พรมปูพื้น 7 แบบที่จะตกแต่งบ้านให้เรียบหรู

พรมปูพื้น 7 แบบที่จะตกแต่งบ้านให้เรียบหรู

การตกแต่งบ้านให้สวยงามคงเป็นสิ่งที่ถูกใจใครหลายคนเพราะยิ่งมีบ้านสวยก็ยิ่งทำให้เราอยากอยู่บ้านมากขึ้น และ พรมปูพื้น เป็นหนึ่งในอุปกรณ์การตกแต่งบ้านให้ดูเรียบหรูหลากหลายสไตล์ได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องมีการทุบ สร้าง หรือทาสีใหม่ให้ยุ่งยาก เพียงแค่หาพรมปูพื้นที่สวยงามและเข้ากับบ้านเราก็ทำให้บ้านสวยงามขึ้นได้แล้ว และวันนี้เรามีไอเดียการแต่งบ้านด้ว ยพรมปูพื้น ให้เรียบ หรู และดูดีได้ มาฝากกันทั้งหมด 7 ไอเดีย

ประเภทของ พรมปูพื้น

สิ่งแรกที่ผู้ตกแต่งบ้านควรรู้ก่อนที่จะเริ่มทำการปูพื้นด้วยพรม คือ ประเภทของพรมปูพื้น เพราะพรมปูพื้นแต่ละแบบแต่ละชนิดก็มีลักษณะและการใช้งานที่แตกต่างกันไป โดยสามารถแบ่งออกเป็น 8 ชนิดดังนี้

พรมไนล่อน

พรมปูพื้นยอดฮิตที่ป้องกันน้ำ สารเคมี และเชื้อราต่าง ๆ ได้ ทนทานต่อการใช้งาน สามารถรับน้ำหนักได้ เหมาะกับห้องหลายสไตล์ มีสีและลายให้เลือกมากมาย ดูแลง่าย และราคาถูก แต่ข้อเสียของพรมไนล่อนคือมีโอกาสทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้มาก เหมาะกับห้องที่มีการใช้งานอยู่เป็นประจำอย่างห้องนั่งเล่นและห้องอาหาร 

พรมเส้นใยธรรมชาติ

พรมปูพื้นที่ผลิตมาจากธรรมชาติ เช่น ใยมะพร้าว ฝ้าย ปอ เป็นต้น ซึ่งถึงแม้ว่าพรมธรรมชาติจะไม่ได้มีความนุ่มเท่าพรมเส้นใยสงเคราะห์หรือพรมขนสัตว์ แต่ก็มีความสวยงามและโดดเด่นจากธรรมชาติ นอกจากนี้ พรมปูพื้นประเภทนี้ยังมีความเหนียว แข็งแรง ทนทาน และสามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่าพรมแบบอื่น ๆ

พรมโพลีเอทิลีน

พรมโพลีเอทิลีนเป็นพรมปูพื้นที่ถูกผลิตขึ้นจากพลาสติกรีไซเคิล จึงถือว่าเป็นพรมปูพื้นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและราคาไม่สูง เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเพราะพรมปูพื้นชนิดนี้สามารถป้องกันคราบหรือฝุ่นต่าง ๆ ได้ดี แต่ด้วยวัสดุของพรมชนิดนี้คือพลาสติก ทำให้พรมปูพื้นโพลีเอทิลีนจึงไม่ได้มีความนุ่มสบายเท่าไรนัก

พรมโพลีโพรไพลีน

อีกหนึ่งพรมปูพื้นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะราคาที่ถูกและคุณสมบัติซึ่งมีความนุ่มคล้ายขนสัตว์ สามารถป้องกันคราบสกปรกต่าง ๆ ได้ และทำความสะอาดง่าย พรมโพลีโพรไพลีนจึงเหมาะกับคนที่มีงบจำกัดและพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักมากอย่างห้องนั่งเล่น แต่มีข้อเสียคือดูดซับน้ำมันและมีสีที่ซีดลงเมื่อโดนแดดมาก ๆ

พรมอะคริลิค

พรมอะคริลิคถูกผลิตขึ้นมาเพื่อลอกเลียนแบบพรมขนสัตว์ทำให้มีสัมผัสคล้ายกับพรมขนสัตว์เป็นอย่างมาก และมีราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย การปูพรมปูพื้นด้วยพรมชนิดนี้จึงให้ความรู้สึกหรูหราและมีความนุ่มนวล และมีจุดเด่นคือลวดลายที่หลากหลาย แต่ไม่ทนทานเท่าไรจึงเหมาะกับการปูในห้องนอนที่ไม่ได้ถูกใช้งานมากนัก

พรมขนสัตว์

สำหรับพรมขนสัตว์นั้น เป็นพรมปูพื้นที่มีความสวยงาม หรูหรา และหนานุ่มมากที่สุด เพราะเป็นพรมที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ แต่ด้วยข้อดีเหล่านี้เอาที่ทำให้พรมขนสัตว์มีราคาที่สูงมาก และยังต้องแลกกับการดูแลรักษาที่ยากและละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากเช่นกัน

พรมโพลีเอสเตอร์

พรมปูพื้นที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ ให้ความรู้สึกนุ่ม หรูหรา และสามารถป้องกันสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้ แต่มีข้อเสียคือ สีซีดได้เมื่อโดนแดดเป็นเวลานาน ทำความสะอาดยากและไม่เหมาะสำหรับการใช้งานหนัก หลาย ๆ คนจึงนิยมปูพรมปูพื้นชนิดนี้ไว้ในห้องนอน

พรมทริเอกซ์ต้า

พรมทริเอกซ์ต้าเป็นพรมที่มีความคล้ายคลึงกับพรมโพลีเอสเตอร์ แต่สามารถป้องกันสิ่งสกปรก กันน้ำ นุ่ม มีความทนทานและยืดหยุ่นกว่าพรมโพลีเอสเตอร์จึงถือว่าเป็นพรมปูพื้นที่เป็นตัวเลือกใหม่และทันสมัยกว่าเดิม

วิธีการเลือก พรมปูพื้น

ในการเลือกซื้อพรมปูพื้นให้เหมาะสมกับการแต่งบ้านในสไตล์ต่าง ๆ นั้น ควรคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน สี หรือวัสดุของพรมปูพื้น ดังนี้

เลือกจากลักษณะห้องและการใช้งาน

ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก 

เนื่องจากห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่มีการใช้งานมากและมีเฟอร์นิเจอร์ที่กดทับพรมปูพื้น จึงควรใช้พรมปูพื้นที่มีขนสั้นหรือมีพื้นผิวเรียบ ซึ่งสามารถอ้างอิงขนาดพรมปูพื้นจากขนาดของชุดโซฟาเป็นหลัก โดยเลือกพรมปูพื้นที่มีขนาดใหญ่หรือเล็กกว่าชุดโซฟาเพียงเล็กน้อย 

ห้องรับประทานอาหาร

สำหรับห้องรับประทานอาหาร ควรใช้พรมที่มีพื้นผิวเรียบหรือขนสั้นเหมือนห้องนั่งเล่นเพราะสามารถดูและทำความสะอาดง่ายเมื่อมีเศษอาหารตกลงไป ส่วนขนาดพรมปูพื้นในห้องนี้ควรมีขนาดพอดีหรือเลยขาเก้าอี้เล็กน้อยเพื่อความปลอดภัยในการนั่งนั่นเอง

ห้องนอน

ในห้องนอนซึ่งเป็นห้องที่มีการผ่อนคลายมาก การเลือกพรมปูพื้นในห้องนี้จึงควรเลือกพรมปูพื้นที่มีขนหนาแน่น ยาว และนุ่มฟู และจำเป็นที่จำต้องเลือกพรมปูพื้นที่มีแนวยาวจนเลยเตียงทั้งสองข้างเพื่อให้เท้าสัมผัสพรมเมื่อขึ้นหรือลงจากเตียง

เลือกจากสีหรือดีไซน์ของ พรมปูพื้น

การแต่งบ้านก็เหมือนงานศิลปะที่ถึงแม้ว่าจะไม่มีถูกหรือผิด แต่ก็มีการจับคู่สีและลวดลายที่เหมาะสมกันให้บ้านสวยงามมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการเลือกพรมปูพื้นก็ควรจะคำถึงสีสันและลวดลายที่เหมาะสมกับเฟอร์นิเจอร์หรืออารมณ์ของบ้านเพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกัน

พรมปูพื้นสีอ่อน การใช้พรมปูพื้นที่มีสีอ่อนจะช่วยให้ห้องมีความผ่อนคลาย สบายตา และสว่างมากขึ้น แต่ไม่ควรปูในห้องที่มีฝุ่นหรือคราบเยอะเพราะจะทำให้ดูสกปรก

พรมปูพื้นสีปานกลาง สำหรับพรมปูพื้นสีปานกลางนั้นเป็นพรมที่มีความง่ายในการจับคู่ และมีความกลมกลืนไม่ทำให้มีส่วนใดของห้องโดดเด่นจนเกินไป

พรมปูพื้นสีเข้ม ถึงแม้ว่าพรมปูพื้นสีเข้มจะทำให้ห้องดูมืดและอึมครึม แต่การปูพรมสีเข้มนั้นมีข้อดีในการเพิ่มความเป็นทางการและหรูหราให้มากยิ่งขึ้น และยังไม่เห็นคราบสกปรกที่ชัดมากนักอีกด้วย

เลือกจากวัสดุของพรมปูพื้น

เมื่อคำนวณพื้นที่และวิธีการใช้งานของห้องต่าง ๆ ภายในบ้านแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงวัสดุพรมปูพื้นที่เลือกใช้ว่าวัสดุของพรมแบบไหนที่เหมาะสมกับการใช้งานภายในห้องต่าง ๆ บ้างตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น

รวมไอเดียแต่งบ้านด้วย พรมปูพื้น

พรมปูพื้น ลวดลายสวยงาม

เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับห้องรับแขกด้วยพรมปูพื้นลวดลายสวยงาม เข้ากับห้องรับแขก อย่างห้องรับแขกห้องนี้ที่มีสีสันสวยงามอยู่ก่อนแล้ว และถ้าหากว่าเลือกพรมปูพื้นที่มีสีสันฉูดฉาดอาจทำให้ห้องสีสันแสบตาจนเกินไปได้

พรมปูพื้นสีเรียบง่าย

ถ้าอยากให้บ้านมีคอนเซปต์เก๋ ๆ ในแต่ละห้อง ก็ทำการคุมโทนสีของห้องต่าง ๆ ด้วยพรมปูพื้นสีที่คล้ายกับเฟอร์นิเจอร์ในห้อง โดยเฉพาะสีขาวหรือเท่าที่สามารถเข้ากับสีอื่น ๆ ได้ง่าย

พรมปูพื้นขนยาว

เสริมความอบอุ่นในห้องรับแขกที่มีเตาผิงด้วยพรมปูพื้นขนยาวที่ให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนอยู่ในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

พรมปูพื้นสีสันลวดลายมีเอกลักษณ์

นอกจากการวางตุ๊กตา ต้นไม้ และหมอนลายกระบองเพชรแล้ว การวางพรมลวดลายอินเดียก็ยังช่วยสร้างเอกลักษณ์และสีสันให้กับห้องนอนลูกเล็กได้เช่นกัน

พรมปูพื้นสไตล์โมเดิร์น

การแต่งห้องนอนด้วยพรมปูพื้นสไตล์โมเดิร์นขนยาวสีขาว ดำ หรือเทา ทำให้ห้องมีความเรียบง่ายแต่มีความหรูหรา

พรมปูพื้นสีธรรมชาติ

วางพรมปูพื้นแบบเส้นใยธรรมชาติหรือพรมชนิดอื่น ๆ สีน้ำตาลอ่อน เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้ห้องนั่งเล่นสไตล์ Loft ที่มีความแข็งทื่อจากปูน

พรมปูพื้นสีสันสวยงาม

ห้องนอนลูกที่ต้องการความสดใสก็วางพรมปูพื้นสีสันสวยงาม อย่าง แดง เหลือง หรือสีอื่น ๆ สามารถเสริมจินตนาการให้กับเด็ก ๆ ได้มากมาย

การดูแลทำความสะอาดพรมปูพื้น

ถึงแม้ว่าพรมปูพื้นจะช่วยเพิ่มความเรียบหรูได้เยอะ แต่พรมปูพื้นก็เป็นแหล่งสะสมของฝุ่นและเชื้อโรคต่าง ๆ มากมาย ผู้อยู่อาศัยจึงจำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดอย่างถูกวิธีเพื่อความสะอาดและสวยงามอย่างยาวนานดังนี้

  1. กำจัดฝุ่นโดยการโรยน้ำยาซักแห้งฝุ่นสำหรับพรมปูพื้น นำแปรงขนอ่อนถูเบา ๆ จึงดูดฝุ่น
  2. ปล่อยให้พรมปูพื้นแห้งสนิทก่อนนำเฟอร์นิเจอร์มาวางทับป้องกันการเกิดหลุมบนพรมปูพื้น
  3. ทำให้พรมปูพื้นดูใหม่ด้วยการนำผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ด
  4. ดูดฝุ่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

สรุปท้ายบทความ

นี่คือเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้การแต่งบ้านของคุณเรียบเงียบและหรูหราขึ้นได้ง่าย ๆ ด้วยพรมปูพื้น แต่ไม่ว่าจะเลือกพรมปูพื้นประเภทไหน การดูและรักษาพรมปูพื้นภายในบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และปัจจุบันก็มีพรมปูพื้นให้เลือกมากมายหลากหลายประเภท นอกจากนี้การเลือกเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ที่เข้ากับบ้านของคุณก็ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ บ้านใหม่ ของคุณสวยงามขึ้นอีกด้วย

อ่านบทความ หาแรงบันดาลใจจาก 7 รายการแต่งบ้าน ใน Netflix

How to: เลือกพรมปูพื้นยังไงให้บ้านคุณสวยขึ้น!

How to: เลือกพรมปูพื้นยังไงให้บ้านคุณสวยขึ้น!

จะแต่งบ้านทั้งที เรื่องที่ขาดไม่ได้เลยก็คือพรม เพราะจะปล่อยพื้นบ้านไว้โล่ง ๆ ก็เหมือนขาดอะไรไป แต่พอจะเลือกซื้อพรมปูพื้นก็ดันไม่รู้จะเลือกแบบไหน วันนี้ Kaidee จะพาคุณไปทำความรู้จักวิธีเลือกพรมปูพื้น และชนิดของพรมปูพื้นตามลักษณะวัสดุ รับรองว่าละเอียดยิบ ได้ความรู้แบบครบเครื่องแน่นอน 

How to: เลือกพรมปูพื้น

การเลือกพรมปูพื้น ก่อนอื่นต้องดูจากลักษณะการใช้งาน ซึ่งจะมี 2 แบบหลัก ๆ คือ การเลือกพรมปูพื้นตามสถานที่ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการเลือกพรมปูพื้นจากวัสดุที่ใช้อีกด้วย

1.เลือกพรมปูพื้นตามสถานที่ 

ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนั่งเล่น

ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนั่งเล่น
ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
  1. เลือกขนาดพรมให้พอดีกับขนาดของชุดโซฟา
  2. หากไม่สามารถหาพรมปูพื้นที่ขนาดพอดีได้ ก็ควรเลือกพรมที่มีขนาดครอบคลุมพื้นที่ของชุดโซฟานั้น ๆ 
  3. หากชุดโซฟาเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม ไม่ควรใช้พรมปูพื้นที่มีรูปร่างโค้งมน
  4. ควรใช้พรมปูพื้นแบบขนสั้นในห้องนั่งเล่นเพราะเป็นพื้นที่ที่สมาชิกในบ้านใช้งานบ่อย

ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับบริเวณทานอาหาร

ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับบริเวณทานอาหาร
ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
  1. ต้องเลือกพรมปูพื้นที่มีขนาดครอบคลุมพื้นที่เมื่อสมาชิกในบ้านใช้งานโต๊ะรับประทานอาหาร พูดอีกอย่างคือ เก้าอี้ไม่ควรเลยพรมปูพื้นออกมา
  2. สามารถใช้พรมปูพื้นรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้ 
  3. ควรเป็นพรมปูพื้นแบบขนสั้นเหมือนในห้องนั่งเล่นเพราะมีการใช้งานบ่อย

ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนอน

ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนอน
ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
  1. เลือกพรมปูพื้นแบบขนยาวหรือขนฟูเพราะห้องนอนเป็นสถานที่ที่เราควรได้รับความผ่อนคลาย
  2. ให้เลือกพรมปูพื้นที่มีขนาดเลยขอบเตียงออกมา เพื่อที่ว่าเท้าของเราจะได้สัมผัสพรมปูพื้นตอนก่อนนอนและหลังตื่นนอน

2.เลือกพรมปูพื้นจากวัสดุ

นอกจากจะเลือกพรมปูพื้นตามสถานที่ใช้งานแล้ว ยังต้องเลือกตามวัสดุที่ใช้อีกด้วย เราจะได้มั่นใจว่าพรมปูพื้นที่เลือกมานั้นถูกใจ 100%

ไขข้อข้องใจ พรมปูพื้นมีกี่แบบ

หากมองเผิน ๆ พรมปูพื้นอาจจะดูเหมือน ๆ กันหมด แต่หากแยกตามชนิดของวัสดุนั้น มีถึง 8 แบบ และหากแยกตามวัตถุประสงค์และวิธีการทอ ก็จะสามารถแบ่งได้อีกถึง 8 แบบเช่นกัน

ชนิดวัสดุของพรมปูพื้น

1. พรมปูพื้นแบบไนลอน 

ข้อดี

-ทนทานมากที่สุดเมื่อเทียบกับพรมปูพื้นที่ทำจากวัสดุอื่น ๆ

-กันน้ำ กันรอย

-ทำความสะอาดง่าย

-มีอายุการใช้งาน 12- 15 ปี

ข้อเสีย

-ราคาสูงกว่าพรมปูพื้นที่ทำจากโพลีเอสเตอร์และโพลีโพรไพลีน

-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน

2. พรมปูพื้นแบบโพลีโพรไพลีน 

ข้อดี

-ป้องกันการเกิดครบสกปรกได้ดีที่สุด

-กันเชื้อรา

-เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานเยอะเป็นพิเศษ

-ราคาถูกกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์ และไนลอน

ข้อเสีย

-ป้องกันน้ำได้น้อยกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากโพลีเอสเตอร์

3. พรมปูพื้นแบบโพลีเอสเตอร์ 

ข้อดี

-นุ่มสบายกว่าพรมปูพื้นชนิดอื่น

-กันน้ำ

ข้อเสีย

-ทำความสะอาดยาก

-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน

-ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อย ๆ 

4. พรมปูพื้นแบบโพลีเอทิลีน 

ข้อดี

-ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล

-สี และ Texture หลากหลายกว่าพรมปูพื้นชนิดอื่น

-ไม่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้

-ราคาไม่แพง

ข้อเสีย

-ไม่นุ่มสบายเพราะทำมาจากพลาสติก

5. พรมปูพื้นแบบขนสัตว์ 

ข้อดี

-ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ

-ให้ความรู้สึกนุ่มฟูมากที่สุด

-ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน

ข้อเสีย

-ทำความสะอาดยาก

-ราคาแพง

-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน

-กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้

-อาจจะมีแมลงต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ในพรม เพราะทำมาจากขนสัตว์

6. พรมปูพื้นแบบอะคริลิก 

ข้อดี

-ให้ความรู้สึกนุ่มแบบพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์

-ราคาถูกกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์

-ไม่มีไฟฟ้าสถิตย์

-กันความชื้น

ข้อเสีย

-ไม่ทนทาน

-ไม่ควรวางไว้ในพื้นที่ที่ใช้งานบ่อย ๆ 

7.พรมปูพื้นแบบทริเอกซ์ต้า 

ข้อดี

-เส้นใยแข็งแรงทนทานกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากโพลีเอสเตอร์

-ยืดหยุ่น

-กันน้ำกันคราบสกปรก

ข้อเสีย

-ไม่นุ่มเท่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์

8.พรมปูพื้นแบบเส้นใยธรรมชาติ 

ข้อดี

-แพทเทิร์นสวยงาน

-ทำจากวัสดุออร์แกนิค เช่น ป่าน ปอ ใยมะพร้าว

ข้อเสีย

-ไม่นุ่มเหมือนพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์หรือเส้นใยสังเคราะห์

ประเภทของพรมปูพื้น

1.พรมปูพื้นแบบดักฝุ่น

พรมปูพื้นแบบดักฝุ่น
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.kcandclean.com/

-ทำจาก PVC 

-สามารถดักฝุ่นและดินที่ติดรองเท้ามาก่อนเข้าตัวตึก

-มักมีแผ่นยางรองด้านล่างแถมมาให้เพื่อกันลื่นและกักเก็บเศษดิน

-สั่งทำพิเศษได้

-ใช้เครื่องดูดฝุ่นในการทำความสะอาด

2.พรมปูพื้นแบบอัดเรียบ

พรมปูพื้นแบบอัดเรียบ
ขอขอบคุณภาพจาก http://www.ptt-china.com/

-ทำจากการอัดเส้นใยสังเคราะห์ให้เป็นแผ่น จึงมีเพียงสีเดียวใน 1 ผืน

-ทำจากโพลิโพรพิลีน มีลักษณะขนที่สั้นและเป็นฝอย

-นิยมใช้ในห้องซ้อมดนตรีและห้องอัดเสียง เนื่องจากมีคุณสมบัติดูดซับเสียงได้ดี

-มีอายุการใช้งาน 2-5 ปี และติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง

3.พรมปูพื้นแบบอัดลูกฟูก

พรมปูพื้นแบบอัดลูกฟูก
ขอขอบคุณภาพจาก http://www.xn--l3ctjh5cya.com

-ลักษณะพรมเป็นแบบห่วงลอนลูกฟูก

-มักทำจากโพลิโพรพิลีนและโพลิเอสเตอร์ 

-ส่วนมากเป็นสีเดียวใน 1 ผืน และนิยมขายเป็นม้วน

-นิยมใช้ในห้องซ้อมดนตรีและห้องอัดเสียง เช่นเดียวกันกับพรมปูพื้นแบบอัดเรียบ

4.พรมปูพื้นแบบแผ่น

-ติดตั้งง่ายจึงได้รับความนิยมสูง

-นิยมใช้ในสำนักงาน เพราะสามารถเปลี่ยนเฉพาะแผ่นที่ชำรุดได้

-ทนทานไม่ฉีกขาดง่าย

-มีอายุการใช้งาน 7-10 ปี และทำความสะอาดง่าย

5.พรมปูพื้นแบบทอมือ

พรมปูพื้นแบบทอมือ
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.vintagecarpets.com/

-มีราคาแพงเนื่องจากใช้ฝีมือและระยะเวลาในการทอ

-มีอายุการใช้งานประมาณ 2-5 ปี และมีความละเอียดมากกว่าพรมปูพื้นแบบอื่น ๆ 

-หากที่ฉลากระบุตัวอักษร ‘H’ หมายความว่าเป็น พรมปูพื้นทอมือที่ทำมาจากขนสัตว์

-หากที่ฉลากระบุตัวอักษร ‘SH’ หมายความว่าเป็น พรมปูพื้นทอมือที่ทำมาจากอะครีลิก

6.พรมปูพื้นแบบทอเครื่อง

พรมปูพื้นแบบทอเครื่อง
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.sourcebynet.com/

-มักเป็นลายแบบสลับสีเพราะทอโดยใช้เครื่องจักร

-ใช้เวลาทอไม่นานและเนื้อสัมผัสเรียบเนียนไม่เห็นรอยต่อ

-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ 

7.พรมทอวูเว่นวิลตัน (Woven Wilton)

พรมทอวูเว่นวิลตัน
ขอขอบคุณภาพจาก https://wiltoncarpets.com/

-ไม่เห็นรอยต่อ

-มีการเล่นลวดลายมากขึ้น 

-ลายที่ใช้จะเป็นลายที่มีสีไม่เกิน 5 สี และมักเป็นลายเรขาคณิต

-นิยมใช้ในโรงแรมเนื่องจากช่วยเพิ่มความหรูหราให้สถานที่

-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ

8.พรมปูพื้นแบบเอ็กซ์มินเสตอร์  (Axminster)

พรมปูพื้นแบบเอ็กซ์มินเสตอร์
ขอขอบคุณภาพจาก carpetshow.en.aliba.com

-เป็นพรมปูพื้นที่สามารถเล่นสีและดีไซน์ได้มากที่สุด

-สีที่ใช้ในพรมปูพื้นชนิดนี้มีมากถึง 11 สี

-นิยมใช้ในห้องจัดเลี้ยงและทางเดินของโรมแรมเนื่องจากช่วยเพิ่มมิติ

-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ

สรุปท้ายบทความสารพัดเรื่องน่ารู้ของพรมปูพื้น

อ่านมาจนถึงตรงนี้ Kaidee หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะมีแบบของพรมปูพื้นอยู่ในใจกันแล้ว เพราะว่ารายละเอียดเรียกได้ว่าเราจัดเต็มให้จริง ๆ หากใครอยากลองหาซื้อพรมปูพื้นลองกดมาดูได้ที่ Kaidee นะคะ