ใช้ชีวิตที่สุขุมวิทตอนกลาง เดินทางอย่างไรได้บ้าง?

ใช้ชีวิตที่สุขุมวิทตอนกลาง เดินทางอย่างไรได้บ้าง?

สุขุมวิทตอนกลาง แหล่งรวมทั้งออฟฟิศที่ทำงาน ศูนย์การค้า สถานบันเทิงและที่อยู่อาศัย เรียกว่าตั้งแต่เช้ายันมืด ทำเล Luxury นี้มีความครึกครื้นอยู่ตลอด โดยเฉพาะในด้านการเดินทางที่สุขุมวิทตอนกลางก็มีตัวเลือกมากมาย ในบทความนี้เรามาดูกันว่าใช้ชีวิตไม่ว่าจะอยู่อาศัยหรือทำงานที่สุขุมวิทตอนกลางนี้เลือกเดินทางอย่างไรได้บ้าง    

ตัวเลือกการเดินทางที่สุขุมวิทตอนกลาง

  • รถไฟฟ้า BTS 
  • รถไฟฟ้า MRT 
  • ถนนสุขุมวิท
  • ระบบขนส่งสารสาธารณะ

รถไฟฟ้า BTS 

รถไฟฟ้า BTS ในสุขุมวิทตอนกลางเป็นสายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) สถานีพร้อมพงษ์ ทองหล่อและเอกมัย โดยค่าโดยสารระหว่างสถานีจะเริ่มต้นที่ 16 บาท 

สถานีอโศก

สถานี Interchange หนึ่งแลนมาร์กสำคัญใจกลางเมือง ที่รวมความครบครันไว้หลายด้าน ซึ่งเป็นสถานีที่คนทำงานหลายคนต้องเดินทางผ่านทุกวัน ตัวสถานีตั้งอยู่ระหว่างสุขุมวิทซอย 19 และสี่แยกอโศก

ข้อมูลทางออก

bts.co.th
  • ทางออก 1 เชื่อมไปยังศูนย์การค้า Terminal 21 และสามารถลงไปยังซอยสุขุมวิท 19 ได้ 
  • ทางออก 2 ลงไปทางฝั่งสุขุมวิทซอย 12
  • ทางออก 3 เชื่อมไปยังศูนย์การค้า Terminal 21 และเชื่อมไปยัง MRT สถานีสุขุมวิทได้ นอกจากนี้ยังออกไปทางแยกอโศกได้อีกด้วย
  • ทางออก 4 ลงไปทางสี่แยกอโศกฝั่งป้อมตำรวจและสวนเบญจกิติ และยังสามารถลงไปทางสุขุมวิทซอย 14 ได้
  • ทางออก 5 ไปทางฝั่งสุขุมวิทซอย 12 และซอย 17 โดยจะเชื่อมกับโรงแรมเชอราตันแกรนด์ โรงแรมเวสทีนแกรนด์ อาคารไทม์แสควร์ และห้างโรบินสัน
  • ทางออก 6 ไปทางอาคาร Interchange 21 และอาคาร Exchange Tower

ค่าโดยสารเริ่มต้นจากสถานีอโศก

สถานีพร้อมพงษ์

สถานีพร้อมพงษ์ตั้งอยู่ระหว่างสุขุมวิทซอย 26 กับสุขุมวิทซอย 22 ตัวสถานีเชื่อมต่อกับศูนย์การค้า The Emquatier และ The Emporium 

ข้อมูลทางออก

bts.co.th
  • ทางออก 1 เชื่อมต่อกับ The Emquartier 
  • ทางออก 2 เชื่อมต่อกับ The Emporium และสามารถลงไปทางซอยสุขุมวิท 24 ที่มีโรงแรมชั้นนำมากมาย 
  • ทางออก 3 ลงไปทางซอยสุขุมวิท 39 ที่มีธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ Tops Supermarket และโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
  • ทางออก 4 ลงไปทางซอยสุขุมวิท 26 ที่มีปั้มน้ำมันบางจากและ K Village
  • ทางออก 5 ลงไปทางซอยสุขุมวิท 35 และ 33 ที่มีสถานทูตนอร์เวย์  Villa Market และคอนโด Siamese Exclusive Sukhumvit 31
  • ทางออก 6 ลงไปทางอุทยานเบญจสิริ

ค่าโดยสารเริ่มต้นจากสถานีพร้อมพงษ์

  • ไปสถานีสยาม 33 บาท
  • ไปสถานีราชดำริ ศาลาแดง 37 บาท
  • ไปสถานีช่องนนทรี เซนต์หลุยส์ … วงเวียนใหญ่ 44 บาท
  • ไปสถานีโพธิ์นิมิตร ตลาดพลู … บางหว้า  59 บาท
  • ดูค่าโดยสารไปสถานีอื่นๆที่นี่

สถานีทองหล่อ

สถานีใจกลางสุขุมวิทตอนกลางอย่างสถานีทองหล่อ ตั้งอยู่ระหว่างสุขุมวิทซอย 38 และสุขุมวิทซอย 36 ซึ่งเป็นย่านที่รวมทั้งออฟฟิศ ร้านอาหาร โรงแรม โรงเรียนนานาชาติและมหาวิทยาลัยไว้อย่างครบครัน

ข้อมูลทางออก

bts.co.th
  • ทางออก 1 ติดกับซอยสุขุมวิท 53 ที่มีโรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพและสถานทูตมอลตา
  • ทางออก 2 ลงไปทางซอยสุขุมวิท 36 ที่สามารถไปยังอาคารมาลีนนท์ทาวเวอร์ได้ และยังมีที่ทำการไปรษณีย์สันติสุขและสถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์
  • ทางออก 3 ลงไปทางซอยสุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ) ที่มีคอนโด Chewathai Residence Thonglor 
  • ทางออก 4 ลงไปทางซอยสุขุมวิท 38 ที่มี่ SK Tower และออฟฟิศอาคาร T-One  

ค่าโดยสารเริ่มต้นจากสถานีทองหล่อ

สถานีเอกมัย

ในย่านของสถานีเอกมัยจะรายล้อมไปด้วยโรงเรียน โรงแรม ศูนย์การค้าและสถานีขนส่งที่สำคัญอย่างสถานีขนส่งเอกมัย

ข้อมูลทางออก

bts.co.th
  • ทางออก 1 ลงไปทางซอยสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) ที่มีเมเจอร์สุขุมวิท สหกรณ์กรุงเทพและห้างบิ้กซี
  • ทางออก 2 ลงไปทาง Bangkok Mediplex สถานีขนส่งเอกมัย ท้องฟ้าจำลองและสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ทางออก 3 ลงไปทางโรงเรียนวัดธาตุทองและโรงพยาบาลสุขุมวิท
  • ทางออก 4 เชื่อมกับเกตเวย์ เอกมัย สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยและโรงเรียนนานาชาติ เซนต์ แอนดรูว์ส

ค่าโดยสารเริ่มต้นจากสถานีเอกมัย

สถานีพระโขนง

สถานีในย่านที่รวมโครงการที่อยู่อาศัยมากมาย และยังเป็นเส้นทางในการเดินทางเข้าเมืองเส้นทางหนึ่งอีกด้วย ตัวสถานีตั้งอยู่ใกล้แยกพระโขนงที่เชื่อมไปยังถนนพระราม 4 ได้อีกด้วย

ข้อมูลทางออก

bts.co.th
  • ทางออก 1 ลงไปทาง Max Value อาคารโทชินและไปทางสุขุมวิทซอย 67
  • ทางออก 2 ลงไปทางสุขุมวิทซอย 44/1 
  • ทางออก 3 ลงไปทางซอยสุขุมวิท 69 ที่ทำการไปรษณีย์พระโขนง
  • ทางออก 4 ลงไปทางห้าง Summer Hill อาคาร Summer Hub และแยกพระโขนง

ค่าโดยสารเริ่มต้นจากสถานีพระโขนง

รถไฟฟ้า MRT 

ในย่านสุขุมวิทตอนกลาง รถไฟฟ้านอกจาก BTS ยังมีรถไฟฟ้า MRT ซึ่งสถานีที่อยู่ในทำเลนี้คือสถานี Interchange สุขุมวิทนั่นเอง

MRT สุขุมวิท

สถานี Interchange ที่เป็นจุดเปลี่ยนการเดินทางระหว่าง BTS และ MRT ของคนวัยทำงานหรือนักเรียนนักศึกษา ตัวสถานีเชื่อมต่อกับ BTS สถานีอโศก พร้อมสามารถเข้าสู่ศูนย์การค้า Terminal 21 ได้ และยังมีทางออกไปยังแยกอโศกที่มีคิววินมอเตอร์ไซค์รอให้ใช้บริการเดินทางในเส้นอโศกได้อย่างสะดวก

ข้อมูลทางออก

  • ทางออก 1 ไปยังฝั่งพิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยง
  • ทางออก 2 เชื่อมไปยังอาคาร Interchange 21
  • ทางออก 3 เชื่อมไปยังรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศกและศูนย์การค้า Terminal 21

ค่าโดยสารเริ่มต้นจากสถานีสุขุมวิท

ถนนสุขุมวิท

สำหรับคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว การใช้ชีวิตที่สุขุมวิทตอนกลางเราจะได้ใช้ถนนสุขุมวิทเป็นหลัก ซึ่งถนนสุขุมวิทจะเชื่อมกับถนนเพลินจิตที่เข้าไปฝั่งสยาม และยังเชื่อมกับถนนเทพารักษ์ที่บีทีเอสสำโรง ซึ่งตัวถนนสุขุมวิทนั้นยังสามารถมุ่งตรงไปยังปากน้ำ สมุทราปรากรได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีทางด่วนอย่างทางพิเศษเฉลิมมหานครที่สามารถขึ้นทางด่านท่าเรือ 2 และด่านอาจณรงค์ได้

รถโดยสารสาธารณะ

ช่วงสุขุมวิทตอนกลางมีรถโดยสารสาธารณะให้ได้เลือกใช้บริการหลากหลาย อย่างรถโดยสารประจำทาง หรือตามซอยใหญ่ต่างๆ ก็มีคิววินมอเซอร์ไซค์ให้ได้ใช้บริการยามเร่งรีบ

รถโดยสารประจำทาง 

ตามถนนสุขุมวิทในช่วงสุขุมวิทตอนกลางจะมีป้ายรถเมล์ตามทางเป็นระยะ โดยเฉพาะตามจุดใกล้บีทีเอสต่างๆ รถเมล์สายหลักที่จะได้ใช้บริการกันบ่อยจะมีสายดังนี้

  • สาย 2 (ปากคลอง-สำโรง)
  • สาย 40 (สายใต้ปิ่นเกล้า-ลำสาลี)
  • สาย 48 (วัดโพธิ์-รามคำแหง2)
  • สาย 71 (วัดธาตุทอง-สวนสยาม)
  • สาย 98 (อโศก-อุดุมสุข)
  • สาย 508 (ราชวรดิษฐ์-ปากน้ำ)
  • สาย 511 (สายใต้ใหม่-ปากน้ำ)

นอกจากนี้ใครอยู่ในย่านทองหล่อจะมีรถเมล์แดงที่ให้บริการตั้งแต่ปากซอยทองหล่อบริเวณบีทีเอสไปจนถึงท้ายซอยแล้ววนใต้สะพานกลับปากซอย เหมาะสำหรับใครที่ไม่เร่งรีบหรือใครที่ไม่ชอบนั่งวิน

สถานีขนส่งเอกมัย

ในสุขุมวิทตอนกลางยังมีสถานีขนส่งสำคัญในฝั่งกรุงเทพตะวันออก ภายในสถานีจะมีทั้งรถตู้และรถบัส โดยการเดินทางจะเน้นไปที่จังหวัดทางภาคตะวันออกอย่างระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ตราด เป็นต้น และยังสามารถเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างพัทยาและเกาะต่างๆได้อีกด้วย

เดินทางสะดวกแบบนี้ คอนโดดีก็มีให้เลือกเช่นกัน

การเดินทางที่หลากหลายในทำเลสุขุมวิทตอนกลาง ทำให้ที่นี่เป็นทำเลที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยเช่นกัน เรามี 2 คอนโดเด่นในทำเลสุขุมวิทตอนกลางมาแนะนำตามนี้เลย

Chewathai Residence Thonglor

คอนโด Luxury แบบ Low Rise 8 ชั้นใกล้บีทีเอสทองหล่อ ตัวอาคารคอนโดมีสีขาวพร้อมดีไซน์บริเวณระเบียงเป็นสามเหลี่ยมที่สวยสะดุดตา ความพิเศษคือทุกยูนิตจะได้ต้นไม้พร้อมกระถางสีขาวที่มีระบบรดน้ำอัตโนมัติติดตั้งไว้เรียบร้อยที่มุมของระเบียง

ด้านพื้นที่ส่วนกลางก็มีครบให้ได้เปลี่ยนบรรยากาศการอยู่อาศัย ทั้งฟิตเนส Steam Room Meeting Room Co-Working Space สระว่ายน้ำ และสวนหย่อมดาดฟ้า

ตัวห้องออกแบบมาให้มีความโปร่งโล่ง  พร้อมให้ประสบการณ์การอยู่อาศัยในระดับ Luxury พร้อมมีเฟอร์นิเจอร์ Build-in มาให้บางส่วน 

รับข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษของ Chewathai Residence Thonglor ที่นี่

Siamese Exclusive Sukhumvit 31

คอนโดจาก Siamese Asset ใกล้บีทีเอสพร้อมพงษ์ที่มีส่วนกลางสวยๆ อย่างสระว่ายน้ำติดวิวเมืองให้คุณได้พักผ่อนพร้อมชมวิวรอบสุขุมวิทตอนกลาง และที่สำคัญยังให้ความเป็นส่วนตัวด้วย Exclusive Lift ทุกยูนิต

เช่นเดียวกับ Chewathai Residence Thonglor ที่ Siamese Exclusive Sukhumvit 31 จะมีพื้นที่สีเขียวบริเวณระเบียงของทุกยูนิต ให้คุณได้รู้สึกร่มรื่น และหากต้องการบรรยากาศที่มีความเขียวขจีขึ้นไปอีก ที่นี่ก็มีสวนหย่อมดาดฟ้าให้ได้นั่งพักผ่อนชมวิวเช่นกัน 

ตัวห้องจะมีระยะความสูงจากพื้นถึงเพดาน 3.2 เมตร และยังมีห้องสองชั้นแบบ Moff ที่มีความสูงจากพื้นถึงเพดาน 4.25 เมตรอีกด้วย ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ห้องมีความกว้างและมีมุมให้เปลี่ยนบรรยากาศเพิ่มมากขึ้น

รับข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษของ Siamese Exclusive Sukhumvit 31 ที่นี่

สรุป

ในทำเลไฮเอนด์อย่างสุขุมวิทตอนกลางที่มีความครบครันและมีความ Luxury การเดินทางต่างๆ ก็ไม่ได้สะดวกเฉพาะสำหรับคนมีรถยนต์ส่วนตัวเท่านั้น ตัวเลือกอื่นๆอย่างที่ได้อ่านกันไปอย่างบีทีเอส รถประจำทางก็สะดวก ทำให้ไม่ว่าจะอยู่อาศัย ใช้ชีวิตการทำงาน หรือลงทุนที่สุขุมวิทตอนกลางก็หมดห่วงเรื่องการเดินทางที่จะเป็นปัญหาได้เลย

เอาใจคนเมือง กับคอนโดใกล้ MRT ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงาน

เอาใจคนเมือง กับคอนโดใกล้ MRT ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงาน

เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมสักโครงการ แน่นอนว่าสิ่งที่หลายคนคำนึงถึงเป็นอันดับแรก คงจะหนีไม่พ้นเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการ และคำถามต่างๆ ที่ตามมาอย่าง

“คอนโด ใกล้รถไฟฟ้าไหมนะ” “มี MRT หรือเปล่า” และ “ระยะทาง ห่างจากสถานีแค่ไหนกัน”

แน่นอนว่า รูปแบบโครงการ ดีไซน์ห้อง และ ความครบครันของส่วนกลาง ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่อย่าลืมนะคะ ว่าจุดประสงค์หลักของเราในการเลือกซื้อคอนโดสักห้อง คงหนีไม่พ้น การตามหาบ้านหลังที่ 2 ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และให้ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของเราให้ได้มากที่สุด

ดังนั้น เพื่อเป็นตัวช่วยในการประกอบการตัดสินใจ วันนี้เราจึงขอนำ คอนโดมิเนียม โครงการคุณภาพ ใกล้สถานีรถไฟ MRT ทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Groove Scape Ladprao-Suttisan และ โครงการ Cocoon Rama 9 

และทั้ง 2 โครงการตัวท็อปนี้ จะมีจุดเด่นอะไรน่าสนใจ และ อยู่ใกล้กับสถานี MRT มากน้อยแค่ไหน ไปดูกันเลย 

1. “Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร”

ห่างจากสถานีภาวนา 1.2 กม.  และนั่งไปเพียงแค่ 1 สถานีถึง สถานี Interchange MRT สถานีลาดพร้าว 

โครงการ Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโด Low Rise ความสูง 8 ชั้น มียูนิตทั้งสิ้น 189 ยูนิต และแม้ว่าตัวโครงการจะมีห้องอยู่มากพอสมควร เมื่อเทียบกับคอนโดแบบ Low Rise ทั่วไป แต่อีกหนึ่งความพิเศษของโครงการคือ ‘ความเป็นส่วนตัว’ ที่ทางโครงการสามารถมอบให้แก่ลูกบ้านได้อย่างดี แม้ว่าโครงการจะอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และมียูนิตห้องเกือบ 200 ยูนิต นั่นเอง 

ความเป็นส่วนตัวนี้ เกิดจากการออกแบบ Floor Plan ของแต่ละชั้นให้มีทางเดินเป็น Single Corridor โดยให้แต่ละชั้นมีพื้นที่ส่วนกลางตั้งอยู่ที่ส่วนกลางของชั้น โดยให้ยูนิตล้อมรอบแกนกลางนั้นๆ ดังนั้นโถงทางเดินจึงมาในรูปแบบ Single Corridor โดยไม่มีห้องฝั่งตรงข้ามใช้ทางเดินเดียวกันนั่นเอง

ในส่วนของเรื่องดีไซน์ โครงการ Groove Scape มากับในคอนเซ็ปต์ “Tesselation” ซึ่งเป็นการออกแบบโครงสร้างโครงการ ด้วยแนวคิดเชิงกราฟิกในการวางแพทเทิร์นซ้ำๆ และการใช้เส้นคอนกรีตในแนวตั้ง จนทำให้เกิดสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ และดีไซน์ที่เหลือกาลเวลาแบบที่เห็นในภาพนั่นเอง

การเดินทางด้วย MRT

Divine

โครงการ Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร ตั้งอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงสำโรง-ลาดพร้าว ซึ่งตัวโครงการจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง สถานีภาวนา และ สถานีโชคชัย 4 อย่างไรก็ตามสถานีที่ใกล้กับตัวโครงการมากที่สุดนั้น คือ สถานีภาวนา ซึ่งมีระยะทางห่างจากโครงการเพียงแค่ 1.2 กิโลเมตร เท่านั้น 

และหากนั่งจากสถานีภาวนาไปเพียงแค่ 1 สถานี ก็จะถึงสถานีรัชดาฯ ซึ่งเป็น สถานี Interchange เชื่อมต่อกับ รถไฟ MRT สายสีน้ำเงิน ที่สถานีลาดพร้าว ซึ่ง MRT สายสีน้ำเงินที่ว่านี้ ถือว่าเป็นเส้นเดินทางที่สำคัญของกรุงเทพฯ อีกเส้นก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นเส้นรางรถไฟที่วิ่งเป็นวงกลมเชื่อมกรุงเทพฯ ทั้งทิศเหนือ-ใต้ และ ทิศตะวันออก-ตะวันตก เข้าด้วยกัน และยังวิ่งผ่านแลนมาร์คสำคัญมากมาย

สำหรับใครที่คิดว่าระยะทาง 1.2 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่ไม่สามารถเดินได้ หากเป็นเช่นนั้น ทางโครงเขาก็มีบริการ Shutter Bus คอยรับ-ส่ง ลูกบ้าน ถึงสถานีภาวนาอีกด้วย

ทำเลที่ตั้งของโครงการ

โครงการ Groove Scape 48 ตั้งอยู่ในซอย ลาดพร้าว 48  แยก 8 เดินทางสะดวก เนื่องจากตัวซอยเป็นจุดเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย สามารถเดินทางเข้าออกได้ทั้งจากฝั่งถนนลาดพร้าว และ จากถนนสุทธิสารวินิจฉัย 

ในเรื่องของการเดินทางด้วยรถยนต์ก็ถือว่าสะดวกต่อการเดินทางเข้า-ออก ตัวเมืองอย่างมาก เนื่องจากตัวโครงการอยู่ห่างจากถนนลาดพร้าวเพียง 600 ม. และ ห่างจากถนนรัชดาภิเษกประมาณ 1.8 กม. เท่านั้น นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้กับทางด่วนโทลล์เวย์สำคัญๆ อย่าง ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และ ทางด่วนศรีรัช อีกด้วย 

ดังนั้นไม่ว่าจะเดินทางด้วย รถยนต์ หรือ รถสาธารณะ BTS และ MRT ก็สะดวกมากๆ 

สถานที่สำคัญใกล้โครงการ

ห้างสรรพสินค้า

1.1 สวนลุมไนท์บาซ่าร์ : 2.2 กม.

1.2 ตลาดโชคชัย 4 : 3.3 กม.

1.3 Union Mall : 4 กม.

1.4 Central ลาดพร้าว : 4.7 กม.

1.5 Major Cineplex รัชโยธิน : 5 กม.

1.6 Esplanade รัชดา : 5 กม.

1.7 Central พระรามเก้า : 5.5 กม.

สถานศึกษา

1.1 ม.เซนต์จอห์น : 3.9 กม.

1.2 รร.หอวัง : 5 กม.

1.3 ม.ราชภัฏจันทรเกษม : 5 กม.

1.4 ม.เกษตรศาสตร์ : 6.6 กม.

โรงพยาบาล

1.1 รพ.โกลเด้นเยียร์ : 1.5 กม.

1.2 รพ.สุทธิสาร : 3.2 กม.

1.3 รพ.เปาโลเมโมเรียล พหลโยธิน : 6 กม.

จุดเด่นของโครงการ

  • จุดเด่นที่สุดของโครงการ คือ Facility ส่วนกลาง นั่นเอง

Facility ส่วนกลางของโครงการ จัดเป็นแนวตั้ง อยู่บริเวณส่วนกลางตัวอาคาร ตั้งแต่ชั้น 1 เรื่อยขึ้นไปจนถึงชั้นดาดฟ้า ตามแนวคิด Life (Light) Source หรือ “แหล่งศูนย์รวมของชีวิต” จึงทำให้ส่วนกลางของโครงการมีชื่อเรียกว่า “Facilities Core” หรือ ส่วนกลางที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชีวิต นั่นเอง

รับแสงธรรมชาติส่องตรงลงมาจากชั้น 8 หรือชั้นดาดฟ้าโดยตรง ให้บรรยากาศธรรมชาติ โปร่งโล่งไม่อึดอัดแน่นอน

ชั้น 1 – เป็น Lobby มีลักษณะเป็นแบบ Double Volume ประกอบไปด้วยมุม Mail Box, Smart Locker และ Food Deliver  

ชั้น 2 – ห้อง Multipurpose Room

ชั้น3 – Fit Club หรือ ห้อง Fitness

ชั้น 4 – Game Zone (E-Sport)

ชั้น 5 – พื้นที่ Co-Working Space

ชั้น 6 และ ชั้น 7 – ร้าน Nespresso Cafe’และพื้นที่สีเขียวสวนย่อม Secret Garden

ชั้น 8 – Sky Stair Case บันไดวนไปยังชั้นดาดฟ้า

ชั้น Roof Top – สระว่ายน้ำ Sky Pool  ระบบเกลือขนาด 26 x 6 เมตร และ Pool Deck พร้อมที่นั่งพักผ่อน Sun Scape, Moon Scape และ พื้นที่สีเขียว Roof Garden

  • ชั้นดาดฟ้าถือเป็นไฮไลท์ และจุดขายของโครงการก็ว่าได้ เพราะมีไม่มากนักที่คอนโดแบบ Low Rise จะนำสระว่ายน้ำขึ้นมาตั้งบนชั้นดาดฟ้า แถมยังมีขนาดที่กว้างมากถึง 26 x 6 อีกต่างหาก 
  • เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัว และ รถสาธารณะ เนื่องจากโครงการอยู่ในซอยที่เชื่อมต่อกับถนนหลัก อย่าง ถนนลาดพร้าว และ ถนนสุทธิสารวินิจฉัย และยังอยู่ติดกับแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีสำโรง-ลาดพร้าว ซึ่งห่างจากสถานีภาวนาเพียง 1.2 กม. และ ห่างจากสถานี Interchange MRT ลาดพร้าว เพียง 1 สถานีเท่านั้น 

รูปแบบห้อง

ห้องโครงการ Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร มาในรูปแบบ Fully-Furnished  1 ห้องนอน โดยสามารถแบ่งห้องออกได้ 3 รูปแบบ ดังนี้ 

  • 1 ห้องนอน ขนาด 23.7 ตร.ม. 

เนื่องจากห้องรูปแบบที่ 1 เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดของโครงการ ตัวห้องเลยมีการจัดวางคล้ายกับห้องแบบสตูดิโอ โดยเมื่อเดินเข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่ทำอาหารทางด้านขวามือ และเชื่อมต่อกับห้องน้ำด้านซ้ายมือ ระหว่างห้องครัว และ ห้องนอน จะมีกระจกเลื่อนปิดแยกพื้นที่กันอย่างชัดเจน และเมื่อเดินเข้าไปจะเจอกับห้องนั่งเล่น ซึ่งแชร์พื้นที่ร่วมกับห้องนอนนั่นเอง 

  • 1 ห้องนอน Plus ขนาด  32.45 ตร.ม.

มีรูปแบบคล้ายกับห้องแบบแรก เมื่อเปิดเข้ามาในห้องจะเจอกับห้องครัว เมื่อเดินเข้ามาจะเป็นห้องนั่งเล่น โดยห้องแบบที่ 2 นี้ จะแยกห้องพื้นที่ห้องนั่งเล่น และห้องนอนอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังเพิ่มห้องอเนกประสงค์เข้ามาให้อีก 1 ห้องด้วย

  • 1 ห้องนอน Plus Corner ขนาด  39.80 ตร.ม.

รูปแบบการวางสัดส่วนห้อง จะต่างจากห้องทั้ง 2 ที่ได้กล่าวมา โดยเมื่อเดินเข้ามาในห้องจะเจอกับโถงทางเดินเป็นอย่างแรก เมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่น และมุมรับประทานอาหาร ที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน ถัดมาเป็นห้องอเนกประสงค์ที่มีฉากกั้นบานเลื่อนให้ ในส่วนของห้องนอนจะให้พื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษ และในส่วนของห้องครัว จะถูกวางเป็นสัดส่วนมากขึ้น และตั้งอยู่ติดกับระเบียง มีประตูกระจกปิดกั้นพื้นที่ให้เรียบร้อย 

ห้องแต่ละแบบของโครงการ Groove Scape ต่างถูกออกแบบมาให้มีบรรยากาศโล่งโปร่ง ไม่อึดอัด ด้วยความสูง Floor to ​Ceiling อยู่ที่ 2.55 ม. และมีการจัดว่างห้องต่างๆ อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน

นอกจากนี้ ทุกยูนิตยังมาพร้อมกับห้องครัวในตัว และเป็นห้องแบบ  Fully Furnish ฟรีเฟอร์นิเจอร์มากมาย เช่น อุปกรณ์ห้องครัว อย่าง Hob & Hood ของ Mex, โซฟาพร้อมโต๊ะกลางรับประทานอาหาร, เตียงนอน, ตู้เสื้อผ้า, ชั้นวางทีวี และอีกมากมาย 

 

2. Cocoon Rama9

ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีศรีกรีฑาเพียง 400 ม. (ใช้เวลาเดินเพียง 3 นาที) และ 5 นาที จากแอร์พอร์ต ลิงก์ สถานีหัวหมาก

โครงการ Cocoon Rama 9 เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise ความสูง 8 ชั้น มียูนิตรวมทั้งสิ้น 146 ยูนิต โดยโครงการมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ดังนั้นจึงให้ความเป็นส่วนตัวสูง

และเนื่องจากโครงการถูกพัฒนาจาก Developer มืออาชีพ อย่างบริษัท Royal House ผู้มากด้วยประสบการณ์การสร้างบ้านกว่า 30 ปี ดังนั้นเรื่องของความมั่นคง และความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร จึงมั่นใจถึงมาตรฐานที่วางใจได้แน่นอน 

Cocoon Rama 9 มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ภายใต้แนวคิด ‘Simple Sensibility’ หรือ ‘ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย’ โดยทางโครงการมีความตั้งใจที่จะสร้างที่พักอาศัยให้เป็นเสมือนที่ชาร์จพลัง รองรับชีวิตที่แสนวุ่นวายของคนเมืองอย่างแท้จริง 

ซึ่งคอนเซ็ปต์ที่ว่านี้ ถูกแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนจากรายละเอียดการออกแบบในทุกพื้นที่ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ ไม้แท้, พื้นหิน หรือ โคมไฟหวายรูปทรงรังไหม เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นจากธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ให้สมกับชื่อโครงการ “โคคูน” หรือ “รังไหม” นั่นเอง

การเดินทางด้วย MRT

cocooncondo

เนื่องจากโครงการไม่ได้อยู่ติดริมถนน ทำให้การเดินทางด้วยรถสาธารณะยังไม่ค่อยสะดวกนัก

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ตัวโครงการ ตั้งอยู่ใกล้กับถนนศรีนครินทร์ ซึ่งกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ขับผ่าน (คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2565) ทำให้โครงการอยู่ห่างจากสถานีรถไฟศรีกรีฑา เพียงแค่ 3 นาที หรือ 400 เมตร เท่านั้น

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเดินทางไปเชื่อมต่อกับสถานี Interchange เพื่อเปลี่ยนไปใช้งานรถไฟฟ้า MRT ได้ที่สถานีแยกลำสาลี ซึ่งห่างจากสถานีศรีกรีฑา ไปทางรัชดา เพียงแค่ 1 สถานีอีกด้วย

เท่านี้ยังไม่พอ สำหรับใครที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศ ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับสถานีแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีหัวหมาก เพียงแค่ 5 นาที หรือประมาณ 2.3 กม. เท่านั้น

ดังนั้น แม้ว่าตัวโครงการจะไม่ได้ติดกับถนน แต่การเดินทางด้วยด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT นั้นเป็นไปได้ และสะดวกมากเลยทีเดียว 

ทำเลที่ตั้งของโครงการ

โครงการ Cocoon พระราม 9 ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ซอย 59 เลียบทางด่วนศรีรัช ซึ่งที่ตั้งของโครงการจัดว่าอยู่ระหว่างแยกรามคำแหง – แยกพัฒนาการ ในย่านพระราม 9 ซึ่งเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์ อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และห้างสรรพสินค้ามากมาย 

ตัวโครงการอยู่ไม่ไกลจากห้าง The Nine Center พระราม 9 สามารถเดินทางไปยังทองหล่อ-เอกมัยได้สะดวก โดยการวิ่งผ่านเส้นรามคำแหงตอนต้น ไปตัดกับเส้นเพชรบุรี เพื่อเข้าไปยังทองหล่อ ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที

และแม้ว่าคอนโดจะอยู่ในซอย แต่การเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าสะดวก สามารถเข้าออกโครงการได้ด้วยถนนถึง 3 เส้นด้วยกัน ได้แก่ ถนน พระราม 9 (ซ.59 และ ซ.57/2),  ถนน รามคำแหง (ใช้ ถ.พระราม 9 ซ.57 ผ่าน ซ.หัวหมาก 21 ไปออก ถ.หัวหมาก (รามคำแหง 24)) และ เส้นทางสุดท้าย คือการเข้า ผ่าน รพ.  สมิติเวช เพื่อมุ่งหน้าไปออก ถ.ศรีนครินทร์

สถานที่สำคัญใกล้โครงการ

ห้างสรรพสินค้า

1.1 The Nine พระราม 9 และ ตลาดเสรีมาร์เก็ต : 2.1 กม.

1.2 Seacon Square และ Paradise Park : 2.5 กม.

1.3 Tesco Lotus สาขา พัฒนาการ : 3.2 กม.

1.4 The mall บางกะปิ : 3.2 กม.

1.5 The Mall รามคำแหง : 4 กม.

1.6 Home Pro พระราม 9 : 4 กม.

1.7 Major Hollywood : 5.6 กม.

สถานศึกษา

1.1 ม.อัสสัมชัญ หัวหมาก : 1.7 กม.

1.2 ม.รามคำแหง : 2.8 กม.

1.3 โรงเรียน St.Mark International School : 2.3 กม.

โรงพยาบาล

1.1 รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ : 230 ม.

1.2 รพ. วิภาราม พัฒนาการ : 3.0 กม.

สถานี BTS และ MRT 

1.1 สถานีศรีกรีฑา: 400 ม.  

1.2 สถานีแอร์พอร์ตลิงค์ หัวหมาก : 2.6 ม.

1.3 สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา : 3.6 ม.

จุดเด่นของโครงการ

  • หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าพื้นที่แทบทุกส่วนของโครงการถูกสร้างด้วยวัสดุ ไม้แท้ แทรกด้วยพื้นที่สีเขียวตามจุดต่างๆ ทั้งนี้เกิดจากความมุ่งหวังในการสร้างบรรยากาศ Cozy ตามคอนเซ็ปต์ ‘Cocoon’ ที่แปลเป็นไทยว่า ‘รังไหม’ เสมือนกับเป็น ‘Charging Pod’ หรือพื้นที่ชาร์จพลังชีวิต สัมผัสได้ตั้งแต่จากก้าวแรกที่เดินเข้ามาในโครงการนั่นเอง

  • เนื่องจากโครงการไม่ใหญ่มาก และมียูนิตเพียงแค่ 146 ยูนิต ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง แม้จะตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองอย่างย่านพระราม 9 ก็ตาม 

  • โครงการ Cocoon Rama 9 มาพร้อมกับ Facility ส่วนกลางครบครัน เน้นฟังก์ชันการใช้งานจริง

  1. Co-Working Space: หรือที่ทางโครงการเรียกว่า ‘Co-Coon Space’ จะอยู่ที่บริเวณชั้น 2 ภายในมีเพดานสูงแบบ Double Volume Ceiling โปร่งโล่ง พร้อมโต๊ะทำงานหลากหลายรูปแบบ
  2. The Cocoon Fitness: อยู่ที่บริเวณชั้น 2 เช่นกัน ประกอบไปด้วยเครื่องเล่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเล่น Weight Training หรือ จะ Cardio ก็มีครบ และที่สำคัญยังมีกระจกสูงเต็มตัว ให้ลูกบ้านได้เห็นวิวภายนอกอาคารขณะออกกำลังอีกด้วย
  3. สระว่ายน้ำ: อยู่ที่ Ground Floor มาในขนาด 15 x 5 เมตร เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมสระจากุซซี่ในตัว อีกทั้งยังมีโซนพักผ่อนข้างๆ สระอยู่หลายโซน พร้อมกับต้นไม้ใหญ่ และพุ่มไม้รอบสระ เพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างลงตัว 

รูปแบบห้อง

โครงการ Cocoon Rama 9 จัดสรรส่วนที่พักอาศัยให้ลูกบ้านตั้งแต่ ชั้น 2-8  โดยมีโครงสร้างยูนิตให้เลือกตั้งแต่ 1-2 ห้องนอน  ภายในห้องความสูง Floor to ceiling อยู่ที่ 2.4 เมตร และมีทั้งหมด 4 แบบ ให้เลือกด้วยกัน 

  • ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-MMON) ขนาด 26 ตร.ม. 

แม้ว่าจะเป็นยูนิตขนาดเล็ก แต่ก็มีพื้นที่พอเหมาะพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานครบครัน จุดเด่นของห้องนี้ คือ บริเวณห้องครัว และ โต๊ะอาหาร ที่ถูกจัดวางไว้นอกริมระเบียง ทั้งนี้เพื่อเป็นการตัดปัญหาเรื่องกลิ่นอาหาร ไปพร้อมๆ กับการดื่มด่ำวิวขนาดรับประทานอาหารนั่นเอง 

  • ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-MFORT) ขนาด 30 ตร.ม.

ฟังก์ชันการใช้งานจะคล้ายกับห้องในแบบแรก ต่างกันที่โครงสร้าง โดยห้องในแบบที่สองจะให้พื้นที่ใช้สอยบางส่วนในแนวลึกไปด้านในตัวห้อง เช่น พื้นที่ห้องครัว และ ห้องนอน ที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และไม่ได้แชร์พื้นที่กับห้องนั่งเล่นเหมือนห้องในแบบแรก ทำให้ห้องเป็นระเบียบมากขึ้น

  • ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-NNECT) ขนาด 33-35 ตร.ม. 

ด้วยขนาดห้อง 33-35 ตร.ม ทำให้ห้องมีขนาดกำลังดี ไม่อึดอัด เพิ่มความรู้สึกปลอดภัยเหมือนอยู่บ้านอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ห้องนี้ยังประกอบไปด้วยพื้นที่ห้องต่างๆ ที่แบ่งโซนกันอย่าชัดเจน ได้แก่ โซนห้องนอน, ห้องครัว, ห้องนั่งเล่น และ ยังมีห้องทำงานเพิ่มให้อีก 1 ห้องอีกด้วย 

  • ห้องแบบ 2 ห้องนอน (CO-MPASS) ขนาด 42-44 ตร.ม. 

สำหรับคนไหนที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนๆ ห้องในรูปแบบที่ 5 นี้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณแน่นอน ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างมากสุดถึง 44 ตร.ม พร้อมกับพื้นที่ของต่างๆ ที่ถูกจัดวางแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน 

โดยห้องแบบที่ 5 นี้ ประกอบไปด้วย ห้องนอน 2 ห้อง ห้องครัว 1 ห้อง และห้อง 1 ห้อง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารกว้างขวาง เรียกได้ว่า พื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือเลยทีเดียว

ทุกห้องของโครงการมาในรูปแบบ Fully-Furnished พร้อม เฟอร์นิเจอร์ไม้ลามิเนต Built-In และ เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะวางทีวี, ฐานเตียงนอน, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะเครื่องแป้ง, ตู้เก็บอาหาร, โต๊ะรับประทานอาหาร และอีกมากมาย

ไม่ว่าคุณจะถูกใจพื้นที่ส่วนกลางของ Groove Scape หรือดีไซน์ห้องของ Cocoon Rama 9 ทั้ง 2 โครงการ ต่างมอบความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งทางรถยนต์ และ รถสาธารณะ ไม่ต่างกัน อยู่ที่ว่าทำเลไหน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้มากที่สุดต่างหาก…..

หากคนไหน ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะเลือกคอนโดไหนดี ลองกดเข้าไปอ่านข้อมูลโครงการเพิ่มเติมกันได้เลย 

นิติบุคคลคอนโดนั้นสำคัญไฉน

นิติบุคคลคอนโดนั้นสำคัญไฉน

นิติบุคคลคอนโดฯ หรือนิติบุคคอาคารชุด เป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ช่วยดูแลความเรียบร้อยภายในคอนโดให้อยู่ในสภาพที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยและทำให้การอยู่ร่วมกันของผู้เช่าหรือเจ้าของห้องเป็นไปโดยราบรื่น 

โดยนิติบุคคลคอนโดนั่นจะเป็นใคร มีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไร Kaidee รวบรวมมาให้อ่านในบทความนี้แล้ว

 

นิติบุคคลคอนโดคือใคร

เนื่องจากคอนโดหรือภาษาทางการเรียกว่า “อาคารชุด” นั้นเป็นอาคารที่บุคคลสามารถแยกการถือกรรมสิทธิ์เป็นส่วนๆ ได้ เรียกว่า “กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล” หมายความว่า ถ้าเราซื้อคอนโด 1 ห้อง เราก็จะมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดนั้นๆ ได้เลย 

กับอีกส่วนเรียกว่า “กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนกลาง” หมายถึงบรรดา Facilities หรือพื้นที่สาธารณะต่างๆ ภายในคอนโดที่เจ้าของห้องชุดทุกคนใช้งานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นล็อบบี้ ลิฟต์ สระว่ายน้ำ ที่จอดรถ ฯลฯ ซึ่งกฏหมายกำหนดให้ต้องมีกลุ่มคน สำนักงาน หรือ “นิติบุคคลอาคารชุด” เข้ามาจัดการและดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง 

สำหรับการจัดหานิติบุคคลคอนโดจะเริ่มขึ้นเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดห้องแรก ซึ่งส่วนมากผู้พัฒนาโครงการหรือดีเวลอปเปอร์จะเป็นผู้คัดเลือกและจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลฯ ชุดแรกไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมี  ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือกลุ่มบุคคล องค์กร (นิติบุคคล) ก็ได้ เป็นผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคลอาคารชุดนั้นๆ

หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้จัดการนิติบุคคลคอนโด

งานบริหารจัดการของนิติบุคคลคอนโดที่ทำในนามของผู้จัดการนิติฯ มีหน้าที่ความรับผิดชอบอยู่ 5 ส่วนงานหลักๆ ได้แก่ 

การดูแลทรัพย์ส่วนกลาง

ถือเป็นเนื้องานหลักของผู้จัดการนิติบุคคลฯ เลยก็ว่าได้ โดยการดูแลทรัพย์ส่วนกลางนั้นครอบคลุมตั้งแต่การดูแลภาพรวมของอาคารและพื้นที่ที่เป็นส่วนกลาง อาทิ ล็อบบี้ โถงทางเดิน ที่จอดรถ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งต้นไม้ในสวน ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและดูดี ไปจนถึงการบำรุงรักษางานระบบให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไล่ตั้งแต่ระบบน้ำดี ระบบน้ำเสีย ระบบไฟส่องสว่าง ระบบลิฟต์ การจัดการขยะ ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยได้มากที่สุด ตลอดจนดูแลความเรียบร้อยต่างๆ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น

เรียกเก็บค่าส่วนกลาง

เพื่อทำนุบำรุงพื้นที่ส่วนกลางคอนโดให้น่าอยู่น่าใช้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องมีการเรียกเก็บค่าส่วนกลางซึ่งทางโครงการอาจเรียกเก็บเป็นรายเดือนหรือรายปีก็ได้ รวมถึงค่ากองทุนส่วนกลางที่เรียกเก็บเพียงครั้งเดียวจากเจ้าของห้องซึ่งถือเป็นเจ้าของร่วม โดยผู้ทำหน้าที่เรียกเก็บเงินจำนวนนี้ก็คือผู้จัดการนิติบุคคลคอนโดนั่นเอง สำหรับเงินส่วนกลางนี้มากกว่าครึ่งจะถูกใช้ไปกับการจ่ายค่าจ้างบุคคลากรที่ดูแลคอนโดทั้งหมด รองลงมาคือค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟที่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด 

นอกจากนี้ผู้จัดการนิติบุคคลคอนโดยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บค่าใช้จ่ายบางอย่างจากลูกบ้าน เช่น ค่าน้ำประปา ค่าใช้บริการ Conciege หรือค่าแม่บ้านทำความสะอาดห้องได้อีกด้วย 

ควบคุมดูแลการใช้ประโยชน์ 

ผู้จัดการนิติบุคคลฯ ยังทำหน้าที่ควบคุมดูแลการใช้ประโยชน์ทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและภายในห้องชุดเพื่อให้การอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากเป็นไปอย่างสงบสุข และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติอาคารชุด ข้อบังคับและระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุดหรือมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม  

จัดประชุมเจ้าของร่วมตามวาระต่างๆ

หน้าที่หลักๆ สุดท้ายของนิติบุคคลฯ คือการจัดประชุมกับเจ้าของร่วมตามวาระต่างๆ ทั้งในระดับประชุมย่อยและประชุมใหญ่ รวมถึงติดตามงานต่างๆ ตามข้อบังคับในทางกฎหมาย ซึ่งหนึ่งในการจัดประชุมที่สำคัญลำดับต้นๆ คือการประชุมเพื่อสรรหา “คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด” ที่มาจากตัวแทนของลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมนั่นเอง

คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด 

ความรับผิดชอบต่างๆ ของผู้จัดการนิติบุคคลฯ หากทำได้อย่างดีก็จะสะท้อนออกมาผ่านสภาพแวดล้อมต่างๆ คอนโด รวมถึงความพึงพอใจจากผู้อยู่อาศัยที่อาจมอบความไว้วางใจให้ผู้จัดการนิติฯ ช่วยทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น เป็นนายหน้าในการขาย-ปล่อยเช่าห้อง หรือบางครั้งก็ช่วยเป็นหูเป็นตา ฝากกุญแจห้องเพื่อให้ช่างซ่อมบำรุงเข้าไปปรับปรุงห้องขณะที่ตัวเองไม่สามารถมาดูหน้างานได้ เป็นต้น

และเพื่อให้การทำหน้าที่ของผู้จัดการนิติฯ อยู่ในกรอบที่เหมาะสมจึงต้องมีหน่วยงานตรวจสอบหรือที่เราเรียกว่า “คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด” นั่นเอง ซึ่งจะประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 9 คน แต่งตั้งโดยที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม และกรรมการแต่ละชุดจะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยมีอำนาจครอบคลุมในหลายมิติ อาทิ

  • ควบคุม และตรวจสอบการบริหารจัดการของผู้จัดการนิติฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของลูกบ้านคอนโดให้ได้มากที่สุด  
  • มีอำนาจในการวินิจฉัยเรื่องราว คำร้องต่างๆ และตัดสินใจต่อปัญหาขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดในคอนโด
  • มีอำนาจพิจารณาและอนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อใช้ปรับปรุงหรือบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลาง
  • มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายให้ผู้จัดการนิติฯ เพื่อไปปฏิบัติภายใต้ขอบเขตของกฏหมาย เป็นต้น

นอกจากการตรวจสอบโดยคณะกรรมการนิติฯ แล้ว ลูกบ้านที่อยู่อาศัยในฐานะ “เจ้าของร่วม” ก็มีหน้าที่ตรวจตราการบริหารงานของนิติบุคคลคอนโดได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งหากพบว่ามีการทำงานบกพร่อง หรือมีการทุจริตที่ส่งผลต่อลบคอนโด ก็สามารถใช้สิทธิ์เรียกร้องให้มีประชุมเจ้าของห้องร่วม เพื่อให้ผู้จัดการนิติฯ ชี้แจงได้ และหากผลการชี้แจ้งไม่สมเหตุสมผล หรือส่อไปในทางมิชอบ เจ้าของร่วมทุกคนก็สามารถยื่นเรื่องต่อที่ประชุมเพื่อมีมติถอดถอนผู้จัดการนิติบุคคลฯ นั้นได้เช่นกัน 

สรุปความสำคัญของนิติบุคคลคอนโด

นิติบุคคลคอนโดถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่ทุกคอนโดต้องมี ไม่เพียงเป็นไปตามพระราชบัญญัติอาคารชุดที่กำหนดให้เจ้าของโครงการนั้นๆ ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อทำหน้าที่ดูแลจัดการรักษาทรัพย์ส่วนกลางเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการป้องกันสิทธิในการใช้ทรัพย์ส่วนกลางให้เท่าเทียมกันทุกราย มิให้เจ้าของร่วม หรือผู้อยู่อาศัยคนใดคนหนึ่งเข้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลางอย่างไม่เป็นธรรมหรือเกินขอบเขตในกรรมสิทธิ์ส่วนตัวอีกด้วย หรืออาจกล่าวง่ายๆ ว่า นิติบุคคลคอนโดก็คือตัวกลางที่จะประสานให้การอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากภายในคอนโดเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการใช้ชีวิตได้อย่างผาสุขนั่นเอง

คอนโด Low Rise อยู่สบายได้ Privacy

คอนโด Low Rise อยู่สบายได้ Privacy

คอนโด Low Rise เป็นทางเลือกหนึ่งของการซื้อคอนโดทั้งเพื่ออยู่เองและปล่อยเช่า โดยนิยามของคำว่า ‘คอนโด Low Rise หรือคอนโดแนวราบ’ มาจากระเบียบข้อบังคับในการก่อสร้างตามกฎกระทรวง หมายถึง คอนโดที่มีความสูงไม่เกิน 23 เมตร หรือประมาณ 8-9 ชั้น ซึ่งหากอาคารก่อสร้างสูงกว่านี้ ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มคอนโด High Rise หรือคอนโดแนวสูงนั่นเอง   

ลักษณะเด่นของคอนโด Low Rise คือ ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีจำนวนยูนิตไม่มาก และโครงการส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในซอย ทำให้ความพลุกพล่านของการจราจรหรือผู้คนสัญจรน้อยกว่าคอนโดแบบ High Rise ซึ่งมักอยู่ติดถนนใหญ่ หรือถนนสายหลัก

ในขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโดก็เรียกว่ามีตามมาตรฐานครบครัน แถมยังได้เปรียบในแง่การใช้งาน เนื่องจากจำนวนผู้อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยกว่าคอนโดแนวสูง ทำให้ไม่ต้องเบียดเสียดแย่งกัน ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ยินคำเปรียบเปรยบ่อยๆ ว่า หากต้องการอยู่ในเมืองแบบได้ฟิลลิ่งเหมือนอยู่บ้าน การเลือกซื้อคอนโด Low Rise นี่แหละตอบโจทย์ที่สุด

ว่าแล้ว Kaidee เลยไปรวบรวมคอนโด Low Rise ที่น่าสนใจมาฝาก รับประกันว่าทำเลดี ดีไซน์เด่น ในราคาจับต้องได้อย่างแน่นอน ไปดูกันเลย!

DOLCE LASALLE 

เริ่มต้นกันที่คอนโด Low Rise พร้อมอยู่ในราคาเบาๆ กับ Dolce Lasalle (โดว์เช ลาซาล) ที่ออกแบบมาในสไตล์ European Modern ที่ให้กลิ่นอายความเป็นยุโรปสมัยใหม่ตั้งแต่อาคารภายนอกจนถึงการตกแต่งภายในที่เรียบหรู โดยเฉพาะบริเวณล็อบบี้และห้องสมุดที่ประดับด้วยหินอ่อนพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่สะท้อนความสวยคลาสิคออกมาได้อย่างลงตัว 

จากคอนเซ็ปต์  ‘Meet Your Perfect Hideaway’ ของ Dolce Lasalle ทำให้บรรยากาศการอยู่อาศัยที่มีเพียง 178 ยูนิต เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เงียบสงบ หรือแม้แต่ในห้องพักที่จัดสรรฟังก์ชันไว้เพื่อการใช้ชีวิตแสนสบาย 

แถมยังอยู่ในโลเคชันที่ไม่วุ่นวายมากอย่างลาซาล ซอย 7 ที่ถูกโอบล้อมด้วยความสะดวกสบายของย่านบางนาซึ่งเป็นทำเลที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเข้าออกเมืองได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า BTS ทางด่วน และถนนสายหลักอย่างสุขุมวิท    

รูปแบบห้อง

  • Studio ขนาด 24.8 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 29.8 – 34.0 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาด 45.0 – 51.0 ตร.ม.  

ราคา เริ่มต้น 1.99 ล้าน*  

ข้อมูลเพิ่มเติม https://baan.kaidee.com/kaidee-exclusive/dolce-lasalle/th/

GROOVE SCAPE LADPRAO-SUTTHISAN 

Groove Scape Ladprao-Sutthisan เป็นคอนโด Low Rise เปิดใหม่จากค่าย Divine Development โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมแบบ Tessellation ซึ่งเป็นแนวคิดเชิงกราฟิก โดยใช้แพทเทิร์นซ้ำๆ มาเรียงต่อกันจนเป็นเปลือกอาคาร (Facade) ที่มีเอกลักษณ์ สร้างมิติของแสงและเงา รวมไปถึงช่วยลดความร้อนไม่ให้แสงอาทิตย์เข้าปะทะกับตัวคอนโดโดยตรงอีกด้วย 

ในขณะที่การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของที่นี่ก็ไม่เหมือนใคร เพราะจัดวางในแนวดิ่งมากถึง 7 ชั้น โดยแบ่งฟังก์ชันการใช้งานออกเป็น 3 ส่วน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ได้แก่ Stayscap (ชั้น 1 – 2) เป็นพื้นที่รับรองอเนกประสงค์ Xscape (ชั้น 3 – 4) เป็นห้องออกกำลังกายและ E-Sport  สุดท้ายคือ Scenescape (ชั้น 5 – 7) เป็นพื้นที่ใช้งานร่วมกันอย่าง Co-Working Space และ Co-Living Space เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี Facilities บน Rooftop อีกด้วย เรียกว่าจัดเต็มมากๆ เมื่อเทียบกับกลุ่มคอนโด Low Rise ด้วยกัน 

ส่วนตัวห้องของ Groove Scape Ladprao-Sutthisan ก็น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะห้องแบบ Plus ที่มีการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์เข้ามา เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานตามความต้องการ เช่น ใช้เป็นห้องทำงานเล็กๆ แยกออกมาอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งต้องบอกว่าเหมาะมากๆ กับช่วงนี้ที่ต้อง Work From Home กันยาวๆ 

รูปแบบห้อง

  • 1 Bedroom ขนาด 23.21 – 27.50 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 30.25 – 32.45 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus Corner ขนาด 33.63 – 39.80 ตร.ม.

ราคา เริ่มต้น 2.17 ล้าน*

ข้อมูลเพิ่มเติม https://baan.kaidee.com/kaidee-exclusive/groove-ladprao/th/

COCOON RAMA 9

Cocoon Rama 9 เป็นหนึ่งในคอนโด Low Rise ที่ให้อารมณ์บ้านมากที่สุดโครงการหนึ่ง โดยพื้นที่ขนาดหนึ่งไร่นิดๆ มีห้องชุดเพียง 146 ยูนิตเท่านั้น จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง สอดคล้องไปกับบรรยากาศสไตล์รีสอร์ทที่เงียบสงบ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย เสมือนได้ชาร์จพลังงานชีวิตให้เต็มอีกครั้งเพื่อวันนี้และวันต่อๆ ไป

งานดีไซน์ของคอนโด Low Rise ที่นี่ เน้นความเรียบง่าย อิงแอบไปกับความเป็นธรรมชาติและความร่มรื่นของต้นไม้ที่ประดับอยู่โดยรอบ ทำให้รู้สึกสบาย อบอุ่น และปลอดภัย อีกทั้งยังสะท้อนผ่านวัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง พื้นหิน หรือโคมไฟจากหวายดัดลายเสมือนรังไหมที่เป็นความหมายของ Cocoon นั่นเอง 

แม้โครงการจะอยู่ภายในซอย แต่ด้วยทำเลที่ตั้งในย่านพระราม 9 ก็ช่วยให้การใช้ชีวิตเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งคอมมูนิตี้มอล โรงพยาบาล ร้านอาหาร สถานศึกษา และอีกมากมาย ที่สำคัญหากใครซื้อห้องชุดคอนโดนี้แล้วล่ะก็ หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย เพราะแต่ละห้องเป็น Fully-Furnished เรียบร้อยแล้ว    

รูปแบบห้อง

  • 1 Bedroom ขนาด 26 – 35 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Plus ขนาด 42 – 44 ตร.ม.

ราคา เริ่มต้น 2.09 ล้าน*

ข้อมูลเพิ่มเติม Kaidee Sole Agent โทร. 02 119 5050 

SAVVI ARI 4

‘เสน่ห์ชีวิต…ที่อารีย์’ เป็นวลีที่ไม่เกินจริง เพราะย่านอารีย์นั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวและการผสมผสาน เป็นทั้งย่านอยู่อาศัยของคหบดีและทหารยุคเก่า ท่ามกลางแหล่งแฮงก์เอ้าท์ของบรรดาร้านค้า คาเฟ่ และออฟฟิศคนทำงาน เป็นจุดศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าที่อาศัยซึ่งกันและกันอย่างลงตัว 

ด้วยเสน่ห์เช่นนี้ทำให้อารีย์เป็นทำเลที่น่าอยู่และน่าลงทุนในเวลาเดียวกัน จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นคอนโดใหม่ๆ เกิดขึ้นในบริเวณนี้ และหนึ่งในนั้นคือ Savvi Ari 4 คอนโด Low Rise ที่มาพร้อมความเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ 39 ครอบครัวเท่านั้นที่จะได้ครอบครองกับขนาดเริ่มต้นของห้องที่ไซส์ใหญ่กว่า และสัดส่วนที่จอดรถที่มากกว่าคอนโดทั่วไปในปัจจุบัน  

นอกจากตัวอาคารที่ออกแบบไว้อย่างปราณีตด้วยแนวคิด Layered Sophistication สร้างมิติเชิงสถาปัตย์ผ่านเส้นสายและแสงเงาเพื่อเป็นการสะท้อนเสน่ห์เช่นเดียวกับความเป็นอารีย์แล้ว อินทีเรียภายในทั้งพื้นที่ส่วนกลางและภายในยูนิตห้องพักก็ยังหรูหราแบบ Luxury Boutique และมีแบ่งการใช้งานอย่างเป็นสัดส่วนโดยใช้วัสดุที่แตกต่างกันเพื่อประสิทธิภาพการใช้งานสูงอีกด้วย 

รูปแบบห้อง

  • 1 Bedroom ขนาด 35.31 – 39 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาด 62 – 77.98 ตร.ม.
  • 3 Bedroom ขนาด 98.50 – 127.00 ตร.ม.
  • Duplex ขนาด 94.69 ตร.ม.

ราคา เริ่มต้น 5.9 ล้าน*

ข้อมูลเพิ่มเติม Kaidee Sole Agent โทร. 02 119 5050 

CHEWATHAI RESIDENCE THONGLOR

คอนโด Low Rise สุดท้ายที่จะพาไปรู้จักกัน อยู่บนทำเลยอดนิยมตลอดกาลอย่างทองหล่อ เป็นคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ที่ชื่อว่า Chewathai Residence Thonglor โดยมีเอกลักษณ์การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร เด่นด้วยตัวอาคารสีขาวพร้อมระเบียงแบบ Free-Form ที่แต้มแต่งด้วยต้นไม้และความร่มรื่นย์ เสมือนเป็นโอเอซิสใจกลางเมืองที่สามารถเข้ามาพักผ่อนเอนกายได้อย่างสงบและเป็นอิสระ 

นอกจากไลฟ์สไตล์และสีสันของทำเลทองหล่อที่สนับสนุนให้คอนโดนี้น่าจับจองแล้ว รายละเอียดภายใน  Chewathai Residence Thonglor ก็จัดมาอย่างเหนือชั้นด้วย Facilities ที่สมบูรณ์แบบทั้งสระว่ายน้ำ ห้องประชุม Co-Working Space ห้องออกกำลังกาย สวนบนชั้นดาดฟ้าพร้อมโซนพัตต์กอล์ฟ รวมไปถึงที่จอดรถกว่า 55% พร้อม EV Charger 2 จุด 

ส่วนการจัดสรรพื้นที่อยู่อาศัยนั้นเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตสูงสุดเพียง 18 ยูนิต/ชั้น ภายในห้องโปร่งสบายด้วย Floor-to-Ceiling ประมาณ 2.65 เมตร มาพร้อมกระจกแบบเต็มบานทำให้เปิดรับธรรมชาติได้เต็มที่ และช่วยให้การจัดฟังก์ชันภายในเกิดความลงตัวและใช้ชีวิตได้มากกว่า 

รูปแบบห้อง

  • 1 Bedroom ขนาด 29.76 – 40.88 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 41.46 – 52.02 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาด 41.65 – 61.89 ตร.ม.

ราคา เริ่มต้น 5.99 ล้าน* 

ข้อมูลเพิ่มเติม https://baan.kaidee.com/kaidee-exclusive/chewathai-thonglor/en/

*ราคาทั้งหมดอาจมีการปรับเปลี่ยน กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่โครงการอีกครั้ง

สรุปคอนโด Low Rise อยู่สบายเหมือนอยู่บ้านใจกลางเมือง

หัวใจสำคัญของคอนโด Low Rise จาก 5 ตัวอย่างโครงการที่หยิบมาฝากกันนั้น มีทั้งความเหมือนกันในด้านการอยู่อาศัยที่เป็นส่วนตัว ความหนาแน่นของผู้อยู่อาศัยน้อย สงบและไม่วุ่นวายเสมือนได้อยู่กับบ้านเดี่ยว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแตกต่าง ไม่ว่าจะสไตล์การออกแบบ ทำเลที่ตั้ง และราคา ซึ่งไม่ว่าจะเลือกซื้อคอนโด Low Rise โครงการไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการกลับมาถามใจตัวเอง สำรวจความต้องการและความพร้อมอย่างจริงจังอีกครั้ง เมื่อนั้นแหละเราจะได้คำตอบว่าควรซื้ออยู่หรือลงทุนกับคอนโดไหนได้ดีที่สุด 

ส่วนใครที่อยากมองหาตัวเลือกคอนโด Low Rise เพิ่มเติม สามารถค้นหาทั้งคอนโดใหม่และมือสองที่ปุ่มด้านล่างได้เลย

ค่าส่วนกลางคอนโด จ่ายไป บ่นไป

ค่าส่วนกลางคอนโด จ่ายไป บ่นไป

“ค่าส่วนกลางคอนโด 45 บาทต่อตารางเมตร พื้นที่ห้อง 273 ตร.ม. ตอนนี้จ่ายอยู่ 10,700 บาทต่อเดือน” 

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราเก็บข้อมูลมาจากผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดริมแม่น้ำอายุกว่า 30 ปี ย่านเจริญนคร นับเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่สูงมาก เพราะค่าส่วนกลางคอนโดขนาดนี้เราสามารถนำไปผ่อนคอนโดราคาล้านต้นๆ ได้สบายเลย 

แต่เดี๋ยวก่อน!!!! อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปกันใหญ่ เพราะหากมองเคสนี้กันจริงๆ แล้วจะพบว่าค่าส่วนกลางคอนโดนี้ จริงๆ แล้วไม่ถึงขั้นแพงมาก แต่จัดอยู่ในค่าเฉลี่ยราคาค่าส่วนกลางที่คอนโดทั่วไปสมัยนี้ในกรุงเทพก็จ่ายกัน เพียงแต่ขนาดพื้นที่ห้องที่เขาครอบครองนั้นใหญ่มาก จึงทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สูงนั่นเอง

ค่าส่วนกลางคอนโดคืออะไร

ค่าส่วนกลางคอนโด (Maintenance Fee หรือ Common Fee) คือค่าใช้จ่ายที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดทุกห้องต้องจ่ายให้นิติบุคคลอาคารชุดเพื่อนำไปใช้บริหารจัดการ ตลอดจนดูแลบำรุงรักษาทรัพย์สินส่วนกลางของคอนโดให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือให้บริการได้ดีอยู่เสมอ 

ส่วนใหญ่มักกำหนดจ่ายค่าส่วนกลางคอนโดเป็นรายปี โดยคิดจาก อัตราค่าส่วนกลาง (บาท) X ขนาดห้อง (ตร.ม.) X 12 เดือน 

ยกตัวอย่าง คอนโดพร้อมอยู่ Ramada Plaza Residence ใกล้แยกอ่อนนุช คิดค่าส่วนกลางตารางเมตรละ 60 บาท หากซื้อคอนโดแบบ 1 ห้องนอนขนาด 35 ตร.ม. เราจะต้องจ่ายค่าส่วนกลางคอนโดเท่ากับ 60 (บาท)  X 35 (ตร.ม.) X 12 เดือน = 25,200 บาทต่อปี (หรือเฉลี่ยเดือนละ 2,100 บาท)

โดยค่าส่วนกลางที่เรียกเก็บจากเจ้าของร่วม มากกว่าครึ่งหนึ่งถูกใช้ไปกับค่าจ้างบุคคลากรในส่วนต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่นิติบุคคล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน คนสวน และช่างซ่อมบำรุง เป็นต้น รองลงมาคือค่าใช้จ่ายเพื่อสาธารณูปโภคพื้นฐาน ประกอบด้วย ไฟฟ้า (เช่น ไฟส่องสว่างบริเวณโถงทางเดิน ลิฟท์โดยสาร แอร์ในห้องฟิตเนส) ประปา (เช่น ห้องน้ำส่วนกลาง สระว่ายน้ำ น้ำสำหรับรดต้นไม้) โทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง 

ราว 10 เปอร์เซ็นต์ จะถูกกันไว้เป็นค่าซ่อมแซม หรือดูแลรักษา Facilitites ต่างๆ ยังคงฟังก์ชันหน้าที่ได้ครบสมบูรณ์ รวมถึงการดูแลงานระบบ และสภาพอาคารที่อาจทรุดโทรมไปตามกาลเวลาให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม ส่วนสุดท้ายจะเป็นเงินสำรองสำหรับค่ากิจกรรมและงานเบ็ดเตล็ด

การตกแต่งล็อบบี้อย่างหรูหราก็เป็นหนึ่งในปัจจัยกำหนดค่าส่วนกลางคอนโด

หลากปัจจัยที่ทำให้ค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพง

อัตราค่าส่วนกลางคอนโดในปัจจุบัน พบว่ามีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 30 บาท จนไปถึงร้อยปลายๆ ซึ่งอาจทำให้หลายคนจ่ายไปบ่นไปได้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม ค่าส่วนกลางคอนโดจะถูกหรือแพงนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยประกอบร่วมกัน ดังนี้  

จำนวนห้องชุดยิ่งน้อย ยิ่งจ่ายค่าส่วนกลางคอนโดแพง

“คอนโดสร้างเสร็จมา 7-8 ปีแล้ว มีสระว่ายน้ำเล็กๆ ยิมเล็กๆ ที่จอดรถ สวนเล็กๆ ล็อบบี้แบบไม่เปิดแอร์ คิดตารางเมตรละ 50 บาท จ่ายปีละ 4 หมื่นกว่าบาท ที่นี่มีร้อยกว่ายูนิตเอง ค่าส่วนกลางคอนโดเลยสูง” 

คำบอกเล่าของพี่ที่เคารพท่านหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในคอนโดระดับกลางแถวสามย่าน สะท้อนให้เห็นว่าการอยู่อาศัยในคอนโดที่มีจำนวนยูนิตน้อยส่งผลกระทบต่ออัตราค่าส่วนกลางได้ เพราะถึงจะมี Facilities พื้นฐานเหมือนโครงการอื่นๆ (และอาจจะเล็กกว่าที่อื่นเนื่องจากพื้นที่โดยรวมของโครงการน้อย) แต่ด้วยมีลูกบ้านคอนโดจำนวนน้อย จึงทำให้คนช่วยหารค่าใช้จ่ายน้อยตามไปด้วย และต้องจ่ายจ่ายค่าส่วนกลางแพงกว่าคอนโดที่มียูนิตมากๆ  

Facilities เยอะและล้ำ อาจต้องจ่ายค่าส่วนกลางคอนโดหนัก 

สิ่งอำนวยความสะดวก หรือ Facilities คือจุดขายสำคัญของคอนโดในยุคปัจจุบันที่จูงใจผู้บริโภคได้อยู่หมัด ทำให้หลายๆ โครงการให้พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ พร้อมผุดการใช้พื้นที่รูปแบบใหม่ๆ เช่น หน้าผาจำลอง Co-Kitchen Space ฯลฯ และบางโครงการยังตกแต่งไว้อย่างหรูหรา หรือมีฟังก์ชันสุดล้ำ

แม้ผู้อยู่อาศัยจะได้ประโยชน์จากการใช้พื้นที่ดังกล่าว แต่อีกนัยหนึ่งก็หมายถึงค่าส่วนกลางที่มีแนวโน้มพุ่งทะยานขึ้นด้วย เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรเพื่อการดูแลมากขึ้นทั้งในส่วนของค่าแรงงานและค่าอุปกรณ์ซ่อมบำรุง

อายุคอนโดยิ่งมาก ค่าส่วนกลางยิ่งเพิ่ม

เป็นธรรมดาที่ว่าของทุกสิ่งอย่างเมื่อใช้ไปนานวันย่อมเสื่อมสภาพลง คอนโดและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ส่วนกลางก็เช่นกัน เมื่อเวลาผ่านไปความทรุดโทรมก็จะปรากฏให้เห็นไม่ว่าจะเป็นสีสันที่ซีดจาง รอยคราบฝังลึกที่ยากจะขจัด หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งการจะปรับปรุงให้พื้นที่ส่วนกลางเหล่านั้นให้กลับมาสวยงามเสมือนวันแรกที่โครงการสร้างเสร็จ จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว 

ประกอบกับการปรับเพิ่มขึ้นของค่าจ้างแรงงานและอัตราเงินเฟ้อ จึงเป็นอีกเรื่องธรรมดาที่ค่าส่วนกลางคอนโดจะปรับสูงขึ้นในอนาคต ส่วนจำนวนที่เพิ่มขึ้นจะมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสภาพความเก่าและปริมาณของ Facilities ตลอดจนการบริหารจัดการของทีมนิติและคณะกรรมการคอนโด

ได้นิติบุคคลอาคารชุดดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ปัจจัยสุดท้ายที่มีผลต่อความรู้สึกว่าค่าส่วนกลางคอนโดที่จ่ายไปนั้นถูกหรือแพง มาจากความสามารถในการบริหารงานของผู้ดูแลโดยเฉพาะนิติบุคคล (Juristic Person) และคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันดูแลผลประโยชน์ของลูกบ้านคอนโดด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม 

เพราะหากคนกลุ่มนี้รักษาผลประโยชน์อย่างเข้มแข็ง ใช้จ่ายเงินกองกลางเพื่อแลกกับบริการและการดูแลที่สมเหตุสมผลก็จะทำให้ลูกบ้านไว้วางใจและยินดีจ่ายค่าสูงกลางต่อไปแม้ว่าอัตราจะมีการปรับสูงขึ้นบ้างตามระยะเวลา ในทางกลับกันหากจ่ายค่าส่วนกลางไปแล้ว แต่ผลลัพธ์การดูแลไม่น่าพึงพอใจ ลูกบ้านอาจรู้สึกว่าค่าส่วนกลางคอนโดนั้นแพง จ่ายไม่คุ้มกับที่ได้รับได้เช่นกัน 

นอกจากนี้ การจัดจ้างนิติบุคคลมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญสูง ค่าส่วนกลางคอนโดก็มักจะสูงตามไปด้วย เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะมีนโยบายการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ สามารถดูแลพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีความเข้มงวดที่จะบังคับใช้กฎระเบียบกับลูกบ้านที่ไม่ยอมชำระค่าส่วนกลางตามกำหนดได้ด้วย

ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ Facilities ของคอนโด ผู้เป็นเจ้าของห้องก็มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางอยู่ดี

ค่าส่วนกลางคอนโดไม่จ่ายได้ไหม   

ยอดเรียกเก็บเงินค่าส่วนกลางคอนโดรายปีมักมีตัวเลขค่อนข้างสูง ทำให้บางคนอาจมีความคิดว่าไม่จ่ายได้ไหม? หรือถ้าใช้ Facilities น้อยจะขอลดค่าส่วนกลางได้หรือไม่?

ในกรณีเช่นนี้ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าคอนโดหรืออาคารชุดนั้นแยกการถือกรรมสิทธิ์ออกเป็นสองส่วนคือ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล (ห้องชุดที่เราซื้อ) และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางซึ่งจะถือว่าผู้ครอบครองห้องชุดในคอนโดนั้นเป็นเจ้าของร่วมในพื้นที่ส่วนกลางด้วย (และมอบหมายให้นิติฯ เป็นผู้ช่วยดูแล) ดังนั้นทุกๆ ห้องจึงต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันทั้งในแง่ของการใช้พื้นที่และค่าใช้จ่ายในการดูแล  

อย่างไรก็ตาม หากมีลูกบ้านบางรายปฏิเสธการจ่ายค่าส่วนกลาง นิติบุคคลสามารถใช้กฏระเบียบของคอนโดเพื่อจัดการลูกบ้านรายนั้นได้ เช่น ระงับสิทธิ์การใช้พื้นที่ส่วนกลางคอนโด หรือคิดค่าปรับพร้อมดอกเบี้ยกรณีจ่ายล่าช้า หรืออาจถึงขั้นฟ้องร้องขึ้นศาลเลยก็ได้ 

นอกจากนี้ การค้างชำระค่าส่วนกลางคอนโดยังเป็นผลทำให้เจ้าของห้องชุดไม่สามารถขายคอนโดหรือทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ได้ในอนาคต เพราะกฏหมายระบุให้ต้องมี ‘หนังสือรับรองการปลอดหนี้’ ที่ออกโดยนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อนำไปเดินเรื่องโอนที่กรมที่ดินด้วย โดยหนังสือรับรองการปลอดหนี้จะรวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าส่วนกลาง 

สรุปค่าส่วนกลางคอนโด เรื่องนี้ต้องจ่าย 

การเป็นเจ้าของคอนโด ไม่ว่าจะอยู่เองหรือปล่อยเช่า ต้องมาพร้อมกับภาระผูกพันระยะยาวที่เรียกว่า ‘ค่าส่วนกลางคอนโด’ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่ส่วนกลางโดยการบริหารจัดการของนิติบุคคลอาคารชุดและคณะกรรมการนิติบุคคลที่จะเป็นหูเป็นตาและรักษาผลประโยชน์อย่างเข็มแข็ง ตลอดจนความร่วมมือร่วมใจของลูกบ้านคอนโดที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบหรือไม่ปฏิเสธการจ่ายค่าส่วนกลาง ทั้งหมดก็เพื่อทำให้สังคมเล็กๆ นี้น่าอยู่ได้ตลอดไปนั่นเอง