เปลี่ยนบ้านหลังเก่าให้เหมือนใหม่ 5 ไอเดีย Renovate บ้านก่อนขาย

เปลี่ยนบ้านหลังเก่าให้เหมือนใหม่ 5 ไอเดีย Renovate บ้านก่อนขาย

“อยากขายบ้านหลังเก่า มีวิธีไหนบ้างนะที่จะเพิ่มมูลค่าได้” หนึ่งในวิธียอดฮิตที่คนนิยมทำกันก่อนจะขายบ้านมือสองก็คือการรีโนเวทบ้าน แต่การรีโนเวทบ้านนั้นก็ถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง ดังนั้นเราจึงต้องเลือกวิธีการรีโนเวทที่คำนวณมาแล้วว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่จะได้รับกลับมา วันนี้เรามีวิธีการรีโนเวทบ้านฉบับง่ายๆ พร้อมไอเดียการตกแต่งที่จะช่วยคุณเพิ่มมูลค่าบ้านก่อนขายได้อย่างแน่นอน

1.ทาสีใหม่

มาเริ่มกันที่วิธีแรกในการรีโนเวทบ้านที่สามารถทำได้ง่ายๆและค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก แต่ผลตอบรับเรียกได้ว่าคุ้มค่า นั่นคือการทาสีบ้านหลังเก่าให้ดูเหมือนใหม่ เนื่องจากเป็นธรรมดาที่บ้านอายุใช้งานนานๆ สีก็จะซีดไปตามกาลเวลา การที่เราให้ช่างมาทาสีใหม่ถือเป็นสิ่งแรกๆที่ควรทำ ไม่ว่าจะเป็นสีเดิม หรือเลือกจะทาทับเป็นสีใหม่ไปเลยก็ย่อมได้ ซึ่งการทาสีใหม่นี้จะส่งผลให้บ้านของคุณดูใหม่ขึ้นและไม่เหมือนบ้านหลังเก่าอีกต่อไป

2.ปูกระเบื้อง

กระเบื้องเป็นอีกส่วนที่มักจะดูเก่าและสึกหรอไปตามกาลเวลา ดังนั้นการหากระเบื้องลายสวยๆที่เข้ากับบ้านมาปูใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีรีโนเวทบ้านที่คนนิยมทำกัน โดยราคาของการปูกระเบื้องนั้นก็ไม่ได้แพงนัก เทียบกับผลที่ได้ ความใหม่ ความสะอาดตา ที่ทำให้บ้านหลังเก่าของคุณดูใหม่ขึ้นมาในพริบตา บอกได้คำเดียวว่าคุ้มสุดๆ

3.ซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย

อีกหนึ่งวิธีในการรีโนเวทบ้านคือการซ่อมแซมส่วนต่างๆที่ชำรุดหรือเสียหาย เพราะคงไม่ดีนัก หากคนที่สนใจจะซื้อบ้านของคุณมาชมบ้านแล้วพบเจอสิ่งของที่ชำรุดหรือเสียหาย แม้จะเป็นของเล็กๆน้อยๆ โดยคุณจะต้องตรวจตราบ้านให้ดีว่ามีส่วนไหนที่ต้องได้รับการซ่อมแซม ต้องแต่จุดใหญ่ๆเช่น ฝ้า เพดาน ไปจนถึงจุดเล็กๆน้อยๆเช่นกลอนประตูหรือลูกบิดประตู

4.จัดสวนให้สดชื่น

นอกจากในบ้านจะสวยงามดูดีแล้ว ภายนอกบ้านก็เป็นส่วนที่เราควรให้ความสำคัญเช่นกัน โดยหากเป็นพื้นที่ว่าง รกร้าง การซื้อต้นไม้ ปูหญ้า เพื่อจัดเป็นสวนขนาดย่อม ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียการรีโนเวทบ้านที่น่าทำ นอกจากจะทำให้พื้นที่รกร้างดูสบายตาขึ้นแล้ว ยังทำให้บ้านของเราน่าอยู่ขึ้นอีกด้วย โดยหากมีสวนที่อยู่ในตัวบ้านอยู่แล้ว ก็ให้จัดการตัดแต่งต้นไม้ใบหญ้า ซื้ออุปกรณ์จัดแต่งสวนมาตกแต่ง ซึ่งสามารถทำได้ง่าย และใช้งบประมาณไม่เยอะ

5.Less is more

เรียกได้ว่าเป็นวลีที่ฮิตสุดๆในช่วงที่ผ่านมากับ Less is more น้อยแต่มาก โดยเราจะพูดถึงการรีโนเวทบ้านโดยการตกแต่งเป็นสไตล์มินิมอลที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ โดยความจริงแล้ว การรีโนเวทบ้านสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ หลากหลายสไตล์มาก แต่การรีโนเวทบ้านเพื่อขายนั้น สไตล์มินิมอลถือเป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากสามารถทำได้ง่าย เรียบหรู ดูดี ใช้ของน้อยชิ้น ทำให้งบประมาณไม่บานปลาย โดยอาจจะทาสีและซื้ออุปกรณ์ตกแต่งที่คุมโทนสีนั้นๆ จัดวางให้ชิคๆ สไตล์ Less is more

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 5 ไอเดียการเริ่มต้นในการรีโนเวทบ้านหลังใหม่เพื่อขาย หากคุณทำทุกอย่างใน 5 ข้อนี้ รับรองว่าจากบ้านหลังเก่าแสนโทรมจะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ที่เรียบหรู ดูดี เพิ่มมูลค่าการขายได้อย่างแน่นอน โดยหากใครรีโนเวทบ้านเสร็จแล้ว อย่าลืมมาลงขายใน BaanKaidee แหล่งซื้อ-ขายบ้านมือสองที่ซื้อง่ายขายคล่อง ใช้งานง่ายดาย

15 ไอเดีย เปลี่ยน ‘พื้นที่ใต้บันได’ ให้เป็นมุมสุดเจ๋ง !

15 ไอเดีย เปลี่ยน ‘พื้นที่ใต้บันได’ ให้เป็นมุมสุดเจ๋ง !

ในบ้านหรือที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก การจัดสรรพื้นที่ให้มีประโยชน์เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพื่อการใช้สอยที่คุ้มค่าที่สุด และพื้นที่ใต้บันไดซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักจะถูกมองข้ามบ่อย ๆ ก็ถือเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้ประโยชน์มากมายอย่าที่คุณคาดไม่ถึง และวันนี้ เราจะมานำเสนอ 15 ไอเดียในการใช้ พื้นที่ใต้บันได ให้เป็นพื้นที่สุดเจ๋ง จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

รวมไอเดียเปลี่ยน พื้นที่ใต้บันได ให้เป็นมุมสุดเจ๋ง

ที่เก็บของ

ขอบคุณรูปจาก: billinkoff.com

ถ้าของคุณเยอะจนไม่รู้จะเก็บอย่างไรให้เป็นระเบียบ ก็ใช้พื้นที่ใต้บันไดมาเก็บให้เป็นประโยชน์ แค่ทำตู้ลิ้นชักหลาย ๆ กล่องก็เก็บของได้เยอะและเป็นระเบียบแล้ว

มุมอ่านหนังสือ

ขอบคุณรูปจาก: gissler.com

อยากได้มุมอ่านหนังสือสงบ ๆ เพียงใช้ไม้ตกช่องอ่านหนังสือใต้บันได แล้ววางเก้าอี้ไปสักตัว ก็จะได้ที่อ่านหนังสือสวย ๆ แถมใช้งานง่ายอีกด้วย

ห้องอเนกประสงค์

ขอบคุณรูปจาก: hprovinelli.com

อีกหนึ่งไอเดียในการทำห้องใต้บันไดสำหรับคนที่อยู่กันเยอะ แต่อยากได้ห้องส่วนตัวไว้ใช้สมาธิหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ คนเดียวก็ตีผนังกั้นเป็นห้องอเนกประสงค์ไว้ทำกิจกรรมตามใจชอบได้เลย

มุมทำงานและเล่นดนตรี

ขอบคุณรูปจาก: californiaclosets.com

ใครที่ต้อง Work From Home แต่หาที่ทำงานยากเราแนะนำให้คุณวางโต๊ะทำงานเล็ก ๆ คอมพิวเตอร์ และเก้าอี้ไว้ที่ใต้บันได ทำเป็นมุมทำงานสบาย ๆ ของสมาชิกในครอบครัว หรือเป็นพื้นที่ในการฝึกซ้อมดนตรีก็น่าสนใจไปอีกแบบ

ที่เก็บรองเท้าหรือมุมแต่งตัว

ขอบคุณรูปจาก: designwagen.com

สำหรับสาว ๆ ที่มีรองเท้าเยอะแยะจนไม่มีที่เก็บ การใช้พื้นที่ใต้บันไดก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการเก็บรองเท้าและแต่งตัว เพราะบันไดส่วนมากจะอยู่ใกล้กับประตูบ้านและอยู่ที่ชั้นแรก ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน เพียงวางกระจก รองเท้า กระเป๋า หรือเครื่องประดับต่าง ๆ ก็เช็กความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้านได้ทันที

ตู้โชว์

ขอบคุณรูปจาก: ogawafisher.com

ไอเดียที่เหมาะกับนักสะสมอย่าง ตู้โชว์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการตีไม้ใต้บันไดหรืออาจใส่กระจกเพิ่มเติมเพื่อป้องกันฝุ่นก็น่าสนใจเช่นกัน

ตู้อเนกประสงค์

ขอบคุณรูปจาก: houseplans.co

ใครที่ไม่อยากทำตู้เองก็สามารถหาตู้เล็ก ๆ มาวางไว้ใต้บันไดเพื่อเก็บของที่จำเป็นภายในบ้าน เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาด กระดาษชำระ หรือแม้แต่รองเท้า ก็สวยไปอีกแบบ

ชั้นวางทีวี

ขอบคุณรูปจาก: Rikki Snyder

ชั้นวางทีวีก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียในการเปลี่ยนพื้นที่ใต้บันไดให้เจ๋งขึ้นสำหรับหลาย ๆ ครอบครัว ด้วยการนำทีวีมาวางไว้ ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ห้องรับแขก และกลายเป็นพื้นที่ความบันเทิงในครอบครัวได้ด้วย

มุมทำอาหาร

ขอบคุณรูปจาก: Rikki Snyder

ถ้าคุณไม่อยากเดินไปอุ่นอาหาร เปิดตู้เย็น หรือหยิบอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารที่อยู่ห่าไป การใช้พื้นที่ใต้บันไดให้กลายเป็นตู้ใส่เครื่องครัวหรือห้องครัวเล็ก ๆ ให้สามารถทำอาหารได้ในยามเร่งรีบก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียในการแปลงโฉมพื้นที่ใต้บันไดให้เจ๋งขึ้นไปอีก

ห้องน้ำ

ขอบคุณรูปจาก: mybetterhomes.org

ถ้าครอบครัวคุณมีสมาชิกเยอะหรือมีแขกเข้ามาที่บ้านบ่อย ๆ ก็ไม่ต้องกลัวห้องน้ำไม่พออีกแล้ว ด้วยการใช้พื้นที่ใต้บันไดให้เป็นประโยชน์ด้วยการสร้างห้องน้ำขึ้นมาใหม่ เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องแย่งห้องน้ำกันแล้ว

ช่องวางของตกแต่งบ้าน

ขอบคุณรูปจาก: fiorelladesign.com

พื้นที่ใต้บันไดเรียบ ๆ คงจะไม่สวยงามเท่าไร คุณสามารถเพิ่มความเก๋ให้มันด้วยการเจาะผนังแล้ววางของจุกจิก ตกแต่งให้สวยงาม หรือจะเป็นที่เก็บของจำเป็นเมื่อยามออกจากบ้านก็ได้เช่นกัน

สวน

พื้นที่ใต้บันได สวน
ขอบคุณรูปจาก: The Green Hub

การมีต้นไม้อยู่ภายในบ้านก็สามารถช่วยเพิ่มความสดชื่นในแต่ละวันได้แล้ว แต่ถ้าคุณไม่มีพื้นที่ในการทำสวนกลางบ้านที่มากพอ พื้นที่ใต้บันไดก็เป็นหนึ่งพื้นที่น่าสนใจ

พื้นที่วางจักรยาน

พื้นที่ใต้บันได จักยาน
ขอบคุณรูปจาก: hometrendesign.com

ตัวความที่จักรยานนั้นเป็นยานพาหนะที่มีขนาดใหญ่พอสมควร ทำให้แม่บ้านหรือนักปั่นหลาย ๆ คนอาจจะประสบปัญหาการเก็บจักรยานให้เป็นระเบียบ ดังนั้นย้ายมาเก็บใต้บันไดซะเลย

มุมจิบกาแฟ

 มุมจิบกาแฟ พื้นที่ใต้บันได
ขอบคุณรูปจาก: weheartit.com

ทำงานมาเหนื่อย ๆ ก็อยากหามุมนั่งพักผ่อนจิบชากาแฟสบาย ๆ การใช้พื้นที่ใต้บันไดวางเก้าอี้เล็ก ๆ ต้นไม้สัก 4-5 ต้น ก็ได้บรรยากาศคาเฟ่สวย ๆ แล้ว

ห้องนอน

พื้นที่ใต้บันได ห้องนอน
ขอบคุณรูปจาก: nicedecors.com

ห้องนอนแบบ Harry Potter คงเป็นห้องนอนในฝันของใครหลาย ๆ คน ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง จากพื้นที่ให้บันไดที่บ้าน กั้นผนัง วางเตียงหรือที่นอน ก็สานฝันได้ทันที

สรุปท้ายบทความ

เห็นไหมว่า ถึงแม้พื้นที่ใต้บันไดจะเป็นเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ก็สามารถทำให้กลายเป็นมุมสุดเจ๋งได้ง่าย ๆ แค่มีความคิดสร้างสรรค์และลงมือทำ จากไอเดียแต่งบ้านเองได้ง่าย ๆ ตามบทความ 5 ไอเดียสุดปัง เพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน และใน Kaidee ก็มีอุปกรณ์ก่อสร้างให้คุณเลือกซื้อมากมายเลย อย่างลังเล แล้วคุณจะได้พื้นที่ใต้บันไดสวย ๆ ไว้ใช้งานอย่างคุ้มค่าแน่นอน

จัดห้องนอนแบบนี้สิ! สุขภาพจิตดี ไม่ป่วยใจ

จัดห้องนอนแบบนี้สิ! สุขภาพจิตดี ไม่ป่วยใจ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่วนสำคัญของการมีสุขภาพจิตที่ดีคือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี (บอกตรง ๆ ว่ายากมากในปัจจุบัน) นี่ยังไม่รวมเรื่องของอาหารการกิน การออกกำลังกาย หรือแม้แต่เรื่องของความสัมพันธ์อีกนะ ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่า “บ้าน” มีบทบาทต่อความรู้สึกมนุษย์อย่างเรา ๆ เป็นอย่างมาก เพราะสิ่ง ๆ นี้สามารถสร้างพลังบวกให้คุณได้ โดยเริ่มตั้งแต่ “ห้องนอน” เลยทีเดียว

สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ

  • หงุดหงิดง่าย
  • อารมณ์เศร้าอย่างไม่รู้สาเหตุ
  • อาการง่วง ซึ่งนำไปสู่อุบัติเหตุได้ เช่น หลับใน เป็นต้น
  • สิว และปัญหาผิวต่าง ๆ มากมาย
  • เรียนรู้ และตอบสนองได้ช้าลง
  • น้ำหนักขึ้น

รวมทริคง่าย ๆ สร้าง Healthy Mind ด้วยห้องนอนของคุณ

จัดห้องนอนทั้งที ชีวิตต้องสดใสกว่าเดิม แต่จะจัดอย่างไรให้ได้ผล เราว่าอาจจะต้องใส่ทริคเล็ก ๆ ลงไปด้วย ถึงตรงนี้หลายคนอาจมองว่ายุ่งยาก แต่ขอบอกว่าถ้าลองอ่านดูจะรู้เลยว่าทำไม่ยากอย่างที่คิด เอาน่าา .. เพื่อสุขภาพจิตที่ดี ลองจัดห้องกันหน่อยดีกว่า

1. ทิ้งบ้าง สะสางหน่อย

อย่าปล่อยให้ห้องรก ย้ำ อย่าปล่อยให้ห้องรก 1 2 เปลี่ยน .. ดังนั้นจงทิ้งของที่ไม่จำเป็นออกจากห้องของคุณซะ เพราะการปล่อยให้ห้องรกเกินไป ส่งผลให้คุณรู้สึกกังวลและไม่สบายใจได้ ผลที่ตามมาคือคุณจะรู้สึกไม่เป็นระเบียบกับตัวเอง รู้แบบนี้แล้ว อย่ารอช้า ! จัดระเบียบ เก็บกวาดห้องของคุณซะ ที่สำคัญต้องทิ้งขยะภายในห้องอย่าปล่อยให้หมักหมม ส่วนเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ไม่ได้ใส่จะขายมือสอง หรือนำไปบริจาคก็ได้ทั้งนั้น ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มเลย !

2. จัดเรียงใหม่

ปรับนิด เปลี่ยนหน่อย เราว่าเป็นเรื่องดีที่จะโยกย้ายเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นในห้องไปตำแหน่งอื่น เช่น ย้ายเตียงไปข้างหน้าต่าง เพื่อให้คุณได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า หรือถ้าคุณมีไอเดียเจ๋ง ๆ ก็สามารถย้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ในห้องไปด้วยเลยก็ได้ เพราะนอกจากจะได้พื้นที่กว้างขึ้นแล้ว ยังได้เห็นห้องมุมที่แตกต่างออกไปอีกด้วย

3. เพิ่มพื้นที่สีเขียว

เพิ่มความสดชื่นให้ห้องของคุณง่าย ๆ โดยการเพิ่มต้นไม้ฟอกอากาศเข้าไป ถ้าคิดไม่ออกว่าต้นไม้ฟอกอากาศมีอะไรบ้าง แต่ละต้นช่วยเรื่องอะไร ทางเราขอแนะนำ ต้นไม้ฟอกอากาศแต่งบ้านสวย ตัวช่วยเรื่องสุขภาพ อ่านเลย ได้ต้นที่ถูกใจแน่นอน

4. อย่ามองข้ามเรื่องสี

ใครว่าสีไม่สำคัญ การเลือกสีนี่แหละเป็นตัวช่วยดี ๆ ในวันที่ใจเหนื่อยล้าเลยล่ะ แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วสีอะไรกันล่ะที่เหมาะสม ถึงตรงนี้เราอยากบอกว่า คุณไม่จำเป็นต้องทาสีห้องของคุณให้เป็นสีเขียวหรือสีน้ำเงิน แต่คุณสามารถใส่ไปกับชุดเครื่องนอนของคุณได้ เช่นการเลือกสีปลอกหมอน หรือเฟอร์นิเจอร์โทนเย็น ๆ เพื่อสร้างความรู้สึกโล่ง และเย็นใจ แต่ถ้าใครมีความเชื่อเรื่องสีมงคล หรือจิตวิทยาก็สามารถเลือกสีตามความชอบได้เช่นกัน

5. แต่งเติมด้วยรูป และงานศิลปะ

จัดมุมเล็ก ๆ ให้คุณได้ชื่นชมตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการติดรูปคุณกับเพื่อนสนิท
ใบประกาศต่าง ๆ หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้คุณรู้สึกดี ทั้งนี้เพื่อให้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ชีวิตคุณมีความหมาย ตัวคุณเองก็เช่นกัน

แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะใช้รูปไหน การเลือกงานศิลปะ เช่น ภาพวาด หรือภาพถ่ายสวยๆ ก็เป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มสีสันให้ห้องของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น ภาพต่าง ๆ ยังช่วยสร้างความรู้สึกสงบ สบายใจ ได้ด้วยนะ

6. กลิ่นหอมช่วยได้

อย่างที่รู้กันว่ากลิ่นสามารถส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนได้ จึงไม่แปลกนักที่อุตสาหกรรมน้ำมันหอมระเหยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญกลิ่นยังสามารถย้ำเตือนถึงความทรงจำบางอย่างทั้งเชิงบวกและเชิงลบได้ ซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ว่า..ทำไมการจุดเทียนอโรมาจึงช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่รู้สึกว่าไม่อยากจุดเทียนอโรมาในห้องของตัวเอง ถุงเก็บกลิ่น หรือเครื่องพ่นควันอโรม่าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณสามารถหามาไว้ในห้องของคุณได้ ลองเลือกกลิ่นและรูปแบบที่ถูกใจได้เลย

7. หลอดไฟ และแสงสว่างก็สำคัญ

เปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงสว่างเข้ามาในห้องนอนของคุณมากที่สุด เพราะแสงแดดสามารถช่วยในเรื่องของการนอนหลับ (Sleep Cycle) ให้ดีขึ้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นห้องที่ดูสว่างจะดูกว้างขวางและมีชีวิตชีวามากกว่าห้องมืด ๆ แสงเข้าไม่เพียงพอ

8. ใช้ทรงกลม และความโค้งมนเข้าช่วย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าวัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นทรงกลม ช่วยผ่อนคลายความรู้สึกต่าง ๆ ได้ ถ้าคุณสังเกตภายในห้องแล้วพบว่าห้องของคุณมีบางมุมที่เป็นขอบแหลม การนำเส้นโค้งมาใช้กับเฟอร์นิเจอร์จะช่วยเซฟตัวคุณให้ปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างการแตะขอบเตียง (เหตุการณ์นี้เราเป็นบ่อยมากกกกก) เป็นต้น

9. วางสมุดจดบันทึกไว้ข้างเตียง

บางครั้งความฝันสามารถสื่อถึงความคิดภายในจิตใจของคุณได้ ดังนั้นให้ลองวางสมุดและดินสอไว้ข้าง ๆ เตียงดู เพื่อให้คุณได้จดบันทึกหรือวาดเรื่องราวเหล่านั้นลงไป ถ้ามองดี ๆ แล้ว การทำเช่นนี้เป็นเหมือนการติดตามความคิดและความรู้สึกของตัวเอง อีกทั้งยังเป็นการได้ระบายในสิ่งที่ไม่สามารถพูดออกมาได้อีกด้วย ซึ่งเราว่าดีมาก ๆ

สรุปท้ายบทความ

อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่กับสภาพแวดล้อมแย่ ๆ แต่ถ้าใครรู้สึกว่ามันยากเกินไป อาจจะเริ่มจากข้อแนะนำง่าย ๆ อย่างการจัดห้องนอนดูก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับรูปแบบการใช้ชีวิตดูทีละนิด ถึงตรงนี้เราอยากบอกว่าสุขภาพจิต ก็เหมือนเพื่อนคนสำคัญในชีวิตของคนเรา ดังนั้นลองใส่ใจพวกเขาสักนิด แล้วชีวิตคุณจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ : )

ด้วยรัก.

ทำอย่างไรให้คุณมีความสุขกับ Work From Home มากขึ้น

ทำอย่างไรให้คุณมีความสุขกับ Work From Home มากขึ้น

ความฝันที่ว่าจะได้ทำงานที่บ้านเป็นจริงสักที

การทำงานที่บ้านหรือ Work From Home น่าจะเป็นสิ่งที่ใครหลายคนถามหามาทั้งชีวิต ด้วยการที่ได้ตื่นเกือบ 9 โมงของเช้าวันจันทร์ ลุกออกจากเตียงอย่างต๊ะต่อนยอนไปแปรงฟัน ล้างหน้า จะอาบน้ำหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ เดินไปเปิดคอมพิวเตอร์พร้อมกับขนมปังปิ้ง 2 แผ่นและกาแฟร้อนๆ ที่ดริปเองกับมือ และคุณก็เริ่มงาน

ความฝันช่างหอมหวาน แตกต่างกับความเป็นจริงเหลือเกิน เพราะแค่เข้าเดือนที่ 4 หรือ 5 ของการ Work From Home คุณก็แทบกระอักเลือด หมดอาลัยตายอยากอยู่ในบ้าน ก็เพราะมันน่าเบื่อเกินไป เครียดและเหงาเกินไป มนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์สังคมอยู่แล้วคงไม่สามารถทนต่ออะไรแบบนี้ได้นานเท่าไร

จะสร้างความสุขกับ Work from Home อย่างไร

แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะถือว่าดีขึ้นมากแล้ว ถึงกระนั้นความเสี่ยงก็ยังคงมีอยู่ ซึ่งบริษัทห้างร้านบางแห่งก็ยังคงไว้ซึ่งมาตรการ Work from Home เพื่อความปลอดภัยของพนักงานเอง

แต่สำหรับใครหลายคน การต้องทำงานที่บ้านต่อไปอีกเดือนเป็นเรื่องเลวร้ายพอๆ กับความเจ็บช้ำทางการเงินที่ต้องเจอเดือนละ 2 ครั้ง

ถึงกระนั้น มันก็ยังพอมีวิธีที่จะทำให้การ Work from Home หรือการทำงานที่บ้านของคุณมีความสุขมากขึ้น และคุณอาจจะรู้สึก “สนุก” ไปกับมันอีกด้วย

แยกพื้นที่ทำงานออกจากส่วนอื่นๆ ของบ้าน

เมื่อถามถึงการทำงานที่บ้าน ใครหลายคนมักให้คำตอบว่า พวกเขาทำงานบนโซฟาในห้องนั่งเล่น หรือทำงานในห้องนอนของพวกเขาเอง ในกรณีที่หนักกว่าคือ การทำงานบนเตียงนอน ซึ่งการทำงานแบบนี้ส่งผลเสียต่อสมาธิของเรา เพราะการทำงานบนโซฟา อาจจะทำให้เราเผลอหยิบรีโมททีวีที่วางใกล้ๆ กันมาเปิดดูรายการตอนบ่าย ซึ่งรู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้ว หรือการทำงานบนเตียงก็อาจทำให้เราผลอยหลับไปไม่รู้ตัว เสียงานเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ

การไม่มีพื้นที่เพื่อการทำงานโดยเฉพาะ ทำให้เราไม่สามารถแบ่งแยกระหว่างการทำงานและกิจกรรมอื่นๆ ได้ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม สิ่งที่เราควรทำจึงเป็นการจัดสรรพื้นที่การทำงานที่บ้านให้กับตัวเองโดยเฉพาะ เพราะจะทำให้คุณอุทิศเวลาและสมาธิกับการทำงานได้ดีกว่า

จัดพื้นที่ให้การทำงานภายในบ้านของคุณโดยเฉพาะ

หากคุณมีห้องหับภายในบ้านที่ยังว่างโล่งอยู่ คุณอาจเลือกใช้เป็นห้องทำงานของคุณได้ หรืออย่างน้อย มองหาพื้นที่ภายในบ้านที่มีขนาดกว้างและปราศจากการรบกวนจากปัจจัย ทั้งภายในและภายนอกบ้าน 

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณควรพิจารณาคือ การที่คุณจะสามารถทำงานได้อย่างสงบ ไม่โดนรบกวนจากคนในบ้านหรือสภาพแวดล้อมรอบตัวคุณ

และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด จงหลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะทำงานภายในห้องนอนโดยเด็ดขาด เพราะนั่นแทบไม่ต่างจากการเอาเนื้อไปวางบนปากสิงโต และบอกมันว่าอย่ากิน

ยังเหมือนเดิม ยังไงก็ยังอย่างนั้น

ไม่ใช่อาการอกหักของวงบอดี้แสลม แต่เป็นเรื่องของกิจวัตรประจำวันของเราที่ควรจะเป็น

เมื่อไม่ต้องไปทำงานที่ออฟฟิศ หลายคนมักตื่นสายขึ้น คุณอาจลุกขึ้นไปล้างหน้าและแปรงฟัน แต่ยังอยู่ในชุดนอนของตัวเองไปจนถึงบ่ายแก่ๆ การกระทำเช่นนี้จะส่งผลให้สมองไม่ตื่นตัว ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะเริ่มทำงาน เพราะสภาพแวดล้อมและการกระทำของคุณแตกต่างออกไปจากวันที่ต้องตื่นไปทำงาน และสมองของคุณอาจกำลังกระซิบข้างหูคุณ ที่กำลังซึมเซาอยู่ในชุดนอนเบาๆ ว่า

“ไหนๆ ก็ใส่ชุดนอนอยู่แล้ว หลับต่ออีกหน่อยจะเป็นไร”

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราควรทำคือ ตื่นนอนในเวลาเดียวกันกับวันที่เราต้องเดินทางไปทำงานที่บริษัทหรือออฟฟิศ ลุกขึ้นมาอาบน้ำและจัดการตัวเองให้เรียบร้อย และใส่ชุดที่สามารถสวมใส่ออกไปข้างนอกได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นยูนิฟอร์มของที่ทำงาน แต่อาจเป็นชุดกึ่งทางการหรือชุดที่ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงและกระตือรือร้น

มีกิจวัตรประจำวันให้เหมือนกับการไปทำงานที่บริษัท

ใจความสำคัญคือ เราต้องการกระตุ้นสมองของเรา ให้รู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังออกไปทำงานที่บริษัท ไม่ใช่ที่บ้าน นอกจากจะช่วยให้เรารู้สึกกระตือรือร้นกับการทำงานมากขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อแล้ว การมีกิจวัตรก่อนเริ่มงานเช่นนี้ยังช่วยให้เราพร้อมต่อสถานการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัวอาทิ การประชุมด่วนหรือการวิดีโอคอลกับลูกค้ากะทันหันอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีวิธีที่เรียกว่า “Fake Commute” หรือเรียกในภาษาท้องถิ่นว่า “แกล้งๆ เดินทาง” เป็นวิธีที่ใครหลายคนเลือกใช้ เพื่อให้เกิดความรู้สึกของการ “ไปทำงาน” จริงๆ โดยบางคนอาจออกไปเดินรอบละแวกบ้านเป็นเวลา 10-15 นาทีต่อวัน อาจเดินไปดื่มกาแฟกับร้านที่อยู่ไกลบ้านไปอีกหน่อย หรืออาจขับรถไปซื้อของก่อนกลับมาทำงาน  ซึ่งจะช่วยให้เราตื่นตัวต่อการทำงานได้ไม่แพ้กัน

มีตารางชีวิตที่แน่นอน

อีกหนึ่งความท้าทายของการ Work From Home คือการที่เราไม่ต้องทำตามตารางเวลาของบริษัท ส่งผลให้วันทั้งวันของเรา ถ้าไม่ดูยุ่งเหยิงไปเลย ก็จะกลายเป็นว่างเปล่าไปอย่างสิ้นเชิง  ซึ่งการที่เราไม่รู้จะเริ่มทำอะไรในแต่ละวันย่อมส่งผลให้การทำงานของเรายังย่ำอยู่กับที่ และไม่ได้ชิ้นงานที่สมควรจะได้ในแต่ละวัน

แม้ว่าการมีภาพลักษณ์ที่พร้อมต่อการทำงานจะช่วยเราเป็นอย่างมาก ดังที่ได้กล่าวไปในข้อที่แล้ว การมีตารางเวลาและการจัดการชีวิตที่แน่นอนก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเราเช่นกัน ลองวางตารางการตื่นนอน การรับประทานอาหาร ตารางการทำงานหรือส่งงานหัวหน้า รวมถึงตารางพักเบรคในแต่ละช่วงวัน จะทำให้เรารู้ว่าชั่วโมงนี้ของวันนี้ เราควรทำอะไร และมีงานอะไรบ้างที่ควรทำเสร็จก่อนวันพรุ่งนี้

นอกจากตารางการทำงาน คุณอาจลองวางตารางการออกกำลังกาย การนั่งสมาธิ หรืองานอดิเรกระหว่างวันของคุณด้วยก็ได้ เพราะการ Work From Home หมายถึงการไม่ต้องเดินทางไปที่อื่น ทำให้พอมีเวลาจากการเดินทางมาทำกิจกรรมดังกล่าวได้แน่นอน และกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีสภาพจิตใจที่พร้อมต่อการทำงานอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

มีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอกให้บ่อยขึ้น

หากเป็น 3-4 เดือนก่อน การออกไปนอกบ้านยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเท่าไร จากสถานการณ์ในขณะนั้น แต่กับสถานการณ์ปัจจุบันที่แม้จะไม่ได้ใกล้เคียงสภาวะปกติเลย แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเพียงพอที่เราจะให้รางวัลตัวเอง ที่ต้องอยู่ภายในบ้านมาเป็นเวลาหลายเดือน

ลองหาเวลาสัก 1-2 วันในสัปดาห์ออกมานั่งทำงานในร้านกาแฟ หรือร้านขนมใกล้บ้านของคุณเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานของตัวเอง เป็นการชาร์จพลังและลดความ “อุดอู้” จากการอยู่แต่ในบ้านได้เป็นอย่างดี

และในช่วงวันศุกร์หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ลองหาเวลาออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนฝูง ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นหรือออกกำลังกายในสวนสาธารณะ หรือเลือกนัดกันมาพูดคุยหรือทำงานที่ร้านกาแฟสัก 1 วันในสัปดาห์ เมื่อเสร็จงาน อาจชวนกันไปเดินตลาดนัด ก็ดูเป็นไอเดียที่ดีในการลดความตึงเครียดจากการทำงาน

“เล่น Facebook ให้มากขึ้นซิ”

หากเป็นเมื่อก่อน คำพูดนี้คงฟังดูแปลกไม่เบา เพราะคงไม่มีใครอยากแนะนำให้คนอื่นติดโซเชียลมีเดียให้มากขึ้น แต่ไม่ใช่กับปีนี้แน่นอน หากเราไม่สามารถนัดเจอเพื่อนได้ตามปกติ การมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขาบนโลกออนไลน์ ทั้งคอมเมนต์ ไลก์หรือวิดีโอคอล จะช่วยสมานรอยแผลที่เกิดจากความเหงาและการต้องอยู่คนเดียวได้

ข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด เลิกงานคือเลิกกัน!

“อะไรที่มากเกินไป ก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งนั้น”

การทำงานก็เช่นกัน แม้ว่าเราจะรักการทำงานมากแค่ไหน สุดท้ายเราก็ควรให้เวลากับตัวเองบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะการ Work from Home

ในขณะที่การทำงานในออฟฟิศยังมีเวลาให้ปรับตัว คือถึงบ้านเมื่อไร เวลาส่วนตัวของเราจึงเริ่มขึ้น แต่การทำงานที่ตัวเราอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว มีเส้นแบ่งระหว่างการทำงานและเวลาส่วนตัวที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว หรือบางทีก็แทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง

หากคุณเลิกงานปกติที่ 6 โมงเย็น อยากให้คุณเข้าใจว่าช่วงเวลา Work from Home ของคุณจะต้องหยุดที่ 6 โมงเย็นเช่นกัน เพื่อป้องกันการทำงานเกินขนาด (Overworking) ปล่อยตัวเองไปกับการพักผ่อนหรือกิจกรรมพึงปรารถนาของตัวเองเช่น การเล่นเกมนินเทนโด ซีรีย์ที่คุณยังดูไม่จบ หรืองานอดิเรกที่คุณอยากกลับไปทำ

การกระทำเช่นนี้จะทำให้คุณรู้จักการแบ่งขอบเขตของการทำงานและการพักผ่อนที่ชัดเจน เพราะส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนที่ไม่มีความสุขกับการ Work from Home มักมีสาเหตุมาจากการที่พวกเขาแยกไม่ออกว่าเวลาใดคือเวลาทำงาน และเวลาใดคือการพักผ่อนของตัวเอง

Work from Home ก็เหมือนกับดาบสองคม

ในขณะที่เราไม่ต้องตื่นเช้าเพื่อเดินทางไปทำงาน ไม่ต้องแต่งยูนิฟอร์มของบริษัท และไม่ต้องทำตัวเคร่งครัดเหมือนกับอยู่ในที่ทำงาน การที่ไม่มีใครมาคอยดูแลการทำงานของเราย่อมหมายถึงการที่เราต้องสร้างกฎระเบียบให้กับตัวเอง และใช้วินัยของเราในการทำตามกฎเหล่านั้น เพื่อให้เรายังสามารถผลิตงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเดิม แต่การทำงานมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับบ้าน ที่ไม่มีขอบเขตว่าคุณต้องเลิกทำงานเมื่อใด ก็อาจทำให้คุณอ่อนล้ากว่าปกติ และหากรุนแรงมากขึ้น อาจนำไปสู่สภาวะหมดไปในการทำงาน (Burnout Syndrome) ในที่สุด

เพราะฉะนั้น หากคุณจะได้รับอะไรอีกสักอย่างจากบทความนี้ ขอให้มันเป็น “ความพอดี” ในการทำงานของคุณก็แล้วกันครับ ผมและทุกๆ คนที่ Kaidee ขอเป็นกำลังใจให้กับการทำงานที่บ้านของทุกคน แม้จะไม่ใช่ปีที่ดีที่สุด แต่ก็ขอให้มันเป็นปีที่คุณได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม และเป็นปีที่คุณมีประสิทธิภาพกับการทำงานมากที่สุดอีกปีหนึ่งครับ

การจัดบ้าน รกให้เรียบร้อยสไตล์ ‘มาริเอะ คอนโดะ’

การจัดบ้าน รกให้เรียบร้อยสไตล์ ‘มาริเอะ คอนโดะ’

บ้านที่เราอยู่ 5 ปี 10 ปี หรือมากกว่านั้น มักจะมีปัญหาหลัก ๆ คือ ‘ของ’ ในบ้านที่เยอะจนเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นที่จนไม่รู้จะเก็บอย่างไร ซึ่งการจัดระเบียบบ้านที่อยู่อาศัยให้สะอาดเรียบร้อย คงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับใครหลายคน และวันนี้เรามีเคล็ดลับ การจัดบ้าน จากผู้เชี่ยวชาญด้านการทำความสะอาดและการจัดระเบียบบ้านในประเทศญี่ปุ่น อย่าง คุณ มาริเอะ คอนโดะ มาฝากกัน

รู้จักกับ ‘มาริเอะ คอนโดะ’ ผู้เชี่ยวชาญ การจัดบ้าน

คุณมาริเอะ คอนโดะ เป็นหญิงสาวชาวญี่ปุ่น อายุ 35 ปี ที่รักการจัดบ้านเป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่อายุน้อย ๆ ทำให้เธอรู้ถึงปัญหาในการเก็บบ้านที่ไม่ว่าจะเก็บกี่รอบก็รกเหมือนเดิม จนเธอสามารถหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่ว่านั้นได้อย่างสบาย ๆ และจุดที่ทำให้เธอกลายมาเป็นที่รู้จักมากขึ้นนั้นคงหนีไม่พ้น รายการ ‘Tidying Up with Marie Kondo’ ที่ออกอากาศทาง Netflix จนมีผู้คนมากมายสนใจในการจัดบ้านแบบเธอ และในปัจจุบัน เธอได้เปิดบริษัทให้บริการให้คำปรึกษาพร้อมกับบริการจัดบ้านไปพร้อม ๆ กัน

ขอบคุณรูปจาก: shop.konmari.com

เทคนิค การจัดบ้าน สไตล์ ‘มาริเอะ คอนโดะ’

ค้นและทิ้งตามความรู้สึก

คุณมาริเอะ คอนโดะ ได้กล่าวว่า กุญแจสำคัญของการจัดบ้านที่ดีคือ เราต้อง ‘ค้น’ (รื้อ) และ ‘รวบรวม’ ของทั้งหมดมาไว้รวมกันตามหมวดหมู่ และทำการ ‘ทิ้ง’ ตามความรู้สึกของเราที่มีต่อของชิ้นนั้น ๆ ทีละชิ้น โดยการหยิบขึ้นมาแล้วพิจารณาว่าสำหรับเรา ของชิ้นนั้นทำให้มีความสุขหรือไม่ ถ้าหากไม่ก็ทำการขอบคุณก่อนที่จะคัดของชิ้นนั้นออกไป และที่สำคัญต้องตัดให้ขาด อย่าอาลัยอาวรณ์ ไม่เช่นนั้นบ้านรกเหมือนเดิมแน่นอน !

ห้องรกก่อนจัดบ้าน

แยกและจัดให้เป็นหมวด

ก่อนอื่นที่เราจะจัดบ้านได้เราต้อง ‘แยก’ และ ‘จัด’ ของต่าง ๆ ให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้เป็นระเบียบต่อการทิ้งและจัดเก็บสิ่งของไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หนังสือ ของสะสม รองเท้า เครื่องประดับ หรือสิ่งของทั่วไป และหลังจากจัดหมวดหมู่แล้ว สิ่งที่เราจะทำต่อไป คือ การจัดระเบียบบ้านให้เสร็จทีละหมวดหมู่ เพราะจะทำให้ไม่สับสนต่อวิธีการจัด เห็นภาพรวม และไม่ตกหล่น โดย คุณมาริเอะ คอนโดะ แนะนำว่า ให้เริ่มจาก เสื้อผ้า หนังสือ เอกสาร ของจิปาถะ และของที่มีคุณค่าทางจิตใจ เพราะถ้าหากว่าเราเริ่มต้นจากการจัดของที่ต้องใช้ใจมาก ๆ นั้น จะทำให้เราเสียเวลาในการตัดสินใจมาก การจัดลำดับเช่นนี้เป็นการฝึกฝนจิตใจเราไปในตัวด้วยนั่นเอง

ผู้หญิงจัดบ้านให้เป็นหมวดหมู่ใส่กล่อง

พับ เก็บ ใส่กล่อง

หลังจากเลือกสิ่งของที่เราจะเก็บไว้แล้วนั้น ของที่เหลืออยู่อาจจะมากเกินไปสำหรับการแขวนหรือวางไว้บนโต๊ะด้านนอก จนทำให้ดูรกรุงรังไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย คุณมาริเอะ คอนโดะ มีวิธีจัดบ้านแบบง่าย ๆ คือ หากล่องมาใส่สิ่งของเหล่านั้น และ ‘พับ’ หรือ ‘จัดเก็บ’ ไว้ให้เป็นระเบียบตามหมวดหมู่ จะทำให้การค้นหาสิ่งของเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

การจัดบ้าน พับผ้า

จัดบ้านให้เสร็จ อย่าค้างคา

อีกหนึ่งเคล็ดลับง่าย ๆ ของคุณมาริเอะ คอนโดะ ที่ต้องใช้ความขยันในการทำมาก ๆ นั่นก็คือ การจัดบ้านให้เสร็จใน ‘ครั้งเดียว’ ไม่ใช่ทำทีละเล็กละน้อย เพราะการหยุดทำให้เราทั้งเกิดความขี้เกียจ เสียเวลา และไม่อยากทำต่อจนเกิดนิสัยที่เรียกว่าผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ๆ จนการเก็บบ้านไม่เสร็จสักที เพราะฉะนั้นเก็บให้เสร็จ อย่าค้างคาเชียวล่ะ

การจัดบ้าน เสร็จ

การจัดบ้าน ให้สุขภาพดี

นี่คือวิธีการจัดบ้าน 4 ขั้นตอนแบบคุณมาริเอะ คอนโดะที่เราทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ที่ใช้แค่เวลาและความตั้งใจ เพียงแค่นี้บ้านของคุณก็จะกลับมาเรียบร้อยเหมือนซื้อใหม่แล้ว และนอกจากการจัดบ้านแบบนี้แล้วที่นี่ยังมีบทความ จัดห้องนอนแบบนี้สิ ! สุขภาพจิตดี ไม่ป่วยใจ ให้ผู้อ่านได้ความรู้อีกด้วย

ถ้าใครที่โละของทิ้งแล้วอยากส่งต่อ ก็สามารถมาลงขายได้ที่ Kaidee แล้วอย่าลืมจัดบ้านของคุณให้เรียบร้อยตลอดเวลาด้วยล่ะ แล้วชีวิตคุณจะแฮปปี้ขึ้นอย่างแน่นอน