Feb 17, 2021 | บทความยานยนต์
ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ กระแสของรถยนต์ไฟฟ้าถูกเป็นที่พูดถึงกันอย่างทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยเองที่ได้ให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครที่เราแอบสังเกตเห็นได้ว่ามีปั๊มสำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตามอาคารสำนักงานหลายที่เช่นกัน
วันนี้ Kaidee จะพาทุกคนไปดูกันว่ามีรถยนต์ไฟฟ้าค่ายไหนบ้างที่พร้อมจำหน่ายแล้วในประเทศไทย และมีราคาเท่าไร รวมถึงสเปคโดดเด่นแค่ไหน ตามไปหาคำตอบกับบทความนี้กันได้เลย
MG ZS EV
มาเริ่มต้นกันที่คันแรกกับค่ายรถอังกฤษทุนจีน ที่ได้มีการพัฒนาตัวถังรถยนต์ในรุ่น MG ZS แล้วเปลี่ยนการขับเคลื่อนให้เป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งให้กำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ความจุแบตเตอรี่ 44.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง จากข้อมูลของผู้ผลิตได้บอกไว้ว่าการทดสอบในโหมด NEDC สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 337 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเลยทีเดียว
ในเรื่องของการชาร์จไฟจะใช้หัวชาร์จแบบ Type2 ซึ่งทาง MG ได้ให้หัวชาร์จมาด้วยเผื่อไว้ในกรณีที่ต้องการชาร์จเร่งด่วนในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ส่วนการชาร์จเร็วใช้เวลา 30 นาที จะชาร์จไฟได้ 80% ของแบตเตอรี่ รวมถึง MG ยังได้ติดตั้งหัวชาร์จไว้ที่โชว์รูม MG เพื่อให้บริการลูกค้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย
MG ZS EV ราคา 1,119,000 บาท
Nissan Leaf
นิสสัน นับว่าเป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายอันดับ 1 ทั่วโลก และ Nissan Leaf ก็เรียกว่าได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้รถไฟฟ้าทั่วโลก และมียอดขายสูงสุดในตระกูลนี้อีกด้วย ซึ่งเป็นรถเก๋งแบบ 5 ประตู ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า สามารถใช้งานได้ 311 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามโหมด NEDC ใช้หัวชาร์จแบบ ChaDemo และ Type 1 ส่งไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ขนาด 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง
ในส่วนของสมรรถนะการขับขี่เป็นเครื่องมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร เรียกได้ว่ามากพอเมื่อเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ของนิสสันแบบปกติ อีกหนึ่งจุดขายคือการขับขี่ที่สบาย โดยเฉพาะระบบ E-Pedal เทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเร่งและเบรคโดยใช้คันเร่งเพียงแป้นเดียวในการขับขี่ ตลอดจนเทคโนโลยีเบรคฉุกเฉิน กล้องมองรอบทิศทาง ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ และที่สำคัญยังเป็นรถค่ายญี่ปุ่นหนึ่งเดียวที่วางขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
Nissan Leaf ราคา 1,990,000 บาท
Audi e-tron
รถยนต์ไฟฟ้ารูปทรงอเนกประสงค์ SUV จากค่ายสี่ห่วงผู้ผลิตประเทศเยอรมนี มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 95 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีระยะทาง 385 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ NEDC ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง ให้กำลังขับรวมปกติ 360 แรงม้า มอเตอร์ด้านหน้าให้กำลัง 170 แรงม้า และมอเตอร์ด้านหลังให้กำลัง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 561 นิวตัน-เมตร
โดยมิติของตัวรถมีขนาดความยาว 4,901 มม. ความกว้างรวมกระจกมองข้าง 2,043 มม. และสูง 1,692 มม. มาพร้อมหลังคาพาโนรามิคเปิดด้วยไฟฟ้า มอบความบันเทิงภายในรถด้วยชุดเครื่องเสียง Bang & Olufsen และจอแสดงข้อมูลขนาด 12.3 นิ้ว นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงจาก Audi
Audi e-tron ราคา 5,990,000 บาท
MINI Electric
ถือว่าเป็นค่ายรถหน้าใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เพราะล่าสุดได้ทำการเปิดตัว MINI Electric รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสไตล์ MINI พัฒนาตัวถังรุ่น 3 ประตู พร้อมปรับปรุงสมรรถนะเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ แล้วมาขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า มอเตอร์ให้กำลัง 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ขนาด 93.2 แอมป์ฮาว อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ในเวลา 7.3 วินาทีเท่านั้น
MINI Electric ราคา 2,290,000 บาท
Hyundai IONIQ Electric
รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคตที่ผ่านการพัฒนาทั้งเครื่องยนต์ การดีไซน์ และเน้นการใช้วัสดุคุณภาพจากธรรมชาติเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ในแบบรถยนต์ซีดานที่ผสมผสานความสปอร์ตและความโฉบเฉี่ยวได้อย่างลงตัว ตั้งแต่การออกแบบในส่วนของตัวถัง ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวรที่ให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 295 นิวตันเมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ Single-Speed ที่สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ผ่านปุ่มกดบริเวณคอนโซลกลาง สามารถไปที่ความเร็วสูงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง
แหล่งเก็บพลังงานใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ ขนาด 28 kWh ใช้เวลาชาร์จไฟปกติที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร และมีระบบชาร์จเร็วที่เรียกว่า Quick Charge กำลังการชาร์จไฟขนาด 50 kW ใช้เวลา 30 นาทีโดยประมาณ โดยแบตเตอรี่ถูกติดตั้งบริเวณใต้ที่นั่งของผู้โดยสารด้านหลัง ซึ่งยังคงมีพื้นที่ให้สามารถบรรจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 650 ลิตร
Hyundai IONIQ Electric ปี 2020 ราคา 1,749,000 บาท
สรุปท้ายบทความ
รถยนต์ไฟฟ้า นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของผู้ใช้รถยนต์ในบ้านเราเป็นอย่างมาก จึงทำให้เกิดกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นวงกว้าง และยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนในเรื่องของภาษี หรือเรื่องจุดบริการชาร์จไฟ จึงไม่แปลกใจที่จะทำให้ใครหลายคนอยากจะลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
Feb 11, 2021 | บทความยานยนต์
การไปเดทครั้งแรก ใคร ๆ ก็อยากให้เป็นที่จดจำ แม้ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ที่คาดหวังกันไว้จะไม่ได้ไปต่อ แต่ความประทับใจในครั้งแรก นั้นยากที่จะลืมเลือน หลายคนจึงคาดหวังกับเดทแรกไว้ค่อนข้างสูงกับคู่เดทของตนเอง ว่าจะเป็นไปได้ดีและเราสามาถสื่อสารและพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีความสุขกับเดทครั้งแรก
แต่การเดทที่จะประสบความสำเร็จหรือไปต่อกันได้ดี ดันมีปัจจัยภายนอกเข้ามายุ่งซะอย่างนั้น แม้เราจะชอบใช้วลีอย่างเช่น
“ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน”
เชื่อหรือไม่ว่า คำ ๆ นี้ หากไม่เคยเจอด้วยตนเอง ย่อมไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่รักกันอยู่แค่สองคน มันควรจะเป็นแค่เรื่องของความรู้สึกทางใจ แต่พูดเลยว่า บางครั้งปัจจัยภายนอกก็ทำให้เดทล่มได้ เช่นเดียวกัน
แม้ในปัจจุบัน “คนไทย” โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มมีแนวคิดและการใช้ชีวิตที่เป็นตัวเอง (ปัจเจกบุคคล) มากขึ้น ทว่าต้องยอมรับว่ากลุ่มที่ยังยึดถือแนวคิดแบบเดิมก็ยังคงมีอยู่และเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบเจอกลุ่มคนเหล่านี้
การมีรถจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่หลายคนโดยเฉพาะฝ่ายชายที่ถูกมาตรฐานทางสังคมคาดหวังและครอบงำให้ต้องเป็นฝ่ายมีพร้อมในแง่ของทรัพย์สินและเงินทอง จึงกลายเป็นว่า “การมีรถ” ไปในเดทแรกจะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความประทับใจของฝ่ายหญิงในเดทแรกได้ แต่คำกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริงเหรอ ?
เหตุผลที่เดทล่ม
ส่วนใหญ่เหตุผลที่เดทล่มมักเกิดจากการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พึงพอใจต่อการกระทำอีกฝ่ายในช่วงเวลาที่เดทกันอยู่ โดยบางครั้งการเดทไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเข้ากันเพียงอย่างเดียว บางทีบางคนก็คิดว่าการไปเดทก็คาดหวังปัจจัยภายนอกจากอีกฝ่ายด้วย ยกตัวอย่างเช่น การเลี้ยงอาหารมื้อแรกที่ทานด้วยกัน หรือเป็นการขับรถไปรับ-ส่งคู่เดทของคุณที่บ้าน
พอเกิดการคาดหวังแบบนี้ขึ้น เมื่อไปถึงสถานที่เดทจริงกลับไม่เป็นดั่งฝัน จาก “เดทแรก” จึงกลายเป็น “เดทสุดท้าย” ซึ่งน่าเศร้าพอสมควรกับการตัดสินใจจากเรื่องเช่นนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งสำคัญข้อหนึ่งที่ทำให้คนเลือกคู่ครองชีวิตจากเหตุผลนี้ เพราะใคร ๆ ก็ต้องการความมั่นคงถูกไหม ?
1.ใครจ่ายค่าอาหาร
หนึ่งในเหตุผลสุดฮิต ไม่ว่าจะในกระทู้พันทิปหรือประสบการณ์ในวงเหล้าก็พูดเป็นเสียงเดียวกันคือ
“แก เขาไม่ยอมจ่ายค่าอาหาร”
เพราะเหตุผลนั้นความสัมพันธ์ที่ควรจะพัฒนาต่อไป ก็กลับล่มอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ความจริงเหตุผลเหล่านี้เป็นปัจจัยภายนอก แต่อย่างที่เข้าใจกันว่า ความคิดของคนไทยโดยเฉพาะผู้หญิงมักจะถูกปลูกฝังมาในแง่ที่ว่า “ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายจ่าย”
ทั้ง ๆ ที่บางทีคนที่เรากำลังดูใจกับเขาก็เป็นเพียงเด็กจบใหม่ แต่การคาดหวังให้เขาเลี้ยงอาหารเราค่อนข้างเป็นเรื่องที่เกินตัวไป ในยุคหลัง ๆ มา หลายคนจึงพยายามสร้างการตระหนักรู้ในวงกว้าง ของวัฒนธรรมที่เรียกว่า “อเมริกันแชร์” หรือก็คือใครสั่งอะไรมา ก็แชร์กันทั้งหมดแบบแฟร์ ๆ ไม่มีใครเสียเปรียบและได้เปรียบจากการทานอาหารร่วมกันครั้งนี้
เช่นเดียวกัน ก็มีกรณีที่ฝ่ายหญิงต้องเป็นคนเลี้ยงข้าวฝ่ายชายอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าเกิดตกลงกันว่า รอบนี้ฝ่ายหญิงเป็นคนจ่าย รอบหน้าฝ่ายชายเป็นคนจ่าย ผลัดกันไปมาก็ย่อมเป็นเรื่องที่หยวนกันได้ แต่ถ้าเป็นทุกครั้งที่ฝ่ายหญิงเลี้ยง บอกเลยค่ะว่า โอกาสเดทล่มค่อนข้างสูง
ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดคือ เราควรจะแชร์กันทั้งสองฝ่ายจะดีที่สุด
2.ทิ้งให้คู่เดทรอนาน
ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นหรือฝั่งยุโรปเพียงอย่างเดียว ที่การ On-time (ตรงต่อเวลา) เป็นเรื่องสำคัญ ในเดทแรกสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือการทิ้งให้คู่เดทต้องนั่งรอยืนรอจนปวดขา ดังนั้นการมาตรงต่อเวลาแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจในความสัมพันธ์ครั้งนี้แค่ไหน
ถ้าหากเกิดเหตุสุดวิสัย อย่าง รถติด รถไฟฟ้าพัง หรือฝนตกต้องรอจนกว่าฝนจะหยุด นี่ก็เป็นเหตุผลที่พอเข้าใจได้ แต่ทั้งนี้เดทแรกก็ควรเผื่อเวลาไว้ไม่ให้กระชั้นชิดกับเวลานัดจนมากเกินไปนัก เพื่อไม่ให้เดทล่ม อย่าลืมเลือกเสื้อผ้าไว้ในคืนก่อนหน้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในวันเดทจริง
3.ไม่เอารถมาในวันเดทแรก
การไม่เอารถมาในเดทแรก ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องตลกสำหรับประเทศกรุงเทพฯ ที่รถติดมากแถมเวลาที่ควรจะได้ใช้ในการเดทก็หมดไปบนท้องถนนเสียแล้ว หลายคนจึงคิดว่าเราควรเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือ รถสาธารณะในการไปเดทมากกว่านำรถไปเอง
ถึงแม้หลายคนจะคิดเช่นนี้ แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่คิดว่า เดทครั้งแรก เธอควรเอารถมารับฉันไปเดทสิ ไม่ก็นัดเจอที่เดทก็ได้ แต่ตอนกลับเธอต้องไปส่งฉันนะ ฟังแล้วเหมือนจะดูน่าเหลือเชื่อว่า ยุคนี้ยังมีคนคิดแบบนี้อีกหรอ บอกเลยค่ะว่า มีและมีจำนวนค่อนข้างเยอะด้วย
บางคนมองว่าการนำรถมา เป็นสิ่งที่สามารถแสดงให้เห็นถึงฐานะได้ว่า คน ๆ นี้มีฐานะอย่างไร โดยตัดสินใจจากการใช้รถ พูดจริง ๆ ค่ะว่า บางคนก็คบคนจากการดูรถยนต์ที่ขับ แม้จะเป็นเรื่องที่รู้สึกแล้วไม่โรแมนติกเหมือนรักใส ๆ หัวใจพองโต แต่ความจริงมักโหดร้ายเช่นนี้แล
4.พ่อแม่เซย์โน
สำหรับประเด็นพ่อแม่เซย์โน คือประเด็นที่อ่อนไหวสุด ๆ เลย เพราะความรักมักถูกตัดสินโดยคนนอกอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงบอกว่าให้มั่นใจก่อน จึงค่อยพาคู่เดทของคุณเข้าบ้าน
แน่นอนว่าบางบ้านก็ปฎิเสธที่จะให้คนรักของลูกเข้าบ้าน เนื่องจากพอได้เจอตัวจริงแล้ว แต่พอเห็นว่าคน ๆ นี้ไม่เหมาะสมหรือไม่น่าจะดูแลลูกตนเองได้ ก็ปฏิเสธทันที เลยกลายเป็นว่า ต้องยอมตัดสัมพันธ์แบบเดทแรกก็ล่มปุ๊ปแทบจะทันที เศร้าสุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ
5.พูดแต่เรื่องตัวเอง
ผลสำรวจมากมายหลากหลายแห่งที่พอทราบมา ใครก็ตามที่ไปเจอคู่เดทที่พูดแต่เรื่องของตัวเอง ก็ต้องส่ายหน้าปฏิเสธกันไปหมด ใครบ้างล่ะมาเดทแล้ว อยากจะฟังเรื่องของคนอื่นอยู่ตลอดบทสนทนา จริง ๆ แล้วถ้าคุณอยากรู้เรื่องอีกฝ่ายมาก การที่อีกฝ่ายพูดแต่เรื่องของตัวเองก็อาจเป็นที่ยอมรับได้
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมใจไปฟังเรื่องของคู่เดท อาจจะเซ็งจนอยากจะบอกว่า พอก่อนนะ ความสัมพันธ์ของเรา หรือก็คือ “น้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอกว่ารำคาญ” นั่นแหละ
เรื่องรถกับการออกเดท
แต่แน่นอนว่าท็อปปิกก็บอกอยู่แล้วว่า ถ้าไม่มีรถกับการไปเดทจะเพิ่มโอกาสทำให้เดทล่มหรือไม่ บอกเลยตรงนี้ว่า “มีสิทธิ์ที่จะทำให้เดทล่ม แต่ไม่ใช่ 100%”
บางคนมองว่าเรื่องของฐานะ ยังไม่ได้นำมาเพื่อพิจารณาขนาดนั้นในเดทแรก แถมพื้นที่การเดทสำหรับชาวกรุงเทพฯ ถ้านำรถมาก็กลายเป็นรถติดจนไม่มีทางเลี่ยง จากเดทแสนสนุกอาจกลายเป็นเดทสุดกร่อยบนรถแทนก็ได้ ดังนั้น การเดทโดยไม่มีรถ ไม่ได้แปลว่าเดทจะล่ม 100% นะคะ
แค่ว่า ถ้าคุณมีรถไปในการเดทอาจจะช่วยเพิ่มคะแนนในใจของคู่เดทคุณได้ ก็เท่านั้น ก็เหมือนกับการตัดเกรดนั้นแหละค่ะ หากคุณต้องการ A 100% การมีรถก็เพิ่มคะแนนส่วนนี้ได้ แต่ถ้าไม่มีคุณอาจได้ A ที่ 95% เท่านั้น
ทั้งนี้ทั้งนั้นขอย้ำอีกทีว่า “การไม่มีรถ ไม่ได้แปลว่าเดทจะล่มเสมอไปนะคะ” โดยเฉพาะบางคนที่คิดว่าการใช้ของเกินตัวจะทำให้คู่เดทของคุณตกลง ต้องอธิบายก่อนว่า ในส่วนนั้นก็มีสิทธิ์แต่นาน ๆ ไปมันจะทำให้ชีวิตคุณลำบากมากขึ้น การใช้ชีวิตคู่ที่มีความสุขคือ การใช้ชีวิตที่ไม่ต้องฝืนตัวเองค่ะ ถ้ารู้สึกฝืนและเหนื่อยเมื่อไร ให้รู้ไว้นะคะ ว่าเขาคือคนที่ไม่ใช่สำหรับคุณค่ะ
ถ้าไม่มีรถควรทำอย่างไรในเดทแรก
แน่นอนว่าสำหรับคนที่มีกำลังซื้อรถยนต์เพื่อไปออกเดทล่ะก็ คุณสามารถออกรถแบบซื้อปุ๊ปได้ปั๊ป ที่เว็บไซต์ซื้อขายรถยนต์มือสองอย่าง Kaidee ได้เลย นอกจากราคารถจะดีแสนดี ราคาเป็นมิตรแล้ว สภาพรถยังดีน่าใช้งานอีกด้วย ใครก็ดูไม่ออกว่านี่มันรถมือสอง แหม ขนาดนี้แล้วอย่ารอช้า ไปตำเลย!
Jan 29, 2021 | บทความยานยนต์
กลัวกันไหม?? กับการกลับมาของโควิดในประเทศไทยในปี 2021 ที่ทางรัฐออกมาบอกว่านี่แหละคือ “การระบาดระลอกใหม่” (ว้าวววว) ซึ่งดูเหมือนจะหนักกว่าเดิมด้วย ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ผมก็เป็นคนหนึ่งที่คิดหาวิธีให้ตัวเองนั้นปลอดภัยอยู่เสมอ
ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของกินนี่อย่าให้พูด!! เป็นอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้จริง ๆ ด้วยความที่ผมนั้นชอบของอร่อย (ไม่อร่อยคือไม่กิน) วันนี้ผมจึงมาแนะนำร้านที่ดีในเรื่องของรสชาติ และดีในเรื่องของความปลอดภัย นั่นก็เพราะว่าร้านเหล้านี้เป็นแบบ Drive Thru นั่นเอง แค่นั่งอยู่ในรถ ไม่ต้องออกไปเจอกับใคร ก็สามารถหาอะไรอร่อยกินได้อย่างง่ายดาย เกริ่นมาเยอะขนาดนี้ คงเริ่มที่จะหิวกันแล้วล่ะสิ มาดูกันว่าจะมีร้านอะไรบ้าง
ร้านแบบ Drive Thru คือ??
สำหรับบางท่านที่หลงเข้ามาอ่านและอาจจะยังไม่รู้จักว่าเลยว่า Drive Thru (ไดร์ฟ-ทรู) นั้นเป็นแบบไหน มา!! เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ามันคืออะไร
ปัจจุบันด้วยความน่ากลัวของโควิด-19 ทำให้หลาย ๆ ร้านนั้นได้ปรับเปลี่ยนแนวทางของธุรกิจตัวเอง ทำให้ร้านแบบ Drive Thru นั้นเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย แล้วร้านแบบนี้มันคืออะไรล่ะ?? ร้านแบบนี้เป็นร้านที่เพียงแค่คุณนั้นมีรถยนต์ก็สามารถขับเข้าไปที่ร้านและพร้อมรับอาหารโดยที่คุณไม่ต้องก้าวขาลงจากรถแม้แต่ก้าวเดียว ซึ่งเหมาะอย่างมากในยุคสมัยนี้
แต่คุณรู้กันหรือไม่?? จริง ๆ แล้วร้านแบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกินขึ้นมาในยุคสมัยนี้ แต่มันมีมานานมากแล้วแต่แค่อาจจะยังไม่ได้รับความนิยมในประเทศไทยเท่าไร ซึ่งร้านแรกที่ได้ทำให้เกิด Drive Thru ขึ้นเป็นเจ้าแรกคือร้าน “In-N-Out Burger” ที่อเมริกา แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จนกระทั่ง McDonald’s ได้นำรูปแบบมาทำ และกลายเป็นที่นิยมขึ้น
5 ร้าน Drive Thru ที่ผมแนะนำ
ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าร้านเหล่านี้เป็นร้านที่ผมเองเคยได้ลองไปมาบ้างส่วนหนึ่ง ซึ่งมีความดีงามตามท้องเรื่อง (ชอบโดยส่วนตัวนั่นเอง) เลยขอมาแนะนำให้ไปลองด้วยตัวเองกันดูว่าเวิร์คกันจริง ๆ หรือไม่
Horme Cafe
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Horme Cafe
มาเริ่มกันที่ร้านแรกเลย เปิดยามเช้าเบา ๆ ด้วยคาเฟ่ร้านกาแฟ ให้ทุกเช้าเป็นวันที่สดใสก่อนการทำงาน ซึ่งร้านนี้อาจจะอยู่ไกลออกไปจากตัวเมืองสักหน่อย แต่ใครที่อยู่ย่านบางนา ต้องไปลอง เพราะร้านนั้นบรรยากาศดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะนั่งที่้ร้านชิล ๆ ก็ดี ด้วยความที่มีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงให้พาน้อง ๆ มาเดินเล่นหรือหาเพื่อนได้ หรือถ้าหากกลัวโควิดแล้ว ทางร้านก็มีบริการ Drive Thru ที่จะทำให้คุณไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอีกด้วย
เมนูที่ต้องลอง!!
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Horme Cafe
ถ้ามาร้านนี้แล้วแนะนำเป็นอย่างมากเลยสำหรับคอกาแฟ ต้องมาลองเมนูนี้เลย!! Dirty Coffee ที่มีความหอมนุ่มละมุนได้อย่างลงตัว แต่นอกจากกาแฟดี ๆ แล้ว หาขนมที่ทานคู่กันได้อย่างลงตัวกับ ครัวซองต์และบลูเบอรี่ชีสเค้ก ที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ใครมาก็ต้องลอง
ร้านเปิด ⏰ : 7:00 – 20:00 น.
ที่ตั้ง 📍 : https://goo.gl/maps/MW5q9LRhtPN1bbyP7
Facebook : Horme Cafe
ติดต่อ 📞 : 02-182-9696
ร้านฉลอง Chalong Eatery
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Chalong Eatery
เป็นร้านที่มีความครบเครื่องทั้งของคาวและของหวาน ช่วงเที่ยง ๆ ใครที่กำลังมองหาของกินบอกเลยว่าต้องมาโดนร้านนีั้!! เพราะมีอาหารให้เลือกทานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งอาหารไทยและเทศ และในช่วงนี้ร้านก็เปิดบริการพิเศษอย่าง Drive Thru ที่ช่วยให้คุณได้ทานอาหารอร่อย ๆ ได้ แม้คุณจะไม่ลงจากรถยนต์ก็ตาม
เมนูที่ต้องลอง!!
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Chalong Eatery
พูดเลยว่ามาร้านนี้ต้องซื้อเมนูนี้มาลองทาน “หมูสามชั้นทอดน้ำปลาจิ้มแจ่ว” ที่มีความชุ่มฉ่ำและกรอบไปพร้อม ๆ กัน จะทานเล่นก็ดี หรือทานจริงจังก็ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีเมนูอีกมากมายที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็น พิซซ่าซาลามี่, สเต็กเชอร์ลอยจิ้มแจ่ว และยำวุ้นเส้น ก็เด็ดไม่แพ้กัน
ร้านเปิด ⏰ : 12:00 – 21:00 น.
ที่ตั้ง 📍 : https://goo.gl/maps/Hscb7D9Gwb8Ph4T66
Facebook : ร้านฉลอง Chalong Eatery
ติดต่อ 📞 : 02-002-4175
Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว
มาย่านชานเมืองกันบ้าง ร้านดีไม่แพ้ในเมืองเลย กับร้านนี้ “วัวลืมตัว” ต้องบอกก่อนว่าร้านนี้อยู่ค่อนข้างใกล้บ้าน ทำให้ผมนั้นได้ไปลองทานดู ร้านนี้มีครบให้หมดทั้งอาหารคาวและหวาน ใครอยากจะไปนั่งเล่นชิล ๆ จิบกาแฟก็สามารถไปได้ เพราะบรรยากาศภายในร้านคือ ดี!! (ไม่พูดเยอะเจ็บคอ)
เมนูที่ต้องลอง!!
ขอบคุณรูปจาก Facebook : Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว
พูดได้เลยว่าอาหารจานเดียวของที่นี่เด็ดทุกอย่างของจริง ไม่ว่าจะเป็นข้าวราดข้าวกะเพรา ข้าวราดทอดกระเทียม หรือแม้แต่สปาเก็ตตี้ก็เด็ดไม่แพ้กัน ส่วนใครที่เป็นสายคาเฟ่ก็ไม่ควรพลาด!! แต่ถ้าจะให้แนะนำสักเมนูแล้วล่ะก็ คงต้องเป็น แบล็กโกโก้ ที่เข้มข้นหนักมาก!!
ร้านเปิด ⏰ : 07:30 – 17:00 น.
ที่ตั้ง 📍 : https://goo.gl/maps/36kMKs3w9Mj7AHNr8
Facebook : Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว
ติดต่อ 📞 : 080-496-4665
KFC / Mcdonald’s / Burger King
ถ้าพูดถึงการ Drive Thru แล้วล่ะก็ จะไม่พูดถึงร้านเหล่านี้คงไม่ได้ เพราะเป็นต้นตำรับในด้านนี้ แถมหาทานได้ง่าย ๆ ด้วยความที่เป็นร้านอาหารแบบ Fast Food จึงทำให้มีหลากหลายเมนูและสาขาทั่วทั้งประเทศ ซึ่งบริการ Drive Thru ของร้านเหล่านี้ มักจะตั้งอยู่ตามตามปั๊มน้ำมัน เพื่อให้สะดวกต่อการขับรถเข้าไปสั่งและออกได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
กล้วยทอดนางเลิ้ง
หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าประเทศไทยเพิ่งมีบริการ Drive Thru ขึ้นมา ผมขอเถียงขาดใจเลยว่า “ไม่จริง!!” นี่เลยตำนานกล้วยทอดตรง 4 แยกนางเลิ้ง ร้านที่เปิดมายาวนานกว่า 40 ปี เพียงแค่คุณจอดรถติดไฟแดงเท่านั้น บริการเสิร์ฟกล้วยทอด จะพุ่งตรงดิ่งเข้ามาหาคุณเอง แม้ว่าคุณจะไม่ได้ร้องขอก็ตาม (พอเดินมาทีไรเป็นต้องซื้อทุกที) ซึ่งราคานั้นก็คิดง่าย ๆ เพียง 20 บาท เพื่อให้สามารถซื้อง่าย ทอนเงินได้เร็ว ก่อนที่ไฟเขียวจะกลับมาอีกครั้ง
การออกไปข้างนอกในยุคสมัยนี้ ถ้าหากไม่มีรถยนต์แล้วล่ะก็ คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า วัน ๆ หนึ่งจะได้พบเจอกับเชื้อโรคเมื่อไร ที่ไหน อย่างไร การมีรถเป็นของตัวเองจึงเป็นทางเลือกที่ทำให้คุณนั้นปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เข้ามาหารถได้ง่าย ๆ ที่ Kaidee แหล่งรวมรถราคาเบา ๆ สบายกระเป๋าให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของตัวคุณเอง
Jan 26, 2021 | บทความยานยนต์
ขอบคุณรูปจาก thethings.
ขอบคุณรูปจาก Carbuzz
“ทำไมไม่ซื้อรถรุ่นใหม่ ทั้งที่ราคาก็พอกัน เผลอๆ รถคลาสสิกพวกนั้นราคาสูงกว่าด้วยซ้ำ” แน่นอนว่าหนึ่งในเหตุผลนั้นคือ ความชอบส่วนตัว แต่จริงๆ แล้วมีเหตุผลอีกมากมายที่ทำให้ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นเก่า หรือที่เราเรียกกันว่า “รถคลาสสิก”
ไม่ว่าจะเป็นความโดดเด่นทางดีไซน์ที่สามารถบ่งบอกได้ชัดเจนว่ารถรุ่นนั้น ถูกผลิตขึ้นปีอะไร เรื่องราวของรถที่เป็นตำนาน ความสามารถในการอัปราคาขายต่อ หรือแม้กระทั่งคาแรคเตอร์ของตัวผู้ขับเอง ที่ต้องการโชว์ตัวตนที่แท้จริงผ่านรถยนต์ที่ขับ
ด้วยเหตุนี้ รถคลาสสิกจึงเป็นอีกตัวเลือกของหลายๆ คน เพราะสำหรับคนที่หลงใหล และมีจิตวิญญาณวินเทจแล้ว รถคลาสสิกสำหรับพวกเขาก็เปรียบได้เสมือนคนที่มีรสนิยมดี ซึ่งผ่านการคิดและออกแบบมาอย่างลงตัวแล้วนั่นเอง
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่พวกเราที่ชอบความคลาสสิก-ไนน์ตี้ส์ (90s) ของรถเหล่านี้ เหล่าดาราดังฮอลลีวูดหลายคนก็เช่นกัน วันนี้ Kaidee จึงขอนำเสนอ ดาราฮอลลีวูดกับรถคลาสสิกคู่ใจของพวกเขา ให้เพื่อนๆ ได้ไอเดียใหม่ๆ ก่อนซื้อรถคันต่อไป หรือแค่ให้อิจฉาเล่นๆ กัน
ก่อนที่เราจะไปดูว่ามีใครบ้าง เรามาทำความรู้จักว่ากับรถคลาสสิกกันก่อนดีกว่าค่ะ
รถคลาสสิก (Classic Car)
คำว่า “คลาสสิก” หมายถึง แบบอย่าง หรือต้นฉบับที่ได้ถูกตัดสินผ่านกาลเวลาแล้วว่ามีคุณภาพสูง และมีความโดดเด่นในแบบของตัวเอง หรือสรุปง่ายๆ ก็คือ เป็นแบบแม่พิมพ์ให้รุ่นหลังได้ดูเป็นตัวอย่างได้นั่นเอง
รถยนต์คลาสสิกนั้น จึงถูกใช้เป็นคำจำกัดความ เรียกรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป ที่มีความสมบูรณ์ในตัวของมันเองเหนือกาลเวลา ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน หรือดัดแปลงไปตามเทรนด์แต่อย่างใด ยกตัวอย่าง รถยนต์คลาสสิกที่ได้พิสูจน์ความเก๋าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหนได้อย่าง 1982 Datsun 280ZX, Mercedes-Benz W123, Ford Mustang เป็นต้น
หลังจากที่เรารู้ความหมายกันแล้ว เรามาดูเหล่าดาราระดับโลกที่ทุ่มเงินให้รถคลาสสิกพวกนี้กันเลย
Rowan Atkinson – Jaguar MK7 (Jaguar Mark VII)
ขอบคุณรูปจาก rojakdaily
เมื่อได้ยินชื่อ Rowan Atkinson (โรแวน แอทคินสัน) หลายคนคงสงสัยว่าเขาเป็นใคร ชื่อไม่คุ้นใช่ไหมคะ เพราะนักแสดงคนนี้ดันมีอีกชื่อที่โด่งดังไปทั่วโลก และไม่มีใครไม่รู้จัก นั้นก็คือ Mr. Bean (มิสเตอร์บีน) นั่นเอง ร้อง อ๋อ กันแล้วใช่ไหม ถ้านึกถึงซีรีส์ภาพยนตร์ตลก มิสเตอร์บีน ภาพที่จำได้แม่นนอกจากความฮาจนท้องแข็ง ก็ต้องเป็นรถมินิคลาสสิกคันสีเหลืองแป๊ดคู่ใจของ มิสเตอร์บีน แน่นอน
ขอบคุณรูปจาก Watchoista
ความคลั่งไคล้ในรถวินเทจของโรแวนไม่ได้เกิดขึ้นบนหน้าจอแก้วเพียงเท่านั้น ตัวจริงของโรแวนเองก็รักรถคลาสสิกไม่แพ้ใคร เรียกว่ารักคงจะน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่ได้แค่ชื่นชมรถเพียงอย่างเดียว ยังสะสมมันอีกต่างหาก หนึ่งในรถยนต์คลาสสิกหายากในคอลเลคชันรถของเขาก็คือ “Jaguar MK7” ซึ่งเป็นรถยนต์สุดหรู 4 ประตู จากยุค 80 ในปัจจุบันได้ถูกดัดแปลงให้สามารถวิ่งได้ถึง 160 กม./ชม. เลยทีเดียว เรียกได้ว่า คุณโรแวน มีทั้งสตางค์ ทั้งเทสเลยนะคะเนี่ย
Kendall Jenner – 1965 Ford Mustang
ขอบคุณรูปจาก New24
ครอบครัวเจนเนอร์ เป็นครอบครัวคนดังอีกครอบครัว ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็กลายเป็นเทรนด์ไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นการแต่งตัว ทรงผม หรือแม้กระทั่งรสนิยมแฟนหนุ่มของพวกเขา ก็สามารถกลายเป็นเทรนด์ได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืน
เคนดัล เจนเนอร์ นางแบบแถวหน้าแห่งวงการซูเปอร์โมเดล ก็ไม่ต่าง ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ไปที่ไหน หรืออยู่กับใคร ก็ต้องกลายเป็น ทอล์คออฟเดอะทาวน์ ล่าสุดเธอได้สยบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “นางแบบไอจี แฟชั่นอินเทอร์เน็ต” ด้วยการเป็นเจ้าของ Ford Mustang 1965 ซึ่งทำเอาแฟนๆ รถวินเทจตาลุกวาวไปตามๆ กัน
ขอบคุณรูปจาก New24
เพราะนอกจากที่สุดของความหายากแล้ว มัสแตง 1965 นี้ ยังใช้เครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง 2.8 ลิตร 101 แรงม้า ซึ่งนับว่าแรงมากสำหรับรถวินเทจ นอกจากนี้ ราคาในปี 1965 ก็อยู่ที่ 2,368 ดอลลาร์สหรัฐฯ และถือว่าแพงมากสำหรับสมัยนั้น ปัจจุบันไม่รู้ว่าราคาอยู่ที่เท่าไรแล้ว แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าต้องทะลุสิบล้านแน่นอน เพื่อนๆ คนไหนอยากได้ เตรียมสตางค์ในกระเป๋าให้แน่นๆ นะคะ ถ้าหาซื้อได้นะ
Lady Gaga – Mercedes-Benz W123
ขอบคุณรูปจาก Hotcars
เลดี้ กาก้า คนดังระดับโลกอีกคนที่ชอบรถคลาสสิก และได้เก็บสะสมรถหายากพวกนี้เป็นงานอดิเรก เธอเป็นเจ้าของรถคลาสสิกมากมาย ยกตัวอย่างให้ตกใจกันเล่นๆ อย่าง Ford Bronco, Chevrolet El Camino, Rolls-Royce Phantom ทั้งสีดำ และสีขาว, 1955 Cadillac Coupe De Ville และอีกมากมาย
แต่เหมือนว่า Mercedes-Benz W123 จะเป็นคันโปรดของเธอ เพราะเธอได้ขับรถคันนี้แล่นไปทั่วแอลเอ ให้ปาปารัสซี่ถ่ายอยู่หลายครั้ง ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยที่ W123 จะขึ้นแท่นเป็นรถที่เธอขับบ่อยที่สุด ถึงแม้ว่า W123 จะเป็นรถคลาสสิกที่ไม่ได้ rare มาก แต่ดีไซน์สุดคลาสสิก ไฟหน้าแบบ Halogen ฝาท้ายเปิดแบบใช้กุญแจเปิด และกระจกเป็นแบบมือหมุน แน่นอนว่าได้ให้อารมณ์วินเทจ 90s ได้อย่างแท้จริงเลยทีเดียว
Ryan Reynolds – Triumph Thruxton
ขอบคุณรูปจาก silodrome
ดูรถกันมากพอแล้ว เรามาต่อกันที่เจ้าเครื่องยนต์ 2 ล้อกันบ้างดีกว่า เขาว่ากันว่า ผู้ชายขี่บิ๊กไบค์ คันแพงๆ เรียกเสียงกรี๊ดได้ดังกว่าผู้ชายขับเบนซ์เสียอีก เรื่องนี้ไม่รู้ว่าจริงมากน้อยแค่ไหน แต่ดาราหนุ่มฮอลลีวูด ไรอัน เรย์โนล์ลส์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายที่เซ็กซี่ตั้งแต่หน้ายันชื่อ ก็ได้คว้าเจ้า Triump Thruxton คาเฟ่เรเซอร์ อีกรุ่นในตำนานมาเป็นเจ้าของเป็นที่เรียบร้อย
เครื่องยนต์สองล้อขี่สนุกคันนี้ โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดคลาสสิก แต่ยังไม่ทิ้งความโมเดิร์น ด้วยหน้าจอมาตราวัดคู่แบบแอนะล็อกบนดิจิทัล และไฟหน้าทรงกลม LED ที่เพิ่มฟังก์ชัน Daytime Running Light
ไรอัน เผยว่า เขาได้สั่งทำมอเตอร์ไซค์คันนี้เป็นพิเศษจาก Kott Motocycle ร้านดัดแปลงมอเตอร์ไซต์ชื่อดังใน LA เพื่อให้เข้ากับตัวตนของเขามากที่สุดนั่นเอง
George Clooney & Kendall Jenner – 1957 Chevrolet Corvette
ขอบคุณรูปจาก CorvetteBlogger
ขอบคุณรูปจาก corvetteforum
เราขอปิดท้ายด้วย Chevrolet Corvette ตัวนี้กันเลย เพราะถ้าพูดถึงรถคลาสสิกแล้วไม่ให้พูดถึง Crovette คงจะไม่ได้ และแน่นอนว่า George Clooney นักแสดง และผู้กำกับรุ่นเก๋าอย่างเขา ก็ได้เลือกรถคันนี้เป็นรถคู่ใจ Chevrolet Corvette ไม่เพียงแต่เป็นขวัญใจคนรุ่นเก่าเท่านั้น ดารารุ่น Gen Z อย่าง เคนดัล เจนเนอร์ ก็มี Corvette สีฟ้าไว้ขับเล่นเช่นกัน
Chevrolet Corvette รุ่น 1957 ตัวนี้ นอกจากจะมีดีไซน์ที่สวยงาม หรูหรา แต่คงความสปอร์ตด้วยดีไซน์ 2 ประตูแล้ว ยังเป็นรถที่สามารถใช้ขับในสนามแข่งได้สบาย เพราะมีแรงม้ามากถึง 220 เลยทีเดียว สีต้นฉบับก็มีให้เลือกตั้งแต่สีดำ แดง ขาว ฟ้า เงิน และคอปเปอร์ แต่สีที่ได้รับความนิยม เห็นจะเป็นสีฟ้า และสีแดงตามที่ จอร์ช และเคนดัลได้เลือกเลยค่ะ
“Forever Classic” คำพูดสั้นๆ แต่ได้ใจความ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน เทรนด์จะเปลี่ยนแปลงยังไง แต่สิ่งที่ขึ้นชื่อว่า คลาสสิก นั้น ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเวลาไม่ใช่คู่แข่ง การเป็นเจ้าของ รถคลาสสิก มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ก็เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน ข้อดีของมันคือความสวยงามของดีไซน์ และลูกเล่นต่างๆ ที่หาไม่ได้ตามรถบนท้องถนนในปัจจุบัน และแน่นอนว่าเมื่อเพื่อนๆ เป็นเจ้าของรถที่น้อยคนใช้ การซ่อมแซม และดูแลรักษาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หาอู่รับซ่อมรถยากพอสมควร
ถ้าเพื่อนๆ คนไหนอยากเป็นเจ้าของรถคูลๆ มือสอง ราคาไม่แพง ลองเข้ามาชมที่เว็บไซต์ Kaidee ก่อนได้นะคะ ไม่แน่เพื่อนๆ อาจจะเจอรถวินเทจสุดโก้ ราคาเอื้อมถึงที่นี่ก็ได้
Jan 25, 2021 | บทความยานยนต์
จะลูกเล็ก เด็กแดง วัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือป้าข้างบ้าน จะดูฟุตบอล เล่นฟุตบอล หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับลูกกลมๆ ย่อมไม่มีใครที่ไม่รู้จักกองหน้าระดับเพชรฆาตมากประสบการณ์อย่างคริสเตียโน โรนัลโด้เป็นแน่
เพราะทั้งสไตล์การเล่นบอลที่ดุดัน รวดเร็ว และแพรวพราว ลีลาการหลอกเลื้อยคู่ต่อสู้แบบเร้าใจ และการสังหารประตูที่เลือดเย็นยิ่งกว่าฉลามแช่แข็ง ไหนจะเป็นสไตล์การใช้ชีวิตนอกสนามที่หรูหรา มีระดับ พร้อมแบรนด์ธุรกิจและงานโฆษณานับร้อย ทำให้คริสเตียโน โรนัลโด้เป็นที่จับตามองในทุกฝีก้าวไปโดยปริยาย
จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด ที่นักเตะเจ้าของค่าเหนื่อยมูลค่า 550,000 ปอนด์ (22.6 ล้านบาทไทย) ต่อสัปดาห์จะมีงานอดิเรกเกี่ยวกับการสะสมรถหรูราคาแพง ซึ่งแต่ละคันที่อยู่ในโรงรถของเขา หากไม่มีราคาแพง ก็ต้องเป็นรถหรูที่ผลิตมาจำนวนจำกัด (ซึ่งก็มีราคาแพงอยู่ดี)
แถมในช่วงการกักตัวเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าตัวดูเหมือนจะว่างจนไม่มีไรทำ จึงตัดสินใจถอยรถหรูอย่าง บูกัตติ เซนโตดิเอซี ที่มีเพียง 10 คันบนโลกนี้มาด้วยราคา 8.5 ล้านยูโร (300 ล้านบาทไทย) ซึ่งรถคันนี้ทำให้โรงรถของ คริสเตียโน โรนัลโด้ มีมูลค่าสูงกว่า 17 ล้านยูโร (800 ล้านบาทไทย) เข้าไปแล้ว
ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นตำนาน
แต่ผมไม่ได้จะมาพูดถึงความหรูหราภายในโรงรถของแข้งพระกาฬจากยูเวนตุสแต่อย่างใด แต่ผมอยากพาทุกคนย้อนเวลากลับไปก่อนวันที่คริสเตียโน โรนัลโด้ จะประสบความสำเร็จ และเป็นเจ้าของรถหรูราคาแพงจำนวนมาก รถคันแรกในชีวิตการค้าแข้งของเขาคือรถแบรนด์ใด รุ่นอะไร และทำไมผมจึงเลือกหยิบยกรถคันนี้มาเป็นประเด็นในบทความนี้ ตามผมมาได้เลยครับ
คริสเตียโน โรนัลโด้ในวัย 30 กว่า ที่ความฟิตทะลุร้อย ขอบคุณภาพจาก Brobible
ราคาที่แพงเกินกว่าจะเป็นรถมือสาม
ช่วงปลายปี 2018 (พ.ศ. 2561) มีรถเก่าสภาพพอใช้คันหนึ่งถูกวางขายในตลาดขายรถมือสองและสาม และรถรุ่นนี้ได้รับการตีราคาให้เหมาะสมกับกาลเวลาและสภาพของตัวรถ แต่กลับกลายเป็นว่า รถคันนี้ถูกขายออกไปในราคาที่แพงกว่าที่มีการตีราคาถึง 3 เท่าตัว ทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้น
รถคู่ใจของนักเตะหนุ่มทีมปีศาจแดง
ย้อนกลับไปในหน้าร้อนปี 2003 (พ.ศ. 2546) ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ชาวเมืองย่านแทรฟฟอร์ดต้อนรับการมาถึงของนักเตะหนุ่มหน้ามนที่ข้ามทะเลจากโปรตุเกส แดนบ้านเกิด คริสเตียโน โรนัลโด้ ย้ายจากสปอร์ติง ลิสบอน มาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัวระดับท็อปไทร์ที่ 12.26 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยในยุคนั้น
ณ ตอนนั้น นักเตะหนุ่มวัย 18 ปียังขาดทั้งเงินทองและชื่อเสียงอย่างที่เขาเป็นในวันนี้ เขามีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์เพื่อการเดินทางภายในเมือง แต่รถหรูมีราคาอาจไม่ใช่คำตอบที่โรนัลโด้สมควรถวิลหาในเวลานั้น เขาจึงต้องหารถยนต์ที่มีราคาเหมาะสม และคุ้มค่าต่อการใช้งาน
เขาจึงตัดสินใจคว้า Audi S3 Coupe 2000 มือสองมาใช้ในฤดูกาลแรกของเขากับพลพรรคปีศาจแดง ด้วยสมรรถนะที่ลงตัว อเนกประสงค์ และราคาที่ไม่แพง
รถคันแรกในชีวิตการค้าแข้งของเพชรฆาตสังหารประตู ขอบคุณภาพจาก Auto Classics
คุณสมบัติของ Audi S3 Coupe 2000
Audi S3 Coupe เป็นรถยนต์สัญชาติเยอรมนีที่มีขนาดเล็ก เป็นรูปทรงแบบแฮทช์แบ็ก หรือรูปทรงแบบค่อมหลังพร้อมประตูหลังที่เอื้อต่อการเก็บสัมภาระมากขึ้น
ตัวรถมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบ 1.8 แบบเทอร์โบชาร์จที่แรงม้าสูงสุด 210-225 แรงม้า ซึ่งรุ่นที่คริสเตียโน โรนัลโด้ใช้นั้น เป็นรุ่นที่ผลิตระหว่างปี 1999-2002 จึงมีสมรรถนะอยู่ที่ 210 แรงม้าเพียงเท่านั้น รถคันนี้ยังมาพร้อมกับแรงบิดที่ 270 ทำความเร็วได้ 238 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบเกียร์ธรรมดา 6 เกียร์ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกของแบรนด์ Audi ที่มีการใช้เครื่องยนต์แบบ 4 กระบอกสูบเล็ก และยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ของ Audi S3 Coupe ตามนี้
ระบบเครื่องเสียงแบบพรีเมียมจากแบรนด์เครื่องเสียงดัง Bose ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control System เทคโนโลยีช่วยในการจอดรถ Parking-assist System
ด้านใน Audi S3 Coupe 2000 ของโรนัลโด้ ขอขอบคุณภาพจาก Auto Classic
เรื่องราวต่อจากนั้นคือตำนาน ทั้งเขาและรถ
เรื่องราวต่อจากนั้นเป็นประจักษ์ต่อทุกสายตาเป็นอย่างดี คริสเตียโน โรนัลโด้พิสูจน์ตัวเองสำเร็จ และก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลกที่มีอินธิพลในวงการลูกหนังตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีสม่ำเสมอ ทักษะและลีลาอันน่าหลงใหลเพลินตา การทำเกมที่เพื่อนในทีมไว้วางใจ รวมถึงความนิ่งในฐานะเพชรฆาตดับประตูฝ่ายตรงข้าม
เขาประสบความสำเร็จกับทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรอัล มาดริด และไฟสปอตไลท์ยังคงส่องมาหาเขาตลอดการค้าแข้งกับม้าลายอิตาเลีย ยูเวนตุสในปัจจุบัน
เรื่องราวของเขาคือตำนาน
ส่วน Audi S3 Coupe รุ่นที่ผลิตในปี 2000 คันนั้นน่ะหรือ ราคาประเมินในท้องตลาดอยู่ที่ 6,000 ยูโร (200,000 บาทไทย) แต่เมื่อมีคนรู้ว่าเป็นรถคันเดียวกับที่มือของคริสเตียโน โรนัลโด้เคยแตะพวงมาลัย หรือเป็นรถที่คันเร่งเคยถูกเหยียบด้วยขาข้างเดียวกับที่ใช้คว้ารางวัลดาวซัลโวมานับต่อนัก ก็ทำให้ราคาของรถคันนั้นพุ่งสูงไปอยู่ที่ 20,000 ยูโร (700,000 บาทไทย) เลยทีเดียว ถือว่าสมราคาของรถที่ผ่านการใช้งานจากเทพนักเตะจริงๆ แม้จะเป็นรถมือสามก็ตามที
Kaidee Auto คือ พื้นที่ให้คุณตามหารถมือหนึ่ง มือสอง หรือผ่านมาหลายมือมากกว่านั้น ด้วยราคาที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย วางใจได้ คุณจะได้รับรถสมรรถนะดีมีคุณภาพไปใช้อย่างแน่นอน ทางเราขออย่างเดียว เมื่อคุณมีชื่อเสียงแล้ว รบกวนกลับมาฝากขายรถกับเราเช่นเคยนะครับ กราบขอบพระคุณ