Jun 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เชื่อว่าอีกหนึ่งวิธีการผ่อนคลายความเครียดของหลาย ๆ คน จะต้องมีการดูหนังอยู่ในนั้นอย่างแน่นอน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบในการดูหนังเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น แอ็คชั่น แฟนตาซี โรแมนติก หรือแม้กระทั่งหนังตลก แต่ว่ามันมีหนังอยู่ประเภทนึงที่ทำให้คนที่คลั่งในบางอย่าง อย่างตัวผมนั้นต้องว้าวได้เสมอ
“หนังอะไรก็ตามที่มีรถเท่ ๆ อยู่ในหนังยังไงล่ะ”
ใช่แล้วครับ ผมเป็นคนชอบรถ ไม่ใช่แค่ในหนัง แม้เวลาที่ผลได้เห็นรถยนต์สวยบนท้องถนน และยิ่งเป็นรถยนต์รุ่นที่ชื่นชอบด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งกรี๊ดหนัก วันนี้ผมเลยจะมาของแนะนำหนังที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว ที่ใครก็ตามเป็นคนรักรถเหมือนผมแล้วจะต้องกรี๊ดอย่างแน่นอน (เพราะรถในหนังเท่จริง ๆ)
5 หนังน่าดู ที่มีรถสุดเฟี้ยว ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
หนังแต่ละเรื่องที่จะเอามานำเสนอในวันนี้ บอกเลยว่าจะ “สุดจัด!!” เพราะมันต้องเป็นหนังที่มีรถยนต์สวย ๆ เท่ ๆ ชวนหลงใหล หรือไม่แน่อาจจะเป็นรถยนต์ในฝันสำหรับใครหลาย ๆ คน อีกทั้งยังมีเนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดตามและละสายตาออกจากจอไม่ได้กันเลยทีเดียว จะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกัน!!
1. Midnight Wangan
Credit : Universal Studio
เรื่องย่อ
จากหนังสือการ์ตูนสุดฮิตสู่ภาพยนตร์ ที่บอกเล่าเรื่องราวของการแข่งขันรถยนต์แบบผิดกฎหมายยามค่ำคืนถึงรถยนต์ที่เป็นตำนาน ที่ถูกเรียกว่ารถยนต์ Datsan Fairlady 240Z ปีศาจสีน้ำเงิน เพราะทุกครั้งที่มีการแข่งขันรถบนทางด่วนสาย wangan ทีไรรถคันนี้จะเป็นผู้ชนะเสมอมา แต่ท้ายที่สุดก็ปิดตำนานลงไปเพราะเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงขึ้น ต่อมาไม่นานตัดมาที่พระเอกที่มีชื่อว่า อากิโอะ ได้ไปแข่งบนทางด่วนและได้พ้ายแพ้ให้กับ Porche 911 สีดำ จึงหาทางที่อยากจะเอาชนะ วันรุ่งขึ้นพระเอกจึงได้ไปที่อู่ และเห็นซากของ Datsan Fairlady 240Z ปีศาจสีน้ำเงิน เค้าจึงได้ชุบชีวิตกลับมาให้เพื่อไปแข่ง และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
รถยนต์เด่น ๆ ที่จะได้พบเห็นในหนัง
Datsun Fairlady 240Z Porsche 911 Turbo
2. Fast & Furious
Credit : Major Cineplex
เรื่องย่อ
ที่สุดของหนังบู๊แอ็คชั่น ที่เรียกได้ว่า ใครที่ชอบรถยนต์ต้องห้ามพลาด เพราะมีมาให้ดูถึง 9 ภาค ดูกันยาว ๆ เป็นเรื่องราวที่เล่าถึงแก๊งค์ซิ่งบนท้องถนนที่ไต่ระดับความมัน สู่การมาเป็นอาชญากรรมระดับโลก ในตอนแรกของเรื่องราวคือ พระเอก ไบรอัน โอคอนเนอร์ ตำรวจหนุ่มได้ปลอมตัวเข้าไปอยู่ในแก๊งค์นักซิ่งของ โดมินิค โทเรดโต เพื่อที่จะตามสืบตัวการในเรื่องของการบุกปล้นรถบรรทุกที่ขนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และพระเอกของเราต้องทำภารกิจต่าง ๆ ไม่จะเป็นการค้ายา การขนของผิดกฎหมาย จนเรื่องราวดำเนินต่อมาจนถึงภาคที่ 9 ใครอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมต้องห้ามพลาด!! และต้องขอบอกเลยว่ารถยนต์ในแต่ละภาคนั้นเด็ด ๆ ทั้งนั้น
รถยนต์เด่น ๆ ที่จะได้พบเห็นในหนัง
Nissan GTR R34 Mitsubishi Eclipse Toyota Supra Dodge Charger R/T Mazda Rx7 Lykan Hypersport Nissan Fairlady 359Z
3. Need for Speed
Credit : Forbe
เรื่องย่อ
หลายๆ คนคงรู้จักชื่อ Need for Speed ในนามของเกมแข่งรถที่มีมาอย่างยาวนานและมัดใจเหล่าคนรักรถและเกมได้ไม่น้อย แต่มาในครั้งนี้ คือ มาในรูปแบบของภาพยนตร์ โดยในเรื่องนี้เป็นเรื่องของพระเอก โทบี้ เขาถูกใส่ร้ายในคดีที่ตัวเค้าเองไม่ได้ก่อขึ้น และถูกจับเข้าไปขังคุกเมื่อเค้าได้รับการปล่อยตัวออกมา โทบี้จึงต้องการที่จะแก้แค้น เขาจึงไปยืมรถ Ford Mustang Shelby GT500 เพื่อร่วมการแข่งเดอเลออน ซึ่งเป็นการแข่งรถซูเปอร์คาร์ผิดกฎหมายที่จัดโดยชายลึกลับนามว่าโมนาร์ช และเป็นการตามสืบเรื่องราวเบื้องหลังถึงคนที่ใส่ร้ายเขา
รถยนต์เด่น ๆ ที่จะได้พบเห็นในหนัง
Koenigsegg Agera Lamborghini Sesto Elemento Bugatti Veyron McLaren P1 Ford Mustang Shelby GT500
4. Initial D
Credit : IMDB
เรื่องย่อ
ตำนานรถส่งเต้าหู้บนเขาอากินะ ที่เหล่านักซิ่งขาโหด เมื่อได้พบเจอต่างก็พ่ายแพ้ พระเอกทาคุมิ ลูกเจ้าของร้านเต้าหู้แห่งร้านฟูจิวาระ มีหน้าที่ไปส่งเต้าหู้ในทุก ๆ เช้าตามคำสั่งของคุณพ่อ โดยใช้รถยนต์อย่าง Toyota AE86 ขับข้ามเขาอากินะ ในช่วงแรกก็ไปได้ช้าเป็นอย่างมาก เพราะทาคุมิไม่อยากให้เต้าหู้นั้นเสียหาย แต่ด้วยความเคยชินกับเส้นทาง เค้าจึงได้เริ่มฝึกแล้วใช้ความเร็วขึ้นทุกวัน จนกลายเป็นคนที่สามารถขึ้น-ลงเขาได้เร็วที่สุด จึงเกิดเป็นการท้าแข่งสุดเร้าใจตามมาอยู่เรื่อย ๆ
รถยนต์เด่น ๆ ที่จะได้พบเห็นในหนัง
Toyota AE86 Mazda Rx7 FD Honda NSX Honda Civic EG6
5. Baby Driver
Credit : IMDB
เรื่องย่อ
เรื่องราวของชายหนุ่มที่มีนามว่า เบบี้ เขามีแผลในใจตั้งแต่วัยเด็กจากการสูญเสียพ่อและแม่ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งเค้าถูกรับเลี้ยงจากชายผู้เป็นใบ้ โจเซฟ แต่ชีวิตของเค้าก็ไม่ได้ดีเท่าไรนัก ด้วยหนี้ที่มีอยู่บวกเข้ากับไปสะดุดตา ด็อก ผู้ว่าจ้างให้เบบี้ ขับรถ Subaru Impreza สีแดง ไปก่ออาชญากรรมในเมืองแอตแลนต้า ถึงแม้ว่าตัวเค้าเองจะไม่อยากทำก็ตาม แต่ด้วยภาระต่าง ๆ ทำให้เบบี้ ไม่มีทางเลือกมากนัก จึงเป็นที่มาและจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการไล่ล่ากับบนท้องถนน ระหว่างเบบี้และตำรวจ ที่จะต้องหนีการจับกุม โดยเทคนิคการขับรถสุดเท่ ตลอดทั้งเรื่อง
รถยนต์เด่น ๆ ที่จะได้พบเห็นในหนัง
สรุปท้ายบทความ 5 หนังสำหรับคอรถยนต์ต้องหาดู
แนะนำกันไปหมดแล้ว สำหรับหนังที่แฟน ๆ หรือเหล่าคนรักรถยนต์ต้องห้ามพลาด เพราะในทุก ๆ เรื่องนั้นที่นอกจากจะมีความมัน ดุเดือด แค่อ่านจากเรื่องย่อก็ทำให้ร่างกายสูบฉีดอะดรีนาลีนแล้ว อีกทั้งยังมีรถยนต์สวย ๆ อีกมากที่ยังไม่ได้พูดถึง ที่จะต้องว้าวถ้าได้เห็นในหนัง ซึ่งทุกคนจะต้องไปหาดูกันเองหลังจากนี้
หากใครอ่านแล้ว ดูหนังแล้ว และเกิดความรู้สึกว่าอยากจะขับรถ หรืออยากได้รถใหม่ ไว้ขับเที่ยวเล่นชิล ๆ ไปไหนมาไหน บอกเลยว่าคุณมาถูกที่แล้ว เข้ามาที่นี่เลย!! Kaidee Auto แหล่งรวมรถยนต์หลากหลาย ที่คุณสามารถนัดเพื่อดูรถกับผู้ขายก่อนการซื้อได้ แถมตรงกับเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าอีกด้วย
May 14, 2021 | บทความยานยนต์
ผม “เอโดงาวะ โคนัน ถึงแม้ตัวจะเป็นเด็ก แต่สมองเป็นผู้ใหญ่” เป็นยอดนักสืบ ประโยคติดหูที่ใครเป็นสาวกการ์ตูนเรื่องนี้จะต้องได้ยินจนเบื่อ ซึ่งวันนี้เราจะไม่ได้มาพูดกันถึงเรื่องเนื้อหา หรือคดีฆาตกรรมสุดแปลก ที่มาให้ชมในทุก ๆ ตอน (นี่มันเด็กตัวซวยชัด ๆ ไปที่ไหนก็มีคนต้องตาย) แต่ว่าเราจะพามาดูรถยนต์ในการ์ตูนเรื่องนี้กัน ว่ามีรถอะไรบ้างที่มีอยู่ในชีวิตจริง บอกเลยว่าเป็นรถที่เท่เสียด้วย
ท้าวความการ์ตูน โคนัน กันเสียหน่อย
สำหรับน้อง ๆ ที่มีอายุไม่มากนัก อาจจะยังไม่รู้จักว่า “โคนัน ” เป็นการ์ตูนแบบไหน เรียกได้ว่าเป็นชุดการ์ตูนสืบสวนสอบสวนที่ได้รับความนิยมกันมาอย่างยาวนาน โดยเรื่องนั้นเริ่มมาจาก หนุ่มมัธยมปลาย อายุ 17 ปี ชื่อว่า คุโด ชินอิจิ ที่ได้รับฉายาว่าเป็น สุดยอดนักสืบตะวันออก แต่ในวันหนึ่งเขาได้ไปเที่ยวสวนสนุกกับเพื่อที่ชื่อ โมริ รัน จนกระทั่งพบความไม่ชอบมาพากลของกลุ่มชายชุดดำเข้า ท้ายที่สุดเขาโดนทำร้ายและนำยาพิษให้กิน พอรู้สึกตัวอีกที ร่างกายก็หดเล็กลงเสียแล้ว จึงต้องปลอมตัวและชื่อมาใช้ เอโดงาวะ โคนัน เพื่อสืบเรื่องของชายชุดดำ และกลายมาเป็นจุดเรื่มต้นของคดีมากมายที่เกิดขึ้นภายในเรื่อง
รถประตำแหน่งของตัวละครภายในการ์ตูนโคนัน
หากทุกคนที่เข้ามาอ่านแล้วรู้สึกว่า การ์ตูนสืบสวนสอบสวนนั้นจะมีฉากที่ขับรถน้อยแล้วล่ะก็ “คุณคิดผิดครับ!!” ต้องขอบอกเลยว่าในเรื่องนี้ ตัวละครเอกเกือบทุกตัว ขับรถนะครับ และแต่ละคันก็คือสวยและเท่ แถมยังมีอยู่จริง ๆ ในโลกนี้อีกด้วย ไปดูพร้อมกันเลยว่าตัวละครไหน ขับรถอะไรกันบ้าง
ดร. อากาสะ – Volkswagen Beetle
Twitter : หมูมะนาว
เรียกได้ว่าแทบจะเป็นรถยนต์คันแรก ๆ ที่โผล่ออกมาให้เห็นในการ์ตูนเรื่องนี้เลยก็ว่าได้กับรถเต่าคันสีเหลือง ที่เป็นรถยนต์คู่ในของดร.อากาสะเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการขับพาโคนันไปสืบคดีต่าง ๆ แล้ว ยังรวมไปถึงการพาแก๊งค์นักสืบเยาวชนไปเที่ยวก็ใช้เจ้า Volkswagen Beetle คันนี้อีกด้วย
คุโด้ ยูกิโกะ – Jaguar E-Type
Credit : baankluayonline
คุโด้ ยูกิโกะ ซึ่งเป็นตัวละครแม่ของพระเอกในเรื่องอย่างคุโด้ ชินอิจิ (ที่ตอนนี้กลายเป็น โคนัน ไปแล้ว) ถึงแม้ว่าในเรื่องจะโผล่มาให้เห็นเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ก็มาพร้อมรถยนต์สุดเท่อย่าง Jaguar E-Type ที่ในเรื่องใช้ป้ายทะเบียน YUK-910 ซึ่งเอามาจากชื่อของตัวละครเองอีกด้วย
คิซากิ เอริ – Mini Cooper 1.3i mark VII
Twitter : MINIMUS
ทนายสาวอดีตภรรยาของตัวเอกอย่างคุณลุง โมริ โคโกโร่ ที่มาพร้อมกับ Mini Cooper 1.3i mark Vii คันสีฟ้าสะดุดตา ซึ่งจากในรูป จะเห็นได้ว่าเป็นรถพวงมาลัยซ้าย แสดงว่าเป็นรถที่นำเข้ามาอย่างแน่นอน เพราะประเทศญี่ปุ่นนั้นรถจะเป็นพวงมาลัยขวา
ผู้หมวดทาคางิ – Nissan GTR R34
Twitter : Takagibot
อีกหนึ่งตัวละครหลัก ที่เด่นไม่แพ้โคนันเลย อย่างผู้หมวดทาคางิ ที่นอกจากจะเป็นตำรวจที่ทำคดีต่าง ๆ (เห็นแทบทุกตอน) ในบางครั้งยังเป็นคนที่ต้องขับรถไล่จับคนร้ายในการ์ตูนอีกด้วย แน่นอนว่าการไล่จับจะต้องใช้รถที่เร็วแรงไม่แพ้ตัวร้าย จัดมาให้เลยกับ Nissan GTR R34 ก็อตซิล่าทางเรียบกันเลยทีเดียว
ผู้หมวดซาโต้ – Mazda RX7
Credit : loveinterest
ถ้าพูดถึงหมวดทาคางิแล้ว จะไม่พูดถึงหมวดซาโต้ ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าทั้งคู่นั้นเป็นคู่รักแห่งกรมตำรวจ ซึ่งหมวดซาโต้ก็ขับรถที่แรง ไม่น้อยหน้ากันเลย อย่าง Mazda RX7 คันสีแดงแป๊ด เรียกได้ว่าถ้าเจอหมวดซาโต้ขับรถเมื่อไร ฉากบู๊ไล่ล่าสุดมันจะเกิดขึ้นในทันที
อามุโร่ โทโอรุ – Mazda RX7
Twitter : ppinkoo
เมื่อพูดถึง Mazda RX7 แล้ว นอกจากผู้หมวดซาโต้แล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งที่ใช้รถยนต์รุ่นนี้ ซึ่งเป็นตัวละครที่โผล่มาได้ไม่ไม่นานนัก แต่กลับกลายมาเป็นตัวดำเนินเรื่องที่คอยสร้างปมให้แก่เรื่องโคนันอย่างมหาศาล เพราะชายคนนี้เป็นหนึ่งในตำรวจที่แฝงตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มชายชุดดำ ทำให้เกิดฉากที่ตื่นเต้นเร้าใจด้วยรถยนต์คันนี้เสมอ เมื่อในฉากมี อามุโร่และคู่ปรับของเค้า อย่างอากาอิ ชูอิจิ
อากาอิ ชูอิจิ Ford Mustang
Twitter : akam_th
มากันที่คู่ปรับอย่าง อากาอิ ชูอิจิกันบ้าง เขาเพิ่งเผยรถ Ford Mustang ในการ์ตูนโคนัน The Movie 20 ปริศนารัตติกาลทมิฬ ที่ฉายในโรงไปเมื่อปี 2016 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฉากที่สร้างความประทับใจให้แก่เหล่าแฟน ๆ โคนันเป็นอย่าง เพราะเป็นภาคที่มีการขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดของสามตัวละครหลักด้วยกัน ทั้งตัวเอกของเรื่องอย่าง โคนัน อากาอิ และอามุโร่ นั่นเอง
ยีน – Porsche 356A
พูดกันมายืดยาว จะไม่พูดถึงตัวร้ายตัวนี้ก็คงจะไม่ได้ นอกจากเป็นตัวจุดฉนวนของเรื่องทั้งหมดแล้ว ยังเป็นตัวละครที่คอยมาเติมสีสันให้แก่เรื่อง ให้พบเจอกับปริศนามากมายของกลุ่มชายชุดดำ เรามักจะเห็นรถยนต์ Porsche คันนี้ไปที่ไหน จะต้องมียีนไปด้วย พร้อมกับในตอนนั้นจะต้องมีใครสักคนถูกกำจัดทิ้งอย่างแน่นอน (เป็นตัวละครที่ลึกลับตั้งแต่ต้น จนมาถึงปัจจุบันเลยก็ว่าได้)
สรุปท้ายบทความ รถยนต์สุดเท่ในการ์ตูนโคนัน
คาดไม่ถึงกันเลยใช่ไหมล่ะว่าในการ์ตูน ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน จะมีรถยนต์มากมายขนาดนี้ นี่ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่มีอยู่ภายในเรื่องนี้ เพราะถ้าเอามาทั้งหมดเกรงว่าบทความนึงจะไม่พอเอา แต่เอาเป็นว่า เรารวมรถทุกคันที่ตัวละครหลักใช้มาให้แล้ว มีแต่รถเท่ ๆ เจ๋ง ๆ ทั้งนั้นเลย
ใครถูกใจหรือสนใจที่จะเลือกซื้อรถอยู่แล้วล่ะก็ ขอบอกเลยว่า Kaidee Auto ที่นี่ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน เพราะว่ามีรถยนต์มากมายให้เลือก อีกทั้งยังสามารถติดซื้อได้กับเจ้าของรถโดยตรงได้ง่าย ๆ แถมนัดดูรถก่อนการซื้อได้อีกด้วย
Jan 27, 2021 | บทความยานยนต์
อยากรู้เหมือนกันใช่ไหมครับ?? ว่าทำไมกันรถหรู ๆ ที่เป็นซูเปอร์คาร์ราคามันถึงได้สูงนัก ทั้งที่ก็เป็นรถยนต์คันหนึ่งที่อาจะเป็นมีหน้าหรือรูปร่างที่ดูเท่กว่า หรูกว่ารถยนต์ทั่ว ๆ ไปแค่นั้นเอง แต่ราคากลับพุ่งทะลุ 10 ล้าน (แหม่~ ทำไปได้)
เดี๋ยวเรามารู้คำตอบไปพร้อม ๆ กันในบทความนี้ว่าเหตุผลที่แท้จริงที่มากกว่าเรื่องของดีไซน์ที่แตกต่างจากรถยนต์บ้าน ๆ ทั่วไป ที่จะส่งให้ของราคา Supercar ในไปประเทศไทยนั้นมีราคาที่สูงเกินกว่าที่ใครจะเอื้อมถึง บางคันนั้นแพงจนสามารถนำเงินไปซื้อที่หรือบ้านยังได้เลย
แล้ว Supercar มันคืออะไรกันแน่??
พูดมาขนาดนี้หลายคนคงตั้งคำถามในใจกันแล้วล่ะว่า Supercar มันคือรถประเภทไหนกันแน่?? เพราะก่อนหน้ามานี้เราไม่เคยได้ยินคำ ๆ นี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ เต็มที่เราก็จะคุ้นชินกับคำว่า “รถสปอร์ต” เสียมากกว่า
คำว่า “รถยนต์ Supercar” จริง ๆ แล้วอาจจะเพิ่งมีมาได้ยินเมื่อไม่นานนี้นี่เอง แต่จริง ๆ แล้วคำ ๆ นี้มีการใช้งานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1966 โดยคนที่ใช้คำศัพท์นี้เป็นเจ้าแรกเลยก็คือ Lamborghini ในรุ่น Muira ซึ่งนำมาใช้กับรถยนต์ที่มีพละกำลังสูงกว่า 400 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ได้เร็วกว่า 4 วินาที และมีเครื่องยนต์ที่วางกลางขนาดมากกว่า 8 สูบขึ้นไป หรือที่เรียก ๆ กันว่า “เครื่องยนต์ V8” นั่นเอง
อะไรที่ทำให้ราคาสูงได้ขนาดนั้น
ผมว่าน่าจะพอเดาเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ราคาสูงได้ขนาดนี้กันอยู่บ้างแล้ว แค่ที่แน่ ๆ คงไม่ได้มีแค่เหตุผลเดียวอย่างแน่นอน เดี๋ยวผมจะมาขยายให้ฟังกันเลยทีละข้อ
1. ดีไซน์และการออกแบบ
ด้วยดีไซน์ที่มีความเท่เหนือรถยนต์ที่วิ่ง ๆ กันตามท้องถนน บวกเข้ากับเทคโนโลยีในการออกแบบเพื่อให้รถยนต์นั้นมีความเบาและมีแอโรไดนามิคที่ยอดเยี่ยม ทำให้รถยนต์นั้นสามารถวิ่งได้บนท้องถนนอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
อ่านเนื้อหาเรื่องแอโรไดนามิคเพิ่มเติม คลิกที่นี่
2. ระบบต่าง ๆ ของรถยนต์
อย่างที่ได้บอกไปในตอนเกริ่นช่วงแรกของบทความ คำว่า Supercar นั้นมันมาจากเรื่องของเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งทำให้ความเร็วของรถนั้นสูงตามไปด้วย ทำให้รถยนต์เหล่านี้จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีระบบความปลอดภัยและฟังก์ชันมากมายตามไปด้วย เพื่อให้ความปลอดภัยสูงที่สุดต่อผู้ขับขี่
3. ตัวแทนจำหน่าย
ด้วยความที่รถยนต์ประเภทนี้ เป็นที่ต้องการสำหรับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้นจริง ๆ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทำให้เมื่อตัวแทนจำหน่ายนำเข้ามา ต้องบวกกำไรเข้าไปอีกจากราคารถยนต์
4. ภาพลักษณ์
อันนี้เป็นเรื่อง Brand ที่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ของคนที่เลือกซื้อรถยนต์ Supercar ทำให้ผู้ผลิตหลาย ๆ ยี่ห้อที่เป็นรถหรู สามารถตั้งราคาได้สูงจนยากที่ใครจะเอื้อมถึง ซึ่งแบรนด์ที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่รถยนต์ประเภทนี้ อาทิเช่น
Lamborghini Maserati Aston Martin Bugatti Porsche
5. ภาษีนำเข้า
ประเทศไทยขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของภาษีนำเข้าที่แสนจะมหาโหด (เจ็บแปลบขึ้นมาทันที~) เพราะต้องผ่านการเก็บภาษีหลากหลายขั้นตอนเอามาก ๆ กว่าตัวแทนจำหน่ายจะมาวางจำหน่ายได้ ซึ่งยังไม่ได้รวมเข้ากับกำไรที่ทางตัวแทนแต่ละเจ้านั้นต้องการอีก
เป็นภาษีอย่างแรกเลยที่ผู้นำเข้าจะต้องจ่าย โดยมีอัตราอยู่ที่ 80% ของราคา CIF (Cost Insurance and Freight หรือก็คือ ราคาสินค้า+ค่าประกัน+ค่าขนส่ง)
วิธีคำนวณ : C.I.F x อัตราอากรนำเข้า
ภาษีในส่วนนี้กรมศุลกากรจะเป็นผู้ที่เรียกเก็บ พร้อม ๆ กับอากรนำเข้า ซึ่งอัตราค่าภาษีนั้นจะมีตั้งแต่ 30%-50% ตามขนาดเครื่องยนต์หรือกระบอกสูบเลยทีเดียว
วิธีคำนวณ : (C.I.F + อากรนำเข้า) x อัตราภาษีสรรพสามิตร/ 1-(1.1. x อัตราภาษีสรรพสามิตร)
กระทรวงมหาดไทยจะนำภาษีในส่วนนี้ไปบริหารต่อ โดยคิดอัตราภาษีที่ 10% ของภาษีสรรพสามิต เพื่อส่งต่อให้กระทรวงมหาดไทยอีกที
วิธีคำนวณ : ภาษีสรรพสามิตร x 10%
หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า VAT นั่นเอง ซึ่งจะคิดภาษีเพิ่มอีก 7% ของภาษีทั้งหมดที่คิดมาก่อนหน้านี้
วิธีคำนวณ : ฐานภาษี (ราคารถ รวมกับภาษีข้อ 1-3) x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
จากทั้งหมดที่บอกมานั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาสูงขึ้นเสียจนเกินราคาจริงไปมาก ซึ่งประเด็นหลัก ๆ น่าจะมาจากภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บค่อนข้างสูงจากผู้นำเข้า จึงส่งผลเป็นอย่างมาก ทำให้จากรถราคาเริ่มต้นอาจจะแค่ 3 ล้าน กลายมาเป็น 10 ล้านได้อย่างที่เห็น ๆ กัน
เทียบราคากันให้เห็นไปเลยว่าราคาแพงกว่าต่างประเทศจริง
ยี่ห้อ ราคาในยุโรป ราคาในไทย Lamborghini Aventador ราคาประมาณ 18 ล้านบาท 40.5 ล้านบาท McLaren 720s ราคาประมาณ 9.82 ล้านบาท 29 ล้านบาท Porsche 911 GT3 ราคาประมาณ 4.96 ล้านบาท 24 ล้านบาท Audi R8 ราคาประมาณ 5.85 ล้านบาท 19 ล้านบาท Ferrari 488 GTB ราคาประมาณ 8.47 ล้านบาท 24 ล้านบาท
แพงจริงอะไรจริง
Supercar นั้นก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีเสมอไป
จากที่บอกไปในตอนแรกเลยว่า Supercar นั้นมีทั้งประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่สูง ระบบความปลอดภัยที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุด รวมไปถึงดีไซน์สุดล้ำที่มัดใจหนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้ง่าย แต่คุณรู้หรือไม่ว่า Supercar จริง ๆ แล้วก็มีข้อเสียไม่ใช่น้อย แต่ในข้อเสียเหล่านี้ถ้าคนที่ชอบก็ชอบไปเลย ส่วนใครที่ไม่ชอบก็จะไม่ชอบไปเลย จะมีอะไรมาดูกัน
1. ราคาสูงเกินไป
แน่นอนว่าหากไปซื้อรถยนต์เหล่านี้ที่ต่างประเทศอาจจะทำให้คุณรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้แพงสักเท่าไรนัก แต่เรื่องภาษีที่ได้บอกไปทำให้รถยนต์ Supercar แพงมากเกินไป เพราะรวม ๆ แล้วเหมือนคุณต้องจ่ายเงินเพิ่มถึง 300% จากราคารถจริง ๆ
2. รถมีความเตี้ย
เพื่อความเร็วและสมรรถนะที่สูงทำให้ Supercar นั้นต้องทำรถให้ต่ำที่สุด ถึงแม้ว่าปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จะมี AIR SUSPENSION (อุปกรณ์ปรับความสูงของช่วงล่าง) ติดตั้งมาให้ก็ตาม แต่มันก็ไม่สูงพอสำหรับถนนประเทศไทย ขับไปไหนมาไหนจะต้องระวังเรื่องช่วงล่างจะไปขูดกับพื้นถนนได้ (คงไม่มีใครอยากให้รถสุดที่รักเป็นรอย T T)
3. ช่วงล่างแข็งมาก
หากใครมีโอกาสได้ลองนั่งก็รู้ได้เลยว่า Supercar นั่งไม่สบายเอาเสียเลย แค่ตอนเริ่มเข้าไปนั่งก็ลำบากแล้ว ไหนจะตอนที่รถเริ่มออกตัวไปแล้วอีก รวมเข้ากับพื้นถนนของประเทศไทยเข้าไปอีก บอกเลยว่า “สั่นเป็นเจ้าเข้า!!” ถ้าใครที่รักความสบายระหว่างขับขี่แล้วล่ะก็ ลืมไปได้เลยไม่ต้องหาซื้อ
4. ค่าบำรุงรักษา
ด้วยรถยนต์ราคาที่สูง สิ่งที่ต้องตามมาเลยก็คือ ค่าบำรุงรักษาสุดแพง เพราะบางยี่ห้อนั้นไม่มีศูนย์ซ่อมอยู่ในประเทศไทย การซ่อมหนึ่งครั้ง อาจจะต้องส่งรถยนต์ของไปถึงต่างประเทศ นอกจากจะเสียเงินเยอะแล้ว ยังใช้เวลาค่อนข้างนานกว่ารถจะซ่อมเสร็จอีกด้วย
ส่วนใครที่อยากจะลองเป็นเจ้าของรถยนต์หรู รถยนต์สปอร์ต หรือแม้กระทั่งรถยนต์อย่าง Supercar ลองเข้ามาเลือกซื้อกันดูได้ที่ Kaidee Auto ที่มีผู้ขายมากมาย แถมติดต่อได้กับผู้ขายโดยตรง นัดดูรถยนต์ก่อนทำสัญญา ไม่ต้องกลัวโดนโกง!!
Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
ในปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ได้เปิดตัวรถยนต์ภายใต้แบรนด์ของตัวเองมาเยอะมาก บางคนซื้อเพื่อใช้งานยาวหลายปี แต่บางคนซื้อมาใช้เพื่อขายต่อแล้วเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการรุ่นปีที่ใหม่ล่าสุดและทันสมัยอยู่ตลอด จึงทำให้ตลาดรถยนต์มือสองนั้นมีรถยนต์ที่นำมาขายเต็นท์รถเยอะมาก มีหลากหลายรุ่น หลากหลายแบรนด์ หลากหลายราคา
ทำให้ตลาดรถยนต์มือสองคึกคัก เนื่องจากรถยนต์บางรุ่นห่างจากรุ่นใหม่เพียงแค่ 1 รุ่นก็มี บางรุ่นสภาพใหม่มาก ตัวเลขไมล์น้อย ซึ่งทำให้คนที่กำลังหารถยนต์มือสองอยู่มีตัวเลือกมากมาย แต่เพื่อน ๆ ทุกคนรู้หรือไม่ว่ารถยนต์มือสองบางคันอาจจะทำให้ดูใหม่ขึ้นมา เปลี่ยนชิ้นส่วนมาก็ได้ วันนี้เรามีวิธีการดูรถยนต์มือสอง ว่าก่อนซื้อควรดู ควรเช็กอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องโดนหลอก มาดูกันเลย
1. ตัวถังรถ
สิ่งแรกที่จะต้องเห็นก่อนเป็นอันดับแรก คือ ตัวรถยนต์ ให้สังเกตและเดินดูด้วยตาว่ารถอยู่ในสภาพที่ไม่มีรอยบุบ รอยยุบจากการกระแทกใด ๆ สีมีถลอกหรือไม่ มีอะไรที่ผิดสังเกต ถ้ามีตั้งแต่ข้อแรกนี้ ให้เปลี่ยนคันหรือเปลี่ยนเต็นท์รถได้เลย เพราะถ้ามีรถลักษณะแบบนี้แล้ว ให้คิดว่ารถยนต์คันอื่น ๆ ในเต็นท์นี้คงจะมีอีกแน่ ไม่น่าไว้วางใจที่จะซื้อและดูต่อในข้อที่ต่อไปแล้วนะครับ
2. ชิ้นส่วนน็อต
น็อตคือสิ่งที่จะบ่งบอกได้เหมือนกันว่ารถได้ผ่านการปรับแต่ง ถอดชิ้นส่วนออกไปแล้วใส่กลับคืนมาบ้างหรือไม่ โดยจะสังเกตได้จากหลายจุด เช่น น็อตในฝากระโปรงรถ ข้างรถยนต์ เป็นต้น ถ้ามีการขันน็อต ตัวน็อตจะมีรอยของการถูกขันไว้ ให้ตีความได้เลยว่า รถยนต์คันนี้ผ่านการปรับเปลี่ยนมานั่นเองครับ
3. เลขไมล์
สิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างเลย คือ ตัวเลขการวิ่งของรถยนต์คันนี้ว่าวิ่งไปกี่กิโลเมตรแล้ว ซึ่งถ้าเลขไมล์เยอะ แสดงว่ารถคันนี้อาจจะใช้งานมาหนัก เครื่องอาจจะเสื่อมสภาพได้ อีกข้อสังเกต คือ ถ้ารถสภาพสมบูรณ์มาก ๆ แล้วเลขไมล์น้อย เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าหากรถหลายปีแล้ว เลขไมล์น้อยแบบผิดสังเกต ให้ตีความได้เลยว่า รถอาจจะผ่านการกรอเลขไมล์มาได้
4. เครื่องยนต์
เป็นอีกหนึ่งสิ่งและเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อที่ต้องมีในการขับเคลื่อน แนะนำให้ตรวจและเช็กเครื่องยนต์อย่างละเอียดโดยการสตาร์ทรถยนต์ ดูการทำงานของเครื่องยนต์ว่ามีจุดไหนผิดปกติหรือไม่ และดูส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง หม้อพักน้ำว่าถูกเปลี่ยนหรืออยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่
5. ระบบช่วงล่าง
จุดนี้อาจจะต้องใช้เครื่องยกรถยนต์ขึ้นเพื่อดูใต้ท้องรถว่ามีจุดไหนที่ผิดปกติหรือไม่ เช่น มีจุดรั่วซึมของเหลวตรงจุดไหนบ้างหรือเปล่า มีจุดฉีกขาดหรือโดนขูดไหม ระบบโช๊คอัพ ยางรถมีรอยแตกหรือไม่ เป็นต้น
6. ทดลองขับ
ขั้นตอนที่สำคัญคงหนีไม่พ้นการได้ทดลองขับรถจริง ซึ่งจะทำให้ได้รู้ว่ามีสิ่งผิดปกติตรงจุดไหนบ้างจากการขับจริง มีเสียงตรงไหน ระบบช่วงล่างเป็นอย่างไร ระบบไฟฟ้าของรถยนต์เป็นอย่างไร อัตราเร่งเป็นอย่างไร หรือเครื่องยนต์กระตุกหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนนี้เราจะสามารถตัดสินใจได้ทันทีที่เราได้ทดลองขับเสร็จ แนะนำให้ขับให้นานหน่อยนะครับ เพื่อที่จะได้ทดสอบรถยนต์จริง ๆ อาจจะมีอาการที่ผิดปกติแสดงออกมาตอนที่ได้ขับขี่อยู่นั่นเอง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อน ๆ กับวิธีเช็กรถยนต์มือสอง ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง แล้วอยากได้รถที่ดี มีคุณภาพ แถมราคาที่ถูกกว่า ลองมาดูที่ Kaidee Auto ก่อนได้นะครับ เรามีรถยนต์มือสองสภาพดี มีคุณภาพ และราคาที่ดีมาก ๆ นัดดูรถและนำวิธีดูรถยนต์มือสองไปใช้ดูได้เลยนะครับ
Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
ถ้าพูดถึงประเภทของรถยนต์ในปัจจุบันที่มีหลากหลายประเภทให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นประเภทกระบะ รถเก๋ง รถ SUV และรถตู้ เป็นต้น รถยนต์แต่ละประเภทย่อมตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน บางประเภทอาจจะตอบโจทย์ในด้านจุคนได้เยอะ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือบางประเภทเหมาะสำหรับใช้ขนของ
แต่หากว่าคุณกำลังจะเลือกซื้อรถยนต์สักคัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อประเภทไหน ในบทความนี้จะบอกในสิ่งที่คุณอยากรู้และช่วยให้ตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้แบบตอบโจทย์กับคุณแน่นอน
ปัจจัยในการเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุด
การเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับตัวเองนั้นไม่ยากเลย แต่จะมีหลายปัจจัยในการเลือก เช่น การใช้งาน จำนวนสมาชิกในครอบครัว เน้นการขับขี่ไปที่ไหน เน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน เน้นเรื่องความสะดวกสบายในการใช้ การรับประกันหลังการขาย หรือจะเป็นเรื่องราคาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา เป็นต้น
หลาย ๆ ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เราตัดตัวเลือกและเลือกรถที่ตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุดครับ
รถยนต์แต่ละประเภทตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน
1. รถเก๋ง
รถเก๋ง หรือ Sedan รถที่เราได้เห็นเยอะที่สุดบนท้องถนน โดยรถเก๋งนั้นจะมีหลายขนาด หลายความจุ ให้เลือกหลากหลายแบรนด์ แล้วแต่ความชอบและกำลังซื้อของแต่ละคน
ซึ่งรถประเภทนี้ เหมาะสำหรับคนที่อยู่คนเดียวหรืออยู่เป็นครอบครัวก็ได้ ชอบความคล่องตัวในการเดินทาง สามารถจุของได้แบบพอดี แล้วแต่ขนาดของรถ ทุกอาชีพสามารถใช้ได้ โดยรถยนต์ประเภทรถเก๋ง หรือ Sedan ก็จะมีหลายประเภทย่อยให้เลือก ตั้งแต่ระดับ Eco Car ถึง ขนาดใหญ่หรูหรา
รถ Eco Car
ขนาดเครื่องยนต์ 1.0 – 1.4 ลิตร เหมาะกับใครบ้าง?
เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 4 คน เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองมากที่สุดหรือออกต่างจังหวัดบางครั้ง ประหยัดน้ำมัน คล่องตัวในการขับขี่ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างเหมาะสม ช่วงราคาของรถเก๋ง ประเภท Eco car จะอยู่ในช่วง 450,000 ถึง 650,000 บาท
ตัวอย่างรถยนต์ Eco Car
Toyota Yaris Mitsubishi Mirage Nissan Almera
รถยนต์นั่งขนาดเล็ก
เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 5 คน เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด ประหยัดน้ำมันและสะดวกสบาย ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างเหมาะสม ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะอยู่ในช่วง 650,000 ถึง 1,250,000 บาท
ตัวอย่างรถยนต์ขนาดเล็ก
Toyota Vios Toyota Corolla Altis Honda Civic
รถยนต์นั่งขนาดกลาง
เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 5 คน เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด ค่อนข้างประหยัดน้ำมันและมีสะดวกสบายมาก เพราะห้องโดยสารที่ค่อนข้างใหญ่ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับขนาดของรถ ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดกลางจะอยู่ในช่วง 1,000,000 ถึง 1,900,000 บาท
ตัวอย่างรถยนต์นั่งขนาดกลาง
Honda Accord Toyota Camry และ Nissan Teana เป็นต้น
รถยนต์นั่งขนาดใหญ่
เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 6 คน เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด เน้นความสะดวกสบาย ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่และหรูหรา ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างสูง ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดใหญ่จะอยู่ในช่วง 3,000,000 ถึง 9,000,000 บาท
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว กำลังทรัพย์ และปัจจัยอื่น ๆ ในการประกอบการตัดสินใจของแต่ละคนด้วย
ตัวอย่างรถยนต์นั่งขนาดใหญ่
Mercedes Benz S-Class BMW 7 Series Audi A8 Lexus LS
2. รถยนต์ประเภท Hot Hatch
รถยนต์ประเภทนี้มีความกะทัดรัด มีความคล่องตัวในการใช้งาน ขับง่าย โดยรถยนต์ประเภท Hot Hatch เหมาะสำหรับ
ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 5 คน เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัวในการขับขี่ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ ช่วงราคาของรถประเภท Hot Hatch จะอยู่ในช่วง 450,000 ถึง 3,000,000 บาท
โดยรถยนต์ประเภทนี้ก็มีหลากหลายรุ่นให้เลือกเช่น
Honda Civic Hatchback Mercedes-AMG A45 BMW M140i Audi S3 MK3
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อด้วยนะครับ
3. รถยนต์อเนกประสงค์ MPV
รถประเภทนี้ เป็นรถที่มีขนาดเล็กกว่ารถตู้ และคล่องตัวกว่า นั่งได้สบายกว่า สมรรถนะดี ใช้ขับขี่ทางไกลได้ดี โดยรถยนต์ประเภท MPV เหมาะสำหรับ
ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 8 คน เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด เน้นความสะดวกสบาย ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ ช่วงราคาของรถเอนกประสงค์ MPV จะอยู่ในช่วง 1,300,000 บาท ถึง 7,000,000 บาท
สำหรับรถประเภท MPV ก็มีหลากหลายแบรนด์ เช่น
Honda Freed Hyundai-H1 Toyota Alphard Toyota Vellfire Lexus LM300h
4. รถยนต์อเนกประสงค์ SUV
รถยนต์ประเภท SUV เป็นรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์ มีประโยชน์ใช้สอยมากกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่ยังคงความเป็นรถยนต์ที่ดูสวยงาม ขับขี่ได้ทุกวัน แต่ความแตกต่างก็คือ สามารถขับลุยได้ในทุก ๆ ที่ที่มากกว่ารถยนต์ทั่วไป โดยรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท SUV เหมาะสำหรับ
ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 7 คน เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัวในการขับขี่ ช่วงล่างแข็งแรง ลุยได้ทุกที่ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ ช่วงราคาของรถเอนกประสงค์ SUV จะอยู่ในช่วง 800,000 ถึง 2,000,000 บาท
สำหรับรถประเภท SUV ก็มีหลากหลายรุ่นในไทย เช่น
Toyota Fortuner Mitsubishi Pajero Sport Ford Everest lsuzu Mu-X
5. รถกระบะ (Pick-UP)
รถกระบะ หรือ รถพิกอัป เป็นรถยนต์ที่มีข้างหน้าเป็นห้องโดยสาร ข้างหลังสามารถขนของและเปิดท้ายได้ จึงทำให้คนไทยนิยมเรียกรถนี้ว่า ‘รถพิกอัป’ ขึ้นชื่อว่าเป็นรถประเภท กระบะ แน่นอนว่าจะต้องสามารถขนของได้เยอะ และมีสมรรถนะช่วงล่างที่ดี สามารถขับลุยไปที่ไหนก็ได้ โดยรถประเภทกระบะเหมาะสำหรับ
ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 5 คน เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด เน้นความสะดวกสบายในการขนของ สมรรถนะ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ ช่วงราคาของรถกระบะจะอยู่ในช่วง 750,000 ถึง 1,100,000 บาท
โดยรถประเภทนี้ก็มีหลายหลายแบรนด์ที่ทำตลาดในไทย เช่น
Isuzu D-MAX Toyota Revo Chevrolet Colorado Mazda BT-50
6. รถตู้
รถประเภทนี้จะมีลักษณะโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้นจากรถประเภท MPV สามารถจุคนได้เยอะกว่า สามารถใช้ขับขี่ทางไกลได้อย่างสะดวก โดยรถตู้เหมาะกับ
ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 12 คน เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด เน้นความสะดวกสบายในการโดยสาร ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ ช่วงราคาของรถตู้จะอยู่ในช่วง 900,000 ถึง 1,300,000 บาท
ส่วนใหญ่จะเห็นรถประเภทนี้อยู่ในรถเช่า รถโดยสารข้ามจังหวัดนั่นเอง
โดยรถตู้ที่คุ้นชินตากันมากในไทย คือ Toyota Commuter ยังมี Nissan Urvan และ MG V80 ที่ทำการตลาดในไทยด้วยเช่นกัน
7. รถยนต์สปอร์ต
ขึ้นชื่อว่าเป็นรถสปอร์ต ก็ต้องมากับรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยว มีเครื่องยนต์ที่แรง สมรรถนะดีเยี่ยม แถมราคาก็สูงปรี๊ด แน่นอนครับว่า รถยนต์ประเภทสปอร์ตนั้นเป็นรถยนต์ที่ผู้คนต่างใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครองกันมาก เพราะว่าตัวรถมีรูปทรงที่ดูเท่ ดูโฉบเฉี่ยว พร้อมกับเครื่องยนต์ที่แรง สมรรถนะยอดเยี่ยม ขับไปที่ไหน ผู้คนก็ต่างให้ความสนใจ แต่ก็มากับราคาที่สูงด้วยเช่นกัน โดยรถยนต์ประเภทสปอร์ตเหมาะกับ
ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 2 คน หรือมีมากกว่า (มีรถยนต์อยู่แล้วหลายคัน) เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด เน้นความสะดวกสบาย ความเร็ว คล่องตัว ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง ช่วงราคาของรถสปอร์ตจะอยู่ในช่วง 3,500,000 ถึง 10,000,000 บาท
โดยปกติแล้วรถยนต์ประเภทนี้คนที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างเยอะ จะอยู่คนเดียวหรือจะมีรถครอบครัวหลายคันแล้ว แต่ก็พอใจที่จะซื้อมาเพื่อมาประดับบารมีของตัวเอง
ซึ่งรถยนต์ประเภทนี้ก็จะมีหลากหลายแบรนด์ที่ทำตลาดในประเทศไทย เช่น
Toyota Supra BMW Z4 Mazda MX-5 Ford Mustang
สรุปท้ายบทความ
การเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุดนั้นไม่ยากเลย เพราะเลือกได้จากความชอบ แต่การที่จะซื้อรถยนต์คันหนึ่งเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันนั้นต้องขึ้นอยู่กับอีกหลาย ๆ ปัจจัยด้วย สุดท้ายรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุดจะถูกกรองจากปัจจัยต่าง ๆ และการตัดสินใจของตัวคุณเองครับ เพื่อน ๆ คนไหนสนใจรถยนต์ประเภทไหนอยู่บ้าง? ทาง Kaidee Auto เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกชมเกือบจะทุกประเภทเลย แวะเข้ามาชมกันก่อนได้นะ การันตีว่าดีทั้งราคาและคุณภาพ