ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ กระแสของรถยนต์ไฟฟ้าถูกเป็นที่พูดถึงกันอย่างทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยเองที่ได้ให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครที่เราแอบสังเกตเห็นได้ว่ามีปั๊มสำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตามอาคารสำนักงานหลายที่เช่นกัน
วันนี้ Kaidee จะพาทุกคนไปดูกันว่ามีรถยนต์ไฟฟ้าค่ายไหนบ้างที่พร้อมจำหน่ายแล้วในประเทศไทย และมีราคาเท่าไร รวมถึงสเปคโดดเด่นแค่ไหน ตามไปหาคำตอบกับบทความนี้กันได้เลย

MG ZS EV
มาเริ่มต้นกันที่คันแรกกับค่ายรถอังกฤษทุนจีน ที่ได้มีการพัฒนาตัวถังรถยนต์ในรุ่น MG ZS แล้วเปลี่ยนการขับเคลื่อนให้เป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งให้กำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ความจุแบตเตอรี่ 44.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง จากข้อมูลของผู้ผลิตได้บอกไว้ว่าการทดสอบในโหมด NEDC สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 337 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเลยทีเดียว
ในเรื่องของการชาร์จไฟจะใช้หัวชาร์จแบบ Type2 ซึ่งทาง MG ได้ให้หัวชาร์จมาด้วยเผื่อไว้ในกรณีที่ต้องการชาร์จเร่งด่วนในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ส่วนการชาร์จเร็วใช้เวลา 30 นาที จะชาร์จไฟได้ 80% ของแบตเตอรี่ รวมถึง MG ยังได้ติดตั้งหัวชาร์จไว้ที่โชว์รูม MG เพื่อให้บริการลูกค้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย
MG ZS EV ราคา 1,119,000 บาท

Nissan Leaf
นิสสัน นับว่าเป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายอันดับ 1 ทั่วโลก และ Nissan Leaf ก็เรียกว่าได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้รถไฟฟ้าทั่วโลก และมียอดขายสูงสุดในตระกูลนี้อีกด้วย ซึ่งเป็นรถเก๋งแบบ 5 ประตู ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า สามารถใช้งานได้ 311 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามโหมด NEDC ใช้หัวชาร์จแบบ ChaDemo และ Type 1 ส่งไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ขนาด 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง
ในส่วนของสมรรถนะการขับขี่เป็นเครื่องมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร เรียกได้ว่ามากพอเมื่อเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ของนิสสันแบบปกติ อีกหนึ่งจุดขายคือการขับขี่ที่สบาย โดยเฉพาะระบบ E-Pedal เทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเร่งและเบรคโดยใช้คันเร่งเพียงแป้นเดียวในการขับขี่ ตลอดจนเทคโนโลยีเบรคฉุกเฉิน กล้องมองรอบทิศทาง ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ และที่สำคัญยังเป็นรถค่ายญี่ปุ่นหนึ่งเดียวที่วางขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
Nissan Leaf ราคา 1,990,000 บาท

Audi e-tron
รถยนต์ไฟฟ้ารูปทรงอเนกประสงค์ SUV จากค่ายสี่ห่วงผู้ผลิตประเทศเยอรมนี มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 95 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีระยะทาง 385 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ NEDC ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง ให้กำลังขับรวมปกติ 360 แรงม้า มอเตอร์ด้านหน้าให้กำลัง 170 แรงม้า และมอเตอร์ด้านหลังให้กำลัง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 561 นิวตัน-เมตร
โดยมิติของตัวรถมีขนาดความยาว 4,901 มม. ความกว้างรวมกระจกมองข้าง 2,043 มม. และสูง 1,692 มม. มาพร้อมหลังคาพาโนรามิคเปิดด้วยไฟฟ้า มอบความบันเทิงภายในรถด้วยชุดเครื่องเสียง Bang & Olufsen และจอแสดงข้อมูลขนาด 12.3 นิ้ว นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงจาก Audi
Audi e-tron ราคา 5,990,000 บาท

MINI Electric
ถือว่าเป็นค่ายรถหน้าใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เพราะล่าสุดได้ทำการเปิดตัว MINI Electric รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสไตล์ MINI พัฒนาตัวถังรุ่น 3 ประตู พร้อมปรับปรุงสมรรถนะเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ แล้วมาขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า มอเตอร์ให้กำลัง 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ขนาด 93.2 แอมป์ฮาว อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ในเวลา 7.3 วินาทีเท่านั้น
MINI Electric ราคา 2,290,000 บาท

Hyundai IONIQ Electric
รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคตที่ผ่านการพัฒนาทั้งเครื่องยนต์ การดีไซน์ และเน้นการใช้วัสดุคุณภาพจากธรรมชาติเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ในแบบรถยนต์ซีดานที่ผสมผสานความสปอร์ตและความโฉบเฉี่ยวได้อย่างลงตัว ตั้งแต่การออกแบบในส่วนของตัวถัง ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวรที่ให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 295 นิวตันเมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ Single-Speed ที่สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ผ่านปุ่มกดบริเวณคอนโซลกลาง สามารถไปที่ความเร็วสูงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง
แหล่งเก็บพลังงานใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ ขนาด 28 kWh ใช้เวลาชาร์จไฟปกติที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร และมีระบบชาร์จเร็วที่เรียกว่า Quick Charge กำลังการชาร์จไฟขนาด 50 kW ใช้เวลา 30 นาทีโดยประมาณ โดยแบตเตอรี่ถูกติดตั้งบริเวณใต้ที่นั่งของผู้โดยสารด้านหลัง ซึ่งยังคงมีพื้นที่ให้สามารถบรรจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 650 ลิตร
Hyundai IONIQ Electric ปี 2020 ราคา 1,749,000 บาท
สรุปท้ายบทความ
รถยนต์ไฟฟ้า นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของผู้ใช้รถยนต์ในบ้านเราเป็นอย่างมาก จึงทำให้เกิดกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นวงกว้าง และยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนในเรื่องของภาษี หรือเรื่องจุดบริการชาร์จไฟ จึงไม่แปลกใจที่จะทำให้ใครหลายคนอยากจะลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
