May 25, 2021 | บทความอสังหาฯ
คับที่อยู่ไม่ได้!! ทุกคนคงรู้กันดีว่าทาวน์โฮมส่วนใหญ่นั้นแสนจะกะทัดรัด พอเหมาะพอดีจนอาจจะกลายเป็นคับแคบไปได้ และอย่างเดียวที่ต่อเติมได้ของทาวน์โฮมก็คือครัว วันนี้ Kaidee จึงนำเรื่องน่ารู้ก่อนต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมมาฝากกัน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม
จะต่อเติมทั้งทีก็ต้องมั่นใจว่าการต่อเติมครัวของเรานั้นถูกตามหลักโครงสร้างและตัวบทกฎหมาย ไม่งั้นโดนเพื่อนบ้านบ่นหูชาก็คงแย่แน่ ๆ
การต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมในทางกฎหมาย
การต่อเติมครัวเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่พอเกี่ยวข้องกับกฏหมายแล้วนับว่าไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมนั้นเสี่ยงที่จะผิดกฏหมายด้านการการดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร ถ้าหากทำไม่ถูกต้อง
การต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมนั้นสามารถต่อเติมออกไปได้เพียง 1 เมตร เนื่องจากทาวน์โฮมส่วนมากนั้นมีหน้ากว้างไม่ต่ำกว่า 5 เมตร โดยหากจะต่อเติมออกไปเพียง 1 เมตร ก็ไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตฝ่ายใด
อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่นิยมต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมกันเป็นเนื้อที่ประมาณ 10 ตร.ม. ขึ้นไป จึงต้องทำการขออนุญาตดัดแปลงอาคาร
นอกจากนี้ยังต้องระวังว่าการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดระยะถอยร่นหรือไม่ ซึ่งโดยปกติจะไม่เป็นไปตามข้อบังคับเพราะเรานิยมต่อเติมจนเต็มพื้นที่ จึงต้องได้รับความยินยอมจากเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วย รู้อย่างนี้แล้ว ต้องผูกมิตรกับเพื่อนบ้านไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ นะคะ
ในกรณีที่ต้องทำเรื่องขออนุญาตกับสำนักงานเขตพื้นที่ เอกสารที่เราต้องเตรียมมีดังนี้
1.แบบฟอร์ม ข.1/คําขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
2.แบบแปลนที่เราจะทำการต่อเติมโดยมีลายเซ็นต์ของสถาปนิกและวิศวกรที่ควบคุมงาน
3.หนังสือยินยอมให้ทําการปลูกสร้างอาคารที่ต้องให้เพื่อนบ้านเซ็นต์
รู้จักโครงสร้างก่อนต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม
ก่อนต่อเติม ต้องสอบถามมาให้ดีว่าโครงสร้างของบ้านเป็นแบบไหน เพราะหากต่อเติมโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ บ้านอาจจะทรุดได้ โดยปกติแล้วโครงสร้างการต่อเติมจะมี 3 แบบ คือ พื้นคอนกรีตวางบนดิน, พื้นคอนกรีตวางบนคานแบบเสาเข็มสั้น และพื้นคอนกรีตวางบนคานแบบเสาเข็มยาว
1.โครงสร้างแบบคอนกรีตบนดิน
โครงสร้างแบบนี้ถือเป็นแบบที่เรียกที่ว่า Original ของบ้านทาวน์โฮม เพราะเป็นโครงสร้างที่ประหยัดงบที่สุด ซึ่งแน่นอนหากต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมที่มีโครงสร้างแบบนี้ ครัวจะทรุดเร็ว หากบ้านอยู่ในทำเลที่ที่ดินทรุดง่ายหรือดูไม่มั่นคง ทาง Kaidee แนะนำให้ตอกเสาเข็มเพิ่ม ครัวจะได้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้นแลกมากับการที่ต้องเพิ่มงบในส่วนของเสาเข็มนั่นเองค่ะ
2.โครงสร้างแบบคอนกรีตบนคานแบบเสาเข็มสั้น
ในบางโครงการจะมีการตอกเสาเข็มตรงครัวมาให้แล้ว อย่างไรก็ตามหากเสาเข็มนั้นเป็นแบบเสาเข็มสั้น 2 – 6 เมตร จะทำให้ครัวทรุดเร็วกว่าตัวบ้านอยู่ดีเนื่องจากเสาเข็มของตัวบ้านนั้นจะยาวและลึกกว่ามาก ดังนั้นคำแนะนำคือควรต่อเติมแบบแยกโครงสร้างกับตัวบ้าน จะได้ไม่เกิดปัญหาที่ว่าส่วนไหนทรุดช้าหรือทรุดเร็ว
3.โครงสร้างแบบคอนกรีตบนคานแบบเสาเข็มยาว
โครงสร้างแบบนี้ เสาเข็มจะยาวประมาณ 22 – 26 เมตร ซึ่งทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทรุดตัว จึงทำให้คนส่วนใหญ่หันมาชอบโครงสร้างแบบนี้กันในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นเสาเข็มแบบยาวแต่เราก็ไม่ควรต่อเติมครัวโดยฝากโครงสร้างไว้ที่ตัวบ้านอยู่ดี ควรสร้างแบบแยกโครงสร้างจะดีกว่า
ชนิดของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม
1.ต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบแบ่งส่วน
การต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมในลักษณะนี้มักจะถูกเรียกว่าครัวทึบเพราะจะแบ่งพื้นที่ใช้สอยของในบ้านมาทำโดยการกั้นห้องหรือกั้นผนังปูนเอา
ข้อดีของการทำครัวแบบนี้คือจะเป็นระเบียบเรียบร้อยและดูเป็นสัดส่วน อีกทั้งยังไม่มีกลิ่นเล็ดรอดมาให้กวนใจอีกด้วย ส่วนข้อเสียก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี ข้อเสียของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบนี้คือจะทำให้งบสูงเนื่องจากใช้วัสดุเยอะ
ส่วนข้อควรระวังในการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบแบ่งส่วนคือจะกินระยะเวลานานในการก่อสร้าง และอาจต้องทำที่ระบายอากาศเพิ่มแล้วซื้อพวกเครื่องดูดควันมาติด ที่สำคัญผู้ใช้งานจะต้องหมั่นรักษาความสะอาดมากกว่าครัวแบบโปร่งเพราะครัวแบบปิดนั้นเกิดความอับชื้นได้ง่ายมาก
2.ต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่ง
สำหรับต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่ง คือการทำผนังทึบรอบด้านแต่ปล่อยด้านบนให้โล่ง นอกจากนี้ยังสามารถนำไม้ระแนงมาดีไซน์ทำเป็นเหมือนครัวกลางแจ้งเก๋ ๆ ได้อีกด้วย
ข้อดีของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่งคือไม่ต้องห่วงเรื่องระบบระบายอากาศ เพราะกลิ่นสามารถถูกระบายไปยังด้านบนของครัวได้เลย นอกจากนี้ ครัวแบบโปร่งมีน้ำหนักเบากว่าครัวแบบแรกจึงทำให้มีโอกาสทรุดตัวได้น้อยกว่า ในส่วนของข้อเสีย ด้วยความที่เป็นครัวโปร่งจึงต้องระวังเรื่องฝุ่นควันหรือเศษใบไม้ที่จะตกมาในครัว จึงทำให้ต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ
ส่วนข้อควรระวังสำหรับการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่ง คือกลิ่นอาหารที่ระบายออกไปนั้นอาจจะรบกวนเพื่อนบ้านได้รวมถึงสัตว์รบกวนต่าง ๆ เช่น ยุง หนู หรือแม้กระทั่งงู อาจเข้ามาในครัวของเราได้ ดังนั้นเราอาจจะใช้มุ้งลวดมาเป็นไอเทมเสริมสำหรับครัวแบบโปร่ง
สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม
1.คำนึงถึงพฤติกรรมการใช้งาน
หากว่าสมาชิกภายในบ้านเป็นคนชอบทำอาหาร ทำกินเองเกือบทุกมื้อ ก็สมควรที่จะต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมเป็นของตนเอง
2.ลักษณะการใช้งาน
ลักษณะการใช้งานนี้จะส่งผลถึงแบบแปลนที่เราจะต่อเติม เช่น หากเรารับแขกเยอะ เน้นทำอาหารมื้อใหญ่บ่อย ๆ เราก็ควรมีเคาน์เตอร์ครัวที่กว้างขวาง หรือหากเราเป็นคนชอบทำขนม ก็ควรมีตู้เก็บของในครัวเพื่อเอาไว้เก็บอุปกรณ์ทำเบเกอรี่
3.หาแบบครัวที่ใช่จากเว็บไซต์ต่าง ๆ
เลือกแบบครัวที่ชอบแล้วทำการร่างว่าอยากให้อะไรอยู่ตรงไหน ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าพื้นที่จริงอาจจะเล็กกว่าแบบที่เราอยากได้ ต้องดูสัดส่วนให้เหมาะสมกันด้วย
4.ออกแบบแปลน
หากมั่นใจว่าสามารถออกแบบแผนผังครัวได้ควรใช้มาตราส่วนให้ถูกต้อง ทางเลือกอื่นคือควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบ จะได้มั่นใจว่าแบบแปลนที่ได้มานั้นไม่มีอะไรผิดพลาด เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่เราคาดไม่ถึงเช่นการวางระบบท่อน้ำทิ้ง ท่อของเสีย หรือถังไขมัน เป็นต้น
สรุปท้ายบทความต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม
เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ กับสาระน่ารู้ของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม และถ้าอยากจะต่อเติมครัวทั้งที ก็ต้องลองมาคลิกดูที่ Kaidee นะคะ
Apr 1, 2021 | บทความอสังหาฯ
หลายคนคงเคยประสบปัญหาที่ว่า “มีแบบบ้านในใจแล้วแต่ก็ไม่รู้จะตกแต่งแบบไหน” จะจ้าง Interior Designer ดีไหม หรือจะคุมงานเองดี ยิ่งครัวยิ่งแล้วใหญ่ เรียกได้ว่า “โนไอเดีย”
ในวันนี้ Kaidee Property จึงมาพร้อมกับ 10 แบบครัวหลากสไตล์ให้คุณได้เลือกสรร! ให้เลือกบ้านที่ใช่ แถมยังได้ครัวที่ชอบ เรียกได้ว่า มา Kaidee Property แล้วแฮปปี้คูณสอง
รวมครัวสวย 10 แบบหลากสไตล์
เพราะครัวคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง หลายคนได้เล่นสนุก ได้ลองทำอาหารมื้อแรกด้วยตัวเอง ได้แอบลองคิดเล็กผสมน้อยจนกลายเป็นสูตรอาหารแสนอร่อยของตัวเองก็มี จะเห็นได้ว่าครัวคือจุดเริ่มต้นของพลังบวกในบ้าน อีกทั้งยังเป็นที่รังสรรค์อาหารที่ทำให้เราอิ่มท้อง
“จะดีแค่ไหนถ้าเราทำให้ ‘ครัว’
เป็นภาพสะท้อนของเรา”
ในวันนี้ Kaidee Property มีแบบครัวทั้งหมด 10 แบบมาให้คุณได้ค้นหาว่าแบบไหนที่ใช่ แบบไหนที่ชอบ ถ้าพร้อมแล้วเลื่อนลงไปอ่านกันเลยยยย
1.Modern Style
Modern Style
มาเริ่มกันที่สไตล์แรกกันเลย
การตกแต่งครัวแบบ Modern นั้น จะทำให้บรรยากาศเรียบง่าย มองเข้าไปแล้วสบายตา แต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรูดูดี ทำให้สไตล์นี้กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันเป็นอย่างมาก
จุดกำเนิดของการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเริ่มมาจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในปี ค.ศ. 1850
(พ.ศ.2393) เนื่องจากในยุคนี้เป็นยุคที่เกิดวัสดุในการก่อสร้างใหม่ๆ
เช่น เหล็กและกระจก อีกทั้งคนยังโฟกัสในเรื่องการลดความฟุ่มเฟือย ต้องมีการใช้สอยที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ ทำให้เอกลักษณ์ของการตกแต่งสไตล์นี้จึงเน้นการใช้รูปทรงเรขาคณิตและลดทอนรายละเอียดที่เกินความจำเป็นและดูฟุ่มเฟือย หรือพูดอีกอย่างนึงว่าการตกแต่งจะดูจากลักษณะการใช้งานนั่นเอง
ปัจจุบันเริ่มมีวัสดุใหม่ๆให้เลือกเพิ่มขึ้น เช่น แผ่นอะคริลิค, ลามิเนต Hi-Gloss ซึ่งจะมีคุณสมบัติเงาวาว ทำให้การตกแต่งดูมีมิติมากขึ้น
การใช้สีตกแต่งของสไตล์ Modern จะไม่ใช้สีเยอะจนเกินไป ส่วนมากจะใช้เพียงแค่ 2-3 สีเพียงเท่านั้น สีหลักที่ผู้ตกแต่งภายในนิยมเลือกใช้คือสีขาว เพราะสีนี้จะทำให้บรรยากาศของห้องมีความโปร่งโล่งสบาย แต่หากอยากได้ความเข้มสมกับบุคลิกของผู้ใช้งาน จะเลือกเป็นสีเทา หรือดำก็ได้ แล้วค่อยแซมสีสันอื่นลงไป
2.Farmhouse Style
Farmhouse Style
มาต่อกันที่สไตล์ Farmhouse สไตล์ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนกำลังต้อนรับเรากลับบ้าน
การตกแต่งสไตล์นี้จะให้ความสำคัญกับการใช้สีเป็นหลัก ซึ่งสีที่เลือกใช้จะเป็นสีโทนกลางหรือสีพื้น สามารถเลือกเป็นสีน้ำตาลได้เลยถ้าเราอยากได้ความรู้สึกแบบชนบทสุดๆ
วัสดุที่ส่วนใหญ่ที่เลือกใช้จะเป็นไม้เป็นหลัก เพราะไม้จะให้ความรู้สึกนุ่มนวล อบอุ่น และให้ความเป็นกันเอง ประตูในภาพจะคล้ายคลึงกับประตูโรงนาที่ทำจากไม้ซึ่งจะเข้ากันได้ดีกับการตกแต่งสไตล์บ้านไร่
ในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ เราสามารถแซมเฟอร์นิเจอร์ที่ดูทันสมัยขึ้นมาบ้าง ไม่จำเป็นต้องใช้เฟอร์นิเจอร์สไตล์ Farmhouse ไปเสียทั้งหมด อาจจะเป็นโคมไฟสีขาวอย่างในภาพก็ได้ โคมไฟที่ซึ่งเมื่ออยู่เดี่ยวๆอาจจะดูโมเดิร์นอยู่บ้าง แต่พอจับมาคู่กับการตกแต่งสไตล์ Farmhouse กลับดูเข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ
หากใครกลัวว่าพอวางเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเข้าไป จะทำให้หลุดTheme ไป และคงจะดูขัดบรรยากาศน่าดู เราเสนอแนะว่าให้ซ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยการ Build-in ตู้เก็บของในส่วนด้านบนของผนังเพื่อเอาไว้เก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ
เมื่อตกแต่งภายในเสร็จเรียบร้อยก็มาถึงเรื่องของใช้ในครัวกันบ้าง เช่นตู้เก็บของด้านล่างที่สามารถใช้ตู้แบบ Armoire ที่จะให้กลิ่นอายความย้อนยุคเข้ากันกับครัวสไตล์ Farmhouse
3.Scandinavian Style
Scandinavian Style
สไตล์ “สแกนดิเนเวียน” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสไตล์ “นอร์ดิก”เป็นสไตล์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากการตกแต่งบ้านในโซนยุโรปเหนืออย่างเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์
ด้วยความที่มีที่มาจากเมืองหนาว การตกแต่งสไตล์นี้จะเน้นให้ความอบอุ่นและแสงที่ได้รับเป็นหลักโดยเริ่มจากการใช้สีที่จะใช้สีโทนสว่างอบอุ่นอย่างสีขาว และจะผสานด้วยสีสันที่อ่อนอย่างสีพาสเทลเสมอ อีกท้งยังจะเน้นพื้นที่เปิดโล่งรับแสงเพราะแสงจะช่วยเติมความสดใสในฤดูกาลที่หนาวอยู่เกือบจะตลอดเวลา
วัสดุในการทำครัวนั้นส่วนมากจากเป็นไม้ เช่น ไม้สน (Pine) และไม้เบิร์ช (ฺBirch) และนิยมเผยให้เห็นลายเนื้อไม้เพื่อที่จะได้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ
ในส่วนของเฟอนิเจอร์จะเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายเล็กๆลายดอกไม้ หรืออาจจะใช้ลวดลายตารางที่ให้ความรู้สึกของสแกนดิเนเวียนก็ได้ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์นั้นจะเน้นการจัดวางแบบน้อยชิ้น เรียกได้ว่าอันไหนที่ไม่ได้ใช้ก็ต้องเก็บให้เรียบร้อย เน้นฟังก์ชันการใช้งานเสียมากกว่า
การตกแต่งเพิ่มเติมมักจะใช้ต้นไม้เล็กๆใส่แจกันตั้งไว้ตามที่ต่างๆเพื่อเพิ่มความสดชื่นได้ด้วย
4.Luxury Style
Luxury Style
มาต่อกันที่สไตล์แบบ Luxury ที่เน้นความหรูหราดูดี สไตล์นี้จริงๆแล้วมีที่มาจากการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น จากที่กล่าวไปในหัวข้อแรกว่าสไตล์โมเดิร์นนั้นจะเน้นตัดทอนส่วนเกินออกไปโดยเน้นการใช้งาน แต่ Luxury นั้นจะแตกต่างตรงที่การตกแต่งแบบเรียบหรูนั้นจะยกระดับคุณภาพวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเพื่อเปลี่ยนให้บรรยากาศดูหรูขึ้นมา
ดีไซน์ของ Luxury นั้น จะเป็นการออกแบบอย่างลงตัวของปูนกับไม้อีกทั้งรวมกระจกและเหล็กลงไปในการตกแต่งด้วย จะเห็นได้ว่ามีการใช้วัสดุเพิ่มขึ้นอย่างมากในการตกแต่งแบบนี้
ความพิเศษของสไตล์ Luxury คือ ของทุกชิ้นและเฟอร์นิเจอร์ทุกตัวมีเอกลักษณ์และรายละเอียดในตัวมันเอง เช่น โคมไฟระย้าสีทองที่อาจจะเล่นรายละเอียดของตัวเหล็กและเล่นกับความโค้งในตัวดีไซน์ และวัสดุจะปูท็อปของเคาน์เตอร์ครัวอาจจะเลือกเป็นหินอ่อนซึ่งสีและลายอาจแตกต่างกันไปตามความชอบ สีหลักๆของหินอ่อนที่มีให้เลือกจะเป็น สีขาว เทา และดำ
5.Beach House Style
Beach House Style
การตกแต่งสไตล์ Beach House นั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนไม่มีหลักการตายตัว เพียงแต่มีสิ่งที่ต้องใส่ใจอยู่บ้างคือ การเลือกสี, วอลเปเปอร์, เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง
เริ่มกันด้วยสีของครัวสไตล์บีชเฮ้าส์จะเป็นสีอ่อนที่ให้ความรู้สึกถึงทะเล ไม่ว่าจะเป็นสีขาว ฟ้า หรือน้ำตาล เป็นต้น โดยสามารถผสมสีสันในแต่ละส่วนให้ลงตัวด้วยตนเอง เช่น หากมีเฟอร์นิเจอร์สีฟ้าแล้ว ก็อาจเลือกสีวอลเปเปอร์เป็นสีอ่อนของทราย หรือหากอยากให้บ้านเป็นเหมือนชายทะเลก็สามารถใช้วอลเปเปอร์เป็นลวดลายของทะเลเลยก็ได้เช่นกัน
ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ เราจะเห็นได้ว่าสามารถใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันสดใสที่ชวนให้นึกถึงวันหยุดพักผ่อนที่ชายทะเลก็จะเป็นกิมมิคเล็กๆที่เพิ่มความสดใสให้ห้องครัวของเรา
นอกจากนี้ การเลือกใช้วัสดุก็เป็นสิ่งสำคัญ เราควรใช้กระจกเพิ่มความสว่างให้ห้องครัวเพื่อให้บรรยากาศโปร่งโล่งสบาย
อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญของการตกแต่งสไตล์ชายทะเลคือการควรระวังไม่ให้มีหลายโทนสีในห้องครัวมากเกินไป เพราะจะทำให้ไม่มีจุดเด่นของสายตาและอาจจะหลุด Theme ไปได้
6.Rustic Style
Rustic Style
การตกแต่งสไตล์ Rustic คือการตกแต่งที่เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติและเน้นการเผยผิวของวัสดุนั้นๆ
วัสดุที่จะนำมาใช้ตกแต่งส่วนมากจะเป็นไม้ หิน เชือก หรือผ้า
สีที่เลือกใช้ในการตกแต่งแน่นอนว่าจะเป็นสีน้ำตาลของไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ เราสามารถจับคู่สีเป็นสีน้ำตาลและสีขาวได้เพราะทั้งสองเป็นโทนสีพื้นจะเข้ากันได้ลงตัวมากๆ
ในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์หลักๆและของใช้ในครัวจะเป็นไม้ที่ไม่ได้ทาสีเติมแต่งและเผยสีพื้นไม้ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ หรือท็อปของซิ้งค์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับครัวของคุณ
โคมไฟในครัวเราสามารถเลือกใช้เป็นโครงเหล็กได้ไม่จำเป็นต้องเป็นไม้ไปทุกชิ้น เราแนะนำว่าควรใช้ไฟเป็นสีโทนอุ่นเช่นไฟเหลืองหรือไฟส้ม หลีกเลี่ยงไฟโทนสีฟ้าจากหลอดนีออน เพราะไฟโทนสีเหลืองนั้นจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ห้องครัวสมกับสไตล์ Rustic เพราะเมื่อไฟสะท้อนกับไม้จะทำให้องค์ประกอบต่างๆออกมาลงตัวมากขึ้น
ของตกแต่งสำหรับสไตล์ Rustic ควรจะเป็นสีขาวเพื่อให้ตัดกันกับสีน้ำตาลและไฟเหลือง สามารถใช้เป็นกระถางต้นไม้สีขาวก็ได้ เพราะไม่เพียงแต่จะเพิ่มมิติให้ห้องครัว แต่ยังเพิ่มความสดชื่นจากต้นไม้อีกด้วย
7.Japanese Style
Japanese Style
อีกเทรนด์ที่กำลังมาแรงนั่นก็คือ การตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น
ขั้นตอนแรกที่สำคัญในการตกแต่งสไตลนี้คือการเลือกสี ควรเลือกใช้สีที่เป็นแนวเอิร์ธโทน เช่น น้ำตาลอ่อน หรือสีครีม เป็นต้น เนื่องจากคนญี่ปุ่นมีความเคารพธรรมชาติค่อนข้างสูง พวกเขาจึงเลือกสีที่ทำให้รู้สึกว่าใกล้ชิดกับธรรมชาตินั่นเอง
ในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ แน่นอนว่าเราควรเลือกเป็นงานไม้ที่เผยผิวเช่นไม้ลามิเนต, ไม้ Veneer หรือจะใช้เป็นงานไม้ไผ่เพื่อให้เข้า Theme แบบสุดๆเลยก็ได้
การตกแต่งสไตล์นี้จะมีกลิ่นอายของ Minimalist ด้วย เราจึงไม่เน้นของตกแต่งหลากสีสันเพื่อที่ห้องครัวจะได้ดูเรียบง่ายสบายตาและดูสว่างมากขึ้น
รูปทรงของเฟอร์นิเจอร์นั้นจะตัดทอนรายละเอียดส่วนใหญ่เหลือแค่ส่วนที่ใช้งานจริงๆเพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด จึงต้องออกแบบของใช้ต่างๆโดยคำนึงถึง Function และพื้นที่ เป็นสำคัญ
8.Cozy Style
Cozy Style
มาต่อกันที่สไตล์ Cozy ที่ดูเผินๆอาจจะดูคล้ายสไตล์ญี่ปุ่น แต่มีความแตกต่างตรงที่เราสามารถเพิ่มของตกแต่งกระจุกกระจิกตามใจได้ เพียงแต่ควบคุมโทนไว้ให้อยู่ในโทนสีอ่อนเพียงเท่านั้นเอง
การเลือกสีสามารถใช้สีอ่อนใดก็ได้ที่เราชอบ จะให้ดีควรให้อยู่ในโทนธรรมชาติเช่น สีขาว สีครีม และสีน้ำตาลอ่อน
การเลือกเฟอร์นิเจอร์ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ในส่วนนี้เฟอร์นิเจอร์มือสองจาก Kaidee ช่วยคุณได้ เพราะการแต่งแบบ Cozy จะเน้นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกคลาสสิค ประหยัด และการใช้เครื่องเรือนทุกชนิดอย่างคุ้มค่านั่นเอง
การตกแต่งเราสามารถเพิ่มพวกต้นไม้เล็กๆน้อยๆ ตามมุมต่างๆ รวมทั้งแจกันดอกไม้บนโต๊ะอาหารด้วยก็ได้ จะได้เพิ่มความสดใสแต่ไม่หลุด Theme ได้อีกทางหนึ่งด้วย
9.Loft Style
Loft Style
การตกแต่งสไตล์ Loft เกิดมาจากในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เศรษฐกิจตกต่ำ จึงมีการดัดแปลงโรงงานที่ว่างจากการผลิตมาเป็นที่อยู่อาศัย และใช้วัสดุจากโรงงานมาตกแต่ง
สไตล์นี้จะมีแนวคิดของการเผยเห็นให้เห็นโครงสร้างเหล็ก หรือปูนเปลือย บางที่จะแต่งเป็นเพดานยกสูงเพื่อให้พื้นที่ดูโปร่งที่สุดและอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก
โทนสีหลักที่เลือกใช้จะเป็นสีที่ไม่ฉูดฉาด เน้นความดิบเท่ เช่น สีดำ หรือ สีเทา เป็นต้น
การเลือกเฟอร์นิเจอร์จะเน้นเป็นแบบลอยตัวเป็นหลักเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายหรือปรับแต่งห้อง ถ้าอยากให้ครัวดูมีมิติมากขึ้นควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีตัดกับสีหลักที่ใช้ทาห้อง เช่น ถ้าห้องสีเข้ม ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีอ่อน
แสงสว่างในห้องครัวสไตล์ Loft จะเป็นแสงจากธรรมชาติ ลดการใช้พลังงานให้มากที่สุด เราจึงควรเลือกพื้นที่ส่วนที่ติดหน้าต่างมาทำเป็นห้องครัว หรือจะเลือกทุบผนังเแล้วทำเป็นประตูกระจกยาวจรดพื้นเลยก็ได้
10.Vintage Style
Vintage Style
สไตล์ Vintage มาที่มาจากคำว่า Vendange ในภาษาฝรั่งเศสซึ่งแปลว่าการเก็บเกี่ยวและบ่มไวน์ ซึ่งในที่นี้จึงมีนัยว่า “ยิ่งเก่ายิ่งดี” นั่นเอง
การแต่งครัวสไตล์นี้จำเป็นต้องใช้ของเก่าหรือของมือสองเพื่อมาแต่งห้องครัวให้มีกลิ่นอายบรรยากาศของความเก่าขึ้นมา ซึ่งหากไปหาซื้อเอาข้างนอกอาจจะหายากสักหน่อย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะ Kaidee มีให้คุณแน่นอน
ในเรื่องของโทนสีที่ใช้ในห้องครัว สามารถใช้เป็นสีฟ้าอ่อนจับคู่กับกับสีขาวได้เลย เพิ่มผ้าลูกไม้ตกแต่งตรงนี้นิด ตรงนั้นหน่อย เช่นเอามาทำเป็นผ้าม่านบังแสง ก็จะมาสามารถเพิ่มระดับความวินเทจให้ห้องครัวไม่ยาก
พวกข้าวของเครื่องใช้ เน้นใช้เป็นสีทองเหลืองหรือไม้เป็นหลัก เพราะเมื่อมองโดยรวมแล้วจะดูอ่อนหวานวินเทจสุดๆไปเลย
สิ่งสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือดอกไม้และแจกันนั่นเอง จะช่วยเติมความหวานให้ห้องครัวน่าอยู่มากขึ้นเลยทีเดียว
สรุปท้ายบทความ 10 แบบเคาน์เตอร์สวยสุดปัง
อ่านมาถึงตรงนี้ Kaidee Property เชื่อว่าทุกคนคงมีแบบครัวสวย ๆ ในใจกันแล้วใช่ไหมคะ
และไม่ว่าจะเป็นครัวแบบไหนก็ดูดีมีเสน่ห์เพิ่มเอกลักษณ์ให้เจ้าของบ้านอย่างเหลือเชื่อ ไม่ต้องกังวลเลยว่าเลือกแบบไหนไปแล้วคนจะมองว่าสวยหรือเปล่า แค่เลือกแบบที่เป็นตัวเราก็ดีที่สุดแล้ว เรียกได้ว่าเป็นครัวที่ดีที่สุดในสายตาของเรานั่นเอง
หากใครอยากตกแต่งครัวที่ใช่ และกำลังหาของตกแต่งที่ชอบ มาหาเราได้เลยที่ Kaidee