Dec 29, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่สุดแสนพิเศษ เพราะเป็นเวลาที่ใครหลายคนมีเวลาพักผ่อนจากการต้องลุยงานหนักมาตลอดปี เป็นเทศกาลที่ใครต่างเฝ้ารอที่จะได้กลับไปอยู่กับคนที่เรารัก และยังเป็นวันที่เมืองหลวงปราศจากการจราจรติดขัดตลอดทั้งวัน
นอกจากนี้ ปีใหม่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นอีกด้วย หลายคนเลือกเดือนมกราคมให้เป็นเดือนแห่งการเริ่มทำอะไรใหม่ๆ เช่น งานอดิเรก การลดน้ำหนัก การเปลี่ยนนิสัย หรือการทำงานให้มีประสิทธิมากยิ่งขึ้น
ทว่าไม่ใช่ทุกคน ที่จะสามารถยึดติดกับแผนการที่ตัวเองตั้งใจไว้ไปตลอดทั้งปีได้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยล้มเลิกความตั้งใจในการทำตามเป้าหมายของตัวเอง
บางคนล้มเลิกการออกกำลังกายตอนเช้า บางคนพับตารางการอ่านหนังสือไปเสียดื้อๆ และปณิธานการเก็บเงินของใครบางคนต้องหยุดลง เพียงเพราะกระเป๋าใบเดียวที่ซื้อในเดือนกุมภาพันธ์
ไม่อยากต้องล้มเลิกกลางคันอีกแล้ว
แม้ว่าเราจะอยากทำตามเป้าหมายที่วางไว้มากขนาดไหน เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เรากลับล้มเลิกมันไปอย่างไม่น่าให้อภัย เป็นเพราะอะไรกัน เพราะเราไม่มีวินัยในตัวเองมากพอใช่ไหม หรือเป็นเพราะเรายังขาดขั้นตอนโดยละเอียด และแผนการที่รัดกุม
แต่อย่าเป็นห่วงไป เมื่อสิ้นปีเก่านี้ไป เรายังมีปีใหม่ให้ได้เริ่มต้นกันอีกครั้ง และวันนี้ Kaidee Blog จะมาบอกวิธีการดีๆ ที่จะช่วยให้เราทำตามเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดโอกาสที่เราจะล้มเลิกกลางคันลงอีกด้วย
สัญญากับเพื่อนของคุณ
เคยเป็นไหม เรามักไม่ค่อยใส่ใจคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง เพราะมันดูไร้น้ำหนักและไม่จำเป็นต้องทำตามขนาดนั้น เพราะหากเราเลิกทำสิ่งนั้นไป ก็ไม่มีใครที่สูญเสียประโยชน์หรือได้รับผลกระทบ นอกจากตัวเราเอง
แต่หากเราได้ลองสัญญาว่าจะทำอะไร หรือนัดกับใครสักเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราจะรู้สึกได้ว่า คำมั่นสัญญานั้นเป็นสิ่งที่มีน้ำหนัก และเป็นสิ่งที่ควรต้องทำให้ได้ ไม่ว่าเราจะอยากทำสิ่งนั้นในเวลาต่อมาหรือไม่ก็ตาม
การบอกเพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัวถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ จึงเป็นเรื่องที่เราควรทำ เพราะเราไม่เพียงแค่พูดมันออกไป แต่คล้ายกับว่าเราได้สร้างสัญญากับคนๆ นั้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทำให้เรามีทั้งแรงกดดันและแรงจูงใจในการทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการอ่านหนังสือให้จบภายใน 1 เดือน ลองสัญญากับเพื่อนของคุณว่า สิ้นเดือนนี้ คุณจะมาเล่าตอนจบของหนังสือที่เพื่อนคุณไม่มีเวลาอ่านเสียที รับรองว่า คุณจะมีแรงจูงใจในการอ่านมากขึ้น เพราะคุณคงไม่อยากปล่อยให้เพื่อนคุณรอเก้อหรอกนะ
นึกถึงรางวัลที่เส้นชัยเข้าไว้
การเดินตามเป้าหมายในบางครั้งก็เปรียบเสมือนการหลงป่าในเวลากลางคืน เพราะเราไม่รู้ว่าต้องเดินอีกไกลแค่ไหน ท่ามกลางแสงจากพระจันทร์ที่มืดสลัวเกินกว่าจะมองเห็น หรืออีกนานแค่ไหนกว่าจะมีคนเจอเรา บ่อยครั้งเส้นชัยที่ยังไม่ปรากฎตรงหน้าก็ทำให้เราท้อจนไม่อยากเดินต่อไป
การจินตนาการถึงเส้นชัยที่มีรางวัลรออยู่จึงเป็นเรื่องที่ดี เพราะถือเป็นเชื้อไฟที่ส่องสว่างนำทางให้กับเรา และยังเป็นเเรงผลักดันให้เรายังคงก้าวเดินต่อไป
สมมุติว่า วันนี้คุณกำลังท้อกับการออกกำลังกายลดน้ำหนักที่แสนน่าเบื่อและทรหด ให้คุณลองจินตนาการถึงวันที่คุณกลับมาสวมชุดโปรดของคุณได้อีกครั้ง แค่นี้ก็ดูเป็นแรงใจที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว
จงนึกถึงเป้าหมายของตัวเองเข้าไว้
อย่ากินเค้กทั้งก้อนภายในครั้งเดียว
การกินเค้กทั้งก้อนจะทำให้คุณขยาดกับของหวานไปอีกนานแสนนาน หรือในบางราย ก็อาจล้มเลิกตั้งแต่ยังกินไม่ถึงครึ่ง เป้าหมายที่เราวางไว้ก็เช่นกัน บางครั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่หรือต้องใช้ระยะเวลานานกว่าที่เราจะทำสำเร็จ ก็อาจทำให้เราเหนื่อยที่จะเดินตาม และต้องล้มเลิกมันไปในที่สุด
เราจึงควรแบ่งก้อนเค้กแห่งเป้าหมายให้มีขนาดเล็กลง จากเป้าหมายใหญ่ยิ่ง กลายเป็นเป้าหมายขนาดเล็กที่ทำให้เป็นจริงได้ไม่ยากเย็น และเป็นหนึ่งในหนทางที่จะทำให้เราทำตามความฝันของเราได้สำเร็จ
การตั้งเป้าหมายที่จะวิ่งออกกำลังกายถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับข้อนี้ เพราะหากเราตั้งเป้าหมายที่จะวิ่ง 100 ครั้งให้ได้ภายใน 1 ปี ไม่ว่ามือใหม่หน้าไหนก็อาจจะมีหนาวกันบ้าง แต่หากเราลองแบ่งตัวเลขนั้นออกเป็นหน่วยย่อย จาก 100 ต่อปีเป็นวิ่งแค่เดือนละ 8 ครั้งเท่านั้น ไม่ว่าใครก็ย่อมมีแรงกระตุ้นที่จะทำให้สำเร็จทั้งนั้น จริงไหมครับ
แบ่งเป้าหมายให้เหมือนกับแบ่งเค้ก
หยุดเพื่อให้รางวัลกับตัวเองบ้าง
ในทุกครั้งที่เราขยับเข้าใกล้เป้าหมายของเราในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นยอดผู้ติดตามที่เพิ่มมากขึ้น หรือเงินเก็บที่เยอะขึ้น เราควรรู้จักที่จะให้รางวัลตัวเองบ้าง เพราะเป้าหมายที่ขาดรางวัลคงจะดูจืดชืดและขาดแรงดึงดูดไม่น้อย
เมื่อเราให้รางวัลตัวเอง เราจะรู้สึกดีกับความสำเร็จของเรา และมีความพยายามในการทำตามเป้าหมายต่อไป หรืออาจมีแรงทำเป้าหมายให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น ในทุกครั้งที่เรามีโอกาสที่จะทำมัน ถือเป็นตัวกระตุ้นที่ดีที่จะช่วยให้เราขยับเข้าใกล้เป้าหมายที่วาดไว้
หันหลังกลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมา
ทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอุปสรรคที่เรารู้สึกยากเย็นจะข้ามไปหรือเปล่า หรือเราเดินมาไกลจนเหนื่อยเกินจะก้าวเดินต่อใช่ไหม บางทีเป้าหมายที่เราฝันไว้ก็ใช้เวลานานเกินกว่าที่เราคิด
เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะท้อกับหนทางข้างหน้า ทางแก้ที่ดีคือหยุดพัก และมองย้อนกลับไปในเส้นทางที่ตัวเองได้เดินผ่านมา สิ่งที่เราทำไปแล้ว สิ่งที่ฝ่าฟันมาได้ เพื่อเป็นการย้ำเตือนว่าตัวเรานั้น เดินทางมาไกลขนาดไหนแล้ว และมันแตกต่างจากวันแรกที่เราเริ่มทำอย่างไร
หากคุณท้อที่เงินเก็บของคุณยังไม่ถึงเป้าที่วางไว้ อยากให้ลองมองย้อนกลับไปว่าวันแรกที่เริ่มต้นเก็บออมเป็นอย่างไร และมันแตกต่างเพียงไหนกับเงินออมในตอนนี้ที่คุณมี
ที่สั่งให้ฉันไปต่อก็คือ ความเชื่อเท่านั้น!
ต่อให้เรามีกำลังหรือทุนทรัพย์มากขนาดไหน ที่จะทำความฝันและเป้าหมายให้เป็นจริง ก็คงเป็นเรื่องยาก หากเราไม่มี “ความเชื่อ” ในสิ่งที่เราทำอยู่ เพราะการเชื่อในสิ่งที่เราทำ เชื่อในเป้าหมายที่เราตั้งไว้ จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เราพิชิตเป้าหมายนั้นได้เร็วยิ่งขึ้น และยังเป็นการลดอุปสรรคในใจเราอีกด้วย
แม้ฟังดูเผินๆ เป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่ต้องยอมรับตามตรงว่า แรงใจที่ดีมีความสำคัญไม่น้อยเลยกับการเดินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นเสมือนยาชูกำลังที่จะช่วยเติมพลังกายและใจให้กลับมามีแรงเดินต่อ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณตั้งใจจะทำอะไร ขอให้เชื่อในสิ่งที่คุณจะทำจริงๆ
ขอให้เป้าหมายในปีนี้ของเราสำเร็จ
จริงอยู่ทีเดียว ที่คนส่วนมากล้มเลิกความตั้งใจในการทำเป้าหมายไปกลางคัน แต่เราจะไม่รู้เลยว่าภาพของความสำเร็จจะสวยงามแค่ไหน หากเราไม่ลองทำดู ขอให้ 6 ข้อที่ผมได้พูดไปนี้ เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของการวิ่งไปสู่เส้นชัยที่ผู้อ่านทุกคนปรารถนานะครับ
เพราะตราบใดที่คุณมีความมุ่งมั่น เชื่อเหลือเกินว่าความสำเร็จจะตามมาในอีกไม่ช้า และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเรา ผมและ Kaidee Blog ขอเป็นกำลังใจให้ในปีใหม่ เป้าหมายใหม่ และคุณคนใหม่ที่จะมาถึงนี้ สวัสดีครับ
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
พรุ่งนี้ว่าจะออกกำลังกายสักหน่อย
การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก ทั้งช่วยในเรื่องการดูแลหุ่นและสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง หรือมีส่วนช่วยในการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย การออกกำลังกายยังช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ทั้งหน้าตาและผิวพรรณอีกด้วย
สำหรับหลายๆ คน การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่พวกเขาตั้งตารอในแต่ละวัน เป็นสิ่งที่พวกเขาอยากทำมากที่สุด และจำเป็นต้องทำ ไม่เช่นนั้น พวกเขาจะรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายไปในวันเหล่านั้น
แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นแบบนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถฉุดตัวเองขึ้นมาจากเตียงตอน 6 โมงเช้า หรือฝืนใจเข้าฟิตเนสหลังเวลาเลิกงาน บางครั้ง ภาระหน้าที่ กิจกรรมอื่นๆ หรือความรู้สึกอยากพักผ่อนก็เข้ามาเบียดเบียนแรงจูงใจในการออกกำลังกายของเราจนหมดสิ้น หรือกรณีของคนที่ออกกำลังกายเพื่อรักษาหุ่นหรือลดน้ำหนัก เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นที่ปรากฎ ก็อาจทำให้ถอดใจได้
ทำอย่างไรถึงจะมีแรงจูงใจในการออกกำลังกาย
ความน่าสนใจคือ เรื่องแบบนี้เกิดได้กับทุกคน ทั้งคนออกกำลังกายสมัครเล่นและนักกีฬาเจนสนาม ทุกคนมีวันที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการออกกำลังกาย อาจเป็นวันนั้นของสัปดาห์ เดือนหรือปี ไม่มีใครรู้
การทำให้ตัวเองกลับมามีแรงจูงใจในการออกกำลังกายอีกครั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญ และวันนี้ Kaidee Blog ก็มีทริคเล็กน้อยในการเสริมสร้างแรงจูงใจมาฝาก เพื่อคนที่เริ่มต้นการออกกำลังกายและคนที่สูญเสียแรงจูงใจไประหว่างทาง
ตั้งเป้าหมายกับตัวเอง และเก็บสถิติที่เราทำได้
คนทุกคนก้าวเดินด้วยเป้าหมาย หากปราศจากเป้าหมายที่ชัดเจน คงจะทำให้เราหลงทางไม่น้อย การออกกำลังกายก็เช่นกัน การมีเป้าหมายในการออกกำลังกายจะช่วยให้เรามีแรงจูงใจขั้นต้นในทุกๆ วัน
ลองถามตัวเองด้วยคำถามง่ายๆ เช่น “เราออกกำลังกายไปทำไม” หรือ “เราพอใจกับสุขภาพของเราตอนนี้หรือเปล่า” จากนั้น ให้สร้างเป้าหมายจากคำตอบที่ได้เช่น ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ออกกำลังกายเพื่อให้ดูเด็กลง หรือออกกำลังกายเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
เมื่อได้คำตอบของเป้าหมายระยะยาว ให้กำหนดเป้าหมายระยะสั้นในการออกกำลังกายด้วยเช่นกัน ถามตัวเองอีกครั้งว่า วันนี้จะวิ่งกี่กิโลเมตร จะว่ายกี่รอบ จะคาร์ดิโอกี่นาที เพราะหากเราทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เราจะมีกำลังใจในการทำมันในวันต่อๆ ไปมากขึ้น
แต่สำหรับคนที่พึ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย การกำหนดเป้าหมายที่ใหญ่เกินไปอาจกลายเป็นหายนะ เพราะหากทำไม่สำเร็จ เราอาจหมดกำลังใจก่อนก็เป็นได้ ให้กำหนดเป้าหมายที่เป็นไปได้ โดยประเมินจากประสบการณ์และความสามารถของตัวเอง
“วันนี้เป็นวันแรกของการว่ายน้ำ จะลองว่ายสัก 4 รอบดูก่อน ถ้าไหวจะเพิ่มเป็น 6 รอบในวันถัดไป” อะไรแบบนี้
ไม่เพียงแค่เป้าหมายที่เป็นสิ่งที่เราก้าวเดินไปหา สถิติหรืออดีตที่ผ่านมาถือเป็นแรงจูงใจให้กับเราเป็นดี การมีสมุดเล็กๆ สักเล่ม หรือแอพพลิเคชันออกกำลังกายในโทรศัพท์เพื่อเก็บสถิติเหล่านี้ไว้ก็เป็นประโยชน์ไม่น้อย หากเราย้อนกลับมาเปิดดู เราจะเห็นได้ว่า เราเดินมาไกลขนาดไหนแล้ว
อยู่ในบรรยากาศที่ตัวเองชอบ เล่นกีฬาที่ตัวเองโปรดปราน
“ทำไมไม่ลองวิ่งดูล่ะ เห็นเขาบอกว่าลดน้ำหนักได้เร็วกว่าว่ายน้ำมากเลยนะ”
แน่นอนว่าในระยะเวลา 1 ชั่วโมง การออกกำลังกายแต่ละประเภทให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน 1 ชั่วโมงของการจ้ำบนท้องถนนช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าการจ้วงน้ำผสมคลอรีนถึง 200 แคลอรี่
แต่หากมันไม่ใช่กีฬาที่เราอยากเล่น หรือกิจกรรมออกกำลังกายที่เราอยากทำ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืน การทำกิจกรรมที่ต้องการ มีส่วนช่วยในการสร้างแรงจูงใจให้เราโดยอัตโนมัติ เราไม่จำเป็นต้องฉุดรั้งตัวเองมากขึ้น หากสิ่งๆ นั้น เป็นสิ่งที่เราอยากทำตั้งแต่แรก
นอกจากกิจกรรมที่ทำแล้ว การสร้างบรรยากาศที่เราชอบก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เรามีแรงจูงใจจะออกกำลังกายให้สำเร็จ เลือกเพลย์ลิสต์ที่เราต้องการฟังระหว่างออกกำลังกาย หากเป็นการวิ่ง ลองถามตัวเองว่าชอบวิ่งบนลู่หรือรอบเมืองมากกว่ากัน หากเป็นการว่ายน้ำ สระแบบใดของที่ไหนเหมาะกับเรามากกว่ากัน
รูปลักษณ์ภายนอกก็มีผลต่อแรงจูงใจที่เกิดขึ้น เลือกอุปกรณ์ รองเท้าหรือเสื้อผ้าในการออกกำลังกายที่เราชื่นชอบ เพราะการอยู่ในชุดและอุปกรณ์ที่เราเลือก จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความพร้อมในการออกกำลังกายของเรา
การอยู่ในบรรยากาศที่เราชอบช่วยให้เรามีแรงจูงใจในการกระทำสิ่งนั้นให้สำเร็จมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่การออกกำลังกายเท่านั้น แต่รวมถึงการทำงานและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนด้วย
ออกกำลังกายกับคนรู้ใจหรือสหายสนิท
งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทำกับนักกีฬาบ่งชี้ว่า การออกกำลังกายกับคนอื่นช่วยให้เรามีประสิทธิภาพและแรงจูงใจมากขึ้นหลายเท่า เพราะเรามีตัวเปรียบเทียบอย่างบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่จะต้องเพิ่มความสามารถและความพยายามของตัวเองเพื่อให้ทัดเทียมผู้อื่นได้
การนัดหรือรวมกลุ่มเพื่อนออกกำลังกายจึงอาจช่วยดึงแรงจูงใจของเราออกมา อีกทั้งการมีบุคคลอื่นเข้ามาอยู่ในการออกกำลังกายจะช่วยให้เรามีวินัยและตารางเวลาที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะการออกกำลังกายคนเดียวยืดหยุ่นและล้มเลิกได้ แต่การนัดหมายกับเพื่อนเป็นเรื่องยากมากกว่าหากต้องยกเลิกไป
การทำกิจกรรมอะไรก็ตามกับเพื่อน คนรู้จักหรือแม้กระทั่งคนรู้ใจ ยังถือเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขา ให้ทั้งเราและเขารู้จักกันมากขึ้นอีกด้วย
แต่หากว่าเราไม่สามารถรวมกลุ่มกับเพื่อนในโลกความเป็นจริง ลองใช้ Community หรือกลุ่มสังคมในแอพพลิเคชันออกกำลังกายเพื่อมองหา และเปรียบเทียบตัวเรากับคนอื่นๆ บนโลกออนไลน์ ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเรา
เช้าแล้ว ยัง ไม่อยู่บนที่นอน
เคยมีคำกล่าวที่ว่า “กิจกรรมยามเช้าจะเป็นเครื่องวัดความมีประสิทธิภาพของเราไปตลอดวัน”
เช้าวันใหม่ให้อะไรเราหลายอย่าง ทั้งการนอนหลับที่เต็มอิ่ม และพลังงานที่ได้รับการฟื้นฟู การตัดสินใจออกกำลังกายในตอนเช้าถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นช่วงเวลาที่เรามีเรี่ยวแรงเหลือเต็มที่ และยังไม่ถูกดูดจากการทำงานหรือภารกิจระหว่างวัน
อีกทั้งการออกกำลังกายในตอนเช้าปราศจากการรบกวนใดๆ ทั้งจากงานภายนอก และจิตใจของตนเอง เป็นเวลาที่ไม่ต้องกังวลว่าหัวหน้าจะตามงานหรือไม่ หรือมีประชุมด่วนต้องเข้าหรือเปล่า
มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2561 ที่เปิดเผยว่าการทำอะไรที่มีประสิทธิภาพสูงในยามเช้าช่วยให้มนุษย์มีกระบวนการคิดและไตร่ตรองได้ดีขึ้นไปตลอดวัน ผลวิจัยพบว่าผู้ที่ออกกำลังกายในตอนเช้ามักเลือกทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน มีประโยชน์ในด้านคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า และยังลดการทานอาหารว่างอีกด้วย
ในเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ผู้ที่ออกกำลังกายตอนเช้ามีสมาธิในการจดจ่อกับการทำงานได้ดีกว่า รวมถึงมีอารมณ์แง่บวกมากกว่าตลอดวันนานกว่า หากเทียบจากผลการวิจัยชิ้นข้างต้น
แม้ไม่ได้ให้ผลด้านการเผาผลาญหรือประสิทธิภาพที่ดีกว่า แต่เพราะเป็นเวลาแรกเริ่มของวัน การออกกำลังกายในตอนเช้าจะทำให้ไม่ต้องพะวงเรื่องนี้อีกตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังสามารถใช้เวลาที่เหลือในวันนั้น คิดและไตร่ตรองได้รอบคอบมากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานเป็นอย่างมาก
หาแรงจูงใจและลงมือเลย
เเรงจูงใจเป็นเรื่องที่ใช้เวลาและความอดทน หากต้องการสร้างมันขึ้นมา แต่ไม่ยากเกินความพยายามของใครแน่นอน ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนตามหาแรงจูงใจของตัวเอง ขุดมันขึ้นมาและเริ่มต้นออกกำลังกายอีกครั้ง
Just Do It ลุยเลย
จบกันไปแล้วกับวิธีสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองในการออกกำลังกาย หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย แต่หากใครกำลังมองหาอุปกรณ์กีฬา หรือเสื้อผ้าสวยๆ มาสร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง ลองเข้ามาดูที่ Kaidee แล้วคุณจะรู้ว่า “ที่เดียวจบ ครบทุกสิ่ง” มีอยู่จริง