Dec 22, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เทศกาลคริสต์มาส ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการมอบของขวัญและสัญลักษณ์ของความเหน็บหนาว ดังนั้นการแต่งบ้านช่วงวันคริสต์มาสนี้เองที่จะเพิ่มความอบอุ่นให้กับบ้านของเราได้ แต่ถ้าหน้าหนาวนี้ใครที่ไม่รู้จะแต่งบ้านอย่างไร เรามีไอเดียการแต่งบ้านต้อนรับช่วงคริสต์มาสมาฝากกัน
เกร็ดความรู้เทศกาลคริสต์มาส
เทศกาลคริสต์มาส คืออะไร ?
เทศกาลคริสต์มาสคงเป็นเทศกาลที่หลาย ๆ คนเฉลิมฉลอง แต่คงมีน้อยคนที่รู้ว่าวันที่ 25 ธันวาคม ที่เป็นวันคริสต์มาสคือวันประสูติของพระเยซูเจ้า ซึ่งถือเป็นบุตรของพระเจ้าและศาสดาของศาสนาคริสต์ ที่พระเจ้าได้ส่งลงมาเพื่อช่วยเหลือโลกมนุษย์ ทำให้ในวันคริสต์มาสนี้ก็เปรียบเสมือนวันแห่งความรักที่พระเจ้าได้มีต่อมนุษย์นั่นเอง
สำหรับความหมายของคำว่า คริสต์มาส (Christmas) นั้น มีที่มาจากคำว่า Christes Maesse ซึ่งมีความหมายว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพิธีมิสซา ก็เป็นประเพณีที่สำคัญที่ชาวคริสต์ปฏิบัติกันในวันคริสต์มาส และนอกจากนี้คำว่า ‘มาส’ ยังแปลว่า เดือน ในภาษาไทยอีกด้วย
ประเพณีการให้ของขวัญในวันคริสต์มาส
การให้ของขวัญ เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของเทศกาลคริสต์มาสที่มีมาอย่างยาวนาน โดยประเพณีนี้มีจุดเริ่มต้นในเมือง Saturnalia ที่มักจะให้ผลไม้ ขนมหรือทองคำเป็นของขวัญ และถูกแพร่กระจายไปยังชาวคริสต์จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งในทวีปยุโรปนั้นเด็ก ๆ มักจะมีความเชื่อว่า พระกุมารเยซู เป็นผู้ที่มอบของขวัญวันคริสต์มาส ในขณะที่เด็กชาวสหรัฐอเมริกาเชื่อว่ามาจาก ซานตาคลอส ชายแก่สวมชุดสีแดงที่เราคุ้นเคยนั่นเอง
ซานตาคลอสผู้มอบของขวัญใน เทศกาลคริสต์มาส
ซานตาคลอส สัญลักษณ์สำคัญของคริสต์มาส เป็นชายแก่รูปร่างท้วม ไว้หนวดเครา สวมชุดสีแดงที่ขี่รถลากเลื่อนพร้อมกวางเรนเดียร์และของขวัญถุงโตไปยังบ้านของเด็ก ๆ ในคืนวันคริสต์มาส แท้จริงแล้วบุคคลท่านนี้คือบาทหลวงในประเทศตุรกีที่มีชื่อว่า นักบุญนิโคลัส ที่มีความใจดีกับเด็ก ๆ ซึ่งถูกรู้จักกันในชื่อ ซินเตอร์คลาส และเพี้ยนเป็น ซานตาคลอส
ในช่วงแรก ภาพซานตาคลอส ถูกวาดออกมาเป็นชายสูงผอม สวมชุดสีเขียวหรือน้ำตาลสลับแดง แต่ถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นซานตาคลอสที่คุ้นเคยในช่วงหลัง ซึ่งความคิดที่ว่าซานตาคลอสเข้ามาให้ของขวัญเด็ก ๆ ทางปล่องไฟมีจุดเริ่มต้นจากบทประพันธ์ในอดีตที่มีชื่อว่า “เมื่อนักบุญนิโคลัสมาเยี่ยมเยือน” ในปี ค.ศ. 1822
ทำไมต้องแต่งบ้านใน เทศกาลคริสต์มาส ?
การตกแต่งบ้านในช่วงคริสต์มาสถือเป็นหนึ่งในประเพณีที่สำคัญและได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ถึงแม้ว่าหลาย ๆ คนจะตกแต่งบ้านเพื่อความสวยงาม แต่หารู้ไหมว่าในการตกแต่งเหล่านี้มีความหมายและที่มาอย่างแตกต่างกัน ดังนี้
การห้อยถุงเท้ายาวหน้าเตาผิง เด็ก ๆ ชาวคริสต์เชื่อว่า การนำถุงเท้ายาวสีขาวมาห้อยไว้ที่หน้าเตาผิงจะช่วยให้ซานตาคลอสนำของขวัญมาใส่ไว้ในถุงเท้าเหล่านี้ โดยที่มาของความเชื่อนี้มาจากการที่นักบุญนิโคลัสนำเหรียญทองมาให้หญิงสาวยากจน 3 คน แต่เหรียญทองเหล่านั้นหล่นไปในถุงเท้าเสียแทนการแขวนพวงมาลัยหน้าประตูบ้าน จากเหตุผลที่ว่าในฤดูหนาวช่วงเวลากลางคืนจะมีความยาวนานกว่ากลางวัน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ “เหมายัน” ทำให้ชาวเคลท (Celtic) เชื่อว่าการนำใบฮอลลี่มาแขวนที่ประตูหน้าบ้านจะช่วยปกป้องคุ้มครองบ้านให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายนั่นเองการตกแต่งต้นคริสต์มาส ถ้าพูดถึงคริสต์มาสต้นคริสต์มาสก็คงจะเป็นอันดับแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงซึ่งการตกแต่งต้นคริสต์มาสก็มีที่มาจากความเชื่อที่ว่าต้นคริสต์มาสเป็นต้นไม้แห่งชีวิตและการตกแต่งต้นไม้ด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ ก็มีความหมายต่างกันไม่ว่าจะเป็น ลูกบอลสีแดงที่เคยเป็นต้นแอปเปิล ผลไม้แห่งสวนเอเดน ดาว สัญลักษณ์ของการประสูติของพระเยซูบนโลกมนุษย์ ระฆังหรือกระดิ่ง สัญลักษณ์ถึงผู้ที่ล่วงลับและการจากลาของปีศาจ และ ลูกกวาดรูปไม้เท้า สัญลักษณ์ของพระเยซูจากตัว J และสีแดงขาวจากโลหิตและความบริสุทธิ์
รวมไอเดียแต่งบ้านรับ เทศกาลคริสต์มาส
ห้องนั่งเล่น
ด้วยจุดประสงค์หลักของห้องนี้คือการพักผ่อนร่วมกัน ดังนั้นการวางต้นคริสต์มาสเล็ก ๆ ที่ตกแต่งด้วยแสงไฟและลูกบอลต่าง ๆ นานา พร้อมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ด้านล่าง เพื่อให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกในบ้านให้อบอุ่นยิ่งขึ้น หรือจะพันราวบันไดและระเบียงด้วยต้นไม้และไฟหลากสีก็ได้
ขอบคุณรูปจาก @Racool_studio
ขอบคุณรูปจาก @awesomecontent
ขอบคุณรูปจาก @alexandercho
ห้องนอน
ห้องนอนซึ่งเป็นห้องแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ และการใส่ไฟสีเหลืองแสนอบอุ่นพร้อมกับชุดเครื่องนอนสีแดง หรือเขียว สีแห่งคริสต์มาส ก็สามารถช่วยให้ห้องนอนของคุณดูน่ารักอบอุ่นเหมือนยกทวีปยุโรปมาไว้เลยทีเดียว
ห้องอาหาร
กิจกรรมสำคัญของวันคริสต์มาสก็คงจะหนีไม่พ้นการรับประทานอาหารร่วมกันและการปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ หรือสมาชิกภายในครอบครัว ดังนั้นเราอาจวางเทียนไขและของตกแต่งอื่น ๆ บนโต๊ะที่มีผ้าปูสีแดงหรือสีทอง รวมถึงการผูกโบสีแดงสวย ๆ ไว้ที่เก้าอี้สีขาวเพื่อเพิ่มความหรูหราอบอุ่นให้กับงานปาร์ตี้ของเรา
ขอบคุณรูปจาก LUX Interior Design
สวน
ท่ามกลางความมืดมิดในคืนคริสต์มาส การตกแต่งสวนในพื้นที่บ้านให้มีความสว่างสวยงามเพิ่มความมีชีวิตชีวาก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจ เพียงแค่แขวนของตกแต่งสีสันสวยงามพร้อมไฟสีเหลืองเพิ่มความอบอุ่นเพียงแค่นี้ก็จะสามารถทำให้งานปาร์ตี้ที่สวนของคุณเจ๋งขึ้นได้แล้ว
สรุปท้ายบทความ
ถึงประเทศไทยจะอากาศร้อน การตกแต่งบ้านในวันคริสต์มาสก็ไม่ใช่ปัญหาเพียงแค่เรามีความคิดสร้างสรรค์และลงมือแต่งบ้านอย่างสนุกสนานก็สามารถทำให้บ้านของคุณสวยงามขึ้นได้ และนี่คือไอเดียการตกแต่งบ้านรับคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนอยากตกแต่งบ้านของคุณมากขึ้น และสำหรับใครที่ไม่มีงบในการซื้อของเล่าก็สามารถทำเองได้ง่ายด้วยขอบรอบตัวจาก 10 DIY Ideas ตกแต่งคริสต์มาสง่าย ๆ ให้อินกับคริสต์มาสขึ้นไปอีก ! ส่วนใครที่กำลังหาบ้านสวย ๆ เพิ่มความอบอุ่นให้ตนเองที่ Kaidee Property ก็มีบ้านให้เลือกมากมายเช่นเดียวกัน
Dec 18, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
สวัสดีครับผมชื่อ “มิน” เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมนั้นมานั่งดื่มกาแฟชิล ๆ ที่ สามย่าน มิตรทาวน์ แล้วตอนที่ผมกำลังเดินไปที่ร้านกาแฟ ทันใดนั้นผมก็ได้เห็นป้ายประกาศของงาน Winter Book Fest เทศกาลหนังสือฤดูหนาว และแน่นอนด้วยความรักใคร่เป็นอย่างยิ่งในหนังสือของตัวผมเองที่มีมากอย่างเอ่อล้นออกมา (หลอก ๆ) มันกระทบเข้ามาในใจว่าต้องไป (จริง ๆ แล้วคือมินว่างอยู่นั่นแหละ)
ป้ายงานก็คือดูดีและมินิมอลมาก
ผมจึงไม่รอช้ามุ่งตรงไปทันทีที่ร้านกาแฟ เพื่อเติมพลังและดื่มกาแฟให้เรียบร้อยเสียก่อน และจึงเดินกลับไปดูที่ป้ายของงานอีกครั้ง จะได้รู้ว่างานนั้นจัดอยู่ที่ชั้นไหนกันแน่ ซึ่งงานนั้นจัดอยู่ที่ สามย่าน มิตรทาวน์ ชั้น 5 ตั้งแต่วันที่ 10-20 ธันวาคม 2563
งาน Winter Book Fest
ในตอนแรกเลยผมคิดว่างาน Winter Book Fest เนี่ย คงไม่ต่างเท่าไรกับงานขายหนังสือหรือร้านหนังสือทั่ว ๆ ไปตามห้างสรรพสินค้า แต่ในทันทีที่ผมเดินขึ้นไปที่งาน สิ่งแรกที่เห็นเลยก็คืองานศิลปะ (ซึ่งผมไม่รู้ว่างานแบบนี้มันเรียกว่างานอะไร) เต็มไปหมด แม้ว่าผมจะไม่อ่านหนังสือแต่เรื่องศิลปะนี่อดใจไม่ไหวจริง ๆ และแต่ละผลงานคือสวยมาก อดใจไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อย
ใครมางานนี้ต้องมาถ่ายรูปมุมนี้นะ แนะนำสุด ๆ
หลังจากนั้นเมื่อเดินมาที่หน้างานก็จะพบว่า ต้องตรวจอุณหภูมิก่อนเข้า เพราะช่วงนี้แหละ โควิด-19 ที่ทำให้เรานั้นต้องระวังกันมากขึ้นไปอีก แถมช่วงนี้ยังเหมือนจะกลับมาระบาดอีกครั้งด้วย ทุกคนต้องระวังกันนะ
และอย่างที่ผมบอกไปปกติตัวผมเองนั้นไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเป็นทุนเดิม อ่านหนังสือมากที่สุดก็คงไม่พ้น หนังสือการ์ตูน หนังสือเรื่องสั้น นั่นคือเต็มที่ที่สุดแล้วจริง ๆ ที่จะเลือกซื้อ ด้วยความที่ผมไม่มีไอเดียในเรื่องของหนังสือเลย สิ่งเดียวที่คิดได้ในตอนนั้นก็คือ “ถาม” ใช่!! ความคิดของผมนั้นคือการเดินไปถามคนที่มาซื้อหนังสือในงานกันนี่แหละว่าเค้าซื้ออะไรกัน??
สอบถามเหล่าคนรักหนังสือในงาน
มุ่งหน้าไปเลยครับ!!
ไม่รีรอที่หาใครสักคนมาเป็นคนที่ผมจะขอคำปรึกษา ผมจึงพุ่งตรงไปหาคนให้สัมภาษณ์ซะเลย!! และไม่รู้ว่าด้วยท่าทางที่ดูจริงจังของผมรึเปล่า? เลยทำให้คนในงานต่างกลัวและก็ไม่ยอมให้สัมภาษณ์สักเท่าไร แต่ผมก็ไม่ย่อท้อ ยังคงหาต่อไป จนกระทั่งสุดท้ายผมก็ได้เจอ
พี่บอล
หนังสือนิยายชุด “สามเกลอ” เป็นหนึ่งในร้อยของหนังสือที่คนไทยควรอ่าน
ในที่สุดผมก็ได้คนสัมภาษณ์คนแรกเสียที เดินวนไปวนมาตั้งนาน พี่บอลได้บอกไว้ว่า วันนี้มาดูหนังสือจากสำนักพิมพ์ “แสงดาว” และได้ซื้อชุดหนังสือ “ปริศนาเจ้าสาวของอานนท์” ที่มีทั้งหมด 3 เล่มในชุดนั้น ซึ่งเป็นวรรณกรรมคลาสสิคสุดอมตะ เนื้อหานั้นเกี่ยวกับเรื่องของความรักของชายที่ชื่ออานนท์ นอกจากนี้พี่บอลได้บอกเอาไว้อีกว่า มีอีกหนึ่งหนังสือที่สนใจ นั่นก็คือเรื่อง สามเกลอ เป็นหนึ่งใน 100 หนังสือที่คนไทยควรต้องอ่าน ด้วยความสนุก ตลก และมีเนื้อหาที่เพ้อเจ้อในแบบที่คนไทยที่อ่านน่าจะหลงรักได้ง่าย ๆ
มีหลายเล่มมาก กลัวแล้ว!!
ผมเลยตามไปดูที่บูธหนังสือของค่ายแสงดาวในทันที แล้วก็เจอ!! ด้วยความวินเทจของหนังสือ มันเลยดูเข้ากับการออกแบบหน้าปกที่เหมือนทำให้เรานั้นย้อนไปอ่านหนังสือขายหัวเราะในวัยเด็กได้อีกครั้ง ใครที่ชอบหนังสือตลก ๆ ผ่อนคลายความเครียดไม่ควรพลาด!!
น้องจุฬา (คนหนึ่ง)
คนเราควรศึกษาเรื่อง สามัญสำนึก ในจิตใจบ้าง
น่าเสียดายที่น้องไม่ยอมให้ถ่ายรูปตัวน้องมาลง แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยน้องได้บอกเราไว้เรียบร้อยแล้วว่า น้องมางาน Winter Book Fest เพื่อบูธหนังสือจากสำนักพิมพ์ P.S. เพื่อรอการขายของหนังสือ ”I’ve never met a SUNSET I didn’t like.” (ไม่มีใครเป็นเจ้าของดวงอาทิตย์) แต่ทางสำนักพิมพ์นั้นผลิตออกมาไม่ทัน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาบเป็นอย่างมาก แต่น้องยังได้หนังสือมาอีกเล่มและเป็นหนังสือที่แนะนำอีกด้วยนั่นก็คือ Common Sense เป็นหนังสือเรื่องของสามัญสำนึกของใจคนอีกด้วย
กลุ่มน้อง ๆ หอวัง
มีการ์ตูนสนุก ๆ อยู่มากมายให้เลือกอ่าน
วันนี้ที่น้อง ๆ เด็กหอวังกลุ่มนี้มาในงานเพื่อหาซื้อหนังสือการ์ตูนออกใหม่จากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ รวมไปถึงหาซื้อการ์ตูนวาย (เป็นประเภทหนึ่งของการ์ตูนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักระหว่างชายและชายด้วยกัน) และหนังสือวรรณกรรมแปลของสำนักพิมพ์ Book Scape ซึ่งน้องก็ได้แนะนำหนังสือเรื่อง A Monster Call ที่ครั้งหนึ่งเคยทำเป็นภาพยนต์เมื่อปี พ.ศ. 2559 ออกมาด้วย ซึ่งน่าสนใจเลยทีเดียว
เด็กจุฬา (ผู้ชาย)
หนังสือออกใหม่ จะหาตามร้านหนังสือทั่วไป มันลำบาก
มาถึงหนุ่มคนสุดท้ายที่ผมเข้าไปถามแล้ว น้องคนนี้ดูเป็นสายการ์ตูนเหมือนกับผมเป็นอย่างมาก และเมื่อได้ถามเท่านั้นแหละ ก็เป็นเหมือนกับที่คาดเอาไว้ไม่มีผิด!! วันนี้น้องมาเลือกซื้อหนังสือการ์ตูนและไลท์โนเวล ซึ่งน้องได้แนะนำกับผมมาเรื่องหนึ่ง คือ นิยายเรื่อง Anohana พอได้ยินชื่อเท่านั้นแหละ ผมถึงกับยิ้มออกมา เพราะรู้ได้ในทันทีว่าเราทั้งคู่มีความชอบที่ใกล้เคียงกัน
กรี๊ดดดดดดดด~
Anohana (ดอกไม้ มิตรภาพ และความทรงจำ) เป็นการ์ตูนที่ผมชอบมาก ด้วยเนื่อเรื่องที่เล่าถึงความซาบซึ้งของคำว่า “เพื่อน” แต่ว่าฉบับนิยายนั้นจะแตกต่างกับเวอร์ชั่นการ์ตูนมากน้อยแค่ไหน ต้องไปพิสูจน์กันเอาเองนะ
พาทัวร์งานที่นอกเหนือจากหนังสือ
หลังจากที่ได้ถามและให้พี่ ๆ น้อง ๆ แนะนำหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็เป็นตาของผมเองแล้วที่จะเดินดูอะไรต่าง ๆ ภายในงานด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากหนังสือมากมายที่พากันมาลดราคากันอย่างหนักหน่วงแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ทำ
นั่งร้านกลางงาน
สูงจนขาสั่นไปหมด แง
เป็นสิ่งแรกที่พอเดินเข้าไปในงาน จะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเลย คือ “นั่งร้าน” ที่ทางงานนั้นจัดมาให้ ตั้งเด่นอยู่ตรงกลางของฮอลล์ เพื่อให้ทุกคนได้ขึ้นไปวิวของงานได้ 360 องศา และยังเป็นซิกเนเจอร์ของงานอีกด้วย ที่ใครได้มางาน Winter Book Fest จะต้องขึ้นมาถ่ายกันสักภาพก่อนที่จะกลับบ้าน อย่าลืมไปถ่ายกันด้วยล่ะ
ดื่มกาแฟ อ่านหนังสือ
นี่แหละวิถี slow life ที่ต้องการ
หนึ่งไฮไลท์จากร้าน Fathom Book Space ที่จัดมาเพื่อเหล่าคนที่ชอบหนังสือและกาแฟไปพร้อม ๆ ได้นั่งดูการดริฟกาแฟแบบสด ๆ ต่อหน้า (มีชนิดกาแฟให้เลือกลองกันด้วยนะ) ลองซื้อหนังสือสักเล่มมานั่งและพูดคุยกับพี่เจ้าของร้านแลกเปลี่ยนเรื่องหนังสือที่สนใจได้ ใครที่เป็นสายชิลหรือสายอินดี้ร้านนี้ต้องห้ามพลาด
เล่นบอร์ดเกม
เล่นกันดูน่าสนุกเชียว อยากเล่นบ้าง
อีกหนึ่งความน่าสนใจ ที่เดินผ่านแล้วต้อง เอ๊ะ!! เพราะว่าเขากำลังนั่งเล่นบอร์ดเกมกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งที่บูธ Siam Board Game มีบอร์ดเกมให้เลือกซื้อมากมาย และที่สำคัญคือ เกมทุกเกมแปลไทยมาให้แล้ว ศึกษาการเล่นได้ง่าย ๆ แถมมีตัวอย่างให้ทดลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย ชวนเพื่อน ๆ ไปงานด้วยกันแล้วไปนั่งเล่นบอร์ดเกม ก็ได้ฟิลลิ่งอีกแบบดีเหมือนกัน
ห่อของขวัญ ฟรี!!
ห่อเอง น่ารักไหม??
ถ้าซื้อหนังสือในงานเพื่อมาเป็นของขวัญปีใหม่นี้ให้ใครสักคน ต้องมาที่มุมนี้เลย เพราะทางงานจัดเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น กระดาษห่อของขวัญ เชือกรัด ริบบินต่าง ๆ ครบ เดินเข้ามาพร้อมหนังสือแล้ว D.I.Y. (Do it yourself) ตามสไตล์ของตัวเองได้ในทันที
ฟังเพลงชิล ๆ และฟังบรรยายภายในงาน
เขินนักร้อง >///<
ในแต่ละวันของงานนั้นจะมีศิลปินนักร้องและวิทยากรมากหน้าหลายตาที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาพูดแลกเปลี่ยนความคิดภายในงาน ซึ่งในแต่ละวันนั้นก็จะมีหัวข้อและแนวเพลงที่แตกต่างกันไป ใครที่จะไปงานเพื่อฟังเพลงฟิน ๆ เพลิน ๆ กับศิลปินที่ชื่นชอบสามารถคลิกเข้าไปดูตารางได้ที่
Facebook : Winter Book Fest
ซื้อฟิกเกอร์และของเล่น
ใครสายการ์ตูน อนิเมะ ต้องถูกใจสิ่งนี้!! หัวของ RX-78 ใหญ่จัด ๆ
นอกจากหนังสือแล้ว ยังมีสินค้าการ์ตูนลิขสิทธิ์มากมายที่นำเข้ามาขายภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น Gundam, One Piece และอื่น ๆ พร้อมร่วมสนุกจับฉลากเมื่อซื้อของครบตามเงื่อนไข เพื่อลุ้นของรางวัลสุดพิเศษอีกด้วยนะ (วัดความเกลือได้ง่าย ๆ)
5 สายที่มางานนี้แล้วต้องโดนสิ่งนี้!!
กลับมาที่เรื่องของหนังสือกันบ้างดีกว่า หลังจากที่ผมได้ลองเดินดูงานทั่ว ๆ ได้ 2-3 รอบ ก็ได้เจอสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างเลย ทั้งสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่ในงานหนังสือได้ หรือของแปลก ๆ ก็มีให้เห็นเช่นเดียวกัน จะมีอะไรบ้าง? และเหมาะกับคนสายไหน? มาดูกันไปพร้อม ๆ กันดีกว่า
1. สายขี้เกียจอ่านหนังสือ
พี่ ๆ ที่บูธคือน่ารัก ยอมให้ถ่ายรูปด้วย
สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่านหนังสือเหมือนกันกับผม บอกเลยว่าต้องไม่พลาดแอปนี้ “Storytel” เป็นแอปหนังสือเสียง อาจจะฟังดูงง ๆ มันคือการที่เหมือนเรานั้นเลือกหนังสือสักเล่นที่สนใจ โดยที่จะมีคนมาอ่านหนังสือเหล่านั้นให้คุณฟัง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านเองเลย ซึ่งในงานนี้เค้าแจกโค้ดให้ลองใช้ได้ฟรีถึง 30 วันเลยทีเดียว ไปงานแล้วต้องลองมาใช้ให้คุ้ม
2. สายประหยัด
แค่คำว่า Buffet ก็ต้องกระโดดเข้าใส่
สำหรับคนที่มีงบไม่มากเท่าไรนัก แต่อยากได้หนังสือในปริมาณที่มาก ๆ เน้นความคุ้มค่าไว้ก่อน ต้องเข้ามาที่บูธสำนักพิมพ์ Salmon เลย เพราะเขาจัดมุมสำหรับสาย Buffet ทั้งหลาย ที่สามารถซื้อหนังสือได้ไม่อั้น ขอแค่ให้ใส่ในถุงที่ทางสำนักพิมพ์จัดไว้ให้ได้ก็พอ (ผมเห็นว่าเค้าใส่กันได้เป็นสิบ ๆ เล่มอยู่นะ) บอกเลยว่าคุ้มจัด ๆ
3. สายอาร์ต
สติ๊กเกอร์ยันต์อาร์ต ๆ ที่ไม่มีความหมาย…
Happening Shop เป็นอีกหนึ่งบูธที่ใครมาต้องเข้ามาดู เพราะทั้งร้านนั้นขายแต่ของอาร์ต ๆ น่ารักกุ๊กกิ๊ก ไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ด สติ๊กเกอร์ แมสเก๋ ๆ รวมไปถึงหนังสือที่เกียวกับงานศิลปะ ที่มาให้ศึกษาอย่างอัดแน่น ใครที่กำลังทำงานสายนี้อยู่ มาหาซื้อหนังสือเพื่อเติมไอเดียบูธนี้จะทำคุณเสียเงิน และได้ความอิ่มเอมใจกลับบ้านไปอย่างแน่นอน
4. สายเข้าครัว
ความเป็นเชฟนี่พุ่งพล่าน
อนาคตมาสเตอร์เชฟอยู่ไม่ไกล เพียงเข้าไปบูธสำนักพิมพ์ a book ก็มีหนังสือสูตรอาหารให้ลองได้ฝึกปรือฝีมือและโชว์ลวดลายการทำอาหารได้ง่าย ๆ น่าจะถูกอกถูกใจพ่อบ้าน แม่บ้าน รวมไปถึงใครก็ตามที่สนใจ เข้ามาในบูธแล้วจะหลงรักโซนนี้แบบหัวปักหัวปำ
5. สายเติม Passion
หน้าปกน่าเก็บสะสมอะ
ใครที่กำลังมองหา Passion ในการทำสิ่งต่าง ๆ และถ้ายิ่งคุณเป็นแฟนเพลงของพี่แสตมป์ อภิวัชร์อยู่แล้ว หนังสือ My Playlist นั้นตอบโจทย์อย่างมาก เป็นหนังสือที่จะตีความเพลงของพี่แสตมป์ออกมาในรูปแบบใหม่ พร้อมให้ความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่าเดิมในเรื่องของความรัก และมาพร้อมเพลงประกอบการอ่านหนังสือเล่นนี้ถึง 5 เพลงเต็ม ๆ เมื่ออ่านจบเล่มแล้ว คุณจะได้ Passion กลับมา
สุดท้ายนี้
เป็นอีกหนึ่งงานที่มีความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือภายในงาน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ภายในงาน ผมได้เจอผู้คนมากมายที่พร้อมจะคุยกันในเรื่องหนังสือ ไม่จำเป็นเลยว่าคุณจะรักการอ่านหนังสือหรือไม่ เพียงแค่อยู่ในงานก็มีคนพร้อมจะแนะนำหนังสือดี ๆ ที่เหมาะกับตัวคุณให้
และแล้วก็โดนตกเล่มนี้มา
และแน่นอนว่าผมโดนพี่พนักงานในร้านแนะนำมา จนผมต้องหลวมตัวซื้อมาหนึ่งเล่ม เป็นเล่มที่ใหญ่เสียด้วย ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นหนังสือที่ถูกใจสายถ่ายภาพอย่างผมเป็นอย่างมาก แต่ไม่ค่อยถูกใจกระเป๋าเงินเท่าไรนัก แต่เชื่อเถอะ ขนาดผมที่ไม่อ่านหนังสือ ยังได้หนังสือกลับบ้านเลย ไปเถอะอยากให้ไป!!
แต่ถ้าคุณมางาน Winter Book Fest ไม่ได้หรือว่าอยู่ต่างจังหวัดที่ดูแล้วจะเดินทางลำบาก แต่อยากได้หนังสือดี ๆ เนื้อหาโดนใจสักแล้วล่ะก็ ลงเข้ามาดูได้ที่ Kaidee มีหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งนิยาย วรรณกรรม เรื่องสั้น มีให้ครบ ไม่ต้องออกจากบ้านเลย
Dec 18, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เดือนธันวาคมแบบนี้ มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยสีสันของแสงไฟ ลานเบียร์ และต้นคริสมาสต์ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง “บอกลาปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” ใกล้เข้ามาแล้ว
นอกจากจะหาของขวัญให้ตัวเอง เพื่อตอบแทนความแข็งแกร่งตลอดปี 2020 ที่ผ่านมาได้แล้ว อย่าลืมมองหาสิ่งดีๆ ให้คนรู้ใจ อย่างพ่อแม่ที่คอยเคียงข้างเรามาตลอด ซึ่งวันนี้เราเลือกเอา 7 อันดับมือถือราคาไม่เกิน 5,000 ใช้งานง่าย มาเป็นหนึ่งในตัวเลือกของขวัญที่น่าสนใจ
เพราะเราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีจะช่วยส่งต่อ “ความรัก” ถึงกันได้เสมอ
เลือกมือถืออย่างไร? ให้ถูกใจวัยพ่อแม่
การเลือกโทรศัพท์ดีๆ สักเครื่อง ควรดูจากผู้ใช้งานเป็นหลัก บางครั้งสเปกดีเกินไปก็ไม่ตอบโจทย์การใช้งาน ยิ่งวัยพ่อแม่เราการใช้งานไม่ได้หลากหลายอยู่แล้ว หากเลือกที่ระบบปฏิบัติการซับซ้อน ฟังก์ชันเยอะเกินความจำเป็น ก็อาจจะทำให้พวกเขาสับสนและพาลไม่ถูกใจเอาได้
1.แบตอึด
สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้จากคนใกล้ตัว คือ วัยนี้มักไม่ค่อยปิดเสียงแจ้งเตือนจาก Notification ในแอปต่างๆ เน้นเสียงเรียกเข้าที่ชัดเจน หน้าจอสว่างขั้นสุด ทั้งยังโทรคุยแต่ละครั้งค่อนข้างนาน เผลอๆ เปิดสปีคเกอร์โฟนดังไปทั่วบ้าน ฉะนั้นคุณสมบัติข้อนี้ ควรนำมาพิจารณาเป็นลำดับแรกๆ เลยทีเดียวค่ะ
2.โทรเสียงดังฟังชัด
คนรุ่นนี้คือวัยที่ผ่านประสบการณ์และเรื่องราวต่างๆ มามาก สังเกตได้ว่าแต่ละครั้งที่พวกเขาคุยโทรศัพท์มักใช้เวลานาน ความที่พวกเขามีเรื่องเล่าที่แฝงไปด้วยความคิดถึง ดังนั้น การเลือกซื้อมือถือให้พ่อแม่ดีๆ สักเครื่อง ควรคำนึงเรื่องการสื่อสารที่ชัดเจนเอาไว้ด้วย
3.หน้าจอใหญ่
อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ขนาดหน้าจอ” แนะนำให้เลือกโทรศัพท์ขนาดหน้าจอ 5 นิ้วขึ้นไปเพื่อความสบายตาของคนที่เรารัก รวมทั้งเช็กขนาดตัวอักษรด้วย ว่ามือถือรุ่นดังกล่าว ขยายได้มากน้อยแค่ไหน
4..หน่วยความจำเยอะ
คนวัยนี้ชอบเซฟรูป เซฟคลิปจากโซเชียลมีเดีย หรือถ่ายรูปไปเรื่อยๆ โดยไม่ลบรูป ทำให้ปัญหาที่ตามมาคือหน่วยความจำเต็ม บ่อยครั้งลูกๆ อย่างเราต้องมาไล่ลบให้ ทางที่ดีซื้อมือถือที่มีหน่วยความจำเยอะๆ ไปเลย หรือเพิ่มความจำได้ทีหลังก็เป็นวิธีที่ดี
7 อันดับมือถือราคาไม่เกิน 5,000 ใช้งานง่าย เอาใจวัยพ่อแม่
ได้แนวทางสเปกมือถือที่น่าจะถูกใจวัยนี้ไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลามาดู 7 อันดับมือถือ ใช้งานง่าย เอาใจวัยพ่อแม่กันแล้ว โดยตัวเลือกที่เรานำมาให้ในแต่ละรุ่น แต่ละค่ายนั้น รับรองว่าราคาสบายกระเป๋า มีงบเพียง 5,000 บาท ก็ได้ของดีเพื่อคนที่คุณรัก
1.Samsung Galaxy A11
Credit : https://www.samsung.com/th
เริ่มต้นกับ “ซัมซุง” แบรนด์ที่คนไทยหลายคนน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี รุ่นนี้มาพร้อมขนาดจอที่ใหญ่สะใจถึง 6.4 นิ้ว ซึ่งจุดนี้น่าจะถูกใจวัยพ่อแม่แน่นอน เพราะไม่ต้องซูมเข้าซูมออกให้ลำบาก ทั้งยังมีสีสันของภาพที่สดใส สบายตา ด้วยเทคโนโลยี HD+TFT
ตัวแบตเตอรี่ให้ความจุกลมๆ มาที่ 4,000 mAh หากเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในราคาใกล้กัน ตรงนี้อาจจะน้อยไปนิด แต่แลกมากับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15 วัตต์ ก็ถือว่าพอหักลบได้ ส่วนระบบประมวลผล A11 ใช้รูปแบบ Octa-core ให้ RAM สูงสุด 3 GB และมีพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 32 GB ทั้งยังรองรับความจุ Micro SD card ได้อีกถึง 512 GB
ส่วนกล้องนั้นทางซัมซุงให้มาแบบจัดเต็มไม่น้อยหน้ากัน โดยกล้องหน้ามีความละเอียด 8 MP และกล้องหลังมีความละเอียด 13 MP (F 1.8) มีทั้งเลนส์กว้างมุมมอง 115 องศา และขนาด 77 องศา ให้คุณพ่อคุณแม่ของเราสนุกกับการเก็บภาพวิวสวยๆ ได้ทุกมุมมอง ไหนจะมีโหมดพรอตเทรตหน้าชัดหลังเบลอ รองรับทุกความทรงจำ
ราคา : 3,999 บาท
2.Oppo A5s
Credit : https://www.oppo.com/
แม้ออปโป เอ 5 เอสจะเปิดตัวไปตั้งแต่กลางปี 2019 แต่ด้วยประสิทธิภาพและราคา โดยภาพรวมยังคงคุ้มค่ากับการเป็นมือถือถูกใจวัยพ่อแม่ ด้วยขนาดหน้าจอ 6.2 นิ้ว มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Color OS 5.2, based on Android 8.1 Oreo ทั้งยังให้หน่วยความจำ RAM 4 GB และรองรับการ์ดหน่วยความจำ MicroSD สูงสุด 256 GB
จะว่าไปรุ่นนี้ได้รับคำชมจากผู้ใช้งานหลายคน ว่าเป็นมือถือดีไซน์สวย ใช้งานง่าย มีให้เลือก 2 สี คือสีดำและสีแดง ส่วนตัวแบตเตอรี่ให้ความจุมาที่ 4,230 mAh ถึงตัวเลขจะดูน้อยไปหน่อย แต่ทางออปโปใช้ระบบ AI algorithm พิเศษ การันตีว่าประหยัดแบตได้มากขึ้น รองรับการเล่นวีดีโอสูงสุด 13 ชั่วโมง
ขณะที่ตัวกล้องนั้นก็ดีงามตามมาตรฐาน กล้องหน้าให้ความละเอียด 8 MP รูรับแสง F 2.0 ส่วนกล้องหลังคู่มีความละเอียด 13 MP และ 2 MP (F 2.2) อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีหลากหลาย ทั้งระบบกันสั่นแบบ Multi-frame ไหนจะมีออปชันเสริมโหมดหน้าสวย AI Beauty 2.0 ให้คนที่เรารักของเราได้รูปสวยพร้อมรอยยิ้มอันสดใส โดยไม่ต้องผ่านแอป
ราคา : 3,599 บาท
3. Huawei Y7p
Credit : https://www.huawei.com/
มาที่มือถืออีกหนึ่งรุ่นของค่ายหัวเหว่ย ซึ่งดูแล้วสเปกต่างๆ ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มคนวัยพ่อแม่อยู่ไม่น้อย ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.39 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD ในรูปแบบ Punch Hole ให้คุณสบายใจได้ว่าพวกท่านจะใช้งานได้อย่างสบายตา แลกมากับความจุแบตเตอรี่ 4,000 mAh ที่ดูน้อยกว่าเจ้าอื่นๆ
ยิ่งถ้าพ่อแม่ใครเป็นสายรักในการถ่ายรูป ไม่ว่าจะถ่ายวิวหรือเซลฟี่ Y7p อาจเป็นคำตอบที่ดี ด้วยประสิทธิภาพกล้องหลัง 3 ตัว ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ AI Camera เซ็นเซอร์หลักความละเอียด 48 MP หรือจะถ่ายหน้าเบลอหลังชัดในความคมชัด 2 MP ไหนจะมีกล้องแบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 MP ครอบคลุมทุกการใช้งาน
ขณะที่ระบบต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เริ่มต้นที่ Ram 4 GB ความจุ 64 GB ทั้งยังรองรับ MicroSD Card สูงสุดถึง 512 GB ส่วนระบบปฏิบัติการยังเป็นแบบ EMUI 9.1 based on Android 9.0 อยู่ แต่โดยภาพรวมเมื่อเทียบกับสเปกอื่นๆ แล้ว ตัวนี้ยังถือเป็นรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย
ราคา : 4,999 บาท
4.Vivo Y15 (2020)
Credit : https://www.vivo.com/th/
แค่ชื่อรุ่นก็พอการันตีได้ว่า Y15 เป็นหนึ่งในมือถือน้องใหม่ของค่ายวีโว่ที่น่าจับตามองของปีนี้ สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นประสิทธิภาพเรื่องกล้องหลัง 3 ตัว ซึ่งเลนส์หลักให้ความละเอียดถึง 13 MP มาพร้อมรูรับแสง F2.2 ส่วนเลนส์ Ultra Wide-Angle ให้ความละเอียด 8 MP (F2.2) และเลนส์ Depth Sensor ความละเอียด 2 MP (F2.4)
ส่วนคุณพ่อคุณแม่ใครที่เป็นสายเซลฟี่ มือถือรุ่นนี้ก็มีโหมดรองรับเฉพาะ เพื่อให้พวกท่านสนุกกับการถ่ายภาพด้วยระบบ AI Beauty หน้าใสกิ๊งแบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ทั้งยังมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุอึด 5,000 mAh ให้คุณเก็บครบทุกจังหวะสำคัญ ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว
ที่สำคัญคือขนาดหน้าจอ 6.35 นิ้ว มาในรูปแบบ Halo FullView Display ความละเอียด 720 × 1544 (HD+) ใหญ่สบายตา ตอบโจทย์การใช้งานเป็นอย่างดี ไม่ต้องเพ่งจนเกินไป ทั้งยังมาพร้อม RAM ขนาด 4 GB ความจุสูงสุด 64 GB ใช้ร่วมกับ MicroSD Card ได้สูงสุด 256 GB (ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 พื้นฐาน Android 9 Pie)
ราคา : 4,999 บาท
5.Realme C3
Credit : https://www.realme.com/th
“สนุกไม่มีสะดุด” คือสโลแกนของ Realme C3 ที่มาพร้อมระบบประมวลผล Helio G70 Octa-core 12 nm Processor อันเปี่ยมล้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของเรียลมี ที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวเด็ด ด้วยระบบ AI เลนส์ ความละเอียด 12 MP เพียงแค่กดถ่าย 1 แชะ พวกท่านก็จะได้ภาพสวยๆ มาอวดเรา หรือทำมีมสวัสดีวันต่างๆ ให้เราแน่นอน
ทั้งยังมาพร้อมโหมด Super Macro ให้พวกท่านเก็บความทรงจำในระยะประชิด ไหนจะมีเลนส์ถ่ายภาพเฉพาะแบบพรอตเทรต รวมถึงลูกเล่นกล้องหน้าสุดอัจฉริยะ ด้วย Selfies AI ที่เลือกความ Beauty ให้แต่ละคนแบบอัตโนมัติ หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่ใครเป็นสายถ่ายวิดีโอ รุ่นนี้ถ่ายสโลโมชั่นได้สบายๆ เก็บครบทุกจังหวะแน่นอน
นอกจากนี้ Realme C3 ยังจัดเต็มด้วยขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว และแบตเตอรี่ที่ให้ความจุมาแบบไม่มีกั๊กถึง 5000mAh ไม่พอแค่นั้น ยังใจกว้างให้โทรศัพท์รุ่นนี้ทำหน้าที่เป็น Powerbank ให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ทั้งยังมาพร้อมระบบ 2 ซิมการ์ด ให้ความจุมากสุด 64 GB (Ram สูงสุด 4 GB) รองรับการเมมโมรี่การ์ดได้อีก 256GB
ราคา : 3,999 บาท
6.Xiaomi Redmi 9
Credit : https://www.mi.com/th
ความพิเศษอันแตกต่างของ Redmi 9 คือคุณสมบัติสุดเจ๋ง ให้กล้องหลังมากกว่ารุ่นอื่นๆ ถึง 4 ตัว ด้วยระบบ AI quad camera เทคโนโลยีเฉพาะที่ทางเรดมีภูมิใจนำเสนอ ให้คุณพ่อคุณแม่สนุกกับการถ่ายรูปหลากหลายมุมมอง ด้วยเลนส์กว้างพิเศษ ความละเอียด 8 MP และเลนส์มาโครแบบใกล้ชิดทุกความเคลื่อนไหว ความละเอียด 5 MP
ส่วนหน้าจอที่ให้มานั้นใหญ่แบบสะใจถึง 6.53 นิ้ว ชัดเจนทุกรูขุมขนด้วยระบบ Full HD ความละเอียด 2340×1080 โดยตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สี คือเขียว น้ำเงินและเทา สวยงามด้วยดีไซน์อันเรียบหรู สีสันสะดุดตา
นอกจากนี้ตัวแบตเตอรี่ยังให้ความจุสูงมาแบบไม่มีกั๊ก มากถึง 5020mAh เล่นเพลงต่อเนื่อง 185 ชั่วโมง ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18 วัตต์ ให้พวกท่านสนุกกับทุกการใช้งานได้อย่างไม่เพลิดเพลินทุกช่องทาง คุ้มค่าคุ้มราคา
ราคา : 3,590 บาท
7. Xiaomi Redmi Note 9
Credit : https://www.mi.com/th
นอกจากจะมาพร้อมขนาดแบตเตอรี่ที่มีความจุเยอะถึง 5020mAh แล้ว ยังมาพร้อมระบบชาร์จอันรวดเร็ว 18 วัตต์ ใช้งานได้ต่อเนื่อง 16 ชั่วโมง ให้บรรดาคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องพะวงเรื่องแบตหมดไว สนุกกับการใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม
ทั้งยังมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว แบบ DotDisplay ด้วยโปรเซสเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดของทางแบรนด์ อันเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพชั้นเลิศอย่าง Mediatek Helio G85 ส่วนตัวเครื่องมีให้เลือกถึง 3 สี คือ Midnight Grey, Forest Green และ Polar White
โดดเด่นด้วยกล้องหลักด้านหลัง ที่ให้ความละเอียดมากถึง 48 MP ให้พวกท่านสนุกกับการถ่ายรูปอย่างเต็มที่ และได้ไฟล์ภาพที่คมชัดสวยงาม พร้อมด้วยโหมดเสริมต่างๆ มากมาย ทั้งมาโครแบบใกล้ชิด พาโนรามามุมมอง 118 องศา โหมด AI Beauty เผยงานผิวที่สวยงาม
ราคา : 4,999 บาท
สรุปท้ายบทความ
เป็นอย่างไรบ้างคะ มือถือ 7 รุ่นที่แนะนำไปนั้น พอจะเป็นแนวทางหรือตรงใจพอให้ซื้อไปเป็นของขวัญ
ฝากคุณพ่อคุณแม่บ้างไหม แต่ละรุ่นที่เราคัดมานั้น เน้นการใช้ที่งานง่าย หน้าจอใหญ่ เป็นโทรศัพท์ที่มี
สเปกตรงกับวัยของผู้ใช้งานเป็นอย่างดี
ถึงเราจะเลือกมือถือที่มีสเปกดีงามแค่ไหน แต่ไม่ตรงกับการใช้งานของพวกท่าน ก็เปล่าประโยชน์
สุดท้ายจะกลายเป็นว่าฟังก์ชันเหล่านั้นกลายเป็นภาระ ทำให้ใช้งานยุ่งยากมากกว่าเดิม เลือกสิ่งที่ดี
ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีนะคะ
Dec 17, 2020 | บทความยานยนต์
งาน Motor Expo 2020 ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสที่ได้เข้าไปสัมผัสกับบูทรถยนต์ระดับ Luxury อย่าง Roll Royce ที่นำเสนอรถรุ่นใหม่อย่าง Roll Royce : Ghost 2021 ที่เรียกได้ว่าเป็นรถหรูระดับที่ไม่มีแบรนด์ไหนจะมอบให้ได้ อีกทั้งยังสามารถ Custom ได้ตามใจของเราอีกด้วย ในขณะเดียวกันราคาของรถก็สูงเสียจน คนเขียนบทความนี้จะต้องทำงานไปอีกหลาย(ร้อย)ปีกว่าจะซื้อได้(ฮา)
สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดของรถ Roll Royce ทุกรุ่นจะต้องมีคือสัญลักษณ์เทพี Spirit of Ecstasy ที่ประดับอยู่ฝากระโปรงหน้ารถอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่ต้องใจผู้เขียนเป็นพิเศษ ชนิดที่ว่ากลับมาบ้านแล้วต้องมาเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าสิ่งนี้ให้ได้ และเมื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังกลับรู้สึกหลงใหลมากกว่าเดิม
From Spirit of Whisper to Spirit of Ecstasy
หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า Spirit of Ecstasy เป็นเทพีในนิยายเทพปกรณัมของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ของสิ่งนี้มีเรื่องราวที่เรียบง่ายกว่านั้นและที่สำคัญยังลึกซึ้งมากอีกด้วย โดยต้นกำเนิดของสิ่งนี้มาจาก Montagu, John Walter Edward Douglas-Scott (จากนี้ไปขอเรียกสั้น ๆ ว่า John Walter) Promoter ด้านยานยนต์ชื่อดังของประเทศอังกฤษและ Eleanor Velasco Thornton (ขอเรียกสั้น ๆ ว่า Eleanor) เลขานุการของ John Walter นั่นเอง
เรื่องราวนั้นเริ่มมาจากการที่ John Walter และ Eleanor ที่ทั้งสองคนมีความรักต่อกัน แม้จะรักกันเพียงใดแต่ว่าการที่ทั้งสองมีฐานะที่ต่างกันเกินไป โดยเขามาจากตระกูลใหญ่และมีฐานะทีร่ำรวย ในขณะที่ Eleanor เป็นเพียงหญิงสาวต่ำต้อยเมื่อเทียบกับเขา ทำให้เขาถูกครอบครัวกีดกันในเรื่องของความรักอย่างมาก จนในที่สุดเขาก็ไปแต่งงานกับคนอื่นแทน ทั้ง ๆ ที่เขารักเธอ
เขาจึงได้ว่าจ้างเพื่อนของเขา Charles Robinson Sykes (จากนี้ไปขอเรียกย่อ ๆ ว่า Sykes) สร้างรูปปั้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความรักอันแสนขื่นขมนี้ โดยเขาจะเอารูปนั้นนี้ไปประดับที่หน้ารถ Roll Royce ของเขาเนื่องจาก Eleanor เธอเป็นชอบรถคันนี้ ซึ่งเพื่อนเขาก็ได้ปั้นออกมาเป็นรูปของหญิงที่ถูกผ้าคลุมไว้ อันสื่อถึงเรื่องราวความรักของสองคนนั้นเอง ภายหลังมีคนตั้งชื่อให้สิ่งนี้ว่า The Whisper
Roll Royce : Silver Ghost 1925
ต่อมาอีกหลายปีเมื่อเทรนด์ของการมีสัญลักษณ์ติดหน้ารถกลายเป็นของที่ต้องมี ทำให้ทาง Claude Goodman Johnson อยากที่จะได้สัญลักษณ์สักอย่างมาประดับบนรถ Roll Royce เขาจึงได้จ้าง Sykes มาสร้างสัญลักษณ์ประจำรถรุ่น Ghost ในโจทย์
Speed with silence, the absence of vibration, the mysterious harnessing of great energy, and a beautiful living organism of superb grace
Sykes จึงได้นำเอารูปปั้นของ Eleanor มาปรับปรุงใหม่จนกลายเป็น The Spirit of Speed และภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น Spirit of Ecstacy อันเป็นสัญลักษณ์ของ Roll Royce มาจนถึงทุกวันนี้
First impression : Spirit of Ecstasy
หลังจากที่กล่าวถึงประวัติของ Spirit of ecstasy มาคร่าว ๆ แล้ว ซึ่งผู้เขียนเองก็รู้จักสิ่งนี้ไม่ต่างจากผู้อ่านเท่าไหร่ แม้ว่าจะได้เห็นรูปภาพจากทั้งทาง Official และบรรดาเหล่า Influencer ต่าง ๆ มากมาย แต่อย่างว่า “สิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น” ผู้เขียนจึงตัดสินใจบุกไปยัง Challenger 2 บูท B11 อันเป็นที่ตั้งของ Rolls Royce Motor เพื่อไปดูให้เห็นกับสองตาตัวเอง
แว๊บแรกที่เห็นบอกได้เลยว่า สวยกว่าในรูปและวิดีโอมาก ๆ โดยคันที่ผู้เขียนได้ดูเป็นรถ Roll Royce : Phantom รถรุ่นดังของทางค่าย และ Roll Royce : Ghost หรือที่เรียกว่า “New Ghost Extended” ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งตัว Spirt of Ecstasy ทำออกมาได้อย่างเรียบหรู องศาต่าง ๆ ทำออกมาได้เยี่ยมยอด ราวกับเป็นเทพีที่กำลังบินอยู่กลางอากาศภายใต้ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่และมีวิหาร Parthenon อยู่เบื้องหลัง
อีกทั้งเจ้าของรถไม่พอใจยังสามารถ Custom ได้เองอีกด้วย หากเราอยากได้คันที่ประกอบเอง ซึ่งราคาผกผันตามสเปกที่เราอยากได้ มีตั้งแต่ราคาหลักหมื่น ไปจนถึงหลักล้าน
แต่หากใครคิดอยากจะรวยทางลัด ด้วยการดึงเจ้าสิ่งนี้ออกมาจากรถ Roll Royce ก็ต้องบอกว่าเสียใจด้วย เนื่องจากนับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมาทางค่ายก็ได้ติดตั้งระบบป้องกันการขโมย ที่เมื่อคุณออกแรงพยายามที่จะดึงสิ่งนี้ ระบบจะทำการดึง Spirt of Ecstasy กลับเข้าไปในรถ ดังนั้นเจ้าของรถ Roll Royce ทุกรุ่นก็อุ่นใจได้เลยยังไงเทพีองค์นี้จะอยู่กับรถคุณไปตลอดการเดินทางและการใช้งานของรถ
สรุป
Spirit of Ecstacy ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของ Roll Royce ที่สะท้อนความหรูหราเหนือระดับของความเป็น Luxury Car อย่างที่ไม่มีแบรนด์ไหนจะสามารถมอบให้ได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหราเป็นที่สุด ส่วนตัวของผู้เขียนจะอยากสัมผัสรถรุ่นนี้แค่ไหนก็ทำใจแล้วบอกว่า “ตื่น” เพราะมันเป็นเพียงความฝันเท่านั้น
ทางทีมงาน Kaidee Auto ขอขอบคุณ Roll Royce สำหรับการเข้าไปเก็บภาพ Spirit of Ecstacy ในงาน Motor Expo ครั้งนี้
Dec 16, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ช่วงวันหยุด 10 – 14 ธันวาคม 2020 ที่ผ่านมาหลาย ๆ คนอาจจะใช้เวลาในการพักผ่อน กลับบ้าน ออกเดินทางไปท่องเที่ยวหรือหาร้านคาเฟ่ชื่อดังในช่วงเวลาดังกล่าว แต่สำหรับผู้เขียนนั้นคือการนั่งเล่นเกม Cyberpunk 2077 จากทาง CD Projekt พร้อมกันกับผู้เล่นมากกว่า 1 ล้านคนทั่วโลก (นับเฉพาะใน Steam) อะไรที่ทำให้ผู้เขียนนั่งเล่นเกมนี้ตลอด 4 วันจนน้ำหนักลดไปเกือบ 2 กิโลกรัมและเกมนี้จะคุ้มค่าการรอคอยหรือไม่ ติดตามได้ในรีวิวนี้เลย
เนื้อเรื่อง
จุดขายที่สำคัญของเกมนี้
Cyberpunk 2077 นำเสนอเรื่องราวของทหารรับจ้างที่มีชื่อว่า V (วี) ผู้ใช้ชีวิตตามเส้นทางเดินของตน ซึ่งแบ่งออกเป็นสามเส้นทางตามผู้เล่นเลือกได้ได้แก่ Normad บุคคลผู้อยู่อาศัยนอก Night City , Streetkid เด็กผู้โตมากับข้างถนนของเมืองอันแสนวุ่นวายนี้และ Corpo บุรุษผู้รับใช้บริษัทยักษ์ใหญ่ ทุกเหตุการณ์จะมีที่เริ่มต่างกันแต่จะมาบรรจบกันในเหตุการณ์ที่เขาต้องเจอกับ Johny Silverhand อันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในเกม
เนื้อเรื่องถือว่าเป็นหนึ่งในจุดขายของทีมพัฒนาเกมนี้ โดยถ้าจะให้นิยามสั้น ๆ คือ “ยาว ใหญ่และคาดไม่ถึง” เพราะตลอดระยะเวลาประมาณ 25-30 ชั่วโมงคุณจะถูกสะกดด้วยเนื้อเรื่องที่แสนเข้มข้น เสริมด้วยพลังของบทสนทนาของแต่ละตัวละครที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม ทั้งในส่วนของตัวผู้เล่นและในส่วนของตัวละครต่าง ๆ และยิ่งดีขึ้นไปอีกด้วยการที่ผู้เล่นเป็นคนเลือกในการดำเนินเนื้อเรื่องเอง ตามตัวเลือกบทสนทนาของเราที่ทำให้เราอยากรู้เรื่องราวต่าง ๆ ชนิดที่ไม่อยากละปล่อยเมาส์และคีย์บอร์ดเลยทีเดียว
เท่านั้นยังไม่พอเนื้อเรื่องของเกม 60 เปอร์เซ็นต์เล่าผ่านภารกิจหลัก แต่เนื้อเรื่องอีก 30 เปอร์เซ็นต์จะเล่าผ่านภารกิจรอง ที่จะขยายความเนื้อเรื่องในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภูมิหลังของตัวละครต่าง ๆ เรื่องราวในพื้นที่ทำให้เราอยากที่จะทำภารกิจของตัวเสริมให้ครบ เพื่อเข้าใจตัวละครต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ซึ่งขอบอกเลยว่าเกมนี้เป็นไม่กี่เกมที่ทำให้เกลี่ยบทบาทต่าง ๆ ให้ตัวละครเสริมได้ดีมาก ทำให้คุณจะรู้สึกผูกผันกับตัวละครในเกมนี้อย่างแน่นอน เท่านั้นยังไม่พอภารกิจประเภทนี้ยังให้รางวัลที่คุ้มค่ามาก ๆ
จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้นั่นถือเรื่องของ Lore หรือเนื้อหาอื่น ๆ ในโลกของ Cyberpunk 2077 ที่มีให้เราได้อ่านเพียบทั้งในข้อความระหว่างตัวละคร ชิปต่าง ๆ ที่อยู่ในแผนที่ รวมถึงไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์อีกมากมาย ชนิดที่ว่าหากคุณอยากเข้าใจเกมนี้อย่างถ่องแท้ ก็ต้องขยันอ่านไฟล์กันหน่อยเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของเรื่องราวทั้งหมด
โดยรวมแล้วเนื้อเรื่องของเกมนี้จัดว่าดีงามมาก ๆ เท่ตั้งแต่ตอนเปิดตัวไปจนถึงตอนจบ ขอให้อดทนกับความยาวของเกม อาจจะไม่ต้องรีบปั่นเนื้อเรื่องจนจบ แต่ว่าค่อย ๆ ซึมซับไปเรื่อย ๆ และจบเมื่อเราอิ่มตัวแล้ว
Gameplay
ชีวิตเป็นของเรา
Cyberpunk 2077 เป็นเกมแนว Action – RPG ที่ให้เราได้ออกไปลุยเมือง Night City สุดเถื่อนที่ทุกท้องถนนเต็มไปด้วยความอันตราย แต่ทางเลือกในการเอาตัวรอดของเรานั้นมีมากมายและหลากหลาย ที่สำคัญยังแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 5 สายได้แก่
สาย Body – ที่จะเน้นในเรื่องของการโจมตีระยะประชิดและการปะทะด้วยกำลัง จะเน้นไปในด้านความถึกและพลังชีวิต
สาย Reflex – จะเน้นในเรื่องของการใช้อาวุธปืนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นปืนสั้น ปืนยาว
สาย Technical Ability – สายแห่งการสร้างของที่หากคุณอยากจะได้อาวุธดี ๆ ด้วยฝีมือตัวเองจะต้องอัปสกิลนี้
สาย Intelligence -สายเจาะข้อมูลที่จะทำให้อุปกรณ์ไฮเทคทุกอย่างอยู่ภายใต้กำมือของคุณ
สาย Cool – สายที่เน้นการลอบเร้น เก็บศัตรูภายใต้ความเงียบ
ซึ่งในแต่ละสายจะมี Perk พิเศษเฉพาะทำให้เราต้องเลือกให้เข้ากับสไตล์การเล่นของเรา ยังมีผลถึงอุปกรณ์ที่เราสวมใส่ เท่านั้นยังไม่พอยังมีผลต่อการกระทำในโลกของเกมอีกด้วย เช่นถ้าเรามีค่า Interlligence สูงประตูบางจุดเราอาจจะไม่ต้องหากุญแจเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผลไปถึงการเลือกตอบอีกต่างหาก
ที่ขาดไม่ได้เลยคือระบบ Inventory ของเราที่มีสองส่วนคือ Equipement และส่วนที่เป็นร่างกาย Cyberwear ที่จะช่วยให้เราออกไปผจญเมืองนี้ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เราจะต้องอัปเกรดอุปกรณ์ของเราให้โหดขึ้นเรื่อย ๆ ตามความเก่งของศัตรูที่เราเจอ
ในส่วนของความเป็น Action จะไม่ได้เน้นการเดินเข้าไปยิงอย่างเดียว (ซึ่งเราจะทำก็ได้) แต่จะเน้นในชั้นเชิงในการเข้าต่อสู้มากกว่า เช่นเราอาจจะเริ่มต้นการแฮกด้วยเพื่อทราบจำนวนศัตรู จากนั้นค่อยย่องเก็บทีละตัวหรืออาจจะวางแผนด้วยการแฮกก่อนแล้วตามด้วยการแจกกระสุนเป็นต้น ที่ทำออกมาได้สนุกและเล่นไม่รู้เบื่อเลย
กิจกรรมต่าง ๆ นอกจากที่เราทำนอกจากจะได้ค่าประสบการณ์แล้ว ยังได้ในเรื่องของความชำนาญอีกด้วย ทำให้เราจะต้องค้นพบตัวตนของเราให้ไว เพราะยิ่งเราได้สายที่ถูกใจเร็วเท่าไหร่ เราจะยิ่งเก่งไวเท่านั้น
นอกจากนี้ตัวเกมยังมีระบบที่คู่มากับความเป็น RPG คือระบบ Streetkid หรือค่าชื่อเสียงที่จะมีผลต่อภารกิจที่เราสามารถรับได้ในเกมนี้ ยิ่งค่าชื่อเสียงสูง รางวัลที่ได้ต่อภารกิจก็จะยิ่งเยอะตาม
เมื่อผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันการ Gameplay ของ Cyberpunk 2077 คือการที่ให้อิสระกับคนเล่นที่แม้อาจจะไม่สุดเหมือนซีรีส์ Fallout แต่ก็ยอดเยี่ยมมาก ๆ แล้ว
Presentation
FPS- Action – RPG – Open World
สิ่งทางทีมงาน CD PROJEKT RED นำเสนอมาตลอดคืออิสระในการเลือกทางเดินของคุณ ซึ่งก็จริงอย่างที่โฆษณาเอาไว้ เพราะว่าแผนที่ในเกมนี้ใหญ่มาก ๆ แต่ละโซนจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นประชากร ศัตรูรวมถึงบรรยากาศทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ
ด้วยความที่เกมเป็นรูปแบบ FPS ทำให้เราได้เสพโลกใบนี้แบบเต็มตา ราวกับว่าอยู่ในโลกของเกม พลวัตต่าง ๆ ทั้งการต่อสู้ การออกเดินทาง การขับขี่ยานพาหนะไปในที่ต่าง ๆ ล้วนทำออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่หากคุณเป็นคนแพ้เกม FPS และแพ้แสงสีที่ฉูดฉาด ผู้เขียนก็คอแนะนำให้ข้ามเกมนี้ไป เพราะแม้ผู้เขียนจะเล่นเกม FPS มาตั้งแต่เด็ก เจอเกมนี้ไปเล่นสักพักถึงขั้นต้องถอยเนื่องจากอาการตาลาย (หรือว่าเราแก่แล้ว T-T)
ภารกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะภารกิจที่เป็นส่วนสำคัญของเนื้อเรื่อง ทำออกมาได้ดีมากๆ แถมจะไม่รู้สึกถึงการดีไซน์ที่ซ้ำ ๆ เลย ทำให้เรารู้สึกสนุกมาก ๆ กับการทำภารกิจเนื้อเรื่องหรือตัวละครสำคัญ แต่ภารกิจอื่น ๆ นอกจากนี้อาจจะใช้ดีไซน์ซ้ำไปหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าศัตรู หาหลักฐาน ช่วยคนจ้างแก๊งอันธพาล ตอนแรก ๆ ก็อาจจะสนุกดี เพียงแค่ว่ามันน่าจะมีวิธีในการนำเสนอที่ดีกว่านี้ได้ หรือสร้างแรงจูงใจในการทำภารกิจให้มากขึ้น
ในส่วนของระบบ RPG ของเกมนี้แม้ว่าจะมีส่วนดีในรูปแบบของ Gameplay แต่ในแง่ของความรู้สึกของผู้เล่นค่อนข้างจะหัวเสียเอาเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของเครื่องแต่งกายที่ตัวผู้เขียนเองก็เซ็ง เนื่องจากเรามีไอเทมเท่ ๆ มากมาย แต่ว่าคุณสมบัติมันไม่ค่อยจะดี ทำให้เราจำใจจะต้องใส่ชุดที่ไม่เท่เพื่อให้ตัวเองเก่งขึ้น ซึ่งระบบนี้มันตกยุคไปหลายปีแล้ว สมัยนี้อย่าว่าแต่ระบบ Transmogrification (การเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของไอเทมแต่ว่าคุณสมบัติยังอยู่) บางเกมแทบจะย้อมสีเสื้อผ้าได้ด้วยซ้ำ
ขึ้นชื่อว่าเป็นเกม Open World สิ่งที่จะขาดไม่ได้คือระบบยานพาหนะที่ในเกมนี้มีมากมายหลายคัน รวมถึงมีให้เราได้ซื้ออีกเป็นสิบ แต่เหมือนระบบฟิสิกส์อาจจะเบาไปหน่อย ทำให้การควบคุมอาจจะยากไปหน่อย โดยเฉพาะการเข้าโค้งหรือการเบรกที่บังคับได้ยาก
จะพูดถึงเลยก็คงจะไม่ได้กับระบบภาษาไทยในเกมนี้ ที่เรียกได้ว่าเทพซ่ามาก ๆ ทำออกมาได้สื่ออารมณ์ของตัวละคร รวมถึงบริบทได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้บรรดา Interface ในเกมยังเป็นภาษาไทยอีกต่าง ๆ เรียกได้ว่าเกือบไร้ที่ติ แต่ก็อาจจะมีบางจุดการแปลอาจจะยังไม่ค่อยสมบรูณ์เท่าไหร่แต่ก็ปล่อยผ่านไปได้
จุดเด่นอีกอย่างของเกมนี้คือ Sound Track ต่าง ๆ ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แสดงความเป็น Punk ได้อย่างสุด ๆ แถมการจัดวางเสียต่าง ๆ ยังทำออกมาได้ดี เข้ากับฉากและ Background ของโลกในเกมได้เป็นอย่างดี
โดยรวมแล้วการนำเสนอของเกม Cyberpunk 2077 ถือว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม มี Replay Value (การเล่นได้ซ้ำ ) สูง ชนิดที่ว่าเล่นได้ยาวไปหลายเดือนถ้าคุณไม่เบื่อเสียก่อน
Graphic
ภาพที่ท่านผู้อ่านเห็นตอนนี้ก็ไม่ต้องบรรยายอะไรได้มากครับ Cyperpunk 2077 ถือว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ภาพสวยที่สุดในเวลานี้ (14 ธันวาคม 2020) ภาพที่ท่านเห็นก็คือภาพที่ในเกมจริง ๆ รายละเอียดต่าง ๆ แสงสี เสียงถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ผสมเข้ากับบรรยากาศของเมือง Night City อันเข้ากันดี ยิ่งหากคุณเปิดคู่กับ Ray Tracing ขอบอกเลยว่าภาพสวยจัด ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน
นี่คือภาพระดับ 4K (3840*2160) + Ray Tracing แบบปรับสุดทุก Option จะเห็นได้ว่าภาพของเกมนี้มันยอดเยียมจริง ๆ แต่ก็กินสเปกมาก ๆ ซึ่งถ้าจะเล่นให้ลื่น ๆ เกิน 60 FPS คาดว่าเงินเดือนทั้งปีของผู้เขียนไม่น่าจะพอ
นอกจากนี้ผู้พัฒนารู้ว่าเกมของพวกเขาสวย จึงได้เพิ่ม Photo Mode เข้ามาในเกม ให้คุณได้ถ่ายรูปไปอวดเพื่อน ๆ ได้ตามอรรยาศัย
Performance
ถือว่าเป็นข้อติสำหรับเกม Cyberpunk 2077 เนื่องจากตัวเกมมาพร้อมกับปัญหาด้าน Perfomance อย่างมาก ไม่ว่าจะบัคต่าง ๆ ที่มีตั้งแต่เรื่องฮา ๆ อย่าง NPC ชอบกางแขนกระโดดตบอย่างไม่มีเหตุผล(กางแขนเฉย ๆ ) ,UI ไม่ขึ้น ,ซัพในเกมไม่ตรงกับเสียง ไปจนถึงเรื่องซีเรียสจนเกมล่มก็มี
และที่หนักที่สุดคือเกมนี้กินทรัพยากรเครื่องแบบโหดร้าย ที่ต่อให้คุณจะผ่านขั้นแนะนำของทางผู้พัฒนาเกม แต่เมื่อคุณเข้าไปเล่นจริง ๆ ก็ร่วง โดยสเปกเครื่องของทางผู้เขียนเป็นดังนี้
I5 – 9400F 2.9 GHz /RAM – 16 GB/GPU – Zotac RTX 2060 Mini 6GB /SSD
สเปกสำหรับเกม Cyberpunk 2077
โดยหากอ้างอิงจากสเปกจะเห็นได้ว่า เครื่องของผู้เขียนผ่านสามารถเล่นแบบ High ในความละเอียดแบบ 2K ได้รวมถึงสามารถเล่นพร้อมกับการเปิด Ray Tracing แต่เมื่อเล่นจริง ๆ เฟรมเรทลดแบบกระจุยกระจายเกิน 60 FPS ได้เพียงบางฉากเท่านั้น ยิ่งฉากไหนที่มีเอฟเฟกต์เยอะ ๆ บอกเลยกว่า 14 FPS ก็มี
หากคุณคิดว่าปัญหาที่เกิดกับชาว PC ว่าหนักแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาว Console หนักยิ่งกว่า โดยเฉพาะเครื่องรุ่นเก่าอย่าง PS4 และ Xbox One ที่เรียกได้ว่าเจอปัญหาหนักว่ามาก ไม่ว่าจะเป็น Texture ที่โหลดไม่ทัน ภาพที่เหมือนกับเกมตกยุค หรือบางครั้งเกมก็เด้งออกไปแบบไม่เตือนอะไร
ก็ได้แต่หวังว่าทางทีมผู้พัฒนาจะรีบแก้ปัญหาในเร็ววัน มิฉะนั้นเรื่องนี้อาจจะเป็นปัญหาระยะยาวสำหรับตัวเกม
เข้าสู่ความเป็น Cyberpunk 2077 มากกว่าที่เคย
หากคุณอ่านรีวิวมาถึงช่วงนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องขายของแล้วล่ะ โดยการที่จะเข้าสู่ความเป็น Cyberpunk อย่างเต็มอารมณ์และความรู้สึก อาจจะต้องหาของบางอย่างที่ทำให้เราสนุกกับสิ่งนี้ยิ่งขึ้น คงไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่า Kaidee Marketplace อีกแล้ว ที่นี่มีสินค้าให้คุณได้เลือกซื้อมากมายถึง 32 โหมดเลยทีเดียว ซึ่งไอเทมที่ผู้เขียนแนะนำมีต่อไปนี้
หูฟังแจ่ม ๆ สักตัว
อย่างที่กล่าวไว้ในช่วง Gameplay ว่าเสียงเพลงในเกมนี้ทำออกมาได้ดีมาก ๆ หากคุณอยากที่จะอินเข้าไปอีกก็คงไม่มีอะไรที่จะยอดเยี่ยมไปกว่าการหาหูฟังดี ๆ สักตัว จะเอาเป็นหูฟังสำหรับการฟังเพลงก็ดีหรือจะเอาเป็นหูฟังสำหรับการเล่นเกมก็เยี่ยม
RTX คือมาตรฐานของยุคนี้
การ์ดจอ RTX ถือว่าเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับใครที่อยากจะสร้าง PC Gaming ในยุคนี้ เพราะเกมต่าง ๆ รองรับการใช้งานฟังก์ชันนี้กันมากขึ้น ทำให้แสงและเงาของเกมสมจริงราวกับอยู่ในโลกของเรา นอกจากนี้หนึ่งในเทคโนโลยีที่สำคัญอย่าง DLSS เป็นเหมือนกับพระเอกในเกมนี้ เนื่องจากระบบนี้ได้ใช้ AI เข้ามาคำนวณในเกม ทำให้เราได้ประสิทธิภาพเกมที่ดีขึ้นอีกด้วย
แฟชั่นยุค 1960’s – 1970’s ผสมกับความทันสมัย
ปิดท้ายด้วยแฟชั่นแจ่ม ๆ ในยุค 1960’s – 1970’s ที่จะทำให้คุณไม่ตรงเทรนด์แม้ว่าจะเป็นปี 2020 แล้วก็ตาม โดยเสื้อผ้าจากเหล่านี้สามารถหาได้ในหมวดของ Marketplace เลย เรามีให้คุณได้เลือกเพียบทั้งสตรีและสุภาพบุรุษ หรือจะเลือกมิกซ์กับแฟชันยุคปัจจุบันก็ได้
สรุป
Cyberpunk 2077 แม้ว่าจะทำระบบการเล่นออกมาได้อย่างดีประหนึ่งกับการกระดกแก้ว Whisky กับเหล่าเพื่อน ๆ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความตื่นเต้น ความกว้างใหญ่ของเกม พร้อมบทสรุปอันแสนตราตรึง แต่ด้วยปัญหาในด้านของ Performance และดีไซน์ของ Gameplay ที่อาจจะดูแบนไปหน่อย ทำให้เกมนี้ยังห่างไกลจากคำว่า Game of the Year อยู่หลายขุม
7.5 / 10 คือตัวเลขที่เหมาะสมแล้วสำหรับเกมนี้