Jan 22, 2021 | บทความยานยนต์
อย่างที่รู้ ๆ กันว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้โลกของเรามีมลพิษมากเพิ่มขึ้นคงจะหนีไม่พ้นควันจากรถยนต์ที่เราขับกันในปัจจุบัน จนส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของสภาพอากาศและฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่ประเทศไทยและหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในยุคนี้ต่างมุ่งเป้าไปเพื่อการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และรถยนต์ที่ว่านั่นก็คือ รถยนต์ไฟฟ้า ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจนรถมีการปล่อยไอเสียน้อยลงกว่าเดิมมาก แต่ก็คงมีน้อยคนที่จะรู้ถึงรายละเอียดของรถยนต์ประเภทนี้ว่าเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังกัน
รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle) หรือ ที่เรียกว่า EV เป็นรถยนต์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์พลังงานไฟฟ้า 100% จากเก็บในแบตเตอรี่ส่งผลให้รถยนต์ประเภทนี้มีอัตราการเร่งเครื่องที่เร็วและเรียบ และด้วยหลักการที่ว่าข้างต้นนี้เองที่ทำให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นรถที่ช่วยให้รักษาโลกของเราให้มีความสะอาดและน่าอยู่ ซึ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าถูกคิดค้นสำเร็จตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 แต่ทั่วโลกเพิ่งจะหันมาสนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจังใน พ.ศ. 2544 (ช่วงศตวรรษที่ 21) นี้เอง
การทำงานของรถยนต์ไฟฟ้า
เนื่องจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไม่ได้เป็นรถยนต์ที่มีการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงเพื่อการขับเคลื่อนเหมือนกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน การทำงานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจึงเริ่มต้นที่ แบตเตอรี่ ซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ถูกชาร์จเข้ามา โดยปัจจุบันแบตเตอรี่ที่นิยมใช้กัน ได้แก่ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่สามารถกักเก็บไฟฟ้าได้เยอะและทนทาน หลังจากนั้นพลังงานไฟฟ้านี้ก็จะถูกส่งไปยัง อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนจากไฟฟ้ากระแสตรงให้กลายเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ แล้วจึงเข้าไปที่ มอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อกระจายพลังงานไฟฟ้าไปยังส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์นั่นเอง
ขอบคุณรูปจาก: afdc.energy.gov
ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า
นอกจากข้อดีของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีเครื่องยนต์เงียบ ไม่มีไอเสีย ดีต่อสภาพอากาศของโลกเราแล้ว ยังมีข้อดีต่อผู้ขับขี่อีกมากมายดังนี้
ประหยัดค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน
ค่าน้ำมันสำหรับใครหลายคนถือเป็นค่าใช้จ่ายอันหนักอึ้งที่ต้องเสียเมื่อมีรถยนต์ เพราะราคาน้ำมันในตลาดมีความไม่แน่นอน บางวันก็สูงบางวันก็ต่ำจนคาดเดาอะไรไม่ค่อยได้เท่าไรนัก ยังไม่นับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ต้องจัดการอยู่บ่อย ๆ การมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนโดยไม่ต้องใช้น้ำมันจึงสามารถช่วยลดค่าน้ำมันและการซ่อมบำรุงต่าง ๆ ให้กับเราได้มากเลยทีเดียว
การทำงานมีเสียงเบาเงียบกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน
เนื่องจากของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทำงานด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่โดยที่ไม่ได้มีการเผาไหม้เหมือนกับรถยนต์ปกติทั่วไปทำให้เสียงของรถยนต์ประเภทนี้มีเสียงเครื่องยนต์ที่เบากว่ารถยนต์ที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงหลายเท่า และยังมีอัตราเร่งที่รวดเร็วอีกด้วย
ไม่เสียเวลาแวะเติมน้ำมัน
ในเวลาเร่งรีบที่ปั๊มน้ำมันมีคิวอันแสนยาวการต่อคิวเติมน้ำมันก็คงเป็นเรื่องเสียเวลาเป็นอย่างมาก แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อเราใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพราะการเติมไฟฟ้านี้สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการเสียบชาร์จแบตจากปลั๊กไฟบ้านได้ในตอนกลางคืน นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมี EV Charger ซึ่งเป็นสถานที่ในการชาร์จพลังงานไฟฟ้าให้กับรถยนต์ของเราอีกด้วย
ขอบคุณรูปจาก: DELTA Thailand
ประเภทรถยนต์ไฟฟ้า
รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เรารู้จักคงจะมีเพียงประเภทเดียว แต่รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้วรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทย่อย ๆ ได้มากมาย โดยวันนี้เราจะยกตัวอย่างระบบที่นิยมใช้ 5 ระบบด้วยกัน ดังนี้
รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้พลังงานพลังไฟฟ้าจากตัวแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ไม่มีการปล่อยควันไอเสียสู่อากาศซึ่งรถยนต์ประเภทนี้สามารถชาร์จพลังงานไฟฟ้าได้ภายในเวลาเพียง 6-8 ชั่วโมง หรืออาจเพียง 2-4 ชั่วโมง หากมีการชาร์จแบบรวดเร็ว
รถยนต์ไฟฟ้าอี พาวเวอร์ (E-Power)
เทคโนโลยีการทำงานของรถยนต์ไฟฟ้าที่ผสมผสานระหว่างระบบ Hybrid และ EV โดยมีเครื่องยนต์ที่ใช้ปั่นกระแสและไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อใช้งานต่อไป หรือเข้าใจง่าย ๆ ว่า เป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องยนต์แต่ขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเหมือนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยการเติมน้ำมันเหมือนรถยนต์ทั่วไปก็พอแล้ว
รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV)
ระบบการทำงานรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการใช้พลังงานเชื้อเพลิงผสมผสานกับพลังงานไฟฟ้าโดยเครื่องยนต์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไฮบริด จะมีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานเชื้อเพลิงแต่เมื่อพลังงานเชื้อเพลิงได้หมดลง ระบบจะทำการดึงพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่ที่ได้สะสมไว้จากการชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแทนการทำงานทั่วไป
รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV)
หนึ่งในระบบการทำงานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไฮบริดที่มีการผสมผสานกันระหว่างเครื่องยนต์ (เบนซิน หรือ ดีเซล) กับ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ซึ่งรถยนต์ประเภทนี้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้พลังงานไฟฟ้าแบบรถยนต์ EV หรือ พลังงานเชื้อเพลิงแบบรถยนต์ไฮบริด ได้
รถพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell)
ประเภทรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีการใช้พลังงานสะอาดอย่างไฮโดรเจนเพื่อแปลงกระแสไฟฟ้าให้รถยนต์มีการขับเคลื่อน ซึ่งต้องมีการเติมไฮโดรเจนเหลวเข้าไปกักเก็บในแผงเซลล์เชื้อเพลิง สร้างกระแสไฟฟ้าในตัวแบตเตอรี่ และส่งไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อให้เครื่องยนต์มีการขับเคลื่อนเกิดขึ้น
รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ในปัจจุบัน มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากมายหลายยี่ห้อและรุ่นให้เราได้เลือกใช้งาน ไม่แพ้กับประเทศอื่น ๆ เลย โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่น่าใช้มีดังนี้
รถยนต์ไฟฟ้า MG ZS EV
ขอบคุณรูปจาก: mgcars.com
MG ZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์ MG ที่มีระบบพลังงานแบบ EV มีการใช้พลังงานไฟฟ้าถึง 100% เต็มภายใต้แนวคิดด ‘BRIT DYNAMIC’ ที่มีความสมบูรณ์แบบทั้งสมรรถนะ การควบคุม การออกแบบ และความปลอดภัย ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตของคุณสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ราคา 1,190,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า Nissan Leaf
ขอบคุณรูปจาก: nissan.co.th
Nissan Leaf อีกหนึ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยวทรงพลังโดดเด่นไม่เหมือนใครพร้อมการตกแต่งภายในสีดำลุคสปอร์ต มีฟังก์ชันล้ำสมัยที่เชื่อมต่อทุกความสบายด้วยการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth หรือสาย USB และระบบ INTELLIGENT SAFETY SHIELD TECHNOLOGIES ดูแลความปลอดภัยของคุณขณะเดินทาง
ราคา 1,990,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า FOMM ONE
ขอบคุณรูปจาก: fomm.co.th
รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง FOMM ONE ที่มีการผสมผสานเทคโนโลยีและวัฒนธรรมอย่างลงตัว และด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัดจนสามารถเข้าในซอยเล็ก ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงคุณสมบัติพิเศษที่สามารถขับขี่ในน้ำตื้นรองรับกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นประจำได้อีกด้วย
ราคา 664,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า Hyundai Ioniq Electric
ขอบคุณรูปจาก: hyundai.co.th
Hyundai Ioniq Electric รถยนต์แฮ็ทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ต ด้วยแนวคิด ‘Purified High-Tech’ ที่ภายในเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยฟังก์ชันสุดไฮเทคทั้งเบรกมือไฟฟ้า ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบปุ่ม ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย และ เครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว ที่รองรับการใช้งานผ่าน USB และ Bluetooth
ราคา 1,749,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า MINI Cooper SE
ขอบคุณรูปจาก: mini.co.th
MINI Cooper SE รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ถูกพัฒนาจาก MINI Cooper รุ่นรถยนต์ดีไซน์น่ารักที่ได้รับความนิยมมากมายจากสาว ๆ โดยเป็นรุ่นที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครันอย่างจอแสดงผลสีดิจิทัลต่าง ๆ รองรับ Apple CarPlay ไร้สาย แท่นชาร์จไร้สาย ระบบเซ็นเซอร์จอดรถ และ ระบบ Cruise Control
ราคา 2,290,000 บาท
สรุปท้ายบทความ
จะเห็นได้ว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นรถยนต์ที่สามารถช่วยให้โลกของเรามีความน่าอยู่มากขึ้น และยังแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อใช้รถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง จนสามารถช่วยให้ผู้ขับขี่อย่างเรา ๆ มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าก็ยังมีราคาที่มากพอสมควรจนหลายคนอาจไม่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ แต่ใน Kaidee Auto ก็มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่คุณอาจซื้อได้เช่นกัน
อ่านบทความเกี่ยวกับ ยานยนต์ ที่นี่
Jan 22, 2021 | บทความอสังหาฯ
ห้องครัว ถือเป็นหนึ่งในห้องที่มีความสำคัญของบ้านเพราะเราต้องมีการใช้งานอยู่เป็นประจำ ดังนั้นการออกแบบห้องครัวที่ถูกต้องก็ควรที่จะมีทั้งความสวยงามและการใช้งานที่เป็นไปได้จริง ๆ และส่วนประกอบที่ถูกใช้งานมากที่สุดของห้องครัวก็คงจะหนีไม่พ้น Top Counter ที่มักจะถูกมีด เขียง กระทะ หรืออุปกรณ์ครัววางอยู่เป็นประจำ ดังนั้นเราจึงควร เลือก Top Counter ที่เหมาะสมต่อการใช้งานซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นประเภทต่าง ๆ ถึง 11 ประเภท
การวางผังห้องครัว
ก่อนที่จะมีการเลือก Top Counter ที่ต้องการเราก็จะต้องมีการวางผังของห้องครัวให้เหมาะสมกับพื้นที่ห้องครัวและมีความสะดวกสบายต่อการใช้งาน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นรูปแบบต่าง ๆ ได้มากมาย โดยเฉพาะ 4 ประเภทที่ได้รับความนิยมดังนี้
แบบ I หรือ I-Shaped Kitchen
รูปแบบการวางผังที่มีลักษณะเหมือนตัว I เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก 3-5 ตร.ม. มีการจัดวางพื้นที่ของโซนล้างทำความสะอาด จัดเตรียมอาหาร และปรุงอาหาร เรียงกันในแนวเดียวกันตามลำดับ เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน
แบบ L หรือ L-Shaped Kitchen
Euge & Seta
เป็นรูปแบบครัวที่ได้รับความนิยมในบ้านเดี่ยว เหมาะกับพื้นที่ที่ใหญ่กว่า 6 ตร.ม. มีลักษณะเป็นตัว L ที่ไม่ได้มีการจัดวางโซนต่าง ๆ ที่ตายตัวแต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างหน้าต่างหรือประตู ซึ่งคนส่วนมากมักจะวางโซนปรุงอาหารให้อยู่ด้านที่มีขนาดสั้น ในขณะที่โซนล้างทำความสะอาดและจัดเตรียมอาหารจะอยู่ฝั่งที่มีความยาวกว่า
แบบ U หรือ U-Shaped Kitchen
รูปแบบครัวที่เหมาะกับพื้นที่ขนาด 9 ตร.ม. ขึ้นไป ลักษณะคล้ายกับรูปตัว U มักจะมีการจัดรูปแบบให้พื้นที่เก็บของ เตรียมอาหาร และปรุงอาหารอยู่คนละฝั่งกันโดยพื้นที่ล้างทำความสะอาดอยู่ฝั่งเดียวกับโซนปรุงอาหาร ซึ่งพื้นที่ตรงกลางของครัวรูปแบบนี้ควรจะมีความกว้างมากกว่า 9 ซม. เพื่อความสะดวกสบายในการทำอาหาร
แบบเกาะกลาง หรือ Island Kitchen
เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบครัวที่มักจะใช้ในบ้านขนาดใหญ่ที่มีห้องครัวมากกว่า 12 ตร.ม. ซึ่งจะทำให้ห้องครัวของเราเกิดความโดดเด่นและสวยงามมากขึ้น โดยเกาะกลางที่ว่านี้จะต้องมีความสูงมากกว่า 90 ซม. และมีระยะห่างจากตัวเคาน์เตอร์ 90 ซม. เพื่อให้มีความสะดวกสบายในการปรุงอาหาร
การเลือก Top Counter
ในการเลือก Top Counter ที่เหมาะสมก็ควรที่จะคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
เลือก Top Counter จากการใช้งาน
คำนึงถึงการใช้งานของห้องครัวและรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์ว่าใช้งานในลักษณะใดและเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทไหน มีงานใช้งานห้องครัวบ่อยหรือไม่ เช่น ถ้าหากว่าเป็นห้องครัวของร้านอาหาร อาจจำเป็นที่จะต้องใช้ Top Counter แบบสเตนเลสที่มีความแข็งแรงทนทาน
เลือก Top Counter จากคุณภาพและราคา
วัสดุที่มีคุณภาพมากอาจจะเหมาะกับการใช้งานที่หนักหน่วง อีกทั้งยังมีราคาที่สูงจนอาจรับไม่ไหว การเลือก Top Counter ที่ถูกต้องจึงควรที่จะคำนวณควบคู่ไปกับราคาและการใช้งานอย่างเหมาะสม
เลือก Top Counter จากพื้นที่บ้าน
การมีบ้านที่ขนาดแตกต่างกันก็ส่งผลถึงขนาดของห้องครัวที่ควรจะมีพื้นที่อย่างพอเหมาะพอดี และการมี Counter ที่ใหญ่เกินไปก็อาจทำให้ไม่สะดวกสบายต่อการใช้งานหรือ Counter ที่เล็กเกินก็ไม่เกิดการใช้สอยพื้นที่อย่างคุ้มค่าเช่นกัน
เลือก Top Counter จากความสวยงาม
นอกจากการใช้งานที่เหมาะสมแล้ว สีของ Top Counter ที่เลือกก็สามารถช่วยให้ห้องครัวของคุณดูสวยงามและกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ภายในบ้านได้อย่างลงตัวและมีรสนิยมมากยิ่งขึ้น
ประเภทของ Top Counter
วัสดุของ Top Counter ประกอบไปด้วยหลากหลายชนิด ซึ่งวัสดุแต่ละประเภทก็เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งก็มีคุณภาพและราคาที่ไม่เท่ากันแปรผันไปตามคุณภาพ เราก็ควรเลือก Top Counter ที่เหมาะสมกับการใช้งาน คุณภาพ และราคา โดยวัสดุของ Top Counter ที่เราจะยกมาอธิบายมีทั้งหมด 7 ประเภทดังนี้
Top Counter หินแกรนิต
หินแกรนิตถือเป็นหินที่นิยมนำมาใช้ในการผลิต Top Counter ซึ่งสามารถแยกออกเป็นหลากหลายสีทั้งดำ ขาว ชมพู หรือ สีเทา มีลักษณะที่เงาสวยทำให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ทนทานต่อการขีดข่วนและสารทางเคมีที่มีค่าเป็นกรดหรือด่าง และมีราคาที่ถูกกว่าหินสังเคราะห์ แต่ด้วยความเป็นธรรมชาตินี้เองที่ทำให้ในตัวหินมีรอยพรุนจึงมีโอกาสเกิดเชื้อราได้ จึงต้องรีบเช็ดก่อนที่จะเกิดรอยน้ำ
การทำความสะอาด นำ น้ำเปล่า 2 ถ้วย + น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำยาล้างจาน ½ ช้อนชา + ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ + บอแรกซ์ 1 ช้อนชา ใส่ขวดสเปรย์ ฉีดลงบน Top Counter แล้วเช็ดให้แห้ง
Top Counter หินควอตซ์
ในปัจจุบันมี Top Counter ที่ผลิตจากหินควอตซ์ทั้งแบบ 100% และ หินสงเคราะห์ที่มีการผสมเรซินและเม็ดสีเข้าไป โดยหินชนิดนี้นิยมนำมาใช้เป็น Top Counter ที่อยู่ในห้องครัวอันหรูหรา เพราะมีราคาสูงพอสมควร แต่ก็แลกมาด้วยคุณสมบัติอันดีเยี่ยมทั้งกันรอยขีดข่วน ไม่มีรูพรุน ทนทานสารที่มีความเป็นกรดและด่าง หรือสารเคมีต่าง ๆ ไม่ซึมน้ำ ไม่เกิดคราบฝังแน่น และยังมีลวดลายให้เลือกอีกด้วย
การทำความสะอาด ไม่ใช้ผงซักฟอกที่มีค่า PH สูงกว่า 12 และใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับหินควอตซ์โดยเฉพาะ
Top Counter หินอ่อน
ในต่างประเทศนิยมในหินอ่อนในการผลิต Top Counter เพราะถึงแม้หินประเภทนี้จะสวยงามและทนต่อความร้อนหรือน้ำได้ แต่ไม่ทนต่อความเป็นกรดและด่าง การใช้ Top Counter ที่ผลิตจากหินอ่อนจึงไม่เหมาะกับการทำอาหารไทยสักเท่าไรนัก รวมถึงหินประเภทนี้ยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงและเกิดคราบได้ง่ายจึงมักจะใช้ในการทำ Top Island เสียมากกว่า
การทำความสะอาด ใช้ทำความสะอาดหินในการทำความสะอาดแทนสารที่มีความเป็นกรดหรือด่างอย่าง สบู่หรือผงซักฟอก นอกจากนี้การใช้ใยในการขัดถูหินยังอาจทำให้เกิดรอยได้ และรักษาความเงามันของหินด้วยการขัดมัน 3-4 ครั้งต่อปี จากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ
Top Counter หินสังเคราะห์
อีกหนึ่งหินที่นิยมน้ำมาใช้ในการทำ Top Counter เพราะมีคุณสมบัติที่ค่อนข้างครบถ้วน สวยงาม ทนทานและยังสามารถตัดเป็นรูปทรงโค้งมนได้ โดยตัวหินสงเคราะห์มีส่วนผสมของหินจริงปะปนกับเรซินซึ่งเป็นตัวเชื่อมระหว่างหินชิ้นต่าง ๆ มีให้เลือกหลากหลายสีและลาย แต่ก็มีราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร
การทำความสะอาด ใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำล้างจานหรือผงซักฟอกแบบเจือจาง บิดให้หมาดแล้วนำไปเช็ดทำความสะอาด ส่วนในกรณีที่คราบหนาแน่นให้ละลายโซเดียมไบคาร์บอเนต (Baking Soda) ในน้ำอุ่นในปริมาณที่เท่ากันแล้วพอกรอยคราบสกปรกทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเช็ดออก
Top Counter กระเบื้อง
กระเบื้องเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมากในการผลิต Top Counter มีลวดลายให้เลือกเยอะแยะมากมาย ราคาไม่แพง แต่ก็แลกมาด้วยข้อเสียที่เยอะทั้งรอยขีดข่วนที่เกิดง่าย ความไม่เรียบเนียนของพื้นผิว รวมถึงความสามารถในการรับแรงกระแทกที่ไม่มากนัก และยิ่งถ้าเป็นกระเบื้องเซรามิกล่ะก็ไม่ทนทานต่อน้ำเข้าไปใหญ่
การทำความสะอาด ใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำล้างจานหรือผงซักฟอกแบบเจือจาง บิดให้หมาดแล้วนำไปเช็ดทำความสะอาด และไม่ควรใช้สารเคมีที่เป็นกรด
Top Counter ไม้
เป็นวัสดุ Top Counter ที่สื่อถึงความเป็นธรรมชาติมากที่สุด มีลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยการใช้ Top Counter ประเภทนี้ควรเลือกไม้ที่มีเนื้อแข็งแรงคงทน จะทำให้อายุการใช้งานมีความยาวนาน แต่ไม่เหมาะกับครัวที่ใช้งานหนักเพราะอาจเกิดปัญหาด้านความชื้น หรือคราบสกปรกที่ทำความสะอาดได้ยาก และยังมีราคาสูงอีกด้วย
การทำความสะอาด เช็ดทำความสะอาดของเหลวอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันความชื้นที่จะเข้าสู่ตัวไม้ โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น บิดให้หมาดแล้วเช็ดทำความสะอาด หลังจากนั้นจึงใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง อาจใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาวแบบเจือจางเพื่อขจัดคราบและกลิ่น
Top Counter สเตนเลส
Brücke 49 Hotel Pension
ในห้องครัวที่ถูกใช้งานหนักมักจะมี Top Counter ที่เป็นสเตนเลสซึ่งสามารถป้องกันสนิม ทนแรงกระแทก มีความแข็งแรง และยังทำความสะอาดง่ายอีกด้วย มักจะใช้ในห้องครัวในร้านอาหาร โรงแรม หรือภัตตาคาร รวมไปถึงห้องครัวภายในบ้านที่มีความโมเดิร์นและทันสมัยนั่นเอง แต่ในขณะเดียวกัน Top Counter ประเภทนี้ก็ถือว่ามีราคาที่สูงเช่นกัน
การทำความสะอาด สามารถใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำล้างจานหรือผงซักฟอกแบบเจือจาง บิดให้หมาดแล้วเช็ดออกได้เลยหากเป็นคราบที่ไม่สกปรกเท่าไรนัก ในขณะที่คราบที่ฝังแน่นให้ใช้ยาสีฟันหรือแอลกอฮอล์ทาก่อนเช็ดด้วยผ้าที่มีความนุ่ม
สรุปท้ายบทความ
นอกจากนี้ยังมีวัสดุอีกหลากหลายประเภทที่ใช้ผลิตเป็น Top Counter และหลังจากที่ได้เห็นความแตกต่างของ Top Counter แบบต่าง ๆ แล้วเราก็ควรที่จะเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเรา และอยู่ในงบประมาณที่เหมาะสมผ่านการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเพื่อ Top Counter ที่ถูกใจ และต้องมีการดูแลรักษาที่ถูกและเหมาะสมเพื่อการใช้งานที่ยาวนานนั่นเอง
หลังจากที่ทำห้องครัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว พื้นที่ในรับประทานอาหารอย่างโต๊ะกินข้าวก็เป็นสิ่งสำคัญลองหาไอเดียการออกแบบโต็ะกินข้าวได้ที่ 10 แบบโต๊ะกินข้าวสำหรับครอบครัวใหญ่
ซึ่งใน Kaidee ก็มีสิ่งของให้คุณมากมายโดยเฉพาะ Kaidee Property แหล่งรวมอสังหาริมทรัพย์มากมายให้เลือกเพื่อที่จะสร้างบ้านสวย ๆ น่าอยู่
Jan 22, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เดือนมกราคมเดือนแรกของปีใหม่ ย่อมเป็นเดือนที่เหมาะกับการเริ่มต้นหรือเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ เพื่อให้ชีวิตในปี 2021 มีแต่ความเฮง ๆ นอกจากทำบุญรับปีใหม่แล้ว เรายังสามารถแต่งบ้านรับปีใหม่ให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นด้วย
บทความนี้ขออาสาพาคุณไปส่องไอเทมของแต่งบ้านเสริมสิริมงคลรับโชคในทุกด้าน แต่ละชิ้นเรียกว่ามีที่มาที่ไป และเป็นที่นิยมในวงการสายมูมาก ๆ เลย ถ้าอยากรู้แล้วว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย
7 ของแต่งบ้านเสริมสิริมงคลรับปี 2021
แต่งบ้านอย่างไรให้สวยงามแถมเป็นสิริมงคล เสริมโชคในทุกด้านได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นโชคลาภ เงินทอง การงาน สุขภาพร่างกาย และอีกมากมาย แวะมาดูไอเทมน่าสนใจที่จะเติมเต็มบ้านของคุณให้ปีใหม่ปีนี้ดีกว่าเดิม
ปลาคาร์พ
เริ่มต้นกันที่สัตว์นำโชคที่โด่งดังในวงการฮวงจุ้ยอย่าง ‘ปลาคาร์พ’ ปลาคาร์พในแวดวงสังคมจีนถือเป็นสัญลักษณ์ของผลตอบแทนทางธุรกิจ และตัวปลาคาร์พเองก็มีลักษณะการว่ายน้ำแบบว่ายทวนกระแสน้ำ คนจีนโบราณมีความเชื่อมาตั้งแต่โบราณกาลแล้วว่าถ้าปลาคาร์พว่ายทวนน้ำได้จนถึงต้นน้ำ จะได้เป็นมังกรซึ่งถือเป็นสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานจีน
ปลาคาร์พจึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพันธ์ุปลามงคลที่เสริมดวงด้านโชคลาภเงินทอง สำหรับตำแหน่งบ่อปลาที่เหมาะสมในทางโชคลาภได้แก่บริเวณใกล้ประตูทางเข้าออกบ้าน เพื่อให้ดึงดูดทรัพย์เข้ามาในบ้าน
หรือถ้าอยากได้เป็นตู้ปลา แนะนำให้เป็นแบบระบบกระแสน้ำวนเพื่อให้ทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา และควรจัดทิศการวางให้ถูกกับทิศธาตุน้ำ อาทิ ทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงใต้
น้ำพุ
นอกจากบ่อน้ำหรือตู้ปลาแล้ว ถ้าใครอยากสร้างบรรยากาศสดชื่นให้สวนในบ้าน อาจจะเลือกเป็นซื้อน้ำพุมาประดับ ในเชิงความเป็นสิริมงคล น้ำพุจะช่วยส่งเสริมในเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน และความอุดมสมบูรณ์
ทิศทางที่เหมาะแก่การตั้งน้ำพุในทางฮวยจุ้ยได้แก่ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนทิศที่ไม่ควรตั้งไว้คือทิศใต้เนื่องจากเป็นทิศของธาตุไฟ หากวางไว้ในตำแหน่งนั้นจะทำให้คนในครอบครัวเจริญก้าวหน้า
ภาพวาดนกยูง
ตามตำราจีนโบราณแล้ว นกยูงเป็นอีกหนึ่งในสัตว์มงคลที่มีความหมายดี เป็นสัญลักษณ์ของความงดงาม สง่างาม อวดโฉม ความสมบูรณ์แบบ ความรัก และความโชคดีด้านเงินทอง เหมาะกับคนที่อยากเสริมโชคลาภด้านการเงินหรือเจ้าของกิจการค้าขาย
นอกจากนี้ด้วยความที่นกยูงมีดวงตามากถึงหนึ่งพันตา จึงเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องภัยอันตรายรอบตัวได้อีกด้วย ถือเป็นภาพวาดที่ใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงามและเสริมสิริมงคลในตัว
โมบายกระดิ่งลม
โมบายกระดิ่งลมถือเป็นอีกหนึ่งของแต่งบ้านมงคลที่มีผลในด้านฮวงจุ้ย ในทางตำราฮวงจุ้ยเชื่อกันว่าโมบายกระดิ่งลมมีพลังช่วยเรียกความโชคดี ไม่ว่าจะเป็นด้านโชคลาภ การเงิน หรือสิ่งดี ๆ ต่าง ๆ เข้ามาสู่เรา รวมทั้งขับไล่สิ่งที่ไม่ดีออกไปด้วย
ตำแหน่งแนะนำที่ควรแขวนได้แก่เหนือบริเวณทางเข้าบ้านทั้งประตูและหน้าต่าง หรือแม้แต่ระเบียง แต่ข้อควรระวังคือไม่ควรแขวนโมบายกระดิ่งลมที่ห้องทำงาน หรือห้องนอนเพราะเชื่อว่าอาจจะไปขวางกั้นพลังงานดีที่จะเข้ามา
พันธ์ุไม้มงคล
เสริมสร้างบรรยากาศเขียวขจีและความเป็นสิริมงคลให้บ้านเราด้วยหลากหลาย ‘พันธ์ุไม้มงคล’ ขอบอกว่าพันธ์ุไม้มงคลนั้นมีให้เลือกเยอะมาก เรียกว่าเสริมดวงกันได้ทุกด้านที่ต้องการเลย
พันธ์ุไม้มงคลอย่างหนึ่งที่อยากแนะนำคือ ‘ไผ่กวนอิมเงิน’ เชื่อกันว่าต้นไผ่กวนอิมเป็นต้นไม้นำโชค เสริมความมั่งคั่งและสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ เรียกว่าปลูกไว้ต้นเดียวได้เสริมทุกด้านของชีวิต
เราสามารถปลูกได้หลายตำแหน่งในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องทำงาน หรือห้องครัว นอกจากนี้ยังสามารถปลูกได้ทั้งในน้ำและในดิน และดูแลไม่ยาก
ดอกไม้สด
สร้างบรรยากาศสดชื่นให้บ้านของเราได้ง่าย ๆ แบบเป็นสิริมงคลด้วย ‘ดอกไม้สด’ เนื่องจากดอกไม้สดนั้นเปรียบเสมือนกับการผลิดอกออกผล เงินทองงอกงาม นอกจากนี้ดอกไม้สดยังนิยมใช้ขับไล่สิ่งชั่วร้ายในทางฮวยจุ้ย
ดอกไม้ที่สวยด้วยและสิริมงคลด้วย ดอกเบญจมาศซึ่งช่วยนำพาความโชคดี ดอกลิลลี่ที่สื่อถึงความสงบสุข ดอกไฮเดรนเยียที่ได้ชื่อว่าเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของความกตัญญู และดอกไลแลคที่เชื่อว่านำพาความสุขมาให้เรา
เรือสำเภาไม้
มองหาของตกแต่งตั้งโต๊ะสวย ๆ สักอย่างอยู่หรือเปล่า ทางเราขอแนะนำตัวเลือกของตกแต่งที่ทั้งสวยและมงคลในเวลาเดียวกันอย่าง ‘เรือสำเภาไม้’
‘เรือสำเภาไม้’ เป็นสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ ความสำเร็จ และความมั่งคั่ง ทั้งทางด้านธุรกิจการค้าขายและหน้าที่การงาน หากนำมาเป็นของแต่งบ้านจะยิ่งช่วยเสริมให้ชีวิตการงานประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น
ตำแหน่งที่เหมาะสมในทางฮวยจุ้ยคือทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศมงคลแห่งความสำเร็จในหลากหลายด้าน หากใครอยากให้หน้าที่การงานพัฒนา เจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จ ควรจัดวางในตำแหน่งนี้
สรุป
เริ่มต้นปีใหม่ นอกจากจะทำบุญเสริมสิริมงคล พกเครื่องรางของขลังติดตัวเสริมโชคแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ชาวมูเตลูไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงเลยคือการจัดบ้าน สำหรับ 7 ของแต่งบ้านเสริมสิริมงคลให้ชีวิตปี 2021 เฮง ๆ กว่าที่เคยที่เรานำมาฝากวันนี้ก็มีหลากหลายมาก เรียกว่าตกแต่งได้ทั้งบ้านเลย
ถ้าอยากหาของตกแต่งสวนสวยที่ช่วยเสริมสิริมงคลไปในตัวด้วย ทางเราแนะนำเป็นน้ำพุพร้อมปลาคาร์พ หรือถ้าอยากตกแต่งภายในบ้านให้สวยงาม ก็สามารถเลือกใช้เรือสำเภาหรือรูปวาดนกยูงมาตกแต่งได้ แต่ถ้าอยากได้ของตกแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เปลี่ยนได้เรื่อย ๆ อาจจะเลือกเป็นดอกไม้สดก็เหมาะไม่เบาเลยค่ะ
หากใครสนใจตามหาของแต่งบ้านเพิ่มสิริมงคลให้ชีวิตปีใหม่ปีนี้มีแต่ความเฮง ๆ แวะเข้ามาที่ Kaidee.com ที่นี่ที่เดียว มีครบทุกอย่าง
Jan 21, 2021 | บทความยานยนต์
Toyota หนึ่งในค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นค่ายรถตลาดที่คนนิยมซื้อมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยเรื่องของคุณภาพการผลิต รวมไปถึงการบริการหลังการขายที่ลูกค้าไว้วางใจ วันนี้เราจะพามาดูกันว่ามีรถรุ่นไหนบ้างที่ติดท็อปยอดนิยมตลอดกาล พร้อมพาไปทำความรู้จักกับประวัติโตโยต้ากันแบบคร่าวๆ กันได้เลย
จากธุรกิจทอผ้าสู่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่
ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 1867 นาย Sakichi Toyoda ได้กำเนิดขึ้นในครอบครัวชาวนา แต่ด้วยหัวคิดเฉลียวฉลาดและรักในการประดิษฐ์ เมื่อเขาได้เห็นแม่ทอผ้าจึงช่วยคิดเครื่องปั่นด้ายที่ใช้กลไกพลังน้ำหมุน และคิดประดิษฐ์เครื่องทอผ้าขึ้นมาไปจนถึงสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการทอผ้า จนเปิดบริษัท Toyota Boshoku ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องทอผ้าในปี 1918 สินค้าที่เป็นจุดเด่นก็คือ เครื่องทอผ้าอัตโนมัติที่จะหยุดการทำงานได้ทันทีเมื่อมีจุดใดจุดหนึ่งผิดพลาดที่มีการจดลิขสิทธิ์เป็นของตัวเอง ระบบนี้ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นต้นแบบระบบการผลิตรถยนต์ของ Toyota ในเวลาต่อมา หลังจากนั้นระบบการทอผ้าอัตโนมัติได้ถูกขายให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ
หลังจากนั้นจึงได้กำเนิดและก่อตั้งบริษัท Toyota ขึ้นมาจนถึงปัจจุบันที่ผ่านการคิดค้นและปรับปรุงเพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมรถยนต์กันอย่างต่อเนื่อง จนสามารถทำยอดขายได้สูงในแต่ละปี และก็นับว่าเป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่เป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนตลอดมา
Credit: https://www.toyota.co.th/hiluxrevo/
Toyota Hilux Revo
หลังจากที่มีการเปิดตัวไปได้ไม่นานและนับว่าเรียกเสียงฮือฮาได้แบบสุดๆ เพราะด้วยการที่ถูกปรับโฉมดีไซน์ใหม่ที่เราต้องบอกว่าเป็นรถกระบะที่หล่อมากๆ ให้ความสปอร์ตแบบโฉบเฉี่ยว ทั้งเท่ ดุดัน และแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน รวมถึงสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเก่า ต่อยอดจาก Hilux Vigo ที่ขายดีอยู่แล้ว ทำให้ Hilux Revo ก็ยิ่งขายดีมากขึ้นไปอีก เพราะด้วยการสะท้อนภาพลักษณ์ตามแนวคิดอย่างชัดเจนจนเป็นที่มาของสโลแกน “ปฏิวัติทุกมิติ แห่งกระบะอนาคต”
Hilux Revo มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่และถูกวางบนโครงสร้างรูปแบบใหม่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบเกียร์แบบ 6 สปีดอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ของเครื่องยนต์แบบใหม่ได้อย่างเต็มที่ ระบบกันสั่นสะเทือนแบบใหม่ที่ให้ความนุ่มนวลมากกว่าเดิม รวมถึงระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก และที่สำคัญประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้คนใช้รถกระบะเป็นจำนวนมากที่มีตั้งแต่ค้าขาย ขนส่ง เกษตรกรรม และอื่นๆ อีกมากมาย Hilux Revo จึงตอบโจทย์และเป็นรถที่ขายดีที่สุดของค่ายไปโดยปริยาย
Credit: https://www.toyota.co.th/model/yaris
Toyota Yaris
นับว่าเป็นรุ่นรถยนต์ที่คุ้มค่าและคุ้มราคาสุดๆ กับการตอบโจทย์เอาใจวัยรุ่นวัยทำงานได้อย่างดีที่สุด ด้วยการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามมีความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวตลอดรอบคัน อีกทั้งยังมีขนาดที่กะทัดรัดไม่ใหญ่จนเกินไป จึงทำให้ Yaris สามารถขับขี่ภายในเมืองได้อย่างสะดวกและคล่องตัว
นอกจากการดีไซน์ที่ถูกใจใครหลายคนแล้ว ภายในยังประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอีกหลายอย่าง อาทิ พวงมาลัยหุ้มหนังสุดพรีเมียม ปุ่มคอนโทรลสำหรับควบคุมเครื่องเสียง ถุงลมนิรภัยมากถึง 7 ตำแหน่ง ห้องโดยสารที่เน้นความกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาอย่างครบครัน เรียกได้ว่าใส่มาแบบจัดเต็มคุ้มค่าคุ้มราคา จึงไม่แปลกใจเลยว่ารถรุ่นนี้จะครองใจจนกลายเป็นรถขายดีอันดับ 2 ของโตโยต้า
Credit: https://www.toyota.co.th/model/altis
Toyota Corolla Altis
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลแบบ C-Segment ที่ได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งรุ่นใหม่ล่าสุดได้รับการออกแบบมาใหม่หมดทั้งคัน เพื่อดีไซน์ให้รถมีดีไซน์ภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยว สวยงามสะดุดตา ล้ำสมัยมากกว่าเดิม ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่สนุก ภายในห้องโดยสารยังมีความกว้างขวางที่มาพร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเดินทาง
Corolla Altis มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน DOHC Dual VVT-i 4 สูบแถวเรียง ที่มีขนาดให้เลือกทั้ง 1,800 ซีซี, 1,600 ซีซี และ 1,600 ซีซี CNG ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Super CVT-i ที่ถูกปรับแต่งใหม่เพื่อเพิ่มอารมณ์ในการขับขี่แบบสปอร์ต และสมรรถนะที่เหนือชั้น ส่วนช่วงล่างของตัวรถถูกปรับปรุงมาใหม่ให้มีการเกาะถนนและนุ่มนวล ที่สำคัญยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานโลกที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย สะดวกสบาย และประหยัดน้ำมัน
Credit: https://www.toyota.co.th/model/yarisativ
Toyota Yaris ATIV
รถยนต์ Eco car รุ่นยอดนิยมที่ปีนี้เป็นการ Minorchange ใหม่ภายใต้แนวคิด “This is what I am นี่สิ…ที่เป็นเรา” มาพร้อมการปรับหน้าตาแบบใหม่และเพิ่มฟังก์ชันอำนวยความสะดวก รวมไปถึงด้านระบบความปลอดภัยของโตโยต้าอย่าง Toyota Safety Sense เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองได้อย่างครบถ้วน
ส่วนของเครื่องยนต์ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์รุ่นใหม่ รหัส 3NR-FE แบบ 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลัง 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 109 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Shift Lock และ S-Mode รวมถึงภายในที่เพิ่มกล้องติดรถยนต์สำหรับบันทึกเหตุการณ์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมไปถึงระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมายเพื่อปกป้องคุณบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย
Credit: https://www.toyota.co.th/model/fortuner
Toyota Fortuner
นับว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์คันโปรดของคนไทยมาอย่างยาวนานกับ Toyota Fortuner รถยนต์อเนกประสงค์รูปแบบ SUV ที่ถูกเปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2547 ซึ่งในรุ่นแรกตัวรถได้ใช้โครงสร้างของ Toyota Hilux Vigo มาปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นรถยนต์สายสปอร์ตอเนกประสงค์ในขนาดกลาง จึงเป็นรถที่มีความเทียบเท่ากับ Isuzu MU-7, Ford Everest และ Sport Pajero ของ Mitsubishi ซึ่งจะมีความคล้ายกันมาจากการที่นำเอาโครงสร้างของรถกระบะภายในค่ายมาปรับเปลี่ยนสู่การเป็นรถ SUV และ PPV ที่เหมาะในการใช้งานอเนกประสงค์และเป็นรถสำหรับครอบครัวมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมาถึงรุ่นใหม่ที่กลายเป็น SUV แบบเต็มตัว พร้อมการปรับเปลี่ยนหน้าตาให้ดูมีความโฉบเฉี่ยวและดูทันสมัยที่พร้อมก้าวไปตีตลาดในประเทศโซนยุโรป และโซนเอเชียทั้งหมด
จึงนับว่าเป็นรถที่ตอบโจทย์ได้ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัววัยกลางคนได้เป็นอย่างดี ซึ่งยังเป็นรถที่เหมาะสมในการใช้งานได้หลายประเภททั้ง การขับรถในระยะทางไกล ขับไปทำงาน หรือขับท่องเที่ยวก็เรียกได้ว่าสะดวกสุดๆ เรียกได้ว่าตีตลาดได้เป็นวงกว้างและที่มาพร้อมสโลแกนใหม่อย่าง “Wisdom of Leader” เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จอย่างแท้จริง
สรุปท้ายบทความ
รถยนต์ทั้งหมด 5 รุ่นที่เราได้กล่าวไปนั้นนับว่าเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดและยังเป็นรถยอดฮิตตลอดกาลของ Toyota ที่ครองใจผู้ใช้งานมาโดยตลอด นอกจากจะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพทั้งเครื่องยนต์ที่ดีเยี่ยมแล้ว ยังมีศูนย์บริการกระจายอยู่หลายสาขาทั่วประเทศ จึงตอบโจทย์และได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มผู้ใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับใครที่กำลังหาซื้อรถยนต์มือสองอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee Auto แหล่งซื้อขายออนไลน์ที่รวบรวมรถมือสองให้คุณเลือกกว่าสองหมื่นคัน
Jan 21, 2021 | บทความอสังหาฯ
เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว บางทีก็แอบคิดว่าประเทศไทยมีกี่ฤดูกันแน่ แต่จะกี่ฤดูก็ช่างเถอะ ! เพราะวันนี้เรามี 10 วิธีช่วยบ้านประหยัดพลังงานมาฝาก ก็แหม.. จะเข้าหน้าร้อนแล้ว อย่างที่รู้กันว่าประเทศไทย เข้าหน้าร้อนที ร้อนจริง ร้อนจัง ร้อนจนกายหยาบแทบละลาย ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ แบบนี้ต้องจัดการให้อยู่หมัด
3 แบบบ้านช่วยประหยัดพลังงาน
1. บ้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยแผงโซล่าเซลล์
บ้านประหยัดพลังงานอีกรูปแบบ คือ บ้านที่มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ แม้จะมีใครหลายคนบอกว่าการติดตั้งอะไรแบบนี้มีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่เราว่าเป็นการเสียเงินหลักหมื่นที่ค่อนข้างคุ้มค่า เรียกได้ว่าเป็นบ้านนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยเพื่อน ๆ ในอนาคตได้จริง
2. บ้านเรือนไทย
บ้านสไตล์นี้ต้องยอมรับเลยว่า ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับสภาพอากาศเมืองไทยจริง ๆ เพราะ 1 มีใต้ถุนสูงที่ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ต้องกลัวน้ำท่วม และ 2 มีหลังคาจั่ว ที่ทำให้สามารถกักเก็บมวลอากาศไว้ได้มาก หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นฉนวนกันความร้อนนั่นเอง
ยิ่งเป็นบ้านทรงไทยที่มีชานระเบียงหน้าบ้านด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มช่องลมให้กับตัวบ้าน ซึ่งช่วยลดความชื้นของวัสดุหลักอย่างไม้ได้เป็นอย่างดี ประกอบกับชายคาบ้านถูกยื่นออกมาค่อนข้างมาก จึงทำให้ส่วนนี้ลดความเข้มของแดดในช่วงกลางวันได้เป็นอย่างดี
3. บ้านที่ทำจากวัสดุที่ช่วยประหยัดพลังงาน
หลายคนคงคุ้นชินกับบ้านสไตล์นี้กันมากขึ้น เพราะวัสดุในการสร้างบ้านส่วนมากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่การหาทิศทางของตัวบ้าน จากนั้นเลือกวัสดุและโครงสร้างที่เหมาะสม
ตัวอย่างเช่น การออกแบบวางตัวบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางลมและแดด พร้อมเพิ่มวิธีปิดรอยต่อประตู หน้าต่าง และฉนวนกันความร้อน ทำให้อากาศหมุนเวียนได้ดี ดังนั้นเมื่อจำเป็นต้องเปิดแอร์ หลายเครื่องภายในบ้าน ตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าดังกล่าวจะทำงานไม่หนัก จึงทำให้ช่วยลดค่าไฟได้
การทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า
โดยทั่วไป “เครื่องใช้ไฟฟ้า” ภายในบ้าน มักมีการใช้พลังงานสูงแทบทุกชนิด เพื่อน ๆ จึงควรมีความรู้ความเข้าใจ และทราบถึงวิธีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดค่าไฟฟ้าภายในบ้าน และลดปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าพลังงานอย่างผิดวิธี
หน้าร้อนนี้เงินเหลือเพียบ ถ้าทำตาม 10 ข้อต่อไปนี้
แค่ลองทำดังต่อไปนี้ เตรียมโยนใบเสร็จค่าไฟแพง ๆ ทิ้งได้เลย
1. อาบน้ำเย็นกันดีกว่า
หน้าร้อนทั้งที จะใช้เครื่องทำน้ำอุ่นไปทำไม หันมาอาบน้ำเย็นกันดีกว่า เพราะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น รู้สึกเฟรชแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย
2. อย่าลืมถอดปลั๊ก ปิดสวิตซ์
บอกลาปัญหาเปลืองไฟโดยไม่จำเป็นง่าย ๆ แค่ถอดปลั๊กและปิดสวิตซ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน แม้จะเป็นจุดเล็กๆ แต่บอกเลยว่าปีหนึ่งประหยัดไฟได้หลายบาทเชียวนะ
3. ออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกบ้าน
แม้อากาศจะร้อนขนาดไหน ก็ยังมีกิจกรรมมากมายที่เพื่อน ๆ สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ นั่งจิบกาแฟชิค ๆ ที่คาเฟ่ จากนั้นแวะหาหนังสือดี ๆ อ่านที่หอสมุด และปิดท้ายวันสวย ๆ ด้วยการเดินช้อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า จะเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนสถานที่ใช้ชีวิตประจำวันก็ได้ แต่เราว่ามันช่วยให้ชีวิตดูมีสีสันมากขึ้นได้ ไม่ต้องทำแต่อะไรเดิม ๆ
4. สวมใส่เสื้อผ้าเบาสบายตรงฤดู
รู้หรือไม่ว่า การเลือกเสื้อผ้าก็ช่วยประหยัดพลังงานได้ ซึ่งเราว่าข้อนี้ทำง่ายสุด ว่าแล้วก็ลองหาเสื้อผ้าน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี มาใส่กันได้เลย เพราะเมื่อรู้สึกสบายตัว ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ นั่นก็ถือว่าเป็นการประหยัดพลังงานไปในตัว
5. ทำ Staycation
เบื่ออยู่บ้าน แต่จะไปเที่ยวไกล ๆ ก็รู้สึกไม่มั่นใจ งั้นลองทำ Staycation ดูดีไหม ? ทางเราว่ามันช่วยได้ ถ้าถามว่า Staycation คืออะไรกันล่ะ ?
Staycation คือการผสมคำระหว่าง Stay คือ อยู่บ้าน และ Vacation ที่แปลว่า การลาพักผ่อน เมื่อนำมารวมกันก็จะเป็นการพักผ่อนอยู่ที่บ้าน แต่ระยะหลัง ๆ รวมไปถึงการพักผ่อนผ่านการไปเที่ยวในประเทศ หรือ ในเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่ โดยทำตัวเป็นนักท่องเที่ยว
6. ลองใช้จักรยานแทนรถยนต์
จะไปซื้อของแถวบ้านใช่ไหม ? งั้นใช้จักรยานหรือเดินไปดีกว่า เพราะนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าน้ำมัน และลดการเผาไหม้ของเครื่องยนต์อีกด้วย พูดแล้วก็รู้สึกรักษ์โลกขึ้นมาทันที
7. ทำ To-do-list
เพิ่มความเข้มข้นของการประหยัดพลังงานอีกสักนิด ด้วยการทำ To-do-list อาจจะลองทำเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือนก็ได้ เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าต้องทำอะไรบ้าง มีการใช้งานอะไรที่มีแนวโน้มว่าจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายหรือไม่
8. ใช้หลอดไฟให้ถูกประเภท
ควรเลือกใช้หลอดไฟแบบแอลอีดี (LED) เพราะหลอดไฟประเภทนี้ประหยัดพลังงานถึง 90% เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบหลอดไส้ และยังประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดตะเกียบถึง 40% แถมอายุการใช้งานมากกว่าหลอดไฟแบบหลอดไส้ถึง 15 เท่า คุ้มขนาดนี้ ต้องเปลี่ยนแล้วมั้ย ?
9. ปรับเปลี่ยนเวลาทำงานบ้าน
รู้หรือไม่ว่าการจัดเวลาทำงานบ้านสามารถประหยัดพลังงานให้คุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ ลองคิดภาพคุณซักผ้าไปด้วย เปิดแอร์ไปด้วยดูสิ จะเปลืองไฟขนาดไหน เพราะในขณะที่อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานจะมีการปล่อยไอความร้อนอยู่เสมอ ซึ่งถ้าคุณเปิดแอร์ไปด้วยก็จะยิ่งทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น เรียกว่าสิ้นเปลืองสองต่อเลยทีเดียว
10. เลือกใช้วัสดุสร้างหรือต่อเติมบ้านที่ประหยัดพลังงาน
เริ่มตั้งแต่พื้น พื้นชั้นล่างของตัวบ้าน ห้องครัว ห้องเก็บของ ฯลฯ อาจจะใช้กระเบื้องเซรามิคธรรมดา ส่วนพื้นชั้นบนอาจจะใช้ไม้โมเสก ปาร์เก้ หรือไม้แดง ก็ได้ทั้งนั้น สำหรับหลังคาบ้าน ควรใช้กระเบื้องคอนกรีต เนื่องจากราคาไม่แพงมากนัก มีคุณสมบัติเหมาะสม ในส่วนของฝ้าเพดาน ใช้ผ้ายิปซั่มชนิดธรรมดา ส่วนห้องน้ำใช้ฝ้ายิปซั่มบอร์ดกันความชื้น ฝ้าระแนงไม้สังเคราะห์ เป็นต้น
สรุปท้ายบทความ
เพื่อน ๆ คงเห็นแล้วว่าการประหยัดพลังงานนั้นมีหลากหลายวิธี แต่ทั้งนี้เราว่ามันขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของเพื่อน ๆ ด้วย ว่าใช้ชีวิตรูปแบบไหน เพราะการรัดเข็มขัดเกินไปอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นมาประหยัดพลังงานบนความพอดี และไม่กระทบกับการใช้ชีวิตจนเกินไปจะดีกว่า ส่วนสิ่งที่ง่ายที่สุดคือการเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเลขประหยัดไฟเบอร์ 5 และที่ Kaidee มีเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายให้คุณเลือก ซื้อเลย !