Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าพูดถึงย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร ทุกคนจะต้องนึกถึงย่านใหญ่ ๆ ของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น สยาม ชิดลม สีลมและสาทร เป็นต้น แต่ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีขนาดเศรษฐกิจและประชากรที่ขยายใหญ่ขึ้น จึงทำให้กรุงเทพมหานครเกิดย่านเศรษฐกิจแห่งใหม่ขึ้นมา เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ไม่วา่จะเป็นเรื่องการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ เช่น ตึกสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงที่พักอาศัยอย่าง คอนโดมิเนียม เป็นต้น ที่กำลังขยายออกมาตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจใหม่หรือที่เรียกกันว่า New CBD ย่ามาจาก Central Business District ที่มีความหมายภาษาไทยว่า ย่านศูนย์กลางทางธุรกิจ เป็นย่านที่เป็นศูนย์รวมของแหล่งงาน กิจการธุรกิจต่าง ๆ และยังรวมไปถึงมี LifeStyle ทางสังคมต่าง ๆ ของคนเมือง ซึ่งจะนึกถึงย่านไหนไม่ได้เลย นั่นคือ ย่านรัชดาฯ – พระราม 9 ทำเลทอง ทำเล New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร
ปัจจัยที่ทำให้เกิด New CBD
1. ทำเลที่รวมธุรกิจต่าง ๆ
โดยการที่จะเกิด New CBD ได้นั้นต้องมีปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อน นั่นคือ การมีธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาตั้งบริษัทที่ทำเลนั้น ๆ อย่างในปัจจุบัน ทำเล New CBD รัชดาฯ – พระราม 9 เป็นทำเลที่บริษัทต่าง ๆ ได้เข้ามาตั้งบริษัทตามอาคารสำนักงานตึกสูงหลายแห่ง ทำให้เกิดการจ้างงานและดึงกลุ่มคนทำงาน เข้ามาทำงานในทำเลนี้ จึงทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตขึ้น ยกตัวอย่างตึกสำนักงานอย่าง
ตึก G-Tower Unilever House The Ninth Tower พระราม 9 ตึกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย AIA Capital Center True Tower1
และตึกสำนักงานอีกหลายแห่งที่มีบริษัทต่าง ๆ เช่าพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สำหรับออฟฟิศของบริษัทอยู่เยอะเลยละ
2. การคมนาคมที่สะดวกสบาย
แน่นอนว่าเป็นแหล่งรวมธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ แล้ว การเดินทางเข้ามาในทำเลก็ต้องมีความง่ายและสะดวกสบาย ซึ่งปัจจุบันทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 เป็นทำเลที่มีการคมนาคมที่ครอบคลุม เดินเข้ามาง่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถยนต์ ใช้ขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์ที่นั่งเข้ามาได้จากหลายสาย ที่สำคัญระบบรถไฟฟ้า MRT ที่สามารถนั่งมาจากสถานีไหนก็ได้ก็สามารถเชื่อมต่อมายังสถานีในทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 ได้อย่างสะดวกสบาย โดยในปัจจุบัน เส้นทาง รัชดาฯ – พระราม 9 จะมี รถไฟฟ้า MRT สถานี พระราม 9, ศูนย์วัฒนธรรม, และมีพื้นที่ใกล้เคียงอย่าง สถานีห้วยขวาง, สถานีสุทธิสาร และสถานีรัชดาภิเษก ที่อยู่ใกล้พื้นที่พระราม 9 นั่นเอง
3. ที่พักอาศัย
และแน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็นทำเล New CBD แล้ว ในพื้นที่ทำเลนี้จะต้องมีแหล่งชุมชนบ้านเรือนของประชากรเดิมที่มีอยู่แล้ว และมีโครงการของคอนโดมิเนียมและโครงการหมู่บ้านต่าง ๆ ต่างก็พากันมาลงทุนซื้อพื้นที่ในทำเลนี้สร้างที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับประชากรที่ต้องเพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะรองรับคนที่มีกำลังซื้อเพื่ออาศัยอยู่หรือซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า โดยทำเลนี้ก็เหมาะกับคนที่เข้ามาทำงานในทำเลพระราม 9 เพื่อจะได้เดินทางไปทำงานอย่างสะดวกสบาย ซึ่งราคาจะมีตั้งแต่ 2 ล้านปลาย ๆ ขึ้นไปจนถึงหลักสิบล้านกันเลยทีเดียว เนื่องจากราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วยนั่นเองครับ
4. สถานที่สำคัญและแหล่งรวม Lifestyle คนเมือง
โดยทำเลนี้จะเป็นทำเล New CBD ไม่ได้เลยถ้าขาดแหล่ง LifeStyle คนเมืองอย่าง ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ชอป เพราะปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้คนนั้นออกไปใช้เงิน จับจ่ายใช้สอย ทำให้เงินหมุนเวียน ส่งผลให้ในทำเลนี้มีการซื้อ-ขาย กันแบบคึกคัก เศรษฐกิจเติบโต ซึ่งทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 นั้นก็มีปัจจัยที่ว่านี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าอย่าง
Central พระราม 9 Fortune พระราม 9 Show DC พระราม 9 Esplanade รัชดาฯ
และห้างสรรพสินค้าอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีตลาดนัดขนาดใหญ่ที่ดึงดูดผู้คนให้ไปจับจ่ายใช้สอยอย่าง ตลาดนัดรถไฟ รัชดาฯ นั่นเอง รวมไปถึงสถานที่กิน เที่ยวกลางคืนอีกหลายสถานที่ จึงทำให้ทำเลนี้มีความคึกคักของผู้คนเป็นพิเศษ อีกทั้ง ยังมีสถานที่สำคัญอย่าง สถานที่ราชการ สถานทูต โรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง จึงทำให้ทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แบบครบครัน
5. Location
แน่นอนว่าการได้ตำแหน่งที่ตั้งที่ดีเป็นสิ่งที่ได้เปรียบมาก ๆ สำหรับที่พักอาศัย เพราะนั่นหมายถึงว่าเรามีความสะดวกสบายต่าง ๆ อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น สถานที่สำคัญต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ช๊อป ไม่ว่าจะหมุนตัวหรือขับรถไปทางไหนก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งการเดินทางก็ยังสะดวกสบาย เพราะใกล้ขนส่งสาธารณะต่าง ๆ หรือจะเลือกเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบาย เพราะอยู่ในย่านที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปที่ไหนก็ได้
สรุปท้ายบทความ
ทำเล New CBD มีหลายสิ่ง หลายปัจจัยรวมกันทำให้ทำเลนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลทองหรือ New CBD นั่นเอง โดยเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนในด้านของอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะประเภทตึกสำนักงาน คอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยรูปแบบอื่น ๆ ต่างมีความต้องการที่จะเข้ามาซื้อพื้นที่ในทำเลนี้เพื่อลงทุน เนื่องจากความต้องการของคนในเรื่องของที่อยู่อาศัยมีสูงขึ้น เพราะทำเลนี้เป็นพื้นที่ของการทำงานของชาวออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติก็ตาม ความต้องการของผู้คนเหล่านี้มีความต้องการที่จะซื้อและเช่าคอนโดในบริเวณทำเลนี้ด้วย เพื่อความสะดวกสบายต่อการเดินทาง จึงทำให้ทำเลนี้เป็นพื้นที่ที่นักลงทุนค่อนข้างให้ความสำคัญและเป็นทำเลที่ผู้คนอยากจะเข้ามาซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุนในอนาคตด้วยนั่นเอง
หากใครกำลังหาที่อยู่ในพื้นที่ New CBD รัชดาฯ – พระราม 9 ที่ Kaidee Property เรามีที่พักอาศัยให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อในรูปแบบและราคาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือจะซื้อเพื่อลงทุนต่อ ก็เป็นความคิดที่ดีเลยละครับ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าพูดถึงย่านศูนย์กลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ หรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Central Business District (CBD) โดยมีคำจำกัดความแบบเข้าใจง่าย กระชับ นั่นคือ เขตพื้นที่ศูนย์รวมของแหล่งงานกิจการธุรกิจและกิจกรรมทางสังคม ต่าง ๆ ของคนเมือง ซึ่งถ้าเป็นกรุงเทพมหานครในตอนที่ยังมีความเจริญอยู่ในย่านเดียว แต่ในปัจจุบันความเจริญได้แผ่ขยายออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ รถไฟฟ้าเริ่มครอบคลุมในทุก ๆ พื้นที่ ทำให้เกิดการกระจายตัวของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ก็กระจายไปผุดขึ้นตามทำเลที่มีแนวโน้มเป็นทำเลทองในอนาคตซึ่งรวมไปถึงที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมือง คือ คอนโด ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีทั้งในแบบธรรมดาและระดับ Luxury เพื่อดูดคนให้มาลงทุนซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุนในอนาคตด้วยนั่นเอง
โดยในปัจจุบัน จะแบ่งย่าน CBD ไว้ประมาณ 6 ย่าน ได้แก่
Core CBD บางรัก – สาทร ถึง ปทุมวัน – ราชเทวี Outer CBD พระราม 4 – อโศกมนตรี – สุขุมวิท – ทองหล่อ/เอกมัย New CBD อโศก – พระราม 9 – รัชดาภิเษก – ห้วยขวาง North CBD ห้าแยกลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ East Center บางนา – สุขุมวิทตอนล่าง MidTown อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – พหลโยธิน – อารีย์
โดยวันนี้บทความเราจะมาพูดถึงย่านที่น่าจับตามองและจะกลายเป็นทำเลทองในอนาคตอย่าง North CBD ห้าแยกลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ นั่นเองครับ
North CBD ย่าน New CBD ตอนเหนือของกรุงเทพฯ
ถ้าให้พูดถึงย่าน New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร หรือ เรียกง่าย ๆ ว่า ย่านศูนย์รวมของแหล่งงาน ธุรกิจ ที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ซึ่งย่านห้าแยกลาดพร้าว – จตุจักร – บางซื่อ เป็นย่านที่รวมเอาศูนย์การค้าต่าง ๆ อาคารทำงานสำนักต่าง ๆ รวมไปถึงคอนโดที่เริ่มสร้างขึ้นในปี 2563 ขึ้นเป็นจำนวนมาก และสิ่งสำคัญที่ทำให้ทำเลแห่งนี้ก้าวขึ้นเป็น New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ คือ การมีคมนาคมที่เพียบพร้อมไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ที่มีเชื่อมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มีรถไฟฟ้า BTS และ MRT และมีสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจัยนี้เหล่าเลยทำให้ทำเลย่านห้าแยกลาดพร้าว – จตุจักร – บางซื่อ เป็น New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครนั่นเอง
เจาะ ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็น North CBD ของกรุงเทพฯ
1. จุดรวมการเชื่อมต่อ การคมนาคมที่ครบครัน
ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเล North CBD ของกรุงเทพแล้ว การคมนาคมก็ต้องครบเครื่อง โดยห้าแยกลาดพร้าว – จตุจักร – บางซื่อ มีการคมนาคมที่ครบสมบูรณ์แบบทั้งรถเมล์ที่วิ่งให้บริการถึง 18 สายปลายทางเชื่อมต่อไปทุกเส้นทางของกรุงเทพฯ และปริมณฑล รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า MRT ที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ทั้งในเมืองและชานเมือง อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟกลางบางซื่อ เป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนสถานีรถไฟหัวลำโพง โดยจะรวบรวมรถไฟเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเชื่อมกับ
แอร์พอตเรลลิงค์วิ่งไป-กลับสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าความสูง HSR รถไฟฟ้าในเมืองและชานเมือง
2. แหล่งรวมสถานที่ช้อปปิ้ง
ทำเลนี้เป็นทำเลที่รวบรวมเอาแหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ มาไว้ จึงทำให้เป็นทำเลที่คึกคักมาก อย่างห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว ที่ผู้คนต่างนิยมมาเดินช้อปปิ้ง มาทานอาหารกันอย่างคึกคัก ห้างยูเนี่ยนมอลแหล่งรวมเสื้อผ้าที่หลากหลาย รวมไปถึงห้างสรรพค้าต่าง ๆ อย่าง เมเจอร์ รัชโยธิน โลตัส บิ๊กซี อีกทั้งยังมีตลาดนัดที่มีชื่อเสียงอย่างตลาดนัดจตุจักรที่ผู้คนต่างมาเดินซื้อของกัน จึงทำให้ทำเลแห่งนี้เป็นทำเลที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ไม่แปลกใจที่จะเป็น North CBD ของกรุงเทพฯ
3. ที่ตั้งของอาคารสำนักงานและสถานที่สำคัญ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นทำเล North CBD คือ การที่มีอาคารสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นสถานที่ทำงานของพนักงานออฟฟิศมากมาย เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน นั่นคือ การมีธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาตั้งบริษัทที่ทำเลนั้น ๆ อย่างในปัจจุบัน ทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อ เป็นทำเลที่บริษัทต่าง ๆ ได้เข้ามาตั้งบริษัทตามอาคารสำนักงานตึกสูงหลายแห่ง ทำให้เกิดการจ้างงานและดึงกลุ่มคนทำงาน เข้ามาทำงานในทำเลนี้ จึงทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตขึ้น ยกตัวอย่างตึกสำนักงานอย่าง
ตึกธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำนักงานใหญ่ ปตท. สำนักงานใหญ่ ตึก TMB SJ infinite Sun tower ตึก Bangkok Airways ตึก THAI Airways ตึก PST ไทยรัฐ
และมีอาคารสำนักงานที่กำลังจะเกิดอีกหลายแห่ง เช่น
S Oasis อาคารสำนักงานสูง 36 ชั้น คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564 Ratchayothin Hills ที่รวมเอา โรงแรม อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อยู่ด้วย คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2566 Mochit Complex ที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงานและแหล่งค้าปลีก คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2566
โดยที่ยกตัวอย่างไปข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนของตึกอาคารสำคัญต่าง ๆ แต่ยังมีอาคารสำนักงาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในทำเลแห่งนี้
4. ที่อยู่อาศัย
แน่นอนว่าเป็นทำเล North CBD มีที่อยู่อาศัยบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วและในปัจจุบันมีโครงการคอนโดต่าง ๆ ขึ้นเป็นแนวรถไฟฟ้าและขึ้นในพื้นที่ห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อเยอะมากซึ่งจะเป็นคอนโดหลายประเภททั้งแบบ Low Rise และ High Rise
โดยที่ผู้คนต่างก็พากันมาลงทุนซื้อพื้นที่ในทำเลนี้เพื่ออยู่อาศัย สิ่งสำคัญคือการรองรับประชากรที่ต้องเพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะรองรับคนที่มีกำลังซื้อเพื่ออาศัยอยู่จริง ๆ หรือซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า โดยทำเลนี้ก็เหมาะกับคนทำงานทำงานที่ทำเลนี้อยู่แล้วในเมือง เพราะเป็นทำเลที่สามารถเดินเชื่อมต่อเข้าเมืองและออกนอกเมืองก็สะดวก
โดยตัวอย่างคอนโดที่อยู่ในทำเลนี้ คือ
Life ลาดพร้าว
ขอบคุณภาพจาก: Life ลาดพร้าว
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link
รายละเอียด: คอนโด Life ลาดพร้าว จาก AP Thailand คอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 45 และ 46 ชั้น กับห้องพักทั้งหมด 1,615 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า
ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ภายใน
Iconic Lobby The Share Space Intelligent Co – Thinking Space Mailbox Smart Locker The Urban Oasis Sky Social Club Theatre House Panoramic Health Club Multi Purpose Room Cityscape Infinity Lap Pool and Sky Cabana Steam Sauna Free Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 24 ชั่วโมง Green Landscape Street Bas Court Play House EV Charger ที่จอดรถ 723 คัน ร้านค้า 1 ยูนิต ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
ภายนอก
BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว MRT สถานีพหลโยธิน ทางยกระดับอุตราภิมุข Lotus ลาดพร้าว Central ลาดพร้าว Major รัชโยธิน Big C Extra ลาดพร้าว 2 SCB Park ตลาดบางเขน ตลาดนัดจตุจักร โรงเรียนหอวัง โรงเรียนเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โรงพยาบาลเมโย โรงพยาบาลเมมโมเรียล พหลโยธิน โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท
Life ลาดพร้าว แวลลีย์
ขอบคุณรูปภาพจาก: Life ลาดพร้าว แวลลีย์
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link
รายละเอียด: คอนโด Life ลาดพร้าว แวลลีย์ จาก AP / The First Adventurous Luxury Residence คอนโด High Rise สูง 44 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 1,141 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564
ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ภายใน
Lobby Intelligent Co – Thinking Space Mailbox Smart Locker Multi Living Space Library Theatre House Multi Purpose Room สระว่ายน้ำ 3 สระ Steam and Sauna หน้าผาจำลอง Free Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 24 ชั่วโมง Green Landscape ที่จอดรถ 484 คัน ร้านค้า 1 ยูนิต ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
ภายนอก
BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว MRT สถานีพหลโยธิน ทางยกระดับอุตราภิมุข Lotus ลาดพร้าว Central ลาดพร้าว Major รัชโยธิน Big C Extra ลาดพร้าว 2 SCB Park ตลาดบางเขน ตลาดนัดจตุจักร โรงเรียนหอวัง โรงเรียนเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โรงพยาบาลเมโย โรงพยาบาลเมมโมเรียล พหลโยธิน โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท
The Line พหลโยธิน พาร์ค
ขอบคุณรูปภาพจาก: The Line พหลโยธิน พาร์ค
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link
รายละเอียด: คอนโด The Line พหลโยธิน พาร์ค จาก Sansiri คอนโด High Rise สูง 46 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 981 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า คาดจะสร้างเสร็จในปี 2565
ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ภายใน
Lobby Mailbox Photo Studio Co-Working Space Workshop Room Meeting Room Co-Playing Space Co-Living Space Co-Cooking Space สวนดาดฟ้า ฟิตเนส สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ กล้องวงจรปิดภายในโครงการ รปภ.ตลอด 24 ชั่วโมง
ภายนอก
BTS สถานีพหลโยธิน 24 MRT สถานีพหลโยธิน ทางยกระดับอุตราภิมุข Lotus ลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอล เซ็นทรัล ลาดพร้าว เมเจอร์ รัชโยธิน Avenue รัชโยธิน SCB Park โรงเรียนหอวัง มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์น วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนสารวิทยา มหาวิทยาลัยจันทรเกษม มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรมป่าไม้ สำนักงานขนส่ง สำนักงานสรรพากร สนามกีฬากองทัพบก โรงพยาบาลเปาโล เกษตร โรงพยาบาลวิภาวดี
และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 4.2 ล้านบาท
5. อนาคตทำเลทอง ซื้อไว้มีแต่ราคาขึ้น
ไม่ใช่แค่ในอนาคตจะเป็นทำเลทองอีกหนึ่งที่ของกรุงเทพ แต่ในตอนนี้ทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลทอง ทำเลศักยภาพ เป็น Next North CBD ของกรุงเทพฯ ไปแล้ว เพราะด้วยหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้ทำเลแห่งนี้กลายเป็น North CBD ที่เพียบพร้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ช้อป ไม่ว่าจะหมุนตัวหรือขับรถไปทางไหนก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งการเดินทางก็ยังสะดวกสบาย เพราะใกล้ขนส่งสาธารณะต่าง ๆ หรือจะเลือกเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบาย เพราะอยู่ในทำเลที่สามารถเดินทางไปที่ไหนก็สามารถไปได้ทุก ๆ ที่อย่างสะดวกสบาย
สรุปท้ายบทความ
สำหรับใครที่กำลังคิดจะซื้อคอนโดทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยแล้ว ในอนาคตถ้าไม่อยู่อาศัยแล้ว เพราะต้องขยับขยายก็สามารถขายและปล่อยเช่าเป็นรายได้อีกทางก็ได้ เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง เพราะราคาขึ้นแน่นอน เนื่องจากทำเลนี้เป็นทำเลทองที่กำลังขยับขยาย เป็นทำเลที่กำลังเจริญและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ ถ้าใครคิดจะลงทุนซื้อคอนโดนั่นเป็นความคิดที่ดีเลยละครับ
แต่ถ้าหากใครที่กำลังหาคอนโดอยู่ทาง Kaidee Property เราก็มีคอนโดให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อเยอะเลย ลองเข้ามาดูกันก่อนได้นะครับ คลิกเลย
Nov 14, 2024 | บทความอสังหาฯ
ปัจจุบันไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนก็เด่นชัดขึ้น การจะเลือกที่อยู่อาศัยก็แตกต่างกันออกไปตามไลฟ์สไตล์ ความพอใจและความสะดวกสบาย คำถามว่าบ้านหรือคอนโด สิ่งไหนจะตอบโจทย์คุณที่สุด วันนี้เรามีคำตอบ
5 ข้อคำนึงก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด
ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอย่างบ้านหรือคอนโดนั้น เรามักมีการประเมินราคา ขนาดพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม และปัจจัยยิบย่อย โดยขอแบ่งเป็นหัวข้อสำคัญที่ผู้อยู่อาศัยหลักควรคำนึงถึงดังนี้
ราคาที่ต้องจ่ายในการซื้อบ้านและคอนโด แน่นอนว่าใจปัจจุบันมีตัวเลือกราคาที่มากมายที่ไม่ว่าบ้านหรือคอนโดก็สามารถเริ่มต้นด้วยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3-10 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่ต้องคำนึงถึงอย่างเช่น เงินดาวน์ ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ค่าผ่อนชำระ ค่าประกันหรือภาษีที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้งบประมานบานปลายมากนัก
ขนาดพื้นที่ใช้สอย หลายคนก็คงจะมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่าบ้านนั้นจะมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางกว่ามากถ้าหากเทียบกับคอนโด ซึ่งหากคุณมีน้องหมาหรือมีเด็กเล็ก การเลือกบ้านที่มีพื้นที่กว้างจะเหมาะกว่าสำหรับลานกิจกรรมสำหรับคนในครอบครัว แต่หากคุณยังคงทำงานหรือไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเมือง การเลือกคอนโดจะทำให้คุณสามารถเดินทางได้สะดวกมากขึ้นแต่ก็แลกมากับพื้นที่ใช้สอยที่จำกัดถึงแม้จะมีส่วนกลางที่ครบครัน
ทำเลที่ตั้ง เป็นอีกหนึ่งในเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ใจปัจจุบันนี้มีการสร้างคอนโดที่อยู่ในตัวเมืองให้เลือกอยู่อาศัยมากมาย และโดยส่วนมากจะตั้งอยู่ใกล้ถนนหรือแนวรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้าหรือออฟฟิศสถานที่ทำงาน ซึ่งบ้านในตัวเมืองหากไม่ใช่บ้านเดียวมือสองก็จะสามารถหาได้ยากหรือแทบจะไม่มีเลย โดยส่วนใหญ่แล้วบ้านตามโครงการนั้นจะอยู่แถบชานเมือง คุณจะได้ความสงบ พื้นที่ส่วนตัว ใกล้ต้นไม้และธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลาเดินทางหากมีธุระในตัวเมือง ซึ่งถือเป็นข้อเสียหลักของการอยู่บ้านแถบชานเมือง
การดูแลและบำรุงรักษา ถือเป็นข้อได้เปรียบของการอยู่คอนโดที่ทางนิติบุคคลหรือโครงการนั้นๆ จะเป็นฝ่ายดูแลความเรียบร้อย ตั้งแต่อุปกรณ์ออกกำลังกาย สระว่ายนั้น ไปจนถึงตัวอาคารต่างๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษานี้มาจากค่าส่วนกลางที่จ่ายในทุกปี ในขณะเดียวกันนั้นหมูบ้านบางโครงการก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าส่วนกลางบำรุงรักษา แต่ผู้อยู่อาศัยอย่างเจ้าของบ้านนั้นเป็นผู้ดูแลการบำรุงรักษาเองทุกอย่าง อย่างเช่นการดูแลระบบน้ำไฟ การซ่อมบำรุงหลังคา กำแพง หรือแม้แต่การตกแต่งสวนซึ่งค่าใช้จ่ายอาจบานปลายขึ้นอีกเรื่อยๆ ในระยะยาว
สภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัย หากคุณเป็นครอบครัวรักสันโดดหรือต้องการความเป็นส่วนตัว บ้านจะทำให้คุณมีสัดส่วนการใช้งานที่ชัดเจนและไม่ต้องแบ่งสันปันส่วนกับใคร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการเลี่ยงการพบปะผู้คน ตรงกันข้ามกับการอยู่คอนโดที่ในบางครั้งคุณอาจจะต้องมีการใช้ฟิตเนส สระว่ายน้ำ การนั่งพักผ่อนหย่อนในในส่วนที่ล้อมไปด้วยผู้คนหรือผู้ร่วมอาศัยในคอนโด แต่ถึงอย่างนั้นระบบของคอนโดก็จะสามารถอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยให้กับคุณเป็นอย่างดี
หากจะให้ตัดสินใจโดยศึกษาข้อมูลเพียงแค่ 5 ข้อ ในการเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดก็คงไม่อาจทำให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างถีถ้วนดีนัก ดังนั้นวันนี้เราจึงมีคำถาม 5 ข้อให้คุณลองตอบตัวเองเพื่อให้คุณได้เข้าใจในไลฟ์สไตล์ตัวเองและทำให้การตัดสินใจนั้นง่ายขึ้น
คุณยังจำเป็นที่จะต้องทำงานในตัวเมืองหรือมีไลฟ์สไตล์ในการเดินห้าง ออกไปช้อปหรือดื่มยามค่ำคืนกับเพื่อนฝูงบ่อยครั้งใช่ไหม ?
ถ้าคำตอบของคุณคือใช่ แน่นอนว่าคอนโดสามารถตอบโจทย์ด้านการเดินทางและการพบปะสังสรรค์ได้เป็นอย่างดี
คุณสามารถดูแลรักษาบริเวณบ้าน ทั้งในบ้านและนอกบ้านอย่างเช่นการดูแลระบบน้ำไฟ หรือการดูแลตัดแต่งสวนได้เป็นอย่างดีใช่หรือไม่ ?
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่านิติบุคคลในอาคารคอนโดสามารถจัดการให้คุณได้อย่างเสร็จสรรพ แต่หากคุณต้องการออกไปใช้ชีวิตนอกตัวเมือง ปลูกต้นไม้ดูแลสวนหรือมีเวลาอยู่บ้านและมีความสุขกับการดูแลบ้านของคุณ การซื้อบ้านสักหลังก็ดีไม่ใช่น้อยเลยล่ะ
คุณยังคงเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยว่าอาจจะมีโจรเข้าบ้านหรือทรัพย์สินสูญหายและต้องการความปลอดภัยที่เข้มงวดหรือไม่ ?
ในปัจจุบันหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมักจะมียามผู้คอยรักษาความปลอดภัยให้กับคุณได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นควรศึกษาทำเลที่ตั้งว่ามีประวัติไม่ดีด้านใดหรือไม่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แต่หากคุณต้องการซื้อบ้านเดี่ยวหรือไม่ใช่บ้านที่อยู่ในโครงการต่างๆ คุณอาจจะต้องระวังเรื่องความปลอดภัยส่วนตัวเป็นพิเศษ
คุณมีงบที่จำกัดและอาจจะต้องคอยควบคุมปัญหาค่าใช้จ่ายให้ต่ำที่สุดใช่หรือไม่ ?
หากเทียบราคาการบำรุงรักษาแล้ว การอยู่คอนโดจะมีงบประมานที่สามารถควบคุมได้และบานปลายน้อยกว่าบ้านเนื่องจากมีการช่วยเหลือจากทางโครงการอยู่แล้ว
คุณต้องการตกแต่งที่อยู่อาศัยของคุณให้เข้ากับสไตล์ของคุณมากขึ้น มีการเลือกเฟอร์นิเจอร์ใช้งานหรือการต่อเติมส่วนต่างๆ ของบ้านหรือไม่ ?
คอนโดโดยปกติแล้วมักจะไม่สามารถต่อเติมหรือแก้ไขส่วนต่างๆ ได้เลย ซึ่งนั้นหมายความว่าคุณอาจจะต้องอยู่ให้ห้องที่ดูเหมือนเดิมตลอดระยะเวลาที่อยู่อาศัย และคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการอยู่ในคอนโดที่มีพื้นที่แคบจะทำให้รู้สึกอุดอู้จนอาจจะมีความรู้สึกต้องเปลี่ยนบรรยากาศห้องบ้างในบางครั้ง ซึ่งหากคุณเป็นสายอาร์ตติส ชอบการตกแต่งใหม่ๆ อยู่เสมอ การเลือกบ้านสักหลังจะตอบโจทย์คุณได้มากที่สุด
คุณวางแผนที่จะมีครอบครัวใหญ่หรือมีสัตว์เลี้ยงที่น่ารักมาเติมเต็มความอบอุ่นในครอบครัวใช่หรือไม่ ?
หากคุณหวังที่จะเลี้ยงสัตว์พันธุ์เล็กอย่างแมวหรือเหล่าหนูแฮมส์เตอร์น่ารักๆ การเลือกคอนโดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแย่ไปเสียทีเดียว แต่หากคุณมีสัตว์ตัวใหญ่อย่างน้องหมาหรือต้องการพื้นที่วิ่งเล่นกว้างขวางมากขึ้น หรือกำลังจะมีสมาชิกเป็นเจ้าตัวน้อยเพิ่มอีกคนในครอบครัว การเลือกบ้านจะเหมาะกับครอบครัวใหญ่มากกว่านั่นเอง
คุณกำลังมองหาการลงทุนระยะสั้นหรือการถือครองทรัพย์สินระยะยาวมากกว่ากัน ?
แน่นอนว่าหากนี่คือที่อยู่อาศัยแห่งแรกของคุณ เป้าหมายหลักของการซื้อบ้านหรือคอนโดนั้นก็เพราะใช้ในการอยู่อาศัย แต่ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการซื้อเพื่อลงทุน แน่นอนว่าในปัจจุบันมีการซื้อคอนโดเพื่อการปล่อยเช่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถทำเงินได้ง่ายและเร็ว แต่ความเสี่ยงที่ตามมาคือการเสื่อมสภาพตามการใช้งาน แต่โดยรวมนั้นการซื้อคอนโดจะสามารถสร้างรายได้ได้ไวกว่าการซื้อบ้านเพื่อการลงทุน
เมื่อพูดถึงการลงทุนในการซื้อบ้านหรือคอนโดหลายคนก็คงจะตาลุกวาวขึ้นมาในทันที อย่างที่ทราบกันดีไม่ว่าจะการลงทุนซื้อบ้านหรือคอนโดนั้นก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก่อนที่จะไปพูดถึงรายได้ในอนาคตนั้น เราขอพูดถึงความเสี่ยงหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อน
ข้อควรกังวลหากต้องการซื้อบ้านเพื่อการลงทุนมีอะไรบ้าง ?
อันดับแรกที่เราจะพูดถึงนั้นคือความเสี่ยงในการลงทุนของตัวบ้าน ซึ่งในการซื้อบ้านเพื่อการลงทุนมักจะสร้างกำไรได้ช้ากว่ามากจากการที่ราคาของที่ดินนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าตัวบ้านนั้นจะเสื่อมสภาพและไม่น่าอยู่แล้วก็ตาม ซึ่งคุณอาจจะกำลังคิดว่าก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรอที่ราคาบ้านพร้อมที่ดินนั้นมีราคาที่สูงขึ้น จริงอยู่ที่คุณสามารถสร้างเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากการขายบ้านสักหลัง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยระยะเวลาที่นานพอสมควร ซึ่งถ้าหากคุณสามารถรอคอยหรือไม่จำเป็นต้องรีบใช้เงินมากนัก การเลือกลงทุนโดยการซื้อบ้านและถือไว้ระยะยาวจะทำให้คุณได้กำไรมากกว่าเท่าตัวอย่างแน่นอน หรืออย่างที่สองคือคุณเลือกซื้อบ้านด้วยราคาที่ถูกสักหลังและทำการปรับปรุงให้ตัวบ้านดูมีมูลค่ามากขึ้นและการเกร็งกำไร โดยข้อนี้คุณสามารถทำได้ตั้งแต่การปรับปรุงโครงสร้าง ต่อเติมหรือทำการ build in เฟอร์นิเจอร์ เพิ่มพื้นที่สวน หรือปรับสไตล์ให้ดูน่าอยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งวิธีการนี้จำเป็นที่จะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงและอาจใช้เวลานานในการปรับปรุงซ่อมแซม แต่ราคาของบ้านจะไม่ตกลงไปเหมือนอย่างข้อแรกอย่างแน่นอนและยังสามารถเพิ่มมูลค่าทั้งตัวบ้านและตัวที่ดินได้อีกด้วย
ข้อควรกังวลหากต้องการซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนมีอะไรบ้าง ?
กับการลงทุนในการซื้อคอนโดไม่ว่าจะเพื่อปล่อยขายหรือปล่อยเช่านั้นมีความเสี่ยงที่ต่างกันไป การลงทุนในการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยขายนั้นมีความเสี่ยงที่สูงกว่า เนื่องจากคอนโดสามารถเสื่อมสภาพได้ง่ายทั้งภายในและภายนอก หรือในขณะเดียวกันนั้นก็จะมีคอนโดใหม่ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นและเป็นที่หมายตามากกว่า ซึ่งหมายความว่าคุณอาจจะต้องเจอความเสี่ยงในการขายต่อด้วยกำไรเพียงเล็กน้อย หรือในบางครั้งอาจจะแย่ถึงขั้นขาดทุนหรือเท่าทุนกันเลยทีเดียว ซึ่งการลงทุนในการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่านั้นจะเห็นผลของกำไรได้เร็วกว่าจาการปล่อยเช่ารายเดือนหรือรายปีหรือทำธุรกิจอย่างเช่น air bnb เป็นต้น ในปัจจุบันมีการปล่อยเช่าคอนโดด้วยราคาที่แทบจะสูงพอๆ กับการผ่อนบ้านหนึ่งหลังโดยอย่างน้อยเริ่มที่ 8,000 จนถึงหลักแสนขึ้นอยู่กับพื้นที่ตั้งของคอนโด ขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มี ความเสี่ยงที่คุณจะต้องรอบคอบที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจจะเกินกำลังของคุณไปบ้างหรือเป็นสิ่งที่แทบจะควบคุมไม่ได้เลย คือการหยั่งรู้ว่าผู้เช่านั้นๆ จะสามารถดูแลห้องของคุณได้ดีหรืออยู่ในสภาพที่ปกติและไม่ทรุดโทรมได้หรือไม่นั่งเอง
การเติบโตของมูลค่าบ้านหรือคอนโดในตลาด
มูลค่าของบ้านนั้นจะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่จะมีการเติบโตทีละนิดและเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดในระยะยาวด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่นการตั้งขึ้นของห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้า ถนนสายใหม่ในระแวกนั้นๆ ซึ่งหากจะพูดให้เข้าใจได้อย่างง่ายที่สุด การทำให้บ้านมีราคาสูงนั้นยาก แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการปล่อยเช่าในกรณีที่พื้นที่บ้านอยู่ในทำเลที่ดีทั้งต่อการคมนาคมหรืออาจจะใกล้โรงเรียน และถนนใหญ่ แต่กลับกันการทำให้ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของบ้านมีราคาที่สูงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ใช้เวลานาน ซึ่งแอดขอการันตีว่าเวลาที่ถือทรัพย์สินคอยนั้นจะมีมูลค่าสูงและคุ้มค่าอย่างแน่นอน
มูลค่าของคอนโดที่เกิดขึ้นนั้นสามารถเติบโตได้เร็วกว่าแต่มูลค่าก็ยังคงอยู่ในระดับกลาง ตลาดการปล่อยเช่าคอนโดมีความแข็งแรงกว่ามาก โดยเฉพาะโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้าหรือสามารถเดินทางได้สะดวก เพราะโดยปกติแล้วผู้ที่เช่าคอนโดจะอยู่ในช่วงวัยทำงานหรือนักศึกษา ดังนั้นคอนโดจะสามารถเพิ่มมูลค่าได้ดีหากอยู่ได้อยู่ใกล้กับสถานศึกษา สถานที่ทำงาน หรือแม้แต่ย่านท่องเที่ยว อีกทั้งคุณสามารถมั่นใจได้ว่าการบำรุงรักษาคอนโดนั้นใช้เงินน้อยกว่าการบำรุงรักษาบ้านอยู่มากเพราะมีการแบ่งเบาจากนิติบุคคลเข้ามาช่วย
การได้เป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดนั้นเป็นความฝันของใครหลายๆ คน การตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ศึกษาด้านทำเลที่ตั้งหรือค่าใช้จ่ายให้รอบคอบไม่ต้องรีบร้อน เพราะเรื่องที่อยู่อาศัยนั้นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านหรือคอนโดนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรใช้เวลาในการตัดสินใจ หากยังไม่มีที่ไหนถูกใจลองเลือกชมบ้านและคอนโดมือสองได้ที่ Kaidee Property อาจเจอคอนโดในฝันหรือบ้านที่ถูกใจก็ได้นะ
May 11, 2022 | บทความอสังหาฯ
ทุกการลงทุนคือความเสี่ยง เป็นประโยคเตือนใจที่สุดแสนจะคลาสสิกอยู่เสมอ ยิ่งเสี่ยงสูง ยิ่งแลกมากับโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน นักลงทุนหลาย ๆ คน เลือกที่จะไม่นำเงินไปแขวนบนเส้นความเสี่ยงเหล่านั้น การลงทุนอสังหาริมทรัพย์จึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะด้วยความเสี่ยงต่ำ ถึงแม้ผลตอบแทนจะไม่ได้ปุบปับรับเป็นก้อน แต่ก็เป็นความเรื่อย ๆ ที่พอจะวางใจได้ในระยะยาว
แล้วอสังหาริมทรัพย์ประเภทไหนที่น่าลงทุน?
อย่างที่ทราบกันดีว่าอสังหาริมทรัพย์มีหลายประเภท แต่รูปแบบไหน ที่จะใช่และตรงใจความเป็นคุณมากที่สุด วันนี้เราขอหยิบยกเอา “คอนโดมีเนียมแบบ 2 Bedroom” มาแนะนำไว้เป็นตัวเลือก ซึ่งเหมาะกับคนที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัวหรือมีสมาชิกหลายคน เน้นความสะดวกเป็นที่ตั้ง (อยู่ในเมืองเดินทางง่าย) จะซื้อไว้อยู่เอง หรือตั้งใจซื้อไว้เก็งกำไรปล่อยเช่า/ขายเองในอนาคตก็ได้เช่นกัน
ทำไมต้องคอนโด 2 Bedroom?
บางคนอาจมองว่าคอนโดเพียง 1 Bedroom ก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แล้ว ซึ่งถ้าคุณมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วก็ขอให้มุ่งไปที่ตัวเลือกนั้นได้เลย แต่หากใครยังคงลังเล มีความเลือกไม่ถูกว่าจะจบที่กี่ห้องนอน ขนาดห้องเท่าไรดีนะ ลองมาดูข้อดีสุดเจ๋งของคอนโดมีเนียมแบบ 2 Bedroom ที่ Kaidee Property นำมาฝากกันวันนี้ เผื่อจะช่วยให้คุณเลือกห้องที่ใช่ได้ง่ายกว่าเดิม
1. ห้อง 2 Bedroom มักอยู่ในทำเลที่ดีของโครงการ
ส่วนใหญ่แล้วโครงการที่มีห้องให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ห้องประเภทหลังมักมีจำนวนและรูปแบบให้เลือกน้อยกว่า 1 Bedroom ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างกว่าและการจัดวางตำแหน่งภายในห้องที่หลากหลาย ทำให้ห้องสไตล์ 2 Bedroom มักถูกจัดวางอยู่ในทำเลที่สวยงามกว่าแบบ 1 Bedroom คือ น้อยแบบคัดสรรมาแล้ว เรียกว่าจ่ายแพงขึ้นเพื่ออัปเกรดทั้งขนาดพื้นที่และมุมที่ดี อาจจะเป็นในแง่ของการรับแสง อยู่บริเวณมุมอาคารได้ความเป็นส่วนตัว หรืออยู่ในจุดที่ทัศนียภาพสวยงาม
2. จ่ายแพงขึ้นเพื่อค่าตอบแทนที่สูงขึ้น
เข้าใจว่างบประมาณเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ในการเลือกซื้อคอนโดฯ สักแห่งของใครหลายคน แต่อย่าลืมว่า ยิ่งการที่เราลงทุนจ่ายไปมากเท่าไร อัตราผลตอบแทนต่าง ๆ ย่อมสูงตามมาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่ารายเดือนหรือขายต่อในอนาคต แล้วอย่าลืมว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินที่นับวันยิ่งมีมูลค่าในตัวเอง ไม่ค่อยมีค่าเสื่อมเหมือนสิ่งของอื่น ๆ เรียกว่ายิ่งถือไว้นาน ราคามีแต่จะยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมีเนียม 2 Bedroom ของคุณอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยม ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำมากที่จะขายในราคาขาดทุน
3. ปล่อยเช่าได้ในราคาแพง = คัดเลือกผู้เช่าไปในตัว
หากคุณตั้งใจซื้อคอนโดมีเนียมไว้ปล่อยเช่าในระยะยาว ไม่ได้ตั้งใจซื้อไว้อยู่อาศัยเอง (ณ ตอนนี้) การเลือกซื้อห้องสไตล์ 2 Bedroom ไว้ปล่อยเช่า ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีคัดเลือกผู้พักอาศัยไปในตัว ด้วยอัตราค่าเช่าที่ค่อนข้างสูงกว่าห้อง 1 Bedroom หรือห้องแบบ Studio ส่งผลให้กลุ่มผู้เช่าอาจจะเป็นวงที่แคบลง ในทางกลับกันก็เป็นข้อดีเพราะเป็นกลุ่มเฉพาะขึ้น และแน่นอนว่ามีกำลังจ่ายมากกว่า เราเองในฐานะผู้ปล่อยเช่าก็ถือว่าได้คัดคนเช่าไปในตัว พอมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า สภาพคอนโดฯ ของเราจะปลอดภัย ไม่ต้องปวดหัวจัดการมากนัก
4. พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันครบถ้วน
ปิดท้ายด้วยข้อดีของห้องแบบ 2 Bedroom ที่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เพราะด้วยขนาดพื้นที่และจำนวนห้องที่มากกว่า ใครที่มีข้าวของเยอะ ชอบอะไรที่ Full Function – Full Design หรือมีจำนวนสมาชิกในครอบครัวทั้งตอนนี้ หรือในอนาคตแพลนว่าจะมีเพิ่ม ห้องแบบ 2 Bedroom คือคำตอบที่ใช่ที่สุด หากสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่คุณกำลังมองหา
จัดเต็มทุกไลฟ์สไตล์คนเมืองกับห้อง 2 Bedroom พร้อมอยู่!
The Line Phahonyothin Park
Highlight : The Line Phahonyothin Park
คอนโด High Rise ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมอยู่! จากแสนสิริ เดินทางสะดวก เพียง 300 เมตร จาก BTS ห้าแยกลาดพร้าว และ 1 กิโลเมตร จาก MRT พหลโยธิน โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ “Magical Tree” ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ Full Function – Full Design – Fully Furnished ด้วยห้อง 2 Bedroom ขนาด 58.75 – 79.5 ตร.ม. 2 Bedroom เริ่มต้นราคาที่ 6.85 ลบ.* Exclusive Promotion เฉพาะลูกค้า Kaidee Property จองวันนี้! ลุ้นรับทองคำสูงสุด 10 บาท*
*หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ถึงแม้ The Line Phahonyothin Park จะตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพแห่งย่านลาดพร้าว ซึ่งพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทว่าในแง่ของการอยู่อาศัย ความสงบร่มรื่นท่ามกลางธรรมชาติ คือสิ่งที่ทางโครงการให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เห็นได้จากคอนเซปต์การออกแบบหลัก “Magical Tree” ให้ทุกการออกแบบเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เน้นความโปร่ง โล่ง อยู่สบาย มาพร้อมพื้นที่ส่วนกลาง สวนสีเขียวขนาดใหญ่กว่า 8 ไร่ ให้คุณผ่อนคลายสายตา สบายใจไปกับวิวสีเขียวได้ทุกเวลา ทั้งยังมาพร้อมส่วนกลางที่ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง ทั้งสระว่ายน้ำ พื้นที่ทำงาน Co-Working Space
ส่วนห้อง 2 Bedroom ของโครงการนี้ เรียกได้ว่าเก็บครบทุก 4 ข้อดีของห้องสไตล์นี้ที่กล่าวไปแล้วในเบื้องต้น ทั้งเรื่องของทำเลที่ยอดเยี่ยม อยู่ใกล้ทั้ง BTS ห้าแยกลาดพร้าว (300 เมตร) และถนนเส้นหลักพหลโยธิน เพียง 400 เมตร ทั้งยังมาพร้อม Full Function Full Design และ Fully Furnished ตลอดจนมีขนาดห้องให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ 58.75-79.5 ตร.ม. ทั้งแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำและ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำแบบ Duplex โดยแต่ละห้องจัดวางโซนต่าง ๆ และให้ขนาดพื้นที่ไม่เหมือนกัน อยากได้ห้องไหนติดห้องไหน ครัวเล็กหรือใหญ่ เรียกว่าเลือกได้ตามใจที่คุณปรารถนา
ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสะดวกสบาย ที่คุณจะได้จากห้องประเภท 2 Bedroom ของ The Line Phahonyothin Park
ในราคาเริ่มต้นเพียง 6.85 ลบ.*
พิเศษ! จองกับ Kaidee Property วันนี้! ลุ้นรับทองคำสูงสุด 10 บาท*
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://baan.kaidee.com/collections/en/TheLine-Phahonyothin-Park/ หรือ https://blog.kaidee.com/th/the-line-pp-condominium/
May 11, 2022 | ข่าวสาร และกิจกรรม , บทความอสังหาฯ
การเข้ามาของเทคโนโลยีนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง และความสะดวกสบายในชีวิตเราหลายอย่าง แต่ถ้าต้องหยิบยกขึ้นมาหนึ่งสิ่งที่กำลังเป็นกระแสมากที่สุดในยุคนี้ เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่อง “สกุลเงินดิจิทัลหรือเหรียญคริปโต เคอร์เรนซี (Cryptocurrency)” ซึ่งคอร์เนอร์สโตน เรียลเอสเตท (Cornerstone Real Estate) ผู้คร่ำหวอดวงการอสังหาฯ ในพัทยากว่า 15 ปีเอง ก็ไม่พลาดเรื่องนี้! เพราะเราเข้าใจและเล็งเห็นถึงการเติบโตในเรื่องนี้เป็นอย่างดี
ด้วยการเปิดโอกาสให้คุณซื้ออสังหาริมทรัพย์ของเราด้วยเหรียญคริปโตได้แล้ววันนี้!
ทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ ขอให้คุณมั่นใจได้ว่า เป็นเรื่องง่าย ภายใต้ความเสี่ยงต่ำและเป็นไปตามกฏหมายอย่างแน่นอน ตลอดการดำเนินงานเรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำอยู่คุณเสมอ ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่พัทยา ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ทุกอย่างก็สามารถจัดการได้อย่างราบรื่นและสะดวก ผ่านระบบตัวกลางแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล Wanda POS จากบริษัท Wanda Exchange Co.,Ltd. ที่มีความน่าเชื่อถือและมั่นใจได้
ขั้นตอนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยคริปโต by Cornerstone Real Estate
เลือกอสังหาริมทรัพย์ของคอร์เนอร์สโตน เรียลเอสเตทที่ต้องการซื้อ ทีมงานของเราจะตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล หรือเหรียญคริปโต เคอร์เรนซีของคุณกับสกุลเงินบาท ณ ตอนนั้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินบาทแล้ว พบว่าสกุลเงินดิจิทัลมีมูลค่ามากกว่า 500,000 บาท คุณต้องกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน KYC (Know your customer) – ระบบยืนยันตัวตนลูกค้า และพิสูจน์ตัวตนอย่างถูกต้อง จากนั้นเข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ด้วยการระบุจำนวนเงินบาทที่ต้องการ ลงในระบบ Wanda POS ผ่านเคาน์เตอร์ OTC ระบบจะส่งรหัส QR Code ให้ผู้ใช้โอนเงินในสกุลเงินดิจิตอลเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท โดยอัตราที่ได้จะอ้างอิงตามเรตในขณะนั้น เงินบาทที่แลกเปลี่ยนได้จะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารไทยของผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งตามปกติแล้วจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที คุณจะได้รับใบเสร็จและ SMS ยืนยันจำนวนเงินที่ได้รับทันที แต่หากตรงกับช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก อาจมีความล่าช้าบ้าง นำเงินบาทที่ได้มาซื้ออสังหาฯ กับเรา Cornerstone Real Estate
หมายเหตุ : ระบบการแลกเปลี่ยนเงินดังกล่าวของ Cornerstone Real Estate อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท Wanda Exchange Co.,Ltd. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับอนุมัติเรื่องการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลสำหรับสินค้าและบริการราคาสูง (มีค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน)
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://cornerstone.co.th/th หรือโทรศัพท์ EN (+66) 38411250 TH (+66) 810820433