New CBD ย่านความเจริญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

New CBD ย่านความเจริญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

ถ้าพูดถึงย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร ทุกคนจะต้องนึกถึงย่านใหญ่ ๆ ของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น สยาม ชิดลม สีลมและสาทร เป็นต้น แต่ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีขนาดเศรษฐกิจและประชากรที่ขยายใหญ่ขึ้น จึงทำให้กรุงเทพมหานครเกิดย่านเศรษฐกิจแห่งใหม่ขึ้นมา เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ไม่วา่จะเป็นเรื่องการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ เช่น ตึกสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงที่พักอาศัยอย่าง คอนโดมิเนียม เป็นต้น ที่กำลังขยายออกมาตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจใหม่หรือที่เรียกกันว่า New CBD ย่ามาจาก Central Business District ที่มีความหมายภาษาไทยว่า ย่านศูนย์กลางทางธุรกิจ เป็นย่านที่เป็นศูนย์รวมของแหล่งงาน กิจการธุรกิจต่าง ๆ และยังรวมไปถึงมี LifeStyle ทางสังคมต่าง ๆ ของคนเมือง ซึ่งจะนึกถึงย่านไหนไม่ได้เลย นั่นคือ ย่านรัชดาฯ – พระราม 9 ทำเลทอง ทำเล New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร

ปัจจัยที่ทำให้เกิด New CBD 

1. ทำเลที่รวมธุรกิจต่าง ๆ 

โดยการที่จะเกิด New CBD ได้นั้นต้องมีปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อน นั่นคือ การมีธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาตั้งบริษัทที่ทำเลนั้น ๆ อย่างในปัจจุบัน ทำเล New CBD รัชดาฯ – พระราม 9 เป็นทำเลที่บริษัทต่าง ๆ ได้เข้ามาตั้งบริษัทตามอาคารสำนักงานตึกสูงหลายแห่ง ทำให้เกิดการจ้างงานและดึงกลุ่มคนทำงาน เข้ามาทำงานในทำเลนี้ จึงทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตขึ้น ยกตัวอย่างตึกสำนักงานอย่าง 

  • ตึก G-Tower 
  • Unilever House 
  • The Ninth Tower พระราม 9 
  • ตึกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 
  • AIA Capital Center
  • True Tower1 

และตึกสำนักงานอีกหลายแห่งที่มีบริษัทต่าง ๆ เช่าพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สำหรับออฟฟิศของบริษัทอยู่เยอะเลยละ

2. การคมนาคมที่สะดวกสบาย

แน่นอนว่าเป็นแหล่งรวมธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ แล้ว การเดินทางเข้ามาในทำเลก็ต้องมีความง่ายและสะดวกสบาย ซึ่งปัจจุบันทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 เป็นทำเลที่มีการคมนาคมที่ครอบคลุม เดินเข้ามาง่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถยนต์ ใช้ขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์ที่นั่งเข้ามาได้จากหลายสาย ที่สำคัญระบบรถไฟฟ้า MRT ที่สามารถนั่งมาจากสถานีไหนก็ได้ก็สามารถเชื่อมต่อมายังสถานีในทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 ได้อย่างสะดวกสบาย โดยในปัจจุบัน เส้นทาง รัชดาฯ – พระราม 9 จะมี รถไฟฟ้า MRT สถานี พระราม 9, ศูนย์วัฒนธรรม, และมีพื้นที่ใกล้เคียงอย่าง สถานีห้วยขวาง, สถานีสุทธิสาร และสถานีรัชดาภิเษก ที่อยู่ใกล้พื้นที่พระราม 9 นั่นเอง  

3. ที่พักอาศัย

และแน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็นทำเล New CBD แล้ว ในพื้นที่ทำเลนี้จะต้องมีแหล่งชุมชนบ้านเรือนของประชากรเดิมที่มีอยู่แล้ว และมีโครงการของคอนโดมิเนียมและโครงการหมู่บ้านต่าง ๆ ต่างก็พากันมาลงทุนซื้อพื้นที่ในทำเลนี้สร้างที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับประชากรที่ต้องเพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะรองรับคนที่มีกำลังซื้อเพื่ออาศัยอยู่หรือซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า โดยทำเลนี้ก็เหมาะกับคนที่เข้ามาทำงานในทำเลพระราม 9 เพื่อจะได้เดินทางไปทำงานอย่างสะดวกสบาย ซึ่งราคาจะมีตั้งแต่ 2 ล้านปลาย ๆ ขึ้นไปจนถึงหลักสิบล้านกันเลยทีเดียว เนื่องจากราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วยนั่นเองครับ  

4. สถานที่สำคัญและแหล่งรวม Lifestyle คนเมือง 

โดยทำเลนี้จะเป็นทำเล New CBD ไม่ได้เลยถ้าขาดแหล่ง LifeStyle คนเมืองอย่าง ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ชอป เพราะปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้คนนั้นออกไปใช้เงิน จับจ่ายใช้สอย ทำให้เงินหมุนเวียน ส่งผลให้ในทำเลนี้มีการซื้อ-ขาย กันแบบคึกคัก เศรษฐกิจเติบโต ซึ่งทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 นั้นก็มีปัจจัยที่ว่านี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าอย่าง 

  • Central พระราม 9
  • Fortune พระราม 9 
  • Show DC พระราม 9 
  • Esplanade รัชดาฯ 

และห้างสรรพสินค้าอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีตลาดนัดขนาดใหญ่ที่ดึงดูดผู้คนให้ไปจับจ่ายใช้สอยอย่าง ตลาดนัดรถไฟ รัชดาฯ นั่นเอง รวมไปถึงสถานที่กิน เที่ยวกลางคืนอีกหลายสถานที่ จึงทำให้ทำเลนี้มีความคึกคักของผู้คนเป็นพิเศษ อีกทั้ง ยังมีสถานที่สำคัญอย่าง สถานที่ราชการ สถานทูต โรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง จึงทำให้ทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แบบครบครัน 

5. Location 

แน่นอนว่าการได้ตำแหน่งที่ตั้งที่ดีเป็นสิ่งที่ได้เปรียบมาก ๆ สำหรับที่พักอาศัย เพราะนั่นหมายถึงว่าเรามีความสะดวกสบายต่าง ๆ อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น สถานที่สำคัญต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ช๊อป ไม่ว่าจะหมุนตัวหรือขับรถไปทางไหนก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งการเดินทางก็ยังสะดวกสบาย เพราะใกล้ขนส่งสาธารณะต่าง ๆ หรือจะเลือกเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบาย เพราะอยู่ในย่านที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปที่ไหนก็ได้  

สรุปท้ายบทความ  

ทำเล New CBD มีหลายสิ่ง หลายปัจจัยรวมกันทำให้ทำเลนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลทองหรือ New CBD นั่นเอง โดยเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนในด้านของอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะประเภทตึกสำนักงาน คอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยรูปแบบอื่น ๆ ต่างมีความต้องการที่จะเข้ามาซื้อพื้นที่ในทำเลนี้เพื่อลงทุน เนื่องจากความต้องการของคนในเรื่องของที่อยู่อาศัยมีสูงขึ้น เพราะทำเลนี้เป็นพื้นที่ของการทำงานของชาวออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติก็ตาม ความต้องการของผู้คนเหล่านี้มีความต้องการที่จะซื้อและเช่าคอนโดในบริเวณทำเลนี้ด้วย เพื่อความสะดวกสบายต่อการเดินทาง จึงทำให้ทำเลนี้เป็นพื้นที่ที่นักลงทุนค่อนข้างให้ความสำคัญและเป็นทำเลที่ผู้คนอยากจะเข้ามาซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุนในอนาคตด้วยนั่นเอง 

หากใครกำลังหาที่อยู่ในพื้นที่ New CBD รัชดาฯ – พระราม 9 ที่ Kaidee Property เรามีที่พักอาศัยให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อในรูปแบบและราคาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือจะซื้อเพื่อลงทุนต่อ ก็เป็นความคิดที่ดีเลยละครับ  

ย่าน North CBD คือย่านอะไร เหมาะที่จะลงทุนซื้อคอนโดไหม?

ย่าน North CBD คือย่านอะไร เหมาะที่จะลงทุนซื้อคอนโดไหม?

ถ้าพูดถึงย่านศูนย์กลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ หรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Central Business District (CBD) โดยมีคำจำกัดความแบบเข้าใจง่าย กระชับ นั่นคือ เขตพื้นที่ศูนย์รวมของแหล่งงานกิจการธุรกิจและกิจกรรมทางสังคม ต่าง ๆ ของคนเมือง ซึ่งถ้าเป็นกรุงเทพมหานครในตอนที่ยังมีความเจริญอยู่ในย่านเดียว

แต่ในปัจจุบันความเจริญได้แผ่ขยายออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ รถไฟฟ้าเริ่มครอบคลุมในทุก ๆ พื้นที่ ทำให้เกิดการกระจายตัวของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ก็กระจายไปผุดขึ้นตามทำเลที่มีแนวโน้มเป็นทำเลทองในอนาคตซึ่งรวมไปถึงที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมือง คือ คอนโด ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีทั้งในแบบธรรมดาและระดับ Luxury เพื่อดูดคนให้มาลงทุนซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุนในอนาคตด้วยนั่นเอง 

โดยในปัจจุบัน จะแบ่งย่าน CBD ไว้ประมาณ 6 ย่าน ได้แก่ 

  • Core CBD บางรัก – สาทร ถึง ปทุมวัน – ราชเทวี 
  • Outer CBD พระราม 4 – อโศกมนตรี – สุขุมวิท – ทองหล่อ/เอกมัย 
  • New CBD อโศก – พระราม 9 – รัชดาภิเษก – ห้วยขวาง 
  • North CBD ห้าแยกลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ 
  • East Center บางนา – สุขุมวิทตอนล่าง 
  • MidTown อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – พหลโยธิน – อารีย์ 

โดยวันนี้บทความเราจะมาพูดถึงย่านที่น่าจับตามองและจะกลายเป็นทำเลทองในอนาคตอย่าง North CBD ห้าแยกลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ นั่นเองครับ

North CBD ย่าน New CBD ตอนเหนือของกรุงเทพฯ

ถ้าให้พูดถึงย่าน New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร หรือ เรียกง่าย ๆ ว่า ย่านศูนย์รวมของแหล่งงาน ธุรกิจ ที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ซึ่งย่านห้าแยกลาดพร้าว  – จตุจักร – บางซื่อ เป็นย่านที่รวมเอาศูนย์การค้าต่าง ๆ อาคารทำงานสำนักต่าง ๆ รวมไปถึงคอนโดที่เริ่มสร้างขึ้นในปี 2563 ขึ้นเป็นจำนวนมาก และสิ่งสำคัญที่ทำให้ทำเลแห่งนี้ก้าวขึ้นเป็น New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ คือ การมีคมนาคมที่เพียบพร้อมไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ที่มีเชื่อมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มีรถไฟฟ้า BTS และ MRT และมีสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจัยนี้เหล่าเลยทำให้ทำเลย่านห้าแยกลาดพร้าว – จตุจักร – บางซื่อ เป็น New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครนั่นเอง 

เจาะ ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็น North CBD ของกรุงเทพฯ

1. จุดรวมการเชื่อมต่อ การคมนาคมที่ครบครัน 

ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเล North CBD ของกรุงเทพแล้ว การคมนาคมก็ต้องครบเครื่อง โดยห้าแยกลาดพร้าว  – จตุจักร – บางซื่อ มีการคมนาคมที่ครบสมบูรณ์แบบทั้งรถเมล์ที่วิ่งให้บริการถึง 18 สายปลายทางเชื่อมต่อไปทุกเส้นทางของกรุงเทพฯ และปริมณฑล รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า MRT ที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ทั้งในเมืองและชานเมือง อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟกลางบางซื่อ เป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนสถานีรถไฟหัวลำโพง โดยจะรวบรวมรถไฟเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเชื่อมกับ

  • แอร์พอตเรลลิงค์วิ่งไป-กลับสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ 
  • รถไฟฟ้าความสูง HSR 
  • รถไฟฟ้าในเมืองและชานเมือง

2. แหล่งรวมสถานที่ช้อปปิ้ง 

ทำเลนี้เป็นทำเลที่รวบรวมเอาแหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ มาไว้ จึงทำให้เป็นทำเลที่คึกคักมาก อย่างห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว ที่ผู้คนต่างนิยมมาเดินช้อปปิ้ง มาทานอาหารกันอย่างคึกคัก ห้างยูเนี่ยนมอลแหล่งรวมเสื้อผ้าที่หลากหลาย รวมไปถึงห้างสรรพค้าต่าง ๆ อย่าง เมเจอร์ รัชโยธิน โลตัส บิ๊กซี อีกทั้งยังมีตลาดนัดที่มีชื่อเสียงอย่างตลาดนัดจตุจักรที่ผู้คนต่างมาเดินซื้อของกัน จึงทำให้ทำเลแห่งนี้เป็นทำเลที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ไม่แปลกใจที่จะเป็น North CBD ของกรุงเทพฯ

3. ที่ตั้งของอาคารสำนักงานและสถานที่สำคัญ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นทำเล North CBD คือ การที่มีอาคารสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นสถานที่ทำงานของพนักงานออฟฟิศมากมาย เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน นั่นคือ การมีธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาตั้งบริษัทที่ทำเลนั้น ๆ อย่างในปัจจุบัน ทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อ เป็นทำเลที่บริษัทต่าง ๆ ได้เข้ามาตั้งบริษัทตามอาคารสำนักงานตึกสูงหลายแห่ง ทำให้เกิดการจ้างงานและดึงกลุ่มคนทำงาน เข้ามาทำงานในทำเลนี้ จึงทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตขึ้น ยกตัวอย่างตึกสำนักงานอย่าง

  • ตึกธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำนักงานใหญ่ 
  • ปตท. สำนักงานใหญ่ 
  • ตึก TMB 
  • SJ infinite 
  • Sun tower 
  • ตึก Bangkok Airways 
  • ตึก THAI Airways 
  • ตึก PST 
  • ไทยรัฐ 

และมีอาคารสำนักงานที่กำลังจะเกิดอีกหลายแห่ง เช่น 

  • S Oasis อาคารสำนักงานสูง 36 ชั้น คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564 
  • Ratchayothin Hills ที่รวมเอา โรงแรม อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อยู่ด้วย คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2566 
  • Mochit Complex ที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงานและแหล่งค้าปลีก คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2566 

โดยที่ยกตัวอย่างไปข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนของตึกอาคารสำคัญต่าง ๆ แต่ยังมีอาคารสำนักงาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในทำเลแห่งนี้

4. ที่อยู่อาศัย

แน่นอนว่าเป็นทำเล North CBD มีที่อยู่อาศัยบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วและในปัจจุบันมีโครงการคอนโดต่าง ๆ ขึ้นเป็นแนวรถไฟฟ้าและขึ้นในพื้นที่ห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อเยอะมากซึ่งจะเป็นคอนโดหลายประเภททั้งแบบ Low Rise และ High Rise

โดยที่ผู้คนต่างก็พากันมาลงทุนซื้อพื้นที่ในทำเลนี้เพื่ออยู่อาศัย สิ่งสำคัญคือการรองรับประชากรที่ต้องเพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะรองรับคนที่มีกำลังซื้อเพื่ออาศัยอยู่จริง ๆ หรือซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า โดยทำเลนี้ก็เหมาะกับคนทำงานทำงานที่ทำเลนี้อยู่แล้วในเมือง เพราะเป็นทำเลที่สามารถเดินเชื่อมต่อเข้าเมืองและออกนอกเมืองก็สะดวก

โดยตัวอย่างคอนโดที่อยู่ในทำเลนี้ คือ

  1. Life ลาดพร้าว 

ขอบคุณภาพจาก: Life ลาดพร้าว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link 

รายละเอียด: คอนโด Life ลาดพร้าว จาก AP Thailand คอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 45 และ 46 ชั้น กับห้องพักทั้งหมด 1,615 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า 

ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สิ่งอำนวยความสะดวก: 

ภายใน

  • Iconic Lobby
  • The Share Space
  • Intelligent Co – Thinking Space
  • Mailbox
  • Smart Locker
  • The Urban Oasis
  • Sky Social Club
  • Theatre House
  • Panoramic Health Club
  • Multi Purpose Room
  • Cityscape Infinity Lap Pool and Sky Cabana
  • Steam
  • Sauna
  • Free Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 24 ชั่วโมง
  • Green Landscape 
  • Street Bas Court
  • Play House
  • EV Charger
  • ที่จอดรถ 723 คัน
  • ร้านค้า 1 ยูนิต
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ภายนอก  

  • BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว
  • MRT สถานีพหลโยธิน 
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข 
  • Lotus ลาดพร้าว 
  • Central ลาดพร้าว
  • Major รัชโยธิน
  • Big C Extra ลาดพร้าว 2
  • SCB Park
  • ตลาดบางเขน
  • ตลาดนัดจตุจักร
  • โรงเรียนหอวัง
  • โรงเรียนเซนต์จอห์น
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • โรงพยาบาลเมโย
  • โรงพยาบาลเมมโมเรียล พหลโยธิน
  • โรงพยาบาลวิภาวดี
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น 

และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย 

ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท

  1. Life ลาดพร้าว แวลลีย์ 

ขอบคุณรูปภาพจาก: Life ลาดพร้าว แวลลีย์  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link

รายละเอียด: คอนโด Life ลาดพร้าว แวลลีย์ จาก AP / The First Adventurous Luxury Residence คอนโด High Rise สูง 44 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 1,141 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564 

ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สิ่งอำนวยความสะดวก: 

ภายใน

  • Lobby
  • Intelligent Co – Thinking Space
  • Mailbox
  • Smart Locker
  • Multi Living Space
  • Library
  • Theatre House
  • Multi Purpose Room
  • สระว่ายน้ำ 3 สระ 
  • Steam and Sauna
  • หน้าผาจำลอง
  • Free Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 24 ชั่วโมง
  • Green Landscape 
  • ที่จอดรถ 484 คัน
  • ร้านค้า 1 ยูนิต
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ภายนอก  

  • BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว
  • MRT สถานีพหลโยธิน 
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข 
  • Lotus ลาดพร้าว 
  • Central ลาดพร้าว
  • Major รัชโยธิน
  • Big C Extra ลาดพร้าว 2
  • SCB Park
  • ตลาดบางเขน
  • ตลาดนัดจตุจักร
  • โรงเรียนหอวัง
  • โรงเรียนเซนต์จอห์น
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • โรงพยาบาลเมโย
  • โรงพยาบาลเมมโมเรียล พหลโยธิน
  • โรงพยาบาลวิภาวดี
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น 

และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย 

ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท

  1. The Line พหลโยธิน พาร์ค  

ขอบคุณรูปภาพจาก: The Line พหลโยธิน พาร์ค 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link 

รายละเอียด: คอนโด The Line พหลโยธิน พาร์ค จาก Sansiri คอนโด High Rise สูง 46 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 981 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า คาดจะสร้างเสร็จในปี 2565 

ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สิ่งอำนวยความสะดวก: 

ภายใน

  • Lobby
  • Mailbox
  • Photo Studio
  • Co-Working Space
  • Workshop Room
  • Meeting Room
  • Co-Playing Space
  • Co-Living Space 
  • Co-Cooking Space 
  • สวนดาดฟ้า
  • ฟิตเนส
  • สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 
  • กล้องวงจรปิดภายในโครงการ 
  • รปภ.ตลอด 24 ชั่วโมง

ภายนอก  

  • BTS สถานีพหลโยธิน 24
  • MRT สถานีพหลโยธิน 
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข 
  • Lotus ลาดพร้าว
  • ยูเนี่ยนมอล
  • เซ็นทรัล ลาดพร้าว 
  • เมเจอร์ รัชโยธิน 
  • Avenue รัชโยธิน 
  • SCB Park 
  • โรงเรียนหอวัง
  • มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์น 
  • วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • โรงเรียนสารวิทยา 
  • มหาวิทยาลัยจันทรเกษม 
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • กรมป่าไม้
  • สำนักงานขนส่ง 
  • สำนักงานสรรพากร 
  • สนามกีฬากองทัพบก 
  • โรงพยาบาลเปาโล เกษตร 
  • โรงพยาบาลวิภาวดี 

และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย 

ราคาเริ่มต้น: 4.2 ล้านบาท 

5. อนาคตทำเลทอง ซื้อไว้มีแต่ราคาขึ้น

ไม่ใช่แค่ในอนาคตจะเป็นทำเลทองอีกหนึ่งที่ของกรุงเทพ แต่ในตอนนี้ทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลทอง ทำเลศักยภาพ เป็น Next North CBD ของกรุงเทพฯ ไปแล้ว เพราะด้วยหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้ทำเลแห่งนี้กลายเป็น North CBD ที่เพียบพร้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ช้อป ไม่ว่าจะหมุนตัวหรือขับรถไปทางไหนก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งการเดินทางก็ยังสะดวกสบาย เพราะใกล้ขนส่งสาธารณะต่าง ๆ หรือจะเลือกเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบาย เพราะอยู่ในทำเลที่สามารถเดินทางไปที่ไหนก็สามารถไปได้ทุก ๆ ที่อย่างสะดวกสบาย

สรุปท้ายบทความ 

สำหรับใครที่กำลังคิดจะซื้อคอนโดทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยแล้ว ในอนาคตถ้าไม่อยู่อาศัยแล้ว เพราะต้องขยับขยายก็สามารถขายและปล่อยเช่าเป็นรายได้อีกทางก็ได้ เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง เพราะราคาขึ้นแน่นอน เนื่องจากทำเลนี้เป็นทำเลทองที่กำลังขยับขยาย เป็นทำเลที่กำลังเจริญและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ ถ้าใครคิดจะลงทุนซื้อคอนโดนั่นเป็นความคิดที่ดีเลยละครับ 

แต่ถ้าหากใครที่กำลังหาคอนโดอยู่ทาง Kaidee Property เราก็มีคอนโดให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อเยอะเลย ลองเข้ามาดูกันก่อนได้นะครับ คลิกเลย 

บ้าน VS คอนโด จะเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดดี?

บ้าน VS คอนโด จะเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดดี?

ปัจจุบันไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนก็เด่นชัดขึ้น การจะเลือกที่อยู่อาศัยก็แตกต่างกันออกไปตามไลฟ์สไตล์ ความพอใจและความสะดวกสบาย คำถามว่าบ้านหรือคอนโด สิ่งไหนจะตอบโจทย์คุณที่สุด วันนี้เรามีคำตอบ

5 ข้อคำนึงก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด

ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอย่างบ้านหรือคอนโดนั้น เรามักมีการประเมินราคา ขนาดพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม และปัจจัยยิบย่อย โดยขอแบ่งเป็นหัวข้อสำคัญที่ผู้อยู่อาศัยหลักควรคำนึงถึงดังนี้ 

  1. ราคาที่ต้องจ่ายในการซื้อบ้านและคอนโด แน่นอนว่าใจปัจจุบันมีตัวเลือกราคาที่มากมายที่ไม่ว่าบ้านหรือคอนโดก็สามารถเริ่มต้นด้วยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3-10 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่ต้องคำนึงถึงอย่างเช่น เงินดาวน์ ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ค่าผ่อนชำระ ค่าประกันหรือภาษีที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้งบประมานบานปลายมากนัก
  2. ขนาดพื้นที่ใช้สอย หลายคนก็คงจะมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่าบ้านนั้นจะมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางกว่ามากถ้าหากเทียบกับคอนโด ซึ่งหากคุณมีน้องหมาหรือมีเด็กเล็ก การเลือกบ้านที่มีพื้นที่กว้างจะเหมาะกว่าสำหรับลานกิจกรรมสำหรับคนในครอบครัว แต่หากคุณยังคงทำงานหรือไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเมือง การเลือกคอนโดจะทำให้คุณสามารถเดินทางได้สะดวกมากขึ้นแต่ก็แลกมากับพื้นที่ใช้สอยที่จำกัดถึงแม้จะมีส่วนกลางที่ครบครัน 
  3. ทำเลที่ตั้ง เป็นอีกหนึ่งในเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ใจปัจจุบันนี้มีการสร้างคอนโดที่อยู่ในตัวเมืองให้เลือกอยู่อาศัยมากมาย และโดยส่วนมากจะตั้งอยู่ใกล้ถนนหรือแนวรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้าหรือออฟฟิศสถานที่ทำงาน ซึ่งบ้านในตัวเมืองหากไม่ใช่บ้านเดียวมือสองก็จะสามารถหาได้ยากหรือแทบจะไม่มีเลย โดยส่วนใหญ่แล้วบ้านตามโครงการนั้นจะอยู่แถบชานเมือง คุณจะได้ความสงบ พื้นที่ส่วนตัว ใกล้ต้นไม้และธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลาเดินทางหากมีธุระในตัวเมือง ซึ่งถือเป็นข้อเสียหลักของการอยู่บ้านแถบชานเมือง
  4. การดูแลและบำรุงรักษา ถือเป็นข้อได้เปรียบของการอยู่คอนโดที่ทางนิติบุคคลหรือโครงการนั้นๆ จะเป็นฝ่ายดูแลความเรียบร้อย ตั้งแต่อุปกรณ์ออกกำลังกาย สระว่ายนั้น ไปจนถึงตัวอาคารต่างๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษานี้มาจากค่าส่วนกลางที่จ่ายในทุกปี ในขณะเดียวกันนั้นหมูบ้านบางโครงการก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าส่วนกลางบำรุงรักษา แต่ผู้อยู่อาศัยอย่างเจ้าของบ้านนั้นเป็นผู้ดูแลการบำรุงรักษาเองทุกอย่าง อย่างเช่นการดูแลระบบน้ำไฟ การซ่อมบำรุงหลังคา กำแพง หรือแม้แต่การตกแต่งสวนซึ่งค่าใช้จ่ายอาจบานปลายขึ้นอีกเรื่อยๆ ในระยะยาว 
  5. สภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัย หากคุณเป็นครอบครัวรักสันโดดหรือต้องการความเป็นส่วนตัว บ้านจะทำให้คุณมีสัดส่วนการใช้งานที่ชัดเจนและไม่ต้องแบ่งสันปันส่วนกับใคร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการเลี่ยงการพบปะผู้คน ตรงกันข้ามกับการอยู่คอนโดที่ในบางครั้งคุณอาจจะต้องมีการใช้ฟิตเนส สระว่ายน้ำ การนั่งพักผ่อนหย่อนในในส่วนที่ล้อมไปด้วยผู้คนหรือผู้ร่วมอาศัยในคอนโด แต่ถึงอย่างนั้นระบบของคอนโดก็จะสามารถอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยให้กับคุณเป็นอย่างดี 

หากจะให้ตัดสินใจโดยศึกษาข้อมูลเพียงแค่ 5 ข้อ ในการเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดก็คงไม่อาจทำให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างถีถ้วนดีนัก ดังนั้นวันนี้เราจึงมีคำถาม 5 ข้อให้คุณลองตอบตัวเองเพื่อให้คุณได้เข้าใจในไลฟ์สไตล์ตัวเองและทำให้การตัดสินใจนั้นง่ายขึ้น

  • คุณยังจำเป็นที่จะต้องทำงานในตัวเมืองหรือมีไลฟ์สไตล์ในการเดินห้าง ออกไปช้อปหรือดื่มยามค่ำคืนกับเพื่อนฝูงบ่อยครั้งใช่ไหม ?
  • ถ้าคำตอบของคุณคือใช่ แน่นอนว่าคอนโดสามารถตอบโจทย์ด้านการเดินทางและการพบปะสังสรรค์ได้เป็นอย่างดี
  • คุณสามารถดูแลรักษาบริเวณบ้าน ทั้งในบ้านและนอกบ้านอย่างเช่นการดูแลระบบน้ำไฟ หรือการดูแลตัดแต่งสวนได้เป็นอย่างดีใช่หรือไม่ ? 
  • อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่านิติบุคคลในอาคารคอนโดสามารถจัดการให้คุณได้อย่างเสร็จสรรพ แต่หากคุณต้องการออกไปใช้ชีวิตนอกตัวเมือง ปลูกต้นไม้ดูแลสวนหรือมีเวลาอยู่บ้านและมีความสุขกับการดูแลบ้านของคุณ การซื้อบ้านสักหลังก็ดีไม่ใช่น้อยเลยล่ะ
  • คุณยังคงเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยว่าอาจจะมีโจรเข้าบ้านหรือทรัพย์สินสูญหายและต้องการความปลอดภัยที่เข้มงวดหรือไม่ ?
  • ในปัจจุบันหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมักจะมียามผู้คอยรักษาความปลอดภัยให้กับคุณได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นควรศึกษาทำเลที่ตั้งว่ามีประวัติไม่ดีด้านใดหรือไม่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แต่หากคุณต้องการซื้อบ้านเดี่ยวหรือไม่ใช่บ้านที่อยู่ในโครงการต่างๆ คุณอาจจะต้องระวังเรื่องความปลอดภัยส่วนตัวเป็นพิเศษ
  • คุณมีงบที่จำกัดและอาจจะต้องคอยควบคุมปัญหาค่าใช้จ่ายให้ต่ำที่สุดใช่หรือไม่ ?
  • หากเทียบราคาการบำรุงรักษาแล้ว การอยู่คอนโดจะมีงบประมานที่สามารถควบคุมได้และบานปลายน้อยกว่าบ้านเนื่องจากมีการช่วยเหลือจากทางโครงการอยู่แล้ว
  • คุณต้องการตกแต่งที่อยู่อาศัยของคุณให้เข้ากับสไตล์ของคุณมากขึ้น มีการเลือกเฟอร์นิเจอร์ใช้งานหรือการต่อเติมส่วนต่างๆ ของบ้านหรือไม่ ? 
  • คอนโดโดยปกติแล้วมักจะไม่สามารถต่อเติมหรือแก้ไขส่วนต่างๆ ได้เลย ซึ่งนั้นหมายความว่าคุณอาจจะต้องอยู่ให้ห้องที่ดูเหมือนเดิมตลอดระยะเวลาที่อยู่อาศัย และคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการอยู่ในคอนโดที่มีพื้นที่แคบจะทำให้รู้สึกอุดอู้จนอาจจะมีความรู้สึกต้องเปลี่ยนบรรยากาศห้องบ้างในบางครั้ง ซึ่งหากคุณเป็นสายอาร์ตติส ชอบการตกแต่งใหม่ๆ อยู่เสมอ การเลือกบ้านสักหลังจะตอบโจทย์คุณได้มากที่สุด
  • คุณวางแผนที่จะมีครอบครัวใหญ่หรือมีสัตว์เลี้ยงที่น่ารักมาเติมเต็มความอบอุ่นในครอบครัวใช่หรือไม่ ? 
  • หากคุณหวังที่จะเลี้ยงสัตว์พันธุ์เล็กอย่างแมวหรือเหล่าหนูแฮมส์เตอร์น่ารักๆ การเลือกคอนโดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแย่ไปเสียทีเดียว แต่หากคุณมีสัตว์ตัวใหญ่อย่างน้องหมาหรือต้องการพื้นที่วิ่งเล่นกว้างขวางมากขึ้น หรือกำลังจะมีสมาชิกเป็นเจ้าตัวน้อยเพิ่มอีกคนในครอบครัว การเลือกบ้านจะเหมาะกับครอบครัวใหญ่มากกว่านั่นเอง
  • คุณกำลังมองหาการลงทุนระยะสั้นหรือการถือครองทรัพย์สินระยะยาวมากกว่ากัน ? 
  • แน่นอนว่าหากนี่คือที่อยู่อาศัยแห่งแรกของคุณ เป้าหมายหลักของการซื้อบ้านหรือคอนโดนั้นก็เพราะใช้ในการอยู่อาศัย แต่ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการซื้อเพื่อลงทุน แน่นอนว่าในปัจจุบันมีการซื้อคอนโดเพื่อการปล่อยเช่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถทำเงินได้ง่ายและเร็ว แต่ความเสี่ยงที่ตามมาคือการเสื่อมสภาพตามการใช้งาน แต่โดยรวมนั้นการซื้อคอนโดจะสามารถสร้างรายได้ได้ไวกว่าการซื้อบ้านเพื่อการลงทุน 

เมื่อพูดถึงการลงทุนในการซื้อบ้านหรือคอนโดหลายคนก็คงจะตาลุกวาวขึ้นมาในทันที อย่างที่ทราบกันดีไม่ว่าจะการลงทุนซื้อบ้านหรือคอนโดนั้นก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก่อนที่จะไปพูดถึงรายได้ในอนาคตนั้น เราขอพูดถึงความเสี่ยงหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อน 

ข้อควรกังวลหากต้องการซื้อบ้านเพื่อการลงทุนมีอะไรบ้าง ? 

อันดับแรกที่เราจะพูดถึงนั้นคือความเสี่ยงในการลงทุนของตัวบ้าน ซึ่งในการซื้อบ้านเพื่อการลงทุนมักจะสร้างกำไรได้ช้ากว่ามากจากการที่ราคาของที่ดินนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าตัวบ้านนั้นจะเสื่อมสภาพและไม่น่าอยู่แล้วก็ตาม ซึ่งคุณอาจจะกำลังคิดว่าก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรอที่ราคาบ้านพร้อมที่ดินนั้นมีราคาที่สูงขึ้น จริงอยู่ที่คุณสามารถสร้างเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากการขายบ้านสักหลัง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยระยะเวลาที่นานพอสมควร ซึ่งถ้าหากคุณสามารถรอคอยหรือไม่จำเป็นต้องรีบใช้เงินมากนัก การเลือกลงทุนโดยการซื้อบ้านและถือไว้ระยะยาวจะทำให้คุณได้กำไรมากกว่าเท่าตัวอย่างแน่นอน หรืออย่างที่สองคือคุณเลือกซื้อบ้านด้วยราคาที่ถูกสักหลังและทำการปรับปรุงให้ตัวบ้านดูมีมูลค่ามากขึ้นและการเกร็งกำไร โดยข้อนี้คุณสามารถทำได้ตั้งแต่การปรับปรุงโครงสร้าง ต่อเติมหรือทำการ build in เฟอร์นิเจอร์ เพิ่มพื้นที่สวน หรือปรับสไตล์ให้ดูน่าอยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งวิธีการนี้จำเป็นที่จะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงและอาจใช้เวลานานในการปรับปรุงซ่อมแซม แต่ราคาของบ้านจะไม่ตกลงไปเหมือนอย่างข้อแรกอย่างแน่นอนและยังสามารถเพิ่มมูลค่าทั้งตัวบ้านและตัวที่ดินได้อีกด้วย

ข้อควรกังวลหากต้องการซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนมีอะไรบ้าง ? 

กับการลงทุนในการซื้อคอนโดไม่ว่าจะเพื่อปล่อยขายหรือปล่อยเช่านั้นมีความเสี่ยงที่ต่างกันไป การลงทุนในการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยขายนั้นมีความเสี่ยงที่สูงกว่า เนื่องจากคอนโดสามารถเสื่อมสภาพได้ง่ายทั้งภายในและภายนอก หรือในขณะเดียวกันนั้นก็จะมีคอนโดใหม่ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นและเป็นที่หมายตามากกว่า ซึ่งหมายความว่าคุณอาจจะต้องเจอความเสี่ยงในการขายต่อด้วยกำไรเพียงเล็กน้อย หรือในบางครั้งอาจจะแย่ถึงขั้นขาดทุนหรือเท่าทุนกันเลยทีเดียว ซึ่งการลงทุนในการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่านั้นจะเห็นผลของกำไรได้เร็วกว่าจาการปล่อยเช่ารายเดือนหรือรายปีหรือทำธุรกิจอย่างเช่น air bnb เป็นต้น ในปัจจุบันมีการปล่อยเช่าคอนโดด้วยราคาที่แทบจะสูงพอๆ กับการผ่อนบ้านหนึ่งหลังโดยอย่างน้อยเริ่มที่ 8,000 จนถึงหลักแสนขึ้นอยู่กับพื้นที่ตั้งของคอนโด ขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มี ความเสี่ยงที่คุณจะต้องรอบคอบที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจจะเกินกำลังของคุณไปบ้างหรือเป็นสิ่งที่แทบจะควบคุมไม่ได้เลย คือการหยั่งรู้ว่าผู้เช่านั้นๆ จะสามารถดูแลห้องของคุณได้ดีหรืออยู่ในสภาพที่ปกติและไม่ทรุดโทรมได้หรือไม่นั่งเอง

การเติบโตของมูลค่าบ้านหรือคอนโดในตลาด 

  • มูลค่าของบ้านนั้นจะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่จะมีการเติบโตทีละนิดและเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดในระยะยาวด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่นการตั้งขึ้นของห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้า ถนนสายใหม่ในระแวกนั้นๆ ซึ่งหากจะพูดให้เข้าใจได้อย่างง่ายที่สุด การทำให้บ้านมีราคาสูงนั้นยาก แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการปล่อยเช่าในกรณีที่พื้นที่บ้านอยู่ในทำเลที่ดีทั้งต่อการคมนาคมหรืออาจจะใกล้โรงเรียน และถนนใหญ่ แต่กลับกันการทำให้ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของบ้านมีราคาที่สูงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ใช้เวลานาน ซึ่งแอดขอการันตีว่าเวลาที่ถือทรัพย์สินคอยนั้นจะมีมูลค่าสูงและคุ้มค่าอย่างแน่นอน 
  • มูลค่าของคอนโดที่เกิดขึ้นนั้นสามารถเติบโตได้เร็วกว่าแต่มูลค่าก็ยังคงอยู่ในระดับกลาง ตลาดการปล่อยเช่าคอนโดมีความแข็งแรงกว่ามาก โดยเฉพาะโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้าหรือสามารถเดินทางได้สะดวก เพราะโดยปกติแล้วผู้ที่เช่าคอนโดจะอยู่ในช่วงวัยทำงานหรือนักศึกษา ดังนั้นคอนโดจะสามารถเพิ่มมูลค่าได้ดีหากอยู่ได้อยู่ใกล้กับสถานศึกษา สถานที่ทำงาน หรือแม้แต่ย่านท่องเที่ยว อีกทั้งคุณสามารถมั่นใจได้ว่าการบำรุงรักษาคอนโดนั้นใช้เงินน้อยกว่าการบำรุงรักษาบ้านอยู่มากเพราะมีการแบ่งเบาจากนิติบุคคลเข้ามาช่วย

การได้เป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดนั้นเป็นความฝันของใครหลายๆ คน การตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ศึกษาด้านทำเลที่ตั้งหรือค่าใช้จ่ายให้รอบคอบไม่ต้องรีบร้อน เพราะเรื่องที่อยู่อาศัยนั้นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านหรือคอนโดนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรใช้เวลาในการตัดสินใจ หากยังไม่มีที่ไหนถูกใจลองเลือกชมบ้านและคอนโดมือสองได้ที่ Kaidee Property อาจเจอคอนโดในฝันหรือบ้านที่ถูกใจก็ได้นะ

ชวนดู! ข้อดีคอนโดสไตล์ 2 Bedroom – The Line Phahonyothin Park

ชวนดู! ข้อดีคอนโดสไตล์ 2 Bedroom – The Line Phahonyothin Park

The Line พหลโยธิน

ทุกการลงทุนคือความเสี่ยง เป็นประโยคเตือนใจที่สุดแสนจะคลาสสิกอยู่เสมอ ยิ่งเสี่ยงสูง ยิ่งแลกมากับโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน นักลงทุนหลาย ๆ คน เลือกที่จะไม่นำเงินไปแขวนบนเส้นความเสี่ยงเหล่านั้น การลงทุนอสังหาริมทรัพย์จึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะด้วยความเสี่ยงต่ำ ถึงแม้ผลตอบแทนจะไม่ได้ปุบปับรับเป็นก้อน แต่ก็เป็นความเรื่อย ๆ ที่พอจะวางใจได้ในระยะยาว

แล้วอสังหาริมทรัพย์ประเภทไหนที่น่าลงทุน?

อย่างที่ทราบกันดีว่าอสังหาริมทรัพย์มีหลายประเภท แต่รูปแบบไหน ที่จะใช่และตรงใจความเป็นคุณมากที่สุด วันนี้เราขอหยิบยกเอา “คอนโดมีเนียมแบบ 2 Bedroom” มาแนะนำไว้เป็นตัวเลือก ซึ่งเหมาะกับคนที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัวหรือมีสมาชิกหลายคน เน้นความสะดวกเป็นที่ตั้ง (อยู่ในเมืองเดินทางง่าย) จะซื้อไว้อยู่เอง หรือตั้งใจซื้อไว้เก็งกำไรปล่อยเช่า/ขายเองในอนาคตก็ได้เช่นกัน

ทำไมต้องคอนโด 2 Bedroom?

บางคนอาจมองว่าคอนโดเพียง 1 Bedroom ก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แล้ว ซึ่งถ้าคุณมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วก็ขอให้มุ่งไปที่ตัวเลือกนั้นได้เลย แต่หากใครยังคงลังเล มีความเลือกไม่ถูกว่าจะจบที่กี่ห้องนอน ขนาดห้องเท่าไรดีนะ ลองมาดูข้อดีสุดเจ๋งของคอนโดมีเนียมแบบ 2 Bedroom ที่ Kaidee Property นำมาฝากกันวันนี้ เผื่อจะช่วยให้คุณเลือกห้องที่ใช่ได้ง่ายกว่าเดิม

คอนโด พร้อมอยู่
คอนโด 1 Bedroom

1. ห้อง 2 Bedroom มักอยู่ในทำเลที่ดีของโครงการ

ส่วนใหญ่แล้วโครงการที่มีห้องให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ห้องประเภทหลังมักมีจำนวนและรูปแบบให้เลือกน้อยกว่า 1 Bedroom ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างกว่าและการจัดวางตำแหน่งภายในห้องที่หลากหลาย ทำให้ห้องสไตล์ 2 Bedroom มักถูกจัดวางอยู่ในทำเลที่สวยงามกว่าแบบ 1 Bedroom คือ น้อยแบบคัดสรรมาแล้ว เรียกว่าจ่ายแพงขึ้นเพื่ออัปเกรดทั้งขนาดพื้นที่และมุมที่ดี อาจจะเป็นในแง่ของการรับแสง อยู่บริเวณมุมอาคารได้ความเป็นส่วนตัว หรืออยู่ในจุดที่ทัศนียภาพสวยงาม

2. จ่ายแพงขึ้นเพื่อค่าตอบแทนที่สูงขึ้น

เข้าใจว่างบประมาณเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ในการเลือกซื้อคอนโดฯ สักแห่งของใครหลายคน แต่อย่าลืมว่า ยิ่งการที่เราลงทุนจ่ายไปมากเท่าไร อัตราผลตอบแทนต่าง ๆ ย่อมสูงตามมาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่ารายเดือนหรือขายต่อในอนาคต แล้วอย่าลืมว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินที่นับวันยิ่งมีมูลค่าในตัวเอง ไม่ค่อยมีค่าเสื่อมเหมือนสิ่งของอื่น ๆ เรียกว่ายิ่งถือไว้นาน ราคามีแต่จะยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมีเนียม 2 Bedroom ของคุณอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยม ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำมากที่จะขายในราคาขาดทุน

คอนโดติดรถไฟฟ้า

3. ปล่อยเช่าได้ในราคาแพง = คัดเลือกผู้เช่าไปในตัว

หากคุณตั้งใจซื้อคอนโดมีเนียมไว้ปล่อยเช่าในระยะยาว ไม่ได้ตั้งใจซื้อไว้อยู่อาศัยเอง (ณ ตอนนี้) การเลือกซื้อห้องสไตล์ 2 Bedroom ไว้ปล่อยเช่า ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีคัดเลือกผู้พักอาศัยไปในตัว ด้วยอัตราค่าเช่าที่ค่อนข้างสูงกว่าห้อง 1 Bedroom หรือห้องแบบ Studio ส่งผลให้กลุ่มผู้เช่าอาจจะเป็นวงที่แคบลง ในทางกลับกันก็เป็นข้อดีเพราะเป็นกลุ่มเฉพาะขึ้น และแน่นอนว่ามีกำลังจ่ายมากกว่า เราเองในฐานะผู้ปล่อยเช่าก็ถือว่าได้คัดคนเช่าไปในตัว พอมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า สภาพคอนโดฯ ของเราจะปลอดภัย ไม่ต้องปวดหัวจัดการมากนัก

4. พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันครบถ้วน

ปิดท้ายด้วยข้อดีของห้องแบบ 2 Bedroom ที่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เพราะด้วยขนาดพื้นที่และจำนวนห้องที่มากกว่า ใครที่มีข้าวของเยอะ ชอบอะไรที่ Full Function – Full Design หรือมีจำนวนสมาชิกในครอบครัวทั้งตอนนี้ หรือในอนาคตแพลนว่าจะมีเพิ่ม ห้องแบบ 2 Bedroom คือคำตอบที่ใช่ที่สุด หากสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่คุณกำลังมองหา

จัดเต็มทุกไลฟ์สไตล์คนเมืองกับห้อง 2 Bedroom พร้อมอยู่!

The Line Phahonyothin Park

Highlight : The Line Phahonyothin Park

  • คอนโด High Rise ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมอยู่! จากแสนสิริ
  • เดินทางสะดวก เพียง 300 เมตร จาก BTS ห้าแยกลาดพร้าว และ 1 กิโลเมตร จาก MRT พหลโยธิน
  • โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ “Magical Tree” ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ
  • Full Function – Full Design – Fully Furnished ด้วยห้อง 2 Bedroom ขนาด 58.75 – 79.5 ตร.ม.
  • 2 Bedroom เริ่มต้นราคาที่ 6.85 ลบ.*
  • Exclusive Promotion เฉพาะลูกค้า Kaidee Property จองวันนี้! ลุ้นรับทองคำสูงสุด 10 บาท*

*หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

สวนรถไฟ
คอนโด ติดBTS
คอนโด 2 ห้องนอน

ถึงแม้ The Line Phahonyothin Park จะตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพแห่งย่านลาดพร้าว ซึ่งพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทว่าในแง่ของการอยู่อาศัย ความสงบร่มรื่นท่ามกลางธรรมชาติ คือสิ่งที่ทางโครงการให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เห็นได้จากคอนเซปต์การออกแบบหลัก “Magical Tree” ให้ทุกการออกแบบเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เน้นความโปร่ง โล่ง อยู่สบาย มาพร้อมพื้นที่ส่วนกลาง สวนสีเขียวขนาดใหญ่กว่า 8 ไร่ ให้คุณผ่อนคลายสายตา สบายใจไปกับวิวสีเขียวได้ทุกเวลา ทั้งยังมาพร้อมส่วนกลางที่ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง ทั้งสระว่ายน้ำ พื้นที่ทำงาน Co-Working Space

ส่วนห้อง 2 Bedroom ของโครงการนี้ เรียกได้ว่าเก็บครบทุก 4 ข้อดีของห้องสไตล์นี้ที่กล่าวไปแล้วในเบื้องต้น ทั้งเรื่องของทำเลที่ยอดเยี่ยม อยู่ใกล้ทั้ง BTS ห้าแยกลาดพร้าว (300 เมตร) และถนนเส้นหลักพหลโยธิน เพียง 400 เมตร ทั้งยังมาพร้อม Full Function Full Design และ Fully Furnished ตลอดจนมีขนาดห้องให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ 58.75-79.5 ตร.ม. ทั้งแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำและ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำแบบ Duplex โดยแต่ละห้องจัดวางโซนต่าง ๆ และให้ขนาดพื้นที่ไม่เหมือนกัน อยากได้ห้องไหนติดห้องไหน ครัวเล็กหรือใหญ่ เรียกว่าเลือกได้ตามใจที่คุณปรารถนา

ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสะดวกสบาย ที่คุณจะได้จากห้องประเภท 2 Bedroom ของ The Line Phahonyothin Park

ในราคาเริ่มต้นเพียง 6.85 ลบ.*

พิเศษ! จองกับ Kaidee Property วันนี้! ลุ้นรับทองคำสูงสุด 10 บาท*

คอนโด ลาดพร้าว

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://baan.kaidee.com/collections/en/TheLine-Phahonyothin-Park/
หรือ https://blog.kaidee.com/th/the-line-pp-condominium/

เข้าสู่โลกดิจิทัล! ซื้ออสังหาฯ ด้วยเหรียญคริปโตได้แล้วที่ Cornerstone Real Estate

เข้าสู่โลกดิจิทัล! ซื้ออสังหาฯ ด้วยเหรียญคริปโตได้แล้วที่ Cornerstone Real Estate

บ้าน พัทยา
อสังหา พัทยา

การเข้ามาของเทคโนโลยีนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง และความสะดวกสบายในชีวิตเราหลายอย่าง แต่ถ้าต้องหยิบยกขึ้นมาหนึ่งสิ่งที่กำลังเป็นกระแสมากที่สุดในยุคนี้ เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่อง “สกุลเงินดิจิทัลหรือเหรียญคริปโต เคอร์เรนซี (Cryptocurrency)” ซึ่งคอร์เนอร์สโตน เรียลเอสเตท (Cornerstone Real Estate) ผู้คร่ำหวอดวงการอสังหาฯ ในพัทยากว่า 15 ปีเอง ก็ไม่พลาดเรื่องนี้! เพราะเราเข้าใจและเล็งเห็นถึงการเติบโตในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ด้วยการเปิดโอกาสให้คุณซื้ออสังหาริมทรัพย์ของเราด้วยเหรียญคริปโตได้แล้ววันนี้!

ทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ ขอให้คุณมั่นใจได้ว่า เป็นเรื่องง่าย ภายใต้ความเสี่ยงต่ำและเป็นไปตามกฏหมายอย่างแน่นอน ตลอดการดำเนินงานเรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำอยู่คุณเสมอ ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่พัทยา ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ทุกอย่างก็สามารถจัดการได้อย่างราบรื่นและสะดวก ผ่านระบบตัวกลางแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล Wanda POS จากบริษัท Wanda Exchange Co.,Ltd. ที่มีความน่าเชื่อถือและมั่นใจได้

ขั้นตอนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยคริปโต by Cornerstone Real Estate

  1. เลือกอสังหาริมทรัพย์ของคอร์เนอร์สโตน เรียลเอสเตทที่ต้องการซื้อ
  2. ทีมงานของเราจะตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล หรือเหรียญคริปโต เคอร์เรนซีของคุณกับสกุลเงินบาท ณ ตอนนั้น
  3. เมื่อเทียบกับสกุลเงินบาทแล้ว พบว่าสกุลเงินดิจิทัลมีมูลค่ามากกว่า 500,000 บาท คุณต้องกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน KYC (Know your customer) – ระบบยืนยันตัวตนลูกค้า และพิสูจน์ตัวตนอย่างถูกต้อง
  4. จากนั้นเข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ด้วยการระบุจำนวนเงินบาทที่ต้องการ ลงในระบบ Wanda POS ผ่านเคาน์เตอร์ OTC
  5. ระบบจะส่งรหัส QR Code ให้ผู้ใช้โอนเงินในสกุลเงินดิจิตอลเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท โดยอัตราที่ได้จะอ้างอิงตามเรตในขณะนั้น
  6. เงินบาทที่แลกเปลี่ยนได้จะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารไทยของผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งตามปกติแล้วจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที คุณจะได้รับใบเสร็จและ SMS ยืนยันจำนวนเงินที่ได้รับทันที แต่หากตรงกับช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก อาจมีความล่าช้าบ้าง
  7. นำเงินบาทที่ได้มาซื้ออสังหาฯ กับเรา Cornerstone Real Estate

คริปโต ซื้อคอนโด

หมายเหตุ : ระบบการแลกเปลี่ยนเงินดังกล่าวของ Cornerstone Real Estate อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท Wanda Exchange Co.,Ltd. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับอนุมัติเรื่องการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลสำหรับสินค้าและบริการราคาสูง (มีค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน)

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://cornerstone.co.th/th หรือโทรศัพท์ EN (+66) 38411250
TH (+66) 810820433