คอนโด บางนา ทั้งใกล้รถไฟฟ้าและแหล่งชอปปิง

คอนโด บางนา ทั้งใกล้รถไฟฟ้าและแหล่งชอปปิง

ประวัติความเป็นมา บางนา

ในอดีต ย่านบางนา เป็นหนึ่งในเขตการปกครองของอำเภอพระโขนง ซึ่งได้รับอิทธิพลด้านการค้าและอุตสาหกรรมมาจากฝั่งสมุทรปราการ ย่านบางนาเป็นย่านที่ในอดีตมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ เพราะด้วยทำเลที่ตั้งที่ใกล้กับทั้งนิคมอุตสาหกรรม และคลังสินค้าต่าง ๆ จึงมีนักลงทุนเข้าไปทำธุรกิจกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า ศูนย์แสดงสินค้า หรือสำนักงานต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่รับความนิยมต่อคนทั่วไปมากนัก มีเพียงแค่ คอนโด ราคาสูงเท่านั้น

จนเมื่อมีการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ย่านบางนาก็เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลากมากยิ่งขึ้นเพราะมีทั้งทางด่วนที่เชื่อมกับรถสาธารณะต่าง ๆ เพื่อออกนอกเมืองกรุงเทพมหานคร ทางด่วนที่สามารถเข้าสู่ตัวเมืองได้ รวมถึงรถไฟฟ้าสถานีบางนาที่เข้าสู่ตัวเมืองได้อย่างง่ายดายมาก ๆ

ภาพรวม บางนา

ในปัจจุบัน ย่านบางนามีการเติบโตที่รวดเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต โดยเฉพาะบางนาตอนต้นที่ได้รับอิทธิพลความเจริญมาจากในตัวเมือง ทำให้ในช่วงนี้จึงเกิดรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิทที่เป็นสถานีเชื่อมต่อจากสถานีอ่อนนุชและมีนักลงทุนให้ความสนใจในบริเวณนี้จำนวนมาก จนมีการลงทุนห้างสรรพสินค้าและศูนย์แสดงสินค้าอย่าง ไบเทคบางนา และ อีเกีย บางนา ที่หลายคนรู้จักกัน

ในภายหลังมีการขยายสถานีรถไฟฟ้าครอบคลุมทั่วทั้งย่านบางนาตอนกลางจนทำให้ย่านบางนามีอัตราการเจริญเติบโตที่สูงมาก เห็นได้จากการค้าปลีกแบบเฉพาะที่ผุดขึ้นเป็นจำนวนมากทั้งบุญถาวร แกรนด์โฮมมาร์ท หรือ ไทยวัสดุ และนอกจากนี้ในช่วงบางนาตอนกลางยังมีตลาด คอนโด ครอบคลุมทั้งพื้นที่บางนาตอนกลาง

ส่วนในช่วงบางนาตอนปลายเนื่องจากอยู่ใกล้กับเขตอุตสาหกรรม ทำให้ช่วงบางนาตอนปลายนี้เป็นพื้นที่ของการอยู่อาศัยซึ่งก่อให้เกิดตลาดหมูบ้านจัดสรรหลากหลายประเภทและระดับ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และทาวน์เฮ้าส์ ตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงระดับไฮเอนด์

ขอบคุณรูปจาก: Central Pattana

การเดินทางใน บางนา

ถนนทั่วไป

สำหรับถนนเส้นหลักของย่านบางนา มีทั้งหมด 2 สาย ได้แก่ ถนนเส้นสุขุมวิท และถนนบางนา-ตราด ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนข้างเคียงหลายสาย เช่น ถนนอุดมสุข หรือถนนลาซาล ทำให้มีข้อเสียคือ การจราจรมีความติดขัดจากถนนฝั่งสุขุมวิท อุดมสุข ลาซาล และรถต่าง ๆ ที่เข้ามาเพื่อชมงานแสดงสินค้าในไบเทคบางนาอีกด้วย แต่ในทางกลับกัน ข้อดีของการเชื่อมต่อถนนหลากหลายสายนั้นก็ทำให้ย่านบางนามีการระบายรถได้เยอะเช่นเดียวกัน ทำให้ถนน 2 เส้นนี้ก็ไม่มีการจราจรที่แย่มากนัก

ทางพิเศษ

ย่านบางนามีทางพิเศษเฉลิมมหานครซึ่งเป็นทางพิเศษสายแรกของประเทศไทย และ ทางพิเศษบูรพาวิถี ทางด่วนพิเศษระบบเก็บเงินตามระยะทาง ซึ่งทางพิเศษทั้ง 2 เส้นนี้วางตัวอยู่ขนานกับถนนบางนา-ตราด ซึ่งมีจุดขึ้น-ลงอยู่บริเวณแยกบางใหญ่บางนานั่นเอง

รถไฟฟ้า

สำหรับรถไฟฟ้า ย่านบางนามีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ ที่สถานี BTS บางนา ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ และนอกจาก BTS แล้ว ในย่านบางนาก็ยังมีแผนก่อสร้างส่วนต่อขยาย LRT บางนา-สุวรรณภูมิ ที่เชื่อมต่อกับสถานีอุดมสุข และเพิ่มสถานีไบเทค ถาวรนิเวศน์ เซ็นทรัลซิตี้ และยาวไปจนถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่ต้องการเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในย่านนี้ รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-พัฒนาการ-สำโรง ที่จะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้

รถตู้

รถตู้ในย่านบางนามีทั้งรถตู้ที่วิ่งไปยังภาคตะวันออกซึ่งมีจุดขึ้นรถอยู่บริเวณแยกบางนาฝั่งเลี้ยวไปเซ็นทรัลบางนาที่จะออกเมื่อรถเต็มในเวลาเร่งด่วนและออกรถตามรอบเวลาที่กำหนดในเวลาอื่น ๆ รวมถึงรถตู้ที่วิ่งมาจากท่ารถเอกมัยผ่านเส้นบางนา-ตราด ซึ่งสามารถรอได้ตามป้ายรถประจำทางทั่วไป

รถเมล์

ถนนทั้ง 2 สายของย่านบางนามีรถเมล์ให้บริการอย่างทั่วถึง โดยมีสายที่สำคัญอยู่ 7 สาย ได้แก่ 2 (สำโรง–ปากคลองตลาด), 23 อู่เมกา–เทเวศร์), 38 (ส.ราชภัฎจันทรเกษม–วิทยาลัยรามคำแหง), 45 (อู่เมกา–ท่าน้ำสี่พระยา), 48 (รามคำแหง 2–วัดโพธิ์), 98 (ห้วยขวาง–กล้วยน้ำไท), 132 (พระโขนง–การเคหะฯ (บางพลี)) และ 180 (อู่สาธุประดิษฐ์–ราม 2)

สิ่งอำนวยความสะดวก บางนา

ห้างสรรพสินค้า

  • เซ็นทรัลพลาซา บางนา
  • SB Design Square Bangna
  • เมกา บางนา

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลมนารมย์ 
  • โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 2
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ 
  • โรงพยาบาลศิครินทร์

สถานศึกษา

  • โรงเรียนบางกอกพัฒนา
  • โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูส์ กรุงเทพฯ 
  • โรงเรียนสิริรัตนาธร 
  • โรงเรียนลาซาลกรุงเทพ

สวนสาธารณะ

  • บางกระเจ้า

ตลาด

  • ตลาดน้ำโบราณบางพลี 
  • ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ 

บางนา ในอนาคต

สำหรับบางนาตอนต้นในอนาคตจะมีโครงการแบค็อกมอลล์ซึ่งเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่จะรวบรวมศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย และอาคารสำนักงานครบวงจรไว้ในที่เดียว รวมถึงการสร้างสถานที่จัดงานเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ระดับโลกที่อาจช่วยให้ย่านบางนาได้รับความสนใจมากขึ้นไปอีก

ส่วนช่วงบางนาตอนปลายถึงแม้ว่าในอดีตจะเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ความสนใจจากนักลงทุนมากนัก แต่ในอนาคตพื้นที่นี้มีแนวโน้มในการพัฒนามากขึ้นเห็นได้จากแผนการสร้างเอาท์เล็ตของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศทั้ง

  • เซ็นทรัลพัฒนากับการสร้าง “เซ็นทรัล วิลเลจ” 
  • สยามพิวรรธน์ร่วมกับไซม่อน และ พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป กับการสร้างลักซ์ชัวรีพรีเมียมเอาท์เล็ต
  • คิงเพาเวอร์ กับดิวตี้ฟรีย่านบางนามาที่เปิดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

เรื่องของการเดินทางในย่านบางนาก็มีแนวโน้มพัฒนาขึ้นจาก โครงการรถไฟฟ้า LRT สาย บางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่จะช่วยให้คนในพื้นที่ได้เดินทางไปยังสนามบินได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ คอนโด ที่จะเกิดขึ้นในย่านนี้มากขึ้นแน่นอน

สรุปท้ายบทความ

ย่านบางนาเป็นอีกหนึ่งย่านที่ถึงแม้จะอยู่นอกตัวเมืองแต่ก็มีความสะดวกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า BTS ที่อยู่ติดกับแยกบางนา ห้างสรรพสินค้ามากมายทั้งเซ็นทรัล บางนา เมกาบางนา และอีเกีย บางนา โรงพยาบาล และสถานศึกษาหลากหลายประเภททั้งรัฐบาล เอกชน และ นานาชาติ ให้ได้เลือกสรรกัน ซึ่งโดยรวมแล้วย่านบางนานี้อยู่บนทำเลที่เรียกได้ว่าเหมาะกับคนทุกช่วงวัยและทุกไลฟ์สไตล์เลยทีเดียว

หาที่ดิน บ้าน คอนโด บางนา ทั้งมือหนึ่งและมือสองที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณใน Kaidee Property

อ่านบทความ รีวิวอสังหาฯ อื่น ๆ

บางใหญ่ อสังหาฯ ราคาถูก คุณภาพชีวิตดี

บางใหญ่ อสังหาฯ ราคาถูก คุณภาพชีวิตดี

บางใหญ่ หนึ่งในอำเภอใหญ่ของจังหวัดนนทบุรีที่หลายคนคุ้นชื่อ เป็นอำเภอที่ในอดีตมีการทำเกษตรกรรมที่ใกล้กับจังหวัดกรุงเทพมหานคร แต่ปัจจุบัน อำเภอบางใหญ่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมากยิ่งขึ้นโดยเห็นได้จากสถานที่ต่าง ๆ ที่ผุดขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า หรือสถานศึกษาต่าง ๆ และนอกจากนี้ก็ยังสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพมหานครได้อย่างสบาย ๆ ด้วยรถไฟฟ้าสีสายม่วงที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนย่านบางใหญ่นี้ กลายเป็นหนึ่งในย่านที่นักลงทุนหลายคนให้ความสนใจ ด้วยเห็นผลต่าง ๆ ดังนี้

ประวัติความเป็นมาย่านบางใหญ่

ในอดีต ย่านบางใหญ่เป็นอำเภอการเกษตรที่เคยอยู่ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ (บางกรวย) และบางบัวทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กว้างมากพอสมควร ทางหน่วยงานราชการจึงมีการแบ่งเขตการปกครองใหม่จนกลายเป็นอำเภอบางแม่นางเมื่อปี พ.ศ. 2460 และเมื่อประชาชนมีการเรียกอำเภอบางแม่นางว่า “บางใหญ่” จึงมีการเปลี่ยนชื่อให้เป็นอำเภอบางใหญ่ตามความเคยชิน และเปลี่ยนอำเภอบางใหญ่เดิมให้กลายเป็นอำเภอบางกรวยนั่นเอง

จากทำเลที่ตั้งของย่านนี้ที่อยู่ใกล้กับจุดตัดระหว่างถนนรัตนาธิเบศร์กับถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี และการย้ายหน่วยงานราชการมายังพื้นที่ส่วนนี้เอง ที่ทำให้ย่านบางใหญ่กลายเป็นย่านที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและเกิดความเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วจนมีโครงการอสังหาฯ และสถานที่สำคัญต่าง ๆ เกิดขึ้นมามากมาย

ภาพรวมย่านบางใหญ่

การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในบางใหญ่เริ่มจากในปี พ.ศ. 2558 ได้มีการเปิดให้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ซึ่งถือเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดของฝั่งตะวันตกในกรุงเทพมหานคร จนปัจจุบันย่านบางใหญ่ก็กลายเป็นย่านที่มีอัตราการพัฒนาที่สูงขึ้น ทั้งจากการเดินทางที่สะดวกสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่กระจายไปทั่วย่าน รวมถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 1.xx ล้านไปจนถึง 25.xx ล้าน เลยทีเดียว

การเดินทางในย่าน บางใหญ่

หนึ่งในเหตุผลที่บางใหญ่กลายเป็นศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกก็คงจะหนีไม่พ้นเส้นทางการคมนาคมของย่านบางใหญ่ที่เป็นจุดแข็งสำคัญและรองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่และนายทุนที่จะเข้ามาลงทุนด้วย

มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี

การเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดกาญจนบุรีคงเป็นเรื่องที่ยาก เพราะต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง 30 นาที แต่ในอนาคตการเดินทางไปยังจังหวัดนี้จะมีความสะดวกสบายมากขึ้น เพราะมีการก่อสร้าง ‘มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี’ ที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการท่องเที่ยวภายในประเทศให้ดียิ่งขึ้นได้ในอนาคต โดยแผนการก่อสร้างในปัจจุบันจะเสร็จสิ้นและเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2566

ถนนทั่วไป

ถึงแม้ว่าย่านางใหญ่จะประกอบไปด้วยถนนมากมายหลายสาย แต่ถนนหลักในย่านบางใหญ่มีเพียง 1 เส้นคือ ถนนกาญจนาภิเษก มีการจัดระเบียบที่ชัดเจนทำให้การเดินทางบนถนนเส้นนี้ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก ถึงแม้ว่าจะมีรถเยอะ รวมถึงการเชื่อมต่อกับถนนเส้นต่าง ๆ เช่น ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ถนนบางบัวทอง-บางคูวัด ถนนบางกรวย-ไทรน้อย และถนนชัยพฤกษ์ เป็นต้น เรียกว่าเป็นย่านที่มีความสะดวกในการเดินทางด้วยรถยนต์เป็นอย่างมาก

ทางพิเศษ

ในบริเวณบางใหญ่มีทางพิเศษที่ใกล้ที่สุดคือ ทางพิเศษกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ขนาด 6 ช่องจราจร ที่ขนานกับถนนกาญจนาภิเษกนั่นเอง โดยมีจุดทางขึ้น-ลงที่แยกบางใหญ่บริเวณที่ถนนกาญจนาภิเษกเชื่อมต่อกับถนนรัตนาธิเบศร์

รถไฟฟ้า

ถ้าจะพูดถึงการเดินทางด้วยรถสาธารณะที่สะดวกที่สุดในประเทศไทยคงจะหนีไม่พ้นรถไฟฟ้า ที่สามารถเดินทางจากนอกเมืองเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพมหานครได้อย่างง่ายดาย และในย่านบางใหญ่ก็มีรถไฟฟ้าให้ได้ใช้บริการเช่นกัน โดยมีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีตลาดบางใหญ่ ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต รวมถึงสถานีสามแยกบางใหญ่ และ สถานีคลองบางไผ่ ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ซึ่งทั้ง 3 สถานีนี้เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟฟ้าของรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินที่เข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพมหานคร

รถตู้

ในย่านบางใหญ่มีบริการรถตู้มากมายหลายสายทั้ง บางใหญ่–นครปฐม ที่มีจุดขึ้นรถอยู่บริเวณข้างศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต และ บางใหญ่–เดอะมอลล์บางแค ที่อยู่ตรงข้ามบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่ รวมถึงรถตู้จากท่ารถรังสิตที่จะวิ่งผ่านย่านบางใหญ่อีกด้วย

รถเมล์

อีกหนึ่งรถสาธารณะของย่านบางใหญ่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะมีการให้บริการอย่างทั่วถึงและหลายสาย โดยเฉพาะทั้ง 6 สายที่สำคัญ ได้แก่ 127 (เชิงสะพานอรุณอมรินทร์–ร.ร.วรราชชาธินัดดามาตุฯ), 134 (หมู่บ้านบางบัวทอง–หมอชิต 2), 77 (วงกลมบางบัวทอง–วงเวียนใหญ่-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), 516 (บัวทองเคหะ–เทเวศน์) และ 528 (ไทรน้อย–อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)

สิ่งอำนวยความสะดวกย่านบางใหญ่

อย่างที่บอกไปว่าบางใหญ่ถือเป็นย่านที่มีความเจริญรุ่งเรือง น่าลงทุนและเหมาะกับการใช้ชีวิตเป็นอย่างมากเพราะในย่านนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา สวนสาธารณะและตลาด ให้คนในพื้นที่ได้ใช้ชีวิตด้วยความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

ห้างสรรพสินค้า

  • เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต 
  • IKEA บางใหญ่ 

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ 
  • โรงพยาบาลสัตว์เพ็ทซิเดนซ์

สถานศึกษา

  • โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 
  • โรงเรียนจันทร์ทองเอี่ยม 
  • โรงเรียนอนุบาลรุ้งเพชร 

สวนสาธารณะ

  • สวนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ตลาด

  • ตลาดบางใหญ่ 

บางใหญ่ ในอนาคต

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันย่านบางใหญ่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งย่านที่ความเจริญรุ่งเรืองสูงมากอยู่แล้ว จากการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันในทุก ๆ ด้าน แต่ในอนาคตย่านบางใหญ่นี้ก็ยังมีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพด้านเศรษฐกิจได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการเดินทางที่มากด้วยความสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็น การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วงและทางด่วนพิเศษศรีรัชฯ-วงแหวนรอบนอกเข้าสู่ตัวเมืองในปัจจุบัน อีกทั้งการเดินทางออกนอกจังหวัดนนทบุรีด้วยมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี ที่เปิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้ใช้กันในอนาคตอันใกล้

ซึ่งนอกจาก 3 การเดินทางที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ในอนาคต รัฐบาลยังมีการวางแผนการสร้างเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าสายใหม่ อย่างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและแดง ที่จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงอีกด้วย และแน่นอนว่าเมื่อย่านบางใหญ่มีการพัฒนาเส้นทางการเดินทางให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว บางใหญ่ก็มีแนวโน้มในการก้าวสู่ศูนย์กลางของรอยต่อกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกได้อย่างง่ายดาย และทำให้นักลงทุนหลาย ๆ เจ้าสนใจพื้นที่นี้มากยิ่งขึ้น

สรุปท้ายบทความ

นี่คือหนึ่งในย่านรอบเมืองกรุงเทพมหานครที่มีความน่าสนใจในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก และทำเลที่ตั้งของย่านนี้ที่รองรับกลุ่มคนมากมายหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น วัยเรียน ทำงาน หรือผู้สูงอายุ และถึงแม้ว่าการสร้างรถไฟฟ้าในย่านนี้จะยังไม่มีแผนใด ๆ แต่ก็มีเส้นทางการเดินทางอื่น ๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหาและอำนวยความสะดวกกับประชาชนได้ไม่แพ้กัน การลงทุนในย่านนี้ทั้งเพื่อตัวเองหรือเพื่อหากำไรจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กับทำเลอื่น ๆ ในเมืองหลวง เพราะทั้งราคาที่ยังไม่สูงมากนัก และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน แถมยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก

หาที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียมทั้งมือหนึ่งและมือสองที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณใน Kaidee Property

อ่านบทความ รีวิวอสังหาฯ อื่น ๆ

รู้ก่อนซื้อ Charging Station ของคู่กายรถไฟฟ้า

รู้ก่อนซื้อ Charging Station ของคู่กายรถไฟฟ้า

ปัจจุบันเทรนด์รถไฟฟ้ากำลังมาแรงในประเทศไทย ทั้งในเรื่องประสิทธิภาพของรถที่ดีขึ้น ขับได้ไกลขึ้น ราคาที่ถูกลง รวมถึงเทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังมาแรงในขณะนี้

โดยรถไฟฟ้าจะแบ่งออกเป็นสี่ประเภทหลัก ๆ คือ HEV, FCEV, PEV และ BEV ซึ่งในปี 2020 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีรถไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่มากถึง 35,263 คันเลยทีเดียว

แต่เมื่อเทียบกับจำนวนรถยนต์ที่จดทะเบียนใหม่ในปี 2020 พบว่ามีรถจดทะเบียนใหม่มากถึง 2,638,466 คัน ตัวเลขรถไฟฟ้าประมาณ 1% ของรถทั้งหมด

สิ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนยังไม่ตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้านอกจากเรื่องของราคาแล้วคือเรื่องของ Charging Station ที่ยังหาได้ยากเมื่อเทียบกับปั๊มน้ำมันปกติ และยังเป็นสิ่งใหม่ในสังคมไทย

โดย Charging Station นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ Charging Station แบบเป็นสถานีที่มีชื่อเป็นภาษาไทย ว่า “สถานีอัดประจุไฟฟ้า”

และ Home Charging Station ที่เป็นเหมือนกับที่ชาร์จแบตเตอร์รี่รถยนต์ประจำบ้าน

Charging Station แบบสถานีแต่ละที่จะไม่เหมือนกัน โดยจะแบ่งย่อยออกไปอีก 2 ประเภทหลัก ๆ คือ Normal Charger (AC) และ Fast Charger (DC)

Normal Charger (AC) จะทำการชาร์จตัวรถยนต์ ผ่าน Onboard ของตัวรถยนต์ ในขณะที่ Fast Charger (DC) จะชาร์จเข้าสู่แบตเตอร์รี่ของรถยนต์โดยตรงทำให้ชาร์จได้ไวกว่า

สำหรับ Home Charging Station ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Normal Charging Station เพราะส่วนมากจะเป็นการชาร์จทิ้งไวเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากมีกำลังไฟที่น้อยกว่าแบบ Fast Charging

ลองคำนวณกันเล่น ๆ ดูไหมว่าหากคุณชาร์จรถไฟฟ้าของคุณกับ Home Charging Station จะใช้เวลาเท่าไร


กำลังของแท่นชาร์จ (คิดจากอัตราจ่ายไฟฟ้าที่ 7kW)

= ระยะเวลาที่ใช้ชาร์จ (ชม.)

สำหรับใครที่อยู่อาศัย Condo แล้วอยากได้ Charging Station อาจจะต้องปรึกษานิติฯในเรื่องการวางแท่นชาร์จ ควบคู่ไปกับคำแนะนำของผู้ให้บริการ

Charging Station ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ใครอยากจะลองซื้อรถไฟฟ้าควรทำความเข้าใจสักนิดหนึ่ง แต่จะมีผลดีต่อคุณและต่อโลกของเราในระยะยาว

Toyota แบรนด์รถสุดฮิต ถึงไม่ทำรถยนต์ไฟฟ้าขาย

Toyota แบรนด์รถสุดฮิต ถึงไม่ทำรถยนต์ไฟฟ้าขาย

Toyota ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แถมยังได้รับความนิยมมากมายในหลาย ๆ รุ่นที่ออกมา แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นรถยนต์ใช้พลังงานเชื้อเพลิงหรือไม่ก็ Hybrid ที่ยังไม่ใช่รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ

ซึ่งเคยสงสัยเหมือนกันไหม?? ว่าทำไมเราถึงไม่เคยเห็นรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่นี้ นำออกมาวางจำหน่ายเลยสักคันเดียว ต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่นอนที่ Toyota ทำไมถึงไม่เข้ามาโลดแล่นในวงการนี้ ทั้งที่เจ้าอื่น ๆ ต่างทำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

CEO บอกว่า EV เป็นภัยกว่าที่คิด

Akio Toyoda ได้บอกเอาไว้ว่า แท้ที่จริงแล้วรถยนต์ EV นั้นไม่ได้รักษ์สิ่งแวดล้อมขนาดนั้น เพราะการผลิตไฟฟ้านั้น บางประเทศยังใช้ถ่านหินและแก๊สธรรมชาติเสียส่วนใหญ่ในการผลิต รวมถึงประเทศญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีผลจากสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นปี 2011 ทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์นั้นไม่เป็นที่ชื่นชอบเท่าไรนัก

อ่านเพิ่มเติมรถไฟฟ้ากับรถ Hybrid ช่วยโลกจริงหรือ?? คลิกที่นี่

ทำไม Toyota ถึงไม่ขายรถ EV

มีหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เดี๋ยวเราจะมารู้ไปพร้อม ๆ กันเลย ว่ามีปัจจัยอะไรที่จะทำให้ Toyota นั้นเมินเฉยและไม่ผลิตรถยนต์ EV ออกมาขาย จะมีเหตุผลอะไรบ้างมาดูกันเลย

1. ผลักดันรถไฮโดรเจน

น่าจะเคยได้ยินข่าวกันมาบ้าง เพราะค่อนข้างที่จะเป็นกระแสในช่วงปี 2015 เลยก็คือ Toyota Mirai ที่ทาง Toyota พัฒนามาอย่างยาวนาน และค่อนข้างที่จะคาดหวังเป็นอย่างมาก ให้รถยนต์พลังไฮโดรเจนนั้นเป็นที่นิยมมากกว่าประเภท EV

รถไฮโดรเจน คืออะไร??

รถไฮโดรเจน หรือ รถพลังงานไฟฟ้าแบบ Full Cell (FCEV) ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นรถที่เติมแค่น้ำเปล่าก็วิ่งได้แล้ว แต่จริง ๆ แล้วคือน้ำที่ผ่านกระบวนการแปลงสภาพให้เป็นไฮโดรเจนก่อน จึงจะสามารถนำเข้ามาเติมได้  ซึ่งมีข้อดีอย่างเห็นได้ชัดเลยคือไม่เสียเวลาเติมพลังงานเหมือนกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (ที่เรียกได้ว่านานจนหลับรอได้!!)

Toyota Mirai

Toyota Mirai รถยนต์ไฮโดรเจนคันแรกที่ถูกปล่อยออกมาถึงแม้ว่ารถนี้จะกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาและวางขายอยู่ และในปี 2021 นี้ Toyota ยังจะปล่อยรุ่นอัปเกรดที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่ทาง CEO ยืนยันที่ผลักดันให้มันกลายมาเป็นรถยนต์แห่งอนาคตที่เหนือยิ่งกว่ารถยนต์ EV บนท้องถนน

2. มาลงตลาด EV ช้าไป

ถึงแม้ว่า Toyota จะคิดเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าออกมาเป็นเจ้าแรก ๆ ในการผลิตรถยนต์ลูกครึ่งอย่าง Hybrid แต่พอหลังจากนั้นไม่นาน ผู้ที่ตามมาทีหลังอย่าง Tesla กลับครองตลาดรถไฟฟ้าด้วย Tesla Model 3 ที่ทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ทำให้ Toyota นั้นช้าไปเสียแล้วที่จะมาตีตื้นในตลาดนี้

3. รถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา

ทาง Toyota กำลังซุ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขึ้นภายใต้แพล็ตฟอร์ม e-TNGA (Electric Toyota New Global Architecture) ซึ่งจะเน้นการตลาดฝั่งยุโรป 

Toyota ก็มีรถไฟฟ้า

ต้องบอกก่อนเลยว่าจริง ๆ แล้ว Toyota นั้นก็มีทำรถไฟฟ้าอยู่บ้าง แถมยังเป็นผู้บุกเบิกเรื่องของรถยนต์ลูกผสมระหว่างน้ำมันและไฟฟ้าอย่าง Toyota Prius ส่วนรถยนต์ EV นั้นก็มีเช่นเดียวกันแต่ไม่ได้ขายกันอย่างแพร่หลายรอบโลก แต่กลับทำการตลาดรถยนต์ EV ในประเทศจีน คือ C-HR EV หรือชื่อที่เรียกกันในจีนคือ IZOA EV แต่การที่ทาง Toyota ทำรถยนต์ออกมาขายเพราะเป็นข้อบังคับจากทางรัฐบาลจีนนั่นเอง และคาดว่ารถยนต์รุ่นนี้คงจะไม่วางขายที่ประเทศอื่น ๆ ด้วย

C-HR EV / IZOA EV

เป็นความเหมือนที่แตกต่าง รูปลักษณ์ภายนอกที่เรียกว่าเหมือนกันเป๊ะ กับ Toyota C-HR ที่ขายกันในบ้านเรา เพียงเปลี่ยนจากเครื่องยนต์มาเป็นแบตเตอรี่ไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งมีสเปคดังนี้

มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลังสูงสุดถึง 200 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร สามารถส่งพลังจากแบตเตอรี่ความจุ 54.3 kWh ทำระยะทางได้สูงสุดถึง 400 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ที่ได้รับมาตรฐาน NEDC โดยมีอัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุดที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สรุปท้ายบทความ

หากใครที่กำลังมองหารถยนต์คุณภาพดี ราคาไม่แรง สามารถเข้ามาซื้อได้ง่าย ๆ ที่ Kaidee Auto เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมรถยนต์มากมายที่ได้คุณภาพ แถมสามารถติดต่อผู้ขายได้โดยตรงอีกด้วย นัดรับได้สะดวก ตีสภาพรถได้ก่อนซื้อ ต้องที่นี่เลย!!!

ตะลุยเที่ยวไปกับ “รถไฟฟ้าสายสีทอง” (BTS Golden Line)

ตะลุยเที่ยวไปกับ “รถไฟฟ้าสายสีทอง” (BTS Golden Line)

เรียกว่าเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งกับรถไฟฟ้าสายสีทอง รถไฟฟ้าสายใหม่ล่าสุดที่เปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อน ๆ หลายคนคงมีคำถามเล็ก ๆ ในใจว่า แล้วรถไฟฟ้าสายนี้พาไปไหนได้บ้าง แล้วมีข้อดีอย่างไร วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน ลุย !

ทำความรู้จัก “รถไฟฟ้าสายสีทอง” กันสักหน่อย

รถไฟฟ้าสายสีทอง เป็นรถไฟฟ้าเส้นทางระยะสั้น 2.7 กิโลเมตร มีสถานีทั้งหมด 4 สถานีด้วยกัน ที่สำคัญยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ อีก 3 สถานี นั่นก็คือ เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่สถานีกรุงธนบุรี เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีคลองสาน และเชื่อมต่อกับสายสีม่วงที่สถานีประชาธิปก ที่สำคัญยังเป็นระบบนำทางอัตโนมัติไร้คนขับแห่งแรกของประเทศไทยด้วยนะ

ส่วนระบบที่ใช้กับรถไฟฟ้ารุ่นนี้คือ Bombardier Innovia รุ่น APM 300 มีความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง หนึ่งตู้สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ราวๆ 138 คน (หนึ่งขบวนบรรจุผู้โดยสารได้ราวๆ 276 คน) เท่ากับว่าสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 4,200 คน/ชั่วโมง/ทิศทางเลยทีเดียว

สถานีรถไฟฟ้าสายสีทองมีอะไรบ้าง ?

  • สถานีกรุงธนบุรี (G1)
  • สถานีเจริญนคร (G2)
  • สถานีคลองสาน (G3)
  • สถานีประชาธิปก (G4)

ข้อดีของรถไฟฟ้าสายสีทอง

  1. ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างน้อยกว่ารถไฟฟ้าขนาดใหญ่
  2. รัศมีความโค้งต่ำได้ถึง 22 เมตร และความชันของทางวิ่งสูงสุดถึง 10%
  3. ค่าก่อสร้างต่ำ
  4. ใช้เวลาก่อสร้างน้อย
  5. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เสียงรบกวนต่ำ

4 สถานที่ท่องเที่ยวย่านเจริญนครที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาด

มาแถวนี้ทั้งที ต้องดูสักหน่อยแล้วว่ามีที่ไหนน่าไปบ้าง แต่เอาจริง ๆ เราว่าย่านนี้เหมาะกับวันสบาย ๆ ไม่อยากออกไปไหนไกล เราเลยเลือกที่เที่ยวเดินทางง่าย ถ่ายรูปลงไอจีได้เป็นอัลบั้ม มาให้ทั้งหมด 4 ที่ด้วยกัน

ขอออกตัวก่อนเลยว่า เราถ่ายรูปไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ (แต่ก็พยายามเต็มที่น้า)
ถ้ารูปที่ได้ไม่ค่อยสวย อย่าโกรธกันเลยนะ 🙂

Icon Siam

ประเดิมที่แรก กับ ICONSIAM แลนด์มาร์กย่านฝั่งธนฯ บอกตรง ๆ ว่ามากี่รอบ
หลงทุกรอบ คือห้างใหญ่ไม่ไหวววว จะแบรนด์ Hi-End หรือแบรนด์ไหน ๆ ที่นี่มีครบ คือช้อปจนตาแตกไปข้าง เดินจนปวดเท้ายังเก็บไม่ครบทุกร้าน (ไม่ใช่อะไรนะ เงินหมดค่าา) เอาเป็นว่ามีทุกอย่างจริง ๆ คอนเฟิร์ม !!

ที่อยู่ : 299 ซอยเจริญนคร 5 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. 10600
เบอร์ติดต่อ : 1338 หรือ 02-495-7000 (สำนักงาน)
Website : https://www.iconsiam.com/th
เวลาเปิด – ปิด : 10.00-22.00 น. ( ช่วง Covid เปิดถึง 21.00 น. )

The Jam factory

เดินมาอีกนิดจะเจอ The Jam factory ที่ที่คนชิค ๆ อย่างเราต้องแวะมาสักหน่อย
และสิ่งแรกที่จะเจอตอนเดินเข้ามาเลยนั่นก็คือ ร้านหนังสือและคาเฟ่อย่าง “Candide
(ก็องดิด) Books & li-bra-ry” เราว่ามันเป็นร้านหนังสือที่ให้อะไรมากกว่าหนังสือ งงมะ?! ไม่รู้สิ .. ความรู้สึกมันเหมือนเราเข้าไปอยู่อีกโลก เดินเลือกหนังสือเพลิน ๆ มีกลิ่นกาแฟแตะปลายจมูกเบา ๆ รู้สึกดีชะมัด ส่วนใครอยากช้อปของจุกจิก กระเป๋า สมุด ฯลฯ สามารถเลือกดูตามใจชอบได้เลย

สำหรับใครที่อยากปล่อยตัวปล่อยใจ อยากนั่งพักใต้ร่มไม้ หรือจิบกาแฟยามบ่ายกับคนรู้ใจ The Jam Factory มีหลากหลายมุมพักผ่อนให้เลือก หรือถ้าหิวขึ้นมาละก็ ที่นี่มีร้านอาหารภายในโครงการด้วยนะ ไปลองชิมกันได้

ที่ตั้ง : 41/5 ถ.เจริญนคร คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
เบอร์ : 02-861-0953
Facebook : TheJamFactoryBangkok
เวลาเปิด- ปิด : Librarycafe – 8.00-20.00 น.
Candidebook – 11.00-20.00 น.
Gallery – 11.00-20.00 น.
The Never Ending Summer – 11.00-22.00 น.

ล้ง 1919

ไปต่อไม่สะดุด แล้วหยุดพักที่ ล้ง 1919 (LHONG 1919) ที่เที่ยวสุดชิคริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขอบอกว่าที่นี่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมสุด ๆ เพราะไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนก็สัมผัสถึงกลิ่นอายและวัฒนธรรมของจีนได้อย่างละมุนและกลมกล่อม

เดิมที ที่นี่มีชื่อว่า ท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ท่าเรือกลไฟริมแม่น้ำเจ้าพระยาสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาได้ถูกบูรณะให้กลับมาชีวิตอีกครั้ง ท่าเรือแห่งนี้จึงกลายเป็น “ล้ง 1919” อย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

มาล้ง 1919 ทั้งที ขอไหว้ “ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว” เพิ่มแต้มบุญ ขอพรเรื่องความรัก และหน้าที่การงานสักหน่อยดีกว่า โดยเพื่อนๆ สามารถซื้อชุดสำหรับสักการะเจ้าแม่ รวมถึงชุดสักการะอื่น ๆ ได้ที่ชั้นล่าง (ราคาจะอยู่ที่ 40-200 บาท)

แอบบอกนิดนึง เจ้าแม่ชอบคนทำงาน ใครคนไหนที่ขยัน มีความซื่อสัตย์สุจริต เจ้าแม่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ ทำงานได้อย่างราบรื่น ส่วนเรื่องของความรักก็ไม่แพ้กัน สมหวังหลายคนแล้วนะบอกเลย

นอกจากนี้เพื่อน ๆ สามารถเดินชมศิลปะ-สถาปัตยกรรมจีน แวะช้อปปิ้งงานคราฟต์
ดีไซน์เจ๋ง ๆ และอิ่มอร่อยกับอาหารหลากสไตล์ได้ตลอดทั้งวัน จะว่าไปแล้วที่นี่ก็มีมุมถ่ายรูปเยอะเหมือนกันนะ ไม่เชื่อหรอ ? เรามีภาพมายืนยันด้วยน้า

ที่สำคัญตอนนี้มีนิทรรศการน่าสนใจหลายงานเลย สำหรับใครที่สนใจก็ลองแวะไปดูงานศิลปะเจ๋ง ๆ กันได้

ที่ตั้ง : 248 ถนนเชียงใหม่ แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
เบอร์ติดต่อ : 09-1187-1919
Facebook : LHONG 1919
เวลาเปิด- ปิด : 10.00 – 18.00 น.

ชุมชนกุฎีจีน และโบสถ์ซางตาครู้ส

ปิดท้ายด้วย ชุมชนกุฎีจีน ชุมชนเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความดั้งเดิม ขอเล่าคร่าว ๆ พอเป็นความรู้สักนิด ก็คือว่า ชุมชนกุฎีจีนเนี่ย เป็นชุมชนของชาวไทยเชื้อสายจีนและเชื้อสายโปรตุเกส ทำให้คนในชุมชนนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกกันซะส่วนใหญ่ แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้เราเข้าไปถ่ายรูปในโบสถ์ไม่ได้ ขอโทษน้าทุกคน TT’

ส่วนที่ชื่อว่า “กุฎีจีน” มาจาก ในอดีตคนมักจะเรียกชาวจีนที่นำสินค้ามาขายริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาว่า “กุลีแบกหาม” อีกทั้งชุมชนนี้ก็มีกุลีชาวจีนอาศัยกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า “ชุมชนกุลีจีน” ต่อมาจึงเพี้ยนเป็น “ชุมชนกุฎีจีน” จนถึงปัจจุบัน

สำหรับของกินที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือ ขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมที่ได้ต้นตำหรับมาจากชาวโปรตุเกส ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในชุมชนแห่งนี้ และแน่นอนว่าทางเราก็ไม่พลาดที่จะลิ้มรสเจ้าขนมชิ้นนี้ บอกเลยว่าอร่อยมากกกก !! อยากได้ทุกคนได้ลอง

เราเดินลัดเลาะไปตามซอยในชุมชน ก็พบว่ามีอะไรน่าสนใจหลายอย่าง เช่น ของกิน .. อ่ะล้อเล่นนน ที่เรารู้สึกว่าน่าสนใจมาก ๆ ก็คงเป็น “พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน” เพราะที่นี่ทำให้เรารู้จักชุมชนแห่งนี้มากยิ่งขึ้น แถมยังมีข้าวของเครื่องใช้ในอดีตให้ดูด้วย

ปิดท้ายด้วยการไปเดินเล่นริมแม่น้ำเจ้าพระยากันหน่อยดีกว่า 🙂

สุดท้ายนี้ หวังว่าเพื่อน ๆ จะสนุกไปกับการเที่ยวของเรานะ ไว้จะพาไปเที่ยวใหม่ สวัสดีค่า ♡

ที่อยู่ : ซอยวัดกัลยาณ์ วัดกัลยาณ์ ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600

สรุปท้ายบทความ

การเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายสีทองนั้น นับว่าสร้างความสะดวกสบายให้ชาวฝั่งธนฯ
อยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากจะเดินทางสะดวกมากขึ้นแล้ว ยังสามารถไปเที่ยวที่ชิค ๆ ในย่านนี้ได้อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น การมาถึงของรถไฟฟ้าสายดังกล่าวยังทำให้ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในย่านเจริญนคร คลองสาน และพื้นที่ใกล้เคียงมีราคาสูงขึ้น เรียกได้ว่าน่าลงทุนเป็นอย่างมาก ส่วนใครที่กำลังมองหาคอนโดฯ หรือบ้านฝั่งธนบุรี Kaidee มีให้เลือกหลายโซนมากๆ เข้าไปดูได้เลย