จับมือแฟนไปซื้อคอนโดราคาดีไม่เกิน 3 ล้านบาท

จับมือแฟนไปซื้อคอนโดราคาดีไม่เกิน 3 ล้านบาท

ในยุคสมัยนี้เราเชื่อว่ามีคนไทยวัยรุ่นหลายคน มีไลฟ์สไตล์ที่เหมาะกับการอยู่บนคอนโดมิเนียมมากกว่าในบ้าน เพราะข้อดีของคอนโดที่ส่วนมากจะตั้งอยู่ตามแนวรถไฟฟ้า ทำให้เดินทางสะดวกด้วยรถสาธารณะ อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้างสรรพสินค้า หรือความเจริญต่าง ๆ มากกว่าหมู่บ้านใหม่ ๆ ที่มักจะอยู่ตามชานเมือง ซึ่งด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ไม่มากนัก ก็ทำให้สามารถดูแลรักษาห้องได้ง่ายกว่า และโครงการคอนโดมิเนียมเหล่านี้ก็ยังมีความปลอดภัยมากกว่าหมู่บ้านอีกด้วย 

แต่ด้วยความเข้าใจผิดที่ว่า คอนโดมิเนียมในเมืองมักจะมีราคาที่สูงนี้เอง ที่ทำให้คนรุ่นใหม่หลายคนไม่กล้าที่จะลงทุนกับอสังหาฯ ประเภทนี้ แต่จริง ๆ แล้วรู้ไหมว่า ก็ยังมีคอนโดมิเนียมมากมายที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านให้คุณและคู่รักพอจะลงทุนกันได้ด้วยนะ

“Dolce Lasalle”

เดินทางง่ายใกล้ BTS แบริ่งจาก Dolce Lasalle โครงการคอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 178 ยูนิต ที่มาพร้อมกับดีไซน์สุด Luxury ในราคาจับต้องได้ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพโซนบางนา ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาต่าง ๆ ภายในมีสิ่งต่าง ๆ ที่จะตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ห้องออกกำลังกาย สวนพักผ่อน สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ห้องสมุด และเกมรูม สถานที่กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว ตัวโครงการมีห้องทั้งหมด 5 แบบ ให้เหมาะกับทั้งครอบครัวและคู่รัก ดังนี้

  • STUDIO พื้นที่ใช้สอย 24.8 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 30.4 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM (WITH CORNER) พื้นที่ใช้สอย 34.8 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 45.4 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM (WITH CORNER) พื้นที่ใช้สอย 46.5 ตร.ม.

สถานที่สำคัญใกล้เคียง

  • Summer Lasalle
  • Central Bangna
  • Bitec Bangna
  • Bangkok Pattana International School
  • โรงเรียนลาซาล
  • โรงพยาบาลศิครินทร์
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์

ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท

“Groove Scape Ladprao-Sutthisan”

Groove Scape Ladprao-Sutthisan เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 189 ยูนิต ที่มีเอกลักษณ์การออกแบบด้วยการนำแพตเทิร์นเดิมมาเรียงต่อซ้ำ ๆ กัน ผ่านแนวคิด ความสมดุลของการใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระ ที่รองรับด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อีกทั้งยังมีทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีภาวนา ที่สามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าได้ถึง 2 สาย ทำให้ถึงแม้ว่าคู่ของคุณจะมีที่ทำงานกันคนละแห่ง ก็สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายอย่างแน่นอน แบ่งห้องทั้งหมดเป็น 3 แบบ ได้แก่ 

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 23.21-27.50 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM PLUS พื้นที่ใช้สอย 30.25-32.45 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM PLUS CORNER พื้นที่ใช้สอย 33.63-39.80 ตร.ม.

สถานที่สำคัญใกล้เคียง

  • สวนลุมไนท์บาซาร์
  • บุญถาวรรัชดา
  • Big C Extra ลาดพร้าว
  • มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น
  • โรงเรียนหอวัง
  • โรงพยาบาลโกลเด้นเยียร์
  • โรงพยาบาลสุทธิสาร

ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท

“Cocoon Rama 9”

สำหรับคู่รัก Introvert ที่ต้องการเริ่มต้นครอบครัว Cocoon Rama 9 ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโด Low Rise 8 ชั้น ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะที่นี่ถือเป็นโครงการที่มีความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนห้องเพียง 146 ยูนิต ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบด้วยความเรียบง่ายที่เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติ ทั้งไม้แท้ พื้นหิน และโคมไฟหวาย ที่จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี ตามแนวคิด ‘Simple Sensibility’ และตัวห้องภายในโครงการก็ถูกแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 26-30 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM PLUS พื้นที่ใช้สอย 33-35 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 42-44 ตร.ม.

สถานที่สำคัญใกล้เคียง

  • เดอะไนน์ เซ็นเตอร์
  • เสรีมาร์เก็ต
  • St.Mark International School
  • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
  • โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์
  • โรงพยาบาลวิภาราม พัฒนาการ

ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท

“We Condo”

เอาใจคู่รักสายลุยด้วย We Condo คอนโดมิเนียม Low Rise ความสูง 8 ชั้น สไตล์ Modern Tropical ที่ทำให้นึกถึงการพักอาศัยอยู่ในรีสอร์ต โดยคอนโดแห่งนี้มีทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และ วงแหวนกาญจนาภิเษก ที่จะสามารถพาคุณไปสู่สถานที่ต่าง ๆ ทั้งในตัวเมืองกรุงเทพมหานคร หรือต่างจังหวัดได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนภายในโครงการก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันรองรับความต้องการ ซึ่งห้องทั้ง 1,168 ยูนิต ก็สามารถแบ่งเป็น 6 ประเภท ได้แก่

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 24.90-33.20 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM EXTRA A พื้นที่ใช้สอย 32.40-34.50 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM EXTRA B พื้นที่ใช้สอย 33.90-34.80 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM EXTRA C พื้นที่ใช้สอย 37.10-37.30 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM A พื้นที่ใช้สอย 43.70 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM B พื้นที่ใช้สอย 47.95-49.20 ตร.ม.

สถานที่สำคัญใกล้เคียง

  • ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา
  • The Walk (เกษตร-นวมินทร์)
  • โรงเรียนสายอักษร
  • โรงเรียนบดินทรเดชา 2
  • โรงพยาบาลพญาไท
  • โรงพยาบาลสินแพทย์

ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท

“The Origin Ram 209”

The Origin Ram 209 คอนโด High Rise 31 ชั้น 1,007 ยูนิต ที่จัดเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสุดอลังการถึง 19 จุด ที่ครบครัน รองรับตั้งแต่ความต้องการพื้นฐาน ไปจนถึง Theater Room และ Private Party Room ที่คุณสามารถพาคนรู้ใจไปสวีตหวานแบบเป็นส่วนตัวได้แบบสุด ๆ อีกทั้งตัวโครงการยังตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีมีนบุรี ที่เชื่อมต่อระหว่างสายสีส้มและสายสีชมพู ให้คุณได้เดินทางอย่างสะดวกสบายอีกด้วย ซึ่งคอนโดมิเนียมแห่งนี้ก็มีห้องให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ดังนี้

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 22-25 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM PLUS พื้นที่ใช้สอย 30-34 ตร.ม.

สถานที่สำคัญใกล้เคียง

  • ตลาดมีนบุรี
  • Big C สุขาภิบาล 3
  • แฟชั่นไอส์แลนด์
  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า
  • โรงเรียน สารสาสน์วิเทศมีนบุรี
  • โรงพยาบาล เสรีรักษ์
  • โรงพยาบาลนวมินทร์ 9

ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท

ซึ่งโครงการทั้งหมดที่เราได้แนะนำไป ไม่ใช่เพียงคู่รักที่สามารถมาลงทุนได้ คนโสดหรือครอบครัวเล็ก ๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป คอนโดมิเนียมเหล่านี้ก็เป็นโครงการที่เราคิดว่าเหมาะสมกับทุกไลฟ์สไตล์ เพียงแค่คลิกปุ่มด้านล่างของโครงการต่าง ๆ

อันตรายจากบ้านทรุดจน ผนังร้าว

อันตรายจากบ้านทรุดจน ผนังร้าว

ผนังร้าว นับเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับบ้านที่มีอายุนานนับหลายปี ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่าง ๆ มากมาย เช่น การรั่วซึมของน้ำ ปัญหาโครงสร้างบ้าน หรือแม้แต่ความสวยงามของที่อยู่อาศัย ซึ่งทุกคนรู้ไหมว่า จริง ๆ แล้วผนังร้าวแต่ละแบบก็มีอันตรายและสาเหตุที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาเล่าถึง สาเหตุ ความแตกต่างเหล่านี้ และสิ่งที่ต้องทำเมื่อเจอผนังร้าว

สาเหตุของปัญหา ผนังร้าว

ปัญหาผนังร้าวสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุที่แตกต่างกัน ตั้งแต่สาเหตุเล็กน้อยไปจนถึงสาเหตุใหญ่ที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาแก้ไข ดังนี้

เกิดจากดินทรุดตัว และทำให้เกิดเป็นโพรงใต้บ้าน จนคานไม่สามารถรับน้ำหนักบ้านได้อีกต่อไป โดยอาจเริ่มจากรอยเล็ก ๆ บริเวณผนัง และแตกร้าวเพิ่ม

เกิดจากการคำนวณที่ผิดพลาด ของเสาเข็ม ฐานราก หรือคานจนเกิดความตึงและแตกร้าวได้ โดยการแก้ไขปัญหานี้ก็จำเป็นที่จะต้องใช้วิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ

เกิดจากรากไม้ ที่ชอนไชเข้ามาภายใต้บ้านจนส่งผลกระทบต่อโครงสร้าง หรือแย่งน้ำในดินได้

เกิดจากอุณหภูมิที่ร้อนเกิน จากการที่ปูนถูกผสมกันอย่างผิดสัดส่วน เช่น การผสมน้ำที่น้อยเกินไป ส่งผลให้เมื่อปูนแห้งก็จะกักเก็บความร้อนไว้ภายในและแตกออกมาในที่สุด

เกิดจากความเสียหายจากน้ำ เช่น ท่อน้ำตันหรือรั่ว และซึมเข้าสู่กำแพง จนทำให้โครงสร้างภายในบวมหรือเปราะบาง และร้าว

ผนังร้าว หลังคา

ผนังร้าว แบบไหนที่ควรแก้ไขโดยด่วน !

หลังจากที่ได้รู้สาเหตุของการเกิดผนังร้าวแล้ว เราก็จะมาพูดถึงประเภทของผนังร้าวแต่ละแบบว่ามีสาเหตุ ลักษณะ รวมถึงวิธีการแก้ไขและซ่อมแซมจุดเกิดเหตุที่เหมาะสม ว่าจะเป็นอย่างไร 

ผนังร้าวแตกลายงา

ผนังร้าวแตกลายงา เป็นรอยผนังร้าวที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด มีลักษณะการแตกร้าวเป็นเส้นเล็ก ๆ แตกลายงา โดยสาเหตุหลักของผนังร้าวแบบนี้มาจากการผสมปูนที่ผิดสัดส่วน หรือไม่ได้มีการบ่มน้ำก่อนฉาบปูน (ซึ่งต้องใช้เวลามากถึง 7 วัน) ซึ่งรอยประเภทนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภายในบ้าน แต่ก่อให้เกิดความไม่สวยงาม น้ำซึม ผนังบวม สีกร่อน หรือเชื้อราได้

ส่วนการแก้ไขปัญหาผนังร้าวแบบนี้ เราสามารถซ่อมแซมได้ง่าย ๆ ด้วยการทำความสะอาดพื้นผิว รอให้แห้ง ใช้อะคริลิกมาอุด ทิ้งไว้อีก 2 ชั่วโมง ขัดกระดาษทราย แล้วทาสีทับอีกรอบ

ผนังร้าวแนวทแยง

ผนังร้าวแนวทแยง เป็นรูปแบบผนังร้าวที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะอาจเกิดจากปัญหารากฐานของตัวบ้านอย่าง เสาที่ทรุดตัว การต่อเติมบ้านอย่างผิดวิธี หรือเสาเข็มเคลื่อนตัว จนส่งผลให้คานไม่สามารถรับน้ำหนักได้เหมือนเดิม

ซึ่งถ้าหากพบรอยร้าวประเภทนี้ก็ต้องมีการจดบันทึกถึงความกว้างและยาวของรอยร้าวนั้นว่ามีการเพิ่มขึ้นหรือไม่ และต้องทำการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว

ผนังร้าวตามขอบมุมวงกบ

ผนังร้าวตามขอบมุมวงกบ ที่อยู่ใกล้กับขอบประตูหรือหน้าต่าง ซึ่งอาจต้องมีการแก้ไขด้วยตัวเองหรือต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาซ่อมแซม และเราสามารถแบ่งเป็น 2 ลักษณะย่อย ๆ ได้แก่

รอยที่ไม่ได้ไปในทางทิศเดียวกัน ไม่ได้มีความรุนแรงมากนัก เกิดจากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่าปกติ จนเกิดการขยายหรือหดตัวโครงสร้างภายใน สามารถซ่อมแซมเองได้โดยใช้ยาแนวรอยต่อมาอุด

รอยที่ไปในทางทิศเดียวกัน ในลักษณะแนวเฉียง จะมีความอันตรายมากกว่า เพราะส่วนใหญ่มักเกิดจากปัญหาภายในโครงสร้างอาคารบ้านเรือนที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการแก้ไข ด้วยการรื้อประตูและหน้าต่างออกเพื่อติดตั้งอย่างถูกต้อง

ผนังร้าว หน้าต่าง

ผนังร้าวกลางคาน

ผนังร้าวกลางคาน ในลักษณะดิ่งลงมาจากคานสู่กลางผนัง เกิดจากปัญหาด้านโครงสร้างบริเวณคาน ที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ อาจมีสาเหตุจากการคำนวณที่ผิดพลาด พบเห็นได้บ่อยที่ชั้นล่างสุด หรือชั้นดาดฟ้าที่มีการติดตั้งแทงก์น้ำ ซึ่งผนังร้าวแบบนี้ก็จะมีความอันตรายสูง ควรย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักออกมาเพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้น และเรียกผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบทันที

ผนังร้าวบริเวณหัวเสา

ผนังร้าวบริเวณหัวเสา ที่อาจเป็นแนวไปจนถึงบริเวณคาน มีสาเหตุหลักมาจากน้ำหนักที่มากจนคานไม่สามารถรับไหว ทำให้ตัวคานและเสาแยกออกจากกัน โดยมักจะเกิดกับปลายทั้งสองด้านของคาน และรอยร้าวประเภทนี้มีความอันตรายสูงมาก จำเป็นที่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไข มิเช่นนั้นอาจทำให้อาคารถล่มลงมาได้

รอยร้าวบนพื้น

รอยร้าวบนพื้น มีลักษณะที่แตกต่างกันตามสาเหตุของรอย โดยมักจะเห็นได้ 2 แบบ คือ

รอยร้าวเข้าหาเสาทั้งสี่ มีสาเหตุจากการวางของหนักเกินไปจนทำให้พื้นแอ่นตัว

รอยร้าวเส้นตรง เกิดจากการยืดและหดตัวของคอนกรีตที่แปรผันตามสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหากเป็นรอยที่มีความลึกก็ต้องระวังในเรื่องของการรั่วซึม จนอาจเกิดสนิมและแตกร้าวได้

รอยร้าวบนเพดาน

รอยร้าวบนเพดาน มักเกิดจากการที่เพดานของคุณไม่มีคานรองรับน้ำหนัก ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ คือ รอยร้าวที่เข้าหาเสาทั้งสี่จะมีเพดานเป็นเหล็กเสริม ส่วนรอยร้าวเส้นตรงจะมีเหล็กเสริมด้านใดด้านหนึ่ง โดยการแก้ไข้เบื้องต้นเมื่อเห็นรอยร้าวนี้ ก็ต้องรีบย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก (ด้านบนของรอยร้าว) ออก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เคล็ดลับการดูแลและป้องกัน ผนังร้าว

ถ้าหากคุณไม่อยากให้มีรอยร้าวมากมายภายในบ้านอันแสนอบอุ่น ก็ต้องเริ่มต้องที่เลือกช่างที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และทำงานอย่างละเอียด และไม่ปลูกต้นไม้ใหญ่เยอะจนเกินไปเพื่อป้องกันการดูดน้ำออกจากดิน แต่ถ้าหากคุณทำทั้งสองอย่างนี้แล้ว ก็ยังพบรอย ผนังร้าว อยู่อีก ให้รีบวิเคราะห์และเรียกผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้ เพราะบ้านเป็นสมบัติล้ำค่า ที่ให้ความสุขกับเรานั่นเอง

และถ้าคุณอยากมีบ้านสวย ๆ สักหลัง Kaidee Property ก็พร้อมช่วยเหลือคุณ

อ่านบทความ อสังหาริมทรัพย์ อื่น ๆ

อารีย์ ย่านคาเฟ่ฮอปปิงสุดฮอตของพนักงานออฟฟิศ

อารีย์ ย่านคาเฟ่ฮอปปิงสุดฮอตของพนักงานออฟฟิศ

อารีย์ ชื่อนี้คงเป็นที่คุ้นหูของสาว ๆ วัยรุ่นทั่วไปในนามของย่านแห่งคาเฟ่ ที่มีร้านขนมอร่อย ๆ นับสิบร้านตั้งอยู่บนซอยเล็ก ๆ ทั้ง 12 แต่หารู้ไม่ว่า ถ้าเราเจาะลึกย่านนี้ลงไป อารีย์ยังเป็นสถานที่ตั้งของสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายในการใช้ชีวิตอีกด้วยนะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า BTS อารีย์ที่เรารู้จักกัน

กว่าจะมาเป็น อารีย์

ก่อนที่ย่านอารีย์จะกลายมาเป็นอารีย์ในปัจจุบัน เมื่ออดีตย่านนี้ก็เหมือนกับย่านอื่น ๆ ที่เป็นทุ่งนาอันกว้างใหญ่ ที่พื้นที่รอบ ๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนไปด้วยการลงหลักปักฐานของบุคคลราชการ จนเกิดการขยายตัวเมืองมาทางฝั่งพื้นที่อารีย์มากขึ้น จนกลายเป็นย่านที่อยู่อาศัยอันเงียบสงบและครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาล สถานศึกษา หรือแม้แต่สำนักงานราชการอย่าง กรม และกระทรวงต่าง ๆ

และอารีย์ก็ได้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้นเมื่อรถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์ได้เดินทางมาถึง ส่งผลให้นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว อารีย์ก็ยังสามารถเข้าถึงได้ง่าย ๆ ผ่านการเดินทางอันหลากหลาย จนได้รับความสนใจจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และเป็นย่านแรก ๆ ที่มีคอนโดมิเนียมเกาะรถไฟฟ้าเลยทีเดียว

อารีย์

อารีย์ มีดีกว่าคาเฟ่

โดยในปัจจุบันย่านอารีย์ก็เป็นหนึ่งในย่านที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนและผู้อยู่อาศัย ทั้งโครงการคอนโดมิเนียมหรือที่ดินว่างเปล่าที่มีนักธุรกิจจับจองเพื่อสร้างธุรกิจมากมาย โดยเฉพาะร้านคาเฟ่และร้านอาหาร ซึ่งสำหรับตัวอสังหาริมทรัพย์นั้นเรียกได้ว่ามีราคาที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นย่านที่สามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่โดยรอบไม่ว่าจะเป็น สามเสน สุทธิสาร และรัชดาฯ จนย่านนี้กลายเป็นย่านแฮงเอาต์สุดฮิตของคนรุ่นใหม่

การเดินทางในย่าน อารีย์

ถนนทั่วไป

ถนนพหลโยธิน เป็นถนนหลักของย่านอารีย์ที่มีซอยเล็ก ๆ และทางคู่ขนานอย่าง ถนนพระราม 6 อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับถนนอีก 3 ถนน ได้แก่ ถนนประดิพัทธิ์ ถนนสุทธิสารวินิจฉัย และซอยพหลโยธิน 2 ทำให้สามารถเข้าถึงตัวเมืองได้อย่างง่ายดาย

ทางพิเศษ

ย่านอารีย์ มีทางพิเศษ 2 สายที่อยู่ใกล้ ๆ ได้แก่ ทางพิเศษศรีรัช และทางยกระดับอุตราภิมุข ซึ่งเราสามารถขึ้นลงได้บริเวณที่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร

รถไฟฟ้า

สำหรับรถไฟฟ้า อารีย์ก็เป็นอีกหนึ่งย่านที่มีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่) วิ่งผ่าน ในนามของสถานีอารีย์ ที่สามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าอีกทั้ง 2 สาย รวมถึงในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าอีกถึง 2 สายรวมทั้งหมด 4 สายที่ย่านอารีย์เชื่อมต่อได้ง่าย ๆ 

รถตู้

ส่วนรถตู้ก็มีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นคิวรถตู้ใกล้ ๆ ขนาดใหญ่ที่สามารถพาคุณเข้าและออกจากเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร รวมถึงยังมีรถตู้จากเส้นทางอื่น ๆ ที่วิ่งผ่านย่านอารีย์โดยเฉพาะจากย่านจตุจักร ที่จะเข้ามาเป็นส่วนมาก ซึ่งมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 25 บาท เหมือนกับสายรถตู้ทั่วไป

รถเมล์

ในย่านอารีย์มีรถเมล์สายสำคัญที่อยู่บริเวณ วิลล่า มาร์เก็ต ทั้งหมด 8 สาย ได้แก่ สาย 17 (ท่าข้าม-อนุสาวรีย์) สาย 38 (ส.ราชภัฏจันทรเกษม-วิทยาลัยรามคำแหง) สาย 54 (วงกลมรอบเมือง-ห้วยขวาง) สาย 77 (อู่สาธุประดิษฐ์-หมอชิตใหม่) สาย 97 (กระทรวงสาธารณสุข-โรงพยาบาลสงฆ์) สาย 204 (กทม.2-ท่าน้ำราชวงศ์) สาย 502 (อู่สวนสยาม-อนุสาวรีย์) และสาย 509​ (พุทธมณฑลสาย 2-สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร (จตุจักร)

สิ่งอำนวยความสะดวกย่าน อารีย์

ห้างสรรพสินค้า

  • ลา วิลล่า อารีย์
  • วิลล่า มาร์เก็ต พหลโยธิน

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาล พญาไท 2
  • โรงพยาบาล เปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน
  • โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

สถานศึกษา

  • RBIS Rasami British International School
  • College of Management, Mahidol University
  • โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
  • โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี

วัด

  • วัดอภัยทายาราม (วัดมะกอก)
  • วัดไผ่ตัน

ตลาด

  • ตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง
  • ตลาดนัดซอยอารีย์ 1

สวนสาธารณะ

  • สวนสาธารณะ กรมประชาสัมพันธ์

ดื่มด่ำมนต์เสน่ห์แบบอารีย์ ที่ SAVVI Ari 4

SAVVI Ari 4 คอนโดมิเนียม Low Rise สุดหรู 8 ชั้น จากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่าง The Urban Property บนทำเลเปี่ยมศักยภาพใจกลางอารีย์ ซอย 4 ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและภายนอกโครงการพร้อมกับเทคโนโลยีสุดทันสมัยต่าง ๆ ทั้งระบบที่จอดรถอัตโนมัติและระบบ Home Automation โดยคอนโดมิเนียมแห่งนี้มีความเป็นส่วนตัวผ่านห้องทั้งหมดเพียง 39 ยูนิต แบ่งเป็นห้อง 4 แบบ ได้แก่

  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 35.31 – 39 sq.m.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 62 – 76.9 sq.m.
  • 3 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 98.5-125 sq.m.
  • DUPLEX พื้นที่ใช้สอย 99.5 sq.m

แนวโน้มความเป็นไปของ อารีย์

นอกจากย่านแฮงเอาต์และที่อยู่อาศัยแล้ว อารีย์ ยังเป็นย่านที่ได้รับความนิยมในเรื่องของที่ตั้งสำนักงานและโครงการเชิงพาณิชย์ของเอกชนที่มีราคาค่าเช่าไม่ใช่น้อยเลย เช่น Phahonyothin Center, Ari Hills, Pearl Bangkok และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนี่นับว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเติบโตของอาคารสำนักงานและอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ที่เป็นผลพวงจากสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบนี้เอง

และถ้าใครอยากอาศัยหรือลงทุนกับคอนโดมิเนียมย่านอารีย์ ก็มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจอย่าง SAVVI Ari 4 ให้คุณได้ซื้อ เพียงแค่คลิกด้านล่าง

อ่านบทความ รีวิวอสังหาฯ อื่น ๆ

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือก โซฟา ง่าย ๆ ให้ตรงใจ

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือก โซฟา ง่าย ๆ ให้ตรงใจ

โซฟา ไอเทมหลักที่เป็นส่วนประกอบของห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นเป็นสถานที่พักผ่อนร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว แต่ ๆ ๆ ใช่ว่าจะนั่งโซฟาแล้วชอบไปหมดทุกตัวนะ เพราะโซฟาแต่ละแบบ แต่ละชนิดวัสดุก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน แล้วโซฟาแบบไหนล่ะที่เหมาะกับเรา ? แล้วเราจะเลือกโซฟาอย่างไร ? จะดูแลรักษาอย่างไรให้โซฟาเหมือนใหม่ตลอดเวลา ? มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเถอะ

เลือกจากลักษณะการใช้งาน

เคล็ดลับการเลือกซื้อโซฟาอันดับแรก เราจำเป็นที่จะต้องเลือกโซฟาตามลักษณะการใช้งานของเราเพราะโซฟาประเภทต่าง ๆ ก็มีดีไซน์และลักษณะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะกับอสังหา หรือการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งจะมีอยู่ 6 ประเภทหลัก ๆ ที่ทุกคนควรรู้ ดังนี้

โซฟา ประเภทต่าง ๆ

โซฟาเข้ามุม

หรือโซฟารูปตัว L ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพราะขนาดที่ใหญ่แบบพอดี ๆ จนสามารถนำไปใช้ได้กับการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยการแบ่งสัดส่วนห้อง ตกแต่งให้หรูหรา สามารถนั่งได้หลากคน หรือจะใช้นอนพักผ่อนก็ใช้ได้เช่นกัน

โซฟาเซต (Sofa Set)

เซตโซฟาขนาดใหญ่ที่เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกในบ้านเยอะ เหมาะกับบุคคลที่ต้องการซื้อโซฟาแบบครบครันในคราวเดียว โดยไม่ต้องจับคู่สีเอง ซึ่งเซตโซฟาที่ใหญ่ที่สุดจะประกอบไปด้วย โซฟา 3 ที่นั่ง + อาร์มแชร์ + โต๊ะกลาง + โซฟาคู่ + หมอนอิง เรียกได้ว่าสะดวกเป็นอย่างมาก

อาร์มแชร์ (Armchair)

หรือที่เรียกว่าโซฟาเดียว เป็นโซฟาที่มีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับแบบอื่น ๆ ขนาดเล็ก สามารถใช้กับพื้นที่เล็ก ๆ ได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย เพราะมีน้ำหนักที่เบา เหมาะกับการวางในคอนโดมิเนียม บ้านที่มีสมาชิกไม่เยอะ หรือเสริมจากโซฟาเซต

ขอบคุณรูปจาก: pikisuperstar

โซฟารูปตัว I

โซฟาขนาดปานกลางรูปเส้นตรง 2-4 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการใช้พื้นที่ที่จำกัด ทั้งห้องทำงาน คอนโดมิเนียม บ้านขนาดเล็ก หรือจะวางไว้ที่ปลายเตียงก็เก๋ไปอีกแบบ โดยโซฟาประเภทนี้เป็นโซฟาที่สามารถนอนพักผ่อนได้ไม่แพ้โซฟารูปตัว L เลยล่ะ

โซฟาเบด (Sofabed)

เป็นหนึ่งใน Multifunctional Furniture ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย เป็นได้ทั้งโซฟาและเตียงนอนอันแสนสบายด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งเอนเบาะ 180 องศา หรือดึงลิ้นชักด้านล่างให้กลายเป็นเบาะ ทำให้ห้องของคุณใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

โซฟาเดย์เบด (Sofa Daybed)

โซฟากึ่งเตียงนอนที่ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบใด ๆ สามารถใช้งานได้ทั้งการนั่ง นอน หรือวางเท้าได้ เหมาะสำหรับการใช้งานในห้องนั่งเล่น ห้องนอน มุมพักผ่อน และบริเวณภายนอกอย่างสระว่ายน้ำหรือสวน โดยจะมีลักษณะเบาะที่ลึกและใหญ่กว่าโซฟาทั่วไป

เลือกจากวัสดุของ โซฟา

นอกจากรูปลักษณะของโซฟาแล้ว สมาชิกในบ้านและสุขภาพของสมาชิกยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเลือกวัสดุหุ้มโซฟา เช่น ครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงหรือเด็ก ภูมิแพ้ อุณหภูมิ และความชื้นภายในบ้าน เป็นต้น ซึ่งวัสดุการหุ้มโซฟาที่แตกต่างกันก็ต้องมีการดูแลรักษาที่เหมาะสม ดังนี้

วัสดุหุ้มโซฟาแต่ละแบบต้องดูแลรักษาอย่างไร ?

โซฟาหนังแท้

โซฟาหนังแท้เป็นวัสดุที่ถูกผลิตขึ้นจากหนังจากสัตว์ที่มีขนาดตัวใหญ่อย่าง วัว ที่ได้รับความนิยมมากกว่าหนังสัตว์ประเภทอื่น ซึ่งด้วยความที่พวกมันเป็นหนังสัตว์จริง ๆ นี่เอง ที่ทำให้มันหรูหราและดูดี ส่งผลให้โซฟาหนังแท้มีราคาที่สูงมากกว่าวัสดุอื่น ๆ โดยอาจเริ่มตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว

ซึ่งโซฟาหนังแท้ก็ควรมีวิธีการดูแลเป็นอย่างดี ด้วยการใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดหรือดูดฝุ่น ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยไม่ควรวางของที่มีน้ำหนักเยอะเป็นเวลานานเพื่อป้องกันการยุบตัว รวมถึงห้ามโดนผิวโซฟาน้ำมากเกินไป มิเช่นนั้นโซฟาของคุณก็อาจเป็นรอยได้

โซฟาหนังเทียม

เป็นโซฟาที่นำวัสดุสังเคราะห์ต่าง ๆ มาขึ้นรูปให้มีลักษณะคล้ายโซฟาหนังแท้ ไม่ว่าจะเป็น ผิวสัมผัส หรือลวดลายบนโซฟา ซึ่งราคาของวัสดุประเภทนี้ก็จะมีราคาที่ถูกว่าหนังแท้ อีกทั้งยังนั่งสบายไม่แพ้แท้หนังแท้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอายุการใช้งานที่น้อยกว่า

โดยวิธีการดูแลรักษาโซฟาหนังเทียมก็คล้ายกับหนังแท้ด้วยการดูดฝุ่น หรือเช็ดทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาทำความสะอาดหนังเทียมหรือน้ำสบู่แบบอ่อน แล้วเช็ดด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง และพยายามหลีกเลี่ยงให้โซฟาของคุณไม่โดนแสงแดดโดยตรง เพื่อป้องกันหนังกรอบ แห้ง และอาจเกิดลายได้

โซฟาผ้า

ถือเป็นวัสดุหุ้มโซฟาที่มีราคาถูกและได้รับความนิยมมากที่สุด มีหลากหลายคุณภาพให้เลือกตามชนิดของผ้าแบบต่าง ๆ ตามความชอบและสไตล์การตกแต่งบ้าน มีสีและลวดลายให้เลือกเยอะ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าไหมเทียม ผ้าฝ้าย ผ้าใยสังเคราะห์ หรือผ้ากำมะหยี่ เป็นต้น นั่งแล้วให้ความรู้สึกถึงความนุ่มสบาย ซึ่งราคาก็จะเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันจนถึงหมื่น 

และด้วยผิวของวัสดุที่กักเก็บฝุ่นนี้เองที่ทำให้การดูแลรักษาต้องใช้การดูดฝุ่น หรือการเช็ดด้วยผ้าหมาดและซับด้วยผ้าแห้ง และอาจจำเป็นต้องนำไปผึ่งแดดเพื่อลดกลิ่นอับ

เลือกจากพื้นที่การใช้งาน

ซึ่งสำหรับขนาดของโซฟาที่เราใช้ก็ต้องมีความพอเหมาะพอดีกับพื้นที่ภายในอสังหาริมทรัพย์ของเรา ให้สัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ ทั้งพื้นที่สำหรับการเปิดประตู และพื้นที่การวางสิ่งของภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัย โดยควรมีระยะห่าง ดังนี้

พื้นที่ระหว่างประตู: 1–1.5 เมตร

พื้นที่ทางเดิน: 1.5–2 เมตร

รวมถึงไม่ควรวางโซฟาไว้ชิดกับหน้าต่าง เพราะแสงแดดที่แรงเกินไปก็อาจทำให้โซฟาเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้นนั่นเอง

เลือกจากสไตล์การตกแต่ง

เนื่องจากโซฟาถือเป็นของชิ้นใหญ่ทำให้การเลือกสรรโซฟามาวางให้เข้ากับบรรยากาศภายในห้องจึงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้ปัจจัยอื่น ๆ เลย เช่น การเลือกโซฟาหนังเท่ ๆ สำหรับบ้านสไตล์ลอฟท์ โซฟาผ้าดูอบอุ่นสำหรับบ้านสไตล์มินิมอล หรือโซฟาที่มีความโค้งมนสีอ่อนสำหรับบ้านสไตล์วินเทจ เป็นต้น

สรุปความแตกต่างของ โซฟา แต่ละประเภท

รู้ไหมว่า การเลือกโซฟาที่เหมาะสมไม่ได้เพิ่มความสวยงามให้กับบ้านคุณเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องดูน่าอยู่และผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย และจากเคล็ดลับทั้ง 4 ข้อด้านบนที่เราได้กล่าวก็ไป ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณได้โซฟาที่ถูกใจสำหรับอสังหาริมทรัพย์ของคุณ

แต่ถ้าหากใครที่ไม่อยากลงมือแต่งอสังหาฯ เอง ในเว็บไซต์ Kaidee Property ก็มีอสังหาริมทรัพย์พร้อมอยู่มากมายให้คุณได้เลือก เพียงแค่คลิกด้านล่าง

อ่านบทความ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ อื่น ๆ

บ้านสไตล์ลอฟท์ มีดีอย่างไรบ้าง ?

บ้านสไตล์ลอฟท์ มีดีอย่างไรบ้าง ?

ถ้าหากจะพูดถึงบ้านสุดเท่ แบบดิบ ๆ ที่ดูโล่งสบายแล้ว บ้านสไตล์ลอฟท์ ก็คงเป็นอีกหนึ่งบ้านที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรก ซึ่งบ้านสไตล์นี้ก็ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะด้วยเอกลักษณ์ที่ตกแต่งง่าย แถมยังดูสวยงาม ทำให้มีหลายคนนำไปใช้ในการออกแบบห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน รวมไปถึงร้านคาเฟ่หรือร้านอาหารทั่วไปก็ยังเห็นอีกเพียบ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกบ้านสไตล์ลอฟท์กันว่า มีข้อดีข้อด้อยอะไรและจะแต่งบ้านสไตล์นี้เองง่าย ๆ ได้อย่างไรบ้าง

ที่มาของ บ้านสไตล์ลอฟท์

ผลกระทบจากการทำสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ในใจกลางเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง New York มีราคาที่ดินสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้โรงงานหลายแห่งได้ทำการปิดตัวลง เพื่อย้ายฐานการผลิตไปยังพื้นที่นอกเมือง และโรงงานใจกลางเมืองก็ถูกทิ้งร้างไว้อย่างยาวนาน หลังจากนั้นก็มีผู้ประกอบการหลายแห่ง ก็เล็งเห็นถึงโอกาสในพัฒนาพื้นที่ทิ้งร้างให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยหรือสถานที่เปิดการแสดงของเหล่านักดนตรี เพราะมีลักษณะพื้นที่ที่เปิดโล่ง หลังจากนั้น บ้านสไตล์ลอฟท์จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

บ้านสไตล์ลอฟท์ ตกแต่ง
ขอบคุณรูปจาก: bodyartstyle.com

ข้อดีบ้านสไตล์ลอฟท์

เชื่อไหมว่าการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์มีข้อดีมากมายที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตของคุณง่ายมากยิ่งขึ้น ดังนี้

  • บรรยากาศของบ้านดูโล่ง โปร่งสบายตา ทำให้เราสามารถจัดพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจนสะดวกมากยิ่งขึ้น และยังมีอากาศที่ถ่ายเทอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายและร่นระยะเวลาในการตกแต่ง เพราะเป็นเอกลักษณ์ของบ้านที่ต้องการความดิบ มองเห็นโครงสร้างภายในจึงไม่จำเป็นต้องทาสีหรือต่อเติมมากนัก
  • สามารถเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย เมื่อต้องการโยกย้ายที่อยู่อาศัยเพราะเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นแบบลอยตัว

ข้อเสียบ้านสไตล์ลอฟท์

แต่บ้านสไตล์นี้ก็มีสิ่งที่ต้องแลกกับเอกลักษณ์อันโดดเด่นมากมาย ได้แก่

  • อุณหภูมิที่สามารถควบคุมได้ยาก เพราะใช้โครงสร้างที่เป็นปูนหรืออิฐทำให้อากาศภายนอกสามารถส่งผ่านเข้ามายังภายในบ้านได้ง่ายกว่าบ้านแบบอื่น ๆ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีอากาศร้อน จึงอาจต้องมีการเปิดแอร์มากขึ้นจนเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เยอะ
  • การดูแลรักษาที่ค่อนข้างยาก เพราะผนังปูนที่อาจหม่นหมองเมื่อผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน หรือผนังอิฐที่อาจมีรอยแตกร้าวได้จนเกิดอันตราย ดังนั้นจึงความสังเกตและได้รับการซ่อมแซมอยู่เสมอ ๆ
  • ควบคุมเสียงได้ยาก เพราะบ้านสไตล์นี้จะไม่ค่อยได้รับการกั้นห้องมากนักจึงต้องระวังการใช้เสียงที่ดังจนเกินไป

แต่งบ้านบ้านสไตล์ลอฟท์

บ้านสไตล์ลอฟท์ ใครว่าแต่งยาก ? เพียงแค่คุณรู้ถึงเอกลักษณ์และเทคนิคการแต่งบ้านเหล่านี้ คุณก็จะได้บ้านสวย ๆ เท่ ๆ ดิบ ๆ แล้ว

ปูน อิฐ เหล็ก

ด้วยเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ลอฟท์ที่มีความดิบอยู่สูงมาก ทำให้การตกแต่งส่วนมากจึงเน้นผนังปูนเปลือยและท่อเหล็กที่แสดงถึงความดิบหยาบ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของการแต่งบ้านสไตล์นี้ โชว์ให้เห็นโครงสร้างของตึก เช่น ผนังปูนเปลือย อิฐสีต่าง ๆ มีท่อเหล็กตามการต่อไฟ และอีกประโยชน์หนึ่งของการตกแต่งแบบนี้คือ ทำให้ซ่อมแซมสายไฟหรือท่อประปาได้ง่ายมากขึ้น

ห้องโปร่งโล่งสบาย

บ้านสไตล์ลอฟท์ ไอเดีย
ขอบคุณรูปจาก: Binyan Studio

อีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มความเป็นลอฟท์ได้เป็นอย่างดีคือ การเปิดพื้นที่ให้โล่งกว้างมากยิ่งขึ้นให้ความรู้สึกเหมือนโกดังหรือโรงงานที่มีเพดานสูง ซึ่งการที่ไม่มีฝ้าก็สามารถช่วยได้มากทีเดียว และยังมีข้อดีคือทำให้แสดงถึงงานระบบภายในบ้านและช่วยระบายอากาศได้อีกด้วย นอกจากนี้การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มีประตูปิดกั้นยังทำให้ห้องไม่มีสิ่งบดบังสายตาและดูโปร่งขึ้น รวมถึงตัวบันไดที่มีโครงสร้างเป็นเหล็กทำให้ดูไม่อึดอัดและสามารถใช้สอยพื้นที่ด้านล่างได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

สีเข้ม ธรรมชาติ

สำหรับโทนสีของการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ควรจะเน้นการตกแต่งไปในทางโทนสีเข้มที่เกิดจากธรรมชาติที่เกิดจากการก่อสร้าง เช่น สีปูน ไม้ เหล็ก และอิฐ รวมถึงการใช้สีที่เรียบง่ายอย่างสีเทา ขาว ดำ หรือน้ำตาลเข้มก็ทำให้บ้านดูเป็นลอฟท์ได้มากขึ้นเช่นกัน

เฟอร์นิเจอร์ยกได้ เปลี่ยนสบาย

การที่จะให้บ้านดูโปร่งโล่งนั้นสามารถทำได้ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ไม่ต้องบิวท์อินและง่ายต่อการปรับเปลี่ยนพื้นที่ เช่น โต๊ะทำงานหรือเก้าอี้ที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย หรือเฟอร์นิเจอร์แบบมีล้อ และเป็นเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายแต่ใช้สอยได้เยอะ โดยเฟอร์นิเจอร์ส่วนมากที่นิยมใช้ก็ควรที่จะใช้วัสดุที่เป็น ไม้ เหล็ก และหนัง เพื่อให้ดูเท่และดิบเข้ากับตัวผนังและการตกแต่งโดยรวมของห้องนั่นเอง

แสงอุ่นช่วยให้มีเสน่ห์

ด้วยความที่การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์นั้นเป็นการแต่งบ้านที่ใช้วัสดุและโทนที่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นแสงที่จะช่วยเพิ่มประกายของความเป็นลอฟท์นั้น ก็ควรจะเป็นแสงที่เกิดจากธรรมชาติหรือมีโทนสีที่มีความเป็นธรรมชาติอย่างโทนสีเหลือง เพื่อเพิ่มความอบอุ่นของห้องนั้น ๆ หรือใช้โคมไฟวางเป็นจุด ๆ ก็สร้างบรรยากาศให้ดูสลัว ๆ เท่ ๆ ได้เหมือนกัน

สรุปบทความเกี่ยวกับ บ้านสไตล์ลอฟท์

จริง ๆ แล้วบ้านแต่ละแบบก็เหมือนงานศิลปะที่ไม่มีถูกผิดหรือไม่สวย เพราะแต่ละคนที่มีความชื่นชอบที่แตกต่างกัน และนอกจากบ้านสไตล์ลอฟท์ที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีบ้านอีกหลายแบบอย่าง มินิมอล โมเดิร์น นอร์ดิก และอื่น ๆ อีกมากมายให้เราได้ตกแต่งกัน

และนี่คือข้อดีข้อด้อยและการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ ที่ทำได้เองแบบง่าย ๆ ตามใจคุณที่เรานำมาฝากกัน และถ้าใครอยากตกแต่งห้องสไตล์นี้ด้วยอสังหาริมทรัพย์ราคาเบาก็สามารถเข้ามาค้นหาได้ใน Kaidee Property แหล่งรวบรวมอสังหาริมทรัพย์มากมายหลายประเภท

อ่านบทความเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ อื่น ๆ