ต้นไม้ฟอกอากาศแต่งบ้านสวย ตัวช่วยเรื่องสุขภาพ

ต้นไม้ฟอกอากาศแต่งบ้านสวย ตัวช่วยเรื่องสุขภาพ

มลภาวะอากาศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก หากคุณยังพักอาศัยอยู่ในเขตเมือง ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น หันมาหาป้องกันความเจ็บป่วยของร่างกายที่เกิดขึ้น เช่น ใส่มาส์ก การซื้อเครื่องฟอกอากาศ รวมถึงวิธีการง่าย โดยใช้ธรรมชาติช่วยบำบัดอย่างการซื้อต้นไม้ฟอกอากาศ มาตั้งไว้ในบ้าน หรือคอนโด ซึ่งมีในปัจจุบันมีต้นไม้หลายชนิดเลยที่มีความสามารถในการฟอกอากาศ แล้วต้นไม้ฟอกอากาศนิยมนำมาตกแต่งบ้านสวย แถมยังเป็นตัวช่วยเรื่องสุขภาพ มีอะไรบ้าง เราลองไปดูกัน

ต้นไม้ฟอกอากาศได้จริงเหรอ

คำตอบของคำถามนี้ น่าจะอยู่ที่ข้อมูลในปี 1989 ที่นาซ่าได้ทำการวิจัยสารปนเปื้อนในอากาศภายในบ้านของเรา มีถึง 87% โดยมาจากของใช้ภายในบ้าน เช่น ฟอร์มาดีไฮด์จากเตาแก๊สหุงต้ม แอมโมเนีย จากน้ำยาทำความสะอาด เบนซิน โทลูอินจากจอคอมพิวเตอร์ และอื่นๆอีกหลายรายการ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ ดูดสารพิษอย่างไร เดี๋ยวเรามาศึกษากระบวนการไปพร้อมๆกันนะ

  1. ดูดสารพิษผ่านการดูดน้ำจากทางราก

หลังจากที่เราทำการรดน้ำ รากจะทำหน้าที่ดูดน้ำไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ในเวลานี้เองสารพิษที่อยู่รอบๆรากจะถูกจุลินทรีย์ในพื้นดินแปลงสถานะสารเคมีในอากาศให้กลายเป็นอาหารของพืข 

  1. ดูดสารพิษผ่านการคายน้ำทางปากใบ หรือการดูดอากาศ

การคายน้ำของปากใบ เกิดในอุณหภูมิของผิวใบที่ต่างจากภายนอก การหมุนเวียนของอากาศรอบปากใบ ทำให้อากาศที่ปนเปื้อนสารพิษ ถูกดูดไปยังราก และจุลินทรีย์ในรากจะทำการย่อยสารพิษให้กลายเป็นอาหารของพืชคล้ายๆกับการดูดน้ำจากทางราก โดยต้นไม้ที่เป็นต้นไม้ฟอกอากาศมีการคายน้ำสูงกว่าต้นไม้อื่นๆ จึงสามารถจำแนกประเภทได้อย่างชัดเจน

 ต้นไม้ฟอกอากาศมีประโยชน์อะไรต่อเราและบ้านของเราบ้าง

ต้นไม้ฟอกอากาศตามท้องตลาด ราคาค่อนข้างสูงเอาเรื่อง แล้วแบบนี้มันคุ้มค่าแค่ไหน ต้นไม้เหล่านี้มีประโยชน์อะไร มากน้อยแค่ไหนที่เราจะตัดสินใจซื้อต้นไม้ฟอกอากาษสักต้น มาตกแต่งในบ้านของเรา

ปรับคุณภาพอากาศ

ต้นไม้มีคุณสมบัติเหมือนเครื่องฟอกอากาศจากธรรมชาติ มีการค้นคว้าวิจัยว่าต้นไม้สามารถกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ หากปลูกไว้ในบ้าน ต้นไม้เหล่านี้จะช่วยกำจัดสารเคมีจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ สาเหตุของโรค เช่น โรคปอด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหืด เป็นต้น

ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย

การเกิดอาการระคายเคืองหรืออาการป่วย จากสภาวะฝุ่นหรืออากาศในบ้าน โดยต้นไม้มีความชื้นโดยรอบ ที่มีส่วนช่วยในการกรองเชื้อโรคในอากาศที่เป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้  มีการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถในการลดฝุ่นละอองในอากาศได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และยังสามารถช่วยลดอาการสมองเสื่อมได้ถึง 36 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงโรคที่พูดถึงกันอยู่บ่อยครั้งอย่าง โรคซึมเศร้า จิตเภทต่างๆ

อารมณ์ดีขึ้น

การใช้เวลากับต้นไม้ ไม่ว่าจะปลูก รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย หรือแม้กระทั่งนั่งมองการเติบโตของต้นไม้ จะช่วงส่งผลให้เรามีสภาวะอารมณ์ที่ดีขึ้น คิดบวก ใจเย็นมากขึ้น อารมณ์คงที่ หรือสามารถช่วยผ่อนคลายความวิตกกังวลได้ ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นทั้งกายและใจ อย่างดอกลิลลี่ ดอกกุหลาบ หากใครคอยปลูกและดูแลต้นไม้ ดอกไม้เหล่านี้ มีส่วนช่วยให้มีความสุขเพิ่มขึ้น และยังส่งผลต่อความจำ ทำให้เราจำได้ดีขึ้นด้วย

พักความล้าของสายตา และช่วยกระตุ้นการคิด

การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ อาจทำให้เราเกิดอาการล้าสายตาได้ การพักผ่อนสายตาสัก 10 นาที เป็นเรื่องที่ควรทำ หากเรามีต้นไม้เล็กๆอยู่บนโต๊ะสักหนึ่งต้น หรือมีโซนสีเชียวภายในบ้าน จะช่วยให้เมื่อเวลาเราพักสายตาจากการทำงาน ยังมีสีเขียวของต้นไม้ที่อยู่ใกล้ตัวเรา ช่วยผ่อนคลายสายตา เป็นการ Green Therapy กระตุ้นน้ำเหลืองให้ไหลเวียนดี ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น     และเผลอๆยังช่วยให้เราได้ไอเดียใหม่ๆในการทำงานอีกด้วย

ได้เวลาไปซื้อต้นไม้แล้ว งั้นเรามารู้จักต้นไม้ฟอกอากาศตกแต่งบ้านสวยยอดนิยมกัน

มลภาวะที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ทั้งจากอากาศภายนอก สารอันตรายภายในบ้าน เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ไซลีน โทลูอีน ไตรคลอโคเอทีลีน ที่ปนเปื้อนในอากาศจากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจโดยที่เราไม่รู้ตัว การมีต้นไม้ฟอกอากาศภายในบ้าน จะมีส่วนช่วยในการดูดจับฝุ่นและกรองสารอันตรายบางชนิดให้เราได้ มาทำความรู้จักต้นไม้เหล่านี้กัน

มอนสเตอร่า

ต้นกำเนิดมาจากเกาะเขตร้อนชื้นในทวีปอเมริกา ใบมีขนาดใหญ่รูปหัวใจ มีแฉก หากใครที่อยากให้มอนสเตอร่าใบมันวาว จะต้องทำความสะอาดใบเป็นประจำ โดยใบของเจ้ามอนสเตอร่านี่แหละ ที่เป็นตัวช่วยในการฟอกอากาศ เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ตั้งเจ้ามอนสเตอร่าให้โดนแดดแสงแดดรำไร แต่ห้ามไว้ในที่แดดจัดเพราะใบจะไหม้ได้ รดน้ำเพียงแค่ 3 วันต่อ 1 ครั้ง และอย่ารดน้ำมากเกินไปนะ จะทำให้รากชื้นหรือเน่าได้นั่นเอง

ไทรใบสัก

ไทรใบสักเป็นไม้ใบที่มีรุูปทรงสวยงาม ลำต้นสูง เหมาะกับการนำไปตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะใครที่อยากให้บ้านดูมีความโมเดิร์น เจ้าไทรใบสักสามารถเนรมิตให้บ้านของเราดูโมเดิร์นขึ้นมาได้ เพียงแค่วางไว้มุมใดมุมนึงของบ้าน  ใบของไทรใบสักมีความสามารถในการฟอกอากาศเช่นกัน โดยใบสวยของไทรใบสักนี่แหละ ที่จะทำหน้าที่จับฝุ่นในอากาศ การดูแลก็ง่ายไม่ยุ่งยาก 

แต่ก็มีเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงอย่างมาก คือ แม้ว่าไทรใบสักจะเป็นต้นไม้ที่ชอบแสงแดด แต่ต้องเป็นเพียงแค่แสงแดดรำไรเท่านั้น หากได้รับแสงแดดโดยตรง  ใบไทรใบสักจะไหม้ได้ค่อนข้างง่าย แถมยังไม่ชอบความชื้นที่มากเกินไปด้วย

ยางอินเดีย

India Rubber Fig หรือ ยางอินเดีย หากปลูกลงดินยางอินเดียสามารถสูงได้ 15-25 เมตร ถิ่นกำเนิดของยางอินเดีย มาจากแถบอินเดียและมาเลเซีย ด้วยความที่มีน้ำยางสีขาวในทุกส่วน จึงเป็นที่มาของชื่อ ยางอินเดีย นั่นเอง ยางอินเดียมีลักษณะใบที่ใหญ่โค้งมน รูปทรงรี คล้ายไข่ บวกกับสีของใบที่เข้มสวยโดดเด่น ทำให้คนส่วนใหญ่จึงนิยมนำยางอินเดียมาตกแต่งบ้าน 

โดยนิยมทั้งยางอินเดียแคระ ยางอินเดียใบด่าง และสายพันธุ์ที่นิยมนำมาตกแต่งบ้านมากที่สุด คือ ยางอินเดียใบดำ ที่มีสีเขียวเข้มกือบดำ ความสามารถของยางอินเดีย คือ ดูดสารพิษและฟอกอากาศได้เป็นอย่างดี ส่วนการเลี้ยงดู แค่รดน้ำพอสมควร รดย้ำอีกครั้งเมื่อดินแห้ง และห้ามตั้งในที่ที่แดดจัดมากเกินไป เพราะจะทำให้ยางอินเดียใบไหม้

เดหลี

ความโดดเด่นของเดหลี คือ สามารถเป็นได้ทั้งไม้ดอกและไม้ประดับ เดหลีมีใบที่สวยงามและดอกของเดหลีมีสีขาวสวยสบายตา เหมาะแก่การนำมาตกแต่งห้อง ต้นกำเนิดของต้นเดหลีมาจากประเทศในทวีปแถบอเมริกาใต้ มีมากกว่า 40 ชนิด 

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า เดหลีนอกจากจะเป็นต้นไม้ที่สามารถฟอกอากาศและดูดความชื้นได้แล้ว ยังมีความสามารถที่เหนือกว่าต้นไม้อื่นๆ ในเรื่องของการดูดสารพิษในอากาศได้อีกด้วย เช่น น้ำยาล้างเล็บ สารไตรคลอโรเอทีลีน ที่อยู่ในเครื่องพิมพ์ เบนซิน ฟอร์มาดีไฮด์ และอื่นๆอีกมากมาย การดูแลเดหลีไม่ยุ่งยาก ตั้งต้นเดหลีในจุดที่โดนแสงแดดรำไร มีอากาศไหลผ่าน เย็นสบาย และควรรดน้ำเดหลี 3 วันต่อสัปดาห์ เพราะเดหลีชอบความชื้นมากๆ

พลูด่าง

พลูด่าง ไม้เลื้อยที่เราพบเห็นกันได้ทั่วไป ทำหน้าที่ตกแต่งอาคารบ้านเรือนได้เป็นอย่างดี โดยลักษณะของพลูด่าง จะมีลำต้นที่เลื้อยไปตามเสาหรือผนังที่เลื้อยได้ มีรากงอกออกมาตามข้อ ปลายใบแหลม ลักษณะใบเหมือนรูปหัวใจ เลี้ยงง่ายมาก มีแค่น้ำและแสงแดด พลูด่างก็สามารถอยู่และเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว 

นอกจากประโยชน์ในการฟอกอากาศของต้นพลูด่างแล้ว ในหนึ่งวัน พลูด่างสามารถลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ถึง 75% และสามารถฟอกอากาศ โดยเฉพาะการดูดสารเคมีในบ้านหรือออฟฟิศที่มีเครื่องถ่ายเอกสาร หรือน้ำยาทำความสะอาดได้ดีมากๆอีกด้วย

ลิ้นมังกร

หอกพระอินทร์ หรือ ลิ้นมังกร เป็นต้นไม้อีกขนิดหนึ่ง ที่เราพบเห็นได้ทั่วไป และยังเป็นที่นิยมของนักแต่งบ้านตัวยง ที่ชอบนำต้นลิ้นมังกรไปตกแต่งบ้าน เนื่องจากปลูกง่าย ดูแลรักษาง่าย แค่อย่ารดน้ำมากเกินไป อาจจะแค่วันเว้นวัน ถ้ามากไปอาจจะทำให้ลิ้นมังกรตายได้ และบวกด้วยความคลาสสิกของตัวใบลิ้นมังกรที่นำไปวางไว้มุมไหนของบ้าน ก็มีความเข้ากันได้แบบไม่ต้องแพลนล่วงหน้า แถมยังสามารถฟอกอากาศให้ปราศจากฝุ่นละอองได้ด้วย 

อีกหนึ่งความโดดเด่นคือ เป็นต้นไม้ที่คายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน และคายคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางวัน ซึ่งต่างจากต้นไม้ชนิดอื่นๆ จึงมั่นใจได้ว่า ลิ้นมังกร จะไม่ทำอันตรายเราอย่างแน่นอน

วางไว้มุมไหนในบ้านดีนะ

ดูตามเพจ เห็นตามโซเชียลมีเดีย มีคนออกแบบวางต้นไม้ฟอกอากาศไว้ในบ้านกันเป็นจำนวนมาก ตกแต่งจนสวยงามไปตามกันๆ ทางเราก็อยากจะมีอะไรแบบนั้นบ้าง ลองเอาช้อยส์ที่เรานำเสนอให้ ไปลองพิจารณาดูก่อนนะ 

มุมห้อง

สำหรับใครที่มีมุมห้องเหลือๆ ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ลองเอาต้นไม้น่ารักๆ ต้นไม้ที่เราชอบ มาลงกระถางน่ารักๆ โทนเดียวกับบ้านที่เราต้องการตกแต่ง มาตั้งนิด วางหน่อย เติมด้วยเฟอร์นิเจอร์ ชั้นไม้ญี่ปุ่น โต๊ะโทนสีน้ำตาล บ้านของเราจะให้ฟีลเหมือนอยู่ร้านกาแฟเลยแหละ

ห้องนอน

เลือกต้นไม้ต้นเล็กๆน่ารัก มาวางไว้มุมห้องนอน โซนแต่งตัวแต่งหน้า ริมหน้าต่างห้อง หรือจะวางไว้บนโต๊ะหัวนอนก็น่ารัก สบายตา แถมยังช่วยฟอกอากาศในห้องนอนเราอีกด้วย ไม่ต้องกังวลเรื่องก๊าซคาร์บอนไดซ์ออกไซด์ที่พืชคายออกมานั้นมีปริมาณน้อยมาก หากเทียบกับการนอนร่วมกับรูมเมท หรือสัตว์เลี้ยง

ห้องน้ำ

ระหว่างที่กำลังนั่งปลดทุกข์ การได้นั่งมองต้นไม้ในมุมไหนสักมุมในห้องน้ำ เป็นสุนทรียภาพที่ดีอย่างหนึ่ง

ระเบียง

สำหรับใครที่อยู่บ้าน หรือคอนโดที่มีพื้นที่ระเบียงกว้าง แนะนำว่ามุมระเบียง เป็นมุมที่เหมาะสมกับการจัดเป็นมุมสวนสีเขียวน่ารักๆได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้ามีพื้นที่กว้างมากพอที่จะวางโต๊ะหรือโซฟาได้ ตกแต่งด้วยไฟสวยๆ มุมระเบียงของคุณจะกลายเป็นมุมสุดโรแมนติก ที่สามารถเอาไว้นั่งทำงานหรือจะเป็นมุมพักผ่อน ฟีลสวนหลังบ้านในอังกฤษที่อบอุ่นและเพลินตามากๆเลยล่ะ

โต๊ะทำงาน

เป็นอีกมุมหนึ่ง ที่ใครหลายๆคนใช้เวลาเกือบท้ังหมดวัน เพื่อทำงานที่เรารักอยู่บนโต๊ะทำงาน น่าจะดีกว่า หากมีต้นไม้ต้นเล็กๆวางบนโต๊ะทำงาน หรือวางต้นไม้ฟอกอากาศ ไว้สักมุมใกล้ๆโต๊ะทำงาน เพื่อเป็น Green Therapy ให้เวลาที่เราเมื่อยล้าสายตา ได้มีที่พักผ่อนบ้าง 

นอกจากต้นไม้จะช่วยให้เรารู้สึกดีแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้นด้วย

ต้นไม้ที่เราเห็นกันบ่อยๆตามในรูปถ่ายชิคๆ หรือสถานที่ต่างๆ ล้วนแต่มีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปตามความต้องการของเรา ทั้งการนำมาปลูกเพื่อตกแต่ง การฟอกอากาศ หรือแม้กระทั่งการปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบริเวณบ้านที่เราอยู่ ต้นไม้ก็สามารถทำหน้าที่สร้างบรรยากาศในแต่ละวันของเราให้สดชื่นมากขึ้นได้ ยิ่งรู้ว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขนาดนี้ เชื่อว่า เหล่าพ่อบ้าน แม่บ้านหลายคน คงไม่พลาดที่จะไปจับจองต้นไม้ฟอกอากาศมาอยู่ในบ้านของเราอย่างแน่นอน

สุดท้าย ใครใคร่อยากไปเดินดูต้นไม้สวยๆงามๆ ก็สามารถไปตลาดต้นไม้หรือร้านต้นไม้ใกล้บ้านคุณได้ แต่ถ้าใครอยากนั่งชอปปิ้งเย็นๆ อยู่บ้านสบายๆ เข้ามาดูต้นไม้ที่ Kaidee กันได้นะ เราเองก็ตำจากในนี้เหมือนกัน ไม่ผิดหวังแน่นอน

เมื่อฉันปลูกไผ่

เมื่อฉันปลูกไผ่

เชื่อว่า “การปลูกผักสวนครัวหรือปลูกต้นไม้” น่าจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างที่หลายคนเลือกทำเพื่อผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดจากการล็อคดาวน์ประเทศเพื่อป้องกันโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว ไม่แพ้การเปิดหม้อทอดไร้น้ำมันปรุงเมนูหมูกรอบชาเลนจ์ 

ฉันเองเป็นคนหนึ่งที่อาศัยจังหวะนี้ ลงมือหยิบเมล็ดพันธุ์ที่เคยขอจากคนนู้นคนนี้มาทดลองปลูกแบบจริงๆ จังๆ สักที ซึ่งไม่เพียงแต่พืชผักสวนครัวเซ็ตเบสิกอย่างพริก คะน้า ผักบุ้ง มะระ เท่านั้น แต่ฉันยังริอ่านปลูกไผ่รวก เพราะหวังไกลว่ามันจะเติบโตจนเป็นไม้ที่นำมาใช้สอยได้ อย่างน้อยๆ ต้องเอามาเป็น “ไม้ค้ำ” ต้นไม้ที่กำลังโต หรือไม่ก็ทำ “ค้างผัก” (ไม้หลักสำหรับให้พันธุ์ไม้เลื้อยยึดเกาะ) สักหน่อย

ลงมือทำเพื่อรู้มากขึ้น 

แม้จะเคยเห็นและได้สัมผัสต้นไผ่มานับครั้งไม่ถ้วน แต่นี่ถือเป็นคร้้งแรกในชีวิตที่ฉันได้พบกับเมล็ดไผ่ หน้าตาออกจะจิ้มลิ้มพริ้มเพรา รูปทรงและขนาดใกล้เคียงกับข้าวเปลือก ปลายข้างหนึ่งเป็นขั้วทรงมนนิดๆ ส่วนอีกด้านมีลักษณะเป็นกลีบใบเรียวยาวซ้อนกันราว 3-4 ชั้น ดูแล้วคล้ายๆ ข้าวโพดที่ยังมีเปลือกหุ้มอยู่เหมือนกัน 

เมล็ดไผ่ไซส์จิ๋วหลิว ฉันขอมาจากกรมป่าไม้

การเพาะต้นกล้าไผ่ไม่ยากเพราะข้างถุงใส่เมล็ดที่ได้มาบอกเพียงให้หยอดเมล็ดลงในวัสดุเพาะและรดน้ำเช้า-เย็นเท่านั้น ซึ่งวัสดุเพาะที่ฉันใช้ทำจากแกลบดำ ดินถุง ขุยมะพร้าว และมูลไส้เดือน ผสมในอัตราส่วนเท่าๆ กัน แล้วร่อนผ่านตะกร้าขนมจีนเพื่อให้ได้วัสดุเพาะที่ละเอียด ไม่มีเศษชิ้นส่วนใหญ่ๆ ที่อาจไปปิดกั้นการหยั่งรากของต้นอ่อน จากนั้นรดน้ำวัสดุเพาะให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ สามารถทดสอบโดยใช้มือกำดินให้แน่น ถ้าอยู่ทรงเป็นก้อนไม่แตก ไม่มีน้ำซึมตามร่องมือก็ถือว่าใช้ได้ 

จริงๆ เราสามารถโปรยเมล็ดลงบนวัสดุเพาะได้เลยและกลบทับด้วยดินร่อนบางๆ เพื่อเวลารดน้ำเมล็ดจะได้ไม่กระเด็นกระดอนหายไป แต่ฉันเลือกหยอดทีละเม็ดลงถาดเพาะทีละหลุม เพราะอยากเช็คเปอร์เซ็นต์การงอกว่าปลูกครั้งแรกนี้จะประสบความสำเร็จแค่ไหน และอีกอย่างคือจะได้ง่ายตอนย้ายต้นกล้าไปลงกระถางใครกระถางมัน

ความสุขของการรอคอย

จะว่าไปแล้วช่วงล็อคดาวน์อยู่บ้านของฉันไม่ได้น่าหดหู่ซะทีเดียว เพราะมีเจ้าเมล็ดไผ่น้อยให้คอยดูแล ฉันแวะเวียนทักทายรดน้ำเช้าเย็นทุกวัน หวังใจว่าจะมีตุ่มสีเขียวๆ ผุดขึ้นจากดินสักที มันเป็นโมเมนต์ที่ฉันพบว่าการรอคอยโดยไม่รู้บทสรุปก็เป็นความสุขได้เหมือนกัน

และแล้ววันที่ฉันอยากเห็นก็มีถึง กลีบใบเลี้ยงสีเขียวเท่าปลายขี้เล็บเริ่มแต่งแต้มให้ถาดเพาะสีทึมๆ ดูมีชีวิตชีวา จากนั้นอีกราวสัปดาห์ต่อมา พัฒนาการของน้องไผ่เบบี้ก็เริ่มชัดขึ้น ลำต้นอ่อนขนาดเล็กกว่าไม้จิ้มฟันค่อยๆ ยืดสูงเหนือผิวดิน พร้อมผลิใบเลี้ยงใบแรกออกมาเซย์ฮัลโหลกับฉันอย่างเป็นทางการ จากต้นอ่อนต้นแรก ถาดเพาะของฉันค่อยๆ ทะยอยมีสีเขียวปรากฏขึ้นกระจัดกระจายกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากให้คะแนนความสำเร็จแล้ว ฉันให้ตัวเองผ่านฉลุย ไปลุยด่านถัดไปได้เลย

ใบไผ่สีเขียวในสวนรกๆ ของฉัน เห็นทีไรก็ชื่นใจทุกที

วันเวลาผ่านไปนานแค่ไหนฉันจำไม่ได้ มารู้ตัวอีกทีเมื่อสังเกตเห็นว่าใบของต้นอ่อนแผ่เลยขอบหลุมเพาะและจำนวนใบไผ่ก็มีมากกว่า 4 ใบซะแล้ว ซึ่งตรงนี้ฉันคิดเองเออเอง (ถ้าผิดพลาดอย่างไรก็ขออภัยผู้อ่านด้วย เพราะฉันมือใหม่หัดปลูกจริงๆ) ว่าคงเหมือนกับชุดความรู้เดิมที่ว่าเราจะย้ายต้นกล้าไม้ได้ก็ต่อเมื่อต้นอ่อนมีใบจริงครบ 4 ใบ จึงไม่รอช้าคว้ากระถางใบเล็กมาเรียงราย ตักดินเพาะใส่แล้วลงมือย้ายบ้านใหม่ให้น้องไผ่ได้เติบโตต่อไป

Tips: การย้ายต้นกล้าควรทำอย่างใจเย็นเพื่อไม่ให้น้องปลอบช้ำ และควรย้ายช่วงเย็นเพื่อลดปัญหาแสงแดดและความร้อนซึ่งจะทำให้ต้นกล้าได้พักฟื้นและคืนตัวดีกว่าย้ายเวลาอื่น 

เวลาช่วยพาเธอเติบโต 

ผ่านไปอีกเดือน ฉันยังคงอยู่บ้าน Work from home เหมือนเดิม และกิจกรรมรดน้ำต้นไม้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต พอๆ กับการเฝ้าดูการเติบโตของไผ่ในกระถางใบใหม่ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ฉันเห็นว่าไผ่แต่ละต้นมีพัฒนาการต่างกัน เหมือนกับคนเราที่มีเส้นทางเติบโตเป็นของตัวเอง ต้นไหนขยันหาอาหารกินเก่งก็มักจะแตกใบอ่อนพร้อมกับลำต้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่บางต้นดูบอบบางทนแดดทนลมไม่ไหวปล่อยใบเหลืองร่วงโรยและโบกมือบ๊ายบายฉันไปอย่างไร้เยื่อใย 

จากไผ่รวก 60 เมล็ด งอกเป็นต้นอ่อนราว 40 ต้น ตอนนี้ฉันมีผู้เหลือรอดเพียง 12 ต้นเท่านั้น!! (ร้องไห้แปบ…ฮือๆ)

หากการปลูกไผ่คือวิชาที่ต้องเข้าห้องสอบ ตัวเลขข้างต้นคงบอกอยู่ทนโท่แล้วว่าฉันสอบตก ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังมีหวังอยู่ดี เหมือนอย่างที่เขาพูดว่า “สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” ฉันประคบประหงมต้นไผ่ที่เหลือต่อไปทั้งรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และเปลี่ยนกระถางใหญ่ขึ้นเมื่อพบว่ารากไผ่ชอนไชออกมาข้างนอก

Tips : ควรเปลี่ยนกระถางให้เหมาะกับไซส์ของต้นไม้ เพราะกระถางที่ใหญ่เกินจะทำให้เกิดความชื้นส่วนเกินในดินเยอะจนต้นไม้อาจตายได้ ขณะที่กระถางไซส์เล็กเกินไปจะจำกัดการเจริญเติบโตของพืช 

แต่อย่างที่เขาว่าอีกนั่นแหละ “สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง” ต้นไผ่ที่ฉันปลูกไว้ช่วยยืนยันอีกเสียง เพราะจากไผ่หนึ่งโหลไม่ขาดไม่เกิน ตอนนี้เปลี่ยนไปเหลือแค่ 4 ต้นแล้ว (ร้องไห้อีกรอบจ้า…แง) สารภาพตรงๆ ว่านาทีนั้นฉันเสียใจ เหมือนว่าความพยายามที่ลงไปกลับสูญเปล่า ฉันเห็นแต่ซากไผ่ที่ยืนต้นตาย ใบเหี่ยวแห้งทะยอยร่วงหล่นลงพื้น โดยลืมไปว่ายังมีไผ่อีกตั้ง 4 ต้นที่ชูก้านแตกกิ่งรอวันเติบโต ฉันคิดว่าคนเราก็แบบนี้ล่ะมั้ง เห็นด้านร้ายก่อนด้านดี เศร้ากับสิ่งที่สูญเสียมากกว่าดีใจกับสิ่งที่เหลืออยู่

สภาพต้นไผ่ 3 ต้นที่เหลือรอด ส่วนอีกต้นสูงเกินกว่าจะยกมาถ่ายกรุ๊ปช๊อตด้วยกัน

ให้ธรรมชาติเป็นผู้นำทาง

ฉันยกให้ไผ่ทั้ง 4 ต้นคือไผ่รวกที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี มันเติบโตตามวิถีของตัวเอง (แม้อยู่ในกระถางที่จัดให้) มีต้นหนึ่งโตเร็วมากจนตอนนี้สูงเลยศีรษะฉันไปแล้ว ผิดกับอีกต้นที่ยังกล้าๆ กลัวๆ เหมือนไม่อยากโตสักที แต่ไม่ว่าจะต้นไหนฉันก็รักและภูมิใจอยู่ดี เพราะนี่คือหลักฐานความสำเร็จของมือใหม่หัดปลูกที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ลงมือปลูกต้นไม้อื่นๆ อีกมากมาย 

วันนี้ฉันมองต้นไผ่ด้วยความคิดที่เปลี่ยนไปจากวันแรก เลิกคาดหวังว่าไผ่ต้องโตต้องใหญ่จนตัดมาใช้สอยได้แล้วหันมาดื่มด่ำกับความธรรมดา ณ ปัจจุบัน เห็นไผ่หยอกล้อกับแสงแดดยามเช้า ฟังเสียงลมพัดกิ่งไผ่กระทบกัน มันเป็นจังหวะของธรรมชาติที่นำพาให้ฉันหลุดจากโลกที่แสนวุ่นวายสู่ความเรียบง่ายที่สงบงาม

ต้นไม้ให้ร่มเงาปลูกในบ้านมีข้อดีอย่างไร?

ต้นไม้ให้ร่มเงาปลูกในบ้านมีข้อดีอย่างไร?

อีกหนึ่งวิธีรับมือกับความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้ก็คือ การปลูกต้นที่ให้ร่มเงาในบ้าน นั่นเอง โดยภายในบ้านจะนิยมปลูกต้นไม้ที่ให้ร่มเงาในบริเวณบ้านหรือรอบ ๆ บ้าน ซึ่งต้นไม้ที่ปลูกนั้นจะมีอายุหลายปี มีลักษณะลำต้นที่ตั้งตรง มีการแตกกิ่งก้านสาขาออกเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้นไม้ใหญ่ สง่า สวยงาม ด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ ของต้นไม้ คือ ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ และดอก ว่ากันว่าต้นไม้ยืนต้นเพียงต้นเดียว สามารถลดอุณหภูมิความร้อนบริเวณรอบต้นไม้ได้เท่ากับเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่หลาย ๆ เครื่องได้เลยล่ะ      

ต้นไม้ประโยชน์เยอะกว่าที่คิด

โดยการปลูกต้นไม้ทำให้เราไม่ต้องพึ่งพาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความเย็นอย่างพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเลย ซึ่งจะทำให้บ้านของเราประหยัดค่าไฟไปอีกหลายบาทได้เลย การที่ปลูกต้นไม้ยืนต้นที่ช่วยให้ร่มเงากับบ้านนั่นมีประโยชน์อยู่เยอะ อย่างเช่น ทำให้บ้านร่มรื่นเย็นสบาย ทำให้รอบ ๆ บริเวณบ้านมีอากาศที่บริสุทธิ์ ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าในการเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับการและช่วยสร้างบังแดด ลดแรงปะทะจากพายุฝน เป็นต้น 

สำหรับการปลูกต้นไม้ให้ร่มเงากับบ้านนั้นมีวิธีการปลูกที่หลากหลายรูปแบบ เพราะต้นไม้ยืนต้นที่มีหลากหลายชนิด สามารถนำมาปลูกให้เข้ากับใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด แล้วปลูกแบบไหน วิธีไหนบ้าง มาดูกันเลย

ปลูกต้นไม้ให้ถูกทิศทาง 

ร่มเงาช่วงเช้า: ควรปลูกทางทิศตะวันออก จะทำให้บ้านเย็นจากแดดตอนเช้าได้ แต่แนะนำให้คนออกไปสูดอากาศรับแดดยามเช้าด้วยนะ เพราะแดดช่วงเช้าดีต่อสุขภาพ

ร่มเงาช่วงเที่ยง: ปลูกต้นไม้บริเวณที่ต้องการได้เลย เนื่องจากแสงแดดจะอยู่บนศีรษะของเราพอดี

ร่มเงาช่วงบ่าย: ควรปลูกต้นไม้เยื้องไปทางทิศตะวันตก ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่แสงแดดจากดวงอาทิตย์แรงที่สุด แนะนำให้ปลูกต้นไม้ที่ใหญ่และมีทรงพุ่มที่หนาหรือต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบเพื่อช่วยป้องกันรังสี UV และความร้อนจากดวงอาทิตย์  

ข้อดีของต้นไม้ให้ร่มเงา  

1. สามารถลดความร้อนได้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าต้นไม้ใหญ่หนึ่งต้นสามารถลดอุณหภูมิความร้อนบริเวณรอบ ๆ ได้เท่ากับเครื่องปรับอากาศหลาย ๆ ตัวรวมกันเลย โดยเฉพาะตอนกลางวันจะเป็นช่วงเวลาที่เห็นประสิทธิภาพของต้นไม้ได้ดีที่สุด เพราะช่วงกลางวันถึงช่วงบ่าย จะเป็นช่วงเวลาที่ร้อนมากที่สุดนั่นเอง ซึ่งถ้าได้ปลูกต้นไม้ที่ให้ร่มเงาไว้รอบ ๆ บริเวณบ้าน จะทำให้บ้านนั้นเย็นสบาย ป้องกันแสงแดด สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศได้เลย ยิ่งถ้าเป็นช่วงกลางคืนอากาศจะเย็นกว่าปกติเลยล่ะครับ 

2. อากาศบริสุทธิ์ขึ้น 

ต้นไม้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยบังแดด ทำให้บ้านเย็นขึ้นอย่างเดียว แต่ยังสามารถช่วยให้อากาศรอบบริเวณบ้านบริสุทธิ์ขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ริมถนนใหญ่หรือถนนสาธารณะยิ่งควรปลูก เพราะต้นไม้จะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงสารพิษอื่น ๆ ที่เป็นพิษต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม ทำให้อากาศบริเวณนั้นบริสุทธิ์ สังเกตได้เลยว่า ถ้าเราออกมาสูดอากาศในช่วงเช้าจะรู้สึกสดชื่นขึ้น เหมือนได้ฟอกปอด ที่สำคัญทำให้สุขภาพและคุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นตามไปด้วยนะ 

3. แนวบังลมชั้นดี 

ต้นไม้ที่เป็นแนวบังลมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกันลมพัดผ่าน แต่หมายถึงป้องกันลมพายุที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับบ้านของเราได้ ซึ่งต้นไม้ยืนต้นที่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญที่สามารถช่วยป้องกันลมที่รุนแรงได้นั่นเอง โดยต้นไม้ที่จะนำมาปลูก ควรเลือกต้นไม้ที่สามารถช่วยลดแรงปะทะของลมได้ เช่น ต้นไทรย้อยและต้นหลิวทอง เป็นต้น 

4. บดบังส่วนของบ้าน เพิ่มความเป็นส่วนตัว

โดยส่วนใหญ่ต้นไม้ที่ให้ร่มเงาจะเป็นต้นไม้ที่ลำต้นตรงและสูง มีกิ่งก้านสาขาแตกออกเป็นจำนวนมาก ทำให้มีร่มเงาและบดบังได้ดี ซึ่งเหมาะสำหรับการที่จะนำมาปลูกเป็นแนวรั้วให้บดบังในส่วนของตัวบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัวหรืออาจจะนำมาปลูกใกล้ ๆ ตัวบ้านเพื่อให้ร่มเงาและบดบังในส่วนตัวบ้านที่อยากจะปิดเพื่อความสวยงาม แต่!! แนะนำว่าอย่าปลูกใกล้ตัวบ้านมาก เพราะรากของต้นไม้ใหญ่ทั้งหลายรากจะแผ่ขยายใหญ่มาก อาจจะสร้างความเสียให้กับตัวบ้านในอนาคตได้

5. ประหยัดค่าไฟฟ้า

เมื่ออากาศรอบบริเวณบ้านเย็นขึ้น ร่มรื่นขึ้น ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศและพัดลมในบางวันได้ วันไหนชิล ๆ ก็เปิดประตูบ้านหรือหน้าต่าง รับลมที่เย็นสบายและอากาศที่บริสุทธิ์ อีกทั้งยังช่วยให้ภายในบ้านได้ถ่ายเทนำอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไปหมุนเวียนส่งผลให้บ้านไม่มีกลิ่นอับ ทำให้คนในครอบครัวรู้สึกหายใจสะดวกและสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย

สรุปท้ายบทความ

จะเห็นได้ว่าต้นไม้นั้นมีประโยชน์มากมายหลายด้าน ทั้งช่วยให้ร่มเงา ทำให้บ้านเย็นสบาย ทำให้อากาศโดยรอบบริสุทธิ์ รวมไปถึงทำให้เราสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าภายในบ้านได้ เนื่องจากบ้านเย็นด้วยร่มเงาจากต้นไม้ เราก็ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศและพัดลมในบางช่วงเวลาได้ ทำให้เห็นว่าธรรมชาติกับมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ มนุษย์ต้องอยู่ร่วมกันและต้องพึ่งพาธรรมชาติ เพราะธรรมชาติให้ชีวิตและเป็นรากฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดรวมถึงมนุษย์ด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างเพื่อน ๆ กับข้อดีของต้นไม้ที่ให้ร่มเงา รู้แบบนี้แล้ว ควรปลูกต้นไม้สักต้นหรือ 2 ต้นไว้ในบ้านกันแล้วละ ที่ Kaidee Marketplace เราก็มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อไปปลูกได้เลย แวะมาดูก่อนได้นะ 

15 ต้นไม้ปลูกในบ้านดับร้อนเติมความร่มรื่น

15 ต้นไม้ปลูกในบ้านดับร้อนเติมความร่มรื่น

ในปัจจุบันไม่ว่าในประเทศไทยหรือจะเป็นต่างประเทศก็ประสบปัญหาโลกที่ร้อนขึ้น อากาศร้อนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทุกคนก็หันไปพึ่งพาเครื่องปรับอากาศกันเป็นส่วนใหญ่ แต่รู้หรือไม่ว่ามีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้หายร้อนได้ ให้ทั้งความร่มรื่น ร่มเย็น และยังช่วยให้ร่างกายได้รับอากาศบริสุทธิ์ ทำให้สุขภาพดีขึ้นอีกด้วย สิ่งนั้นก็คือ ‘ต้นไม้’ นั่นเอง

ประโยชน์ของต้นไม้ 

รู้หรือไม่ ต้นไม้ขึ้นชื่อว่าเป็นรากฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดรวมถึงมนุษย์ด้วย ประโยชน์ของต้นไม้นั้นมีเยอะมาก ไม่ว่าจะช่วยให้อากาศบริเวณรอบ ๆ บริสุทธิ์ โดยในช่วงเช้าหรือช่วงที่มีแสงสว่าง ต้นไม้จะทำหน้าที่คายออกซิเจนออกมา จึงทำให้อากาศบริเวณรอบ ๆ นั้นสดชื่น ใครได้มาสูดอากาศ จะทำให้ร่างกายนั้นสดชื่น หายจากอาการเหนื่อยเมื่อยล้าขึ้นมาเลยละ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวดินแข็งแรง ทำให้ระบบนิเวศสมบูรณ์ ที่สำคัญเลย คือ ช่วยเป็นร่มเงา บังแสงแดด ช่วยให้เกิดความร่มรื่น แถมยังเย็นสบายตลอดวันอีกด้วย

วันนี้เราจะมาแนะนำ 15 ต้นไม้ที่ปลูกในบ้านหรือในเขตรั้วบ้าน เพื่อดับร้อนเติมความร่มรื่นให้ภายในบ้าน มีต้นไม้อะไรบ้าง มาดูกันเลย 

1. ต้นรวงผึ้ง  

ต้นรวมผึ้งถือว่าเป็นต้นไม้อันทรงคุณค่า เพราะว่า เป็นต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10

โดยต้นรวงผึ้งมีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูง 5 เมตร ขึ้นได้ในที่แล้ง ลำต้นแตกกิ่งต่ำ ลักษณะลำต้นเป็นทรงพุ่มมน มีดอกสีเหลือง เป็นดอกช่อ 3 ชั้นขึ้นตามซอกใบ ทำให้ดอกมีความโดดเด่น 

ซึ่งต้นรวงผึ้งนั้นมีลักษณะต้นและมีดอกที่สวยงาม อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้ผู้ที่ได้สูดดมเข้าไปรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย และที่สำคัญ ยังช่วยบังแดด ให้ร่มเงา ทำให้บ้านร่มรื่น น่าอยู่ เย็นสบาย

2. ต้นประดู่

ต้นประดู่เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 10 – 25 เมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นพูไม่กลม เปลือกมีสีเทาหรือสีดำ ใบมีลักษณะเป็นรูปมนรี ปลายใบแหลม โคนมน ขอบใบเรียบมันสีเขียว ในส่วนของดอกมีลักษณะเป็นช่อขนาดใหญ่ สีเหลือง มีกลิ่นหอม ซึ่งจะออกดอกก่อนฤดูฝน 

โดยต้นประดู่นั้นจะช่วยป้องกันลม ให้ร่มรื่น มีร่มเงาให้กับบ้าน ทำให้บ้านเย็นสบาย อีกทั้งยังมีความเชื่อว่า ถ้าปลูกไว้ในบ้านจะทำให้เกิดพลังแห่งความยิ่งใหญ่ด้วย      

3. ต้นจำปา

ต้นจำปาเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 15 – 30 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาลปนขาวเล็กน้อย ใบมีลักษณะเป็นมันสีเขียวและดอกมีลักษณะดอกเดี่ยว ขนาดใหญ่ สีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอม 

โดยต้นจำปาเป็นต้นไม้ประเภทดอกหอมสวยงาม มีกลิ่นหอม ถ้าผู้ที่ได้สูดดมเข้าไปจะทำให้สดชื่น คลายความเครียดได้ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาได้ดีมาก ๆ อีกด้วย  

4. ต้นลีลาวดี

ต้นจำปาเป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ยแคระถึงสูงมาก มีความสูงประมาณ 0.9 – 12 เมตร มีลำต้นหนา แตกกิ่งก้านและมีพุ่มที่สวยงาม ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว หนา เหนียวแข็งแตกสาขาออกลักษณะคล้ายขนนกและในส่วนของดอกมีขนาดกลางถึงใหญ่ ออกเป็นช่อ โดยดอกจะบานพร้อมกัน 10 – 30 ดอก มีกลิ่นหอม 

โดยต้นลีลาวดีเป็นต้นที่มีลำต้นใหญ่ มีดอกที่หอมสดชื่น อีกทั้งยังสามารถให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี

5. ต้นหูกวาง

ต้นหูกวางเป็นไม้ยืนต้นประเภทผลัดใบ มีความสูงประมาณ 8 – 25 เมตร มีกิ่งแตกรอบลำต้นตามแนวนอนเป็นชั้น ๆ คล้ายฉัตร ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลมเป็นติ่งสั้น ๆ และดอกมีขนาดเล็ก สีขาวนวล ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ

โดยต้นหูกวางมีลักษณะเป็นต้นไม้ใหญ่ เมื่อโตเต็มที่แล้วต้นจะค่อนข้างใหญ่มาก ปกคลุมพื้นที่บริเวณรอบ ๆ ให้มีความร่มเย็น ร่มรื่น ผ่อนคลาย เหมาะกับการปลูกในบ้านเพื่อให้บ้านเย็นจากแสงแดดนั่นเอง ส่วนใครที่จะปลูกในบ้าน ควรจะมีพื้นที่บริเวณรอบบ้านเยอะพอสมควรด้วยนะ   

6. ต้นหูกระจง

ต้นหูกระจงเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15 – 20 เมตร ลำต้นสีน้ำตาล ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว ปลายใบเป็นติ่งแหลม หนาและเหนียว สีเขียวเรียบมันและดอกมีลักษณะเป็นแท่ง ปลายแยกเป็น 5 แฉก ไม่มีกลีบ มีสีขาว

โดยต้นหูกระจงนั้นเป็นไม้ยืนต้นที่สามารถให้ร่มเงาให้กับบ้านได้ อีกทั้งเนื้อไม้ของต้นหูกระจงยังสามารถนำมาใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้อีกด้วย    

7. ต้นหูหนู 

ต้นหูหนูเป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 15 – 20 เมตร มีลำต้นตั้งตรง ปลายยอดเป็นรูปสามเหลี่ยม มีลำต้นผิวสีน้ำตาลเข้ม ใบมีลักษณะปลายใบมน ขอบใบเรียบ เรียงตัวคล้ายใบมะขาม สีเขียวเข้ม ผิวใบมัน ดอกจะขึ้นแตกต่างกันแล้วแต่เพศของต้นไม้ โดยเพศผู้ จะออกดอกเป็นช่อ ส่วนเพศเมียนั้นจะออกดอกตามง่ามใบ 

โดยต้นหูหนูเป็นไม้ยืนต้น มีทรงพุ่มที่แผ่ออกกว้าง แน่น นิยมปลูกไว้ให้ร่มเงา ร่มรื่น เย็นสบาย 

8. ต้นไทรย้อย

ต้นไทรย้อยเป็นต้นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 10 – 20 เมตร มีลำต้นสีน้ำตาลแตกสาขาเป็นกิ่งก้านแบบพุ่มทึบ แต่บางชนิดเป็นพุ่มโปร่ง ใบมีลักษณะรูปวงรี รูปใบหอกหรือรูปไข่แกมวงรี ดอกมีลักษณะเป็นช่อ มีรูปร่างกลมคล้ายผล ออกเป็นคู่ตามซอกใบ 

โดยต้นไทรย้อยนอกจากจะให้ร่มเงากับที่อยู่อาศัยแล้ว ยังมีความเชื่อของคนไทยโบราณที่เชื่อว่าต้นไทรมีเทพารักษ์อาศัยอยู่ที่จะช่วยคุ้มครองบ้านและเจ้าของบ้านให้เกิดความร่มเย็น คุ้มครองจากภัยอันตรายทั้งหลายนั่นเอง 

9. ต้นกันเกรา

ต้นกันเกราเป็นต้นไม้ขนาดกลาง สูงประมาณ 15 – 25 เมตร มีลำต้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม ใบมีลักษณะเป็นรูปมน ปลายแหลม โคนมน สีเขียวมันวาว ทรงพุ่งเป็นทรงฉัตรแหลมดอกมีลักษณะกลมเล็กสีเหลือง มีกลิ่นหอม 

โดยต้นกันเกรานั้นเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาให้กับบ้าน ทำให้บ้านเย็นจากความร้อนและยังเป็นต้นไม้มงคลที่คนนิยมนำมาทำพิธีกรรมเมื่อสร้างบ้าน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาบูชาพระได้ด้วยนั่นเอง   

10. ต้นเหลืองปรีดียาธร

ต้นเหลืองปรีดียาธรเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก สูงประมาณ 8 – 10 เมตร ลำต้นเป็นสีน้ำตาล ใบมีลักษณะเป็นรูปรี ปลายใบมนและแหลม หนาแข็ง มีสีเขียวอมขาว ส่วนดอกมีลักษณะกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก 5 กลีบ ออกเป็นช่อ ช่อละ 3 – 10 ดอก สีเหลือง

โดยต้นเหลืองปรีดียาธร เป็นต้นไม้ยืนต้นที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว โตเต็มที่จะสามารถให้ร่มเงากับที่อยู่อาศัยได้และพอถึงฤดูออกดอก ทั้งต้นจะปกคลุมไปด้วยดอกที่สวยงาม 

11. ต้นอโศกอินเดีย

 ต้นอโศกอินเดียเป็นต้นไม้ยืนต้นสูง สูงประมาณ 25 เมตร ลำต้นเป็นสีเทาเข้มหรือเทาปนน้ำตาล ใบมีลักษณะปลายแหลมยาว สีเขียวเป็นมัน ดอกมีลักษณะกลีบดอกเป็นคลื่นกระจุกเป็นรูปดาว 6 แฉก สีเขียวอ่อน ผลมีลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีดำ

โดยต้นอโศกอินเดียจะนิยมนำมาปลูกไว้แนวรั้วบ้าน ไม่ว่าจะนอกบ้านหรือในบ้าน จะช่วยป้องกันแสงแดด ให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี   

12. ต้นสารภี 

ต้นสารภีเป็นไม้ยืนต้นสูง สูงประมาณ 10 – 15 เมตร ลำต้นสีน้ำตาลแกมแดง ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่ ดอกออกกระจุกตามกิ่ง สีขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอม

โดยต้นสารภีจะมีปลายยอดเป็นทรงพุ่มทึบ สามารถให้ร่มเงา ปกป้องบ้านจากแสงแดดและยังช่วยบังลมที่พัดมาอย่างแรงได้อีกด้วย นอกจากนี้เนื้อไม้ของต้นสารภีมีความแข็งแรงทนทาน คนจะนิยมนำมาทำเป็นพื้นกระดานสำหรับที่อยู่อาศัย รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง  

13. ต้นราชพฤกษ์

ต้นราชพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 10 – 20 เมตร ลำต้นอ่อนมีสีเทาแกมเขียว ต้นที่มีอายุมากจะมีลำต้นสีน้ำตาล ใบมีลักษณะเป็นรูปทรงรี รูปไข่ โคนใบมน ปลายแหลม สีเขียวอ่อนและเขียวสด ดอกมีลักษณะรูปรีหรือกลม ช่อดอกโปร่งยาวสีเหลือง ผลมีลักษณะเป็นฝักยาว ทรงกลม

โดยต้นราชพฤกษ์ สามารถปลูกเพื่อให้ร่มเงา บังแดดให้กับที่อยู่อาศัยได้     

14. ต้นแคนา

ต้นแคนาเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 10 – 20 เมตร มีลำต้นตรง สีน้ำตาลอ่อนอมเทา ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่ ปลายใบคี่แหลม โคนใบเบี้ยว สีเขียว ดอกมีลักษณะเหมือนแตรขนาดใหญ่สีขาว ผลมีลักษณะเป็นฝักแบน โค้งและบิดเป็นเกลียว

โดยต้นแคนาจะมีลักษณะปลายยอดเป็นทรงพุ่ม สามารถนำมาปลูกภายในบริเวณบ้านเพื่อประดับและให้ร่มเงา บังแดดให้ร่มรื่นได้อีกด้วย    

15. ต้นไผ่เลี้ยง

 ต้นไผ่เป็นต้นไม้ที่มีลำตรง สูงประมาณ 2 – 6 เมตร ลำต้นมีลักษณะกลมและเกลี้ยง สีเขียวมันและมีขนสีขาว ใบมีลักษณะแคบเล็ก ปลายแหลม นิยมปลูกตามแนวรั้วเพื่อความสวยงามและได้บังแดดได้ดี

โดยต้นไผ่เลี้ยงเป็นต้นไม้ประดับที่มีทรงพุ่มที่สวย นิยมปลูกตามแนวรั้วเพื่อให้ร่มเงาและกันลมได้   

สรุปท้ายบทความ 

ต้นไม้นั้นเป็นสิ่งที่ช่วยให้ความร่มรื่น ช่วยทำให้อากาศโดยรอบบริสุทธิ์ ถ้าได้สูดอากาศท่ามกลางต้นไม้ จะรู้สึกเลยว่า ร่างกายเหมือนได้รับพลัง ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ต้นไม้จึงมีส่วนสำคัญและมีประโยชน์มากในการเป็นส่วนหนึ่งของทุก ๆ ชีวิตนั่นเอง 

ถ้าหากอยากมีต้นไม้ยืนต้นปลูกไว้ในรั้วบ้านสักต้นหรือ 2 ต้นเพื่อให้บ้านร่มรื่น สามารถหาได้ที่ Kaidee Marketplace ได้เลย เรามีต้นไม้หลากหลายพันธุ์ หลากหลายเจ้า หลากหลายราคาให้ทุกคนได้เลือกตามใจชอบเลยครับ 

รวมต้นไม้มงคลเสริมดวงเรียกทรัพย์ เฮงส่งท้ายปีนี้ ต้อนรับปีหน้า

รวมต้นไม้มงคลเสริมดวงเรียกทรัพย์ เฮงส่งท้ายปีนี้ ต้อนรับปีหน้า

ต้นไม้มงคล ต้นไผ่กวนอิม

ต้นไม้มงคลยังคงกระแสดีไม่มีแผ่วมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน คงเพราะแค่ได้ยินว่าต้นไหนพันธุ์อะไรจัดอยู่ในหมวดหมู่ต้นไม้มงคล ก็เพิ่มระดับความน่าปลูกสำหรับสายมูได้แล้ว

หากจะเจาะลึกอีกนิด ต้นไม้มงคลนั้นสามารถแบ่งออกตามด้านที่ช่วยเสริมสิริมงคล เช่น ความรัก การงาน สุขภาพ และโชคลาภเงินทอง 

วันนี้เรารวบรวม 10 ต้นไม้มงคลที่ช่วยเสริมดวงเรียกทรัพย์ให้มั่งมีเงินทองโดยเฉพาะมาฝาก เลื่อนลงไปดูกันดีกว่าว่ามีต้นไหนบ้าง

ไผ่กวนอิม

ต้นไม้ที่ขาดไม่ได้ในวงการฮวงจุ้ย ไผ่กวนอิมจัดอยู่ในประเภทไม้พุ่มเลี้ยงง่าย คนโบราณเชื่อว่าปลูกไผ่กวนอิมแล้วจะช่วยส่งเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่งด้านเงินทอง และนำพลังด้านบวกมาสู่ครอบครัว ปกติจะนิยมปลูกต้นไผ่กวนอิมทางทิศตะวันออกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้พักอาศัย

วิธีดูแล

การปลูกต้นไผ่กวนอิมทำได้ทั้งในดินและน้ำ ขั้นตอนการปลูกในดินอย่างแรกคือเตรียมดิน แนะนำว่าควรเป็นดินแห้ง ๆ มาผสมกับดินที่มีความร่วนชื้นให้ได้ดินที่เหมาะแก่การปลูกไผ่กวนอิม 

เนื่องจากไผ่กวนอิมเป็นต้นไม้ที่ชอบน้ำมาก จึงต้องหมั่นรดน้ำเมื่อเห็นว่าดินเริ่มแห้ง หลังใส่ปุ๋ยครั้งแรกก็เว้นไป 3 – 4 เดือนค่อยใส่ ให้โดนแสงแดดพอประมาณเพื่อไม่ให้ใบโตเร็วเกินไป

ส่วนการปลูกในน้ำคือเติมน้ำสะอาดลงในกระถาง หากเป็นน้ำที่มีคลอรีน แนะนำให้กรองให้สะอาดก่อนเพราะคลอรีนอาจจะทำให้ใบไผ่ไหม้ได้ จากนั้นก็ใช้ก้อนกรวดยึดให้ต้นไผ่ตั้งตรงอยู่ในน้ำ ต้องคอยเปลี่ยนน้ำทุก ๆ 7 – 10 วัน รวมทั้งหมั่นทำความสะอาดภาชนะและก้อนกรวดที่ใส่ด้วย

โป๊ยเซียน

ไม้ประดับที่จัดเป็นหนึ่งในต้นไม้มงคลยอดฮิตในแขนงการเสริมดวงเรียกทรัพย์ ดอกมีหลากหลายสีสัน อาทิ แดง เหลือง ชมพู ขาว เรียกว่าได้ทั้งความมงคลและความสวยงามในต้นเดียวเลย

เชื่อว่าปลูกดอกโป๊ยเซียนแล้วจะนำพาบารมี อำนาจวาสนาและโชคลาภเข้ามาในชีวิต  หากบ้านไหนปลูกต้นโป๊ยเซียนแล้วออกดอกเกิน 8 ดอก จะทำให้เจ้าบ้านและคนในครอบครัวมีเงินทองไหลมาเทมา

วิธีดูแล

โป๊ยเซียนเป็นดอกไม้ที่เลี้ยงง่ายและทนทาน เจ้าไม้ประดับชนิดนี้ชื่นชอบแสงแดดเอามาก ๆ จึงควรปลูกไว้ในที่ที่โดนแดดและดินร่วนซุย ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวันเนื่องจากโป๊ยเซียนสามารถเก็บกักน้ำได้ค่อนข้างมาก 

เศรษฐีพันล้าน

ฟังจากชื่อก็รู้ว่ามงคลด้านไหน! ไม้ประดับล้มลุกชนิดนี้เลี้ยงง่าย เชื่อกันว่าถ้าครอบครัวไหนมีต้นเศรษฐีพันล้าน จะยิ่งมีโชคลาภเงินทองหลั่งไหลมาเทมา ทำมาค้าขายอะไรก็มือขึ้นไปหมด บอกเลยว่าคนทำธุรกิจไม่ควรพลาด

วิธีดูแล

ต้นเศรษฐีพันล้านเติบโตได้ดีในดินทุกประเภท สามารถเก็บกักน้ำได้ค่อนข้างดี แค่รดน้ำพอประมาณ และให้โดนแดดตลอดทั้งวัน

มะม่วง

ไม้ผลที่คุ้นหูคุ้นตากันดีอย่างมะม่วงก็เป็นต้นไม้มงคลที่ช่วยเสริมโชคลาภเช่นกัน คนสมัยก่อนเชื่อว่ามะม่วงช่วยให้คนในบ้านมีฐานะร่ำรวยขึ้น แถมยังช่วยปัดรังควานสิ่งไม่ดีที่จะเข้ามาด้วย ทิศที่แนะนำว่าปลูกแล้วจะยิ่งส่งเสริมเรื่องฐานะเงินทองให้ร่ำรวยยิ่งขึ้นคือทิศใต้ 

วิธีดูแล

การปลูกมะม่วงในบ้านอาจจะต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่อง มะม่วงจะเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย  และการให้น้ำอย่างเพียงพอ ในช่วงปลูกแรก ๆ ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าต้นมะม่วงจะตั้งต้นได้ ปุ๋ยที่ใช้บำรุงควรเป็นปุ่ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ใส่ปีละสองครั้งก่อนเพียงพอแล้ว 

กระบองเพชร

รู้หรือไม่ว่ากระบองเพชร พรรณไม้ยอดฮิตขวัญใจคนสมัยนี้จัดเป็นต้นไม้มงคลได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนอาจจะเคยมีคนบางกลุ่มที่มองว่าพืชหนามดูไม่มงคล แต่สมัยนี้ก็มีความเชื่อใหม่ว่าเจ้ากระบองเพชรช่วยเสริมโชคลาภ ให้เงินทองงอกงาม หน้าที่การงานก้าวหน้า

วิธีดูแล

กระบองเพชรเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี ดูแลง่าย รดน้ำอาทิตย์ละครั้งแบบชุ่ม ๆ ก็เพียงพอ หรือรดเมื่อเห็นว่าดินเริ่มแห้งประมาณ 1-2 วันต่อครั้ง และให้เจ้ากระบองเพชรได้ออกไปรับแสงอย่างเพียงพอ 

กุหลาบหิน

ไม้อวบน้ำหน้าตาน่ารักที่นอกจากบางคนจะนิยมปลูกเพื่อความสวยงามแล้ว ยังเสริมโชคลาภด้านเงินทองได้ ว่ากันว่าใครปลูกแล้วจะได้เป็นเศรษฐี มีเงินทองเข้ามาไม่ขาดมือ

วิธีดูแล

กุหลาบหินมีหลากหลายสายพันธุ์มาก บางพันธุ์ชอบแดดจัด ในขณะที่บางพันธุ์ชอบแดดปานกลาง เราจึงต้องดูแลให้เหมาะสมกับพันธุ์ที่เลี้ยงด้วย แต่โดยรวมกุหลาบหินจะไม่ชอบพื้นที่ที่อับชื้น ควรปลูกไว้บริเวณที่ลมพัดอากาศถ่ายเทสะดวก 

ดินที่เหมาะสมในการปลูกกุหลาบหินคือดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี และเก็บความชื้นไว้ได้บ้าง เราสามารถเตรียมดินสำหรับปลูกกุหลาบหินเองได้ด้วยการผสมดินร่อนกับทรายและใส่ปุ๋ยชีวภาพกับเศษขุยมะพร้าว

การรดน้ำให้รดอาทิตย์ละสองครั้ง ห้ามรดน้ำตอนอยู่กลางแดดจัด ๆ เพราะจะทำให้ต้นกุหลาบหินไหม้ 

เงินไหลมา

อีกหนึ่งไม้มงคลที่แค่ฟังชื่อก็อยากมีไว้ครอบครอง เงินไหลมาเป็นพรรณไม้เลื้อยที่คนโบราณเชื่อว่านำมาปลูกในบริเวณบ้านแล้วจะทำให้มีเงินทองเข้ามาไม่ขาดสาย ทำมาค้าขายขึ้น ควรปลูกในทิศตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเสริมสิริมงคล

วิธีดูแล

เงินไหลมาเป็นต้นไม้ที่สามารถปลูกได้ทั้งในและนอกอาคาร เจ้าเงินไหลมาจะชอบแดดรำไร แม้ว่าจะเป็นต้นไม้ที่ปลูกในอาคารได้ แต่ก็ควรเป็นพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องถึง ชอบดินร่วนซุยและชอบน้ำมาก ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ใบแห้ง และให้ปุ๋ยบำรุง 1 – 2 เดือนต่อครั้ง 

สาลิกาลิ้นทอง

บางคนอาจจะพอได้ยินชื่อนี้มาบ้าง สาลิกาลิ้นทองไม่ใช่แค่ชื่อเครื่องรางที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์มหานิยม พูดอะไรก็ดี มีแต่คนชื่นชมอย่างเดียว แต่ยังเป็นชื่อไม้ประดับมงคลที่สายมูนิยมนำไปปลูกบริเวณบ้านหรือร้านค้า 

เนื่องจากมีความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณว่าต้นสาลิกาลิ้นทองช่วยเสริมโชคลาภด้านการเจรจา ช่วยในการลงทุน ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง

วิธีดูแล

เราสามารถปลูกสาลิกาลิ้นทองได้ในดินทุกประเภท เจ้าไม้ประดับชนิดนี้ชื่นชอบแสงแดดรำไร ต้องการน้ำไม่มากนัก รดอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้งก็เพียงพอแล้ว 

วาสนา 

ต้นไม้ประดับชนิดนี้ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีใบสวยงาม เหมาะแก่การปลูกประดับบ้าน เชื่อกันว่าถ้านำมาปลูกในบ้านให้ออกดอกออกใบสวยงาม จะช่วยให้เรามีอำนาจวาสนา ไม่ว่าจะเรื่องเงินทอง ยศตำแหน่ง และเกียรติยศ

วิธีดูแล

สามารถปลูกได้ทั้งแบบลงดินเลยหรือปลูกในกระถาง ถ้าปลูกในกระถาง แนะนำให้เปลี่ยนกระถางทุก 1 – 2 ปีหรือเมื่อรากแน่นเกินไป ควรปลูกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเสริมดวง

ต้นวาสนาเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยหรือดินร่วนปนทราย ชื่นชอบน้ำปานกลางเพราะถือเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี ต้องการแสงแดดรำไร

ใบนาค

ไม้ประดับยืนต้นใบหลากสีขนาดเล็ก เชื่อกันว่าใครนำมาปลูกในบ้านจะทำให้มีโชคลาภด้านเงินทอง เงินจะไหลมาเทมา คนสมัยก่อนจะนิยมนำใบนาคมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ทำน้ำพระพุทธมนต์ขึ้นบ้านใหม่ 

วิธีดูแล

ควรปลูกในดินร่วนซุย ความชื้นสูง ต้องการแสงแดดรำไรและน้ำปานกลาง แนะนำว่าควรใส่ปุ๋ยคอกบำรุงปีละ 4 – 5 ครั้งเพื่อให้ต้นใบนาคเติบโตไวทันใจ 

สรุป

ต้นไม้มงคลที่คนนิยมนำมาปลูกในบริเวณบ้านเพื่อเสริมดวงด้านโชคลาภเงินทองมีมากมายหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นไม้ประดับตั้งแต่ขนาดเล็กกะทัดรัดไปจนถึงไม้ยืนต้นออกดอกออกผลเลย แต่ละต้นก็มีวิธีการปลูกและดูแลต่างกันไป 

ดังนั้นเราแนะนำให้ทุกคนที่สนใจจะหาต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์ไปปลูกสักต้น ลองคิดดูว่าตัวเองมองหาต้นไม้แบบไหน การดูแลต้องมากน้อยอย่างไร 

ใครที่สนใจอยากลองหาซื้อต้นไม้มงคลตามลิสต์ที่เรารวบรวมมาให้วันนี้ ไม่ต้องไปไหนไกลค่ะ แวะเข้ามาที่ Kaidee และค้นหาต้นไม้ที่ถูกใจคุณได้เลย