กล้อง Sony Guide! 5 อันดับยอดนิยมประจำปี 2021

กล้อง Sony Guide! 5 อันดับยอดนิยมประจำปี 2021

กล้อง Sony เป็นที่เลื่องลือกันในหมู่คนรักการถ่ายภาพมายาวนาน ทราบกันดีว่าค่ายนี้เป็นเจ้าแรกที่บุกเบิกตลาด Full-Frame Mirrorless ที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์สไตล์หรูหราสุดคลาสสิก ทั้งยังให้ภาพอันสวยงาม โฟกัสคมฉับไว ทำให้แบรนด์นี้ครองตลาดเบอร์ต้นๆ มาต่อเนื่องยาวนาน

แม้หลายๆ คนจะค่อนขอดว่าราคากล้อง Sony เลนส์ รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ มีราคาแพงเมื่อเทียบกับค่ายอื่นๆ แต่ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย สเปคและคุณภาพที่ได้มานั้น สำหรับเรามองว่า “ถ้างบประมาณถึงและโซนี่ถูกจริตคุณ ก็คุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว”

จุดเด่นของอารยธรรมกล้อง Sony

เชื่อว่าสมาคมช่างภาพทั้งหลายต้องเคยมีข้อกังขาว่า “ทำไม Sony ถึงมีราคาแพงกว่าแบรนด์ในตลาดอื่นๆ”

เราเองก็เป็นคนนึงที่เคยตั้งคำถามแบบนั้น ว่าอะไรที่ทำให้กล้อง Sony เจริญรุ่งเรืองเป็นอารยธรรมที่แข็งแรงอันดับต้นๆ ในตลาดกล้องถ่ายภาพ ถึงขนาดเปรียบเปรยคนใช้กล้อง Sony ว่าเป็นชนชั้นสูง ว่าแล้วก็ไปดูความเจ๋งความเทพของโซนี่กันดีกว่า ว่าอะไรบ้างที่ทำให้ผู้บริโภคมองว่าคุ้มค่าที่จะเสียเงิน


1. กล้อง Sony มีระบบเซ็นเซอร์อันแข็งแกร่ง

ยอมรับว่าโซนี่เป็นค่ายที่โดดเด่นเรื่องเทคโนโลยีเสมอมา แทบทุกครั้งที่เปิดตัวกล้อง Sony ใหม่ มักมีปรากฏการณ์ให้เราตื่นตาตื่นใจเสมอ โดยเฉพาะระบบเซ็นเซอร์อันทรงพลัง ที่ถูกพัฒนาและเติมเต็มให้เจ๋งขึ้นกว่าเดิมอยู่เสมอ

กระทั่งคู่แข่งอย่างแคนนอน ยังให้ Sony มาช่วยพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ให้เลยด้วยซ้ำ ไหนจะมีจุดแข็งอย่างระบบโฟกัสแบบเรียลไทม์ Eye Autofocus ตรวจจับดวงตาอย่างแม่นยำ ให้คุณสนุกกับทุกจังหวะการเคลื่อนไหว

2. กล้อง Sony ให้สีสันรูปอันเป็นเอกลักษณ์

ก่อนที่โซนี่จะเข้ามาลุยตลาดกล้องถ่ายภาพอย่างเต็มตัว อย่าลืมว่าแบรนด์นี้ครองแชมป์ตลาดผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ เทปบันทึกภาพ ดิสก์ Blu-Ray จอ Crystal LED ประเภทต่างๆ ฯลฯ เรียกว่ามีมรดกทางเทคโนโลยีที่ดีอันสั่งสมมายาวนาน

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจ ที่สีภาพของกล้อง Sony จะถูกใจหลายๆ คน เรียกว่าถ่ายคนก็ละมุน ถ่ายวิวก็ให้สีสันสดใส ไม่ต้องไปลำบากขุดภาพใน Lightroom อีกที เรียกว่าความเชี่ยวชาญเรื่องจอและสีภาพ ต้องยกให้แบรนด์นี้เขาจริงๆ ค่ะ

3.กล้อง Sony ครอบคลุมการใช้งานทุกประเภท

อย่างที่บอกไปว่าโซนี่เป็นเจ้าแรกๆ ที่ตีตลาดกล้อง Full-Frame Mirrorless ที่มีจุดเด่นเรื่องใช้งานง่าย สะดวกและคล่องตัว เหมาะกับคนไม่มีพื้นฐานการถ่ายรูป ด้วยความคิดที่ทางโซนี่มองว่า “ใครๆ ก็ใช้งานได้”

ทั้งยังมีกล้องให้เลือกหลายประเภท ตั้งแต่เบสิกอย่างคอมแพคระดับพรีเมียม ไปจนถึงฟูลเฟรมระดับเทพ เก็บครบทุกจังหวะการเคลื่อนไหว เรียกว่าตรงใจกับการใช้งานคนเกือบทุกประเภท จึงไม่แปลกที่เวลาใครจะมองหากล้องดีๆ สักตัว กล้อง Sony จึงมักเป็นตัวเลือกแรกๆ เสมอ

5 อันดับกล้อง Sony ยอดนิยมประจำปี 2021

รู้หรือไม่…ครั้งหนึ่งโซนี่เคยเป็นแบรนด์มูลค่ามากที่สุดในเอเชีย

ในอดีต Sony โด่งดังมากในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนจะเริ่มพาตัวเองเข้าสู่วงการกล้องถ่ายภาพอย่างเต็มตัว ด้วยความเจ๋งบวกกับความเก๋าแบบพอตัว จึงทำให้แบรนด์พากล้อง Sony ประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้

ยิ่งถ้าเราศึกษาและได้ใช้กล้อง Sony จริงๆ จะไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมหลายๆ คนถึงยอมจ่ายเงินจำนวนมาก แลกกับการพาตัวเองเข้ามาอยู่ใน “อารยธรรมโซนี่”

เชื่อเถอะค่ะ ว่าเทคโนโลยีเจ๋งๆ จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นเสมอ ถึงตอนนี้ใครที่สนใจอยากเข้าลัทธิกับเขาบ้าง เรามี 5 อันดับกล้อง Sony ยอดนิยมประจำปี 2021 มาฝากไว้เป็นทางเลือกให้ลองตัดสินใจดูค่ะ

1. กล้อง Sony ZV-1

Sony ZV-1

กล้อง-Sony-ZV-1

  • ระบบเซ็นเซอร์ : Exmor RS CMOS 1.0-type (13.2 มม. x 8.8 มม.) Exmor RS CMOS, สัดส่วนภาพ 3:2
  • เลนส์ : ZEISS Vario-Sonnar T*, ชิ้นเลนส์ 10 ชิ้นใน 9 กลุ่ม (9 ชิ้นเลนส์ Aspheric รวมเลนส์ AA) // รูรับแสงสูงสุด : F 1.8
  • ประเภทโฟกัส : Fast Hybrid AF (AF ตรวจจับระยะห่าง / AF ตรวจจับคอนทราส) โฟกัสติดตามวัตถุ และ โหมด Eye AF
  • ราคา : ประมาณ 22,900 บาท

กล้องดิจิทัลน้องใหม่มาแรงแห่งค่ายโซนี่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางปีที่แล้ว ด้วยคอนเซปต์ “Casual Video” เน้นเอาใจสาย Vlog ชาว Youtuber หรือสาย Streaming โดยเฉพาะ เป็นอีกหนึ่ง “จิ๋วแต่แจ๋ว” ของโซนี่ ที่ครบจบทุกความต้องการ เรียกว่ามีกล้อง Sony ตัวนี้เพียงตัวเดียว ก็ให้คุณบันทึกทุกช่วงเวลาที่น่าสนุก และน่าจดจำได้ทุกจังหวะ

กล้อง Sony ZV-1 ยังโดดเด่นด้วยระบบออโต้โฟกัสอัจฉริยะ ให้คุณสนุกกับการถ่ายคลิปมากกว่าเดิม ราบรื่นทุกการเคลื่อนไหว ด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ดีที่สุดของ ZV-1 ทั้งยังมาพร้อมเสียงที่คมชัด ด้วยไมโครโฟน 3 แคปซูล พร้อมตัวตัดเสียงลม ไหนจะหน้าจอ LCD ปรับมุมได้รอบทิศทาง ให้คุณถ่ายเซลฟี่ได้โดยไม่ถูกจำกัดมุมมอง

ส่วนเรื่องสีสันภาพที่เป็นจุดเด่นของกล้อง Sony ตัว ZV-1 ก็จัดเต็มด้วยโหมดปรับสว่าง หน้าเนียนสวยเสมือนใช้ฟิลเตอร์ ทั้งยังให้สีสันที่สวยงามดูธรรมชาติ ไม่หลอกตา นับเป็นอีกหนึ่งกล้อง Sony ที่ถ่ายเอาต์ดอร์ได้สะดวก น้ำหนักเบา ใช้งานร่วมกับกริ๊ป Bluetooth ® แบบ All-In-One ได้ ซึ่งจุดนี้น่าจะตอบโจทย์สายสแนปและสายสตรีทเอามากๆ

2.กล้อง Sony Alpha 7C

Sony Alpha 7C

กล้อง Sony Alpha 7C

  • ระบบเซ็นเซอร์ : Exmor R CMOS ฟูลเฟรม 35 มม. (35.6 x 23.8 มม.)
  • จำนวนพิกเซล (ใช้งานจริง) : ประมาณ 24.2 ล้านพิกเซล
  • ความไวแสง ISO : ภาพนิ่ง – ISO 100-51200 (สามารถตั้งเลข ISO ตั้งแต่ ISO 50 จนถึง ISO 204800 ให้เป็นช่วง ISO แบบขยาย) // ภาพยนตร์: เทียบเท่า ISO 100-51200 (สามารถตั้งเลข ISO ได้ถึง 102400 ให้เป็นช่วง ISO แบบขยาย)
  • ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ (ภาพนิ่ง) : ประมาณ 680 ภาพ (ช่องมองภาพ) / ประมาณ 740 ภาพ (จอภาพ LCD)
  • ราคา : ราคาเริ่มต้นประมาณ 62,000 บาท (เฉพาะบอดี้)

“Full Frame One Hand” คือคอนเซปต์ที่ทางโซนี่ชูจุดเด่นของกล้อง Sony Alpha 7C เอาไว้อย่างชัดเจน เอาจริงเป็นสเปคที่น่าสนใจไม่น้อยนะคะ ฟูลเฟรมมิเรอร์เลสคุณภาพครบครัน มาพร้อมเซ็นเซอร์ภาพ Full Frame Black-illuminated Exmor R™ CMOS ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล ตลอดจนระบบป้องกันภาพสั่นไหว ทั้งตัวกล้องและชัตเตอร์แบบ 5 แกนแน่นๆ ลืมความเกะกะของขาตั้งกล้องไปได้เลย

ไม่ใช่แค่ระบบเซ็นเซอร์ภาพที่แข็งแกร่งเท่านั้น กล้อง Sony รุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วยขนาด ซึ่งเล็กกำลังเหมาะมือและหนักเพียง 500 กรัม! ถือเป็นกล้องน้ำหนักเบาสุดใน ค.ศ.นี้ ทั้งยังรองรับการใช้งานในระบบโฟกัสขั้นสูง เพิ่มจุดโฟกัสถึง 693 จุด รวมถึงบันทึกวิดีโอความละเอียดของระดับ 4K ได้สบายๆ มีระบบ Real-time Eye AF ล็อกโฟกัสดวงตาตลอดการถ่ายวิดีโอ

ส่วนตัวจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว ที่มาพร้อมระบบสัมผัสนั้น ยังเพิ่มความสนุกด้วยการหมุนได้รอบทิศทางอย่างไร้ขีดจำกัด ให้คุณสนุกกับทุกการถ่าย ทั้งเซลฟี่ มุมต่ำ มุมสูง มั่นใจได้ว่าไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญในชีวิต จะถ่ายผ่านจอปกติ หรือมองผ่านช่อง XGA OLED Tru-Finder™ EVF ก็ได้ สำหรับเราแล้วกล้อง Sony ตัวนี้เป็นกล้องที่คุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาวทีเดียว

3. กล้อง Sony FX3

Sony-FX3

กล้อง Sony FX3

ระบบเซ็นเซอร์ : Exmor R CMOS ฟูลเฟรม 35 มม. (35.6 x 23.8 มม.)
จำนวนพิกเซล (ใช้งานจริง) : ภาพยนตร์ประมาณ 10.2 เมกะพิกเซล และภาพนิ่งประมาณ 12.1 เมกะพิกเซล
ความไวแสง ISO : ภาพยนตร์ เทียบเท่า ISO 80-102400 (สามารถตั้งค่า ISO ที่สูงถึง ISO 409600 ให้เป็นช่วง ISO แบบขยาย) // ภาพนิ่ง ISO 80-102400 (สามารถตั้งค่า ISO ตั้งแต่ ISO 40 ถึง ISO 409600 ให้เป็นช่วง ISO แบบขยาย)
ความเร็วชัตเตอร์ ภาพยนตร์ : 1/8000 ถึง 1/4 (1/3 ขั้น), สูงสุด 1/60 ในโหมดอัตโนมัติ (สูงสุดถึง 1/30 ในโหมดชัตเตอร์ช้าอัตโนมัติ) ภาพนิ่ง 1/8000 ถึง 30 วินาที
ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ : บันทึกวิดีโอต่อเนื่องประมาณ 135 นาที และภาพนิ่งถ่ายได้ประมาณ 580 ภาพ
ราคา : ประมาณ 135,000 บาท

จากสเปคหลักๆ ของกล้อง Sony FX3 ด้านบน ทำเอาเราตาลุกวาวอยู่ไม่น้อย เรียกว่าสมราคา “กล้องถ่ายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ” ของโซนี่จริงๆ เรียกว่าเทพสมราคาหลักแสน ด้วยเซ็นเซอร์ Exmor R™ CMOS ที่อ่านข้อมูลได้รวดเร็ว และระบบประมวลภาพ BIONZ XR™ ซึ่งพัฒนาไปอีกขั้นเพื่อให้ได้ความเร็วสูงสุด (ประมวลผล AF แบบเรียลไทม์)

ส่วนระบบโฟกัสของกล้อง Sony FX3 ก็ปังไม่แพ้กัน มาพร้อมการบันทึกภาพต่อเนื่องแบบเรียลไทม์และโฟกัสดวงตาอัตโนมัติที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย และเชื่อถือได้ ทำงานควบคู่ไปกับคุณสมบัติ “ความไวแสงสูง ช่วงไดนามิกกว้าง” ให้คุณจับภาพความเคลื่อนไหวได้ชัดเจน แม้แสงน้อยด้วย ISO ที่ขยายได้ถึง 409600

ความที่กล้อง Sony FX3 เน้นการถ่ายภาพยนตร์เป็นหลัก ทางโซนี่เองได้เพิ่มฟังก์ชัน S-Cinetone™ เข้ามา เพื่อให้ภาพที่ได้มีสีใกล้เคียงกับภาพยนตร์ ทว่ายังคงความเป็นธรรมชาติเข้ากับโทนผิว และเน้นสีช่วงกลางแบบ roll-off อ่อนๆ ให้คุณจบงานง่ายๆ ได้เลยจากตัวกล้อง ไม่ต้องไปวุ่นวายกับ Process หลังกล้อง

4. กล้อง Sony A7S III

Sony A7S III
โฟกัส Sony A7S III
กล้อง Sony A7S III

ระบบเซ็นเซอร์ : Exmor R CMOS ฟูลเฟรม 35 มม. (35.6 x 23.8 มม.)
จำนวนพิกเซล (ใช้งานจริง) : ประมาณ 24.2 ล้านพิกเซล
ความไวแสง ISO : ภาพนิ่ง: ISO 100-51200 (สามารถตั้งเลข ISO ตั้งแต่ ISO 50 ถึง ISO 204800 เป็นช่วง ISO แบบขยายได้) // ภาพยนตร์ ภาพยนตร์: ISO 100-51200 (เลข ISO ตั้งแต่ ISO 102400 ขึ้นมาสามารถตั้งเป็นช่วง ISO แบบขยายได้)
ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ : ช่องมองภาพประมาณ 610 ภาพ และจอภาพ LCD ประมาณ 710 ภาพ
ราคา : ประมาณ 64,000 บาท (เฉพาะบอดี้)

สุดยอดกล้อง “ฟูลเฟรม” ระดับท็อปของโซนี่อันโด่งดัง ที่ทางแบรนด์ให้สมญานามว่า “ผู้บุกเบิกด้านภาพ” อันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความแม่นยำ ควบคุมโฟกัสผ่านทางหน้าจอสัมผัส Touch Focus และทัชแพด เลือกเฟรมโฟกัสได้อย่างสะดวก แม่นยำง่ายๆ ด้วยปลายนิ้วขณะใช้ช่องมองภาพ

จุดเด่นของกล้อง Sony ฟูลเฟรมรุ่นนี้คือถ่ายได้ดีในที่มืด เจ๋งทั้งภาพปกติและภาพเคลื่อนไหว ด้วยขนาดความไวแสงระดับสูง มากสุดได้ถึง 409600 ทั้งยังมีช่วงไดนามิกกว้างถึง 15 สต็อป ถ่าย VDO 4K ได้แบบสบายๆ ถือเป็น 4K ที่สมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม ที่สำคัญถ่ายวิดีโอต่อเนื่องในโหมดปกติได้นานกว่า 2 ชั่วโมง โดยที่กล้องไม่ฮีต

ส่วนระบบเซ็นเซอร์เป็น CMOS Exmor R™ ความละเอียด 12.1 ล้านพิกเซล ซึ่งใครที่มองกล้อง Sony A7S III ให้มาน้อยไป เราคิดเหมือนกันค่ะ แต่พอดูองค์ประกอบอื่นๆ อย่างการถ่ายในที่มืดได้ดี ก็ถือว่าเป็นเหตุผลพอรับได้ บวกกับตัวโปรเซสเซอร์ภาพ BIONZ XTM ซึ่งถูกพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 8 เท่า ฉะนั้นหายห่วงเรื่องคุณภาพรูปได้เลย กันสั่นได้เฉียบแน่นอน

5.กล้อง Sony Alpha 1 (A1)

Sony Alpha 1

Sony Alpha 1 (A1)

  • ระบบเซ็นเซอร์ : Exmor RS CMOS ฟูลเฟรม 35 มม. (35.9 x 24.0 มม.)
  • จำนวนพิกเซล (ใช้งานจริง) : ประมาณ 50.1 เมกะพิกเซล
  • ความไวแสง ISO : ภาพนิ่ง : ISO 100-32000 (สามารถตั้งเลข ISO ตั้งแต่ ISO 50 ถึง ISO 102400 เป็นช่วง ISO แบบขยายได้) // ภาพนิ่ง: ISO 100-32000 (สามารถตั้งเลข ISO ตั้งแต่ ISO 50 ถึง ISO 102400 เป็นช่วง ISO แบบขยายได้)
  • ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ : ช่องมองภาพประมาณ 430 ภาพ และจอภาพ LCD ประมาณ 530 ภาพ
  • ราคา : ประมาณ 199,000 บาท (เฉพาะบอดี้)

ปิดท้ายกับกล้อง Full Frame Mirrorless ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี ทว่าทะยานขึ้นไปเป็นกล้อง Sony ตัวท็อปสุดของค่ายไปเป็นที่เรียบร้อย ทั้งราคาบอดี้ที่ปีนไปเกือบสองแสน และแน่นอนว่าราคาระดับนี้ โซนี่ถึงกับการันตีมาเลยว่า

“กล้อง Sony Alpha 1 คือกล้องที่มีระบบโฟกัสออโต้สุดเฉียบคม ที่ยังไม่มีกล้องตัวไหนให้คุณได้มากขนาดนี้”

ด้วยคอนเซปต์ “The one never seen” กล้อง Sony รุ่นนี้ ยังจัดเต็มด้วยเซ็นเซอร์ความละเอียด 50.1 เมกะพิกเซล ให้คุณถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 30 เฟรม/วินาที พร้อมระบบติดตาม Eye AF แบบเรียลไทม์ ที่ใช้ AI โฟกัสดวงตาของมนุษย์ได้แม่นยำขึ้นกว่าเดิม ใครเป็นสายกีฬาหรือเน้นถ่ายอะไรที่เคลื่อนไหวเยอะๆ น่าจะถูกใจเป็นอย่างมาก

ที่สำคัญนับเป็น “ครั้งแรกของกล้อง Sony ตระกูล α” ที่สามารถซิงค์แฟลชชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ได้ ด้วยความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงจากเซ็นเซอร์ CMOS แบบเรียงซ้อน และยังเป็น “ครั้งแรกของโลก” กับระบบชัตเตอร์แบบขับเคลื่อนคู่ ช่วยให้สามารถซิงค์แฟลชได้ถึง 1/400 วินาที ช่วยจับภาพเคลื่อนไหวแบบไดนามิกได้ง่ายขึ้น

กล้อง Sony ตัวไหนที่ตรงใจคุณ?

กล้อง 5 ตัวที่เราคัดสรรมาฝากกันนั้น ครอบคลุมการใช้งานเกือบทุกรูปแบบ มีตั้งแต่เบสิกอย่างดิจิทัลไปจนถึงฟูลเฟรมตัวท็อประดับพรีเมียม ซึ่งราคาก็แตกต่างกันไป มีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน แต่เราเชื่อว่าด้วยสเปคและเทคโนโลยีสุดล้ำของกล้อง Sony จะทำให้หลายคนเข้าใจและเห็นถึงข้อแตกต่างกับแบรนด์อื่น

อย่างว่าแหละค่ะ …อยากได้ของดีก็ต้องแลก

แต่ถ้าใครรู้สึกว่ากล้องที่เราแนะนำไปยังสู้ราคาไม่ไหว ทางโซนี่เองมีกล้องอีกจำนวนมาก ที่ราคาต่ำกว่านี้ให้เราจับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆ อาจจะไม่ได้ทันสมัยเท่ากล้อง 5 ตัวล่าสุดนี้ ทว่าก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด เพราะสุดท้ายแล้ว กล้องก็เป็นเพียงอุปกรณ์หนึ่งในการช่วยบันทึกเรื่องราว อย่างไรก็ตามคนหลังกล้องยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ

ส่องเทรนด์กล้องฟิล์ม ทำไมถึงกลับมา?

ส่องเทรนด์กล้องฟิล์ม ทำไมถึงกลับมา?

เดี๋ยวนี้เวลาไปฮอปปิ้งตามคาเฟ่ หรือเดินเที่ยวเล่นในเขตเมืองเก่า นอกจากมือถือและกล้องดิจิทัลที่พกกันไปหลายต่อหลายตัวแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไอเท็มยอดฮิต ที่กลับมาเฉิดฉายอย่างสวยงามอีกครั้ง อย่าง “กล้องฟิล์ม”

เราเองเป็นคนหนึ่งที่สนุกสนานกับการถ่ายกล้องฟิล์ม ด้วยเสน่ห์หลายๆ อย่างที่กล้องดิจิทัลไม่มี ไม่ว่าจะเป็นเกรนสุดคลาสิค โทนสีภาพที่สวยงาม ต่างกันไปตามคุณภาพและยี่ห้อฟิล์ม ที่สำคัญคือเรื่อง “ความรู้สึก” และ “ความตั้งใจ” ลองมาดูกันว่า ทำไมกล้องฟิล์มถึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

7 เสน่ห์อันน่าหลงใหลของกล้องฟิล์ม

“Film is not dead” เป็นประโยคที่ยืนยันความรุ่งเรืองของกล้องฟิล์มในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี แม้หลายๆ คนจะบอกว่าเป็นกระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่ถึงตอนนี้ กล้องชนิดนี้ก็ยังอยู่ในใจของใครหลายคนรวมถึงตัวเราเอง มาดูไปพร้อมๆ กันค่ะ ว่าอะไรในกล้องฟิล์มที่ทำให้ Come back กลับมาได้อย่างสวยงาม

1. กดหนึ่งครั้ง = หนึ่งความทรงจำ

สังเกตไหมคะ แทบทุกครั้งที่เราตัดสินใจลั่นชัตเตอร์กล้องฟิล์ม มักผ่านกระบวนการคิดแบบเล็งแล้วเล็งอีกอยู่หลายครั้ง ไหนจะรอเวลาให้แสงสวย (ช่วงสี่โมง) รวมถึงเดินหามุมและคิดท่าโพสต์อยู่นาน เรียกว่ากว่าจะได้จุดที่ถูกใจ เพื่อให้คุ้มค่ากับการถ่ายฟิล์มหนึ่งรูปนั้น ผ่านเรื่องราวและใช้เวลาไตร่ตรองพอควร

ความที่การถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์มมีข้อจำกัด เพราะมันมีวันหมด ทั้งจำนวนฟิล์มและปริมาณถ่าน ทำให้การถ่ายรูปด้วยกล้องประเภทนี้มีคุณค่าไปโดยปริยาย ทุกครั้งที่เรากดถ่าย สิ่งที่ได้ไม่ใช่รูปภาพเพียงหนึ่งใบ ทว่าเรื่องราวมากมายถูกบันทึกลงไปในหัวใจของผู้ถ่ายเป็นอย่างดี

2. ความดิบของเกรนและโทนสีอันน่าหลงใหล

เชื่อว่าข้อนี้เป็นเสน่ห์อันดับต้นๆ ที่ทำให้คนวัยหนุ่มสาวกลับมาหลงใหลกล้องฟิล์มกันเป็นจำนวนมาก เกรนเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ที่ปรากฏในภาพถ่ายนั้น คือความคลาสสิคสวยงามแบบลงตัว ที่ฟิลเตอร์แต่งรูปในปัจจุบันเลียนแบบให้เหมือนยาก

ไหนจะโทนภาพของฟิล์มแต่ละม้วน ที่ต่างกันไปตามยี่ห้อ ISO และลูกเล่นต่างๆ รวมถึงโทนสีวอร์ม โทนสีคูล หรือสีอื่นๆ ทั้งยังมีฟิล์มบูด ฟิล์มหนัง แตกประเภทออกไปอีกมากมาย รับรองว่า “กล้องฟิล์ม” มีลูกเล่นและความสนุกให้คุณเผชิญอีกเพียบ

3. ลุ้นและรออย่างมีความหมาย

อย่างที่ทราบกันดีว่า กระบวนการของกล้องฟิล์มมีหลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเลือกฟิล์มสักตัวให้เหมาะกับสิ่งที่เราจะถ่าย เพราะฟิล์มหนึ่งตัวให้โทนสีภาพไม่เหมือนกัน หากถ่ายที่ๆ มีแสงมาก เลือก ISO น้อยไปก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าแสงน้อยก็เสี่ยงหน่อย แลกมากับเกรนที่เยอะขึ้น หรือรูปมืดเกินไป

ทั้งนี้กว่าจะบรรจงถ่ายทีละรูปให้ครบ 36 รูป (บางม้วน 72 รูป) ก็ต้องใช้เวลาและความตั้งใจเอามากๆ ฟิล์มบางม้วนใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะถ่ายครบทุกรูป จากนั้นถึงนำไปล้างได้ และพอไปที่ร้านก็ใช้เวลาล้างและแสกนอีกประมาณหนึ่ง เรียกว่า ทุกกระบวนการผ่านการรอคอยและความคาดหวัง นั่นแหละถึงทำให้ “ภาพถ่ายฟิล์มมีความหมาย”

4. ได้ความสดใหม่ทุกครั้งที่ถ่าย

กล้องเดิม ฟิล์มเดิม แสงเดิมภายใต้สภาพแวดล้อมแบบเดิม ไม่ได้หมายความว่าภาพของคุณที่บันทึกผ่านกล้องฟิล์มจะออกมาเหมือนเดิม มุมอาจเหมือนเดิมก็จริง แต่มั่นใจได้ว่าแสง เกรนและฟีลของภาพที่ได้ต่างออกไปแน่นอน

เสน่ห์ตรงนี้ทำให้หลายคนสนุกและลุ้นทุกครั้งที่ถ่าย ว่ารูปจะออกมาเป็นอย่างไร ไหนจะมีปัจจัยอื่นๆ อย่างน้ำยาล้างฟิล์มและเครื่องสแกนภาพของแต่ละร้าน ทั้งแสง ความคมชัด การ Push Stop ก็ทำให้ภาพไม่เหมือนกัน เรียกได้ว่าล้าง 10 ร้านก็ได้รูปที่ต่างกันไป 10 ใบ

5. เรียนรู้กับถ่ายภาพได้ไม่มีที่สิ้นสุด

ข้อนี้วัดจากประสบการณ์ตัวเอง ซึ่งคลุกคลีกับกล้องฟิล์มมาเกือบ 3 ปี ถึงตอนนี้ก็ยังมี Passion และสนุกกับการถ่ายอยู่ทุกครั้ง ยังคงเพลินกับการเดินหาแสง หามุมไปเรื่อยๆ เพราะฟิล์มทุกม้วนให้สีและเกรนที่ต่างกันไป ตามสภาพแวดล้อม

สำหรับเราแล้วการถ่ายฟิล์มจึงเป็นอะไรที่คาดเดาได้ยาก รูปหนึ่งรูปมีหลายปัจจัยเป็นตัวกำหนด ไม่ใช่แค่วัดแสงดีแล้วจะได้รูปดังใจ แต่มีอะไรหลายๆ อย่างให้เรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าชาเลนจ์ทุกทีที่กด

6. รูปทุกรูปมีคุณค่า

ความที่กล้องดิจิทัลถ่ายได้เรื่อยๆ เป็นพันรูป โดยไม่ต้องกังวลกับข้อจำกัด ทำให้บางทีเราอาจไม่ได้โฟกัสกับการถ่ายเท่าที่ควร ถ่ายไปไว้ก่อนให้สบายใจ เผลอๆ ไม่ได้ย้อนกลับมาดูรูปด้วยซ้ำ ปล่อยให้นอนนิ่งอยู่ในโฟลเดอร์อยู่อย่างนั้น

ในทางตรงกันข้าม หากเป็นรูปที่ถ่ายจากกล้องฟิล์ม เรานับวันรอที่จะดูรูปอย่างใจจดจ่อ ตั้งแต่วันที่ส่งให้ร้านล้าง ทุกครั้งที่เมลล์เด้งแจ้งเตือนมา เราจะเปิดดูทีละรูปช้าๆ พร้อมลุ้นไปด้วย บางรูปก็นานจนลืมไปแล้วว่าถ่ายเอาไว้ (กว่าจะครบม้วน) ได้ย้อนเวลา กลับไปดื่มด่ำกับความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เรารักผ่านภาพถ่ายอีกครั้ง

7. พกพาง่าย น้ำหนักเบา

ตากล้องสายสตรีทและแคนดิดน่าจะถูกใจกล้องฟิล์มได้ง่าย เพราะด้วยขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกไปถ่ายที่ไหนก็ง่าย ให้คุณเก็บทุกจังหวะได้ทันท่วงที ไม่พลาดชอตสำคัญ ยิ่งถ้าเป็นกล้องแบบ Point of view shot ยกเล็งถ่าย สะดวกครบจบในตัวเดียว โดยเฉพาะกล้องฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้ง เล็กขนาดใส่กระเป๋ากางเกงได้เลยด้วยซ้ำ

สรุปท้ายบทความ

จะเห็นได้ว่าตลาดกล้องฟิล์มที่ผ่านมา ค่อนข้างคึกคักและมีสีสันพอสมควร สังเกตได้จากราคาฟิล์มและตัวกล้องที่แพงขึ้นหลายเท่าตัว อย่างตัวเราเองซื้อกล้องฟิล์มตัวหนึ่งมา 1,500 บาท ปัจจุบันกล้องรุ่นนั้นปีนขึ้นไปเริ่มต้นที่ 3,000 บาทแล้ว

ส่วนราคาฟิล์มไม่ต้องพูดถึง มีแต่แพงขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คุ้มค่าทั้งฟังก์ชันและครบเครื่องในเรื่องแฟชั่น ถือแล้วคูล คู่ควรกับคนที่อยากบันทึกความทรงจำผ่านรูปถ่าย

…เป็นกล้องที่เรียกว่า Beyond เหนือกาลเวลาที่แท้จริง

เจาะลึก GoPro HERO 9 Black กับ 5 ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจ

เจาะลึก GoPro HERO 9 Black กับ 5 ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจ

ล่าสุด GoPro แบรนด์ยักษ์ใหญ่แห่งวงการกล้อง Action Camera ได้เปิดตัว GoPro HERO 9 Black ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง GoPro HERO 8 Black โดยใส่ฟีเจอร์และฟังก์ชันมาอย่างจัดเต็ม ทั้งในเรื่องของความสามารถในการถ่ายวิดีโอ, หน้าจอสีสัมผัสทั้งด้านหน้าและด้านหลัง, ระบบกันสั่นที่นิ่งกว่าเดิม, รองรับการสั่งงานด้วยคำสั่งเสียง, แบตเตอรี่เพิ่มความอึดขึ้น 30% พร้อมรองรับอุปกรณ์เสริมหลายรูปแบบ และยังมีฟีเจอร์เสริมอื่นๆ อีกมากมายที่ตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบการผจญภัยได้อย่างแท้จริง

กล้อง GoPro คืออะไร ?

นับว่าเป็นกล้องสำหรับสายลุย และคนที่ชื่นชอบการผจญภัยที่อยากจะบันทึกภาพความทรงจำในช่วงเวลาเหล่านั้นไว้ หรือแม้แต่สายถ่าย Vlog ที่ตัวกล้องให้ความคล่องตัวในการใช้งานสูง และยังมีอุปกรณ์เสริมอีกมากมายเพื่อทำให้คุณสามารถพกกล้องและลุยถ่ายไปด้วยทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายใต้น้ำ หรือขณะขับรถ เพราะตัวกล้องมีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กกะทัดรัดพอดีมือ จึงทำให้สามารถพกพาไปไหนก็สะดวกสบายไม่เกะกะ รวมถึงยังมีความแข็งแรงทนทานสูง ที่สำคัญยังสามารถถ่ายภาพนิ่งและถ่ายวิดีโอในความละเอียดที่สูงให้ภาพที่คมชัดสวยงามได้แบบที่ต้องการ อีกทั้งแบตเตอรี่ยังมีความอึดอยู่ได้นานจึงเหมาะสมที่จะเป็นกล้องตัวโปรดพร้อมลุยกับคุณไปได้ทุกที่

ซึ่งเราสังเกตได้ง่ายๆ ว่ากล้อง GoPro จะอยู่ในทุกวงการทั้ง การแข่งขันกีฬา Extreme, วงการกีฬา, เหล่า Influencer, Youtuber และอีกหลายวงการ เพราะด้วยตัวกล้องที่สามารถใช้งานง่ายไม่มีความซับซ้อน และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ใช้งานได้อย่างหลากหลาย เหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ได้รับความนิยมอย่างเป็นวงกว้าง และรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง GoPro HERO 9 Black จะมีอะไรที่น่าสนใจ จุดเด่นมีอะไรบ้าง มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันได้เลย

5 ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจของ GoPro HERO 9 Black

มาเจาะลึกดูกันว่า GoPro HERO 9 Black จะมีจุดเด่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ และมีจุดใดบ้างที่พัฒนามาจากรุ่นก่อนหน้านี้ รวมถึงความคุ้มค่าว่าแตกต่างจาก GoPro HERO 8 Black อย่างไรบ้าง

1. สเปคโดยรวมที่น่าสนใจ

สเปคโดยรวมที่น่าสนใจของ GoPro HERO 9 Black จะสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ 5K 30fps, 4K 30fps และยังถ่ายวิดีโอแบบ Full HD เฟรมเรตสูงสุดที่ 240 เฟรมต่อวินาที ไว้สำหรับใช้งานในการถ่าย Slow Motion ให้ดูสวยงามมากว่าเดิม

ในเรื่องของการถ่ายภาพนิ่งมีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Super Photo + HDR และมีเลนส์ทั้งหมด 4 ระยะด้วยกัน คือ SuperView, Wide, Linear และ Narrow ส่วนระบบกันสั่นรุ่นล่าสุดจะเป็น HyperSmooth 3.0 + Boosted ทำให้ได้ภาพออกมานิ่งมากกว่าเดิม ในด้านตัวกล้องออกแบบมาให้กันน้ำลึกได้ถึง 10 เมตร โดยที่ไม่ต้องสวมใส่เคสป้องกันใดๆ และสามารถบันทึกเสียงคุณภาพสูง ใช้งานจริงได้โดยที่ไม่ต้องอาศัยไมโครโฟนภายนอก และระบบเมนูต่างๆ ที่ออกแบบมาให้เราสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ง่ายกว่าเดิม

2. ความสามารถในการถ่ายวิดีโอ

สิ่งที่น่าสนใจและมีส่วนสำคัญที่สุดของตัวกล้องก็ต้องเป็นเรื่องคุณภาพของวิดีโอที่ GoPro HERO 9 Black ให้ความละเอียดในการถ่ายวิดีโอสูงสุด 5K ที่เฟรมเรต 30 เฟรมต่อวินาที ให้ความละเอียดที่มากพอสำหรับคนที่ทำงานสายวิดีโอ ซึ่งปกติแล้ววิดีโอที่เราใช้กันบน YouTube จะมีความละเอียด Full HD เป็นหลัก ส่วนความละเอียด 4K ก็เริ่มมีให้เห็นบ้างแล้วแต่ถือว่ายังไม่ได้รับความนิยมมากสักเท่าไหร่

แต่ถ้าผู้ใช้งานที่อยากได้ภาพ 4K แบบลื่นไหลก็ยังสามารถถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้ที่ 60 เฟรมต่อวินาที หรือจะเอามาประยุกต์ใช้ถ่าย 4K เพื่อครอปภาพและใช้เฟรมเรตที่ 60 มาดึง Slow Motion ก็ได้ สำหรับคนที่อยากถ่ายวิดีโอแบบ Frame Rate สูงสุดๆ แล้วเอามาดึง Slow Motion ด้วยยังสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD ที่ 240 เฟรมเรต เหมาะสำหรับถ่าย Footage Slow Motion แนว Dramatic ได้สบาย ซึ่งจะช่วยให้เราได้คุณภาพวิดีโอที่สูง และยังได้เฟรมเรตมาไว้สำหรับตัดต่อได้อีกเพียบ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานคอนเทนต์สายวิดีโอและตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกรูปแบบ

3. TimeLapse & TimeWarp

ต่อมาเป็นโหมดที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจมาโดยตลอดกับโหมด TimeLapse และ TimeWarp ซึ้งทั้งสองโหมดนี้จะเป็นการถ่ายวิดีโอแบบเร่งเวลา แต่มีความแตกต่างคือ TimeLapse จะเน้นการถ่ายวิดีโอแบบอยู่กับที่ ตั้งอยู่ที่ขาตั้งกลอง ไม่มีการเคลื่อนไหว ช่วยทำให้คลิปของเราสื่อสารเรื่องอารมณ์ ความโดดเด่นของสถานที่ และช่วงเวลา

ในส่วนของโหมด TimeWarp เป็นเหมือนโหมด HyperLapse คือเน้นเร่งเวลาของการเคลื่อนไหวของมุมกล้องไปด้วย ส่งผลทำให้ภาพของเรามีความน่าตื่นเต้น เห็นการเคลื่อนไหวของมุมกล้องและสถานที่ไปในตัว

โดยทั้งสองโหมดนี้ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้งานได้ง่าย แล้วก็เลือกปรับระดับการเร่งเวลาได้ตามต้องการ ถ้าเลือก Footage ที่มีเวลานานก็จะทำให้ภาพวิดีโอมีช่วงเร่งที่เร็วและนาน แต่ถ้าต้องการเร่งแบบพอดีก็เลือกในระดับต้นที่ไม่ต้องเร็วมาก ก็จะส่งผลให้ได้ภาพที่สมูทและสวยงาม

4. ระยะเลนส์ 4 แบบ ที่ช่วยสร้างมุมมองได้หลากหลาย

มาดูในส่วนของเลนส์กันบ้างที่เห็นได้ชัดคือระยะของเลนส์จะมีจุดเด่นในการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถถ่ายได้หลากหลายมุมมอง และครอบคลุมการใช้งานได้มากกว่าเดิม

  1. เลนส์ระยะ SUPERVIEW (16MM)

เริ่มต้นกันที่ระยะ SuperView ที่ให้ระยะกว้างสุด 16mm มีขอบโค้งมนเล็กน้อย ซึ่งมุมนี้เหมาะสำหรับการถ่ายคลิปและภาพนิ่งที่ผู้ใช้ต้องการเล่าเรื่องให้ดูน่าตื่นเต้น น่าดึงดูดให้ชวนติดตาม และด้วยมุมมองที่กว้างเป็นพิเศษจะสามารถเก็บรายละเอียดทุกอย่างไว้ในเฟรมได้ครบถ้วน

  1. เลนส์ระยะ WIDE (16-34MM)

โดยเลนส์ระยะนี้จะให้มุมมองที่แคบลงมาจากระยะ SuperView ซึ่งจุดเด่นคือเน้นการเล่าเรื่องที่ให้ความสำคัญของคนพูดเป็นหลัก แต่ยังให้ความกว้างของฉากหลังอยู่ เรียกได้ว่าเป็นระยะที่ใช้งานได้หลายรูปแบบ เพราะให้มุมมองที่กว้างและขอบของภาพไม่โค้งมากจนเกินไป

  1. เลนส์ระยะ LINEAR (19-39MM)

ระยะนี้จะให้มุมมองประมาณ 19-39mm จุดเด่นจะเน้นไปที่คนพูดเป็นหลัก มุมภาพจะถูกซูมเข้ามาอีก ส่วนขอบโค้งที่เคยมีในระยะ SuperView และ Wide จะหายไป ซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายที่เน้นการพูดคุยเป็นหลัก หรือเก็บบรรยากาศโดยรอบที่ให้ความรู้สึกสบายและไม่ดูห่างจนเกินไป

  1. เลนส์ระยะ NARROW (27MM)

ระยะสุดท้ายกับมุมมอง 27mm ซึ่งเป็นระยะที่ให้มุมมองที่แคบที่สุดสำหรับกล้อง GoPro HERO 9 Black โดยจะเป็นการเน้นถ่ายเจาะไปที่คนพูด หรือ Close Up เน้นสิ่งของแบบเฉพาะเจาะจงให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

5. จอสีทั้งหน้าและหลังเหมาะสำหรับ Vlogger และ Youtuber

โดยก่อนหน้านี้ GoPro HERO 8 Black ก็มีทั้งจอหน้าและจอหลัง ซึ่งเป็นหน้าจอขาวดำที่บอกสถานะของเวลาในการบันทึกวิดีโอและโหมดของกล้องเท่านั้น ส่วนจอหลังระบบสัมผัสที่สามารถพับขึ้นได้ในขนาด 1.95 นิ้ว สำหรับถ่ายภาพและวิดีโอตัวเอง

แต่ GoPro HERO 9 Black จะมาพร้อมหน้าจอสีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ในส่วนจอด้านหน้าจะเป็นการแสดงผลของภาพพรีวิวหรือเซลฟี่เพื่อให้เห็นมุมมองและตำแหน่งของผู้พูดได้อย่างชัดเจน ส่วนจอหลังมีขนาดกว้าง 2.27 นิ้ว สามารถสั่งงานด้วยระบบสัมผัสได้เหมือนเดิม 

สรุป

ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่ากับการรอคอยสุดๆ สำหรับคนที่ต้องการกล้อง Action Camera ไว้ออกลุยสักหนึ่งตัว เพราะนอกจากจะพกพาสะดวกแล้ว ยังใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ แถมคุณภาพวิดีโอระดับโปร ใช้งานง่ายที่ไม่ว่าจะถ่าย Vlog หรือเซลฟี่ก็ตอบโจทย์ ยิ่งถ้าคุณเป็นสายลุย สาย Adventure แล้วล่ะก็อย่ารอช้าที่จะเป็นเจ้าของกันเลย

สำหรับใครที่สนใจกล้อง GoPro HERO 9 Black หรือรุ่นอื่นๆ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ที่อัดแน่นสินค้ามากกว่า 32 หมวดหมู่ ที่กำลังรอให้คุณคลิกเข้ามาช้อปอยู่

อยากเป็นยูทูปเบอร์ ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

อยากเป็นยูทูปเบอร์ ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

โลกแห่งยุค Digital นี้ใครๆ ก็มีแอปพลิเคชันที่เข้าถึงโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย ยิ่งแอปยูทูปที่มีรายการดีๆมากมาย เปิดดูกี่วันกี่เดือนก็ไม่หมด แต่หากวันนี้เราอยากเปลี่ยนจากมุมคนดูเป็นคนทำคลิปที่เขาเรียกกันว่า ยูทูปเบอร์ บ้างล่ะ จะทำอย่างไรดี ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เรามีข้อมูลดีๆมาให้คุณก่อนเริ่มต้นเป็นยูทูปเบอร์กัน 

ก่อนทำคลิป ต้องคิดอะไรบ้าง

หากคุณเริ่มมีความคิดที่จะเปิดช่องทำยูทูปแล้วล่ะก็ อย่าเพิ่งใจร้อนวางแผนให้ดี เตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ก่อนเลย

1.เป้าหมาย

ก่อนอื่นเลยให้เริ่มคิดก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำต่อจากนี้คืองานอดิเรกคืออยากเริ่มฝึกให้กลายเป็นอาชีพ ไม่ว่าก็อาชีพหลักหรืออาชีพรองก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะทำเป็นงานหลักหรืองานรองก็ควรทำให้อย่างเต็มที่ เพราะใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่คุณกำลังจะทำอาจสร้างให้คุณกลายเป็นยูทูปเบอร์ชื่อดังที่หาเงินได้มากมายก็เป็นได้

2.คิดชื่อ Channel

ชื่อช่องของคุณมีความสำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่เราทำคลิปออกมาแล้วเริ่มมีคนดูมากขึ้น เขาก็จะจำชื่อช่องของเรา ดังนั้นชื่อช่องของเรานั้นไม่ควรยาวมาก อาจเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ จะมีความหมายโดยนัยหรือดัดแปลงจากวลีเด็ดได้จะยิ่งดี เพราะจะช่วยให้คนดูจำชื่อช่องของเราได้ง่ายขึ้น

3.โลโก้

เมื่อคิดชื่อช่องได้แล้ว คิดต่อมาเลยว่าอยากมีรูปโลโก้ช่องเป็นแบบไหน อาจทำให้สอดคล้องกับชื่อช่องก็ได้ เพื่อช่วยให้คนจำได้ง่ายขึ้น ซึ่งขั้นตอนนี้อาจจะยากหน่อยสำหรับมือใหม่หรือคนที่ไม่ถนัดด้านศิลปะ เราอาจใช้แอปพลิเคชันช่วย หรือจ้างดีไซน์เนอร์ออกแบบโลโก้ให้เราก็ได้นะ รับรองว่าคุ้มค่าเพราะลงทุนแค่ครั้งเดียวก็มีโลโก้ดีๆใช้ได้ยาวๆ

4.วางแผนคอนเทนต์ที่จะทำ

แน่นอนว่าการทำช่องยูทูปนั้น ควรมีแกนหลักของคอนเทนต์หรือคลิปที่เราจะทำ เพื่อให้คลิปภายในช่องมีความสอดคล้อง และเป็นไปในทางเดียวกัน อาจไม่จำเป็นต้องมีหนึ่งอย่าง หากมีหลายอย่างก็สามารถสร้างเป็นชื่อรายการที่จะทำแล้วใส่เลขตอนต่อลงไป หรือคิดง่ายๆว่าเป็นการจัดระเบียบให้คลิปในช่องของคุณ และทำให้คนดูติดตามได้ง่ายมากขึ้น

5.เตรียมอุปกรณ์

เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม แผนพร้อม ให้เริ่มเตรียมอุปกรณ์ได้เลย อาจไม่จำเป็นต้องใช้ของแพง เริ่มต้นจากของระดับปานกลางที่ใช้งานได้ เพราะจุดสำคัญคือถ้าคอนเทนต์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ครึ่งที่เหลือคือการถ่ายทำและตัดต่อ

อุปกรณ์สำหรับยูทูปเบอร์

ตามจริงแล้วอุปกรณ์การเป็นยูทูปเบอร์มีอยู่ไม่กี่อย่าง และแต่ละคนก็มักจะใช้อย่างเดียวกัน (แต่อาจคนละรุ่นหรือแบรนด์กัน) อุปกรณ์จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

1.กล้อง

อุปกรณ์หลักที่ยูทูปเบอร์ทุกคนต้องมีอยู่แล้ว แต่การเลือกใช้กล้องนั้น หากคุณเป็นมือใหม่หรือไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ให้คุณเลือกกล้องที่คุณใช้แล้วถนัดมือมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับตั้งค่าต่างๆ ของคุณภาพไฟล์ที่ได้ 

หากให้แนะนำก็ควรเป็นกล้องที่ต่อไมโครโฟนได้ และมีหน้าจอที่สามารถพลิกกลับมาดูตัวเองได้ เพราะเริ่มแรกหลายๆคนก็มักถ่ายด้วยตัวเองคนเดียว และหากมีช่องต่อไมค์แยกก็จะยิ่งทำให้เสียงในคลิปของเราชัดเจนมากขึ้น 

แต่หากใครงบจำกัด กล้องของสมาร์ทโฟนก็สามารถใช้ได้นะ ยิ่งสมาร์ทโฟนสมัยนี้อัดกล้องที่มีความสามารถดีๆแถมบางรุ่นยังมีระบบป้องกันการสั่นไหวอีก เพราะฉะนั้นแล้วลองเริ่มจากสมาร์ทโฟนก่อนก็ได้ แต่อาจต้องระวังเรื่องความจำเครื่องด้วยล่ะ

2.อุปกรณ์เสริมกล้อง

เมื่อมีกล้องแล้วก็ควรมีอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้การถ่ายของคุณมีความสะดวกหรือมีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น เช่น เลือกใช้เลนส์ที่เหมาะ ยิ่งหากคุณเป็นสาย Vlog เดินไปถ่ายไป ก็ควรใช้เลนส์ที่มีความกว้างของมุมมองภาพ เพื่อเก็บภาพไม่ให้แคบจนคนดูรู้สึกอึดอัดตาม

หรือจะเป็นไม้ถือหรือไม้กันสั่น ยิ่งหากคุณใช้สมาร์ทโฟนล่ะก็ ในท้องตลาด Gadget ก็มีอุปกรณ์เสริมเป็นไม้กันสั่นที่จะช่วยให้ภาพของคุณสมูทมากยิ่งขึ้น แต่ก็อาจแลกมาด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย

3.ไฟ Ring Light

หากใครที่ตั้งถ่ายเองในบ้านหรือในสตูดิโอก็ควรมีไฟวงสักอัน เพื่อเพิ่มแสงของภาพในวิดีโอ โดยเฉพาะสาวๆที่ทำคลิปแต่งหน้ารีวิวเครื่องสำอางต่างๆ ยิ่งควรมี และควรซื้อแบบที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่หน่อย เพื่อสามารถตั้งกล้องได้ และที่สำคัญควรเลือกรุ่นที่ปรับสีได้หลายแบบหลายอุณหภูมิ

แต่หากคุณยังไม่อยากลงทุนเยอะ หน้าต่างบ้านแบบกระจกใสที่มีแสงธรรมชาติเข้าก็สามารถใช้ทดแทนกันได้ แต่อาจะต้องกะเวลาให้ดีก่อนแสงหมดนะ 

4.ฉากหลังสวยๆ

ใครที่ทำคลิปตั้งถ่ายเองในบ้าน ก็ควรจัดห้องในเป็นระเบียบหรืออาจตกแต่งด้วยไฟต่างๆให้มีมิติมากขึ้น แต่หากคุณไม่อยากให้ภาพพื้นหลังของคลิปคุณเป็นห้องที่รกๆล่ะก็ สามารถซื้อฉากขาวพร้อมขาตั้งมาใช้เป็นพื้นหลังทำให้ดูเหมือนถ่ายอยู่ในสตูดิโอได้เลย แต่หากมีพื้นที่จำกัดหน่อยก็อาจใช้ผ้าขาวมาติดแทนได้ 

5.สมุด

มือใหม่ในช่วงแรกๆอาจยังจำไม่ได้ว่าควรพูดเรื่องใดก่อนเรื่องใดหลัง เราควรจดลงสมุดหรือกระดาษเพื่อทำเป็นสคริปท์ให้เราดู ทำให้การพูดของเราลื่นไหลและมีการเรียงลำดับเรื่องราว ทำให้คนดูไม่สับสน 

หากแนะนำวิธีง่ายๆคือจดลงกระดาษหรือแท็บเล็ต จดเฉพาะหัวข้อที่ต้องการพูดแล้วเรียงลำดับ เริ่ม กลาง จบ เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราไม่ลืมเรื่องราวที่จะพูด และทำให้เราพูดไม่นอกเรื่องได้อีกด้วย 

สรุป

การเป็นยูทูปเบอร์นั้นไม่ยาก แต่การจะเป็นยูทูปเบอร์ที่มีผู้คนติดตามจำนวนมากนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะถึงแม้เราเตรียมตัวดีมีอุปกรณ์พร้อม แต่หากเนื้อหาที่เราทำไม่ได้ถูกใจคนดูในช่วงนั้นๆก็อาจทำให้ยอดรับชมน้อยก็เป็นได้ และอีกข้อที่สำคัญคือการทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อคนมีคนติดตามแล้ว พวกเขาก็จะรอดูคลิปใหม่ๆของคุณ หากคุณไม่ได้ทำเป็นประจำหรือมาๆหายๆก็อาจทำให้คนดูเชื่อมกับเราไม่ติดก็เป็นได้

และหากยูทูปเบอร์มือใหม่คนไหนยังไม่มีอุปกรณ์ล่ะก็ ที่ Kaidee ของเรามีหลากหลายหมวดหมู่สินค้าให้คุณได้ลองเข้าไปเลือกชม ไม่ว่าจะกล้องหรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่ารอช้า รีบเข้ามาดูกันเลย

มัดรวม 5 กล้อง Sony ยอดฮิต ปี 2020 ที่เหมาะกับคุณ!

มัดรวม 5 กล้อง Sony ยอดฮิต ปี 2020 ที่เหมาะกับคุณ!

กล้องถ่ายรูปเป็นอีกหนึ่ง Gadget ที่เป็นที่นิยมในหมู่คนทุกรุ่นทุกวัย เรียกได้ว่ามีหลากค่ายหลายรุ่นให้เลือกจนตาลาย ถ้าจะให้แนะนำว่ารุ่นไหนดี ค่ายไหนเวิร์ก พูดทั้งวันก็คงไม่จบ! เพราะงั้นเราขอทยอยนำกล้องรุ่นยอดฮิตที่ใช้แล้วต้องติดใจมาแนะนำทีละค่ายนะคะ วันนี้ขอประเดิมด้วยค่ายดังอย่าง Sony กับ 5 กล้อง Sony ยอดฮิตปี 2020 ก่อน! ไปดูกันดีกว่าค่ะว่ามีรุ่นไหนบ้างและแต่ละรุ่นเหมาะกับใคร!

Sony RX100VII 

ประเภท: Compact Camera

กล้องถ่ายรูปจากค่าย Sony ตัวแรกที่น่าสนใจมาก ๆ ขอยกให้ ‘Sony RX100VII’ Compact ตัวเล็กสเปกแน่น มาพร้อมเซนเซอร์ Exmor RS CMOS ขนาด 1 นิ้วและเลนส์ซูมทรงพลัง 24 – 200mm F2.8 –  4.5 ระบบ Autofocus เร็วทันใจและ ‘Real Time Autofocus’ ที่สามารถจับดวงตาคนและสัตว์ได้แบบเรียลไทม์ จุดโฟกัส Phase Detection 357 จุด และ Contrast Detection 425 จุด จับได้ทุกความประทับใจทั้งในรูปแบบภาพถ่ายและวิดีโอ! 

สเปก:

  • น้ำหนัก 302 กรัม
  • เซนเซอร์ Exmor RS CMOS 1.0 
  • เลนส์ ZEISS Vario-Sonnar T* 24-200 mm F2.8-4.5
  • ระบบ AF Phase Detection 357 จุด และ Contrast Detection 425 จุด
  • ติดตามวัตถุและดวงตาคนแบบเรียลไทม์ 
  • สามารถบันทึกวิดีโอ 4K HDR มีไมค์ในตัว
  • หน้าจอสัมผัสปรับเอียงได้ถึง 180 องศา 

ราคา:

38,990 บาท

เหมาะกับใคร:

เหมาะกับสายท่องเที่ยวที่มองหากล้องถ่ายรูปคุณภาพดีแบบจบในตัวเดียว เน้นพกพาง่าย ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ไม่ต้องแบกเลนส์แยกหลายตัวให้ปวดหลัง

Sony A6500

ประเภท: Mirrorless Camera

กล้องน้องเล็กสเปกจัดเต็มอีกตัว! ‘Sony A6500’ Mirrorless เปลี่ยนเลนส์ได้ เซนเซอร์ APS-C พ่วงระบบกันสั่น 5 แกน จอสัมผัสพับได้ 180 องศา ทำได้ดีทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ สายเซลฟีและสาย Vlog ต้องปลื้ม! ยังไม่พอ! ระบบ Tracking วัตถุก็แม่นยำรวดเร็วสมฉายา ‘Speed Monster’ กล้องเดียวครอบคลุมทุกการใช้งานจริง ๆ!

สเปก: 

  • น้ำหนัก 453 กรัม
  • เซนเซอร์ 24.2MP APS-C Exmor CMOS
  • Phase Detection 425 จุด
  • ระบบกันสั่นภายใน 5 แกน 
  • ระบบประมวลผลภาพ BIONZ X เพื่อรายละเอียดที่เหนือกว่า
  • หน้าจอสัมผัสพับได้ 180 องศา

ราคา:

Body: 36,990 บาท

Body + Kit 18-135mm: 50,990 บาท

เหมาะกับใคร:

 คนที่มองหากล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ราคาคุ้มค่าสักตัว ฟีเจอร์ครบ ได้ไฟล์คุณภาพเยี่ยม ใช้งานง่าย น้ำหนักกำลังดี สะพายไปไหนมาไหนคล่องตัว มีหน้าจอสัมผัสพร้อม จะถ่ายเซลฟีหรือ Vlog ก็สะดวกง่ายสบายเวอร์

Sony A7iii

ประเภท: Mirrorless Full Frame Camera

‘Sony A7iii’ Full-Frame ยอดฮิตค่ายพี่หมี Sony! เซนเซอร์ Exmor R CMOS Full Frame 24.2 ล้านพิกเซลที่ให้ความละเอียดสูง มีระบบกันสั่นทรงพลัง 5 แกน ได้ไฟล์ภาพระดับมืออาชีพ เอามาใช้ต่อยอดในการทำงานได้ ไม่ว่าจะถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอ 

สเปก: 

  • น้ำหนัก 650 กรัม
  • เซนเซอร์ 24.2MP Exmor R CMOS Full Frame 35 mm
  • ระบบกันสั่นภายใน 5 แกน
  • ระบบ AF Phase Detection 693 จุด และ Contrast Detection 425 จุด
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงสุด 10 fps
  • สามารถบันทึกภาพยนตร์ 4K HDR ได้ 
  • หน้าจอสัมผัส

ราคา:

Body: 63,990 บาท

Body + Kit 28-70: 69,990 บาท 

เหมาะกับใคร: ต้องบอกว่ากล้องนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ฮอตฮิตในหมู่ช่างภาพมืออาชีพและช่างภาพสมัครเล่นที่รักการถ่ายภาพเนื่องจากมีฟีเจอร์ตอบโจทย์การทำงานหลากหลายสถานการณ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถนำไปต่อยอดได้เยอะมาก ใครที่งบไหว สอยตัวนี้ไป ถูกใจแน่นอนค่ะ!

Sony A9

ประเภท: Mirrorless Full Frame Camera

ขยับมาที่กล้อง Mirrorless Full Frame ตัวโปรกันบ้าง!  ‘Sony A9’ มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำและวัสดุทนทาน ป้องกันทั้งฝุ่นและความชื้น พร้อมลุยทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ยังถือเป็น Full Frame ตัวแรกในโลกที่ใช้เซนเซอร์ Stacked Exmor RS CMOS ช่วยให้กล้องทำงานเร็วและได้ภาพโดดเด่นขึ้น แถมยังมีระบบโฟกัสแบบ 4D ที่แม่นยำรวดเร็ว ให้คุณไม่พลาดช็อตเด็ดแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว!

สเปก: 

  • น้ำหนัก 673 กรัม
  • เซนเซอร์ 24.2 MP 35mm Full-Frame Stacked Exmor RS CMOS
  • ระบบประมวลภาพ BIONZ X
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงถึง 20fps 
  • ระบบ Fast Hybrid AF ทั้ง Phase Detection 693 จุด และ Contrast Detection 425 จุด
  • หน้าจอสัมผัส
  • บันทึกวิดีโอ 4K HDR ได้ 

ราคา:

Body: 122,990 บาท 

เหมาะกับใคร:

ต้องบอกว่ากล้อง Mirrorless Full Frame ระดับโปรตัวนี้เหมาะกับช่างภาพมืออาชีพหรือคนที่ต้องใช้กล้องทำงาน เนื่องจากมีเทคโนโลยีสุดล้ำมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพหรือวิดีโอในสถานการณ์ต่าง ๆ แถมยังทนทานแข็งแรงพร้อมลุยไปกับเราทุกที่ แน่นอนว่ากล้องที่ฟีเจอร์จัดเต็มพร้อมลุยแบบนี้อาจจะราคาสูงตามไปด้วย ใครมองหากล้องไว้ทำงานจริงจังและมีงบสูง แนะนำรุ่นนี้เลยค่ะ 

Sony RX0II

ประเภท: Action Camera

ปิดท้ายกันที่ ‘Sony RX0II’ กล้อง Action Camera ตัวจิ๋ว น้ำหนักเพียง 117 กรัม แต่อึดสุดใจพร้อมลุยในทุกสถานการณ์เพราะตัวกล้องผลิตจากวัสดุทนทาน กันน้ำลึก 10 เมตร แถมยังกันกระแทกถึง 2 เมตร มีระบบกันสั่นแบบดิจิตอลสำหรับรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ให้ออกมาเป๊ะปังทุกช็อต! 

สเปก: 

  • น้ำหนัก 117 กรัม
  • เลนส์ ZEISS Tessar T* 24 มม. F4
  • ระบบกันสั่นดิจิตอล
  • กันน้ำลึก 10 เมตร กันกระแทก 2 เมตร
  • หน้าจอปรับเอียงได้ 180 องศา
  • บันทึกภาพยนตร์ 4K ได้
  • ซูเปอร์สโลว์โมชั่น สูงสุด 960fps/1000fps

ราคา:

21,990 บาท

เหมาะกับใคร:

สายเที่ยว Adventure ควรมีติดตัวไว้เก็บความประทับใจในมุมใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนใครในทุกที่ที่ไป ไม่ว่าจะขึ้นเขา ลงห้วย หรือดำน้ำ รับรองว่าต้องถูกใจไม่มีผิดหวัง! 

ลิสต์ 5 กล้อง Sony ยอดฮิตที่เราคัดมาให้วันนี้ถูกใจสาวกชาว Sony ไหมคะ หวังว่าใครที่ลังเลไม่รู้ว่าตัวเองควรซื้อกล้อง Sony รุ่นไหนถึงคุ้มและเหมาะกับตัวเองจะได้ข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นนะคะ ถ้าจะสอยรุ่นไหน อย่าลืมแวะมาดูกล้องถ่ายรูปมือสองคุณภาพดีที่ Kaidee น้า ที่นี่เรามีกล้องมือสองหลากหลายรุ่นให้เลือกสอยเลย เข้ามาเลื่อน ๆ ดูแป๊บเดียว อาจจะได้กล้องดีที่ถูกใจกลับไปแบบไม่ทันตั้งตัวก็ได้ค่ะ!