Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากเรานึกถึงพื้นที่ใกล้กรุงเทพที่กำลังเป็นที่นิยมในการขยายความเจริญออกมาจากกรุงเทพฯ อีกหนึ่งพื้นที่ที่กำลังได้รับความนิยมของคนเมือง ที่ราคาของที่พักอาศัยสมเหตุสมผลและเอื้อมถึงของสำหรับคนเพิ่งเริ่มทำงานหรือทำงานได้สักพัก
โดยเป็นทำเลที่กำลังรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพมหานครอีกหนึ่งพื้นที่เช่นกันกับพื้นที่รอบ ๆ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในปัจจุบัน บางหว้า ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลเป็นทำเลแห่งการเชื่อมต่อไม่ว่าจะเป็นด้วยรถยนต์ รถไฟฟ้า และเรือ อีกทั้งยังมีชุมชนขนาดใหญ่ สถานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกด้วย จึงทำให้ทำเลที่เรียกว่า บางหว้า เป็นทำเลที่สำคัญอีกหนึ่งทำเล ที่กำลังขยับขยายเติบโตขึ้นทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่พักอาศัย สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในวันนี้และอนาคต
ทำไม ‘บางหว้า’ ถึงเป็นทำเลที่กำลังเติบโต น่าลงทุนซื้อที่อยู่อาศัย?
บางหว้า ทำเลทองแห่งใหม่ฝั่งธนบุรี โดยจะอยู่ในช่วงถนนเพชรเกษม 46 ถึง เพชรเกษม 31 หรือใครที่นึกไม่ออก ให้นึกถึงจุดตัดของเพชรเกษม – ราชพฤกษ์ ก็ต้องมีคุ้นกันบ้างละ
ซึ่งในปัจจุบันบางหว้า มีทั้งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานีบางหว้า และ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางหว้ามาถึงทั้ง 2 สาย จึงทำให้เกิดการขยับขยายตัวของเศรษฐกิจในพื้นที่ มีสิ่งปลูกสร้างใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ทั้งห้างสรรพสินค้า ที่กิน เที่ยว ชอป แบบครบครัน รวมไปถึงคอนโดมิเนียมที่กำลังสร้างมากมาย ตามแนวรถไฟฟ้า ทำให้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของคนเมือง วัยทำงานหรือนักศึกษาที่ต้องการหาคอนโดราคาที่ไม่แรงมากกับทำเลที่กำลังเติบโตอย่าง บางหว้า ก็เป็นการลงทุนที่ดีและคุ้มค่าเลยละครับ
ปัจจัยที่ทำให้บางหว้าเป็นทำเลที่น่าลงทุนซื้อที่อยู่อาศัย
1. เดินทางเชื่อมต่อสะดวก
ทำเล บางหว้า มีการคมนาคมที่สามารถเดินทางให้ครบไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถยนต์ รถเมล์ รถไฟฟ้า และทางเรือ
รถยนต์ สามารถเดินทางเข้าและออกนอกเมืองได้สะดวก ไม่ว่าจะเดินทางไปยังสีลม สาธร ไปอนุเสาวรีฯ ไปจตุจักร ลาดพร้าว หรือเดินทางไปยังรังสิตออกไปปทุมฯ ถึงอยุธยาก็มีเส้นทางที่สะดวกสบายมาก ๆ โดยจะใช้ถนนเพชรเกษม ถนนราชพฤกษ์ หรือจะใช้ทางด่วนอย่าง ทางพิเศษเฉลิมมหานครให้ใช้บริการ รถเมล์ (ประจำทาง)
ถนนราชพฤกษ์ ประกอบด้วยสาย 89, 710, 751 ถนนเพชรเกษม ประกอบด้วยสาย 7, 80, 81, 84, 91, 111, 146, 147, 157, 509, 547
รถไฟฟ้า โดยคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบางหว้าเป็นหลัก ก็จะสะดวกสามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานีบางหว้าที่เป็นสถานีปลายทาง ไปยังสถานที่ทำงานหรือสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองได้อย่างสะดวกสบาย และยังมีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางหว้า ที่สามารถนั่งไปยังพระราม 9 ผ่านไปถึงบางซื่อยาว ๆ ได้เลยทางเรือ บางหว้ายังมีจุดที่เรือโดยสารผ่านมา นั่นคือ คลองภาษีเจริญ ที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากใช้รถยนต์และรถไฟฟ้า โดยระยะทางที่เรือวิ่งทั้งหมด 11.5 กิโลเมตร 15 ท่า ในอนาคตจะมีการขยายอีก 4 ท่าเรือ โดยจะสิ้นสุดที่ท่าวัดหนองแขม ใครที่สนใจใช้บริการก็สามารถศึกษาข้อมูลของเส้นทางการเดินเรือว่าคุณจะลงที่ท่าเรือไหนนะครับ
2. สิ่งอำนวยความสะดวกกับ Lifestyle คนเมือง
ไม่ต้องอยู่ในเมืองแต่ก็มีแหล่งกิน แหล่งชอป แหล่งเที่ยวในวันชิล ๆ ได้ กับห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ อาทิ
The mall บางแค Seacon บางแค Tha mall ท่าพระ The Circle ราชพฤกษ์ The Crystal SB ราชพฤกษ์ The Walk ราชพฤกษ์ Food Villa ราชพฤกษ์
และอีกหลากหลายที่ที่คุณสามารถขับรถไปได้ในระยะที่ใกล้และสะดวกมาก ๆ อีกทั้ง ยังมีตลาดของกิน ตลาดสด ที่มีราคาย่อมเยาว์อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์ เพียบพร้อมมาก ๆ เลยละครับ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สำคัญ อย่างโรงพยาบาลพญาไท 3 มหาวิทยาลัยสยาม สถานีตำรวจ โรงพยาบาลสัตว์ เป็นต้น
3. ราคาคอนโดสามารถเอื้อมถึงได้
คอนโดที่เกิดขึ้นหรือที่กำลังก่อสร้างอยู่ ที่อยู่ตามแนวของรถไฟฟ้า BTS และ MRT บางหว้า ยังมีราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก เป็นราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการที่จะซื้อคอนโดที่แพง อยู่คนเดียว ที่อยู่ในช่วงของวัยเริ่มทำงาน โดยห้องจะมีราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านปลาย ๆ อีกทั้งยังเหมาะกับนักลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยขายหรือปล่อยเช่าในอนาคต เพราะทำเลนี้กำลังเติบโต เชื่อได้เลยว่า ราคาในอนาคตสามารถปล่อยขายหรือปล่อยเช่าได้ในราคาที่พอใจอย่างแน่นอน
ตัวอย่างโครงการคอนโด ใกล้ BTS และ MRT บางหว้า 2563
1. Beat Bangwa interchange
ขอบคุณรูปภาพจาก: Beat Bangwa interchange
รายละเอียด: คอนโด Beat Bangwa interchange จาก Northland Development คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร กับห้องพักทั้งหมด 402 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A 134 ยูนิต และ อาคาร B 268 ยูนิต
ที่ตั้งโครงการ: ถนนเทอดไท แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ภายใน
Lobby Co-working Space Fitness Game Room สระว่ายน้ำ ห้องสมุด ห้องซัก อบ เสื้อผ้า สวมหย่อมรอบโครงการ สวนหย่อมชั้น 4 ร้านค้าภายในโครงการ Shuttle Service Access Card Control กล้องวงจรปิด รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
ภายนอก
BTS บางหว้า Seacon บางแค Lotus บางแค The Mall บางแค มหาวิทยาลัยสยาม โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 2 โรงพยาบาลพญาไท 3
และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 1.69 ล้านบาท
2. The Livin เพชรเกษม
ขอบคุณรูปภาพจาก: The Livin เพชรเกษม
รายละเอียด: คอนโด The Livin เพชรเกษม จาก บริษัท ริสแลนด์ (ประเทศไทย) คอนโด High Rise สูง 32 และ 33 ชั้น 2 อาคาร กับห้องพักทั้งหมด 2,167 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร 2 อาคาร ที่มากับห้องพัก 6 แบบ ประกอบด้วย
ห้อง Studio 1 Bedroom 1 Bedroom Plus 2 ห้องนอน
ที่มีขนาดห้องเริ่มต้นตั้งแต่ 24 – 55 ตารางเมตร โดยโครงการจะสร้างเสร็จประมาณต้นปี 2566
ที่ตั้งโครงการ: ถนนเพชรเกษม แขวงภาษีเจริญ เขตบางหว้า กรุงเทพมหานคร
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ภายใน
Lobby Co-working Space Fitness Game Room สระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้องซาวน่าและห้องสตรีม ห้องสมุด ห้องซัก อบ เสื้อผ้า สวมหย่อมรอบโครงการ สวนหย่อมชั้นสูงสุดของอาคาร ร้านค้าภายในโครงการ Access Card Control กล้องวงจรปิด รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการอีกมากมาย
ภายนอก
MRT ภาษีเจริญ เพียง 300 เมตร Seacon บางแค Lotus บางแค The Mall บางแค มหาวิทยาลัยสยาม โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 2 โรงพยาบาลพญาไท 3
และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 1.9 ล้านบาท
สรุปท้ายบทความ
ทำเลบางหว้าถือเป็นอีกทำเลหนึ่งที่น่าสนใจ ที่มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย อาทิ ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีสถานที่กิน เที่ยว ชอป รวมอยู่ในทำเลและบริเวณรอบ ๆ ทำเลบางหว้า สามารถเดินทางได้ไปได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้ง ยังเป็นทำเลที่เดินทางไปยังสถานที่อื่น ๆ ได้ทุกที่อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเดินทางเข้าเมืองหรือออกนอกเมือง และที่สำคัญ การเจริญเติบโตของทำเลที่มีรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT มาถึง ทำให้โครงการของคอนโดมิเนียมต่าง ๆ มาลงทุนขึ้นตามแนวรถไฟฟ้ามากมาย เป็นทางเลือกของคนเมืองวัยเริ่มทำงานหรือคนที่อยากจะหาคอนโดติดรถไฟฟ้า เดินทางเข้าเมืองสะดวก ในราคาที่สามารถเอื้อมถึง ทำเล บางหว้า ก็เป็นทำเลที่น่าลงทุนซื้อที่อยู่อาศัยอีกหนึ่งทำเลเลยละ
หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัยในราคาที่สามารถเอื้อมถึง เข้ามาหาดูกันได้ที่ Kaidee Property ได้เลยนะครับ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่กำลังจะซื้อคอนโดหรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคา อย่าลืมคลิกเข้ามาดูกันก่อนนะ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ในปัจจุบันเริ่มมีการพูดถึงบ้านอัจฉริยะกันเยอะ เนื่องจากบ้านในปัจจุบันกำลังที่จะเปลี่ยนจากบ้านแบบเก่าที่ไม่มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอะไร เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทของที่อยู่อาศัยด้วยแล้ว เข้ามาทำให้ชีวิต การจัดการภายในบ้านง่ายและสะดวกขึ้น คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกบ้านแน่นอน
เทคโนโลยีกับบ้านมีประโยชน์อย่างไร
แน่นอนว่าถ้าหากมีเทคโนโลยีที่ปรับเข้ามาใช้ภายในบ้านแล้ว จะทำให้การใช้ชีวิตของคนในบ้านมีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยควบคุม ดูแล และช่วยให้มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง ส่งผลให้เราไม่ต้องมาคอยเป็นกังวลหรือต้องเหนื่อยจากการที่ต้องลงแรงทำเองในการดูแลสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน
มาดู 5 เทคโนโลยีในอนาคตที่บ้านและคอนโดจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้มากขึ้น มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย
1. ควบคุมง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส
ต้องบอกเลยว่าเทรนด์นี้กำลังอินเทรนด์มาก ๆ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันอยู่บนโทรศัพท์มือถือก็สามารถควบคุมการเปิด-ปิดแอร์ ไฟในบ้านทั้งหมด หรือรวมแม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งในอนาคตคุณสามารถกดสั่งด้วยปลายนิ้วสัมผัสผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้ควบคุมการสั่งการบนจอโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถควบคุมได้ทุกอย่างภายในบ้าน เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมาก ๆ เลยใช่ไหมครับ
หากวันไหนลืมว่าปิดไฟหรือลืมว่าถอดปลั๊กไฟหรือยัง ก็สามารถเข้ามาเช็กได้ที่แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ก็สามารถปิดได้จากทุก ๆ ที่ โดยไม่ต้องกลับเข้ามาบ้านเพื่อมาปิดไฟเลย ทำให้คุณใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายไร้กังวล ที่สำคัญยังเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย
2. Smart Home เพียงออกคำสั่งผ่านเสียง
มาถึงอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฮเทคที่เราสามารถออกคำสั่งผ่านเสียง ไม่ว่าคุณจะพูดอยู่ตรงส่วนไหนของห้อง ขอแค่คุณอยู่ในระยะที่อุปกรณ์ Smart Home สามารถได้ยิน มันก็จะทำหน้าที่รับคำสั่งจากเราแล้วไปควบคุมอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้านที่ถูกเชื่อมต่อไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟภายในบ้าน เปิดแอร์ รับโทรศัพท์ เปิดทีวี เปลี่ยนช่อง เปิดเพลง รวมไปถึงรดน้ำต้นไม้นอกบ้าน ที่ฉลาดไปกว่านั้นคือสามารถสั่งของ สั่งอาหารให้เราได้อีกด้วย ทุกอย่างจะทำแทนเราหมด เพียงแค่เราพูดออกคำสั่งแค่นั้น ไฮเทคสุด ๆ ไปเลยล่ะ
3. เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ไม่ต้องกลัว
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบลืมถอดปลั๊กไฟทิ้งไว้ โดยการเสริมจากข้อที่ 1 ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้คุณควบคุมการจ่ายไฟฟ้าได้ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ตัวเสียบปลั๊กไฟ เวลาไปไหนแบบรีบ ๆ แล้วลืมถอดปลั๊ก เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันจากโทรศัพท์ สั่งให้ที่เสียบปลั๊กหยุดจ่ายไฟฟ้าให้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปลอดภัยขึ้นมาก ๆ เลยครับ
4. ระบบไฟอัจฉริยะ
ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าในอนาคตต้องมีทุกบ้านแน่นอน โดยที่ระบบนี้จะทำหน้าที่เปิดไฟทันทีเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับว่ามีคนเดินผ่านหรือมีคนย่ำเท้า แล้วแต่ระบบที่ตั้งค่ามาว่า จะให้ได้ยินเสียงหรือว่าเดินผ่าน ตอนไหนจะให้ไฟติด เหมาะกับทุกคนเพราะไม่ต้องมาคอยกดเปิด-ปิดเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ อุปกรณ์นี้สามารถทำให้การเข้าห้องน้ำช่วงดึกของผู้สูงอายุปลอดภัยมากขึ้น โดยที่ไฟเองจะเปิดอัตโนมัติ ไม่ต้องคลำหาที่เปิด-ปิดไฟ ว่าอยู่ตรงไหน ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ดีเลยล่ะ
5. กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ
กล้องวงจรปิดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อได้เลยว่าในอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี แต่จะพิเศษกว่าตรงที่ว่ากล้องจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของบุคคลได้ตลอดเวลา สามารถแจ้งเตือนกับเจ้าของบ้านได้ทันทีเมื่อมีขโมยหรือมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านและที่สำคัญ ตัวอุปกรณ์สามารถแจ้งเตือนมาที่แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือของเราได้ ทำให้โทรแจ้งตำรวจได้ทันเวลา
แต่คิดว่าในอนาคต ตัวกล้องจะมีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น อย่างเช่นมีการจดจำหน้าเจ้าของบ้านทุกคนได้ สามารถแยกแยะคนแปลกหน้าได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองครับ
6. Video Door Phone สะดวกสบายไม่ต้องเปิดประตูเอง
บ้าน ในส่วนของบ้านนั้น ในประเทศไทยอาจจะไม่ได้เห็นการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จะเห็นได้จากต่างประเทศ เช่น ประเทศเกาหลี ที่จะใช้ Video Door Phone ติดอยู่ข้างประตูเข้า-ออกบ้าน หรือจะติดตั้งเพิ่มไว้ตรงส่วนไหนของบ้านอีกก็ได้และจะมีเครื่องที่มีกล้องติดไว้อยู่ด้านนอกของบ้าน ซึ่งถ้ามีบุคคลมีธุระกับเรา เราจะสามารถดูจากกล้องก่อนได้ว่าใครมา และยังสามารถสื่อสารผ่านลำโพงที่มีติดไว้กับตัวเครื่องด้วย นอกจากนี้ เจ้าของบ้านยังสามารถปลดล็อกประตูบ้านผ่านเครื่องนี้ได้อีกด้วย
คอนโด ในส่วนของคอนโดนั้น จะคล้ายกับบ้านเลย แต่คอนโดบางที่จะไม่ได้ติดเครื่องนี้ไว้นอกห้องทุกห้อง แต่ในส่วนของภายนอกจะติดตั้งเครื่องนี้ไว้เพียงจุดเดียวคือ ประตูด้านนอกคอนโด ซึ่งเวลามีบุคคลมาติดต่อขอพบหรือมาส่งของ ก็สามารถกดโทรหาห้องเราได้ ซึ่งเราจะสามารถดูจากจอที่อยู่ในห้องของเราได้เลยว่ามีใครมาหา ถ้าถูกต้อง ถูกคน สามารถกดปลดล็อกประตูด้านล่างคอนโดเพื่อให้เข้ามาหาเราที่ห้องได้เลย
สรุปท้ายบทความ
การที่นำเทคโนโลยีมาช่วยในการดูแลทุกอย่างภายในบ้านและคอนโดแทนเรา ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไร้กังวล และปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการนำมาใช้กับบ้านและคอนโด ในปัจจุบันเราเริ่มได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยการนำรูปแบบ Smart Home มาใช้กับบ้านและคอนโดมากขึ้น แน่นอนว่าในอนาคต เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบ้านและคอนโดเยอะขึ้นแน่นอน เพื่อตอบสนองกับ Lifestyle แบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง
เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อน ๆ สำหรับบ้านในอนาคต มีเทคโนโลยีที่ครบเครื่องเลยใช่ไหมล่ะ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยโครงการหมู่บ้านบางโครงการก็เริ่มใส่เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ให้เจ้าของบ้านใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่ราคาก็ยังคงสูงอยู่ ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการจะมีบ้านไว้ก่อนแต่ในอนาคตค่อยใส่เทคโนโลยีเข้าไปทีหลังก็ได้ ลองมาดูบ้านที่ Kaidee Property ก่อนได้นะครับ เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์เลย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าพูดถึงย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร ทุกคนจะต้องนึกถึงย่านใหญ่ ๆ ของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น สยาม ชิดลม สีลมและสาทร เป็นต้น แต่ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีขนาดเศรษฐกิจและประชากรที่ขยายใหญ่ขึ้น จึงทำให้กรุงเทพมหานครเกิดย่านเศรษฐกิจแห่งใหม่ขึ้นมา เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ไม่วา่จะเป็นเรื่องการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ เช่น ตึกสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงที่พักอาศัยอย่าง คอนโดมิเนียม เป็นต้น ที่กำลังขยายออกมาตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจใหม่หรือที่เรียกกันว่า New CBD ย่ามาจาก Central Business District ที่มีความหมายภาษาไทยว่า ย่านศูนย์กลางทางธุรกิจ เป็นย่านที่เป็นศูนย์รวมของแหล่งงาน กิจการธุรกิจต่าง ๆ และยังรวมไปถึงมี LifeStyle ทางสังคมต่าง ๆ ของคนเมือง ซึ่งจะนึกถึงย่านไหนไม่ได้เลย นั่นคือ ย่านรัชดาฯ – พระราม 9 ทำเลทอง ทำเล New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร
ปัจจัยที่ทำให้เกิด New CBD
1. ทำเลที่รวมธุรกิจต่าง ๆ
โดยการที่จะเกิด New CBD ได้นั้นต้องมีปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อน นั่นคือ การมีธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาตั้งบริษัทที่ทำเลนั้น ๆ อย่างในปัจจุบัน ทำเล New CBD รัชดาฯ – พระราม 9 เป็นทำเลที่บริษัทต่าง ๆ ได้เข้ามาตั้งบริษัทตามอาคารสำนักงานตึกสูงหลายแห่ง ทำให้เกิดการจ้างงานและดึงกลุ่มคนทำงาน เข้ามาทำงานในทำเลนี้ จึงทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตขึ้น ยกตัวอย่างตึกสำนักงานอย่าง
ตึก G-Tower Unilever House The Ninth Tower พระราม 9 ตึกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย AIA Capital Center True Tower1
และตึกสำนักงานอีกหลายแห่งที่มีบริษัทต่าง ๆ เช่าพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สำหรับออฟฟิศของบริษัทอยู่เยอะเลยละ
2. การคมนาคมที่สะดวกสบาย
แน่นอนว่าเป็นแหล่งรวมธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ แล้ว การเดินทางเข้ามาในทำเลก็ต้องมีความง่ายและสะดวกสบาย ซึ่งปัจจุบันทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 เป็นทำเลที่มีการคมนาคมที่ครอบคลุม เดินเข้ามาง่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถยนต์ ใช้ขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์ที่นั่งเข้ามาได้จากหลายสาย ที่สำคัญระบบรถไฟฟ้า MRT ที่สามารถนั่งมาจากสถานีไหนก็ได้ก็สามารถเชื่อมต่อมายังสถานีในทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 ได้อย่างสะดวกสบาย โดยในปัจจุบัน เส้นทาง รัชดาฯ – พระราม 9 จะมี รถไฟฟ้า MRT สถานี พระราม 9, ศูนย์วัฒนธรรม, และมีพื้นที่ใกล้เคียงอย่าง สถานีห้วยขวาง, สถานีสุทธิสาร และสถานีรัชดาภิเษก ที่อยู่ใกล้พื้นที่พระราม 9 นั่นเอง
3. ที่พักอาศัย
และแน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็นทำเล New CBD แล้ว ในพื้นที่ทำเลนี้จะต้องมีแหล่งชุมชนบ้านเรือนของประชากรเดิมที่มีอยู่แล้ว และมีโครงการของคอนโดมิเนียมและโครงการหมู่บ้านต่าง ๆ ต่างก็พากันมาลงทุนซื้อพื้นที่ในทำเลนี้สร้างที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับประชากรที่ต้องเพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะรองรับคนที่มีกำลังซื้อเพื่ออาศัยอยู่หรือซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า โดยทำเลนี้ก็เหมาะกับคนที่เข้ามาทำงานในทำเลพระราม 9 เพื่อจะได้เดินทางไปทำงานอย่างสะดวกสบาย ซึ่งราคาจะมีตั้งแต่ 2 ล้านปลาย ๆ ขึ้นไปจนถึงหลักสิบล้านกันเลยทีเดียว เนื่องจากราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วยนั่นเองครับ
4. สถานที่สำคัญและแหล่งรวม Lifestyle คนเมือง
โดยทำเลนี้จะเป็นทำเล New CBD ไม่ได้เลยถ้าขาดแหล่ง LifeStyle คนเมืองอย่าง ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ชอป เพราะปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้คนนั้นออกไปใช้เงิน จับจ่ายใช้สอย ทำให้เงินหมุนเวียน ส่งผลให้ในทำเลนี้มีการซื้อ-ขาย กันแบบคึกคัก เศรษฐกิจเติบโต ซึ่งทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 นั้นก็มีปัจจัยที่ว่านี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าอย่าง
Central พระราม 9 Fortune พระราม 9 Show DC พระราม 9 Esplanade รัชดาฯ
และห้างสรรพสินค้าอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีตลาดนัดขนาดใหญ่ที่ดึงดูดผู้คนให้ไปจับจ่ายใช้สอยอย่าง ตลาดนัดรถไฟ รัชดาฯ นั่นเอง รวมไปถึงสถานที่กิน เที่ยวกลางคืนอีกหลายสถานที่ จึงทำให้ทำเลนี้มีความคึกคักของผู้คนเป็นพิเศษ อีกทั้ง ยังมีสถานที่สำคัญอย่าง สถานที่ราชการ สถานทูต โรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง จึงทำให้ทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แบบครบครัน
5. Location
แน่นอนว่าการได้ตำแหน่งที่ตั้งที่ดีเป็นสิ่งที่ได้เปรียบมาก ๆ สำหรับที่พักอาศัย เพราะนั่นหมายถึงว่าเรามีความสะดวกสบายต่าง ๆ อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น สถานที่สำคัญต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ช๊อป ไม่ว่าจะหมุนตัวหรือขับรถไปทางไหนก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งการเดินทางก็ยังสะดวกสบาย เพราะใกล้ขนส่งสาธารณะต่าง ๆ หรือจะเลือกเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบาย เพราะอยู่ในย่านที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปที่ไหนก็ได้
สรุปท้ายบทความ
ทำเล New CBD มีหลายสิ่ง หลายปัจจัยรวมกันทำให้ทำเลนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลทองหรือ New CBD นั่นเอง โดยเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนในด้านของอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะประเภทตึกสำนักงาน คอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยรูปแบบอื่น ๆ ต่างมีความต้องการที่จะเข้ามาซื้อพื้นที่ในทำเลนี้เพื่อลงทุน เนื่องจากความต้องการของคนในเรื่องของที่อยู่อาศัยมีสูงขึ้น เพราะทำเลนี้เป็นพื้นที่ของการทำงานของชาวออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติก็ตาม ความต้องการของผู้คนเหล่านี้มีความต้องการที่จะซื้อและเช่าคอนโดในบริเวณทำเลนี้ด้วย เพื่อความสะดวกสบายต่อการเดินทาง จึงทำให้ทำเลนี้เป็นพื้นที่ที่นักลงทุนค่อนข้างให้ความสำคัญและเป็นทำเลที่ผู้คนอยากจะเข้ามาซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุนในอนาคตด้วยนั่นเอง
หากใครกำลังหาที่อยู่ในพื้นที่ New CBD รัชดาฯ – พระราม 9 ที่ Kaidee Property เรามีที่พักอาศัยให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อในรูปแบบและราคาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือจะซื้อเพื่อลงทุนต่อ ก็เป็นความคิดที่ดีเลยละครับ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าพูดถึงย่านศูนย์กลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ หรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Central Business District (CBD) โดยมีคำจำกัดความแบบเข้าใจง่าย กระชับ นั่นคือ เขตพื้นที่ศูนย์รวมของแหล่งงานกิจการธุรกิจและกิจกรรมทางสังคม ต่าง ๆ ของคนเมือง ซึ่งถ้าเป็นกรุงเทพมหานครในตอนที่ยังมีความเจริญอยู่ในย่านเดียว แต่ในปัจจุบันความเจริญได้แผ่ขยายออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ รถไฟฟ้าเริ่มครอบคลุมในทุก ๆ พื้นที่ ทำให้เกิดการกระจายตัวของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ก็กระจายไปผุดขึ้นตามทำเลที่มีแนวโน้มเป็นทำเลทองในอนาคตซึ่งรวมไปถึงที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมือง คือ คอนโด ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีทั้งในแบบธรรมดาและระดับ Luxury เพื่อดูดคนให้มาลงทุนซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุนในอนาคตด้วยนั่นเอง
โดยในปัจจุบัน จะแบ่งย่าน CBD ไว้ประมาณ 6 ย่าน ได้แก่
Core CBD บางรัก – สาทร ถึง ปทุมวัน – ราชเทวี Outer CBD พระราม 4 – อโศกมนตรี – สุขุมวิท – ทองหล่อ/เอกมัย New CBD อโศก – พระราม 9 – รัชดาภิเษก – ห้วยขวาง North CBD ห้าแยกลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ East Center บางนา – สุขุมวิทตอนล่าง MidTown อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – พหลโยธิน – อารีย์
โดยวันนี้บทความเราจะมาพูดถึงย่านที่น่าจับตามองและจะกลายเป็นทำเลทองในอนาคตอย่าง North CBD ห้าแยกลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ นั่นเองครับ
North CBD ย่าน New CBD ตอนเหนือของกรุงเทพฯ
ถ้าให้พูดถึงย่าน New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร หรือ เรียกง่าย ๆ ว่า ย่านศูนย์รวมของแหล่งงาน ธุรกิจ ที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ซึ่งย่านห้าแยกลาดพร้าว – จตุจักร – บางซื่อ เป็นย่านที่รวมเอาศูนย์การค้าต่าง ๆ อาคารทำงานสำนักต่าง ๆ รวมไปถึงคอนโดที่เริ่มสร้างขึ้นในปี 2563 ขึ้นเป็นจำนวนมาก และสิ่งสำคัญที่ทำให้ทำเลแห่งนี้ก้าวขึ้นเป็น New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ คือ การมีคมนาคมที่เพียบพร้อมไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ที่มีเชื่อมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มีรถไฟฟ้า BTS และ MRT และมีสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจัยนี้เหล่าเลยทำให้ทำเลย่านห้าแยกลาดพร้าว – จตุจักร – บางซื่อ เป็น New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครนั่นเอง
เจาะ ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็น North CBD ของกรุงเทพฯ
1. จุดรวมการเชื่อมต่อ การคมนาคมที่ครบครัน
ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเล North CBD ของกรุงเทพแล้ว การคมนาคมก็ต้องครบเครื่อง โดยห้าแยกลาดพร้าว – จตุจักร – บางซื่อ มีการคมนาคมที่ครบสมบูรณ์แบบทั้งรถเมล์ที่วิ่งให้บริการถึง 18 สายปลายทางเชื่อมต่อไปทุกเส้นทางของกรุงเทพฯ และปริมณฑล รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า MRT ที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ทั้งในเมืองและชานเมือง อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟกลางบางซื่อ เป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนสถานีรถไฟหัวลำโพง โดยจะรวบรวมรถไฟเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเชื่อมกับ
แอร์พอตเรลลิงค์วิ่งไป-กลับสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าความสูง HSR รถไฟฟ้าในเมืองและชานเมือง
2. แหล่งรวมสถานที่ช้อปปิ้ง
ทำเลนี้เป็นทำเลที่รวบรวมเอาแหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ มาไว้ จึงทำให้เป็นทำเลที่คึกคักมาก อย่างห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว ที่ผู้คนต่างนิยมมาเดินช้อปปิ้ง มาทานอาหารกันอย่างคึกคัก ห้างยูเนี่ยนมอลแหล่งรวมเสื้อผ้าที่หลากหลาย รวมไปถึงห้างสรรพค้าต่าง ๆ อย่าง เมเจอร์ รัชโยธิน โลตัส บิ๊กซี อีกทั้งยังมีตลาดนัดที่มีชื่อเสียงอย่างตลาดนัดจตุจักรที่ผู้คนต่างมาเดินซื้อของกัน จึงทำให้ทำเลแห่งนี้เป็นทำเลที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ไม่แปลกใจที่จะเป็น North CBD ของกรุงเทพฯ
3. ที่ตั้งของอาคารสำนักงานและสถานที่สำคัญ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นทำเล North CBD คือ การที่มีอาคารสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นสถานที่ทำงานของพนักงานออฟฟิศมากมาย เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน นั่นคือ การมีธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาตั้งบริษัทที่ทำเลนั้น ๆ อย่างในปัจจุบัน ทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อ เป็นทำเลที่บริษัทต่าง ๆ ได้เข้ามาตั้งบริษัทตามอาคารสำนักงานตึกสูงหลายแห่ง ทำให้เกิดการจ้างงานและดึงกลุ่มคนทำงาน เข้ามาทำงานในทำเลนี้ จึงทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตขึ้น ยกตัวอย่างตึกสำนักงานอย่าง
ตึกธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำนักงานใหญ่ ปตท. สำนักงานใหญ่ ตึก TMB SJ infinite Sun tower ตึก Bangkok Airways ตึก THAI Airways ตึก PST ไทยรัฐ
และมีอาคารสำนักงานที่กำลังจะเกิดอีกหลายแห่ง เช่น
S Oasis อาคารสำนักงานสูง 36 ชั้น คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564 Ratchayothin Hills ที่รวมเอา โรงแรม อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อยู่ด้วย คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2566 Mochit Complex ที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงานและแหล่งค้าปลีก คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2566
โดยที่ยกตัวอย่างไปข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนของตึกอาคารสำคัญต่าง ๆ แต่ยังมีอาคารสำนักงาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในทำเลแห่งนี้
4. ที่อยู่อาศัย
แน่นอนว่าเป็นทำเล North CBD มีที่อยู่อาศัยบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วและในปัจจุบันมีโครงการคอนโดต่าง ๆ ขึ้นเป็นแนวรถไฟฟ้าและขึ้นในพื้นที่ห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อเยอะมากซึ่งจะเป็นคอนโดหลายประเภททั้งแบบ Low Rise และ High Rise
โดยที่ผู้คนต่างก็พากันมาลงทุนซื้อพื้นที่ในทำเลนี้เพื่ออยู่อาศัย สิ่งสำคัญคือการรองรับประชากรที่ต้องเพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะรองรับคนที่มีกำลังซื้อเพื่ออาศัยอยู่จริง ๆ หรือซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า โดยทำเลนี้ก็เหมาะกับคนทำงานทำงานที่ทำเลนี้อยู่แล้วในเมือง เพราะเป็นทำเลที่สามารถเดินเชื่อมต่อเข้าเมืองและออกนอกเมืองก็สะดวก
โดยตัวอย่างคอนโดที่อยู่ในทำเลนี้ คือ
Life ลาดพร้าว
ขอบคุณภาพจาก: Life ลาดพร้าว
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link
รายละเอียด: คอนโด Life ลาดพร้าว จาก AP Thailand คอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 45 และ 46 ชั้น กับห้องพักทั้งหมด 1,615 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า
ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ภายใน
Iconic Lobby The Share Space Intelligent Co – Thinking Space Mailbox Smart Locker The Urban Oasis Sky Social Club Theatre House Panoramic Health Club Multi Purpose Room Cityscape Infinity Lap Pool and Sky Cabana Steam Sauna Free Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 24 ชั่วโมง Green Landscape Street Bas Court Play House EV Charger ที่จอดรถ 723 คัน ร้านค้า 1 ยูนิต ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
ภายนอก
BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว MRT สถานีพหลโยธิน ทางยกระดับอุตราภิมุข Lotus ลาดพร้าว Central ลาดพร้าว Major รัชโยธิน Big C Extra ลาดพร้าว 2 SCB Park ตลาดบางเขน ตลาดนัดจตุจักร โรงเรียนหอวัง โรงเรียนเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โรงพยาบาลเมโย โรงพยาบาลเมมโมเรียล พหลโยธิน โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท
Life ลาดพร้าว แวลลีย์
ขอบคุณรูปภาพจาก: Life ลาดพร้าว แวลลีย์
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link
รายละเอียด: คอนโด Life ลาดพร้าว แวลลีย์ จาก AP / The First Adventurous Luxury Residence คอนโด High Rise สูง 44 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 1,141 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564
ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ภายใน
Lobby Intelligent Co – Thinking Space Mailbox Smart Locker Multi Living Space Library Theatre House Multi Purpose Room สระว่ายน้ำ 3 สระ Steam and Sauna หน้าผาจำลอง Free Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 24 ชั่วโมง Green Landscape ที่จอดรถ 484 คัน ร้านค้า 1 ยูนิต ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
ภายนอก
BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว MRT สถานีพหลโยธิน ทางยกระดับอุตราภิมุข Lotus ลาดพร้าว Central ลาดพร้าว Major รัชโยธิน Big C Extra ลาดพร้าว 2 SCB Park ตลาดบางเขน ตลาดนัดจตุจักร โรงเรียนหอวัง โรงเรียนเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โรงพยาบาลเมโย โรงพยาบาลเมมโมเรียล พหลโยธิน โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท
The Line พหลโยธิน พาร์ค
ขอบคุณรูปภาพจาก: The Line พหลโยธิน พาร์ค
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link
รายละเอียด: คอนโด The Line พหลโยธิน พาร์ค จาก Sansiri คอนโด High Rise สูง 46 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 981 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า คาดจะสร้างเสร็จในปี 2565
ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ภายใน
Lobby Mailbox Photo Studio Co-Working Space Workshop Room Meeting Room Co-Playing Space Co-Living Space Co-Cooking Space สวนดาดฟ้า ฟิตเนส สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ กล้องวงจรปิดภายในโครงการ รปภ.ตลอด 24 ชั่วโมง
ภายนอก
BTS สถานีพหลโยธิน 24 MRT สถานีพหลโยธิน ทางยกระดับอุตราภิมุข Lotus ลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอล เซ็นทรัล ลาดพร้าว เมเจอร์ รัชโยธิน Avenue รัชโยธิน SCB Park โรงเรียนหอวัง มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์น วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนสารวิทยา มหาวิทยาลัยจันทรเกษม มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรมป่าไม้ สำนักงานขนส่ง สำนักงานสรรพากร สนามกีฬากองทัพบก โรงพยาบาลเปาโล เกษตร โรงพยาบาลวิภาวดี
และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 4.2 ล้านบาท
5. อนาคตทำเลทอง ซื้อไว้มีแต่ราคาขึ้น
ไม่ใช่แค่ในอนาคตจะเป็นทำเลทองอีกหนึ่งที่ของกรุงเทพ แต่ในตอนนี้ทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลทอง ทำเลศักยภาพ เป็น Next North CBD ของกรุงเทพฯ ไปแล้ว เพราะด้วยหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้ทำเลแห่งนี้กลายเป็น North CBD ที่เพียบพร้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ช้อป ไม่ว่าจะหมุนตัวหรือขับรถไปทางไหนก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งการเดินทางก็ยังสะดวกสบาย เพราะใกล้ขนส่งสาธารณะต่าง ๆ หรือจะเลือกเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบาย เพราะอยู่ในทำเลที่สามารถเดินทางไปที่ไหนก็สามารถไปได้ทุก ๆ ที่อย่างสะดวกสบาย
สรุปท้ายบทความ
สำหรับใครที่กำลังคิดจะซื้อคอนโดทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยแล้ว ในอนาคตถ้าไม่อยู่อาศัยแล้ว เพราะต้องขยับขยายก็สามารถขายและปล่อยเช่าเป็นรายได้อีกทางก็ได้ เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง เพราะราคาขึ้นแน่นอน เนื่องจากทำเลนี้เป็นทำเลทองที่กำลังขยับขยาย เป็นทำเลที่กำลังเจริญและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ ถ้าใครคิดจะลงทุนซื้อคอนโดนั่นเป็นความคิดที่ดีเลยละครับ
แต่ถ้าหากใครที่กำลังหาคอนโดอยู่ทาง Kaidee Property เราก็มีคอนโดให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อเยอะเลย ลองเข้ามาดูกันก่อนได้นะครับ คลิกเลย
Sep 10, 2021 | บทความอสังหาฯ
ตลาดซื้อ-ขายคอนโดมือสอง เป็นทางเลือกหนึ่งของการมองหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ซื้อ ซึ่งเหตุผลหลักๆ เลยคือคอนโดมือสองราคาถูกกว่าคอนโดใหม่นั่นเอง และเป็นช่องทางปล่อยสินทรัพย์เพื่อทำกำไรหรือลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวในมุมของผู้ขาย ด้วยผลประโยชน์แบบ Win-Win นี้เอง ทำให้คอนโดมือสองยังคงมีความน่าสนใจอยู่เสมอ
สำหรับนิยามของ “คอนโดมือสอง ” หมายถึงคอนโดที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ใช่ดีเวลลอปเปอร์ประกาศขายเอง หรือคอนโดที่เราซื้อคอนโดจากเจ้าของห้องโดยตรง โดยคอนโดนั้นๆ มักเป็นคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ที่อาจปลอดภาระหนี้สินแล้ว หรืออยู่ระหว่างที่ผู้ขายกำลังผ่อนค่างวดสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารก็ได้เช่นกัน
ซึ่งไม่ว่าจะฝั่งผู้ซื้อหรือผู้ขาย ก่อนทำการตกลงปลงใจทำธุรกรรมซื้อ-ขายก็ควรสำรวจตรวจสอบคอนโดนั้นๆ ให้มั่นใจก่อนว่าเมื่อโอนกรรมสิทธิ์กันแล้วจะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง
การซื้อขายคอนโดมือสองที่ผู้ขายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดโดยสมบูรณ์
ในกรณีที่คอนโดมือสองนั้น ผู้ขายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดอย่างสมบูรณ์แล้ว การซื้อ-ขายจะไม่ค่อยยุ่งยากเหมือนคอนโดมือสองที่อยู่ระหว่างการผ่อนส่ง ยิ่งถ้าตกลงซื้อ-ขายด้วยเงินสดยิ่งง่าย เพราะเพียงทำสัญญาจะซื้อจะขาย และไปดำเนินเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้อง ผู้ซื้อชำระเงินให้ผู้ขายก็เป็นอันเรียบร้อย หรือในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการกู้เงินจากธนาคารมาเพื่อชำระค่าคอนโดแก่ผู้ขายก็สามารถทำได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี การขอสินเชื่อซื้อคอนโดมือสอง ธนาคารส่วนใหญ่มักปล่อยเงินกู้ให้เพียง 80-90 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นหมายความว่าผู้ซื้อ (ผู้กู้) จำเป็นต้องมีเงินก้อนจำนวนหนึ่งก่อนเพื่อโปะส่วนต่างร่วมไปกับวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ
การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อซื้อคอนโดมือสองของธนาคารจะประกอบด้วย 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ
สภาพคอนโดมือสอง
ทั้งสภาพภายในห้องชุด และอาคารโดยรวม หากเป็นคอนโดที่มีสภาพทรุดโทรม ก็จะถูกหักค่าเสื่อมมาก ทำให้ได้วงเงินกู้น้อยลงตามไปด้วย
ทำเลคอนโดมือสอง
เป็นปัจจัยในการประเมินราคาที่สำคัญ เพราะถ้าคอนโดมือสองอยู่ในทำเลที่ดีคือเป็นที่ต้องการหรือมีแนวโน้มการพัฒนาย่านนั้น เช่น จะมีโครงการรถไฟฟ้าหรือศูนย์การค้าสร้างใหม่ ธนาคารก็จะให้น้ำหนักในการพิจารณาวงเงินที่สูงขึ้น
การเงินของผู้กู้
เรียกว่าเป็นหัวใจหลักของการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยทุกชนิด โดยธนาคารจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ผ่านสถานะทางการเงินในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงทางรายได้ เงินออม จำนวนหนี้สิน รวมถึงประวัติแบล็คลิสต์เรื่องการชำระหนี้ ซึ่งหากผู้กู้มีศักยภาพทางการเงินที่ดีก็จะมีโอกาสได้วงเงินกู้สูง
การซื้อคอนโดมือสองที่ผู้ขายกำลังผ่อนอยู่
การซื้อคอนโดที่เจ้าของเดิมยังผ่อนไม่หมด เป็นอีกหนึ่งกรณีที่พบเห็นได้บ่อยๆ ในกรณีที่ผู้ซื้อสามารถชำระค่าคอนโดได้ด้วยเงินสดหรือเช็คก็ไม่มีขั้นตอนให้ดำเนินการมากนัก ผิดกับทางผู้ขายที่ต้องเร่งเคลียร์เรื่องยุติสินเชื่อกับธนาคาร และจัดการหนี้ต่างๆ ไม่ว่าจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลางกับนิติบุคคลคอนโดให้หมด เพื่อขอรับใบปลอดหนี้จากผู้จัดการนิติฯ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในวันโอนกรรมสิทธิ์
ในอีกด้านหนึ่ง หากผู้ซื้อจำเป็นต้องกู้เงินจากสถาบันทางการเงินเพื่อซื้อคอนโดมือสองด้วย ก็จะมีรายละเอียดที่ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการเพิ่มขึ้น ผ่าน 3 ช่วง ดังนี้
ทำสัญญาจะซื้อจะขาย
เป็นการทำข้อตกลงทางวาจาให้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผิดสัญญาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยแบบสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดมือสอง เราสามารถเขียนขึ้นได้เอง และมีประเด็นที่ควรระบุอย่างชัดเจนคือ
ผู้จะขายยึดเงินมัดจำทั้งหมดได้ หากผู้จะซื้อไม่มาโอนภายในวันที่กำหนด ผู้จะซื้อสามารถปรับเงินเป็นกี่เท่าของเงินมัดจำ หากผู้จะขายเปลี่ยนใจไม่ยอมขาย ใครคือผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในวันโอน กำหนดวันโอนที่แน่ชัด ซึ่งโดยมากจะเป็นระยะเวลา 1 เดือนหลังจากทำสัญญาจะซื้อจะขาย
ดำเนินการเรื่องสินเชื่อกับธนาคาร
หลังจากทำสัญญาจะซื้อจะขายเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนี้ทั้งผู้จะซื้อและผู้จะขายต่างต้องไปติดต่อกับธนาคาร โดยในฝั่งผู้ซื้อให้ขอสำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) จากผู้ขายเพื่อไปยื่นเรื่องขออนุมัติวงเงินสินเชื่อจากธนาคาร
ส่วนผู้ขายจะต้องแจ้งกับธนาคารเพื่อขอปิดบัญชีขายหลักประกัน ธนาคารจะสรุปยอดเงินที่ต้องจ่ายคืนธนาคารให้กับผู้จะขายเพื่อนำไปแจ้งกับผู้ซื้อเตรียมเงินค่าไถ่หลักประกันดังกล่าว โดยจัดทำเป็นเช็คตามจำนวน 1 ใบ ซึ่งหากมีกำไรส่วนต่างจากการตกลงซื้อขาย ส่วนต่างนั้นคนซื้ออาจจ่ายให้คนขายเป็นเงินสดก็ได้ตามแต่ตกลง
ทำเรื่องโอนการซื้อขายคอนโด
เมื่อเคลียร์เรื่องเงินและธนาคารเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงวันทำสัญญาซื้อขายจริงและโอนกรรมสิทธิ์ โดยผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องไปที่สำนักงานที่ดินที่คอนโดฯ นั้นตั้งอยู่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ธนาคารเก่าของผู้ขาย และเจ้าหน้าที่ธนาคารใหม่ของผู้ซื้อ
โดยมีเอกสารสำคัญที่จำเป็น ดังนี้
บัตรประชานชนตัวจริง และสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านตัวจริงและสำเนาทะเบียนบ้าน เพราะหลังจากทำการซื้อขายเสร็จแล้วผู้ขายอาจจะต้องย้ายชื่อตัวเองออกจากทะเบียนบ้าน โฉนดห้องชุดตัวจริง หนังสือปลอดหนี้ หรือใบปลอดหนี้
นอกจากนี้ยังมีในส่วนของค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องเตรียมในวันโอน ได้แก่
ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมิน (มาตรการใหม่เหลือ 0.01% ในปี 2564) ค่าอากร 0.5% ของราคาซื้อขายคอนโด ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ส่วนนี้จะเสียมากเสียน้อยก็ขึ้นอยู่กับราคาซื้อขาย ค่าจดจำนอง 1% เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้ซื้อ (มาตรการใหม่เหลือ 0.01% ในปี 2564) ค่าอื่นๆ เช่น ค่าเขียน ค่าพยาน
สรุปการซื้อ-ขายคอนโดมือสองต้องเตรียมตัวให้พร้อม
ไม่ว่าจะซื้อคอนโดมือสองราคาถูก หรือขายคอนโดมือสองที่ยังผ่อนไม่หมด ล้วนมีรายละเอียดที่ต้องทำการศึกษาอย่างรอบคอบ ตั้งแต่ก่อนการตัดสินใจซื้อขาย การไปพูดคุยกับธนาคาร ไปจนถึงขั้นตอนในวันโอนที่เกี่ยวข้องกับหลายๆ ฝ่ายและมีเอกสารจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ดี หากมองในแง่ผลประโยชน์แบบ Win-Win ที่คอนโดมือสองสามารถให้ได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายแล้วก็นับว่าเป็นการเตรียมตัวที่คุ้มค่าไม่น้อยเช่นกัน
ส่วนใครที่กำลังมองหาซื้อคอนโดมือสอง ทำเลดี ราคาโดน หรือใครที่อยากฝากขายคอนโดมือสองราคาถูกก็สามารถใช้พื้นที่ของ Kaidee Property ได้เลย ลงประกาศก็ง่าย ซื้อขายก็คล่อง