8 ที่เที่ยว! เที่ยวไทยให้เหมือนไปต่างประเทศครบทุกถดู

8 ที่เที่ยว! เที่ยวไทยให้เหมือนไปต่างประเทศครบทุกถดู

และแล้วก็ถึงช่วงนับถอยหลังเข้าสู่เวลาแห่งการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีอย่างเทศกาลปีใหม่แบบนี้มาบ้าง และแน่นอนว่าคำตอบย่อมหลากหลาย 

บางคนอาจกลับไปเยี่ยมครอบครัวญาติสนิทมิตรสหายที่บ้านเกิด บ้างก็นอนอยู่บ้านชาร์จแบตชิล ๆ หรือจัดทริปเที่ยวยาว ๆ หาช่วงสถานการณ์ COVID-19 ระบาด

ถึงปีนี้อาจจะพลาดโอกาสแต่ในเมื่อช่วงนี้จังหวะยังไม่อำนวยให้ออกไปท่องโลกกว้าง ก็ไม่ต้องเศร้า เพราะเราจัดคัมภีร์เที่ยวไทยอย่างไรให้เหมือนไปรอบโลกแบบครบสี่ฤดูมาฝาก เก็บข้อมูลไว้แล้วเตรียมแพลนล่วงหน้าไปด้วยกันนะ!

ฤดูร้อน

เกาะพยาม

มัลดีฟเมืองไทย หาดทรายขาว ทะเลใส ที่ไม่ควรพลาด!

หนึ่งในมัลดีฟเมืองไทยระดับตำนานต้องยกให้ ‘เกาะพยาม’ จ.ระนองเลย ความสวยงามของที่นี่อยู่ตรงหาดทรายเนียนและน้ำทะเลใส ถ้าอยากได้ฟีลมัลดีฟเข้าไปอีก ก็แนะนำให้พักที่ ‘The Blue Sky Resort’

รีสอร์ตบนเกาะพยามที่ชวนให้รู้สึกเหมือนอยู่มัลดีฟด้วยบรรยากาศบ้านพักกระท่อมกลางน้ำ ให้คุณได้ดื่มด่ำกับน้ำทะเลสีเขียวคราม ความร่มรื่นของป่าโกงกาง และหาดทรายขาว

ใครที่อยากฉลองปีใหม่แบบส่วนตัวพลางซึมซับบรรยากาศความสดใสประหนึ่งอยู่มัลดีฟช่วงฤดูร้อน ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ รับรองว่าถูกใจไม่มีผิดหวังแน่นอน

พิกัด: 22 หมู่ 1 เกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 

เบอร์โทรศัพท์:  080 611 4614

I LOVE FLOWER FARM

เยือนทุ่งดอกไม้หลากสีรับปีใหม่ให้เหมือนไปฮอกไกโดหน้าร้อน

ปีนี้อาจจะมีหลายคนพลาดทริปชมทุ่งดอกไม้เมืองฮอกไกโดช่วงหน้าร้อน แต่ไม่เป็นไร ปีใหม่นี้ไปสัมผัสบรรยากาศทุ่งดอกไม้หลากสีที่สดใสกันได้ที่ ‘I LOVE FLOWER FARM’ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่มีทุ่งดอกซีโลเลียหลากสี ปลูกไล่โทนตั้งแต่ ส้ม แดง ชมพู นอกจากดอกซีโลเลียแล้ว ยังมีทุ่งดอกมาร์กาเร็ตทุ่งดังทุ่งเดิม ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยไม่แพ้ทุ่งดอกไม้หน้าร้อนเมืองฮอกไกโดเลย 

สำหรับการเข้าชมนั้น ต้องจองล่วงหน้าเนื่องจากมีผู้เข้าชมจำนวนมาก แอบกระซิบว่าควรจองแต่เนิ่น ๆ เพราะที่นี่ฮอตมาก ส่วนค่าเข้าชมจะคิดคนละ 90 บาท ซึ่งรวมค่าน้ำและของว่าง ค่าที่จอดรถ และค่ารถรับส่งจากที่จอดรถ

พิกัด: 33 ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 

เบอร์โทรศัพท์: 093 741 8884

ฤดูใบไม้ผลิ

ภูลมโล

หลงลมในหุบเขาซากุระเมืองไทย

ฉลองปีใหม่ด้วยทริปสีหวานรับลมหนาวที่ ‘ภูลมโล’ พื้นที่ยอดเขาภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย 

ไฮไลต์เด็ดคือดอกพญาเสือโคร่งหรือที่คนชอบเรียกกันว่า ซากุระเมืองไทยที่จะบานสะพรั่งให้ยลโฉมความงดงามแบบเต็มตาเต็มใจในช่วงเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 

ขอบอกว่าความสวยไม่แพ้กับซากุระเมืองญี่ปุ่นเลยทีเดียว เหมาะแก่การไปเก็บบรรยากาศดอกไม้สีชมพูหวานต้อนรับปีใหม่ ชวนให้นึกถึงฤดูใบไม้ผลิที่หลายคนอาจจะพลาดโอกาสได้ไปเยือนแดนซากุระในปีนี้

พิกัด: อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย 

เบอร์โทรศัพท์: 081 596 5977

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่

ชมดอกซากุระเมืองไทยในสายหมอก

อีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิ ขอยกให้ ‘โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ’ ดอยผ้าห่มปก โครงการในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่สำหรับให้มากางเต็นท์ดื่มด่ำธรรมชาติกันแบบเต็มอิ่ม 

ไฮไลต์ของโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ช่วงปีใหม่ก็คือเหล่าต้นพญาเสือโคร่งที่จะพร้อมใจออกดอกมาให้ชื่นชมความสวยงามประหนึ่งเดินอยู่ในสวนซากุระฤดูใบไม้ผลิ และช่วงเช้ายังสามารถเดินทางขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ยอดดอยผ้าห่มปกเป็นของแถมได้อีกด้วย 

เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปฉลองปีใหม่หน้าหนาวในช่วงปลายเดือนธันวาคมไปจนถึงตลอดเดือนมกราคม ใครคิดจะแวะไปรับลมหนาวภาคเหนือในช่วงนั้น ไม่ควรพลาด!

พิกัด: หน่วยพิทักษ์ อช.ดอยผ้าห่มปกที่ 4 โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ม.15 ต.แม่สาว อ.แม่อาย  จ.เชียงใหม่ 

ฤดูใบไม้ร่วง

โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์

เดินเล่นท่ามกลางใบไม้ผลัดสี

เข้ามาดื่มด่ำบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีฟีลต่างประเทศในช่วงฤดูหนาวของเมืองไทยกันได้ที่ ‘ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์’ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ถือว่าเป็นอีกที่เที่ยวที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบความโรแมนติก

ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศอ่างเก็บน้ำเคล้าไอหมอกและป่าสน รวมทั้งไฮไลต์เด็ดที่เราอยากแนะนำนั่นก็คือใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีในช่วงเดือนธันวาคม-ต้นกุมภาพันธ์ เรียกว่าเหมาะแก่การมาเที่ยวชมในช่วงปีใหม่เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับใครที่มาเที่ยวที่นี่ ถ้าอยากดื่มด่ำบรรยากาศแบบเต็มอิ่ม แนะนำให้จองบ้านพักโครงการหรือจะเช่าที่กางเต็นท์ก็ฟินไม่แพ้กัน ลักษณะตัวบ้านพักจะเป็นบ้านไม้เข้ากับบรรยากาศป่าสน อยู่สบาย ถ่ายรูปสวยแน่นอน

พิกัด: ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ 

เบอร์โทรศัพท์: 053 215 981

ดอยแม่โถ

ดอยแม่โถ 360 องศา

เดินเล่นในทุ่งหญ้าสะวันนาสีทอง

ดอยแม่โถถือเป็นดอยที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ด้วยบรรยากาศระดับอินเตอร์ เหมือนได้ไปเดินเล่นอยู่ท่ามกลางหุบเขาในยุโรปก็ไม่ปาน ตั้งอยู่ใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ 

แลนมาร์กที่ใครมาก็ต้องแชะภาพคือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาชนิดที่เห็นวิวได้รอบแบบ 360 องศา แถมยังได้มีตแอนด์กรี๊ดฝูงควายเจ้าถิ่นที่จะมากินหญ้าอีกด้วย

ถ้าไปดอยแม่โถในช่วงปลายปีเก่าเข้าปีใหม่แบบนี้ จะได้ซึมซับบรรยากาศทุ่งหญ้าสีเหลืองทอง จากหุบเขาเขียวขจีก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองและน้ำตาลสลับกัน ประหนึ่งเดินเที่ยวเนินเขาช่วงฤดูใบไม้ร่วง

สำหรับการเดินทาง เราสามารถขับรถส่วนตัวมาจอดที่จุดบริการขนส่งนักท่องเที่ยวขึ้นดอยแม่โถ และใช้บริการจ้างรถชาวบ้านขึ้นไป เนื่องจากเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย จึงไม่อนุญาตให้นำรถขึ้นไปเองแล้ว 

พิกัด: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ ต.บ่อสลี อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

เบอร์โทรศัพท์: 088 434 4902

Day & Night Cafe
Credit: DAY & NIGHT PHUKET 

ฤดูหนาว

Day & Night Of Phuket 

ดื่มด่ำบรรยากาศคริสต์มาส ณ คฤหาสน์หรู   

ในช่วงใกล้ปีใหม่แบบนี้ หลายคนน่าจะโหยหาบรรยากาศการเฉลิมฉลอง สีสัน และแสงไฟที่เราชื่นชอบอย่างเทศกาลคริสต์มาส เดี๋ยวนี้มีหลายคาเฟ่และร้านอาหารที่จัดธีมคริสต์มาสได้สวยงามเหมือนแถบประเทศต้นกำเนิดเทศกาล

‘Day & Night Of Phuket’ คาเฟ่และร้านอาหารกึ่งบาร์ในตัวเมืองภูเก็ตที่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าจรดเที่ยงคืนก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่ได้ชื่อว่าจัดธีมคริสต์มาสได้อลังการมาก ๆ เดินเข้าไปแล้วเหมือนหลุดไปอยู่แถบยุโรป อยากหยิบเฟอร์ขึ้นมาพาดไหล่รับลมหนาวทันทีทันใดเลยทีเดียว 

ด้วยความที่ตัวร้านตกแต่งสไตล์คฤหาสน์ยุโรปอยู่แล้ว จึงยิ่งเข้ากับต้นคริสต์มาสเกล็ดหิมะที่นำมาจัดตั้งไว้ตรงทางเข้าร้าน รวมทั้งบันไดและพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งบรรยากาศแบบนี้จะมีให้ชมกันจนถึงปลายเดือนมกราคมเลย

ร้านนี้ในช่วงเช้าจะเปิดเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ ส่วนกลางคืนจะเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ มีดนตรีสดให้ฟังชิล ๆ จะมาถ่ายรูปตอนกลางวันก็สวย แต่แอบกระซิบว่าให้ลองไปนั่งชิลทานข้าว จิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีสดเคล้ากับบรรยากาศคริสต์มาสช่วงกลางคืนดู รับรองว่าต้องติดใจจนอยากกลับไปอีก

พูดถึงเรื่องบรรยากาศเยอะแล้ว ต้องพูดเรื่องอาหารหน่อย ที่นี่มีอาหารหลากหลายสไตล์ให้เลือกทั้งอาหารไทยแบบฟิวชัน อาหารไทยกลิ่นอายคนใต้ และอาหารไทยโบราณที่อาจจะไม่ค่อยเคยได้ยินชื่อแล้ว ตลอดจนอาหารยุโรป ของหวาน และกาแฟ ก็มีให้เลือกทานครบเครื่อง

เมนูแนะนำที่อยากให้ลองก็คือ ‘หมูซูวีฮ้อง’ เป็นการนำเนื้อหมูไปหมักด้วยเครื่องเทศหลากหลายชนิดตามแบบฉบับสูตรคนใต้และนำมาซูวีจนนุ่มฉ่ำละลายในปาก และ ‘แสร้งว่ากุ้ง’ เป็นยำกุ้งสูตรโบราณแบบชาววัง รสชาติกลมกล่อมสดชื่นที่เข้ากับกุ้งเนื้อฉ่ำเด้งสู้ฟัน  

พิกัด: ต.ตลาดใหญ่, อ.เมืองภูเก็ต, จ.ภูเก็ต 

เปิด-ปิด: 9.00 – 24.00 น. (เปิดทุกวัน)

เบอร์โทรศัพท์: 076 219 788

Credit: B-story Garden Cafe & Restaurant

B-story Garden Cafe & Restaurants

ท่องเทศกาลคริสต์มาสใจกลางกรุงเทพฯ 

เอาใจคนที่อยู่กรุงเทพฯ และไม่ชอบไปไหนไกลช่วงปีใหม่ด้วยคาเฟ่และร้านอาหารที่จัดธีมคริสต์มาสในบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสที่เหมือนยกเอาถนนยุโรปมาไว้ 

‘B-story Garden Cafe & Restaurants’  ตั้งอยู่ในซ.ประดิษฐ์มนูธรรม 25 เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตัวร้านแบ่งเป็นสองชั้น ตกแต่งในสไตล์วินเทจผสมผสานความเป็นยุโรปคลาสสิก ยิ่งเพิ่มธีมคริสต์มาสเข้าไปยิ่งเพอร์เฟกต์

อาหารที่นี่มีทั้งอาหารไทย ยุโรปและอาหารไทยแบบฟิวชัน รวมทั้งของหวานและน้ำดื่ม เมนูเด็ดที่แนะนำได้แก่ ‘สปาเกตตีต้มยำกุ้งแม่น้ำ’ สปาเกตตีเส้นดำราดซอสต้มยำรสชาติจัดจ้านทานคู่กับกุ้งแม่น้ำตัวโต โปะด้วยไข่กุ้ง และ ‘B-healthy Smoothie’ สมูตตี้สูตรเฮลตี้ ผสมผสานระหว่างเคลและน้ำผึ้ง กลมกล่อมลงตัว 

พิกัด: B-Story Garden 33 25 ซ.ประดิษฐ์มนูธรรม, เขตลาดพร้าว, กรุงเทพมหานคร 

เบอร์โทรศัพท์: 083 751 1137

สรุป

บอกเลยว่าเมืองไทยมีที่เที่ยวหลากหลายบรรยากาศให้เลือกไปมาก ๆ สำหรับใครที่คิดถึงทริปเที่ยวประเทศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ต้องถูกใจเพราะเราคัดเอาสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทยที่ได้ฟีลเหมือนไปต่างประเทศครบถ้วนทุกฤดูตั้งแต่ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว

ใครคิดถึงดอกซากุระ ใบไม้ผลัดสี ทุ่งหญ้าสีเหลืองนวล หรือกลิ่นอายเทศกาลคริสต์มาสในยุโรป ก็มีมาให้หมด สำหรับใครที่ยังไม่ได้เตรียมแพลนเที่ยวช่วงปีใหม่ ก็สามารถแวะมาเก็บข้อมูลกันได้ 

และถ้าใครกำลังมองหารถเช่าหรือรถยนต์สักคันไว้ขับไปเที่ยวให้สนุกสดเหวี่ยง ก็ลองเข้ามาเลือกกันได้ที่ Kaidee Auto เลยค่ะ ได้รถดี ๆ ไปทริป ดี ๆ รับรองว่าฟิน!

มือใหม่อยากขับฮาร์ลีย์ ต้องเลือกยังไงให้โดนใจ

มือใหม่อยากขับฮาร์ลีย์ ต้องเลือกยังไงให้โดนใจ

หนึ่งในรถมอเตอร์ไซค์ที่ใครหลาย ๆ คนใฝ่ฝันที่ได้ขับขี่สักครั้ง คงจะหนีแบรนด์นี้ไปไม่ได้เลย นั่นก็คือ Harley Davidson หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “ฮาร์เล่ย์” เป็นมอเตอร์ไซค์ที่รูปลักษณ์สุดโดดเด่น เพราะเวลาคนขับจะต้องยกแขนสูง จนใคร ๆ ที่ได้เห็นรถทรงเดียวกันแต่เป็นแบรนด์อื่นยังต้องเรียกตามว่าเป็น ทรงฮาร์เล่ย์

ทั้งนี้ก็มีไบค์เกอร์จำนวนไม่น้อยเลยที่สนใจใน “ฮาร์เล่ย์” แต่กลัวที่จะขับ ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงบวกเข้ากับทรงที่ทำให้ดูขับขี่ได้ยากเสียเหลือเกิน เรามองเห็น Pain Point ในจุดนี้ จึงได้จัดเขียนบทความนี้ขึ้นมา ให้เป็นเหมือนไกด์บุ๊คสำหรับมือใหม่ ว่าควรจะเริ่มเล่นรถ Harley Davidson กันอย่างไร?

ประวัติของ Harley Davidson

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าแบรนด์ Harley Davidson คร่าว ๆ ก่อนว่ามีความเป็นมาอย่างไร ทำไมแบรนด์มอเตอร์ไซค์นี้ถึงได้กลายมาเป็นตำนานที่ส่งให้ Brand Royalty (ผู้ที่มีความคลั่งไคล้ในแบรนด์อย่างถึงที่สุด) ต้องมาติดตามซื้อเมื่อรุ่นใหม่ ๆ ทุกครั้งที่ออกมา

แบรนด์ Harley Davidson เริ่มต้นจาก วิลเลียม ฮาร์เล่ย์ และ อาร์เธอร์ เดวิดสัน โดยในปี พ.ศ. 2444 โดยทั้งคู่เริ่มผลิตมอเตอร์ไซค์จากการนำเครื่องยนต์เล็ก ๆ มาติดเอาไว้กับจักรยาน หลังจากนั้นใน พ.ศ. 2446 เปิดเป็นบริษัทขึ้นโดยนำนามสกุลของทั้งคู่มารวมกันเป็นชื่อแบรนด์ ก่อเกิดเป็น Harley Davidson Motor Company และเชี่ยวชาญอย่างมากเรื่องจักรยานที่ใส่เครื่องยนต์ จนกระทั่งท้ายที่สุด พ.ศ. 2449 เค้าทั้งสองก็ได้สร้างโรงงาน และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็น Harley Davidson อย่างในปัจจุบันนั้น เป็นการพัฒนาต่อยอดมาเรื่อย ๆ จดสามารถผลิตเครื่องยนต์ที่เรียกว่า V-Twin รุ่นแรก ขนาดกระบอกสูบ 880 cc กำลัง 7 แรงม้า ให้ความเร็วสูงสุดถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง จนทำให้แบรนด์นั้นเป็นที่นิยมในท้ายที่สุด

ประเภทของ Harley

ได้รู้ไปแล้วถึงประวัติความเป็นมาคร่าว ๆ ของแบรนด์ Harley Davidson มาดูกันต่อเลยกับรูปทรงต่าง ๆ ที่ได้ถูกผลิตออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายให้แก่เหล่าสาวก Harley นั่นจึงทำให้ Harley มีเสน่ห์เหลือล้นกว่าแบรนด์อื่น ๆ

ทรง Sportster

เป็นมอเตอร์ไซต์จากทาง Harley Davidson ที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังรวมไปถึงเครื่องยนต์และชุดแต่งอีกด้วย ซึ่งเหมาะในการขับขี่ไม่ได้ไกลมากเท่าไรนัก ขับขี่ในเมืองเพื่อไปทำงานในยามเช้า รถทรงนี้ตอบโจทย์แน่นอน

ทรง Softail

เป็นหนึ่งในตระกูลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่สาวก Harley ด้วยขนาดเครื่องยนต์แบบจุใจ 1,000 cc รวมไปถึงรูปทรงที่หรูหรา ทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจเป็นอย่างมาก เสียงจากท่อที่เพิ่มความดุดัน แถมขับขี่ระยะไกล ๆ ได้อีกด้วย ตอบโจทย์สายเที่ยวเป็นอย่างมาก

ทรง Touring

เป็นทรงที่รับความนิยมที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้กับรถทรงนี้ ด้วยทรงที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ระยะทางไกล ๆ ไปเที่ยวได้ในทุกที่สมชื่อกับความเป็น Touring แล้ว ยังมีความใหญ่ของตัวถัง นั่งสบาย รวมไปถึงระบบต่าง ๆ ที่อำนวยให้การท่องเที่ยวนั้นมีประการณ์ในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม 

ทรง Dyna

เป็น Harley Davidson ที่มีทรงเพรียวที่สุด ด้วยการออกแบบที่ทำมาให้ลู่กับไปสายลมเวลาที่ขับขี่ ทำให้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ขับขี่ได้ง่ายและสนุก อีกทั้งยังมีชุดแต่งมากมายที่ทาง Harley มีมาให้เลือกซื้อ เพื่อปรับเปลี่ยนมาให้เป็นรถสไตล์ของคุณได้มากที่สุด

CVO

หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คือ Custom Vehicle Operations รถรุ่นพิเศษที่ทำแยกออกมาจากรุ่นปกติ โดยเพิ่มชุดแต่งต่าง ๆ รวมไปถึงฟังก์ชันที่ไม่มีอยู่ในรุ่นปกติเข้ามาเพิ่มให้จากตัวของโรงงานเอง เป็นอีกหนึ่งประเภทที่รับการจับตามองจากเหล่าสาวก Harley

ผู้หญิงขับ Harley ได้ไหม

คำถามนี้มันเกิดขึ้นในหมู่ของผู้หญิงเป็นอย่างมาก ว่าจริง ๆ แล้วผู้หญิงขับได้ไหม ด้วยขนาดที่ใหญ่และรูปทรงที่อาจจะดูเป็นผู้ชาย ซึ่งทาง Harley ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับการที่ทำให้ผู้หญิงนั้นรู้สึกว่ารถของแบรนด์เขาเหมาะแค่กับผู้ชาย Harley จึงได้ทำการตลาดอย่างหนึ่งขึ้นมาเพื่อสื่อสารออกมา โดยทำโปสเตอร์ เป็นผู้หญิงขับ Harley รวมไปถึงการออกเครื่องแต่งกายสำหรับผู้หญิง นั่นจึงเป็นเครื่องการันตีจากทางแบรนด์ที่บอกว่า “ผู้หญิงก็สามารถขับได้”

มือใหม่ซื้อ Harley ต้องดูอะไรบ้าง

สำหรับมือใหม่แล้วการเลือกซื้อรถมอเตอร์ไซค์ของ Harley สักคันคงจะเป็นเรื่องที่ยากเอามาก ๆ ดังนั้น ลองพิจารณาดูก่อนเลยว่าตัวเองนั้นเหมาะกับการซื้อหรือไม่

1. ทักษะการขับขี่

ด้วยความที่รถของ Harley เป็นรถที่มีน้ำหนักค่อนข้างหนัก จึงทำให้ขับขี่ได้ยากในระดับ แต่หากมีความสามารถในการขี่รถบิ๊กไบค์อยู่แล้ว คุณก็น่าจะสามารถขับได้อย่างไม่ยากนัก เพียงแค่อาจจะต้องปรับตัวสักพักหนึ่งหลังจากการซื้อมาขับขี่ ทั้งนี้หากอยากให้มั่นใจจริง ๆ แนะนำให้ลองเสียก่อน โดยการเข้าไปจองในเว็บไซต์ ของ Harley เอง

จองทดลองขับ คลิกที่นี่

2. แรงของผู้ขับขี่

อีกเรื่องที่สำคัญมากเลย เพราะไม่มีใครจะรู้อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไร ซึ่งเมื่อรถเกิดล้มขึ้นมา ด้วยขนาดของรถยนต์ที่ค่อนข้างใหญ่ บวกเข้ากับน้ำหนักที่เยอะมาก หากรถล้มแล้วมีแรงไม่พอในการที่จะรถกลับมาตั้งตรงได้ ก็ควรต้องคิดแล้วว่าคุณอาจจะไม่เหมาะสักเท่าไรนักกับรถ Harley Davidson

3. สรีระของผู้ขับขี่

ขนาดของร่างกายก็มีส่วนอย่างมากที่ส่งผลต่อการเลือกรุ่นรถ หากเป็นคนตัวเล็ก ๆ อาจจะไม่เหมาะเท่าไรนักที่จะเลือกทรงอย่าง Softail อาจจะเลือกเป็นทรง Sportster ที่มีขนาดเล็กลงมาแทน หากต้องการที่จะรู้จริง ๆ ว่าตัวคุณเหมาะกับอะไร แนะนำให้ลองไปงาน Motor Show หรือ Motor Expo สักครั้ง เพื่อที่คุณจะได้ลองคร่อมรถคันจริง ๆ นั่นเอง

4. ที่จอดรถภายในบ้าน

ต้องดูก่อนเลยว่าบ้านของคุณมีพื้นที่เพียงพอในการจอดหรือไม่ เนื่องจากมอเตอร์ไซค์ของ Harley นั้นไม่เหมือนกับมอเตอร์ไซค์ทั่ว ๆ ไป มันใช้พื้นที่อย่างมากในการที่จะจอด ด้วยขนาดของรถที่ใหญ่แบบไม่มีใครเทียบ จนเหมือนจะกลายเป็นรถยนต์คันหนึ่งแล้ว

5. งบที่ใช้ในการซื้อ

เงินที่มีอยู่ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนวณให้ดี เพราะแต่ละคนย่อมมีงบในการซื้อไม่เท่ากัน แต่ในปัจจุบันนั้น Harley ก็ได้ทำรุ่นที่ราคาไม่สูงเท่าไหร่นัก มาให้แก่ผู้ที่อยากเริ่มเข้ามาลองประสบการณ์ในการขับขี่

รุ่นยอดนิยมของ Harley Davidson

หากพูดถึงรุ่นยอดนิยมแล้ว แน่นอนว่าต้อมมีรุ่นขายดีอยู่ตลอดเวลาอย่างแน่นอน ซึ่งในปึ 2020 จากข้อมูลของทาง Harley Davidson นั้น เมื่อแบ่งตามประเภทและสเปคคร่าว ๆ ก็จะมีดังนี้ที่ขายดีติดอันดับ

ทรง Sportster

Sportster Forty-Eight

เครื่องยนต์ Air-cooled Evolution เกียร์ 5 สปีด เบนซิน ขนาด 1,202 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 96 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที ความจุถังน้ำมัน 7.9 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 252 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 636,500 บาท

Cr. Harley Davidson

Sportster Roadster

เครื่องยนต์ Air-cooled Evolution เกียร์ 5 สปีด เบนซิน ขนาด 1,202 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 95 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ความจุถังน้ำมัน 12.5 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 250 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 609,000 บาท

Cr. Harley Davidson

Sportster 1200 Custom

เครื่องยนต์ Evolution Hydraulic 2 วาล์ว/สูบ เกียร์ 5 สปีด เบนซิน ขนาด 1,202 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 95 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ความจุถังน้ำมัน 17 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 255 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 572,500 บาท

Cr. Harley Davidson

Sportster Iron 883

เครื่องยนต์ Evolution เกียร์ 5 สปีด เบนซิน ขนาด 883 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 70 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ความจุถังน้ำมัน 12.5 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 255 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 509,000 บาท

Cr. Harley Davidson

ทรง Softail

Softail Fat Boy 114

เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 เกียร์ 6 สปีด เบนซิน ขนาด 1,868 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 114 นิวตันเมตร ความจุถังน้ำมัน 18.9 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 304 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 1,109,500 บาท

Cr. Harley Davidson

Softail Heritage Classic 114

เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 เกียร์ 6 สปีด เบนซิน ขนาด 1,868 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 158 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที ความจุถังน้ำมัน 13.2 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 316 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 1,055,000 บาท

Cr. Harley Davidson

Softail Breakout 114

เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 เกียร์ 6 สปีด เบนซิน ขนาด 1,745 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 144 นิวตันเมตร ความจุถังน้ำมัน 13.2 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 294 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 1,046,000 บาท

Cr. Harley Davidson

Softail Fat Bob 114

เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 เกียร์ 6 สปีด เบนซิน ขนาด 1,868 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ความจุถังน้ำมัน 13.6 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 306 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 973,000 บาท

Cr. Harley Davidson

ทรง Touring

Touring Ultra Limited

เครื่องยนต์ Twin Cooled Milwaukee-Eight 107 Hydraulic 2 วาล์ว/สูบ เกียร์ 6 สปีด เบนซิน ขนาด 1,745 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 149 นิวตันเมตร ความจุถังน้ำมัน 22.7 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 399 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 1,528,000 บาท

Cr. Harley Davidson

Touring Road Glide Special

เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 V Twin เกียร์ 6 สปีด เบนซิน ขนาด 1,868 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร ความจุถังน้ำมัน 22.7 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 359 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 1,455,500 บาท

Cr. Harley Davidson

Touring Street Glide Special

เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 V Twin เกียร์ 6 สปีด เบนซิน ขนาด 1,868 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร ความจุถังน้ำมัน 22.7 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 375 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 1,391,500 บาท

Cr. Harley Davidson

Touring Road King Special

เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 V Twin เกียร์ 6 สปีด เบนซิน ขนาด 1,868 cc 4 จังหวะ ระบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที ความจุถังน้ำมัน 22.7 ลิตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 351 กิโลกรัม

ราคาเริ่มต้น : 1,328,000 บาท

Cr. Harley Davidson

สรุปท้ายบทความ

Harley Davidson หนึ่งในมอเตอร์ไซค์ที่เหล่าไบค์เกอร์ทั้งหลายนั้นใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครอง กับประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ก่อให้เกิดความเป็นตำนานได้ จนมาถึงในทุกวันนี้ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเพียงเท่านั้น แต่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้างไปทั่วโลก

ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋า ก็สามารถที่จะเลือกซื้อ Harley Davidson มาขับกันได้ โดยเลือกจากขนาดและความถนัดในการขับขี่ ทั้งนี้ยังรวมไปถึงฝึกฝนการขับให้ชำนาญเพื่อที่จะลดอุบัติเหตุ นั่นรวมไปถึงความปลอดภัยบนท้องถนนของทั้งตัวเราและคนอื่น ๆ เช่นเดียวกัน

หากมือใหม่คนไหนศึกษาข้อมูลมาอย่างดีแล้ว พร้อมแล้วกับการที่จะซื้อ Harley Davidson สักคันแล้วล่ะก็ ให้ Kaidee เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการตัดสินใจ ในการเลือก เพราะที่นี่มีรถมอเตอร์ไซค์มากมายสภาพดีให้เลือกได้ตรงตามไลฟ์สไตล์ของคุณ

7 หนังสือน่าสนใจที่คนอ่านหนังสือแค่ 7 บรรทัดหลงรัก!

7 หนังสือน่าสนใจที่คนอ่านหนังสือแค่ 7 บรรทัดหลงรัก!

DIY Book Gift

สำหรับเทรนด์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน นอกจากจะใช้ชีวิตวิถี New Normal เพราะเจ้าไวรัสร้าย อย่างโควิด 19 แล้วเทคโนโลยีทันสมัยอย่างแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่เรียกได้ว่า เป็นแหล่งความเจริญของโลกออนไลน์

ขนาดแอปพลิเคชันในการสร้างสังคมไร้เงินสด ไทยก็นับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถสร้างแอปพลิเคชัน Internet Banking ได้อย่างเสถียรเกือบที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจสำหรับวิถีชีวิตของคนไทยที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละนิด จากการใช้ชีวิตแบบอนาล็อกเข้าสู่การใช้ชีวิตดิจิทัลแบบเต็มตัว

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดสำหรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตในสังคม คือการที่ผู้คนเริ่มอ่านหนังสือน้อยลง กิจการร้านหนังสือและสำนักพิมพ์เริ่มปิดตัวลงทีละแห่ง เพราะผู้คนนิยมเสพสื่อที่สามารถเข้าใจได้ง่ายและอยู่บนสังคมออนไลน์ 

เห็นได้ว่าคนในปัจจุบันมักจะนิยมเปิด Netflix มากกว่าเปิดแอปเพื่ออ่านวรรณกรรม เนื่องจากการดูหนังหรือซีรีส์ จะช่วยสร้างสุนทรีย์ในการเข้าใจเนื้อหาได้มากกว่า เพราะการนำเสนอผ่านหนังจะช่วยให้คุณเห็นภาพและเนื้อหาซึ่งย่อยง่ายกว่าการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านตัวอักษร 

ยิ่งควบคู่กันกับวิถีการใช้ชีวิตของคนไทย ที่ชีวิตมีความเคร่งเครียดจากการเรียนและการทำงานกับตัวหนังสืออยู่ในทุกวัน จนกลายเป็นอาการ “เอียน” ตัวอักษรขึ้นมา 

รวมถึงวรรณกรรมในสมัยก่อน นอกจากจะเป็นเรื่องที่จริงจัง ไม่ประโลมโลกแล้ว ยังเน้นนำเสนอความจริงที่เสียดสีสังคมจนหลายคนหวาดกลัวในชุดความคิดที่แฝงมาในวรรณกรรมเหล่านี้ เลยกลายเป็นกระแสต่อต้านและไม่นิยมหนังสือในสังคมไทยขึ้นมา และเป็นที่มาของหนึ่งในที่มาของวลี

คนไทยอ่านหนังสือปีละไม่เกิน 7 บรรทัด

7 หนังสือน่าสนใจที่อ่านง่าย เข้าใจไม่ยาก!

การเข้าใจซึ่งธรรมชาติการอ่านของคนในสังคม คือสิ่งที่อยากให้หลายคนเข้าใจมากขึ้น แม้ว่าหนังสือหลายชิ้นจะผลิตออกมาในทุก ๆ ปี ทว่าจำนวนคนอ่านกลับสวนทางจนน่าเสียดาย ดังนั้นต้องเริ่มจากรูปแบบความคิดก่อนว่า การอ่านหนังสือไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ หลายเรื่องสนุกสนานเหมือนภาพยนตร์สักเรื่องเลยล่ะ การเริ่มต้นเลือกน่าหนังสือสักเรื่อง อาจเริ่มจาก 7 เรื่องต่อจากนี้ก่อนก็ได้!

1.รหัสลับพันธุกรรมฆาตกร プラチナデータ – สำนักพิมพ์ Bibli

ผู้เขียน : Higashino Keigo (ฮิงาชิโนะ เคโงะ)  ผู้แปล : หนึ่งฤทัย ปราดเปรียว

รีวิว 7 บรรทัด 

“นักเขียนชาวอาทิตย์อุทัย ผู้โด่งดัง จากผลงานนิยายหลากหลายเรื่อง”

“ภาษาอ่านง่าย เข้าใจไม่ยาก” 

“นิยายแนวสืบสวน ระทึกขวัญ มีฉากน่ากลัวบ้าง แต่เลือดไม่สาดแน่นอน!”

“การดำเนินเรื่องค่อนข้างเป็นเส้นตรง” 

“หาฆาตกรจาก DNA ได้ทั้งรูปพรรณสัณฐาน และการคาดคะเนที่เรียกได้ว่ามาเหนือ”

“ตัวเอกมีบุคลิกที่โดดเด่น บอกได้ตั้งแต่ปรากฏตัวเลยว่า นี่มันพระเอก!” 

“จุดที่น่าสนใจที่สุดคือบุคลิกของพระเอก ที่อาจเป็นปมหลักของเรื่อง”

รีวิวตัวเต็ม

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเรื่องนี้คือ การที่นิยายโด่งดังจนถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในประเทศญี่ปุ่น และเป็นผลงานจากนักเขียนเลื่องชื่ออย่าง ฮิงาชิโนะ เคโงะ ผู้ฝากผลงานการเขียนโด่งดังไว้อย่างมากมาย 

แต่สิ่งที่จะทำให้เหล่าผู้อ่านหนังสือ 7 บรรทัดจะต้องปลื้ม คือการเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมาและการแปลที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างไม่ปิดบัง ทำให้เรื่องนี้อ่านได้อย่างเข้าใจง่าย แม้ว่าจะเป็นนิยายสืบสวนระทึกขวัญก็ตาม 

นอกจากนี้ปมปริศนาที่ผู้เขียนได้วางเอาไว้ จากฉากการเปิดตัว “คากุระ ริวเฮ” ภายในสายตาของผู้อื่น เขาดูเป็นบุคคลลึกลับและเต็มไปด้วยปริศนา ทว่ากลับฉลาดเฉลียวเสียจนน่าตกใจ 

แต่ทว่าวันหนึ่งเครื่องมือตัว DNA ที่เขาภาคภูมิใจ ถูกใครบางคนนำมาสร้างผลกระทบย้อนกลับ กลายเป็นเขาเองที่เป็นฆาตกรในคดีฆ่าเพื่อนร่วมทีม ความน่าสนใจจากพล็อตเรื่องตรงนี้ เพราะริวเฮมีสองบุคลิก เราไม่สามารถบอกได้เลยว่า “ริวเฮไม่ใช่ฆาตกร” เพราะถึงแม้เราจะเชียร์ตัวเอกอย่างเขา 

ทว่าเราก็ไม่สามารถรับประกันได้ทั้งใจว่า ตัวเขาอีกคน ไม่ใช่ผู้กระทำหรือผู้สมรู้ร่วมคิด เราจึงต้องร่วมลุ้นไปกับการล้างมลทินให้ตัวเองของริวเฮว่าเขาจะทำให้ความแม่นยำของจักรกลอัจฉริยะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ได้หรือไม่  การสืบสวนที่เสียดสีสภาพสังคมญี่ปุ่นในการมองมนุษย์ในสภาพการทำงานคล้ายจักรกลและเชื่อถือความแม่นยำจากคอมพิวเตอร์ มากกว่าจิตใจมนุษย์คือสิ่งที่นิยายเรื่องนี้พยายามสื่อออกมา

2. กษัตริย์ – Kledthaibook

ผู้เขียน : เดวิด เกรเบอร์ และนิกา ดูบรอฟสกี ผู้แปล: เก่งกิจ กิติเรียงลาภ

รีวิว 7 บรรทัด 

 “เรื่องเล่าคล้ายคลึงเรื่องสั้น เป็นการตั้งชื่อตอนด้วยคำถามน่าสนใจ”

“มีภาพสีประกอบหลายภาพ มีจุดพักสายตาค่อนข้างเยอะ”

“ความน่าสนใจของการเล่าเรื่องจากมนุษย์ธรรมดาสู่กษัตริย์”

“จัดอยู่ในหมวดหนังสือประวัติศาสตร์ แต่เล่าเรื่องสนุก ไม่น่าเบื่อ”

“การเสียดสีสังคมของชนชั้น “กษัตริย์” ตรงกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน”

“หนังสือแปล ที่ให้ความรู้สึกเหมือนคนไทยเขียน อ่านแล้วไม่สะดุดการใช้ภาษาเลย”

“ราคาไม่แพง เล่มละ 180 แต่ได้อะไรหลักล้าน”

รีวิวตัวเต็ม

หนังสือที่เมื่อคุณเดินเข้าบูธในงานไป แล้วคนในสำนักพิมพ์ พากันกรูเข้ามาขายเรื่องนี้ด้วยความรู้อัดแน่นอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งยังตั้งคำถามเชิงปรัชญาให้ขบคิด เพื่อเป็นการกรุยทางสู่การขายหนังสือ “กษัตริย์” เล่มนี้

การเริ่มเล่าเรื่อง ที่ตั้งคำถามเป็นตอน ๆ ก่อนจะแทรกเรื่องราวในประวัติศาสตร์และความเป็นมาในอดีต ก่อนจะมาเป็นกษัตริย์ที่เราเชื่อถือในปัจจุบัน ต้องบอกว่าหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างขายดี และไม่มีการวางขายในร้านหนังสือทั่วไป ต้องสั่งโดยตรงจากทางสำนักพิมพ์หรืองานที่เรื่องนี้ไปออกบูธ 

เรียกได้ว่าเป็นโชคดีของผู้เขียน ที่ได้หนังสือเล่มนี้มาอ่าน และค้นพบว่านอกจากจะเขียนเล่าเรื่องได้ดี และสนุกมากแล้ว ยังทำให้ได้คิดถึงประเด็นอย่างความเป็นมาของกษัตริย์บนโลกใบนี้ เพราะแท้จริงแล้วกษัตริย์ไม่ได้มีมาตั้งแต่มนุษย์ถือกำเนิด แต่เหตุใดกัน โลกนี้ถึงมีชนชั้น “กษัตริย์” เกิดขึ้นและฝังรากยาวนานถึงทุกวันนี้กันนะ ? 

คำตอบของคำถาม ล้วนแล้วแต่อยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้ว ทั้งอุปนิสัยของกษัตริย์ วิถีการคิดที่มีการสืบทอดมาอย่างยาวนาน จุดกำเนิดของเรื่องราวเหล่านี้เริ่มต้นและกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คือสิ่งที่หนังสือเรื่องนี้ต้องการกระตุ้นให้คนสืบค้นที่มามากขึ้น มากกว่าการปิดตาและหลงเชื่อคำพูดของผู้คน

3. The Morning Flight in Sad Fransico – SALMONBOOKS

ผู้เขียน : ธนชาติ ศิริภัทราชัย

รีวิว 7 บรรทัด

“หนังสืออ่านง่าย ฟอนต์ค่อนข้างใหญ่ ลักษณะการเล่าเรื่องแบบหนึ่งบรรทัดแล้วเว้นวรรค”

“โทนเรื่องค่อนข้างเศร้า” 

“เป็นเรื่องสั้นหลากหลายเรื่องในเล่มเดียว”

“เน้นการดำเนินเรื่องด้วย “ความรู้สึก” ของคนรอบตัว” 

“แม้การเปิดอ่านเพียงบทแรก ก็รู้สึกถึงคลื่นของ “ความหน่วงและเศร้า” ถาโถมเข้ามา”

“เล่าถึงเหตุการณ์และอารมณ์ของความเป็นมนุษย์”

“เรื่องง่าย ๆ ที่คุณมองข้ามไปในชีวิต แต่นึกขึ้นได้ยามสายไป”

รีวิวตัวเต็ม

แค่เปิดหน้าแรกของเรื่องสั้นเรื่องนี้ ก็สมกับชื่อเรื่อง The Morning Flight in Sad Fransico แค่การเกริ่นเรื่องก่อนเข้าเรื่องของผู้เขียน ความรู้สึกจากตัวอักษรก็พุ่งตรงเข้ามาในใจ ทั้งบรรยากาศความหน่วงกับความจริงที่เกิดขึ้นก็ทำให้ท้องฟ้าในตอนนี้ดูหม่นกว่าที่เคยทันที

สไตล์การเขียนและภาพวาดประกอบก็เป็นโทนน่ารักที่ไปด้วยกัน ทั้งสเปซช่องว่างการเล่าเรื่อง ทำให้มีจุดพักสายตาค่อนข้างเยอะ โดยการเขียนแบบหนึ่งบรรทัดแล้วเว้นลงมา ไม่ได้ทำให้การอ่านรู้สึกติดขัด แต่เหมือนเป็นการเบรกอารมณ์ก่อนจะไปยังประโยคถัดไป

ด้วยอารมณ์สีเทาในเรื่องเล่า ที่ดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เห็นได้ทุกวัน แต่เรื่องเล่านั้นกลับมีรายละเอียดดีเทลมากมายของความรู้สึกอันเอ่อล้นอยู่ภายในเหตุการณ์ ทำให้ผู้อ่านเข้าใจและอินกับเรื่องสั้นได้มากกว่าเดิม 

เรียกได้ว่า เป็นคลื่นอารมณ์สีเทาที่แผ่ออกมาตามตัวอักษร เหมือนความรู้สึกตอนคุณนั่งเครื่องบินและเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเพียงลำพัง กับท้องฟ้าสีเทาอึมครึมแทนที่จะเป็นดวงอาทิตย์แสนสดใส 

4. The Graveyard Book – Wonder 

ผู้เขียน : Neil Gaiman    ผู้แปล : ลมตะวัน

รีวิว 7 บรรทัด 

“เด็กที่ถูกเลี้ยงในสุสาน ท่ามกลางมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์”

“อีกหนึ่งวรรณกรรมสุดฮิตของ นีล เกแมน”

“ภาพและปกหนังสือมีความสวยงาม ชวนให้น่าอ่าน”

“วรรณกรรมเยาวชนที่จะทำให้คุณต้องร้องไห้ออกมา และได้ข้อคิดกลับไปอย่างมากมาย”

“ครอบครัวและความอบอุ่นของมนุษย์และอมนุษย์”

“ภาษามุมมองที่สาม บรรยายสถานการณ์และสภาพแวดล้อมได้สวยงาม”

“การเดินทางของเด็กชาย สู่โลกกว้าง”

รีวิวตัวเต็ม

เด็กน้อยนามว่า บ๊อด ผู้ถูกเลี้ยงจากครอบครัวที่เป็นวิญญาณ คนรอบตัวหรือเพื่อนของเขาล้วนเป็นวิญญาณด้วยกันหมด จนกระทั่งชายผู้หนึ่งนามว่า แจ็ค ได้มาตามหาเขาอยู่ตลอด และชายผู้นั้นเป็นคนที่ทำให้เขาเป็นกำพร้าตั้งแต่เป็นทารก

การเล่าเรื่องและความลุ้นระทึกในการเอาชีวิตรอดของบ๊อด จากเงื้อมือของฆาตกรที่หวังจะฆ่าเขาให้จนได้  และสภาวะครอบครัวที่แตกต่างจากผู้อื่น ทำให้บ๊อดต้องปรับตัวและสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์และอมนุษย์ให้ตนเอง สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ 

เนื้อเรื่องที่ดูแล้วแฟนตาซี แต่แฝงมาด้วยความละเอียดละอ่อน รวมถึงความอบอุ่นภายในครอบครัว ที่แม้จะอยู่คนละภพก็อยู่ร่วมกันได้ เรียกได้ว่าเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่สร้างรอยยิ้มน้อย ๆ ให้กับคุณ และอาจทำให้คุณต้องร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งได้เช่นเดียวกัน

5. รัฐราชาชาติ – ฟ้าเดียวกัน

ผู้เขียน : ธงชัย วินิจจะกูล

รีวิว 7 บรรทัด

“หนังสือหมวดประวัติศาสตร์การเมืองที่คนให้ความสนใจมากที่สุดตอนนี้” 

“เรื่องราวสะท้อนและเสียดสีสังคมในปัจจุบัน”

“ความเผ็ดร้อนของประเด็นทางการเมืองในปัจจุบันที่ถูกแทรกมาในเล่ม”

“ภาษาอ่านเข้าใจง่ายไม่ยาก เล่าเรื่องตรง ๆ” 

“อธิบายคุณลักษณะของรัฐ ชาติ และชาตินิยมในประเทศไทย”

“ความแตกต่างในการสร้าง รัฐประชาชาติ และรัฐราชาชาติ”

“หนังสือประวัติศาสตร์ แต่ความสนุกในอดีตเหมือนถูกนำมาฉายซ้ำให้มีชีวิตขึ้นอีกครั้ง”

รีวิวตัวเต็ม

กระแสการเมืองในปัจจุบันเป็นสิ่งที่หลายคนปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่กำลังมาแรงและเป็นที่จับตามองของคนหลากหลายวัย จากวลีที่ว่า “กลับไปศึกษาประวัติศาสตร์มาก่อน จะมาพูด” เป็นตัวกระตุ้นสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กวัยรุ่นและเหล่านักศึกษาหลายคน จูงมือกันไปงาน สร้างสีสันให้กับบูธหนังสือฟ้าเดียวกันให้อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

การเพิ่มจำนวนขึ้นของคนที่เข้าไปเยี่ยมชมบูธและหยิบหนังสือประวัติศาสตร์ทางการเมืองขึ้นมาสักเล่ม นับว่าเป็นกระแสที่สร้างความน่าตื่นเต้นและตื่นตัวให้กับเหล่าสำนักพิมพ์และงานหนังสือได้เป็นอย่างดี

ด้วยการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่าย ดำเนินเรื่องด้วยการอธิบายคอนเซปต์ พร้อมแทรกสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันลงไปในเล่ม ทำให้ผู้อ่านมีความอินในเนื้อหามากขึ้นกว่าเดิม จะกล่าวว่าเป็นการสุมไฟก็ไม่ได้ เพราะเน้นการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ควบคู่กับการเล่าเหตุการณ์ปัจจุบันไปคู่กัน สะท้อนสถานการณ์และมุมมองต่อการเมืองของคนสองฝ่ายได้เป็นอย่างดี 

6. ยอดสตรีเป็นยากยิ่ง – Jamsai Publishing

ผู้เขียน : อิ๋นเซียนอวี่

รีวิว 7 บรรทัด 

“นางเอกทะลุมิติไปยังยุคอดีต (ยุคจีนโบราณ)” 

“แอบเป็นแมรี่ซูนิด ๆ มีพลังพิเศษแบบเติมทรูมาเต็ม”

“สังคมของการมีพลังวิเศษ ฝึกยุทธ์ต่าง ๆ ตามที่เห็นได้ทั่วไป”

“นางเอกสามารถสื่อสารคุยกับสัตว์และช่วยสถานะครอบครัวให้ดีขึ้น”

“เขา สนใจนางเอกจากพลังพิเศษ และจองตัวนางเอกเอาไว้”

“ภาษาบรรยายค่อนข้างสละสลวย มีคำศัพท์ในภาษาจีนอยู่” 

“เนื้อเรื่องและการบรรยายค่อนข้างไหลลื่น”

รีวิวตัวเต็ม

อีกหนึ่งนิยายแปลจีน ที่ดำเนินเรื่องด้วยการให้สัตวแพทย์สาวผู้มีความสามารถในการสื่อสารกับสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทะลุมิติหลุดไปในยุคจีนโบราณ ที่นั่นเธอมีพี่ชายสองคน คนหนึ่งเก่งวรยุทธ์ อีกคนแม้ไม่เก่งเท่า แต่ก็สามารถฝึกยุทธ์ได้ ทว่าตัวเธอเองกลับเป็นบุคคลไร้พลัง พาให้คนดูถูกอยู่บ่อยครั้ง

แต่แล้วเธอก็ค้นพบว่า เธอมีพลังที่สามารถสื่อสารกับสัตว์ต่าง ๆ ได้ นี่จึงเป็นจุดที่เธอนำมาช่วยเหลือกอบกู้ชื่อเสื่องให้พี่ชายคนรอง และตัวเธอเอง ด้วยสัตว์วิเศษที่ยอมมาอยู่กับเธอนั่นเอง แต่ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ “เขา” ว่าที่พระเอกของเรื่อง สนใจในตัวเธอเองด้วยเช่นเดียวกัน 

นี่คือเรื่องย่อของนวนิยายแปลที่มีความยาวหลากหลายเล่ม เพื่อเล่าเรื่องราวของชีวิตหญิงสาวผู้ทะลุมิติแต่มากด้วยความสามารถที่หวังจะกลายเป็นยอดสตรีในโลกแห่งนั้น ท่ามกลางสังคมและแนวคิดของผู้มีพลังคือผู้ที่แข็งแกร่งในยุคโบราณ ทั้งนี้ภาษาที่ใช้ก็ช่วยให้คุณช่วยพัฒนาคลังศัพท์ได้เป็นอย่างดี

7. ตกลงนายชอบฉันใช่มั้ย เล่ม1-2 – Rose Publishing

ผู้เขียน : หลี่ว์เทียนอี้ ผู้แปล : ธมน

รีวิว 7 บรรทัด 

“นิยายวายแปลจีน เซ็ตติ้งโรงเรียนมัธยมที่นายเอกเห็นผี”

“วิธีเดียวที่จะไม่เห็นผี คือการเกาะติดคู่อริที่เกลียดขี้หน้า”

“นิยายวายรักวัยรุ่น ที่มาพร้อมปมปริศนาของผี”

“ภาษาอธิบายเข้าใจง่าย ค่อนข้างวัยรุ่น”

“เนื้อเรื่องดำเนินความรักแบบค่อยเป็นค่อยไป จากคู่อริสู่ความรักที่ก่อตัวขึ้นเพราะความใกล้ชิด”

“ครบรส ทั้งหวาน ฟิน เศร้า อ่านเรื่องเดียวคือรักเลย”

“รักในรั้วโรงเรียน ที่เกิดขึ้นให้หัวใจระหว่างคนทั้งคู่ จะทำให้ใจคุณสั่น”

รีวิวตัวเต็ม

นิยายวายหมวดมัธยมที่เป็นความรักในรั้วโรงเรียน ภาษาก็ใช้ระดับภาษาบรรยายทั่วไป ไม่ได้มีความหวือหวา หรือใช้ภาษาบรรยายโบราณแต่อย่างไร ทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่าย

เกิดขึ้นระหว่างคนสองคนที่ต่างไม่ชอบหน้ากัน เพราะตัวเอกอย่าง หลินเฟยหรัน ผู้แสนเย่อหยิ่ง นั้นกลับไม่ชอบขี้หน้าของกู้ข่ายเฟิงอย่างมาก ด้วยความหน้าตาดี ความรวย ความสามารถที่เก่งกาจ จนอันดับความโด่งดังหลินเฟยหรันร่วงลงปลิวเป็นใบไม้เลยทีเดียว

แต่อย่างว่า ถ้าเรื่องยังคงดำเนินเป็นเช่นนั้น ก็คงเป็นคู่กัดกันไปมาแล้วรักกัน สีสันเริ่มขึ้นจากการที่ หลินเฟยหรันผู้น่าสงสารได้รับมรดกตกทอดจากคุณปู่ที่เป็นหมอผี ทำให้เขาสามารถมองเห็นผีได้ ซึ่งหลินเฟยหรันไม่ต้องการอย่างมาก มีเพียงวิธีเดียวที่จะช่วยเขาจากเรื่องนี้ได้ คือ กู้ข่ายเฟิง ที่มีออร่าพลังหยางสุดแข็งแกร่ง แตะหนึ่งครั้งเขาจะไม่เห็นผีไปถึง 5 นาที

ปฏิบัติการทำให้ตัวเองไม่เห็นผีของหลินเฟยหรันก็เกิดขึ้น ทำให้คนทั้งคู่เริ่มขยับความสัมพันธ์เข้ามา จากฝ่ายที่เกลียดขี้หน้า กลับกลายเป็นความหวั่นไหวที่อีกฝ่ายขยันสร้างเสียเหลือเกิน เป็นแนวนิยายวายน่ารักสดใส วัยมัธยม ที่แม้จะมีผีแต่ก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเท่าไรนัก

เทรนด์หนังสือประเภทไหนที่คนนิยมอ่าน

แน่นอนว่ามีกลุ่มที่ไม่นิยมการอ่าน ก็ต้องมีกลุ่มที่ยังนิยมการอ่านอยู่ เรามาดูกันดีกว่าว่า เทรนด์ในปี 2020 ที่กำลังจะก้าวไปยังปี 2021 ในไม่กี่วันนี้ คนกลุ่มนี้ให้ความสนใจกับหนังสือใดเป็นหลักกันบ้าง เพราะนอกจากจะเป็นการตามเทรนด์แล้ว ยังสามารถอ่าานเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้ตนเองได้ดีอีกด้วย ดังนั้นใครที่กำลังคิดว่าจะเริ่มต้นอ่านหนังสืออย่างไรให้มีความสุข ต้องอย่าลืมดูหมวดหมู่น่าสนใจที่เหล่าหนอนหนังสือรักกันก่อน

1. หนังสือประวัติศาสตร์

เทรนด์ที่กำลังมาสำหรับปลายปี 2020 นี้ต้องเป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เพราะเป็นกระแสสังคมที่กำลังมาในสังคมไทย ทำให้กลุ่มเด็กวัยมัธยมถึงมหาลัย’ เริ่มศึกษาประวัติศาสตร์มากขึ้น เนื่องจากเป็นประเด็นที่ใกล้เคียงและเสียดสีสภาวะทางการเมืองของไทยได้เป็นอย่างดี 

อย่างที่กล่าวกันว่า หากอยากชาติให้แข็งแกร่งและพัฒนามากกว่าเดิม เราจำเป็นต้องศึกษาอดีตอย่างประวัติศาสตร์ให้ครบอย่างถี่ถ้วน เพื่อที่จะเรียนรู้และอดีตที่เคยพลั้งพลาด นำกลับมาพิจารณาและวิเคราะห์ให้ประวัติศาสตร์ไม่ดำเนินซ้ำรอยความผิดพลาดเก่า ๆ และพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม 

2. หนังสือภาพ

เนื่องจากคนไทยเป็นกลุ่มนิยมเสพสื่อด้วย “ภาพ” เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเสพสื่อผ่านวิดีโอ, ภาพยนตร์และภาพถ่าย การเล่าเรื่องส่วนใหญ่จึงนิยมเริ่มต้นจากการใช้ภาพถ่ายมากกว่าตัวอักษร เพราะเพียงหนึ่งภาพสามารถสื่อความหมายได้แทบเท่าหนึ่งพารากราฟ ทั้งยังไม่ต้องเพ่งให้เหนื่อยและเสียสายตากับตัวหนังสือมากมาย 

ต้องยอมรับว่ากลุ่มคนที่มีอายุมากยิ่งขึ้น การอ่านเป็นเรื่องยากมาก เพราะต้องใช้แว่นสายตาและแว่นขยายในการอ่าน การดูเพียงภาพที่มีขนาดใหญ่ ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้เกือบครบถ้วนเช่นเดียวกับตัวหนังสือ ย่อมเป็นสิ่งที่สร้างความนิยมได้มากกว่า

ทั้งนี้ภาวะที่เกิดขึ้นกับคนไทย ไม่ว่าจะอายุไหนๆ ก็เลือกการเสพสื่อด้วยภาพมากกว่าการเสพสื่อผ่านตัวอักษร บางครั้งความสวยงามของภาพทำให้คนเห็นภาพได้ชัดกว่าการจินตนาการภายในหัว นี่เลยเป็นเหตุผลที่ช่วงหลังคนนิยมดูซีรีส์มากกว่าการอ่านหนังสือในยามว่าง

ทว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะคนบางกลุ่มแม้จะปฏิเสธว่า การอ่านวรรณกรรมหรือหนังสือประวัติศาสตร์ที่มีความยาวเป็นสิ่งที่ตนไม่ชอบ แต่การได้อ่านหนังสือภาพที่มีภาพประกอบขนาดใหญ่และตัวอักษรไม่กี่บรรทัดให้เข้าใจง่าย ก็เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ทั้งกลุ่มคนรักการอ่านหนังสือและกลุ่มผู้ไมชอบหนังสือเลยล่ะ

3. วรรณกรรมเยาวชน

ในวัยเรียนหลายคนอาจได้ลองหยิบจับวรรณกรรมเยาวชนมาอ่าน อาจด้วยเหตุผลที่ถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรภาคเรียน หรือความสนใจส่วนตัวเพื่อนำมาเขียนบันทึกการอ่านก็ตาม แต่บอกได้เลยวรรณกรรมเยาวชนเหล่านี้ ให้ “อะไร” มากกว่าที่คุณคิด

แม้จะใช้ชื่อหมวดว่า วรรณกรรมเยาวชน แต่ไม่ใช่เพียงแค่เยาวชนเท่านั้นที่ให้ความสนใจและอ่านหนังสือเหล่านี้ แต่รวมถึงผู้ใหญ่หลายคนก็ต่างชอบนิยายประเภทนี้ แม้บางเรื่องจะเป็นนิยายประโลมโลกแต่ก็สะท้อนความจริงทางสังคมบางอย่างอยู่ในทีด้วยเช่นเดียวกัน

4. นิยายวาย

ถึงแม้จะเป็น “นิยายวาย” ที่เรามักจะนิยามกันว่าเป็นนิยายชายรักชาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายอดขายหนังสือส่วนใหญ่ ก็มาจากนิยายประเภทนี้ ที่ยังคงมีผู้อ่านเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เป็นรูปเล่มหรืออีบุ๊กก็ตาม 

สาเหตุที่นิยายประเภทนี้ยังคงฮิตถล่มทลายในช่วงที่วงการหนังสือซบเซา ก็มาจากการนำนิยายประเภทนี้ไปดัดแปลงเป็นซีรีส์ให้หลายคนได้ชม โดยช่วงหลังมานี้หลายช่องเริ่มทำซีรีส์วายมากขึ้น ยิ่งทำให้กระแสนิยายวายแรงขึ้นเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในประเภทหนังสือที่ผู้ซื้อมีกำลังซื้อค่อนข้างสูงและเป็นนับเป็นกลุ่มใหญ่

5. นิยายแปลจีน

อีกหนึ่งวรรณกรรมที่ขายดีใกล้เคียงกับนิยายวาย คือนิยายแปลจีน ไม่ว่าจะหมวดโรแมนติกเซ็ตติ้งแบบทะลุมิติไปในอดีต อนาคต และแม้แต่ทะลุไปในนิยายก็มี จากการสอบถามเหล่าสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วงนี้ต้องนิยายแปลจีน!

เรียกได้ว่าเป็นคลื่นใต้น้ำที่เมื่อสิบปีก่อนคงนึกไม่ถึงว่า จะมีวันที่นิยายแปลจีนเหล่านี้กลับมาตีตลาดติดท็อปลมบนได้เช่นนี้ อาจเป็นผลจากซีรีส์จีนที่เข้ามาบทบาทในไทยมากขึ้น โดยซีรีส์ดังกล่าวหลายเรื่องดัดแปลงบทมาจากนิยาย ทำให้ผลจากซีรีส์ไปสู่นวนิยาย ที่หลายคนหันมาให้ความสนใจและจับจองซื้อมากยิ่งขึ้น

เก็บตกบรรยากาศและเหตุผลที่ชวนคุณมาอ่านหนังสือมากขึ้นในงาน Winter Book Fest 2020 

หลังจากที่ได้ไปเดินงานเทศกาลหนังสือฤดูหนาวอย่าง Winter Book Fest 2020 ที่มาในคอนเซปต์ Gift me book ก็เป็นการเปิดโลกงานหนังสือ งานนี้ไม่ใช่งานใหญ่อย่างมหกรรมหนังสือที่เราคุ้นเคย แต่เป็นงานเล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้หลากหลายสำนักพิมพ์นำหนังสือของตนเองมาอวดโฉมมากขึ้น

แม้จำนวนคนที่มาร่วมงานหนังสือแห่งนี้จะไม่มาก ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังสือหลายเล่มยังเป็นที่น่าสนใจกับคนบางกลุ่มอยู่ดี ถึงจะซบเซาแค่ไหน สำนักพิมพ์หลายเจ้าก็ยังไม่ละทิ้งจิตวิญญาณของหนังสือที่อยู่คู่มนุษย์มานับหลายปี 

สาเหตุหลักที่คนเลิกอ่านหนังสือก็ได้กันกล่าวไปแล้ว ตอนนี้มาดูเหตุผลชวนให้คุณกลับมาอ่านหนังสือกันอีกครั้งกันดีกว่า ว่าเราควรจะกลับมาอ่านหนังสืออีกครั้งเพื่ออะไร

เรียนรู้ประวัติศาสตร์

จุดสำคัญในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ควรจะเกิดจากการอ่านไม่ใช่เพียงการดูภาพยนตร์ที่เกิดจากการเล่าของฝ่ายผู้ชนะแล้วความพึงพอใจของผู้กำกับเพียงอย่างเดียว เนื่องจากประวัติศาสตร์ต้องเรียนรู้จากหลายด้าน หลายผู้เล่า เราถึงจะสามารถเก็บข้อมูลได้ครบถ้วนมากขึ้น 

ประวัติศาสตร์เหล่านี้มักถูกบันทึกและเขียนลงในหนังสือการเมืองประวัติศาสตร์ เพื่อสร้างความเข้าใจได้ครบถ้วนมากขึ้น ดังนั้นหากคุณอยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้ครบถ้วน ก็แนะนำให้คุณอ่านผ่านตัวอักษรเหล่านี้จะดีที่สุด

เก็บรายละเอียดและความรู้สึก

การดูภาพยนตร์จะทำให้คุณรู้สึกอินกับตัวละครหรือการกระทำผ่านในหนังได้ง่ายกว่าการอ่านผ่านตัวอักษรที่ต้องใช้จินตนาการภาพมากขึ้น ทำให้บางคนยอมแพ้ก่อนจะที่จะเข้าใจความรู้สึกตัวละครเสียอีก

แต่อยากจะบอกจริง ๆ ว่าการอ่านหรือรับรู้ความรู้สึกตัวละครผ่านตัวอักษร จะทำให้คุณเข้าใจความคิดและการกระทำของคนเหล่านั้นได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะตัวอักษรจะสามารถเล่าเรื่องรวมถึงความรู้สึกได้ละเอียดมากกว่า พูดได้เลยว่า “บางครั้งอ่านไป ก็น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว”

เพิ่มพูนคลังศัพท์ของตัวคุณ

จากปัญหาที่เห็นในโลกสังคมออนไลน์ ที่บางคนเริ่มไม่เข้าใจ ภาษาหรือบริบทการใช้ภาษาในหนังสือแปล จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงว่า เราควรใช้ภาษาแปลที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงทุกคน มากกว่าการสร้างภาษาให้สวยแต่คนบางกลุ่มไม่เข้าใจหรือเปล่า ?

ดังนั้นการอ่านหนังสือจะช่วยเพิ่มคลังศัพท์ให้คุณได้มากขึ้น ทั้งนี้คลังศัพท์เหล่านี้นอกจากจะเพิ่มความเข้าใจในการอ่านหนังสือแล้ว ยังช่วยเพิ่มให้ตัวคุณสามารถพัฒนาการสื่อสารด้วยตัวอักษรได้ดีขึ้นและมีความสละสลวยขึ้นกว่าเดิม

สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับงาน Winter Book Fest 2020 เพิ่มเติมได้ที่ : Winter Book Fest 2020

สรุปท้ายบทความ

การหาหนังสือเพื่ออ่านเบื้องต้นสามารถทำได้ โดยการเริ่มอ่านผ่านแอปหรือเว็บไซต์ที่ให้บริการหนังสือประเภทอิเล็กทรอนิกส์ หรือถ้าใครอยากได้หนังสือนิยายก็ไม่ต้องไปไกลถึงงาน ยกเว้นเสียแต่ว่าอยากอัปเดตเทรนด์หนังสือใหม่ที่ยังไม่เข้าร้าน ในกรณีที่คุณไม่อยากไปถึงงาน คุณสามารถสั่งหนังสืออ่านผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์ก็ได้เช่นเดียวกัน

แต่ส่วนตัว ถ้าคุณเป็นคนที่คิดว่าการอ่านหนังสือมาแล้วต้องคอยเก็บเป็นเรื่องน่าเบื่อ แนะนำให้คุณอ่านหนังสือที่เป็นมือสอง เนื่องจากราคาเล่มที่ขายจะไม่แพง ทั้งยังสามารถปล่อยต่อในเว็บไซต์ได้อย่างไม่เสียดาย แถมได้เงินคืนอีกด้วย! คลิกเลย!

ของขวัญปีใหม่สำหรับสายแต่งรถ ที่ให้คุณโชคดีต้อนรับนิวเยียร์

ของขวัญปีใหม่สำหรับสายแต่งรถ ที่ให้คุณโชคดีต้อนรับนิวเยียร์

สำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญปีใหม่ นอกจากกระเช้าผลไม้ฝากญาติพี่น้อง ซองแดงใส่เงินที่หลายคนตั้งตารอแล้ว แต่สำหรับสายแต่งรถ ก็ต้องเป็นของประดับรถยนต์ต้อนรับปีใหม่ ให้รถของคุณพร้อมเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ในสถานที่ที่คุณอาจไม่เคยไป!

โชคดีรับปีใหม่ สำหรับรถยนต์ของคุณ

เมื่อพูดถึง ปีใหม่ หลายคนคงมองเป็นธีมแสงสว่าง คล้ายคลึงกับธีมคริสมาสที่เฝ้ารอของขวัญและโชคดีจากซานต้าคลอส ดังนั้นก่อนจะไปถึงการสร้างโชคดีให้กับตัวคุณ เรามาสร้างโชคดีให้กับรถยนต์ของคุณกันก่อนดีกว่า เพราะเขาว่า “สิ่งดี ๆ เริ่มต้นที่การเดินทาง”

การเริ่มต้นสร้างโชคให้กับรถยนต์ของคุณ เริ่มต้นได้จากการพารถไปเจิมตามวัดที่มีเกจินักเจิมดัง ๆ หลายท่าน ตัวอย่างเช่น หลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์ หรือ พระอาจารย์อ๊อด วัดสายไหม 

การเจิมรถเป็นความเชื่อที่คนไทยมักนิยมทำต่อ ๆ กันเมื่อจะซื้อรถ หรือต้องการความโชคดี ซึ่งจะนิยมให้เกจิหรือพระอาจารย์ดัง ๆ เป็นผู้เจิม เนื่องจากมีความเชื่อว่า หากให้พระที่เป็นผู้แสวงบุญเป็นคนทำพิธีให้ จะสร้างสิริมงคลให้แก่รถของเรา

นอกจากการเจิมรถแล้ว ยังมีวิธีเพิ่มความโชคดีให้กับรถ คือการเลือกของมงคลต่าง ๆ มาประดับไว้บนรถ เช่น เครื่องรางขับรถปลอดภัยของประเทศญี่ปุ่น หรือเป็นพระเครื่องหลายองค์ที่เด่นในเรื่องเหล่านี้ 

คงพอจะรู้ถึงวิธีสร้างโชคให้แก่รถยนต์ของคุณกันไปแล้ว มาถึงประเด็นสำคัญอย่าง การให้ของขวัญ ที่เรียกว่าโชคดีแก่ผู้อื่นกันบ้าง โดยสำหรับสายแต่งรถแล้ว คำว่าโชคดีไม่ได้หมายถึงเพียง โชคดีที่ทำให้ถูกหวย ร่ำรวยเงินทองเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงโชคดีในการเดินทางอีกด้วย

สำหรับของขวัญที่น่าสนใจให้สายแต่งรถประจำปีใหม่ 2564 นั้นจะมีอะไรบ้าง ลองมาดูเก็บเป็นไอเดียของขวัญสุดประทับใจให้แก่คนที่คุณรักกันดีกว่าค่ะ!

ของขวัญปีใหม่เหมาะกับสายแต่งรถ มีแล้วชีวิตดี

ใครที่มีคนรู้จักที่ชอบรถยนต์ หรือรักการแต่งรถเป็นพิเศษ ต้องไม่พลาดที่จะมอบของขวัญให้แก่คนพิเศษของคุณ เพราะการให้ของขวัญเป็นสิ่งที่ชอบ หรือเป็นสิ่งที่เข้ากันกับงานอดิเรกของคนคนนั้น เขาจะมีความประทับใจในของขวัญชิ้นนั้นแน่นอน ไม่ต้องเดาใจให้ยุ่งยากว่าจะชอบของขวัญไหม

มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าสำหรับสายแต่งรถจะมีของขวัญชิ้นไหนน่าสนใจบ้าง สามารถให้ได้ทั้งสายแต่งรถ และคนที่ต้องใช้รถทุกวัน เอาแบบของขวัญแบบเดียวกัน แต่ให้ได้หลายสาย เรียกว่า เป็นของขวัญที่ใคร ๆ ก็ชอบเลยค่ะ

Credit : Joom

1.เบาะกระชับพร้อมเบาะนวด

มาที่ชิ้นแรกเลย สำหรับสายสุขภาพที่ต้องใช้รถทุกวัน เบาะกระชับพร้อมเบาะนวดที่ออกแบบมาให้คนที่ต้องใช้รถบนท้องถนนนาน ๆ ในทุกวัน เพราะการขับรถหรืออยู่ในสรีระแบบเดิมเป็นเวลานาน จะทำให้คุณเกิดอาการปวดเมื่อยหลังขึ้นมา

ดังนั้นการให้เบาะกระชับพร้อมเบาะนวด นอกจากจะเป็นการเพิ่มความสบายและความสุขให้คุณผ่อนคลายระหว่างเดินทางแล้ว ยังเป็นการมอบโชคดีและความห่วงใยด้านสุขภาพให้แข็งแรง ปราศจากการอาการปวดเมื่อยได้ดีอีกด้วยค่ะ

เบาะประเภทนี้จะแบ่งออกเป็น เบาะส่วนหลัง และเบาะส่วนคอ โดยเบาะชนิดนี้สามารถกระชับและปรับระดับความแรงสำหรับนวดคอและหลังได้ถึง 3 ระดับ โดยวิธีใช้ก็แค่เสียบแจ็คก็ใช้งานได้เลยทันที แถมนอกจากใช้กับเบาะรถยนต์แล้ว ยังสามารถแยกไปใช้กับเบาะเก้าอี้ที่ออฟฟิศหรือที่บ้านก็ใช้งานทั้งสองแบบเลยล่ะค่ะ 

โดยราคาของเบาะประเภทนี้ก็ไม่สูงจนเกินไป อยู่ที่เรตประมาณ 1,500 – 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับงบและกำลังของผู้ซื้อเลยค่ะ ว่าจะเลือกราคาไหน ทั้งนี้ยังเป็นของขวัญที่แสดงถึงความห่วงใยได้ดี ในเรื่องของสุขภาพที่ฝ่ายผู้รับจะรู้ถึงความห่วงใยนั้นของคุณในทันทีเลยค่ะ

2.ที่ครอบพวงมาลัย

อีกของขวัญหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการถนอมรถยนต์ของคุณให้ดูใหม่ ดูน่าใช้ตลอดเวลา ต้องที่ครอบพวงมาลัย มีทั้งแบบหนังแบบผ้าให้เลือกซื้อ เพราะการใช้ที่ครอบพวงมาลัยจะช่วยให้พวงมาลัยของคุณให้ไม่ลอกง่าย ถ้าจอดตากแดดแล้วใส่ที่หุ้ม ทำให้เวลาจับพวงมาลัยอีกครั้ง ไม่ร้อนมากเท่าที่ควรจะเป็น

ทำไมพวงมาลัยลอก ถึงไม่เปลี่ยนพวงมาลัย สาเหตุที่หลายคนเลือกซื้อที่ครอบ เพราะราคาถูกกว่าการเปลี่ยนตัวพวงมาลัยยกเซตหลายต่อหลายบาท ทั้งยังสามารถเลือกสีตกแต่งให้เข้ากันกับสไตล์รถของคุณได้ด้วย

ถือเป็นสิ่งที่สำหรับสายแต่งรถหลายคน คงอยากได้มาเพื่อถนอมรถของคุณให้ดูสวยตลอดเวลา ดังนั้นนี่คือหนึ่งในของขวัญที่หลายคนควรให้กับสายแต่งรถ นอกจะนำมาใส่เพื่อความสวยงามแล้ว ยังเป็นสิ่งของที่มากด้วยประโยชน์อีกด้วย

Credit : KARMAKAMET Facebook

3.ถุงหอม

ของขวัญสำหรับสายแต่งรถ โดยเฉพาะกับผู้หญิง อย่างถุงหอมที่จะช่วยให้กลิ่นภายในรถของคุณสะอาดสดชื่น หอมนุ่มนวล คุณสามารถเลือกกลิ่นที่ผู้รับพึงพอใจได้ ด้วยกลิ่นเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้คนที่นำไปแขวนไว้ในรถผ่อนคลายแล้ว คนที่เป็นผู้โดยสารก็พากันรักกลิ่นเหล่านี้ไปด้วย

เนื่องจากรถเป็นสถานที่ที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยค่อนข้างนาน การสร้างกลิ่นและบรรยากาศให้น่าขับรถมากขึ้นก็จะทำให้การขับรถสนุกสนานและช่วยให้คุณมีสมาธิในการขับมากขึ้น นั่นคือหนึ่งในของขวัญที่ช่วยให้โชคดีในการขับขี่

Credit : Amotriz

4. ชุดแต่งรถยนต์

อีกหนึ่งทางเลือก ให้กับสายแต่งรถก็ต้องชุดแต่งรถยนต์สุดพิเศษนี่แหละ เพราะเป็นชุดแต่งที่มีหลากหลายสไตล์ให้เหมาะสมกับรถของผู้รับ โดยคุณสามารถเลือกชุดแต่งรถได้ทั้งจากศูนย์บริการรถยนต์ หรือแหล่งซื้อ-ขายภายนอก ราคาจะมีตั้งแต่หลักหมื่นยันหลักแสน 

หลายคนมักจะเลือกชุดแต่งรถยนต์เป็นของขวัญ เพราะเป็นสิ่งที่สายแต่งรถชอบและนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำให้รถของผู้รับดูดีและดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้นนั่นเอง เรียกได้ว่า หากคุณได้ให้ของขวัญนี้กับใคร ก็เป็นโชคดีของเขาเหล่านั้นเลยล่ะ

5.ชุดกล่องชาร์จโทรศัพท์

สำหรับสายแกดเจ็ตต้องไม่พลาดชุดกล่องชาร์จโทรศัพท์ ที่จะทำให้ชีวิตของผู้รับสบายขึ้นอีกหลายเท่า เพราะปกติรถยนต์ในสมัยนี้สามารถชาร์จแบตผ่านในรถยนต์โดยการเสียบยูเอสบีได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นการมีชุดกล่องชาร์จโทรศัพท์ ที่เพียงแค่วางตัวโทรศัพท์ก็ชาร์จได้อย่างไร้สาย ไม่ต้องคอยเช็กว่าพกสายชาร์จมาไหม ให้เหนื่อยอีกต่อไป 

แถมชุดกล่องชาร์จโทรศัพท์ก็ราคาไม่สูงมาก มีตั้งแต่หลักร้อยถึงพัน ตามราคาแบรนด์เลย ซึ่งแน่นอนว่าการชาร์จแบตแบบนี้จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาสายชาร์จพันกับตัวเกียร์ หรือสายชาร์จล้ำออกมาบริเวณที่นั่งคนขับให้รู้สึกรำคาญใจ

6. เครื่องราง

ถ้าอยากโชคดี ทั้งเรื่องโชคด้านการค้าขาย ทำงาน และการเดินทาง ก็ต้องพกเครื่องรางติดรถให้ผู้รับมีโชค เช่น พระเครื่ององค์เล็ก ๆ ตั้งไว้หน้ารถควบคู่กันไปกับเครื่องรางที่ช่วยให้การเดินทางปลอดภัยของญี่ปุ่น หรือจะเป็นการนำแบงก์ยี่สิบใส่ซองแดงจำนวน 5 ซองให้แก่ผู้รับ โดยเน้นย้ำว่าให้ใส่ไว้ในรถ 

การทำแบบนี้เป็นความเชื่อว่าจะทำให้ผู้รับมีสิริมงคลและมีเงินเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ 

Credit : Thaicarlover

7. น้ำยาเช็ดกระจก

อีกหนึ่งอย่างที่คล้ายคลึงกับเครื่องราง แต่ไม่ใช่เครื่องรางคือการซื้อน้ำยาเช็ดกระจก เพราะมีความเชื่อที่ว่า หากกระจกของคุณใสจะทำให้การเงินไม่ฝืดเคือง ไหลลื่น ไม่มีปัญหาเรื่องเงิน 

แต่ถ้ากระจกไม่สะอาด จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการเงินขึ้นมาได้  ดังนั้นการซื้อน้ำยาเช็ดกระจกให้อีกฝ่ายก็เป็นเหมือนการมอบโชคแก่ผู้รับในทางอ้อม

Credit : Xiaomi

8. กล้องติดรถยนต์

ของขวัญที่หลายคนอยากได้ อย่างกล้องติดรถยนต์ ที่บางทีซื้อรถยนต์มา กล้องที่ติดมาให้ก็ไม่เวิร์กสักเท่าไร ดังนั้นการซื้อกล้องติดรถยนต์ดีๆ สักอัน 

จะทำให้ผู้รับรู้สึกถึงความใส่ใจที่ใส่ลงไปในของขวัญชิ้นนี้ เพราะมันหมายถึงความปรารถนาดีที่ต้องการให้อีกฝ่ายเดินทางอย่างปลอดภัย มีกล้องติดรถยนต์เป็นเพื่อนในทุกเส้นทางของการเดินทางไปด้วยกัน นอกจากจะทำให้อีกฝ่ายโชคดีแล้ว ยังเป็นการแสดงความห่วงใยด้วย

สายไหนต้องแต่งแบบไหนถึงจะดีนะ ?

อย่าลืมว่าสายแต่งรถหลายคน อาจจะมีการตกแต่งรถตัวเองกันไปบ้างแล้ว การเลือกของขวัญสักชิ้นควรเป็นของขวัญที่อีกฝ่าย ยังไม่เคยมี หรือไม่คิดว่าจะมีในการแต่งรถ แต่ถ้าคุณกำลังกังวลว่า ซื้อไปแล้ว เขาจะไม่ชอบหรือเปล่า แบบนี้ก็ลองซื้อสิ่งที่คิดว่าเขาน่าจะชอบ แม้ว่าจะมีอยู่แล้ว แต่การให้เพิ่มเป็นของใหม่ เขาก็น่าจะพึงพอใจมาก ๆ เช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะสายแต่งรถจ๋า แบบเอาให้ดูสปอร์ตดูซิ่ง แบบนี้การซื้อชุดแต่งรถยนต์ให้ก็เป็นความคิดที่ไม่แย่เลยใช่ไหมล่ะ ยิ่งเติมด้วยแกดเจ็ต จะทำให้รถของอีกฝ่ายดูมีอะไรที่ว้าวมากกว่าเดิมไปอีก

ส่วนสำหรับสายชิล สายนุ่มนวล สายหวาน ก็ควรซื้อถุงหอม เบาะกระชับสรีระพร้อมเบาะนวด หรือเครื่องรางเอาไว้ประดับรถให้เสริมความปลอดภัยพร้อมกับสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในการขับรถ ไม่ให้ผู้ขับขี่มีความเครียดสะสมในการขับรถมากเกินไป ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน

สรุปท้ายบทความ

ใครที่กำลังมองหาของขวัญให้คนรักการแต่งรถ ก็ต้องไม่พลาดที่จะซื้อของตามลิสต์ข้างต้น เพราะแน่นอนว่าผู้รับจะค่อนข้างพึงพอใจและมีความสุขกับของขวัญปีใหม่เหล่านี้แน่นอน ด้วยฟีลและมู้ดของปีใหม่ที่พร้อมรับอะไรใหม่ ๆ 

นอกจากสิ่งของที่ส่งถึงกันไม่ว่าจะในราคาเท่าไรแล้ว ยังมีเรื่องของความรู้สึกและความใส่ใจในสิ่งของที่ซื้อให้ ที่จะทำให้การส่งความสุขและความห่วงใยนี้ เป็นหนึ่งเรื่องดี ๆ ต้อนรับปีใหม่ให้แก่ผู้รับได้เป็นอย่างดีทีเดียว

10 DIY Ideas ตกแต่งคริสต์มาสง่ายๆ ให้อินกับคริสต์มาสขึ้นไปอีก!

10 DIY Ideas ตกแต่งคริสต์มาสง่ายๆ ให้อินกับคริสต์มาสขึ้นไปอีก!

ผู้คนกว่า 7 พันล้านคนทั่วโลกต่างก็มีความชอบ ความเชื่อ หรือ วัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าพวกเรามีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันนั่นก็คือ เทศกาลที่จะพาสมาชิกในครอบครัวกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ซึ่งเทศกาลคริสต์มาสก็เป็นหนึ่งในเทศกาลอบอุ่นนั้น ถึงแม้ว่าเทศกาลคริสต์มาสไม่ได้เป็นเทศกาลที่คนไทยให้ความสำคัญมากนัก แต่เราก็ยกให้คริสต์มาสเป็นเทศกาลที่แสนพิเศษอีกเทศกาลหนึ่งเลยทีเดียว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคริสต์มาสเป็นเทศกาลที่รายจ่ายพุ่งทะลุเพดานไปเลยทีเดียว ทั้งรายจ่ายมื้ออาหารแสนพิเศษกับครอบครัว ของขวัญให้เพื่อน และไหนจะเครื่องประดับตกแต่งคริสต์มาสให้กับบ้านของคุณอีก 

วันนี้ Kaidee มีวิธี DIY ของตกแต่งคริสต์มาสง่ายๆ ที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้านด้วยวัสดุที่หาได้ง่ายๆ ในบ้านของคุณ ไอเดีย DIY เหล่านี้จะช่วยตกแต่งบ้านของคุณให้เข้ากับเทศกาลแห่งความสุข แถมไม่ได้เสียเงินอะไรมากมายด้วยนะ

DIY ของตกแต่งต้นคริสต์มาส

การตกแต่งต้นคริสต์มาส หรือที่ชาวต่างชาติเรียกกันว่า Evergreen Tree ด้วยของตกแต่ง (Ornament) นั้นมีประวัติที่ยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ก่อกำเนิดที่ประเทศเยอรมนี ด้วยความเชื่อที่ว่าต้นคริสต์มาสจะนำมาซึ่งความสุขสบายใจในคืนที่เหน็บหนาวในช่วงฤดูหนาวของปี สมัยก่อนการตกแต่งต้นคริสต์มาสนั้นจะตกแต่งด้วยของที่หาได้ง่ายแถวๆ บ้าน เช่น เทียน แอปเปิล ถั่ว และเบอร์รี่ แต่ในปัจจุบันการตกแต่งต้นคริสต์มาสก็ได้พัฒนาจากวัตถุดิบพื้นบ้านมาเป็นของที่สวยงาม และสร้างสรรค์มากขึ้น บางบ้านให้ความสำคัญกับ Ornament ของต้นคริสต์มาสถึงขนาดที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อความศักดิ์สิทธิ์กันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น อย่าได้รอช้า เรามาเริ่มที่วิธี DIY เจ้าตัว Ornament หรือ ที่คนไทยเรียกว่า ของตกแต่งต้นคริสต์มาสกันเลยดีกว่า

1. วอลนัทกวางเรนเดียร์ (Walnut Reindeer)

น่ารักมากเลยใช่ไหมคะ เชื่อไหมคะว่าเจ้าถั่ววอลนัทรูปหน้ากวางอันนี้มีวิธีทำที่แสนจะง่าย ด้วยต้นทุน แทบจะเป็นศูนย์เลยค่ะ

  • ขั้นตอนแรกเริ่มที่การเจาะรูสองรู ด้านหน้าและหลัง ข้างบนของเปลือกถั่ววอลนัท 
  • จากนั้นให้สอดเชือกเส้นเล็กๆ เข้าไป มัดปมให้แน่น เว้นที่ว่างพอสำหรับแขวนต้นคริสต์มาสได้
  • ตกแต่งวอลนัทให้เป็นหน้ากวางเรนเดียร์ โดยการติดตาของเล่น และปอมปอมเล็กๆ สีแดง ด้วยกาวร้อน เพื่อความแน่นไม่หลุดง่าย 

เพียงแค่เท่านี้เราก็จะได้ของตกแต่งคริสต์มาสอีกชิ้นที่เราทำเองง่ายๆ นอกจากที่เราสามารถเอาไปแขวนที่ต้นคริสต์มาสแล้ว เรายังสามารถนำไปแขวนไว้ที่ตู้เสื้อผ้าหรือราวบันไดได้อีกด้วย

2. มนุษย์หิมะ (Snowman Ornament)

ที่มา : https://www.hgtv.com

สิ่งที่คุณจะต้องใช้ในการประดิษฐ์ เจ้ามนุษย์หิมะชิ้นนี้ ได้แก่ หลอด LED ที่ขาดแล้ว ผงกลิตเตอร์สีขาว ปากกาเมจิกแบบลบไม่ออกสีดำและสีส้ม กาว วานิชชนิดเงา เศษผ้าเล็กๆ สีแดง และเชือก ใช้อุปกรณ์แค่นี้ก็เพียงพอที่จะสามารถประดิษฐ์มนุษย์หิมะไว้แขวนต้นคริสต์มาส โชว์ญาติๆ ได้เลย ไปดูขั้นตอนกันเลยค่ะ

  • ทากาว วานิช ชนิดเงาบางๆ ทั่วทั้งตัวหลอดไฟ
  • โรยผงกลิตเตอร์สีขาวให้ทั่ว แล้วรอจนกว่าจะแห้ง
  • ใช้ปากกาเมจิกสีดำ วาดรูปหน้ามนุษย์หิมะ โดยการวาดตา ปาก และกระดุม ด้วยปากกาสีดำ ส่วนตรงจมูกให้วาดแครอทเล็กๆ ด้วยปากกาเมจิกสีส้ม
  • ตัดเศษผ้าให้เป็นสีเหลี่ยมผืนผ้าบางๆ เพื่อใช้พันรอบคอเจ้ามนุษย์หิมะ
  • นำเชือกมาพันที่ตูดหลอดไฟ แล้วมัดปมเป็นห่วง เพื่อเป็นที่แขวน

เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีหลอดไฟ LED ที่ไม่ใช้แล้ว อย่าเพิ่งทิ้งเราสามารถนำมา DIY เป็นของตกแต่งคริสต์มาสที่ดูแพงเหมือนซื้อมาจากร้านได้เลย

3. ลูกปิงปองหน้ากวางเรนเดียร์ (Colorful Ping-Pong Reindeer)

ที่มา: https://mommysnippets.com

ถ้าแค่ดูจากรูปนี้ เหมือนการ DIY ของตกแต่งคริสต์มาสชิ้นนี้จะทำยากเลยใช่ไหมคะ แต่อย่าให้รูปทำให้คุณเสียกำลังใจในการประดิษฐ์ของ DIY ชิ้นนี้ สิ่งที่คุณต้องเตรียมมีเพียงแค่ ลูกปิงปอง ลูกตาดุ๊กดิ๊ก ปอมปอมเล็กๆ สีแดง สเปรย์พ่นสี สีทอง ปืนกาว ลวดแฟนซี ที่ดัดได้ง่ายๆ และเชือกเส้นเล็ก

  • เริ่มด้วยการพ่นสเปรย์สีทองให้ทั่วลูกปิงปอง แล้วรอให้แห้ง
  • จากนั้นติด ลูกตาดุ๊กดิ๊ก และปอมปอมสีแดงสำหรับเป็นจมูกที่หน้าลูกปิงปอง ด้วยกาวร้อน
  • สำหรับหูกวางนั้น ให้ใช้ลวดแฟนซีสีตามที่ต้องการ และตัดส่วนเล็กๆ จากลวดเพิ่มอีก 2 ส่วน ด้วยขนาด ประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อนำมาต่อกันเป็นหูกวาง 3 แฉก จากนั้นให้ติดหูนั้นที่ส่วนบนของลูกปิงปองด้วยกาว
  • ขั้นตอนสุดท้ายคือการทำปมเชือกไว้แขวนต้นคริสต์มาส โดยเจาะ 2 รูที่ส่วนบนของลูกปิงปองสำหรับรอยเชือก มัดเชือกให้เป็นปม ไว้สำหรับแขวนต้นคริสต์มาส 

กวางสีทองตัวนี้อาจจะดูฉูดฉาดไปสำหรับใครหลายๆ คน แต่อย่าลืมว่านี้คือการ DIY เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากให้กวางเป็นสีแดง สีดำ หรือแม้กระทั่งสีรุ้ง ก็ตามใจคุณได้เลย ศิลปะไม่มีผิดไม่ถูก ศิลปะเป็นเพียงแค่สิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ทำเท่านั้น

4. มินิมอล กระบองเพชร บอล (Minimal Cactus Ball)

ใครบอกว่าของตกแต่งคริสต์มาสจะต้องเป็นแค่ซานตาคลอส กวางเรนเดียร์ หิมะ หรือของตกแต่งที่มีสีแดง สีทอง หรือสีขาวเพียงเท่านั้น เราสามารถนำต้นไม้ต้นเล็ก หรือดอกไม้ปลอมมาเป็นของตกแต่งคริสต์มาสได้เหมือนกันนะ แถมยังแปลกใหม่ ดึงดูดความสนใจต่อผู้พบเห็นไม่น้อยเลย โดยตัวอย่างที่เรานำมาแนะนำวันนี้ คือลูกบอลต้นกระบองเพชร ซึ่งวิธีทำก็ไม่ยากอะไรเลย เพียงแค่คุณมีลูกบอลใส ที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านเครื่องเขียน ต้นกระบองเพชรต้นเล็ก เกลือ และกาวใส 

  • หยอดกาวใสลงไปในลูกบอล กลิ้งลูกบอลเบาๆให้กาวกระจายให้ทั่วใต้ก้นบอล
  • โรยเกลือตามลงไปในปริมาณที่พอเหมาะ ให้เป็นภูเขาทรายเล็กๆ 
  • จากนั้นให้ปักต้นกระบองเพชรตามลงไป

เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ของตกแต่งคริสต์มาสที่ไม่เหมือนใคร แปลกใหม่แถมยังบ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณได้อีกด้วย ถ้าคุณเป็นสาวหวาน คุณสามารถใช้ดอกกุหลาบแทนก็ได้นะคะ แต่สำหรับหนุ่มๆ สาวๆ ที่รักธรรมชาติแล้ว กระบองเพชรนี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว

5. รูปความทรงจำของครอบครัว (Family memories photo)

ถ้าให้พูดถึงเทศกาลคริสต์มาส สิ่งหนึ่งที่เรานึกได้ทันทีคือคริสต์มาสนั้นเป็นเทศกาลแห่งความอบอุ่น เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวจะได้เจอกันอีกครั้ง เพราะฉะนั้นคงไม่มีของตกแต่งคริสต์มาสอันไหนที่จะส่งต่อความรู้สึกดีๆ ในวันดีๆ ให้กับคนที่คุณรักไปมากกว่างาน DIY ชิ้นนี้ สิ่งที่คุณต้องเตรียมก็ไม่มากมาย เพียงแค่ รูปครอบครัวที่สื่อถึงความทรงจำอันล้ำค่า แผ่นไม้ สีน้ำสีขาว เชือก และกาว 

  • ก่อนอื่นให้ตัดแผ่นไม้ให้เป็นรูปทรงใดๆ ก็ได้ตามต้องการ เช่น รูปหัวใจ สามเหลี่ยม หรือวงกลม 
  • เพ้นท์แผ่นไม้ด้วยสีน้ำสีขาว หรือสีใดก็ได้ตามต้องการ 
  • ตัดรูปครอบครัวของคุณตามขนาดรูปทรงของแผ่นไม้ โดยให้มีขนาดที่เล็กกว่าแผ่นไม้ สำหรับเว้นที่ว่างบริเวณขอบสักประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อความสวยงาม
  • ติดรูปครอบครัวของคุณบนแผ่นไม้สีขาวที่แห้งแล้วโดยใช้กาว
  • เจาะรูด้านบนแผ่นไม้ 2 รู หน้าและหลัง สอดเชือกเข้าไปในรูแล้วมัดให้เป็นปม เว้นที่ว่างไว้สำหรับแขวนต้นไม้ด้วยนะ

ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีก รูปที่คุณเลือกมาควรเป็นรูปที่บ่งบอกความทรงจำในอดีต เพราะไม่มีสิ่งใดที่มีค่ากับเรามากไปกว่าความทรงจำ แล้วยิ่งถ้าได้รำลึกความทรงจำกับคนในครอบครัวในวันพิเศษด้วยแล้วนั้น โอ้โห เทศกาลคริสต์มาสของคุณในปีนี้คงเป็นเทศกาลที่คุณลืมไม่ลงเลยทีเดียว

DIY ของตกแต่งคริสต์มาสทั่วไป

การตกแต่งบ้านของคุณให้เข้ากับเทศกาลวันคริสต์มาสนั้น แน่นอนว่าสามารถทำได้มากกว่าแค่การตั้งต้นคริสต์มาสกลางบ้าน แน่นอนว่าการแขวนถุงเท้าลายสก็อตที่ราวบันได การวางเครื่องประดับกลางโต๊ะอาหาร การแขวนไฟตามผนังบ้านและอื่นๆ อีกมากมาย ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยสร้างบรรยากาศที่แสนอบอุ่นในวันที่แสนพิเศษนี้ได้ เราขอนำเสนอวิธี DIY ของตกแต่งคริสต์มาสง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปวางตามจุดต่างๆ ของบ้านเพื่อเพิ่มบรรยากาศคริสต์มาสได้ทุกจุดของบ้าน ไม่ว่าคุณจะทำเองคนเดียว หรือใช้เป็นกิจกรรมทำร่วมกันกับคนในครอบครัวก็ได้ มาดูกันเลยค่ะ

6. แจกันดอกไม้ลายสเวตเตอร์ (Sweater Vase)

ที่มา:  https://schoolofdecorating.com

ถ้าคุณมีเสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้แล้วโดยเฉพาะเสื้อสเวตเตอร์ อย่าได้เผลอทิ้งไป เพราะเราสามารถนำมันมา DIY เป็นของตกแต่งคริสต์มาสที่เก๋ไม่ซ้ำใครนั่นก็คือ แจกันดอกไม้ลายสเวตเตอร์ เพราะด้วยธรรมชาติของลายเสื้อสเวตเตอร์ที่ดูเรียบหรูแต่อบอุ่น จะช่วยทำให้แจกันลายสเวตเตอร์นี้เป็นของตกแต่งคริสต์มาสอีกอันที่เหมาะกับเทศกาลแสนอบอุ่น เป็นที่สุด 

วิธีทำก็แสนง่าย เด็กๆ ก็ทำได้

  • เตรียมแจกันดอกไม้ และเสื้อสเวตเตอร์สีขาวครีมที่ไม่ใช้แล้วให้พร้อม
  • จากนั้นทาบแจกันดอกไม้ตามแนวแขนเสื้อสเวตเตอร์ ตัดแขนเสื้อสเวตเตอร์ให้ยาวกว่าแจกันดอกไม้ประมาณ 6 นิ้ว เพื่อเผื่อพื้นที่ไว้ให้เสื้อสเวตเตอร์หด
  • มาถึงขั้นตอนสุดท้ายและเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด สอดแจกันดอกไม้เข้าไปในแขนเสื้อสเวตเตอร์ 

เท่านี้คุณก็จะได้แจกันดอกไม้ลายเสื้อสเวตเตอร์เอาไว้ตกแต่งโต๊ะอาหาร หรือตามชั้นหนังสือของคุณแล้ว ถ้าใครอยากเพิ่มความสวยงาม โดยการติดกระดุมสีดำสัก 2-3 เม็ดเพิ่มลงไปบนเสื้อก็สวยไปอีกแบบ

7. สันหนังสือลายเกล็ดหิมะ

ที่มา: https://www.diys.com

DIY ชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของตกแต่งคริสต์มาสเพียงอย่างเดียว ด้วยลวดลายมินิมอลแต่เรียบหรู ดูโมเดิร์นนี้ คุณสามารถใช้เป็นของตกแต่งทั่วไปในห้องของคุณ เพื่อสร้างธีมโมเดิร์นหรือมินิมอล ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ได้อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว หรือในที่นี้จะเรียกว่า “DIY ครั้งเดียวใช้ได้ตลอดทั้งปี” เลยก็ว่าได้ มาดูขั้นตอนกันเลยค่ะ 

  • ห่อปกหนังสือด้วยกระดาษสีขาว หรือสีไข่ไก่ ตามที่ชอบ หรือใครอยากแหวกแนว ใช้สีดำก็เก๋ไปอีกแบบ
  • นำสติกเกอร์ลายเกล็ดหิมะ สีเงิน สีขาว หรือสีทอง ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านเครื่องเขียน มาติดที่สันหนังสือ
  • จัดวางหนังสือที่ชั้นหนังสือ หรือ บนถาดตกแต่ง โดยเอาสันหนังสือออก เพื่อโชว์เกล็ดหิมะของเรา

แล้วนี่ก็เป็น DIY ตกแต่งคริสต์มาสอีกชิ้นที่ง่าย ใช้เวลาไม่นาน แถมยังสวยงามบ่งบอกบุคลิกของเจ้าของได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

8. สโนว์แมนจากลูกฟักทอง (Pumpkin Snowman)

ที่มา : https://www.countryliving.com

ทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าฟักทองเป็นของตกแต่งที่ขาดไม่ได้เลยในวันฮาโลวีน แต่มีน้อยคนที่จะเก็บเจ้าลูกฟักทองนี้ยาวไปจนถึงสิ้นปี เราสามารถนำลูกฟักทองมา DIY โดยการเพ้นท์สีขาว วาด และตกแต่งให้กลายเป็นตัวสโนว์แมนได้ เพราะฉะนั้นหลังจากฮาโลวีนแล้วก็อย่าเผลอได้ทิ้งลูกฟักทอง อย่างน้อยเก็บเอาไว้สัก 2-3 ลูกก็ยังดีนะคะ

  • เตรียมลูกฟักทอง 3 ลูก ที่มีขนาดแตกต่างกันเล็กน้อย เพื่อเวลานำมาต่อกันจะทำให้ดูมีมิติ สมจริงมากขึ้น 
  • เพ้นท์ลูกฟักทองด้วยสเปร์ยสีขาว หรือสีน้ำสีขาว รอจนกว่าจะแห้ง
  • นำฟักทองทั้ง 3 ลูกมาต่อกันเป็นชั้นๆ โดยให้ลูกที่ใหญ่ที่สุดเป็นฐาน และใช้ลูกที่เล็กที่สุดเป็นหัวของสโนว์แมน
  • หลังจากที่สีขาวแห้ง ให้ใช้สีน้ำสีดำวาดลูกตากับปาก และใช้สีส้มวาดจมูกของสโนว์แมน จากนั้นวาดกระดุม 2-3 เม็ดที่ลูกฟักทองตรงกลาง 
  • นำผ้าพันคอ และหมวกซานตาคลอส สีใดก็ได้ มาตกแต่งเพื่อเพิ่มความน่ารักให้กับสโนว์แมนของเรา

นอกจากของตกแต่งคริสต์มาสชิ้นนี้จะทำง่าย ราคาประหยัดแล้ว เราสามารถว่างมันไว้ตรงไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือข้างนอกบ้าน แต่ถ้าคุณเลือกที่จะวางไว้นอกบ้าน ควรวางไว้ในที่ที่ฝนสาดไม่ถึง เพราะฝนอาจจะทำให้สโนว์แมนของคุณขึ้นราได้

9. กองหนังสือต้นคริสต์มาส (Christmas Tree made from Books)

ที่มา: http://weddbook.com

ใครบอกว่าต้นคริสต์มาสต้องเป็นต้นไม้จริงๆ เราสามารถนำหนังสือที่เรามีอยู่แล้วมาเรียงต่อกันเป็นแนวฟันปลาให้เป็นต้นคริสต์มาสได้ด้วย DIY ชิ้นนี้นอกจากจะทำได้ง่ายๆ โดยการใช้ของที่หาได้ง่ายในบ้านแล้ว ยังเป็นของตกแต่งคริสต์มาสที่มีเอกลักษณ์ รับรองว่ามันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาของคุณกับแขกของคุณอย่างแน่นอน

  • ให้นำหนังสือที่คุณมีทั้งหมดมาวางซ้อนกันให้เป็นฟันปลา จำนวนหนังสือควรจะน้อยลงในทุกๆ ชั้นเพื่อที่จะทำให้ออกมาเป็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของต้นคริสต์มาสนั่นเอง
  • จากนั้นให้นำสายไฟประดับ LED สีใดก็ได้ มาพันรอบชั้นหนังสือรูปทรงต้นคริสต์มาสนี้ เพื่อเพิ่มแสงวิบวับและความสวยงาม ในยามค่ำคืนให้กับ DIY ชิ้นนี้
  • นำดาว หรือ ของตกแต่งอะไรก็ได้ตามที่คุณชอบ มาวางไว้บนสุดของชั้นหนังสือ ซึ่งจะทำให้ชั้นหนังสือชั้นนี้มีความเหมือนต้นคริสต์มาสมากขึ้นไปอีก

10. กลิตเตอร์เทียนหอม (Christmassy Glittery Candle)

ที่มา: https://www.twosisterscrafting.com

เชื่อว่าเทียนหอมเป็นอีกหนึ่งไอเทมประจำบ้านที่ใครหลายๆ คนขาดไม่ได้ เพราะประโยชน์ของเทียมหอมนั้นไม่ได้มีแค่กลิ่นที่หอม แต่ยังช่วยให้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า และความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเราจึงขอเสนอวิธีการ DIY เทียนหอมให้กลายเป็นของตกแต่งคริสต์มาสอีกชิ้น ที่นอกจากจะทั้งช่วยเพิ่มบรรยากาศคริสต์มาสให้กับบ้านของคุณแล้ว กลิ่นที่หอมหวานของมันยังช่วยให้คุณจดจำเทศกาลคริสต์มาสในปีนี้ได้ไปอีกนานเลยทีเดียว แล้วเชื่อหรือไม่ว่าของตกแต่งคริสต์มาสชิ้นนี้ทำง่ายอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

  • ใช้กาวเดคูพาจ ทาบางๆ ที่เทียนหอมในส่วนที่ต้องการตกแต่งด้วยกลิตเตอร์
  • โรยกลิตเตอร์สีแดง หรือสีที่ชอบตามใจชอบให้ทั่วไม่ให้เหลือที่ว่าง เพื่อความสวยงาม

เพียง 2 ขั้นตอนง่ายๆ เท่านี้ คุณก็จะได้ของตกแต่งคริสต์มาสเทียนหอมไว้ประดับตกแต่งสถานที่ต่างๆ ในบ้าน ทั้งโต๊ะกินข้าว โต๊ะที่หัวนอน ชั้นวางหนังสือ หรือจะวางไว้ตามขั้นบันไดก็เก๋ไปอีกแบบ 

สรุปท้ายบทความ

การ DIY ( Do it yourself) ของในบ้านของคุณให้กลายเป็นของตกแต่งคริสต์มาสนั้นมีประโยชน์มากกว่าการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างแน่นอน เพราะการทำ DIY นั้นเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คุณสามารถทำร่วมกับคนในครอบครัวได้หลายคน ยิ่งถ้าเป็นช่วงเวลาคริสต์มาสซึ่งเป็นเทศกาลที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวต่างมาเจอกันอีกครั้งในรอบปีแล้วนั้น กิจกรรม DIY ก็เป็นไอเดียที่ดีที่จะสานความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวที่ดีเลยทีเดียว 

เป็นยังไงกันบ้างคะ บทความนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้บ้างไหมคะ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนยังไม่มีเวลา หรือไม่มั่นใจสกิลประดิษฐ์ประดอยของตัวเอง แต่ก็ไม่อยากจะฟุ่มเฟือยกับของตกแต่งคริสต์มาส ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เราขอแนะนำให้เพื่อนๆ เข้ามาแวะชมของตกแต่งบ้านที่เว็บ Kaidee ก่อนได้นะคะ เรามีของตกแต่งบ้านให้เลือกซื้อมากมาย ในราคาที่ไม่แพง ได้ประหยัดสตางค์ แถมมีบ้านสวยๆ ไว้โชว์ลูกๆ หลานๆ  ในวันคริสต์มาสที่จะถึงอย่างแน่นอน อย่ารอช้านะคะ เข้ามาชมเว็บไซต์เราได้เลยค่ะ