3 ขนมอบ สไตล์เด็กหอ ที่ไม่ต้องง้อคาเฟ่

3 ขนมอบ สไตล์เด็กหอ ที่ไม่ต้องง้อคาเฟ่

ทุกคนน่าจะเคยเป็นกันบ้าง หิวตอนดึกๆ หรือว่าอยากไปหาขนมกินที่คาเฟ่สักที่ แต่ว่าขี้เกียจที่จะออกจากบ้านบ้างก็ดี ร้านปิดบ้างก็ดี ดังนั้นวันนี้จึงมาเสนอเมนูง่ายๆ ที่แม้แต่เด็กหอยังทำได้ ใครๆก็ทำได้ ง่ายๆแถมใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ งั้นเราไปดูกันเลย!!

1. เค้กบราวนี่

เริ่มจากเมนูสุดคลาสสิคอย่างบราวนี่ก่อนเลย เมนูง่ายๆที่ใครต่างนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ เวลาอยากกินของหวานอะไรสักอย่างแล้วล่ะก็ ก็ต้องเป็นบราวนี่นี่แหละ ด้วยความเข้มของช็อคโกแลตรวมกับเนื้อสัมผัสนุ่มๆของเนื้อเค้ก มันลงตัวสุดๆ โดยอุปกรณ์ที่เตรียมและวิธีการทำ มีดังนี้เลย!!

วัตถุดิบ

  • แป้งอเนกประสงค์ 100 กรัม
  • ผงฟู ¼ ช้อนชา
  • ดาร์กช็อคโกแลต 100 กรัม
  • ไข่ไก่ เบอร์ 1 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 180 กรัม
  • เนยเค็ม 85 กรัม
  • ผงโกโก้ 30 กรัม
  • กลิ่นวนิลา 2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  1. ก่อนที่จะเริ่มทำขนมนั้นเราควรต้องวอร์มเตาเพื่อให้เวลาอบนั้นอุณหภูมินั้นคงที่ โดยตั้งที่ 180 องศาเซลเซียส
  2. ต่อมานำดาร์กช็อคโกแลตและเนยเค็มมาละลาย ด้วยวิธี Double Boiler (การต้มน้ำให้ร้อนและนำหม้ออีกหม้อมาวางไว้ข้างบนสำหรับใส่ของที่จะทำละลาย)
  3. ช่วงที่กำลังละลายเนยและช็อคโกแลต ให้ค่อยๆเติมผงโกโก้ไปจนหมด แล้วพักเอาไว้ให้แค่พออุ่น
  4. นำแป้งและผงฟู มาคนให้เข้ากัน
  5. จากนั้นตีไข่ไก่พร้อมๆกับน้ำตาลทราย ตีไปเรื่อยๆจนสีจางลง
  6. นำทุกอย่างที่ได้มารวมกัน และผสมจนเข้ากันและแป้งไม่เป็นเม็ด
  7. เทใส่ลงแม่พิมพ์ และอบในเตาอบด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 20 นาที
  8. เสร็จเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟแล้ว

2. ชีสเค้กหน้าไหม้

เมนูฮิตที่กำลังมาแรงในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ มองผิวเผินอาจจะดูเหมือนว่า “เห้ย!! เมนูนี้มายากเกินไปหรือเปล่า ไหนบอกว่าเมนูง่ายๆสไตล์เด็กหอไง!!” เหมือนจะดูทำยาก แต่จริงๆแล้วเมนูนี้ง่ายกว่าที่คิดเอามากๆ ไปดูกันว่าทำยังไงบ้าง

วัตถุดิบ

  • ครีมชีส 400 กรัม
  • นมข้นหวาน 120 กรัม
  • Heavy Cream 150 มิลลิลิตร
  • แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ เบอร์ 1 2 ฟอง
  • น้ำมะนาว ครึ่งลูก
  • กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  1. ก่อนที่จะเริ่มทำขนมนั้น เราควรต้องวอร์มเตาเพื่อให้เวลาอบนั้นอุณหภูมิคงที่ โดยตั้งที่ 180 องศาเซลเซียส
  2. ตีครีมชีสกับนมข้นหวานให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวและเหลวขึ้น
  3. จากนั้นให้เติม Heavy Cream แล้วผสมให้เข้ากัน
  4. นำไข่ไก่ตอกลงในถ้วยครีมชีส และตีให้เข้ากัน
  5. ร่อนแป้งข้าวโพดลงถ้วยครีมชีส พร้อมๆกับน้ำมะนานและกลิ่นวินิลาลงไป ตีให้เข้ากัน
  6. เทใส่ลงแม่พิมพ์ และอบในเตาอบด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 20 นาที ลมบน-ล่าง
  7. จากนั้นอบต่อด้วยลมบนอย่างเดียว ให้หน้าไหม้เล็กน้อย
  8. นำออกมาพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณครึ่งชั่วโมง
  9. จัดจานพร้อมเสิร์ฟได้เลย

3. คุกกี้เนยสด

คุกกี้เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ทำง่าย ขั้นตอนน้อยและไม่ซับซ้อน เพียงแค่มีอุปกรณ์ให้ครบก็ทำตามกันได้สบายมาก แถมเมื่อทำเสร็จแล้วสามารถเอาไปแบ่งเพื่อนๆ หรือเอามากินเล่นๆระหว่างดูหนังก็เป็นทางเลือกที่ดี

วัตถุดิบ

  • แป้งอเนกประสงค์ 450 กรัม
  • เบคกิ้งโซดา 15 กรัม
  • เนยจืด 300 กรัม
  • น้ำตาลทราย 230 กรัม
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • ไข่ไก่ เบอร์ 1 2 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  1. นำเนยสดกับน้ำตาลมาตีให้เข้าจนสีอ่อนลง และตั้งยอด
  2. จากนั้นจึงค่อยๆใส่แป้งอเนกประสงค์ เบคกิ้งโซดา และเกลือลงไป ตีให้เข้ากัน นำไปพักไว้ในตู้เย็น ประมาณ 30 นาที
  3. จากนั้นนำแป้งที่ได้ออกจากตู้เย็นมา แล้วตักเป็นก้อนกลมๆ นำมาเทลงถาดอบ
  4. อบด้วยไฟบน-ล่าง 120 องศาเซลเซียส ประมาณ 5 นาที หรือจนกว่าสีจะเหลืองสวย
  5. พร้อมอร่อยกับเพื่อนๆและครอบครัวได้เลย

ทีนี้ทุกคนก็ได้รู้สูตรในการทำขนมอบไปแล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ!!?? บอกแล้วว่าง่ายจริงๆ เพียงแค่มีตู้อบเพียงตู้เดียวก็สามารถทำขนมได้มากมาย แต่ถ้าหากใครที่เข้ามาดูสูตรนี้แล้ว รู้สึกว่าเอ๊ะ!! ยังไม่มีตู้อบเลยนี่นา ลองเข้ามาดูได้ที่ Kaidee มีตู้อบคุณภาพดีให้เลือกมากมาย

วิธีเลือกขนมหมาช่วยดูแลฟัน เลือกอย่างไรถึงจะดี ที่นี่มีคำตอบ

วิธีเลือกขนมหมาช่วยดูแลฟัน เลือกอย่างไรถึงจะดี ที่นี่มีคำตอบ

เมื่อเป็นน้องหมาที่เรารักแล้ว ไม่ว่าเรื่องไหนก็ต้องใส่ใจเป็นพิเศษโดยเฉพาะอาหารการกิน นอกจากน้องหมาของเราจะควรได้กินอาหารที่ดีและเหมาะสมกับน้องแล้ว ขนมขบเคี้ยวของว่างเอง ก็เป็นอีกสิ่งที่เหล่าบรรดาทาสน้องหมานิยมซื้อมาเอาใจน้อง

แม้จะขึ้นชื่อว่าขนม แต่ถ้าเลือกให้ดีก็มีประโยชน์ไม่เบา ขนมขบเคี้ยวบางประเภทของน้องหมามาพร้อมสรรพคุณช่วยดูแลฟัน วันนี้เราขออาสาพาไปสอดส่องและเรียนรู้วิธีเลือกขนมหมาช่วยดูแลฝันให้กับเจ้าตูบแสนรัก ไปดูกันเลยค่ะ 

สุขภาพฟันของน้องหมานั้นสำคัญไฉน

ก่อนที่จะไปเลือกขนมหมาช่วยดูแลฟัน มาดูกันก่อนดีกว่าว่าสุขภาพฟันของเจ้าน้องหมาแสนรักของเรานั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน 

หลายคนอาจมองข้ามสุขอนามัยฟันของน้องเพราะคิดว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็น เนื่องจากสัตว์ไม่ได้มีพฤติกรรมที่ต้องแปรงฟันหรือพบทันตแพทย์เหมือนคนอยู่แล้ว 

แต่จริง ๆ แล้วการดูแลรักษาสุขภาพฟันของน้องก็สำคัญไม่ต่างจากที่เราต้องดูแลสุขภาพฟันตัวเองเลย เพราะน้องหมาสุดที่รักของเราก็เจอกับปัญหาสุขภาพฟันได้

ปัญหาสุขภาพฟันที่มักพบบ่อย เช่น คราบพลัคซึ่งเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียและเศษอาหาร จนกลายเป็นหินปูนที่อาจจะนำไปสู่อาการเหงือกอักเสบและติดเชื้อในภายหลัง และเกิดอาการอื่น ๆ ตามมาดังนี้

  • ฟันผุ
  • กลิ่นปาก
  • น้ำลายไหล
  • เบื่ออาหาร
  • เลือดออกในช่องปาก

ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องหมั่นดูแลใส่ใจสุขภาพฟันของน้องหมาให้ดี การดูแลสุขภาพในช่องปากทำได้ไม่ยากเลย นั่นก็คือการหมั่นแปรงฟันให้น้อง หาของเล่นที่ช่วยขัดฟัน และใช้ขนมหมาขัดฟัน

ขนมหมาขัดฟันดีต่อน้องอย่างไร

ในบรรดาขนมหมาหลากหลายรูปแบบ ขนมขัดฟันเป็นขนมหมาที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ เนื่องจากทำมาเพื่อบำรุงช่องปากและฟัน ขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่และลดแบคทีเรีย 

บางยี่ห้อจะมีส่วนผสมพิเศษเพิ่มเข้าไป อาทิ Sodium Tripoly และ Zinc Sulphate ที่ช่วยลดการเกิดหินปูนในช่องปากน้องหมา แถมยังช่วยระงับกลิ่นปากด้วย ถ้าอยากเจาะลึกรายละเอียดว่าเจ้าขนมขัดฟันนั้นดีต่อน้องหมาของเราอย่างไรบ้าง ตามไปอ่านพร้อมกันเลยค่ะ

ป้องกันฟันผุ

ฟันผุถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับน้องหมา ถ้าโครงสร้างภายในฟันติดเชื้อและเสียหายจากการสะสมเชื้อแบคทีเรียอาจจะทำให้ฟันผุหลุดร่วงออกมาก่อนวัยอันควรได้ 

ขนมหมาขัดฟันสามารถช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกกับเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันและช่วยป้องกันอาการฟันผุได้ 

ลดกลิ่นปากไม่พึงประสงค์

น้องหมากินอาหารทุกวัน ถ้าไม่ได้ทำความสะอาดฟันและช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ก็ย่อมเกิดปัญหากลิ่นปากได้เป็นธรรมดา เราสามารถลดปัญหากลิ่นปากของน้องได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้ขนมหมาขัดฟัน ทำความสะอาดเศษอาหารที่เข้าไปติดตามซอกฟันและเหงือก

ป้องกันอาการอักเสบในช่องปาก

หากไม่รักษาสุขภาพช่องปากและฟันจนเกิดโรคในช่องปาก น้องหมาอาจจะต้องเผชิญกับอาการปวดฟัน ปวดเหงือก เลือดออกตามไรฟันและเหงือกจนกินอะไรไม่อร่อย ใช้ชีวิตไม่แฮปปี้ ดังนั้นจึงควรกันไว้ดีกว่าแก้ด้วยการรักษาสุขภาพช่องปากและฟันน้องให้สะอาดอยู่เสมอ

ลดอัตราเสี่ยงเกิดโรคในช่องปากที่ร้ายแรง

อย่างที่เคยเกริ่นไปแล้วว่าคราบพลัคและหินปูนที่เกาะอยู่ตามฟันอาจนำไปสู่โรคทางช่องปากที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคปริทันต์หรือโรคช่องปาก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดกับอวัยวะปริทันต์ ประกอบด้วยเหงือก รากฟัน เอ็นยึดปริทันต์ และกระดูกเบ้าฟันที่มีหน้าที่ยึดฟันเอาไว้ 

ระยะอาการโรคนี้จะเริ่มจากอาการเหงือกอักเสบ ในระยะนี้จะไม่ถึงขั้นอวัยวะปริทันต์ถูกทำลาย แต่ถ้าเข้าสู่ระยะที่หนักขึ้นจะเป็นระยะปริทันต์อักเสบ อวัยวะปริทันต์จะอักเสบถึงขั้นสูญเสียฟัน น้องหมาที่เป็นโรคปริทันต์ขั้นรุนแรงอาจกระดูกเบ้าฟันสลาย กระดูกขากรรไกรล่างหักเลยก็เป็นได้

เห็นได้เลยว่าโรคนี้น่ากลัวมาก เพราะงั้นการรักษาสุขภาพฟันของน้องถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้โรคลุกลามใหญ่โต

ป้องกันการลุกลามทำลายอวัยวะอื่น

นอกจากเชื้อแบคทีเรียในคาบพลัคจะทำให้เกิดโรคในช่องปากแล้ว ยังสามารถทำลายอวัยวะอื่น ๆ ได้ อาทิ ปอด ตับ ไต และหัวใจ รวมทั้งแพร่กระจายผ่านเส้นเลือดจนเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้อีกด้วย

เราจึงควรป้องกันไว้ดีกว่าแก้ด้วยการให้ขนมขัดฟันดูแลสุขภาพปากน้อง เพื่อให้น้องสุขภาพแข็งแรง อยู่กับเราได้นาน ๆ 

เลือกขนมหมาช่วยดูแลฟันแบบไหนดีนะ

ขนมหมาขัดฟันทุกวันนี้มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งรูปลักษณ์ เนื้อสัมผัส ส่วนประกอบ และรสชาติ สำหรับมือใหม่หัดเลือก ถือว่าคุณมาถูกที่แล้ว เพราะเรารวบรวมทริคเด็ดเคล็ดลับดี ในการเลือกขนมหมาช่วยดูแลฟันมาไว้ที่นี่ที่เดียวแล้วค่ะ 

เลือกขนมจากวัตถุดิบไขมันต่ำ

ถ้าไม่อยากเห็นน้องหมากลายร่างเป็นน้องหมูก่อนฟันสะอาด แนะนำให้เลือกขนมขัดฟันที่ผลิตจากวัตถุดิบไขมันต่ำ เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา เป็นต้น แต่ทั้งนี้ต้องเลือกวัตถุดิบที่น้องหมาไม่แพ้ด้วย

เลือกขนาดให้เหมาะกับพันธุ์และวัยของเจ้าตูบ

เราควรเลือกขนมขัดฟันที่มีขนาดพอดีกับช่องปากของน้อง ถ้าขนาดใหญ่เกินไปอาจจะทำร้ายเหงือกของน้องแทนได้ 

เนื้อสัมผัสเหมาะกับช่องปากน้องหมา

นอกจากขนาดขนมขัดฟันควรเหมาะสมกับพันธุ์และอายุของน้องแล้ว เนื้อสัมผัสเองก็เช่นกัน ถ้าน้องหมาของคุณยังเล็กหรือมีสุขภาพฟันไม่แข็งแรงก็ไม่ควรเลือกขนมขัดฟันที่แข็งจนเกินไป แนะนำให้เป็นประเภทอบนิ่มจะเหมาะกว่า

เลือกขนมขัดฟันให้เหมาะกับพฤติกรรมของน้อง

น้องหมาแต่ละตัวย่อมมีพฤติกรรมและนิสัยแตกต่างกัน ทางเราแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ขนมหมาขัดฟันที่เหมาะกับนิสัยของเจ้าหนูจะช่วยได้มาก เช่น น้องหมาบางตัวอาจจะเป็นพวกชอบกลืนไม่ชอบเคี้ยว เราก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่แข็งมาก ย่อยง่าย เพื่อลดอันตรายขนมหลุดเข้าคอ 

หรือถ้าเจ้าตูบตัวไหนเป็นพวกชอบเคี้ยวแทะแกะเกาทุกอย่าง แนะนำให้เลือกประเภทที่ค่อนข้างเนื้อแน่นและแข็งหน่อย

สรุป

สุขภาพช่องปากและฟันของเจ้าตูบเป็นเรื่องที่เจ้าของไม่ควรมองข้ามเพราะอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่างทั้งกลิ่นปาก ฟันผุ โรคในช่องปาก รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดจากแบคทีเรียในคาบพลัค 

ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของน้องหมาจึงเป็นสิ่งจำเป็น วิธีการดูแลช่องปากของน้องให้สะอาดอยู่เสมอนั้นก็ไม่ยากอย่างที่คิด หนึ่งในนั้นคือใช้ตัวช่วยอย่างขนมขัดฟันที่สามารถป้องกันฟันผุ ลดกลิ่นปาก และป้องกันการเกิดโรคในช่องปาก 

ทั้งนี้เราก็ควรเลือกขนาดและเนื้อสัมผัสของขนมขัดฟันให้เหมาะกับพันธุ์ วัย และพฤติกรรมของน้องด้วย สำหรับใครที่สนใจอยากตามหาขนมขัดฟันยี่ห้อดี ๆ มาลองให้เจ้าตูบได้เคี้ยวเล่น ที่ Kaidee มีขายนะคะ ลองแวะมาเลือกกันได้เลยค่ะ

5 แหล่งซื้อเซรามิคสไตล์ญี่ปุ่นราคาย่อมเยา

5 แหล่งซื้อเซรามิคสไตล์ญี่ปุ่นราคาย่อมเยา

ใครเป็นสายหลงใหลในงานเซรามิคสไตล์ญี่ปุ่น ขอเชิญมามุงตรงนี้เลยค่ะ วันนี้เราจะพาไปตะลุย 5 โกดังสินค้าราคาย่อมเยา รับรองว่าช้อปปิ้งสนุก ได้จานชามกระจุกกระจิกกลับบ้านไปใส่อาหารแน่นอน

บรรดาร้านที่เลือกสรรมานั้น มีทั้งแบบขายแยกชิ้น ไปจนถึงร้านที่คิดน้ำหนักตามกิโลฯ ว่าแล้วก็อย่ารีรอค่ะ เตรียมเงินมาให้พร้อม แล้วเข้าสู่โลกของเซรามิคสุดคิวต์กัน

1.ไดกิซัง-Dikisan Shop

Dikisan-Shop
Credit : www.facebook.com/daikisanshop/

ที่แรกขอเอาใจชาวฝั่งธนบุรีหน่อย ไดกิซังเป็นร้านขายสินค้าญี่ปุ่นนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ จาน ชาม เสื้อผ้า ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสภาพดี มีทั้งมือหนึ่งและมือสอง ซึ่งสินค้าแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์และแสดงถึงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ทั้งยังเด่นชัดในความน่ารักเอามากๆ ถึงตัวร้านจะไม่ได้เป็นโกดังใหญ่โต แต่ถ้าใจเรามาทางนี้แล้ว แนะนำว่าเผื่อเวลาช้อปมาเยอะๆ ค่ะ

ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/h3bbWTZxL1Qwj3Lb6
เปิดเวลา : 09.00-18.00 น. ทุกวัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/daikisanshop/

2.เบคยัวร์มันเดย์-BakeyourMonday

BakeyourMonday Shop
Credit : www.facebook.com/bakeyourmonday/
BakeyourMonday pokadot ceramic
Credit : www.facebook.com/bakeyourmonday/

ถัดจากฝั่งธนฯ ขับรถต่อไปยังพุทธมณฑลสาย 5 “เบคยัวร์มันเดย์” เป็นร้านเซรามิคสุดโปรดของเราอันดับต้นๆ นอกจากจะโดดเด่นด้วยงานเซรามิคแสนน่ารัก ลวดลาย Polka dot สีสันสดใสแล้ว ร้านนี้ยังมีจาน ชาม แก้วน้ำ งานหวาย เครื่องจักสาน ฯลฯ ให้เราช้อปปิ้งอีกเพียบ รับรองว่าน่ารักละลานตาจนเลือกไม่ถูก จะซื้อไว้ใช้งานก็ถูกใจ หรือใช้เป็นพร็อพสวยๆ เวลาไปคาเฟ่หรือทะเลก็เก๋ไม่หยอก

ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/1bijPRvm88Gv7of47
เปิดเวลา : 10.00-21.00 น. ทุกวัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/bakeyourmonday/

3.นากายามะ-Nakayama

Nakayama Ceramic
Credit : www.facebook.com/nakayamaratchaphruek/

โกดังของมือสองคุณภาพชั้นหนึ่งของญี่ปุ่น ในราคาสบายกระเป๋า เป็นสโลแกนของ “นากายามะ” จำหน่ายสินค้าทั้งแบบปลีกและส่ง มีด้วยกัน 2 สาขา คือ โซนบางนาและราชพฤกษ์ จุดเด่นคือมีสินค้านานับประเภท ไม่ว่าจะเป็นโมเดล กล้องฟิล์ม ของเล่น เกม จาน ชาม ฯลฯ

ใครที่เป็นสายสะสมของวินเทจถูกใจแน่นอน สินค้าอาจจะไม่ใช่แนวแมสมาก บางอย่างมีเพียงชิ้นเดียว ที่สำคัญราคาสมเหตุสมผล เหมาะกับการพาของถูกใจกลับบ้านมากๆ

ที่ตั้ง : สาขาบางนา https://goo.gl/maps/Ec1xTLN1myjbojqV7 
         สาขาราชพฤกษ์ https://goo.gl/maps/tU8SgaUAkmDgNiHn6
เปิดเวลา : 10.00-19.00 น. ทุกวัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : สาขาบางนา https://www.facebook.com/nakayamabangna54/ 
สาขาราชพฤกษ์ https://www.facebook.com/nakayamaratchaphruek/

4.ลักกี้โฮม-Lucky Home

Lucky-Home -Ceramic
Credit : www.facebook.com/LUCKYHOMESamrongSECONDHandFromJAPAN

ใครเป็นสายชอบออกแรงรื้อค้น เพื่อเจอให้ได้สิ่งที่ถูกใจ ขอให้พุ่งตรงมายังโกดังลักกี้โฮมย่านสำโรง ว่ากันว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมของมือสองญี่ปุ่นขนาดใหญ่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งก่อนไปขอให้ทำใจกับสภาพนิดหนึ่งนะคะ

แนะนำให้พกถุงมือและแต่งตัวมาให้พร้อม แต่มั่นใจได้เลยว่า คุ้มค่ากับการลงแรงแน่ๆ เพราะมีสินค้าให้เลือกแบบครอบจักรวาล ซื้อเป็นชิ้นก็มี หรือบางช่วงมีโปรโมชันพิเศษเหมาๆ ในราคา 10 บาท/กิโลกรัม

ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/7ia29NGYb1GEQoSR6
เปิดเวลา : 10.00-19.00 น. ทุกวัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/LUCKYHOMESamrong
SECONDHandFromJAPAN

5.เจแปนไลฟ์เซ็นเตอร์-Japan Life Center

Japan-Life-Center Ceramic
Credit : www.facebook.com/JapanLifeCenter

ถูกและดีมีอยู่จริงที่ “เจแปนไลฟ์เซ็นเตอร์” โกดังของมือสองที่เน้นงานคุณภาพดี ราคาถูก มีให้เราไปช้อปปิ้งด้วยกันถึง 3 สาขา คือสาขาเซียร์รังสิต ตลาดไทและลาดพร้าว 101 ส่วนความหลากหลายของข้าวของไม่ต้องพูดถึง อัดแน่นทั้งงานจานชาม เฟอร์นิเจอร์ รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ มีทั้งขายเป็นชิ้นและคิดราคาเหมาตามน้ำหนัก อย่างไรก็ตามสินค้าซื้อแล้วไม่รับเปลี่ยนคืน เช็กให้ดีก่อนจ่ายเงินนะคะ

ที่ตั้ง : สาขาเซียร์รังสิต https://goo.gl/maps/zcmE7YLApvTrc13k6 
         สาขาตลาดไท https://goo.gl/maps/siewvmR5RvpXCrMc8 
         สาขาลาดพร้าว 101 https://goo.gl/maps/UYxTbjFXXytDAMyF7
เปิดเวลา : 10.00-20.00 น. ทุกวัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/JapanLifeCenter/

รู้แหล่งช้อปปิ้งเซรามิคเลิศๆ ราคางามๆ กันไปถึง 5 แหล่งแล้ว ใครที่คันไม้คันมืออยากช้อปปิ้งขึ้นมาทันที ลองเข้ามาประเดิมกันก่อนได้ที่ Kaidee เรามีงานเซรามิคมือสองดีๆ เก๋ๆ ให้คุณได้จับจ่ายได้อย่างสบายกระเป๋าและสนุกสนานไม่แพ้กัน ลองคลิกสิคะ

รู้ไว้ใช่ว่า! 5 วิธีการถนอมอาหารชาติต่างๆ

รู้ไว้ใช่ว่า! 5 วิธีการถนอมอาหารชาติต่างๆ

ทราบกันดีว่า อาหารสามารถบอกเล่าได้ถึงเรื่องราว ภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรมในชาตินั้นๆ ได้เป็นอย่างดี หากเรามองลงไปให้ลึกเกิน “ความอร่อย” ทุกๆ เมนูมีอะไรมากมายซ่อนอยู่ในนั้น สำหรับเราแล้วอาหารคืองานศิลปะชั้นดี ที่ผ่านการรังสรรค์และคิดวิเคราะห์มาอย่างดี

วันนี้เราจึงเลือก 5 วิธีการการถนอมอาหารของแต่ละชาติมาให้ดูกัน ซึ่งเป็นเมนูที่เราคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว รับรองว่าจะเห็นถึงความมหัศจรรย์ของที่มาที่ไปแน่นอน

1.เกาหลี-กิมจิ Kimchi

เครื่องเคียงที่สร้างชื่อเสียงให้เกาหลีโด่งดังไปทั่วโลก ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 7 เนื่องจากสมัยนั้นอากาศหนาวจัด เพาะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ชาวบ้านจึงคิดวิธีการถนอมอาหารขึ้นมา ด้วยการเอาผักมาหมักกับเกลือแล้วใส่ในไหฝังลงดิน

เพื่อยืดอายุอาหารให้กินได้นานๆ ต่อมาภายหลังกิมจิได้รับความนิยมมากขึ้น เป็นเครื่องเคียงที่ทานกับอาหารทุกๆ มื้อ ทั้งยังมีงานวิจัยว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิด

2.ญี่ปุ่น-ซูชิ Sushi

คิดไม่ถึงเหมือนกันนะคะ ว่าเมนู “ซูชิ” จะเป็นหนึ่งในการถนอมอาหารของชาวดินแดนอาทิตย์อุทัย หลายร้อยปีก่อนเมนูนี้เริ่มจากการรวมกันของข้าวผสมน้ำส้มสายชู อัดเป็นก้อนเล็กๆ โปะด้วยเนื้อปลาด้านบน

การผสมน้ำส้มสายชูลงไปในข้าวนั้น ช่วยให้ข้าวเรียงตัวเป็นเม็ดสวยและนุ่มขึ้น โดยช่วงแรกเป็นการกินคู่กันระหว่างปลากับข้าว ก่อนที่ช่วงหลังจะพัฒนาท็อปปิงด้านบน ให้หลากหลายมากขึ้นมีทั้งอาหารทะเล ไข่ เห็ด เนื้อ ฯลฯ ส่วนใหญ่มักเป็นของคาว

3.จีน-ไข่เยี่ยวม้า Century Egg

สมัยโบราณกาลประมาณ 600 ปีก่อน ณ มณฑลหูหนาน (Hunan) ว่ากันว่ามีชาวจีนรายหนึ่งพบไข่เป็ดในบ่อปูนขาวระหว่างการสร้างบ้าน ซึ่งทันทีที่เขาชิมก็พบว่า ไข่นี้รสชาติดีมีเอกลักษณ์ จึงเริ่มนำไข่เป็ด ไข่ไก่และไข่นกกระทา มาผสมกับปูนขาว เกลือ โซเดียม ขี้เถ้า ฯลฯ

หมักทิ้งไว้หนึ่งเดือนแล้วนำออกขาย จะเห็นได้ว่าภูมิปัญญานี้ ไม่เพียงแต่เป็นวิธีการถนอมอาหารที่ทำให้อยู่ได้นานขึ้นแล้ว การบ่มพร้อมส่วนผสมเหล่านั้นยังทำให้ไข่แดงสุกอีกด้วย และจากเรื่องราวทั้งหมด

สรุปได้ว่า ไข่เยี่ยวม้าไม่ได้เกี่ยวกับม้าแต่อย่างใด

4.เอเชียตะวันออกเฉียงใต้-ปลาร้า Pickled Fish

ปลาร้าหรือปลาแดก เป็นภูมิปัญญาอันสร้างชื่อของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม พม่า ลาวและไทย ทำหน้าที่เป็นซอสปรุงรสชั้นดีในการทำอาหาร ซึ่งเกิดจากการเอาปลาน้ำจืดขนาดเล็ก พร้อมด้วยส่วนผสมต่างๆ เช่น เกลือ รำข้าว ฯลฯ หมักลงในไห แล้วทิ้งไว้เป็นเวลาราวๆ 7-8 เดือน

ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์อาหารของไทยในภาคอีสาน อันผูกพันข้องเกี่ยวกับวิถีชีวิตผู้คนมายาวนาน สังเกตได้ว่าสมัยก่อน ชาวนาทุกครอบครัวต้องมีไหหมักปลาร้า ถึงขนาดมีวรรณกรรม “ลำบุษบา” เล่าถึงตัวละครในเรื่องว่าทำปลาร้ากินเอง

5.ฝั่งตะวันตก-เบคอน Bacon

ปิดท้ายกับเบคอน อาหารอ้วนแสนอร่อยของหลายๆ คน นี่เป็นหนึ่งในเมนูถนอมอาหารสไตล์ชาวตะวันตก โดยการนำหมูสามชั้นส่วนท้องมาแช่น้ำเกลือทิ้งไว้ จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง ในระยะเวลาหลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน

คุณสมบัติของเกลืออย่างที่รู้ๆ กันว่า ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเหล่าจุลินทรีย์ ทำให้เบคอนทำหน้าที่ให้ความอร่อยกับเราไปอีกหลายเดือน อย่างไรก็ระวังเรื่องโซเดียมด้วยนะคะ

วัฒนธรรมการถนอมอาหารของแต่ละชาติ สะท้อนถึงรากเหง้าและภูมิปัญญาของแต่ละที่ได้เป็นอย่างดี 
ได้ทั้งความรู้และกรรมวิธีต่างๆ ไปแล้ว อย่าลืมไปเพลิดเพลินกับการเจริญอาหารต่อใน Kaidee 
Marketplace แหล่งรวมสินค้าเกษตรออนไลน์ ที่มีตลาดสดขนาดใหญ่ให้เราได้เลือกช้อปปิ้ง
อาหารสดๆ จากแหล่งผลิตตัวจริงเสียงจริง แบบไม่ผ่านนายหน้า

5 รถหรูซูเปอร์คาร์ น่าจับตามองประจำปี 2020

5 รถหรูซูเปอร์คาร์ น่าจับตามองประจำปี 2020

หากเอ่ยถึงซูเปอร์คาร์ เชื่อว่าหลายคนคงจัดอันดับให้เป็นรถในฝันที่ไกลเกินเอื้อม ด้วยราคาอันแพงแสนแพง เริ่มต้นระดับหลักล้านปลายๆ ซึ่งเราเองเป็นคนที่ชอบดูเจ้ารถหรูดังกล่าว

ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยว เรียกว่าเห็นทีไรเป็นต้องมองแบบเหลียวหลัง ถึงเร็วๆ นี้จะยังไม่ได้ครอบครอง แต่ศึกษาไว้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด ใครจะรู้ว่าสักวันหนึ่งฝันนั้นอาจเป็นจริงก็ได้

1.Bugatti La Voiture Noire

ทันทีที่บูกัตติเปิดตัว “Bugatti La Voiture Noire” ไปเมื่อปี 2019 ก็สร้างปรากฏการณ์สำคัญ ด้วยการคว้าตำแหน่งรถราคาแพงสุดในโลก ในราคา 18.68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จัดเป็นยานยนต์ชั้นสูงสมรรถนะเยี่ยม

ภายใต้เครื่องยนต์ดับเบิลเทอร์โบ W-16 ความเร็วสูงสุด 261 ไมล์/ชั่วโมง กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า เปี่ยมด้วยดีไซน์ทันสมัยและสีสันสุดหรูหรา เป็นหนึ่งในรถคู่ใจของนักเตะชื่อดัง คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo) อีกด้วย

ราคา : ประมาณ 600 ล้านบาท

2.McLaren 720S

ก้าวผ่านทุกขีดจำกัดไปกับแมคลาเรน 720เอส ซูเปอร์คาร์สุดหรูที่จะพาเราสนุกกับทุกการเดินทาง โดยตัวรถได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักล่าแห่งท้องทะเลลึก “ปลาฉลามขาว” ให้ฟีลผู้ล่าอันดุดันและน่าเกรงขาม

ขณะที่ห้องโดยสารทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber) แบบชิ้นเดียว ฉะนั้นมั่นใจได้กับระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม ที่สำคัญรถรุ่นนี้ยังถูกปรับให้มีน้ำหนักเบากว่าเดิม วิ่งได้เร็วขึ้น ภายใต้เครื่องยนต์ M840T ขนาด 4.0 ลิตร กำลังสูงสุด 720 แรงม้า

ราคา : เริ่มต้นประมาณ 26.5 ล้านบาท

3.Koenigsegg Gemera

ไฮเปอร์คาร์ไฮบริดสัญชาติสวีเดน ที่เพิ่งเปิดตัว Koenigsegg Gemera ไปเมื่อต้นปี 2020 โดยครั้งนี้มาพร้อมจุดเด่น “ขุมพลัง 1,677 แรงม้า” สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้เพียง 19 วินาที

ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ขนาด 2.0 ลิตร 3 สูบ พร้อมด้วยเทคโนโลยี Freevalve สุดพิเศษ ที่สำคัญยังโดดเด่นด้วยขนาดห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น นั่งได้ 4 นั่ง ส่วนระบบประตูไฮดรอลิคเปิดหมุนขึ้นได้ 90 องศา อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ยังอยู่เหมือนเดิม (ผลิตเพียง 300 เท่านั้น)

ราคา : เริ่มต้นประมาณ 31.5 ล้านบาท

4.Lamborghini Sian Roadster 2021

หนึ่งในรถ Limited Edition ของลัมโบร์กี ที่มีเงินเพียงอย่างเดียวก็อาจจะเป็นเจ้าของไม่ได้ เพราะเขาตั้งใจผลิตซูเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นนี้ ออกมาเพียง 19 คันทั่วโลก และแน่นอนว่าจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว

ส่วนความพิเศษของรถรุ่นนี้ ไล่ไปตั้งแต่ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดได้ถึง 819 แรงม้า ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ภายในเวลา 2.9 วินาที ส่วนความสง่างามของห้องโดยสารและตัวรถนั้นสวยสะดุดตาคุ้มราคาแน่นอน

ราคา : 120 ล้านบาท

5.Ferrari Monza SP

เฟอร์รารีตั้งใจให้นี่เป็นหนึ่งในรถยนต์ตัวท็อปแห่งประวัติศาสตร์ มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่นคือ SP1 และ SP2 ซึ่ง Ferrari Monza SP ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่งชื่อดังใน อดีต “Ferrari 625LM” โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ทันสมัยขึ้น ทว่าคงความโฉบเฉี่ยวไว้เหมือนเดิม

ทั้งยังโดดเด่นด้วยดีไซน์อันหรูหราสไตล์รถสปอร์ตไร้หลังคา มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V12/6.5 ลิตร ให้กำลังแรงสูงถึง 810 แรงม้า และความเร็วสูงสุดที่ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ราคา : เริ่มต้นประมาณ 63 ล้านบาท

ด้วยสมรรถนะสุดเทพและรูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวสะดุดตา ไม่แปลกใจที่รถหรูซูเปอร์คาร์เหล่านี้ 
จะเป็นรถยนต์ในฝันของใครหลายๆ คน ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ครอบครอง แต่ของบางอย่าง "แค่ได้มอง
ก็เป็นสุขใจ" นะคะ