เผยเคล็ดลับ! ไหว้รถใช้ธูปกี่ดอกถึงจะเสริมสิริมงคล

เผยเคล็ดลับ! ไหว้รถใช้ธูปกี่ดอกถึงจะเสริมสิริมงคล

ออกรถมาทั้งทีก็ต้องทำพิธีมงคลไหว้รถกันสักหน่อย ด้วยความเชื่อและความสบายใจที่คนไทยทำกันมารุ่นต่อรุ่น ที่เมื่อออกรถใหม่ก็ต้องไหว้แม่ย่านางรถเพื่อเป็นสิริมงคล แคล้วคลาดปลอดภัย แต่ขั้นตอนต่างๆ อย่างเช่น ไหว้รถจะต้องจุดธูปกี่ดอก ใช้เครื่องเซ่นไหว้อะไรบ้าง เรื่องเหล่านี้ก็ต้องศึกษาและเตรียมให้พร้อม 

ทำไมต้องไหว้แม่ย่าน่างรถ? 

ตามความเชื่อที่เราต่างยึดถือกันมานานอย่างการไหว้พระไหว้เจ้าหรือไหว้ศาลต่างๆ ก็เพื่อขอนุญาติหรือขอพรเพื่อความสิริมงคล อย่างตามพาหนะต่างๆเช่นรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ก็มีความเชื่อว่ามีแม่ย่านางคอยคุ้มครองเวลาเราใช้รถใช้ถนน ให้แคล้วคลาดปลอดภัย ไม่มีอุบัติเหตุใดใดเกิดขึ้น

ดังนั้นการไหว้แม่ย่านางนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเป็นการขอพรให้แม่ย่านางช่วยคุ้มครอง เราไหว้ได้ทั้งตอนวันออกรถใหม่ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ วันพระ หรือเลือกวันที่เราสะดวกได้เลย อาจไหว้เดือนละครั้งหรือปีละครั้งก็ได้ตามความสบายใจของแต่ละคน

สิ่งที่ต้องเตรียม

การไหว้รถหรือไหว้แม่ย่านางนั้นต้องเตรียมสิ่งของเซ่นไหว้เช่นเดียวกับพิธีมงคลทั่วไป แต่ต้องใช้อะไรบ้างและใช้ธูปกี่ดอกเรามาดูกัน

  • ธูป 9 ดอก 
  • ข้าวสาร 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 1 ขวด
  • หมาก พลู
  • ยาเส้นสีฟัน 3 คำ
  • ยาสูบ 3 ม้วน
  • ผลไม้มงคล 5 ชนิด เช่น ส้ม กล้วยน้ำว้าหรือกล้วยหอม 2  หวีหรือมะพร้าว เป็นต้น
  • ขนมเทียน ขนมถ้วยฟูหรือสาลี่ 

ตามที่หลายคนสงสัยและถามกันอยู่บ่อยๆว่าไหว้รถต้องใช้ธูปกี่ดอก ตามพิธีแล้ว ไหว้รถต้องใช้ธูป 9 ดอก ส่วนชุดหมากพลูและยาเส้นสีฟันนั้นสามารถหาได้ตามร้านขายดอกไม้และพวงมาลัยไหว้พระ หากบอกว่าเอาไปใช้ไหว้แม่ย่านางคนขายก็จะจัดให้ตามนี้เลย 

เรื่องผลไม้และขนมมงคลก็สามารถเลือกได้ตามที่หาได้หรือตามงบประมาณที่มี ซึ่งผลไม้มงคลนั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะกล้วยหอม ส้ม แอปเปิ้ล แก้วมังกร สาลี่ ลิ้นจี่เป็นต้น 

ขั้นตอนการไหว้

เมื่อเตรียมของเซ่นไหว้ครบแล้ว เราสามารถกำหนดวันด้วยตัวเอง โดยหาฤกษ์ที่ดีที่สุดจากแหล่งต่างๆได้เลย ส่วนเรื่องเวลานั้น ส่วนมากจะนิยมทำพิธีกันในช่วงเช้า พอได้วันและเวลาที่เหมาะสมแล้วก็เริ่มขั้นตอนตามนี้ได้เลย

1.จอดรถพร้อมเตรียมพื้นที่ ด้านหน้ารถ

หากใครที่อยู่ในบ้านแล้วมีที่จอดรถก็สามารถใช้พื้นที่ตรงนั้นได้เลย หากเป็นคอนโดก็ใช้พื้นที่ตรงลานจอดรถได้เช่นเดียวกัน แต่อาจต้องขออนุญาตทางนิติก่อน  

2.จัดโต๊ะเซ่นไหว้

จัดโต๊ะเซ่นไหว้บริเวณด้านหน้ารถให้พร้อม การวางของเซ่นจะไม่มีหลักตายตัว แต่เราสามารถจัดเรียงให้สวยงามตามความเชื่อหรือความสะดวกของแต่ละบุคคลไป 

3.สตาร์ทรถและบีบแตร

เมื่อจัดโต๊ะทุกอย่างแล้ว ให้สตาร์ทรถและบีบแตร 3 ครั้ง เพื่อเป็นการเอาฤกษ์ พร้อมเปิดประตูรถไว้

4.จุดธูป 9 ดอกพร้อมกล่าวบทสวด

การไหว้รถ ใช้ธูป 9 ดอก จุดให้ครบแล้วกล่าวบทสวดถวายของไหว้แม่ย่านางดังนี้ 

เริ่มต้นนะโม 3 จบ และตามด้วย 

“สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ

ทุติยัมปิ สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ

ตะติยัม สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ”

“ลูกขอถวายสิ่งเหล่านี้แก่แม่ย่านางรถ ขอท่านจงรับซึ่งสิ่งเหล่านี้เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ลูกทั้งหลายเทอญ สาธุ”

เสร็จแล้วให้นำธูปทั้ง 9 ดอกไปปักลงในกระถางหรือสามารถปักแยกลงบนของเซ่นได้ 

5.กล่าวบทสวดลาของเซ่นไหว้

รอจนธูปหมดครบแล้วกล่าวบทสวดลาของไหว้ดังนี้ 

ตั้งนะโม 3 จบ แล้วตามด้วย 

“พุทธังลา ธัมมังลา สังฆังลา

ข้าพเจ้าขอลาสิ่งของเหล่านี้ เพื่อให้เป็นทานต่อไป และเพื่อเป็นยารักษาโรค อย่าให้เกิดโทษใด ๆ เลย

นะ เสสัง มังคะลา ยาจามะ”

จากนั้นสามารถเก็บของไหว้และเป็นอันเสร็จพิธี 

พิธีไหว้รถอย่างอื่นนอกจากไหว้แม่ย่านาง

การไหว้รถ ไหว้แม่ย่านางนั้นเรียกได้ว่าเป็นพิธีมงคลสำคัญหลักๆของคนมีรถเลยก็ว่าได้ แต่นอกจากพิธีนี้แล้วยังมีพิธีอื่นอย่างการนิมนต์พระมาเจิมรถก็เป็นอีกสิ่งที่แนะนำให้ควรทำเช่นกัน

การเจิมรถนั้นเราอาจไปที่วัดแล้วนิมนต์หลวงพ่อหรือหลวงพี่มาทำพิธีให้ โดยเราต้องเตรียมของไหว้ต่างๆไปเอง เช่น ธูปเทียน น้ำอบ แป้งดินสอพองเป็นต้น ซึ่งพิธีนี้อาจต้องเลือกวัดหรือพระที่ตัวเองมีความศรัทธาและสบายใจที่จะให้ท่านมาเจิมรถเพื่อเป็นมงคลในการใช้รถบนท้องถนนของเรา 

พิธีมงคลเสร็จสิ้น เวลาใช้รถจริงอย่าลืมมีสติ

การขับรถไม่ว่าจะรถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์ออกไปบนท้องถนนนั้น แน่นอนว่าเรื่องพิธีนี้จะช่วยคุ้มครองให้เราได้สบายใจ แต่อย่าลืมเตือนตัวเองทุกครั้งบนท้องถนนอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อหากขาดสติไปแม้แต่เสี้ยววินาที 

โดยเฉพาะเรื่องเมาแล้วขับหรือขับรถอย่างประมาท เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะไหว้รถ จุดธูปกี่ดอกก็ตามหรือทำพิธีมาแล้วกี่หน ถ้ายังขับรถโดยประมาทและขาดสติอุบัติเหตุก็พร้อมเกิดขึ้นกับเราเสมอ 

สรุปการไหว้รถ ไหว้แม่ย่านาง

พิธีไหว้รถไหว้แม่ย่านางถือเป็นสิ่งที่สืบทอดกันต่อมาตั้งแต่สมัยก่อน ด้วยเรื่องความเชื่อสำหรับคนไทยนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ อย่างน้อยเพื่อความสบายใจและทำพิธีไปไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็ถือเป็นเหตุผลที่เพียงพอในการทำพิธีหนึ่งแล้ว 

อย่างที่กล่าวไปด้านบนเมื่อพิธีเสร็จสิ้น ถึงเวลาใช้รถบนท้องถนนก็อย่าลืมสิ่งสำคัญนั่นคือสติของเรา และนึกไว้ตลอดเวลาว่าไม่มีพิธีไหนที่จะช่วยให้เรารอดพ้นอุบติเหตุที่เกิดจากความประมาทของเราเองได้ 

และอีกหนึ่งข้อสำคัญคือ เมื่อพูดถึงเรื่องรถไม่ว่าจะรถยนต์ มอเตอร์ไซต์ก็ต้อง Kaidee Auto เลย แหล่งรวมรถยนต์มือสองที่มีรถมากมายพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ดังนั้นเซฟบทความนี้ไว้ ได้รถที่ถูกใจเมื่อไหร่ก็มาทำพิธีได้เลย ! 

รวมสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ เลี้ยงง่ายไม่ต้องดูแลเยอะ

รวมสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ เลี้ยงง่ายไม่ต้องดูแลเยอะ

มองหาสัตว์เลี้ยงน่ารักกันอยู่หรือเปล่าคะ เมื่อความเหงามาเยือน การมองหาเพื่อนรู้ใจสักคนย่อมเป็นเรื่องธรรมดา แต่เพื่อนรู้ใจอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นมนุษย์เหมือนกันเสมอไป แค่มีเจ้าสัตว์เลี้ยงน่ารักสักตัวไว้คอยอยู่ข้าง ๆ ก็ปลอบประโลมจิตใจให้คลายเหงาได้แล้ว 

แต่การเลี้ยงสัตว์อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน สัตว์เลี้ยงบางชนิดก็ต้องการการดูแลเป็นพิเศษและมีข้อจำกัดมากมาย วันนี้เราเลยขอคัดเหล่าสัตว์เลี้ยงน่ารักเลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลเยอะมาเอาใจทุกคนกัน ไปดูเลยดีกว่าว่าจะมีเจ้าตัวจ้อยชนิดไหนบ้าง

สัตว์เลี้ยงน่ารัก เลี้ยงง่าย มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

ปลาเสือเยอรมัน สัตว์เลี้ยงน่ารักใต้น้ำเอาใจง่าย

ปลาเสือเยอรมันเป็นปลาตัวเล็กสีสันสดใส ยิ่งเลี้ยงรวมกันเป็นฝูงยิ่งสวยงาม เพลินตาเพลินใจที่สุดเจ้าปลาเสือเยอรมันในปัจจุบันมีหลายสีเลย ตั้งแต่สีธรรมดาทั่วไปจนถึงสีสันพิเศษสะดุดตา เช่น แพลตตินัม สายรุ้ง และอีกมากมาย 

เราสามารถแยกเพศเจ้าปลาเสือเยอรมันได้จากรูปทรง ตัวเมียจะมีรูปร่างกลมกว่าตัวผู้ ทั้งสองเพศเมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาดประมาณ 2 – 3 นิ้ว

หากพูดถึงอุปนิสัยใจคอของปลาเสือเยอรมันแล้ว เจ้าปลาตัวน้อยชนิดนี้ถือเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักที่นิสัยดี เอาใจง่าย ไม่เรื่องมากเรื่องอาหาร เรียกว่าเลี้ยงง่ายหายห่วงแน่นอน

การดูแลปลาเสือเยอรมัน

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าเจ้าปลาเสือเยอรมันเป็นปลาที่กินง่ายอยู่ง่าย ไม่เรื่องมากเรื่องอาหารการกิน จึงดูแลไม่ยาก ไม่ต้องใช้ตู้ปลาขนาดใหญ่มากเพราะปลาเสือเยอรมันไม่ได้ต้องการพื้นที่เยอะแยะอะไร ขอแค่แหวกว่ายได้ก็พอ

ด้านอาหารการกิน เราสามารถให้อาหารเจ้าปลาได้หลากหลายรูปแบบทั้งอาหารแช่แข็ง อาหารสด และ อาหารผง

กระต่ายขนปุกปุยแสนสดใส สัตว์เลี้ยงน่ารักยอดนิยม

กระต่ายถือเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมตลอดกาลอีกหนึ่งชนิด ตัวกลมดิ๊ก ขนนุ่มฟู หน้าจิ้มลิ้ม ตาโตแป๋วแหว๋ว มองมุมไหนก็น่าอุ้มน่ากอดไปหมด ใครต่อใครก็ตกหลุมรักได้ไม่ยาก 

สายพันธุ์น้องกระต่ายที่นิยมนำมาเลี้ยง เช่น ฮอลแลนด์ ลอป, เนเธอร์แลนด์ ดวอร์ฟ, เร็กซ์ และมินิลอป 

กระต่ายเป็นสัตว์ขี้เบื่อ ชอบวิ่งเล่น รักความสะอาด และไม่ค่อยส่งเสียง ถึงบางมุมจะมีโลกส่วนตัวสูง แต่ก็ถือว่าเลี้ยงไม่ยากค่ะ 

การดูแลกระต่าย

ควรมีพื้นที่กว้างพอให้กระต่ายวิ่งเล่นแบบไม่อึดอัด ถ้าเลี้ยงนอกบ้านก็ควรเลือกบริเวณที่ลมไม่โกรกแรงเกินไป รวมทั้งใช้หญ้าปูพื้นกรงเพื่อสร้างความอบอุ่น เจ้ากระต่ายจะได้ไม่ต้องนอนหนาว นอกจากนี้ควรมีอุปกรณ์ให้น้องเล่น เช่น อุโมงค์หรือสะพาน เนื่องจากน้องเป็นสัตว์ขี้เบื่อไม่ชอบอยู่เฉย ๆ 

กระต่ายจะกินหญ้าเป็นอาหารหลัก เมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป สามารถให้ผักและผลไม้ชนิดอื่นเสริมได้ เช่น แครอต ผักกาดขาว ผักโขม แอปเปิล มะละกอ และอื่น ๆ แต่ต้องให้แบบเล็ก ๆ น้อย ๆ เนื่องจากอาหารหลักของกระต่ายยังคงเป็นหญ้าเหมือนเดิม 

นอกจากนี้เราควรหมั่นเช็กอึน้องด้วย เพราะอึจะช่วยบ่งบอกสุขภาพได้ พฤติกรรมการกินอึตัวเองนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของกระต่ายเนื่องจากการกินอึ จะช่วยปรับลำไส้ของน้องให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

หนูแฮมสเตอร์ เจ้าก้อนตาแป๋วแสนซน สัตว์เลี้ยงน่ารักตัวจิ๋ว

ต้องบอกว่าเราโตมาในยุคที่ครั้งหนึ่งมีคนฮิตเลี้ยงเจ้าหนูแฮมสเตอร์กันทั่วบ้านทั่วเมืองเลย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกค่ะ เพราะความน่ารักของเจ้าหนูตัวจิ๋วพวกนี้ตราตรึงใจมากจริง ๆ 

แต่ใครจะไปคิดว่าเจ้าหนูแฮมสเตอร์หน้าตาบ้องแบ๊ว เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตทะเลทรายมาก่อน น้องจะออกหากินตอนกลางคืนและนอนตอนกลางวัน อายุไขเฉลี่ยโดยประมาณคือ 3 ปี หรือมากกว่านั้น 

พันธุ์ที่นิยมนำมาเลี้ยงได้แก่ ซีเรียน แฮมสเตอร์หรือไจแอนท์ แคมเบลล์ รัสเชียน แฮมสเตอร์ และวินเทอร์ ไวต์ รัสเชียน แฮมสเตอร์ หรือ ไซบีเรียน แฮมสเตอร์ เป็นต้น

การดูแลหนูแฮมสเตอร์

การเลือกกรงที่เหมาะกับแฮมสเตอร์ควรเลือกให้มีพื้นที่เพียงพอกับความต้องการ ไม่กว้างหรือแคบเกินไป สามารถใช้เป็นกรงกระจกอย่างดี ความยาวประมาณ 3 ฟุต มีกรงล้อไว้ให้ออกกำลังกายเบา ๆ หรือกรงธรรมดาที่ซี่ไม่กว้างจนเจ้าหนูตัวจิ๋วรอดหนีไปก็ได้ 

เจ้าหนูแฮมสเตอร์กินผัก ผลไม้ และธัญพืชได้หลากหลายชนิด แต่สมัยนี้มีอาหารสำหรับแฮมสเตอร์แบบสำเร็จรูปให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อเลย แต่ไม่ควรให้น้องกินอาหารคนนะคะ

ทริคเด็ดเคล็ดไม่ลับคือถ้าเจ้าหนูดูเบื่อ ๆ จนออกอาการกัดงัดฟัดกรง ให้ลองเปลี่ยนตำแหน่งของในกรงบ้าง แต่บางตัวอาจจะเครียดนอนไม่หลับเพราะของไม่อยู่ตำแหน่งเดิม อันนั้นก็กันไว้ดีกว่าแก้ด้วยการถ่ายรูปตำแหน่งของไว้เลย

ชูก้าไกลเดอร์ (Sugar Glider) จิงโจ้บินสุดขี้เล่นเป็นกันเอง

เจ้าสัตว์เลี้ยงน่ารักตัวจิ๋วที่หน้าตาละม้ายคล้ายกระรอกบิน มีน้ำหนักประมาณ 90 – 150 กรัมเท่านั้น เมื่อโตเต็มวัยจะมีความยาววัดจากจมูกถึงปลายหางประมาณ 11 นิ้ว ถือว่าตัวจิ๋วจริง ๆ 

ชื่อชูก้าไรเดอร์นั้นมีที่มาที่ไปนะ คำว่าชูก้าก็มาจาก ‘ชูการ์’ ที่แปลว่าน้ำตาลนั่นแหละ เพราะเจ้าจิ๋วชอบกินอาหารรสหวาน ส่วน ‘ไกลเดอร์’ ก็แปลว่าเครื่องร่อน ที่มาจากพฤติกรรมการบินของเจ้าตัว

เจ้าหนูชูก้าไรเดอร์เป็นสัตว์กลางคืนนิสัยขี้เล่น ซุกซน ชอบเข้าสังคม ขี้อ้อน ตกใจง่าย และขี้เซาเป็นที่สุด ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าน้องจะคึกคักตอนกลางคืนและนอนเปื่อยยาวในช่วงกลางวัน 

การดูแลชูก้าไกลเดอร์

ควรเตรียมพื้นที่กรงให้กว้างเป็นพิเศษเพราะน้องชอบปีนป่ายไม่อยู่สุข รวมทั้งมีโพรงนอนไว้ให้ซุกเนื่องจากน้องเป็นสัตว์ขี้หนาว

น้องสามารถกินอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ชมพู องุ่น เงาะ ลิ้นจี่ กล้วย เราควรให้น้องกินผลไม้สลับกับแมลง เช่น จิ้งหรีด ตั๊กแตน เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน หากเป็นชูก้าไกลเดอร์แรกเกิดควรให้กินเป็นซีแลคเพราะร่างกายยังปรับตัวได้ไม่ดี 

ด้วยความที่น้องเป็นสัตว์กลางคืน ช่วงแรก ๆ เราอาจจะต้องลุกมาดูแลหรือเล่นกับน้องบ้างเวลาที่น้องโหยหาเรา หมั่นคอยดูแลเอาใจใส่ น้องจะได้อยู่กับเราอย่างมีความสุขไปนาน ๆ

หมูแคระ (Micro Pig) หมูน้อยช่างกิน สัตว์เลี้ยงน่ารักที่กำลังมาแรง

หมูจิ๋วที่กุมหัวใจใครหลายคนได้ในเสี้ยววินาทีที่สบตา ความน่ารักน่าเอ็นดูนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแต่เป็นเพราะความกะทัดรัดไซส์มินิที่ใครเห็นเป็นต้องเลิฟ

หมูจิ๋วจะมีขนาดเล็กกว่าหมูทั่วไป พออายุ 2- 3 ปีก็ยังสามารถโตได้อีกจนถึง 14 – 16 นิ้ว และหนักประมาณ 30 กิโลกรัม 

เจ้าหมูแคระถือเป็นสัตว์ที่ฉลาด ร่าเริง เป็นมิตรกับคนอื่น ชอบคุ้ยดินเป็นชีวิตจิตใจ 

การดูแลหมูแคระ

แม้ว่าเจ้าหมูจะกินง่ายเป็นนิสัย แต่ก็ไม่ควรเลี้ยงด้วยอาหารคนหรืออาหารหมาแมว ควรให้ผักผลไม้ อาทิ แตงกวา แอปเปิล รำข้าว และผักใบเขียวต่าง ๆ ในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายเพราะเจ้าหมูแคระมีนิสัยกินได้ตลอดเวลาไม่รู้จักอิ่ม ถ้าให้เรื่อย ๆ มีหวังตัวไม่จิ๋วเหมือนเดิมแน่ 

ควรหมั่นอาบน้ำทำความสะอาดเจ้าหมูแคระอย่างน้อยเดือนละครั้ง เนื่องจากน้องมีนิสัยชอบคุ้ยดิน ทำให้เนื้อตัวสกปรก แถมยังเป็นโรคผิวหนังได้ง่ายด้วย 

เม่นแคระ สัตว์เลี้ยงน่ารักที่เลี้ยงง่ายกว่าที่คิด

เจ้าก้อนกลมขนแหลมที่ดูเหมือนเลี้ยงยากแต่ไม่ยาก! ใครกลัวโดนเจ้าเม่นแคระสลัดหนามใส่ล่ะก็ วางใจได้ค่ะเพราะเจ้าเม่นแคระไม่สามารถสลัดหนามออกจากตัวได้อยู่แล้ว

เม่นแคระเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์ ชอบกินแมลงตัวเล็กและผักผลไม้ ชอบออกหากินตอนกลางคืนและนอนหลับเอาแรงในช่วงกลางวัน 

แม้ว่าเจ้าเม่นแคระจะน่ารักเป็นมิตร ทว่าโดยธรรมชาติแล้วน้องไม่ใช่สัตว์สังคม จึงชอบที่จะอยู่ตัวคนเดียวและต้องการอาณาจักรเป็นของตัวเอง แต่ก็ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักที่ยังเลี้ยงง่าย การดูแลไม่ยุ่งยากอะไรเลย 

การดูแลเม่นแคระ

ควรใช้กรงที่มีพื้นที่ให้น้องได้วิ่งเล่น มีเครื่องเล่นต่าง ๆ ไว้ให้เล่นแก้เบื่อ เช่น วงล้อ พื้นตรงให้รองด้วยขี้เลื่อยและเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 2 – 3 วัน 

เรื่องอาหารการกินก็ไม่ยากเพราะเม่นแคระเป็นสัตว์ที่กินง่าย สามารถให้เป็นหนอนนก ผักชิ้นเล็ก ๆ หรืออาหารแมว ถ้าเป็นอาหารแมว ก็ให้เพียง 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน และไม่ควรให้กินอาหารจำพวกถั่ว ผลไม้อบแห้ง ขนมปัง หัวหอม อะโวคาโด เนื้อสัตว์ดิบ รวมทั้งผลิตภัณฑ์นม

การสัมผัสตัวน้องควรหลีกเลี่ยงสัมผัสกลางหลังเนื่องจากเป็นส่วนที่ไวต่อสัมผัส เม่นแคระอาจจะตกใจและกระโดดจนหนามทิ่มเราได้ ดังนั้นควรค่อยลูบข้าง ๆ  

สรุป

สัตว์เลี้ยงน่ารักที่พร้อมจะขโมยหัวใจเรามากมายมีเยอะมากเลยใช่ไหมล่ะคะ ไม่ว่าจะเป็นปลาเสือเยอรมัน สัตว์น้ำตัวน้อยร้อยสีสัน กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ ชูก้าไกลเดอร์ หมูแคระ หรือเม่นแคระ 

ถึงสัตว์เลี้ยงน่ารักที่เราคัดมาวันนี้จะได้ชื่อว่าเลี้ยงง่ายหมด แต่ด้วยความที่แต่ละชนิดก็มีอุปนิสัยใจคอ พฤติกรรม และการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน เราจึงควรที่จะศึกษาและเข้าใจสัตว์เลี้ยงที่เราอยากจะนำเข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างถี่ถ้วนก่อน

สำหรับคนที่ถูกใจสัตว์เลี้ยงตัวไหนและศึกษาข้อมูลจนตกลงปลงใจอยากรับน้องมาไว้ในอ้อมกอดแล้ว แวะเข้ามารับน้องไปดูแลกันได้ที่ Kaidee เลยค่ะ เรามีสัตว์เลี้ยงหลากหลายประเภทให้เลือกเลย แต่ขอเตือนก่อนว่าแวะมาแล้ว อาจจะหลงเสน่ห์ความน่ารักของพวกหนู ๆ จนเผลอพากลับบ้านมากกว่าหนึ่งตัวน้า

ปลูกผักสวนครัวสไตล์ป้าป้อม…ความคิด การเรียนรู้ และผักสด

ปลูกผักสวนครัวสไตล์ป้าป้อม…ความคิด การเรียนรู้ และผักสด

บ้านที่มีกำแพงสีส้มถูกแต้มแต่งด้วยกระถางปลูกผักสวนครัวคือภาพจำที่เราใช้มองหาจุดหมายปลายทางขณะขับรถเข้ามาในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 และลัดเลาะไปตามซอยเล็กซอยน้อย ที่ยิ่งลึกยิ่งละทิ้งความวุ่นวายของถนนสุขุมวิทจนแทบลืมไปเลยว่าเรากำลังอยู่ในเมืองใหญ่ 

รถเคลื่อนตัวช้าๆ ไปตามถนนคอนกรีต และไม่นานนักเราก็มาหยุดตรงหน้าบ้านเป้าหมายที่ร่มรื่นอยู่ใต้เงาไทรต้นใหญ่และหมู่มวลผักสวนครัวริมรั้วที่พาให้บรรยากาศที่เงียบสงบอยู่แล้ว ดูผ่อนคลายเข้าไปอีก 

ที่นี่คือบ้านของ ‘ป้าป้อม-ศิริกุล ซื่อต่อชาติ’ เจ้าของเพจ ‘ป้าป้อมปลูกผัก’ และวิทยากรรับเชิญวัยเกษียณที่ยังเก๋าด้วยสารพัดความรู้ด้านการพึ่งพาตนเองที่ใครหลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตามาจากเพจ ‘สวนผักคนเมือง : ปลูกเมือง ปลูกชีวิต’ ซึ่งวันนี้เราจะมาชวนป้าป้อมคุยเรื่องการปลูกผักสวนครัวและมุมมองความคิดที่ได้มามากกว่าผักสดทานอร่อย 

ป้าป้อม-ศิริกุล ซื่อต่อชาติ เจ้าของเฟซบุ๊คเพจป้าป้อมปลูกผัก

เริ่มลองปลูกผักสวนครัว

“ป้อมไม่ได้มีในหัวสมองเลยว่าจะไปหาความรู้เรื่องการปลูกผักในงานแฟร์นั้น แต่พอไปเห็นแผ่นพับ เขาบอกว่าสอนปลูกผักเท่านั้นแหละค่ะ เลยสะดุดความรู้สึกเราขึ้นมาว่าในเมืองปลูกผักได้ด้วยเหรอ เลยเก็บแผ่นพับเขามา แล้วไปเรียนปลูกผักที่สวนผักบ้านคุณตา ตรงสุขุมวิท 62” 

ป้าป้อมพาย้อนความหลังถึงที่มาที่ไปของการเริ่มต้นปลูกผักสวนครัวเมื่อสิบกว่าปีก่อนว่าเกิดจากการไปเดินเล่นในงานกรีนแฟร์หนึ่งของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ณ สวนเบญจสิริ 

“เป็นนักเรียนรุ่นแรกของสวนผักบ้านคุณตาเลย เขาสอนตั้งแต่เพาะถั่วงอก สอนการปรุงดิน สอนการปลูกผักที่ขึ้นง่ายๆ อย่างการปักชำ สอนการปลูกผักสวนครัว พอเรียนจากเขาแล้วก็เอามาทำที่บ้านและใช้ระเบียงเป็นที่ปลูกผักก่อน เพราะรอบบ้านเทคอนกรีตหมดแล้วจึงไม่มีพื้นดินให้ปลูกอีก”

ด้วยความที่เป็นคนทำอะไรแล้วทำอย่างตั้งใจ ส่งผลให้การทดลองปลูกผักสวนครัวในกระถางหลังจากที่ได้ร่ำเรียนมาของป้าป้อมประสบสำเร็จอย่างสวยงาม จนต้องขยายอาณาจักรการปลูกสู่หน้าบ้านและพื้นที่ริมกำแพงอย่างที่เห็นทุกวันนี้

“ป้อมไม่ได้ทำเพราะความอยาก ความอยากบางทีถ้ารู้สึกเบื่อๆ ก็เลิกทำได้นะ แต่นี่เราทำเพราะตั้งใจจริงๆ และพอได้ผลผลิต เราก็รู้สึกสนุก มีความสุขดี อีกอย่างเราเป็นคนทำกับข้าว พออะไรมันหยิบจับได้ง่ายก็รู้สึกสะดวกสบายดี” 

ป้าป้อมเน้นปลูกเฉพาะพืชผักที่ทานได้ หากลองนับจากกระถางที่วางเรียงรายอยู่รอบบ้านแล้ว บอกได้เลยว่ามากกว่า 10 ชนิดแน่นอน มีตั้งแต่ผักสวนครัวเบสิคอย่างต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย พริกขี้หนู ผักบุ้ง คะน้า มัน ไปจนถึงกลุ่มผักสลัด ผักโขม มิ้นท์ โรสแมรี่ วอเตอร์เครส และอีกมากมาย

“ที่บ้านจะแพ้ทางกับพวกไม้เลื้อยอย่างแตง ถั่วพู ถั่วฝักยาว เพราะพวกนี้เขาต้องการพื้นดินเยอะ ใช้สเปซในการเติบโต พอเราไม่มีพื้นดินตรงนั้นปลูกทีไรจึงมีปัญหาทุกที ฉะนั้นพอเรารู้แล้วเราก็ไม่ฝืน เพราะมันไม่เหมาะกับสถานที่เรา”

บรรยากาศรอบๆ บ้านป้าป้อม เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ที่สามารถเก็บมารับประทานได้

ถ่ายทอดความรู้ปลูกผักสวนครัวสไตล์คนเมือง

สมัยเริ่มต้นปลูกผักสวนครัวใหม่ๆ ป้าป้อมมักแบ่งปันเรื่องราวลงในเฟซบุ๊คเสมอ จนวันหนึ่งเธอได้รับการติดต่อจาก ‘สวนผักคนเมือง’ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กับมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ให้เข้าร่วม ‘โครงการปลูกผักง่ายๆ สไตล์คนเมือง’ เพื่อเป็นศูนย์อบรมการทำเกษตรในเมือง โดยได้รับทุนสนับสนุนจำนวนหนึ่งเพื่อเปิดสอนการปลูกผักสวนครัวแบบไม่ใช้สารเคมี รวมทั้งนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ให้กับบุคคลทั่วไปฟรี ซึ่งตัวผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่เคยเข้าอบรมกับป้าป้อมด้วย 

ที่จำได้คือ ป้าป้อมสอนตั้งแต่การทำปุ๋ยหมักโดยใช้เศษใบไม้และเศษอาหารที่เหลือในครัว ซึ่งไม่เพียงช่วยกำจัดขยะสดในครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ใช้ปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์พร้อมเป็นแหล่งอาหารของพืชผักสวนครัวทุกชนิด มีการสอนปลูกผักโตเร็วเพื่อไว้ทานเองที่บ้านอย่างถั่วงอก และต้นอ่อนทานตะวัน รวมไปถึงการปักชำผักบางชนิดที่ลงทุนซื้อครั้งเดียวแต่ได้ผลผลิตนาน เช่น โหระพา แมงลัก และผักชี เป็นต้น 

“พอโครงการหมดงบ ทางสวนผักคนเมืองก็แนะนำให้ป้อมเปิดคอร์สสอนเองเลย ก็ไม่คิดไม่ฝันนะว่าเราจะมีรายได้เมื่อเกษียณอายุแล้ว โดยแนวการสอนที่ถนัดคือการปลูกผักในกระถางนี่แหละ เป็นการปลูกในพื้นที่ที่จำกัดเพื่อเอาไว้ทานเอง”

ในระหว่างการสนทนาป้าป้อมมักให้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสมกับที่เป็นวิทยากรอบรมมานาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกปักชำโดยใช้พืชอินทรีย์ที่มีความแข็งแรงมากกว่าพืชที่ซื้อจากตลาด ซึ่งมีความฉ่ำน้ำและมีโอกาสอ่อนแอสูง หรือการเช็คอุณหภูมิของน้ำก่อนเปิดรดใส่ต้นไม้ในช่วงกลางวันถึงบ่าย 

 “การปลูกผักสวนครัวนั้นต้องมีความตั้งใจในการดูแลมาก อย่างกำแพงข้างบ้านแดดลงช่วงบ่าย และมีความเป็นกำแพงปูนที่เก็บความร้อน ถ้าวันไหนรดน้ำแค่ครั้งเดียวต้นไม้หรือผักก็แห้งเหี่ยวแล้ว ถ้าแดดร้อนขนาดนี้ป้อมต้องรดน้ำวันละ 4 ครั้ง เช้า 7 โมง ก่อนกินข้าวกลางวัน 11 โมง บ่าย 2 โมง และรอบสุดท้ายคือ 4 โมง เพื่อไม่ให้ดินในกระถางเขาแห้งเลย เพราะถ้าปล่อยให้เขาแห้งแล้วมารดน้ำใหม่ มันไม่มีประโยชน์แล้ว”  

นอกจากเปิดคอร์สสอนปลูกผักแล้ว ป้าป้อมยังหมั่นเติมความรู้และพัฒนาตัวเองจนมีหลักสูตรการสอนใหม่ๆ โดยเฉพาะการทำอาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น เต้าหู้ เต้าฮวย และน้ำสลัดทานคู่กับผักปลูกเอง อีกทั้งยังเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับเฟซบุ๊คเพจสวนผักคนเมืองเป็นครั้งคราว  

การปลูกผักสวนครัวริมกำแพงบ้านคือจุดเด่นของศูนย์เรียนรู้บ้านป้อมเองในโครงการปลูกผักง่ายๆ สไตล์คนเมือง

ปลูกผักสวนครัวเปลี่ยนนิสัยและความคิด

“การปลูกผักช่วยเรื่องอารมณ์ได้ดี”

นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้หลังจากที่มีกิจกรรมปลูกผักสวนครัวเข้ามาในชีวิต ป้าป้อมยกเคสหนึ่งให้ฟังว่าได้มอบหมายให้หลานช่วยรดน้ำดูแลผักบนระเบียง แต่หลานดันลืมจนทำให้ผักเหี่ยวเฉาเกินเยียวยา  

“ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราโกรธเขานะ และรับไม่ได้ว่าทำไมของแค่นี้ถึงทำไม่ได้ แต่พอหลังๆ เรายอมรับความสูญเสียหรือความเสียหายแบบนี้ได้มากขึ้น กลายเป็นว่าเราชินด้วย เพราะเห็นว่าตายบ่อย แล้วเราก็บอกตัวเองว่า ไม่เป็นไร ยังมีต้นอื่นอีก หรือพอมาคิดอีกด้านหนึ่ง เราเป็นคนหาภาระให้เขาเอง แล้วเราจะไปโกรธหลานทำไม” 

การปลูกผักยังเป็นสะพานเชื่อมให้ป้าป้อมได้รู้จักผู้คนหลากหลายในสังคม

“เมื่อก่อนเป็นคนที่อยู่แต่ในบ้าน ดูหนัง ดูทีวี ฟังเพลง แต่พอมีงานนี้ขึ้นมา เราได้ใช้ชีวิตข้างนอกมากขึ้น เคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น ทำให้กระตือรือร้นจากที่เคยเป็นคนเฉื่อยๆ และได้รู้จักคนในซอยมากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่รู้จักใครเลยแม้แต่คนที่อยู่บ้านตรงข้าม และพอมาทำงานกับสวนผักคนเมือง เราก็ได้สังคมเพิ่มเจอกลุ่มคนที่พูดจาภาษาเดียวกัน และได้เจอกับเครือข่ายอาหารออแกนิคและเกษตรอินทรีย์ที่กว้างมากจนซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับเราอีกต่อไป”

ป้าป้อมกลายเป็นคนที่คิดเยอะเลือกแยะในเรื่องอาหารการกิน โดยจะพยายามเสาะหาแหล่งที่มาของอาหารปลอดภัย เพื่อให้แน่ใจว่าได้คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสำหรับปรุงอาหารจริงๆ บางครั้งต้องอาศัยเวลาและการวางแผน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของการรู้จักรอคอยเช่นเดียวกับการปลูกผักสวนครัว

“พอวันหนึ่งเรามาปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง แม้ต้นจะไม่งาม ใบจะมีแมลงกินไปบ้าง แต่เราก็ภูมิใจ มันค่อยๆ สะสมจนเราเองก็เปลี่ยนการดำเนินชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องการอุปโภคบริโภค แต่เรายังจะพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด อะไรทำเองได้ทำ ซึ่งเราเองมีกลุ่มเพื่อนที่เป็นคอเดียวกัน พอมีอะไรก็แบ่งปันกัน อย่างคนนั้นทำน้ำยาล้างจานเป็น เราก็เอาสูตรมาลองทำ จนทุกวันนี้เรามีน้ำยาล้างจานใช้เองมาเป็นสิบปีแล้ว”

ป้าป้อมบอกว่าไม่ต้องไปออกไปหาความสุขที่ไกลตัวที่ไหน แค่ปลูกผักสวนครัวริมรั้วก็พบได้แล้ว

บทสรุปการปลูกผักสวนครัวสไตล์ป้าป้อม 

เราปิดท้ายบทสนทนาด้วยน้ำโรยดอกมะลิของป้าป้อม ที่แม้ตอนนี้ความเย็นจะระเหยไปแล้ว แต่ความหอมชื่นใจยังคงชัดเจน เช่นเดียวกับ ‘ความสุขและความสนุก’ ของป้าป้อมที่เกิดการปลูกผักสวนครัวรอบบ้าน ที่ถึงแม้ผลิตผลอาจไม่เติบโตสมบูรณ์แบบเหมือนอย่างที่ขายในตลาดแต่ก็สร้างความชุ่มชื่นให้หัวใจได้ทุกครั้ง 

หากใครอยากสัมผัสความรู้สึกเช่นนี้ ป้าป้อมมีคำแนะนำเพียงว่า “ลองค่ะ ต้องลองปลูกดูแล้วจะรู้ว่าความสุข มันอยู่แค่การปลูกผักสวนครัวนี่แหละ ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน แค่ในบ้าน หน้าบ้านก็หาได้แล้ว”

แนะนำ ยี่ห้อเคส iPhone สุดฮอต ไม่มีไม่ได้แล้ววัยรุ่น

แนะนำ ยี่ห้อเคส iPhone สุดฮอต ไม่มีไม่ได้แล้ววัยรุ่น

เป็นกันบ้างไหมคะ บางครั้งเราก็เลือกดูเคสก่อนจะได้โทรศัพท์เครื่องใหม่มาใช้เสียอีก 

บางคนถึงขั้นเปลี่ยนเคส ให้เข้ากับเสื้อผ้าในแต่ละวันเลยก็ว่าได้ นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก หรือความผิดปกติทางจิตใดๆ นะคะ ทุกคนเป็น (หรือไม่จริง ถ้างั้นอะไรคือเหตุผล ที่คุณเข้ามาอ่านบทความนี้คะ…)


ถ้ามองย้อนกลับไป สมัย Nokia 1100’ (มือถือสุดจะทน ไม่พังสักที) และเปรียบเทียบกับ iPhone ในมือเพื่อนๆ ตอนนี้ จะเห็นได้ว่า iPhone มีน้ำหนักเบากว่ามาก และยังประกอบไปด้วยวัสดุที่ง่ายต่อการแตกหัก อย่างเช่น กระจก และอะลูมิเนียม

และยิ่งเวลาผ่านไปมากแค่ไหน เทคโนโลยีจะพัฒนาขึ้นเพียงใด แต่เหมือนว่าโทรศัพท์มือถือกลับบอบบางขึ้นทุกวันๆ ด้วยเหตุนี้เอง เคสกันกระแทก  จึงกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ iPhone-User ขาดไม่ได้เลย

เป็นมากกว่าเคสมือถือ มันคือเครื่องประดับ

แต่ละคนมีความชอบ และความต้องการต่างกัน บางคนเลือกเคสมือถือจากคุณภาพ และความสามารถในการป้องกันแรงกระแทก ในขณะที่บางคนให้ความสำคัญที่ความสวยงามของดีไซน์ 

แต่จะไม่ยิ่งดีขึ้นไปกว่านั้นเหรอคะ ถ้าเคสมือถือที่เราเลือกซื้อ สามารถเป็นให้เราได้ทั้ง 2 อย่าง ทั้งเกาะป้องกัน รักษาสภาพความใหม่ ให้เราใช้เขาไปได้นานๆ และยังเป็นทั้งเครื่องประดับ ให้รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่หยิบเขาขึ้นมาเล่น 

ด้านล่างนี้ เป็น List ยี่ห้อเคสกันกระแทกแนะนำ ที่นอกจากจะมีดีไซน์ที่อินเทรนด์จนเหล่าดารานักร้อง ต่างพากันใช้ถ่ายรูป Mirror Selfies กันเป็นว่าเล่นแล้ว ยังการันตีได้ถึงคุณภาพระดับท็อปฟอร์มสมราคาอีกด้วย จะมียี่ห้อไหนกันบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

1. Casetify

ต้องขอบอกเลยว่า เมื่อพูดถึงเคสโทรศัพท์มือถือแล้ว คงไม่มีใครไม่รู้จักเคสจากแบรนด์ดังอย่าง ‘Casetify’ แน่นอน


จุดเด่นของเคสกันกระแทก Casetify คือความแข็งแรงและยืดหยุ่นของตัวเคส ทุกเคสจากทางแบรนด์ได้ผ่านการทดสอบ Drop-Test มาตรฐาน US Military Grade (MIL-STD) ซึ่งทาง Casetify เองได้เคลมว่าเคสของเขานั้น สามารถป้องกันแรงกระแทกเมื่อโทรศัพท์ตกจากที่สูงได้มากถึง 6.6 ฟุต

นอกจากนี้ตัวเคสยังเคลือบด้วยสาร Antimicrobial Coating ที่มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียตกค้างบนมือถือของคุณ ได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ 

และคุณยังสามารถ Customize หรือสนุกกับการปรับแต่งดีไซน์ได้ตามใจชอบ เช่น เปลี่ยนสีตัวหนังสือ หรือแม้กระทั่งรูปแบบ Font 

Casetify เป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่ได้ทำการ Collaboration กับศิลปิน ภาพยนตร์ และการ์ตูนโปรดของใครหลายคน

ไม่ว่าจะเป็นการ Collaboration กับซีรีส์ Netflix ดัง Stranger Things, การ์ตูนโปรดหนุ่มๆ อย่าง One Piece, หรือกับค่ายการ์ตูนวัยเด็กในตำนาน… Walt Disney เป็นต้น

2. Apple

สำหรับสายคลาสสิค และ Apple User ตัวจริง แน่นอนว่าคงไม่มองข้างเคสไอโฟนจากเจ้าของแบรนด์ Apple กันหรอกใช่ไหมคะ 

เรื่องของการใช้งานก็ไม่ต้องพูดถึง เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตโดยตรงขนาดนี้ เหมาะกับผู้ใช้งานมือถือ iPhone เป็นที่สุด

เคสจาก Apple มีให้เลือกกันอยู่หลายแบบ ทั้งแบบพลาสติกแข็ง, ฟิล์มใส, ผ้า, ซิลิโคน, ผิว TPU, หนัง, หรือจะแบบมีฝาปิดก็มีนะคะ

และล่าสุดทาง Apple ก็ได้ออกเคสใสสำหรับ iPhone 12 MagSafe หรือ Mag Clear ออกมาในแฟนๆ ได้ล้มละลายไปตามๆ กัน ด้วยราคาที่พุ่งทะลุเพดานถึง 1,790 บาท

แต่แน่นอนว่าเป็นสินค้าจาก Apple ทั้งที เรื่องของคุณภาพไม่ต้องกังวล ด้วยความหนาของพลาสติกรอบตัวกล้อง ก็ได้ถูกออกแบบมาให้หนาเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้กล้องโดนพื้น อีกทั้งยังมาพร้อมกับ วงกลมแม่เหล็ก ตรงกลางเคส เพื่อความสะดวกในการวางอุปกรณ์ชาร์จ MagSafe Charger (อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายใหม่ที่ทาง Apple ที่เพิ่งวางขาย)

3. Wiggle Wiggle

หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินเคสยี่ห้อ Wiggle Wiggle กันสักเท่าไร Wiggle Wiggle เป็นยี่ห้อเคสกันกระแทกของเกาหลี ที่กำลังโด่งดังมากในหมู่เด็กวัยรุ่นเกาหลีและไทย


หนึ่งในคอลเลคชันที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ คอลเลคชัน Embroidery case ซึ่งคอลเลคชันนี้ โดดเด่นที่ดีไซน์งานปักละเอียดบนตัวเคส และทางแบรนด์เองก็ได้ปล่อยดีไซน์ออกมาวางจำหน่ายมากกว่า 20 รายการเลยทีเดียว

นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังมี Grip Tok (แหวนติดหลังมือถือ) ลวดลายน่ารักๆ มากมาย แต่แบบที่ดังที่สุดก็หนีไม่พ้นลาย Big Bear เพราะเป็นลายโปรดของสาวเจนนี่จาก BlackPink นั่นเอง

4. Something Exquisite Archive (티이에이)

สายมินิมอลชอบอะไรเรียบง่าย เชิญทางนี้ค่ะ Something Exquisite Archive เป็นอีกหนึ่งแบรนด์เคสกันกระแทกจากเกาหลีที่ HOT ในโซเชียลมีเดียตอนนี้มากๆ ที่สำคัญราคาก็น่ารัก ไม่ถึงพันอีกต่างหาก 

เคสส่วนใหญ่จากทางแบรนด์เป็นเคสซิลิโคนและพลาสติกใส เนื่องจากทางแบรนด์เน้นความมินิมอลของสินค้า มากกว่าสีสันและดีไซน์ที่ฉูดฉาด 


และถึงแม้ว่าแบรนด์นี้ จะไม่ใหญ่โตเท่า Casetify แต่ทางแบรนด์ก็มีเคสให้เลือกหลายประเภทตั้งแต่เคสสำหรับ iPhone 5s ยัน iPhone 12 Pro Max เลยทีเดียว และถ้าเพื่อนคนไหนไม่ได้ใช้ iPhone ทางแบรนด์ก็มี เคสสำหรับ Samsung Galaxy ได้แก่  Galaxy S20⁣⁣⁣⁣⁣, S20 Plus⁣⁣⁣⁣⁣, S20 Ultra และ Galaxy Note 10⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣, Note 10 Plus⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣

5. Wildflower

‘WildFlower’ บอกเลยว่าเป็นแบรนด์สูสีกับ Casetify ในเรื่องของดีไซน์ และความขายดิบขายดี อย่างเห็นได้ชัด เคสของ Wild Flower เป็นเคสที่เน็ตไอดอลหลายคนชื่นชอบ เพราะนอกจากตัวเคสจะทนทานแล้ว ลวดลายเขายังโดนใจสาวๆ เหมาะสำหรับถ่าย Mirror Selfies เป็นที่สุด

นอกจากนี้ Wild Flower ก็เป็นแบรนด์แรก ที่ได้ขาย สายห้อยไอโฟนลูกปัด ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ที่สำคัญราคาก็ไม่ได้แพงขนาดจะซื้อไม่ลง เมื่อเทียบกับความนิยมของเคส ที่ใช้โดยเหล่าศิลปินชื่อดังทั้งหลาย อย่าง Olivia Rodrigo, Dua Lipta, Miley Cyrus หรือนางแบบฮอตแห่งปีอย่างสาว Bella Hadid

6. Tech 21

Tech 21 เป็นอีกแบรนด์ที่ผลิตเคสกันกระแทกสำหรับผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์, โน๊ตบุ๊ค, แท็บเล็ต, Macbook และ อีกมากมาย

แม้ดีไซน์จะไม่ดึงดูดความสนใจมากเท่าแบรนด์อื่นๆ แต่ Tech 21 เขารับประกันคุณสมบัติในการป้องกันรอยขีดข่วน และแรงกระแทกจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างแน่วแน่

จุดเด่นของเคสจาก Tech 21 อยู่ที่ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทาง Tech 21 ก็ได้พิสูจน์ความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ด้วยการผลิตเคส รุ่น ‘Recovrd 100% Recycled’ หรือเคสที่เกิดจากการนำเอาเคสที่ได้ผ่านการใช้งานแล้ว กลับมาทำให้ใหม่เอี่ยมอีกครั้ง  

และถึงแม้จะเป็นเคสรีไซเคิล แต่คุณภาพไม่เสื่อมลงแต่อย่างใด โดยคุณสมบัติการกันกระแทก ยังสามารถรองรับแรงกระแทกได้สูงถึง 8 ฟุต และยัง ป้องกันแบคทีเรียตกค้าง บนผิวเคส ได้ดีเช่นเคย 
ที่สำคัญ หาซื้อง่าย พิกัดที่ศูนย์ Apple Store เลยค่ะ

ตกลงเลือกเคสยี่ห้อไหนดีนะ…..

เลือกไม่ถูกกันเลยใช่ไหมคะ

“อันนี้ก็ดี – แต่อันนี้ราคาถูกกว่า – อันนี้ดีไซน์เขาเก๋นะ – แต่เอ๊ะ อันนี้เขาป้องกันแบคทีเรียได้ด้วย….”

ถ้ายังตัดสินใจเลือกกันไม่ได้ เรามาลองดูตัวเลือกเพิ่มกันไหมคะ ที่เว็บ Kaidee ของเรา มีเคสกันกระแทกโทรศัพท์มือถือทั้ง Apple และ Android อยู่หลายยี่ห้อเลย รอช้าระวังหมดนะคะ คลิกเลย

บอกต่อวิธีทำสีล้อแม็กง่าย ๆ ที่บ้าน ทำยังไง ไปดู

บอกต่อวิธีทำสีล้อแม็กง่าย ๆ ที่บ้าน ทำยังไง ไปดู

ทำสีล้อแม็กเองได้หรือไม่ ยากง่ายแค่ไหน อ่านบทความนี้บทความเดียวมีคำตอบครบ คนรักรถอย่างชาวเราก็อยากให้รถดูสวยใหม่เสมอ ตั้งแต่ภายในจนภายนอก สีล้อแม็กเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่คนรักรถสามารถตกแต่งให้สวยและเงางามขึ้นมาได้

การทำสีล้อแม็กนั้นสามารถทำทั้งที่ร้านซ่อมและตกแต่งล้อและอู่ซ่อมรถที่รับทำ หรือถ้าใครอยากจะลอง DIY พ่นสีล้อแม็กเองก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ไปดูกันเลยดีกว่า ว่าขั้นตอนการทำสีล้อแม็กด้วยตัวเองนั้นจะเป็นยังไง

ทำสีล้อแม็กเองได้ไม่ยากอย่างที่คิด มีขั้นตอนอะไรบ้าง

ว่าด้วยเรื่องของการทำสีล้อแม็กเองที่บ้าน บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักตั้งแต่ว่าล้อแม็กคืออะไร การทำสีล้อแม็กคงทนแค่ไหนและหากทำที่ร้านจะราคาประมาณเท่าไร มีขั้นตอนยังไงบ้าง และวิธีการดูแลให้สีล้อแม็กสวยเงางาม 

ใครอยากรู้คำตอบแล้ว ไปตามอ่านกันได้เลยค่ะ

ล้อแม็กคืออะไร อ่านตรงนี้มีคำตอบ

สำหรับคนที่อาจจะไม่ได้อยู่ในวงการคนรักรถ และเพิ่งจะเริ่มเข้า เราขออธิบายเกริ่นไว้ก่อนแล้วกันนะคะว่าล้อแม็กนั้นก็คือล้อรถยนต์ส่วนที่ทำจากแมกนิเซียมอัลลอยหรือหลาย ๆ ที่ในปัจจุบันใช้เป็นอะลูมิเนียมอัลลอยกันแล้ว 

นอกจากล้อแม็กจะต้องเลือกจากความปลอดภัย สมรรถนะการใช้งานในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยหยุดรถ ควบคุมรถ หรือประหยัดน้ำมันแล้ว บรรดาคนชอบแต่งรถก็ยังสามารถเลือกตามสไตล์และสีที่ตัวเองชื่นชอบเพื่อเป็นการตกแต่งรถคันโปรดไปในตัวได้อีกด้วย 

ทำสีล้อแม็กแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน

การทำสีล้อแม็กครั้งหนึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะค่อนข้างอยู่ได้นานและคงทนด้วยระยะเวลานานเป็นปี ใครที่กลัวว่าทำแล้วจะลอกหลุดง่าย ก็สามารถหาตัวช่วยอื่น ๆ เช่น อุปกรณ์ทางเคมีอื่น ๆ หรือกระบวนการทำที่พิถีพิถันมาช่วยเคลือบให้สีล้อแม็กมีความคงทนมากยิ่งขึ้นได้ 

ทำสีล้อแม็กที่ร้านราคาประมาณเท่าไร

ปกติแล้วการทำสีล้อแม็กตามร้านจะอยู่ที่ประมาณครั้งละ 1,600 บาท ขึ้นไปต่อสี่ล้อ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสีที่ใช้พ่นและแต่ละร้านด้วย อาจจะเจอร้านที่ราคาถูกกว่านี้หรือแพงกว่านี้ก็เป็นได้ 

ควรใช้สีแบบไหนพ่นล้อแม็ก

สีสำหรับพ่นล้อแม็กมีมากมายหลายประเภท โดยจะแตกต่างกันไปตามเนื้อสัมผัสและการดูแลรักษา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะขึ้นอยู่กับความชอบของเจ้าของรถว่าชอบสีประเภทไหน แบบใด และการดูแลรักษายากง่ายตรงกับความต้องการหรือไม่ รวมทั้งกระบวนวิธีการนำมาใช้ โดยสีที่เราจะแนะนำมีดังนี้เลยค่ะ

สี Powder Coat 

หรือที่เรียกว่าสีฝุ่นนั่นเอง ลักษณะของสีประเภทนี้จะเป็นผงคล้ายแป้ง ข้อดีของสีฝุ่นหรือสี Power Coat คือสีเรียบเนียนสม่ำเสมอกว่าสีน้ำมัน ไม่มีไอ ฝุ่นระเหย และกลิ่นฉุน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติทนสารเคมีและ UV 

สีสเปรย์สำหรับพ่นรถยนต์โดยเฉพาะ

เราจะเห็นได้จากชื่ออยู่แล้ว สีสเปรย์สำหรับพ่นรถยนต์จะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการนำมาฉีดพ่นรถยนต์และอุปกรณ์เกี่ยวกับรถยนต์ต่าง ๆ รวมทั้งการดูแลรักษา โดยสีสเปรย์พ่นรถยนต์สามารถแบ่งแยกย่อยออกได้ดังนี้ 

  • สี 1K

เป็นสีที่มีหนึ่งองค์ประกอบ คือมีแต่สีอย่างเดียว เมื่อใช้งานจึงต้องนำมาผสมกับตัวทำละลายเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น ทินเนอร์ โดยตัวทำละลายเหล่านี้จะระเหยไปหลังจากสีแห้ง ผลลัพธ์สุดท้ายจึงเหลือแค่ตัวเนื้อสีที่แห้งเคลือบรถไว้เป็นเหมือนฟิล์ม

  • สี 2K

เป็นสีที่มีสององค์ประกอบ คือสีและตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งเป็นสารประเภท ไอโซไซยาเนต (Isocyanate) หลังจากสีแห้งแล้ว จะมีคุณสมบัติทนทานต่อตัวทำละลาย เช่น น้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเบรก หรืออื่น ๆ ได้ดีมาก อีกทั้งยังทนแสงแดดได้ดีอีกด้วย 

  • สี OEM

สีชนิดนี้จะเป็นสีที่ใช้กันในโรงงานประกอบรถยนต์เลย ซึ่งจะเป็นสีที่มีองค์ประกอบเดียวคือตัวเนื้อสีเช่นกัน และต้องใช้การอบ 120 -160 องศาเซลเซียส ข้อดีของสีประเภทนี้คือจะทนทานได้ดีมาก ทั้งสารเคมีต่าง ๆ เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเบรก และแสงแดด 

ทำสีล้อแม็กเอง มีขั้นตอนยังไงบ้าง

การทำสีล้อแม็กนั้น นอกจากจะสามารถไปทำที่ร้านซ่อมล้อหรืออู่ซ่อมรถต่าง ๆ ได้ เราก็สามารถทำสีล้อแม็กเองได้ไม่ยาก โดยเราจะขอเริ่มต้นจากอุปกรณ์ที่ใช้ก่อนเลยค่ะ 

อุปกรณ์ที่ใช้

  1. ทินเนอร์
  2. น้ำยาลอกสี
  3. กระดาษทราย
  4. สีสำหรับรองพื้น
  5. สีที่ต้องการพ่นล้อแม็ก

ขั้นตอนการทำสีล้อแม็ก

  1. ถอดล้อออกมาเพื่อให้ง่ายต่อการทำสีล้อแม็ก
  1. ใช้แปรงป้ายน้ำยาลอกสีทาให้ทั่วเพื่อลอกสีเดิมออก ควรใส่ถุงมือป้องกันเนื่องจากน้ำยาลอกสีอาจจะกัดมือได้
  1. หลังจากทาจนทั่วแล้ว ให้ทิ้งไว้เพื่อรอให้น้ำยาลอกสีทำปฏิกิริยาเคมีจนสีเดิมลอกออกและใช้อุปกรณ์ที่ถนัดขูดสีออกจนหมด ต้องมั่นใจว่าไม่มีสีเดิมเหลือเพื่อให้ทำสีใหม่ได้สวยงาม 
  1. น้ำล้อไปล้างน้ำให้สะอาดเพื่อรอทำสีต่อและขัดให้สีออกจนหมดจดและพื้นผิวเรียบเสมอกัน 
  1. พ่นสีรองพื้นลงไปที่ล้อแม็กสักประมาณสองรอบ และรอให้แห้งสนิท
  1. พ่นสีที่ต้องการลงไป ขั้นตอนนี้ควรระมัดระวังและพิถีพิถันเป็นพิเศษไม่ให้สีไหลและเกิดความไม่สม่ำเสมอ หากมีสีไหล ให้ใช้กระดาษทรายขัดออกและพ่นสีใหม่

วิธีการดูแลรักษาล้อแม็กให้คงทน

หลังจากมีสีล้อแม็กที่สวยเงางามตามที่ใจต้องการแล้ว การดูแลรักษาให้ล้อแม็กมีสภาพสวยและเงางามได้นาน ๆ โดยวิธีการรักษาก็ง่าย ๆ ดังนี้

  1. ไม่ควรใช้แปรงที่มีขนหยาบ เช่น แปรงขัดหม้อ หรือสกอตไบร์ทขัด เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย
  1. ควรแยกฟองน้ำที่ใช้ล้างล้อแม็กไว้ต่างหากเพื่อป้องกันไม่ให้ฟองน้ำมีเศษหินหรือกรวดต่าง ๆ มาทำให้ล้อแม็กเป็นรอยขีดข่วน
  1. ไม่ควรใช้น้ำยาขัดสีในการทำความสะอาดล้อแม็กเพราะอาจจะทำให้เกิดรอยได้
  1. ล้างล้อแม็กด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ และน้ำสะอาด จากนั้นก็เช็ดให้แห้ง

สรุปรวมทำสีล้อแม็กด้วยตัวเอง

การทำสีล้อแม็กเป็นอีกหนึ่งวิธีในการตกแต่งรถ เราสามารถตกแต่งให้สวยและเงางามได้ตามต้องการ  โดยปกติแล้ว หากเลือกทำสีล้อแม็กตามร้านซ่อมล้อหรืออู่ซ่อมรถ ราคาก็จะเริ่มต้นประมาณ 1,600 บาท แต่ถ้าใครอยากที่จะทดสอบฝีมือลองทำเองดูสักครั้ง ก็สามารถทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด 

เพียงแค่เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น ทั้งทินเนอร์ น้ำยาลอกสี กระดาษทราย สีสำหรับพ่นรองพื้น และสีที่ต้องการใช้พ่นล้อแม็ก สิ่งที่ควรระวังคือควรทำความสะอาดให้ล้อแม็กสะอาดหมดจดและขัดสีเก่าออกจดหมดเพื่อให้สามารถพ่นสีใหม่ได้อย่างเรียบเนียน

ใครที่ลองไปทำดูแล้วเจอทริคดี ๆ ที่ช่วยให้ทำสีล้อแม็กได้สวยและง่ายขึ้น ก็แวะมาบอกต่อกันได้นะคะ หรือถ้าใครกำลังมองหาล้อแม็กสวย ๆ มือสอง สภาพดี หรืออุปกรณ์รถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ ก็สามารถแวะมาเลือกซื้อเลือกหากันได้ที่ Kaidee ได้เลยค่ะ