ฮาวทูสร้างบ้านผู้สูงอายุให้อยู่เย็นเป็นสุข

ฮาวทูสร้างบ้านผู้สูงอายุให้อยู่เย็นเป็นสุข

จากสถิติอัตราการเกิดและตายของประชากรในประเทศไทยของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เห็นได้ชัดว่าในอนาคตประเทศไทยอาจกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุภายใน 20 ปี เนื่องด้วยอัตราประชากรโดยส่วนใหญ่มากกว่า 45% ล้วนแล้วแต่เป็นวัยทำงาน ในขณะที่อัตราการเกิดมีเพียง 16 กว่าเปอร์เซนต์เท่านั้น 

นอกจากการมองหาบ้านพักผู้สูงอายุสักหลังแล้ว การสร้างบ้านเพื่อเตรียมตัวสำหรับวัยชราก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกนักในช่วงนี้ เพราะนอกจากการสร้างบ้านแบบนี้จะเป็นประโยชน์ให้แก่คุณในตอนชราแล้ว ยังเป็นบ้านที่เหมาะสมสำหรับบุพการีที่เริ่มมีอายุแล้วเช่นเดียวกัน

บ้านผู้สูงอายุที่ดีควรมีลักษณะแบบไหน ?

ในหลักการการสร้างบ้านเพื่อผู้สูงอายุสามารถจำแนกออกเป็นการดีไซน์ตามสัดส่วนห้องแต่ละห้องของบ้านได้ และตามเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยแก่ผู้สูงอายุ

1. ทางเข้า-ออก ของตัวบ้าน

บริเวณทางเข้าออกของบ้าน มักเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องด้วยพื้นกระเบื้องที่อาจลื่นเกินไปในการก้าวขึ้นบันได หรือความชันที่มีมากกว่าแรงขา 

บ้านที่ดีสำหรับผู้สูงอายุจึงควรปรับทางเข้า-ออกตัวบ้านเป็นทางลาด ซึ่งทางลาดก็ไม่ควรมีความชันมากเกินไป เพราะต้องเผื่อผู้สูงอายุที่อาจต้องใช้รถเข็นด้วย ที่สำคัญที่สุด ควรจะต้องมีราวจับให้แก่ผู้สูงอายุในการก้าวเดินด้วย อาจวางราวจับในความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร

2.ภายในห้องน้ำ

ส่วนสำคัญถัดมาก็คือห้องน้ำ ผู้สูงอายุหลายท่านมักจะประสบปัญหาการลื่นล้มหรือหน้ามืดระหว่างอาบน้ำ ถือว่าเป็นจุดที่อันตรายที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะห้องน้ำเป็นพื้นที่ปิด หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาอาจไม่สามารถเห็นเหตุการณ์ข้างในได้

สิ่งสำคัญคือการแก้พื้นห้องน้ำ ให้กลายเป็นกระเบื้องกันลื่น ไม่ควรสร้างธรณีประตูไว้ เพราะอาจทำให้ก้าวสะดุดล้มได้ และทางที่ดีที่สุดคือการสร้างห้องน้ำโดยแบ่งพื้นที่เป็น พื้นที่เปียกและแห้ง เพื่อไม่ให้น้ำจากพื้นที่เปียกไหลออกมาเต็มห้อง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการลื่นล้มได้ง่ายมากขึ้น ในกรณีนี้แนะนำให้สร้างราวจับไว้บริเวณโถสุขภัณฑ์ ป้องกันการลุกนั่งลำบากด้วยค่ะ

3.ห้องนอน

ห้องนอนควรทำห้องที่อยู่ชั้นล่างของตัวบ้านในกรณีที่คุณต้องการสร้างบ้านสองชั้น และควรจะไม่อยู่ลึกเกินไปในตัวบ้านจะทำให้เข้าออกลำบาก ที่สำคัญที่สุดควรสร้างห้องนอนให้ติดกับห้องน้ำยิ่งมีประตูเชื่อมกันได้ยิ่งดีค่ะ หากกลางดึกผู้สูงอายุในบ้านต้องการทำธุระก็สามารถเดินไปได้อย่างสะดวก 

ในบริเวณห้องนอนควรปูกระเบื้องที่ไม่ลื่น และควรจัดวางสิ่งของในระดับที่สามารถหยิบถึงได้แม้นั่งบนรถเข็น เช่น ตู้เสื้อผ้าก็ควรเป็นตู้บานเลื่อน เตียงนอนก็ไม่ควรเล็กและสูงจนเกินไปนัก เพราะจะทำให้เดินขึ้นเตียงไม่ได้ค่ะ

4.บานประตูและหน้าต่าง

นอกจากการจะทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขด้วยการมองเห็นภายนอกบ้านอย่างชัดเจนแล้ว การทำหน้าต่างให้เยอะจะทำให้แสงเข้ามาในตัวบ้านได้เยอะ ทำให้ช่วงมืดและสว่างของในตัวบ้านไม่ต่างกันมาก ซึ่งจะดีต่อผู้สูงอายุที่ต้องใช้เวลาในการปรับสายตา

ในส่วนของประตู ควรทำเป็นประตูบานเลื่อนที่มีที่จับ และตรงท้ายของบานประตูควรมีตัวยึดประตูให้อยู่กับร่องไม่ไหลเอง และที่สำคัญไม่ควรทำล็อคประตูค่ะ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุใดๆขึ้น เราจะเข้าไปช่วยเหลือได้ยากค่ะ

5.ห้องครัวหรือห้องอาหาร

ควรจัดวางโต๊ะกินข้าวหรือเคาน์เตอร์ควรในระดับที่ไม่เกิน 100 เซนติเมตร เพราะหากวางไว้สูงเกินไปอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย รวมถึงโต๊ะทานข้าวควรเป็นโต๊ะกินข้าวที่ไม่ว่าจะเดินหรือนั่งรถเข็นสามารถเข้าได้ทุกมุม เก้าอี้ก็ควรเป็นเก้าอี้ที่มีความแข็งแรงในระดับหนึ่ง เพราะผู้สูงอายุมักจะโถมน้ำหนักตัวใส่เก้าอี้ก่อนจะนั่ง ซึ่งอาจทำให้เก้าอี้ล้มได้

เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ

1.ติดแสงไฟบริเวณทางเดินแบบอัตโนมัติ

การซื้อหลอดไฟหรือวางระบบไฟภายในบ้านให้ติดอัตโนมัติเมื่อเดินผ่าน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้สูงอายุในช่วงกลางคืนอย่างมาก เพราะโคมไฟเพียงอย่างเดียวอาจให้ความสว่างไม่พอ ควรติดไฟบริเวณทางเดินด้วยถึงจะดี

2.สัญญาณช่วยเหลือภายในห้องน้ำ

อย่างที่ได้กล่าวไป เนื่องจากห้องน้ำเป็นพื้นที่ปิด จึงจำเป็นต้องมีปุ่มกดขอความช่วยเหลือ เป็นสายดึงเพื่อกดเรียกคนข้างนอกก็ได้ค่ะ และสามารถติดไว้ที่ห้องนอนของผู้สูงอายุก็ได้เช่นเดียวกัน

สัญญาณกดนี้ควรติดไว้ในจุดที่ผู้สูงอายุสามารถกดได้ง่าย ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ที่สำคัญอย่าติดในมุมอับที่จะทำให้มองเห็นยาก

3.กล้องวงจรปิดและมือถือ

การติดกล้องวงจรปิดไว้ทั้งในและนอกตัวบ้าน นอกจากจะช่วยเรื่องกันขโมยแล้วยังใช้ในการดูแลความเป็นไปภายในบ้านได้ด้วยค่ะ ซึ่งในยุคสมัยนี้เราสามารถดูกล้องวงจรปิดภายในมือถือได้แล้ว จะทำให้เราสอดส่องดูแลผู้สูงอายุภายในบ้านได้ดีเลยล่ะค่ะ

การสร้างบ้านสักหลังควรพิจารณาการอยู่ว่าจะอยู่ถึงช่วงอายุเท่าไร เพราะคุณจะต้องออกแบบดีไซน์ตัวบ้านให้เหมาะกับคุณและครอบครัวที่อาจเข้าใกล้ช่วงสูงวัยแล้ว ซึ่งบ้านในปัจจุบันของคุณอาจเป็นบ้านที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุเท่าไรนัก

ดังนั้นหากคุณต้องการดีไซน์บ้านสักหลังแล้ว แนะนำให้ลองหาซื้อบ้านมือสองแล้วรีโนเวทดูนะคะ จะสามารถช่วยคุณในเรื่องของการออกแบบที่ได้ดั่งใจและประหยัดงบกว่าการปลูกบ้านจากที่ดินเปล่าด้วยค่ะ รอช้าไม่ได้แล้วนะคะ เข้าไปที่ Kaidee Property เลยค่ะ!

Housing Friendly Design! ไอเดียการรีโนเวทบ้านสำหรับคนพิการ

Housing Friendly Design! ไอเดียการรีโนเวทบ้านสำหรับคนพิการ

ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็คงอยากที่จะมีชีวิตเป็นของตัวเอง ได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการกันทั้งนั้น ไม่มีข้อยกเว้น แม้ว่าวันหนึ่งคุณจะกลายเป็นคนที่มีข้อจำกัดบางประการในการใช้ชีวิต แต่ทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนไปเลย หากสภาพแวดล้อมในชีวิตของคุณถูกออกแบบมาให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างไม่มีข้อจำกัด 

หนึ่งในสถานที่ที่ควรพร้อมมากที่สุดคือ “บ้าน” สถานที่ที่รวมคนทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือหลานตัวเล็กที่นอนอยู่ในรถเข็นเด็ก โดยที่ความต้องการของคนแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันออกไป แล้วจะทำอย่างไรให้บ้านของเราเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตของทุกคน ไปดูสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการวางแผนออกแบบบ้านสำหรับคนทุกกลุ่มกันดีกว่า

Universal Design คืออะไร และสำคัญอย่างไร

แนวคิดของการออกแบบองค์ประกอบของพื้นที่ สิ่งอำนวยความสะดวก การก่อสร้างบ้าน สถานที่ทำงาน หรือที่สถานที่ต่างๆ ให้เหมาะสมกับทุกคน และทุกคนสามารถใช้งานได้ เข้าถึงได้อย่างสะดวก โดยที่การออกแบบเหล่านี้ จะไม่มีการเจาะจงถึง เพศ อายุ ขนาดของร่างกาย หรือความสามารถในการเข้าถึงได้ จึงกล่าวได้ว่า Universal Design เป็นการออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มความสามารถ ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าแตกต่าง และไม่จำกัดการเข้าถึงองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ให้สามารถเข้าถึงการใช้งานของพื้นได้อย่างสะดวก 

และด้วยเหตุผลอีกหนึ่งประการ ที่ทำให้สังคมไทยเริ่มให้ความสำคัญเกี่ยวกับ Universal Design คือ การคาดการณ์ข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุในปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ หรือจำนวนสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุ จะมีถึง 20% จากประชากรทั้งประเทศ จึงทำให้การออกแบบบ้านแบบ Universal Design กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงและแก้ไขสถานที่ต่างๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด ให้เหมาะสมกับทุกคน 

การออกแบบในแนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มคนพิการเท่านั้น แต่การออกแบบทั้งหมดนี้ จะส่งผลให้ทุกคนที่ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ กลุ่มคนที่มีข้อจำกัดในการใช้ชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านของเรา หรือตัวเราเองที่จะกลายเป็นผู้สูงอายุในอนาคต จะสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้เป็นอย่างดี และสามารถเข้าถึงการใช้งานได้อย่างง่ายดาย

7 ข้อสำคัญในการออกแบบ Universal Design

Fairness ออกแบบให้เกิดความเสมอภาคในการใช้งาน

ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ควรมีชีวิตเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ทุกคนควรได้รับความเสมอภาคในการใช้ชีวิตที่เท่าเทียมกัน การออกแบบบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ต่างๆในบ้าน ในแบบของ Universal Design คือการทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้เหมือนกัน

Flexibility องค์ประกอบต่างๆจะต้องมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน

การออกแบบบ้านที่มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งาน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ Universal Design ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การออกแบบให้เข้าถึงการใช้งานของทุกคน จะไม่ทำให้ใครรู้สึกว่าจะต้องคอยมีคนมาช่วยดูแล เพราะพวกเขาดูแลตัวเองได้

Simplicity สิ่งอำนวยความสะดวกควรมีความเรียบง่ายใช้งานง่าย

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบมาไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ใช้งานง่าย เป็นสิ่งที่ควรมีในทุกที่ โดยเฉพาะในบ้าน หากบ้านของเรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนในบ้านทุกคน ย่อมทำให้บ้านของเรา เป็นสถานที่ที่ปลอดภัย และทำให้คนในบ้านสามารถเป็นใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มที่

Understanding มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการใช้งาน

การอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกตามสถานที่ต่างๆ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นักออกแบบต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากการรับรู้ของคนแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน การทำสัญลักษณ์ การออกแบบการสื่อสารเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย  

Safety ยิ่งออกแบบให้มีความแข็งแรงมากเท่าไหร่ จะช่วยให้เกิดอุบัติเหตุได้น้อยลง

การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก หรือแม้กระทั่งเครื่องมือที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ อย่างเช่นราวจับ จะช่วยให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็กเล็ก ปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้น ลดอาการเจ็บป่วยซ้ำซ้อนจากการเกิดอันตรายได้

Energy Conservation การใช้งานง่าย ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้ชีวิต

อุปกรณ์ต่างๆภายในบ้าน ควรออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ง่าย ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ต้องใช้ความพยายามในการรวบรวมแรง เช่น ประตูควรใช้ประตูบานเลื่อน เพื่อตอบโจทย์ให้กับคนที่ไม่มีแรงเปิดประตู หรือเปิดประตูยากอย่างเช่นคนที่นั่งวีลแชร์

Space ออกแบบพื้นที่ดี ใครๆก็มีชีวิตดีได้

พื้นที่ต่างๆภายในบ้าน ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับทุกคนในบ้าน ทุกคนสามารถใช้งานได้แบบไม่ติดขัด ใครที่ใช้วีลแชร์ สามารถหมุนรถเข็นได้ 360 องศา หรือใครที่บกพร่องทางการมองเห็น ก็สามารถใช้งานได้แบบที่ไม่เกิดอันตราย มีการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันของคนในบ้านได้

การออกแบบให้ใครๆก็สามารถใช้งานได้

หลังจากที่เราทำความรู้จัก Universal Design กันมาพอสมควรแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องนำ Universal Design มาออกแบบและดัดแปลงบ้านของเราให้เหมาะสมกับทุกคนภายในบ้านกันสักที ไปดูกันว่าแต่ละห้องเราควรออกแบบอย่างไร และในแต่ละห้องควรให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง ไปดูกันทีละห้องเลยดีกว่า

หน้าบ้าน

เริ่มจากทางเข้าบ้าน หากเราต้องการออกแบบให้ทุกคนสามารถเข้าบ้านได้อย่างสะดวก ควรมีสเต็ปน้อยที่สุด หรือทำให้เป็นทางลาดเข้าบ้าน  ที่ควรออกแบบมาให้มีความชันสูงสุดไม่เกิน 1:20 ความกว้างของการขึ้นลงรถแบบคันเดียว อยู่ที่ 0.90 เมตร ราวจับทางลาด สูง 0.90 เมตร สำหรับผู้ใหญ่ และ 0.70 เมตร สำหรับเด็กและรถวีลแชร์

หากต้องการให้ง่ายต่อการใช้งาน ประตูบ้านควรจะเป็นประตูบานเลื่อนที่มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. อุปกรณ์เปิดประตู ควรเป็นแบบก้านบิด แกนผลัก หรือมีจับบานเลื่อน สูงประมาณ 1-1.2 เมตร  และควรมีกริ่งประตู หรือ Lighted doorbell ในระดับความสูงที่สามารถใช้งานได้ นอกจากจะช่วยให้เราทราบว่ามีคนมาหาเราแล้ว ยังช่วยในเรื่องของความปลอดภัยด้วย

ห้องนอน

เมื่อเข้าไปถึงห้องนอน สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากนั้นคือ เตียงนอน เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ควรถูกเลือกมาใช้งานโดยที่มีความสูงของเตียง ประมาณ 0.45 ถึง 0.50 เมตร เพื่อการลุกนั่งที่สะดวก หัวเตียง หรือโต๊ะข้างเตียง ควรมีสัญญาณเตือนภายในห้องนอน เพื่อขอความช่วยเหลือในขณะที่เกิดเหตุฉุกเฉิน หรือต้องการการช่วยเหลือ ควรเว้นระยะห่างของพื้นที่เตียงนอน ทั้งสามด้านสำหรับการใช้รถเข็น เพื่อการเคลื่อนที่รถวีลแชร์ ในแต่ละด้านประมาณ 90-120 ซม. 

ตู้เสื้อผ้า ที่ใช้ควรมีราวแขวน 2 ระดับ คือ 1.80-1.90 เมตร และ 1.20 เมตร เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บข้าวของเครื่องใช้ด้วยตัวเอง

โต๊ะแต่งตัว แต่งหน้า เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก หน้าโต๊ะสูงควรมีความสูงไม่เกิน 0.75 เมตร และที่วางของควรสูง 0.60 เมตร เพื่อให้วางของได้สะดวกและสามารถสอดรถวีลแชร์เข้าไปได้ 

ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องไม่ควรมีล้อเลื่อน หรือมุมแหลมที่จะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้งานได้ ไม่มีควรมีทางต่างระดับภายในห้อง และความมีที่ว่าง 90 เซนติเมตร เพื่อให้วีลแชร์สามารถใช้งาน และเคลื่อนที่โดยรอบห้องได้อย่างสะดวก

อีกหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ ประตูห้องนอนควรมีความกว้าง 90 เซนติเมตร พร้อมลูกบิดแบบก้านโยก หรือให้เป็นแบบประตูเลื่อนจะสะดวกต่อการใช้งาน

ห้องครัว

ห้องครัวก็เหมือนอู่ข้าวอู่น้ำของบ้าน หากมีห้องครัวแต่ไม่สามารถใช้ห้องครัวได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับห้องเก็บของห้องหนึ่ง แต่ถ้าเราออกแบบบ้านให้ทุกคนในบ้านสามารถใช้งานได้ ห้องครัวจะเป็นอีกหนึ่งที่ที่สร้างโมเมนต์ที่ดีงามให้กับบ้านของเรา เพราะอาหารคือการส่งผ่านความรักของคนทำอาหาร 

การออกแบบครัวที่ดี จึงควรเริ่มจากอุปกรณ์ในครัว ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ อย่าง “เคาน์เตอร์ครัว” ควรมีการกำหนดระยะความสูงเคาน์เตอร์ครัวที่ 75 ซม. ออกแบบให้มีพื้นที่ใต้อ่างล้างจาน หรือโต๊ะ ที่ผู้ใช้วีลแชร์สามารถเข้าใช้งานได้โดยที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง  ด้านหน้าตู้ไปจนถึงผนัง ควรมีระยะห่าง 30×48 นิ้ว และระยะห่างของเคาน์เตอร์ถึงพื้น ควรมีความสูงมากกว่า 60 ซม. ส่งผลให้ผู้ที่ใช้วีลแชร์สามาถใช้งานได้อย่างพอดี รวมถึงทุกคนก็สามารถใช้งานได้ง่ายด้วย 

ห้องน้ำ

เป็นห้องที่ใช้งานบ่อยที่สุด และเกิดอุบัติเหตุบ่อยมากที่สุดเช่นกัน ดังนั้น หากเราออกแบบห้องน้ำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ใช้งานง่ายและปลอดภัย จึงเป็นเรื่องที่ควรได้รับความใส่ใจเป็นอย่างมาก  ห้องน้ำจึงไม่ควรมีธรณีประตู ควรเป็นระดับเดียวกัน พื้นกระเบื้องที่ใช้ไม่ใช่วัสดุที่ลื่นไหลได้ง่าย ควรมีการใช้สีวัสดุที่แตกต่างกัน มีพื้นที่สำหรับวีลแชร์เคลื่อนที่ได้ รัศมีความกว้าง 1.10×1.20 ตร.ม.

แผ่นยางกันลื่น ป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่นไถล และมีช่องระบายอยู่มุมห้องของห้องน้ำ 

ราวควรติดตั้งบริเวณชักโครก ความสูง 0.70  เมตร ความสูงของฝักบัวอยู่ที่ 1.20 เมตร ติดตั้งที่นั่งอาบน้ำแบบพับได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ความสูง 0.45 เมตร กระจกบริเวณอ่างล้างหน้าควรพับเอียงลงมาเพื่อให้เห็นผู้ใช้งาน 

อ่างล้างมือ ควรมีความสูง 0.80 เมตร เพื่อให้รถเข็นสอดเข้าไปได้ พร้อมราวจับด้านข้างที่เปรียบเสมือนราวกั้นป้องกันตราย ของใช้ในห้องน้ำ อุปกรณ์อาบน้ำ ควรมีความสูงจากพื้นประมาณ 30 – 120 ซม. 

ฝักบัวอาบน้ำ ควรเป็นแบบโค้ง เพื่อให้มีพื้นที่มากพอสำหรับการขยับตัว และประตูเข้าออกควรง่ายต่อการใช้งาน ดังนั้นจึงควรเป็นประตูบานเลื่อน ความกว้างประมาณ 90 เซนติเมตร 

การออกแบบทั่วไปที่ควรคำนึงถึง

พื้นที่ สำหรับการเคลื่อนที่ของรถเข็ภายในบ้าน การหมุนขยับรถเข็น โดยมีพื้นที่ว่างประมาณ 30×48 นิ้ว เพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนที่ของวีลแชร์

สวิตช์ไฟ หรืออุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ ควรมีความสูงประมาณ 15 นิ้ว ถึง 48 นิ้ว ควรเป็นชนิดที่ง่ายต่อการใช้งาน อาจจะมีรีโมทคอนโทรลไว้ควบคุมการทำงาน และที่สำคัญแบตเตอรี่ควรใช้งานได้นาน 

หน้าต่างบ้าน ควรมีความสูงที่ 36 นิ้ว เพราะสามารถมองวิวด้านนอกได้แม้ว่าจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ และง่ายต่อการเปิด ปิด ล็อคหน้าต่าง สำหรับผู้ที่ไม่สูงมาก หรือนั่งอยู่บนวีลแชร์

พื้นผิวของกระเบื้องหรือพื้น ควรออกแบบไม่ให้ลื่น เพื่อป้องกันการเกิดอันตราย ควรมีที่ว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์ 30×48 นิ้ว 

เตรียมราวจับสำหรับทางลาด  เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากการลื่นไหล และใช้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ที่ต้องการช่วยทุ่นแรงขณะเดิน

เพราะบ้านคือแหล่งรวมความสุข หากเราออกแบบบ้านดี ชีวิตก็จะมีแต่ความสุข

การออกแบบสถานที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวก  ในอดีตมักจะคำนึงถึงความเป็นมาตรฐานทั่วไป ตามโครงสร้างปกติ แต่ยังขาดการคำนึงถึงความยืดหยุ่นในการใช้งานได้อย่างแท้จริง หลายๆอย่างไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการใช้งานสำหรับทุกคน และไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้าถึงสถานที่ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆได้  ดังนั้น แนวคิดของ Universal Design จึงกลายเป็นการออกแบบสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก ให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการสร้างบ้านที่ในคอนเซปต์นี้ อาจจะยังไม่เป็นที่กว้างขวาง แต่ก็ได้รับการยอมรับและปรับปรุง แก้ไขแล้วในหลายๆประเทศ รวมถึงประเทศไทย ที่กำลังปรับโครงสร้างต่างๆรอบตัวให้เข้ากับความหลากหลายในสังคม เพื่อเตรียมพร้อมรับ สังคมผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีขีดกำจัดในการดำเนินชีวิต ที่มีอัตราขยายขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน ให้เกิดความเท่าเทียมกันในการใช้ชีวิต

บ้านเดี่ยวชั้นเดียว แบบบ้านยามเกษียณแจกฟรี

บ้านเดี่ยวชั้นเดียว แบบบ้านยามเกษียณแจกฟรี

แม้ปัจจุบันจะมีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จัดสร้างโครงการที่อยู่สำหรับผู้สูงอายุจำนวนมาก โดยชูจุดเด่นเรื่องบริการด้านสุขภาพและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยก็ตาม แต่เราก็เชื่อว่ายังมีผู้ใหญ่อีกหลายคนที่วางแผนอยากใช้ชีวิตยามเกษียณในบ้านที่ตัวเองสร้างไว้และอยู่ท่ามกลางความอบอุ่นจากลูกหลาน 

การสร้างบ้านอยู่อาศัยหลังเกษียณอายุนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงมีที่ดินพอประมาณก็สามารถสร้างบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังเล็กๆ แบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำได้แล้ว แถมทุกวันนี้ยังมีรูปแบบการก่อสร้างให้เลือกมากมาย เช่น บ้านน็อคดาวน์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนสำเร็จรูปก็สามารถเข้าอยู่ได้ทันที 

หรือหากอยากได้บ้านที่ไม่ซ้ำใครก็เพียงจ้างสถาปนิกและวิศวกรช่วยออกแบบให้ โดยมีค่าจ้างประมาณ 3 – 7.5% ของราคาค่าก่อสร้างที่ประเมินขึ้นมา ส่วนใครที่ต้องการประหยัดเงินในส่วนการจ้างเขียนแบบก่อสร้าง สามารถขอ “แบบก่อสร้างบ้าน” ฟรีๆ จากหน่วยงานภาครัฐได้เช่นกัน และวันนี้ Kaidee รวบรวมแบบบ้านเดี่ยวชั้นเดียวที่น่าสนใจจากหน่วยงานต่างๆ มาให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว

บ้านเดี่ยวชั้นเดียวลุคโมเดิร์นจากกรมโยธาธิการและผังเมือง

แบบบ้านอารยสถาปัตย์ 1

แบบบ้านเดี่ยวชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นที่หยิบมาฝากกันชิ้นแรกเป็นของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานรัฐที่ดำเนินการจัดทำโครงการแบบบ้านฟรีให้กับประชาชนมาหลายโครงการแล้ว หนึ่งในนั้นคือ “โครงการแบบบ้านอารยสถาปัตย์” แบบบ้านที่ดีไซน์มาเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยเฉพาะ 

แบบบ้านอารยสถาปัตย์ประเภทชั้นเดี่ยวนั้นมีให้เลือกอยู่ 2 ขนาดด้วยกัน คือ พื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม. และ 150 ตร.ม. ทั้งสองแบบมีฟังก์ชันใช้สอยภายในครบครันด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พร้อมห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องทานอาหาร ลานซักล้าง และเฉลียงสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ 

มีการออกแบบด้วย Universal Design โดยเฉพาะในส่วนของห้องน้ำกับพื้นที่ภายในกว้างขวาง แบ่งโซนใช้งานส่วนเปียกส่วนแแห้ง มีอุปกรณ์ช่วยพยุง และใช้ประตูบ้านสไลด์ที่เหมาะกับคนวัยเกษียณ รวมถึงการจัดให้มีทางลาดด้านนอกบ้านเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเดินขึ้นลงตัวบ้านได้สะดวกหรือหากเป็นผู้นั่งรถเข็นก็พาเข้าบ้านได้อย่างสบาย 

ในด้านงานสถาปัตยกรรมภายนอกสไตล์โมเดิร์น มีการใช้หลังคาแบบเพิงหมาแหงนซ้อนสลับฝั่งกัน 2 ชั้น แม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็ทันสมัยตามแบบนิยมในปัจจุบัน เน้นคุ้มโทนสีบ้านแบบเอิร์ธโทนที่ให้ความอบอุ่น  

แบบก่อสร้างบ้านอารยสถาปัตย์ 1 : พื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม.

แบบก่อสร้างบ้านอารยสถาปัตย์ 2 : พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม.

ข้อมูลเพิ่มเติม : กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย

ที่อยู่ (พระราม 9): 224 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
เบอร์โทรศัพท์: 0-2201-8000

ที่อยู่ (พระรามที่ 6): 218/1 ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
เบอร์โทรศัพท์: 0-2299-4000

บ้านเดี่ยวชั้นเดียวกลางสวนจากการเคะแห่งชาติ

แบบก่อสร้างบ้านล้อมสวน มีการโชว์มุมต่างๆ ของบ้านให้เห็น

การเคหะแห่งชาติเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทำหน้าที่จัดหาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งหลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับโครงการที่พักอาศัยอย่างบ้านเอื้ออาทร บ้านเคหะสุขประชา และโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น การเคหะแห่งชาติยังมีแบบบ้านยามเกษียณให้ดาวน์โหลดกันฟรีๆ อีกด้วย กับโครงการที่ชื่อว่า “บ้านผู้สูงอายุ ที่ไม่ใช่บ้านผู้สูงอายุ”

สำหรับตัวอย่างบ้านที่เราหยิบมาให้ชมกันนั้นชื่อว่า “บ้านล้อมสวน” มีแนวคิดการสอดแทรกสวนลงในตัวบ้านขนาดเล็ก เพื่อให้ทุกส่วนของบ้านสามารถมองเห็นสวนได้ และสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วยการแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นสองส่วน คล้ายกับมีบ้านเล็กๆ สองหลังพร้อมกับทางเชื่อมสั้นๆ เพื่อให้ข้ามไปมาได้สะดวก ซึ่งพื้นที่ตรงทางเชื่อมนั้นยังทำหน้าที่เป็น Courtyard เล็กๆ ที่ให้ทั้งแสงสว่างและสามารถปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแก่บ้านได้ด้วย 

บ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังนี้มีขนาดกะทัดรัดเพียง 60 ตร.วา แต่มีฟังก์ชันจำเป็นครบไม่ว่าจะห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องเก็บของ ลานซักล้าง และขาดไม่ได้คือทางลาดที่มาพร้อมราวกันตกเพิ่มความปลอดภัย

แบบก่อสร้างบ้านล้อมสวน

ข้อมูลเพิ่มเติม : การเคหะแห่งชาติ

ที่อยู่ : 905 ถนนนวมินทร์ แขวงคลองจั่น เขตบางกระปิ กรุงเทพฯ 10240เบอร์โทรศัพท์ : 0-2351-7777 หรือสายด่วน 1615

บ้านเดี่ยวชั้นเดียวสไตล์คลาสสิกของสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร

บ้านเดียวชั้นเดี่ยวทรงคลาสิกกับ “แบบบ้านนนทรี” ที่มาพร้อม Floor Plan

สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เป็นอีกจุดหนึ่งที่เราสามารถเข้าไปเลือกชมแบบบ้านและขอแปลนก่อสร้างเพื่อมาใช้งานได้ฟรีๆ โดยมีดีไซน์ทั้งบ้านเดี่ยวชั้นเดียวและบ้านสองชั้นให้เลือกมากกว่า 100 แบบเลยทีเดียว รวมถึงแบบบ้านสำหรับผู้สูงอายุและทุพพลภาพที่เราคัดมาให้ชมกันวันนี้ด้วย 

หนึ่งในตัวอย่างก็คือ บ้านชั้นเดียวสไตล์คลาสิก หลังคาทรงปั้นหยา กับชื่อไทยๆ ว่า “แบบบ้านนนทรี” มีพื้นที่ใช้สอย 156 ตร.ม. ประกอบด้วย 2 ห้องนอน  2 ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่นที่มีการออกแบบในลักษณะ Bay Window เพื่อเปิดรับวิวและแสงจากภายนอกได้เต็มที่ รวมถึงทางลาดแบบบ้านนี้ก็มีให้ด้วยเช่นกัน  

สำหรับขั้นตอนการของแบบก่อสร้างบ้านเดี่ยวชั้นเดี่ยวของสำนักการโยธา สามารถทำได้โดยเซฟภาพแบบบ้านที่ต้องการ (ดูแบบบ้านเพิ่มเติมที่นี่) และนำไปขอแบบได้ที่ กองแผนงานและประสานสาธารณูปโภค ชั้น 7 อาคารสำนักการโยธา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร หรือ ฝ่ายโยธาของสำนักงานเขต ทั้ง 50 เขต โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการขอแบบ (แต่เสียค่าใช้จ่ายในการถ่ายเอกสาร) ในวันและเวลาราชการ (วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.)

สรุปแบบบ้านเดี่ยวชั้นเดี่ยวเพื่อวัยเกษียณของฟรีมีจริง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับแบบบ้านตัวอย่างจาก 3 หน่วยงานภาครัฐที่เราสามารถขอมาใช้ได้ฟรี เรียกว่าแต่ละหลังก็มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น บ้านล้อมสวนที่ทำให้เราใกล้ชิดธรรมชาติอย่างเต็มที่ หรือบ้านทรงคลาสสิกที่อยู่คู่กาลเวลา ซึ่งทั้งหมดล้วนตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนสูงวัยได้เป็นอย่างดี 

นอกจากแบบก่อสร้างจะได้ฟรีแล้ว เรายังสืบทราบมาว่าแบบบ้านเดี่ยวชั้นเดียวเหล่านี้สนนราคาก่อสร้างเริ่มต้นที่ห้าแสนบาทจนถึงหนึ่งล้านปลายๆ เท่านั้น (ไม่รวมค่าที่ดิน) นับเป็นตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับการสร้างบ้านวัยเกษียณจริงๆ 

ส่วนใครที่อยากได้บ้านเดี่ยวชั้นเดียว แต่ไม่อยากยุ่งยากหาแบบบ้านหรือขออนุญาตก่อสร้างให้วุ่นวายก็สามารถเข้ามาเลือกซื้อบ้านชั้นเดียวกับ Kaidee Property แทนได้ ไม่ว่าจะทำเลในเมือง ชานเมือง หรือแม้แต่ต่างจังหวัดเรามีช้อยส์ให้เลือกจนถูกใจ