Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
หากคุณกำลังมีแผนที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังแรก บ้านหลังที่ 2 หรือบ้านหลังที่ 3 ก็ตาม ล้วนแล้วแต่ต้องมีการกู้ซื้อแล้วผ่อน แต่ถ้าใครซื้อเงินสดก็จะไม่เกี่ยวกับการกู้ แต่ถ้าหากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเตรียมและต้องดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อที่จะได้ยื่นกู้กับธนาคารและได้อนุมัติผ่านแบบรวดเร็ว ดังนั้น บทความนี้เราขอแนะนำการเตรียมการเรื่องการกู้ซื้อบ้าน ว่าควรเตรียมอะไรบ้าง ควรดูอะไรบ้าง มีปัจจัยอย่างไรในการเลือกซื้อบ้าน มาอ่านกันเลย
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม
เอกสารทั่วไป
- สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรข้าราชการ สำเนาบัตรรัฐวิสาหกิจหรือสำเนาหนังสือเดินทาง (Passsport)
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาทะเบียนสมรส
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและนามสกุล (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส
เอกสารแสดงรายได้
ผู้ที่ทำงานประจำ
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
- สมุดบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
เจ้าของธุรกิจ
- สำเนาทะเบียนการค้า
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
- รายการเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน
- สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
- หลักฐานการเสียภาษี
- รูปถ่ายของกิจการและแผนที่ตั้งของบริษัท
ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ
- รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- หลักฐานการเสียภาษีเงินได้
เอกสารหลักประกัน
- สำเนาโฉนดที่ดินหรือสำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์
- สำเนาซื้อขาย
- แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่อยู่
ก่อนกู้เงินซื้อบ้านควรเตรียมพร้อมอย่างไร?
1. ความพร้อมเรื่องการเงิน
ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมูลค่าก็ไม่ใช่น้อย ๆ เราควรเช็กความสามารถในการซื้อและผ่อน นี่เป็นสิ่งสำคัญมากในการซื้อ อีกทั้งยังต้องดูว่ากำลังทรัพย์ของเราเป็นอย่างไรในขณะนั้น จะซื้อสดหรือผ่อน? ถ้าผ่อนจะผ่อนไหวไหมในอนาคต ทิศทางธุรกิจของเราจะไปในทางไหน ถ้าหากว่าในอนาคตเราไม่มีกำลังที่จะผ่อนต่อ ธนาคารต้องยึดไปแบบไม่มีข้อแม้เลยล่ะ
2. หลักฐานและเครดิตของคนกู้
หลักฐานทางด้านการเงินก็สำคัญไม่น้อยเพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมอะไรเกี่ยวกับการเงิน คนที่ยื่นกู้ต้องมีหลักฐานทางบัญชีธนาคาร คือ รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังต่ำสุด 6 เดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถยืนยันความน่าเชื่อถือในตัวเราได้ว่ามีวินัยในการชำระหนี้ตรงเวลานั่นเอง โดยคุณสามารถตรวจสอบได้ดังนี้
- เครดิตบูโร ก่อนจะกู้ซื้อบ้าน ควรเช็กให้ดีว่าควรติดค้างชำระหนี้อะไรอยู่หรือไม่ ถ้าหากว่าคุณมีประวัติการชำระหนี้ไม่ตรงเวลา อาจจะมีปัญหาในการยื่นกู้ก็เป็นได้
- เคลียร์สินเชื่ออื่นๆ หากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ซึ่งราคากู้ก็ไม่ใช่น้อย ๆ หากคุณยังมีภาระหนี้สินอื่น ๆ อยู่อีกเยอะ เช่น สินเชื่อผ่อนรถ ก็ควรเคลียร์ให้หมดก่อนนะ เพื่อที่จะกู้ผ่านได้ง่ายสุด ๆ
- จ่ายหนี้ตรงเวลา ใครที่มีบัตรเครดิตหรือมีสินค้าที่ต้องผ่อนกับธนาคารทั้งเมื่อก่อนหรือในตอนนี้ ถ้าหากคุณชำระหนี้ตามกำหนด ตรงเวลา ประวัติของคุณก็จะดี มีวินัยในการชำระหนี้ โอกาสที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อก็มีสูงขึ้น
3. เงินงวดแรก
สำหรับการซื้ออสังหาฯ ต่าง ๆ การเตรียมเงินจ่ายงวดแรก เนื่องจากว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากนี้อีก คือ ค่าจอง ค่าทำสัญญาซื้อขาย ค่าส่วนกลาง (ซื้อในโครงการ) เงินดาวน์ และค่าจดจำนอง
4. ขอสินเชื่อ
ขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อบ้านรวมไปถึงอสังหาฯ อื่น ๆ ด้วยนั่นคือ การขอสินเชื่อนั่นเอง โดยจะต้องเลือกธนาคารที่จะยื่นกู้พร้อมกับเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม อาทิ เอกสารสำคัญส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน เอกสารหลักประกัน เป็นต้น โดยการเลือกธนาคารในการยื่นกู้สินเชื่อนั้นควรพิจารณาให้ดี เช่น การเลือกธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำสุด วงเงินกู้ของแต่ละธนาคารเป็นอย่างไร เพื่อที่จะวางแผนการใช้จ่ายทั้งตอนนี้และธนาคารให้ราบรื่นด้วยนั่นเองครับ
สิ่งที่ควรพิจารณาในการซื้อบ้าน
การซื้อบ้าน ไม่ว่าจะหลังที่เท่าไร ต้องมีการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ในการประกอบการซื้อทุกครั้ง เพื่อให้เป็นประโยชน์และสะดวกสบายกับตัวเรามากที่สุด มาดูกันเลยว่า มีปัจจัยพื้นฐานอะไรบ้างที่ควรนำมาประกอบพิจารณาในการตัดสินใจเพื่อซื้อบ้าน
1. ทำเลที่ตั้ง
แน่นอนว่าทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในการซื้อ โดยจะต้องเลือกทำเลที่สามารถจะเติบโตได้ในอนาคตและส่งผลต่อการใช้ชีวิต สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย ที่สำคัญสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบก็สำคัญไม่แพ้กันเลย โดยหลักการพิจารณาเบื้องต้นสามารถดูได้จากการเปิดของห้างสรรพสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ขนส่งสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น
2. การเดินทาง
การเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นแรงจูงใจที่ทุกคนนำมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน ถ้ามีขนส่งสาธารณะที่ดีหรือมีถนนที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวกสบาย อย่างเช่น สามารถเดินทางไปทำงานได้สะดวกหรือสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
3. พื้นที่ใช้สอย
ควรพิจารณาด้วยว่าพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อการใช้งานของจำนวนสมาชิกครอบครัวหรือไม่ เพราะจะต้องแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยการใช้งานภายในอีก อีกทั้งยังต้องพิจารณาเผื่ออนาคตด้วยว่าจะมีสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นไหม เช่น พ่อแม่หรือจะเป็นลูก ๆ นั่นเอง
4. ที่จอดรถ
แน่นอนว่ารถยนต์ต้องมีพื้นที่ที่เพียงพอต่อการจอดด้วยนั่นเอง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกครอบครัวด้วยว่ามีรถยนต์กี่คัน เพราะถ้านำรถยนต์ออกมาจอดหน้าบ้านอาจจะดูไม่เหมาะสม เนื่องจากจะทำให้มีปัญหาเรื่องการจอดอยู่พื้นที่ส่วนกลางได้
5. สิ่งอำนวยความสะดวก
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการหมู่บ้านก็เป็นสิ่งที่ต้องดูด้วย เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องเสียค่าส่วนกลางให้กับทางหมู่บ้าน เชื่อว่าทุกโครงการต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และอื่น ๆ ที่อยู่ภายในโครงการ และสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คือ สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกนั่นเอง ถ้าหากโครงการหมู่บ้านตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นแหล่ง Lifestyle ของคนเมือง เช่น มีขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม มีห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งกิน และสถานที่ต่าง ๆ ก็สามารถดึงดูดผู้ซื้อได้มากเลยล่ะ
6. ระบบรักษาความปลอดภัย
โครงการที่ดีควรมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เช่น การเข้า-ออกโครงการด้วย Key Card มีกล้องวงจรปิดทุกที่ มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. เป็นต้น จึงจะทำให้คนซื้อรู้สึกสบายใจและรู้สึกปลอดภัยในการอยู่อาศัยนั่นเอง
สรุปท้ายบทความ
การซื้อบ้านหนึ่งหลังนั้น มีวิธีการดำเนินการที่หลายขั้นตอนมาก ๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาวิธีการเตรียมตัวซื้อบ้านให้เข้าใจ จะได้ไม่มีอะไรตกหล่นทีหลัง ที่สำคัญการยื่นกู้บ้าน การเตรียมเอกสารสำคัญ การเคลียร์ภาระส่วนตัว การมีวินัยในการชำระหนี้ การใช้เงินอย่างเป็นระบบ จะส่งผลต่อการกู้ซื้อบ้านในอนาคตของเราด้วยนะครับ
ใครที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกหรือบ้านหลังที่ 2 อยู่ ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือซื้อเพื่อลงทุน ทาง Kaidee Property เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกอย่างหลากหลาย เข้ามาชมก่อนได้นะ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
เชื่อว่าหลายๆคน เมื่อถึงจุดๆหนึ่งคงเริ่มมีแผนในใจว่าอยากปรับปรุง ซ่อมแซมบ้านของตัวเองให้ดูใหม่และทันสมัยมากขึ้น แต่ก่อนจะลงมือรีโนเวท เราควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อน เพื่อให้ไม่เสียทั้งเวลาและงบประมาณจนเกินพอดี ซึ่งวันนี้เรามี 7 ข้อง่ายๆ ในการเตรียมตัวก่อนคิดรีโนเวทบ้านมาฝาก
รีโนเวทบ้านทั้งที สิ่งที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง ?
หลายๆคน อาจจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าควรเริ่มต้นอย่างไร ลองอ่านสิ่งที่เรานำมาฝากดูสักนิด รับรองได้ไอเดียดีๆแน่นอน
คิดให้ดีว่าเราต้องการอะไร
จะปรับปรุงบ้านทั้งที ของแบบนี้ต้องคิดแล้วคิดอีก เพราะถ้าเกิดไม่ได้อย่างที่ต้องการขึ้นมา อาจจะต้องแก้ไขกันอีกยาว อีกทั้งยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช้เหตุอีกด้วย อาจจะเริ่มจากการคิดจุดประสงค์ของการรีโนเวทขึ้นมาก่อน จากนั้นคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ เช่น การใช้งานว่าคุ้มค่าหรือไม่ ตามด้วยความสวยงาม ซึ่งอาจจะจ้างสถาปนิกช่วยให้เราเห็นภาพที่ชัดขึ้นด้วยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการแต่ละบุคคล
คิดถึงเรื่องสไตล์ แต่อย่าลืมมองการณ์ไกล
ไม่ว่าคุณต้องการรีโนเวทบ้านให้เป็นแบบไหนก็ตาม ขอให้คุณมั่นใจก่อนว่าสิ่งที่เลือกมานั้นดีที่สุด ดังนั้นอย่าเลือกรีโนเวทบ้านตามสมัยนิยม แต่ให้เลือกจากการอยู่อาศัยจริงจะดีกว่า เพื่อคุณสามารถอยู่กับมันไปได้นานๆ ยังไงล่ะ
กำหนดงบประมาณที่จะใช้
ไม่ลืมคำนวณ หรือกำหนดแผนงบประมาณก่อนเสมอ เพราะสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของการรีโนเวทบ้าน เพราะการรีโนเวทแต่ละครั้งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าออกแบบ, ค่าวัสดุ, ค่าแรงงานต่างๆ ฉะนั้นแล้วคุณต้องเตรียมให้ดีเพื่อให้งบไม่บานปลาย
ทำลิสต์วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้
เพื่อป้องกันปัญหาการลืมว่าต้องใช้อะไรในการรีโนเวทบ้าง คุณควรทำลิสต์รายชื่อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ก่อน จากนั้นให้จัดลำดับความสำคัญและความจำเป็นของอุปกรณ์แต่ละชนิด ซึ่งจะช่วยให้งานดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และงบไม่บานปลายอีกด้วย
เลือกช่างที่ไว้ใจได้
สิ่งสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ อีกหนึ่งอย่างก็คือ การหาช่างผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ มีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง เพราะการรีโนเวทบ้านแต่ละครั้งจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพโครงสร้างต่างๆ รวมไปถึง ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ด้วย การเลือกช่างที่มีประสบการณ์ จึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ เพื่อให้การรีโนเวทผ่านไปได้ด้วยดี
เพราะถ้าหากเลือกช่างที่ขาดประสบการณ์ ไม่รู้จริงเรื่องบ้าน อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาในระระยาวได้ ถึงตอนนั้นคุณอาจจะมานั่งปวดหัวอีกรอบก็เป็นได้
ใส่ใจเลือกอุปกรณ์รีโนเวทบ้าน
สำหรับการเลือกอุปกรณ์ในการรีโนเวทบ้าน คุณควรเลือกวัสดุที่แข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน อาจจะเลือกวัสดุอุปกรณ์ที่มีราคากลางๆ ก็ได้ ซึ่งการเลือกวัสดุแต่ละชิ้นต้องพิจารณางบประมาณของคุณประกอบด้วย
เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมพร้อม
นอกจากช่างผู้คุมงานแล้ว ตัวคุณเองก็ควรลงไปดูงานด้วยเช่นกัน เผื่อในกรณีที่มีปัญหา หรือข้อสงสัยจะได้สามารถแก้ปัญหาได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาติดต่อผ่านตัวกลาง อีกทั้งยังสามารถตรวจเช็กอุปกรณ์ และความสะดวกต่างๆ อย่างใกล้ชิดอีกด้วย
ความแตกต่างระหว่าง “การรีโนเวท” และ “การสร้างบ้านใหม่”
การรีโนเวทบ้านใหม่ มีค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้
- วัสดุตกแต่ง วัสดุก่อสร้าง
- งานระบบสาธารณูปโภค ทั้งระบบน้ำ และ ระบบไฟฟ้า (เฉพาะส่วนที่รีโนเวท)
- งานโครงสร้าง (เฉพาะส่วนที่รีโนเวท)
- สถาปัตยกรรม
- ค่าจำกัดปลวก
- ค่าตกแต่งภายใน
งานรื้อถอนใหม่ หรือสร้างบ้านใหม่ มีค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้
- ค่ารื้อถอน
- สถาปัตยกรรม
- วัสดุตกแต่ง วัสดุก่อสร้าง
- โครงสร้างใหม่ โครงสร้างเหล็ก เหล็กสร้างบ้าน
- งานตกแต่งภายใน
- ค่าถมที่ดิน (สำหรับสร้างในที่ดินใหม่)
- งานระบบสาธารณูปโภค ทั้งระบบน้ำ และ ระบบไฟฟ้า
สรุปความแตกต่างระหว่าง “การรีโนเวท” และ “การสร้างบ้านใหม่”
- การสร้างบ้านใหม่มีขั้นตอนการก่อสร้างมากกว่าการรีโนเวทบ้าน เพราะจะต้องทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเก่าออกและต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด
- แม้การรีโนเวทบ้านจะมีขั้นตอนที่น้อยกว่า ประหยัดมากกว่า แต่ถ้าหากรีโนเวทบ้านที่เก่าแล้ว ก็ต้องเสียค่าซ่อมแซมบ่อยๆ ซึ่งการสร้างบ้านใหม่อาจจะคุ้มค่ากว่า
4 เคล็ดลับรีโนเวทบ้านให้ประหยัดงบที่สุด
เพื่อให้ทุกคนรีโนเวทบ้านได้อย่างคุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงสุด วันนี้เรามี 4 เคล็ดลับดีๆ ในการรีโนเวทบ้าน แถมประหยัดงบที่สุดมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย
1. เลือกแบบบ้านให้เหมาะกับการใช้งานและงบประมาณ
เพราะแบบบ้านที่ดีนอกจากจะต้องสวยงามน่าอยู่อาศัยแล้ว ส่วนประกอบต่างๆในการทำก็ควรได้มาตรฐานตามหลักวิศวกรรมด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากคุณเลือกใช้บริการจากบริษัทรับสร้างบ้านในการรีโนเวท หรือคิดจะรีโนเวทด้วยตัวเอง ให้คำนึงถึงความเหมาะสม รูปแบบการใช้งาน และงบประมาณก่อนเสมอ เพื่อให้บ้านที่ออกมาได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย
2. เลือกรีโนเวทจุดสำคัญจริงๆ
ถ้าอยากประหยัดเงิน งบไม่บานปลาย คุณต้องรู้จักยั้บยั้งชั่งใจและเลือกรีโนเวทจุดที่สำคัญจริงๆ พยายามโฟกัสจุดนั้นๆ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยคำนวณดูอีกครั้งว่างบยังเหลือหรือไม่ หรือสามารถทำเพิ่มเติมได้มากแค่ไหน หากประเมินแล้วว่าสามารถทำได้ก็ลุยต่อเลย
3. ลงมือทำเองช่วยได้เหมือนกัน
เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าคุณสามารถทำเองได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะนอกจากจะไม่เสียเงินแล้ว ยังได้รูปแบบที่ตรงใจ ไม่เสียเวลามากมาย แต่อาจจะต้องลงแรง และหาความรู้เพิ่มเติมมากขึ้นสักหน่อย
4. เฟอร์นิเจอร์ วัสดุเก่า อย่าเพิ่งทิ้ง
เพราะสิ่งของเหล่านี้ อาจเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้านของคุณในอนาคตได้ ฉะนั้นแล้วอย่าเพิ่งตัดสินใจทิ้งไปล่ะ
สรุปท้ายบทความ
การรีโนเวทบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แต่เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณจึงควรศึกษาและหาข้อมูลเพิ่มเติมไว้ให้มาก ยิ่งเตรียมตัวดี ยิ่งได้บ้านตรงใจ และถ้าคุณกำลังมองหาบ้านดีๆสักหลัง Kaidee Property มีบ้านหลังสวยๆรออยู่เพียบ ดูบ้านเลย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ในปัจจุบันเริ่มมีการพูดถึงบ้านอัจฉริยะกันเยอะ เนื่องจากบ้านในปัจจุบันกำลังที่จะเปลี่ยนจากบ้านแบบเก่าที่ไม่มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอะไร เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทของที่อยู่อาศัยด้วยแล้ว เข้ามาทำให้ชีวิต การจัดการภายในบ้านง่ายและสะดวกขึ้น คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกบ้านแน่นอน
เทคโนโลยีกับบ้านมีประโยชน์อย่างไร
แน่นอนว่าถ้าหากมีเทคโนโลยีที่ปรับเข้ามาใช้ภายในบ้านแล้ว จะทำให้การใช้ชีวิตของคนในบ้านมีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยควบคุม ดูแล และช่วยให้มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง ส่งผลให้เราไม่ต้องมาคอยเป็นกังวลหรือต้องเหนื่อยจากการที่ต้องลงแรงทำเองในการดูแลสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน
มาดู 5 เทคโนโลยีในอนาคตที่บ้านและคอนโดจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้มากขึ้น มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย
1. ควบคุมง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส
ต้องบอกเลยว่าเทรนด์นี้กำลังอินเทรนด์มาก ๆ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันอยู่บนโทรศัพท์มือถือก็สามารถควบคุมการเปิด-ปิดแอร์ ไฟในบ้านทั้งหมด หรือรวมแม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งในอนาคตคุณสามารถกดสั่งด้วยปลายนิ้วสัมผัสผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้ควบคุมการสั่งการบนจอโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถควบคุมได้ทุกอย่างภายในบ้าน เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมาก ๆ เลยใช่ไหมครับ
หากวันไหนลืมว่าปิดไฟหรือลืมว่าถอดปลั๊กไฟหรือยัง ก็สามารถเข้ามาเช็กได้ที่แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ก็สามารถปิดได้จากทุก ๆ ที่ โดยไม่ต้องกลับเข้ามาบ้านเพื่อมาปิดไฟเลย ทำให้คุณใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายไร้กังวล ที่สำคัญยังเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย
2. Smart Home เพียงออกคำสั่งผ่านเสียง
มาถึงอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฮเทคที่เราสามารถออกคำสั่งผ่านเสียง ไม่ว่าคุณจะพูดอยู่ตรงส่วนไหนของห้อง ขอแค่คุณอยู่ในระยะที่อุปกรณ์ Smart Home สามารถได้ยิน มันก็จะทำหน้าที่รับคำสั่งจากเราแล้วไปควบคุมอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้านที่ถูกเชื่อมต่อไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟภายในบ้าน เปิดแอร์ รับโทรศัพท์ เปิดทีวี เปลี่ยนช่อง เปิดเพลง รวมไปถึงรดน้ำต้นไม้นอกบ้าน ที่ฉลาดไปกว่านั้นคือสามารถสั่งของ สั่งอาหารให้เราได้อีกด้วย ทุกอย่างจะทำแทนเราหมด เพียงแค่เราพูดออกคำสั่งแค่นั้น ไฮเทคสุด ๆ ไปเลยล่ะ
3. เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ไม่ต้องกลัว
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบลืมถอดปลั๊กไฟทิ้งไว้ โดยการเสริมจากข้อที่ 1 ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้คุณควบคุมการจ่ายไฟฟ้าได้ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ตัวเสียบปลั๊กไฟ เวลาไปไหนแบบรีบ ๆ แล้วลืมถอดปลั๊ก เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันจากโทรศัพท์ สั่งให้ที่เสียบปลั๊กหยุดจ่ายไฟฟ้าให้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปลอดภัยขึ้นมาก ๆ เลยครับ
4. ระบบไฟอัจฉริยะ
ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าในอนาคตต้องมีทุกบ้านแน่นอน โดยที่ระบบนี้จะทำหน้าที่เปิดไฟทันทีเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับว่ามีคนเดินผ่านหรือมีคนย่ำเท้า แล้วแต่ระบบที่ตั้งค่ามาว่า จะให้ได้ยินเสียงหรือว่าเดินผ่าน ตอนไหนจะให้ไฟติด เหมาะกับทุกคนเพราะไม่ต้องมาคอยกดเปิด-ปิดเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ อุปกรณ์นี้สามารถทำให้การเข้าห้องน้ำช่วงดึกของผู้สูงอายุปลอดภัยมากขึ้น โดยที่ไฟเองจะเปิดอัตโนมัติ ไม่ต้องคลำหาที่เปิด-ปิดไฟ ว่าอยู่ตรงไหน ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ดีเลยล่ะ
5. กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ
กล้องวงจรปิดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อได้เลยว่าในอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี แต่จะพิเศษกว่าตรงที่ว่ากล้องจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของบุคคลได้ตลอดเวลา สามารถแจ้งเตือนกับเจ้าของบ้านได้ทันทีเมื่อมีขโมยหรือมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านและที่สำคัญ ตัวอุปกรณ์สามารถแจ้งเตือนมาที่แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือของเราได้ ทำให้โทรแจ้งตำรวจได้ทันเวลา
แต่คิดว่าในอนาคต ตัวกล้องจะมีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น อย่างเช่นมีการจดจำหน้าเจ้าของบ้านทุกคนได้ สามารถแยกแยะคนแปลกหน้าได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองครับ
6. Video Door Phone สะดวกสบายไม่ต้องเปิดประตูเอง
บ้าน ในส่วนของบ้านนั้น ในประเทศไทยอาจจะไม่ได้เห็นการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จะเห็นได้จากต่างประเทศ เช่น ประเทศเกาหลี ที่จะใช้ Video Door Phone ติดอยู่ข้างประตูเข้า-ออกบ้าน หรือจะติดตั้งเพิ่มไว้ตรงส่วนไหนของบ้านอีกก็ได้และจะมีเครื่องที่มีกล้องติดไว้อยู่ด้านนอกของบ้าน ซึ่งถ้ามีบุคคลมีธุระกับเรา เราจะสามารถดูจากกล้องก่อนได้ว่าใครมา และยังสามารถสื่อสารผ่านลำโพงที่มีติดไว้กับตัวเครื่องด้วย นอกจากนี้ เจ้าของบ้านยังสามารถปลดล็อกประตูบ้านผ่านเครื่องนี้ได้อีกด้วย
คอนโด ในส่วนของคอนโดนั้น จะคล้ายกับบ้านเลย แต่คอนโดบางที่จะไม่ได้ติดเครื่องนี้ไว้นอกห้องทุกห้อง แต่ในส่วนของภายนอกจะติดตั้งเครื่องนี้ไว้เพียงจุดเดียวคือ ประตูด้านนอกคอนโด ซึ่งเวลามีบุคคลมาติดต่อขอพบหรือมาส่งของ ก็สามารถกดโทรหาห้องเราได้ ซึ่งเราจะสามารถดูจากจอที่อยู่ในห้องของเราได้เลยว่ามีใครมาหา ถ้าถูกต้อง ถูกคน สามารถกดปลดล็อกประตูด้านล่างคอนโดเพื่อให้เข้ามาหาเราที่ห้องได้เลย
สรุปท้ายบทความ
การที่นำเทคโนโลยีมาช่วยในการดูแลทุกอย่างภายในบ้านและคอนโดแทนเรา ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไร้กังวล และปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการนำมาใช้กับบ้านและคอนโด ในปัจจุบันเราเริ่มได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยการนำรูปแบบ Smart Home มาใช้กับบ้านและคอนโดมากขึ้น แน่นอนว่าในอนาคต เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบ้านและคอนโดเยอะขึ้นแน่นอน เพื่อตอบสนองกับ Lifestyle แบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง
เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อน ๆ สำหรับบ้านในอนาคต มีเทคโนโลยีที่ครบเครื่องเลยใช่ไหมล่ะ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยโครงการหมู่บ้านบางโครงการก็เริ่มใส่เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ให้เจ้าของบ้านใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่ราคาก็ยังคงสูงอยู่ ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการจะมีบ้านไว้ก่อนแต่ในอนาคตค่อยใส่เทคโนโลยีเข้าไปทีหลังก็ได้ ลองมาดูบ้านที่ Kaidee Property ก่อนได้นะครับ เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์เลย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ในปัจจุบัน ‘บ้าน’ ที่เห็นกันส่วนใหญ่จะมีแต่บ้านชั้นเดียวและบ้าน 2 ชั้น โดยที่บ้านได้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้เพียงพอกับสมาชิกในบ้าน แต่ถ้าหากว่าสิ่งของภายในบ้านเริ่มเยอะขึ้นหรือมีสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นความต้องการการใช้งานของพื้นที่ก็ต้องเพิ่มขึ้น ทำให้บ้านในปัจจุบันจึงไม่พอต่อการใช้งาน เนื่องจากไม่ได้คิดเผื่อไปถึงอนาคต ทำให้บางครอบครัวต้องซื้อบ้านใหม่ เพื่อรองรับจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่เยอะขึ้นนั้นเอง
แต่ถ้าหากใครวางแผนในอนาคตว่าอยากจะมีบ้านสักหนึ่งหลัง อยากจะแนะนำว่าให้คิดเผื่อไปในอนาคตข้างหน้าด้วยว่า จะมีจำนวนสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นไหม อย่างเช่น ให้คุณพ่อและคุณแม่เข้ามาอยู่ด้วย เนื่องจากท่านอายุเยอะขึ้น จึงต้องอยู่ในการดูแลของลูก ๆ หรือจะมีแผนที่จะมีลูกน้อยกี่คน บ้านหลังนี้ในอนาคตจะสามารถรองรับได้ไหม เพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ อีกทั้งยังต้องมีสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ที่ต้องมีในบ้านอีก ดังนั้น การที่มีบ้านที่คิดเผื่อในอนาคตแล้วและบ้านหลังที่กำลังจะซื้อสามารถรองรับจำนวนสมาชิกครอบครัวในอนาคตและสิ่งของหลาย ๆ อย่าง ได้ก็ดีไม่น้อย ซึ่ง ‘บ้าน 3 ชั้น’ ก็เป็นความคิดที่ดีเลยละครับ
บ้าน 3 ชั้น ดีอย่างไร
1. พื้นที่ใช้สอย
แน่นอนว่าบ้าน 3 ชั้นต้องมีพื้นที่เยอะกว่าบ้านชั้นเดียวหรือบ้าน 2 ชั้นแน่นอน เนื่องจากการเพิ่มชั้น 3 ของบ้านขึ้นมา พื้นที่ก็ต้องเพิ่มขึ้น โดยชั้น 3 อาจจะออกแบบให้มีห้องเพิ่ม ห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัว หรืออาจจะมีระเบียงเล็ก ๆ อยู่ชั้น 3 เอาไว้ใช้สำหรับจัดงานสังสรรค์เล็ก ๆ หรือ นั่งพักผ่อนกับสวนลอยฟ้าที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงามก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อยและแน่นอนว่าการเลือกออกแบบก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบของคุณด้วยนะ
2. ความเป็นส่วนตัว
การที่มีพื้นที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าการสร้างห้องต่าง ๆ ก็จะต้องอยู่ห่างจากกัน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหรืออาจจะแบ่งชั้นกันอย่างครอบครัวของเจ้าของบ้านจะอยู่ที่ชั้น 3 ห้องนอนลูกอยู่ชั้น 2 และห้องนอนรับรองของญาติพี่น้อง ก็จะช่วยให้มีความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง
3. ของเยอะไม่ต้องกลัว
การมีชั้นที่เพิ่มขึ้น อาจจะสร้างห้องใดห้องหนึ่งที่ชั้นไหนก็ได้ เอาไว้เก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่ใช้แล้วหรืออาจจะเป็นสิ่งของอย่างอื่นก็ได้ เพื่อที่จะจัดระเบียบบ้านให้เป็นระเบียบมากขึ้นมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปเก็บของในพื้นที่จะทำให้บ้านดูรกหูรกตาได้นั่นเอง
10 แบบบ้าน 3 ชั้น
ว่ากันแล้วก็มาดูตัวอย่างแบบบ้าน 3 ชั้นที่ทาง Kaidee Property เอามาให้เพื่อน ๆ ได้เห็นรูปแบบกันว่าเป็นแบบไหน สไตล์ไหน เพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อน ๆ ได้นำไปเป็นแบบในการสร้างหรือจะติดต่อสร้างบ้านทางเว็บไซต์ที่ให้เครดิตไว้ได้เลยครับ
1. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 200 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
ราคา: 5 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
2. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 254 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
3. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 56 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 277 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
4. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 62 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 293 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
5. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 61 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 285 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
6. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 81 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 397 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน
ราคา: มากกว่า 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
7. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 86 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 451 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน
ราคา: มากกว่า 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
8. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ทาวน์โฮม
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 196 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 3 – 4 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
9. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ทาวน์โฮม
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 249 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
10. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น
รายละเอียด
บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 59.8 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 276 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน
ราคา: 4 – 6 ล้านบาท
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th
รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน
สรุปท้ายบทความ
เห็นรูปแบบของบ้าน 3 ชั้น สามารถนำไปเป็นแนวทางหรือจะติดต่อทางเว็บไซต์ที่เรานำแบบบ้านมาให้ดูได้เลย จะเห็นได้ว่าขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน 3 ชั้นนั้น มีพื้นที่ที่เยอะขึ้น สามารถรองรับสมาชิกครอบครัว จำนวนสิ่งของได้เยอะขึ้น หากใครกำลังมองหาบ้านที่สามารถเพิ่มพื้นที่การใช้งานในตัวบ้านได้ แต่อยู่ในที่ดินที่มีขนาดจำกัด บ้าน 3 ชั้นก็เป็นแนวคิดที่ดีและตอบโจทย์สำหรับคุณเลยละครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ดูแล้วก็อยากมีบ้าน 3 ชั้นกันเลยใช่ไหม ถ้าหากใครที่กำลังมองหาอยู่ละก็ สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ www.compacthome.co.th ได้เลย หรือถ้าหากใครกำลังหาบ้านมือสอง สภาพดี พร้อมเข้าอยู่ ก็สามารถมาหากันได้ที่ Kaidee Property กันได้เลยนะครับ เรามีให้คุณได้เลือกสรรมากมาย หลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคากันเลย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากเรานึกถึงพื้นที่ใกล้กรุงเทพที่กำลังเป็นที่นิยมในการขยายความเจริญออกมาจากกรุงเทพฯ เราคงจะนึกถึงจังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ ใช่ไหมครับ แต่มีอีกหนึ่งจังหวัดที่กำลังเติบโตไม่แพ้กัน คือ รังสิต จังหวัดปทุมธานีนั่นเอง โดยเป็นเมืองปริมณฑลที่กำลังรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพมหานครออกมาทางตอนเหนือ ซึ่งในปัจจุบัน รังสิต เป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางไปยังจังหวัดในภูมิภาคอื่น ๆ อีกทั้งยังมีชุมชนขนาดใหญ่ สถานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกด้วย จึงทำให้ทำเลที่เรียกว่า รังสิต จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดปริมณฑลตอนเหนือเป็นพื้นที่สำคัญ ที่กำลังขยับขยายเติบโตขึ้นในอนาคต
ทำไมรังสิต จังหวัดปทุมธานี ถึงเป็นพื้นที่กำลังเติบโต?
ปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ทำให้ รังสิต จังหวัดปทุมธานี กำลังขยับขยายเติบโตขึ้น สังเกตได้จากที่อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ โดยพื้นที่รังสิตเริ่มรองรับการขยายตัวของกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลอย่าง นนทบุรี ที่เริ่มขยายมายังพื้นที่รังสิต จังหวัดปทุมธานีมากขึ้น จะเห็นได้จากการขยายการคมนาคมการเชื่องต่อที่ชัดเจนเลย คือ การสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงขยายมายังเส้นทางรังสิตและส่งผลให้การขยับขยายอื่น ๆ เช่น การเกิดของโครงการหมู่บ้าน คอนโด และห้างต่าง ๆ เริ่มลงทุนสร้างในพื้นที่เยอะขึ้น โดยเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
1. ศูนย์กลางของการเดินทาง
สังเกตไหมว่า การเดินทางออกไปต่างจังหวัดในภูมิภาคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคเหนือ จะต้องมาผ่านที่ รังสิต ก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าจะขับรถยนต์ส่วนตัวหรือแม้กระทั่งรถสาธารณะก็ยังมีท่ารถในการใช้เป็นที่ขนส่งจากรังสิต ไปจังหวัดอื่น ๆ เช่นกัน จึงทำให้ รังสิต เป็นทางผ่านของรถยนต์ บางวันหรือบางเทศกาลการเดินทางก็ทำให้รถติดยาวเลยละ
2. รถไฟฟ้ามาถึงแล้วนะ
แน่นอนว่าปัจจุบันมีการก่อสร้างทางของรถไฟฟ้าถึง 2 สาย คือ
- รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน เปิดให้บริการปี 2564
- รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ – รังสิต เปิดให้บริการปี 2564
จึงทำให้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างพากันเลือกทำเลในการสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เช่น โครงการหมู่บ้าน โครงการคอนโด ที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดและปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ด้วยอานิสงส์ของรถไฟฟ้าที่ทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้น ทำให้ในตอนนี้ผู้คนต่างพากันจับจองบ้านและคอนโด เพราะในอนาคตราคาจะต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน
3. สถานที่สำคัญต่าง ๆ
สถานที่สำคัญของ รังสิต มีเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะจะเป็นห้างสรรพสินค้า อย่าง ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ที่รวมเอาห้างสรรพสินค้าอย่าง Robinson Central Zpell และ Big C เชื่อมต่อไว้ด้วยกัน จึงทำให้เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่าน รังสิต นอกจากนี้ยังมีห้างที่อยู่ใกล้ ๆ อย่าง Indexlivingmallo Homepro Tesco Lotus Makro และห้างอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้าไอทีขนาดใหญ่อย่าง Zeer จึงทำให้ รังสิต เป็นแหล่งที่รวมเอา LifeStyle ขนาดใหญ่ไว้เพื่อรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพมหานครในอนาคตด้วยนั่นเอง
อีกทั้ง รังสิต ยังมีสถานที่สำคัญอย่างมหาวิทยาลัยชื่อดังไว้หลายแห่ง คือ
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต
- มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต
- มหาวิทยาลัยรังสิต
ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังที่นักศึกษาเข้ามาเรียนต่อกันเยอะมากเช่นกัน จึงทำให้ธุรกิจหอพักต่าง ๆ มีรายได้ที่ดีตลอด และในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีการสร้าง Condo โครงการหมู่บ้าน ใหม่ ๆ ขึ้นมาเยอะพอสมควรเพื่อตอบสนองการเช่าและการซื้อของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนในพื้นที่นั่นเอง
4. ราคาที่อยู่อาศัยถูกกว่า
สังเกตได้ว่าโครงการหมู่บ้านในเขตปริมณฑล ราคาบ้านในโครงการ ราคาคอนโด รวมไปถึงราคาที่ดิน จะมีราคาที่ถูกกว่าในเมือง เนื่องจากยังเป็นแค่พื้นที่ที่กำลังจะขยายความเจริญออกมา เพราะพื้นที่ในเมืองเริ่มเหลือน้อย ส่งผลให้การขยับขยายเรื่องที่อยู่อาศัยจึงขยับมาในส่วนของปริมณฑลซึ่งไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกสบาย สำหรับขนส่งสาธารณะก็มีครอบคลุม อย่าง นนทบุรี สมุทรปราการ ที่มีขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์และรถไฟฟ้าเริ่มไปถึงแล้ว รวมไปถึง รังสิต จังหวัดปทุมธานีด้วยเช่นกัน
โดยราคาบ้านของโครงการและคอนโด ตอนนี้ยังมีราคาที่ถูกกว่าโครงการบ้านและคอนโดในเมืองมาก ผู้อยู่อาศัยสามารถซื้ออยู่ได้ บางคนมีรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถขับไปทำงานในเมืองได้อย่างสะดวก มีรถเมล์ที่ครอบคลุม และในปี 2564 ที่จะถึงนี้จะมีรถไฟฟ้าขยายมาถึง 2 สายด้วยกัน ทำให้การเดินทางเข้าเมืองยิ่งสะดวกสบายมากขึ้น ส่งผลให้ในอนาคตอันใกล้ ราคาขายบ้านและคอนโดของรังสิต จะมีราคาที่ปรับขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง
เพราะฉะนั้นใครกำลังจะซื้อบ้านและคอนโดเพื่ออยู่อาศัยหรือเพิ่งลงทุน ปล่อยเช่าในอนาคตในพื้นที่ รังสิต จังหวัดปทุมธานี ก็รีบซื้อเลยตั้งแต่ตอนนี้นะ ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นเนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง
5. อนาคต คือ ทำเลทอง
สืบเนื่องจากการขยับขยายความเจริญมาจากกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑลอื่น ๆ มายังรังสิต ปทุมธานี จึงทำให้ในอนาคตรังสิต จะมีการลงทุน มีความเจริญเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน เนื่องจากมีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสถานที่สำคัญอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงเรียนต่าง ๆ จึงทำให้อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เช่น บ้าน คอนโด มีราคาที่สูงขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นการที่คิดจะลงทุนซื้อบ้านและคอนโดในพื้นที่รังสิต ปทุมธานีคุ้มค่าแน่นอนครับ
สรุปท้ายบทความ
เชื่อได้เลยว่าในอนาคตพื้นที่ที่เรียกว่า รังสิต จังหวัดปทุมธานี จะเป็นพื้นที่ที่มีโครงการหมู่บ้าน คอนโด และสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยต่าง ๆ เยอะขึ้น เนื่องจากปัจจัยในหลาย ๆ ด้านที่ทำให้นักลงทุนทั้งหลายเริ่มมาลงทุนกับพื้นที่ปริมณฑลอย่าง รังสิต จังหวัดปทุมธานีเยอะขึ้น และที่สำคัญราคาในการซื้อ – ขายบ้านและคอนโดในปัจจุบันเป็นราคาที่ยังจับต้องได้ ไม่สูงมากนัก ถ้าหากใครอยากลงทุนซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อขายและปล่อยเช่าในอนาคต ก็เป็นทำเลที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากเลยทีเดียว
หากเพื่อน ๆ ที่กำลังหาบ้านและคอนโดที่ รังสิต จังหวัดปทุมธานีอยู่ ลองเข้ามาดูกันก่อนที่ Kaidee Property กันก่อนได้นะครับ เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกดู เลือกซื้อในแบบที่หลากหลายเลย