หมาปอมแท้ดูยังไง เลี้ยงยากไหม

หมาปอมแท้ดูยังไง เลี้ยงยากไหม

ไม่ว่าจะยุคไหน หนึ่งในสัตว์เลี้ยงคู่ใจก็ต้องมีน้องหมา และพันธุ์ที่เป็นที่นิยมอยู่ก็มีมากมาย ที่เห็นกันบ่อยๆนั่นคือปอมเมอเรเนียน เจ้าหมาพันธุ์เล็กขนฟูที่ใครมองก็ต้องหลงรัก แต่ในตลาดสัตว์เลี้ยงเรามักเจอบางร้านขายในราคาถูกจนผิดปกติ หรือบางทีไม่รู้ว่าเป็นปอมแท้หรือผสมมา ดังนั้นต้องดูให้ดี 

ปอมเมอเรเนียน

ปอมเมอเรเนียนหรือเรียกสั้นๆว่า ปอม ชื่อนี้มีที่มาจากเมืองปอมเมอเรเนียในประเทศเยอรมนี ซึ่งปอมเป็นพันธุ์ที่เล็กที่สุดในสายพันธุ์สปิทซ์ โดยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเนื่องจากราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ ได้พาสุนัขปอมของพระองค์ออกงานด้วยกัน และด้วยความน่ารักน่าชัง ทั้งขนาดเล็กและขนฟู จึงทำให้ผู้คนตกหลุมรักปอมและเริ่มนำมาเลี้ยงกันมากขึ้น และนอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าว่า มีปอม 2 ตัวรอดจากการอับปางของเรือไททานิคพร้อมกับเจ้าของของมัน ทำให้ปอมยิ่งกลายเป็นที่รู้จักของคนเพิ่มขึ้นอีกด้วย

   ปอมเป็นน้องหมาขนาดเล็กที่จัดอยู่ในกลุ่ม Toy หลังสั้น ทั้งตัวและหางมีขนยาว ฟู คลุมหนาซ้อนสองชั้น ซึ่งหางจะม้วนและเอนแนบกับหลังเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของปอม ขนของพันธุ์นี้จะมีทั้งสีขาว ส้ม น้ำตาล ดำ ครีม เป็นต้น

ลักษณะนิสัย

ปอมเป็นหมาที่มีความฉลาด ซุกซน สดใส ขี้เล่น แต่ความเป็นมิตรนั้นอาจจะต้องใช้เวลาและอาจผูกพันเฉพาะกับเจ้าของหรือคนที่พบบ่อย ปอมสามารถอยู่ร่วมกับเพื่อนหรือหมาพันธุ์อื่น ดังนั้นสามารถเลี้ยงไว้คู่กับมันได้  ซึ่งด้วยความน่ารักของมันมักทำให้ผู้คนเข้าหาเพื่อเล่นด้วยบ่อยๆ อาจต้องระวัง โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะปอมเป็นหมาที่ชอบเห่าเสียงดัง เมื่อรู้สึกอะไรนิดหน่อยก็มักจะเห่าเสียงดังเสมอ ดังนั้นสำหรับใครที่อยากเลี้ยงปอมต้องคำนึงเรื่องเสียงเห่าของมันเอาไว้เลย

เหมาะที่จะเลี้ยงสำหรับคุณหรือไม่?

หากคุณต้องการเลี้ยงน้องหมาที่มีความน่ารักแบบสุดขีด และต้องการน้องหมาที่มีความสดใส ขี้เล่น ชอบเรียกร้องความสนใจให้คุณไปฟัดด้วยบ่อยๆ ปอมถือว่าเหมาะมากๆสำหรับคุณ แต่เพียงหนึ่งเรื่องใหญ่ที่คุณต้องคำนึง คือเรื่องเสียงเห่าที่ค่อนข้างดังของมัน อาจทำให้คุณหงุดหงิดและรบกวนเพื่อนบ้านได้

แต่หากคุณไม่ชอบรับมือกับน้องหมาที่ชอบเห่าเสียงดังกับคนอื่น อาจถึงขั้นเรียกว่าปากเปราะได้ถ้าไม่ได้ฝึกฝนให้ดี และยิ่งถ้าคุณไม่มีเวลาสำหรับดูแลเรื่องขนของปอม ที่ต้องคอยหวี และคอยทำความสะอาดห้อง เพราะมันผลัดขนแต่ละครั้งนั้นจะมีปริมาณขนที่ค่อนข้างมาก ถ้าคุณเป็นภูมิแพ้ก็ยิ่งถือว่าหมาปอมนั้นอาจไม่เหมาะกับคุณก็ว่าได้

แต่อย่างไรก็ตามคุณควรจะไปลองสัมผัสและรู้จักกับน้องหมาด้วยตัวเอง เพราะบางทีคุณอาจฝึกให้มันเข้ากับคุณได้ง่าย และไม่เห่าพร่ำเพรื่อได้ และสุดท้ายคุณอาจหลงรักมันได้อย่างง่ายๆโดยมองข้ามปัญหาไปเลย

การเลี้ยงดู

เห็นเจ้าหมาปอมตัวเล็กๆแบบนี้ การเลี้ยงอาจต้องใส่ใจรายละเอียดมากสักนิด เพื่อให้น้องหมามีความสุขและตัวเจ้าของผู้เลี้ยงดูก็จะได้สบายใจ

1. ตัดแต่งขน

ในหนึ่งอาทิตย์หมาปอมจะผลัดขนค่อนข้างบ่อย การพาไปตัดขนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเรื่องขนที่ร่วงเต็มห้องและติดเสื้อผ้าเต็มไปหมด และยิ่งปอมเป็นพันธุ์ที่มีขนยาว หากไม่แต่งขนก็จะดูเลอะเทอะ กลายเป็นทำให้น้องหมาสกปรก และขนอาจยาวไปบังสายตาการมองเห็นได้ และทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว หรือหากไม่มีเวลาก็ใช้หวีแปรงขนหวีให้น้องหมา ซึ่งจะทำให้น้องหมารู้สึกเพลินกาย สบายตัวได้อีกด้วย 

2.อาบน้ำ

เช่นเดียวกับหมาพันธุ์อื่น ปอมควรอาบน้ำสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง การอาบน้ำควรใช้แชมพูอาบน้ำสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ และไม่ควรใช้แชมพูฟอกส่วนหัวของน้องหมา โดยเฉพาะหน้าและหู หลังจากอาบด้วยแชมพูเสร็จก็ล้างด้วยน้ำเปล่า และสามารถ ใช้ไดร์เป่าผมเป่าขนให้แห้ง แต่หากน้องหมาปอมของคุณมีปัญหาหรือมีแผลที่ผิวหนังก็ควรใช้แค่ผ้าเช็ดตัวซับให้แห้งจะดีกว่า 

3.อาหาร

ปอมเป็นหมาพันธุ์เล็ก ดังนั้นการกินอาหารก็ต้องการปริมาณที่ไม่มาก แต่ด้วยความขี้เล่นและซุกซนของมันทำให้ต้องใช้พลังงานสูง ดังนั้นการให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารสด ก็ควรเลือกให้ดีทั้งความสะอาดและมีมาตรฐาน 

อาหารที่ไม่ควรให้ปอมกินคือ ช็อกโกแลต หัวหอม องุ่น กาแฟ ถั่วแมคคาเดเมีย เป็นต้น

4. อุณหภูมิ

เราควรเลี้ยงปอมในสถานที่ที่มีอุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนและไม่ชื้นจนเกินไป เพราะอากาศร้อนจะทำให้ปอมมีการผลัดขนหรือขนร่วงมากยิ่งขึ้น เพราะมันมีขนที่หนาสองชั้น การผลัดขนออกไปจะช่วยเพิ่มการระบายความร้อนของร่างกายมันได้ 

พันธุ์แท้หรือผสม ?

การเลือกซื้อปอมมาเลี้ยงสักตัว อย่าเพิ่งรีบดีใจจ่ายเงินไว ถ้าหากเจอปอมในราคาหลักพันต้นๆ เพราะปอมมีทั้งพันธุ์แท้และพันธุ์ผสม ดังนั้นควรสังเกตตามข้อมูลดังนี้

1.เริ่มดูจากร้าน/ฟาร์มที่ซื้อ 

แนะนำว่าถ้าสามารถไปดูถึงฟาร์มได้ ก็ควรถามถึงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของตัวที่เราจะซื้อ ดูสภาพของร้าน/ฟาร์ม ทั้งความสะอาดและสภาพของน้องหมาทุกตัวภายในนั้น และควรซื้อมาเลี้ยงเมื่อปอมตัวนั้นอายุเกิน 6 เดือนแล้ว เพราะช่วงก่อนหน้านั้นน้องหมาจะมีสุขภาพที่ค่อนข้างอ่อนแอ ทางฟาร์มจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดก่อน จากนั้นเราถึงจะสามารถนำมาเลี้ยงต่อไปได้ แต่ในช่วงแรกที่รับมาเลี้ยงก็ต้องใส่ใจอย่างละเอียดเช่นเดียวกัน

2.ดูที่ตัวของน้องหมา

หากเช็คในช่วงแรกอาจจะยากหน่อยเพราะทั้งร่างกาย ขน หน้าตาของปอมยังดูไม่ค่อยออก แต่เบื้องต้นคือเรื่องขน อย่างที่รู้กันว่าปอมเป็นพันธุ์ขนหนาและฟู ดังนั้นขนจะมีความหยาบอยู่บ้าง ส่วนเรื่องขนาดนั้น ปอมแท้จะมีขนาดเล็กและน้ำหนักที่เบา หน้าสั้น หลังสั้น หางงอและพับมาที่หลัง 

ใบหน้าของหมาปอมจะมีอยู่ 3 รูปแบบคือ หน้าแบบหมาป่า (Fox) หน้าแบบหมี (Teddy) และหน้าแบบตุ๊กตา (Baby doll) ซึ่งรูปแบบที่เห็นได้บ่อยจะเป็นหน้าแบบหมีและตุ๊กตา เพราะมีความน่ารักระดับสิบที่ใครเห็นก็ต้องหลงรัก 

หากเป็นตัวที่ผสมมาจะมีขนาดที่ใหญ่กว่า บางครั้งอาจะมีขนที่ดูเรียบลื่น แตกต่างจากพันธุ์แท้ที่ขนค่อนข้างหยาบฟู ซึ่งอาจเป็นข้อแตกต่างเพียงเล็กน้อยที่หากไม่ได้สังเกตก็ไม่รู้ว่าเป็นพันธุ์ผสม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแนะนำนี้คือเพื่อจะได้รู้ทันหากมีคนโกงราคาขาย เพราะในปัจจุบันยังมีการหลอกขายพันธุ์ผสมในราคาพันธุ์แท้

สรุป

การสังเกตเพื่อดูว่าปอมเมอเรเนียนที่เรากำลังจะซื้อหรือเลี้ยงอยู่นั้นเป็นพันธุ์แท้หรือผสม เป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่นำมาตรวจดูเพื่อความแน่ใจเท่านั้น ถ้าหากว่าตัวที่เรากำลังเลี้ยงอยู่เป็นพันธุ์ผสม ตามปกติชีวิตจริงแล้วก็ไม่มีปัญหาแม้แต่อย่างใด อย่าให้สาเหตุนี้มาเป็นตัวที่ทำให้ความรักที่เรามีกับน้องหมามีน้อยลง แต่จงรู้ข้อมูลนี้ไว้เป็นความรู้และเป็นการป้องกันตัวเองจากการโดนหลอกขาย และหากเจอการโกงก็ควรดำเนินการด้วยการใช้กฏหมายต่างๆ

หากใครกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะน้องหมาพันธุ์ปอมเมอเรเนียนหรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ใน Kaidee ของเรามีหมวดสัตว์เลี้ยงที่คุณสามารถเข้ามาเลือกซื้อได้อย่างสะดวก ลองเข้ามาดูกันเลย

เลือกน้องหมาอย่างไรให้เหมาะกับทั้ง 12 ราศี

เลือกน้องหมาอย่างไรให้เหมาะกับทั้ง 12 ราศี

การเลือกน้องหมาเองก็เช่นกัน น้องหมาแต่ละพันธุ์มีนิสัยแตกต่างกัน บางพันธุ์ขี้อ้อน บางพันธุ์ซุกซน บางพันธุ์เป็นสายดุ ลองจินตนาการว่าถ้าเราเลือกน้องหมาที่มีแนวโน้มนิสัยเข้ากับเราได้ เราจะยิ่งกลายเป็นคู่หูคู่ซี้กันง่ายแค่ไหน 

วันนี้เราเลยอยากชวนมาค้นหาน้องหมาสายพันธุ์ที่เหมาะกับนิสัยใจคอของคุณตามราศี เจ้าตูบสี่ขาพันธุ์ไหนจะเป็น Soulmate ของคุณ ไปดูกันเลย

น้องหมาพันธ์ไหนเหมาะกับชาว 12 ราศี

ราศีเมษ (Aries)

ชาวราศีเมษหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มกราคม 19 เมษายน โดดเด่นด้านเป็นผู้นำ ใจกล้า ทะเยอทะยาน เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ 

ถ้าอยากมองหาเจ้าตูบคู่ใจที่เหมาะกับนิสัยความเป็นผู้นำขอแนะนำเป็นน้อง ‘Doberman Pinscher’ หมาใหญ่ นิสัยซื่อสัตย์ สุภาพ จงรักภักดีกับเจ้าของเป็นที่หนึ่ง 

หรือจะเป็นสุนัขพันธุ์อื่นอย่าง ‘Weimaraner’ ที่มีลักษณะนิสัยกระตือรือร้น พลังเหลือเฟือเหมาะกับคนที่มีเอเนอร์จีใจกล้า ไฟแรง พร้อมลุย 

ราศีพฤษภ (Taurus)

ราศีพฤษภหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 20 เมษายน – 19 พฤษภาคม เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ารักเด็ก ซื่อสัตย์ น้องหมาพันธุ์คู่ใจที่ขึ้นชื่อเรื่องนิสัยจงรักภักดีก็คงเป็นเจ้า ‘Boxer’ น้องหมาหน้าย่นตัวสูงโย่งที่รักเจ้าของ รักเด็ก เหมาะเป็นเพื่อนรักเราไปนานแสนนาน 

ยังมีน้องหมาพันธุ์ ‘Akita’ หมาน้อยสัญชาติญี่ปุ่นสุดแสนน่ารักที่โด่งดังไปทั่วโลกเพราะนิสัยซื่อสัตย์รักเจ้าของเพราะเรื่องราวน้องหมาตัวหนึ่งที่ไปรอเจ้านายที่สถานีรถไฟเป็นเวลากว่า 10 ปีจนลาลับโลกนี้ไปอีกตัวที่นิสัยคล้ายชาวราศีพฤษภ

ราศีเมถุน (Gemini)

ราศีเมถุนหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม 20 มิถุนายน มีความสนใจในหลาย ๆ อย่าง ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยากรู้อยากเห็นในหลากหลายเรื่อง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งราศีที่พลังเหลือล้น 

น้องหมาที่มีนิสัยอยากรู้อยากเห็นกระตือรือร้นต้องยกให้ ‘Labrador Retrievers’ เจ้าลาบราดอร์นิสัยขี้เล่น เป็นกันเอง ช่างสงสัย มีเจ้าพันธุ์นี้เป็นเพื่อนคู่ใจไม่มีเบื่อแน่นอน 

หรือถ้าใครกำลังมองหาน้องหมาไซส์มินิหน่อย ขอแนะนำเป็นเจ้าหมาไส้กรอก ‘Corgi’ หมาน้อยจอมซนที่เอเนอร์จีมาเต็ม เรื่องความขี้เล่น ขี้สงสัยไม่มีใครเกิน 

ราศีกรกฎ (Cancer)

ราศีกรกฎหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน 22 กรกฎาคม นิสัยที่โดดเด่นของชาวราศีกรกฎคือเป็นคนที่เอาใจใส่ แคร์ผู้อื่น ชอบอยู่บ้าน รักครอบครัว 

ขอแนะนำน้องหมาที่พร้อมจะมอบและรับความรักจากคุณเต็มเปี่ยม พันธุ์แรกเลยคือน้อง ‘Pomeranian’ หรือหมาปอมตัวจิ๋วของเรานั่นเอง น้องจะชอบเข้าหาคน ชอบเล่นกับคนมาก ๆ ถือว่าตอบโจทย์คนที่มีความรักล้นเหลืออย่างราศีกรกฎ

อีกหนึ่งพันธุ์ที่อยากแนะนำก็คือเจ้าหมาโย่งขายาวตัวผอมที่จะมัดใจคุณได้อยู่หมัดด้วยความน่ารักน่าหยิกและแสนรู้ของมันอย่าง ‘Greyhound’ เชื่อว่าน่าจะถูกใจคนชอบหมาใหญ่

ราศีสิงห์ (Leo)

ราศีสิงห์หรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 23 กรกฏาคม – 22 สิงหาคม ได้ชื่อว่าเป็นราศีที่มีความสนุกสนาน เข้าสังคมเก่ง และมั่นใจในตัวเองประดุจราชสีห์ 

พันธุ์น้องหมาที่มีนิสัยคล้ายชาวราศีสิงห์คือเจ้าหมา Pug หมาหน้าย่นขวัญใจใครหลายคน นิสัยที่โดดเด่นของน้องคือมีความสดใส แค่มองหน้าก็อารมณ์ดีไปทั้งวันแล้ว

หรือถ้าใครเป็นปลื้มน้องหมาตัวใหญ่ขนฟูดูน่ารัก Saint Bernard จะเหมาะกับคุณมาก เจ้าหมาพันธุ์นี้มีนิสัยร่าเริง ขี้เล่น เป็นมิตรกับผู้อื่น ไปไหนไปกัน พากันเที่ยวตะลอนไปได้ทุกที่ไม่มีเบื่อ 

ราศีกันย์ (Virgo)

ชาวราศีกันย์หรือผู้ที่เกิดวันที่ 23 สิงหาคม –  22 กันยายน เป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว ชอบช่วยเหลือคนอื่น และขยันขันแข็ง 

Chow Chow เป็นหนึ่งในน้องหมาที่มีลักษณะนิสัยเหมาะกับชาวราศีกันย์ เจ้าน้องหมาขนฟูฟ่องพันธ์ุนี้จะเป็นน้องหมาที่ค่อนข้างระวังตัวกับคนแปลกหน้า แต่ถ้าได้มีเวลาอยู่ร่วมกันก็จะทำให้น้องไว้ใจเรามากยิ่งขึ้น และแสดงด้านที่น่ารักอ่อนโยน ขี้อ้อนออกมา

น้องหมาอีกหนึ่งพันธุ์ที่อยากแนะนำคือ Bloodhound นิสัยที่โดดเด่นเลยคือความอ่อนโยน มีมารยาทดี และมีความอดทนสูง 

ราศีตุลย์ (Libra)

ชาวราศีตุลย์หรือผู้ที่เกิดวันที่ 23 กันยายน 22 ตุลาคม มีลักษณะนิสัยเป็นคนใจดี รักเพื่อนพ้อง รักความสงบ อ่อนโยน

น้องหมาที่มีนิสัยน่ารักเหมาะเป็นคู่หูรู้ใจชาวราศีตุลย์ ได้แก่ Great Dane หมาตัวใหญ่เจ้าเสน่ห์ที่มาพร้อมความน่ารักอ่อนโยน ขี้เล่น ใครอยู่ด้วยเป็นต้องหลงรัก

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหมาขนยาวลากพื้นสุดน่ารักอย่าง Shih Tzu น้องหมาชิสุตัวน้อยผู้เข้ากับคนอื่นง่าย อ่อนโยน เรียกว่าได้นิสัยชาวราศีตุลย์มาเต็ม ๆ 

ราศีพิจิก (Scorpio)

หนุ่มสาวที่เกิดวันที่ 23 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน มาเหนือเรื่องความสตรอง มั่นใจ กระตือรือร้น แพชชันเต็มเปี่ยม มุ่งมั่น มีความสง่างาม ภายนอกอาจจะดูน่าเกรงขามด้วยท่าทีดุจพญาหรือนางพญา แต่จริง ๆ ข้างในเป็นคนน่ารัก ใครอยู่ด้วยเป็นอันหลงเสน่ห์

น้องหมาที่นิสัยคล้ายชาวราศีพิจิกพันธุ์แรกคือ Pit Bull น้องหมาที่มีชื่อเสียงเรียงนามในด้านความโหด ภายนอกดูน่าเกรงขาม แต่ถ้าได้รู้จักจะรู้ว่าเจ้าน้องหมามีความน่ารัก เป็นผู้นำ รักเจ้าของ และซื่อสัตย์คอยปกป้องเจ้าของแบบสุดตัว 

Dalmatian เจ้าหมาลายจุดขาวดำที่โด่งดังจากการ์ตูนเองก็เป็นน้องหมาที่มีนิสัยคลับคล้ายคลับคลากับชาวราศีพิจิกในด้านความกระตือรือร้น ขี้เล่น น่ารัก ใครอยู่ด้วยเป็นอันต้องหลงเสน่ห์ 

ราศีธนู (Sagittarius)

ราศีธนูหรือผู้ที่เกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม หนุ่มสาวนักเดินทาง มีความอยากรู้อยากเห็น รักอิสระ และชาญฉลาด 

น้องหมาพันธุ์แรกที่อยากแนะนำเลยคือเจ้าน้องหมาหน้าอึนพันธุ์ ‘Bull Terrier’ ความน่ารักของน้องนอกจากหน้าตาอึน ๆ ใสซื่อแล้ว ยังเป็นความตลก ขี้เล่น อารมณ์ดี เหมาะกับความขี้เล่นน่ารักของสาว

อีกพันธุ์ที่ดูจากนิสัยแล้วเข้ากับชาวราศีธนูได้ดีเลยก็คือ ‘Beagle’ เจ้าหมาจอมซนหูยาวตากลมที่พร้อมจะคว้าหัวใจทุกคนที่เข้าใกล้ เจ้าหนูเป็นพวกอยากรู้อยากเห็น ชอบเล่นซน ขุดคุ้ยทุกอย่าง และมีความตลกอยู่ในตัว

ราศีมังกร (Capricorn)

เป็นผู้ที่เกิดในช่วงวันที่ 22 ธันวาคม – 19 มกราคม เชื่อว่าบุคลิกและนิสัยส่วนตัวของชาวราศีมังกรคือความขยัน ฉลาด มีระเบียบวินัย 

หนึ่งในเจ้าตูบที่มีนิสัยแสนรู้ ซื่อสัตย์ และมีระเบียบต้องยกให้ ‘Belgian Sheepdog’ น้องหมาอารักขาที่นิยมใช้กันทั่วโลก เรื่องปกป้องเจ้านายคือเป็นเลิศ ฉลาดแสนรู้ ตื่นตัวอยู่ตลอด มีน้องไว้นอกจากจะนิสัยคลิกกันแล้ว ยังอุ่นใจอีกด้วย

Shar Pei ก็เป็นน้องหมาอีกพันธุ์ที่มีนิสัยทุ่มเทให้กับเจ้าของ มีระเบียบ เหมาะแก่การเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเพื่อความอุ่นใจ และเป็นเพื่อนที่รู้ใจของชาวราศีมังกร

ราศีกุมภ์ (Aquarius)

หนุ่มสาวผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 20 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์ จะมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร ชอบพึ่งพาตัวเอง ฉลาด ลึกลับน่าค้นหา รักอิสระ แต่ก็แอบซ่อนความดื้อรั้นไว้

หากอยากได้น้องหมาที่มีนิสัยคล้ายกัน เราขอแนะนำ Basenji เจ้าหมาพันธุ์ล่าเนื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องความกระตือรือร้น เอเนอร์จีล้นเหลือ ฉลาด แอบมีความดื้อรั้นซ่อนอยู่เล็ก ๆ 

หรือ Bergamasco Sheepdog เจ้าสุนัขขนยาวเหมือนไม้ม็อบ เป็นสายพันธุ์สุนัขเลี้ยงแกะสมัยโบราณ ถือว่าหายาก ข้อดีของเจ้าสุนัขพันธุ์นี้มีความขี้เล่น น่ารัก มีความผูกพันกับครอบครัวและเจ้านาย

ราศีมีน (Pisces) 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธุ์ – 20 มีนาคม ราศีของหนุ่มสาวผู้อ่อนไหวชวนฝัน อ่อนโยน สดใส ร่าเริง และมีเซนต์ในการคาดเดาอะไรเก่ง

เจ้าหมาพันธุ์ Chihuahua หมาจิ๋วตาโตที่เป็นที่รักของคนมากมายดูจะเป็นพันธุ์หมาที่มีนิสัยคลับคล้ายคลับคลากับชาวราศีมีน พวกน้อง ๆ จะรักและทุ่มเทให้กับเจ้านายมาก ๆ น้องจะขึ้นชื่อเรื่องเดาอารมณ์เจ้าของง่ายเหมือนกับชาวราศีมีนที่เป็นคนมีเซนต์ดี

Cocker Spaniel เองก็เป็นน้องหมาขนยาวพันธุ์ที่มีนิสัยคลั่งรัก ชอบแสดงความรักกับเจ้าของ ชอบอยู่ใกล้กับเจ้าของ และก็ค่อนข้างเป็นเจ้าหมาอารมณ์อ่อนไหว ขี้กลัว ขี้ตกใจ คล้าย ๆ กับชาวราศีมีนที่มีความอ่อนไหว ก็เลยอยู่ด้วยกันสบาย

สรุป

ใครเป็นสายมูคงต้องคุ้นเคยผ่านหูผ่านตาการศึกษาบุคลิกนิสัยตามราศี บทความนี้จะพาคุณไปเลือกน้องหมาให้เข้ากับนิสัยใจคอของคุณประหนึ่ง Soulmate จากฟ้าส่งมาโดยเลือกตามราศีทั้ง 12 ราศีเลย 

ถ้าใครราศีไหน ดูแล้วถูกใจน้องหมาพันธุ์ไหน อยากได้มาครอบครอง ก็สามารถแวะเข้ามาเลือกดูน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์กันที่ Kaidee เลยค่ะ

5 พันธุ์นกแก้วเลี้ยงง่าย สอนพูดได้อีกด้วย

5 พันธุ์นกแก้วเลี้ยงง่าย สอนพูดได้อีกด้วย

สัตว์เลี้ยงสมัยนี้มีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะหนู หมู แมว สุนัขหรือสัตว์เลี้ยงที่เพิ่งมานิยมใหม่ๆ เช่น งู กิ้งก่า แมงมุม ชูการ์ไกรเดอร์เป็นต้น ซึ่งหลายคนอาจลืมไปว่านกก็เป็นสัตว์ที่น่าเลี้ยงมากๆชนิดหนึ่ง แถมยังฉลาด เชื่อง และน่ารักมากๆอีกด้วย  ซึ่งหนึ่งในพันธุ์นกที่คนนิยมเลี้ยงนั่นคือ นกแก้ว

5 สายพันธุ์นกแก้วน่าเลี้ยง

นกแก้วมีสายพันธุ์มากมายจากหลากหลายท้องถิ่น ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้นก็มีขนาด สีของขน รวมถึงลักษณะนิสัยที่ต่างกัน ซึ่งหากพูดถึงนกแก้ว เราอาจนึกถึงนกแก้วมาคอร์เพียงอย่างเดียว แต่ตามจริงนั้นยังมีชนิดอื่นที่น่าเลี้ยงอีกมากมาย เรายกมา 5 ชนิดที่สุดน่ารักและแสนฉลาด ตามนี้เลย

1.ค๊อกคาเทล

พันธุ์แรกที่ยกมานี้ ไม่ว่าจะไปตลาดสัตว์เลี้ยงที่ไหนก็มักเจออยู่บ่อยๆในหลายๆร้าน เพราะเป็นพันธุ์ที่มีทั้งความน่ารักและความเชื่อง แถมยังมีเอกลักษณ์คือแก้มสีส้มหน้าสีเหลืองที่ครองใจใครหลายๆคน 

ค๊อกคาเทลเป็นนกแก้วสายพันธุ์ขนาดเล็ก สีที่มักพบบ่อยๆคือสีเทา สีเหลืองและสีขาวเผือก ซึ่งบริเวณใบหน้านั้นปกติจะเป็นสีเหลืองและมีแก้มสีส้ม ค๊อกคามีลักษณะนิสัยชอบเลียนแบบเสียงที่ได้ยิน เข้ากับมนุษย์ได้ง่าย แต่อาจตกใจได้ง่ายมากในเวลากลางคืนที่ไม่มีแสงไฟ ดังนั้นควรมีแสงไฟอ่อนๆให้เขายังพอมองเห็น และให้อยู่ในที่เงียบ

การเลี้ยงดูค๊อกคาเทลนั้น หากต้องการความเชื่องและอยากฝึกให้ร้องหรือพูดตามได้บ้าง แนะนำให้เลี้ยงตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก เพราะจะจดจำและผูกพันกับเจ้าของได้ดียิ่งขึ้น และเจ้าของควรมีเวลาให้กับเขามากๆ การฝึกให้พูดตามนั้น ค๊อกคาเทลอาจพูดได้ไม่ชัดมากนัก แต่หากพูดเป็นคำสั้นๆ เป็นเพลงท่อนสั้นๆ เขาจะสามารถจดจำและร้องตามได้ แต่ไม่ควรไปเปิดให้เขาฟังซ้ำๆทั้งวันทั้งคืนล่ะ เพราะนั่นจะกลายเป็นการทรมานเขาแทน

เรื่องอาหารของค๊อกคาเทลนั้นจะเป็นเมล็ดพืชและผักใบเขียวต่างๆเช่น เมล็ดทานตะวัน ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ไม่ควรให้กินอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเวลานานๆ ควรให้กินหลายๆอย่างเพื่อจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ไม่ควรให้กินเม็ดของผลไม้ อะโวคาโด ช็อกโกแลต แอลกอฮอล์และคาเฟอีน รวมถึงน้ำตาลและขนมที่ไขมันสูง

พื้นที่ในการเลี้ยงนั้นแนะนำว่าควรมีกรงขนาดใหญ่กำลังดีในแบบที่เวลาเขาหันไปหันมาแล้วหางไม่เกี่ยวกับกรง และควรมีที่เกาะเช่นขอนไม้ วางไว้นอกกรงปล่อยให้เขาได้ออกมาเดินมาเกาะ และหากมีของเล่นให้เขาได้เดินเล่น บินหรือกระโดดไปมาจะยิ่งดี เพราะยิ่งทำให้ค๊อกคาเทลยิ่งมีความสุข

2.แอฟริกันเกรย์ (African Grey)

แอฟริกันเกรย์ นกแก้วขนาดกลางสายพันธุ์จากแอฟริกา มีอายุยืนได้ถึง 40 – 60 ปี ซึ่งมันถูกยกให้เป็นนกแก้วที่ฉลาดที่สุดในโลก จนขนาดเกิดวลี “นกไอน์สไตน์” เพราะด้วยความฉลาดที่สามารถเรียนรู้และจดจำการพูดตามได้ ทำให้เป็นนกที่มีแต่คนอยากเลี้ยงเป็นอันดับต้นๆในสายพันธุ์นกแก้ว 

ลักษณะนิสัยของเจ้านกพันธุ์นี้เป็นนกที่ชอบสังคมมากๆ เพราะตามธรรมชาติเขามักจะอยู่ด้วยกันเป็นฝูง แต่ก็เป็นนกที่มีความ Sensitive มาก หากมีสิ่งเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆในการใช้ชีวิตก็อาจทำให้เกิดอาการเครียดได้ การเลี้ยงดูนั้นเราอาจต้องใส่ใจกับเขามากสักหน่อย เนื่องจากเป็นนกที่ติดมนุษย์มากและชอบเรียก ชอบเล่นอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าแอฟริกันเกรย์นั้นก็ไม่ชอบให้ใครมาจับหรือแตะตัวแรงๆ เพราะอาจทำให้เขาเจ็บได้ 

หากต้องการฝึกให้เขาพูดได้นั้น ควรฝึกตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยการฝึกให้พูดคำสั้นๆทีละคำ หรือเป็นทำนองสั้นๆ และตามผลการวิจัยนั้นนกแอฟริกันเกรย์สามารถเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาได้อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยว่าทำไมคนถึงอยากเลี้ยงเจ้านกพันธุ์นี้ 

 อาหารที่เขาชอบนั้นจะเป็นเมล็ดพืช ผลไม้ เบอร์รี่และผักต่างๆ ส่วนอาหารที่ไม่ควรให้กินนั้นคือกาเฟอีน ช็อกโกแลต แอลกอฮอล์ ลูกพลัม พีช มะเขือ มันฝรั่ง อะโวคาโด เป็นต้น

3.นกซันคอนัวร์

นกแก้วขนาดกลางที่มีสีสันสดใส เป็นพันธุ์ที่พบได้ง่ายในตลาดสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกับค๊อกคาเทล โดยซันคอนัวร์นี้เป็นนกแก้วที่มีความฉลาด ขี้เล่น เป็นมิตร และเลี้ยงง่าย อยู่ด้วยกันได้หลายๆตัว แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของที่กำลังจะตัดสินใจซื้อไปเลียงจะต้องเตรียมตัวให้ดีนั้นคือเรื่องเสียงร้องที่ดังของมัน 

นกซันคอนัวร์นี้มีอายุยืนได้ถึง 15-30 ปี ซึ่งเป็กนกที่ต้องการความใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะด้วยการเป็นนกที่ชอบสังคม หากใครที่ต้องการนกมาเลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ใจที่อยู่กันได้ตลอดเวลานั้น สายพันธุ์นี้ถือว่าเหมาะมากๆ แต่บางครั้งหากไปอยู่ใกล้เด็กๆอาจต้องระวังเวลาที่เขาจะแทะหรือกัดเพื่อเป็นการเข้าหา และจะงอยปากของเขาอาจจะคมได้  

อาหารที่นกซันคอนัวร์ชอบนั้นจะเหมือนกับนกแก้วทั่วไปนั่นคือเมล็ดพืช อัลมอนด์ วอลนัท ผักใบเขียวและผลไม้ต่างๆ ส่วนเรื่องการพูดของมันนั้นอาจพูดได้ไม่เก่งนัก จะเป็นการจำทำนองหรือเสียงคล้ายๆแทนเสียมากกว่า แต่เรื่องความฉลาดนั้น นกซันคอนัวร์นี้สามารถฝึกได้มากมาย

4.นกแก้วโม่ง

นกแก้วโม่งเป็นนกประจำถิ่นหายากและถือเป็นสัตว์คุ้มครอง ตัวของนกแก้วโม่งมีขนาดกลาง ที่มีขนสีเขียว จะงอยปากสีแดง บริเวณคอจะมีขนสีแดงคล้ายเป็นวงแหวนคล้องรอบคอ มีอายุยืนได้มากกว่า 30 ปี  นกแก้วโม่งนั้นเป็นนกที่มีความฉลาดมาก สามารถเรียนรู้และฝึกให้พูดตามเสียงต่างๆได้ 

ตามธรรมชาติแล้วนกแก้วโม่งมักอยู่กันเป็นฝูงและมักมีเสียงร้องพูดคุยอยู่เสมอ ดังนั้นใครที่ซื้อไปเลี้ยงก็ควรพิจารณาให้ดี เตรียมพื้นที่ให้พร้อม ระวังเสียงอาจจะดังไปรบกวนเพื่อนบ้านได้ และการเลี้ยงนั้นอาจต้องระวังจะงอยปากของมันสักหน่อย เพราะจะงอยที่ใหญ่และมีไว้แทะเปลือกไม้ต่างๆ อาจกัดจนบาดมือบาดเนื้อได้ 

ส่วนเรื่องอาหารของนกแก้วโม่งนั้นคือเมล็ดพืช ธัญพืช ผัก และผลไม้ แต่สิ่งสำคัญคือผลไม้ ควรเลือกชนิดที่ไม่มีน้ำตาลมากเกินไป เช่น แอปเปิ้ล กล้วย เป็นต้น 

5.นกแก้วอิเลคตัส

นกแก้วอิเลคตัสเป็นสายพันธุ์แสนรู้ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีขนสีสันสดใส สีที่เห็นบ่อยๆคือ สีแดงส้มปนม่วงน้ำเงิน และสีเขียวปนส้ม สามารถมีอายุยืนได้ตั้งแต่ 30 ถึง 50 ปี อาหารของนกอิเลคตัสนั้น สามารถให้กินธัญพืชพวกถั่วเหลืองถั่วแดงได้ และผักผลไม้ต่างๆเช่นเดียวกับที่นกแก้วพันธุ์อื่นสามารถกินได้ 

การเลี้ยงนกอิเลคตัสนั้นต้องมีกรงและมีพื้นที่ กรงอาจจะต้องมีขนาดที่ใหญ่หน่อย เพราะหากอยู่ในที่แคบๆเล็กๆ จะทำให้เขารู้สึกอึดอัดและไม่มีความสุขได้ และนกพันธุ์นี้ก็เหมาะกับการเลี้ยงกับลูกๆหรือเด็กๆอีกด้วย เพราะตามธรรมชาติแล้วนกอิเลคตัสมีนิสัยขี้เล่นแต่ไม่ส่งเสียงดังและไม่ชอบสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงดัง ซึ่งเขามักจะทำโน่นทำนี่อยู่เสมอ เราสามารถใส่ใจเขาด้วยการหาของเล่นให้เขาได้กัดได้เล่นเพื่อให้มีความสุขมากขึ้นได้

นกอิเลคตัสมีความฉลาดและสามารถพูดได้เก่งเช่นเดียวกับพันธุ์แอฟริกันเกรย์ สามารถฝึกให้เชื่องกับเราและสั่งให้ทำตามบางอย่างได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่นกอิเลคตัสจะมีราคาสูงในตลาด 

วิธีการเลี้ยงนก

1.เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

การเลี้ยงนกแม้ว่าจะดูเหมือนเป็นสัตว์ขนาดเล็กๆ แต่ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์หลายชิ้นเช่นกัน 

อุปกรณ์เลี้ยงนก

  • กรงนก
  • แผ่นรองกรง 
  • ภาชนะอาหารและน้ำ
  • ขอนไม้หรือที่ให้นกยืน
  • ภาชนะสำหรับอาบน้ำ
  • ของเล่นต่างๆ

2.พื้นที่

การเลี้ยงนกไม่ใช่ว่าแค่มีกรงก็สามารถเลี้ยงได้ แต่เราควรมีพื้นที่ให้เขาได้เดิน ได้โผบินบ้าง เพราะนกบางชนิดก็มีความ Sensitive และอาจรู้สึกอึดอัดกับสิ่งแวดล้อมที่แคบๆได้ง่าย 

3.มีเวลาให้กับเขามากๆโดยเฉพาะช่วงลูกป้อน

ความน่ารักและสวยงามของสีสันบนตัวนกนั้นอาจทำให้เราลืมไปว่านกก็เป็นสัตว์ที่ไม่สบายได้ง่ายเช่นเดียวกัน ยิ่งเมื่อเรานำมาเลี้ยงในช่วงวัยลูกป้อน การดูแลยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะร่างกายในช่วงนั้นจะยังไม่แข็งแรงมาก หากเจอเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกเข้าไปสู่ร่างกาย ผ่านการกินอาหารก็อาจทำให้ตายได้ และเมื่อโตขึ้นแล้วก็ยังต้องดูแลเขาด้วยเช่นกัน เล่นกับเขาบ่อยๆ อย่าลืมเรื่องการอาบน้ำทำความสะอาดและอาหารที่มีประโยชน์ 

สรุป

นกแก้วถือเป็นหนึ่งในนกหลายชนิดที่มีความฉลาดและมีความสวยงาม จนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่นิยมของผู้คน นกพูดได้ก็กลายเป็นหนึ่งในไวรัลของสังคม การฝึกฝนให้เขาพูดเป็นและทำสิ่งต่างๆได้ต้องใช้เวลาเสมอ อย่าไปบังคับหรือทรมานเขาตลอดทั้งวันหรือหลายๆชั่วโมง  

การเลี้ยงดูก็เช่นกัน ต้องอย่าลืมดูความพร้อมตัวเราเองเสมอ ทั้งด้านการเงิน พื้นที่ และเวลา ซึ่งถ้าหากคุณเตรียมตัวดีมีความพร้อมที่จะเลี้ยงแล้ว ยังหาซื้อลูกป้อนนกไม่ได้ มาดูที่ Kaidee ของเราก่อนเลย มีหมวดมากมาย รวมถึงหมวดสัตว์เลี้ยง ที่ช่วยให้คุณได้เจอกับเพื่อนคู่ใจได้ ลองเข้ามาดูก่อนได้เลย

หากเครียดหรืออารมณ์ไม่ดี ให้มีสัตว์เลี้ยงไว้ข้างกายสิ

หากเครียดหรืออารมณ์ไม่ดี ให้มีสัตว์เลี้ยงไว้ข้างกายสิ

ในช่วงเวลาที่เราเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากทุกสารทิศ การเงิน การทำงาน เรื่องราวในชีวิตประจำวันกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้กับตัวเอง หรือสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นบนโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภายนอก หรือภายใน จัดการได้ หรือควบคุมไม่อยู่ สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างปัญหา พาให้เราเกิดความกดดัน และความเครียดที่ยากจะต้านทานได้

หลายคนมีวิธีการจัดการความเครียดเช่นนี้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน บางคนเลือกการออกกำลังกายเพื่อปลดปล่อยแรงกดดันดังกล่าว รีดความเครียดให้ออกไปพร้อมกับเหงื่อที่ไหลย้อย หรือบางคนอาจเลือกใช้งานอดิเรก หรือสิ่งที่ตัวเองชอบเช่น การวาดรูป ต่อจิ๊กซอว์หรือฟังเพลง และบางคนก็เลือก “เลี้ยงสัตว์” เพื่อบรรเทาความเครียดนั้น

“เหมียว” “โฮ่ง”

วันนี้ผมจะพาทุกคนไปค้นหาคำตอบว่าเหตุใด การมีเสียงเหล่านี้ในบริเวณบ้านหรือที่พักของเราจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีจัดการความเครียดที่ได้ผล และมีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนั้น การมีพวกมันอยู่ใกล้คุณก็ให้ประโยชน์อีกหลายข้อ นอกจากการบรรเทาความเครียดและความกดดันเช่นกัน

เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณอาจจะโผเข้าไปกอดสัตว์เลี้ยงของคุณโดยไม่รู้ตัว หรือหากคุณยังไม่ได้เลี้ยงสัตว์อะไร บทความนี้อาจจะทำให้คุณอยากเป็นเจ้าของขึ้นมาอีกเล็กน้อยก็เป็นได้

อยากหายเครียด ลองเกาพุงเจ้าแมวน้อยดู

การเล่นกับสัตว์เลี้ยงให้คุณประโยชน์หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการบรรเทาความเครียด ความกดดัน และความทุกข์ที่เรากำลังเผชิญจากการทำงาน หรือการดำเนินชีวิต

นักวิจัยค้นพบจากงานวิจัยเมื่อปีที่แล้วว่า การเล่นกับสัตว์เลี้ยงเพียงแค่ 10 นาทีต่อวัน ช่วยให้เรารู้สึกปรอดโปร่งจากความรู้สึกหนักอึ้งที่เราต้องเจอ และการเล่นกับพวกมันเป็นได้ทั้ง การลูบหัว เกาพุง กอดหรืออุ้ม หรือการทำความสะอาดสัตว์เลี้ยง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เพียงพอแล้วต่อการลดความเครียดของคุณ

อีกทั้งผลงานวิจัยชิ้นนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้หลายมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและประเทศฝั่งยุโรป เริ่มเปิด “ศูนย์บรรเทาความเครียด” โดยใช้สัตว์เลี้ยงเป็นยารักษานักศึกษาที่กำลังเผชิญกับความเครียด ซึ่งส่วนมาก เป็นช่วงเวลาแห่งการสอบและการทำวิจัย โดยนักศึกษาสามารถเข้ามาใช้บริการศูนย์ และเล่นกับเจ้าสุนัขและแมวที่ทางศูนย์เลี้ยงไว้ เพื่อให้ตัวเองได้ผ่อนคลายจากการทำงาน ก็ถือเป็นไอเดียที่ดี ที่มหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งบริษัทห้างร้านในประเทศไทยจะนำมาปรับใช้ดู

ไม่ใช่แค่ทำให้หายเครียด เรื่องดีๆ ของการเลี้ยงสัตว์ยังมีอีก

นอกจากการบรรเทาความเครียดและความกดดันของผู้เลี้ยงแล้ว การเลี้ยงสัตว์ยังได้รับการพิสูจน์ ทั้งจากงานวิจัยและผลสำรวจประชากร ว่ามีข้อดีอีกมากมายหลายประการ ในบทความนี้จึงอยากหยิบยกมาสักสามสี่ข้อที่น่าสนใจ มาให้ทุกคนได้รู้กัน

เป็นเพื่อนในวันที่เราหงอยเหงา

มนุษย์อย่างเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในแทบทุกเวลา การไม่ได้พบปะผู้คนจะทำให้เรารู้สึกเหงา และบ่อยครั้ง นำมาซึ่งอาการหดหู่และหงอยเศร้า โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่การพบปะผู้คนเป็นเรื่องยากขึ้นกว่าเก่า

การมีสัตว์เลี้ยงข้างกายในวันที่เรารู้สึกอย่างนั้น จะทำให้ความเหงาของเราได้รับการปลอบประโลม ด้วยหน้าตาแสนน่ารักและขนนุ่มฟูของพวกมัน งานวิจัยในต่างประเทศยังช่วยยืนยันเรื่องนี้เป็นอย่างดี พวกเขาค้นพบว่า กลุ่มผู้เข้าร่วมการทดลองมีการให้คะแนนความรู้สึกเหงาของตัวเอง เมื่ออยู่กับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ในอัตราที่ต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ ในบางราย พวกเขายังพบว่า การอยู่กับสัตว์เลี้ยงไม่ทำให้รู้สึกเหงาเท่ากับการอยู่กับผู้อื่นด้วยซ้ำไป

อารมณ์ดีขึ้น แค่มีพวกมันอยู่กับเรา

คนที่มีสัตว์เลี้ยงอาจช่วยยืนยันข้อนี้ได้เป็นอย่างดี เวลาที่เรากลับบ้านมาด้วยอารมณ์ห่อเหี่ยว ไม่ว่าจากการเดินเตะฝาท่อในเมือง หรือการโดนเจ้านายไร้เหตุผลจิกกัด แต่เมื่อได้เล่นกับเจ้าน้องแสนซนของเรา ก็ทำให้เรายิ้มได้อยู่เสมอ

แน่นอนว่า มีงานวิจัยที่ศึกษาระหว่างอารมณ์ความรู้สึกและการมีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยงด้วย นักวิจัยพบว่า ผู้เลี้ยงสัตว์มักให้คะแนนอารมณ์ความรู้สึกรายวันของตัวเองอยู่ในระดับสูงกว่ากลุ่มทดลองอื่นเสมอ แม้ว่าทั้งกลุ่มทดลองทั้งสอง จะอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน (เช่นสถานที่ทำงานเดียวกัน หรือศึกษาอยู่ในคณะเดียวกัน)

ช่วยสร้างความสมดุลของความดันในเลือด

เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อไม่น้อยที่ นักวิจัยค้นพบว่าสัตว์เลี้ยงมีผลดีต่อร่างกายของเรา ซึ่งที่สำคัญที่สุดในข้อค้นพบนี้ คงหนีไ่ม่พ้นการที่สัตว์เลี้ยงสามารถรักษาระดับความดันในเลือดของเราได้ด้วย เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะความเครียดและแรงกดดันที่เราเผชิญ ส่งผลโดยตรงกับความดันในเลือด การที่เราสามารถบรรเทาความเครียดได้ จึงส่งผลต่อระดับความดันในเลือดที่สมดุลขึ้นนั่นเอง และในงานวิจัยชิ้นเดียวกันนี้ นักวิจัยยังพบอีกว่า การสัมผัสสัตว์เลี้ยงให้มากที่สุด ช่วยให้ความเครียดลดลงเร็วมากที่สุดด้วย

และทำให้เราดูน่าเข้าหามากขึ้นด้วยนะ

หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ ที่สัตว์เลี้ยงพยายามลากเราออกจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ และออกไปเดินเล่นกับพวกมัน สัตว์เลี้ยงเหล่านี้ถือเป็นตัวกระตุ้นให้เราออกจากบ้านได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่ตามมาคือ เมื่อเราออกไปพบปะผู้คน ไม่ว่าจะเป็นในสถานที่สาธารณะ หรือละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง ผู้คนมักมองภาพลักษณ์ บุคลิกและนิสัยของผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง เป็นคนที่น่าเข้าหาเพราะดูเป็นมิตร ดูอบอุ่น มีความรับผิดชอบ และเป็นที่ไว้วางใจได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่า การมีสัตว์เลี้ยงข้างกาย เวลาออกจากบ้าน จะช่วยสร้างบทสนทนาที่ดีระหว่างคุณกับผู้อื่นได้อย่างน่าประหลาด

อย่างนี้ต้องหามาเลี้ยงให้ได้แล้ว

การมีสัตว์เลี้ยงอยู่ข้างตัว คอยส่งเสียงเบาๆ กวนเราเป็นบางครั้ง คอยเอาหน้ามามุดใต้ผ้าห่มเวลาเรากำลังจะนอน ก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยให้เราห่างไกลจากความเหงา ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยว ซึ่งในบางครั้ง ก็อาจนำไปสู่ความหดหู่ ความเศร้าหรือความเครียดสะสม และทำให้วันหนึ่งวันของเราสดใสขึ้นกว่าเดิม

แต่การเลี้ยงสัตว์ถือเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความรับผิดชอบมาก ประโยชน์ที่เราอาจได้รับ หมายถึงภาระหน้าที่ในการดูแลพวกมันเป็นอย่างดี เราไม่ควรเลี้ยงสัตว์ เพราะอยากเล่นกับพวกมันเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้ถือว่าเจ้าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ก็เป็นสมาชิกอีกคนของบ้านคุณเช่นกัน หากคิดว่า สามารถเลี้ยงได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่กระทบกับหน้าที่อื่นๆ ในชีวิต ก็อย่ารอช้า ไปหาน้องๆ สัตว์เลี้ยงมาอยู่ข้างกายให้หายเครียดกันดีกว่า

การเลี้ยงสัตว์ต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมาก และไหนจะมีอาหารของสัตว์เลี้ยงอีก หากใครไม่อยากเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้นานๆ ลองแวะมาที่ Kaidee เรามีข้าวของเครื่องใช้ อาหารสารพัดชนิดให้สัตว์เลี้ยงของคุณอย่างแน่นอน

สัตว์เลี้ยง เลี้ยงง่ายภายในบ้าน

สัตว์เลี้ยง เลี้ยงง่ายภายในบ้าน

สัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนคู่ใจสมัยนี้ ไม่ได้มีแค่น้องหมาน้องแมวแล้วนะ ยังมีสัตว์เลี้ยงน่ารักๆหรืออาจะเป็นสัตว์แปลกที่หลายคนอาจไม่เคยคิดว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงได้ด้วย แต่แม้จะมีสัตว์เลี้ยงแปลกใหม่มากขึ้น การเลี้ยงสัตว์ก็ยังต้องเอาใจใส่เหมือนเดิม เหมือนกับการเลี้ยงดูลูกของเราเลยล่ะ 

จะเลี้ยงสัตว์สักตัวต้องเตรียมอะไรบ้างนะ?

แน่นอนว่าการเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่คิดอยากเลี้ยงก็เลี้ยงได้เลยนะ ต้องเตรียมตัวและเช็ครอบๆตัวของเราก่อนว่าพร้อมหรือยัง หรือเหมาะที่จะเลี้ยงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นกจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเราแทนนะ

1.เงิน

แน่นอนว่าเราต้องเตรียมความพร้อมเรื่องการเงินก่อนที่จะซื้อสัตว์เลี้ยงมาสักตัว เพราะนอกจากจะมีค่าอาหารแล้ว ยังมีค่าวัคซีนหรือค่ารักษาต่างๆที่สัตว์เลี้ยงต้องคอยไปตรวจอยู่เสมอ  

2.สถานที่

สัตว์เลี้ยงขนาดเล็กอาจไม่เป็นปัญหา แต่สำหรับสัตว์เบี้ยงที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เช่นน้องหมาพันธุ์ใหญ่อย่างลาบราดอร์หรือไซบีเรียนฮัสกี ก็อาจต้องมีพื้นที่ให้เขาเดินหรือวิ่งสักหน่อย และนอกจากพื้นที่ภายในบ้านแล้ว พื้นที่นอกบ้านที่เราจะพาเขาออกไปก็ควรมีด้วยเช่นกัน

3.ของใช้

ของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงจะเน้นไปที่อาหารและอุปกรณ์การเลี้ยงต่างๆอย่างของเล่น ที่ลับเล็บแมว กรงสัตว์เลี้ยง เป็นต้น 

4.เวลา

สิ่งของรอบกายทุกอย่างพร้อมแล้ว ต้องเตรียมเวลาให้พร้อมด้วย เพราะการเลี้ยงสัตว์นั้นต้องให้เวลากับเขามากๆ ยิ่งถ้าอยู่คนเดียวยิ่งสำคัญ ต้องกลับมาให้อาหารและคอยดูแลเขาเสมอ 

8 ชนิดสัตว์น่าเลี้ยง

สัตว์เลี้ยงสมัยนี้เริ่มมีหลากหลายชนิดมากขึ้น ชนิดที่มีขนาดเล็กเลี้ยงง่ายก็มีมากมาย เราหยิบเอา 8 ชนิดสัตว์เลี้ยงมาให้คุณได้ลองตัดสินใจเลือกกัน

1.ปลาทอง

เริ่มจากสัตว์เลี้ยงพื้นฐานที่ใครต่างรู้จักนั่นคือปลาทอง ปลาทองเป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ในตู้กระจกหรือโหลขนาดใหญ่ ซึ่งตามจริงแล้วปลาทองก็ต้องการการหมุนเหวียนของออกซิเจนในน้ำ ดังนั้นควรมีปั๊มน้ำหรือน้ำพุเพื่อไหลเหวียนออกซิเจน 

การเปลี่ยนถ่ายน้ำก็ควรพักน้ำไว้สองหรือสามวันเพื่อให้คลอรีนระหายแล้วจึงปล่อยปลาลงไป และหากเพิ่งซื้อจากร้านค้า ให้น้ำถุงที่ใส่ปลาแช่ลงไปในน้ำที่เตรียมไว้ เพื่อปรับอุณหภูมิก่อนประมาณ 15 นาที แล้วจึงปล่อยปลาลงไป  

2.ปลาหางนกยูง

อีกหนึ่งชนิดปลาที่นิยมเลี้ยงและเลี้ยงง่าย ไม่ว่าจะในอ่างปลาหน้าบ้านหรือตู้ปลาในบ้าน โดยการดูแลก็คล้ายกับปลาทองที่ต้องการออกซิเจนและต้องพักน้ำก่อนเปลี่ยน จุดที่แตกต่างคือต้องวางพืชน้ำรากยาวเพื่อให้ลูกๆปลาได้อยู่เป็นที่หลบภัย ปลาหางนกยูงไม่ควรเลี้ยงเป็นจำนวนมากเกินไป เพราะหากมันออกลูกครั้งละหลายสิบตัว อาจทำให้แออัดได้ 

3.นกค็อกคาเทล

นกแก้วสายพันธุ์เล็กที่มีแก้มสีส้มแสนน่ารัก นกค็อกคาเทลจะต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก ซึ่งมันมักไม่ส่งเสียงร้องดัง แต่หากเอาสอนให้พูดหรือร้องเพลงเป็นจังหวะบ่อยๆมันก็จะจำได้ (แต่อย่าไปเปิดวนๆจนกลายเป็นการทรมานมันล่ะ) 

นกค็อกคาเทลมีอายุยืนได้ถึงประมาณ 10-15 ปี อาหารของมันมักเป็นเมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เป็นต้น ซึ่งปกติแล้วเรามักเลี้ยงนกชนิดนี้ในบ้านและไม่ค่อยปล่อยบินไกลๆสักเท่าไหร่  

4.นกซันคอนัวร์

อีกหนึ่งสายพันธุ์ของนกแก้วขนาดเล็ก ที่สามารถฝึกให้มันพูดหรือทำสิ่งต่างๆได้ ถือเป็นนกที่ฉลาดและแสนรู้ชนิดหนึ่ง เจ้านกซันคอนัวร์นี้มีนิสัยขี้เล่น ชอบอ้อนเจ้าของ ให้เจ้าของหันมาสนใจ ในช่วงเวลากลางวันมักจะงีบหลับเป็นกิจวัตร 

ซึ่งเจ้านกชนิดนี้จะชอบส่งเสียงดังหากอยู่ตัวคนเดียว ดังนั้นหากเลี้ยงแล้วต้องเปลี่ยนมันอยู่คนเดียวในบ้านหรือคอนโด ต้องระวังเรื่องเสียงดังของมันที่อาจรบกวนเพื่อนบ้านได้ล่ะ 

5.ชูการ์ไกลเดอร์

ชูการ์ไกลเดอร์หรือเรามักเรียกกันว่า จิงโจ้บิน เพราะตัวของมันมีผังผืด เวลากางแขนขาและกระโดดก็จะสามารถร่อนได้ เจ้าชูการ์ไกลเดอร์มีขนาดเล็กจึงสามารถพามันออกไปไหนมาไหนได้ และเมื่อมันจำเจ้าของได้ก็จะเป็นสัตว์ที่เชื่องมากชนิดหนึ่ง  

ชูการ์ไกลเดอร์เป็นสัตว์กลางคืน ในช่วงกลางวันจึงมักงัวเงียหรือนอนหลับบ่อยๆ อาหารของมันส่วนมากคือหนอนแมลง ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล กล้วย หรืออาหารเม็ดสำหรับชูการ์ไกลเดอร์โดยเฉพาะ 

6.กระต่ายพันธุ์ Holland Lop

กระต่ายหูตกพันธุ์เล็กที่เกิดจากการผสมพันธุ์ขึ้นจากสายพันธุ์อื่น จนในปัจจุบันก็ได้พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นจนกลายมาเป็นพันธุ์ที่น่ารักและขนาดเล็กที่มีนิสัยอ่อนโยนและเชื่อง ซึ่งอายุเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 7-8 ปี 

อาหารของมันมักจะเป็นหญ้าชนิดต่างๆ เช่นหญ้าอัลฟาฟ่า และมีผักผลไม้บ้างแต่ให้กินได้หลังจากที่โตเกิน 3 – 4 เดือนแล้ว ดังนั้นใครที่อยากเลี้ยงกระต่ายพันธุ์นี้อาจะต้องดูแลเป็นพิเศษในช่วงแรกๆสักหน่อย

7.หนูแกสบี้ (Guinea Pigs)

หนูแกสบี้หรือกินนี่พิกเป็นหนูที่เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความน่ารักและความเชื่องของมัน ทำให้เหมาะที่จะเลี้ยงเป็นเพื่อนรักคู่กายได้ หนูแกสบี้จะมีทั้งพันธุ์ที่มีขนยาวและขนสั้น อาหารที่ให้น้องกินมักจะเป็นหญ้าทั้งสดและแห้ง รวมถึงอาหารเม็ดสำเร็จรูปโดยเฉพาะ

8.แมวสฟิงซ์

สัตว์เลี้ยงที่เริ่มเป็นที่นิยมในไทยเมื่อมีดารานักแสดงหรือ Influencer เริ่มเลี้ยงกัน แมวชนิดนี้ดูแล้วอาจเหมือนไม่มีขนแต่จริงๆแล้วมีขนบางๆคลุมไว้อยู่ ด้วยหูที่ใหญ่และตั้ง บวกกับใบหน้าท่าทางต่างๆจึงถูกเรียกว่าแมวสฟิงซ์ 

ด้วยผิวหนังที่มีเพียงขนบางๆ จึงไม่ควรพาน้องแมวไปตากแดดนานๆ เพราะอาจผิวไหว้แบบที่เราเป็นกันได้ และถึงแม้ว่าจะไม่มีขนก็ยังคงต้องอาบน้ำอยู่ การอาบน้ำสัปดาห์ละครั้งก็ถือว่ากำลังดีสำหรับแมวสฟิงซ์ ข้อดีของการเลี้ยงแมวชนิดนี้อย่างหนึ่งคือไม่มีขนหลุดร่วงเต็มห้องรวมถึงช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ขนสัตว์ได้อีกด้วย

สรุป

นอกจาก 8 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ยังมีสัตว์เลี้ยงอีกมากมายอาทิ กิ้งก่าคาเมเลี่ยนหรือนกแอฟริกันเกรย์ แต่อาจต้องเลี้ยงอย่างถนุถนอมเมื่อช่วงวัยเด็ก เพราะร่างกายช่วงวัยนั้นค่อนข้างอ่อนแอและต้องดูแลอย่างดี และนอกจากนี้แล้ว เรื่องกลิ่นและความสะอาดก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะสัตว์เลี้ยงก็มีการถ่ายมูลออกมาและยังมีกลิ่นกายของมันอีกด้วย

ใครกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงคู่กาย Kaidee ของเรามีหมวดสัตว์เลี้ยงให้คุณเลือกซื้อได้อยากสะดวกด้วยนะ ลองเข้ามาดูกันเลย