Oct 7, 2021 | บทความอสังหาฯ
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
HIGHLIGHT : Landmark@Grand Station รามอินทรา
3 ห้องพักหลัก Flexi, Eco and Grand 4 ห้องไลฟ์สไตล์ (ย่อย) Residential, Co-Living, Pet Lover และ Elder (Grand Type Only)
ห้องเพดานสูง 2 ชั้น 2 ห้องน้ำ MOFF Style
Siamese Technology เอกสิทธิ์เฉพาะของ Siamese Asset
พื้นที่ระเบียงกว้างขวาง ทำครัวได้ (ได้ทั้งครัวไทย ครัวฝรั่ง)
ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สไตล์โครงการ Mixed Use
ราคาเริ่มต้นเพียง 2.39 ล้านบาท**
คำว่า “คอนโดที่ดี” ในความคิดคุณคืออะไรคะ?
เชื่อว่ายื่นไมค์ถามสิบคนหรือร้อยคน ก็จะได้คำตอบของคำว่า “ดี” ที่ไม่เหมือนกัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความแตกต่าง” คือเรื่องพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ทุกคนย่อมมีไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตในแบบฉบับของตัวเอง การมีความสุขในสิ่งที่ต่างกันไป ไม่ใช่เรื่องผิด ชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียว จงใช้ชีวิตให้อย่างที่คุณอยากเป็น แบบไม่ต้องกังวลใดๆ
เพราะที่ Landmark@Grand Station รามอินทรา จะตอบรับทุกความเป็นตัวคุณอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วย 3 ห้องพักหลัก Flexi, Eco and Grand ทั้งยังแบ่งย่อยๆ ออกเป็น 4 ไลฟ์สไตล์ Residential, Co-Living, Pet Lover และ Elder (Grand Type Only) เพื่อให้ตรงกับความเป็นคุณมากที่สุด
โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยสุดแสนจะโอ่โถงและกว้างขวาง ทุกห้องของโครงการนี้เป็นห้องเพดานสูง 2 ชั้น 2 ห้องน้ำ MOFF สไตล์ ดีไซน์เฉพาะ ที่ทางแลนมาร์กตั้งใจปรับมาเพื่อคุณ ทั้งยังจัดเต็มด้วย Siamese Technology เอกสิทธิ์เฉพาะของ Siamese Asset ที่ตั้งใจให้ลูกบ้านทุกคนใช้ชีวิตแบบ Privillage สะดวกสบายกว่าเดิม (MOFF Style ดีกว่า Loft ยังไง ไปอ่านกัน )
สำคัญยังตั้งอยู่กลางทำเลศักยภาพย่านรามอินทรา เพียง 450 เมตรจาก MRTA สายสีชมพู และ 500 จาก Fashion Island ว่ากันว่าที่คือ NEW Iconic แห่งใหม่ ที่จะรวมเอาสถานที่สำคัญต่างๆ มารวมไว้ที่เดียวแบบครบครัน
ไม่ให้คุณต้องฝ่าการจราจรเข้าเมืองอีกต่อไป!
จัดเต็มทุกความสุข! 3 ห้องหลัก 4 ห้องไลฟ์สไตล์
Landmark@Grand Station รามอินทรา ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณด้วย 3 ห้องพักหลัก Flexi, Eco and Grand และไม่ใช่แค่นั้น ใน 3 รูปแบบหลัก ยังมี 4 ไลฟ์สไตล์ย่อย อย่าง Residential, Co-Living, Pet Lover และ Elder (Grand Type Only) ให้คุณเลือกได้ “ตรงใจ” และเป็นตัวเองมากที่สุด
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่มีจิตใจรักสัตว์ อยากเลี้ยงน้องหมาน้องแมวไว้ฮีลลิงใจ ก็ขอให้พุ่งเป้าไปที่ห้องพักสไตล์ Pet Lover หรือชอบห้องพื้นที่กว้างขวางแบ่งเป็นสัดส่วน Feels Like Home ขอชี้เป้าไปที่ห้อง Co-Living หรือตั้งใจซื้อไว้ลงหลักปักฐานในบั้นปลายชีวิต อยู่ร่วมกันผู้สูงอายุ ก็ปักใจไปที่ห้องแบบ Elder ได้เลย
Residential เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์ทั่วไป ไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ หวังเพียงมีห้องพักมาตรฐาน ครบครันทุกความสะดวกสบาย ที่ช่วยเติมเต็มให้วันธรรมดาทุกวันเป็นวันแสนพิเศษ
Pet Lover สายรักสัตว์กด “หัวใจ” ให้ห้องพักสไตล์นี้แน่นอน 1 ห้องต่อ 1 สัตว์เลี้ยง จะน้องแมวหรือน้องหมาได้หมด ทั้งยังจัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโครงการ เพื่อให้เขาอยู่ร่วมกับเราอย่างแฮปปี้ที่สุด (รายละเอียดเพิ่มเติมห้อง Pet Lover )
Co-Living ห้องพักเพดานสูง 4.9 เมตร ที่ให้พื้นที่ภายในห้องอย่างกว้างขวาง อยู่คนเดียวก็ลงตัว หรืออยู่เป็นครอบครัวก็ตอบโจทย์ แบ่งเป็นสัดส่วนได้ความเป็นตัวเสมือนอยู่บ้าน
Elder (Grand Type Only) ทุกรายละเอียด ทุกสิ่งอำนวยความสะดวกของห้องพักสไตล์นี้ ทำมาเพื่อรองรับผู้สูงวัย ให้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขและปลอดภัย
ราคา ขนาดคอนโดฯ และค่าส่วนกลาง Landmark@Grand Station
Flexi 1 Bedroom 24 SQ.M., USABLE AREA 38.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท**
Eco 1 Bedroom, 24.5 SQ.M., USABLE AREA 39.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.79 ล้านบาท**
Grand 2 Bedroom, 30.50 SQ.M., USABLE AREA 49.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 3.59 ล้านบาท**
ราคาประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม. ทั้งโครงการ รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด ค่าส่วนกลาง : 55 บาท/ตร.ม./เดือน (ทั้งหมดเก็บล่วงหน้า 1 ปี) ค่ากองทุน : 600 บาท/ตร.ม. (เก็บครั้งเดียว) **ข้อมูลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณธิติพัทธ์ 065-5203436 / Tithiphat Tel : 065-5203436
Landmark@Grand Station ช่วยให้ชีวิตคุณแฮปปี้ขึ้นอย่างไรบ้าง?
คอนโดเพดานสูงสไตล์ MOFF : 2 ชั้น 2 ห้องน้ำ
นอกจากจะมีห้องพักให้คุณที่แมตช์กับใจเราได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ความปังของโครงการนี้ ยังจัดหนักจัดเต็มด้วยห้องเพดานสูงทุกห้อง ในสไตล์ MOFF : 2 ห้องน้ำ 2 ชั้น มาพร้อมเพดานชั้นสองความสูง 2 ขนาด คือ 2.35 เมตรและ 2.45 เมตร ไม่ต้องกลัวว่าเงยหน้าแล้วหัวจะชนเพดาน หรืออยู่ไปนานๆ แล้วจะอึดอัด
ที่สำคัญมีห้องน้ำให้คุณทั้งสองชั้น แบบไม่ต้องเดินขึ้นเดินลงให้ปวดใจ โดยห้องน้ำหลักจะอยู่ชั้นล่าง อาบน้ำ ทำทุกอย่างได้ปกติ ส่วนด้านบนไว้สำหรับทำธุระส่วนตัวได้อย่างเดียว (อาบน้ำไม่ได้) เรียกว่าทาง Landmark@Grand Station กลบความกังวลใจของคอนโดเพดานสูงสองชั้นสไตล์นี้ได้ดีทีเดียว
ขนาดห้องน้ำ Flexi Type : กว้าง 5 X ยาว 4.8 เมตร ขนาดห้องน้ำ Eco Type : กว้าง 4.1 X ยาว 6 เมตร ขนาดห้องน้ำ Grand Type : กว้าง 5.5 x ยาว 5.55 เมตร
ใช้ชีวิตเหนือระดับไปกับ Siamese Technology
อยู่ในยุคเทคโลโลยี 4.0 แบบนี้ ทาง Landmark@Grand Station เอง ไม่ปล่อยให้ลูกบ้านของเราอยู่อย่างล้าหลังใคร ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยี Siamese Technology เอกสิทธิ์เฉพาะโครงการในเครือ Siamese Asset ที่เดียว ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในแง่ของการพักอาศัยที่มากขึ้น
VIDEO
Smell Protection Technology
โครงการนี้มีระบบแยกท่ออากาศชัดเจน เพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในพื้นที่พักอาศัย ตัวท่อน้ำทิ้งปกติอยู่แยกจากตัวท่อน้ำทิ้งชักโครก ดังนั้นกลิ่นของสิ่งปฏิกูลต่างๆ ของชักโครก จะไม่ย้อนขึ้นมาทางอ่างล้างหน้าหรือท่อระบายน้ำทั่วไป
เสียงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทาง Siamese Asset ให้ความสำคัญ โครงการจึงเลือกใช้ประตูที่ทำจากไม้เนื้อแข็งเพื่อกันเสียงรบกวนจากภายนอก พร้อมทั้ง Door Seal และลิ้นประตูระบบอัตโนมัติ ช่วยลดความดังและดูดซับเสียงได้ดีเยี่ยม
ที่สำคัญตัวผนังระหว่างห้อง ทางโครงการได้เลือกใช้วัสดุเป็นตัวคอนกรีตและ PU โฟม เพื่อลดความดังของเสียง กั้นเสียงระหว่างห้อง ให้ความเป็นส่วนตัวภายในห้องพัก เพื่อให้คุณพักผ่อนได้เต็มที่ ในพื้นที่ Comfort Zone
Heat Resistance Technology
ทุกห้องของ Landmark@Grand Station ใช้กระจกกันความร้อนคุณภาพสูงทั้งหมด ตั้งแต่กระจกรับแสงในห้องเอนกประสงค์ ห้องนอนและบริเวณระเบียง
นอกจากจะมีคุณสมบัติทนทานต่อการใช้งานแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้รังสีความร้อนจากภายนอก เข้าสู่ภายในอาคารแบบเต็มสตรีม ได้ทั้งลดอุณหภูมิ และลดการใช้พลังงานในห้องไปในตัว
Easy Maintenance Technology
แม้งานซ่อมบำรุง จะเป็นงานในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทว่าทางโครงการกลับมองว่าเป็นสิ่งที่ควรวางรากฐานไว้ เพื่อให้ง่ายต่อการปรับปรุงในอนาคต เน้นการซ่อมบำรุงที่ง่ายต่อผู้อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านมั่นใจได้ถึงความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น
ด้วยการวางระบบเดินท่อในคอนกรีตแบบใหม่ รวมถึงการเดินระบบท่อเดียวให้จบภายในชั้น ปรับการวางท่อน้ำทิ้ง ไม่ให้อยู่บนฝ้าเหมือนแต่ก่อน หากเกิดปัญหาน้ำรั่วขึ้นมา ก็ไม่ต้องไปรบกวนห้องชั้นล่าง (จบได้เลยที่ห้องตัวเอง)
พื้นที่ทำครัวกว้างขวาง
ไม่ใช่แค่พื้นที่ภายในห้องที่ทางแลนมาร์กให้คุณมาแบบปังๆ เท่านั้น อีกหนึ่งสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน ก็คือ “พื้นที่บริเวณระเบียง ” ที่ให้มาแบบกว้างขวาง ให้เราจัดโซนทำอาหารเพิ่มได้อีกหนึ่ง ตอบโจทย์คนรักการกับข้าวแบบสุดๆ ไม่ต้องกังวลว่าอยู่คอนโดแล้วจะทำอาหารอะไรแอดวานซ์ไม่ได้
ซื้อหนึ่งห้องได้ทั้งครัวไทย (ด้านนอก) ครัวฝรั่ง (ด้านใน) เรียกว่าให้คุณใช้พื้นที่ในห้องได้แบบคุ้มค่าทุกตารางเมตร ได้ทั้ง Happy Life and Enjoy Eating ในที่เดียว
Type and Lifestyle Flexi Eco Grand Residential (6, 7, 10-22 Floor) 1.3 x 2.5 เมตร 1.5 x 2 เมตร 2 x 2.5 เมตร Pet Lover (4 & 5 Floor) 1.3 x 2.5 เมตร 1.5 x 2 เมตร 2 x 2.5 เมตร Co-Living (8 &9 floor) Sold out 1.5 x 2 เมตร 2 x 2.5 เมตร Elder – – 2 x 2.5 เมตร
สะดวกสบายไปกับโครงการ Mixed Use
อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่แรกว่าที่นี่คือ NEW Iconic แห่งใหม่ที่น่าจับตามองของย่านรามอินทรา ไม่ใช่แค่ความสะดวกสบายในแง่ของที่พักอาศัย ที่ทาง Landmark@Grand Station ให้คุณมาแบบ Full Option เท่านั้น
ความเป็นโครงการ Mixed Use ยังช่วยซัพพอร์ตให้คุณมีชีวิตดีๆ ที่ลงตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า Pet Shop คอนเสิร์ตฮอลล์ เลานจ์ ฯลฯ ไม่ต้องให้คุณเสียเวลาเดินทางเข้าเมือง หรือไปไหนไกล เพราะทางโครงการได้รวมทุกสิ่งสรรพไว้แล้วอย่างครบครัน
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
Lobby Mail Box สวนหย่อมที่ชั้น 1, 3 และ Rooftop สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 26 x 5 เมตร ลึก 1.2 เมตร ห้องออกกำลังกาย ลิฟต์โดยสารของส่วน Siamese Residence 3 ตัว อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 141 : 1 Service Lift 1 ตัว / Tower Retails 12 ร้าน Office 3 ยูนิต ที่จอดรถประมาณ 377 คันคิดเป็น 37% ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ CCTV / Key Card / Digital Door Lock
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ครบทุกความสุขที่ Landmark@Grand Station
จากข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ห้องพักที่หลากหลาย สิ่งอำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้ยึดความสุขของลูกบ้านทุกคนเป็นที่ตั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านการวิเคราะห์ เพื่อตั้งใจตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนให้ได้มากที่สุด
ทั้งหมดทั้งมวลคือสิ่งที่คุณจะได้ที่ Landmark@Grand Station ในราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท** จองเลยวันนี้! ที่ Kaidee Property รับสิทธิพิเศษและโปรแรงกว่าใคร
Oct 6, 2021 | บทความอสังหาฯ
เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมสักโครงการ แน่นอนว่าสิ่งที่หลายคนคำนึงถึงเป็นอันดับแรก คงจะหนีไม่พ้นเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการ และคำถามต่างๆ ที่ตามมาอย่าง
“คอนโด ใกล้รถไฟฟ้าไหมนะ” “มี MRT หรือเปล่า” และ “ระยะทาง ห่างจากสถานีแค่ไหนกัน” …
แน่นอนว่า รูปแบบโครงการ ดีไซน์ห้อง และ ความครบครันของส่วนกลาง ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่อย่าลืมนะคะ ว่าจุดประสงค์หลักของเราในการเลือกซื้อคอนโดสักห้อง คงหนีไม่พ้น การตามหาบ้านหลังที่ 2 ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และให้ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของเราให้ได้มากที่สุด
ดังนั้น เพื่อเป็นตัวช่วยในการประกอบการตัดสินใจ วันนี้เราจึงขอนำ คอนโดมิเนียม โครงการคุณภาพ ใกล้สถานีรถไฟ MRT ทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Groove Scape Ladprao-Suttisan และ โครงการ Cocoon Rama 9
และทั้ง 2 โครงการตัวท็อปนี้ จะมีจุดเด่นอะไรน่าสนใจ และ อยู่ใกล้กับสถานี MRT มากน้อยแค่ไหน ไปดูกันเลย
1. “Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร”
ห่างจากสถานีภาวนา 1.2 กม. และนั่งไปเพียงแค่ 1 สถานีถึง สถานี Interchange MRT สถานีลาดพร้าว
โครงการ Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโด Low Rise ความสูง 8 ชั้น มียูนิตทั้งสิ้น 189 ยูนิต และแม้ว่าตัวโครงการจะมีห้องอยู่มากพอสมควร เมื่อเทียบกับคอนโดแบบ Low Rise ทั่วไป แต่อีกหนึ่งความพิเศษของโครงการคือ ‘ความเป็นส่วนตัว’ ที่ทางโครงการสามารถมอบให้แก่ลูกบ้านได้อย่างดี แม้ว่าโครงการจะอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และมียูนิตห้องเกือบ 200 ยูนิต นั่นเอง
ความเป็นส่วนตัวนี้ เกิดจากการออกแบบ Floor Plan ของแต่ละชั้นให้มีทางเดินเป็น Single Corridor โดยให้แต่ละชั้นมีพื้นที่ส่วนกลางตั้งอยู่ที่ส่วนกลางของชั้น โดยให้ยูนิตล้อมรอบแกนกลางนั้นๆ ดังนั้นโถงทางเดินจึงมาในรูปแบบ Single Corridor โดยไม่มีห้องฝั่งตรงข้ามใช้ทางเดินเดียวกันนั่นเอง
ในส่วนของเรื่องดีไซน์ โครงการ Groove Scape มากับในคอนเซ็ปต์ “Tesselation” ซึ่งเป็นการออกแบบโครงสร้างโครงการ ด้วยแนวคิดเชิงกราฟิกในการวางแพทเทิร์นซ้ำๆ และการใช้เส้นคอนกรีตในแนวตั้ง จนทำให้เกิดสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ และดีไซน์ที่เหลือกาลเวลาแบบที่เห็นในภาพนั่นเอง
การเดินทางด้วย MRT
Divine
โครงการ Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร ตั้งอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงสำโรง-ลาดพร้าว ซึ่งตัวโครงการจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง สถานีภาวนา และ สถานีโชคชัย 4 อย่างไรก็ตามสถานีที่ใกล้กับตัวโครงการมากที่สุดนั้น คือ สถานีภาวนา ซึ่งมีระยะทางห่างจากโครงการเพียงแค่ 1.2 กิโลเมตร เท่านั้น
และหากนั่งจากสถานีภาวนาไปเพียงแค่ 1 สถานี ก็จะถึงสถานีรัชดาฯ ซึ่งเป็น สถานี Interchange เชื่อมต่อกับ รถไฟ MRT สายสีน้ำเงิน ที่สถานีลาดพร้าว ซึ่ง MRT สายสีน้ำเงินที่ว่านี้ ถือว่าเป็นเส้นเดินทางที่สำคัญของกรุงเทพฯ อีกเส้นก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นเส้นรางรถไฟที่วิ่งเป็นวงกลมเชื่อมกรุงเทพฯ ทั้งทิศเหนือ-ใต้ และ ทิศตะวันออก-ตะวันตก เข้าด้วยกัน และยังวิ่งผ่านแลนมาร์คสำคัญมากมาย
สำหรับใครที่คิดว่าระยะทาง 1.2 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่ไม่สามารถเดินได้ หากเป็นเช่นนั้น ทางโครงเขาก็มีบริการ Shutter Bus คอยรับ-ส่ง ลูกบ้าน ถึงสถานีภาวนาอีกด้วย
ทำเลที่ตั้งของโครงการ
โครงการ Groove Scape 48 ตั้งอยู่ในซอย ลาดพร้าว 48 แยก 8 เดินทางสะดวก เนื่องจากตัวซอยเป็นจุดเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย สามารถเดินทางเข้าออกได้ทั้งจากฝั่งถนนลาดพร้าว และ จากถนนสุทธิสารวินิจฉัย
ในเรื่องของการเดินทางด้วยรถยนต์ก็ถือว่าสะดวกต่อการเดินทางเข้า-ออก ตัวเมืองอย่างมาก เนื่องจากตัวโครงการอยู่ห่างจากถนนลาดพร้าว เพียง 600 ม. และ ห่างจากถนนรัชดาภิเษก ประมาณ 1.8 กม. เท่านั้น นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้กับทางด่วนโทลล์เวย์สำคัญๆ อย่าง ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และ ทางด่วนศรีรัช อีกด้วย
ดังนั้นไม่ว่าจะเดินทางด้วย รถยนต์ หรือ รถสาธารณะ BTS และ MRT ก็สะดวกมากๆ
สถานที่สำคัญใกล้โครงการ
ห้างสรรพสินค้า
1.1 สวนลุมไนท์บาซ่าร์ : 2.2 กม.
1.2 ตลาดโชคชัย 4 : 3.3 กม.
1.3 Union Mall : 4 กม.
1.4 Central ลาดพร้าว : 4.7 กม.
1.5 Major Cineplex รัชโยธิน : 5 กม.
1.6 Esplanade รัชดา : 5 กม.
1.7 Central พระรามเก้า : 5.5 กม.
สถานศึกษา
1.1 ม.เซนต์จอห์น : 3.9 กม.
1.2 รร.หอวัง : 5 กม.
1.3 ม.ราชภัฏจันทรเกษม : 5 กม.
1.4 ม.เกษตรศาสตร์ : 6.6 กม.
โรงพยาบาล
1.1 รพ.โกลเด้นเยียร์ : 1.5 กม.
1.2 รพ.สุทธิสาร : 3.2 กม.
1.3 รพ.เปาโลเมโมเรียล พหลโยธิน : 6 กม.
จุดเด่นของโครงการ
จุดเด่นที่สุดของโครงการ คือ Facility ส่วนกลาง นั่นเอง
Facility ส่วนกลางของโครงการ จัดเป็นแนวตั้ง อยู่บริเวณส่วนกลางตัวอาคาร ตั้งแต่ชั้น 1 เรื่อยขึ้นไปจนถึงชั้นดาดฟ้า ตามแนวคิด Life (Light) Source หรือ “แหล่งศูนย์รวมของชีวิต” จึงทำให้ส่วนกลางของโครงการมีชื่อเรียกว่า “Facilities Core” หรือ ส่วนกลางที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชีวิต นั่นเอง
รับแสงธรรมชาติส่องตรงลงมาจากชั้น 8 หรือชั้นดาดฟ้าโดยตรง ให้บรรยากาศธรรมชาติ โปร่งโล่งไม่อึดอัดแน่นอน
ชั้น 1 – เป็น Lobby มีลักษณะเป็นแบบ Double Volume ประกอบไปด้วยมุม Mail Box, Smart Locker และ Food Deliver
ชั้น 2 – ห้อง Multipurpose Room
ชั้น3 – Fit Club หรือ ห้อง Fitness
ชั้น 4 – Game Zone (E-Sport)
ชั้น 5 – พื้นที่ Co-Working Space
ชั้น 6 และ ชั้น 7 – ร้าน Nespresso Cafe’และพื้นที่สีเขียวสวนย่อม Secret Garden
ชั้น 8 – Sky Stair Case บันไดวนไปยังชั้นดาดฟ้า
ชั้น Roof Top – สระว่ายน้ำ Sky Pool ระบบเกลือขนาด 26 x 6 เมตร และ Pool Deck พร้อมที่นั่งพักผ่อน Sun Scape, Moon Scape และ พื้นที่สีเขียว Roof Garden
ชั้นดาดฟ้าถือเป็นไฮไลท์ และจุดขายของโครงการก็ว่าได้ เพราะมีไม่มากนักที่คอนโดแบบ Low Rise จะนำสระว่ายน้ำขึ้นมาตั้งบนชั้นดาดฟ้า แถมยังมีขนาดที่กว้างมากถึง 26 x 6 อีกต่างหาก
เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัว และ รถสาธารณะ เนื่องจากโครงการอยู่ในซอยที่เชื่อมต่อกับถนนหลัก อย่าง ถนนลาดพร้าว และ ถนนสุทธิสารวินิจฉัย และยังอยู่ติดกับแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีสำโรง-ลาดพร้าว ซึ่งห่างจากสถานีภาวนาเพียง 1.2 กม. และ ห่างจากสถานี Interchange MRT ลาดพร้าว เพียง 1 สถานีเท่านั้น
รูปแบบห้อง
ห้องโครงการ Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร มาในรูปแบบ Fully-Furnished 1 ห้องนอน โดยสามารถแบ่งห้องออกได้ 3 รูปแบบ ดังนี้
1 ห้องนอน ขนาด 23.7 ตร.ม.
เนื่องจากห้องรูปแบบที่ 1 เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดของโครงการ ตัวห้องเลยมีการจัดวางคล้ายกับห้องแบบสตูดิโอ โดยเมื่อเดินเข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่ทำอาหารทางด้านขวามือ และเชื่อมต่อกับห้องน้ำด้านซ้ายมือ ระหว่างห้องครัว และ ห้องนอน จะมีกระจกเลื่อนปิดแยกพื้นที่กันอย่างชัดเจน และเมื่อเดินเข้าไปจะเจอกับห้องนั่งเล่น ซึ่งแชร์พื้นที่ร่วมกับห้องนอนนั่นเอง
1 ห้องนอน Plus ขนาด 32.45 ตร.ม.
มีรูปแบบคล้ายกับห้องแบบแรก เมื่อเปิดเข้ามาในห้องจะเจอกับห้องครัว เมื่อเดินเข้ามาจะเป็นห้องนั่งเล่น โดยห้องแบบที่ 2 นี้ จะแยกห้องพื้นที่ห้องนั่งเล่น และห้องนอนอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังเพิ่มห้องอเนกประสงค์เข้ามาให้อีก 1 ห้องด้วย
1 ห้องนอน Plus Corner ขนาด 39.80 ตร.ม.
รูปแบบการวางสัดส่วนห้อง จะต่างจากห้องทั้ง 2 ที่ได้กล่าวมา โดยเมื่อเดินเข้ามาในห้องจะเจอกับโถงทางเดินเป็นอย่างแรก เมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่น และมุมรับประทานอาหาร ที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน ถัดมาเป็นห้องอเนกประสงค์ที่มีฉากกั้นบานเลื่อนให้ ในส่วนของห้องนอนจะให้พื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษ และในส่วนของห้องครัว จะถูกวางเป็นสัดส่วนมากขึ้น และตั้งอยู่ติดกับระเบียง มีประตูกระจกปิดกั้นพื้นที่ให้เรียบร้อย
ห้องแต่ละแบบของโครงการ Groove Scape ต่างถูกออกแบบมาให้มีบรรยากาศโล่งโปร่ง ไม่อึดอัด ด้วยความสูง Floor to Ceiling อยู่ที่ 2.55 ม. และมีการจัดว่างห้องต่างๆ อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน
นอกจากนี้ ทุกยูนิตยังมาพร้อมกับห้องครัวในตัว และเป็นห้องแบบ Fully Furnish ฟรีเฟอร์นิเจอร์มากมาย เช่น อุปกรณ์ห้องครัว อย่าง Hob & Hood ของ Mex, โซฟาพร้อมโต๊ะกลางรับประทานอาหาร, เตียงนอน, ตู้เสื้อผ้า, ชั้นวางทีวี และอีกมากมาย
2. Cocoon Rama9
ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีศรีกรีฑาเพียง 400 ม. (ใช้เวลาเดินเพียง 3 นาที) และ 5 นาที จากแอร์พอร์ต ลิงก์ สถานีหัวหมาก
โครงการ Cocoon Rama 9 เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise ความสูง 8 ชั้น มียูนิตรวมทั้งสิ้น 146 ยูนิต โดยโครงการมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ดังนั้นจึงให้ความเป็นส่วนตัวสูง
และเนื่องจากโครงการถูกพัฒนาจาก Developer มืออาชีพ อย่างบริษัท Royal House ผู้มากด้วยประสบการณ์การสร้างบ้านกว่า 30 ปี ดังนั้นเรื่องของความมั่นคง และความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร จึงมั่นใจถึงมาตรฐานที่วางใจได้แน่นอน
Cocoon Rama 9 มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ภายใต้แนวคิด ‘Simple Sensibility’ หรือ ‘ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย’ โดยทางโครงการมีความตั้งใจที่จะสร้างที่พักอาศัยให้เป็นเสมือนที่ชาร์จพลัง รองรับชีวิตที่แสนวุ่นวายของคนเมืองอย่างแท้จริง
ซึ่งคอนเซ็ปต์ที่ว่านี้ ถูกแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนจากรายละเอียดการออกแบบในทุกพื้นที่ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ ไม้แท้, พื้นหิน หรือ โคมไฟหวายรูปทรงรังไหม เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นจากธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ให้สมกับชื่อโครงการ “โคคูน” หรือ “รังไหม” นั่นเอง
การเดินทางด้วย MRT
cocooncondo
เนื่องจากโครงการไม่ได้อยู่ติดริมถนน ทำให้การเดินทางด้วยรถสาธารณะยังไม่ค่อยสะดวกนัก
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ตัวโครงการ ตั้งอยู่ใกล้กับถนนศรีนครินทร์ ซึ่งกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ขับผ่าน (คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2565) ทำให้โครงการอยู่ห่างจากสถานีรถไฟศรีกรีฑา เพียงแค่ 3 นาที หรือ 400 เมตร เท่านั้น
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเดินทางไปเชื่อมต่อกับสถานี Interchange เพื่อเปลี่ยนไปใช้งานรถไฟฟ้า MRT ได้ที่สถานีแยกลำสาลี ซึ่งห่างจากสถานีศรีกรีฑา ไปทางรัชดา เพียงแค่ 1 สถานีอีกด้วย
เท่านี้ยังไม่พอ สำหรับใครที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศ ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับสถานีแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีหัวหมาก เพียงแค่ 5 นาที หรือประมาณ 2.3 กม. เท่านั้น
ดังนั้น แม้ว่าตัวโครงการจะไม่ได้ติดกับถนน แต่การเดินทางด้วยด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT นั้นเป็นไปได้ และสะดวกมากเลยทีเดียว
ทำเลที่ตั้งของโครงการ
โครงการ Cocoon พระราม 9 ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ซอย 59 เลียบทางด่วนศรีรัช ซึ่งที่ตั้งของโครงการจัดว่าอยู่ระหว่างแยกรามคำแหง – แยกพัฒนาการ ในย่านพระราม 9 ซึ่งเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์ อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และห้างสรรพสินค้ามากมาย
ตัวโครงการอยู่ไม่ไกลจากห้าง The Nine Center พระราม 9 สามารถเดินทางไปยังทองหล่อ-เอกมัย ได้สะดวก โดยการวิ่งผ่านเส้นรามคำแหงตอนต้น ไปตัดกับเส้นเพชรบุรี เพื่อเข้าไปยังทองหล่อ ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที
และแม้ว่าคอนโดจะอยู่ในซอย แต่การเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าสะดวก สามารถเข้าออกโครงการได้ด้วยถนนถึง 3 เส้นด้วยกัน ได้แก่ ถนน พระราม 9 (ซ.59 และ ซ.57/2), ถนน รามคำแหง (ใช้ ถ.พระราม 9 ซ.57 ผ่าน ซ.หัวหมาก 21 ไปออก ถ.หัวหมาก (รามคำแหง 24)) และ เส้นทางสุดท้าย คือการเข้า ผ่าน รพ. สมิติเวช เพื่อมุ่งหน้าไปออก ถ.ศรีนครินทร์
สถานที่สำคัญใกล้โครงการ
ห้างสรรพสินค้า
1.1 The Nine พระราม 9 และ ตลาดเสรีมาร์เก็ต : 2.1 กม.
1.2 Seacon Square และ Paradise Park : 2.5 กม.
1.3 Tesco Lotus สาขา พัฒนาการ : 3.2 กม.
1.4 The mall บางกะปิ : 3.2 กม.
1.5 The Mall รามคำแหง : 4 กม.
1.6 Home Pro พระราม 9 : 4 กม.
1.7 Major Hollywood : 5.6 กม.
สถานศึกษา
1.1 ม.อัสสัมชัญ หัวหมาก : 1.7 กม.
1.2 ม.รามคำแหง : 2.8 กม.
1.3 โรงเรียน St.Mark International School : 2.3 กม.
โรงพยาบาล
1.1 รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ : 230 ม.
1.2 รพ. วิภาราม พัฒนาการ : 3.0 กม.
สถานี BTS และ MRT
1.1 สถานีศรีกรีฑา: 400 ม.
1.2 สถานีแอร์พอร์ตลิงค์ หัวหมาก : 2.6 ม.
1.3 สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา : 3.6 ม.
จุดเด่นของโครงการ
หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าพื้นที่แทบทุกส่วนของโครงการถูกสร้างด้วยวัสดุ ไม้แท้ แทรกด้วยพื้นที่สีเขียวตามจุดต่างๆ ทั้งนี้เกิดจากความมุ่งหวังในการสร้างบรรยากาศ Cozy ตามคอนเซ็ปต์ ‘Cocoon ’ ที่แปลเป็นไทยว่า ‘รังไหม’ เสมือนกับเป็น ‘Charging Pod’ หรือพื้นที่ชาร์จพลังชีวิต สัมผัสได้ตั้งแต่จากก้าวแรกที่เดินเข้ามาในโครงการนั่นเอง
เนื่องจากโครงการไม่ใหญ่มาก และมียูนิตเพียงแค่ 146 ยูนิต ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง แม้จะตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองอย่างย่านพระราม 9 ก็ตาม
โครงการ Cocoon Rama 9 มาพร้อมกับ Facility ส่วนกลางครบครัน เน้นฟังก์ชันการใช้งานจริง
Co-Working Space: หรือที่ทางโครงการเรียกว่า ‘Co-Coon Space’ จะอยู่ที่บริเวณชั้น 2 ภายในมีเพดานสูงแบบ Double Volume Ceiling โปร่งโล่ง พร้อมโต๊ะทำงานหลากหลายรูปแบบThe Cocoon Fitness: อยู่ที่บริเวณชั้น 2 เช่นกัน ประกอบไปด้วยเครื่องเล่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเล่น Weight Training หรือ จะ Cardio ก็มีครบ และที่สำคัญยังมีกระจกสูงเต็มตัว ให้ลูกบ้านได้เห็นวิวภายนอกอาคารขณะออกกำลังอีกด้วยสระว่ายน้ำ : อยู่ที่ Ground Floor มาในขนาด 15 x 5 เมตร เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมสระจากุซซี่ในตัว อีกทั้งยังมีโซนพักผ่อนข้างๆ สระอยู่หลายโซน พร้อมกับต้นไม้ใหญ่ และพุ่มไม้รอบสระ เพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างลงตัว
รูปแบบห้อง
โครงการ Cocoon Rama 9 จัดสรรส่วนที่พักอาศัยให้ลูกบ้านตั้งแต่ ชั้น 2-8 โดยมีโครงสร้างยูนิตให้เลือกตั้งแต่ 1-2 ห้องนอน ภายในห้องความสูง Floor to ceiling อยู่ที่ 2.4 เมตร และมีทั้งหมด 4 แบบ ให้เลือกด้วยกัน
ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-MMON) ขนาด 26 ตร.ม.
แม้ว่าจะเป็นยูนิตขนาดเล็ก แต่ก็มีพื้นที่พอเหมาะพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานครบครัน จุดเด่นของห้องนี้ คือ บริเวณห้องครัว และ โต๊ะอาหาร ที่ถูกจัดวางไว้นอกริมระเบียง ทั้งนี้เพื่อเป็นการตัดปัญหาเรื่องกลิ่นอาหาร ไปพร้อมๆ กับการดื่มด่ำวิวขนาดรับประทานอาหารนั่นเอง
ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-MFORT) ขนาด 30 ตร.ม.
ฟังก์ชันการใช้งานจะคล้ายกับห้องในแบบแรก ต่างกันที่โครงสร้าง โดยห้องในแบบที่สองจะให้พื้นที่ใช้สอยบางส่วนในแนวลึกไปด้านในตัวห้อง เช่น พื้นที่ห้องครัว และ ห้องนอน ที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และไม่ได้แชร์พื้นที่กับห้องนั่งเล่นเหมือนห้องในแบบแรก ทำให้ห้องเป็นระเบียบมากขึ้น
ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-NNECT) ขนาด 33-35 ตร.ม.
ด้วยขนาดห้อง 33-35 ตร.ม ทำให้ห้องมีขนาดกำลังดี ไม่อึดอัด เพิ่มความรู้สึกปลอดภัยเหมือนอยู่บ้านอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ห้องนี้ยังประกอบไปด้วยพื้นที่ห้องต่างๆ ที่แบ่งโซนกันอย่าชัดเจน ได้แก่ โซนห้องนอน, ห้องครัว, ห้องนั่งเล่น และ ยังมีห้องทำงานเพิ่มให้อีก 1 ห้องอีกด้วย
ห้องแบบ 2 ห้องนอน (CO-MPASS) ขนาด 42-44 ตร.ม.
สำหรับคนไหนที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนๆ ห้องในรูปแบบที่ 5 นี้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณแน่นอน ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างมากสุดถึง 44 ตร.ม พร้อมกับพื้นที่ของต่างๆ ที่ถูกจัดวางแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน
โดยห้องแบบที่ 5 นี้ ประกอบไปด้วย ห้องนอน 2 ห้อง ห้องครัว 1 ห้อง และห้อง 1 ห้อง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารกว้างขวาง เรียกได้ว่า พื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือเลยทีเดียว
ทุกห้องของโครงการมาในรูปแบบ Fully-Furnished พร้อม เฟอร์นิเจอร์ไม้ลามิเนต Built-In และ เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะวางทีวี, ฐานเตียงนอน, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะเครื่องแป้ง, ตู้เก็บอาหาร, โต๊ะรับประทานอาหาร และอีกมากมาย
ไม่ว่าคุณจะถูกใจพื้นที่ส่วนกลางของ Groove Scape หรือดีไซน์ห้องของ Cocoon Rama 9 ทั้ง 2 โครงการ ต่างมอบความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งทางรถยนต์ และ รถสาธารณะ ไม่ต่างกัน อยู่ที่ว่าทำเลไหน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้มากที่สุดต่างหาก…..
หากคนไหน ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะเลือกคอนโดไหนดี ลองกดเข้าไปอ่านข้อมูลโครงการเพิ่มเติมกันได้เลย