Jun 15, 2021 | บทความอสังหาฯ
ประตูและหน้าต่าง เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของบ้านที่มีความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของบ้าน ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องเลือกชิ้นส่วนสองสิ่งนี้ด้วยความระมัดระวัง ซึ่งในปัจจุบันก็มีประตูและหน้าต่างมากมายหลายแบบให้เราได้เลือก ซึ่งหนึ่งในประเภทที่ได้รับความนิยมก็คงหนีไม่พ้น ประตูบานเลื่อน และ หน้าต่างบานเลื่อน นั่นเอง
โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงหน้าต่างบานเลื่อน หน้าต่างที่ถูกใช้ในบ้านและคอนโดสมัยใหม่ว่ามันมีข้อดีอะไร ? มีวัสดุทั้งหมดกี่อย่างให้เราได้เลือก ? มีประเภทไหนบ้าง ? พร้อมกับการเลือกหน้าต่างบานเลื่อนที่เหมาะสม !
วัสดุที่ใช้ทำ หน้าต่างบานเลื่อน
กระจก
หน้าต่างบานเลื่อนกระจก เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพราะนอกจากจะช่วยให้บ้านดูสวยงามแล้ว ยังเป็นวัสดุที่ทำให้บ้านได้รับแสงสว่างและวิวทิวทัศน์จากภายนอก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าต่างอีกด้วย
ไวนิลหรือยูพีวีซี
เป็นวัสดุที่มีความคล้ายคลึงกับพลาสติก แต่มีข้อดีคือ มีความแข็งแรง ทนต่อความร้อน และน้ำหนักเบา อีกทั้งยังป้องกันน้ำรั่วซึมและเสียงรบกวนได้ โดยหน้าต่างบานเลื่อนไวนิลหรือยูพีวีซีนี้ มีจุดเด่นคือเป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ ซึ่งด้วยข้อดีเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เป็นหน้าต่างบานเลื่อนนั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
อะลูมิเนียม
หน้าต่างบานเลื่อนอะลูมิเนียม อีกหนึ่งวัสดุที่ทนทานต่อความร้อน ป้องกันสนิม และมีความแข็งแรงในเวลาเดียวกัน หน้าต่างบานเลื่อนนี้จะมีให้เลือกหลายราคา ตามคุณสมบัติของอะลูมิเนียม โดยถ้าหากเป็นหน้าต่างบานเลื่อนอะลูมิเนียมทั่วไปก็จะมีราคาเบากว่าหน้าต่างบานเลื่อนยูพีซี แต่ถ้าเป็นหน้าต่างบานเลื่อนอบขาวล่ะก็ จะมีราคาเทียบเท่าหน้าต่างบานเลื่อนยูพีซี หรือมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
ไม้
หน้าต่างบานเลื่อนไม้ เป็นวัสดุที่ไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะไม้เป็นวัสดุที่อาจทำให้เกิดปัญหาการรั่วซึมได้มาก และยังสามารถเกิดการผุพัง บวมน้ำ มีอายุการใช้งานที่ไม่ยาวนานมากนัก และที่สำคัญคือ เป็นวัสดุที่ติดไฟได้ง่ายมากอีกด้วย
ประเภท หน้าต่างบานเลื่อน
หน้าต่างบานเลื่อนข้างเดียว (Fixed-slide window)
หน้าต่างบ้านเลื่อนที่สามารถเลื่อนได้เพียงด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยหน้าต่าง 2 บาน แต่เลื่อนได้เพียง 1 บาน หรือถ้าหากมี 4 บาน ก็จะมีเพียง 2 บานตรงกลางที่เลื่อนได้
หน้าต่างบานเลื่อนสลับ (Slide-slide window)
หน้าต่างบานเลื่อนที่สามารถเลื่อนได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะมี 2 บาน ก็จะเลื่อนได้ทั้ง 2 บาน หรือมี 4 บาน ก็จะเลื่อนได้ทั้ง 4 บาน โดยบานที่อยู่ฝั่งเดียวกัน (ฝั่งซ้ายและขวา) ก็จะสามารถเลื่อนเข้าหากันได้
หน้าต่างบานเลื่อนข้างช่องแสงกลาง (Slide-fixed-slide window)
คือหน้าต่างบานเลื่อน 3 บาน ที่สามารถเลื่อนได้ 2 บาน ที่อยู่ริม โดยเลื่อนมายังบานตรงกลาง หรือถ้าหากมีหน้าต่างมากกว่านั้น ก็จะเลื่อนบางตรงกลางไม่ได้ มีเพียงบานริมที่จะเลื่อนมารวมตรงกลางเท่านั้น
หน้าต่างบานเลื่อนออกข้างคู่ (Fixed-slide-slide-fixed window)
หรือหน้าต่างบานเลื่อน 4 บาน เป็นหน้าต่างบานเลื่อนที่สามารถเลื่อนได้เพียง 2 บานตรงกลางออกไปยังหน้าต่างบานริมที่ไม่สามารถเลื่อนได้
ทำไมเราควรใช้ หน้าต่างบานเลื่อน ?
แต่นอกจากหน้าต่างบานเลื่อนแล้ว ยังมีหน้าต่างอีกหลากหลายชนิดในเราเลือกใช้กัน แต่เหตุผลที่เราควรใช้หน้าต่างบานเลื่อนเพราะมันมีข้อดีหลายข้อ ดังนี้
มีความสวยงาม ในขณะเปิดและปิดหน้าต่างบานเลื่อนเพราะด้วยลักษณะของหน้าต่างบานเลื่อนที่เรียบกลืนไปกับหน้าต่าง ทำให้ไม่โดดเด่นจากตัวบ้านมากจนเกินไป
ใช้งานง่าย เพราะลักษณะของตัวหน้าต่างที่ใช้การเลื่อน ทำให้เราไม่จำเป็นจะต้องเอื้อมมือหรือใช้แรงในการเปิด-ปิดนั่นเอง
ประหยัดพื้นที่ สามารถในห้องที่มีขนาดเล็กได้ และยังทำให้ห้องดูกว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
สามารถป้องกันเสียงเขา-ออก เพราะหน้าต่างบานเลื่อนมักจะมียางขอบบานหน้าต่างและลูกล้อ เพื่อให้สามารถเลื่อนได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงถ้าติดตั้งหน้าต่าง 2 ชั้นก็จะยิ่งป้องกันเสียงรบกวนได้มากขึ้นไปอีก
มองเห็นวิวทิวทัศน์ ได้กว้างโดยที่ไม่ถูกบดบังสายตาเหมือนกับหน้าต่างบานพับหรือบานเฟี้ยมโดยที่ไม่ต้องเปิดหน้าต่าง
ห้องแบบไหนที่เหมาะกับ หน้าต่างบานเลื่อน ?
หน้าต่างบานเลื่อนมีลักษณะของการประหยัดพื้นที่ ทำให้เหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กโดยเฉพาะใน คอนโดมิเนียม ต่าง ๆ รวมถึงห้องที่ต้องเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวภายนอกอย่างห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือห้องนอน โดยเราก็ต้องมีการเปรียบเทียบขนาดของหน้าต่างบานเลื่อนว่าเหมาะกับขนาดเท่าไร ดังนี้ (หน่วยเซนติเมตร)
หน้าต่างบานเลื่อนเดี่ยว
ความกว้าง 100 x ความยาว 110 เซนติเมตร
ความกว้าง 120 x ความยาว 110 เซนติเมตร
ความกว้าง 120 x ความยาว 150 เซนติเมตร
หน้าต่างบานเลื่อนคู่
ความกว้าง 180 x ความยาว 110 เซนติเมตร
ความกว้าง 240 x ความยาว 110 เซนติเมตร
ความกว้าง 240 x ความยาว 150 เซนติเมตร
หน้าต่างบานเลื่อนสาม
ความกว้าง 180 x ความยาว 110 เซนติเมตร
ใช้ หน้าต่างบานเลื่อน ดีไหม ?
นี่คือข้อมูลของหน้าต่างบานเลื่อนที่เรานำมาให้เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ ซึ่งก่อนที่เราจะเลือกหน้าต่างประเภทไหนก็อย่าลืมพิจารณารูปแบบบ้าน ลักษณะของหน้าต่าง คุณสมบัติ ราคา และปัจจัยอื่น ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งาน แล้วคุณจะได้หน้าต่างที่ถูกใจ
แต่การเลือกแบบนี้ก็น่าหนักใจอยู่พอสมควร เพราะการสร้างบ้านเองมักจะมีปัญหาจุกจิกมากมายเข้ามาให้แก้ ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากปวดหัวเพราะสาเหตุเหล่านี้ ก็ลองเข้ามาหาบ้านมือสองที่ถูกใจใน Kaidee Property ดู
อ่านบทความ อสังหาฯ อื่นๆ
Jun 14, 2021 | บทความยานยนต์
ปฏิเสธไม่ได้ว่า มอเตอร์ไซค์เป็นหนึ่งในพาหนะคู่คนไทยมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยความคล่องตัว ไปไหนมาไหนสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดเหมือนรถยนต์ ทำให้มอไซค์ได้รับความนิยมเสมอมา ซึ่งปัจจุบันไม่ได้นิยมอยู่ในหมู่คนต่างจังหวัดเท่านั้น คนกรุงเทพฯ ก็เริ่มหันมาสนใจมากขึ้น เนื่องจากปัญหาการจราจรที่ย่ำแย่ รวมถึงความรุ่งเรืองของธุรกิจ Delivery ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
วันนี้เราเลยรวบรวมเอา 5 รถมอไซค์ฮอนด้าสุดปัง ประจำปี 2021 มาฝากกัน ส่วนสาเหตุที่เลือกแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง “ฮอนด้า” มาแนะนำกันนั้น เนื่องด้วยความแมสของแบรนด์แบบล้วนๆ เปิดตัวมอไซค์ใหม่ทีไร ได้รับทั้งกระแสและความนิยมไปแบบไม่ต้องบิวท์มาก ยอดจองแน่นตลอด เอาว่าต้องยอมความเก๋าของฮอนด้าเขาจริงๆ
5 รถมอไซค์ฮอนด้ามาแรง ประจำปี 2021
เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านปี 2021 กันมาแล้วครึ่งปี ไหนๆ แล้วมาดูกันว่า ต้นปีที่ผ่านมามีมอไซค์ฮอนด้าตัวไหนออกใหม่มาแรง เป็นที่จับตากันมองกันบ้าง ซึ่งเรารวมมาให้เรียบร้อย เผื่อจะทำให้หลายคนตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น
1. มอไซค์ฮอนด้า All-New Honda PCX 160
ข้อมูลทั่วไปมอไซค์ฮอนด้า All-New Honda PCX 160
รุ่นและราคา : Standard 85,900 บาท, ABS 91,900 บาท และ e:HEV ไฮบริด 107,500 บาท (อ้างอิงจากราคาเปิดตัว) สี : 5 สี เทาดำ, ขาวดำ, แดงดำ, แดงน้ำตาล และ ดำน้ำตาลระบบเครื่องยนต์ : Standard -MLHICF448- / KF44E- | ABS – MLHKF447- / KF44Eอัตราส่วนแรงอัด : 120 : 1น้ำมันเชื้อเพลิง : E20, แก๊สโซฮอล์ 95 หรือ 91ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) : 156.93น้ำหนักสุทธิ (กก.) : Standard 129, ABS 131
ประเดิมกับมอไซค์ฮอนด้าสุดร้อนแรงอย่าง PCX 160 ที่เปิดตัวไปตั้งแต่มกราคม ทว่าความฮอตฮิตของรุ่นนี้ก็หาได้เสื่อมคลายจากใจคนรักมอไซค์นะคะ จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นรถที่มียอดจองต่อเนื่องค่อนข้างสูง ถึงแม้ราคาจะแพงลิบ สวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้ก็ตาม
ด้วยความเทพของสเปค PCX 160 ที่ทางฮอนด้าให้มาแบบไม่มีกั๊ก ไม่ลดทอนเหมือนมอไซค์ฮอนด้ารุ่นก่อนๆ ทั้งยังคงจุดแข็งเรื่องความเก๋ของไฟหน้า ทั้งยังปรับดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวเหมือนกับที่ญี่ปุ่น โดยตัวไฟต่ำและไฟสูงมาในลักษณะแนวนอน ส่วนไฟท้ายรูปคงเอกลักษณ์รูป “X” ไว้ แต่ขนาดใหญ่ สวยงามกว่าเดิม
ส่วนเครื่องยนต์ระบบใหม่ มาพร้อมปริมาตรกระบอกสูบ 156 CC ใหญ่กว่าเดิม ทั้งยังขยายลูกสูบ เพิ่มขนาดยางและใช้หม้อกรองอากาศที่ใหญ่ขึ้น ให้คุณขับขี่ได้สนุกและเร่งได้ถึงใจแน่นอน รวมทั้งขับขี่ปลอดภัยไปกับเทคโนโลยี Honda Control ที่จะคอยป้องกันล้อหลังลื่นหรือสไลด์ เวลาเจอกรวดหรือฝนตก (ใต้เบาะใหญ่ถึง 30 ลิตร เก็บของได้เยอะมาก)
รีวิวเจาะลึก All-New Honda PCX 160
2. มอไซค์ฮอนด้า All New Honda Wave125i 2021
ข้อมูลทั่วไปมอไซค์ฮอนด้า All New Honda Wave125i 2021
รุ่นและราคา : รุ่นสตาร์ทมือ ล้อแม็ก 55,000 บาท และรุ่นสตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด 52,800 บาท (อ้างอิงจากราคาเปิดตัว) สี : 7 สี ดำ, ขาวแดง, เทาแดง, ดำแดง, ขาวดำ, แดงดำ และน้ำเงินดำระบบเครื่องยนต์ : PGM-FI 4 stroke SOHC ซิงเกิ้ล โอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ Air-Cooledอัตราส่วนแรงอัด : 9.3 : 1น้ำมันเชื้อเพลิง : น้ำมันแก๊สโซฮอล์ออกเทน 95 หรือออกเทน 91 ที่มีส่วนผสมของเอทิลแอลกอฮอล์ไม่เกิน 20%ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) : 124.89น้ำหนักสุทธิ (กก.) : 106
หากจะพูดถึงมอไซค์ฮอนด้าสำหรับครอบครัวสักหนึ่งรุ่น เชื่อว่าคำตอบของหลายๆ คนต้องมี Honda Wave อยู่ด้วยแน่นอน ความที่มีจุดแข็งเรื่อง “ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม” และ “การใช้งานที่ครบครัน” ทำให้รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งมอไซค์ยอดนิยม ที่ทางฮอนด้าพัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ
ในปี 2021 นี้ All New Honda Wave125i มาพร้อมคอนเซปต์ โดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ สง่างามในทุกจุดหมาย “The Superior of All Time” จัดเต็มด้วยเครื่องยนต์ 125 CC เหมือนเคย พร้อมพัฒนาระบบหัวฉีด PGM-FI ให้เป็นระดับ 5.5 ทำให้ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม ในระยะทาง 64 กิโลเมตร/ลิตร ให้คุณคุ้มค่าทุกการเดินทาง
ที่สำคัญยังเป็นครั้งแรกของมอไซค์ฮอนด้า ที่ใช้ไฟหน้าแบบ LED คมชัดสว่างทุกมุมมอง และตัวไฟท้ายแบบ New Tail Light โดดเด่นทุกองศา ให้คุณเดินทางได้ปลอดภัย มั่นใจขึ้นกว่าเดิม ไหนจะหน้าปัดเรือนไมล์ดีไซน์ใหม่ ให้ฟีลเรียบหรู สวยงาม ใช้งานง่าย
3. มอไซค์ฮอนด้า All New Scoopy i 2021
ข้อมูลทั่วไปมอไซค์ฮอนด้า All New Scoopy i 2021
รุ่นและราคา : Honda Scoopy Urban ล้อซี่ลวด 49,100 บาท Honda Scoopy Prestige ล้อซี่ลวด 49,600 บาท และ Honda Scoopy Club12 ล้อแม็ก 53,100 บาท (อ้างอิงจากราคาเปิดตัว) สี : 8 สี แดงขาว, น้ำเงินเหลือง, ดำ, ดำเทา, น้ำเงิน, แดง, ขาวเหลืองและขาวชมพูระบบเครื่องยนต์ : eSP ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI 4 จังหวะ แบบซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ระบายความร้อนด้วยอากาศอัตราส่วนแรงอัด : 10.0 : 1น้ำมันเชื้อเพลิง : E20, แก๊สโซฮอล์ 95 หรือ 91ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) : 109.51น้ำหนักสุทธิ (กก.) : 94
มาถึงมอไซค์ฮอนด้าขวัญใจวัยรุ่นไทยมีสไตล์ อย่าง All New Scoopy i 2021 ถึงจะเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2020 แต่ตัวนี้ก็นับเป็นรุ่นล่าสุดที่น่าจับตามองไม่แพ้ตัวอื่นๆ ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย เครื่องยนต์ที่ปรับให้เหนือชั้นกว่าเดิม eSP New Generation ขนาด 110 CC หัวฉีด PGM-FI ขับขี่สนุกกว่าเดิม (ประหยัดน้ำมันสูงถึง 55.6 กม./ลิตร)
ทั้งยังใช้เฟรมแบบใหม่ eSAF แบบเดียวกับรถยนต์ ทำให้ All New Scoopy i 2021 รุ่นนี้น้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิมถึง 5 กก. ได้ความคล่องตัวในการขับขี่กว่าเดิม ส่วนเรื่องดีไซน์และสีสันที่เป็นจุดเด่น ทางฮอนด้ายังคงจัดเต็มมีให้เลือกมากถึง 8 สี มาพร้อมไฟหน้าสไตล์ Modern Ring LED และไฟท้าย LED โค้งมน สว่างด้วย สวยงามด้วย
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันกระจุกกระจิกที่ให้มา ทว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย อย่างช่องเสียบชาร์จโทรศัพท์แบบ USB Socket รวมถึงที่แขวนสัมภาระแบบพับเก็บได้ Rotation Hook หรือใครที่เป็นสายขี้ลืม มอไซค์ฮอนด้ารุ่นนี้มาพร้อมระบบ Honda SMART Key กุญแจรีโมตอัจฉริยะ ที่ระบุตำแหน่งรถและป้องกันการโจรกรรมได้อีกด้วย (เฉพาะรุ่น Club12)
4. มอไซค์ฮอนด้า Honda Lead 125
ข้อมูลทั่วไปมอไซค์ฮอนด้า Honda Lead 125
รุ่นและราคา : 55,000 บาท (อ้างอิงจากราคาเปิดตัว) สี : 3 สี ขาว แดงและดำระบบเครื่องยนต์ : eSP (Enhanced Smart Power) ขนาด 125 CC หัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FIอัตราส่วนแรงอัด : 11.0 : 1น้ำมันเชื้อเพลิง : E20, แก๊สโซฮอล์ 95 หรือ 91ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) : 124.88น้ำหนักสุทธิ (กก.) : 114
มาที่อีกหนึ่งมอไซค์ฮอนด้าที่น่าจับตามองในปี 2021 นี้ เพราะเพิ่งตัวไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อย่าง Honda Lead 125 โดยตัวนี้มาในคอนเซปต์ “มอเตอร์ไซค์ของคนมีของ” ด้วยการชูจุดเด่นเรื่องช่องเก็บใต้เบาะขนาดใหญ่ ที่ให้มาถึง 37 ลิตร ใครที่มีสัมภาระเยอะ ถูกใจแน่นอน (เก็บหมวกกันน็อคได้ 2 ใบ)
ถึงภาพรวมของ Honda Lead 125 จะเป็นมอไซค์ฮอนด้าสำหรับครอบครัวคนเมือง ทว่าดีไซน์ก็ทำได้ดูดี ทันสมัย และครอบคลุมฟังก์ชันต่างๆ ครบครัน ทั้งช่องชาร์จมือถือแบบ AC Socket ไฟหน้าทรง V Shape คมชัดสวยงาม ขณะที่ไฟท้ายก็โฉบเฉี่ยวสว่างทุกการเดินทาง และยังประหยัดน้ำมันสูงสุด 50 กิโลเมตร/ลิตร
นอกจากจะมีช่องเก็บใต้เบาะที่ใหญ่จุใจแล้ว ด้านหน้ามอไซค์ฮอนด้ารุ่นนี้ ยังมีที่แขวนอเนกประสงค์ ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลหน้าขนาดใหญ่ แบบที่ใส่น้ำขนาด 500 Ml. ได้สบายๆ ทั้งยังมาพร้อม Big Rear Rack แร็กท้ายขนาดใหญ่ที่ติดมาพร้อมรถมอไซค์ ให้คุณขนของได้เยอะสะใจ แบบครบจบในที่เดียว
5. มอไซค์ฮอนด้า New Honda X-ADV 2021
ข้อมูลทั่วไปมอไซค์ฮอนด้า New Honda X-ADV 2021
รุ่นและราคา : 98,500 บาท (อ้างอิงจากราคาเปิดตัว) สี : 4 สี ดำ, แดง, ขาวและเทาระบบเครื่องยนต์ : eSP ขนาด 150 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FIอัตราส่วนแรงอัด : 10.6 : 1น้ำมันเชื้อเพลิง : E20, แก๊สโซฮอล์ 95 หรือ 91ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) : 149.32น้ำหนักสุทธิ (กก.) : 133
ปิดท้ายด้วยมอไซค์ฮอนด้าแบบพรีเมียมสุดๆ กับ Honda X-ADV 2021 “The First SUV Bike” ที่จะทำให้ทางเดิมของคุณ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนาให้เทียบชั้นยูโร 5 กำลังมากขึ้นกว่าเดิม 4 แรงม้า ขับขี่ไปไหนก็สนุก สะดวกกว่าเดิมด้วยโหมดขับขี่หลักๆ 4 รูปแบบ (มีโหมดให้คุณปรับแต่งเองด้วย)
Standard – สมดุลทุกระบบตามการขับขี่ช่วงนั้นๆ เอ็นจิ้นเบรก HSTC และระบบ ABS จะทำงานในระดับสูงสุด Sport – การทำงานของเครื่องยนต์และเอ็นจิ้นเบรกที่ดุดัน HSTC ทำงานในระดับต่ำ ABS ทำงานสูงสุด Rain – การตอบสนองของเครื่องยนต์และเอ็นจิ้นเบรกทำงานในระดับต่ำ ส่วน HSTC และ ABS จะทำงานในระดับสูงสุด Gravel – พละกำลังและเอ็นจิ้นเบรกสูงสุดแต่ HSTC และ ABS จะทำงานในระดับต่ำ
ขับขี่สนุกทุกการเดินทางไม่พอ มอไซค์ฮอนด้าตัวนี้ ยังมีดีไซน์สปอร์ตสวยงาม ตัวเบาะสูง 795 มม. เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยให้คุณมองได้ทั่วถึงกว่าเดิม ส่วนตัวรถยกสูงจากพื้นในระยะที่มากสุดของมอเตอร์ไซค์ A.T. ในยุคนี้ ทั้งยังมีเรือนไมล์ LED ที่สวยงาม ที่ชาร์จแบตมือถือ ไฟ Full LED รอบคันส่องสว่างคมชัด
มอไซค์ฮอนด้ารุ่นไหนที่ใช่คุณ?
แนะนำไปเรียบร้อยกับ 5 มอไซค์ฮอนด้าที่มาแรงใน ค.ศ. นี้ จะเห็นได้ว่า 5 รุ่นที่เราคัดสรรมานั้น แตกต่างทั้งสไตล์ กลุ่มเป้าหมาย และราคา มีให้เลือกตั้งแต่ราคากลางๆ ห้าหมื่น ไปจนถึงหลักแสน อย่างมอไซค์ฮอนด้า PCX 130 ไปจนถึงระดับพรีเมียม SUV
ลองพิจารณาการใช้งานตัวเองเป็นหลัก ว่าต้องการรถแบบไหน ใช้งานกันในครอบครัวซื้อของทั่วไป หรืออยากได้มอเตอร์ไซค์เอาไว้ซิ่งไปทำงานคูลๆ สักคัน หรือเน้นดีไซน์สดใสเป็นหลัก
ส่วนเรื่องราคามอไซค์ฮอนด้าแต่ละรุ่นที่เราบอกไปนั้น อ้างอิงจากราคาวันเปิดตัวเพราะปัญหาหลักของแบรนด์นี้ อย่างที่รู้กันว่าราคาหน้าแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน ไม่ได้มีราคาเดียว บางรุ่นเปิดตัวมาราคาหลักแปดหมื่นปลายๆ บางร้านอาจจะขายแสนอัปก็เป็นได้ ผันผวนตามความต้องการของตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นราคาที่แพงกว่าวันเปิดตัว
Jun 14, 2021 | บทความอสังหาฯ
โรงรถอาจจะดูเหมือนส่วนเล็ก ๆ ของบ้านที่ช่วยป้องกันรถสุดรักของเราจากแดดและฝน แต่ใครจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วถ้าสร้างโรงรถหน้าบ้านถูกตามหลักฮวงจุ้ย เราก็มีสิทธิการงานปังขึ้นมาได้เหมือนกัน
วันนี้ Kaidee จึงมีหลักการสร้างโรงรถหน้าบ้านแบบถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยมาฝาก อีกทั้งยังมีทิปส์เล็ก ๆ น้อย ๆ และข้อควรระวังอีกเรื่องโครงสร้างอีกด้วย จะต้องสร้างอะไรยังไง ตามไปอ่านกันเลยค่า
หลักการสร้างโรงรถหน้าบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
1. ควรสร้างโรงจอดรถไว้ทางซ้ายของตัวบ้าน
ในปัจจุบัน คนนิยมสร้างโรงรถติดกับตัวบ้านมากกว่าสร้างโรงรถแยกออกมา ดังนั้นหากอยากให้ถูกตามหลักฮวงจุ้ย ควรสร้างเอาไว้ทางซ้าย และเว้นพื้นที่ให้เว้าเข้าไปพอประมาณ การทำเช่นนี้จะทำให้รถนั้นอยู่ในตำแหน่งของมังกร จะส่งผลดีต่อเจ้าของบ้านมากกว่าเอาไว้ทางขวา อีกทั้งการเว้นพื้นที่เว้าเข้านั้นยังทำให้เกิดความสวยงามโดยรวมเมื่อมองจากภายนอกอีกด้วย
2. ควรสร้างโรงรถแยกออกมาจากตัวบ้าน
ในทางตำรับตำรานั้น โรงรถควรสร้างแยกออกมา แต่หากใครมีเนื้อที่น้อย จะทำตามข้อ 1 ก็ได้ ถือว่าไม่ผิดตำรา อย่างไรก็ตาม โดยทฤษฎีฮวงจุ้ยนั้น รถยนต์เป็นสิ่งที่นำพาพลังงานลบมา และหากคิดตามหลักความเป็นจริงนั้น รถก็เป็นสิ่งที่นำพามลพิษและกลิ่นควันรถมาเช่นกัน ดังนั้น การสร้างโรงรถห่างออกจากตัวบ้าน ถือเป็นเรื่องสมควรทั้งในทางฮวงจุ้ยและการรักษาสุขภาพ
3. ไม่ควรสร้างห้องนอนติดกับโรงรถ
หากทำตามข้อ 1 ควรระมัดระวังอย่าสร้างห้องนอนติดกับโรงรถหน้าบ้าน เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า รถยนต์นำพลังงานลบเข้ามา แล้วก็ห้ามหัวเตียงของห้องนอนทุกห้องไปในทิศทางของโรงรถ ยิ่งไปกว่านั้น อย่าสร้างห้องนอนเหนือโรงรถเด็ดขาด เพราะทั้งไอความร้อนจากเครื่องยนต์ ไอเสีย และเขม่าควันอาจลอยเข้ามาในห้องนอนและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้
4. ไม่ควรสร้างทางเข้าของโรงรถให้ลาดเอียง
สำหรับทางเข้าของโรงรถหน้าบ้านไม่ควรลาดเอียง แต่ควรเรียบเสมอกับระดับของตัวบ้าน เพราะตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า การที่มีพื้นลาดเอียงจะทำให้ทรัพย์สินเงินทองไหลออกไป อีกทั้งยังควรปลูกไม้ดอกไม้ประดับตามทางเข้าเพื่อลดความรุนแรงของพลังงานลบ
ทั้งนี้ เจ้าของบ้านควรสร้างทางเข้าให้เสมอรถยนต์ เพราะทางเข้าที่แคบ นอกจากรถยนต์จะเข้าออกโรงรถไม่สะดวกแล้วเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังส่งผลต่อการเข้ามาของโชคลาภในทางทฤษฎีฮวงจุ้ยอีกด้วย
5. ควรสร้างโรงรถให้แสงสว่างเข้าถึงแล้วอากาศถ่ายเทหมุนเวียน
การสร้างโรงรถให้มีความปลอดภัยและถูกหลักฮวงจุ้ยนั้นต้องสร้างให้โปร่งและโล่งเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ทั้งยังควรสร้างให้แสงธรรมชาติส่องถึงในตอนกลางวันเพื่อป้องกันกลิ่นอับชื้นไปในตัว
3 สิ่งที่ต้องระวังก่อนรีโนเวทโรงรถหน้าบ้านตามหลักฮวงจุ้ ย
1.เสาเข็ม
ในการรีโนเวทโรงรถหน้าบ้านจะต้องพิจารณาว่า พื้นที่ที่เราจะรีโนเวทนั้น สภาพคอนกรีตเป็นอย่างไร หากสภาพคอนกรีตเดิมดูแข็งแรงดี เราก็แค่รีโนเวทโรงรถโดยการเปลี่ยนหลังคาที่มีน้ำหนักเบา อย่างไรก็ตาม หากอยากใช้วัสดุหลังคาที่แข็งแรงทนทานและมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมา ก็ต้องลงเสาเข็มใหม่
การลงเสาเข็มใหม่นั้นอาจลงบนพื้นดินรอบ ๆ พื้นคอนกรีตเดิม แต่หากอยากลงในพื้นคอนกรีตก็จำเป็นต้องเจาะพื้นคอนกรีตเดิมเพื่อลงเสาเข็มให้โรงรถ ซึ่งอาจจะทำให้งบประมาณบานปลาย
อย่างไรก็ตาม หากในตอนแรก พิจารณาแล้วเห็นว่าคอนกรีตมีสภาพทรุดโทรม ก็สามารถรื้อทำใหม่พร้อมลงเสาเข็มได้เลย (ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในขั้นตอนนี้
2.เสารับหลังคา
เสารับหลังคานั้นจำเป็นในกรณีที่หลังคาโรงรถยาวเกิน 2 เมตรเท่านั้น หากหลังคายาวไม่เกิน 2 เมตรและผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยว่าสามารถยึดตัวโรงรถให้ติดกับโครงสร้างบ้านได้เลยโดยใช้ตัวค้ำยันใต้หลังคาและใช้เหล็กยึดด้านบนของตัวโรงรถไว้ด้วย
ในกรณีที่หลังคายาวเกิน 2 เมตรและอยากต่อเติมหลังคาที่แข็งแรงและมีน้ำหนักอยู่สักหน่อย ควรใช้เสารองรับหลังคาเพิ่มอย่างน้อย 4 ต้น และควรแยกโครงสร้างของโรงรถออกมาจากตัวบ้านเพื่อกันไม่เกิดปัญหาการทรุดของ 2 โครงสร้างนี้
3.วัสดุมุงหลังคา
การรีโนเวทหลังคาของโรงรถหน้าบ้านนั้น ส่วนมากคนจะนิยมเลือกหลังคาให้สอดคล้องสไตล์เดียวกันกับตัวบ้าน อย่างไรก็ตาม Kaidee อยากแนะนำให้ใช้วัสดุน้ำหนักเบาเป็นหลัก จะได้ประหยัดทั้งงบและระยะเวลาการรีโนเวท ซึ่งวัสดุมุงหลังคาแบบน้ำหนักเบาจะมี 2 ประเภทคือ
3.1 วัสดุมุงหลังคาโรงรถแบบโปร่งแสง
วัสดุแบบโปร่งแสงมีให้เลือกมากมายหลายแบบ เช่น อะคริลิก, โพลีคาร์บอเนต, UPVC ที่กรองแสงให้ผ่านเพียง 40 %, และไฟเบอร์กลาส
3.2 วัสดุมุงหลังคาโรงรถแบบทึบแสง
ในปัจจุบัน หากเป็นวัสดุแบบทึบแสง คนจะนิยม Metal Sheet ที่เป็นเหล็กรีดให้เป็นแผ่นลอน ซึ่งบางรุ่นจะมีลักษณะเหมือน UPVC อีกหยึ่งวัสดุทึบแสงที่คนสนใจกันคือ ไวนิล ที่สามารถเอามาล็อกต่อกันได้เลยเป็นแผ่นยาว
Do & Don’t รู้ไว้ก่อนสร้างโรงรถหน้าบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
1.Do: โครงสร้างของพื้นรองรับต้องมั่นคงแข็งแรง
ในกรณีที่พื้นเดิมเป็นคอนกรีตที่มีสภาพดีอยู่ การรีโนเวทก็สามารถแต่งเติมกระเบื้องปูพื้นลายต่าง ๆ ลงไปเพื่อความสวยงามได้ แต่หากเป็นพื้นดิน ก็ควรจะเทคอนกรีตทับโดนเลือกได้ว่าจะเทเป็นคอนกรีตปกติ หรือจะลงเสาเข็มไปด้วย ซึ่งการลงเสาเข็มนี้มีข้อดีคือสามารถชะลอการทรุดของพื้นผิวดินได้ และทำให้โครงสร้างพื้นมั่นคงแข็งแรงมากขึ้นนั่นเอง
2.Don’t: ไม่เลือกหลังคาที่ทำมาจากวัสดุที่มีน้ำหนัก
โรงรถหน้าบ้านส่วนมากมักเป็นแบบที่ไม่มีเสาเข็มรองรับหรือถึงแม้จะมี ก็เป็นเพียงเสาเข็มแบบสั้น จึงควรเลือกหลังคาที่ทำมาจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบา เพราะจะช่วยในเรื่องของการทรุดของพื้นผิวหน้าดินให้ช้าลง อย่างไรก็ตาม เพื่อน ๆ ไม่จำเป็นต้องเลือกเป็นหลังคาเสมอไป สามารถเลือกทำเป็นระแนงไม้เพื่อเพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้กับโรงรถหน้าบ้านอีกด้วย
สรุปท้ายบทความรีโนเวทโรงรถหน้าบ้านยังไงให้ปังตามหลักฮวงจุ้ย
การรีโนเวทโรงรถนับเป็นการเพิ่มความสวยงานให้ตัวบ้านอย่างหนึ่ง หากทำตามหลักฮวงจุ้ยเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง ก็ถือว่าได้เพิ่มเรื่องราวดี ๆ ให้แก่ตัวบ้านอย่างแน่นอนค่ะ
สำหรับใครที่สนใจรีโนเวทโรงรถหน้าบ้าน ลองแวะมาชมวัสดุต่อเติมโรงรถได้ที่ Kaidee นะคะ
Jun 14, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
พ่อแม่บางคนอาจมีความคิดว่า “ของเล่นเด็ก” เป็นเรื่องเปลืองเงิน ไม่มีประโยชน์สักเท่าไร นอกจากความสนุกและใช้ฆ่าเวลาให้ลูกของเราหยุดนิ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วของเล่นเด็กที่ดี มีประโยชน์ซ่อนอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องเสริมสร้างพัฒนาการ หากเราเลือกอย่างเหมาะสม
งานวิจัยหลายบทความยืนยันว่า “ของเล่นเด็ก” ที่ดีนั้นมีประโยชน์ หากเราฝึกให้ลูกน้อยของเราเล่นถูกเวลาและตรงกับช่วงวัย จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการเด็กในแต่ละวัยได้ดีเยี่ยม ยิ่งถ้าเราส่งเสริมให้เขาเล่นอย่างสร้างสรรค์ บวกกับใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ จะทำให้ทักษะต่างๆ ถูกเติมเต็มและเติบโตไปอย่างมั่นคง
ของเล่นเด็กช่วยเสริมพัฒนาการลูกได้?
สิ่งที่บรรดาพ่อแม่ต้องคำนึงถึง คือไม่ใช่ว่าจะเลือกของเล่นเด็กอะไรก็ได้ให้ลูก เพราะของเล่นบางชิ้น มีอิทธิพลอย่างมากต่อความคิดของเด็กในช่วงนั้นๆ ส่งผลมาถึงตอนเจริญวัย โดยแสดงออกผ่านการโต้ตอบกับบุคคลอื่นๆ ไปจนถึงการแสดงออกในด้านต่างๆ
ข้อหนึ่งที่ผู้ใหญ่ต้องยอมรับ ของเล่นเด็กบางอย่างซึ่งเราคิดเอาเองว่าเด็กสนุก ทว่ากลับไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อพัฒนาการของเจ้าตัวจิ๋ว ดังนั้นการเลือกของเล่นเด็กให้ลูกน้อยที่ถูกต้อง คือ “การเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย”
“ลักษณะการเล่นของเด็กกว่าร้อยละ 90 มีพฤติกรรมการแสดงออกต่างกันไปตามของเล่นในวัยเด็ก “
ศาสตราจารย์ทราวิก-สมิท (Professor Trawick-Smith) อาจารย์ด้านการศึกษาปฐมวัยแห่ง Center for Early Childhood Education – ประเทศสหรัฐอเมริกา
เราเองในฐานะพ่อแม่ที่พร้อมมอบความรักให้ลูกอย่างเต็มเปี่ยม ควรคัดสรรสิ่งดีๆ ให้ลูกเสมอ ว่าแล้วก็อย่ารอช้า
มาดู 10 ของเล่นเด็กยอดฮิตเสริมสร้างพัฒนาการลูกในแต่ละช่วงวัยกันค่ะ
10 ของเล่นเด็กยอดฮิตเสริมสร้างพัฒนาการ
เด็กแต่ละช่วงวัยมีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน พ่อแม่มือใหม่ซึ่งไม่รู้จะจับต้นชนปลายตรงไหน อย่าเพิ่งกังวลกันไป ทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน โดยเราแบ่งช่วงวัยเด็กออกเป็น 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 3 ขวบ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ทีนี้ก็มาดูกันว่าในแต่ละช่วง เราควรใช้ของเล่นเด็กกระตุ้นหรือส่งเสริมพัฒนาการลูกน้อยเรื่องอะไรบ้าง
1. ของเล่นเด็กแรกเกิดจนถึง 5 เดือน
ช่วงของการเริ่มต้น เวลาแห่งการผลิบาน ที่เจ้าตัวจิ๋วยังไม่ค่อยมีพิษมีภัยเท่าไร ทำให้กิจกรรมของเด็กในช่วงนี้ยังไม่เยอะมาก ขยับได้เล็กๆ น้อยๆ อย่างการหยิบจับสิ่งของ ฝึกลุกนั่งและนอนเป็นหลัก
ทุกๆ อย่างเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขา พยายามเลือกของเล่นเด็กที่มีผิวสัมนุ่มๆ หยิบจับง่าย ยิ่งถ้ามีความแตกต่างของพื้นผิว จะช่วยกระตุ้นเรื่องความรู้สึกได้ดี อย่างไรก็ดีทารกช่วงนี้จะตอบสนองได้ดีกับวัตถุที่เคลื่อนไหว มีสีสันสดใสหรือสีคอนทราสต์กัน ทั้งยังค่อนข้างไวต่อเสียง
ยิ่งถ้าเราเลือกของเล่นเด็กที่มีรูปทรงและขนาดต่างกันยิ่งดี เพราะจะช่วยเสริมสร้างเรื่องความจำ และระบบประสาทตาและกล้ามเนื้อมือได้ดี แต่ไม่ควรเลือกของเล่นขนาดเล็กมากไป เนื่องด้วยเด็กช่วงนี้เผลอเอาเข้าปากได้ง่าย (อย่าลืมล้างของเล่นบ่อยๆ)
1.1 ของเล่นเด็กที่เขย่าแล้วมีเสียง (Rattles)
อย่างที่บอกไปว่าทารกช่วงนี้ จะตอบสนองได้ดีกับวัตถุสีสันสดใสและมีเสียง ยิ่งเป็นของเล่นเด็ก ขนาดกำลังเหมาะมือแล้ว ยิ่งเพลินไปกันใหญ่ นอกจากจะได้ความสนุกแล้ว เขายังได้ฝึกการขยับจังหวะมือ เพื่อให้เกิดเสียง เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และเสริมสร้างการได้ยินไปในตัว
1.2 ของเล่นเด็กแนวตุ๊กตาสัตว์เลี้ยง (Plush Animals)
เด็กๆ ทุกคนมักมี “น้องเน่า ” เป็นของตัวเอง ตุ๊กตาตัวโปรดที่เราต้องเอาติดสอยห้อยตามไปด้วยทุกแห่ง เพราะว่า “กลิ่น” เป็นตัวกระตุ้นความทรงจำที่ดี การมีตุ๊กตาเล็กๆ อยู่กับทารกนอกจากจะช่วยให้ความอบอุ่นทางใจแล้ว ยังเป็นส่วนสร้างความรักความผูกพันอีกด้วย
1.3 ของเล่นเด็กที่บีบได้ (Squeeze Toys)
ทุกๆ ครั้งที่ทารกบีบของเล่นเด็ก แล้วเกิดเสียง จะยิ่งสร้างแรงจูงใจให้เด็กสนใจและทำซ้ำบ่อยๆ ได้ความเพลิดเพลิน และยังสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปในตัว
2. ของเล่นเด็กวัย 6 ถึง 11 เดือน
วัยล้มลุกคลุกคลานของเด็กน้อย ความปรารถนาของเขาจะเริ่มชัดเจนขึ้น พ่อแม่จะเริ่มสังเกตได้ว่า ลูกเราชอบเล่นอะไรหรือไม่ชอบอะไร ไหนจะเริ่มใช้กล้ามเนื้อมือหยิบจับอะไรได้มั่นคงกว่าเดิม รวมถึงมีช่วงที่ไม่ได้ดั่งใจขว้างปาข้าวของ
พ่อแม่อย่างเราควรเริ่มวางรากฐานที่ดีตั้งแต่วันนี้ ด้วยการเลือกของเล่นเด็กที่เสริมสร้างจินตนาการ และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา โดยเด็กในวัยนี้รักการเรียนรู้ด้วยภาพและเสียงเป็นที่สุด พัฒนาได้ทั้งทักษะประสาทสัมผัส เพิ่มความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนพัฒนาการทางภาษา
2.1 ของเล่นเด็กประเภทเครื่องดนตรีประเภทตีกระทบ (Xylophones)
เสียงดนตรีช่วยเสริมสร้างจินตนาการของเด็กได้ดีเสมอ การปล่อยให้เขาใช้เวลาอยู่กับของเล่นเด็กชนิดนี้ นอกจากจะช่วยให้เบบี้อารมณ์ดีกับเสียงเพลงแล้ว ยังฝึกประสาทตาให้สัมพันธ์กับมือ กระตุ้นสมอง รวมถึงการขยับจังหวะไปจนถึงการลงน้ำหนักมือ
2.2 ของเล่นเด็กประเภทไม้ (Wooden Puzzles)
ฝึกแก้ปัญหาแบบคิดวิเคราะห์ไปกับของเล่นเด็กแนว Wooden Puzzles นอกจากนี้ยังได้ทักษะเรื่องการเชื่อมโยง และการสร้างเสริมจินตนาการได้ดี รวมทั้งกระตุ้นให้เขามีสมาธิให้จดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้นานขึ้น
2.3 ของเล่นเด็กที่ใช้สำหรับฟัน (Teething Toys)
ช่วงนี้ฟันของลูกน้อยเริ่มจะขึ้นมาบ้างแล้ว อาจส่งผลให้เด็กๆ หลายคนอารมณ์ไม่ดี ดังนั้นการหาของเล่นเด็กที่ทำจากวัสดุนุ่มนิ่มและปลอดภัย ให้เขากัดเล่นระหว่างนี้ เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยกระตุ้นให้ฟันขึ้น และลดอาการฉุนเฉียวของลูกได้เช่นกัน
3. ของเล่นเด็กอายุ 1 ถึง 3 ขวบ
มาถึงวัยที่เด็กน้อยของคุณเริ่มเจริญวัยขึ้น แน่นอนว่าพลังการแสดงออกต่อสิ่งต่างๆ ย่อมเพิ่มขึ้นตามมา ทั้งการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วขึ้น เดินไววิ่งเร็ว รวมถึงควบคุมปฏิกริยาการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้ดี ทั้งยังเป็นช่วงที่พวกเขาเริ่มเข้าเรียน เจอกับสังคมกว้างขึ้นกับเพื่อนต่างที่มา
ของเล่นเด็กที่เหมาะกับช่วงวัยนี้ คือของที่ฝึกการทำงานของสมอง รวมถึงกระตุ้นการเคลื่อนไหวของร่างกายในส่วนต่างๆ หรือจะเป็นเกมสนุกๆ เน้นเรื่องการทำซ้ำ ช่วยเติมเต็มเรื่องความจำ เรียกได้ว่าเป็นของเล่นเด็กหมวดหมู่แอดวานซ์ขึ้นมา
3.1 ของเล่นเด็กประเภทหนังสือพร้อมภาพประกอบ (Books with Photos or Illustrations)
ให้ลูกน้อยของคุณปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด ฝึกพัฒนาสมอง ด้วยหนังสือภาพประกอบสีสันสดใส เป็นของเล่นเด็กที่สร้างการเรียนรู้หลากหลายด้าน ได้ทั้งเรื่องความจำ ความสนุกและความเพลิดเพลิน
3.2 ของเล่นเด็กประเภทอุปกรณ์ศิลปะ (Art Supplies)
ถ้าเบบี้เบื่อหรือหมดความสนุกกับหนังสือภาพประกอบแล้ว อุปกรณ์ศิลปะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ การที่เขาได้มีส่วนร่วมแต่งเติม ขีดเขียน หรือระบายสี น่าจะดึงความสนใจและเพิ่มความสนุกได้ดี ทั้งยังสร้างสมาธิ ฝึกให้เขาจดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้นานขึ้น
3.3 ของเล่นเด็กแนวก่อสร้าง (Construction Toys)
สนุกไปกับการประกอบนั่นต่อนี่ ด้วยของเล่นแนวก่อสร้าง ให้ลูกน้อยของเราสวมบทบาทเป็นช่างก่อสร้างตัวจิ๋ว ฝึกการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้ดี ทั้งยังพัฒนาระบบสมอง ช่วยเรื่องระบบการคิดวิเคราะห์และเพลิดเพลินกับจินตนาการแบบไร้ขอบเขต
3.4 ของเล่นเด็กแนวจิ๊กซอว์ (Jigsaw Puzzles)
นอกจากจะช่วยให้เด็กๆ แยกแยะเรื่องสีได้ชัดเจนแล้ว ทักษะหลายด้านยังถูกเติมเต็มให้มั่นคงขึ้น ทั้งระบบสมอง สมาธิ การคิดวิเคราะห์ ตลอดจนการมองภาพรวมแบบเชื่อมโยง เรียกว่าเป็นของเล่นที่ครบเครื่องทั้งในเรื่องความสนุกและได้ประโยชน์
ซื้อของเล่นเด็กเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อย
ถึงจะมีของเล่นเด็กช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกมากมายแค่ไหน แต่อย่าลืมว่า “เวลา” ของพ่อแม่ที่มอบให้เขาเป็นสิ่งสำคัญเสมอ การได้อยู่กับลูกน้อยในช่วงวัยนี้เป็นสิ่งดีในการสร้างความผูกพันและความทรงจำดีๆ ของเล่นเด็กเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ช่วยเติมเต็มให้เวลาในช่วงนั้นมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
การมีของเล่นเด็กดีๆ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ ก็เหมือนกับการสร้างรากฐานลูกของเราให้มั่นคง เตรียมความพร้อมให้เขาก้าวสู่โลกภายนอกได้อย่างแข็งแกร่ง อย่าคิดว่าของเล่นเป็นเพียงสิ่งเล่นๆ ใช้ฆ่าเวลาไปวันๆ หากเราเลือกของเล่นได้ดีเหมาะสมตามวัย จะช่วยให้ลูกของเราได้เปรียบกว่าใครๆ
เข้าไปดูของเล่นดีๆ เพิ่มทักษะได้ที่ kaidee แหล่งรวมของเล่นนานาชนิด ซึ่งมีให้คุณเลือกหลากหลาย
Jun 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
https://youtu.be/a4ZY6BXcD9k
งานใหญ่ประจำช่วงครึ่งปีแรกของแอปเปิ้ลกับ WWDC 2021 ที่คนทั่วโลกต่างรอคอยกัน ซึ่งในปีนี้อาจไม่มีผลิตภัณฑ์ด้านฮาร์ดแวร์ใหม่ปล่อยออกมา แต่สำหรับซอฟต์แวร์ OS ต่างๆเรียกว่ายกขบวนมาให้เราได้ตื่นเต้นและรออัปเดต จะมีอะไรบ้างไปดูกัน
iOS 15 ความสะดวกที่เหนือกว่าเคย
1.FaceTime ที่ปรับปรุงดียิ่งขึ้น
เห็นทุกคนในสายพร้อมกันด้วย Grid View ที่จัดเรียงหน้าจอของแต่ละคน พร้อมมีสัญลักษณ์บอกว่าใครกำลังพูดอยู่
นอกจากนี้ภาพเวลา FaceTime จะดูดีมากยิ่งขึ้นด้วย โหมด Portrait หน้าชัดหลังเบลอ พร้อมยังพัฒนาระบบเสียงตามตำแหน่ง ทำให้ได้รับเสียงพูดที่เหมือนผู้พูดอยู่บนหน้าจอจริงๆ (ใช้ได้กับ A12 Bionic ขึ้นไป)
FaceTime ถูกปรับปรุงให้สามารถสร้างลิงค์และแชร์ไปยังแอปข้อความ อีเมล ปฏิทิน หรือแอป Third Party อื่นๆก็ได้ ไม่ว่าจะแอนดรอยด์หรือวินโดว์ก็สามารถเข้าผ่านเบราวเซอร์ Chrome หรือ Edge ได้ (แบบนี้ต้องบอกเลยว่า สะดวกสูสีกับ Zoom จริงๆ)
รวมถึงระบบ SharePlay ใน Facetime ที่สามารถแชร์ประสบการณ์ร่วมกันกับทุกคนที่อยู่ในสาย ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง ดูคอนเทนต์ใน Tiktok Disney+ หรือแชร์หน้าจอเพื่อดูแอปอื่นๆพร้อมกับเพื่อนก็ทำได้อย่างสะดวก
2.โฟกัสกับสิ่งต่างๆได้ยิ่งขึ้น
ระบบ Focus ที่ช่วยจัดการการแจ้งเตือนต่างๆให้คุณได้มีสมาธิมากขึ้นในระหว่างการทำสิ่งต่างๆ โดยคุณสามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะสมตามความต้องการได้
3.ค้นหาและสแกนข้อความจากในภาพด้วย Live Text
ด้วย Apple Neural Engine ทำให้กล้องไอโฟนของเราสามารถตรวจหาและคัดลอกข้อความจากภาพได้อย่างรวดเร็ว
4. โฉมใหม่ของซาฟารี Safari
ครั้งนี้ Safari ถูกปรับปรุงให้มีหน้าตาที่ใช้งานได้อย่างสะดวกมากขึ้น ด้วยการย้ายแถบเว็บไซต์ลงมาไว้ด้านล่าง ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน และประหยัดพื้นที่บนหน้าจอได้มากขึ้น รวมถึง Tab Groups ที่ช่วยบันทึกแถบต่างๆไว้ เวลากลับมาเปิดอีกครั้งก็สามารถเลือกเปิดตามกลุ่มที่บันทึกไว้ได้อย่างสะดวก
5.ความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มมากขึ้น
แอปเปิ้ลพัฒนาคุณสมบัติด้านความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น อย่างการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเมล ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ส่งรู้ว่าเราได้เปิดอ่านเมลแล้วหรือยัง พร้อมกับการซ่อน IP address ไม่ให้ผู้ส่งรู้ตำแหน่งของเรา
iPadOS 15
จากเดิมที่ Widget จะอยู่เพียงริมซ้ายบนหน้าแรกของหน้าโฮม ใน iPadOS 15 นี้ Widget สามารถใส่บนหน้าโฮมได้อย่างอิสระ แถมยังมีขนาดที่ใหญ่ ง่ายต่อการมองเห็น แถมยังมี Widget ใหม่ๆเพิ่มมาให้ด้วยนะ
2.มัสติทาสก์ที่สะดวกขึ้นกับ Split View และ Slide Over
เพียงหนึ่งครั้งจอที่ Split จะถูกเลื่อนเก็บไปเพื่อให้เราเข้าถึงหน้าโฮมได้อย่างสะดวก
3.จดโน๊ตบน iPad ได้ดียิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะตอนดูเว็บไซต์บนซาฟารีอยู่หรือบนแอปต่างๆเราสามารถจดโน๊ตได้อย่างรวดเร็วได้ด้วย Quick Note นอกจากนี้ยังสามารถติด Tags บนโน๊ตและยังสามารถจัดระเบียบโน๊ตตามแท็กได้ด้วย Smart Folder
4.Safari ที่เก่งขึ้น
อยากที่ทราบใน iOS 15 ว่า Safari มีการพัฒนาหลายอย่าง ซึ่งบน iPadOS จะมีความพิเศษกว่าตรงที่ Safari บน iPad จะรองรับส่วนขยายเว็บหรือ Extension ที่มาเพิ่มความสามารถให้ Safari ได้ โดยดาวน์โหลดจาก App Store
ส่วนเรื่อง FaceTime และความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มมากขึ้นก็ใช้งานได้เช่นเดียวกับ iOS 15 เลย
WatchOS8
1.หน้าปัดใหม่ “ภาพถ่ายบุคคล”
เราสามารถใช้ภาพถ่าย Portrait บนไอโฟนมาใช้เป็นหน้าปัดที่ดูมีมิติมากยิ่งขึ้นด้วยเอฟเฟกต์แบบหลายเลเยอร์ทำให้ตัวบุคคลในภาพดูโดดเด่นมีชีวิตชีวา
2.รองรับการออกกำลังกายแบบไทเก็กและพิลาทิส
การออกกำลังกายที่เน้นฝึกความแข็งแรงและฝึกการเคลื่อนไหวอย่างมีสมาธิอย่าง ไทเก็กและพิลาทิส บน WatchOS ก็สามารถวัดการเคลื่อนไหวและการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำ
3.ฝึกสมาธิด้วย Reflect
ในแอปหายใจหรือ Breath บน Apple Watch นั้นใน WatchOS8 ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ที่ชื่อ Reflect ที่ช่วยให้เราได้ฝึกสมาธิด้วยการจดจ่อบนหน้าจอ Apple Watch ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งตรงนี้ช่วยให้เราสงบจิตสงบใจ สร้างสมาธิและพลังความคิดแง่บวกได้
4.ตรวจวัดการหายใจขณะนอนหลับ
การพักผ่อนที่เพียงพอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เรามีร่างกายและจิตใจที่ดีขึ้น โดยใน WatchOS8 จะสามารถวัดอัตราการหายใจของคุณขณะนอนหลับ รวมถึงตรวจวัดเวลาการนอน อัตราการเต้นของหัวใจรวมถึงออกซิเจนในเลือดได้
MacOS Monterey
1.Universal Control
ใครที่ใช้ทั้ง iPad และ Mac ต้องชอบแน่ๆกับฟีเจอร์นี้ที่ทำให้เราสามารถเลื่อนเมาส์และใช้งานคีย์บอร์ดเพียงหนึ่งตัวไปมาระหว่างหน้าจอของ iPad และ Mac ได้อย่างลื่นไหล แถมยังสามารถลากและวางคอนเทนต์ไปมาได้เช่นเดียวกัน
2.AirPlay to Mac
ง่ายกว่าเดิมกับการใช้ AirPlay ยิงจอจาก iPhone หรือ iPad มายัง Mac ได้โดยตรง แถมยังใช้ Mac เป็นลำโพงผ่าน AirPlay ได้อีกด้วย
3.ถึงเวลาของ Shortcut บน Mac
จากที่เคยปล่อยให้ใช้งานบน iOS และ iPadOS มาเรียกว่าเป็นแอปที่ฉลาดและช่วยเพิ่มความสะดวกได้มากแอปหนึ่ง ครั้งนี้ใน MacOS Monterey ก็ได้เพิ่ม Shortcut ให้ใช้งานบน Mac ได้แล้ว
4..FaceTime, Safari และ Quick Note
เช่นเดียวกับ iOS15 และ iPadOS15 ที่ปรับปรุงเรื่อง FaceTime Safari และ Quick Note ให้ใช้งานได้ดีและสะดวกมากยิ่งขึ้น
สรุปงาน WWDC 2021
ครั้งนี้ใครที่อยู่ใน Ecosystem ของแอปเปิ้ลเรียกว่าได้รับความสะดวกและเปิดประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกและดียิ่งขึ้นบน OS ใหม่ต่างๆ สำหรับ Public Beta จะปล่อยให้ใช้งานในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ส่วนตัวเต็มของแต่ละ OS จะเริ่มปล่อยอัปเดตในช่วง Fall หรือปลายปีนี้นั่นเอง
หากใครชื่นชอบในการอัปเดตของ OS ต่างๆในครั้งนี้ อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม แต่ถ้ายังไม่มีล่ะก็ Kaidee เรามีพร้อมรอไว้ให้คุณได้เป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็น iPhone iPad หรือ Mac ก็สามารถเข้ามาเลือกชมได้อย่างง่ายดายทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน