Jan 28, 2021 | บทความอสังหาฯ
เจเนอเรชัน Z (Gen Z) นั้น เป็นนิยามเรียกคนรุ่นใหม่ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2545 – 2552 อายุระหว่าง 10 – 24 ปี Gen Z เกิดมาในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นยุคที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสังคม การเรียน การช้อปปิ้ง เป็นต้น การได้คลุกคลีกับโซเชียลมีเดียมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉลี่ยวันละ 2 – 4 ชั่วโมง ทำให้ Gen Z มีโลกทัศน์กว้างกว่าคนรุ่นก่อน (Gen X) ซึ่งเกิดในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงไม่แปลกที่ Gen Z จะมีความคิดก้าวกระโดด มองการณ์ไกล และกล้าที่จะตัดสินใจเอง
ความคิดที่แตกต่างและความกล้าตัดสินใจนี้เอง พวกเราเด็ก Gen Z จึงโดนผู้ใหญ่ตั้งคำถามแทบทุกช่วงในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่เลือกเรียน งานแรกที่เลือกทำ หรือแม้กระทั่งแฟนที่เลือกคบ แน่นอนว่าการตัดสินใจครั้งใหญ่อย่างการซื้อคอนโดมิเนียมสักห้องนั้น ก็หนีไม่พ้นเสียงบ่น และประโยคคุ้นอย่าง “เชื่อผู้ใหญ่ เขาอาบน้ำร้อนมาก่อนเรา”
การที่เรามีความเห็นไม่ตรงกับผู้ใหญ่นั้น ไม่ได้หมายความว่า ฝั่งหนึ่งถูก และอีกฝั่งจะผิดนะคะ ในบทความนี้ Kaidee ได้รวบรวมปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างกันระหว่างคนรุ่น Gen X และ Gen Z และเจาะลึกเหตุผลสำคัญทั้ง 7 ข้อ ที่ตอบคำถาม “ทำให้ Gen Z ถึงเลือกซื้อคอนโดแทนการซื้อบ้าน”
อสังหาริมทรัพย์ของคนแต่ละ Gen
การซื้ออสังหาริมทรัพย์ของคนแต่ละเจเนอเรชัน (Generation) แน่นอนว่าต้องแตกต่างกันเป็นธรรมดา เนื่องจากไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายชีวิตของคนแต่ละวัยนั้นต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น Gen X (40-55 ปี) ซึ่งมีความมั่นคง มีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน และเริ่มใส่ใจสุขภาพ ดังนั้นพฤติกรรมการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์มักจะเป็นประเภทบ้าน เพราะบ้านมีพื้นที่กว้าง เหมาะสำหรับทำกิจกรรมในครอบครัว และยังสามารถบ่งบอกถึงความมั่นคงทางฐานะได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับ Gen Z (16-24 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังค้นหาตัวเอง ยังไม่มีอาชีพการงานมั่นคง และกำลังใช้ชีวิตโดยการพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก เพราะฉะนั้นจึงเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากคอนโดเมื่อเทียบกับบ้านแล้ว ดูแลง่ายกว่ามาก ไม่เสียเวลาทำความสะอาด ที่สำคัญอยู่ใกล้สถานที่ทำงาน และแหล่งให้ความบันเทิงมากมายอีกด้วย
ถ้ารู้ความแตกต่างของคนแต่ละ Gen แล้ว เรามาเริ่มเจาะลึกเหตุผลทั้ง 7 ข้อ ที่ทำให้ Gen Z ต่างเทใจให้คอนโดกันเลย
สมาร์ตลีฟวิ่ง (Smart Living)
ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น Gen Z เกิดมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ต พวกเขาคือเด็กยุคดิจิทัล ดังนั้นพวกเขาจึงเคยชินกับการใช้อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีต่างๆ ในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) ต่างๆ รอบตัว เช่น Google Home, Auto-Parking, Online Banging, และที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Online Service เช่น Line Man, Grab Car เป็นต้น จึงไม่แปลกที่คนกลุ่มนี้จะเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มาพร้อมกับ Smart Living Application อย่างคอนโดมิเนียม
ในปัจจุบันคอนโด Developer มากมายได้ปรับกลยุทธ์ทางการขาย โดยการสร้างคอนโดอัจฉริยะแทนการสร้างคอนโดแบบมาตรฐานทั่วไป ทั้งนี้เพื่อดึงดูดฐานลูกค้า Gen Z ซึ่งเป็นกำลังหลักในตลาดแรงงาน และเป็นกลุ่มที่เริ่มมีอำนาจการซื้อสูงขึ้นในปี 2020 โดยในปีที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าบางโครงการเริ่มมีการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้กับทั้งตัวโครงการและตัวห้องกัน เช่น การใช้ Smart Shuttle Bus (รถบริการรถรับ-ส่งอัจฉริยะ) ซึ่งผู้ใช้สามารถเช็คตำแหน่งรถได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ และคอนโดบางที่ถึงขั้นติดตั้ง Face Recognition ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจดจำใบหน้า เพื่อความสะดวกในการเข้า-ออกห้อง และช่วยให้ลูกบ้านอุ่นใจกับระดับความปลอดภัยของคอนโดนั้นๆ
ใกล้ที่ทำงาน และสถานบันเทิง
มีคนหลายคนตั้งคำถามว่า “ทำไมต้องเลือกซื้อห้องแคบๆ ราคาแพง แทนการซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ สักหลัง” คำตอบคงหนีไม่พ้นไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของคนสมัยนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่มักใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ ตื่นเช้า นอนดึก แถมยังเที่ยวหนักนั่นเองค่ะ คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองจึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตของ Gen Z ได้ดี เพราะคอนโดส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ มักตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยสถานที่ทำงาน ร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง และที่สำคัญยังติดกับรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน หรือเรียกง่ายๆ ว่าย่าน CBD (Central Business District) อย่างย่าน อโศก รัชดาฯ พระรามเก้า ที่เรารู้จักกันดี เป็นต้น ดังนั้นคอนโดมิเนียมจึงช่วยประหยัดทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางในแต่ละวันที่เร่งรีบของ Gen Z ได้ดีเลยค่ะ
ส่วนกลางที่ตอบโจทย์
โครงการคอนโดมิเนียมหลายที่ในปัจจุบันต่างก็ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลาง หลายๆ โครงการใช้พื้นที่ส่วนกลางเป็นจุดขายเลยก็ว่าได้ นั่นเป็นเพราะว่า Developer เริ่มคำนึงถึงความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่เน้นคุณภาพชีวิตเป็นหลัก กลุ่มคนเหล่านี้ไม่เพียงแค่ต้องการคอนโดใกล้สถานที่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องที่อยู่อาศัยที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก และกิจกรรมหลากหลายในที่เดียว เพื่อให้ตัวพวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุดนั่นเอง จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจที่กลุ่ม Gen Z จะเลือกคอนโดที่มาพร้อมกับส่วนกลาง เช่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องซาวน่า ห้องอ่านหนังสือ ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้กระทั่งตัว Lounge รับรองแขก
ขนาดพื้นที่พอเหมาะ
ถึงแม้ว่าวัยรุ่น Gen Z จะใจร้อน อยากมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองเพื่อความอิสระมากน้อยแค่ไหน พวกเขาก็ไม่ละเลยเหตุผล และความจำเป็นของพื้นที่ ซึ่ง Gen Z เป็นวัยพึ่งเริ่มทำงาน และยังไม่คิดสร้างสร้างครอบครัว ดังนั้นคนเหล่านี้จึงมีแนวโน้มที่จะเลือกที่อยู่สำหรับอยู่คนเดียวเสียมากกว่า ดังนั้นความกว้างขวางของพื้นที่จึงไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด
เหตุผลนี้เองทำให้วัยรุ่น Gen Z จำนวนมากเลือกซื้อคอนโดขนาดเล็กถึงปานกลาง แต่อยู่ใจกลางเมือง สะดวกในการเดินทาง มากกว่าการเลือกซื้อบ้านขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่มากมาย แต่ตั้งอยู่ไกลเมืองนั่นเอง
กำไรในการขาย และปล่อยเช่า
ตามที่ทุกคนรู้กันดีว่าการลงทุนกับคอนโดนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งเก็งกำไร ปล่อยเช่า และแบบลงทุนระยะยาว และการซื้อคอนโดเพื่อเป็นทรัพย์สินในการลงทุนนั้น ก็เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะมูลค่าของคอนโดมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นได้ง่าย (ตามศักยภาพของทำเล) ซึ่งเมื่อเทียบกับการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ การซื้อคอนโดถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่ประหยัด แถมยังได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่า
ยิ่งถ้าเลือกคอนโดที่ตั้งอยู่ในทำเลทอง มีที่จอดรถเพียงพอ และมีส่วนกลางครบวงจร ยิ่งปล่อยขาย หรือปล่อยให้เช่าเพื่อเอากำไรได้ง่ายเลยค่ะ โดยทั่วไปแล้วผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของการถือโอนกรรมสิทธิ์ในคอนโดแล้วปล่อยเช่านั้น อยู่ที่ประมาณ 5-10% เลยทีเดียว
นอกจากนี้วิธีอัปราคาค่าเช่าก็ทำง่าย เพียงแค่ตกแต่งห้องให้มีบรรยากาศน่าอยู่ เช่น เพิ่มบิวท์อินเฟอร์นิเจอร์ (Build-In Furniture) เครื่องใช้ไฟฟ้า และของตกแต่งห้องอื่นๆ แน่นอนว่าห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่ ย่อมปล่อยเช่าง่าย และเรียกกำไรได้ดีกว่าห้องเช่าแบบห้องเปล่าแน่นอน
ความปลอดภัย
อีกเหตุผลที่ทำให้คนรุ่นใหม่เลือกซื้อคอนโดคือ ความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดเมื่อเทียบกับบ้านแล้วมีความแน่นหนากว่ามาก ทุกพื้นที่ และทุกทางเดินของทุกชั้น ต้องมีกล้องวงจรปิดคอยเช็คความปลอดภัยให้ลูกบ้าน อีกทั้งทาง เข้า-ออก ของโครงการย่อมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยคัดกรองคนเข้า-ออก ตลอด 24 ชั่วโมง คอนโดบางแห่งถึงขั้นมีระบบสแกนบาร์โค้ดตั้งแต่หน้าลิฟต์ ใช้คีย์การ์ดในการกดลิฟต์ และสแกนลายนิ้วมือเข้า-ออกห้องกันเลยทีเดียว
สิ่งเหล่านี้คือมาตรฐานความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของคอนโดยุคใหม่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโจรกรรมได้อย่างดี Gen Z คือกลุ่มคนที่มักอาศัยอยู่คนเดียว และเลิกงานดึก ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกปลอดภัยที่จะอยู่คอนโดมากกว่าอยู่บ้าน แถมยังไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเมื่อต้องเดินทางไกล หลายวันอีกด้วย แม้ว่าเราสามารถติดตั้งกล้องวงจรปิดได้ที่บ้าน แต่ขั้นตอนการเลือกอุปกรณ์ และประเภทของกล้องวงจรปิด จนกระทั่งการติดตั้งนั้น ค่อนข้างซับซ้อน และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญช่วย ทำให้เสียทั้งเวลา ทั้งเงิน แต่ถ้าเพื่อนๆ กำลังหากล้องวงจรปิดมือสอง ราคาถูก คุณภาพดี อยู่นั้น สามารถเข้ามาเยี่ยมชมกันได้ที่เว็บ Kaidee ค่ะ
วิวสุดลูกหูลูกตา ใจกลางเมือง
เชื่อหรือไม่ว่าอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนซื้อคอนโดสักห้องคือ การได้มองวิวสวยๆ จากตึกสูง ในทุกๆ วัน วิวจากคอนโดสูงใจกลางกรุงเทพฯ นั้น เป็นทัศนียภาพที่หาไม่ได้จากบ้านแนวราบอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะเป็นวิวที่มองผ่านกระจกใสก็ตาม เพราะหลังจากวันที่เหนื่อยล้า และยาวนานจากการทำงาน การได้ชมแสงไฟกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนนั้น ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าของคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
นอกจากนี้คอนโดในปัจจุบันเริ่มมีราคาให้เลือกมากมาย เรียกได้ว่าตอบโจทย์ Gen Z งบน้อยเป็นอย่างดี แค่มีเงินล้านกว่าๆ ในปัจจุบันก็สามารถเป็นเจ้าของคอนโดติดริมแม่น้ำ ติดรถไฟฟ้าได้แล้วค่ะ
หากเพื่อนๆ เป็นคนกลุ่ม Gen Z และกำลังตัดสินใจระหว่างคอนโดกับบ้าน ลองเช็คดูว่านะคะว่าเพื่อนๆ เห็นด้วยกับเหตุผลทั้ง 7 ข้อด้านบนนี้หรือเปล่า ถ้า 7 ข้อที่กล่าวมานี้ได้ตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเพื่อนๆ การเลือกใช้ชีวิตแบบ “คอนโดไลฟ์ (Condo-life)” อาจจะเป็นไลฟ์สไตล์ที่ใช่ก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้นถ้าคิดว่าใช่ก็คว้าไว้เลยค่ะ ที่ Kaidee รามีคอนโดหลายราคา ในเลือกสรรมากมาย แนะนำ ให้เข้ามาดูประกอบการตัดสินใจได้เลยค่ะ
Jan 11, 2021 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากเพื่อน ๆ นึกถึงจังหวัดท่องเที่ยวใกล้ ๆ กับกรุงเทพมหานครและเป็นหนึ่งจังหวัดสำคัญ มีการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดี อีกทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อน ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศในแต่ละปีได้มากเลยทีเดียว โดยจังหวัดที่จะพูดถึง คือ จังหวัด ชลบุรี นั่นเองครับ
ซึ่งจังหวัดชลบุรีนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอยู่หลายแห่ง โดยที่มีเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง เมืองพัทยา ที่เป็นเขตปกครองพิเศษ โดยจังหวัดชลบุรี มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่กำลังสร้างขึ้นหลากหลายพื้นที่ อาทิ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม คอนโดต่าง ๆ จึงทำให้จังหวัด ชลบุรี เป็นพื้นที่สำคัญ ที่กำลังขยับขยายเติบโตขึ้นในอนาคต
ทำไมจังหวัดชลบุรี ถึงเป็นพื้นที่ที่น่าลงทุน
มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้จังหวัดชลบุรีกลายเป็นจังหวัดที่กำลังเติบโตในปัจจุบันและในอนาคตก็กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องด้วยจังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกอย่างมาก ทั้งในด้านพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมต่าง ๆ หนึ่งในนั้น คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่โดดเด่น โดยมีเมืองพัทยา ที่เป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีการเติบโตของโรงแรม มีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วและกำลังจะสร้างขึ้นในอนาคตอยู่หลายโครงการ อีกทั้งยังมีหมู่บ้านต่าง ๆ ที่กำลังก่อสร้างในอย่างเยอะ และในอนาคตคาดว่าจะมีอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่พักอาศัยผุดขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน มาดูกันว่าปัจจัยที่ทำให้จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่น่าลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ มีปัจจัยอะไรบ้าง
1. หนึ่งจังหวัดสำคัญในการท่องเที่ยว
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีนั้นเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะและหลากหลายมากจังหวัดหนึ่ง ทำให้รายได้ส่วนหนึ่งของจังหวัดชลบุรีมาจากการท่องเที่ยวนั่นเอง โดยสถานที่สำคัญในการมาท่องเที่ยว คือ พัทยา บางแสน เกาะสีชัง เกาะล้าน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีก เช่น ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ จึงทำให้อนาคต ชลบุรี จะมีที่พักอาศัยเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของผู้คนที่จะซื้อบ้านอีกหนึ่งหลังเพื่อเอาไว้พักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุดพักผ่อนหรือซื้อไว้เพื่อลงทุนก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อย เพราะราคาดีขึ้นแน่นอน
2. ธุรกิจต่าง ๆ กำลังเติบโต
ในปัจจุบัน จังหวัดชลบุรี กำลังพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย อีกทั้งยังลงทุนสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเพื่อเชื่อ 3 สนามบิน ประกอบด้วย สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา นอกจากนี้ยังสร้างรถไฟทางคู่เพื่อเชื่อมแหล่งอุตสาหกรรมกับท่าเรือ พัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง พัฒนาท่าเรือมาบตาพุด สร้างถนนมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง และพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จึงทำให้จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในด้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ ที่เล็งเห็นโอกาสในการเพิ่มช่องทางการค้าและกำไรเพื่อเติบโต รวมไปถึงธุรกิจขนาดเล็กที่เล็งเห็นโอกาสในการขยับขยายกิจการของตัวเองก็เปิดตัวกันอย่างมากมาย
3. สถานที่สำคัญต่าง ๆ
สถานที่สำคัญต่าง ๆ ของจังหวัดชลบุรีมีเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการ สถานที่อุตสาหกรรม สถานที่ท่องเที่ยว อย่าง ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เช่น ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ห้างโรบินสัน
อีกทั้ง จังหวัดชลบุรี ยังมีสถานที่สำคัญอย่างมหาวิทยาลัยชื่อดัง คือ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา อีกด้วย
ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังที่นักศึกษาเข้ามาเรียนต่อกันเยอะมากเช่นกัน จึงทำให้ธุรกิจหอพักต่าง ๆ มีรายได้ที่ดีตลอด และในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีการสร้าง Condo โครงการหมู่บ้าน ใหม่ ๆ ขึ้นมาเยอะพอสมควรเพื่อตอบสนองการเช่าและการซื้อของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนในพื้นที่นั่นเอง
4. ราคาที่พักอาศัยถูกกว่า
จะเห็นได้ว่าโครงการหมู่บ้านในเขตปริมณฑล รวมไปถึงจังหวัดที่มีการเจริญเติบโตในด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ หรือจะเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ราคาบ้านในโครงการ ราคาคอนโด รวมไปถึงราคาที่ดิน จะมีราคาที่ถูกกว่าในกรุงเทพฯ เนื่องจากยังเป็นแค่พื้นที่ที่กำลังจะขยายความเจริญออกมาไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ แถมยังเดินทางสะดวกสบายด้วยถนนมอเตอร์เวย์
โดยราคาบ้านของโครงการและคอนโด ตอนนี้ยังมีราคาที่ถูกกว่าโครงการบ้านและคอนโดในกรุงเทพฯ มาก เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างเช่น ความสะดวกสบายในการเดินทางและปัจจัยต่าง ๆ ที่ยังไม่ครอบคลุมเหมือนเมืองหลวง
แต่ถึงอย่างไร จังหวัดชลบุรีก็เป็นจังหวัดที่กำลังเติบโตในหลาย ๆ ด้าน เพราะฉะนั้นใครกำลังจะซื้อบ้านและคอนโดเพื่ออยู่อาศัยหรือเพิ่งลงทุน ปล่อยเช่าในอนาคตในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก็รีบซื้อเลยตั้งแต่ตอนนี้นะ ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นเนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง
5. จังหวัดศักยภาพ
อย่างที่ได้เขียนไปว่า จังหวัดชลบุรีนั้นเป็นจังหวัดที่เป็นเหมือนจังหวัดที่กำลังเติบโตในทุก ๆ ด้าน จากหลาย ๆ ปัจจัย จึงทำให้ในอนาคตจังหวัดชลบุรี จะมีการลงทุน มีความเจริญเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตแน่นอน เนื่องจากมีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสถานที่สำคัญอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น สนามบิน รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย โรงเรียนต่าง ๆ จึงทำให้อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เช่น บ้าน คอนโด มีราคาที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นการที่คิดจะลงทุนซื้อบ้านและคอนโดในจังหวัดชลบุรี คุ้มค่าแน่นอนครับ
สรุปท้ายบทความ
เชื่อเลยว่าในอนาคตจังหวัดชลบุรี จะเป็นพื้นที่ที่มีการเกิดของโครงการหมู่บ้านใหม่ คอนโดใหม่ และสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยต่าง ๆ เยอะขึ้น เนื่องจากปัจจัยในหลาย ๆ อย่าง ที่ทำให้นักทุนเล็งเห็นโอกาสต่าง ๆ ในการมาลงทุนในจังหวัดชลบุรี และที่สำคัญ ราคาในการซื้อ – ขายบ้านและคอนโดในจังหวัดชลบุรี ปัจจุบันยังเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้ ถ้าหากใครอยากลงทุนซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อขายและปล่อยเช่าในอนาคต ก็เป็นทำเลที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากเลยทีเดียว
หากเพื่อน ๆ กำลังมองหาบ้านและคอนโดในจังหวัดชลบุรี ลองเข้ามาดูกันก่อนได้ที่ Kaidee Property กันก่อนได้เลย เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อในแบบที่หลากหลาย ราคาดี คลิกเลย
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปัจจุบันการอาศัยอยู่คอนโดถือว่าเป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับคนยุคใหม่ เนื่องจากคอนโดมีราคาที่ถูกกว่าบ้าน และทำเลที่ตั้งส่วนใหญ่ติดรถไฟฟ้าทำให้การเดินทางเข้าเมืองมีความสะดวกสบาย อีกทั้งในแต่ละโครงการยังมีพื้นที่ส่วนกลางสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้อย่างครบครัน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัว แต่ความสะดวกสบายต่างๆ นี้ก็อาจจะต้องเจอกับปัญหายอดฮิตภายในที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะป้องกันไม่ได้ วันนี้ BaanKaidee จะมาทำการสรุปปัญหา 3 ข้อของการอยู่คอนโด พร้อมวิธีแก้ไขเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับคนที่กำลังสนใจกัน
1. ที่จอดรถไม่เพียงพอ
ปัญหาเรื่องที่จอดรถนับว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนที่อาศัยอยู่คอนโด เนื่องจากที่จอดรถของเราอาจมีรถคันอื่นมาจอดแทนที่ แถมยังเป็นรถที่ไม่ใช่ลูกบ้าน เพราะไม่มีสติกเกอร์ติดเอาไว้ จึงทำให้ต้องวนรถหาที่จอดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีที่ว่างสำหรับเรา ปัญหาเหล่านี้ต้องย้อนกลับไปศึกษาดูที่ตัวโครงการแต่ละที่ว่ามีวิธีบริหารจัดการที่แตกต่างกัน ถ้าหากทำเลที่ตั้งของคอนโดที่อยู่ไม่ไกลจากระบบข่นส่งต่างๆ เช่น BTS หรือ MRT จะพบได้ว่าคอนโดย่านนี้จะมีปริมาณที่จอดรถไม่หนาแน่นเท่ากับคอนโดที่อยู่ไกลจากระบบขนส่งที่ไม่สามารถเดินถึงได้ สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบริหารจัดการของนิติบุคคลที่เป็นส่วนสำคัญมากที่สุด
นอกจากปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอแล้ว ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดก็คือ การจอดรถซ้อนคันแล้วดึงเบรกมือ หรือรถที่ไม่ใช่ลูกบ้านเข้ามาแอบอ้างจอด หากพบเจอปัญหาเหล่านี้ควรแจ้งนิติบุคคลเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลภายนอกอย่างรอบคอบ รวมไปถึงการออกกฏและค่าปรับต่างๆ ซึ่งถ้าหากใครฝ่าฝืนก็จะได้นำค่าปรับต่างๆ เพื่อนำมาบำรุงส่วนกลาง เป็นต้น
2. ปัญหาจากเพื่อนบ้าน
สิ่งหนึ่งที่ต้องลุ้นกับการอาศัยอยู่คอนโดนั่นก็คือ เพื่อนข้างห้องของเราจะเป็นแบบไหน เปรียบเสมือนกับการซื้อหวย ถ้าโชคดีคุณก็จะพบกับเพื่อนบ้านที่ดีเป็นมิตรน่าคบหา และไม่สร้างความรบกวน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ถ้าหากคุณโชคร้ายก็จะพบกับเพื่อนบ้านเจ้าปัญหาสารพัดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ส่งเสียงดังรบกวน, จัดปาร์ตี้ไม่เกรงใจ, กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราคาดเดาไม่ได้ว่าจะเจอกับเพื่อนบ้านพฤติกรรมแบบไหน แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าววิธีแก้ปัญหาคือ หลีกเลี่ยงการปะทะกันทุกรูปแบบ ทางออกที่ดีที่สุดคือการแจ้งไปยังนิติบุคคลเพื่อให้ขึ้นมาจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะนิติบุคคลจะเป็นคนกลางคอยประสานใช้ระเบียบข้อกำหนดกฏเกณฑ์เป็นเครื่องมือในการพูดคุย โดยไม่จำเป็นต้องแสดงตัวตนให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเราเป็นคนแจ้ง
อีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เรามีเพื่อนบ้านที่ดีนั้นคือ การเข้าไปทำความรู้จักแสดงมิตรสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนรอบๆ ห้อง ยิ้มพูดคุยทักทายให้กัน สิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยให้พฤติกรรมที่ไม่ดีลดน้อยถอยลงเพราะความเกรงใจที่เรามีให้ต่อกันนั้นเพิ่มมากขึ้น
3. น้ำรั่วซึม และท่อน้ำตัน
หากคุณเป็นคนที่เครียดและซึมบ่อย ยิ่งถ้าหากเจอปัญหานี้แล้วจะต้องซึมหนักไปมากกว่าเดิมแน่นอน เนื่องจากปัญหาท่อน้ำตัน น้ำรั่วซึม น้ำไม่ไหล การที่จะตามช่างอาคารมาซ่อมบ่อยๆ ก็คงจะไม่สะดวก ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงอยู่ห้องคนเดียวด้วยแล้วจึงดูไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไรนัก ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเราต้องมาหาสาเหตุต้นตอให้เจอว่าเกิดขึ้นจากอะไร เช่น ปัญหาน้ำรั่วซึมอาจเกิดจากพื้นห้องด้านบนที่ตรงกับเราเกิดยาแนวเสื่อม ก็ต้องแจ้งไปที่นิติบุคคลเพื่อให้มาจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อย
สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเลือกที่อยู่อาศัยแบบไหนก็ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่เสมอ ควรเตรียมพร้อมรับมือแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด เพราะทุกปัญหามีทางแก้ไข การแก้ไขอย่างตรงจุดเชื่อว่าปัญหานั้นจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกแน่นอน
สำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม สามารถเข้ามาเลือกดูเลือกซื้อได้ที่ BaanKaidee แหล่งรวมบ้าน คอนโดทุกทำเลที่คุณต้องการได้เลย
Nov 24, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ไม่ว่าในอดีตหรือในปัจจุบันพื้นที่ภายในห้องคอนโดหรือพื้นที่ห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ล้วนต้องถูกแบ่งตามขนาด ตามสัดส่วนห้องต่าง ๆ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องนอน และห้องอื่น ๆ ที่เจ้าของบ้านเป็นผู้กำหนด ซึ่งพื้นที่ของแต่ละห้องก็จะถูกกำหนดตามการใช้งานว่าใช้งานมากน้อยเพียงใด บางบ้านกำหนดให้ห้องนั่งเล่นพื้นที่ใหญ่ที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ที่ได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวมากที่สุด หรือบางบ้าน พื้นที่ห้องนอนเยอะที่สุด เพราะใช้เวลาในห้องนอนมากที่สุด ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับขนาดของห้องของคอนโดหรือขนาดของบ้านและที่สำคัญอยู่ที่การตัดสินใจร่วมกันกับคนในครอบครัวด้วยนะ
ห้องนอนกับชีวิตประจำวัน
ห้องนอนนับว่าเป็นอีกห้องหนึ่งที่ถูกใช้งานและเป็นห้องที่ใช้เวลาอยู่ในห้องนานพอ ๆ กับห้องนั่งเล่นเลยก็ว่าได้หรือบางคนอาจจะอยู่กับห้องนอนเกือบตลอดเวลา เพราะเวลากลับมาจากที่ทำงาน ก็เข้าห้องอาบน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ห้องน้ำก็จะอยู่รวมกับห้องนอน อาบน้ำเสร็จ ออกมาดูทีวีสักพักและถึงเวลาเข้านอน ชีวิตส่วนใหญ่ก็จะวนอยู่แบบนี้ ถ้าไม่มีกิจกรรมอะไรพิเศษ
ดังนั้นห้องนอนจึงเป็นห้องที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่นานที่สุดเลยก็ว่าได้ การเลือกขนาดของห้องนอนก็ต้องทำให้ขนาดห้องออกมาให้เข้ากับการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของเจ้าของ เพื่อความสะดวกสบายมากที่สุดนั่นเอง มาดูกันเลยว่าห้องนอนขนาดอะไร จัดแบบไหน เหมาะกับคุณ
บ้านหรือคอนโด?
มาเริ่มกันที่ข้อแรกดีกว่า…เอาเป็นว่าก่อนที่จะมีห้องนอนกัน ก็ควรจะต้องมีที่สำหรับใส่ห้องนอนก่อนนะ อันนี้ก็แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหน แล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ ทำเล ที่สำคัญขึ้นอยู่กับการตัดสินใจร่วมกันกับครอบครัวด้วยนะ แต่ถ้ายังโสดอยู่ก็ปรึกษาตัวเอง พ่อแม่เลย โดยบ้านกับคอนโดจะมีข้อแตกต่างกัน คือ
คอนโด
คอนโดนั้นก็จะเป็นห้องชุดที่อยู่บนตึกซึ่งทุกโครงการจะกำหนดแปลน รายละเอียดห้องและราคาห้องไว้อย่างชัดเจนก่อนที่จะซื้อ โดยขนาดของห้องนอนในแต่ละโครงการก็จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ของขนาดห้องด้วยว่าขนาดพื้นที่เท่าไร ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดขนาดห้องมาและแยกว่าเป็นห้อง Studio, 1 Bedroom,1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom เป็นต้น
บ้าน
ขึ้นชื่อว่าบ้านก็ต้องใหญ่กว่าและมีพื้นที่ที่มากกว่าคอนโดที่เป็นห้องชุดอยู่แล้ว โดยบ้านส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะมีบ้านที่เกิดจากโครงการ ซึ่งในโครงการก็จะมีบ้านให้เลือกหลากหลายแบบ และแน่นอนว่าห้องต่าง ๆ ต้องถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วน ให้เราได้เลือกตกแต่งได้แบบสบาย ๆ ส่วนใหญ่ทางโครงการจะแบ่งห้องไว้ให้เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าห้องนอนก็ต้องมี 2 ห้องขึ้นไป โดยจะแบ่งเป็น ห้องนอนใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัวและมีห้องนอนย่อยแยกออกไปตามแปลนของบ้านนั่นเอง
ขนาดห้องนอนแบบไหนเหมาะกับเรา?
แน่นอนว่าขนาดห้องนอนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด เพราะแต่ละโครงการขนาดของห้องก็จะมีแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย
บ้านเดี่ยว
โดยบ้านเดี่ยวไม่ว่าจะเป็น 1 ชั้นหรือ 2 ชั้น พื้นที่ที่ให้มานั้นเยอะแน่นอน โดยห้องต่าง ๆ ก็จะถูกแบ่งตามสัดส่วน โดยห้องนอนใหญ่จะมีพื้นที่ประมาณ 27 – 65 ตารางเมตร เลยเรียกได้ว่าใหญ่เท่ากับคอนโดห้องหนึ่งเลยก็ว่าได้ ส่วนห้องนอนเล็กพื้นที่ก็จะลดหลั่นลงมา โดยพื้นที่ของห้องนอนใหญ่ที่ทางโครงการบ้านให้มานั้นขนาดเล็กสุด 27 ตารางเมตร ก็ถือว่ามีขนาดที่ใหญ่มากเลย ถ้าเทียบกับคอนโด
ซึ่งการมีห้องนอนที่ใหญ่ เราก็สามารถที่จะใช้สอยประโยชน์จากพื้นที่เหลือได้ เช่น สามารถนำโซฟามาวางไว้ได้ นำโต๊ะทำงาน หรือจะ Built-in เพิ่มขนาดของตู้เสื้อผ้าได้ หรือจะตกแต่งห้องนอนได้ตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านได้เลย
ประเภทห้องของคอนโด
ในส่วนของคอนโดนั้นจะมีห้องหลายประเภท ได้แก่
ห้อง Studio
เป็นห้องเริ่มต้นของคอนโดทุกโครงการ โดยพื้นที่จะไม่เกิน 30 ตารางเมตร ซึ่งห้องประเภทนี้จะร่วมทุกฟังก์ชันการใช้งานทุกงานไว้ด้วยกัน คือ มีโซนนั่งเล่น ห้องครัว และห้องนอนนั่นเอง โดยห้องนอนที่มากับห้อง Studio จะกินพื้นที่ประมาณ 8 – 10 ตารางเมตร
เหมาะสำหรับคนที่อยู่คนเดียว มีงบประมาณจำกัด เพราะพื้นที่ค่อนข้างน้อย ถ้าหากอยู่มากกว่า 1 คน อาจจะรู้สึกอึดอัด ในอนาคตสามารถปล่อยเช่าได้ เพราะเป็นหนึ่งในห้องที่ได้รับความนิยมในการอยู่อาศัยและเช่าของคนเมืองวัยเริ่มทำงาน
ห้อง 1 Bedroom
เป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยพื้นที่จะไม่เกิน 50 ตารางเมตร ขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป ขนาดกำลังพอดีในการอยู่อาศัย ซึ่งห้องจะชนิดนี้จะแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ประกอบด้วย ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาเป็น 10 – 20 ตารางเมตร โดยจะเป็นห้องปิดทึบ แต่บางที่อาจจะแค่กั้นเป็นประตูบานเลื่อนให้ พูดง่ายก็คือ มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั่นเอง
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการห้องที่ใหญ่ขึ้นจากห้อง Studio มีความเป็นส่วนตัวและแบ่งเป็นสัดส่วน สามารถอยู่คนเดียวหรือ 2 คนได้ นอกจากนี้อนาคตยังสามารถปล่อยเช่าได้อีกด้วย เพราะเป็นห้องที่ได้รับความนิยม
ห้อง 1 Bedroom Plus
เป็นห้องที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยของห้อง 1 Bedroom เพิ่มขึ้น แต่ขนาดเท่าเดิม คือไม่เกิน 50 ตารางเมตรนั่นเอง แต่ที่แตกต่างก็คือจะเพิ่มห้องอเนกประสงค์ให้อีกหนึ่งห้อง เราจะสามารถออกแบบได้ว่าห้องนั้นจะทำเป็นห้องอะไร เช่น ทำเป็นห้องทำงาน ห้องดูหนังเพิ่ม หรือจะทำเป็นห้องนอนเล็กก็ได้นะ
เหมาะสำหรับคนที่ต้องกการห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มจาก 1 Bedroom โดยห้องจะมีความเป็นส่วนตัวและแบ่งเป็นสัดส่วน สามารถอยู่คนเดียวหรือ 2 คนได้ นอกจากนี้อนาคตยังสามารถปล่อยเช่าได้อีกด้วย
ห้อง 2 Bedroom
เป็นห้องที่มีขนาดตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป ถือว่ามีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก ๆ ซึ่งจะมีห้องที่ถูกแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ประกอบด้วย ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องอเนกประสงค์ และห้องนอน โดยแต่ละโครงการจะกำหนดห้องที่ต่างแตกกัน เช่น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ หรือจะเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำในตัว โดยห้องนอนใหญ่จะมีขนาดไม่เกิน 64 ตารางเมตร ส่วนห้องนอนเล็กจะมีขนาดไม่เกิน 40 ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องของโครงการคอนโดด้วย
ซึ่งขนาดห้องนอนนั้นค่อนข้างใหญ่ทั้ง 2 ห้อง สามารถตกแต่งห้องได้ไม่ว่าจะเพิ่มโซฟา มีโต๊ะทำงานขนาดเล็กเพิ่ม หรือจะเลือกใส่ตามที่เจ้าของต้องการด้วยนั่นเอง
เหมาะสำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างเยอะที่พร้อมจะซื้อ มีครอบครัวที่มีลูกหรือญาติผู้ใหญ่ โดยสามารถอยู่ด้วยกันได้ 3- 4 คนไม่แออัด ที่สำคัญยังมีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ อีกด้วย
สรุปท้ายบทความ
ห้องนอนนั้นเป็นห้องสำคัญที่ทุกบ้านหรือทุกคอนโดต้องมีแน่นอน แต่การที่จะมีขนาดห้องนอนตามที่ต้องการ ด่านแรกที่จะต้องดูก่อน คือ โครงการบ้านหรือคอนโดที่จะเลือกซื้อด้วยนั่นเอง ซึ่งขนาดของห้องแต่ละโครงการก็จะมีพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งขนาดห้องนอนก็จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ของห้องด้วยนะครับ แนะนำว่าให้ไปดูตัวอย่างห้องของโครงการกับตาตัวเองเลยดีกว่าก่อนซื้อ เราจะสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนั่นเอง แต่ถ้าหากยังไม่พอใจกับโครงการต่าง ๆ ออกแบบขนาดห้องนอนเองและกำหนดขนาดห้องต่าง ๆ เอง การสร้างบ้านด้วยตัวเองก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อย
เป็นอย่างไรบ้างเพื่อน ๆ กับขนาดห้องนอน มีหลากหลายขนาดมากเลยใช่ไหมล่ะครับ ซึ่งขนาดห้องนอนของแต่ละที่ ก็มีขนาดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าได้ไปดูด้วยตาตัวเองจะสามารถเลือกห้องที่ตอบโจทย์และตรงกับไลฟ์สไตล์ของเราด้วย แน่นอนว่า Kaidee Property มีทั้งบ้าน มีทั้งคอนโด และอสังหาฯ อื่น ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะมากมาย ลองแวะเข้ามาดูก่อนได้นะ ราคาดี คุ้มค่า หากใครสนใจซื้อก็ดีไม่น้อยเลย
Oct 8, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปัญหาที่พบบ่อยของชาวคอนโดคือข้างห้องเสียงดังสร้างความหงุดหงิดรำคาญ พอแจ้งนิติบุคคลก็เงียบไปสักพัก ไม่กี่วันก็กลับมาทำเสียงดังรบกวนใหม่ จะเดินไปเคาะประตูบอกก็กลัวมีปัญหาหรืออาจเป็นเสียงดังภายนอกเข้ามาเพราะห้องอยู่ฝั่งเดียวกับถนน เลยต้องยอมทนฟังเสียงนั้นต่อไป ปัจจุบันนี้มีทางออกใหม่ ที่จะช่วยลดเสียงรบกวนที่เข้ามาทำลายความสงบสุขในห้องของเรา นั่นคือกำแพงหรือผนังกันเสียง
กำแพง-ผนังกันเสียงคืออะไร?
กำแพงหรือผนังกันเสียงเป็นวิธีที่เปรียบเหมือนเราสร้างกำแพงมาอีกชั้นและติดตั้งอุปกรณ์กันเสียงอยู่ภายในกำแพง โดยใช้ระยะเวลาไม่นาน อาจกินพื้นที่เล็กน้อยในห้องของคุณแต่เชื่อว่าผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้สุขใจสบายหูมากขึ้น การสร้างผนังกำแพงกันเสียงนั้นเราจะต้องเรียกช่างเข้ามาติดตั้งเพื่อความถูกต้องและปลอดภัยกับห้องของคุณเอง ซึ่งเรามาดูวิธีเบื้องต้นกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง
การติดตั้งกำแพงกันเสียง
โดยก่อนจะเรียกช่างหรือผู้เชี่ยวชาญมานั้น เราควรสำรวจภายในห้องของเราก่อนว่าโดยปกติแล้วเสียงที่เข้ามาในห้องของเรานั้นมาจากจุดไหนบ้าง หลักๆที่พบอาจเป็นฝั่งผนังกำแพงที่ติดกับห้องอื่นหรือจะเป็นเสียงที่เล็ดลอดเข้ามาผ่านช่องปลั๊กไฟก็เป็นได้
เมื่อเรียกช่างมาแล้วควรสอบถามวิธีการติดตั้งคร่าวๆก่อน เพราะโดยทั่วไปแล้วผนังที่กั้นระหว่างแต่ละห้องนั้นอาจะมีสายไฟหรือท่อน้ำอยู่ภายใน ช่างที่เชี่ยวชาญด้านนี้จะใช้อุปกรณ์สแกนผนังเพื่อตรวจสอบภายในผนังกำแพงก่อนเริ่มติดตั้ง
ในวันติดตั้งควรย้ายเฟอร์นิเจอร์ไปเก็บไว้ที่ห้องอื่นก่อนหรือทำการคลุมเพื่อป้องกันฝุ่นละออง โดยขั้นตอนแรกหลังจากสแกนผนังเรียบร้อยแล้วก็จะทำการติดตั้งโครงของผนังก่อน จากนั้นใส่ฉนวนกันเสียงไว้ตรงกลางแล้วทำการปิดด้วยแผ่นสมาร์ทบอร์ดหรือแผ่นยิปซั่มและทาสีให้เท่ากัน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถลดเสียงดังรบกวนจากห้องอื่นอย่างรู้สึกได้
ส่วนเสียงที่ดังรบกวนมาจากภายนอกตึกนั้นสามารถแก้ไขด้วยการติดตั้งม่านเพื่อกันเสียงเข้ามาในระดับหนึ่งหรือคอยสังเกตช่องรูต่างๆตรงวงกบหน้าต่างที่อาจทำให้เสียงเข้ามาในห้อง แล้วใช้ซิลิโคนอุดไว้ เท่านี้ก็จะทำให้เสียงเข้ามาได้น้อยลงแล้ว
ส่วนใครกำลังมองหาคอนโดมือสองห้องสวยอยู่ล่ะก็ BaanKaidee ของเรามีคอนโดมือสองมากมายหลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะซื้อหรือเช่า เขตไหน จังหวัดอะไรก็สามารถคลิกดูได้อย่างสะดวก อย่ารอช้า รีบเปิดดูเลย