หลายคนคงเคยประสบปัญหาที่ว่า “มีแบบบ้านในใจแล้วแต่ก็ไม่รู้จะตกแต่งแบบไหน” จะจ้าง Interior Designer ดีไหม หรือจะคุมงานเองดี ยิ่งครัวยิ่งแล้วใหญ่ เรียกได้ว่า “โนไอเดีย”
ในวันนี้ Kaidee Property จึงมาพร้อมกับ 10 แบบครัวหลากสไตล์ให้คุณได้เลือกสรร! ให้เลือกบ้านที่ใช่ แถมยังได้ครัวที่ชอบ เรียกได้ว่า มา Kaidee Property แล้วแฮปปี้คูณสอง
รวมครัวสวย 10 แบบหลากสไตล์
เพราะครัวคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง หลายคนได้เล่นสนุก ได้ลองทำอาหารมื้อแรกด้วยตัวเอง ได้แอบลองคิดเล็กผสมน้อยจนกลายเป็นสูตรอาหารแสนอร่อยของตัวเองก็มี จะเห็นได้ว่าครัวคือจุดเริ่มต้นของพลังบวกในบ้าน อีกทั้งยังเป็นที่รังสรรค์อาหารที่ทำให้เราอิ่มท้อง
“จะดีแค่ไหนถ้าเราทำให้ ‘ครัว’
เป็นภาพสะท้อนของเรา”
ในวันนี้ Kaidee Property มีแบบครัวทั้งหมด 10 แบบมาให้คุณได้ค้นหาว่าแบบไหนที่ใช่ แบบไหนที่ชอบ ถ้าพร้อมแล้วเลื่อนลงไปอ่านกันเลยยยย
1.Modern Style

มาเริ่มกันที่สไตล์แรกกันเลย
การตกแต่งครัวแบบ Modern นั้น จะทำให้บรรยากาศเรียบง่าย มองเข้าไปแล้วสบายตา แต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรูดูดี ทำให้สไตล์นี้กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันเป็นอย่างมาก
จุดกำเนิดของการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเริ่มมาจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในปี ค.ศ. 1850
(พ.ศ.2393) เนื่องจากในยุคนี้เป็นยุคที่เกิดวัสดุในการก่อสร้างใหม่ๆ
เช่น เหล็กและกระจก อีกทั้งคนยังโฟกัสในเรื่องการลดความฟุ่มเฟือย ต้องมีการใช้สอยที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ ทำให้เอกลักษณ์ของการตกแต่งสไตล์นี้จึงเน้นการใช้รูปทรงเรขาคณิตและลดทอนรายละเอียดที่เกินความจำเป็นและดูฟุ่มเฟือย หรือพูดอีกอย่างนึงว่าการตกแต่งจะดูจากลักษณะการใช้งานนั่นเอง
ปัจจุบันเริ่มมีวัสดุใหม่ๆให้เลือกเพิ่มขึ้น เช่น แผ่นอะคริลิค, ลามิเนต Hi-Gloss ซึ่งจะมีคุณสมบัติเงาวาว ทำให้การตกแต่งดูมีมิติมากขึ้น
การใช้สีตกแต่งของสไตล์ Modern จะไม่ใช้สีเยอะจนเกินไป ส่วนมากจะใช้เพียงแค่ 2-3 สีเพียงเท่านั้น สีหลักที่ผู้ตกแต่งภายในนิยมเลือกใช้คือสีขาว เพราะสีนี้จะทำให้บรรยากาศของห้องมีความโปร่งโล่งสบาย แต่หากอยากได้ความเข้มสมกับบุคลิกของผู้ใช้งาน จะเลือกเป็นสีเทา หรือดำก็ได้ แล้วค่อยแซมสีสันอื่นลงไป
2.Farmhouse Style

มาต่อกันที่สไตล์ Farmhouse สไตล์ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนกำลังต้อนรับเรากลับบ้าน
การตกแต่งสไตล์นี้จะให้ความสำคัญกับการใช้สีเป็นหลัก ซึ่งสีที่เลือกใช้จะเป็นสีโทนกลางหรือสีพื้น สามารถเลือกเป็นสีน้ำตาลได้เลยถ้าเราอยากได้ความรู้สึกแบบชนบทสุดๆ
วัสดุที่ส่วนใหญ่ที่เลือกใช้จะเป็นไม้เป็นหลัก เพราะไม้จะให้ความรู้สึกนุ่มนวล อบอุ่น และให้ความเป็นกันเอง ประตูในภาพจะคล้ายคลึงกับประตูโรงนาที่ทำจากไม้ซึ่งจะเข้ากันได้ดีกับการตกแต่งสไตล์บ้านไร่
ในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ เราสามารถแซมเฟอร์นิเจอร์ที่ดูทันสมัยขึ้นมาบ้าง ไม่จำเป็นต้องใช้เฟอร์นิเจอร์สไตล์ Farmhouse ไปเสียทั้งหมด อาจจะเป็นโคมไฟสีขาวอย่างในภาพก็ได้ โคมไฟที่ซึ่งเมื่ออยู่เดี่ยวๆอาจจะดูโมเดิร์นอยู่บ้าง แต่พอจับมาคู่กับการตกแต่งสไตล์ Farmhouse กลับดูเข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ
หากใครกลัวว่าพอวางเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเข้าไป จะทำให้หลุดTheme ไป และคงจะดูขัดบรรยากาศน่าดู เราเสนอแนะว่าให้ซ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยการ Build-in ตู้เก็บของในส่วนด้านบนของผนังเพื่อเอาไว้เก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ
เมื่อตกแต่งภายในเสร็จเรียบร้อยก็มาถึงเรื่องของใช้ในครัวกันบ้าง เช่นตู้เก็บของด้านล่างที่สามารถใช้ตู้แบบ Armoire ที่จะให้กลิ่นอายความย้อนยุคเข้ากันกับครัวสไตล์ Farmhouse
3.Scandinavian Style

สไตล์ “สแกนดิเนเวียน” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสไตล์ “นอร์ดิก”เป็นสไตล์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากการตกแต่งบ้านในโซนยุโรปเหนืออย่างเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์
ด้วยความที่มีที่มาจากเมืองหนาว การตกแต่งสไตล์นี้จะเน้นให้ความอบอุ่นและแสงที่ได้รับเป็นหลักโดยเริ่มจากการใช้สีที่จะใช้สีโทนสว่างอบอุ่นอย่างสีขาว และจะผสานด้วยสีสันที่อ่อนอย่างสีพาสเทลเสมอ อีกท้งยังจะเน้นพื้นที่เปิดโล่งรับแสงเพราะแสงจะช่วยเติมความสดใสในฤดูกาลที่หนาวอยู่เกือบจะตลอดเวลา
วัสดุในการทำครัวนั้นส่วนมากจากเป็นไม้ เช่น ไม้สน (Pine) และไม้เบิร์ช (ฺBirch) และนิยมเผยให้เห็นลายเนื้อไม้เพื่อที่จะได้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ
ในส่วนของเฟอนิเจอร์จะเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายเล็กๆลายดอกไม้ หรืออาจจะใช้ลวดลายตารางที่ให้ความรู้สึกของสแกนดิเนเวียนก็ได้ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์นั้นจะเน้นการจัดวางแบบน้อยชิ้น เรียกได้ว่าอันไหนที่ไม่ได้ใช้ก็ต้องเก็บให้เรียบร้อย เน้นฟังก์ชันการใช้งานเสียมากกว่า
การตกแต่งเพิ่มเติมมักจะใช้ต้นไม้เล็กๆใส่แจกันตั้งไว้ตามที่ต่างๆเพื่อเพิ่มความสดชื่นได้ด้วย
4.Luxury Style

มาต่อกันที่สไตล์แบบ Luxury ที่เน้นความหรูหราดูดี สไตล์นี้จริงๆแล้วมีที่มาจากการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น จากที่กล่าวไปในหัวข้อแรกว่าสไตล์โมเดิร์นนั้นจะเน้นตัดทอนส่วนเกินออกไปโดยเน้นการใช้งาน แต่ Luxury นั้นจะแตกต่างตรงที่การตกแต่งแบบเรียบหรูนั้นจะยกระดับคุณภาพวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเพื่อเปลี่ยนให้บรรยากาศดูหรูขึ้นมา
ดีไซน์ของ Luxury นั้น จะเป็นการออกแบบอย่างลงตัวของปูนกับไม้อีกทั้งรวมกระจกและเหล็กลงไปในการตกแต่งด้วย จะเห็นได้ว่ามีการใช้วัสดุเพิ่มขึ้นอย่างมากในการตกแต่งแบบนี้
ความพิเศษของสไตล์ Luxury คือ ของทุกชิ้นและเฟอร์นิเจอร์ทุกตัวมีเอกลักษณ์และรายละเอียดในตัวมันเอง เช่น โคมไฟระย้าสีทองที่อาจจะเล่นรายละเอียดของตัวเหล็กและเล่นกับความโค้งในตัวดีไซน์ และวัสดุจะปูท็อปของเคาน์เตอร์ครัวอาจจะเลือกเป็นหินอ่อนซึ่งสีและลายอาจแตกต่างกันไปตามความชอบ สีหลักๆของหินอ่อนที่มีให้เลือกจะเป็น สีขาว เทา และดำ
5.Beach House Style

การตกแต่งสไตล์ Beach House นั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนไม่มีหลักการตายตัว เพียงแต่มีสิ่งที่ต้องใส่ใจอยู่บ้างคือ การเลือกสี, วอลเปเปอร์, เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง
เริ่มกันด้วยสีของครัวสไตล์บีชเฮ้าส์จะเป็นสีอ่อนที่ให้ความรู้สึกถึงทะเล ไม่ว่าจะเป็นสีขาว ฟ้า หรือน้ำตาล เป็นต้น โดยสามารถผสมสีสันในแต่ละส่วนให้ลงตัวด้วยตนเอง เช่น หากมีเฟอร์นิเจอร์สีฟ้าแล้ว ก็อาจเลือกสีวอลเปเปอร์เป็นสีอ่อนของทราย หรือหากอยากให้บ้านเป็นเหมือนชายทะเลก็สามารถใช้วอลเปเปอร์เป็นลวดลายของทะเลเลยก็ได้เช่นกัน
ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ เราจะเห็นได้ว่าสามารถใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันสดใสที่ชวนให้นึกถึงวันหยุดพักผ่อนที่ชายทะเลก็จะเป็นกิมมิคเล็กๆที่เพิ่มความสดใสให้ห้องครัวของเรา
นอกจากนี้ การเลือกใช้วัสดุก็เป็นสิ่งสำคัญ เราควรใช้กระจกเพิ่มความสว่างให้ห้องครัวเพื่อให้บรรยากาศโปร่งโล่งสบาย
อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญของการตกแต่งสไตล์ชายทะเลคือการควรระวังไม่ให้มีหลายโทนสีในห้องครัวมากเกินไป เพราะจะทำให้ไม่มีจุดเด่นของสายตาและอาจจะหลุด Theme ไปได้
6.Rustic Style

การตกแต่งสไตล์ Rustic คือการตกแต่งที่เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติและเน้นการเผยผิวของวัสดุนั้นๆ
วัสดุที่จะนำมาใช้ตกแต่งส่วนมากจะเป็นไม้ หิน เชือก หรือผ้า
สีที่เลือกใช้ในการตกแต่งแน่นอนว่าจะเป็นสีน้ำตาลของไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ เราสามารถจับคู่สีเป็นสีน้ำตาลและสีขาวได้เพราะทั้งสองเป็นโทนสีพื้นจะเข้ากันได้ลงตัวมากๆ
ในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์หลักๆและของใช้ในครัวจะเป็นไม้ที่ไม่ได้ทาสีเติมแต่งและเผยสีพื้นไม้ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ หรือท็อปของซิ้งค์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับครัวของคุณ
โคมไฟในครัวเราสามารถเลือกใช้เป็นโครงเหล็กได้ไม่จำเป็นต้องเป็นไม้ไปทุกชิ้น เราแนะนำว่าควรใช้ไฟเป็นสีโทนอุ่นเช่นไฟเหลืองหรือไฟส้ม หลีกเลี่ยงไฟโทนสีฟ้าจากหลอดนีออน เพราะไฟโทนสีเหลืองนั้นจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ห้องครัวสมกับสไตล์ Rustic เพราะเมื่อไฟสะท้อนกับไม้จะทำให้องค์ประกอบต่างๆออกมาลงตัวมากขึ้น
ของตกแต่งสำหรับสไตล์ Rustic ควรจะเป็นสีขาวเพื่อให้ตัดกันกับสีน้ำตาลและไฟเหลือง สามารถใช้เป็นกระถางต้นไม้สีขาวก็ได้ เพราะไม่เพียงแต่จะเพิ่มมิติให้ห้องครัว แต่ยังเพิ่มความสดชื่นจากต้นไม้อีกด้วย
7.Japanese Style

อีกเทรนด์ที่กำลังมาแรงนั่นก็คือ การตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น
ขั้นตอนแรกที่สำคัญในการตกแต่งสไตลนี้คือการเลือกสี ควรเลือกใช้สีที่เป็นแนวเอิร์ธโทน เช่น น้ำตาลอ่อน หรือสีครีม เป็นต้น เนื่องจากคนญี่ปุ่นมีความเคารพธรรมชาติค่อนข้างสูง พวกเขาจึงเลือกสีที่ทำให้รู้สึกว่าใกล้ชิดกับธรรมชาตินั่นเอง
ในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ แน่นอนว่าเราควรเลือกเป็นงานไม้ที่เผยผิวเช่นไม้ลามิเนต, ไม้ Veneer หรือจะใช้เป็นงานไม้ไผ่เพื่อให้เข้า Theme แบบสุดๆเลยก็ได้
การตกแต่งสไตล์นี้จะมีกลิ่นอายของ Minimalist ด้วย เราจึงไม่เน้นของตกแต่งหลากสีสันเพื่อที่ห้องครัวจะได้ดูเรียบง่ายสบายตาและดูสว่างมากขึ้น
รูปทรงของเฟอร์นิเจอร์นั้นจะตัดทอนรายละเอียดส่วนใหญ่เหลือแค่ส่วนที่ใช้งานจริงๆเพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด จึงต้องออกแบบของใช้ต่างๆโดยคำนึงถึง Function และพื้นที่ เป็นสำคัญ
8.Cozy Style

มาต่อกันที่สไตล์ Cozy ที่ดูเผินๆอาจจะดูคล้ายสไตล์ญี่ปุ่น แต่มีความแตกต่างตรงที่เราสามารถเพิ่มของตกแต่งกระจุกกระจิกตามใจได้ เพียงแต่ควบคุมโทนไว้ให้อยู่ในโทนสีอ่อนเพียงเท่านั้นเอง
การเลือกสีสามารถใช้สีอ่อนใดก็ได้ที่เราชอบ จะให้ดีควรให้อยู่ในโทนธรรมชาติเช่น สีขาว สีครีม และสีน้ำตาลอ่อน
การเลือกเฟอร์นิเจอร์ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ในส่วนนี้เฟอร์นิเจอร์มือสองจาก Kaidee ช่วยคุณได้ เพราะการแต่งแบบ Cozy จะเน้นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกคลาสสิค ประหยัด และการใช้เครื่องเรือนทุกชนิดอย่างคุ้มค่านั่นเอง
การตกแต่งเราสามารถเพิ่มพวกต้นไม้เล็กๆน้อยๆ ตามมุมต่างๆ รวมทั้งแจกันดอกไม้บนโต๊ะอาหารด้วยก็ได้ จะได้เพิ่มความสดใสแต่ไม่หลุด Theme ได้อีกทางหนึ่งด้วย
9.Loft Style

การตกแต่งสไตล์ Loft เกิดมาจากในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เศรษฐกิจตกต่ำ จึงมีการดัดแปลงโรงงานที่ว่างจากการผลิตมาเป็นที่อยู่อาศัย และใช้วัสดุจากโรงงานมาตกแต่ง
สไตล์นี้จะมีแนวคิดของการเผยเห็นให้เห็นโครงสร้างเหล็ก หรือปูนเปลือย บางที่จะแต่งเป็นเพดานยกสูงเพื่อให้พื้นที่ดูโปร่งที่สุดและอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก
โทนสีหลักที่เลือกใช้จะเป็นสีที่ไม่ฉูดฉาด เน้นความดิบเท่ เช่น สีดำ หรือ สีเทา เป็นต้น
การเลือกเฟอร์นิเจอร์จะเน้นเป็นแบบลอยตัวเป็นหลักเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายหรือปรับแต่งห้อง ถ้าอยากให้ครัวดูมีมิติมากขึ้นควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีตัดกับสีหลักที่ใช้ทาห้อง เช่น ถ้าห้องสีเข้ม ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีอ่อน
แสงสว่างในห้องครัวสไตล์ Loft จะเป็นแสงจากธรรมชาติ ลดการใช้พลังงานให้มากที่สุด เราจึงควรเลือกพื้นที่ส่วนที่ติดหน้าต่างมาทำเป็นห้องครัว หรือจะเลือกทุบผนังเแล้วทำเป็นประตูกระจกยาวจรดพื้นเลยก็ได้
10.Vintage Style

สไตล์ Vintage มาที่มาจากคำว่า Vendange ในภาษาฝรั่งเศสซึ่งแปลว่าการเก็บเกี่ยวและบ่มไวน์ ซึ่งในที่นี้จึงมีนัยว่า “ยิ่งเก่ายิ่งดี” นั่นเอง
การแต่งครัวสไตล์นี้จำเป็นต้องใช้ของเก่าหรือของมือสองเพื่อมาแต่งห้องครัวให้มีกลิ่นอายบรรยากาศของความเก่าขึ้นมา ซึ่งหากไปหาซื้อเอาข้างนอกอาจจะหายากสักหน่อย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะ Kaidee มีให้คุณแน่นอน
ในเรื่องของโทนสีที่ใช้ในห้องครัว สามารถใช้เป็นสีฟ้าอ่อนจับคู่กับกับสีขาวได้เลย เพิ่มผ้าลูกไม้ตกแต่งตรงนี้นิด ตรงนั้นหน่อย เช่นเอามาทำเป็นผ้าม่านบังแสง ก็จะมาสามารถเพิ่มระดับความวินเทจให้ห้องครัวไม่ยาก
พวกข้าวของเครื่องใช้ เน้นใช้เป็นสีทองเหลืองหรือไม้เป็นหลัก เพราะเมื่อมองโดยรวมแล้วจะดูอ่อนหวานวินเทจสุดๆไปเลย
สิ่งสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือดอกไม้และแจกันนั่นเอง จะช่วยเติมความหวานให้ห้องครัวน่าอยู่มากขึ้นเลยทีเดียว
สรุปท้ายบทความ 10 แบบเคาน์เตอร์สวยสุดปัง
อ่านมาถึงตรงนี้ Kaidee Property เชื่อว่าทุกคนคงมีแบบครัวสวย ๆ ในใจกันแล้วใช่ไหมคะ
และไม่ว่าจะเป็นครัวแบบไหนก็ดูดีมีเสน่ห์เพิ่มเอกลักษณ์ให้เจ้าของบ้านอย่างเหลือเชื่อ ไม่ต้องกังวลเลยว่าเลือกแบบไหนไปแล้วคนจะมองว่าสวยหรือเปล่า แค่เลือกแบบที่เป็นตัวเราก็ดีที่สุดแล้ว เรียกได้ว่าเป็นครัวที่ดีที่สุดในสายตาของเรานั่นเอง
หากใครอยากตกแต่งครัวที่ใช่ และกำลังหาของตกแต่งที่ชอบ มาหาเราได้เลยที่ Kaidee
