Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
เชื่อว่าหลายๆคน เมื่อถึงจุดๆหนึ่งคงเริ่มมีแผนในใจว่าอยากปรับปรุง ซ่อมแซมบ้านของตัวเองให้ดูใหม่และทันสมัยมากขึ้น แต่ก่อนจะลงมือรีโนเวท เราควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อน เพื่อให้ไม่เสียทั้งเวลาและงบประมาณจนเกินพอดี ซึ่งวันนี้เรามี 7 ข้อง่ายๆ ในการเตรียมตัวก่อนคิดรีโนเวทบ้านมาฝาก
รีโนเวทบ้านทั้งที สิ่งที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง ?
หลายๆคน อาจจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าควรเริ่มต้นอย่างไร ลองอ่านสิ่งที่เรานำมาฝากดูสักนิด รับรองได้ไอเดียดีๆแน่นอน
คิดให้ดีว่าเราต้องการอะไร
จะปรับปรุงบ้านทั้งที ของแบบนี้ต้องคิดแล้วคิดอีก เพราะถ้าเกิดไม่ได้อย่างที่ต้องการขึ้นมา อาจจะต้องแก้ไขกันอีกยาว อีกทั้งยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช้เหตุอีกด้วย อาจจะเริ่มจากการคิดจุดประสงค์ของการรีโนเวทขึ้นมาก่อน จากนั้นคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ เช่น การใช้งานว่าคุ้มค่าหรือไม่ ตามด้วยความสวยงาม ซึ่งอาจจะจ้างสถาปนิกช่วยให้เราเห็นภาพที่ชัดขึ้นด้วยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการแต่ละบุคคล
คิดถึงเรื่องสไตล์ แต่อย่าลืมมองการณ์ไกล
ไม่ว่าคุณต้องการรีโนเวทบ้านให้เป็นแบบไหนก็ตาม ขอให้คุณมั่นใจก่อนว่าสิ่งที่เลือกมานั้นดีที่สุด ดังนั้นอย่าเลือกรีโนเวทบ้านตามสมัยนิยม แต่ให้เลือกจากการอยู่อาศัยจริงจะดีกว่า เพื่อคุณสามารถอยู่กับมันไปได้นานๆ ยังไงล่ะ
กำหนดงบประมาณที่จะใช้
ไม่ลืมคำนวณ หรือกำหนดแผนงบประมาณก่อนเสมอ เพราะสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของการรีโนเวทบ้าน เพราะการรีโนเวทแต่ละครั้งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าออกแบบ, ค่าวัสดุ, ค่าแรงงานต่างๆ ฉะนั้นแล้วคุณต้องเตรียมให้ดีเพื่อให้งบไม่บานปลาย
ทำลิสต์วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้
เพื่อป้องกันปัญหาการลืมว่าต้องใช้อะไรในการรีโนเวทบ้าง คุณควรทำลิสต์รายชื่อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ก่อน จากนั้นให้จัดลำดับความสำคัญและความจำเป็นของอุปกรณ์แต่ละชนิด ซึ่งจะช่วยให้งานดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และงบไม่บานปลายอีกด้วย
เลือกช่างที่ไว้ใจได้
สิ่งสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ อีกหนึ่งอย่างก็คือ การหาช่างผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ มีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง เพราะการรีโนเวทบ้านแต่ละครั้งจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพโครงสร้างต่างๆ รวมไปถึง ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ด้วย การเลือกช่างที่มีประสบการณ์ จึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ เพื่อให้การรีโนเวทผ่านไปได้ด้วยดี
เพราะถ้าหากเลือกช่างที่ขาดประสบการณ์ ไม่รู้จริงเรื่องบ้าน อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาในระระยาวได้ ถึงตอนนั้นคุณอาจจะมานั่งปวดหัวอีกรอบก็เป็นได้
ใส่ใจเลือกอุปกรณ์รีโนเวทบ้าน
สำหรับการเลือกอุปกรณ์ในการรีโนเวทบ้าน คุณควรเลือกวัสดุที่แข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน อาจจะเลือกวัสดุอุปกรณ์ที่มีราคากลางๆ ก็ได้ ซึ่งการเลือกวัสดุแต่ละชิ้นต้องพิจารณางบประมาณของคุณประกอบด้วย
เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมพร้อม
นอกจากช่างผู้คุมงานแล้ว ตัวคุณเองก็ควรลงไปดูงานด้วยเช่นกัน เผื่อในกรณีที่มีปัญหา หรือข้อสงสัยจะได้สามารถแก้ปัญหาได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาติดต่อผ่านตัวกลาง อีกทั้งยังสามารถตรวจเช็กอุปกรณ์ และความสะดวกต่างๆ อย่างใกล้ชิดอีกด้วย
ความแตกต่างระหว่าง “การรีโนเวท” และ “การสร้างบ้านใหม่”
การรีโนเวทบ้านใหม่ มีค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้
- วัสดุตกแต่ง วัสดุก่อสร้าง
- งานระบบสาธารณูปโภค ทั้งระบบน้ำ และ ระบบไฟฟ้า (เฉพาะส่วนที่รีโนเวท)
- งานโครงสร้าง (เฉพาะส่วนที่รีโนเวท)
- สถาปัตยกรรม
- ค่าจำกัดปลวก
- ค่าตกแต่งภายใน
งานรื้อถอนใหม่ หรือสร้างบ้านใหม่ มีค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้
- ค่ารื้อถอน
- สถาปัตยกรรม
- วัสดุตกแต่ง วัสดุก่อสร้าง
- โครงสร้างใหม่ โครงสร้างเหล็ก เหล็กสร้างบ้าน
- งานตกแต่งภายใน
- ค่าถมที่ดิน (สำหรับสร้างในที่ดินใหม่)
- งานระบบสาธารณูปโภค ทั้งระบบน้ำ และ ระบบไฟฟ้า
สรุปความแตกต่างระหว่าง “การรีโนเวท” และ “การสร้างบ้านใหม่”
- การสร้างบ้านใหม่มีขั้นตอนการก่อสร้างมากกว่าการรีโนเวทบ้าน เพราะจะต้องทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเก่าออกและต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด
- แม้การรีโนเวทบ้านจะมีขั้นตอนที่น้อยกว่า ประหยัดมากกว่า แต่ถ้าหากรีโนเวทบ้านที่เก่าแล้ว ก็ต้องเสียค่าซ่อมแซมบ่อยๆ ซึ่งการสร้างบ้านใหม่อาจจะคุ้มค่ากว่า
4 เคล็ดลับรีโนเวทบ้านให้ประหยัดงบที่สุด
เพื่อให้ทุกคนรีโนเวทบ้านได้อย่างคุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงสุด วันนี้เรามี 4 เคล็ดลับดีๆ ในการรีโนเวทบ้าน แถมประหยัดงบที่สุดมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย
1. เลือกแบบบ้านให้เหมาะกับการใช้งานและงบประมาณ
เพราะแบบบ้านที่ดีนอกจากจะต้องสวยงามน่าอยู่อาศัยแล้ว ส่วนประกอบต่างๆในการทำก็ควรได้มาตรฐานตามหลักวิศวกรรมด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากคุณเลือกใช้บริการจากบริษัทรับสร้างบ้านในการรีโนเวท หรือคิดจะรีโนเวทด้วยตัวเอง ให้คำนึงถึงความเหมาะสม รูปแบบการใช้งาน และงบประมาณก่อนเสมอ เพื่อให้บ้านที่ออกมาได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย
2. เลือกรีโนเวทจุดสำคัญจริงๆ
ถ้าอยากประหยัดเงิน งบไม่บานปลาย คุณต้องรู้จักยั้บยั้งชั่งใจและเลือกรีโนเวทจุดที่สำคัญจริงๆ พยายามโฟกัสจุดนั้นๆ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยคำนวณดูอีกครั้งว่างบยังเหลือหรือไม่ หรือสามารถทำเพิ่มเติมได้มากแค่ไหน หากประเมินแล้วว่าสามารถทำได้ก็ลุยต่อเลย
3. ลงมือทำเองช่วยได้เหมือนกัน
เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าคุณสามารถทำเองได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะนอกจากจะไม่เสียเงินแล้ว ยังได้รูปแบบที่ตรงใจ ไม่เสียเวลามากมาย แต่อาจจะต้องลงแรง และหาความรู้เพิ่มเติมมากขึ้นสักหน่อย
4. เฟอร์นิเจอร์ วัสดุเก่า อย่าเพิ่งทิ้ง
เพราะสิ่งของเหล่านี้ อาจเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้านของคุณในอนาคตได้ ฉะนั้นแล้วอย่าเพิ่งตัดสินใจทิ้งไปล่ะ
สรุปท้ายบทความ
การรีโนเวทบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แต่เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณจึงควรศึกษาและหาข้อมูลเพิ่มเติมไว้ให้มาก ยิ่งเตรียมตัวดี ยิ่งได้บ้านตรงใจ และถ้าคุณกำลังมองหาบ้านดีๆสักหลัง Kaidee Property มีบ้านหลังสวยๆรออยู่เพียบ ดูบ้านเลย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
หากคุณกำลังมีแผนที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังแรก บ้านหลังที่ 2 หรือบ้านหลังที่ 3 ก็ตาม ล้วนแล้วแต่ต้องมีการกู้ซื้อแล้วผ่อน แต่ถ้าใครซื้อเงินสดก็จะไม่เกี่ยวกับการกู้ แต่ถ้าหากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเตรียมและต้องดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อที่จะได้ยื่นกู้กับธนาคารและได้อนุมัติผ่านแบบรวดเร็ว ดังนั้น บทความนี้เราขอแนะนำการเตรียมการเรื่องการกู้ซื้อบ้าน ว่าควรเตรียมอะไรบ้าง ควรดูอะไรบ้าง มีปัจจัยอย่างไรในการเลือกซื้อบ้าน มาอ่านกันเลย
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม
เอกสารทั่วไป
- สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรข้าราชการ สำเนาบัตรรัฐวิสาหกิจหรือสำเนาหนังสือเดินทาง (Passsport)
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาทะเบียนสมรส
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและนามสกุล (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส
เอกสารแสดงรายได้
ผู้ที่ทำงานประจำ
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
- สมุดบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
เจ้าของธุรกิจ
- สำเนาทะเบียนการค้า
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
- รายการเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน
- สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
- หลักฐานการเสียภาษี
- รูปถ่ายของกิจการและแผนที่ตั้งของบริษัท
ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ
- รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- หลักฐานการเสียภาษีเงินได้
เอกสารหลักประกัน
- สำเนาโฉนดที่ดินหรือสำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์
- สำเนาซื้อขาย
- แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่อยู่
ก่อนกู้เงินซื้อบ้านควรเตรียมพร้อมอย่างไร?
1. ความพร้อมเรื่องการเงิน
ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมูลค่าก็ไม่ใช่น้อย ๆ เราควรเช็กความสามารถในการซื้อและผ่อน นี่เป็นสิ่งสำคัญมากในการซื้อ อีกทั้งยังต้องดูว่ากำลังทรัพย์ของเราเป็นอย่างไรในขณะนั้น จะซื้อสดหรือผ่อน? ถ้าผ่อนจะผ่อนไหวไหมในอนาคต ทิศทางธุรกิจของเราจะไปในทางไหน ถ้าหากว่าในอนาคตเราไม่มีกำลังที่จะผ่อนต่อ ธนาคารต้องยึดไปแบบไม่มีข้อแม้เลยล่ะ
2. หลักฐานและเครดิตของคนกู้
หลักฐานทางด้านการเงินก็สำคัญไม่น้อยเพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมอะไรเกี่ยวกับการเงิน คนที่ยื่นกู้ต้องมีหลักฐานทางบัญชีธนาคาร คือ รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังต่ำสุด 6 เดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถยืนยันความน่าเชื่อถือในตัวเราได้ว่ามีวินัยในการชำระหนี้ตรงเวลานั่นเอง โดยคุณสามารถตรวจสอบได้ดังนี้
- เครดิตบูโร ก่อนจะกู้ซื้อบ้าน ควรเช็กให้ดีว่าควรติดค้างชำระหนี้อะไรอยู่หรือไม่ ถ้าหากว่าคุณมีประวัติการชำระหนี้ไม่ตรงเวลา อาจจะมีปัญหาในการยื่นกู้ก็เป็นได้
- เคลียร์สินเชื่ออื่นๆ หากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ซึ่งราคากู้ก็ไม่ใช่น้อย ๆ หากคุณยังมีภาระหนี้สินอื่น ๆ อยู่อีกเยอะ เช่น สินเชื่อผ่อนรถ ก็ควรเคลียร์ให้หมดก่อนนะ เพื่อที่จะกู้ผ่านได้ง่ายสุด ๆ
- จ่ายหนี้ตรงเวลา ใครที่มีบัตรเครดิตหรือมีสินค้าที่ต้องผ่อนกับธนาคารทั้งเมื่อก่อนหรือในตอนนี้ ถ้าหากคุณชำระหนี้ตามกำหนด ตรงเวลา ประวัติของคุณก็จะดี มีวินัยในการชำระหนี้ โอกาสที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อก็มีสูงขึ้น
3. เงินงวดแรก
สำหรับการซื้ออสังหาฯ ต่าง ๆ การเตรียมเงินจ่ายงวดแรก เนื่องจากว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากนี้อีก คือ ค่าจอง ค่าทำสัญญาซื้อขาย ค่าส่วนกลาง (ซื้อในโครงการ) เงินดาวน์ และค่าจดจำนอง
4. ขอสินเชื่อ
ขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อบ้านรวมไปถึงอสังหาฯ อื่น ๆ ด้วยนั่นคือ การขอสินเชื่อนั่นเอง โดยจะต้องเลือกธนาคารที่จะยื่นกู้พร้อมกับเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม อาทิ เอกสารสำคัญส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน เอกสารหลักประกัน เป็นต้น โดยการเลือกธนาคารในการยื่นกู้สินเชื่อนั้นควรพิจารณาให้ดี เช่น การเลือกธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำสุด วงเงินกู้ของแต่ละธนาคารเป็นอย่างไร เพื่อที่จะวางแผนการใช้จ่ายทั้งตอนนี้และธนาคารให้ราบรื่นด้วยนั่นเองครับ
สิ่งที่ควรพิจารณาในการซื้อบ้าน
การซื้อบ้าน ไม่ว่าจะหลังที่เท่าไร ต้องมีการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ในการประกอบการซื้อทุกครั้ง เพื่อให้เป็นประโยชน์และสะดวกสบายกับตัวเรามากที่สุด มาดูกันเลยว่า มีปัจจัยพื้นฐานอะไรบ้างที่ควรนำมาประกอบพิจารณาในการตัดสินใจเพื่อซื้อบ้าน
1. ทำเลที่ตั้ง
แน่นอนว่าทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในการซื้อ โดยจะต้องเลือกทำเลที่สามารถจะเติบโตได้ในอนาคตและส่งผลต่อการใช้ชีวิต สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย ที่สำคัญสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบก็สำคัญไม่แพ้กันเลย โดยหลักการพิจารณาเบื้องต้นสามารถดูได้จากการเปิดของห้างสรรพสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ขนส่งสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น
2. การเดินทาง
การเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นแรงจูงใจที่ทุกคนนำมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน ถ้ามีขนส่งสาธารณะที่ดีหรือมีถนนที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวกสบาย อย่างเช่น สามารถเดินทางไปทำงานได้สะดวกหรือสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
3. พื้นที่ใช้สอย
ควรพิจารณาด้วยว่าพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อการใช้งานของจำนวนสมาชิกครอบครัวหรือไม่ เพราะจะต้องแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยการใช้งานภายในอีก อีกทั้งยังต้องพิจารณาเผื่ออนาคตด้วยว่าจะมีสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นไหม เช่น พ่อแม่หรือจะเป็นลูก ๆ นั่นเอง
4. ที่จอดรถ
แน่นอนว่ารถยนต์ต้องมีพื้นที่ที่เพียงพอต่อการจอดด้วยนั่นเอง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกครอบครัวด้วยว่ามีรถยนต์กี่คัน เพราะถ้านำรถยนต์ออกมาจอดหน้าบ้านอาจจะดูไม่เหมาะสม เนื่องจากจะทำให้มีปัญหาเรื่องการจอดอยู่พื้นที่ส่วนกลางได้
5. สิ่งอำนวยความสะดวก
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการหมู่บ้านก็เป็นสิ่งที่ต้องดูด้วย เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องเสียค่าส่วนกลางให้กับทางหมู่บ้าน เชื่อว่าทุกโครงการต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และอื่น ๆ ที่อยู่ภายในโครงการ และสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คือ สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกนั่นเอง ถ้าหากโครงการหมู่บ้านตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นแหล่ง Lifestyle ของคนเมือง เช่น มีขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม มีห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งกิน และสถานที่ต่าง ๆ ก็สามารถดึงดูดผู้ซื้อได้มากเลยล่ะ
6. ระบบรักษาความปลอดภัย
โครงการที่ดีควรมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เช่น การเข้า-ออกโครงการด้วย Key Card มีกล้องวงจรปิดทุกที่ มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. เป็นต้น จึงจะทำให้คนซื้อรู้สึกสบายใจและรู้สึกปลอดภัยในการอยู่อาศัยนั่นเอง
สรุปท้ายบทความ
การซื้อบ้านหนึ่งหลังนั้น มีวิธีการดำเนินการที่หลายขั้นตอนมาก ๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาวิธีการเตรียมตัวซื้อบ้านให้เข้าใจ จะได้ไม่มีอะไรตกหล่นทีหลัง ที่สำคัญการยื่นกู้บ้าน การเตรียมเอกสารสำคัญ การเคลียร์ภาระส่วนตัว การมีวินัยในการชำระหนี้ การใช้เงินอย่างเป็นระบบ จะส่งผลต่อการกู้ซื้อบ้านในอนาคตของเราด้วยนะครับ
ใครที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกหรือบ้านหลังที่ 2 อยู่ ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือซื้อเพื่อลงทุน ทาง Kaidee Property เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกอย่างหลากหลาย เข้ามาชมก่อนได้นะ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ในปัจจุบัน ‘บ้าน’ ที่เห็นกันส่วนใหญ่จะมีแต่บ้านชั้นเดียวและบ้าน 2 ชั้น โดยที่บ้านได้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้เพียงพอกับสมาชิกในบ้าน แต่ถ้าหากว่าสิ่งของภายในบ้านเริ่มเยอะขึ้นหรือมีสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นความต้องการการใช้งานของพื้นที่ก็ต้องเพิ่มขึ้น ทำให้บ้านในปัจจุบันจึงไม่พอต่อการใช้งาน เนื่องจากไม่ได้คิดเผื่อไปถึงอนาคต ทำให้บางครอบครัวต้องซื้อบ้านใหม่ เพื่อรองรับจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่เยอะขึ้นนั้นเอง
แต่ถ้าหากใครวางแผนในอนาคตว่าอยากจะมีบ้านสักหนึ่งหลัง อยากจะแนะนำว่าให้คิดเผื่อไปในอนาคตข้างหน้าด้วยว่า จะมีจำนวนสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นไหม อย่างเช่น ให้คุณพ่อและคุณแม่เข้ามาอยู่ด้วย เนื่องจากท่านอายุเยอะขึ้น จึงต้องอยู่ในการดูแลของลูก ๆ หรือจะมีแผนที่จะมีลูกน้อยกี่คน บ้านหลังนี้ในอนาคตจะสามารถรองรับได้ไหม เพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ อีกทั้งยังต้องมีสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ที่ต้องมีในบ้านอีก ดังนั้น การที่มีบ้านที่คิดเผื่อในอนาคตแล้วและบ้านหลังที่กำลังจะซื้อสามารถรองรับจำนวนสมาชิกครอบครัวในอนาคตและสิ่งของหลาย ๆ อย่าง ได้ก็ดีไม่น้อย ซึ่ง ‘บ้าน 3 ชั้น’ ก็เป็นความคิดที่ดีเลยละครับ
บ้าน 3 ชั้น ดีอย่างไร
1. พื้นที่ใช้สอย
แน่นอนว่าบ้าน 3 ชั้นต้องมีพื้นที่เยอะกว่าบ้านชั้นเดียวหรือบ้าน 2 ชั้นแน่นอน เนื่องจากการเพิ่มชั้น 3 ของบ้านขึ้นมา พื้นที่ก็ต้องเพิ่มขึ้น โดยชั้น 3 อาจจะออกแบบให้มีห้องเพิ่ม ห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัว หรืออาจจะมีระเบียงเล็ก ๆ อยู่ชั้น 3 เอาไว้ใช้สำหรับจัดงานสังสรรค์เล็ก ๆ หรือ นั่งพักผ่อนกับสวนลอยฟ้าที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงามก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อยและแน่นอนว่าการเลือกออกแบบก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบของคุณด้วยนะ
2. ความเป็นส่วนตัว
การที่มีพื้นที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าการสร้างห้องต่าง ๆ ก็จะต้องอยู่ห่างจากกัน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหรืออาจจะแบ่งชั้นกันอย่างครอบครัวของเจ้าของบ้านจะอยู่ที่ชั้น 3 ห้องนอนลูกอยู่ชั้น 2 และห้องนอนรับรองของญาติพี่น้อง ก็จะช่วยให้มีความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง
3. ของเยอะไม่ต้องกลัว
การมีชั้นที่เพิ่มขึ้น อาจจะสร้างห้องใดห้องหนึ่งที่ชั้นไหนก็ได้ เอาไว้เก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่ใช้แล้วหรืออาจจะเป็นสิ่งของอย่างอื่นก็ได้ เพื่อที่จะจัดระเบียบบ้านให้เป็นระเบียบมากขึ้นมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปเก็บของในพื้นที่จะทำให้บ้านดูรกหูรกตาได้นั่นเอง
10 แบบบ้าน 3 ชั้น
ว่ากันแล้วก็มาดูตัวอย่างแบบบ้าน 3 ชั้นที่ทาง Kaidee Property เอามาให้เพื่อน ๆ ได้เห็นรูปแบบกันว่าเป็นแบบไหน สไตล์ไหน เพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อน ๆ ได้นำไปเป็นแบบในการสร้างหรือจะติดต่อสร้างบ้านทางเว็บไซต์ที่ให้เครดิตไว้ได้เลยครับ
1. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 200 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
ราคา: 5 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
2. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 254 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
3. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 56 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 277 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
4. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 62 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 293 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
5. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 61 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 285 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
6. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 81 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 397 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน
ราคา: มากกว่า 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
7. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 86 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 451 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน
ราคา: มากกว่า 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
8. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ทาวน์โฮม
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 196 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 3 – 4 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
9. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ทาวน์โฮม
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 249 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
10. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 59.8 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 276 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
สรุปท้ายบทความ
เห็นรูปแบบของบ้าน 3 ชั้น สามารถนำไปเป็นแนวทางหรือจะติดต่อทางเว็บไซต์ที่เรานำแบบบ้านมาให้ดูได้เลย จะเห็นได้ว่าขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน 3 ชั้นนั้น มีพื้นที่ที่เยอะขึ้น สามารถรองรับสมาชิกครอบครัว จำนวนสิ่งของได้เยอะขึ้น หากใครกำลังมองหาบ้านที่สามารถเพิ่มพื้นที่การใช้งานในตัวบ้านได้ แต่อยู่ในที่ดินที่มีขนาดจำกัด บ้าน 3 ชั้นก็เป็นแนวคิดที่ดีและตอบโจทย์สำหรับคุณเลยละครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ดูแล้วก็อยากมีบ้าน 3 ชั้นกันเลยใช่ไหม ถ้าหากใครที่กำลังมองหาอยู่ละก็ สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ www.compacthome.co.th ได้เลย หรือถ้าหากใครกำลังหาบ้านมือสอง สภาพดี พร้อมเข้าอยู่ ก็สามารถมาหากันได้ที่ Kaidee Property กันได้เลยนะครับ เรามีให้คุณได้เลือกสรรมากมาย หลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคากันเลย
Oct 21, 2021 | บทความอสังหาฯ
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมื่อพูดถึงทำเลศักยภาพ หลายคนมักจะคิดถึงทำเลใจกลางกรุงเทพฯ หรือทำเลในเขต CBD อย่าง ทำเลย่าน สาทร-สีลม แต่ในความเป็นจริง ทำเลที่มีศักยภาพ ไม่ได้หมายความเพียงแค่ทำเลที่มีผู้คนพลุกพล่าน หรือเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าชื่อดังเพียงเท่านั้น แต่กลับเป็นทำเลที่มีระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึง ประกอบไปด้วยทางเชื่อมต่อกับถนนเส้นสำคัญในการเดินทาง เป็นพื้นที่ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้คน และเป็นทำเลที่ยังไม่มีโครงการที่อยู่อาศัยมากนัก
เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นปัจจัยที่นักลงทุนมองว่ามีโอกาสในการเจริญเติบโตสูงนั่นเอง
อีกหนึ่งทำเลที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน และเป็นทำเลที่คาดว่าในอนาคตจะบูม หนีไม่พ้น ทำเล “วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ” อย่างแน่นอน
ทำไมต้องย่าน วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ?
ที่สุดของความสะดวกในการเดินทาง
วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ประกอบไปด้วยถนนสายหลัก 3 ได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดี-รังสิต และ ถนนกำแพงเพชร 6 เป็นทำเลที่มีทางด่วนโทลล์เวย์ และ ทางด่วนพิเศษศรีรัช เชื่อมต่อทางเข้า-ออกเมือง ทำให้การเดินทางในย่านนั้น สะดวก และรถไม่ติดเหมือนในตัวเมือง ให้คุณได้มีเวลาในการใช้ชีวิตมากขึ้น
และอีกหนึ่งสิ่งที่ตอกย้ำความเป็นที่สุดของความสะดวกสบายในการเดินทาง คือการที่ย่านนี้ มีรถไฟฟ้าที่คอยให้บริการถึง 3 สายด้วยกัน ทั้งรถไฟฟ้าสายสีแดง, รถไฟฟ้าสายสีชมพู และ รถไฟฟ้าสายสีเขียว
ที่สำคัญย่านวิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ยังใกล้กับสนามบินดอนเมือง ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับนักเดินทาง นักธุรกิจ หรือผู้ที่ต้องเดินทางไป Business Trip อยู่บ่อยๆ
เป็นสวรรค์ของนักช้อป
วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ เป็นอีกทำเลแถบชานเมือง ที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักกิน และนักช้อปเลยทีเดียว ทั้งนี้เนื่องจากในย่าน ประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้า และ คอมมูนิตี้มอลล์มากมาย เช่น
- เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ
- IT Square, Big-C แจ้งวัฒนะ
- The Avenue, Tesco Lotus แจ้งวัฒนะ
- ตลาดทุ่งสองห้อง
- ตลาดเมืองทอง
และที่สำคัญ ยังอยู่ไม่ไกลจากหอประชุมขนาดใหญ่ เมืองทองธานีอีกด้วย
และหากใครที่กิจกรรมยามว่างคือการ cafe hopping กับเพื่อนๆ แล้วล่ะก็ ที่ย่านวิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ก็มีร้านคาเฟ่น่านั่ง และร้านอาหารวิวดีๆ ไม่แพ้ย่านอารีย์แม้แต่น้อย
เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญ และความครบครันในชีวิต
นอกจากย่านแจ้งวัฒนะเป็นพื้นที่รอบศูนย์การค้าแล้ว บนถนนเส้นนี้ยังเต็มไปด้วยหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่กินพื้นที่ 300 กว่าไร่ จนได้ชื่อว่าย่านแหล่งงานขนาดใหญ่ (Hub Workforce) ทำให้ย่านนี้ ได้ขยับขยายกลายเป็นย่านที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีสถานพยาบาลให้บริการ อย่าง โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ, โรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล รวมไปถึง มหาวิทยาลัยมากมาย เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และ มหาวิทยาลัยศิลปากร City Campus เป็นต้น
หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ และเกิดตกหลุมรักย่านวิภาวดี-แจ้งวัฒนะ สนใจอยากซื้อบ้านสักหลังเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในย่านนี้ คำตอบของคุณอยู่ในบทความนี้แล้ว
พบกับโครงการ Pembury วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ โครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น
โดดเด่นด้วยดีไซน์เอกลักษณ์แบบ British Country Side ในราคาที่คุณก็สามารถเป็นเจ้าของได้!
มาหยุดชีวิตวุ่นวาย และ Settle Down ให้ชีวิตที่มั่นคง ที่โครงการ Pembury กันเถอะ
โครงการ Pembury วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ เป็นอีกหนึ่งโครงการในย่านศักยภาพ วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอย แจ้งวัฒนะ 10 แยก 9-1 และต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการของผู้สร้างมากประสบการณ์อย่าง บริษัท Rising Estate จำกัด และ บริษัท The Rise Property จำกัด ที่น่าจับตามากๆ
โครงการนี้ เป็นทาวน์โฮมขนาด 3 ชั้น 4 ห้องนอน และ 4 ห้องน้ำ และมาพร้อมกับราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 4.69 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งสำหรับบ้านหลังแรก เพื่อสร้างครอบครัว หรืออยู่เป็นคู่รัก ถือว่าเป็นบ้านที่มีขนาดพื้นที่ และราคาที่ดีเลยทีเดียว
และด้วยตัวโครงการพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Expanding Happiness” หรือ “ความสุขขยายได้”
จึงได้เกิดเป็นบ้านดีไซน์ตามต้นฉบับบ้านในประเทศอังกฤษแถบชนบท อย่างแท้จริง
ซึ่งจะช่วยสร้างอรรถรส และเสริมคุณภาพชีวิตให้คุณได้อย่างไม่จำเจ
ให้ผู้อาศัยได้บรรยากาศครอบครัวแสนอบอุ่น พร้อมกับดื่มด่ำกับผลประโยชน์จากทำเลที่ตั้งของโครงการ ที่รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวก และ ที่สำคัญยังได้สัมผัสกับความเป็นส่วนตัวที่หาไม่ได้จากโครงการทาวน์โฮมในเมือง
Highlight โครงการ: Pembury วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ
- โครงการ Pembury เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ให้พื้นที่ใช้สอย 164 ตร.ม. และ พื้นที่จอดรถถึง 2 คัน
- โครงสร้างโครงการ และตัวบ้าน โดดเด่นด้วยดีไซน์และการออกแบบบ้านสไตล์อังกฤษ พร้อมความเพดานสูง 2.8 เมตร ตอบโจทย์บ้านหลังแรกในฝัน สำหรับ คู่รัก และผู้ต้องการสร้างครอบครัวในอนาคต
- หน้าโครงการมีร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในระยะทาง 0.8 กม.
- อยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู TOT 1.1 กม. และ 1.3 กม. จากสายสีแดงเข้ม การเคหะ
โครงการ Pembury มีโครงการให้เลือกอยู่อาศัยถึง 3 โครงการ ตามไลฟ์สไตล์ของคุณ ดังนี้
- โครงการ Pembury : ทาวน์โฮม 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยในบ้านกว่า 164-230 ตร.ม เพดานสูง 2.8 เมตร โครงสร้างภายใน ถูกแยกสัดส่วนอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด
ราคาเริ่มต้นที่ 4.69 ล้านบาท*
2. โครงการ British Town : ทาวน์โฮมรูปแบบอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง ขนาด 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมกับพื้นที่กว้างกว่าโครงการ Pembury ขนาด 20.4-29.10 ตร.ว และให้พื้นที่ใช้สอยกว่า 230 ตร.ม
3. โครงการ British Village : อีกหนึ่งโครงการในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการสร้าง และคาดว่าจะเสร็จภายในปี 2565 นี้ โดยโครงการนี้มาในคอนเซ็ปต์เดียวกันกับโครงการ Pembury นั่นคือ บ้านทาวน์โฮมสไตล์อังกฤษ นอกจากนี้ยังมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเทียบเท่ากับ Pembury อีกด้วย
ทำเลที่ตั้งของโครงการ
โครงการ Pembury วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่ใน ซ.แจ้งวัฒนะ 10 แยก 9-1 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ สามารถเข้า-ออกโครงการได้ 2 ทาง นั่นคือ
- จากทางถนนแจ้งวัฒนะ โดยเข้ามาทางซอยแจ้งวัฒนะ 10
- จากถนนวิภาวดีรังสิต โดยเข้ามาทาง ซอยกำแพงเพชร 6 ซอย 5
โครงการตั้งอยู่ในเขตวิภาวี-แจ้งวัฒนะ ซึ่งตามผังเมือง ถือว่าเป็นทำเล ‘ผังเมืองสีเหลือง’ ไม่มีตึกสูง สงบ และมีความเป็นส่วนตัวสูง
ที่สำคัญถนนย่านนี้ สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก โดยหากจะเข้าเมือง สามารถเดินทางโดยใช้ถนนเส้นวิภาวดีรังสิต วิ่งบางเขน ห้าแยกลาดพร้าว เข้าถนนพหลโยธิน ไปยังอนุสาวรีย์ชัยฯ และหากต้องการเดินทางออกนอกเมืองก็สามารถใช้ถนนแจ้งวัฒนะ ไปปากเกร็ด ข้ามไปเส้นชัยพฤกษ์ เชื่อมเข้าราชพฤกษ์ กาญจนาภิเษกได้นั่นเอง
การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า
อีกหนึ่งไฮไลท์ของโครงการ คือ ระยะทางจากตัวโครงการ ที่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า 2 สาย โดยอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู TOT เพียง 1.1 กม. และ ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม การเคหะ เพียงแค่ 1.3 กม.
baanfinder
ทำให้ง่ายต่อการเดินทางเข้าตัวเมือง โดยหากนั่งสายสีชมพูไปเพียงแค่ 2 สถานี จะถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต อีกด้วย
Landmark รอบโครงการ Pembury
‘ไอที สแควร์ แยกหลักสี่-แจ้งวัฒนะ’
ห่างจากโครงการ 2.1 กม.
เพียงแค่ 2.1 กม. หรือ หรือ 7 นาที จากโครงการ Pembury คุณจะพบกับศูนย์การค้าไอที สแควร์ หลักสี่ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าด้านเทคโนโลยี และ คอมพิวเตอร์ ที่รวบรวมส่วนบันเทิง และร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น Ochaya, Swensen’s, MK, เชสเตอร์กริลล์ และอีกมากมายไว้ในที่เดียว
‘The avenue หลักสี่’
ห่างจากโครงการ 2.9 กม.
siamfuture
อีกหนึ่งศูนย์การค้า ที่ใช้เวลาเดินทางจากโครงการไม่ถึง 20 นาที คือ ศูนย์การค้า The Avenue หลักสี่ ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากโครงการเพียงแค่ 11 นาที ซึ่งศูนย์การค้าแห่งนี้ ได้รวบรวมความบันเทิงสำหรับคนทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารแฟรนไชส์ Fast Food มากมาย, โรงเรียนกวดวิชา ไปจนถึง ลานโยนโบว์ลิ่ง
‘หน่วยงานราชการสำคัญ’
ห่างจากโครงการไม่เกิน 5 กม.
รอบนอกโครงการ ประกอบไปด้วยพื้นที่สำหรับหน่วยงานราชสำคัญของประเทศไทยมากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นสำนักงานใหญ่ทั้งนั้น โดยหน่วยงานราชการที่ตั้งอยู่ใกล้โครงการ Pembury มากที่สุด ได้แก่
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ห่างจากโครงการ 3 กม.
- กองบัญชาการกองทัพไทย ห่างจากโครงการ 4-5 กม.
- สำนักงานไปรษณีย์ไทย ห่างจากโครงการ 4-5 กม.
สนามบินดอนเมือง
ห่างจากโครงการไม่เกิน 10.4 กม.
คุณสามารถเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง จากโครงการ Pembury ได้อย่างง่ายดาย ในระยะทางที่ไม่ไกล โดยหากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถทางบนทางเส้นคู่ขนานถนนวิภาวดี-รังสิต โดยใช้เวลาเดินทาง 16 นาที (10.4 กม.) ถึงสนามบินดอนเมือง หรือหากเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยไปลงที่สถานีดอนเมืองได้เลย
ร้านอาหาร และ คาเฟ่น่านั่ง ใกล้โครงการ Pembury
‘Sheddo Sushi Cottage’
ห่างจากโครงการ 5.5 กม.

หากพูดถึงร้านที่ขึ้นชื่อของย่านวิภาวดี-แจ้งวัฒนะ คงไม่พูดถึงร้าน ‘Sheddo Sushi Cottage’ ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังร้านนี้ คงจะไม่ได้ ร้านนี้ถือว่าเป็นสวรรค์สำหรับคนรักซูชิเลยทีเดียว เพราะนอกจากที่อาหารของเขาจะมีรสชาติอย่างต้นตำรับ เหมือนได้ทานซูชิที่ชินจูกุแล้ว บรรยากาศของร้านก็สะดุดตา มาในแนว โรงนาสไตล์อังกฤษ ซึ่งต้องบอกเลยว่า เหมาะสำหรับถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเอามากๆ
forfur
‘Hidden Backyard Cafe & Hang Out’
ห่างจากโครงการ 4.6 กม.
facebook.com/hiddenbackyard
ร้าน Hidden Backyard Cafe & Hang Out เป็นคาเฟ่ เสิร์ฟอาหารสไตล์ “ฟิวชั่น” มาพร้อมกับบรรยากาศแบบสวนหลังบ้านในชนบทที่ต่างประเทศ และถ้ามาร้านนี้ เมนูแนะนำต้องยกให้ ยำแซลมอน ด้วยความสดจากแซลมอน และรสชาติแซ่บของเครื่องเทศ ที่ทางเชฟได้นำมาผสมผสานกันอย่างลงตัว
‘Forever Cafe Bkk’
ห่างจากโครงการเพียง 8.8 กม.
bkkmenu
‘Forever Cafe Bkk’เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ ใกล้กับโครงการ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในร้าน โดยร้านนี้ตกแต่งโดยเน้นใช้สีเอิร์ธโทน อย่างสีครีม และสีน้ำตาลไม้ เป็นหลัก แทรกแซงด้วยดอกไม้แห้งตามจุดต่างๆ ให้อารมณ์เหมือนได้นั่งคาเฟ่ที่เกาหลี ในฤดูใบไม้ผลิอย่างไรอย่างนั้น นอกจากนี้ ขนมหวานของที่นี่ก็อร่อยมากๆ
โครงการ Pembury บ้านทาวน์โฮมย่าน วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ คำตอบที่ดีที่สุด
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ย่านวิภาวดี-แจ้งวัฒนะ เป็นย่านแถบชานเมืองกรุงเทพฯ ที่น่าอยู่อีกย่านเลยใช่ไหม เพราะนอกจากย่านนี้จะเต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งมากมายแล้ว ในเรื่องของการเดินทางก็สะดวก ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือ ระบบขนส่งสาธารณะ อย่างรถไฟฟ้าสายสีชมพู และ สายสีแดงเข้ม ก็ตาม
หากคนไหนที่กำลังอยากได้บ้านหลังแรก ในทำเลที่เพียบพร้อม สะดวกในการใช้ชีวิต แต่ยังชอบความเป็นส่วนตัว อย่าได้มองข้ามโครงการ Pembury วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ทาวน์โฮม 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ เพราะด้วยราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 4.69 ล้านบาท* คุณก็สามารถเป็นเจ้าของโครงการสไตล์อังกฤษ บนทำเลที่มาพร้อมความสะดวกสบาย ยกระดับคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นอีกระดับ
Mar 22, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
บรรยากาศก่อนเข้างานบ้านและสวน
จากที่กะว่าไป “เดินเล่น” ดูอะไรเพลินๆ หาอะไรอร่อยๆ กินในงานบ้านและสวน (17-21 มีนาคม) เพื่อเติม “แรงบันดาลใจ” ดีๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ สิ่งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ เหล่านั้น กลับเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้เราอยู่ไม่น้อย ทั้งเรื่องของจำนวนคนที่มากมายในวันที่เราไป เฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์มินิมอล เรียบง่าย ทว่าสบายตาและคลาสสิค รวมถึงการมีน้องหมาน้องแมวน่ารักๆ เดินกันอยู่ทั่วงาน
เชื่อว่าข้อหลังน่าจะเรียก “รอยยิ้ม” ของใครหลายคนได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งสีสันและทำให้งานบ้านและสวนครั้งนี้ ดูมีชีวิตชีวามากกว่าที่เคย
“บ้านน็อคดาวน์” คนแห่จองล้น
มาบ้านและสวนทั้งที จะไม่พูดถึงเรื่อง “บ้าน” ก็คงแปลกไม่น้อย จากที่เราเตร็ดเตร่สำรวจไปทั่วงาน ขอสรุปเลยว่า “บ้านน็อคดาวน์” คือเทรนด์อสังหาฯ มาแรงประจำแฟร์ปีนี้ การันตีด้วยจำนวนคนที่หนาแน่นแทบทุกบูธ ที่เกี่ยวข้องกับบ้านประเภทนี้ รวมทั้งจำนวนบูธที่ให้บริการเกี่ยวกับบ้านน็อคดาวน์และบ้านสำเร็จรูป ก็เยอะพอควร (นับคร่าวๆ เกือบ 15 บูธได้)
ตอนแรกเราคิดว่าจะเจอกับโครงการอสังหาฯ หรือ Developer เจ้าต่างๆ ให้เราเลือกตามทำเลและราคาที่ถูกใจ แต่กลายเป็นบ้านน็อคดาวน์ที่มาแรงแซงทุกโค้ง เดินผ่านไปบูธไหนก็คนแน่น โดยเฉพาะที่ราคาย่อมเยาระดับล้านต้นๆ
จุดเด่นของ “บ้านน็อคดาวน์และบ้านสำเร็จรูป”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่บ้านสำเร็จรูปได้รับความนิยมขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเอาเรื่อง “ความสะดวก” ของคนมาเป็นจุดขาย จ่ายเงินแล้วจบ ครบทุก One Stop Service และด้วยราคาที่สบายกระเป๋า มีตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงแพงแบบหลักหลายสิบล้าน ไหนจะสไตล์ที่หลากหลาย ทั้งโมเดิร์น ไทยประยุกต์ วินเทจ บ้านไม้ ฯลฯ
เรียกว่าไม่ต้องเสียสุขภาพจิตไปตีกับคนงาน และไม่ต้องเสียเวลาคัดสถาปนิกให้จุกจิก เพียงแค่คุณมีดีไซน์ในใจให้ชัดเจน ชอบแบบไหน สไตล์ใด เตรียมที่ดินให้พร้อม ติดต่อไปยังผู้รับเหมาดังกล่าวได้เลย
เท่าที่เราได้คุยกับ Developer ส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทางเดียวกัน ว่ามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้นในช่วงหลัง ซึ่งสไตล์ส่วนใหญ่ค่อนข้างหลากหลาย ถึงทางบริษัทจะมีแบบบ้านให้เลือก แต่ลูกค้าก็สามารถ Custom แบบที่ชอบ มาตกลงราคากันได้ โดยราคาเริ่มต้นมีตั้งแต่หลักแสนไปจนหลายสิบล้าน แถมยังมีรับประกันขั้นต่ำ 15 ปี บางเจ้ารับประกันถึง 30 ปี เลยด้วยซ้ำ
แต่ถ้าใครรู้สึกว่ายังไม่มั่นใจในโครงสร้างของบ้านน็อคดาวน์ ลองเปลี่ยนแนวมาเป็นบริษัทรับสร้างบ้านสำเร็จรูปก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเขาดูแลแบบครอบจักรวาล ทั้งเลือกรับเหมา มีสถาปนิกออกแบบบ้าน ไปจนถึงอินทีเรียดีไซน์ช่วยดูแลงานภายใน เรียกว่าครบวงจร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เรามีหน้าที่เก็บเงิน หาแบบบ้านในใจและตรวจงานตอนรับมอบ
เราเชื่อว่าการมีบ้านสักหนึ่งหลัง คือความฝันของใครหลายคน นอกจากจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตแล้ว บ้านยังเป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยจุดเริ่มต้นของความรัก ความผูกพัน ไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านหลังใหญ่ แค่มีใครสักคนที่รู้ใจ อยู่ด้วยกันไปจนแก่ก็เพียงพอแล้ว