Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
การจะได้เป็นเจ้าของบ้านสักหลัง เป็นเรื่องแสนยากเย็นอยู่แล้ว แต่การจะมีบ้านสวยถูกใจนั้นเป็นเรื่องยากกว่า เชื่อว่าคนมีบ้านทุกคนล้วนมีบ้านในฝันในสไตล์ที่เราชอบ
หากรวบรวมกำลังเงินและมีกำลังแรงพร้อมจะลุยแล้ว อย่าปล่อยให้ความฝันลอยอยู่อย่างนั้น เรามาทำมันให้เป็นจริง ด้วยการเริ่มต้นที่ 5 วิธีรีโนเวทบ้านอย่างไรให้ปัง! มาทำบ้านของเราให้มีชีวิตและสีสันกันค่ะ
1.ตั้งงบประมาณให้ชัดเจน
ข้อแรกของการรีโนเวทบ้าน คือการวางงบประมาณให้ชัดเจน ดูว่าเราไหวในตัวเลขกลมๆ ที่เท่าไร ลองคำนวนค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ดูก่อนก็ได้ค่ะ แจกแจงออกมาเป็นส่วนๆ
อย่างเช่น ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าแรงช่าง ค่าปูกระเบื้อง ค่าอุปกรณ์ตกแต่ง ฯลฯ อย่าทำไปเรื่อยๆ โดยไม่วางแผน ค่าใช้จ่ายบานปลายแน่นอน
การที่เราเห็นตัวเลขทั้งหมดจะช่วยให้เห็นภาพรวม ช่วยให้หักลบค่าใช้จ่ายส่วนเกินได้ง่ายขึ้น บางทีอาจจะไม่ถึงตัวเลขที่วางไว้ หรือถ้าเกินก็น่าจะเป็นตัวเลขซึ่งเรายอมรับได้หรือพอกลั้นใจจ่ายไหว
2.ศึกษาแนวทางที่ใช่
เมื่อได้จำนวนเงินที่มีอยู่ในมือแล้ว ก็ได้เวลาตามหาจิ๊กซอว์ของความฝัน มาต่อเติมบ้านของเราให้กลายเป็นความจริง ด้วยการเอาไอเดียของเรามาต่อยอด หาตัวอย่างห้องสวยๆ เฟอร์นิเจอร์ดีๆ ได้ใน Pinterest Facebook หรือแหล่งไอเดียอื่นๆ
ยิ่งเราดูและให้เวลากับตรงนี้มากเท่าไร จะยิ่งช่วยให้เรามองภาพบ้านได้ชัดขึ้น เลือกอะไรที่แมทช์และมีโทนสีเข้ากัน ทั้งนี้ถ้าใครเงินถึงปรึกษาอินทีเรียก็เป็นตัวเลือกอันยอดเยี่ยมเลยนะคะ
3.ตรวจสอบบ้านและสิ่งที่ต้องปรับปรุง
ได้แนวทางที่ใจใฝ่ฝันแล้ว ทีนี้มาตรวจสอบสภาพบ้านและห้องต่างๆ ซึ่งต้องการปรับปรุง ซึ่งตรงนี้อยากให้ระมัดระวังนิดหนึ่ง หากบ้านที่เราจะรีโนเวทเป็นอาคารเก่า มีโครงสร้างดูไม่ค่อยแข็งแรงนัก การทำผนัง รื้อคาน ปูพื้นใหม่ ฯลฯ อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไร
บางทีการทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า อย่าเลือกอยู่กับความเสี่ยงเพียงเพราะต้องการประหยัดงบ ระวังจะเป็นแบบ “เสียน้อยเสียมาก เสียยากเสียง่าย” เอานะคะ
4.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและดูเรื่องกฎหมาย
หากประเมินคร่าวๆ แล้วรู้สึกว่ามีส่วนที่อยากต่อเติมหรือทุบทิ้งค่อนข้างเยอะ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า ให้เขาช่วยดูว่าแนวคิดของเรานั้น พอจะเป็นไปได้ไหมในราคาประมาณนี้ ต้องทำหรือลดอะไรบ้าง
รวมถึงการหาผู้รับเหมาที่ถูกใจ ซึ่งขั้นตอนนี้บอกได้เลยว่าค่อนข้างยาก ปัญหาช่างกับการทำบ้านนั้นเป็นปัญหาสุดแสนคลาสิค ถ้าได้ช่างดีก็ดีไป
อย่างไรก็ดีการรีโนเวทบ้านถือเป็นการดัดแปลงอาคาร จึงมีรายละเอียดทางกฎหมายซึ่งต้องระวังพอสมควร เช่น การลดหรือเพิ่มน้ำหนักหลังคาต้องไม่เกินร้อยละ 5 จากของเดิม ต่อเติมจากโครงสร้างเดิมได้ไม่เกินร้อยละ 10 จากของเดิม ฯลฯ หากมากกว่านั้นต้องทำเรื่องขอไปยังสำนักงานเขต แต่ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ค่อยมีปัญหา
5.หาแหล่งวัสดุในราคาย่อมเยา
ลิสต์ข้าวของที่จะซื้อและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องมีเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาจับจ่ายใช้สอย หนึ่งในความสนุกของการรีโนเวทบ้านอยู่ตรงนี้แหละค่ะ หลายคนอาจมองว่าเหนื่อยแสนเหนื่อย แต่การได้เลือกของทีละชิ้นๆ ด้วยมือตัวเอง เราว่าเป็นความสนุกปนความสุข
ทั้งนี้ยังเป็นวิธีช่วยคุมงบได้ดีอีกด้วย ที่สำคัญการไปเดินสำรวจตลาดบ่อยๆ จะช่วยให้เรารู้ราคามาตรฐาน ยิ่งถ้าได้แหล่งที่ถูกใจในราคาย่อมเยา จะเป็นอะไรสุดแสนเพอร์เฟคมากๆ
รีโนเวทบ้านจนสวยดังใจคิดแล้ว ใครเริ่มรู้สึกว่าอิ่มเอมและดื่มด่ำกับบรรยากาศจนเต็มที่แล้ว อยากเพิ่ม
มูลค่าให้บ้านมากกว่าเดิม จะนำมาปล่อยเช่ารายเดือน หรือลงขายใน Kaidee ก็ได้นะคะ ถือเป็นอีกหนึ่ง
การลงทุนอันคุ้มค่า เป็นการเพิ่มรายได้ไปในตัวด้วย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ศาสตร์และศิลป์ในเรื่องของการดูดวงนั้นมีหลายแขนงมาก ไม่ว่าจะเป็นดูดวงประจำวันเกิด ดูดวงด้วยไพ่ทาโร่ หรือดูดวงด้วยลายนิ้วมือ ซึ่งแต่ละศาสตร์ย่อมมีความแตกต่างกันไป ด้วยความเป็นคนไทยที่มีความเชื่อในเรื่องดวงอย่างแรงกล้าอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ดูดวงไปกับทุกอย่างในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงเรื่องของสีบ้าน จึงหามาไว้ให้แล้วกับสีบ้านที่ทาแล้วมีแต่จะช่วยให้ชีวิตนั้นเฮงกับเฮงตลอดทั้งปีทั้งชาติ!!!
เปลี่ยนสีบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
ก่อนที่จะมาดูว่าจะเปลี่ยนสีบ้านอย่างไรให้เฮง มาทำความรู้จักกับคำว่า “ฮวงจุ้ย” กันเสียก่อนว่าคืออะไร ฮวงจุ้ย นั้นเป็นศาสตร์หนึ่งที่นำเขามาจากประเทศจีน ที่หลักของธรรมชาติมาเปรียบเทียบกับสิ่งต่างๆรอบตัวให้เข้ากัน เพื่อกำหนดการไหลเวียนและส่งเสริมในเรื่องของดวงให้ดีขึ้น ซึ่งมีสีที่เหมาะสมในการเปลี่ยนสีให้บ้านของเราในแต่ละห้องนั้นส่งเสริมดวงให้ดีขึ้นในด้านต่างๆ ดังนี้
1. สีทาบ้านที่เสริมความก้าวหน้า
ในเรื่องของหน้าที่การงานนั้นเลยคือสี “ชมพู” และสี “ฟ้า” ซึ่งควรที่จะทาสีนนี้ไว้ในห้องทำงาน ที่เป็นหัวใจหลักและเป็นสัญลักษณ์ในด้านของการงาน ซึ่งทั้ง 2 สีนี้นั้นจะช่วยส่งผลให้การงานได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด และมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ตำแหน่งพุ่งกระฉูดแน่นอน!!
2. สีทาบ้านที่เสริมดวงให้การเงินรุ่ง
ใครที่อยากจะรวย!! มีเงินเก็บมากมายจนไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนต้อง ต้องอ่าน!! สีที่ควรจะทาเลยควรจะเป็นสีที่มีคุณสมบัติความเป็นพลังของธาตุดินที่หมายถึงความมั่นคง อย่างสี “เหลือง” สี “น้ำตาล” และสี “เทา” ซึ่งควรที่ละเลือกทา 3 สีนี้ไว้ในห้องนั่งเล่นของบ้าน เป็นห้องที่เป็นถังเงินถังทองของบ้าน การเปลี่ยนสีในห้องนี้จะช่วยให้มีเงินเก็บมากขึ้น และส่งเสริมให้การเงินนั้นมั่นคงมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเรียกเงินเรียกทรัพย์ให้ไหลเข้ามา รวยๆเฮงๆ ปังไม่หวั่นไม่ไหว!!
3. สีทาบ้านที่เสริมในเรื่องของความรัก
ความรักในที่นี้นั้นไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องของชีวิตคู่เท่านั้น แต่ยังหมายถึงในเรื่องความรักจากคนรอบข้างด้วย ซึ่งสีที่เหมาะอย่างมากในเรื่องนี้เลยคือสี “ส้ม” และสี “ชมพู” เอาไปทาในห้องนอนใช่ให้ความรักรักนั้นพุ่งแรง!! ใครที่โสดจะช่วยส่งเสริมให้หาคู่ได้ง่ายขึ้น ส่วนใครที่มีคู่แล้วจะช่วยให้รักยืนยาวและมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
4. สีทาบ้านที่เสริมให้สุขภาพกาย สุขภาพใจดี
ไม่มีใครในโลกนี้ที่อยากจะเจ็บไข้ได้ป่วยกันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว การมีสุขภาพที่ดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่ง และสีที่จะมาช่วยในเรื่องนี้ได้เลยคือการทาสี “ม่วง” และสี ”น้ำตาล” ซึ่งเป็นสีแห่งสุขภาพไว้ภายในห้องนอน เพราะสีนั้นจะถ่ายเทอำนาจในช่วงเวลาที่เรานอนหลับอยู่ และจะช่วยส่งเสริมให้เรานั้นมีสุขภาพที่แข็งแรง อายุยืนขึ้น มีสุขภาพจิตที่ดี ไม่ต้องกังวลในเรื่องของอาการป่วย
5. สีทาบ้านที่เสริมความสุข
การอยู่ที่ไหนแล้วไม่มีความสุขนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรนัก ความสุขกับชีวิตของเรานั้นเป็นสิ่งทำให้คนเรานั้นก้าวต่อไปในวันที่แย่ๆได้ง่ายยิ่งขึ้น สีที่เลือกทาเลยควรจะเป็นสี “เขียว” และสี “ขาว” ทาไว้ในห้องรับแขก ซึ่งทั้ง 2 สีนี้จะช่วยในเรื่องของความสุขและความสงบร่มเย็นภายในบ้าน ไม่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งนั่นเอง
ใครที่กำลังมีปัญหาในด้านไหนของชีวิต ลองนำบทความเรื่อง “สีทาบ้านมงคล” นี้ไปลองปรับใช้ดูเผื่อจะช่วยให้ชีวิตที่สุดแสนจะวุ่นวายในแต่ละวันนั้น ได้บรรเทาลงไปบ้าง ไม่มากก็น้อย ซึ่งหาใครที่มีแผนกำลังจะเปลี่ยนสีบ้าน ก็ลองเข้าไปหาช่างทาสีได้ที่ Kaidee และถ้าใครที่มีแผนการจะซื้อบ้านหรือคอนโดสักที่ ที่ตรงตามหลักฮวงจุ้ย ลองเข้าไปดูได้เลยที่ Kaidee Property ที่มีบ้านและคอนโดหลากหลายสไตล์ ตามความต้องการ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
หากคุณกำลังมีแผนที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังแรก บ้านหลังที่ 2 หรือบ้านหลังที่ 3 ก็ตาม ล้วนแล้วแต่ต้องมีการกู้ซื้อแล้วผ่อน แต่ถ้าใครซื้อเงินสดก็จะไม่เกี่ยวกับการกู้ แต่ถ้าหากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเตรียมและต้องดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อที่จะได้ยื่นกู้กับธนาคารและได้อนุมัติผ่านแบบรวดเร็ว ดังนั้น บทความนี้เราขอแนะนำการเตรียมการเรื่องการกู้ซื้อบ้าน ว่าควรเตรียมอะไรบ้าง ควรดูอะไรบ้าง มีปัจจัยอย่างไรในการเลือกซื้อบ้าน มาอ่านกันเลย
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม
เอกสารทั่วไป
- สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรข้าราชการ สำเนาบัตรรัฐวิสาหกิจหรือสำเนาหนังสือเดินทาง (Passsport)
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาทะเบียนสมรส
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและนามสกุล (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส
เอกสารแสดงรายได้
ผู้ที่ทำงานประจำ
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
- สมุดบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
เจ้าของธุรกิจ
- สำเนาทะเบียนการค้า
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
- รายการเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน
- สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
- หลักฐานการเสียภาษี
- รูปถ่ายของกิจการและแผนที่ตั้งของบริษัท
ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ
- รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- หลักฐานการเสียภาษีเงินได้
เอกสารหลักประกัน
- สำเนาโฉนดที่ดินหรือสำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์
- สำเนาซื้อขาย
- แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่อยู่
ก่อนกู้เงินซื้อบ้านควรเตรียมพร้อมอย่างไร?
1. ความพร้อมเรื่องการเงิน
ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมูลค่าก็ไม่ใช่น้อย ๆ เราควรเช็กความสามารถในการซื้อและผ่อน นี่เป็นสิ่งสำคัญมากในการซื้อ อีกทั้งยังต้องดูว่ากำลังทรัพย์ของเราเป็นอย่างไรในขณะนั้น จะซื้อสดหรือผ่อน? ถ้าผ่อนจะผ่อนไหวไหมในอนาคต ทิศทางธุรกิจของเราจะไปในทางไหน ถ้าหากว่าในอนาคตเราไม่มีกำลังที่จะผ่อนต่อ ธนาคารต้องยึดไปแบบไม่มีข้อแม้เลยล่ะ
2. หลักฐานและเครดิตของคนกู้
หลักฐานทางด้านการเงินก็สำคัญไม่น้อยเพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมอะไรเกี่ยวกับการเงิน คนที่ยื่นกู้ต้องมีหลักฐานทางบัญชีธนาคาร คือ รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังต่ำสุด 6 เดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถยืนยันความน่าเชื่อถือในตัวเราได้ว่ามีวินัยในการชำระหนี้ตรงเวลานั่นเอง โดยคุณสามารถตรวจสอบได้ดังนี้
- เครดิตบูโร ก่อนจะกู้ซื้อบ้าน ควรเช็กให้ดีว่าควรติดค้างชำระหนี้อะไรอยู่หรือไม่ ถ้าหากว่าคุณมีประวัติการชำระหนี้ไม่ตรงเวลา อาจจะมีปัญหาในการยื่นกู้ก็เป็นได้
- เคลียร์สินเชื่ออื่นๆ หากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ซึ่งราคากู้ก็ไม่ใช่น้อย ๆ หากคุณยังมีภาระหนี้สินอื่น ๆ อยู่อีกเยอะ เช่น สินเชื่อผ่อนรถ ก็ควรเคลียร์ให้หมดก่อนนะ เพื่อที่จะกู้ผ่านได้ง่ายสุด ๆ
- จ่ายหนี้ตรงเวลา ใครที่มีบัตรเครดิตหรือมีสินค้าที่ต้องผ่อนกับธนาคารทั้งเมื่อก่อนหรือในตอนนี้ ถ้าหากคุณชำระหนี้ตามกำหนด ตรงเวลา ประวัติของคุณก็จะดี มีวินัยในการชำระหนี้ โอกาสที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อก็มีสูงขึ้น
3. เงินงวดแรก
สำหรับการซื้ออสังหาฯ ต่าง ๆ การเตรียมเงินจ่ายงวดแรก เนื่องจากว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากนี้อีก คือ ค่าจอง ค่าทำสัญญาซื้อขาย ค่าส่วนกลาง (ซื้อในโครงการ) เงินดาวน์ และค่าจดจำนอง
4. ขอสินเชื่อ
ขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อบ้านรวมไปถึงอสังหาฯ อื่น ๆ ด้วยนั่นคือ การขอสินเชื่อนั่นเอง โดยจะต้องเลือกธนาคารที่จะยื่นกู้พร้อมกับเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม อาทิ เอกสารสำคัญส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน เอกสารหลักประกัน เป็นต้น โดยการเลือกธนาคารในการยื่นกู้สินเชื่อนั้นควรพิจารณาให้ดี เช่น การเลือกธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำสุด วงเงินกู้ของแต่ละธนาคารเป็นอย่างไร เพื่อที่จะวางแผนการใช้จ่ายทั้งตอนนี้และธนาคารให้ราบรื่นด้วยนั่นเองครับ
สิ่งที่ควรพิจารณาในการซื้อบ้าน
การซื้อบ้าน ไม่ว่าจะหลังที่เท่าไร ต้องมีการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ในการประกอบการซื้อทุกครั้ง เพื่อให้เป็นประโยชน์และสะดวกสบายกับตัวเรามากที่สุด มาดูกันเลยว่า มีปัจจัยพื้นฐานอะไรบ้างที่ควรนำมาประกอบพิจารณาในการตัดสินใจเพื่อซื้อบ้าน
1. ทำเลที่ตั้ง
แน่นอนว่าทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในการซื้อ โดยจะต้องเลือกทำเลที่สามารถจะเติบโตได้ในอนาคตและส่งผลต่อการใช้ชีวิต สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย ที่สำคัญสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบก็สำคัญไม่แพ้กันเลย โดยหลักการพิจารณาเบื้องต้นสามารถดูได้จากการเปิดของห้างสรรพสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ขนส่งสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น
2. การเดินทาง
การเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นแรงจูงใจที่ทุกคนนำมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน ถ้ามีขนส่งสาธารณะที่ดีหรือมีถนนที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวกสบาย อย่างเช่น สามารถเดินทางไปทำงานได้สะดวกหรือสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
3. พื้นที่ใช้สอย
ควรพิจารณาด้วยว่าพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อการใช้งานของจำนวนสมาชิกครอบครัวหรือไม่ เพราะจะต้องแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยการใช้งานภายในอีก อีกทั้งยังต้องพิจารณาเผื่ออนาคตด้วยว่าจะมีสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นไหม เช่น พ่อแม่หรือจะเป็นลูก ๆ นั่นเอง
4. ที่จอดรถ
แน่นอนว่ารถยนต์ต้องมีพื้นที่ที่เพียงพอต่อการจอดด้วยนั่นเอง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกครอบครัวด้วยว่ามีรถยนต์กี่คัน เพราะถ้านำรถยนต์ออกมาจอดหน้าบ้านอาจจะดูไม่เหมาะสม เนื่องจากจะทำให้มีปัญหาเรื่องการจอดอยู่พื้นที่ส่วนกลางได้
5. สิ่งอำนวยความสะดวก
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการหมู่บ้านก็เป็นสิ่งที่ต้องดูด้วย เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องเสียค่าส่วนกลางให้กับทางหมู่บ้าน เชื่อว่าทุกโครงการต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และอื่น ๆ ที่อยู่ภายในโครงการ และสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คือ สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกนั่นเอง ถ้าหากโครงการหมู่บ้านตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นแหล่ง Lifestyle ของคนเมือง เช่น มีขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม มีห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งกิน และสถานที่ต่าง ๆ ก็สามารถดึงดูดผู้ซื้อได้มากเลยล่ะ
6. ระบบรักษาความปลอดภัย
โครงการที่ดีควรมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เช่น การเข้า-ออกโครงการด้วย Key Card มีกล้องวงจรปิดทุกที่ มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. เป็นต้น จึงจะทำให้คนซื้อรู้สึกสบายใจและรู้สึกปลอดภัยในการอยู่อาศัยนั่นเอง
สรุปท้ายบทความ
การซื้อบ้านหนึ่งหลังนั้น มีวิธีการดำเนินการที่หลายขั้นตอนมาก ๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาวิธีการเตรียมตัวซื้อบ้านให้เข้าใจ จะได้ไม่มีอะไรตกหล่นทีหลัง ที่สำคัญการยื่นกู้บ้าน การเตรียมเอกสารสำคัญ การเคลียร์ภาระส่วนตัว การมีวินัยในการชำระหนี้ การใช้เงินอย่างเป็นระบบ จะส่งผลต่อการกู้ซื้อบ้านในอนาคตของเราด้วยนะครับ
ใครที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกหรือบ้านหลังที่ 2 อยู่ ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือซื้อเพื่อลงทุน ทาง Kaidee Property เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกอย่างหลากหลาย เข้ามาชมก่อนได้นะ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ในปัจจุบัน ‘บ้าน’ ที่เห็นกันส่วนใหญ่จะมีแต่บ้านชั้นเดียวและบ้าน 2 ชั้น โดยที่บ้านได้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้เพียงพอกับสมาชิกในบ้าน แต่ถ้าหากว่าสิ่งของภายในบ้านเริ่มเยอะขึ้นหรือมีสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นความต้องการการใช้งานของพื้นที่ก็ต้องเพิ่มขึ้น ทำให้บ้านในปัจจุบันจึงไม่พอต่อการใช้งาน เนื่องจากไม่ได้คิดเผื่อไปถึงอนาคต ทำให้บางครอบครัวต้องซื้อบ้านใหม่ เพื่อรองรับจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่เยอะขึ้นนั้นเอง
แต่ถ้าหากใครวางแผนในอนาคตว่าอยากจะมีบ้านสักหนึ่งหลัง อยากจะแนะนำว่าให้คิดเผื่อไปในอนาคตข้างหน้าด้วยว่า จะมีจำนวนสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นไหม อย่างเช่น ให้คุณพ่อและคุณแม่เข้ามาอยู่ด้วย เนื่องจากท่านอายุเยอะขึ้น จึงต้องอยู่ในการดูแลของลูก ๆ หรือจะมีแผนที่จะมีลูกน้อยกี่คน บ้านหลังนี้ในอนาคตจะสามารถรองรับได้ไหม เพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ อีกทั้งยังต้องมีสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ที่ต้องมีในบ้านอีก ดังนั้น การที่มีบ้านที่คิดเผื่อในอนาคตแล้วและบ้านหลังที่กำลังจะซื้อสามารถรองรับจำนวนสมาชิกครอบครัวในอนาคตและสิ่งของหลาย ๆ อย่าง ได้ก็ดีไม่น้อย ซึ่ง ‘บ้าน 3 ชั้น’ ก็เป็นความคิดที่ดีเลยละครับ
บ้าน 3 ชั้น ดีอย่างไร
1. พื้นที่ใช้สอย
แน่นอนว่าบ้าน 3 ชั้นต้องมีพื้นที่เยอะกว่าบ้านชั้นเดียวหรือบ้าน 2 ชั้นแน่นอน เนื่องจากการเพิ่มชั้น 3 ของบ้านขึ้นมา พื้นที่ก็ต้องเพิ่มขึ้น โดยชั้น 3 อาจจะออกแบบให้มีห้องเพิ่ม ห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัว หรืออาจจะมีระเบียงเล็ก ๆ อยู่ชั้น 3 เอาไว้ใช้สำหรับจัดงานสังสรรค์เล็ก ๆ หรือ นั่งพักผ่อนกับสวนลอยฟ้าที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงามก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อยและแน่นอนว่าการเลือกออกแบบก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบของคุณด้วยนะ
2. ความเป็นส่วนตัว
การที่มีพื้นที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าการสร้างห้องต่าง ๆ ก็จะต้องอยู่ห่างจากกัน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหรืออาจจะแบ่งชั้นกันอย่างครอบครัวของเจ้าของบ้านจะอยู่ที่ชั้น 3 ห้องนอนลูกอยู่ชั้น 2 และห้องนอนรับรองของญาติพี่น้อง ก็จะช่วยให้มีความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง
3. ของเยอะไม่ต้องกลัว
การมีชั้นที่เพิ่มขึ้น อาจจะสร้างห้องใดห้องหนึ่งที่ชั้นไหนก็ได้ เอาไว้เก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่ใช้แล้วหรืออาจจะเป็นสิ่งของอย่างอื่นก็ได้ เพื่อที่จะจัดระเบียบบ้านให้เป็นระเบียบมากขึ้นมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปเก็บของในพื้นที่จะทำให้บ้านดูรกหูรกตาได้นั่นเอง
10 แบบบ้าน 3 ชั้น
ว่ากันแล้วก็มาดูตัวอย่างแบบบ้าน 3 ชั้นที่ทาง Kaidee Property เอามาให้เพื่อน ๆ ได้เห็นรูปแบบกันว่าเป็นแบบไหน สไตล์ไหน เพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อน ๆ ได้นำไปเป็นแบบในการสร้างหรือจะติดต่อสร้างบ้านทางเว็บไซต์ที่ให้เครดิตไว้ได้เลยครับ
1. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 200 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
ราคา: 5 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
2. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 254 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
3. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 56 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 277 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
4. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 62 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 293 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
5. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 61 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 285 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
6. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 81 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 397 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน
ราคา: มากกว่า 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
7. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 86 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 451 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน
ราคา: มากกว่า 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
8. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ทาวน์โฮม
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 196 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 3 – 4 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
9. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ทาวน์โฮม
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 249 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
10. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 59.8 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 276 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
สรุปท้ายบทความ
เห็นรูปแบบของบ้าน 3 ชั้น สามารถนำไปเป็นแนวทางหรือจะติดต่อทางเว็บไซต์ที่เรานำแบบบ้านมาให้ดูได้เลย จะเห็นได้ว่าขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน 3 ชั้นนั้น มีพื้นที่ที่เยอะขึ้น สามารถรองรับสมาชิกครอบครัว จำนวนสิ่งของได้เยอะขึ้น หากใครกำลังมองหาบ้านที่สามารถเพิ่มพื้นที่การใช้งานในตัวบ้านได้ แต่อยู่ในที่ดินที่มีขนาดจำกัด บ้าน 3 ชั้นก็เป็นแนวคิดที่ดีและตอบโจทย์สำหรับคุณเลยละครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ดูแล้วก็อยากมีบ้าน 3 ชั้นกันเลยใช่ไหม ถ้าหากใครที่กำลังมองหาอยู่ละก็ สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ www.compacthome.co.th ได้เลย หรือถ้าหากใครกำลังหาบ้านมือสอง สภาพดี พร้อมเข้าอยู่ ก็สามารถมาหากันได้ที่ Kaidee Property กันได้เลยนะครับ เรามีให้คุณได้เลือกสรรมากมาย หลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคากันเลย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากเรานึกถึงพื้นที่ใกล้กรุงเทพที่กำลังเป็นที่นิยมในการขยายความเจริญออกมาจากกรุงเทพฯ เราคงจะนึกถึงจังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ ใช่ไหมครับ แต่มีอีกหนึ่งจังหวัดที่กำลังเติบโตไม่แพ้กัน คือ รังสิต จังหวัดปทุมธานีนั่นเอง โดยเป็นเมืองปริมณฑลที่กำลังรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพมหานครออกมาทางตอนเหนือ ซึ่งในปัจจุบัน รังสิต เป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางไปยังจังหวัดในภูมิภาคอื่น ๆ อีกทั้งยังมีชุมชนขนาดใหญ่ สถานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกด้วย จึงทำให้ทำเลที่เรียกว่า รังสิต จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดปริมณฑลตอนเหนือเป็นพื้นที่สำคัญ ที่กำลังขยับขยายเติบโตขึ้นในอนาคต
ทำไมรังสิต จังหวัดปทุมธานี ถึงเป็นพื้นที่กำลังเติบโต?
ปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ทำให้ รังสิต จังหวัดปทุมธานี กำลังขยับขยายเติบโตขึ้น สังเกตได้จากที่อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ โดยพื้นที่รังสิตเริ่มรองรับการขยายตัวของกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลอย่าง นนทบุรี ที่เริ่มขยายมายังพื้นที่รังสิต จังหวัดปทุมธานีมากขึ้น จะเห็นได้จากการขยายการคมนาคมการเชื่องต่อที่ชัดเจนเลย คือ การสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงขยายมายังเส้นทางรังสิตและส่งผลให้การขยับขยายอื่น ๆ เช่น การเกิดของโครงการหมู่บ้าน คอนโด และห้างต่าง ๆ เริ่มลงทุนสร้างในพื้นที่เยอะขึ้น โดยเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
1. ศูนย์กลางของการเดินทาง
สังเกตไหมว่า การเดินทางออกไปต่างจังหวัดในภูมิภาคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคเหนือ จะต้องมาผ่านที่ รังสิต ก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าจะขับรถยนต์ส่วนตัวหรือแม้กระทั่งรถสาธารณะก็ยังมีท่ารถในการใช้เป็นที่ขนส่งจากรังสิต ไปจังหวัดอื่น ๆ เช่นกัน จึงทำให้ รังสิต เป็นทางผ่านของรถยนต์ บางวันหรือบางเทศกาลการเดินทางก็ทำให้รถติดยาวเลยละ
2. รถไฟฟ้ามาถึงแล้วนะ
แน่นอนว่าปัจจุบันมีการก่อสร้างทางของรถไฟฟ้าถึง 2 สาย คือ
- รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน เปิดให้บริการปี 2564
- รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ – รังสิต เปิดให้บริการปี 2564
จึงทำให้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างพากันเลือกทำเลในการสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เช่น โครงการหมู่บ้าน โครงการคอนโด ที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดและปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ด้วยอานิสงส์ของรถไฟฟ้าที่ทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้น ทำให้ในตอนนี้ผู้คนต่างพากันจับจองบ้านและคอนโด เพราะในอนาคตราคาจะต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน
3. สถานที่สำคัญต่าง ๆ
สถานที่สำคัญของ รังสิต มีเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะจะเป็นห้างสรรพสินค้า อย่าง ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ที่รวมเอาห้างสรรพสินค้าอย่าง Robinson Central Zpell และ Big C เชื่อมต่อไว้ด้วยกัน จึงทำให้เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่าน รังสิต นอกจากนี้ยังมีห้างที่อยู่ใกล้ ๆ อย่าง Indexlivingmallo Homepro Tesco Lotus Makro และห้างอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้าไอทีขนาดใหญ่อย่าง Zeer จึงทำให้ รังสิต เป็นแหล่งที่รวมเอา LifeStyle ขนาดใหญ่ไว้เพื่อรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพมหานครในอนาคตด้วยนั่นเอง
อีกทั้ง รังสิต ยังมีสถานที่สำคัญอย่างมหาวิทยาลัยชื่อดังไว้หลายแห่ง คือ
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต
- มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต
- มหาวิทยาลัยรังสิต
ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังที่นักศึกษาเข้ามาเรียนต่อกันเยอะมากเช่นกัน จึงทำให้ธุรกิจหอพักต่าง ๆ มีรายได้ที่ดีตลอด และในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีการสร้าง Condo โครงการหมู่บ้าน ใหม่ ๆ ขึ้นมาเยอะพอสมควรเพื่อตอบสนองการเช่าและการซื้อของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนในพื้นที่นั่นเอง
4. ราคาที่อยู่อาศัยถูกกว่า
สังเกตได้ว่าโครงการหมู่บ้านในเขตปริมณฑล ราคาบ้านในโครงการ ราคาคอนโด รวมไปถึงราคาที่ดิน จะมีราคาที่ถูกกว่าในเมือง เนื่องจากยังเป็นแค่พื้นที่ที่กำลังจะขยายความเจริญออกมา เพราะพื้นที่ในเมืองเริ่มเหลือน้อย ส่งผลให้การขยับขยายเรื่องที่อยู่อาศัยจึงขยับมาในส่วนของปริมณฑลซึ่งไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกสบาย สำหรับขนส่งสาธารณะก็มีครอบคลุม อย่าง นนทบุรี สมุทรปราการ ที่มีขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์และรถไฟฟ้าเริ่มไปถึงแล้ว รวมไปถึง รังสิต จังหวัดปทุมธานีด้วยเช่นกัน
โดยราคาบ้านของโครงการและคอนโด ตอนนี้ยังมีราคาที่ถูกกว่าโครงการบ้านและคอนโดในเมืองมาก ผู้อยู่อาศัยสามารถซื้ออยู่ได้ บางคนมีรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถขับไปทำงานในเมืองได้อย่างสะดวก มีรถเมล์ที่ครอบคลุม และในปี 2564 ที่จะถึงนี้จะมีรถไฟฟ้าขยายมาถึง 2 สายด้วยกัน ทำให้การเดินทางเข้าเมืองยิ่งสะดวกสบายมากขึ้น ส่งผลให้ในอนาคตอันใกล้ ราคาขายบ้านและคอนโดของรังสิต จะมีราคาที่ปรับขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง
เพราะฉะนั้นใครกำลังจะซื้อบ้านและคอนโดเพื่ออยู่อาศัยหรือเพิ่งลงทุน ปล่อยเช่าในอนาคตในพื้นที่ รังสิต จังหวัดปทุมธานี ก็รีบซื้อเลยตั้งแต่ตอนนี้นะ ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นเนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง
5. อนาคต คือ ทำเลทอง
สืบเนื่องจากการขยับขยายความเจริญมาจากกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑลอื่น ๆ มายังรังสิต ปทุมธานี จึงทำให้ในอนาคตรังสิต จะมีการลงทุน มีความเจริญเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน เนื่องจากมีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสถานที่สำคัญอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงเรียนต่าง ๆ จึงทำให้อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เช่น บ้าน คอนโด มีราคาที่สูงขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นการที่คิดจะลงทุนซื้อบ้านและคอนโดในพื้นที่รังสิต ปทุมธานีคุ้มค่าแน่นอนครับ
สรุปท้ายบทความ
เชื่อได้เลยว่าในอนาคตพื้นที่ที่เรียกว่า รังสิต จังหวัดปทุมธานี จะเป็นพื้นที่ที่มีโครงการหมู่บ้าน คอนโด และสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยต่าง ๆ เยอะขึ้น เนื่องจากปัจจัยในหลาย ๆ ด้านที่ทำให้นักลงทุนทั้งหลายเริ่มมาลงทุนกับพื้นที่ปริมณฑลอย่าง รังสิต จังหวัดปทุมธานีเยอะขึ้น และที่สำคัญราคาในการซื้อ – ขายบ้านและคอนโดในปัจจุบันเป็นราคาที่ยังจับต้องได้ ไม่สูงมากนัก ถ้าหากใครอยากลงทุนซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อขายและปล่อยเช่าในอนาคต ก็เป็นทำเลที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากเลยทีเดียว
หากเพื่อน ๆ ที่กำลังหาบ้านและคอนโดที่ รังสิต จังหวัดปทุมธานีอยู่ ลองเข้ามาดูกันก่อนที่ Kaidee Property กันก่อนได้นะครับ เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกดู เลือกซื้อในแบบที่หลากหลายเลย