ส่อง 5 ทำเลทอง ซื้อง่าย ขายคล่อง ในเมืองกรุง

ส่อง 5 ทำเลทอง ซื้อง่าย ขายคล่อง ในเมืองกรุง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทำเลที่พักอาศัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อบ้าน คอนโด หรือแม้กระทั่งเหล่านักลงทุนทั้งหลายที่มองหาที่อยู่อาศัยในทำเลทองเพื่อการลงทุน ซึ่งในกรุงเทพมีหลากหลายทำเลที่ฮอตฮิต โดนใจผู้อยู่อาศัย ที่หลายคนมักจะตัดสินใจเลือกซื้อหรือเช่าด้วยเหตุผลของการเดินทางที่สะดวกสบาย อาหารการกินที่ครบครัน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวแฮ้งค์เอาท์ยามค่ำคืนในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน ลองมาดูกันดีกว่าว่า 5 ทำเลทองซื้อง่าย ขายคล่อง อยู่ตรงไหนบ้าง จะเป็นละแวกเดียวกับที่คุณอยู่หรือไม่ ไปดูกัน

5 ทำเลฮอตฮิตที่ชาวเมืองพร้อมใจกันลากกระเป๋าเข้าอยู่

พระรามเก้า

พระราม 9 ย่านใจกลางเมืองที่ครบครันในทุกความต้องการของคนเมืองที่ต้องการประหยัดเวลาเดินทาง ไม่ว่าคุณต้องการที่จะไปช็อปปิ้ง เดินทางทำงาน หรือไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด ย่านพระราม 9 สามารถตอบสนองทุกความต้องการของคุณได้เป็นอย่างดี ทำให้ที่พักอาศัยในย่านนี้ กลายเป็นที่ต้องการของชีวิตชาวเมืองวัยเรียน วัยทำงานทำงาน ที่ต้องการความรวดเร็ว ครบทุกมิติของการใช้ชีวิต รวมถึงความหลากหลายในพื้นที่ การเป็นย่านที่อยูอาศัย บวกกับ New CBD ทำให้พระราม 9 เป็นพื้นที่ของความแตกต่างที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

และด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพื้นที่พระราม 9 ที่ไม่เคยหลับไหล เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นอย่าง ตลาดนัดรถไฟรัชดา ห้างเซ็นทรัลพระรามเก้า ร้านอาหารชื่อดังนานาชนิด ที่ตั้งอยู่รายล้อมที่พักและที่ทำงาน รวมถึงการเดินทางที่สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้ามหานคร ไม่ว่าคุณอยากไปที่ไหนก็สามารถเดินทางไปได้ทั่วกรุงเทพอย่างสบาย เป็นเหตุผลที่ทำให้ย่านพระราม 9 เป็นจุดหมายหลักที่หลายคนอยากอยู่ ส่งผลให้ที่พักและคอนโย่านนี้มีการพัฒนารูปแบบของคอนโด ให้มีความทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากใครที่ต้องการความสะดวกสบาย การเติบโตของพระรามเก้าจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

ด้วยศักยภาพเหล่านี้ จึงทำให้ทำเลพระรามเก้า กลายป็นทำเลทองที่เหมาะแก่การอยู่อาศัย และการลงทุน มีหลายราคาให้เลือก แบ่งตามทำเลที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ ขนาดของห้อง ฟังก์ชั่นการใช้งาน และยังขึ้นกับเจ้าของโครงการด้วย

ลาดพร้าว

“ลาดพร้าว” ย่านที่อยู่อาศัยยอดฮิตของชาวเมืองกรุงเทพ ความพร้อมของโซนลาดพร้าวจะตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ การทำงาน การท่องเที่ยว และเอ็นเตอร์เทนเมนท์ รวมไปถึงการเดินทางจากย่านลาดพร้าวที่แสนจะง่ายดาย ด้วยระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้การใช้ชีวิตในลาดพร้าวเป็นเรื่องง่ายดาย เพราะไม่ว่าคุณต้องการอะไร ’ลาดพร้าว ’ มีทุกอย่างเสิร์ฟพร้อมคุณ

การพัฒนาเมืองในเขตลาดพร้าวที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน ทำให้ลาดพร้าวมีความพร้อมตอบรับทุกความต้องการในการใช้ชีวิตของผู้คนที่อยู่อาศัยในย่านนี้ สถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้าอย่าง ยูเนี่ยนมอล์ เซ็นทรัลลาดพร้าว จตุจักร สถานที่ทำงานในลาดพร้าวและพื้นที่โดยรอบ ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะพักอาศัยในโซนลาดพร้าว เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ในโหมดทำงานจริงจัง หรืออยากเที่ยวเล่นพักผ่อน คุณก็สามารถเดินทางไปในที่ที่คุณต้องการได้ในเวลาที่ประหยัด

ย่านลาดพร้าว ทำเลทองของคนเมืองที่ไม่อยากวุ่นวายในโซนใจกลางเมือง ที่จะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของคุณให้สะดวกสบายมากขึ้น เหมาะแก่การลงทุน หรือแม้กระทั่งการพักอาศัยในพื้นที่นี้ จะช่วยให้คุณถาพชีวิตของคุณดีขึ้น

สุขุมวิท

หากคุณกำลังมองหาคอนโดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลเมืองมากนัก “สุขุมวิท” เป็นอีกหนึ่งทำเลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนเมืองอย่างลงตัว ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย อีกทั้งยังอยู่ในย่านธุรกิจที่มีสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมาก 

ถามว่า ทำไม  “สุขุมวิท” จึงเป็นทำเลทองที่หลายๆคนอยากมาอยู่ เพราะ สุขุมวิท ไม่ใช่ปลายทางที่คนไทยอยากไปอยู่เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่รวมชาวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในเมืองไทยด้วย 

ด้วยความเป็นศูนย์กลางของเมือง “สุขุมวิท” จึงเป็นย่านที่คับคั่งไปด้วยผู้คนทั้งไทยและต่างชาติ ความพร้อมของ “สุขุมวิท” ทำให้หลายคนเลือกที่จะอยู่ในโซนนี้ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่สนุกสนาน เต็มไปด้วยแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ใครที่รักการท่องเที่ยวในยามราตรี ชอบทานอาหารร้านดัง ธุรกิจห้างร้านต่างๆที่พร้อมใจกันมาปักหลักในพื้นที่ย่านธุรกิจอย่าง “สุขุมวิท” ทำให้การใช้ชีวิตมีสีสัน สุดเพลิดเพลินกับกาารช็อปปิ้ง เอ็นจอยกับอาหารในร้านที่ปรนนิบัติคุณดุจดั่งคนสำคัญ ใครที่รักการใช้ชีวิตแบบนี้ ย่าน “สุขุมวิท” จึงเป็นย่านที่คุณคู่ควร 

เนื่องจากสุขุมวิทเป็นย่านทำเลทองของเมือง ทำให้คอนโดมิเนียมในย่านนี้มักจะเป็น Luxury Condo ด้วยมูลค่าที่ดินของสุขุมวิท และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่หรูหราของคนในย่านนี้ ทำให้สุขุมวิทมีราคาการซื้อขายและเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อนข้างสูงกว่าพื้นที่อื่นๆในละแวกเดียวกัน

สาทร 

    ย่านที่ธุรกิจทั้งหลายพร้อมใจกันมาตั้งรกรากที่จนทำให้ “สาทร” กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ หรือ Real CBD (Real Central Business District) ที่สำคัญของประเทศไทย และนอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานฑูตอีกหลายประเทศ จึงทำให้ย่าน“สาทร”เป็นที่รู้จักของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในนามของ “สาทร” ทำเลแห่งชีวิตเหนือระดับ เป็นโซนเส้นเลือดใหญ่ของกรุงเทพมหานคร โซนแห่งความเจริญของสิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์การใช้ชีวิตสุดหรูของคนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด

ความไพร์มของ “สาทร” ทำให้ย่านนี้กลายเป็นย่านทำเลทองห ลอมรวมประสบการณ์สุดพิเศษของชีวิตในพื้นที่เดียว การเติบโตของสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่นี้จึงรุดหน้ามากเป็นอันดับต้นๆของกรุงเทพฯ หลายบริษัทชั้นนำ โรงเรียนที่มีชื่อเสียงในไทย โรงพยาบาลชื่อดัง รวมถึงห้างร้านสรรพสินค้าระดับลักชัวรีที่พร้อมใจกันมาตั้งในย่าน “สาทร” ทำให้ย่านนี้มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาตลอดเวลา การบริการที่ครบครันในพื้นที่อย่างร้านอาหารเจ้าดัง การเดินทางที่สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า ถนนตัดผ่านที่คุณสามารถเข้าออกทั้งสองฝั่งของกรุงเทพมหานครเป็นเรื่องที่ง่ายดาย คุณจึงสามารถใช้ชีวิตสุดโมเดิร์นใน“สาทร”ได้ครบ จบในที่เดียว

การเข้ามาของบริษัทสัญชาติตะวันตกจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัททางด้านการเงินที่สำคัญ ทำให้ย่านสาทร มีการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว ที่ดินในย่านสาทรถือเป็น Rare Area ที่ทำให้ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้เป็น Rare Item ที่มีราคาสูงตามทำเลและคุณภาพ

อ่อนนุช

ย่านที่พักอาศัยคุณภาพคับแน่น แต่ราคาเป็นมิตร ตอบโจทย์ชาวเมืองทั้งหลาย คงจะหนีไม่พ้น “อ่อนนุช” พื้นที่ปลายโซนของสุขุมวิท ที่เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเดินทางที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของหนุ่มสาวชาวเมือง แหล่งช็อปปิ้งที่มีหลากหลาย เตรียมพร้อมไว้สำหรับทุกคนที่พักอาศัยในพื้นที่อ่อนนุช ไม่แพ้พื้นที่อื่นๆในกรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งพื้นที่ใกล้ๆอ่อนนุช อย่างใจกลางสุขุมวิท อ่อนนุชก็มีทุกอย่างรอต้อนรับการมาของคุณ

โซนที่พักอาศัยของหนุ่มสาวชาวเมือง ที่ไม่โฟกัสเรื่องเวลาในการเดินทาง ผสมผสานกับความเรียบง่ายของชาวเมืองอ่อนนุชเอง ทำให้ “อ่อนนุช” กลายเป็นเมืองที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะลองใช้ชีวิตแบบหรูหรา หรืออยากประหยัดเงินในกระเป๋า คุณก็สามารถเลือกได้ และอีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญของอ่อนนุช คือไม่ว่าจะเดินทางเข้าเมืองหรือออกนอกเมืองก็เดินทางได้ง่ายๆ แถมค่าครองชีพก็ถูกด้วย 

ด้วยความน่าสนใจของพื้นที่ย่านไลฟ์สไตล์ ฟังก์ชั่นครบครัน ทำให้เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลาย เลือกลงทุนในพื้นที่นี้ ทั้งการปล่อยขายและปล่อยเช่า แบบหรูหราและราคาประหยัด ไว้ให้คุณเลือกหามากมายในย่าน “อ่อนนุช” 

เลือกจับจองและลงทุนในทำเลที่คุณถูกใจ

ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบใดก็ตาม ทำเลเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจเลือกได้ง่ายมากขึ้น ด้วยการตอบสนองปัจจัยพื้นฐานในการใช้ชีวิต หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเลือกพักอาศัยในพื้นที่ทำเลทอง เพื่อการยกระดับการใช้ชีวิต หรือเพื่อการลงทุนในระยะยาว 5 ทำเลทองเหล่านี้จะช่วยทำให้คำตอบในการใช้ชีวิตของคุณเป็นจริง

อ่อนนุช…จุดเริ่มต้นความเจริญของสุขุมวิทตอนปลาย

อ่อนนุช…จุดเริ่มต้นความเจริญของสุขุมวิทตอนปลาย

หากเราถามคนในกรุงเทพฯ ว่ารู้จัก “อ่อนนุช” ไหม?

เชื่อว่าร้อยละ 90 น่าจะตอบว่า “รู้จัก” 

เพราะอย่างน้อยๆ “อ่อนนุช” ก็เป็นชื่อสถานีรถไฟฟ้า BTS ที่เป็นทั้งจุดหมายปลายทางของใครหลายๆ คน และเป็นจุดเริ่มต้นความเจริญทางสังคมและเศรษฐกิจที่ทำให้อ่อนนุชในวันนี้แทบไม่เหลือเค้าความเป็นชานเมืองในวันวานอีกต่อไป 

สภาพความหนาแน่นบริเวณปากซอยอ่อนนุชในปัจจุบัน
มีการผสมระหว่างอาคารพาณิชย์เก่ากับคอนโดใหม่ ตลาดสดชุมชนและซูเปอร์มาร์เก็ตทันสมัย

อ่อนนุช สุขุมวิทตอนปลาย

เดิมที “อ่อนนุช” เป็นเพียงชื่อเรียกของถนนสุขุมวิท 77 ซึ่งแยกมาจากถนนสุขุมวิทสายหลักอีกทีหนึ่ง และถูกเปลี่ยนเป็น “ถนนอ่อนนุช” ในเวลาต่อมา โดยคำว่า “อ่อนนุช” นั้นมาจากนามสกุลเจ้าของที่ดินดั้งเดิมผู้เป็นเจ้าของตลาดตรงปากซอยนั่นเอง 

หากย้อนไปสัก 40-50 ปีก่อน อ่อนนุชมีสภาพไม่ต่างจากย่านชานเมืองในปัจจุบัน ที่สองข้างทางยังมีทุ่งนาสีเขียวกระจายอยู่โดยรอบ ความสะดวกสบายของโครงสร้างพื้นฐานยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และวิถีชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ยังคงเนิบช้า ในขณะที่ความเจริญของสุขุมวิทในยุคนั้นหยุดอยู่แค่เอกมัย พระโขนง และมีคลองพระโขนงเป็นเส้นแบ่งเขตความเป็นเมืองไปโดยปริยาย 

ต่อมาเมื่อความเป็นเมืองขยายตัว มีการสร้างทางด่วนเฉลิมมหานครพร้อมจุดขึ้นลงที่สุขุมวิท 62 และต่อด้วยทางด่วนฉลองรัช (ช่วงรามอินทรา–อาจณรงค์) ที่มีทางขึ้นลงอยู่ที่สุขุมวิท 50 ส่งผลให้ถนนหนทางในโซนนี้ได้รับการปรับปรุงดีขึ้น มีการเชื่อมต่อถนนเป็นทางลัดไปตามตรอกซอกซอย อาทิ อ่อนนุช 46 ลัดเลาะไปศรีนครินทร์ อุดมสุข ทะลุย่านบางนาได้ อ่อนนุช 17 เชื่อมต่อไปถึงถนนพัฒนาการ-พระราม 9 และอ่อนนุช 65 ที่สามารถลัดไปถึงถนนเลียบมอเตอร์เวย์ 

พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของแหล่งชุมชนเก่าแก่อย่างอ่อนนุชสู่นิยามใหม่ว่า “สุขุมวิทตอนปลาย” ที่มีความเป็นย่านธุรกิจการค้ามากขึ้น มีบ้านพักอาศัยรูปแบบใหม่ๆ ขึ้นแทนที่ผืนนา ไม่ว่าจะเป็นทาวน์เฮ้าส์ หมู่บ้าน หอพัก คอนโด รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งที่เป็นทั้งคอมมูนิตี้มอลล์สมัยใหม่และตลาดชุมชน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปริมาณการพัฒนาที่ดินในย่านอ่อนนุชสูง แต่ส่วนใหญ่แล้วยังกระจุกตัวอยู่ในช่วงต้นซอยฝั่งที่ติดกับถนนสุขุมวิท ในขณะที่ช่วงกลางถนนอ่อนนุชก่อนถึงถนนศรีนครินทร์มีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดใหม่ประปรายและส่วนใหญ่อยู่ในซอยย่อยๆ ลงไปอีก ซึ่งต่างจากปลายถนนอ่อนนุชที่มุ่งหน้าไปประเวศ บริเวณนี้จะมีโครงการหมู่บ้านขนาดใหญ่จำนวนมาก

ภาพจาก Google Map แสดงแผนที่ตั้งของคอนโดมิเนียมจำนวนมาก
ที่กระจายอยู่ทั่วซอยอ่อนนุช และรอบๆ สถานี BTS อ่อนนุช

BTS อ่อนนุช จุดเปลี่ยนความหนาแน่นของพื้นที่

ในปี 2542 ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของย่านอ่อนนุช เนื่องจากถูกเลือกให้เป็นสถานีปลายทางของรถไฟลอยฟ้าสายแรกของประเทศไทยหรือรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวเข้ม พื้นที่โซนนี้จึงกลายเป็นฮับการเดินทางของผู้คนที่อยู่นอกเมืองฝั่งตะวันออกอย่างบางจาก บางนา และสำโรง ที่สามารถเข้าสู่ย่านธุรกิจ CBD ได้ง่ายและรวดเร็วเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น

ในขณะเดียวกันก็เป็นจุดหมายปลายทางของคนที่เคยอยู่ในเมืองที่ต้องการมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ในราคาจ่ายถูกลง ไม่เว้นแม้แต่กลุ่ม Expat ที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพชั้นในที่เคยอาศัยอยู่ในย่านทองหล่อ เอกมัย ต่างหันมาเลือกซื้อคอนโดมิเนียมในย่านอ่อนนุชมากขึ้น

การมาถึงของ BTS สถานีอ่อนนุชดึงดูดนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อย่าง Lotus’s (ชื่อเดิม Tesco Lotus) สุขุมวิท 50 ซึ่งอยู่ติดกับสถานีเลย การเปลี่ยนตลาดเก่าในซอยอ่อนนุชเป็น Big C Supermarket ตลอดจนการจับจองที่ดินเปล่าและอาคารพาณิชย์เก่ารอบรัศมี BTS อ่อนนุช เพื่อพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม ช้อปปิ้งมอลล์ และโรงแรมจากดีเวลอปเปอร์นับสิบๆ ราย

หนึ่งในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจและทำให้ภาพลักษณ์ของ “อ่อนนุช” เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ฮิปแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คือการสร้างอาณาจักรของแสนสิริภายใต้โปรเจ็ค T77 (ชื่อเต็มคือ Sansiri Town Sukhumvit 77) บริเวณซอยอ่อนนุช 1/1 โดยพื้นที่มากกว่า 50 ไร่ ประกอบไปด้วยคอนโดมิเนียมถึง 6 โครงการ (มีทั้ง Low-rise และ High-rise) ทาวน์เฮ้าส์ระดับพรีเมี่ยม อพาร์ทเมนท์ คอมมูนิตี้มอลล์ โรงเรียนนานาชาติ อาคารสำนักงานใหญ่ของแสนสิริ และ Sansiri Backyard ที่เป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับคนเมือง  

คอนโดอ่อนนุช คีย์เวิร์ดค้นหาต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา “คอนโดอ่อนนุช” กลายเป็นคีย์เวิร์ดที่ถูกค้นหาโดยตลอด ข้อมูลจากฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด พบว่าการเปิดตัวคอนโดในทำเลสถานี BTS อ่อนนุชช่วงปี 2548 – 2560 มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมียอดสะสมมากกว่า 10,000 ยูนิต ส่วนยอดขายคอนโดอ่อนนุชในช่วงปีดังกล่าวก็ทำตัวเลขได้สูงถึง 90.5% และมียูนิตเหลือขายเพียง 1,000 ยูนิตเท่านั้น

ปัจจุบันยังคงมีโครงการคอนโดมิเนียมขึ้นใหม่อยู่ตลอด โดยเฉพาะในซอยย่อยๆ ของอ่อนนุช ตลอดจนพื้นที่ละแวกใกล้เคียงอย่างสุขุมวิท 50 สุขุมวิท 52 และสุขุมวิท 81 นอกจากนี้ยังมีคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ที่รอขายอีกหลายโครงการ 

อาทิ Chambers On-Nut Station จากค่าย SC Asset ซึ่งเป็นคอนโด Low-rise อยู่ในซอยสุขุมวิท 81 ขายในราคา 3 ล้านต้นๆ และ Ramada Plaza Residence ที่ตรงข้ามปากซอยอ่อนนุช ซึ่งพัฒนาโดย Siamese Asset และจับมือกับเครือโรงแรม Wydham เพื่ออัปเกรดคอนโดเป็น Branded Residence ที่ได้ Full Service จากโรงแรม โดยความน่าสนใจของโครงการคือ ราคาขายต่อตารางเมตรที่ถูกกว่า Branded Residence ทั่วไป เป็นต้น

ย่านอ่อนนุชกับตึกสูงเสียดฟ้าของคอนโด Ramada Plaza Residence และคอนโดสูงอีกมากมาย
ทำให้บรรยากาศความคึกคักของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ต่างจากใจกลางเมืองทองหล่อ

แม้ในวันที่ส่วนต่อขยายของ BTS สายสีเขียวเข้มจะไปไกลถึงเคหะฯ สมุทรปราการแล้วก็ตาม คอนโดในย่านอ่อนนุชก็ยังเป็นที่หมายตาและตอบโจทย์ชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่เป็นชนชั้นกลางอยู่ดี ด้วยเหตุผลด้านทำเล

ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอโศกที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเดิมและบางนาที่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของสุขุมวิทตอนปลาย การเริ่มต้นเดินทางโดยออกจากบ้านย่านอ่อนนุชไม่ว่าจะเข้าหรือออกเมืองจึงเป็นเรื่องที่สะดวกสบายเหมือนๆ กัน อีกทั้งบนถนนสุขุมวิทช่วงบางนา-อ่อนนุช-อโศก ยังรายล้อมด้วยศูนย์การค้า แหล่งรวมไลฟ์ไสตล์ ร้านอาหาร และอาคารสำนักงาน จึงใช้ชีวิตได้อย่างรอบด้านโดยไม่ต้องเดินทางไกล

ทำเลอ่อนนุช ไม่เคยหลุดออกจากความสนใจ 

ช่วงเวลา 12 ปี ก่อนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงอ่อนนุช-แบริ่งเปิดให้บริการ (ปี 2554) เป็นระยะที่นานพอที่ทำให้ย่านอ่อนนุชมีทราฟฟิก ความหนาแน่นของประชากร และความเจริญในระดับที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็กรายใหญ่ให้ความสนใจเข้ามาพัฒนาที่ดินจนสร้างมูลค่าที่เพิ่มขึ้นทุกปี

ยกตัวอย่างราคาโครงการคอนโด High-rise รุ่นบุกเบิกย่านอ่อนนุชอย่าง Blocs 77 ที่เริ่มต้น Pre-sale เมื่อปี 2552 ด้วยตัวเลขกลมๆ เฉลี่ยราคา 76,000 บาท/ตร.ม. หากแต่ปัจจุบันปรับตัวขึ้นร้อยละ 27.6 หรือประมาณ 105,000 บาท/ตร.ม ในขณะที่โครงการใหม่ล่าสุดที่อยู่ตรงข้ามกันอย่าง Knightsbridge Prime Onnut สตาร์ทราคาเปิดตัวเฉลี่ย 140,000 บาท/ตร.ม. และปรับตัวสูงขึ้นเมื่อโครงการสร้างเสร็จเมื่อปลายปีที่แล้ว (ปี 2563) ด้วยราคาเฉลี่ย 155,000 บาท/ตร.ม. หรือเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์

ส่วน Ideo Mobi Sukhumvit บนทำเลติดถนนหลักสุขุมวิท (หน้าปากซอยสุขุมวิท 81) คอนโดแนวสูงที่มาพร้อมจำนวนผู้อยู่อาศัยถึง 940 ยูนิต ราคาปรับขึ้นจากวันที่ Pre-sale ถึงกว่า 18 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับคอนโด Low-rise ในซอยสุขุมวิท 52 อย่าง Tree Condo Sukhumvit 52 ก็ได้รับอานิสงค์ราคาต่อตารางเมตรเพิ่มขึ้นเกือบ 24  เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่เปิดขายจนถึงปัจจุบัน

สรุปภาพรวม “อ่อนนุช” คือจุดเริ่มต้นความเจริญของสุขุมวิทตอนปลาย

จากราคาที่ขยับขึ้นของคอนโดย่านอ่อนนุชไม่ว่าจะโครงการใหม่หรือโครงการที่สร้างมานานแล้วน่าจะเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความเจริญของพื้นที่ย่านอ่อนนุชได้ เช่นเดียวกับความคึกคักทางเศรษฐกิจที่สะท้อนผ่านร้านค้าน้อยใหญ่ ปริมาณผู้คนที่สัญจรไปมาทั้งกลางวันและกลางคืน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่แพ้ย่าน CBD 

ทุกวันนี้แม้ย่านอ่อนนุชจะยังพอมีที่ดินให้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้บ้างตามตรอกซอกซอย แต่สำหรับทำเลดีๆ ติดถนนสุขุมวิท นั่นบอกได้เลยว่าถูกจับจองไปหมดแล้ว ซึ่งอีกไม่นานเราคงจะได้เห็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นบนที่ว่างเปล่าเหล่านั้น 

เมื่อที่ดินอ่อนนุชกลายเป็นของหายากไม่ต่างจากเอกมัย ทองหล่อ การขยับขยายการพัฒนาที่ดินไปสู่พื้นที่ที่อยู่ติดต่อกันอย่างบางนา แบริ่ง สำโรง ย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน กับคำกล่าวที่ว่า “อ่อนนุชคือสุขุมวิทตอนปลาย” อาจไม่เพียงพอที่จะนิยามความเป็นอ่อนนุชอีกต่อไป เพราะที่นี่เป็นมากกว่านั้น นั่นคือ จุดเริ่มต้นความเจริญของสุขุมวิทตอนปลาย

Walk with me: อยากได้ภาพดีๆลงไอจีต้อง ‘อ่อนนุช’

Walk with me: อยากได้ภาพดีๆลงไอจีต้อง ‘อ่อนนุช’

‘อ่อนนุช’ ย่านสงบเงียบแห่งสุขุมวิทตอนปลายที่ถือเป็นแหล่งคอนโดมิเนียมยอดนิยมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เนื่องจากเดินทางสะดวกอีกทั้งยังติด รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวเข้ม 

แต่ใครจะรู้ว่านอกจากจะเป็นย่านที่อยู่อาศัยแล้ว อ่อนนุชยังเป็นย่านสุด ‘Instagramable’ อีกด้วย เรียกได้ว่าใครอยากได้ภาพลงไอจีสวย ๆ ไปย่านอ่อนนุชครบจบในที่เดียวแน่นอน 

ตามไปดูพิกัดถ่ายรูปในคลิปได้เลยค่าาา

ย่านอ่อนนุช

‘อ่อนนุช’ ย่านที่เริ่มถูกพัฒนาในปี พ.ศ.2542 เนื่องจาก BTS สีเขียวเข้มได้ขยายเส้นทางออกมาจึงทำให้ BTS อ่อนนุชเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสำหรับคนที่ต้องการเข้าสู่ตัวเมืองชั้นใน

นอกจากนี้ อ่อนนุชยังตั้งอยู่ตอนปลายของถนนสุขุมวิท จึงทำให้สามารถเดินทางสัญจรโดยรถยนต์ไปยังเส้นทางอื่น ๆ ได้อีก เช่น ศรีนครินทร์ และ พัฒนาการ

ในปัจจุบันราคาที่ดินและราคาคอนโดมิเนียมของอ่อนนุชเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากล้านต้น ๆ สู่ 2-3 ล้านไปเป็นที่เรียบร้อยเนื่องจากความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้น อีกทั้งอ่อนนุชยังมีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ดึงดูดผู้อยู่อาศัย เช่น BTS อ่อนนุช, Café, Community Mall, Co-working Space และร้านอาหารอร่อย ๆ ชื่อดังจากภูเก็ตอีกด้วย

1.AIRLAB BKK

AIRLAB BKK

มาเริ่มกันที่ร้านล้างฟิล์มสุดคูล ‘AIRLAB’ ของช่างภาพมีชื่อดังไกลถึงต่างประเทศอย่างคุณ ‘ชาติฉกาจ ไวกวี’ หรือคุณแอ๊ะ ที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในช่างภาพที่น่าสนใจของโลกโดยนิตยสารภาพชื่อดังของสำนักพิมพ์ Thames & Hudson จากประเทศอังกฤษที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1949 (พ.ศ.2492)

นิตยสารจาก Thames & Hudson ที่มีชื่อคุณชาติฉกาจอยู่ในนั้น

ส่วนที่มาของร้านล้างฟิล์ม ‘AIRLAB’ ก็มาจากความหลงใหลในกล้องฟิล์มตั้งแต่เด็กของคุณแอ๊ะ และชื่อร้านก็มาจากชื่อเล่นของคุณแอ๊ะนั่นเอง

คุณชาติฉกาจ ไวกวี กล้องของสะสม

นอกจากนี้ คุณแอ๊ะยังไม่หยุด Passion ในกล้องฟิล์มของตัวเองไว้เพียงเท่านั้น ‘กล้องฟิล์มกระจก’ หรือกรรมวิธีถ่ายภาพแบบ ‘Wet Plate’ ก็เป็นหนึ่งในความหลงใหลของคุณแอ๊ะในช่วงนี้เช่นกัน

คุณแอ๊ะเล่าว่า ‘กล้องฟิล์มกระจก’ มีเสน่ห์ในตัวของมันเองเนื่องจากต้องผสมสารเคมีเพื่อล้างภาพออกมา ซึ่งสารเคมีจำพวกนี้อันตรายมากเพราะมีส่วนผสมของไซยาไนด์ อีกทั้งกรรมวิธีนี้ยังเก่าแก่ถึง 200 ปี จึงทำให้คุณแอ๊ะอยากจะเรียนรู้และส่งต่อองค์ความรู้ต่อไป

คุณชาติฉกาจ ไวกวี กับ กล้องชาตะ

ยิ่งไปกว่านั้นคุณแอ๊ะยังถึงขั้นทำกล้องฟิล์มกระจกขนาดใหญ่เท่าตัวคนออกมาอีกด้วย โดยไม้ที่ใช้ทำกล้องนั้นทำมาจากไม้โลงศพ และคุณแอ๊ะได้ตั้งกล้องตัวนี้ว่า ‘ชาตะ’ เพื่อล้อกันกับความ ‘มรณะ’ ของไม้ที่ใช้ทำกล้องนั่นเอง

AIRLAB BKK

นอกจาก AIRLAB จะรับล้างฟิล์มแล้ว ทางร้านยังมีสตูดิโอแสงธรรมชาติ และห้องมืดเปิดให้เช่าเพื่อล้างฟิล์มด้วยตนเอง

ห้องล้างฟิล์มของ AIRLAB BKK

ทั้งยังมีคอร์สสอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับเบื้องต้นจนมืออาชีพ หากใครสนใจอยากมีภาพฟิล์มของตนเองจากกล้องโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ทางคุณแอ๊ะยังรับถ่ายภาพบุคคลแบบโบราณอีกด้วย พิกัดของร้านนี้ห่างจาก BTSอ่อนนุช เพียง 600 เมตร หรือเดินแค่ 5-6 นาที ชิลสุด ๆ

2.LAFF Café

LAFF Café

มาต่อกันที่ร้านกาแฟสไตล์ยุโรปที่คงความร่มรื่นไว้ได้อย่างลงตัว คาเฟ่นี้จะเปิดรับแสงจากธรรมชาติด้วยกระจกทรงโค้งบานใหญ่ เหมาะสำหรับมานั่งพักผ่อนเสาร์-อาทิตย์ หรือจะมา Snap ภาพลงไอจีก็เหมาะ Instagramable สุด ๆ ด้วยความที่ห่างจาก BTSอ่อนนุช แค่ 600 เมตร จะเดินมาก็ยังได้ ทำเลดีสุดๆ

LAFF Café

ใส่รูปร้านมุมต่างๆ

ส่วนเมนูขนมและเครื่องดื่ม Signature ที่พลาดไม่ได้คือ ‘Laff me tender’ ชีสเค้กสูตรที่เป็นไฮไลต์ เพราะทำกันสด ๆ จากเตาทุกวันด้วยฝีมือของคุณแม่เจ้าของร้าน 

Laff me tender

ชิมไปคำแรกจะรู้สึกถึงความหอมของชีสที่รสสัมผัสเนียนนุ่มละมุนลิ้น ส่วนตัวซอสที่ทำมาจาก Berries ก็หวานอมเปรี้ยวนิด ๆ ถือว่าตัดกับรสชาติของชีสเค้กได้อย่างพอเหมาะ 

My passion

มาถึงอีกหนึ่งไฮไลต์ซึ่งก็คือ ‘My passion’ กาแฟเข้มข้นที่ทางร้าน Blend เอง ผสมกับน้ำเสาวรสคั้นสดจากโครงการหลวง เหมาะกับคอกาแฟสายสุขภาพรักแน่นอน

3.Little Zoo Café On Nut

มาถึงคาเฟ่อีกร้านที่ไม่ธรรมดาตรงที่มีสัตว์แปลก ๆ ให้เราได้เล่นกับน้อง ๆ อย่างเต็มที่ โดยจะมีสัตว์หลากหลายชนิด เช่น คอร์กี้ แมว แรคคูน ลิง จิงโจ้ อาร์คติคฟอค และ โคอาที

เมื่อไปถึงทางร้านจะให้เราเลือกเครื่องดื่ม และทำการทำความสะอาดมือและเท้าเพื่อที่จะได้เข้าไปโซนสัตว์ ก่อนเข้าทางร้านจะมีถุงเท้าให้บริการฟรีเพื่อสุขอนามัยของทั้งคนและสัตว์อีกด้วย 

Little Zoo Café On Nut

ราคาสำหรับผู้ใหญ่คือ 390 บาท ซึ่งรวมเครื่องดื่ม ถุงเท้า และของที่ระลึก ถือว่าคุ้มมาก ๆ เลย และถ้าเป็นเด็กส่วนสูงต่ำกว่า 130 ซม. ราคาจะอยู่ที่ 290 บาท 

การเข้าชมจะแบ่งเป็น 5 รอบ รอบละ 1 ชั่วโมงครึ่ง 

รอบที่ 1  11:00-12:30 น. แรคคูน

รอบที่ 2  13:00-14:30 น. แรคคูน

รอบที่ 3  15:00-16:30 น. อาร์คติคฟอค

รอบที่ 4  17:00-18:30 น. โคอาที

รอบที่ 5 19.00-20.00 น. โคอาที (เฉพาะเสาร์และอาทิตย์) 

ช่างกล้องของ Kaidee ที่ตัดสินใจเล่นกับน้อง ๆ แทนถ่ายรูป

4.เฮงหอยทอดชาวเล อ่อนนุช 34

เฮงหอยทอดชาวเล อ่อนนุช 34

ร้านหอยทอดชื่อดังที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ภูเก็ต ไฮไลต์ของเมนูร้านนี้คือทางร้านจะใช้แป้งสูตรลับเฉพาะ ทอดบนกระทะไซส์ยักษ์เพื่อให้ได้ความกรอบที่ไม่เหมือนใคร ส่วนช้อยส์ก็มีให้เลือกเยอะแยะทั้ง หอยนางรม,หอยแมลงภู่, ปลาหมึก, ปลากะพง, และกุ้ง

เมนูไฮไลต์ที่มาแล้วต้องลองคือ ออลั่วะหอยนางรม ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างออส่วนและแป้งกรอบ

เฮงหอยทอดชาวเล อ่อนนุช 34
ออลั่วะหอยนางรม

และอีกหนึ่งเมนูที่ไม่เหมือนใครคือ ผัดไทต้มยำมันกุ้งที่ได้กลิ่นมันกุ้งหอมกรุ่นแถมยังเผ็ดจัดจ้านถึงเครื่องถึงรสพร้อมกุ้งตัวโต ๆ อีกด้วยค่ะ

ผัดไทต้มยำมันกุ้ง

นอกจากนี้ ทางร้านยังเปิดตัวเมนูใหม่อย่าง ขาหมูต้มถั่ว ที่ครบเครื่องและเข้าเนื้อสุด ๆ 

เปิดทุกวัน 10.00-22.00 น.

โทรสั่งอาหาร 02-114-7434

รับออกงานนอกสถานที่ 091-505-0317

Delivery: Grabfood, Lineman, Gojek, Foodpanda

5.Phyll Connect Co-working Space

Phyll Connect Co-working Space

สำหรับ Co-working Space ที่นี่ ห่างจาก BTSอ่อนนุช เพียง 350 เมตร Facility จะครบครันกว้างขวาง มาคนเดียวหรือมาเป็นกลุ่มก็ติวหนังสือได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีบริการห้องประชุมตั้งแต่ไซส์เล็กๆ 3-4 คน ไปจนถึง ห้อง Conference ขนาดใหญ่ด้วยค่ะ อ่านหนังสือหรือประชุมทั้งวันก็ไม่ต้องกังวลว่าจะง่วงเพราะที่นี่มีกาแฟให้บริการฟรีอีกด้วย

ส่วนบริการอื่นๆ ของ Phyll Connect ก็จะมี

– Free Wi-Fi Internet

– Free Locker during working

– Free Coffee

– Free Parking during working

– Add-on Service: print, copy, scan, fax

ใส่รูปFacility

เวลาเปิด: 09.00 -24.00 น.

ข้อมูลการติดต่อ

อีเมล:connect@thephyll.com

โทร:02-136-7480

6.Pickadaily Bangkok

Pickadaily Bangkok

คอมมิวนิตี้มอลล์ตกแต่งสไตล์อังกฤษในสมัยก่อน  มีร้านค้า และร้านอาหารหลายร้านให้ได้เลือกทาน 

เดินเข้ามาจะเห็นหอนาฬิกาที่เป็นแลนค์มาร์คสำคัญที่หลายๆ คนนิยมถ่ายภาพลงไอจี เพราะตัวคอมมิวนิตี้มอลล์เองให้อารมณ์เหมือนกับอยู่ต่างประเทศ 

แถมสไตล์ตึกที่มีเอกลักษณ์ยังดึงดูดให้เหล่าผู้คนที่นิยมชมชอบการ Cosplay มาถ่ายรูปอยู่เรื่อยๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีตลาดนัดในวันวันศุกร์ – อาทิตย์  และคอนเสิร์ตเล็กๆ ส่วนในโครงการ Pickadaily Bangkok จะแบ่งพื้นที่เป็น 5 โซนใหญ่ ๆ

1. Food Circus

2. Restaurant and Retail circus

3. English Courtyard

4. Mechanical Parking

5. Weekend Market

สรุปท้ายบทความ

สำหรับย่านอ่อนนุช เรียกได้ว่าเป็นย่านที่ครบจบในที่เดียวมีทั้ง Co-working space แหล่ง Hangout ชิล ๆ ร้านกาแฟที่ถ่ายรูปก็ได้ เที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ดี แถมคนรักสัตว์ที่อยู่คอนโดก็ยังสามารถมาเล่นกับน้องๆ ได้ที่ Little Zoo Café หากใครกำลังหาคอนโดอ่อนนุชหรืออยากลองมาอยู่ในย่านนี้ ที่ Kaidee Property มีให้คุณค่ะ