Nov 24, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปัจจุบันเสื้อผ้าที่มีความวินเทจนั้นกำลังกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง ด้วยกระแสที่เหล่านักร้อง-นักแสดง ทั้งไทยและต่างประเทศนำเสื้อวงในตำนานมาสวมใส่ให้เสื้อเหล่านี้กลายเป็นเสื้อผ้าแนวสตรีท บวกกับความต้องการและความหายากของเสื้อวงนั้นๆ ทำให้ราคาที่อยู่ในท้องตลาดนั้น ดีดกลับขึ้นมาสูงขึ้นตามกระแสไปด้วย ซึ่งเราจะมาดูกันว่าจะมีเสื้อตัวไหนที่น่าเก็บไว้พร้อมเก็งราคากันบ้าง ไปดูกันเลย
วิธีดูเสื้อวงยุคเก่า
ก่อนที่จะไปรู้จักกับเสื้อวงที่มีราคาสูง เราต้องรู้วิธีดูเสื้อเก่าเสียก่อน จะได้รู้ว่าจริงๆแล้วเสื้อที่เรามีนั้นมันใช่หรือไม่ใช่ของแท้หรือเปล่า ซึ่งก็วิธีง่ายๆตามนี้เลย
1. เนื้อผ้าของเสื้อ
เนื้อผ้าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รู้ได้เลยว่าเสื้อนั้นเป็นของเก่าหรือของใหม่ เพราะสมัยก่อนนั้นการทำเสื้อยืดมักจะทำเป็นผ้า Cotton 50% Polyester 50% และผ้า Cotton 100% ซะส่วนใหญ่ หากมีอะไรที่ต่างออกไปจากนี้ให้ชั่งใจไว้สักหน่อยว่าแปลกๆแล้วล่ะ แต่แค่เนื้อผ้าก็ใช่ว่าจะบ่งบอกได้ทุกอย่าง ต้องดูส่วนอื่นๆประกอบกันไปด้วย
2. ทรงเสื้อ
ในสมัยก่อนนั้นเสื้อวงหรือเสื้อวินเทจมักจะทำเสื้อให้เป็นที่พอดีตัวใส่แล้วต้องสบาย แต่ด้วยความที่ขนาดตัวของชาวต่างชาติ ที่ขนาดตัวที่ใหญ่กว่าคนไทย ทำให้เวลาที่คนใส่มักจะกลายมาเป็นเสื้อ Oversize
3. ป้ายที่คอของเสื้อ
ด้วยความที่เสื้อวงนั้นมักจะเป็นเสื้อวงที่มาจากประเทศอเมริกาทำให้ เสื้อวงแท้ๆนั้นจะต้องมีกำกับเอาไว้ว่า “Made in USA” เสมอ รวมไปถึงการดูยี่ห้อ ซึ่งเสื้อวงแต่ละตัวก็มียี่ห้อที่ได้รับลิขสิทธิ์ในการทำเสื้อมาแตกต่างกัน ดังนั้นเรื่องยี่ห้อเสื้อต้องไปศึกษาต่อกันเอาเอง
4. ตะเข็บการเย็บ
เสื้อยุคเก่าๆ การเย็นนั้นจะมีความแตกต่างกับเสื้อในสมัยนี้ เพราะการเย็บเสื้อในสมัยก่อนในช่วงยุค 70-80 มักจะเป็นการเดินด้ายแบบตะเข็บเดี่ยว (การเย็บด้วยด้ายเส้นเดียว) แต่ในปัจจุบันเสื้อนั้นจะเดินด้ายแบบตะเข็บคู่ (การเย็บด้วยด้ายสองเส้น)
5. ตอกปีในเสื้อ
เป็นจุดสังเกตหลักๆเลยก็ว่าได้ ที่จะสามารถระบุได้ว่าเสื้อตัวนี้เป็นเสื้อยุคเก่าหรือว่าเสื้อที่ถูกผลิตออกมาซ้ำเป็นของใหม่ เพราะเสื้อวงทุกตัวนั้นจะมีปีที่ผลิตแอบซ่อนไว้เสมอ ต้องพลิกไปพลิกมา ดูกันเหนื่อยสักหน่อยกว่าจะเจอ
เสื้อวงราคาแรงแซงทางโค้ง
ราคาของเสื้อวงแต่ละตัวนั้นมักจะมาจากความหายากและผลิตน้อยในแต่ละครั้ง แต่อีกหนึ่งเหตุผลเลยคือประวัติของเสื้อและคนที่สวมใส่เสื้อเหล่านั้น ทำให้เสื้อกลายมาเป็นตำนาน รวมไปถึงราคาที่แพงจนใครที่เป็นสายเก็งกำไรต้องจัด!!
1. เสื้อวง Nirvana
Nirvana วงอัลเทอร์เนทีฟร็อก ที่ใครเป็นต้องรู้จัก ที่มีนักร้องนำอย่าง “เคิร์ท โคเบน” ที่เริ่มตั้งวงตั้งแต่ปี 1987 โดยเสื้อที่โดดเด่นของวงนี้นั้นมีอยู่มากมาย ที่ใครหลายๆคนน่าจะได้ผ่านตามาบ้าง อย่างเสื้อลาย NEVERMIND ปกอัลบั้มสุดท้าย ที่เป็นรูปเด็กทารกว่ายน้ำ แต่ที่ราคาแรงกระชูดจนฉุดไม่อยู่เลย หนีไม่พ้นลาย Heart Shaped Box ซึ่งไอเดียของลายนี้มาจาก กลองของขวัญที่ เคิร์ท โคเบน มอบให้กับแฟนสาว จนกลายมาเป็นชื่อเพลงนั่นเอง
ราคาซื้อ-ขาย เสื้อ Nirvana Heart Shaped Box : ประมาณ 200,000 บาท
2. เสื้อวง Metallica
เป็นวงที่ทุกคนน่าจะรู้จักเป็นอันดับแรกแน่ๆหากเพิ่งเข้ามาในวงการเพลงร็อกหรือวงการเสื้อวง เพราะว่าเป็นวงที่ออกเสื้ออะไรมาก็ฮิตไปเสียหมด ขายหมดเร็วมากๆ รวมถึงในปัจจุบันแล้วก็ตาม ซึ่งเสื้อวงของ Metallica ที่ดังๆเลย คงจะเป็น Metallica And Justice For All หรือคนไทยเรียกๆกันว่า “แมงมุม” นั่นเอง
ราคาซื้อ-ขาย เสื้อ Metallica And Justice For All : ประมาณ 25,000 บาท
3. เสื้อวง Guns N’ Roses
เสื้อ Guns N’ Roses ที่แพงๆนั้นไม่ได้เป็นเสื้อของ Official เอง แต่เป็นเสื้อ Bootleg (เป็นเสื้อที่ Official ไม่ได้ทำออกมาเอง) และตัวที่ราคาสูงๆเลยนั้นหนีไม่พ้น Guns N’ Roses Gun Joker ที่ถ้าหากใครมีไว้ครอบครองแล้วล่ะก็ ราคาสูงพอที่จะซื้อรถยนต์ได้ 1 คัน กันเลยทีเดียว
ราคาซื้อ-ขาย เสื้อ Guns N’ Roses Gun Joker : ประมาณ 500,000 บาท
4. เสื้อวง Ozzy Osbourne
วงเฮฟวีเมทัลที่นักร้องเป็นอังกฤษแถวหน้าของโลก ทำให้วง Ozzy Osbourne รู้จักกันในฐานะ “เจ้าพ่อแห่งเพลงเฮฟวี่เมทัล” ซึ่งวง Ozzy Osbourne ก็ได้ทำเสื้อวงออกมาเป็นจำนวนมากทั้งการทัวร์คอนเสิร์ตและเสื้ออัลบัม แต่เสื้อที่ได้ความนิยมของวงนี้นั้นจะเป็นเสื้อ OVP (Over Print) เป็นเสื้อที่มีความแตกต่างจากเสื้ออื่นๆ ปกติเสื้ออื่นๆจะสกรีนแค่ด้านหน้าเท่านั้น แต่เสื้อของ Ozzy Osbourne นั้นจะสกรีนทั้งตัวยาวไปถึงแขนเสื้อเลย ทำให้มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร
ราคาซื้อ-ขาย เสื้อ Ozzy Osbourne OPV : ประมาณ 40,000 บาท
5. เสื้อวง RUN DMC
วง Hip Hop ที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานแห่งวงการและสร้างวัฒนธรรมในเกือบทุกๆด้าน ซึ่งความดังยังไม่หมดแค่นี้ RUN DMC ได้ทำเสื้อผ้าร่วมกับ Adidas โดยที่ออกเพลงอย่าง My Adidas มาพร้อมๆกัน ทำให้กลายมาเป็นกระแสความแพงของเสื้อผ้ารุ่นนี้เอาอย่างมาก ด้วยความหายากและด้วยความที่ RUN DMC ไม่เคยทำแบรนด์เสื้อผ้าร่วมกับใครมาก่อน
ราคาซื้อ-ขาย เสื้อ RUN DMC My Adidas : ประมาณ 300,000 บาท
ได้รู้กันไปแล้วกับเสื้อวงระดับตำนาน ราคาสุดเดือด ที่ใครมีติดไว้มีแต่รวย ถ้าใครที่ได้อ่านบทความนี้แล้วลองไปค้นๆในกองเสื้อผ้าที่บ้านดู ไม่แน่อาจจะมีหลุดอยู่หนึ่งตัวหรือสองตัวก็ได้ หากใครที่มีแล้วอยากทำกำไรหรือใครที่ยังไม่มีแล้วอยากจะมีไว้ครอบครองสักตัว ลองเข้ามาดูเลยที่ Kaidee
Nov 24, 2020 | สัตว์เลี้ยง
ใครเป็นสายทาสแมวด้วยกัน ย่อมเข้าใจหัวอกกันเป็นอย่างดี การปรนบัตินายท่านให้มีความสุขทุกช่องทางนั้นเป็นงานของเรา นอกจากปัจจัยสี่ทั่วๆ ไปซึ่งหลายคนดูแลอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่องแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทขึ้นในช่วงหลังๆ นั่นก็คือ “ของเล่นแมว”
สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ช่วยเพิ่มความสุขให้เจ้าเหมียวของเราได้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การให้ความบันเทิงชั้นดี ที่นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังเป็นการป้องกันเฟอร์นิเจอร์ในบ้านคุณไม่ให้พังไปในตัว รวมถึงเสริมสร้างทักษะต่างๆ ให้พวกเขาอีกด้วย
ของเล่นแมวมีประโยชน์มากกว่าที่คิด
จากการสังเกต “ของเล่นแมว” ซึ่งถูกใจเหล่าเหมียวๆ และมีในตลาดเป็นส่วนใหญ่ มักเป็นของเล่นที่วางบทบาทให้แมวเป็นนักล่า เพราะด้วยสัญชาตญาณที่จ้องตะครุบเหยื่อตลอดเวลา ยิ่งถ้าเป็นเหยื่อที่มีวี่แววจะพ่ายแพ้ด้วยแล้ว แสนถูกใจเป็นนัก
นอกจากนี้มีงานวิจัยแนะนำไว้ว่า ควรเล่นกับแมวก่อนเวลาเขากินข้าว เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของน้อง ซึ่งมักจะออกล่า เลียขน กินแล้วถึงนอน
1.สร้างทักษะการเคลื่อนไหวที่ดีให้แมว
นอกจากความสนุกที่เราเห็นเหมียวๆ มีความสุขกับของเล่นแมวแล้ว หนึ่งสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้นคือ การสร้างทักษะการเคลื่อนไหวและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การวิ่งไล่บอล การปีนป่ายกระโดดขึ้นลงคอนโดแมว การเล่นไม้ตกแมว ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นการช่วยให้เขารู้จักจังหวะการขยับอันแม่นยำ ฝึกการเป็นนักล่าที่ดีเยี่ยม
ยิ่งถ้าเราฝึกให้เขาเล่นตั้งแต่เป็นแมวจิ๋ว กล้ามเนื้อก็จะแข็งแรงได้รวดเร็ว มีพัฒนาการที่ดี คล้ายกิจกรรมคาร์ดิโอของทาสอย่างเรานั่นแหละค่ะ ทั้งนี้กรณีที่เล่นกับแมวตัวอื่นๆ ด้วย ก็เป็นข้อดี ถือเป็นการละลายพฤติกรรม ฝึกเข้าสังคมสี่ขาอย่างสมานฉันท์ ช่วยให้แมวเราไม่ก้าวร้าว
2.ช่วยสร้างอาณาเขตของแมว
ทราบกันดีว่านายท่านเป็นสัตว์หวงอาณาเขตเอามากๆ ยิ่งถ้าเราเอาแมวแปลกหน้าเข้าบ้าน หรือเกิดเครียดจากปัจจัยอื่น พวกเขาจะตอบโต้โดยการใช้กลิ่น เพื่อแสดงออกถึงพื้นที่ส่วนตัวและแสดงความเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เพียงแค่การสเปรย์ (Spray) ฉี่ที่แมวเลือกใช้ ใต้อุ้งเท้าของพวกเขายังเป็นจุดปล่อยกลิ่นได้ดี
ฉะนั้นบรรดาของเล่นแมวทั้งหมด จึงถูกใช้เป็นสัญญะของการสร้างเขตไปโดยปริยาย โดยเฉพาะที่ฝนเล็บ ถือเป็นของเล่นที่แมวเลือกปล่อยกลิ่นได้ดี นอกจากจะช่วยให้เล็บตายหลุดออกไปแล้ว ยังช่วยยืดกล้ามเนื้อแมวบริเวณกล้ามเนื้อขาและลำตัวได้อีกด้วย
3.ช่วยให้แมวคลายเครียด
เชื่อว่าข้อนี้เป็นประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนสุด การได้เห็นแมวหน้ามึนของเรามีความสุขกับบรรดาของเล่นที่ทาสซื้อถวาย นับเป็นความอิ่มเอมใจอย่างยิ่ง อมยิ้มทุกครั้งเวลาเห็นเขาวิ่งไปมากับของเล่นเหล่านั้น (ไม่รวมของเล่นแมวที่ซื้อแล้วโดนพวกเขาเมินเฉย)
มีงานวิจัยแห่งหนึ่งสรุปไว้ว่า คอนโดแมวเป็นตัวช่วยคลายเครียดสำหรับเจ้าเหมียวได้เป็นอย่างดี การที่เขาได้ปีนป่ายขึ้นไปนั่งอยู่ตามที่สูงๆ และมองลงมาในมุม Bird eyes view นั้น เป็นหนึ่งในสัญชาตญาณนักล่าของน้องแมวอย่างหนึ่ง
4.เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับเจ้าของ
ของเล่นแมวบางชนิดทำมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับมนุษย์ ยิ่งช่วงแรกๆ ของการทำความรู้จักกัน “ไม้ตกแมว” ถือเป็นอุปกรณ์ที่ดีในการสร้างปฏิสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ได้ทั้งความสนุกและมิตรภาพดีๆ น้องเหมียวจะไว้วางใจเราได้เร็วขึ้น
เลือกของเล่นแมวอย่างไรให้ถูกใจน้อง
เพลิดเพลินกับอรรถประโยชน์ของเล่นแมวกันไปแล้ว ทีนี้มาดูวิธีการเลือกของเล่นให้เหมาะกับแมวของเรากันบ้าง ทั้งนี้นิสัยและรายละเอียดของนายท่านแต่ละตัวก็แตกต่างกัน ไป แนะนำให้เริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมดูก่อน ว่าพวกเขามีความสุขกับกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ แล้วเลือกของเล่นให้ตรงกับความชอบ
1.ของเล่นที่เสริมสร้างบทบาทนักล่า
อย่างที่เอ่ยไปว่า แมวนั้นเปี่ยมล้นด้วยสัญชาตญาณนักล่า ฉะนั้นของเล่นที่จะถูกใจเจ้าขนปุยเหล่านี้ คือการให้พวกเขารับบท “ผู้ล่า” ซึ่งอยู่เหนือทุกอย่าง ได้ออกแรงวิ่งไล่ล่าเหยื่อที่เป็นฝ่ายหนี พวกเขาจะเอ็นจอยกับของเหล่านี้ได้ง่าย อย่าเลือกเหยื่อที่เผชิญหน้ากับพวกเขา แมวมักไม่ชอบเหยื่อแข็งแกร่งกว่า ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นสร้างความเครียดให้ท่านๆ แทน
2.ของเล่นที่มีโอกาสสำเร็จครึ่งต่อครึ่ง
อัตราความสำเร็จกับความพ่ายแพ้มีผลต่อความสนุกของพวกเขา แมวก็เหมือนกับเรา ไม่มีใครอยากรับบทนางแพ้ไปตลอดการแข่งขัน หรือหากชนะไปตลอดก็ไร้ซึ่งความท้าทาย แนะนำให้เลือกของเล่นที่มีแนวโน้มจำนวนการแพ้ชนะใกล้ๆ กัน เพื่อให้เจ้านายสี่ขาของเราสนุก และมีกำลังใจกับการเล่นมากขึ้น ไม่ต้องท้อที่จะต้องอยู่กับความปราชัยไปตลอด
3.ของเล่นที่เป็นมิตรต่อแมว
อีกหนึ่งปัจจัยการเลือกของเล่นแมวที่ไม่อยากให้ลืมกัน อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราด้วย โดยเฉพาะของเล่นแมวที่ใช้ประสาทรับรสหรือมีขนาดเล็กเกินไป เนื่องจากหลุดเข้าหลอดลมได้ง่าย ไหนจะเรื่องเรื่องสารเคมีที่อาจเป็นอันตราย รวมถึงบางกลิ่นซึ่งอาจจะไม่ถูกใจแมว อย่าลืมว่าพวกเขามีประสาทรับกลิ่นไวกว่ามนุษย์อย่างเราๆ มาก
4.ของเล่นที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอด
ไฟฉายเลเซอร์ ขนนก ไม้ตกแมว ฯลฯ แม้กระทั่งถุงพลาสติก นับเป็นของเล่นยอดฮิตสุดดึงดูดความสนใจเหมียวจอมซนได้ดี สังเกตได้ว่าอะไรที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมักไม่รอดพ้นสายพวกเขา เรียกว่าจับจ้องแบบไม่วางสายตาเลยด้วยซ้ำ บางตัวนี่หันหน้าไปมาตามการเคลื่อนที่ซ้ายขวาของวัตถุ นับเป็นกิจกรรมโปรดของนายท่านทั้งหลาย
สรุปท้ายบทความ
ถึงจะมีของเล่นคลายเหงาให้เหล่าแมวแล้ว ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่มีเวลาให้พวกเขานะคะ อย่างไรแล้วมนุษย์ก็ยังเป็นที่รักอันดับหนึ่งสำหรับเจ้าสี่ขาขนปุยนี้เสมอ ถึงน้องจะดูมีทีท่าเย่อหยิ่งไม่สนใจ เรียกก็ไม่ค่อยมาไปบ้าง แต่ลึกๆ แล้วเราสัมผัสได้ถึงความรักของพวกเขาเสมอ ทุกครั้งที่เศร้าหรือต้องการกำลังใจ นายท่านก็พร้อมอยู่นิ่งๆ ให้ทาสกอดและมานอนข้างๆ เสมอ
แมวมีความผูกพันกับเจ้าของไม่แพ้กับสุนัข งานวิจัยยืนยันให้กำลังใจว่า แมวชอบที่จะใช้เวลากับมนุษย์เอามากๆ แฮปปี้ที่ได้อยู่กับเรามากกว่าการได้กินข้าวด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าเราพาเขาสนุกกับของเล่นแมวไปด้วยกัน คงเป็นช่วงที่ดีไม่น้อย ให้ Kaidee เป็นตัวกลางสร้างความผูกพันและความทรงจำแสนพิเศษ ด้วยของเล่นแมวมากมายในราคาที่ถูกใจ คลิกเลย!
Nov 24, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลังเหตุการณ์โควิด-19 คนอยู่บ้านมากขึ้น มีกิจกรรมภายในบ้านของตัวเองมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นเลยคือ “การแต่งห้องนอน” ของตัวเอง และในตอนที่ทุกคนจัดห้องอยู่นั้นคงจะต้องมีกันบ้างที่จะฟังเพลงไปด้วย เพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป วันนี้เราจะพามาดูกันกับลำโพงเสียงดีแถมดีไซน์เก๋ๆเหมาะกับการวางตั้งไว้ตกแต่งบ้าน
1. Harman/Kardon HK Aura Studio 3
Credit : Munkonggadget
เชื่อได้เลยว่าเป็นลำโพงที่มีดีไซน์สวยติดอันดับในใจใครหลายๆคน ด้วยรูปทรงโดมสีใสพร้อมกับไฟ Ambient Light ที่มีความเรียบหรู เข้าได้ง่ายกับทุกๆห้อง เพียงเอาไปตั้งไว้ก็เปลี่ยนห้องที่ธรรมดาให้ไม่ธรรมดาขึ้นมาได้ ซึ่งความพิเศษของรุ่นนี้เลยคือการกระจายของเสียงที่มีความกว้างได้ 360 องศารอบห้องและให้เสียงเบสที่นุ่มละมุน โดยการยิงเบสลงข้างล่างแทน จากที่รุ่นก่อนๆมีการยิงเบสขึ้นด้านบน
การใช้งานเบื้องต้น
ด้วยความที่ Harman/Kardon นั้นไม่มีแบตเตอรี่ในตัวจึงต้องเสียบปลั๊กเพื่อใช้งาน โดยการเชื่อมต่อเพื่อฟังเพลงของ Harman/Kardon นั้นทำได้อยู่สองวิธีคือ ผ่านระบบ Bluetooth 4.2 และการเสียบสาย AUX ขนาด 3.5 mm. ที่สามารถควบคุมผ่าน Smart Phone และ ปุ่มกดข้างลำโพงที่ใช้งานได้ง่าย
ราคาของ Harman/Kardon อยู่ที่ : 11,900 บาท
2. JBL Pulse 4
Credit : Munkonggadget
เป็นหนึ่งในลำโพงพกพาที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมาก ที่นอกจากแค่พกพาแล้วยังสามารถนำมาวางไว้ในห้องเก๋ๆก็ได้ ด้วยลูกเล่นที่โดดเด่นอย่าง JBL Lightshow เป็นไฟ RGB LED ที่ติดตั้งไว้รอบลำโพง ที่สามารถเปลี่ยนตาจังหวะของดนตรีและเพลงที่เปิดได้อีกด้วย นอกจากความสวยงามของลำโพงแล้ว ยังให้เสียงเบสที่ดุดัน แน่น เสียงร้องมีความใสลื่นหูเป็นอย่างมาก จึงทำให้ JBL Pules 4 นั้นน่าจับตามอง
การใช้งานเบื้องต้น
JBL Pulse 4 นั้นมีแบตเตอรี่ในตัวที่สามาราชาร์จเอาไว้ด้วยสาย USB Type C และอยู่ได้นานถึง 12 ชั่วโมง โดยเชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth 4.2 ได้อย่างดียวเท่านั้น ซึ่งอีกนึ่งความน่าสนใจคือลำโพงตัวนี้สามารถกันน้ำได้ระดับ IPX7 แต่เป็นการกันน้ำที่กระเด็นและอุบัติเหตุทางน้ำได้เล็กน้อยเท่านั้น
ราคาของ JBL Pulse 4 อยู่ที่ : 8,990 บาท
3. Marshall Action II
Credit : Munkonggadget
ใครที่เล่นดนตรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วต้องคุ้นเคยกับยี่ห้อ Marshall อย่างแน่นอน แบรนด์ยอดฮิตสำหรับมือกีต้าร์ที่ให้เสียงที่ตรงและดี โดยที่รุ่นนี้คงไว้ให้กับรูปทรงคลาสสิคของ Marshall คงเอาไว้ทุกๆอย่าง ด้วยดีไซน์แบบเรียบง่ายมินิมอล ทำให้เวลาไปตั้งไว้ในห้อง จะช่วยส่งเสริมให้ห้องมีบรรยากาศที่ดีและลงตัวมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ดีที่สุดเลยของลำโพงตัวนี้คือการปรับแต่ง Equalizer (ค่าความถี่ของคลื่นเสียง) ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ฟังผ่านแอปฯ Marshall Bluetooth ได้อีกด้วย
การใช้งานเบื้องต้น
Marshall Action II นั้นสามารถเชื่อมต่อได้ง่ายๆ ด้วย Bluetooth 5.0 ที่สามารถอยู่ห่างได้ถึง 10 เมตร และอีกวิธีเลยคือผ่านการต่อสาย AUX ขนาด 3.5 mm. ซึ่งความดีงามของรุ่นนี้เลยคือหากเชื่อมต่อกับมือถือระบบ iOS การปรับเสียงของลำโพงจะเชื่อมต่อกับการปรับเสียงของมือถือทันที และยังสามารถเชื่อมต่อมือถือได้พร้อมกัน 2 อุปกรณ์ (ใช้ได้ทีละอุปกรณ์เท่านั้น) รวมไปถึงหากมีลำโพง Marshall Action II อยู่แล้วอีกตัว ยังทำให้ลำโพงทั้งสองจับคู่กันและเปิดเพลงไปพร้อมๆกันได้อีกด้วย
ราคาของ Marshall Action II อยู่ที่ : 11,990 บาท
4. Bose Home Speaker 300
Credit : Munkonggadget
ลำโพงตั้งโต๊ะขนาดเล็กที่คุณภาพไม่ได้เล็กตามตัว ด้วยความเล็กจึงทำให้วางไว้มุมไหนของห้องก็ดูไม่เกะกะ อีกทั้งยังสามารถกระจายเสียงได้ทั่วห้องแบบ 360 องศาอีกด้วย ส่วนเรื่องของเสียงคงไม่ต้องพูดถึงกันมาก ด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bose ที่จะให้เสียงที่นุ่มไม่บาดหู และส่งให้เสียงของนักร้องนั้นดูหวานขึ้น เหมาะมากกับการเปิดเพลงสบายๆ สไตล์ Bossanova อ่านหนังสือชิลๆไปด้วยอย่างมาก
การใช้งานเบื้องต้น
ด้วยความที่เป็นรุ่น Home ทำให้รุ่นนี้นั้นไม่มีแบตเตอรี่ในตัวต้องเสียบปลั๊กเพื่อที่จะสามารถใช้งานได้ โดยลำโพงตัวนี้สามารถเชื่อต่อได้หลากหลายวิธีเอามากๆ ทั้งระบบ Bluetooth และเชื่อมต่อผ่าน WiFi รวมไปถึงยังเชื่อมต่อด้วยสาย AUX ขนาด 3.5 mm. ได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟังก์ชันโดดเด่นเลยคือการใช้งานร่วมกับแอปฯ Bose Music App ที่จะตั้ง Preset Playlist ได้ตามใน spotify ของเราได้อีกด้วย
ราคาของ Bose Home Speaker 300 อยู่ที่ : 10,900 บาท
5. Beats Pill+
Credit : Beats
หลังจากที่ Beats ย้ายไปอยู่ภายใต้การดูแลของทางฝั่ง Apple แล้วก็ได้ออกลำโพงอย่าง Beats Pill+ ที่น้ำหนักเบาและมีขนาดที่เล็กที่เหมาะทั้งตั้งไว้บนโต๊ะและพกพาออกไปข้างนอกได้ และด้วยเสียงที่เน้นเบสตามฉบับของ Beats ที่เรียกได้ว่าเป็นลำโพงที่ดีเป็นอันดับต้นๆหากเทียบกันกับแบรนด์อื่นๆในขนาดเดียวกัน ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่เรียบง่าย ดูสะอาดตา ชวนให้ Beats Pill+ มีเสน่ห์ชวนหลงไหล
การใช้งานเบื้องต้น
Beats Pill+ นั้นเชื่อมต่อได้ง่ายๆด้วยระบบ Bluetooth และต่อผ่านสาย AUX ขนาด 3.5 mm. แล้วด้วยความที่ Beats ถูกย้ายไปยัง Apple ทำให้มีสิทธิ์พิเศษเล็กน้อยสำหรับคนที่ใช้บริการ Apple Music จะสามารถสตรีมมิ่งที่มี Bitrate อยู่ที่ 256kbps จึงทำให้มีคุณภาพของเสียงที่กว่าการฟังเพลงผ่านระบบอื่นๆอีกด้วย
ราคาของ Beats Pill+ อยู่ที่ : 8,900 บาท
สวยจริงอะไรจริง งามล้น งามปะล้ำปะเหลือจริงๆ กับ 5 ลำโพงเสียงดีที่เหมาะเป็นอย่างมากกับการเอาไปตั้งสวยๆไว้กลางห้อง แถมได้ฟังเพลงเพราะๆเปิดคลอเบาๆในวันสบายๆ ใครกำลังมองหาลำโพงดีๆสักตัว ลองเข้ามาดูที่ Kaidee สิ มีลำโพงหลากหลายแบบมากมายให้เลือก และเข้ากับทุกสไตล์ของบ้านอย่างแน่นอน
Nov 23, 2020 | บทความยานยนต์
เพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย การตรวจเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่มือใหม่ทั้งหลายควรศึกษา เพราะความอ่อนแข็งของลมยาง ล้วนมีผลต่อการขับขี่ แต่ปัญหาของมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจ นั่นก็คือไม่รู้ว่ารถของเราควรเติมลมยางเท่าไหร่ และเติมยังไงให้ถูกต้อง
ข้อควรรู้ก่อนเติมลมยาง
รู้ว่ารถของเราเป็นรถขนาดเท่าไหร่ หลักในการจำความดันลมยางง่ายๆ คือ รถยนต์ขนาดเล็ก ควรเติมแรงดันของลมยางประมาณ 25 -30 ปอนด์ รถยนต์ขนาดกลางถึงใหญ่ ควรเติมแรงดันลมยาง ประมาณ 30 -35 ปอนด์ และสำหรับรถกระบะ ควรเติมแรงดันลมยางไม่เกิน 65 ปอนด์ แต่ถ้าหากรถต้องบรรทุกของหนักอยู่บ่อยๆ แนะนำให้เติมเกินไป 2-3 ปอนด์ต้องเติมลงยางทั้ง 4 ล้อให้เท่ากัน เพื่อป้องกันการสึกหรอของยางเติมลมยางตอนที่ยางยังเย็นอยู่ เนื่องจากค่าของลมยางยังมีความแน่นอน เพราะถ้าหากเติมในขณะที่ยางมีอุณหภูมิสูงจะทำให้มวลภายในลมยางขยายตัว เมื่อเติมจะได้ค่าไม่แน่นอนเติมลมยางให้พอดี ถ้าให้ชัวร์ควรดูลักษณะการขับขี่ของคุณประกอบกัน เช่น ถ้าคุณขับรถเร็ว ควรเติมให้แข็งกว่าปกติเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นคนขับรถแบบสบายๆ ไม่เร็วมากให้เติมลมยางอ่อนๆ ไม่เกิน 32 ปอนด์กำลังดีหมั่นเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอ โดยภายใน 1 เดือน ควรเช็คประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ลมยางของเราอ่อนจนเกินไป
วิธีเติมลมยางด้วยตนเอง
รู้จักปริมาณลมยางของรถตัวเอง และต้องรู้ว่าล้อรถสามารถรับค่าลมยางได้มากสุดเท่าไหร่ โดยดูที่แก้มยาง หรือดูจากคู่มือรถของเรา เพื่อป้องกันไม่ให้ล้อรถระเบิด มองหาจุดเติมลม ส่วนใหญ่จะเป็นปั๊มน้ำมัน ตั้งค่าแรงดันที่เราต้องการเติม ยกตัวอย่างเช่น รถเราเป็นรถขนาดกลาง สามารถเติมได้ 30-35 ปอนด์ ก็กดตั้งค่าที่ปุ่ม – + ตามต้องการ ลากสายเติมลมไปที่ล้อรถ และเสียบหัวเติมลมให้เข้ากับจุกเติมลมที่ยางให้พอดี ทำแบบนี้ให้ครบทั้ง 4 ล้อ โดยส่วนมากถ้าเติมล้อนั้นๆเสร็จแล้ว ตัวเครื่องจะมีเสียงดัง ‘ปี๊ปๆ’ เพื่อเตือนให้เอาหัวเติมออก เก็บสายเติมลมยางเข้าที่ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
** ถ้าในกรณีที่ยางไม่มีลมอยู่เลย ก่อนเติมให้กดที่ปุ่ม ‘สำหรับยางแบนเท่านั้น’ เพื่อให้ล้อรถของเราแรงดันก่อน จากนั้นเติมได้ปกติเลย
รถของใคร ใครก็รัก แต่ถ้าจะให้ดีต้องเรียนรู้เรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างการเติมลม ประกอบการขับขี่ด้วย เพื่อให้รถคันโปรดอยู่กับคุณไปนานๆ เตรียมบอกลาคำว่ามือใหม่หัดขับ เป็นนักขับมืออาชีพได้เลย
หากคุณกำลังมองหารถสักคน สามารถเลือกซื้อรถมือสองคุณภาพดี ราคาไม่แรงได้ที่ Kaidee Auto จะรถรุ่นไหน ต้องการออปชันอะไร ที่นี่มีครบ
Nov 23, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
หนุ่มๆสาวๆยุค 90 และยุค 2000 ทั้งหลายที่ผ่านวัยเด็กมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ต้องเคยผ่านของเล่นสมัยก่อนที่ตัวเองอยากได้มากๆ แต่ด้วยความเป็นเด็กน้อยเลยยังไม่มีเงินพอที่จะซื้อของเล่นเหล่านี้ วันนี้เราจะพาคุณย้อนวัย ให้หวนคิดถึงของเล่นในความทรงจำกันว่า “เห้ย!! เราเคยอยากได้ของเล่นชิ้นนี้” จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย!!
1. กันพลา
Cradit : VCA Thailand
กันพลา(Gunpla) หรือที่รู้จักกันก็คือหุ่นโมเดลที่มาจากเรื่องกันดั๊ม ที่ผลิตออกมาเป็นชิ้นส่วนต่างๆให้คนที่ซื้อนั้นมาต่อกันเอาเอง ซึ่งเสน่ห์ของมันก็อยู่ที่ตรงนี้นี่แหละ มันเป็นความสนุกและความสุขสูงสุดของคนที่หลงรักในของเล่นชิ้นนี้ นอกจากที่เราจะได้ความภาคภูมิใจในความสำเร็จเมื่อประกอบเสร็จแล้ว เรายังปลื้มความสวยงามในการจัดท่าทางการวางตามที่เราต้องการได้อีกด้วย เชื่อได้เลยว่าต้องเป็นของสะสมในวัยเด็กของใครหลายๆคน ที่พอโตขึ้นมาแล้วจะต้องซื้อมาเข้าบ้านอย่างแน่นอน (ถึงแม้ว่าจะต้องทะเลาะกับคุณภรรยาที่บ้านก็ตาม)
2. เบย์เบลด
Credit : BeyBlade
เป็นมิติใหม่ของการ์ตูนในยุคนั้นเอามากๆ ที่สามารถนำลูกข่างธรรมดาที่ไม่ธรรมดามาต่อสู้กันได้ เบย์เบลดจึงได้กลายมาเป็นของเล่นที่ฮิตมากๆในวัยเด็ก ที่ไม่ว่าคุณจะไปห้างสรรพสินค้าหรือกระทั่งที่โรงเรียน จะต้องมีเด็กๆมารวมตัวกันเล่นเบย์เบลดในช่วงพักเที่ยง โดยมีคำพูดติดปากอย่าง “Go Shoot!!” ที่จะพูดก่อนที่จะเริ่มเล่น เป็นอีกหนึ่งความคลาสสิคที่ชวนให้คิดถึงสุดๆ
3. รถ Tamiya
Credit : Tamiya Official
“ไปเลยแม็กนั่ม!!” ประโยคกระชากใจที่แม้แต่คนที่ไม่ได้ดูการ์ตูนยังรู้จัก กับรถTamiya ที่กลายมาเป็นของเล่นและมีการแข่งขันกันอย่างจริงจัง ที่คุณจะสนุกกับการประกอบรถของตัวเองแล้ว คุณยังสนุกได้กับการโมดิฟายรถ ให้มีความเร็วที่สูงและเหมาะสมกับรางในการเล่น เพื่อไม่ให้หลุดออกไปจากลางรถแข่ง นอกจากจะเป็นของสะสมที่ดีมีความสวยงามแล้ว ยังได้รู้จักการลองผิดลองถูกในการเล่นแต่ละครั้งด้วย
4. บาร์บี้
Credit : Barbie
มากันที่ของเล่นของผู้หญิงกันบ้าง ที่ผู้หญิงในตอนเด็กๆทุกคนจะต้องมีติดตัวพกไปกันทุกที่กันอย่างแน่นอน บาร์บี้ เป็นอีกหนึ่งความสนุกที่เราจะได้เปลี่ยนชุดต่างๆนาๆ เรียกได้ว่า ปลุกความเป็นแฟชั่นนิสต้าในตัวของแต่ละคนออกมาเลยก็ว่าได้ ด้วยความหลากหลายในคาแรกเตอร์ที่แต่ละตัวมีไม่เหมือยนกัน ไม่ว่าเป็นหน้าตา ทรงผม รูปร่างของตัวตุ๊กตาทำให้บาร์บี้นั้นมีความน่าสะสมเก็บไว้ตกแต่งบ้านได้อีกด้วย
5. บ้านแฮมทาโร่
“แฮมทาโร่” เจ้าหนูแฮมสเตอร์สีส้มและเพื่อนๆที่มีความน่ารัก ดูขี้เล่นและเป็นมิตรกับเด็กๆ ซึ่งพอทางการ์ตูนได้ทำของเล่นอย่างบ้านแฮมทาโร่ออกมา ทำให้เป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมที่รักในการตกแต่งบ้าน เพราะเมื่อนำบ้านแฮมทาโร่มาเรียงกันเยอะๆ มันทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเราได้เข้าไปอยู่ในโลกของเจ้าหนูแฮมทาโร่นั้นด้วย
พออ่านบทความนี้จบแล้ว ย้อนคิดถึงวัยเด็กกันเลยไหมล่ะ??!! เชื่อว่าหลายๆคนต้องอยากได้อะไรสักอย่างในนี้อยู่แน่นอน เหล่านักสะสมของเล่นทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ในวงการ หากต้องการหาของเล่นของสะสมที่ต้องการอยู่ Kaidee ของเรานั้นมีสิ่งที่คุณกำลังมองหา