Jul 2, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ โอกาสสูงมากที่คุณจะรู้จักนักสะสมรองเท้าผ้าใบ หรือผู้ที่มีรองเท้าผ้าใบมากกว่า 50 คู่ที่บ้าน เขาคนนั้นอาจจะเป็นไอดอลที่คุณติดตามในอินสตราแกรม หรืออาจจะเป็นคนที่คุณเห็นทุกวันหน้ากระจก….
ก่อนจะเริ่มอ่านบทความนี้ ขอบอกกันตรงนี้ก่อนเลยว่า ไม่มีอะไรผิดปกติ สำหรับพวกเรา คนที่ชอบซื้อ และสะสมรองเท้าผ้าใบ ทุกคนมีของสะสมที่แตกต่างกันทั้งนั้น บางคนสะสมพระเครื่อง บางคนคลั่งไคล้กระเป๋าแบรนด์เนม และบางคนก็เล่นซื้อตัว Firgure การ์ตูนตัวใหม่กันทุกอาทิตย์
ท้ายที่สุดแล้ว พวกเราและพวกเขา นักสะสมทั้งหลาย จะไปถึงจุดที่เรียกว่า “พอ” ได้เอง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่วันนี้หรือตอนนี้ก็ตาม
ความในใจจากพวกเรา Sneakerheads
Artist: ayeeitsbreed
Sneakerheads เป็นกลุ่มคนที่ถูกมองว่าใช้จ่ายฟุ่มเฝือย “มีแค่ 2 เท้า จะซื้อทำไมเยอะแยะ” และแน่นอนว่าคนที่ใช้ประโยคนี้กับคุณ มักจะเป็นคนที่จะยังคงใส่ Adidas All Star หรือ Skechers ซึ่งเป็นรองเท้าผ้าใบที่โด่งดังเมื่อ 5 ปีที่แล้วอยู่
แต่ถึงแม้ว่าเราจะรำคาญกับคำพูดของพวกเขามากแค่ไหน เราเองก็ถามตัวตัวเองอยู่บ่อยครั้งใช่ไหมคะว่า “รองเท้าคู่ใหม่นี้ มันจำเป็นไหม” แต่ขณะที่เราถามคำถามนี้กับตัวเองอยู่นั้น มือของเราก็เผลอไปกดปุ่ม ‘Add to cart’ เสียแล้ว
ถ้าความสุขของเรา ไม่ได้มาจากการขับรถหรูๆ หรือถือกระเป๋าแบรนด์เนมไปทำงาน แต่กลับมาจากรองเท้าผ้าใบที่วางเรียงกันอย่างสวยงามบนชั้นวางรองเท้าหน้าบ้านเราแทนล่ะ ทำไมเราจะมีความสุขบ้างไม่ได้
ในบทความนี้ Kaidee ได้รวบรวมรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้า Sneaker ตัวเด็ด ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายในช่วง 6 เดือนแรกของต้นปี 2021 มาให้เพื่อนๆ เหล่า Sneakerheads ได้ดู และไปเสียสตางค์พร้อมๆ กัน จะมีแบรนด์ไหน รุ่นอะไรบ้าง น่าสอยมาเก็บในคอลเลคชัน ไปดูกันเลย
1. A Ma Maniére x Air Jordan 3 “Raised By Women”
nicekicks.com
เมื่อต้นเดือนเมษายน Air Jordan ได้แจ้งข่าวการ Collaboration ร่วมกับ A Ma Maniére (ร้านตัวแทนจำหน่าย รองเท้า High-End และ Hypebeast จากรัฐ Atlanta) ในการเปิดตัวรองเท้า “A Ma Maniére x Air Jordan 3 “Raised By Women” ให้กับแฟนได้เตรียมพร้อมละลายทรัพย์
ซึ่งดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “Woman” (ผู้หญิง) และยังเพื่อเป็นการฉลองเดือนแห่งประวัติศาสตร์สตรีโลก หรือ International Women’s Month ซึ่งตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี
เหตุผลที่เลือกใช้ Air Jordan 3 ในการ Collab ครั้งนี้นั้น เพราะ Air Jordan 3 เป็นรองเท้าที่ผู้หญิงผู้เลี้ยง James Whitner (เจ้าของร้าน A Ma Maniére) ขึ้นมา ซื้อให้เขาและน้องชายเป็นคู่แรก
ดังนั้น ทุกองค์ประกอบของรองเท้าคู่นี้ จึงถูกออกแบบโดยมี ‘ผู้หญิง’ เป็นจุดศูนย์กลาง ตั้งแต่ไซส์รองเท้า ไปจนถึงรูปทรง และดีไซน์ ซึ่งได้ถอดคราบ Hypebeast จนเหลือเพียงดีไซน์เรียบๆ จาก หนัง Tumbled สีขาว และ ผ้ากำมะหยี่ สีเทา และเพิ่ม Detail เล็กๆ ด้วยการสลัก โลโก้ 2 แบรนด์ ที่ลิ้นรองเท้า (ซ้าย – A Ma Maniére , ขวา – Jordan Brand ) ก็ทำให้รองเท้าคู่นี้ เป็นที่จับตามองจากสื่อ และแฟนๆ ทั่วโลก
วางจำหน่าย: 10 มิถุนายน 2021
2. Air Jordan 1 Low Premium ‘Berlin Grey’
oqium.com
เนื่องจาก Silhouette (รูปทรงรองเท้า) ของรองเท้า AJ1 ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกใจที่ Air Jordan ได้ทยอยออกรองเท้ารุ่นใหม่ แต่ยังคง Silhouette ของ AJ1 มาเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดหย่อน
Sneakerhead หลายคนหลงรัก Air Jordan 1 Low Premium ‘Berlin Grey’ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เพราะไม่เพียงแต่ดีไซน์ ลายหนังช้าง (Elephant Print) บน Swoosh (ตัวโลโก้ Nike) และ บริเวณ Overlay หน้าเท้า ที่โดดเด่นแล้ว รองเท้าคู่นี้ยังทำให้หลายคนนึกถึง Air Jordan 1 Dior Lows ด้วยตัวเลือกพาเลทสีที่คล้ายกัน อย่างสีขาวและสีเทานั่นเอง
แต่การใช้ สีเทา เป็นสีหลักของรองเท้าคู่นี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจะเลียนแบบรุ่น AJ1 Dior แต่อย่างใด หากเป็นการการตัดสินเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อรองเท้า ‘Berlin Grey’ เพราะสีเทาเป็นสีที่แสดงถึง สถาปัตยกรรมของเมือง Berlin นั่นเอง
วางจำหน่าย: 6 มีนาคม 2021
3. Converse X Kim Jones Edition Chuck 70 Utility Wave Hi
havenshop.com
Converse ต้อนรับปี 2021 กับแฟนๆ ด้วยการประกาศการร่วมงานสร้างสรรค์รองเท้า Converse คู่ใหม่ กับ ดีไซเนอร์ชื่อดังจากห้องเสื้อ Dior และ Fendi…. “Kim Jones”
โดยครั้งนี้ Converse ขอขโมยตัว Kim Jones มาช่วยปรับเปลี่ยนดีไซน์ของรองเท้าผ้าใบตัว Iconic ของแบรนด์ “Chuck 70” ในมีความ Unique มากขึ้น
แน่นอนว่า Kim Jones ก็ไม่ทำให้แฟน Converse ต้องผิดหวัง การออกแบบของเขาได้เพิ่มความ Retro เข้าไปให้กับรองเท้าอีกระดับ ด้วยการใช้ Translucent Rubber Overlay (แผ่นยางใส) ทับบนเนื้อผ้า Canvas บนส่วน Upper รองเท้าอีกทบ ทำให้รองเท้ามีสไตล์วินเทจแปลกตามากขึ้น แถมยังกันน้ำ เหมาะสำหรับใส่หน้าฝน อีกด้วย
วางจำหน่าย: 8 เมษายน 2021
4. Air Force 1 ‘Valentine’s Day’
sneakernews.com
Valentine เป็นอีกเทศกาลที่หลายแบรนด์ต่างพากันออกรองเท้าคู่ใหม่ ที่มีดีไซน์และสีสัน เข้ากับความหวานของเดือนแห่งความรักกันทั้งนั้น
ตามมาติดๆ ต่อจาก Air Max 90 ‘Valentine’s Day’ ซึ่งเป็น Air Max รุ่นใหม่ ตกแต่งไปด้วยสีสันที่ตะโกน คำว่า ‘Valentine’ อย่างสีแดงและสีชมพูแบบจัดเต็ม โดยครั้งนี้ Air Force 1 ‘Valentine’s Day’ มาพร้อมกับดีไซน์ที่ไม่ต่างจากรุ่น Air Force 1 ตัว OG สักเท่าไร เพียงแต่เพิ่มฟิลความรักอันแสนอบอุ่น ด้วยการใช้ สีครีม แทนสีขาว ที่ Swoosh และพื้นรองเท้า และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Icon หัวใจสีแดงก่ำ พร้อมกับ Mini Swoosh หรือ สัญลักษณ์ Nike สลักตรงกลางหัวใจ
ที่สำคัญราคายังก็เท่ากับรุ่น AF1 OG ด้วย เพราะฉะนั้น สำหรับแฟน AF1 รองเท้าคู่นี้คือ ของขวัญวันวาเลนไทน์ชิ้นงามจาก Nike ดีๆ นี่เอง
วางจำหน่าย: 7 กุมภาพันธ์ 2021
5. Dior x Stüssy ‘B27’ Low-Top
highsnobiety.com
Dior ต้อนรับปี 2021 ด้วยการโยนรองเท้า Collaboration ผลงานของดีไซเนอร์มือทอง ‘Shawn Stüssy’ มาทวงบัลลังก์คืนได้อย่างสวยงาม
ซึ่ง Collaboration ครั้งนี้ ก็สามารถคงชื่อความเป็น Legend ของ Dior ได้อย่างสง่างามอีกเช่นเคย
…Are you surprised?
โดยโมเดลรุ่น B27 ในครั้งนี้ Shawn Stüssy ได้ไอเดียการออกแบบมาจากดีไซน์ของรองเท้าสเก็ตจาก ยุค 90’ และ ยุค 00’ พร้อมกับเพิ่มองค์ประกอบเล็กๆ ด้วยโลโก้ “DIOR” สีแดงสด ซึ่งเป็นลายมือของ Shawn เอง ที่ด้านหลังรองเท้า เพื่อให้เข้ากับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลที่รองเท้าคู่นี้ถูกเปิดตัว
B27 แตกต่างจากรองเท้าผ้าใบแบรนด์อื่น ด้วยการใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียมอย่าง หนังลูกวัวเรียบ (Craftskin) และ ดีไซน์ Cutouts ลายโลโก้ Dior ที่สองข้างเท้า
เท่านี้ยังไม่พอ Dior ยังเพิ่มรายละเอียด ที่บ่งบอกความประณีตในการผลิตตามสไตล์แบรนด์ Luxury ด้วยการใช้รูเชือกรองเท้ารูปทรง CD (Christian Dior) แทนรูเชือกรองเท้าทรงกลมทั่วไป
วางจำหน่าย: มกราคม 2021
6. Rhuigi X PUMA Suede Low
COURTESY OF PUMA
ครั้งนี้ Puma ได้เปลี่ยนรองเท้า รุ่นคลาสิคตัวดังให้ดูทันสมัยมากขึ้น ด้วยการใช้วัตถุดิบ 2 ชนิด ที่แตกต่าง อย่าง หนังพรีเมียม กับ ผ้ากำมะหยี่ เข้าด้วยกัน
อีกทั้งยังเปลี่ยนเส้น formstip เอกลักลักษณ์ของ Puma จากสีขาว เป็น สีเขียว เพิ่มความวินเทจ คล้ายคลึงกับรองเท้าของเด็ก B-Boy, นักกีฬาบาสเกตบอล และ เด็กสเก็ตบอร์ด ในยุค 90 นั่นเอง
นอกจากนี้ บริเวณส้นรองเท้า ยังใช้ หนังจระเข้ปลอม เพื่อสร้างลวดลายขรุขระ เพิ่มรายละเอียดเล็กๆ แต่สร้าง Impact ให้กับตัวรองเท้าได้อย่างชาญฉลาด แต่จุดเด่นที่สุดของรองเท้าคู่นี้ เห็นจะเป็น เชือกรองเท้าสีครีม ขนาด Oversize ที่กินพื้นที่เกือบทั้งหน้าเท้า ซึ่งนี่เองทำให้รองเท้าคู่นี้ดูวินเทจและทันสมัยไปในเวลาเดียวกัน
วางจำหน่าย: 12 มิถุนายน 2021
รองเท้าผ้าใบเบสิคที่ Sneakerheads ทุกคนต้องมี
คนไหนอยากเริ่มเส้นอาชีพ Sneakerheads แต่ไม่รู้จะเริ่มที่รองเท้าคู่ไหนดี เราขอแนะนำรองเท้าผ้าใบสุดคลาสิกเหล่านี้ ที่ยืนยัน นอนยัน นั่งยัน ได้เลยว่า Sneakerheads ทุกคนต้องมีในคอลเลคชันอย่างน้อย 1-2 คู่ แน่นอน
Nike Air Force 1
Nike Air Force เป็นรองเท้าจาก Nike ที่ขายได้ 25 คู่ ต่อวินาที และยังเป็นรองเท้าผ้าใบคู่แรกที่ทำให้นักสะสมหลายคนตกหลุมรักรองเท้า Sneaker จากแบรนด์ Nike
Converse Chuck Taylor All Star (High & Low)
Converse All Star มีมาตั้งแต่ปี 1917 และเป็นรองเท้าที่วัยรุ่นในทุกยุค ทุกสมัยเลือกใส่ จนทำให้รองเท้าผ้าใบจาก Converse คู่นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่รองเท้าอีกต่อไป แต่เป็น ‘Culture’ สำหรับวัยรุ่นไปเสียแล้ว
Air Jordan 1
คุณไม่สามารถเรียกตัวเองว่า Sneakerhead ได้เลย ถ้าคุณไม่มี AJ1 ไว้ในครอบครอง
Sneakerheads ทุกคนรู้ดีว่า AJ1 ไม่เพียงแต่เป็นรองเท้า Staple ที่ควรมีในคอลเลคชัน เพราะดีไซน์ที่สวยงามเพียงเท่านั้น แต่ประวัติความเป็นมาของรองเท้าคู่นี้ ก็มีค่ามากพอให้ซื้อเก็บไว้เฉยๆ
Vans OG old skool
สำหรับเด็กกิจกรรม Vans Old Skool เป็นรองเท้าที่เกิดมาเพื่อคุณ ไม่ว่าจะใส่เล่นสเก็ตบอร์ด ไปเรียนพิเศษ หรือจะใส่ไปทำงานคู่กับกางเกงสแล็ค ยังไงก็เข้ากัน ที่สำคัญหาซื้อง่าย รับรองได้ว่ามีขายทุกห้าง แถมราคาถูก สบายกระเป๋า อีกด้วย
Nike Classic Cortez
“รองเท้าผ้าใบที่ดี ต้องไม่ตายตามกาลเวลา”
Nike Cortez เป็นรองเท้าผ้าใบ ที่ถูกปล่อยตัวออกมาครั้งแรกเมื่อปี 1960 และตั้งแต่ปีแรกที่เจ้ารองเท้าคู่นี้ถูกปล่อยออกมาจนถึงปัจจุบัน ก็เกือบ 60 ปีแล้ว แต่ความนิยมไม่เคยจืดจาง และสำหรับคอวินเทจแล้ว นี่สิที่เรียกว่ารองเท้า Timeless ของจริง
อยากได้รองเท้าผ้าใบ? ซื้อสิ รออะไร
ถ้าเพื่อนๆ ถูกใจรองเท้าที่เราเอามาให้ได้ดูกันในวันนี้ แต่โควิดนั้น น่ากลัวกว่าที่จะเสี่ยงออกไปซื้อที่ร้านแล้วล่ะก็ ลองแวะมาดูรองเท้าผ้าใบสวยๆ อินเทรนด์กันได้ที่ Kaidee ค่ะ เรามีรองเท้าผ้าใบหลายแบรนด์ ตั้งแต่มือหนึ่ง ใหม่เอี่ยม ไปจนถึงมือสองสุดวินเทจ ราคาก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบสบายกระเป๋า หรือแบบกระเป๋าฉีก รออะไรอยู่ คลิกเลย
Mar 31, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
| AJ1 STARTED SNEAKER CULTURE,
THERE ARE NO OTHER SHOES THAN THAT |
“AJ1 สร้างวัฒนธรรมรองเท้า Sneaker และไม่มีรองเท้าคู่ใดในโลก ทำได้เทียบเท่า”
| THE MOST WANTED TRAINER OF ALL TIME |
“รองเท้าผ้าใบ ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในประวัติศาสตร์”
| THE SYMBOL OF MY GENERATION |
“สัญลักษณ์ เจเนอเรชันของพวกเรา”
Headline พวกนี้ เพื่อนๆ คงเคยเห็นกันมาบ้าง ผ่านโซเชียลมีเดียและนิตยสารแฟชั่น และแม้ว่า Air Jordan I จะผลิตขึ้นมานานเกือบ 3 ทศวรรษ แต่ความนิยมของมันกลับตกทอดรุ่นต่อรุ่น และไม่เสื่อมไปตามกาลเวลาแต่อย่างใด
ขอบคุณรูปจาก wallpapercave
และเชื่อเลยว่า นักสะสมรองเท้าทั่วโลก ได้เริ่มเรื่องราวความรักที่มีต่อรองเท้า Sneaker (รองเท้าผ้าใบ) จากรองเท้าคู่นี้ ที่มีชื่อว่า Air Jordan I แน่นอน
หากถามว่า Sneaker ยี่ห้อไหน รุ่นอะไร ที่ฮอตที่สุดใน พ.ศ.นี้ แน่นอนว่า ‘Air Jordan’ ขึ้นแท่น ครองอันดับหนึ่ง แบบไม่ต้องสงสัย การันตีได้จากยอดขายที่พุ่งทะยานเป็นอันดับหนึ่ง จากผลการจัดอันดับของ Lyst แพลตฟอร์มการค้นหาด้านแฟชั่นระดับโลก และก็เป็นครั้งแรกที่แบรนด์ ActiveWear อย่าง Nike ได้แซงโค้ง แบรนด์ลักชัวรี่อย่าง OFF-WHITE ที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งมาถึง 3 ไตรมาส ได้อย่างสวยงาม
“ความชอบ” และ “ความคลั่ง”
สำหรับหลายคน อาจจะใช้มันแค่กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่สำหรับคนบางคน สิ่งที่ทำให้พวกเขาใจเต้น และเติมรอยยิ้มบนใบหน้าให้พวกเขาได้ อาจจะเป็นแค่รองเท้า Sneaker สักใบก็ได้นะคะ
ความเป็นที่หนึ่งของ Air Jordan แน่นอนว่าส่วนหนึ่ง มาจากดีไซน์รองเท้า ที่ให้ความเท่ สไตล์ยูนีค คลาสสิกแต่ยังคงความทันสมัยตลอดกาล และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ SneakerHead ทั่วทั้งโลกต่างยกให้ Air Jordan เป็น รองเท้าในฝัน ก็คือเรื่องราวกว่าจะมาเป็น Nike – Air Jordan เหมือนทุกวันนี้นั่นเอง
–กว่าจะมาเป็น ‘Nike- Air Jordan’ ในทุกวันนี้ –
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ความเป็นมาของรองเท้าคู่นี้ เริ่มมาจาก ราชานักบาสเกตบอลแห่ง NBA ‘Michael B. Jordan’ (ไมเคิล จอร์แดน) นั่นเอง
ขอบคุณรูปจาก GQ และ Dailymail
โดยสมัยที่ Michael Jordan (MJ) เป็นเพียงแค่นักกีฬาสมัครเล่นอยู่ที่ North Carolina, California เขามีความชื่นชอบ รองเท้ากีฬาจากแบรนด์ Adidas เป็นพิเศษ แม้ว่าโค้ชของเขาจะอนุญาตให้เขาใส่ได้แค่รองเท้า Converse เข้าลงสนาม แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เขาแอบหยิบ Adidas คู่โปรดใส่ลงแข่ง แต่นี่เป็นเพียงแค่ความชอบส่วนตัวของไมเคิลเท่านั้น ส่วนจุดเริ่มต้นของรองเท้า Air Jordan คู่นี้ มันเริ่มจากการปลายปากกากับเอกสารสัญญา ระหว่าง Nike กับ ไมเคิล
ซึ่งขณะนั้น ไมเคิลเป็นเพียงแค่นักกีฬาดาวรุ่ง หน้าใหม่ของ NBA เท่านั้น แต่ Nike ก็มั่นใจในศักยภาพของไมเคิลมากพอ ที่จะออกแบบรองเท้าให้เขาใส่ลงแข่งในปี 1984 และรองเท้าคู่ที่พูดถึงอยู่นี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้….. Nike-Air Jordan คู่สีแดง/ดำ (ซึ่งเป็นสียูนิฟอร์มของทีม Chicago Bulls) ในตำนานคู่นี้นั่นเอง
ขอบคุณรูปจาก GQ
แม้ว่าดีไซน์รองเท้า บวกกับ สีแดงและสีดำที่ตัดกันอย่างสวยงาม จะเรียกเสียงฮือฮาจากฝั่งผู้บริโภคได้ตั้งแต่เปิดตัว แต่ Nike กลับเจออุปสรรคมากมาย เพราะเจ้าตัวพรีเซนเตอร์ของเรา กลับมีความเห็นที่ต่าง เขามองว่า สีแดงและสีดำ ทำให้รองเท้าเหมือนรองเท้าปีศาจ ยังไม่พอ คณะกรรมการ NBA ยังแบนไม่ให้ไมเคิลสวมมันลงสนามแข่งอีกด้วย เนื่องจากสีของรองเท้านั้น ขัดต่อกฏเครื่องแต่งกายของนักกีฬา
ดังนั้นทุกครั้งที่ไมเคิลใส่ Air Jordan ลงสนาม จะโดนค่าปรับจำนวน 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งแน่นอนว่า Nike ยอมจ่าย เพราะผลตอบแทนนั้น คุ้มค่าเกินบรรยาย
หลังจากนั้น Nike ก็ได้ผลิต Air Jordan ออกตามมาหลายรุ่น ซึ่งเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จแทบทุกตัว วันนี้เรามาดูกันว่าจะมีรุ่นไหนบ้างที่ตรึงตรา ตรึงใจ ยอดขาย ถล่มทลาย
1.Nike Dior X Air Jordan 1 High
ขอบคุณรูปจาก robbreport
Dior x Air Jordan I หรือ ‘Air Dior’ เป็นรองเท้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2020 ที่ผ่านมา
Kim John ดีไซเนอร์เจ้าของผลงานชิ้นนี้ เผยเองว่า ความพรีเมี่ยมของรองเท้าคู่นี้ ไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่อยู่ที่ความคลาสสิกของดีไซน์ต้นฉบับ Air Jordan ซึ่งถูกนำมาเพิ่ม ความลักชัวรี่ ด้วยโลโก้ดิออร์ และความประณีตในการปักเย็บด้วยมือ ในเลเวลที่ไม่เคยมีมาก่อน
ขอบคุณรูปจาก Hommesthailand
นอกจากนี้ เขายังเผยอีกว่า เพราะเขาเป็นแฟนตัวยงของ Air Jordan ตั้งแต่ดีไซน์ ความรู้สึกที่รองเท้าคู่นี้มอบให้ ยันความสบายเวลาสวมใส่ ดังนั้นเขาจึงไม่ทำลายดีไซน์ต้นฉบับแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เขาตั้งใจ ตั้งแต่ครั้งแรกที่จับดินสอออกแบบคือสีของมันต้องเป็นสี ‘Grey Dior’ สีเทาแบบดิออร์เพียงเท่านั้น และจะเป็นสีใดไปไม่ได้เด็ดขาด
2. Travis Scott X Air Jordan I High
ขอบคุณรูปจาก News.nike
ถ้าจะซื้อรองเท้าสักคู่ จากลิสต์นี้ แนะนำคู่นี้ค่ะ เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา บอกเลยว่าไม่มีเด็กวัยรุ่นคนไหน ไม่อยากได้รองเท้าคู่นี้ไว้ในครอบครอง เพราะตั้งแต่วันแรกที่ปล่อยขายจนถึงวันนี้ รองเท้าคู่นี้ก็ “Out of Stock” ไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
“The Shoes that are classic enough to evoke nostalgia and connect generations.”
(รองเท้าที่มีความคลาสสิกพอ ให้รู้สึกคิดถึงอดีต แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวเชื่อมต่อคนรุ่นสู่รุ่น)
– The Ringer เว็บไซต์ข่าวสารกีฬา และการบันเทิง
ขอบคุณรูปจาก News.nike และ paraeles.pt
แม้ว่าความ HYPE ของรองเท้าคู่นี้ ส่วนหนึ่งมาจากการได้แร็ปเปอร์ชื่อดัง Travis Scott ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นกระแส มาร่วมออกแบบ แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าดีไซน์เขาท็อปฟอร์มจริงๆ ทั้ง Swoosh (โลโก้ไนกี้) ที่กลับด้านกระเป๋าขนาดเล็กที่ถูกซ้อนบริเวณข้อเท้า และความยูนีคของหนังกำมะยี่สีน้ำตาลอ่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นการกล้าได้กล้าเสียครั้งแรกของ Nike ทั้งนั้น
3. Union Los Angeles X Jordan I (2018)
ขอบคุณรูปจาก sneakernews
Union Los Angeles เป็นแบรนด์ Streetwear ชื่อดังจาก LA จุดเด่นที่ทำให้แบรนด์นี้แตกต่างจากแบรนด์ Streetwear ทั่วไปนั้น ต้องยกให้ความ “Authentic Vintage” หรือความวินเทจแบบดั้งเดิมที่แท้จริง ตั้งแต่บรรยากาศร้าน ยันดีไซน์เสื้อผ้าแต่ละคอลเลคชั่น ซึ่งต่างก็ให้ฟิลล์ความสปอร์ตแบบ 90s ได้อย่างแท้จริง
การร่วมงานกันครั้งนี้ระหว่าง Nike และ Union LA ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะถ้าให้เลือกสักแบรนด์ที่สามารถปรับเปลี่ยน ดีไซน์ของ Air Jordan I และไม่ทำให้แฟนคลับหัวเสีย แบรนด์นั้นคือ Union LA
Chris Gibbs เจ้าของแบรนด์ Union LA และดีไซเนอร์ของรองเท้าคู่นี้ มีไอเดียในการเอาคู่สีต้นฉบับกลับมาผสมเข้าด้วยกัน แต่ไฮไลท์เด็ดของ Union Los Angeles X Jordan I คือรอยเย็บรอบรองเท้าที่ถูกทำให้เด่นชัดขึ้น โดย Chris ให้เหตุผลว่า เขาอยากให้รองเท้าคู่นี้ เปรียบเสมือนรองเท้าในวัยเด็ก ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความทรงจำ และผ่านการซ่อมแซมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
4. Off-White™ X Jordan I (2017)
ขอบคุณรูปจาก gailed
นักสะสมรองเท้าทั้งหลาย คงรู้ดีว่าการคอลแลบบอเรชันครั้งนี้ เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นแค่ไหน ซึ่งเจ้าของแบรนด์ OFF-WHITE อย่าง Virgil Abloh ที่ได้สร้างผลงาน และดีไซน์สุดแนว ให้ OFF-WHITE มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ก็ได้ประกาศร่วมมือกับ Nike ในการออกแบบรองเท้า Air Jordan 1 มาในชื่อคอลเลคชัน OFF-WHITE X AIR JORDAN 1 “THE TEN” ไปเมื่อปี 2017
ขอบคุณรูปจาก sneakersilnestore
ความไอคอนิกของรองเท้าคู่นี้ นอกจากสีของรองเท้าที่มีสีแดง ขาว และสีดำ ซึ่งเป็นสีประจำทีมบาสเกตบอล Chicago Bulls แล้ว ส่วนที่ทำให้ทุกคนพร้อมใจกันเป็นหนี้ก็คือ ดีไซน์บริเวณด้านข้างของรองเท้า ซึ่งเป็นลายพิมพ์ เขียนว่า “Off-White for Nike” แถมยังมี Location “Beaverton, Oregon USA” ซึ่งเป็นสถานที่ต้นกำเนิดดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้
5. Nike SB X Air Jordan 1 “La to Chicago”
ขอบคุณรูปจาก Footfire
รองเท้าคู่นี้ เป็นผลงานการรวมตัวของ Nike SP (ไลน์สินค้าคุณภาพระดับท็อป ของ Nike) และ Jordan Brand
ลูกเล่นที่ทำให้นักสะสม Sneaker ร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า “ของมันต้องมี” นั้น คือสีของรองเท้าค่ะ แน่นอนว่าชื่อ LA TO CHICAGO ไม่ได้เป็นชื่อที่คิดขึ้นมาเพื่อความเท่อย่างเดียว แต่เป็นชื่อที่ Represent สีของรองเท้าคู่นี้
ขอบคุณรูปจาก Lineups
หลังจากที่ออกมาจากร้าน เพื่อนๆ จะได้รองเท้าที่มีสีเป็นสี ม่วง ทอง ซึ่งเป็นสีประจำทีมบาสเก็ตบอสของ LA …Lakers สิ่งที่น่าสนใจก็คือ สีม่วง และสีทองนี้จะลอกหลุดไปตามเวลาการใช้งาน และจะกลายเป็นสีแดง/ดำ แทน ซึ่งแน่นอนว่า สีแดง/ดำ นั้น ก็คือสีประจำทีมบาสเกตบอลของ Chicago…Chicago Bulls นั่นเอง
6. Off-White™ X Air Jordan 1 “UNC”
ขอบคุณรูปจาก Highsnobiety
แน่นอนว่าดีไซเนอร์ชื่อดัง เจ้าของแบรนด์ OFF-WHITE แบรนด์ลักชัวรี่ ที่มีดีไซน์ ทำลายความจำเจของวงการแฟชั่น และขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์แห่งยุค Disruption ของจริง ก็ไม่หยุดอยู่ที่ดีไซน์เดียวแน่นอน
เมื่อปี 2018 ก่อนงาน ‘Met Gala’ ไม่กี่เดือน Virgil Abloh ดีไซเนอร์ และเจ้าของแบรนด์ OFF-WHITE ได้โชว์ Off-White™ x Air Jordan 1 “UNC” รองเท้า OFF-WHITE อีกคู่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าผ้าใบในตำนาน อย่าง Air Jordan ผ่านโซเชียลมีเดียของเขา
ครั้งนี้ OFF-WHITE ไม่ได้มาพร้อมกับสี Chicago Bulls (สีแดง ขาว และดำ) อย่างเคย แต่กลับฉีกแบบแผนไปเลย โดยการใช้สีฟ้า และสีขาว ซึ่งเป็นสีของมหาวิทยาลัย ‘University of North Carolina’ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ไมเคิลเรียน และนี่จึงเป็นที่มาของตัวอักษร UNC ซึ่งย่อมาจาก University of North Carolina
ขอบคุณรูปจาก deadstock
แต่ Virgil ไม่ได้แค่เปลี่ยนสีรองเท้าเท่านั้นนะคะ แต่เขายังเพิ่มสีส้มเข้าไป ซึ่งมาในรูปแบบของเส้นปัก ยึด โลโก้ Nike ไว้กับตัวรองเท้า เรียกได้ว่าดีไซน์ท็อปฟอร์มจัดๆ เลย
7. J. Balvin x Air Jordan I Retro High
ขอบคุณรูปจาก Sneakerbadetroit
เราขอปิดท้ายด้วยการคอลแลบบอเรชันที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์รองเท้าสนีกเกอร์เลยก็ว่าได้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ Air Jordan 1 ร่วมงานกับศิลปินเพลงฮิปฮอป ชาวโคลอมเบีย J. Balvin ซึ่งการร่วมงานในครั้งนี้ J.Balvin ก็กลายเป็นนักร้องเพลงภาษาสเปนคนแรกที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์สนีกเกอร์ระดับโลกอย่าง Nike
หลายคนอาจจะไม่รู้จัก J.Balvin แต่เชื่อเลยว่าทุกคนต้องเคยได้เพลง ‘Mi gentle’ ของเขาอย่างแน่นอน ด้วย แฟชั่นการแต่งตัว รวมถึงแนวเพลง และมิวสิกวิดีโอของเขา ที่มักจะเน้นสีสันจัดจ้าน โชว์ความร่าเริง สดใส ก็เดาไม่ยากเลยว่า ดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้จะเกรี้ยวกราดขนาดไหน คู่นี้แหวกความคลาสสิกของ Air Jordan โดยใช้สีรุ้งเป็นธีม และใช้สีดำแทรกบางส่วนเพื่อเก็บรายละเอียด และยังใช้เป็นสีเชือกรองเท้า เพิ่มลูกเล่นให้กับรองเท้าคู่นี้ให้ดูสนุกอีกเป็นกอง
ขอบคุณรูปจาก Sneakerbadetroit
นอกจากนี้ J.Balvin ยังได้ใส่โลโก้ประจำตัวของเขา “Smily Face :)” ลงไปเป็นลายทั่วรองเท้า บอกเลยว่า คู่นี้เก๋สุดๆ
สรุปท้ายบทความ
หลายคนเชื่อว่า ความนิยมของรองเท้า Air Jordan I มาจาก ความแข็งแรงของชื่อแบรนด์ ที่ได้ชื่อของนักบาสชื่อดังอย่าง ‘Michael Jordan’ มา และฐานะการเงินในสังคมที่เป็นผลพลอยได้จากการใส่รองเท้าคู่นี้ แต่จริงๆ แล้ว รองเท้าคู่หนึ่ง จะครองใจผู้คนไม่ได้นานมากถึง 3 ทศวรรษ ถ้ารองเท้าคู่นั้น ไม่มีดีไซน์ที่สวยงาม ขาดความสบายในการสวมใส่ และไม่มีการพัฒนา เพื่อให้ได้มาซึ่งดีไซน์ที่ทันสมัย ไม่ใช่แค่อินเทรนด์ แต่นำเทรนด์ แม้ว่า Air Jordan I จะเป็นรองเท้าแสนแพง แต่เงินที่เพื่อนๆ จ่ายไป ไม่ได้จ่ายให้แค่กับรองเท้า แต่จ่ายให้กับความฮอต และฟิลลิ่งที่ได้จากการใส่มัน คนไหนกำลังเก็บสตางค์อยู่ ลองดูรองเท้าคู่อื่นก่อนไหมคะ ที่ Kaidee เรามีรองเท้าผ้าใบสวยๆ อินเทรนด์ เพียบเลย
Mar 2, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า รองเท้าผ้าใบ หรือ Sneaker เป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายสำหรับทั้งชายและหญิงที่ใส่แล้วดูดีมีสไตล์ เหมาะกับทุกโอกาส แต่การใส่รองเท้าแบบเดิม ๆ ซ้ำไปมา ก็อาจเป็นเรื่องน่าเบื่อจนเกินไป เพราะแต่ละแบรนด์ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน
บนโลกนี้มีตัวการ์ตูนหรือตัวละครมากมายที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นน่าติดตาม จนกลายเป็นที่จดจำ การ์ตูนบางเรื่องก็ลึกลับน่าค้นหา บางเรื่องสนุกขำขันน่าหัวเราะ บางเรื่องมีเนื้อเรื่องซาบซึ้งน่าร้องไห้ หรือบางเรื่องก็น่ารักจนอยากจะร้องว่า งุ้ย และเราเชื่อเลยว่าทุกคนคงจะมีการ์ตูนในดวงใจของแต่ละที่อยากบอกต่อให้คนรอบตัวได้รู้จัก
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรานำเอกลักษณ์ของแบรนด์รองเท้าผ้าใบ Sneaker มาผสมผสานกับความน่ารักของตัวละครในดวงใจมารวมเข้าด้วยกันจะน่ารักขนาดไหน ? แล้วพวกเขาทำไปเพื่ออะไร ? มาดูกัน
ทำไม Sneaker แบรนด์ดังถึงต้อง X
รู้หรือไม่ว่า การ Collaboration กันของสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นร่วมกันไม่ได้เป็นวิธีการทำการตลาดเพื่อเอาใจผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีข้อดีในการสร้างคุณค่าให้กับตัวแบรนด์ทั้งสองแบรนด์ที่เข้ามา Collaboration กันอีกด้วย
อย่างแรกคือ การที่แบรนด์ทั้งสองสามารถขยายกลุ่มลูกค้าและสร้าง Brand Image ที่ดีต่อกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น จากการเพิ่มความน่าสนใจลงไป เช่น การที่แบรนด์เสื้อผ้าออกแบบลายตัวการ์ตูนในวัยเด็ก และทำให้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่เปิดใจในการสวมใส่เสื้อผ้าเหล่านั้นนั่นเอง
ข้อดีอีกหนึ่งสิ่งหลังจากการ Collaboration ไปแล้วก็อาจทำให้แบรนด์เห็นทิศทางในการทำธุรกิจหรือเกิดโครงการในการ Collaboration ใหม่ ๆ เช่น การเพิ่มคอลเล็กชันที่หลากหลายอย่าง รองเท้า ถุงเท้า หรือหมวก รวมถึงแบรนด์ก็จะได้เห็นถึงรูปแบบการตลาดที่เหมาะสม ความต้องการของตลาด และการแข่งขันกันของแบรนด์มากยิ่งขึ้น
และถ้าสังเกตดี ๆ สินค้าที่มีการ Collaboration กันนั้นมักจะมีจำนวนที่จำกัดไม่กี่คู่ แล้วก็ขายหมดอย่างรวดเร็วทุกครั้ง มันเป็นเพราะพลังแห่งการสะสมที่จะช่วยให้นักสะสมทุกคนเกิดความน่าสนใจในตัวสินค้า มีการจับจอง และเพิ่มราคาขึ้นไป จนทำให้สินค้าชิ้นนั้นมีมูลค่ามากยิ่งขึ้นยังไงล่ะ !
5 Sneaker X Character สุดฮิตน่าสะสม
หลังจากได้อ่านเหตุผลและข้อดีของการ Collaboration กันระหว่างแบรนด์ทั้งสองแบรนด์ไปแล้ว ถึงเวลาดูกันสักทีว่า ถ้าหากว่า แบรนด์ Sneaker สุดฮิตได้มา Collaboration กับตัวละครยอดนิยมในดวงใจของใครหลายคนแล้วล่ะก็มันจะออกมาเป็นยังไง ?
Vault by Vans X SpongeBob SquarePants
ขอบคุณรูปจาก: pbs.twimg.com
Vault by Vans X SpongeBob SquarePants เป็นการรวมตัวกันระหว่าง การ์ตูนที่มีตัวเอกเป็นเจ้าฟองน้ำสีเหลือแสนน่ารักอย่าง SpongeBob SquarePants กับ Vans ซึ่งเป็นแบรนด์ Sneaker สุดคลาสสิกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในคอลเล็กชันนี้ก็มีรองเท้าออกมาทั้งหมด 6 แบบ จากรองเท้าสุดคลาสสิกของทางแบรนด์ทั้ง 3 รุ่น คือ Sk8-Hi, Authentic และ Slip-On ซึ่งสอดแทรกด้วยตัวละครหลักอย่าง SpongeBob, Patrick และ Plankton วางจำหน่ายเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา
Reebok X BAIT X Toy Story
ขอบคุณรูปจาก: baitme.com
แน่นอนว่า การ์ตูนสุดฮิตอย่าง Toy Story ก็ต้องมีการ Collaboration กันบ้างล่ะ และแบรนด์ Sneaker ที่จับมือกับการ์ตูนเรื่องนี้ก็คือ Reebok และ BAIT จนกลายเป็น Reebok X BAIT X Toy Story โดยทั้งสองแบรนด์ได้นำรองเท้ารุ่น Instapump Fury มาเพิ่มลวดลายที่มีแรงบันดาลใจจาก วู้ดดี้ และ บัซไลเยียร์ ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง โดยรุ่น Buzz Lightyear จะมีสีหลักคือ สีเขียวและม่วง และ รุ่น Sheriff Woody มีลวดลายวัวสีขาวดำและมีสีน้ำเงิน ที่มองดูแล้วนึกถึงชุดของทั้งคู่ ซึ่งคอลเล็กชันนี้ก็วางขายแค่ช่วงที่มีภาพยนตร์ Toy Story เท่านั้น
FILA X Pokemon
ขอบคุณรูปจาก: hypebeast.com
Pokemon อีกหนึ่งการ์ตูนคลาสสิกสุดน่ารักที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และด้วยความโด่งดังนี้เองที่ทำให้ FILA เห็นโอกาสที่จะสร้างคอลเล็กชัน FILA X Pokemon ซึ่งเป็นการผสมผสานของรองเท้าผ้าใบทรงกีฬารุ่น Court Deluxe และ ตัวละครต่าง ๆ ในการ์ตูน Pokemon ที่โผล่อยู่บริเวณลิ้นรองเท้าและขอบรองเท้านั่นเอง
Adidas X Dragon Ball Z
ขอบคุณรูปจาก: hypebeast.com
ข้ามมายังฝั่งเอเชียกันบ้าง ถ้าพูดถึงการ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่นอันโด่งดังคงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักกับการ์ตูนเรื่อง Dragonball Z ซึ่งก็มีแบรนด์รองเท้ากีฬาชื่อดังอย่าง Adidas มาจับคู่เปิดตัวคอลเล็กชัน Adidas X Dragon Ball Z ในปี 2018 ทั้งหมด 7 แบบเหมือนกับ Dragon Ball ทั้ง 7 รุ่น และตัวกล่องทั้ง 7 กล่องก็ยังสามารถต่อกันเป็นรูปเทพเจ้ามังกรซึ่งเป็นตัวเอกของการ์ตูนเรื่องนี้ได้อีกด้วย ถือเป็นกิมมิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าสนใจเลยทีเดียว
Keds X Minnie Mouse
ส่วนรองเท้าของสาว ๆ อย่าง Keds ก็ได้มีการจับมือกับ Minnie Mouse ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดิสนีย์ ค่ายการ์ตูนยักษ์ใหญ่ระดับโลก ซึ่งรู้ไหมว่าคอลเล็กชัน Keds X Minnie Mouse นี้นั้นเป็นคอลเล็กชันครบ 100 ของ Keds ที่ทำออกมาได้อย่างน่ารักและสื่อถึงความเป็นผู้หญิงที่อยู่คู่กับความคลาสสิก และในคอลเล็กชันนี้มีรองเท้าอยู่ 3 รุ่น 4 ลาย ให้ได้เลือกกัน
นี่คือรองเท้า Sneaker X Character ยอดฮิตที่เรานำมาฝากกัน น่ารักสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ และถ้าใครที่สนใจรองเท้าผ้าใบสวย ๆ แบบนี้ก็สามารถเข้ามาหาใน Kaidee ได้เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมการซื้อขายออนไลน์ที่มีของให้คุณเลือกเยอะแยะมากมาย
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการสวมใส่เสื้อผ้า และมีความมั่นใจในตัวเอง เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีความสวยหล่ออยู่ในตัวแน่นอน
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“รองเท้าสนีกเกอร์” เป็นหนึ่งในรองเท้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสำหรับยุคนี้ ซึ่งความหมายของรองเท้าสนีกเกอร์คือ พื้นรองเท้าที่ทำมาจากยาง หรือวัสดุสังเคราะห์คล้ายยาง มีที่มาจากรากศัพท์โบราณในช่วงศตวรรษที่ 16 เรียกว่า “Snican” ใช้เรียกพวกย่องเบาที่ชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการผลิตรองเท้าที่มีพื้นเป็นยางออกมา ทำให้เวลาเดินเสียงจะไม่ดังเหมือนรองเท้าแบบอื่นในสมัยนั้น จนถูกเรียกติดปากว่า “Sneaks” มีความหมายคล้ายกันคือการถ้ำมอง ทำตัวลับๆ ล่อๆ ซึ่งในอเมริกานิยมใช้เรียกรองเท้าเทนนิสที่มีพื้นเป็นยางจนถูกพ้องไปสู่คำว่า “Sneaker”
ปัจจุบันนิยมใช้เรียกเหมารวมทั้งรองเท้าเทนนิส รองเท้าบาสเก็ตบอล ไปจนถึงรองเท้าวิ่งที่ใส่นวัตกรรมใหม่เข้ามาผสมผสานแฟชั่นที่ทำให้เหล่าสนีกเกอร์เฮดต้องตามเก็บสะสมกัน ซึ่งในบ้านเราสนีกเกอร์สุดฮิตส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวมากกว่าเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่ามองไปทางไหนก็จะเห็นสาวๆ หรือหนุ่มๆ ต่างใส่สนีกเกอร์สีขาวกันจนเต็มไปหมด
แต่ต้องบอกเลยว่าตอนนี้เทรนด์สนีกเกอร์สีดำกำลังมาแรง และพร้อมที่จะกลับมาทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ของเขาคืน โดยเหล่าแบรนด์ดังก็ต่างปล่อยรุ่นใหม่ออกมาในรูปแบบสีดำเป็นส่วนใหญ่ หรือบางแบรนด์ต่างก็มีรองเท้าสีดำที่เป็นตัวชูโรง ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 สนีกเกอร์สีดำที่รับรองว่าสายสตรีทและสายดุต้องชอบอย่างแน่นอน
1. Vans Old Skool
สุดยอด Best Seller ตลอดกาลที่ขายดิบขายดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลกที่ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็ต้องมีเป็นของตัวเองสักคู่อย่างแน่นอน ซึ่งความขลังและความเก๋าที่ผลิตและวางจำหน่ายมายาวนานกว่า 40 ปี หรือตั้งแต่ ค.ศ. 1977 จึงทำให้ Vans Old Skool ได้ถูกบ่มเพาะและปรับปรุงวัสดุวัสดุต่างๆ มาจนถึงปัจจุบันจนทำให้ Vans Old Skool Black เต็มไปด้วยคุณภาพทั้งในเรื่องของผ้าดี หนังยอดเยี่ยม และยางสุดทน ที่ประกอบเข้าไว้ด้วยกันจนกลายเป็นสนีกเกอร์ยอดฮิตตลอดกาล
ด้วยรูปทรงโค้งมนที่ดูลงตัวแบบ Classic Core ผนวกกับ Sidestripe สีขาวสุดโดดเด่นที่เหล่าคนเล่นรองเท้าจะเรียกว่า “หนอนขาว” ที่วางพาดด้านข้างของตัวรองเท้าไว้ได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้เกิดเป็นลายทีเข้ารูปและดูดีตัดกับสีดำได้อย่างลงตัว ในส่วนของด้ายที่ถักทอเพื่อเย็บรอยต่อของรองเท้านั้นทำได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งในด้านเส้นยางสีดำที่ขอบรอบๆ รองเท้ายังถูกจัดวางได้อย่างถูกตำแหน่งและเข้ารูปได้แบบไร้ที่ติ
และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Vans Old Skool ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อีกทั้งเหล่าดารา นักร้อง คนดังในวงการและต่างประเทศก็ต่างสวมใส่กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งการันตีได้ว่าเป็นหนึ่งในสนีกเกอร์สีดำสุดฮิตที่เราคิดว่าคุณต้องมีสักคู่เป็นของตัวเอง
2. HOKA One One Bondi 6
นี่คือหนึ่งในรองเท้าทีหลายคนมักจำกัดความผิดด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่มากับพื้นหนาและตัดสินใจไปเองว่าจะต้องมีน้ำหนักที่หนักมากๆ แต่เราจะบอกแล้วว่าคุณคิดผิดทันที
HOKA One One Bondi 6 เป็นรองเท้าวิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นรุ่นชูโรงของ HOKA เลยก็ว่าได้ มีคุณสมบัติ Full EVA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งบนท้องถนน เฟรมรูปแบบ 3D Puff Print ให้น้ำหนักที่เบาต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง รวมถึงยังได้รับการยอมรับจากองค์กร APMA (องค์กรทางการแพทย์ด้านเท้าและข้อของอเมริกา) ว่าเหมาะสมสำหรับผู้มีอาการบาดเจ็บที่เท้าและข้อเพื่อการออกกำลังกายและฟื้นฟู ซึ่งให้ความรู้สึกนุ่มนวลบริเวณส้นเท้าเป็นพิเศษ
นอกจากที่จะเป็นรองเท้าสำหรับวิ่งแล้ว HOKA One One Bondi 6 ยังก้าวเข้ามาในวงการแฟชั่นได้อย่างเต็มตัวจากการที่เหล่า Sneakerhead ได้หยิบมาสวมใส่มิกซ์แอนด์แมทช์จนทำให้เป็นที่สนใจและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศไทย
3. Nike Air Rift
เป็นอีกหนึ่งรองเท้าสีดำยอดฮิตที่ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต่างใส่กันเต็มเมือง เราเชื่อว่าหลายคนคงต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับเจ้ารองเท้าคู่นี้กันอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นรองเท้าลูกผสมระหว่าง Sneaker กับ Outdoor ที่เป็นโมเดลรองเท้าสุดโด่งดังจากยุค 90’
Nike Air Rift เป็นสนีกเกอร์สุดโดดเด่นที่มาพร้อมกับ Upper แบบ Tech Ultramesh ที่สามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี โดยยังคงเอกลักษณ์ของการดีไซน์แบบ Split Toe และสาย Strap ที่สามารถปรับความกระชับได้ตามต้องการ ปิดท้ายด้วยพื้นด้านใน OrthoLite® สุดนุ่มนวลที่ลดการเกิดกลิ่นอับ และเทคโนโลยี Air ที่ซ่อนอยู่ภายในรองเท้า
ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์การออกแบบที่โดดเด่นสามารถหยิบมาแมทช์เข้ากันง่ายๆ ได้กับทุกลุคไม่ว่าจะสวมใส่ไปทำงาน ลุควันสบายๆ หรือใส่ออกแคมป์ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไม Nike Air Rift จึงกลายเป็นสนีกเกอร์สีดำยอดฮิตในบ้านเรา
4. New Balance 990v5
หนึ่งในรองเท้าจากแบรนด์ New Balance กับรุ่นพี่ใหญ่สุดอย่าง 990 ที่ออก v5 มาพร้อมกับการเลือกใช้วัสดุพรีเมียมหนังอย่าง Suede จับคู่กับหนัง Perforated และผ้า Mesh รวมเข้าไว้ด้วยกัน 3 Layers ในการสร้างรองเท้าคู่นี้ขึ้นมา ซึ่งความพิเศษนี้จะแตกต่างจากแบรนด์อื่นที่อาจเลือกใช้ผ้า Knit คุณภาพสูง หรือ 3D Printed
New Balance 990v5 คู่นี้การันตีความพิเศษด้วย Made in USA จึงกล้าพูดได้ว่านี่คือหนึ่งในรองเท้าแห่งความภาคภูมิใจของคนอเมริกันแท้ๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งปัจจุบันรองเท้าสนีกเกอร์ไม่ว่าจะแบรนด์ใดก็ตามมักเลือกผลิตในเวียดนาม จีน อินโดนีเซีย หรือไทย
ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่ไม่ได้ล้ำสมัย แต่เปี่ยมไปด้วยความคลาสสิกที่มีกลิ่นอายวินเทจได้อย่างลงตัว จึงทำให้คุณเริ่มอินและเปลี่ยนใจมาอยู่ฝั่งคลาสสิกอเมิรกาได้แน่ๆ รวมถึงขนาดไซส์ที่ใหญ่กว่ารองเท้าแบรนด์อื่นๆ ในไซส์เดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นมาตรฐานของ Made in USA และ Made in England ดังนั้นควรลดไซส์ปกติเพื่อให้ได้ความกระชับที่เหมาะกับขนาดเท้าของคุณ แต่ทางที่ดีที่สุดคือควรไปลองสวมใส่ที่ร้านเองแล้วจะรับรองว่าต้องเสียเงินอย่างแน่นอน
5. Keen Newport
อีกหนึ่งรองเท้าที่แม้จะเรียกว่าสนีกเกอร์ก็ไม่ใช่แต่เราอยากแนะนำมากๆ เนื่องจากมองไปทางไหนก็เห็นคนใส่กันเต็มไปหมดกับ Keen Newport รองเท้าสำหรับสวมใส่ทำกิจกรรม Outdoor ที่ปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่วงการแฟชั่นอย่างเต็มตัว ด้วยการสวมใส่จากเหล่าดารา นักร้อง และศิลปิน จนเกิดเป็นกระแสที่ใครก็ต่างหามาสวมใส่กัน
Keen รองเท้าแบรนด์ดังจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งจากการตั้งคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไมรองเท้าแตะจะป้องกันนิ้วเท้าไม่ได้” จึงใส่ใจเป็นพิเศษในเรื่องของการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน และป้องกันนิ้วเท้าจากการกระแทกให้ได้มากที่สุด โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่กระชับ ผสมผสานคุณสมบัติระหว่างรองเท้า Sneakers และ Sandals เข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นความ Hybrid ที่ลงตัว
ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงเพื่อรับน้ำหนักและแรงกระแทกในระหว่างสวมใส่ เพื่อให้คุณพร้อมออกลุยไปกับทุกสถานการณ์ได้แบบไร้กังวล และยังเป็นรองเท้าที่สามารถใส่ได้ตลอดเวลา แถมเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวของคุณโดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นแค่สายลุยเท่านั้น
สรุป
รองเท้าสนีกเกอร์สีดำที่เราได้แนะนำไปยังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะปัจจุบันแบรนด์ต่างๆ ก็ได้ออกสนีกเกอร์สีดำมาอย่างมากมายจนเราตามข่าวกันแทบจะไม่ทัน เรื่องของการดีไซน์ความสวยงามก็แล้วแต่คนชอบ แต่ถ้าเรื่องไซส์ที่ชัวร์ๆ เราอยากแนะนำให้คุณได้ลองไปสวมใส่ที่ร้านเพื่อให้มั่นใจก่อนซื้อมาเป็นเจ้าของ
สำหรับใครที่ไม่มีเวลาไปซื้อที่ร้าน สามารถเข้ามาเลือกดูสนีกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ที่อัดแน่นไปด้วยสินค้ามากมายหลายประเภทที่ไม่ได้มีแค่เพียงรองเท้าเท่านั้น
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“รองเท้าสนีกเกอร์” เป็นหนึ่งในรองเท้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสำหรับยุคนี้ ซึ่งความหมายของรองเท้าสนีกเกอร์คือ พื้นรองเท้าที่ทำมาจากยาง หรือวัสดุสังเคราะห์คล้ายยาง มีที่มาจากรากศัพท์โบราณในช่วงศตวรรษที่ 16 เรียกว่า “Snican” ใช้เรียกพวกย่องเบาที่ชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการผลิตรองเท้าที่มีพื้นเป็นยางออกมา ทำให้เวลาเดินเสียงจะไม่ดังเหมือนรองเท้าแบบอื่นในสมัยนั้น จนถูกเรียกติดปากว่า “Sneaks” มีความหมายคล้ายกันคือการถ้ำมอง ทำตัวลับๆ ล่อๆ ซึ่งในอเมริกานิยมใช้เรียกรองเท้าเทนนิสที่มีพื้นเป็นยางจนถูกพ้องไปสู่คำว่า “Sneaker” ปัจจุบันนิยมใช้เรียกเหมารวมทั้งรองเท้าเทนนิส รองเท้าบาสเก็ตบอล ไปจนถึงรองเท้าวิ่งที่ใส่นวัตกรรมใหม่เข้ามาผสมผสานแฟชั่นที่ทำให้เหล่าสนีกเกอร์เฮดต้องตามเก็บสะสมกัน และวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 รองเท้าสนีกเกอร์น่าจับตาปี 2020 ว่าจะมีคู่ไหนน่าซื้อกันบ้าง
1. Travis Scott x Nike SB Dunk Low
แร็ปสตาร์คนดังอย่าง Travis Scott ไม่ว่าจะออกรองเท้ารุ่นไหนก็ย่อมได้รับความนิยม เรียกได้ว่า Sold Out ทุกรอบอย่างรวดเร็ว โดยครั้งนี้เขาได้ทำการออกแบบ Nike SB Dunk Low ลายผ้าสก๊อตตัดสลับกับลาย Paisley ได้อย่างลงตัว พร้อมโลโก้ Swoosh ที่ด้านข้างและกึ่งกลางของตัวรองเท้า แต่ละข้างจะมีสีที่แตกต่างกัน โดยมีการปักคำว่า Nike ไว้ที่บริเวณส้นรองเท้าด้วยด้ายสีชมพูอ่อน สวยงามและลงตัว ทำให้เหล่าสนีกเกอร์เฮดต้องตามเก็บกันให้ทัน
2. SACAI X NIKE PEGASUS VAPORFLY SP
หลังจากเมื่อปีที่แล้วมีการคอลแลปกันระหว่างสองแบรนด์นี้จนออกมาเป็น The Sacai x Nike LDWaffle ซึ่งได้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสนีกเกอร์ที่ดีที่สุดในปี 2019 ซึ่งปีนี้เขาได้กลับมาเขย่าวงการสนีกเกอร์กันอีกครั้ง โดยได้เลือกใช้รองเท้าโมเดล Pegasus Vaporfly SP ยังคงยึดต้นแบบในครั้งก่อนเช่น ในส่วนของตาข่าย, การเลือกใช้วัสดุหนังกลับ และลิ้นสองชั้น สิ่งที่แตกต่างในครั้งนี้คือบริเวณพื้นที่หนาเป็นพิเศษ ส่งผลให้ภาพรวมดูเป็นรองเท้าที่สวยงามและแฝงไปด้วยความเป็นไฮเอนด์แฟชั่นขึ้นไปอีกขั้น
3. New Balance 327
โมเดลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่งของแบรนด์ในช่วงยุค 70’s ถึง 3 รุ่น อย่าง New Balance 320, 355 และ SuperComp มาผสมผสานรวมกันไว้ในคู่เดียวจนเกิดกลิ่นอายของความคลาสสิกจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างลงตัว โดยเลือกใช้วัสดุทั้งไนลอนและหนังกลับ พร้อมโลโก้ตัว “N” แบบโมเดล 320 นำมาปรับให้มีขนาดใหญ่เต็มด้านข้างของตัวรองเท้า พื้น Outsole แบบโมเดล 355 ที่ดูมีความทันสมัยพร้อมกับความมินิมอลไปในตัว นอกจากนี้ยังมีการ Collaboration กับแบรนด์อื่นๆ อย่าง Casablanca, WTAPS อีกด้วย
4. Sean Wotherspoon x adidas SUPEREARTH Superstar
Sean Wotherspoon ดีไซน์เนอร์สายสตรีทแฟชั่นและเจ้าของร้าน Round Two ผู้ที่เคยร่วมงานกับ Nike ออกแบบคอลเลคชันพิเศษอย่าง Nike Air Max 1/97 ในปี 2018 โดยล่าสุดเขาได้ร่วมมือกับ adidas เพื่อรังสรรค์โมเดลสุดคลาสสิกอย่าง adidas Superstar ผ่านการดีไซน์อย่างประณีต พร้อมกับแนวคิดรักษ์โลกจนเกิดมาเป็น SUPEREARTH Superstar ที่ทุกส่วนประกอบของรองเท้าตั้งแต่ Upper ไปจนถึง Outsole เป็นรองเท้าวีแกนที่ปราศจากการใช้วัสดุจากสัตว์ การออกแบบที่ตัวรองเท้าโดดเด่นด้วยลายปักรูปดอกไม้จากฝีมือการวาดของเขา ในส่วนของลิ้นรองเท้าและส้นเป็นสัญลักษณ์ SUPPEREARTH นับว่าเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของ adidas และ Sean Wotherspoon
5. Converse “Black” & “White & Off-White” Reconstructed Chuck 70 High
ปิดท้ายกันที่ Converse กับการจับเอาโมเดลยอดฮิตอย่าง Chuck 70 มาประกอบร่างใหม่ใส่คู่สีทูโทนเอาใจแฟนๆ พร้อมวัสดุผ้าแคนวาสตามมาตรฐานของแบรนด์ โดดเด่นด้วยการแบ่งครึ่งรองเท้าด้วยสีอย่างชัดเจน โดยทั้งคู่ดำ-เทา และ ขาว-ขาวนวล ทั้งสองโมเดลจะมีแถบสีดำและส้มตกแต่งอยู่ ตามด้วยเชือกสีเดียวกันกับรองเท้าแต่ละคู่ และข้อสูงทรง High-top ที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับ Converse
จบไปแล้วกับ 5 รองเท้าสนีกเกอร์น่าจับตามองปี 2020 เชื่อว่าต้องมีสักคู่ที่ถูกใจคนอ่านแน่นอน สำหรับใครที่กำลังมองหารองเท้ามือสองอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee กันได้เลย