5 ร้าน Drive Thru ที่ทำให้คุณหมดห่วงเรื่องโควิด-19

5 ร้าน Drive Thru ที่ทำให้คุณหมดห่วงเรื่องโควิด-19

กลัวกันไหม?? กับการกลับมาของโควิดในประเทศไทยในปี 2021 ที่ทางรัฐออกมาบอกว่านี่แหละคือ “การระบาดระลอกใหม่” (ว้าวววว) ซึ่งดูเหมือนจะหนักกว่าเดิมด้วย ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ผมก็เป็นคนหนึ่งที่คิดหาวิธีให้ตัวเองนั้นปลอดภัยอยู่เสมอ

ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของกินนี่อย่าให้พูด!! เป็นอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้จริง ๆ ด้วยความที่ผมนั้นชอบของอร่อย (ไม่อร่อยคือไม่กิน) วันนี้ผมจึงมาแนะนำร้านที่ดีในเรื่องของรสชาติ และดีในเรื่องของความปลอดภัย นั่นก็เพราะว่าร้านเหล้านี้เป็นแบบ Drive Thru นั่นเอง แค่นั่งอยู่ในรถ ไม่ต้องออกไปเจอกับใคร ก็สามารถหาอะไรอร่อยกินได้อย่างง่ายดาย เกริ่นมาเยอะขนาดนี้ คงเริ่มที่จะหิวกันแล้วล่ะสิ มาดูกันว่าจะมีร้านอะไรบ้าง

ร้านแบบ Drive Thru คือ??

สำหรับบางท่านที่หลงเข้ามาอ่านและอาจจะยังไม่รู้จักว่าเลยว่า Drive Thru (ไดร์ฟ-ทรู) นั้นเป็นแบบไหน มา!! เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ามันคืออะไร

ปัจจุบันด้วยความน่ากลัวของโควิด-19 ทำให้หลาย ๆ ร้านนั้นได้ปรับเปลี่ยนแนวทางของธุรกิจตัวเอง ทำให้ร้านแบบ Drive Thru นั้นเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย แล้วร้านแบบนี้มันคืออะไรล่ะ?? ร้านแบบนี้เป็นร้านที่เพียงแค่คุณนั้นมีรถยนต์ก็สามารถขับเข้าไปที่ร้านและพร้อมรับอาหารโดยที่คุณไม่ต้องก้าวขาลงจากรถแม้แต่ก้าวเดียว ซึ่งเหมาะอย่างมากในยุคสมัยนี้

แต่คุณรู้กันหรือไม่?? จริง ๆ แล้วร้านแบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกินขึ้นมาในยุคสมัยนี้ แต่มันมีมานานมากแล้วแต่แค่อาจจะยังไม่ได้รับความนิยมในประเทศไทยเท่าไร ซึ่งร้านแรกที่ได้ทำให้เกิด Drive Thru ขึ้นเป็นเจ้าแรกคือร้าน “In-N-Out Burger” ที่อเมริกา แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จนกระทั่ง McDonald’s ได้นำรูปแบบมาทำ และกลายเป็นที่นิยมขึ้น

5 ร้าน Drive Thru ที่ผมแนะนำ

 ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าร้านเหล่านี้เป็นร้านที่ผมเองเคยได้ลองไปมาบ้างส่วนหนึ่ง ซึ่งมีความดีงามตามท้องเรื่อง (ชอบโดยส่วนตัวนั่นเอง) เลยขอมาแนะนำให้ไปลองด้วยตัวเองกันดูว่าเวิร์คกันจริง ๆ หรือไม่

Horme Cafe

มาเริ่มกันที่ร้านแรกเลย เปิดยามเช้าเบา ๆ ด้วยคาเฟ่ร้านกาแฟ ให้ทุกเช้าเป็นวันที่สดใสก่อนการทำงาน ซึ่งร้านนี้อาจจะอยู่ไกลออกไปจากตัวเมืองสักหน่อย แต่ใครที่อยู่ย่านบางนา ต้องไปลอง เพราะร้านนั้นบรรยากาศดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะนั่งที่้ร้านชิล ๆ ก็ดี ด้วยความที่มีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงให้พาน้อง ๆ มาเดินเล่นหรือหาเพื่อนได้ หรือถ้าหากกลัวโควิดแล้ว ทางร้านก็มีบริการ Drive Thru ที่จะทำให้คุณไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอีกด้วย

เมนูที่ต้องลอง!!

ขอบคุณรูปจาก Facebook : Horme Cafe

ถ้ามาร้านนี้แล้วแนะนำเป็นอย่างมากเลยสำหรับคอกาแฟ ต้องมาลองเมนูนี้เลย!! Dirty Coffee ที่มีความหอมนุ่มละมุนได้อย่างลงตัว แต่นอกจากกาแฟดี ๆ แล้ว หาขนมที่ทานคู่กันได้อย่างลงตัวกับ ครัวซองต์และบลูเบอรี่ชีสเค้ก ที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ใครมาก็ต้องลอง

ร้านเปิด ⏰ : 7:00 – 20:00 น.

ที่ตั้ง 📍 : https://goo.gl/maps/MW5q9LRhtPN1bbyP7

Facebook : Horme Cafe

ติดต่อ 📞 : 02-182-9696

ร้านฉลอง Chalong Eatery

เป็นร้านที่มีความครบเครื่องทั้งของคาวและของหวาน ช่วงเที่ยง ๆ ใครที่กำลังมองหาของกินบอกเลยว่าต้องมาโดนร้านนีั้!! เพราะมีอาหารให้เลือกทานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งอาหารไทยและเทศ และในช่วงนี้ร้านก็เปิดบริการพิเศษอย่าง Drive Thru ที่ช่วยให้คุณได้ทานอาหารอร่อย ๆ ได้ แม้คุณจะไม่ลงจากรถยนต์ก็ตาม

เมนูที่ต้องลอง!!

พูดเลยว่ามาร้านนี้ต้องซื้อเมนูนี้มาลองทาน “หมูสามชั้นทอดน้ำปลาจิ้มแจ่ว” ที่มีความชุ่มฉ่ำและกรอบไปพร้อม ๆ กัน จะทานเล่นก็ดี หรือทานจริงจังก็ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีเมนูอีกมากมายที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็น พิซซ่าซาลามี่, สเต็กเชอร์ลอยจิ้มแจ่ว และยำวุ้นเส้น ก็เด็ดไม่แพ้กัน

ร้านเปิด ⏰ : 12:00 – 21:00 น.

ที่ตั้ง 📍 : https://goo.gl/maps/Hscb7D9Gwb8Ph4T66

Facebook : ร้านฉลอง Chalong Eatery

ติดต่อ 📞 : 02-002-4175

Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว

ขอบคุณรูปจาก Facebook : Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว

มาย่านชานเมืองกันบ้าง ร้านดีไม่แพ้ในเมืองเลย กับร้านนี้ “วัวลืมตัว” ต้องบอกก่อนว่าร้านนี้อยู่ค่อนข้างใกล้บ้าน ทำให้ผมนั้นได้ไปลองทานดู ร้านนี้มีครบให้หมดทั้งอาหารคาวและหวาน ใครอยากจะไปนั่งเล่นชิล ๆ จิบกาแฟก็สามารถไปได้ เพราะบรรยากาศภายในร้านคือ ดี!! (ไม่พูดเยอะเจ็บคอ)

เมนูที่ต้องลอง!!

ขอบคุณรูปจาก Facebook : Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว

พูดได้เลยว่าอาหารจานเดียวของที่นี่เด็ดทุกอย่างของจริง ไม่ว่าจะเป็นข้าวราดข้าวกะเพรา ข้าวราดทอดกระเทียม หรือแม้แต่สปาเก็ตตี้ก็เด็ดไม่แพ้กัน ส่วนใครที่เป็นสายคาเฟ่ก็ไม่ควรพลาด!! แต่ถ้าจะให้แนะนำสักเมนูแล้วล่ะก็ คงต้องเป็น แบล็กโกโก้ ที่เข้มข้นหนักมาก!!

ร้านเปิด ⏰ : 07:30 – 17:00 น.

ที่ตั้ง 📍 : https://goo.gl/maps/36kMKs3w9Mj7AHNr8

Facebook : Rapturous Cow Cafe & Laundry วัวลืมตัว

ติดต่อ 📞 : 080-496-4665

KFC / Mcdonald’s / Burger King

ถ้าพูดถึงการ Drive Thru แล้วล่ะก็ จะไม่พูดถึงร้านเหล่านี้คงไม่ได้ เพราะเป็นต้นตำรับในด้านนี้ แถมหาทานได้ง่าย ๆ ด้วยความที่เป็นร้านอาหารแบบ Fast Food จึงทำให้มีหลากหลายเมนูและสาขาทั่วทั้งประเทศ ซึ่งบริการ Drive Thru ของร้านเหล่านี้ มักจะตั้งอยู่ตามตามปั๊มน้ำมัน เพื่อให้สะดวกต่อการขับรถเข้าไปสั่งและออกได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

กล้วยทอดนางเลิ้ง

หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าประเทศไทยเพิ่งมีบริการ Drive Thru ขึ้นมา ผมขอเถียงขาดใจเลยว่า “ไม่จริง!!” นี่เลยตำนานกล้วยทอดตรง 4 แยกนางเลิ้ง ร้านที่เปิดมายาวนานกว่า 40 ปี เพียงแค่คุณจอดรถติดไฟแดงเท่านั้น บริการเสิร์ฟกล้วยทอด จะพุ่งตรงดิ่งเข้ามาหาคุณเอง แม้ว่าคุณจะไม่ได้ร้องขอก็ตาม (พอเดินมาทีไรเป็นต้องซื้อทุกที) ซึ่งราคานั้นก็คิดง่าย ๆ เพียง 20 บาท เพื่อให้สามารถซื้อง่าย ทอนเงินได้เร็ว ก่อนที่ไฟเขียวจะกลับมาอีกครั้ง

การออกไปข้างนอกในยุคสมัยนี้ ถ้าหากไม่มีรถยนต์แล้วล่ะก็ คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า วัน ๆ หนึ่งจะได้พบเจอกับเชื้อโรคเมื่อไร ที่ไหน อย่างไร การมีรถเป็นของตัวเองจึงเป็นทางเลือกที่ทำให้คุณนั้นปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เข้ามาหารถได้ง่าย ๆ ที่ Kaidee แหล่งรวมรถราคาเบา ๆ สบายกระเป๋าให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของตัวคุณเอง

หางานเสริมในวันหยุดยาว ด้วยรถของคุณเอง

หางานเสริมในวันหยุดยาว ด้วยรถของคุณเอง

สำหรับคนที่มองหารายได้เสริมได้วันหยุด นอกจากการไปสมัครงานพิเศษตามร้านอาหารแล้ว วิธีต่าง ๆ ในการหารายได้ที่สามารถทำง่ายเริ่มได้โดยไม่ใช้ต้นทุนเยอะ สามารถเลือกจากอุปกรณ์หรือสิ่งของใกล้ตัวมาเพื่อสร้างรายได้ ยกตัวอย่างเช่น เครื่องเรือน เครื่องครัว หรือพาหนะที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายได้

เริ่มต้นธุรกิจระยะสั้นอย่างไรดี

การเริ่มต้นธุรกิจในระยะสั้นสำหรับวันหยุดยาว คือสิ่งที่หลายคนมักจะคิดไว้ในหัวแต่ไม่ได้ลงมือทำเสียที ทั้งเรื่องของอุปกรณ์ ทั้งเรื่องทุน และหลาย ๆ อย่าง แต่ในวันนี้เราจะมาดูวิธีการเริ่มต้นธุรกิจระยะสั้นที่สามารถทำได้ทันทีเมื่อถึงวันหยุดยาว พูดเลยว่า ลงทุนครั้งเดียวก็ได้เงิน!

ทำธุรกิจในช่วงวันหยุด

การทำธุรกิจเพื่อหางานเสริมในวันหยุดนั้นมีหลายอย่างมากให้คุณเลือกว่าจะทำสิ่งใด ในยุคสมัยนี้มีหลากหลายงานโดยสามารถหาข้อมูลได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องเดินเข้าไปหางานเหมือนแต่ก่อนให้เหนื่อย  หนทางในการทำเงินช่วงวันหยุดก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เบื้องต้นในการเริ่มทำธุรกิจจำเป็นต้องมีต้นทุน เพราะไหนจะทั้งค่าอุปกรณ์ ค่าสถานที่ และค่าโปรโมตอีก แต่ว่าในการทำธุรกิจทุกอย่างต้องมีการลงทุน จึงจะสร้างผลกำไรที่งอกงามได้ ไม่มีใครไม่ลงทุนเมื่อทำธุรกิจ มีเพียงแค่ว่าจะมากหรือน้อยก็เท่านั้น

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว นี่คือบทความที่จะช่วยหาวิธีลดการเสียเงินด้านต้นทุน โดยเริ่มจากการหยิบอุปกรณ์และเครื่องมือที่คุณมีอยู่แล้วมาเป็นธุรกิจในช่วงวันหยุด ที่เพียงมีรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ก็เริ่มต้นธุรกิจได้แล้ว!

5 วิธีสร้างรายได้ด้วยรถของคุณ

หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่ารถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้อยู่ทุกวัน สามารถนำมาดัดแปลงเป็นธุรกิจสร้างผลกำไรอันงอกเงยให้คุณได้ เรามาดูกันดีกว่ามันธุรกิจอะไรบ้างที่สามารถนำรถของคุณไปใช้ได้บ้าง 

1.รถรับส่งผู้โดยสาร

งานเสริมประเภทนี้นับว่าเป็นงานเสริมที่กำลังมาและมีกลุ่มลูกค้ารายใหญ่มากในประเทศไทย สามารถเห็นได้จากการผุดขึ้นของแอปรับส่งผู้โดยสารหลากหลายเจ้า ยกตัวอย่างเช่น Grab และ Bolt ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้คนย่อมต้องสัญจรและใช้การเดินทางเพื่อไปทำงานในทุกวัน

การจับกลุ่มตลาดด้านการเดินทาง ที่นอกเหนือจากการเป็นแท็กซี่แล้ว ยังเลือกทางอื่น อย่างการนำรถตัวเองไปวิ่งรับผู้โดยสารในประเภทรถยนต์ส่วนบุคคล ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันที่ให้บริการด้านนี้เป็นหลัก ก็จัดว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ 

เพราะสิ่งที่คุณต้องเสียไปกับงานเสริมนี้คือ ค่าน้ำมันรถยนต์และเวลาของคุณ แน่นอนว่าถ้าคุณตัดสินใจแล้วว่าจะทำงานเสริมในวันหยุด ก็ต้องยอมเสียสละเวลาส่วนนี้ไป ถ้าคุณรักที่จะขับรถ ไม่อารมณ์เสียบนท้องถนนหรือโดนยั่วยุง่าย การขับรถรับส่งโดยใช้รถของคุณเองคืองานเสริมที่น่าสนใจมาก แถมยังสมัครไม่ยากด้วย

2. ส่งอาหาร สิ่งของ

วิถีชีวิตของคน สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คืออาหาร และแน่นอนว่าในวันหยุดหลายคนต้องการนอนพักร่างอยู่บนเตียงไม่ต้องขยับเขยื้อนไปไหน การสั่งอาหารเข้ามาทานภายในบ้านหรือที่อยู่ย่อมต้องดีกว่าการเตรียมพร้อมตนเองให้เดินออกไปข้างนอก

หลายคนจึงเลือกที่จะสั่งอาหารผ่านบริการเดลิเวอรี่ชื่อดัง ซึ่งเดลิเวอรี่มีชื่อเหล่านี้รับสมัครคนเกือบตลอดเวลา สมัครได้ง่ายผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันก็พร้อมรับงานวิ่งส่งอาหารได้เลย 

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการทำงานเสริมนี้คือ การเตรียมรถมอเตอร์ไซค์ของคุณ และค่าน้ำมันให้พร้อม เพราะถ้าคุณบริการดีล่ะก็ คุณจะได้รับทิปเป็นของแถมอีกด้วย ผู้เขียนแอบได้ยินมาว่า ยิ่งส่งเยอะยิ่งได้ค่ารอบเยอะ!

โดยสามารถสมัครได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันของผู้บริการโดยตรงเลย!

3. เปิดร้านอาหารแบบฟู้ดทรัค

การเปิดร้านอาหารแบบฟู้ดทรัค แน่นอนว่าต้องใช้รถบรรทุกคันเล็ก ๆ เพื่อทำธุรกิจ บางท่านอาจมีรถบรรทุกคันเล็กไว้ใช้ในการขนส่งสินค้าอยู่ที่บ้านแล้ว นี่เป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยเพิ่มเงินและรายได้เสริมของคุณได้ง่ายขึ้น

ยิ่งในวันหยุดโดยส่วนใหญ่มักจะมีงานเทศกาลต่าง ๆ คุณสามารถใช้โอกาสนี้ในการทำรถบรรทุกที่น่ารักของคุณไปดัดแปลง ตกแต่งให้ดูสวยงาม พร้อมคิดเมนูอาหารต่าง ๆ ให้สมบูรณ์เท่านี้ก็พร้อมขายของแล้ว

แต่หากใครที่ไม่มั่นใจว่าจะทำอาหารได้อร่อย ก็อาจสอบถามคนใกล้ตัวว่ามีใครสนใจร่วมหุ้นธุรกิจชั่วคราวบ้าง อาจไปเปิดร้านอาหารตามเทศกาลต่าง ๆ หรือเช่าพื้นที่เล็ก ๆ ในส่วนกลางของห้างเพื่อเปิดร้านก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยล่ะ

4. ติดโฆษณาที่รถ

ถ้าคุณคิดว่า การติดโฆษณาที่รถเป็นการทำให้รถคุณเสียภาพลักษณ์ไม่สวยงาม แต่รู้หรือไม่ว่า การติดโฆษณาครั้งหนึ่งได้เงินเป็นจำนวนมาก บอกเลยว่างานนี้ไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะในวันหยุด เพราะคุณสามารถนำรถวิ่งไปได้ในทุก ๆ วัน แถมได้เงินค่าโฆษณาอีกด้วย

การเริ่มต้นอาจเริ่มจากการลงประกาศในกลุ่มซื้อขายป้ายโฆษณา และการลงโฆษณาต่าง ๆ หรือติดโปรโมตที่รถยนต์ของคุณยามวิ่งบนท้องถนน ให้คนสนใจและเข้ามาติดต่อ วิธีนี้นอกจากไม่ต้องเหนื่อยลงทุนและลงแรงเพิ่มให้มาก ก็เพิ่มกำไรได้รวดเร็ว

โดยเฉพาะกระแสของกลุ่มแฟนคลับศิลปิน ที่เริ่มให้ความสนใจในการติดป้ายโปรโมตตามรถยนต์ที่วิ่งตามท้องถนน นอกจากจะสร้างการมองเห็นมากแล้ว ยังกระจายไปได้ไกลทั่วกรุงอีกด้วย เลยเป็นหนึ่งในธุรกิจที่กำลังจะบูมแบบพลุแตกในช่วงนี้

5. บริการเช่ารถ

อีกหนึ่งธุรกิจน่าสนใจสำหรับคนที่มีรถมากกว่าหนึ่งคัน หรือถ้าคุณเป็นคนไม่ซีเรียสในการให้ผู้อื่นยืมรถไปขับ ก็เป็นหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ ปกติแล้วในช่วงท่องเที่ยว มักจะมีการเช่ารถเกิดขึ้น การเปิดประกาศให้ผู้อื่นเช่ารถเป็นหนึ่งในหนทางที่ทำเงินได้พอสมควร

หากคุณเป็นห่วงว่าถ้ารถของคุณเป็นรอยหรืออาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คุณสามารถเรียกการเก็บเงินประกันรถไว้ก่อนได้ หากเกิดรอยเฉี่ยวชนขึ้นก็ยึดเงินมัดจำค่าประกันรถได้เลย แถมยิ่งในช่วงที่คนต้องการเช่ารถเยอะ ราคาค่าเช่ารถตามท้องตลาดก็สูงขึ้นตาม ๆ กันไป เรียกได้ว่าไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย เงินก็วิ่งเข้ามาหาคุณ

แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มคุณค่าให้งานเสริมของคุณ เพิ่มรายได้มากกว่าเดิม การให้บริการเช่ารถยนต์ พร้อมคนขับ ซึ่งคนขับที่ว่าอาจหมายถึงคุณเอง แต่ต้องยอมรับเลยว่าการเป็นคนขับรถเพื่อท่องเที่ยว นั้นเหนื่อยมาก เพราะต้องคอยขับไป-มา แถมบางครั้งยังต้องนอนค้างภายในรถยนต์อีก 

เทคนิคการทำงานให้เกิดรายได้ในวันหยุด

วิธีการสร้างรายได้ในวันหยุด นอกจากการนำรถยนต์ของคุณไปใช้เพื่อหารายได้เสริมแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกที่สามารถสร้างรายได้ให้คุณได้และเริ่มต้นง่ายที่บ้านคุณ 

1. ขายของออนไลน์

อีกหนึ่งธุรกิจน่าสนใจที่สามารถทำได้ แม้ไม่ใช่วันหยุด อย่างการขายของออนไลน์ ที่เริ่มต้นการนำเข้าสิ่งของเพื่อมาขายและปล่อยต่อในราคาที่เพิ่มกำไร ยิ่งหากเป็นสินค้าที่พรีออเดอร์มาจากประเทศจีน ราคาสินค้าส่วนใหญ่จะไม่แพง แถมยังคุณภาพดี สามารถนำมาเพิ่มกำไรได้ดีอีกด้วย

แต่สำหรับใครที่มองว่า การต้องนำเข้าสินค้า เป็นการเพิ่มต้นทุนของตนเอง ก็เริ่มได้ง่าย ๆ โดยหยิบจับสิ่งของรอบตัวมาขายเป็นสินค้ามือสองได้ โดยลงขายผ่านแอปและเว็บไซต์ขายของมือสอง อย่าง Kaidee ก็เป็นทางเลือกที่ดี!

2. ช่างภาพ / ขายภาพ

ใครที่มีกล้องและมีฝีมือ ก็ต้องงานรับจ็อบเป็นช่างภาพ ทั้งถ่ายงานรับปริญญา งานแต่ง งานถ่ายรูปนอกรอบ ก็ต้องโดนไป งานรับจ้างถ่ายภาพเหล่านี้ แม้จะกินพลังงานค่อนข้างหนัก แต่ต้องยอมรับเลยว่า เงินค่าจ้างบางครั้งได้เกือบถึงหลักหมื่น! ใครที่มีฝีมือและความสนใจด้านนี้ต้องห้ามพลาด

ส่วนสำหรับใครที่ไม่อยากจะออกไปถ่ายภาพตามวันหยุดให้เหนื่อย ก็สามารถนำรูปถ่ายในอดีต หรือที่มีอยู่ในคลังออกมาลงขาย เพื่อรับเงินได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเว็บ Shutterstock ที่มีให้ลงขายรูปภาพ และมีคนจำนวนมากสนใจไปลงขายด้วย

3. สอนออนไลน์

อีกหนึ่งทางเลือกน่าสนใจ คือการรับสอนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสอนภาษา สอนวิชาในหนังสือเรียนต่าง ๆ ก็ทำได้เช่นเดียวกัน โดยเด็กสมัยนี้ส่วนใหญ่นอกจากการไปสถาบันกวดวิชาแล้ว ก็มักสนใจที่เรียนตัวต่อตัวกับติวเตอร์ เพราะมองว่าเป็นความคุ้มค่าในการเรียนและได้ถามคำถามที่ตนเองสงสัยได้ดีกว่าการเรียนกับสถาบันกวดวิชาขนาดใหญ่

นี่คืออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครที่มีความรู้และรักการสอน การเริ่มต้นหากลุ่มผู้เรียนก็ไม่อยาก สามารถเข้าไปดูและหางานตามกรุ๊ปในเฟซบุกได้เลยค่ะ

สรุปท้ายบทความ

การเริ่มต้นหางานเสริมในวันหยุด อาจเป็นสิ่งที่หลายคนมองหาในช่วงนี้ เพราะต้องยอมรับว่า การทำงานและหางานในช่วงนี้ค่อนข้างหายากแถมเงินที่อาจไม่คุ้มกับการลงแรงที่เสียไปสักเท่าไร

ดังนั้นการหางานเสริมเพื่อให้ตนเองมีรายได้เพิ่มขึ้นจึงเป็นทางเลือกในช่วงนี้ ยิ่งถ้าคุณสนใจว่าจะดัดแปลงรถยนต์ของคุณอย่างไรให้เป็นรายได้เสริม มาให้แอป Kaidee ของเราช่วยคุณสิคะ เรามีสิ่งของมากมายให้คุณได้เลือกสรรเลยล่ะ

กฎหมายจราจรที่ควรรู้มีอะไรบ้าง สำคัญอย่างไร

กฎหมายจราจรที่ควรรู้มีอะไรบ้าง สำคัญอย่างไร

การรู้กฎหมายจราจร คือหนึ่งในข้อบังคับสำหรับการสอบเอาใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล กฎล่าสุดของกรมการขนส่งทางบก ระบุให้ผู้สมัครสอบต้องทำคะแนนสอบพาร์ทข้อเขียนให้ได้มากกว่าร้อยละ 90% หรือตอบผิดไม่เกิน 5 ข้อ จากข้อสอบทั้งหมด 50 ข้อ 

หากสอบไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ผู้สมัครจะไม่สามารถข้อสอบใหม่ และสอบปฏิบัติต่อได้ ต้องต่อคิวเพื่อมาข้อสอบใหม่อีกครั้งในวันหลัง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการเคารพและรู้กฎหมายการจราจรคือหนึ่งในผู้ขับขี่จำเป็นต้องรู้ การขับขี่โดยไร้กฎจราจรจะนำมาสู่หายนะครั้งยิ่งใหญ่บนท้องถนนเลยทีเดียว

กฎหมายจราจรสำคัญอย่างไร

กฎหมายคือสิ่งที่ออกมาเพื่อสร้างให้คนในสังคมที่มีความหลากหลายอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ดังนั้นไม่ใช่เพียงแค่กฎหมายที่ควบคุมการกระทำของผู้คนไม่ให้ระรานบุคคลอื่นแล้ว จำต้องมีกฎหมายเพื่อควบคุบการกระทำบนท้องถนนที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลได้ 

แต่บางครั้งการได้ใบขับขี่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะรู้กฎหมายจราจรอย่างครบถ้วน ดังนั้นบทความนี้จะช่วยคุณทบทวนกฎหมายจราจรที่ควรต้องทราบ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง โดยมีรายละเอียดตัวกฎหมายดังต่อไปนี้

กฎหมายจราจรที่ควรรู้

สำคัญกฎหมายจราจรสำคัญที่ในประเทศไทย ที่เหล่าผู้ขับมักจะมองข้ามเป็นประจำ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือต้องเสียค่าปรับอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นวันนี้จะมาช่วยคุณเตือนความจำอีกครั้งว่ากฎจราจรสำคัญห้ามลืมโดยเด็ดขามีดังต่อไปนี้

1. ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด

กฎหมายการจราจรของไทยนั้นบังคับให้ทำความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับถนนที่ไม่เกิน 4  ช่องจราจร ส่วนถนนที่มีช่องการจราจรเกิน 4 ช่อง กฎหมายได้ปรับเปลี่ยนและอนุญาตให้รถยนต์ทำความเร็วห้ามเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในส่วนนี้เป็นกฎเฉพาะสำหรับรถยนต์ 4 ล้อเท่านั้น

ขณะที่รถบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 1,200 กิโลกรัม ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

หากสรุปจากข้อมูลข้างต้นสามารถกล่าวได้ว่า ภายในกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และเทศบาลทุกจังหวัด ใช้ความเร็วสูงสุดได้ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง 

ส่วนทางระหว่างจังหวัดสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุดประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

มอเตอร์เวย์ และวงแหวนกาญจนาภิเษก ใช้ความเร็วสูงสุดได้ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2. เปิดไฟตัดหมอก

รถทุกคันที่เป็นรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันมักจะมีการติดไฟตัดหมอกมาให้อยู่แล้ว ทั้งในแง่ความงามของดีไซน์และเพื่อเป็นหนึ่งในฟังก์ชันการใช้งานในวันที่สภาพอากาศมีหมอกลงหนัก ทว่าเพื่อป้องกันการใช้ไฟตัดหมอกโดยไม่จำเป็น 

โดยทางกฎหมายหรือ พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2552 ได้ระบุไว้ว่า หากต้องการจะใช้ไฟตัดหมอกได้ จะสามารถใช้ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยอย่างเช่น สภาพหมอกลงหนัก ฝนตกจนมองไม่เห็นเส้นทาง ขึ้นภูเขาที่มีทัศนวิสัยแย่จนเห็นเส้นทางไม่ชัดเจนดั่งที่ควรเป็น 

เพราะหากคุณเปิดไฟตัดหมอกโดยไม่คำนึงถึงกฎหมาย อาจสร้างปัญหาและผลกระทบให้แก่ผู้ใช้เส้นทางสัญจรเส้นเดียวกับคุณ เช่น การก่อให้เกิดไฟแยงตาผู้ร่วมถนนจนมองไม่เห็นและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

3. ขับรถแช่เลนขวา

หากลองสังเกตในถนนทั่วไปรอบกรุง จะเห็นว่ากลุ่มคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบหรือไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร อย่างการขับรถแช่ขวาตลอดทั้งเส้น ทำให้การสัญจรหรือรถยนต์ที่ต้องการจะแซงรถคันข้างหน้า ไม่สามารถขับขี่ได้อย่างสะดวกนัก และนี่คือหนึ่งในปัญหาที่เกิดยามขับขี่บนถนน 

จึงมีกฎหมายออกมาเพื่อกำหนดให้สามารถขับในเลนขวาได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็น หากถนนเส้นนั้นมีตั้งแต่ 2 เลนเป็นต้นไป ถ้าขับรถแช่ขวาจะถือว่าเป็นการผิดกฎหมายจราจรตามข้อกำหนดพรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2552 มาตรา 34 มาตรา 43(3) และมาตรา 151 นั่นเอง  

4. ห้ามเปลี่ยนเลนและแซงในเส้นทึบ รวมถึงเส้นประ

บางคนแม้จะเคยเรียนกฎหมายจราจรมาแล้ว แต่คนส่วนใหญ่มักจะละเมิดและลืมว่า การแซงหรือเปลี่ยนเลนในเส้นทึบนั้นผิดกฎหมาย เพราะเป็นจุดหรือช่วงที่ไม่ปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน 

การเปลี่ยนเลนในเส้นทึบมักเกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ จนทำให้ตำรวจหลายพื้นที่เริ่มทำการติดกล้องวงจรปิด เพื่อถ่ายรูปรถคันที่เปลี่ยนในเส้นทึบ สิ่งที่ถูกต้องคือการเปลี่ยนเลนบริเวณเส้นประ โดยกะระยะให้พ้นระยะอันตรายของรถคันหน้าและหลังคุณประมาณ 15 เมตร

5. รถทางเอกไปก่อน

หากถามว่ารถทางเอกและทางโทนั้นมีความสำคัญอย่างไร ถ้าพูดถึงว่าจะมีปัญหาตอนไหนที่สำคัญที่สุด คือเมื่อตอนอุบัติเหตุ หรือ มีเรื่องที่ต้องเรียกประกัน ความผิดทางกฎหมายจะตัดสินจากการใช้รถทางเอกและทางโทว่ารถยนต์เหล่านั้นเกิดอุบัติเหตุโดยมีรูปการณ์เป็นแบบใดบ้าง 

โดยส่วนใหญ่แล้วรถยนต์ที่มักจะเป็นฝ่ายผิดคือรถยนต์ที่มาจากทางโท เนื่องจากกฎหมายจราจรให้ความสำคัญกับรถทางเอกเป็นหลัก เมื่อมีเรื่องจึงจะให้เป็นฝ่ายที่ตำรวจให้น้ำหนักมากกว่า

6. แซงซ้ายไม่ยอมแซงขวา

การแซงซ้ายคือสิ่งที่คนทำจนเป็นปกติ กลายเป็นวลีติดปากคนไทยว่า เลนที่เร็วที่สุดคือเลนซ้าย ส่วนเลนที่ช้าที่สุดกลับกลายเป็นเลนขวา ทำให้มักเกิดอุบัติเหตุที่เห็นได้บ่อยมาก ว่ารถทำความเร็วด้านซ้ายชนกับรถที่ขับด้วยความเร็วต่ำที่อยู่ในเลนที่ถูกต้องอยู่แล้ว 

มักจะกลายเป็นปัญหาให้แก่ผู้ร่วมเส้นทางบนท้องถนน หากคุณรู้ว่าการขับแบบนี้ไม่ถูกต้องและยังสร้างอันตรายให้แก่ผู้อื่น พยายามอย่าแซงซ้ายหากไม่จำเป็นจริงๆ เพราะนอกจากรถที่ขับอยู่ในเลนนั้นจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากมายแล้ว ยังอาจไม่ปลอดภัยต่อตัวคุณเองอีกด้วย

7. เปลี่ยนเลนกะทันหัน

การเปลี่ยนเลยกะทันหัน เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในการขับรถ นอกจากคุณเป็นฝ่ายผิดเมื่อพูดถึงเรื่องกฎหมายแล้ว ยังอันตรายต่อตัวคุณอย่างมากอีกด้วย ในการเปลี่ยนเลนแต่ละครั้ง ควรมองและกะระยะให้ห่างจากตัวรถคุณอย่างต่ำ 15 เมตรจะดีที่สุด

8. ขับรถฝ่าไฟเหลือง

อีกหนึ่งกฎจราจรที่ผู้ขับขี่ทุกคนรู้ แต่ไม่ค่อยมีใครจะปฏิบัติตาม เมื่อคุณเห็นไฟเขียวนับถอยหลัง สาม สอง หนึ่ง ทุกคนจะเหยียบคันเร่งให้รถยนต์ของคุณทะยานพ้นไฟแดงแบบเส้นยาแดง แต่คุณรู้หรือไม่การขับฝ่าไฟเหลืองทั้งๆ ที่ควรเป็นระยะที่จะต้องเหยียบเบรกนั้น อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดฝัน 

อีกฝั่งที่กำลังรอสัญญาณไฟเขียว อาจไม่ได้ใจเย็นและกะเวลาเผื่อว่าคุณจะขับรถฝ่าไฟเหลือง ยิ่งบางแยกจะไม่มีการเว้นระยะสามวิหลังไฟแดง ทำให้รถยนต์อีกฝั่งออกตัวในทันที ลองคิดดูว่าถ้าคุณขับฝ่าไฟจราจร ทว่ารถอีกฝั่งหนึ่งก็ไม่ใจเย็นที่จะรอไฟเขียวเต็มที่ ก็อาจเกิดเรื่องขึ้นได้

9. เลี้ยวรถไม่เปิดไฟเลี้ยว

สิ่งที่คนขับรถหลายคนน่าจะโมโหบ่อย ๆ คือการเลี้ยวรถไม่เปิดไฟเลี้ยว เช่นขับอยู่ในเลนกลางอยู่ แต่มีรถจากเลนขวาตีรถเข้ามาโดยไม่มีการเปิดไฟเลี้ยวเพื่อบอกกล่าวกันก่อน ทำให้จะเกิดการเหยียบเบรกฉุกเฉินและกลายเป็นอุบัติเหตุอันน่าปวดหัวตามมาอีก

traffic-jam-in-bkk

10. เปิดเลนพิเศษ

เปิดเลนพิเศษสามารถเห็นได้บ่อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่รถติดมาก ๆ กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนจะแทรกซ้ายบริเวณขอบทาง และเกิดอุบัติเหตุเพราะการไม่ยอมกัน คือหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรทำแม้จะมีจังหวะให้ทำแค่ไหนก็ตาม เพราะแท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่แค่ปฏิบัติกันจนชินและหลงลืมไปมากกว่า

ค่าปรับของกฎหมายจราจรที่สำคัญและมักผิดกฎบ่อย

กฎหมายที่คนมักจะผิดและเสียค่าปรับอยู่บ่อย ๆ นั้นมักจะเป็นกฎหมายที่ผู้ขับขี่หลายคนมักจะมองข้าม ยกตัวอย่างเช่น 

การขับรถเร็วเกินกว่าที่กำหนดไว้ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจะเป็นการขับรถฝ่าสัญญาณไฟ ที่หลายคนคงทำจนเคยชิน ทว่ารู้หรือไม่ว่าบางจุดได้มีการติดกล้องเพื่อจับการกระทำเหล่านี้อย่างจริงจังแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่แยกใหญ่ ๆ ตามเขตในกรุงเทพมหานคร ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายข้อนี้จะมีโทษปรับไม่เกินถึง 1,000 บาท

สรุปท้ายบทความ

แม้การเสียเงินจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับบางคน แต่การฝ่าฝืนกฎจราจรที่ออกแบบมาให้ทั้งตัวคุณและเพื่อนร่วมเส้นทางปลอดภัยเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่ผลดีสักเท่าไรนัก 

เนื่องจากไม่ใช่เพียงคุณคนเดียวที่เดือดร้อน แต่นั่นหมายถึงผู้ร่วมทางของคุณด้วย หากเป็นไปได้ ในการขับรถทุกครั้ง การนึกถึงกฎจราจรและปฏิบัติตามน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพื่อสร้างระเบียบและความปลอดภัยในถนนอย่างสูงสุด

เงินเดือนหมื่นห้า ซื้อรถอะไรได้บ้าง

เงินเดือนหมื่นห้า ซื้อรถอะไรได้บ้าง

ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยของวัยรุ่นจบใหม่ในระดับปริญญาตรี อยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน (วันละ 500 บาท) ทำให้หลาย ๆ คนอยากที่จะซื้อรถใหม่ทั้งในเรื่องของการเดินทางไปทำงาน และใช้ในชีวิตประจำวัน หากใครกำลังของหารถวันนี้เรามีคำแนะนำ

เงินผ่อนควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน

โดยปกติแล้วรายได้สำหรับการผ่อนรถที่ดีคือไม่ควรเกิน 45% หากไม่นับรายจ่ายอื่น ๆ และ 30% ในกรณีที่มีภาระอื่น ๆ ที่ต้องใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษารวมไปถึงค่าจอดรถอีกด้วย นอกจากนี้การที่เราผ่อนรถมากเกินไปจะทำให้สถานะทางการเงินของเราฝืด ซึ่งหากเรามีรายจ่ายกระทันหันเข้ามา อาจจะทำให้เราไม่สามารถผ่อนรถของเราได้

ดังนั้นเงินเดือน 15,000 ควรจะผ่อนรถไม่เกิน 7000 บาท ตามวิธีที่ได้คำนวณเบื้องต้น  ซึ่งรุ่นรถที่แนะนำมีดังนี้

Toyota Yaris ปี 2020 รุ่น Entry

เงินดาวน์ 20 % ระยะเดือนในการผ่อน 84 เดือน เดือนละ 6,144 บาท

หนึ่งในรถ Eco Car ที่ได้รับความนิยมมากจากทาง Toyota กับ Yaris ที่ชูจุดเด่นในเรื่องของราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมขนาดกะทัดรัดเหมาะกับการขี่ในเมือง ในส่วนของดีไซน์นั้นถือว่าทำออกมาเจาะตลาดวัยรุ่นโดยเฉพาะ ทั้งภายนอกและภายใน นับว่าเป็นรถที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

Toyota Vios ปี 2020 รุ่น Entry 

เงินดาวน์ 20 % ระยะเดือนในการผ่อน 84 เดือน เดือนละ 6,815 บาท

นอกจาก Toyota Yaris แล้วก็มีอีกหนึ่งรถที่ได้รับความนิยมคือ Toyota Vios ที่ถือว่าจ่ายแพงกว่ากันนิดหน่อย แต่ได้ในเรื่องของเครื่องยนต์ที่ Vios ทำได้ดีกว่า ทำให้นอกจากจะใช้ในเมืองแล้ว เรายังสามารถที่จะใช้ในต่างจังหวัดได้อีกด้วย

Honda Brio ปี 2020 รุ่น V CVT

เงินดาวน์ 20 % ระยะเดือนในการผ่อน 84 เดือน เดือนละ 6,815 บาท

สำหรับใครที่ต้องการรถเล็ก ๆ เน้นความคล่องตัวก็ขอแนะนำ Honda Brio รถรุ่นเล็กจากทาง Honda ที่ได้ปรับปรุงจุดต่าง ๆ ให้ดีขึ้น ทั้งในแง่ของการใช้งาน ระบบความปลอดภัย รวมถึงความกว้างของห้องโดยสาร นับว่าเป็นราคาที่คุ้มมาก ๆ 

MITSUBISHI MIRAGE ปี 2020 รุ่น GLX MT

เงินดาวน์ 25 % ระยะเดือนในการผ่อน 84 เดือน เดือนละ 5,000 บาท

มาดูทางฝั่งของ Mitsubishi กันบ้างกับ Mirage ปี 2020 รุ่น GLX MT หนึ่งในรถยอดนิยมของประเทศไทย ที่มีจุดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่โดดเด่น เน้นความทันสมัยผสมกับความเป็นสปอร์ตอย่างกลมกลืน พร้อมกับราคาไม่แพง ผ่อนยาว ๆ สบาย ๆ 

MITSUBISHI Attrage ปี 2020 รุ่น GLX MT

เงินดาวน์ 25 % ระยะเดือนในการผ่อน 84 เดือน เดือนละ 5,211 บาท

หากใครอยากได้รถที่ดูเป็นทรงร่วมสมัยมากกว่า Mirage ก็ต้องขอแนะนำ Attrage ที่แม้ว่าพื้นที่ด้านหลังจะน้อยกว่า แต่ก็ทดแทนด้วยขนาดของห้องโดยสารที่กว้างกว่า เหมาะกับการขี่รถไปท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ในราคาที่แพงกว่ากันไม่กี่บาท

Nissan March ปี 2020 รุ่น S MT 

เงินดาวน์ 25 % ระยะเดือนในการผ่อน 72 เดือน เดือนละ 5,071 บาท

หนึ่งในรถที่ได้รับความนิยมมากสำหรับสาย Eco Cars ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร แต่ประหยัดน้ำมันสุด ๆ  ห้องโดยสารที่ถูกออกแบบมาให้นั่งสบาย คันเล็กกะทัดรัดสามารถที่จะขับขี่ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางที่แคบ ๆ นี่สบายเลย

Nissan Almera ปี 2020 รุ่น 1.2 e Sportech

เงินดาวน์ 30 % ระยะเดือนในการผ่อน 84 เดือน เดือนละ 5,719 บาท

Nissan Almera รถ Eco Car สุดคุ้มที่สามารถทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย เนื่องจากความคุ้มค่าคุ้มราคา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ที่ดี ดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน ผสมกับลูกเล่นต่าง ๆ จากทาง Nissan ดังนั้นหากคุณเห็นรถรุ่นนี้ในถนนบ่อย ๆ ก็อย่าแปลกใจ เพราะว่ารถคันนี้ดีจริง ๆ

Mazda 2 ปี 2020 รุ่น 1.3 E/ E Sport

เงินดาวน์ 25% ระยะเวลาในการผ่อน 72 เดือน เดือนละ 6,367 บาท

ย้ายกันมาที่ฝั่ง Mazda กันบ้างกับหนึ่งในรถรุ่นที่ขายดีประจำค่ายอย่าง Mazda 2 ที่ชูจุดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่เรียบหรู ทั้งภายในและภายนอก เครื่องยนต์สมรรถนะดีขับสนุกมาก ๆ ในราคาเท่านี้ ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคา

Suzuki Swift ปี 2020 รุ่น GA CVT 

เงินดาวน์ 25 % ระยะเดือนในการผ่อน 72 เดือน เดือนละ 6,006 บาท

Suzuki Swift นับว่าเป็นรถที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะรถคันสีแดงที่เห็นได้ทั่วไปในท้องถนน ซึ่งจุดเด่นของรถรุ่นนี้คือ การปรับปรุงจุดต่าง ๆ ให้เด่นยิ่งกว่า Eco Car แบรนด์อื่น ๆ อย่างชัดเจน เช่นช่วงล่างแน่นขึ้นทำให้สามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น เครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น แต่ก็ยังขับสนุกเหมือนเดิม ทำให้ใครที่อยากได้รถเล็ก ๆ แต่เหมาะกับการขี่ในเมือง ก็แนะนำ Suzuki Swift เลย

Honda City ปี 2020 รุ่น Turbo S

เงินดาวน์ 25% ระยะเวลาในการผ่อน 72 เดือนละ 6,751 บาท

ปิดท้ายกันด้วยรถขวัญใจชาวเมืองอย่าง Honda City ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและทรงสปอร์ตขวัญใจวัยรุ่น เครื่องยนต์ 1.0 พร้อมพลัง Turbo ที่ทำให้เหมาะกับการขี่ในเมืองอีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เรียกได้ว่าหากอยากได้รถดีไซน์ดี ขี่แล้วคุ้มกับแนะนำ Honda City เลย

สรุป

เงินเดือน 15000 สามารถที่จะซื้อรถมาขับขี่ได้ โดยวิธีการคือการหารถที่เหมาะสมกับตัวเรา จากนั้นให้ดาวน์ด้วยจำนวนเงินที่สูงที่สุด พร้อมทั้งเลือกจำนวนเดือนที่จะผ่อนให้เหมาะสม ซึ่งยิ่งผ่อนเร็วเท่าไหร่ ยิ่งเสียดอกเบี้ยน้อยเท่านั้น สุดท้ายแล้วอย่าลืมเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนที่จะมีรถ แล้วคุณจะมีความสุขในเรื่องเหล่านี้มากกว่าเดิม

หากเพื่อน ๆ สนใจรถมือหนึ่งหรือมือสอง ก็สามารถเข้ามาได้ที่ Kaidee Auto เรามีรถมากมายให้คุณได้เลือก ทั้งรถเก่าสมัยรุ่นพ่อ ไปจนถึงรถสปอร์ตสุดเท่สมัยรุ่นลูก สนใจก็ลองเข้ามาหากันได้เลย

ที่มาของสัญญาณไฟจราจร

ที่มาของสัญญาณไฟจราจร

สัญญาณไฟจราจรถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญสำหรับการจราจร ในฐานะของเครื่องบอกสัญญาณในการเคลื่อนที่และการหยุดของรถยนต์ แต่หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า สัญญาณไฟจราจรมีที่มาอย่างไร วันนี้เราจะพามาย้อนดูเรื่องนี้กัน

จุดเริ่มต้นมาจากยุคอุตสาหกรรม

หลังจากการปฎิวัติอุตสหกรรมเมืองต่าง ๆ ในยุโรปมีประชากรเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนทำให้การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ บนท้องถนนเต็มไปด้วยรถม้า และผู้คนอย่างมากมาย นำไปสู่อุบัติเหตุและความชุลมุนวุ่นวายเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่อันตรายบนท้องถนน  

ประกอบกันการมาถึงของรถยนต์และมอเตอร์ ทำให้การจราจรที่แน่นอยู่แล้ว วุ่นวายขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าในช่วงนั้น จะเดินทางไปยังที่แห่งใดก็ต้องเจอกับรถติดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ลอนดอน (London) ในตอนนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของโลกที่เต็มไปด้วยรถในถนนมากมาย แต่ผู้คนกลับเดินทางด้วยความยากลำบาก จนกระทั่งมีบุรุษคนหนึ่งได้นำปิ้งไอเดียด้วยการนำเอาสัญญาณไฟของรถไฟมาติดตั้งในท้องถนน คนนั้นคือ John Peake Knigh ผู้จัดการรถไฟและนักลงทุนของประเทศอังกฤษ และลอนดอนก็กลายเป็นเมืองแรกในโลกที่มี สัญญาณจราจร

จากป้ายสู่สัญญาณไฟจราจร

ป้ายจราจรช่วงแรกจะไม่มีการบอกในรูปแบบของสัญญาณไฟ แต่จะใช้การขยับของป้ายเป็น “หยุด” และ “ไป” แทน โดยส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Manual มากกว่าแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะมีผู้รับผิดชอบประจำถนนต่าง ๆ เพื่อให้การจราจรบนท้องถนนเป็นได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

แม้ว่าอังกฤษจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้ใช้สัญญาณจราจร แต่ประเทศแรกของโลกที่มีการใช้สัญญาณจราจรแบบไฟที่เราใช้กันในปัจจุบันคือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่การมาถึงของวิธีการผลิตแบบใหม่จาก Ford Motor ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถใช้รถยนต์ในราคาที่ถูกกว่า อีกทั้งผังเมืองของประเทศยังมีการพัฒนาเพื่อรถยนต์มากกว่ารถม้าอีกด้วย

โดยสัญญาณไฟจราจรในประเทศสหรัฐอเมริกาจะใช้วิธีเดียวกับอังกฤษคือ การเปลี่ยนสัญญาณแบบเปลี่ยนมือที่มีสัญลักษณ์เพียงสองอย่างคือ “ไป” และ “หยุด” ซึ่งคนที่จะเป็นคนเปลี่ยนจะเป็นตำรวจจราจรที่ประจำอยู่ในเมืองนั้น ๆ ก่อนที่จะมีสัญญาณจราจรแบบอัตโนมัติครั้งแรกของโลกที่เมืองชิคาโก (Chicago) แต่ก็ยังคงใช้รูปการเป็นป้ายบอกสัญลักษณ์ “ไป” และ “หยุด” เหมือนเดิม

จนกระทั่งปี 1917 จึงมีการใช้สัญญาณไฟจราจรไฟฟ้าครั้งแรกของโลกที่เมืองซานฟรานซิสโก (San Francisco) โดยมีการใช้สัญลักษณ์เป็นสีแดงและสีเขียว เพื่อแก้ปัญหาในกรณีที่รถที่ขับความเร่งด่วนสามารถที่จะเคลื่อนตัวได้สะดวกมากขึ้นและมีเวลาในการเตรียมตัว

สำหรับไฟสามสีในแบบปัจจุบันนั้นมีการใช้งานครั้งแรกที่เมืองดีทรอยต์ (Detroit) โดยในตอนนั้นเมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองหลักของอุตสาหรกรรมยานยนในประเทศสหรัฐอเมริกา ในเมืองมีการจราจรคับคั่งทั้งรถยนต์ รถม้า เกวียนต่าง ๆ ทำให้ต้องมีการเพิ่มสัญลักษณ์กึ่งกลางและหว่าง สีแดงและสีเขียว คือการเพิ่มสีเหลืองเข้ามาเพื่อเพิ่มสัญญาณเตือนกับผู้ใช้งานในท้องถนนมากขึ้น และเป็นการลดอุบัติเหตุอีกด้วย

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสัญลักษณ์สัญญาณไฟจราจรแบบสามสีนี้ ก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

สัญญาณไฟจราจรทำไมต้องเป็นสามสีนี้ 

อย่างที่เรารู้กันในปัจจุบันนี้ว่าสัญญาณไฟจราจรได้แบ่งออกเป็นสามสีดังต่อไปนี้

สีแดง 

หมายถึงการหยุด ไม่ว่าคุณจะขี่รถมากี่กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ตามเจอสีนี้คือต้องหยุด อย่าคิดจะได้ฝ่าไฟแดงเด็ดขาด เพราะนอกจากจะผิดกฏหมายแล้ว ยังเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตอีกด้วย 

สีเหลือง 

หมายถึงการระวัง โดยในที่นี้หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเตรียมตัวในที่นี้หมายถึงว่าเตรียมตัวให้ออก แต่ในความเป็นจริงแล้วคือการระวัง โดยเฉพาะคนที่ขี่รถมาเร็ว ๆ ที่เมื่อเจอสีนี้ต้องเตรียมตัวหยุด

สีเขียว 

หมายถึงให้เราสามารถที่จะเร่งเครื่องออกรถได้เลย ถือว่าเป็นสีที่หลาย ๆ คนชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายซิ่งทั้งหลาย 

อ่านมาถึงจุดนี้หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมสัญญาณไฟจราจร ถึงต้องเป็นสีแดง สีเหลือง และสีเขียวสามสีนี้ ไม่เป็นสีอื่น เรื่องนี้ในทางของวิทยาศาสตร์นั้นระบุว่า สีแดงคือสีที่นัยน์ตาของเรามองเห็นได้ชัดที่สุด รองลงมาคือสีเหลือง และสีเขียวตามลำดับ 

นอกจากนี้ในทางของจิตวิทยาสีต่าง ๆ ในสัญญาณไฟจราจร ยังสื่อความหมายได้ดีอีกด้วย โดยสีแดงยังหมายถึงความอันตราย ความน่ากลัว ความฉุกเฉินอีกด้วย ในส่วนของสีเหลืองจะให้ความรู้สึกของสิ่งที่ต้องระวัง การเตรียมตัว และในส่วนของสีเขียวจะให้ความรู้สึกของธรรมชาติ การก้าวไปด้านหน้า เป็นต้น

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสัญญาณไฟจราจร

ขนาดของไฟจราจร

หัวสัญญาณของไฟจราจร มีขนาดมาตรฐานที่ 200 ถึง 300 มิลิเมตร โดยทั้งสองจะมีตำแหน่งในการติดตั้งที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของพื้นที่และประชากรที่ใช้ท้องถนน รวมไปถึงค่าเฉลี่ยของความเร็วของผู้ใช้รถใช้ถนนอีกด้วย ดังนั้นอย่าแปลกใจหากว่าเห็นสัญญาณไฟจราจรไม่เหมือนกัน

การซ่อมบำรุงสัญญาณไฟจราจร

สัญญาณไฟจราจรจะมีการเช็คเพื่อซ่อมบำรุงในทุก ๆ เดือน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น โดยหลังจากประเมินการซ่อมบำรุงแล้วจะเป็นส่วนของการซ่อมแซม ดังนั้นสัญญาณไฟจราจรของบ้านเราถือว่าอุ่นใจ

ฝ่าไฟแดงโดนปรับเท่าไหร่

หากใครที่คิดอยากจะฝ่าไฟแดงขอให้อ่านข้อความต่อไปนี้ให้ดี โดยอ้างอิงจากกฎหมายพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษปรับไม่เกิน 1000 บาท แต่หากเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ผู้ที่ฝ่าไฟแดงจะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด

สรุป

จะเห็นได้ว่าสัญญาณไฟจราจรนั้นมีที่มาที่น่าสนใจ รวมถึงสีต่าง ๆ ของสัญญาณไฟก็มีความหมายที่ดีในตัวอีกด้วย ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษากฎหมายจราจร รวมถึงเพื่อความปลอดภัยในการใช้ถนน ก็ขอให้ทำตามสัญญาณไฟจราจรให้ดีครับผม

หากเพื่อน ๆ ชอบในเรื่องราวของรถ ไม่ว่าจะเป็นรีวิวหรือบทความต่าง ๆ ก็สามารถติดตามได้ที่ Blog Kaidee ที่นี่เรารวมเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องรถไว้อย่างครบครัน พร้อมกับสาระน่ารู้คุณภาพเยี่ยม ให้ทุกคนได้อ่านกันอย่างสนุกสนาน 

หรือหากเพื่อน ๆ อยากจะซื้อขายสินค้าก็ขอแนะนำ Kaidee.com ตลาดขายสินค้าขนาดใหญ่ ที่นี่เรามีทุกอย่างที่คุณต้องการ ซื้อตรงจากผู้ขาย รองรับการใช้งานทั้งในเว็บและมือถือ สนใจก็ดาวน์โหลดเลย

อ้างอิง

Idrivesafely.com

grabdriverth.com/gb-article/traffic-light

creativetalklive.com/color-psychology/