได้เตรียมและตรวจเอกสารไว้แต่เนิ่นๆ จะทำให้ประหยัดเวลาในการยื่นเรื่องได้อีกด้วย เนื่องจากเอกสารบางส่วนที่ต้องใช้มีระยะเวลาและขั้นตอนในการขอรับ
เอกสารสำคัญในการขอ สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง
บัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารแจกแจงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน, ใบรับรองเงินเดือน และ เอกสารเงินเข้าออกในบัญชี หรือ ที่เราเรียกกันว่า “statement” เอกสารผู้ค้ำประกัน ใช้ในกรณีที่ผู้ขอสินเชื่อไม่มี statement
หลังจากเอกสารครบและยื่นเอกสารให้ไฟแนนซ์เรียบร้อย (ต้องเจอตัวเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์เท่านั้น)
สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในขั้นตอนนี้คือ ชื่อและบริษัทของเจ้าหน้าที่จากบริษัทไฟแนนซ์ที่ดูแลเรื่องการขอสินเชื่อรถมือสองของเรา เพื่อการติดตามเรื่องที่ง่ายถึงในกรณีที่ไฟแนนซ์ไม่ผ่านหรือติดปัญหาอื่นๆ
เตรียมบริษัทไฟแนนซ์
ในเรื่องของการขอ สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเลือกบริษัทไฟแนนซ์ตามที่เซลล์แนะนำก็ได้หมายความว่าผู้ขอเงินกู้สามารถเลือกบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคารเองได้เพราะฉะนั้นแนะนำให้เตรียมบริษัทไฟแนนซ์ไว้ในใจเพื่อไว้เปรียบเทียบกับดีลที่เซลล์จะเสนอ
ทำไมต้องเลือกบริษัทไฟแนนซ์
เพราะบริษัทไฟแนนซ์ในแต่ละบริษัทมีเงื่อนไขและข้อเสนอที่ต่างกัน โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญในการผ่อนที่ต้องศึกษาและเปรียบเทียบเพื่อดีลที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขอเงินกู้ ในการเลือกบริษัทไฟแนนซ์เพื่อขอ สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง เปรียบเทียบได้ง่ายๆ ไม่ยาก เพียงรู้และเข้าใจ 3 เรื่องหลักดังนี้ อัตราดอกเบี้ย, เงื่อนไขในการผ่อนชำระ และ อายุปีของรถที่ต้องการจัดไฟแนนซ์
เราได้รวบรวมข้อเสนอและเงื่อนไขของบริษัทไฟแนนซ์ขอ สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง มาให้สำหรับคนที่กำลังจะซื้อรถมือสองเพื่อเปรียบเทียบราคาและหาดีลที่ใช่ด้วยตัวเอง
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
รับรถปีที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2014-2021 โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่
รถเก๋ง 4.99 – 6.79% รถกระบะ 5.99 – 7.79% ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48-72 งวด
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
รับรถปีที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2014-2021 โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่
รถเก๋ง 3.75% – 5.00% รถกระบะ คือ 4.50% – 6.00% ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48-72 งวด
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก
ธนาคารทิสโก้
รับรถปีที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2011-2021 โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่
รถเก๋ง 6.00 – 7.00% รถกระบะ 6.50 – 7.50% ระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 48 งวด
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก
ธนาคารธนชาต
รับรถปีที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2014-2021 โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่
รถยนต์ 4.25 – 6.50% รถกระบะ คือ 5.25 – 7.50% ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48-72 งวด
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก
สรุป
จากที่เราได้พูดถึงขั้นตอนและแนะนำการเตรียมพร้อมต่างๆ ในการขอ สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยรถมือสอง กันไปทั้งหมด การออกรถมือสองไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมครับทุกคน เพียงแค่เตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ ที่เราได้กล่าวมาข้างต้น เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเป็นเจ้าของรถมือสองได้อย่างถูกต้องแบบไม่ยุ่งยากพร้อมเงื่อนไขการผ่อนชำระที่จะคอยตอบโจทย์สไตล์การผ่อนของทุกคน
มากไปกว่านั้นเคล็ดลับเล็กๆ จากเราก่อนจากกัน จากที่ได้กล่าวไปในเรื่องของการแนะนำให้เลือกบริษัทไฟแนนซ์ไว้ในใจตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยตัวเองไม่ได้หมายความว่าเซลล์ที่เขาดูแลคุณไม่น่าเชื่อถือหรือไม่ควรฟังคำแนะนำจากเซลล์ เพราะแท้จริงแล้วเซลล์คือคนสำคัญที่จะคอยช่วยเหลือคุณและติดต่อประสานงานกับทางบริษัทไฟแนนซ์เพื่อให้คุณได้เป็นเจ้าของรถคันนั้น เพราะฉะนั้น เวลาเลือกซื้อรถมือสองนอกจากเรื่องพื้นฐานที่เราต้องประเมินอย่างสภาพของตัวรถและราคาแล้วนั้น เราแนะนำเพิ่มเติมว่าให้เลือกเซลล์ที่สามารถแนะนำและดูแลคุณได้ดีไม่แพ้กับรถที่คุณเลือกเพื่อความสะดวกสบายและประหยัดเวลาในการเป็นเจ้าของรถมือสองที่คุณต้องการ
แต่สำหรับใครยังไม่รู้ว่าจะซื้อรถมือสองที่ไหน หรือ กำลังหาตลาดที่ไว้ใจได้ เราอยากแนะนำให้ทุกคนลอง Kaidee Auto ที่เปรียบเสมือนสะพานกลางที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมทั้งยังมีบริการ Kaidee Certified ที่จะช่วยตรวจเช็คสภาพรถก่อนซื้อโดยผู้เชี่ยวชาญการันตีว่าผู้ซื้อมั่นใจ ผู้ขายขายดี
Aug 6, 2021 | บทความอสังหาฯ
สุขุมวิท 31 (ซอยสวัสดี) เป็นหนึ่งในซอยละแวกทำเลพร้อมพงษ์ที่ผสมผสานความเป็น Residential และ Commercial รวมความสะดวกสบายของทุกมิติเข้าไว้ด้วยกัน จนทำให้ผู้คนที่อาศัยในย่านนี้สามารถใช้ชีวิตประจำวัน ออกไปทำงาน และกลับมาพักผ่อนได้โดยปราศจากความกังวล ไม่ว่าจะเรื่องการเดินทาง อาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้กระทั่งการหากิจกรรมทำเพื่อสร้างความผ่อนคลาย
ภาพรวมการเดินทางในสุขุมวิท 31 และย่านพร้อมพงษ์
แม้จะได้ชื่อว่า “ซอยสุขุมวิท 31” แต่ก็เป็นซอยทางลัดที่มีเส้นทางเข้าออกได้หลายช่องทาง สามารถเชื่อมต่อกับถนนสายหลักอย่างสุขุมวิท อโศกมนตรี และเพชรบุรีตัดใหม่ โดยใช้เส้นทางภายในซอยสุขุมวิท 31 ได้เลย
นอกจากนี้ยังสัญจรระหว่างซอยที่อยู่ใกล้เคียงในเส้นถนนสุขุมวิทฝั่งซอยเลขคี่ ไล่ตั้งแต่สุขุมวิท 23 (ซอยประสานมิตร) สุขุมวิท 33 สุขุมวิท 39 เรื่อยไปจนถึงทองหล่อ (สุขุมวิท 55) และเอกมัย (สุขุมวิท 63) ซึ่งเส้นทางในซอยเหล่านี้ล้วนเชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนสายสำคัญที่ทำให้การเดินทางสามารถครอบคลุมพื้นที่ใจกลางกรุงเทพทั้ง CBD และ New CBD
ในขณะเดียวกันจากสุขุมวิท 31 หากกลับรถไปฝั่งสุขุมวิทขาเข้าเมือง ก็ยังสามารถลัดไปตามซอยเพื่อเชื่อมกับถนนพระราม 4 ที่มุ่งหน้าสู่สีลม สาธร และพระราม 3 ได้เช่นกัน
ทั้งยังใกล้ระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพอย่าง BTS และ MRT ซึ่งสามารถใช้บริการได้ที่สถานี BTS พร้อมพงษ์ BTS อโศก หรือ MRT สถานีสุขุมวิท ที่ทำให้การเดินทางในเมืองเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น เรียกว่า ไม่ว่าจะใช้รถส่วนตัวหรือรถสาธารณะเพื่อเข้าออกสุขุมวิท 31 ก็เป็นไปอย่างคล่องตัวทั้งนั้น
พร้อมพงษ์และสุขุมวิท 31 เป็นหนึ่งในทำเลแห่งการลงทุน (ภาพจาก www.alivearound.com)
สุขุมวิท 31 โลเคชันแห่งธุรกิจที่น่าลงทุน
ความน่าสนใจของทำเลสุขุมวิท 31 คืออยู่ใกล้ Business Area อย่างอโศก ทำให้มีอาคารสำนักงาน ทั้งเล็กและใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก เช่น RSU Tower, Emporium Tower, Jasmine City Building และ Exchange Tower เป็นต้น และมักเป็นที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติ จึงเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในย่านนี้
เมื่อมีแหล่งงานแหล่งธุรกิจที่ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาในพื้นที่ ย่านพร้อมพงษ์และสุขุมวิท 31 จึงเต็มไปด้วยสินค้าและบริการหลากหลายที่เข้ามาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ทั้งจากร้านค้าธรรมดาๆ ในชุมชน และร้านค้าสาขาจากแบรนด์ชื่อดัง
ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับอิทธิพลจากเมกะโปรเจ็ค ‘The EM District’ ที่เป็นแผนการพัฒนาย่านธุรกิจการค้าบนถนนสุขุมวิทตอนกลาง ครอบคลุมระหว่างซอยสุขุมวิท 31 ถึงซอยสุขุมวิท 39 และระหว่างซอยสุขุมวิท 22 ถึงสุขุมวิท 26 โดยมี Emporium และ EmQuartier เป็นตัวชูโรงโปรเจ็ค
และเร็วๆ นี้เรายังจะได้เห็น Emsphere ที่มาผนึกกำลังอย่างสมบูรณ์แบบในฐานะ World Class Shopping Destination ที่ไม่เพียงยกระดับภาพลักษณ์การใช้ชีวิตในย่านนี้ให้พรีเมียม โดดเด่น และมีลีลาแห่งความหรูหรา แต่ยังเพิ่มศักยภาพการเติบโตของพื้นที่และมูลค่าของที่ดินย่านพร้อมพงษ์ให้แข็งแกร่ง เป็นแม่เหล็กดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยว นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน ตลอดจนผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ทั้งหมด และที่สำคัญคือ ในอนาคตอันใกล้ ย่านพร้อมพงษ์นี้จะกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน
สีสันแห่งการใช้ชีวิตเมืองที่สมบูรณ์แบบในย่านพร้อมพงษ์
ย่านพร้อมพงษ์ สวรรค์ของการอยู่อาศัย
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากการขยายตัวด้านการลงทุนในย่านพร้อมพงษ์คือการก่อสร้างคอนโดมิเนียม ที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคอนโดระดับ High-End ที่ออกแบบไว้อย่างหรูหรา เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และรับรองไลฟ์สไตล์ชีวิตเมือง
คอนโดส่วนใหญ่ในย่านนี้ มักตั้งอยู่ในซอยลึกเข้าไป ซึ่งทำให้มีความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว เหมาะแก่การพักอาศัย แต่ขณะเดียวกันก็สามารถออกมาจับจ่ายซื้อของได้ง่าย เพราะบริเวณโดยรอบของโซนนี้จะมีร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารแทรกตัวอยู่ตลอด
ยกตัวอย่างในซอยสุขุมวิท 31 มีร้านอาหารและคาเฟ่ไล่ตั้งแต่ปากซอยจนถึงท้ายซอยนับรวมกันมากกว่า 10 ร้าน แถมแต่ละร้านยังขึ้นชื่อความอร่อยและมีคาเรคเตอร์ไม่เหมือนใคร จนคนจากต่างถิ่นมักแวะเวียนมาลิ้มลองเสมอ อาทิ ร้านราเมน Mensho Tokyo ร้านอาหารญี่ปุ่น ISAO คาเฟ่สำหรับคนรักหนัง FICS และร้านอาหารไทยนั่งสบายอย่างเสือ (Tiger of Bangkok) เป็นต้น
แต่หากอยากชอปปิ้งให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ก็เพียงขับรถหรือเดินออกมาบริเวณ BTS พร้อมพงษ์ เท่านั้นก็จะพบกับแหล่งรวมร้านค้าชุมชน และซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม ‘Japanese Town’ เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มาก ดังนั้นรอบๆ แถวนี้จึงเต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่น เบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่น และข้าวของเครื่องใช้จากญี่ปุ่น ให้เลือกอย่างมากมาย
นอกจากของกินของใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว การอยู่อาศัยในย่านนี้ยังได้เปรียบเรื่องคุณภาพชีวิต เพราะอยู่ใกล้พื้นที่สีเขียวที่เป็นปอดของคนกรุงเทพ อย่างสวนเบญจสิริและสวนเบญจกิติ โดยสามารถมาออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด รวมถึงมีแหล่งความบันเทิงต่างๆ เช่น โรงภาพยนตร์ ฟิตเนส สตูดิโอโยคะ สปา ให้ได้เติมเต็มทุกๆ วันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
Siamese Exclusive 31 ความสมบูรณ์ (ใน) แบบที่คุณต้องการ
ไม่ว่าจะการเดินทางหรือการใช้ชีวิต ย่านพร้อมพงษ์เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ และในความสมบูรณ์แบบนี้ยังสามารถครอบครองได้กับคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ ‘Siamese Exclusive 31’ ในราคาเริ่มต้น 169,000 บาท/ตารางเมตร * (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2564 ทั้งนี้ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบจากโครงการอีกครั้ง)
โครงการ Siamese Exclusive 31 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ห่างจากถนนใหญ่สุขุมวิทราว 600 เมตร จึงได้บรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน แถมการออกแบบยังเน้นให้ใกล้ชิดธรรมชาติ มีต้นไม้แทรกอยู่ทั้งอาคาร เสมือน Vertical Garden ที่เพิ่มความสดชื่นให้กับการอยู่อาศัยใจกลางเมืองได้เป็นอย่างดี
Siamese Exclusive 31 มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้กับผู้พักอาศัยด้วย Exclusive Lift ลิฟต์โดยสารที่สามารถล็อคชั้นเพื่อขึ้นตรงถึงหน้าห้องได้เลย และแต่ละชั้นยังมีจำนวนยูนิตน้อย สูงสุดเพียง 12 ยูนิต จึงมั่นใจได้เลยว่าจะไม่ถูกรบกวนได้โดยง่าย
สำหรับรูปแบบห้อง เน้นความโปร่งโล่งของเพดานสูงสไตล์ Loft ทำให้รู้สึกเป็นอิสระ พร้อมแบ่งฟังก์ชันใช้สอยพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน โดยมี 4 ประเภท คือ
1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 45-65 ตารางเมตร 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 69-85 ตารางเมตร 3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 115-135 ตารางเมตร เพนท์เฮาส์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 181-207 ตารางเมตร
นอกจากนี้ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็น Intelligent Parking ล็อบบี้รับรองที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา ห้องสมุด สระว่ายน้ำบนชั้นสูงมองเห็นวิวเมืองพร้อมจากุซซี ฟิตเนสออกกำลังกายพร้อมห้องซาวน่าและสตรีม และ Roof Garden ที่จะมาช่วยเติมเต็มชีวิตสมบูรณ์ (ใน) แบบที่แต่ละคนต้องการ