Apr 1, 2021 | บทความอสังหาฯ
บ้าน สถานที่อยู่อาศัยของผู้คนในบ้านที่ควรจะเป็นสถานที่แห่งการพักผ่อน มีความเป็นส่วนตัว และไม่ถูกรบกวนจาก ข้างบ้าน ซึ่งในปัจจุบัน หมู่บ้านส่วนมากนั้น ถูกออกแบบมาให้ใช้รั้วร่วมกับบ้านหลังติดกัน แถมบางโครงการก็มีรั้วบ้านที่เตี้ยแสนเตี้ย จนผู้อาศัยรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวเสียเลย
และนอกจากความเป็นส่วนตัวแล้ว ความปลอดภัยของคนในบ้าน ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นวันนี้ เราจะมาแนะนำวิธีการออกแบบและตกแต่งบ้าน ให้มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยแบบง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเอง
เคล็ดลับออกแบบบ้านให้เป็นส่วนตัว
ซื้อบ้านเดี่ยว
pinoyeplans.com
จะเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าหากเราต้องใช้ผนังร่วมกับเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรทั้งทุบ เจาะ หรือโยกย้ายของก็เสียงดังไปซะหมด เพราะผนังเป็นตัวการในการเดินทางของเสียงจากฟากหนึ่งไปสู่อีกฟากหนึ่ง ดังนั้น การเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีรั้วรอบขอบชิดอย่างบ้านเดี่ยว ก็น่าจะป้องกันปัญหาการเสียงดัง และทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จะปิ้งย่าง หมูกระทะ ปาร์ตี้เล็ก ๆ หรือกิจกรรมกลางแจ้งก็ทำได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาเห็น แต่ก็อย่าเสียงดังเกินไปนะเดี๋ยวจะรบกวนข้างบ้าน
ถ้าใครที่อยากได้บ้านเดี่ยวสวย ๆ ที่เป็นส่วนตัวแบบสุด ๆ ลองอ่านบทความ รวมโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูย่านเอกมัย-ทองหล่อ ดูอาจจะมีโครงการที่ชอบก็ได้
เลือกโครงการที่มีกำแพงรอบบ้านสูง
modularwalls.com.au
กำแพงรอบบ้าน เป็นสิ่งที่ช่วยเราให้มีความปลอดภัยต่อคนภายนอกและมีความเป็นส่วนตัว เพราะยิ่งเราสร้างรั้วสูงแค่ไหน ก็จะช่วยให้ป้องกันบ้านจากสายตามิจฉาชีพหรือเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี ดังนั้นอย่าลืมเลือกบ้านที่มีกำแพงสูงด้วยนะ
ผ้าม่าน 2 ชั้น
brit.co
จะปิดม่านทึบก็อึดอัด จะเปิดม่านโล่งก็ดูไม่เป็นส่วนตัวเอาเสียเลย การติดตั้งม่าน 2 ชั้นเป็นม่านโปร่งและม่านทึบ ก็น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะมันจะช่วยพรางสายตาจากภายนอก และเปิดรับแสงของธรรมชาติได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งผ้าม่านโปร่งก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและความหนาตามความต้องการ และการติดตั้งผ้าม่านในลักษณะนี้ ก็ยังจะช่วยให้ห้องของเราดูกว้างขวางมากขึ้นอีกด้วย
ปลูกต้นไม้รอบบ้าน
sunset.com
แล้วถ้ากำแพงรอบบ้านมันเตี้ยเกินไปล่ะ ? ลองปลูกต้นไม้ไว้รอบตัวบ้านดู อาจปลูกเป็นต้น ๆ แยกกันเพื่อบังสายตาเพียงเล็กน้อย หรือปลูกตามแนวกำแพงให้กลายเป็นกำแพงธรรมชาติสวย ๆ แถมร่มรื่น โดยต้นไม้ที่ทางเราแนะนำควรมีลักษณะสูงผอม เพื่อให้ไม่กินพื้นที่โดยรอบอย่างต้นไผ่ ต้นสนไซเปรส ต้นไทรเกาหลี และต้นข่อย เป็นต้น
หลอกตาด้วยระแนงไม้
timberandrose.com.au
การติดตั้งระแนงไม้บนกำแพงรอบบ้าน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการแก้ไขปัญหากำแพงเตี้ยจนแทบจะไม่เป็นส่วนตัวเอาเสียเลย ซึ่งเราสามารถนำมาวางไว้ด้านบนกำแพงด้วยสีสันต่าง ๆ ทำให้ดูเป็นส่วนตัวและบังสายตาคนภายนอกได้เป็นอย่างดี ซึ่งอาจมีการจัดสวนเล็ก ๆ ไว้ด้านข้างพร้อมมุมพักผ่อนยามเหนื่อยล้าก็น่าสนใจไม่น้อย หรืออีกวิธีหนึ่งคือการวางระแนงไม้แนวตั้งบนระเบียงชั้นสองเพื่อหลอกสายตาให้ตัวบ้านมีความมิดชิดมากยิ่งขึ้น
สรุปท้ายบทความ
นี่คือวิธีการออกแบบบ้านให้เป็นส่วนตัว (จาก ข้างบ้าน)ปลอดภัย และที่สำคัญยังสามารถบดบังสายตาจากคนภายนอกได้อีกด้วย ซึ่งบ้านแต่ละหลังก็มีความเป็นเอกลักษณ์และรายละเอียดที่แตกต่างกันตามมุมมองการใช้ชีวิตและความชอบ ดังนั้นจึงไม่มีใครที่บอกได้ว่าคุณ เหมาะกับบ้านหลังไหน นอกจากตัวของคุณเอง
และถ้าไม่อยากปรับเปลี่ยนบ้านให้ยุ่งยาก ก็เข้ามาหาบ้านใน Kaidee Property ง่ายกว่าเยอะ
Apr 1, 2021 | บทความอสังหาฯ
ปัจจุบันมีธุรกรรมเกิดขึ้นมากมาย ทั้งซื้อบ้าน ซื้อรถ แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องชัวร์ไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นหากเกิดเหตุผิดพลาดอะไร เราจะเสียทั้งทรัพย์ เสียใจด้วยอีกต่างหาก ในวันนี้ Kaidee จะพาคุณมารู้จักกับ สัญญาจะซื้อจะขาย ที่เรียกได้ว่า รู้ไว้ก็ไม่เสียหาย
สัญญาจะซื้อจะขายคืออะไร
สัญญาจะซื้อจะขาย หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า “สัญญาวางเงินมัดจำ” คือสัญญาที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ว่าจะไปทำการ “โอนกรรมสิทธิ์” หรือทำ “การซื้อขายเสร็จเด็ดขาด” อีกครั้งในอนาคต สัญญานี้จะเป็นข้อผูกมัดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายว่า ตกลงจะทำการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แล้ว
แม้ว่าสัญญานี้ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์เกิดขึ้น แต่ต้องมีการกำหนดระยะเวลาการโอนกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจนในสัญญา
เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในสัญญาจะซื้อจะขายคือ “เจตนาในการทำสัญญา” คู่สัญญาจะต้องมีเจตนาที่จะโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคต
หากไม่กำหนดเจตนาเป็นลายลักษณ์อักษร ในทางกฏหมายจะถือว่าสัญญานี้กลายเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดไปโดยปริยาย ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้สัญญากลายเป็นโมฆะ เนื่องจากสัญญาเบ็ดเสร็จต้องจดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ไปพร้อมๆกับทำหนังสือด้วยนั่นเอง
สำคัญอย่างไร?
เนื่องจากจากการซื้อขายบ้าน ที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ในปัจจุบันมีราคาที่สูง จึงทำให้เมื่อเราเจอบ้านที่ถูกใจแล้ว เรายังต้องไปทำเรื่องติดต่อกับธนาคารอีก ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นในช่วงระยะเวลาคาบเกี่ยวก่อนการจะซื้อจะขาย
เพราะฉะนั้นสัญญาจะซื้อจะขายมีความสำคัญในแง่ที่ว่า เป็นกฏหมายที่ถูกบัญญัติขึ้นมาเพื่อป้องกันความเสียหายทางทรัพย์สินหรือการฉ้อโกงใดๆ ที่เกิดจากการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาในการจะซื้อจะขาย
สัญญานี้จะป้องกันไม่ให้ผู้จะขายนำทรัพย์สินที่ระบุในสัญญาไปขายให้กับคนอื่นก่อนเรา
หรือป้องกันไม่ให้ผู้ซื้อไม่ชำระเงินตามกำหนดหรือไม่ยอมรับโอนทำให้ผู้ขายเสียโอกาสในการขายให้ผู้อื่น เป็นต้น
พูดง่ายๆ ก็คือเป็นสัญญาที่ปกป้องทั้งตัวเราและอีกฝ่ายนั่นเอง
สัญญาจะซื้อจะขายต่างกับสัญญาซื้อขายอย่างไร?
สัญญาซื้อขาย หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเสร็จเด็ดขาด จึงทำให้สัญญานี้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ทันทีในวันที่ทำสัญญา เพราะได้ไปทำสัญญาและจดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน และตกลงจ่ายเงินสดและโอนกรรมสิทธิ์ทันที ณ ตรงนั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเกิดขึ้นได้ยาก
จึงทำให้ต้องมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายด้วยเสมอในการทำธุรกรรม
ต้องทำสัญญาจะซื้อจะขายตอนไหน
โดยปกติในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ต้องใช้ทั้งสัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายคู่กันอยู่แล้ว ซึ่งในตอนแรกเมื่อเราสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ใดๆ ก็ตาม จะต้องทำสัญญาจะซื้อจะขาย
ไม่ว่าจะอสังหาฯนั้นจะสร้างเสร็จแล้วหรือเป็นการจองไว้ก่อนก็ตาม ดังนั้นให้จำไว้ง่ายๆ ว่า
“สัญญาจะซื้อจะขายเกิดขึ้นตอนเริ่มกระบวนการ”
ต่อมาเมื่อถึงเวลาโอนกรรมสิทธิ์ และคู่สัญญาพร้อมที่จะปฎิบัติตามสัญญา ซึ่งก็คือ ผู้ซื้อพร้อมชำระเงิน และผู้ขายพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ในขั้นตอนนี้ ทั้งคู่จะต้องไปที่สำนักงานที่ดิน เพื่อทำสัญญาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานนั้นๆและโอนกรรมสิทธิ์ ในขั้นตอนนี้จะถือว่าเกิดสัญญาซื้อขาย และเรียกได้ว่า
“สัญญาซื้อขายเกิดขึ้นตอนจบกระบวนการ”
รายละเอียดที่ต้องมีในสัญญาจะซื้อจะขาย
ในการทำสัญญา สิ่งที่ต้องระวังคือรายละเอียดในสัญญาเพราะหากเกิดอะไรขึ้นมา สัญญาลายลักษณ์อักษรเป็นสิ่งเดียวที่จะปกป้องและช่วยเหลือเราได้ มาดูกันเลยว่าสัญญาจะซื้อจะขายควรระบุรายละเอียดอะไรบ้าง
1.คู่สัญญา
ควรระบุรายละเอียดของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย เช่น ชื่อ ที่อยู่ และบัตรประชาชน สามารถระบุไปได้ด้วยว่าเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
2.อสังหาริมทรัพย์ที่ตกลงจะซื้อจะขายกัน
ต้องระบุรายละเอียดของอสังหาฯนั้นให้ชัดเจน โดยควรบอกบ้านเลขที่ เลขที่ดิน เลขที่โฉนด หรือขนาดพื้นที่ของที่ดินที่จะซื้อ เป็นต้นฃ
3.ราคาที่ตกลงจะซื้อจะขาย และวิธีการชำระเงิน
การระบุรายละเอียดราคา ควรระบุทั้งตัวเลขเป็นจุดทศนิยม และเขียนกำกับด้วยตัวอักษรอีกทีหนึ่งเพื่อความชัดเจน ส่วนวิธีการชำระเงิน สามารถระบุวิธีที่สะดวกได้เลย เช่น ชำระโดยการโอนเงินหรือเช็ค เป็นจำนวนกี่เปอเซ็นต์ของราคาเต็ม และจะชำระส่วนที่เหลือเมื่อไหร่ เป็นต้น
4.กำหนดการโอนกรรมสิทธิ์
ต้องมีการระบุว่าคู่สัญญาทั้งสองจะไปทำการโอนกรรมสิทธิ์กันในอนาคต โดยสามารถกำหนดเป็นระยะเวลาคร่าวๆ เช่น ภายในสี่เดือนนับจากวันทำสัญญา หรือหากคุณเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม จะกำหนดเป็นวันที่แน่นอนไปเลยก็ได้ อีกทั้งไม่ต้องกังวลใจว่าจะต้องกำหนดระยะเวลาเร็วหรือช้า เพราะกฎหมายไม่มีการบังคับในส่วนนี้
5.ค่าธรรมเนียมการโอนและภาษี
ตามกฎหมายแล้ว การโอนกรรมสิทธิ์จะต้องเสีบค่าธรรมเนียมแต่ไม่ได้กำหนดว่าฝ่ายใดจะต้องเป็นผู้จ่าย ในส่วนนี้เป็นสิ่งที่คู่สัญญาจะต้องทำการตกลงกันเองก่อนการโอนกรรมสิทธิ์จะเกิดขึ้น
6.ข้อตกลงอื่นๆ
อาจเพิ่มข้อตกลงหรือเงื่อนไขอื่นๆ ในกรณีที่เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ หรือเพิ่มรายละเอียดค่าเสียหายในกรณีที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาด้วยก็ได้
7.ความรับผิดหากผิดสัญญา
ข้อนี้จะใส่หรือไม่ก็ได้ เพราะกฎหมายจะคุ้มครองอยู่แล้ว แต่หากอยากเพิ่มไว้เพื่อความชัวร์ สามารถระบุได้ว่าอยากให้ผู้ผิดสัญญารับผิดชอบในกรณีที่ผิดสัญญาอย่างไร
8.ลงลายมือชื่อ
ข้อนี้สำคัญที่สุดเพราะในการทำสัญญาทุกประเภทต้องมีลายมือชื่อของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย และต้องเป็นการเขียนด้วยมือเท่านั้น ไม่สามารถใช้ตราประทับหรือพิมพ์ ทั้งนี้ ยังต้องมีการลงลายมือชื่อของพยานในการทำสัยญาอีกสองคน การทำสัญญานั้นจึงจะสมบูรณ์และมีผลทางกฎหมาย
เอกสารแนบท้าย
มาถึงหัวข้อสุดท้ายกันแล้ว ซึ่งเป็นข้อที่ลืมไม่ได้เลย นั่นก็คือเอกสารที่ต้องมีในการทำสัญญานั่นเอง โดยเอกสารที่จำเป็นนั้นมีอยู่ 5 อย่าง
สำเนาทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน แบบบ้าน รายการวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สร้างบ้าน แผนผังโครงการ
เมื่อทำสัญญาเสร็จแล้วก็อย่าลืมแนบเอกสาร 5 อย่างนี้ไปด้วย เพียงเท่านี้ก็จะทราบรายละเอียดทั้งหมดของสัญญานั้นๆ อย่างครบถ้วน
สรุปท้ายบทความสัญญาจะซื้อจะขาย
รู้ความสำคัญของสัญญาจะซื้อจะขายอย่างนี้แล้ว ต่อไปหากจะซื้อบ้านหรือคอนโดก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจเพิ่มขึ้น ไม่สับสนกับซื้อขายทั่วไปอย่างแน่นอน
Mar 31, 2021 | บทความอสังหาฯ
บ้านแฝด คือทางเลือกใหม่ของที่อยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน ที่ตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันใช้สอยและความเป็นส่วนตัวได้แทบไม่แตกต่างจากบ้านเดี่ยว ในขณะที่ราคาซื้อขายอยู่ในระดับใกล้เคียงกับทาวน์เฮ้าส์หรือทาวน์โฮม ซึ่งเป็นราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายเช่นเดียวกัน นอกจากนี้บ้านแฝดยังได้เปรียบคอนโดมิเนียมขนาดครอบครัว (ห้องชุดขนาด 2-3 ห้องนอน) ทั้งในแง่ของราคาและพื้นที่ใช้สอยโดยรวมอีกด้วย
บ้านแฝดในมุมมองของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นการขยาย Segment เพื่อเติมเต็มช่องว่างในกลุ่มลูกค้าโครงการแนวราบที่ต้องการบ้านเดี่ยวในราคาที่ไม่สูงเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มคนโสดที่ไม่ได้อยู่คนเดียว คู่แต่งงานที่ไม่มีลูก หรือครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ล้วนต้องการเลือกซื้อบ้านที่มีสเปซส่วนตัวมากกว่าคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง รวมถึงสาเหตุหลักๆ ด้านการจัดสรรที่ดินและการก่อสร้างซึ่งบ้านแฝดสามารถทำราคาต้นทุนได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับการสร้างบ้านเดี่ยว
ลักษณะบ้านแฝดโดยทั่วไปจะใช้ผนังด้านหนึ่งร่วมกัน และมีระยะห่างจากรั้ว 3 ด้าน ขอบคุณภาพจากโครงการ ชวนชื่น โมดัส วิภาวดี
บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ใครเป็นใครต้องแยกให้ออก
ทุกวันนี้บ้านแฝดถูกออกแบบให้มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม มีการพัฒนาตัวบ้านด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ จัดสเปซที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว จนบางครั้งเราแทบแยกไม่ออกว่าโครงการที่เข้าไปเยี่ยมชมนั้นเป็นบ้านแฝดหรือบ้านเดี่ยวกันแน่
ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของเจ้าของโครงการก็ตาม เพื่อป้องกันการถูกย้อมแมวซื้อบ้านแฝดในราคาบ้านเดี่ยว ผู้บริโภคอย่างเราๆ จึงควรรู้สาระสำคัญของอาคารที่อยู่อาศัยทั้งสองประเภทนี้ เนื่องจากกฏหมายระบุชัดเจนว่า ผู้บริโภคควรเลือกบ้านที่มีการก่อสร้างและใช้อาคารตามที่กฎหมายกำหนด หากซื้อบ้านเพียงเพราะราคาถูกแต่ผิดกฏหมาย เราในฐานะผู้ซื้ออาจถูกดำเนินคดีและรื้อถอนภายหลังได้ แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้ขออนุญาตปลูกสร้างก็ตาม
สำหรับความหมายของบ้านแฝดตามที่ปรากฏใน “กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522” คือ
บ้านแฝด หมายความว่า อาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยก่อสร้างติดต่อกันสองบ้าน มีผนังแบ่งอาคารเป็นบ้าน มีที่ว่างระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับอาคารด้านหน้า (กว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร) ด้านหลัง (กว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร) และด้านข้าง (กว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร) ของแต่ละบ้าน และมีทางเข้าออกของแต่ละบ้านแยกจากกันเป็นสัดส่วน ต้องมีบันได ผนังและโครงสร้างหลัก ประกอบด้วยวัสดุถาวรหรือวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่
นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินกำกับความแตกต่างระหว่างบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว กล่าวคือ
ที่ดินของบ้านแฝดแต่ละแปลงต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 8 เมตร และมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 35 ตารางวา ส่วนแปลงที่ดินบ้านเดี่ยวต้องมีความกว้างและความยาวไม่ต่ำกว่า 10 เมตร มีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 50 เมตร หากความกว้างหรือยาวไม่ได้ขนาดดังกล่าว ต้องมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 60 ตารางวา ตัวอาคารต้องห่างจากเขตที่ดินทุกด้านไม่ต่ำกว่า 2 เมตร
แบบบ้านแฝดสมัยใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีดีไซน์หน้าตาบ้านเหมือนกัน แต่ยังมีฟังก์ชันบางส่วนของบ้านที่แชร์กันอยู่ ขอบคุณภาพจากโครงการ อณาสิริ รังสิต-คลอง 2
บ้านแฝดเทียม นิยามบ้านแฝดดีไซน์ใหม่
นอกจากการสร้างบ้านแฝดที่ใช้ผนังด้านใดด้านหนึ่งร่วมกันตามที่พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ระบุไว้แล้ว ปัจจุบันยังพบว่ามีการก่อสร้างบ้านแฝดโดยใช้ส่วนเชื่อมต่อระหว่างบ้านแต่ละหลังด้วยวิธีการที่ต่างออกไป และนั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า “บ้านแฝดเทียม” หรือบ้านแฝดสมัยใหม่ที่มีลูกเล่นด้านดีไซน์ที่ทำให้บ้านแต่ละหลังดูคล้ายเป็นอิสระจากกัน และให้ความเป็นส่วนตัวราวกับบ้านเดี่ยวมากยิ่งขึ้น
ลักษณะของบ้านแฝดเทียมหรือบ้านแฝดดีไซน์ใหม่มี 2 รูปแบบเด่นๆ ดังนี้
บ้านแฝดที่ฟังก์ชันบางส่วนของบ้านใช้ร่วมกัน
เป็นการออกแบบให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของบ้านติดกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นฟังก์ชันในส่วนที่เป็นเซอร์วิส เช่น ใช้ผนังห้องครัวหรือห้องน้ำชั้นร่วมกัน ใช้คานหลังคาโรงจอดรถเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกันระหว่างบ้านสองหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ฟังก์ชั่นที่เชื่อมต่อมักอยู่ชั้นล่าง จึงทำให้พื้นที่บนชั้นสองได้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยวจริงๆ
บ้านแฝดที่มีคานใต้ดินเชื่อมต่อกัน
โครงสร้างของบ้านแฝดแบบนี้ทำให้เราแยกไม่ออกเลยว่าบ้านนั้นเป็นบ้านแฝดหรือบ้านเดี่ยว เพราะใช้วิธีเชื่อมต่อโครงสร้างด้วยคานใต้ดินในส่วนที่เป็นพื้นที่จอดรถ พื้นที่ซักล้าง หรือรั้วบ้าน ส่งผลให้ผนังบ้านที่อยู่เหนือพื้นดินทั้งสี่ด้านมีระยะห่างจากรั้วและไม่ติดกับบ้านข้างๆ เหมือนอย่างบ้านแฝดชนิดอื่นๆ
แม้เทคนิคการก่อสร้างบ้านแฝดเทียมนี้จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับบ้านแฝดที่ดูทันสมัย และไม่จำเจเหมือนที่ผ่านมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปแบบบ้านที่ละม้ายคล้ายคลึงกับบ้านเดี่ยวมากๆ นี้ อาจสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้บริโภคที่ไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลก่อนได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ในฐานะผู้บริโภคจึงต้องตรวจสอบรายละเอียดของบ้านจากผู้ขายอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะเรื่องของขนาดและหน้ากว้างของผืนที่ดิน หากพบว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินที่จะได้รับมีเพียง 35-49.9 ตารางวา ก็ถือว่าเราได้ซื้อบ้านแฝดมิใช่บ้านเดี่ยวอย่างภาพบ้านที่เห็นอยู่ตรงหน้า
ฟังก์ชันของบ้านแฝดมีความครบครันเทียบเท่าบ้านเดี่ยว ขอบคุณภาพจากโครงการ The Sonne ศรีนครินทร์-บางนา
ข้อดีบ้านแฝดที่ใครๆ ก็ยกนิ้วให้
เมื่อเปรียบเทียบบ้านแฝดกับที่อยู่อาศัยประเภทอื่นๆ เราจะพบข้อดีที่เป็นเหตุผลให้ใครหลายๆ คนยกให้บ้านแฝดเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจ อาทิ
เปรียบเทียบกับบ้านเดี่ยว : บ้านแฝดได้ฟังก์ชันการใช้งานหลักครบเหมือนบ้านเดี่ยว (ขนาดของแต่ละโซนอาจเล็กกว่าบ้านเดี่ยว) เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ และที่จอดรถ แต่จ่ายในราคาที่ถูกกว่า เปรียบเทียบกับทาวน์เฮ้าส์ : บ้านแฝดมีผนังด้านข้างที่ไม่ติดกับใคร จึงเปิดเป็นช่องแสงได้ทำให้พื้นที่ภายในบ้านโปร่งสบายกว่าทาวน์เฮ้าส์เปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียม : หากพิจารณาขนาดพื้นที่ใช้สอยที่เท่ากัน ราคาขายบ้านแฝดจะถูกกว่าคอนโดมิเนียมเกือบ 3 เท่าตัว จึงใช้เงินดาวน์น้อยกว่า และนั่นหมายถึงระยะเวลาที่เก็บออมเงินดาวน์และระยะเวลาการผ่อนเพื่อซื้อบ้านแฝดก็จะสั้นกว่าการซื้อคอนโดด้วย
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาของสำนักวิจัย Krungthai Compass ธนาคารกรุงไทยเพื่อชี้ให้เห็นว่าการซื้อบ้านแฝดที่อยู่ห่างจากแนวรถไฟฟ้าราว 10 กิโลเมตร นั้นคุ้มค่าและประหยัดกว่าการซื้อคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในระยะยาว
โดยทำการสำรวจโครงการบ้านแฝดในทำเลไม่ห่างกับรถไฟฟ้าจำนวน 14 โครงการ ใน 4 ทำเล ประกอบด้วยบางบัวทอง, พระราม 2-เพชรเกษม, รามอินทรา มีนบุรี-หนองจอก และรังสิต-ปทุมธานี พบว่าโดยเฉลี่ยระยะเวลาเดินทางไป-กลับจากโครงการไปยังรถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วน (07.00 และ 17.00 น.) จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อวัน หากเดินทางด้วยรถแท็กซี่จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 230 บาทต่อวัน หรือประมาณ 50,400 บาทต่อปี ในขณะที่การเดินทางจากคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในระยะ 200-750 เมตร จะใช้เวลาเดินเท้าไม่เกิน 10 นาทีต่อวันและอาจไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาร่วมกับราคาขายเฉลี่ยในทำเลข้างต้นของบ้านแฝดขนาด 100 ตารางเมตร จะอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมขนาด 50 ตารางเมตร มีราคาขายเฉลี่ยเท่ากับ 4 ล้านบาท หรือสูงกว่าบ้านแฝดถึง 40 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 1.5 ล้านบาท ซึ่งหากเรานำส่วนต่างราคาบ้านแฝดที่ถูกกว่าคอนโดตรงนี้มาชดเชยเป็นค่าเดินทางไปกลับยังรถไฟฟ้าจะสามารถใช้ได้ถึง 27 ปี
ดังนั้น การเลือกซื้อบ้านแฝดจึงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ เพราะนอกจากพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นกว่าคอนโดมิเนียมเท่าตัวแล้ว ในอนาคตยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าจากที่ดินตามการขยายตัวของเมืองได้อีกด้วย
ภาพบางมุมของบ้านแฝดที่มองผิวเผินดูคล้ายบ้านเดี่ยว ขอบคุณภาพจาก ศุภาลัย วิลล์ บางนา-ศรีนครินทร์
สรุปแล้วบ้านแฝดคือทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ
แวดวงธุรกิจอสังริมทรัพย์ส่วนใหญ่คาดการณ์กันว่า ในปี 2564 โครงการแนวราบจะเป็นไฮไลท์สำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยเฉพาะการพัฒนาที่ดินรอบนอกของกรุงเทพฯ ซึ่งโครงการบ้านแฝดก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่จะสร้างส่วนแบ่งการตลาดและทำกำไรให้กับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่
ในขณะที่ผู้บริโภคก็จะมีทางเลือกในกลุ่มบ้านแฝดเพิ่มขึ้น ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันใช้สอยระดับเดียวกับบ้านเดี่ยว และเรทราคาที่เอื้อมถึง จนสามารถสานฝันใครหลายๆ คนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองได้สมใจ
Mar 30, 2021 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากจะกล่าวถึงเกมแนว Simulation ในตำนานที่ผู้คนทั่วโลกน่าจะรู้จัก ก็คงจะหนีไม่พ้นเกม The Sims ที่จำลองวิถีชีวิตของเราได้แทบจะเหมือนกับการใช้ชีวิตของเราจริง ๆ ตั้งแต่การแต่งตัว การใช้ชีวิต และแม้แต่การ สร้างบ้าน The Sims ที่เราจะสามารถออกแบบได้ตามใจชอบ
simscommunity.info
imdb.com
gamesrig.com
urcdkeys.com
The Sims ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 พร้อมภาคเสริมถึง 7 ภาคด้วยกัน
ปัจจุบันเกม The Sims มีถึง 4 ภาคหลัก ได้แก่ The Sims, The Sims 2, The Sims 3 และ The Sims 4 ซึ่งสามารถเล่นผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้มากมายทั้งเพลย์สเตชัน เกมบอย หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ โดยเกมตระกูล The Sims นี้ถือว่าเป็นเกมคอมพิวเตอร์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว
อย่างที่บอกไปว่า ในเกม The Sims คุณสามารถสร้างตัวละคร สร้างบ้าน และดำเนินชีวิตราวกับการใช้ชีวิตจริง ๆ ซึ่งเชื่อได้เลยว่าคงมีหลายคนที่ใช้บ้านสำเร็จรูปเพราะเสียดาย Simoleons (สกุลเงินในเกม) ที่ต้องเสียไป แล้วถ้าคุณเบื่อบ้านแบบสำเร็จรูปในเกม The Sims ล่ะ ? วันนี้เราจะมาสอนทุกคนสร้างบ้านสวย ๆ ในเกม The Sims กัน
รู้จักเครื่องมือการ สร้างบ้าน The Sims
ก่อนที่จะไปสร้างบ้านได้นั้นเราก็จะต้องมารู้จักกับเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างบ้านกันซะก่อน ซึ่งเครื่องมือที่ว่านี้ ก็มีหลากหลายทั้งเครื่องมือคัดลอกเฟอร์นิเจอร์หรือโครงสร้างบ้าน เครื่องมือทุบ (ลบ) เครื่องมือ Undo และ Redo เครื่องมือบันทึกพื้นที่ เครื่องมือเคลื่อนย้ายตัวบ้านทั้งหมด และเครื่องมือการเคลียร์พื้นที่
นอกจากนี้ การก่อสร้างบ้านยังมีหน้าต่างสำหรับการตกแต่งบ้านที่สามารถแบ่งเป็นสองส่วนด้วยกันคือ ตัวโครงสร้างและเฟอร์นิเจอร์
เครื่องมือโครง สร้างบ้าน The Sims
โครงสร้างของบ้านในเกม The Sims จะแบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ ส่วนต่าง ๆ ของบ้านเพียงคลิกไอคอนที่ปรากฏอยู่ ดังนี้
Wall สำหรับกำแพงบ้าน ผู้สร้างสามารถออกแบบได้ในแนวตรงหรือเฉียงเท่านั้น แต่ก็มีข้อดีที่สามารถปรับความสูงของเพดานและพื้นห้องให้โปร่งหรือเตี้ยได้
Doors and Windows ประตูและหน้าต่างของเกม The Sims นั้นมีให้เลือกหลายขนาดและสไตล์เพื่อให้เข้ากับตัวบ้านที่หลากหลาย
Fences Gates and Columns การสร้างรั้วบ้านมีลักษณะเหมือนกับการสร้างกำแพงบ้านที่เราสามารถออกแบบบ้านได้ตามต้องการ ด้วยการเลือกรูปแบบของรั้วและประตูที่มีหลากหลายสไตล์ ให้เข้ากับเสาและคานเสา
Roofs, Roof Patterns, Roof Sculptures and Roof Trims ตัวหลังคาของบ้านใน The Sims สามารถเลือกรูปแบบได้หลากหลายทั้งสามเหลี่ยม หกเหลี่ยม หน้าจั่ว หรือแบบเอียงไปทางใดทางหนึ่ง พร้อมลวดลายจากวัสดุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไม้ ฟาง อิฐ หรือกระจก รวมถึงขอบของหลังคาที่สามารถตั้งค่าให้ยื่นออกมาหรือไม่ก็ได้
Outdoor Plants and Fountains รู้ไหมว่า ต้นไม้ในเกม The Sims นั้นมีให้เลือกทั้งตั้งแต่ต้นไม้ขนาดใหญ่ไปจนถึงดอกไม้เล็ก ๆ เลยทีเดียว ส่วนน้ำพุนั้นเราก็สามารถสร้างรูปแบบและสีของน้ำพุตามที่ต้องการได้
Floor Patterns and Wall Patterns พื้นห้องมีให้เลือกจากวัสดุมากมายในหมวดนี้ ได้แก่ ไม้ พรม กระเบื้อง หิน อิฐ เสื่อน้ำมัน หรือโลหะผสม เช่นเดียวกับกำแพงที่แบ่งเป็นวัสดุต่าง ๆ เช่น สีทาบ้าน วอลล์เปเปอร์ กระเบื้อง ระแนง อิฐ หิน เป็นต้น
Pool & Open Water สำหรับสระว่ายน้ำของเกมนั้นเราก็สามารถสร้างขนาดที่ต้องการได้เลยพร้อมตัวเลือกของสีน้ำในสระน้ำและของตกแต่งต่าง ๆ มากมาย
Terrain Tools จะขุด ถม หรือเปลี่ยนสีพื้นดินภายในบริเวณบ้านก็ทำได้เช่นเดียวกันเพียงใช้เครื่องมือนี้
Foundations ใช้ในกรณีที่บ้านของคุณมีพื้นที่สูงกว่าพื้นดิน ในส่วนนี้จะมีฐานบ้านให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งอิฐ ระแนงไม้ หรือเสา เป็นใต้ถุนเล็ก ๆ ก็ได้
Styles Rooms ถ้าคุณตกแต่งห้องด้วยตัวเองไม่เก่งนัก ห้องสำเร็จรูปก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะเครื่องมือที่ทางเกม The Sims ออกแบบให้เรียบร้อย เราแค่เลือกโทนสีของห้องเท่านั้น
เฟอร์นิเจอร์ในห้องต่าง ๆ ใน การสร้างบ้าน The Sims
ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เราสามารถแบ่งเฟอร์นิเจอร์ได้จาก 2 เกณฑ์ด้วยกันคือ ประเภทของเฟอร์นิเจอร์ และ เฟอร์นิเจอร์ในห้องต่าง ๆ
ซึ่งในบทความนี้เราจะแบ่งตามประเภท ดังนี้
Comfort คือเฟอร์นิเจอร์ประเภทเก้าอี้และเตียงแบบต่าง ๆ ทั้งเก้าอี้นวม โซฟา เก้าอี้รับประทานอาหาร เก้าอี้สำนักงาน เตียง และเก้าอี้ในสวน
Surfaces เฟอร์นิเจอร์ประเภทโต๊ะและชั้นวาง แบ่งเป็น โต๊ะกลาง โต๊ะรับประทานอาหาร โต๊ะหัวเตียง โต๊ะทำงาน เคาน์เตอร์ และหิ้ง
Plumbing หรือสุขภัณฑ์ในห้องน้ำไม่ว่าจะเป็น อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ อ่างอาบน้ำ ตู้อาบน้ำ และฝักบัว
Activities and Skills เครื่องเล่นและสิ่งของที่ใช้ในการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ คือ ความรู้ ตรรกะ กีฬา ศิลปะ การเพาะปลูก รวมถึงทักษะเฉพาะด้านอื่น ๆ อย่าง วิทยาศาสตร์ หรือ หุ่นยนต์
Decorations แปลอย่างตรงตัวว่าการตกแต่งซึ่งรวมตั้งแต่ ต้นไม้ในบ้าน กรอบรูป กระจก ผ้าม่าน รูปปั้น พัดลม พรม และปล่องไฟ
Pets ข้าวของเครื่องใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์ (ซึ่งหมวดนี้จะมีแค่ในภาค The Sims™ 4 Cats & Dogs ซึ่งเป็นภาคเสริมเท่านั้น) โดยหมวดนี้แบ่งเป็น การดูแลสัตว์เลี้ยง ของเล่นสัตว์เลี้ยง เฟอร์นิเจอร์สำหรับสัตว์เลี้ยง และ สิ่งของอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
Kids เป็นของใช้สำหรับเด็กตั้งแต่วัยทารก วัยหัดเดิน ไปจนถึงวัยเด็ก ซึ่งมีทั้งของตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก ของเล่น และของพัฒนาทักษะสำหรับเด็ก
Lighting ไฟบ้านประเภทต่าง ๆ ประกอบด้วย โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟตั้งพื้น ไฟนอกบ้าน ไฟแขวนกำแพง และไฟแขวนเพดาน
Electronics เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ภายในบ้าน ทั้งโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก เครื่องเสียง เครื่องจับควัน และเครื่องปรับอุณหภูมิภายในบ้าน
Appliances เครื่องใช้ภายในห้องครัว ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น เตาแก๊ส ไมโครเวฟ เครื่องล้างจาน เครื่องชงกาแฟ เครื่องปั่น เตาบาร์บีคิว และถังขยะ รวมถึงตู้จดหมายก็อยู่ในหมวดนี้เช่นกัน
Storages เป็นหมวดเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในการจัดเก็บของอย่าง ตู้หนังสือ ตู้เสื้อผ้า ล็อกเกอร์ หรือกล่องของเล่นเด็ก
Off-the-Grid เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ถูกเก็บค่าไฟฟ้าและน้ำ แบ่งเป็นส่วนของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ไฟ เตาแก๊ส งานฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง และเตาผิง
Transportation ยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง (ซึ่งมีแค่ในภาคเสริมแค่บางภาคเท่านั้น) เช่น เรือ เจ็ตสกี และจักรยาน เป็นต้น
เคล็ดลับ สร้างบ้านใน The Sims ให้สวยงามดังใจชอบ
หลังจากที่ได้รู้จักกับเครื่องมือการสร้างบ้านต่าง ๆ ไปแล้วคราวนี้ก็มาถึงเทคนิคการสร้างบ้านให้สวยตรงใจเรา จะมีเคล็ดลับอะไรบ้างมาดูกัน
เลือกบ้านชอบเป็นตัวอย่าง การจะ สร้างบ้านThe Sims สักหลังให้สวยงามก็คงจะเป็นเรื่องยากถ้าเราไม่ได้มีแบบอย่างในการสร้าง ดังนั้นเราควรจะเลือกบ้านหลังที่ชอบไว้เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างมันขึ้นมาหรือเลือกบ้านที่เราอยากมีในการสร้างมาเติมเต็มความฝันของเราก็ได้นะ
สร้างบ้านที่มีสไตล์เรียบง่ายแต่สวยงาม ถ้าการ สร้างบ้าน The Sims ที่ซับซ้อนมันเป็นเรื่องยากจนเกินไป ลองเลือกบ้านสไตล์เรียบง่ายอย่างมินิมอลที่สร้างง่ายหน่อยแต่สวยมากสิ
ดาวน์โหลดบ้านใน Gallery สร้างเองมันยากนัก ก็มีอีกหนึ่งวิธีในการมีบ้านสวย ๆ แค่เข้าไปเลือกบ้านที่ชอบและดาวน์โหลดลงพื้นที่ของตัวเองก็เป็นเจ้าของบ้านได้แล้ว
ใช้สูตรช่วยให้บ้านเป๊ะ รู้ไหมว่าการเล่น The Sims มีสูตรต่าง ๆ มากมายที่ทำให้บ้านของคุณสวยงามและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น กด Ctrl+C แล้วพิมพ์ตามนี้เลย !
kaching หรือ rosebud = เพิ่มเงิน 1,000 Simoleons
motherlode = เพิ่มเงิน 50000
Money {number} = เพิ่มเงินตามที่กำหนด
Sims.modify_funds +{number} = เพิ่มเงินให้ครอบครัวตามที่กำหนด
รวมสูตร The Sims 4 สำหรับโหมดสร้างบ้าน
Shift + ] = ขยายวัตถุให้ใหญ่ขึ้น
Shift + [ = ย่อวัตถุให้เล็กลง
bb.moveobjects = วางวัตถุตรงไหนก็ได้
bb.showhiddenobjects = โชว์วัตถุที่ซ่อนอยู่
bb.enablefreebuild = แก้ไขสถานที่ต่างๆได้
bb.ignoregameplayunlocksentitlement : ปลดล็อกรางวัลพิเศษที่ได้จากการทำงาน (เลือกใช้หน้าโหมดซื้อ)
ไอเดีย สร้างบ้าน The Sims สวย ๆ
บ้านชั้นเดียวสไตล์คันทรี (Country Style) ที่ภายนอกทำด้วยหินสีเทาคล้ายกับกระท่อมเล็ก ๆ ในชนบทต่างประเทศ ขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะกับคู่รักหรือครอบครัวเล็ก ๆ
บ้านรูปทรงสามเหลี่ยมหลังคาสูงสไตล์เนเชอรัล (Natural Style) ทำมาจากไม้กลมกลืนกับผืนป่า ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามเพื่อการพักผ่อนที่แท้จริง
บ้านสไตล์โมเดิร์น (Modern Style) รูปทรงกล่องที่เรียบง่ายแต่ทันสมัยด้วยโทนสีสบายตาอย่างสีน้ำตาล-ขาว
บ้านสไตล์มินิมอล (Minimal Style) ในประเทศญี่ปุ่นสีขาวสะอาดตาในแนวคิด “Less is More” ที่เห็นแล้วนึกถึง MUJI
Bear and Bun
บ้านสำเร็จรูป (Knock Down House) ที่ประยุกต์ใช้จากตู้ขนส่งสินค้า หรือ ตู้คอนเทนเนอร์ สีสันสดใสรับฤดูร้อน
สรุปท้ายบทความ
และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเคล็ดลับการ สร้างบ้าน The Sims ที่เรานำมาฝากกัน นอกจากการสร้างบ้านแล้ว The Sims ยังมีหมวดการเล่นอื่น ๆ ให้เลือกกันมากมาย แล้วรู้ไหมว่า ยิ่งซื้อภาคเสริมเยอะแค่ไหน ก็ยิ่งสนุกมากขึ้นเท่านั้นนะ !
แต่ถ้าคุณเห็นบ้านใน The Sims แล้วอยากใช้ชีวิตอยู่ขึ้นมาจริง ๆ ลองเข้ามาหาที่ดินใน Kaidee Property แล้วสร้างพวกมันขึ้นมาดูสิ แล้วคุณจะได้ใช้ชีวิตแบบที่ต้องการอย่างแน่นอน
อ่านบทความ เกมเมอร์มือใหม่แต่งห้องอย่างไรให้เหมาะดีนะ ?
Mar 26, 2021 | บทความอสังหาฯ
โครงการ The Forestias เป็นโครงการ Mix-Used บนพื้นที่สีเขียวกว่า 300 ไร่ ที่มีแนวคิดจากการนำความเป็นเมืองมาผสมผสานกับความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ ชื่อ The Forestias เกิดขึ้นจากคำ 2 คำคือ “Forest” ที่มีความหมายว่า “ผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์” และคำว่า “Fantasia” ที่มีความหมายว่า “ความมหัศจรรย์แห่งการสร้างสรรค์ที่ไม่รู้จบ” จนเกิดเมืองเล็ก ๆ ในผืนป่าแห่งนี้
ภายในโครงการมีอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล ออฟฟิศ คอมมูนิตี้มอลล์ โรงแรม คอนโดมิเนียม พื้นที่สีเขียว และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ตอบสนองความต้องการของคนที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองหลวงสู่ธรรมชาติอันสวยงาม
ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ที่ดึงผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อพัฒนาโครงการให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
ขอบคุณรูปจาก: mqdc.com
ทำเลที่ตั้ง
โครงการแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านบางนา ติดกับถนนบางนา-ตราด กม.7 โดยรอบมีสถานที่สำคัญมากมายที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Mega Bangna, BITEC Bangna, Central Plaza Bangna, IKEA Bangna และสนามบินสุวรรณภูมิ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายเข้ามาลงทุนในย่านนี้และเกิดการพัฒนาภายในพื้นที่อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
การเดินทาง
ถนนบางนา-ตราด เป็นถนนที่เชื่อมต่อกันระหว่างจังหวัดกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ มีความยาวตั้งแต่สุขุมวิทไปจนถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยผู้อาศัยสามารถเลือกใช้ทางด่วนที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น บางนา กาญจนาภิเษก และทางพิเศษเฉลิมมหานคร
ส่วนรถสาธารณะก็มีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานีบางนาอยู่ไม่ไกลที่สามารถเข้าถึงตัวเมืองกรุงเทพมหานครได้อย่างง่ายดาย รวมถึงมีรถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ และ MRT สถานีศรีเอี่ยม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย
จุดเด่นของโครงการ The Forestias
พื้นที่แห่งนี้ถูกปลูกต้นไม้มากมายขึ้นมาจนกลายเป็นพื้นที่สีเขียวกว่า 300 ไร่ ก่อนเริ่มก่อสร้างตัวอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นจุดเด่นที่สำคัญของโครงการ The Forestias เพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนและรองรับการใช้งานของคนทุกวัย เรียกได้ว่ามีรูปแบบที่โดดเด่นจากโครงการ Mix-Used อื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด
ขอบคุณรูปจาก: mqdc.com
การจัดสรรพื้นที่ภายในโครงการ The Forestias
โครงการแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 398 ไร่ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักด้วยกัน ได้แก่พื้นที่สวนป่า พื้นที่สาธารณะ และพื้นที่ส่วนพักอาศัย โดยมีรายละเอียดดังนี้
พื้นที่สวนป่า
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่เน้นพื้นที่สีเขียวทำให้โครงการนี้ประกอบไปด้วยพื้นที่สวนป่ามากกว่า 30 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่เขตป่าลึกที่เข้าได้เพียงเจ้าหน้าที่และผืนป่าใจกลางโครงการสำหรับลูกบ้าน
และนอกจากนี้ทางโครงการยังมีศูนย์การเรียนรู้ Forest Pavillion ขนาดกว่า 6,500 ตร.ม. ที่เสนอองค์ความรู้ด้านระบบนิเวศแบบยั่งยืน รวมถึงลานกิจกรรม เพื่อการทำกิจกรรมอันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งแคมป์ปิ้ง งานอีเวนท์ จัดงานแต่งงาน และงานเทศกาลต่าง ๆ
พื้นที่สาธารณะ
ในส่วนของพื้นที่สาธารณะของโครงการนี้ ก็สามารถตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ผ่านสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมายทั้งโรงภาพยนตร์ ร้านค้า พื้นที่สำนักงาน โรงแรม ศูนย์การแพทย์และสุขภาพ ศูนย์วัฒนธรรมชุมชน สถาบันศึกษา และตลาดต่าง ๆ มากมาย
พื้นที่ส่วนพักอาศัย
Whizdom Condominiums
ขอบคุณรูปจาก: mqdc.com
Whizdom Condominiums โครงการคอนโดมิเนียมระดับ High-Rise ที่มีทั้งหมด 3 อาคาร ได้แก่ Destinia (50 ชั้น 465 ยูนิต) Mytopia (42 ชั้น 360 ยูนิต) และ Petopia (43 ชั้น 294 ยูนิต) รวม 1,119 ยูนิต โดยโครงการคอนโดมิเนียมแห่งนี้ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติภายใต้แนวคิด “Feel The Wild” ซึ่งใน 3 อาคารนี้มี 1 อาคารที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Friendly) ซึ่งตอบโจทย์รุ่นใหม่พอสมควร
Mulberry Grove Condominiums & Mulberry Grove Villas
ขอบคุณรูปจาก: mqdc.com
Mulberry Grove Condominiums โครงการคอนโดมิเนียมระดับ Low-Rise ทั้งหมด 283 ยูนิต และ Mulberry Grove Villas โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury จำนวน 37 หลัง นี้ถูกออกแบบ “สานความสุขให้ทุกเจเนอเรชัน” เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวทุกช่วงวัยสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุขและมีพื้นที่ส่วนตัวในเวลาเดียวกัน
Six Senses Residences
ขอบคุณรูปจาก: mqdc.com
Six Senses Residences โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury อันส่วนตัว เพราะยูนิตภายในโครงการมีเพียง 27 หลัง แต่ละหลังถูกออกแบบในสไตล์ Thai Tropical มีจุดเด่นในเรื่องระบบหมุนเวียนอากาศที่โปร่งและสบาย ซึ่งในโครงการนี้ก็มีบริการโรงแรมและรีสอร์ต Six Senses Hostel Resort & Spa ที่อยู่ใกล้ ๆ
The Aspen Tree Residence
ขอบคุณรูปจาก: mqdc.com
The Aspen Tree Residence โครงการคอนโดมิเนียมที่ถูกออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของคนสูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งภายในโครงการก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ให้บริการตามหลักการ “age-in-place” โดยเฉพาะด้านสังคมและการแพทย์ เพื่อให้ชีวิตบั้นปลายของคุณมีความสุขอย่างถึงที่สุด
ข้อมูลอื่น ๆ
เว็บไซต์ : https://mqdc.com/th/our-business/theme-project/theforestias
เบอร์โทร : 1265
เริ่มก่อสร้าง : ปี 2563
คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ปี 2565
สรุปภาพรวมโครงการ The Forestias
เรียกได้ว่า ที่นี่เป็นโครงการ Mix-Used ที่เปิดประสบการณ์การอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่เราไม่เคยเห็นจากการผสมผสานกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างลงตัว รวมถึงการจัดสรรพื้นที่เป็นพื้นที่สีเขียวมากกว่า 30 ไร่ เรียกได้ว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว แต่ก็คงต้องรอกันสักหน่อยเพราะปัจจุบันโครงการนี้ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี
แต่สำหรับใครที่ไม่อยากรอนาน ก็ลองเข้ามาหาซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ได้ใน Kaidee Property ได้เช่นกัน
อ่านบทความ อื่น ๆ ที่นี่