7 อุปกรณ์จำเป็นสำหรับนักวิ่งเทรลมือใหม่

7 อุปกรณ์จำเป็นสำหรับนักวิ่งเทรลมือใหม่

2-3 ปีที่ผ่านมานี้สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่านี่คือปีทองของ “การวิ่ง” เพราะมีผู้คนจำนวนมากที่ให้ความสนใจในการวิ่ง นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่นอกจากจะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยผลักดันให้วงการวิ่งในบ้านเราเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้นจนทำให้รายการแข่งวิ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากและจัดการแข่งขันทุกอาทิตย์ ซึ่งในตอนนี้มีการวิ่งอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังมาแรงในหมู่นักวิ่งนั่นก็คือ “วิ่งเทรล”

“วิ่งเทรล (Trail Running)” นับว่าเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่เรียกได้ว่ามีความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา สำหรับหลายคนที่เป็นนักวิ่งก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าวิ่งเทรลคืออะไร และมีความสนุกมากน้อยแค่ไหน แต่วันนี้เราจะพามือใหม่มาทำความรู้จักกับการวิ่งเทรล รวมไปถึงควรมีอุปกรณ์จำเป็นอะไรบ้างที่ต้องมี ตามมาหาคำตอบพร้อมกันได้เลย

วิ่งเทรลคืออะไร ? 

วิ่งเทรล (Trail Running) คือ การวิ่งในระยะทางไกลบนเส้นทางธรรมชาติที่ประกอบไปด้วยป่าเขา ลำธาร ทุ่งหญ้า ตามภูมิประเทศของสถานที่จัดงานที่แตกต่างกันออกไป โดยมีการกำหนดเวลาเพื่อการแข่งขันและมีระยะทางบวกกับความชัน (Gain) เป็นองค์ประกอบ 

ซึ่งการวิ่งเทรลจะมีความแตกต่างจากการวิ่งในลู่สนาม การวิ่งในเมือง หรือตามสวนสาธารณะ เพราะสถานที่เหล่านี้จะมีลักษณะของพื้นผิวที่เรียบไม่มีความชัน และมีความหลากหลายน้อยกว่าการวิ่งเทรล ที่สำคัญการวิ่งเทรลนั้นไม่ได้ใช้แค่การวิ่งเพียงอย่างเดียว เพราะจะต้องใช้สายตาและความคิดในเรื่องของการวางแผนที่จะต้องวางเท้าหลบหลีกสิ่งกีดขวางต่างๆ และต้องมีการแบ่งพละกำลังในการวิ่งระยะยาวเพื่อไม่เป็นการใช้แรงจนหมด เพราะถ้าเจอเส้นทางเรียบเราก็ควรจะวิ่ง แต่ถ้าเจอทางสูงชันเราควรจะค่อยๆ เดินขึ้นไป รวมถึงยังต้องใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายและความคล่องตัวสูง

ดังนั้นเหล่านักวิ่งควรวางแผนการฝึกซ้อมให้ดี และเน้นฝึกกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรงเป็นพิเศษจึงทำให้การวิ่งเทรลจึงเป็นกีฬาที่ใครหลายคนต้องการที่จะพิชิตให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต และยังเป็นกีฬาอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้คนที่ต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆ หลีกหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง และพาตัวเองออกไปวิ่งท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับวิ่งเทรล

การวิ่งเทรลไม่ใช่แค่ร่างกายเท่านั้นที่ต้องเตรียมพร้อม เพราะอุปกรณ์สำหรับการวิ่งเทรลนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก และมีให้เลือกใช้มากมายหลายแบบ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางการวิ่ง เพราะการวิ่งเทรลจะต้องอาศัยการช่วยตัวเองเป็นหลัก เรามาดูกันว่าสำหรับมือใหม่ที่สนใจวิ่งเทรลจะต้องมีอุปกรณ์อะไรกันบ้าง

Credit: https://salomon.com.au/collections/mens-trail-running-packs

เป้น้ำ

สำหรับการวิ่งเทรลจุดบริการน้ำดื่มและอาหารแต่ละจุดจะตั้งอยู่ห่างกันเกือบ 10 กิโลเมตร เป้น้ำจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการเก็บน้ำ อาหาร หรืออุปกรณ์ส่วนตัวต่างๆ ในการวิ่ง อีกทั้งยังเหมาะสมสำหรับคนที่ชอบวิ่งถนน หรือ City Run ที่จะช่วยให้พกสัมภาระส่วนตัวได้เยอะตลอดการวิ่ง

วิธีการเลือกเป้น้ำให้เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองนั้นก็ต้องเริ่มต้นจากการดูขนาดของเป้น้ำที่มีตั้งแต่ 5 ลิตร ไปจนถึง 11 ลิตร ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับระยะทางที่เราลงสนาม และขนาดบรรจุของถุงน้ำ วัสดุ การตัดเย็บ รวมไปถึงช่องเล็กช่องน้อยไว้ใส่สิ่งของที่จำเป็น เช่น เจลพลังงาน อุปกรณ์ปฐมพยาบาล โทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งอาหารจำเป็นที่ให้พลังงาน

Credit: https://www.hokaoneone.com/mens-trail/?start=0&sz=36

รองเท้าวิ่งเทรล

รองเท้าสำหรับวิ่งเทรลจะมีลักษณะที่แตกต่างจากรองเท้าวิ่งมาราธอนหรือรองเท้าวิ่งถนนทั่วไป เนื่องจากการวิ่งเทรล 90% ต้องวิ่งบนสภาพเส้นทางที่เป็นดิน ขรุขระ พื้นผิวไม่เรียบเหมือนถนน หรือสวนสาธารณะ รองเท้าเทรลจึงออกแบบ Outsole ให้มีดอกยางช่วยสำหรับในการยึดเกาะพื้นผิวในรูปแบบต่างๆ ที่ต้องเจอตลอดเส้นทาง ในส่วนของ Upper ด้านบนจะช่วยปกป้องเท้าจากกิ่งไม้ หรือก้อนหินด้วยวัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทาน บางรุ่นจะใช้ผ้าแบบกันน้ำสำหรับวิ่งในที่เปียกชื้น และ Midsole ที่รองรับแรงกระแทกจากการกระโดดเพื่อให้การลงน้ำหนักที่มั่นคง

ไม้เท้า Trekking Pole

เป็นหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่นักวิ่งเทรลจำเป็นจะต้องมีติดตัวไว้สำหรับไม้เท้า Trekking Pole ที่จะช่วยรักษาสมดุลของร่างกายเมื่อเวลาที่วิ่งมาถึงทางชันแล้วต้องเดินเพื่อเก็บแรงไว้ลุยต่อ จุดนี้ควรนำไม้เท้า Trekking Pole ออกมาเพื่อใช้ช่วยพยุงตัวเดินขึ้นทางชันที่จะทำการกระจายน้ำหนัก แทนที่จะให้น้ำหนักไปลงที่ขาอย่างเดียว การใช้ไม้เท้าจะช่วยกระจายน้ำหนักไปที่ส่วนแขนด้วย

ในระหว่างทางลาดชันลงเขาหากคุณเป็นนักวิ่งเทรลมือใหม่อาจจะต้องค่อยๆ เดินลงและใช้ไม้เท้าช่วยค้ำเพื่อช่วยลดภาระที่เกิดขึ้นกับขา เอว และข้อต่อ ลดโอกาสในการเกิดอาการบาดเจ็บ เพิ่มความเสถียรภาพในการเดินลงทางลาดชัน

Credit: https://www.patagonia.com/shop/mens-trail-running-hats-accessories

หมวก

เพราะด้วยตลอดเส้นทางของการวิ่งเทรลที่ส่วนใหญ่จะวิ่งในป่าและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับแสงแดดจากดวงอาทิตย์ หมวกจึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมสำคัญของนักวิ่งเทรลที่ต้องมี ไม่ว่าจะเป็น หมวกแก๊ป หรือหมวกปีกกว้าง ก็สามารถเลือกลองสวมใส่ได้ตามที่ตัวเองชอบ

สิ่งสำคัญที่สุดของหมวกคือคอยทำหน้าที่ปกป้องผิวหน้าและต้นคอจากแดดแรงๆ ควรเลือกใช้ผ้าที่มีคุณสมับติป้องกัน UV ป้องกันน้ำที่สามารถเปียกได้แล้วก็แห้งเร็ว และระบายอากาศได้เป็นอย่างดี สวมใส่แล้วต้องสบายให้ความรู้สึกที่ดีเยี่ยมตลอดการวิ่ง นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานที่สามารถนำมาสวมใส่ทำกิจกรรมกลางแจ้งได้หลากหลายรูปแบบ

ไฟฉายคาดหัว

การวิ่งเทรลในระยะไกลส่วนใหญ่จะปล่อยตัวในตอนเช้ามืดเช่น ตีสี่ หรือตีห้า ไฟฉายคาดหัวจึงเป็นอุปกรณ์บังคับที่ทุกรายการแข่งขันจะระบุไว้ว่านักวิ่งเทรลต้องมี เพื่อช่วยให้แสงสว่างนำทางแก่นักวิ่งเทรลในการหลบหลีกสิ่งกีดขวางขณะวิ่งในตอนกลางคืน 

ปัจจุบันแบรนด์ต่างๆ ได้พัฒนาให้ไฟฉายคาดหัวสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เพื่อใช้งานติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง รวมถึงยังปรับลำแสงและระดับความสว่างของไฟได้ตามต้องการ เพื่อช่วยให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน และเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับวิ่งเทรลที่จะขาดไม่ได้

ชุดกัน UV

อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าการวิ่งเทรลจะหลีกเลี่ยงแสงแดดแรงๆ จากดวงอาทิตย์ไม่ได้เลย เมื่อมีหมวกไว้ป้องกันผิวหน้าและต้นคอแล้ว ยังเหลือส่วนแขนและขาที่ต้องเลือกใช้ชุดกัน UV ที่แต่ละแบรนด์ได้สร้างสรรค์ใส่นวัตกรรมใหม่ๆ เข้าไปเพื่อปกป้องผิวของนักวิ่งจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี เช่น ป้องกันรังสี UV ในระดับสูงสุด สวมใส่กลางแดดนานๆ ได้อย่างเย็นสบายผิว แห้งเร็วและระบายเหงื่อได้เร็วกว่าผ้าชุดกีฬาทั่วไป ตะเข็บบางลดการเสียดสี และลดปัญหากลิ่นเหงื่อจากการเล่นกีฬา รวมถึงยังกระชับกล้ามเนื้อลดอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย

Energy Gel เจลให้พลังงาน

ในแต่ละจุดบริการน้ำดื่มและอาหารก็จะเพียบพร้อมไปด้วยอาหารเพิ่มพลังงานหลากหลายชนิดที่มีให้เหล่านักวิ่งได้กินและเก็บใส่เป้เพื่อกินระหว่างทาง ซึ่งอาจทำให้มีความรู้สึกเกะกะและหนักเป้ได้ เจลให้พลังงานจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีคุณสมบัติตอบโจทย์ทั้งขนาดเล็กและให้พลังงานที่ดี

Energy Gel หรือ เจลให้พลังงาน เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่อยู่ในรูปของเจลคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการแต่งเติมกลิ่นและรสชาติเพื่อให้สะดวกแก่การรับประทาน มีคุณสมบัติให้พลังงานสูงเพื่อทำให้ร่างกายฟื้นฟูสภาพได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งอาหารพลังงานสูงชนิดนี้มักจะถูกใช้บ่อยในกลุ่มนักกีฬาที่ต้องการพลังงานจำนวนมาก เช่น นักวิ่ง นักปั่นจักรยาน หรือแม้แต่นักไตรกีฬา เจลพลังงานจะถูกบรรจุในซองพลาสติกขนาดพอดีมือที่สามารถเปิดและบีบกินได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

สรุปท้ายบทความ

อุปกรณ์ทั้งหมดที่เราได้แนะนำไปนั้นถือว่าเป็นอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานที่นักวิ่งเทรลทุกคนควรมีกันอยู่แล้ว ซึ่งแต่ละสนามการแข่งขันได้ระบุให้เป็นอุปกรณ์บังคับที่เหล่านักวิ่งจะต้องมี นอกจากการมีอุปกรณ์ที่พร้อมแล้ว การเตรียมร่างกายให้พร้อมก็เช่นเดียวกันคือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การเอาชนะใจตัวเองได้สำเร็จและเราขอให้คุณโชคดีกับการแข่งขัน

สำหรับนักวิ่งเทรลมือใหม่ท่านใดที่กำลังมองหาอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งซื้อขายของออนไลน์ที่มีสินค้ากว่า 32 หมวดหมู่

เทคนิคแต่งอพาร์ทเม้นท์เเบบสาวปารีส !

เทคนิคแต่งอพาร์ทเม้นท์เเบบสาวปารีส !

“Paris is always a good idea” เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินประโยคนี้กันเเล้ว ไม่ว่าจะจากโปสเตอร์รูปหอไอเฟลตามร้านเครื่องเขียน หรือจากคำคมเลี่ยนๆ ใน Pinterest ก็ตาม เหตุผลที่ประโยคนี้ได้รับความนิยมมากมายขนาดนี้ ก็เป็นเพราะว่า “Paris is always a good idea” จริงๆนั่นแหละค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องแฟชั่น อาหาร หรือเเม้กระทั่งดีไซน์การตกเเต่งห้อง ชาวฝรั่งเศสก็ทำมันได้ออกมาได้อย่างโดดเด่น จนมีชื่อเสียงไประดับโลก โดยเฉพาะ “กรุงปารีส” เมืองหลวงทรงเสน่ห์ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน หรือจะอยู่ในฤดูกาลใด ก็ไม่เคยสูญเสียมนต์ขลัง นี่เองจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนใฝ่ฝันที่จะได้ใช้ชีวิตแสนโรเเมนติก ทาลิปสีเเดง ทานครัวซองต์เป็นมื้อเช้า ถือขนมปังบาแกตต์กลับบ้านหลังเลิกงาน และมีอพาร์ทเม้นท์เล็กๆบนร้านกาแฟที่เผยให้เห็นทิวทัศน์หอไอเฟลเบื้องหน้า

แม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นแค่ความฝันที่ยากจะเป็นจริงสำหรับใครหลายคน แต่วันนี้ Kaidee มีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ความฝันเหล่านี้เป็นจริงได้โดยไม่ต้องบินไปถึงปารีส และนั่นก็คือการตกแต่งห้องสไตล์ปารีสนั่นเอง  ยิ่งในช่วงเวลานี้แค่การเดินในประเทศก็เสี่ยงจะแย่ เพราะฉะนั้นจะเดินทางข้ามประเทศตอนนี้คงยาก แต่ก็อย่าได้สิ้นหวังนะคะ ถ้าเราได้ใช้เวลาอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ หรือห้องที่มีการตกแต่งแบบสาวปารีส บวกจินตนาการอีกนิด เชื่อว่าเพื่อนๆ ต้องรู้สึกว่าความฝันเป็นจริงอย่างแน่นอน

การตกแต่งแนวปารีเซียง (Parisian) เป็นแบบไหนกันนะ

decorate-like-parisian-2

การตกแต่งบ้านสไตล์ฝรั่งเศสกับการตกแต่งเเนวปารีเซียง หรือการตกแต่งแบบชาวเมืองกรุงปารีสนั้นมีความเเตกต่างกันอยู่มาก โดย อินทีเรีย ดีไซน์ (interior design) แบบปารีสจะเน้นการผสมผสานระหว่างเฟอร์นิเจอร์คลาสสิค และโมเดิร์นเข้าด้วยกัน  แต่อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่ได้ออกมา ต้องไม่ทิ้งความเรียบง่าย ที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก เพราะฉะนั้นสไตล์ปารีสจะให้ความรู้สึกที่ทันสมัยมากกว่าการตกแต่งแนวฝรั่งเศสที่เน้นจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีทองเป็นองค์ประกอบเพื่อคงความหรูหรานั่นเอง เฟอร์นิเจอร์ที่นิยมใช้ในการตกแต่งอพาร์ทเม้นท์แนวปารีสจะค่อนข้างมีความมินิมอลสูง และเน้นการใช้งาน แต่ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ จะใส่ของตกแต่งน่ารักๆ ไม่ได้ แค่ต้องควบคุมสีสำหรับของตกแต่งชิ้นนั้นๆ ให้เข้ากับธีมและสีหลักของห้องค่ะ ด้วยไลฟ์สไตล์สาวปารีสที่ชอบความเป็นผู้ดีที่ไม่ดูพยายาม คล้ายๆ กับการแต่งตัวแบบเสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงยีนส์ ซึ่งผลลัพธ์คือ เรียบง่ายแต่ดูแพงนั่นเอง ดังนั้นดีไซน์ห้องแบบปารีสต้องไม่ดูปั้นจนเกินไป เพียงพอที่จะทำให้ผู้อาศัยรู้สึก “Dress Up But Not Too Dressy” นั่นเองค่ะ

คราวนี้เรามาเริ่มกันที่การตกแต่งกันเลย

กระจกหลุยส์วินเทจ (Gilded French Mirror)

docarate-likie-parisian-3

กระจกหลุยส์วินเทจขอบสีทองนั้น ถือว่าเป็นของที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการตกแต่งห้องและอพาร์ทเม้นท์เเนวปารีส นอกจากนี้กระจกแบบนี้ก็ยังหาซื้อได้ง่ายมาก เนื่องจากกระจกหลุยส์วินเทจกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แค่เพื่อนๆ เปิดอินสตราแกรมรับรองได้เลยว่าจะต้องเจอรูปของเน็ตไอดอลคนใดคนหนึ่งยืนโพสกับกระจกเรือนใหญ่ขอบทองแบบในภาพอย่างแน่นอน กระจกขอบทองแบบนี้นอกจากจะช่วยยกระดับความหรูหราให้กับตัวห้องแล้ว ในขณะเดียวกันก็ยังทำให้ห้องดูมีความคลาสสิกมากขึ้น ยิ่งถ้าเพื่อนๆ เลือกขอบสีทองเก่าๆ หรือกระจกมือสอง รับรองได้เลยว่าจะได้ผลลัพธ์เหมือนห้องในกรุงปารีสของจริงเลยค่ะ 

ถ้าเพื่อนๆ ไม่รู้ว่าจะหาซื้อกระจกแบบนี้ที่ไหน เราแนะนำให้ลองเข้ามาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ Kaidee  เรามีกระจกหลุยส์ขอบทองหลายแบบให้เลือกมากมายเลยค่ะ 

เตาผิง (Marble Fireplace Mantel)

decorate-like-parisian-4

เหล่าแฟนคลับปารีสไลฟ์สไตล์ตัวจริงคงจะรู้กันอยู่แล้วว่าที่กรุงปารีสนั้น การใช้เตาผิงในการเผาไม้เพื่อสร้างความอบอุ่นในบ้านเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้นั่นเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเตาผิงเป็นของต้องห้ามแต่อย่างใด ชาวปารีสสามารถซื้อเตาผิงมาเป็นของตกแต่งบ้านได้ ตราบใดที่เพื่อนๆ ไม่จุดไฟนั่นเอง คนปารีสมักเลือกเตาผิงลายหินอ่อนสีขาวแทนสีอิฐที่เราคุ้นเคยกัน เนื่องจากเตาผิงเป็นแค่ของตกแต่งไม่ได้เอาไว้ใช้งาน จึงไม่ต้องคำนึงถึงความสกปรกจากเถ้าถ่าน หรือเศษไม้แต่อย่างใด อีกทั้งสีขาวยังช่วยให้ห้องมีความโมเดิร์น และยังง่ายต่อการเลือกของตกแต่งเพิ่มเติม

ถ้ามีกระจกหลุยส์แนววินเทจเเต่ไม่มีเตาผิง การตกแต่งในครั้งนี้คงจะสมบูรณ์ไม่ได้ เพราะเตาผิงนี้เอง จะทำหน้าที่เป็นที่วางกระจกเรือนใหญ่แสนวินเทจที่เราเลือกกันก่อนหน้านี้นั่นเองค่ะ

โคมระย้า สไตล์มินิมอล (Minimal Chandelier Lighting)

decorate-like-parisian-5

โคมไฟระย้าไม่เพียงแต่เป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่ทำให้บ้านดูสง่างาม แต่ยังเป็นของตกแต่งที่มีประโยชน์อย่างมากอีกด้วยค่ะ สถาปนิกหลายๆ ท่านนิยมใช้โคมระย้าเป็นเครื่องประดับชิ้นหลักภายในห้อง แทนการใช้ของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ห้องดูรก เละเทะ และดึงดูดความสนใจของผู้อาศัย หรือแขกไปที่โคมระย้าเพียงชิ้นเดียว ดังนั้นดีไซน์ของโคมระย้าจึงสำคัญมาก เพราะดีไซน์ของมันจะเป็นตัวตัดสินธีมของห้องนั้นๆ นั่นเอง 

โคมระย้าที่นิยมสำหรับดีไซน์อพาร์ทเม้นท์แบบปารีสนั้น จะค่อนข้างแตกต่างจากโคมระย้าสีทอง หรือสีเงินอัดเพชรที่เราคุ้ยเคยกันดีในละครไทย อย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่าชาวปารีสให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย คลาสซี่ (Classy) และที่สำคัญต้องไม่ดูปั้น ดังนั้นโคมระย้าที่ชาวปารีสส่วนใหญ่เลือกใช้จะเป็นโคมระย้าที่ทำมาจากไม้ เพราะเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุไม้นั้น จะทำให้บรรยากาศของห้องดู Casual ไม่เป็นทางการ และยังช่วยเพิ่มมนต์ขลังให้บ้านดูคลาสสิคอีกด้วยค่ะ 

ฝ้าเพดานสูง (High Ceiling)

decorate-like-parisian-6

สถาปนิกทุกคนรู้ดีว่าหนึ่งในการออกแบบบ้านให้บ้านดูกว้างขวางนั้น ความสูงของฝ้าเพดานเป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไปแล้วความสูงมาตรฐานของฝ้าเพดานบ้านไม่ควรต่ำกว่า 8 ฟุต และแน่นอนเพื่อเพิ่มความโอ่โถง ชาวปารีสเพิ่มความสูงของเพดานบ้านจากความสูงมาตรฐาน 8 ฟุตเป็น 14 ฟุตเลยทีเดียวค่ะ ประโยชน์ของการมีเพดานสูงไม่เพียงแต่เพิ่มมิติให้บ้านดูใหญ่เท่านั้น แต่ยังเพิ่มพื้นที่ให้กับประตู และหน้าต่างทรงสูงอีกด้วย และการใช้หน้าต่างทรงสูงนั้น จะยิ่งช่วยทำให้ดีไซน์ของห้องดูแปลกตาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ นอกจากนี้ยิ่งหน้าต่างสูงมากเท่าไร ยิ่งเปิดรับแสงธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น รับรองว่าบ้านของเพื่อนๆ จะดูสว่าง สะอาด และทันสมัย อย่างแน่นอน 

นอกจากนี้การหาซื้อหน้าต่างและประตูทรงสูงในปัจจุบันการหาซื้อได้ง่ายทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ เพื่อนๆคนไหนสนใจ ลองเข้ามาเช็คทรงหน้าต่างสวยๆจากเว็บ Kaidee ได้เลยค่ะ 

และเราขอปิดท้ายบทความนี้ด้วยเทคนิคอีกหนึ่งเทคนิคที่ใกล้ตัว แถมยังหาซื้อง่าย แต่เพื่อนๆ เชื่อหรือไม่ว่าผลลัพธ์นั้นต้องบอกเลยว่าเสมือนสถาปนิกมืออาชีพมาออกแบบอพาร์ทเม้นท์เองเลยทีเดียว และเทคนิคนั้นก็คือ การใช้ศิลปะนั่นเองค่ะ

ภาพวาด (A Painting)

decorate-like-parisian-7

“We cannot live without art”  หรือแปลเป็นไทยได้ว่า “มนุษย์เราไม่สามารถดำรงอยู่ได้ปราศจากศิลปะ” ภาพวาดเป็นของตกแต่งอีกชิ้นที่ทำให้ห้องดูเสร็จสมบูรณ์แบบ จริงๆ แล้วถ้าเพื่อนๆ คิดดีๆ กำแพงเป็นองค์ประกอบที่จะตัดสินว่าบ้าน หรือห้องของเพื่อนๆ ได้รับการวางแผน และออกแบบดีแค่ไหน ถ้าวอลล์เปเปอร์ของกำแพงไม่เข้ากับธีมของห้อง แน่นอนว่าห้องจะดูไม่สมดุล และเลอะเทอะในทันที การแขวนภาพวาดที่มีสีสัน หรือลายเส้นให้เข้ากับธีมของห้องบนกำแพงนั้นจะช่วยเพิ่มความสมดุลของ Mood & Tone ของห้องได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

ภาพวาดที่ชาวปารีสนิยมมาแขวนเพดานห้องจะเป็นภาพวาดที่มีสีไม่ฉูดฉาด เน้นสีโมโนโทน เช่น สีครีม สีขาว และสีเอิร์ทโทน อย่างสีเขียวและสีน้ำตาลเป็นหลัก เพื่อไม่ให้ตัวภาพวาดที่เราเลือกนำมาตกแต่งห้อ งแย่งความสนใจไปจากเฟอร์นิเจอร์ แต่ให้ภาพวาดนี้ช่วยทำให้ดีไซน์ของห้องโดยรวมสมบูรณ์แบบนั่นเองค่ะ 

สรุปท้ายบทความ

เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ พอได้แรงบันดาลใจในการตกแต่งอพาร์ทเม้นท์กันไม่มากก็น้อยเลยใช่ไหมคะ ถึงแม้ว่าตอนนี้เราอาจจะยังเติมฝันในการใช้ชีวิตที่ปารีสไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเนรมิตบ้านของเราให้กลายเป็นปารีสไม่ได้นี่คะ เพียงแค่เพื่อนๆ เลือกดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งให้ถูกต้อง เท่านี้เพื่อนๆก็จะได้ห้อง หรืออพาร์ทเม้นท์แบบเดียวกันกับที่ตั้งอยู่บนถนน Champs-Élysées (ช็องเซลีเซ) เลยค่ะ 

ดูฝนดาวตกใกล้กรุ่งที่ไหนดี ? ขับรถง่ายถึงเร็ว

ดูฝนดาวตกใกล้กรุ่งที่ไหนดี ? ขับรถง่ายถึงเร็ว

จากผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ค้นพบว่าปรากฏการณ์  “ดาวตก” หรือที่เรียกว่า “ฝนดาวตก” นั้นเกิดขึ้นทุกปี โดยดาวตกเหล่านี้ มักจะเกิดซ้ำเป็นประจำในช่วงเวลาเดิม เนื่องจากวงโคจรของโลกประจบเข้ากับวงโคจรของดาวหาง สะเก็ดจากดาวหางที่โคจรผ่านไปยังอยู่ เมื่อโดนวงโคจรของโลกดึงสะเก็ดเหล่านั้นเข้ามาในชั้นบรรยากาศ การเสียดสีระหว่างวัตถุและชั้นบรรยากาศ ก่อให้เกิดประกายไฟ กลายเป็น “ดาวตก” หรือ “ฝนดาวตก” อย่างที่เราเห็น ๆ กัน

ในส่วนของ “อุกกาบาต” นั้นเกิดจากสะเก็ดดาวหางที่เผาไหม้ไม่หมด แล้วตกลงมาบนโลกเป็นชิ้น อุกกาบาต ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ 

ดังนั้นการดูฝนดาวตกจึงกลายเป็นกิจกรรมน่าสนใจสำหรับสายท่องเที่ยวที่หาปรากฏการณ์ต่างๆ ทำให้การเที่ยวมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีความเชื่อในเรื่อง “ขอพร” ให้สมหวังดั่งปรารถนากับกลุ่มดาวตกที่หลายคนอยากจะสัมผัสดูสักครั้ง ดังนั้นเรามาเตรียมความพร้อม สถานที่ ดูฝนดาวตกกันดีกว่า

สถานที่ดูฝนดาวตกใกล้กรุง

ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

ขอขอบคุณภาพจาก thesungsight

หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวใกล้เมืองกรุง ที่หลายคนนิยมไปในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว เพราะบรรยากาศที่ยอดเขาแห่งนี้ตอนรุ่งอรุณนั้นรายล้อมไปด้วยทะเลหมอกที่ยาวไปถึงเส้นขอบฟ้า ใครที่รักการชมทะเลหมอกยามเช้าและดูดาวประกายทั่วฟ้ายามค่ำคืน ต้องไม่พลาด

ที่ตั้ง : หมู่ 14 ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

ระยะเวลาจากกรุงเทพฯ : 6 ชั่วโมง

แผนที่ : https://goo.gl/maps/6rMmXnXXsMudE8sR6

ภูกระดึง จ.เลย

ขอขอบคุณภาพจาก ททท.

สถานที่กางเตนท์ดูดาวในหน้าหนาวแบบนี้ คงหนีไม่พ้นภูกระดึง ที่ไม่ว่าจะขับรถหรือนั่งรถทัวร์ไปก็สะดวกทั้งสองแบบ เชื่อว่าจะผู้ใหญ่หรือเด็กก็คาดหวังที่จะได้ไปพิชิตยอดเขาภูกระดึงสักครั้งในชีวิต แถมจุดเด่นตรงบริเวณผานกแอ่นคือ กลุ่มดาวทางช้างเผือกที่จะเห็นได้ชัดอย่างมาก

ที่ตั้ง : หมู่ 1 บ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย 42180 

ระยะเวลาจากกรุงเทพฯ : 7 ชั่วโมง

แผนที่ : https://goo.gl/maps/N5i1aATMERLCL1f1A

ยอดเขาเทวดา จ.สุพรรณบุรี

ขอขอบคุณภาพจาก siamrath

อีกหนึ่งจุดสำหรับสายล่าทะเลหมอก แม้จะไม่ฮิตเท่าภูต่าง ๆ แต่ยอดเขาเทวดานี้ก็เหมาะสำหรับสายประหยัดงบแต่ได้วิวหลักล้าน ยอดเขาเทวดาตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอด่านช้าง

การเดินทางขึ้นไปบนยอดควรใช้รถโฟร์วิลขึ้นไป เนื่องจากเป็นทางลูกรังผสมกับทางลาดยาง แต่เมื่อถึงจุดกางเต็นท์แล้วพูดได้ว่า “คุ้ม” มากที่ได้มา ทั้งทางช้างเผือกที่เห็นได้ชัดจากเต็นท์ ทั้งทะเลหมอกสุดลูกหูลูกตาตอนเช้า เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ห้ามพลาดที่จะมา!

ที่ตั้ง : หมู่ที่  5 บ้านตะเพินคี่ ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

ระยะเวลาจากกรุงเทพฯ : 4 ชั่วโมง

แผนที่ : https://goo.gl/maps/USpBAcADnigCSYxU8

ดงตาล จ.ชลบุรี

ขอขอบคุณภาพจาก Thailand Tourism Directory

หาดดงตาล หนึ่งในหาดที่อยู่ภายใต้การดูแลของฐานทัพเรือสัตหีบ หนึ่งในพื้นที่น่าดูดาวท่ามกลางเสียงคลื่นกระทบฝั่ง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ไกลจากแสงไฟ จึงเหมาะกับการดูดาวเป็นอย่างมาก ใครที่ต้องการดูดาวแบบไปง่าย กลับไว ก็ต้องหาดดงตาล

ที่ตั้ง : ในพื้นที่กองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ระยะเวลาจากกรุงเทพฯ : 2 ชั่วโมง

แผนที่ : https://goo.gl/maps/nvBCetaFH7ERtc8L6

เขาหน่อ-เขาแก้ว จ.นครสวรรค์

ขอขอบคุณภาพจาก Kapook

นครสวรรค์เป็นจังหวัดที่คนส่วนใหญ่มักจะขับผ่าน หรือแวะค้างคืน เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะมุ่งเป้าไปเพื่อเที่ยวที่จังหวัดนี้ แต่ถ้าจะไปดูดาวแบบไม่ต้องไปไกลก็ได้วิวสวย 

ที่เขาหน่อ-เขาแก้วคือจุดหมายที่คุณควรไป บนยอดเขาแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย กับจุดสูงสุดบนสันเขาที่ทั้งแคบทั้งชัน แต่เวลาดูดาวคุณก็ไม่ต้องปีนขึ้นไปให้เหนื่อย แค่มองวิวจากทุ่งนาข้างล่างผ่านทิวทัศน์ผ่านช่องเขา ก็เห็นดาวประกายเต็มฟ้าได้อย่างเต็มตา

ที่ตั้ง : บ้านเขาหน่อ หมู่ 2 ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ 

ระยะเวลาจากกรุงเทพฯ : 3 ชม. 30 นาที

แผนที่ : https://goo.gl/maps/C1ZmfA842hUcmZ9JA

เนินช้างศึก จ.กาญจนบุรี

ขอขอบคุณภาพจาก Wongnai

แหล่งที่เที่ยวแห่งกาญจนบุรี นอกจากการล่องแพริมแม่น้ำและพิชิตจุดสูงสุดของน้ำตกเอราวัณแล้ว ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ก็มีจุดท่องเที่ยวแสนโดดเด่นอย่าง เนินช้างศึก ที่บนยอดเนินสามารถเห็นได้ทั้งชายแดนฝั่งไทยและฝั่งพม่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชวนให้คุณสัมผัสทะเลหมอก ดูพระอาทิตย์ขึ้น และเป็นจุดดูดาวที่เห็นได้ทั่วฟ้าไม่มีแสงรบกวน

ที่ตั้ง : หมู่บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ระยะเวลาจากกรุงเทพฯ : 5 ชม. 30 นาที

แผนที่ : https://goo.gl/maps/HfaxP2sV7w5XAWCPA

ลานกางเต็นท์ จุดสกัดเขาสูง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ขอขอบคุณภาพจาก นายสองสามก้าว

วังน้ำเขียวเป็นจุดฮิตที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมากางเต็นท์นอน จุดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เรียกว่าใกล้ชิดธรรมชาติจนได้กลิ่นหญ้าในช่วงเช้ายามตื่นนอนกันเลยทีเดียว ตอนกลางคืนตั้งแต่ช่วงตีห้า ลองเปิดเต็นท์ออกมา คุณจะเห็นทางช้างเผือกลอยอยู่บนท้องฟ้าตรงหน้าคุณเลยล่ะ

ที่ตั้ง : บ้านคลองทราย ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ระยะเวลาจากกรุงเทพฯ : 3 ชม. 39 นาที

แผนที่ : https://goo.gl/maps/TnRebKRtqZFWMScV7

ละลุ จ.สระแก้ว

ขอขอบคุณภาพจาก fotoinfo

จุดดูดาวท่ามกลางเสาดิน ที่ถูกธรรมชาติรังสรรค์ให้กลายเป็นแหล่งแชะภาพสุดฮิตอีกหนึ่งแห่ง เรียกได้ว่า กลางวันเรามาเพื่อดูผีเสื้อ ส่วนกลางคืนเรามาเพื่อดูดาว ใครที่กลัวว่าจะไม่มีที่พัก โฮมสเตย์นั้นก็อยู่ห่างไปไม่ไกล เรียกได้ว่ามาชิลดูดาวและทางช้างเผือกที่ลอยกระจ่างฟ้า เห็นได้แม้ไม่ได้อยู่บนดอยสูง

ที่ตั้ง : บ้านเนินมะขามและบ้านคลองยาง ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

ระยะเวลาจากกรุงเทพฯ : 4 ชม. 15 นาที

แผนที่ : https://goo.gl/maps/ocoGsE8CBymtCH1C7

ศูนย์อนุรักษ์ชายฝั่ง จ.สมุทรสาคร

ขอขอบคุณภาพจาก จป.ดอกคอม

พื่นที่ดูดาวติดริมทะเล เรียกว่าอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว เป็นพื้นที่ปลูกป่าชายเลนและทางเดินธรรมชาติ ให้ผู้ที่มาเที่ยวรับลมทะเลได้อย่างเต็มปอด ทั้งกลางคืนก็เป็นจุดที่เห็นดาวได้อย่างเต็มที่ เพราะไม่มีแสงไฟจากบ้านเรือนมารบกวนให้รำคาญใจ

ที่ตั้ง : หมู่ที่ 8 ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

ระยะเวลาจากกรุงเทพฯ : 1 ชม.

แผนที่ : https://goo.gl/maps/u7pS2CvTfgbeuZkw5

สำนักสงฆ์น้ำพุร้อน

ขอขอบคุณภาพจาก ราชบุรี บ้านเรา

ที่เที่ยวราชบุรี ดูดาวก็สวย ทำบุญก็ดี เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามและหาได้ยาก เพราะเป็นวัดที่ตกแต่งด้วยเปลือกหอยทั้งวัด ตั้งแต่บันไดขึ้นจนถึงหลังคาของวัด บริเวณใกล้เคียงนั้นมีน้ำพุร้อนให้คุณได้แช่ผ่อนคลายร่างกาย พอตกเย็นก็แวะดูดาวก่อนเข้าที่พักก็ได้ 

ที่ตั้ง : เนินบนเขาริมอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จ.ราชบุรี

ระยะเวลาจากกรุงเทพฯ : 2 ชม. 30

แผนที่ : https://goo.gl/maps/F8FbeAm8oRN567Hu7

ตารางฝนดาวตกปี 2021

ช่วงวันวันที่มีจำนวนมากที่สุดเวลาที่ควรชมอัตราดาวตก / ช่วงเวลาที่ตกสูงสุด
28 ธ.ค. – 12 ม.ค.3 – เช้าวันที่ 4 ม.ค.02.00 น.5 ดวง /ตี 4-5
16 เม.ย. – 25 เม.ย22 – เช้าวันที่ 23 เม.ย.22.00 น.15 / ตี 3-5
19 เม.ย. – 28 พ.ค.5 – เช้าวันที่ 7 พ.ค.02.00 น.25 / ตี 4-5
12 ก.ค. – 23 ส.ค.30 – เช้าวันที่ 31 ก.ค.21.00 น.15 / ช่วง 23.00 น. – เที่ยงคืน
17 ก.ค. – 24 ส.ค.12 – เช้าวันที่ 13 ส.ค.22.30 น.75 / ตี4-5
2 ต.ค. – 7 พ.ย.19 – เช้าวันที่ 21 ต.ค.22.30 น.10 / ตี 4-5
6 พ.ย. – 30 พ.ย.16 – เช้าวันที่ 18 พ.ย.00.30 น.15 / ตี 4-6
4 ธ.ค. – 17 ธ.ค.13 – เช้าวันที่ 14 ธ.ค.20.00 น.90 / ตี 2-5

สรุปท้ายบทความ

ปีนี้วางแผนโร้ดทริปดูดาวกันแล้วใช่ไหมคะ ถ้าวางแผนแล้ว ลองไปตามสถานที่แหล่งปักหมุดต้องดูดาวกันนะคะ เพื่อที่จะได้ดูดาวตกแบบ 4K เห็นชัดแถมยังได้อธิษฐานขอพรให้ปีนี้มีแต่เรื่องดี ๆ ผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตไป

แน่อนว่าก่อนจะเดินทางแน่นอนว่าคุณต้องอย่าลืมเช็กสภาพรถให้พร้อมเดินทางไกล ไม่ว่าจะบุกป่าขึ้นห้วยลงดอย ก็ต้องเพอร์เฟกต์เสมอ ดังนั้นมาเช็กแล้วเตรียมพร้อมทุกการเดินทางให้รถคุณมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมที่สุดก่อนการเดินทาง ที่ Kaidee  

5 รถคลาสสิกยอดฮิต ขายดี ราคาไม่มีตก

5 รถคลาสสิกยอดฮิต ขายดี ราคาไม่มีตก

ปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่า “รถยนต์” ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อชีวิตไปแล้ว เนื่องด้วยระบบการคมนาคมขนส่งสาธารณะที่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่หรือการเดินทางไปต่างจังหวัดด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ลงไปอีก หลายคนจึงมีรถยนต์ไว้ใช้เป็นพาหนะสำคัญในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับเดินทางไปทำงาน ท่องเที่ยว หรือมีไว้ประกอบอาชีพ 

“รถคลาสสิก” หลายคนนิยมสะสมรถประเภทนี้เอาไว้เพื่อเป็นความสุขทางจิตใจ อาจจะเป็นเพราะด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่มีเสน่ห์ผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ หรืออาจเป็นเพราะการผลิตออกมาในจำนวนน้อย รวมถึงเป็นรถที่เรารู้ทั้งรู้ว่าจะต้องซ่อมบ่อยแค่ไหนก็ตาม แต่ทั้งหมดล้วนเกิดจากความรักและความหลงใหลในการสะสมจนต้องตามหามาเป็นเจ้าของให้ได้ 

รถคลาสสิก คือ ?

โดยทั่วไปแล้วรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป จะถูกเรียกว่า “รถคลาสสิก” ถึงแม้ว่าคำนิยามดังกล่าวจะมีความหมายค่อนข้างกว้าง แต่แท้จริงแล้วจะเป็นรถที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สำหรับการสะสม มีคุณค่าที่ควรรักษาและฟื้นฟูเพื่อปลุกให้รถคลาสสิกกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

รถคลาสสิก คือ รถยนต์ที่ได้รับความนิยมในอดีต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2443 เป็นต้นไป ส่วนใหญ่รถเก่าที่มีอายุมากแล้วจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มีเสน่ห์ภายในตัวของมันเอง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปปรับแต่ง หรือเปลี่ยนอะไรให้ผิดไปจากรูปทรงเดิม ซึ่งรถคลาสสิกที่มีอยู่ในปัจจุบันมักจะได้รับการดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพดีและมีความเงางามเป็นพิเศษ โดยระยะรุ่นปีของรถที่ถือว่าเป็นรถคลาสสิกนั้น นอกเหนือจากความเก่า และรูปลักษณ์ที่ดูคลาสสิกแล้ว ยังถูกเชื่อมโยงไปจนถึงเรื่องรสนิยมอีกด้วย 

อีกหนึ่งเสน่ห์ที่หลายคนหลงใหลนั่นก็คือ การนำซากรถเก่าที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้วกลับมาบูรณะ ซ่อมแซม ทำสี เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อให้สามารถนำกลับมาขับได้อีกครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่ในระยะเวลาระหว่างที่รอนั้นเปรียบเสมือนการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่จะได้เฝ้าตารอดูรถคันนี้ได้ฟื้นคืนชีพกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

ถึงแม้รถคลาสสิกจะผ่านเจ้าของมาหลายคน หรือเป็นรถที่ต้องซ่อมบ่อย แต่รถคลาสสิกก็ยังคงเอกลักษณ์ของความสวยงามที่มีเสน่ห์ และน่าหลงใหลให้เหล่านักสะสมได้อยู่เสมอ วันนี้ Kaidee Auto จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ 5 รถคลาสสิกยอดฮิต ขายดี ราคาไม่มีตก มาดูกันว่ามีรุ่นไหนบ้าง ตามไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย

Nissan Figaro

หนึ่งในรถเล็กที่มีเรื่องราวความยิ่งใหญ่ตลอดกาลกับการเปิดตัวครั้งแรกในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 1989 โดยฝีมือการออกแบบของ “มิสเตอร์โชจิ ทาคาฮาชิ” ที่ให้รูปลักษณ์ภายนอกสไตล์วิคตอเรียน เน้นการกแต่งด้วยโครเมียมรอบคัน แผงพลาสติกที่ติดกระจังหน้าทำมาจากพลาสติก PPO คืนตัวได้เมื่อโดนกระแทก หลังคาสามารถเลื่อนพับเก็บได้ ภายในห้องโดยสารตกแต่งเน้นความหรูหราด้วยโครเมียมสไตล์อังกฤษ พวงมาลัย 3 แกนแบบคลาสสิก ส่งผลให้ภาพรวมตัวรถดูมีความน่ารัก คลาสสิก ย้อนยุคเหมือนรถในยุค 70s

Nissan Figaro มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 987 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 76 แรงม้า เกียร์ออโต้ 3 สปีด โดยหลังจากที่เปิดตัว พร้อมได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาดจึงได้ผลิตออกจำหน่ายในวันวาเลนไทน์ปี 1991 ด้วยจำนวนจำกัดเพียง 20,000 คัน ซึ่งใน 8,000 คันแรกผลิตแบบปกติ ส่วนอีก 12,000 คันที่เหลือจะมีเลขกำกับอยู่เพื่อบ่งบอกความพิเศษที่คนสะสมรถต้องหลงรัก

Suzuki Caribian

ขวัญใจสายผจญภัยกับ Suzuki Caribian ที่ปัจจุบันได้เลิกทำการผลิตไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นรถที่เหล่านักสะสมตามเก็บและมักเห็นบนท้องถนนอยู่บ่อยๆ ซึ่งตัวรถผลิตครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1968 นำเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1977 นิยมใช้ในราชการทหาร ก่อนที่จะขายในเชิงพาณิชย์ประมาณปี ค.ศ. 1982 เป็นรถ 4 ที่นั่ง มีฉายาที่เรียกติดปากว่า “รถตู้ปลา”

ในช่วงเวลานั้น Suzuki Caribian นับว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่ารถเก๋ง เครื่องยนต์ของรถที่ใช้งานไม่ยาก กลไกไม่ซับซ้อน รวมถึงยังมีความทนทานสูง แต่สำหรับหลายคนทนแรงสั่นสะเทือนของรถไม่ไหวจึงต้อมยอมตัดสินใจขายไป 

ปัจจุบันถือว่าได้รับความนิยมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่กระแส Camp Car กำลังมาแรง จึงทำให้ผู้คนนำรถไปคัสตอมตกแต่งให้เข้ากับสไตล์ รวมถึงติดเต็นท์บนหลังคาของตัวรถที่สามารถขับรถไปแคมป์ปิ้งในป่าหรือตามอุทยาน เรียกได้ว่าตอบโจทย์สายผจญภัยได้อย่างแท้จริง

Volkswagen Beetle

Volkswagen Beetle หรือที่เรียกติดปากว่า “รถเต่า” เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1934 เมื่อคณะกรรมการสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์แห่งชาติเยอรมนี หรือ RDA-Reichsverband Der Deutschen Automobilindustrie ได้มอบหมายให้ ดร.เฟอร์ดินาน พอร์ช ออกแบบรถยนต์สำหรับประชาชน (People’s car) ซึ่งในภาษาเยอรมันที่เรียกว่า Volkswagen 

รถเต่าได้นำเข้ามาสู่บ้านเราตั้งแต่ยุค 50s ยาวนานจนถึงยุค 70s โดยมีหลากหลายรูปแบบ และหลายฉายา ตั้งแต่รุ่น จอแบ่ง, จอไข่, จอกว้าง, ตาเอียง, ตานอน, ตาหวาน, กันชนใหญ่, ไฟท้ายกลม หรือรุ่นเปิดประทุน ในอดีตนั้นรถเต่าเป็นรถธรรมดาสามัญทั่วไป แต่ด้วยรูปทรงที่สวยงาม ผสมกับความทนทาน และการผลิตที่ยาวนานจึงทำให้เริ่มได้รับความนิยมจากคนเล่นรถเก่ามาจนถึงปัจจุบัน

Porsche 911

แน่นอนว่า Porsche 911 คือหนึ่งในรุ่นรถที่เป็นบรรทัดฐานให้กับการนิยามคำว่า “ซูเปอร์คาร์” ได้อย่างดีที่สุด เพราะด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วนทุกกระบวนการของความเป็นซูเปอร์คาร์ และเหนือสิ่งอื่นใดคือประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน พร้อมการยอมรับจากผู้คนทั่วโลกจนสิ้นข้อสงสัย

รถสปอร์ตสุดคลาสสิกกับรูปทรงกบในตำนานที่มีประวัติการเดินทางอันแสนยาวนานกว่า 50 ปี โดยเริ่มทำการผลิตมาตั้งแต่ปี 1964 และเปลี่ยนโฉมมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันกว่า 7 เจเนอเรชัน โดดเด่นด้วยรูปทรงสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ ไฟกลมท้ายลาด เครื่องยนต์วางท้าย แตกไลน์รุ่นออกมาอีกมากมาย ซึ่งรุ่นที่โดดเด่นทำให้เหล่านักสะสมรถนั้นต้องมีไว้ครอบครองคือ Targa, Speedster หรือ GT

Land Rover Series I, II, III และ Defender

หนึ่งในรุ่นรถที่นับว่ามีบทบาทในการวางรากฐานตลาดรถยนต์ SUV รวมถึงยังเป็นรถยนต์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Iconic ของแบรนด์ Land Rover ที่สืบทอดทายาทเชื้อสายตรงมาจากยานยนต์ที่ถูกพัฒนามาเพื่อใช้งานในสงครามโลกครั้งที่ 2 เหมือนกับที่ Jeep มีรุ่น Wrangler เป็นตัวแทน

ตำนานออฟโรดขนานแท้ที่คงเอกลักษณ์รูปทรงสี่เหลี่ยมอันโดดเด่นไว้อย่างยาวนานกว่า 70 ปี จัดว่าเป็นอีกหนึ่งในสุดยอดรถสำหรับใช้ขับเข้าป่า หรือจะใช้งานในเมืองก็ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นยังเป็นรถยอดนิยมของหน่วยงานราชการและได้รับเกียรติให้เป็น “รถทรงงาน” อีกหนึ่งรุ่น ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นรถแห่งความสมบุกสมบันและจิตวิญญาณความเป็นออฟโรดขนานแท้ 

สรุปท้ายบทความ

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรถคลาสสิกเท่านั้น เพราะยังมีรถคลาสสิกอีกมากมายหลายรุ่นที่เหล่านักสะสมนิยมเล่นกัน ที่นอกจากความสวยงามอันน่าหลงใหลแล้ว แต่ละรุ่นยังมีประวัติศาสตร์และเรื่องราวมาอย่างยาวนานที่สะท้อนสภาพทางสังคมในแต่ละยุคได้อย่างชัดเจน 

สำหรับใครที่กำลังต้องการเป็นเจ้าของรถคลาสสิก หรือรถยนต์มือสองไว้ใช้งาน สามารถเข้ามาเลือกดูได้ที่ Kaidee Auto แหล่งซื้อขายของออนไลน์ที่ได้รวบรวมสินค้าไว้ทุกประเภท

ส่องเทรนด์กล้องฟิล์ม ทำไมถึงกลับมา?

ส่องเทรนด์กล้องฟิล์ม ทำไมถึงกลับมา?

เดี๋ยวนี้เวลาไปฮอปปิ้งตามคาเฟ่ หรือเดินเที่ยวเล่นในเขตเมืองเก่า นอกจากมือถือและกล้องดิจิทัลที่พกกันไปหลายต่อหลายตัวแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไอเท็มยอดฮิต ที่กลับมาเฉิดฉายอย่างสวยงามอีกครั้ง อย่าง “กล้องฟิล์ม”

เราเองเป็นคนหนึ่งที่สนุกสนานกับการถ่ายกล้องฟิล์ม ด้วยเสน่ห์หลายๆ อย่างที่กล้องดิจิทัลไม่มี ไม่ว่าจะเป็นเกรนสุดคลาสิค โทนสีภาพที่สวยงาม ต่างกันไปตามคุณภาพและยี่ห้อฟิล์ม ที่สำคัญคือเรื่อง “ความรู้สึก” และ “ความตั้งใจ” ลองมาดูกันว่า ทำไมกล้องฟิล์มถึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

7 เสน่ห์อันน่าหลงใหลของกล้องฟิล์ม

“Film is not dead” เป็นประโยคที่ยืนยันความรุ่งเรืองของกล้องฟิล์มในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี แม้หลายๆ คนจะบอกว่าเป็นกระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่ถึงตอนนี้ กล้องชนิดนี้ก็ยังอยู่ในใจของใครหลายคนรวมถึงตัวเราเอง มาดูไปพร้อมๆ กันค่ะ ว่าอะไรในกล้องฟิล์มที่ทำให้ Come back กลับมาได้อย่างสวยงาม

1. กดหนึ่งครั้ง = หนึ่งความทรงจำ

สังเกตไหมคะ แทบทุกครั้งที่เราตัดสินใจลั่นชัตเตอร์กล้องฟิล์ม มักผ่านกระบวนการคิดแบบเล็งแล้วเล็งอีกอยู่หลายครั้ง ไหนจะรอเวลาให้แสงสวย (ช่วงสี่โมง) รวมถึงเดินหามุมและคิดท่าโพสต์อยู่นาน เรียกว่ากว่าจะได้จุดที่ถูกใจ เพื่อให้คุ้มค่ากับการถ่ายฟิล์มหนึ่งรูปนั้น ผ่านเรื่องราวและใช้เวลาไตร่ตรองพอควร

ความที่การถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์มมีข้อจำกัด เพราะมันมีวันหมด ทั้งจำนวนฟิล์มและปริมาณถ่าน ทำให้การถ่ายรูปด้วยกล้องประเภทนี้มีคุณค่าไปโดยปริยาย ทุกครั้งที่เรากดถ่าย สิ่งที่ได้ไม่ใช่รูปภาพเพียงหนึ่งใบ ทว่าเรื่องราวมากมายถูกบันทึกลงไปในหัวใจของผู้ถ่ายเป็นอย่างดี

2. ความดิบของเกรนและโทนสีอันน่าหลงใหล

เชื่อว่าข้อนี้เป็นเสน่ห์อันดับต้นๆ ที่ทำให้คนวัยหนุ่มสาวกลับมาหลงใหลกล้องฟิล์มกันเป็นจำนวนมาก เกรนเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ที่ปรากฏในภาพถ่ายนั้น คือความคลาสสิคสวยงามแบบลงตัว ที่ฟิลเตอร์แต่งรูปในปัจจุบันเลียนแบบให้เหมือนยาก

ไหนจะโทนภาพของฟิล์มแต่ละม้วน ที่ต่างกันไปตามยี่ห้อ ISO และลูกเล่นต่างๆ รวมถึงโทนสีวอร์ม โทนสีคูล หรือสีอื่นๆ ทั้งยังมีฟิล์มบูด ฟิล์มหนัง แตกประเภทออกไปอีกมากมาย รับรองว่า “กล้องฟิล์ม” มีลูกเล่นและความสนุกให้คุณเผชิญอีกเพียบ

3. ลุ้นและรออย่างมีความหมาย

อย่างที่ทราบกันดีว่า กระบวนการของกล้องฟิล์มมีหลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเลือกฟิล์มสักตัวให้เหมาะกับสิ่งที่เราจะถ่าย เพราะฟิล์มหนึ่งตัวให้โทนสีภาพไม่เหมือนกัน หากถ่ายที่ๆ มีแสงมาก เลือก ISO น้อยไปก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าแสงน้อยก็เสี่ยงหน่อย แลกมากับเกรนที่เยอะขึ้น หรือรูปมืดเกินไป

ทั้งนี้กว่าจะบรรจงถ่ายทีละรูปให้ครบ 36 รูป (บางม้วน 72 รูป) ก็ต้องใช้เวลาและความตั้งใจเอามากๆ ฟิล์มบางม้วนใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะถ่ายครบทุกรูป จากนั้นถึงนำไปล้างได้ และพอไปที่ร้านก็ใช้เวลาล้างและแสกนอีกประมาณหนึ่ง เรียกว่า ทุกกระบวนการผ่านการรอคอยและความคาดหวัง นั่นแหละถึงทำให้ “ภาพถ่ายฟิล์มมีความหมาย”

4. ได้ความสดใหม่ทุกครั้งที่ถ่าย

กล้องเดิม ฟิล์มเดิม แสงเดิมภายใต้สภาพแวดล้อมแบบเดิม ไม่ได้หมายความว่าภาพของคุณที่บันทึกผ่านกล้องฟิล์มจะออกมาเหมือนเดิม มุมอาจเหมือนเดิมก็จริง แต่มั่นใจได้ว่าแสง เกรนและฟีลของภาพที่ได้ต่างออกไปแน่นอน

เสน่ห์ตรงนี้ทำให้หลายคนสนุกและลุ้นทุกครั้งที่ถ่าย ว่ารูปจะออกมาเป็นอย่างไร ไหนจะมีปัจจัยอื่นๆ อย่างน้ำยาล้างฟิล์มและเครื่องสแกนภาพของแต่ละร้าน ทั้งแสง ความคมชัด การ Push Stop ก็ทำให้ภาพไม่เหมือนกัน เรียกได้ว่าล้าง 10 ร้านก็ได้รูปที่ต่างกันไป 10 ใบ

5. เรียนรู้กับถ่ายภาพได้ไม่มีที่สิ้นสุด

ข้อนี้วัดจากประสบการณ์ตัวเอง ซึ่งคลุกคลีกับกล้องฟิล์มมาเกือบ 3 ปี ถึงตอนนี้ก็ยังมี Passion และสนุกกับการถ่ายอยู่ทุกครั้ง ยังคงเพลินกับการเดินหาแสง หามุมไปเรื่อยๆ เพราะฟิล์มทุกม้วนให้สีและเกรนที่ต่างกันไป ตามสภาพแวดล้อม

สำหรับเราแล้วการถ่ายฟิล์มจึงเป็นอะไรที่คาดเดาได้ยาก รูปหนึ่งรูปมีหลายปัจจัยเป็นตัวกำหนด ไม่ใช่แค่วัดแสงดีแล้วจะได้รูปดังใจ แต่มีอะไรหลายๆ อย่างให้เรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าชาเลนจ์ทุกทีที่กด

6. รูปทุกรูปมีคุณค่า

ความที่กล้องดิจิทัลถ่ายได้เรื่อยๆ เป็นพันรูป โดยไม่ต้องกังวลกับข้อจำกัด ทำให้บางทีเราอาจไม่ได้โฟกัสกับการถ่ายเท่าที่ควร ถ่ายไปไว้ก่อนให้สบายใจ เผลอๆ ไม่ได้ย้อนกลับมาดูรูปด้วยซ้ำ ปล่อยให้นอนนิ่งอยู่ในโฟลเดอร์อยู่อย่างนั้น

ในทางตรงกันข้าม หากเป็นรูปที่ถ่ายจากกล้องฟิล์ม เรานับวันรอที่จะดูรูปอย่างใจจดจ่อ ตั้งแต่วันที่ส่งให้ร้านล้าง ทุกครั้งที่เมลล์เด้งแจ้งเตือนมา เราจะเปิดดูทีละรูปช้าๆ พร้อมลุ้นไปด้วย บางรูปก็นานจนลืมไปแล้วว่าถ่ายเอาไว้ (กว่าจะครบม้วน) ได้ย้อนเวลา กลับไปดื่มด่ำกับความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เรารักผ่านภาพถ่ายอีกครั้ง

7. พกพาง่าย น้ำหนักเบา

ตากล้องสายสตรีทและแคนดิดน่าจะถูกใจกล้องฟิล์มได้ง่าย เพราะด้วยขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกไปถ่ายที่ไหนก็ง่าย ให้คุณเก็บทุกจังหวะได้ทันท่วงที ไม่พลาดชอตสำคัญ ยิ่งถ้าเป็นกล้องแบบ Point of view shot ยกเล็งถ่าย สะดวกครบจบในตัวเดียว โดยเฉพาะกล้องฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้ง เล็กขนาดใส่กระเป๋ากางเกงได้เลยด้วยซ้ำ

สรุปท้ายบทความ

จะเห็นได้ว่าตลาดกล้องฟิล์มที่ผ่านมา ค่อนข้างคึกคักและมีสีสันพอสมควร สังเกตได้จากราคาฟิล์มและตัวกล้องที่แพงขึ้นหลายเท่าตัว อย่างตัวเราเองซื้อกล้องฟิล์มตัวหนึ่งมา 1,500 บาท ปัจจุบันกล้องรุ่นนั้นปีนขึ้นไปเริ่มต้นที่ 3,000 บาทแล้ว

ส่วนราคาฟิล์มไม่ต้องพูดถึง มีแต่แพงขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คุ้มค่าทั้งฟังก์ชันและครบเครื่องในเรื่องแฟชั่น ถือแล้วคูล คู่ควรกับคนที่อยากบันทึกความทรงจำผ่านรูปถ่าย

…เป็นกล้องที่เรียกว่า Beyond เหนือกาลเวลาที่แท้จริง