อ่อนนุช…จุดเริ่มต้นความเจริญของสุขุมวิทตอนปลาย

Apr 21, 2021 | บทความอสังหาฯ

หากเราถามคนในกรุงเทพฯ ว่ารู้จัก “อ่อนนุช” ไหม?

เชื่อว่าร้อยละ 90 น่าจะตอบว่า “รู้จัก” 

เพราะอย่างน้อยๆ “อ่อนนุช” ก็เป็นชื่อสถานีรถไฟฟ้า BTS ที่เป็นทั้งจุดหมายปลายทางของใครหลายๆ คน และเป็นจุดเริ่มต้นความเจริญทางสังคมและเศรษฐกิจที่ทำให้อ่อนนุชในวันนี้แทบไม่เหลือเค้าความเป็นชานเมืองในวันวานอีกต่อไป 

สภาพความหนาแน่นบริเวณปากซอยอ่อนนุชในปัจจุบัน
มีการผสมระหว่างอาคารพาณิชย์เก่ากับคอนโดใหม่ ตลาดสดชุมชนและซูเปอร์มาร์เก็ตทันสมัย

อ่อนนุช สุขุมวิทตอนปลาย

เดิมที “อ่อนนุช” เป็นเพียงชื่อเรียกของถนนสุขุมวิท 77 ซึ่งแยกมาจากถนนสุขุมวิทสายหลักอีกทีหนึ่ง และถูกเปลี่ยนเป็น “ถนนอ่อนนุช” ในเวลาต่อมา โดยคำว่า “อ่อนนุช” นั้นมาจากนามสกุลเจ้าของที่ดินดั้งเดิมผู้เป็นเจ้าของตลาดตรงปากซอยนั่นเอง 

หากย้อนไปสัก 40-50 ปีก่อน อ่อนนุชมีสภาพไม่ต่างจากย่านชานเมืองในปัจจุบัน ที่สองข้างทางยังมีทุ่งนาสีเขียวกระจายอยู่โดยรอบ ความสะดวกสบายของโครงสร้างพื้นฐานยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และวิถีชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ยังคงเนิบช้า ในขณะที่ความเจริญของสุขุมวิทในยุคนั้นหยุดอยู่แค่เอกมัย พระโขนง และมีคลองพระโขนงเป็นเส้นแบ่งเขตความเป็นเมืองไปโดยปริยาย 

ต่อมาเมื่อความเป็นเมืองขยายตัว มีการสร้างทางด่วนเฉลิมมหานครพร้อมจุดขึ้นลงที่สุขุมวิท 62 และต่อด้วยทางด่วนฉลองรัช (ช่วงรามอินทรา–อาจณรงค์) ที่มีทางขึ้นลงอยู่ที่สุขุมวิท 50 ส่งผลให้ถนนหนทางในโซนนี้ได้รับการปรับปรุงดีขึ้น มีการเชื่อมต่อถนนเป็นทางลัดไปตามตรอกซอกซอย อาทิ อ่อนนุช 46 ลัดเลาะไปศรีนครินทร์ อุดมสุข ทะลุย่านบางนาได้ อ่อนนุช 17 เชื่อมต่อไปถึงถนนพัฒนาการ-พระราม 9 และอ่อนนุช 65 ที่สามารถลัดไปถึงถนนเลียบมอเตอร์เวย์ 

พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของแหล่งชุมชนเก่าแก่อย่างอ่อนนุชสู่นิยามใหม่ว่า “สุขุมวิทตอนปลาย” ที่มีความเป็นย่านธุรกิจการค้ามากขึ้น มีบ้านพักอาศัยรูปแบบใหม่ๆ ขึ้นแทนที่ผืนนา ไม่ว่าจะเป็นทาวน์เฮ้าส์ หมู่บ้าน หอพัก คอนโด รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งที่เป็นทั้งคอมมูนิตี้มอลล์สมัยใหม่และตลาดชุมชน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปริมาณการพัฒนาที่ดินในย่านอ่อนนุชสูง แต่ส่วนใหญ่แล้วยังกระจุกตัวอยู่ในช่วงต้นซอยฝั่งที่ติดกับถนนสุขุมวิท ในขณะที่ช่วงกลางถนนอ่อนนุชก่อนถึงถนนศรีนครินทร์มีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดใหม่ประปรายและส่วนใหญ่อยู่ในซอยย่อยๆ ลงไปอีก ซึ่งต่างจากปลายถนนอ่อนนุชที่มุ่งหน้าไปประเวศ บริเวณนี้จะมีโครงการหมู่บ้านขนาดใหญ่จำนวนมาก

ภาพจาก Google Map แสดงแผนที่ตั้งของคอนโดมิเนียมจำนวนมาก
ที่กระจายอยู่ทั่วซอยอ่อนนุช และรอบๆ สถานี BTS อ่อนนุช

BTS อ่อนนุช จุดเปลี่ยนความหนาแน่นของพื้นที่

ในปี 2542 ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของย่านอ่อนนุช เนื่องจากถูกเลือกให้เป็นสถานีปลายทางของรถไฟลอยฟ้าสายแรกของประเทศไทยหรือรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวเข้ม พื้นที่โซนนี้จึงกลายเป็นฮับการเดินทางของผู้คนที่อยู่นอกเมืองฝั่งตะวันออกอย่างบางจาก บางนา และสำโรง ที่สามารถเข้าสู่ย่านธุรกิจ CBD ได้ง่ายและรวดเร็วเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น

ในขณะเดียวกันก็เป็นจุดหมายปลายทางของคนที่เคยอยู่ในเมืองที่ต้องการมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ในราคาจ่ายถูกลง ไม่เว้นแม้แต่กลุ่ม Expat ที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพชั้นในที่เคยอาศัยอยู่ในย่านทองหล่อ เอกมัย ต่างหันมาเลือกซื้อคอนโดมิเนียมในย่านอ่อนนุชมากขึ้น

การมาถึงของ BTS สถานีอ่อนนุชดึงดูดนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อย่าง Lotus’s (ชื่อเดิม Tesco Lotus) สุขุมวิท 50 ซึ่งอยู่ติดกับสถานีเลย การเปลี่ยนตลาดเก่าในซอยอ่อนนุชเป็น Big C Supermarket ตลอดจนการจับจองที่ดินเปล่าและอาคารพาณิชย์เก่ารอบรัศมี BTS อ่อนนุช เพื่อพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม ช้อปปิ้งมอลล์ และโรงแรมจากดีเวลอปเปอร์นับสิบๆ ราย

หนึ่งในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจและทำให้ภาพลักษณ์ของ “อ่อนนุช” เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ฮิปแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คือการสร้างอาณาจักรของแสนสิริภายใต้โปรเจ็ค T77 (ชื่อเต็มคือ Sansiri Town Sukhumvit 77) บริเวณซอยอ่อนนุช 1/1 โดยพื้นที่มากกว่า 50 ไร่ ประกอบไปด้วยคอนโดมิเนียมถึง 6 โครงการ (มีทั้ง Low-rise และ High-rise) ทาวน์เฮ้าส์ระดับพรีเมี่ยม อพาร์ทเมนท์ คอมมูนิตี้มอลล์ โรงเรียนนานาชาติ อาคารสำนักงานใหญ่ของแสนสิริ และ Sansiri Backyard ที่เป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับคนเมือง  

คอนโดอ่อนนุช คีย์เวิร์ดค้นหาต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา “คอนโดอ่อนนุช” กลายเป็นคีย์เวิร์ดที่ถูกค้นหาโดยตลอด ข้อมูลจากฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด พบว่าการเปิดตัวคอนโดในทำเลสถานี BTS อ่อนนุชช่วงปี 2548 – 2560 มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมียอดสะสมมากกว่า 10,000 ยูนิต ส่วนยอดขายคอนโดอ่อนนุชในช่วงปีดังกล่าวก็ทำตัวเลขได้สูงถึง 90.5% และมียูนิตเหลือขายเพียง 1,000 ยูนิตเท่านั้น

ปัจจุบันยังคงมีโครงการคอนโดมิเนียมขึ้นใหม่อยู่ตลอด โดยเฉพาะในซอยย่อยๆ ของอ่อนนุช ตลอดจนพื้นที่ละแวกใกล้เคียงอย่างสุขุมวิท 50 สุขุมวิท 52 และสุขุมวิท 81 นอกจากนี้ยังมีคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ที่รอขายอีกหลายโครงการ 

อาทิ Chambers On-Nut Station จากค่าย SC Asset ซึ่งเป็นคอนโด Low-rise อยู่ในซอยสุขุมวิท 81 ขายในราคา 3 ล้านต้นๆ และ Ramada Plaza Residence ที่ตรงข้ามปากซอยอ่อนนุช ซึ่งพัฒนาโดย Siamese Asset และจับมือกับเครือโรงแรม Wydham เพื่ออัปเกรดคอนโดเป็น Branded Residence ที่ได้ Full Service จากโรงแรม โดยความน่าสนใจของโครงการคือ ราคาขายต่อตารางเมตรที่ถูกกว่า Branded Residence ทั่วไป เป็นต้น

ย่านอ่อนนุชกับตึกสูงเสียดฟ้าของคอนโด Ramada Plaza Residence และคอนโดสูงอีกมากมาย
ทำให้บรรยากาศความคึกคักของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ต่างจากใจกลางเมืองทองหล่อ

แม้ในวันที่ส่วนต่อขยายของ BTS สายสีเขียวเข้มจะไปไกลถึงเคหะฯ สมุทรปราการแล้วก็ตาม คอนโดในย่านอ่อนนุชก็ยังเป็นที่หมายตาและตอบโจทย์ชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่เป็นชนชั้นกลางอยู่ดี ด้วยเหตุผลด้านทำเล

ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอโศกที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเดิมและบางนาที่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของสุขุมวิทตอนปลาย การเริ่มต้นเดินทางโดยออกจากบ้านย่านอ่อนนุชไม่ว่าจะเข้าหรือออกเมืองจึงเป็นเรื่องที่สะดวกสบายเหมือนๆ กัน อีกทั้งบนถนนสุขุมวิทช่วงบางนา-อ่อนนุช-อโศก ยังรายล้อมด้วยศูนย์การค้า แหล่งรวมไลฟ์ไสตล์ ร้านอาหาร และอาคารสำนักงาน จึงใช้ชีวิตได้อย่างรอบด้านโดยไม่ต้องเดินทางไกล

ทำเลอ่อนนุช ไม่เคยหลุดออกจากความสนใจ 

ช่วงเวลา 12 ปี ก่อนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงอ่อนนุช-แบริ่งเปิดให้บริการ (ปี 2554) เป็นระยะที่นานพอที่ทำให้ย่านอ่อนนุชมีทราฟฟิก ความหนาแน่นของประชากร และความเจริญในระดับที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็กรายใหญ่ให้ความสนใจเข้ามาพัฒนาที่ดินจนสร้างมูลค่าที่เพิ่มขึ้นทุกปี

ยกตัวอย่างราคาโครงการคอนโด High-rise รุ่นบุกเบิกย่านอ่อนนุชอย่าง Blocs 77 ที่เริ่มต้น Pre-sale เมื่อปี 2552 ด้วยตัวเลขกลมๆ เฉลี่ยราคา 76,000 บาท/ตร.ม. หากแต่ปัจจุบันปรับตัวขึ้นร้อยละ 27.6 หรือประมาณ 105,000 บาท/ตร.ม ในขณะที่โครงการใหม่ล่าสุดที่อยู่ตรงข้ามกันอย่าง Knightsbridge Prime Onnut สตาร์ทราคาเปิดตัวเฉลี่ย 140,000 บาท/ตร.ม. และปรับตัวสูงขึ้นเมื่อโครงการสร้างเสร็จเมื่อปลายปีที่แล้ว (ปี 2563) ด้วยราคาเฉลี่ย 155,000 บาท/ตร.ม. หรือเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์

ส่วน Ideo Mobi Sukhumvit บนทำเลติดถนนหลักสุขุมวิท (หน้าปากซอยสุขุมวิท 81) คอนโดแนวสูงที่มาพร้อมจำนวนผู้อยู่อาศัยถึง 940 ยูนิต ราคาปรับขึ้นจากวันที่ Pre-sale ถึงกว่า 18 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับคอนโด Low-rise ในซอยสุขุมวิท 52 อย่าง Tree Condo Sukhumvit 52 ก็ได้รับอานิสงค์ราคาต่อตารางเมตรเพิ่มขึ้นเกือบ 24  เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่เปิดขายจนถึงปัจจุบัน

สรุปภาพรวม “อ่อนนุช” คือจุดเริ่มต้นความเจริญของสุขุมวิทตอนปลาย

จากราคาที่ขยับขึ้นของคอนโดย่านอ่อนนุชไม่ว่าจะโครงการใหม่หรือโครงการที่สร้างมานานแล้วน่าจะเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความเจริญของพื้นที่ย่านอ่อนนุชได้ เช่นเดียวกับความคึกคักทางเศรษฐกิจที่สะท้อนผ่านร้านค้าน้อยใหญ่ ปริมาณผู้คนที่สัญจรไปมาทั้งกลางวันและกลางคืน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่แพ้ย่าน CBD 

ทุกวันนี้แม้ย่านอ่อนนุชจะยังพอมีที่ดินให้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้บ้างตามตรอกซอกซอย แต่สำหรับทำเลดีๆ ติดถนนสุขุมวิท นั่นบอกได้เลยว่าถูกจับจองไปหมดแล้ว ซึ่งอีกไม่นานเราคงจะได้เห็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นบนที่ว่างเปล่าเหล่านั้น 

เมื่อที่ดินอ่อนนุชกลายเป็นของหายากไม่ต่างจากเอกมัย ทองหล่อ การขยับขยายการพัฒนาที่ดินไปสู่พื้นที่ที่อยู่ติดต่อกันอย่างบางนา แบริ่ง สำโรง ย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน กับคำกล่าวที่ว่า “อ่อนนุชคือสุขุมวิทตอนปลาย” อาจไม่เพียงพอที่จะนิยามความเป็นอ่อนนุชอีกต่อไป เพราะที่นี่เป็นมากกว่านั้น นั่นคือ จุดเริ่มต้นความเจริญของสุขุมวิทตอนปลาย