อัปเดตค่าโอนที่ดิน 2564 โอนค่าที่ดินต้องทำยังไง?

อัปเดตค่าโอนที่ดิน 2564 โอนค่าที่ดินต้องทำยังไง?

ในปัจจุบันมีการทำธุรกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย นั่นรวมไปถึงการซื้อขายที่ดินอีกด้วย อย่างไรก็ตามที่ดินไม่ใช่ของที่จะซื้อ จ่ายเงิน จบ ได้ เพราะที่ดินนับเป็นอสังหาริมทรัพย์จึงต้องมีงานเอกสารวุ่นวายเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมไปถึงการจัดการค่าโอนที่ดินที่ต้องอัปเดตอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป  วันนี้ Kaidee Property รวมรวมสิ่งที่คุณต้องรู้ในการโอนที่ดิน และค่าโอนที่ดิน 2564 มาเรียบร้อยแล้ว เลือกกดอ่านตามหัวข้อได้เลยค่า

การโอนที่ดินคืออะไร

การโอนที่ดินคือสิ่งที่ต้องทำหลังมีการซื้อ ขาย ที่ดิน เพราะกระบวนการนี้จะทำให้ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายอย่างสมบูรณ์ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในกระบวนการซื้อขาย

อย่างไรก็ตาม การโอนกรรมสิทธิ์นั้นไม่ได้เหมือนกันในทุกกรณี เพราะลักษณะการโอน หรือ ค่าโอนที่ดิน 2564 จะต่างออกไปตามผู้รับโอนนั่นเอง ในที่นี้จะมีตั้งแต่ ญาติ ครอบครัว ลูก มรดก ระหว่างผู้ซื้อผู้ขายธรรมดา ไปจนถึงนิติบุคคล 

ค่าใช้จ่ายโอนที่ดิน 2564

  1. ค่าคำขอโอนที่ดิน 5 บาท
  2. ค่าอากร 5 บาท
  3. ค่าพยาน 20 บาท
  4. ค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดิน (แตกต่างกันไปตามกรณีในการโอน)
  5. ค่าจดจำนอง (แตกต่างกันไปตามกรณีในการโอน)
  6. ค่าอากรแสตมป์ คือ 0.5 % ของราคาซื้อขาย ถ้าราคาซื้อ ขาย ต่ำกว่าราคาประเมิน เจ้าหน้าที่จะใช้ราคาประเมินในการคิด แต่ถ้าต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้รับโอนที่ดินจะไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์อีก
  7. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ 3.3% ของราคาซื้อขาย ถ้าราคาซื้อ ขาย ต่ำกว่าราคาประเมิน เจ้าหน้าที่จะใช้ราคาประเมินในการคิด

อย่างไรก็ตาม ค่าโอนที่ดิน 2564 นี้จะแตกต่างออกไปตามกรณีในการโอนที่ดิน สามารถศึกษาทั้ง 6 กรณีของค่าโอนที่ดินได้ที่ด้านล่างเลยค่ะ

กรณีค่าโอนที่ดินสำหรับการซื้อ-ขาย

โดยปกติแล้วจะค่าโอนที่ดิน 2564 ในกรณีนี้จะคิดเป็น 2% ของราคาประเมิน อย่างไรก็ตาม ทางภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเนื่องจากเป็นช่วงวิกฤติการณ์ COVID-19  ค่าโอนที่ดินปี 2564 จึงได้ปรับลงมาเป็น 0.01% จนถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยมี 4 เงื่อนไขคือ

  1. ต้องเป็นการซื้อ ขายที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดที่ไว้ใช้อยู่อาศัยเท่านั้น และต้องมีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท
  2. ต้องซื้อจากผู้จัดสรร หรือผู้ประกอบการที่จดทะเบียนอาคารชุด และต้องเป็นบ้านมือหนึ่ง หรือบ้านใหม่นั่นเอง หากเป็นที่อยู่อาศัยมือสอง เช่น บ้าน คอนโด หรือสร้างเอง จะไม่เข้าข่ายได้รับการลดราคาค่าโอน
  3. ต้องโอนและจดจำนองพร้อมกัน ถึงจะได้ลดราคาค่าธรรมเนียมค่าจดจำนอง
  1. ต้องโอนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564

อย่างไรก็ตาม สำหรับการซื้อขายที่มีมูลค่ามากกว่า 3 ล้านบาท ค่าโอนที่ดินจะคิด  2% เหมือนเดิม ซึ่งส่วนมาก ผู้ซื้อและผู้ขายมักจะช่วยกันจ่ายคนละ 50% 

ส่วนค่าจดจำนอง ซึ่งปกติคิด 1% ก็ได้ปรับลดเหลือ  0.01% เหมือนกัน หากปฏิบัติเงื่อนไข 4 ข้อในด้านบนที่กล่าวไปแล้ว หากหลุดเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ค่าจำนองจะคิดเป็น 1% ตามเดิม 

กรณีค่าโอนที่ดินให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย

ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย คือ ลูกที่ได้รับการรับรองบุตรและทั้งพ่อและแม่จดทะเบียนสมรสกัน โดยค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดิน 2564 นั้นจะมีอยู่ 2 อย่าง คือ

  1. ค่าธรรมเนียมการโอน 0.5% จากราคาประเมิน
  2. ค่าอากรแสตมป์ 0.5% จากราคาประเมิน  

สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ เมื่อพ่อหรือแม่โอนบ้านหรือที่ดินให้บุตร จะได้รับการยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม มีข้อแม้ว่า ทรัพย์สินที่โอนจะต้องมีมูลค่าไม่มากกว่า 20 ล้านบาท หากเกิน จะต้องเสียภาษี 5% ของมูลค่าทรัพย์สินนั้นๆ (เฉพาะส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทขึ้นมา)

กรณีค่าโอนที่ดินให้ลูกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หากลูกไม่ได้รับการรับรองบุตรหรือพ่อและแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะมีค่าใช้จ่าย 3 อย่าง ดังนี้

  1. ค่าธรรมเนียมการโอน 0.5% จากราคาประเมิน
  1. ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จากราคาประเมิน  
  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามขั้นบันไดจากราคาประเมิน และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50%

กรณีค่าโอนที่ดินให้แก่สามี-ภรรยา

หากทั้งคู่จดทะเบียนสมรส และอยากโอนที่ดิน แต่ไม่อยากให้เป็นในรูปแบบของมรดก จะมีค่าใช้จ่าย 3 อย่างดังนี้

  1. ค่าธรรมเนียมการโอน 0.5% จากราคาประเมิน
  1. ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จากราคาประเมิน  
  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามขั้นบันไดจากราคาประเมิน และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50%

กรณีค่าโอนที่ดินให้ญาติพี่น้อง

สำหรับญาติในทางกฎหมาย หากไม่โอนที่ดินในรูปแบบของมรดก จะเสียค่าใช้จ่ายดังนี้

  1. ค่าธรรมเนียมการโอน 2% จากราคาประเมิน แต่หากเป็นกรณี ปู่ ย่า ตา ยาย โอนที่ดินให้หลานในทางกฎหมายที่เป็นผู้สืบสันดาน จะเสียค่าธรรมเนียมแค่ 0.5% จากราคาประเมิน
  1. ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จากราคาประเมิน  
  1.  ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามขั้นบันไดจากราคาประเมิน และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50%

กรณีค่าโอนที่ดินแบบมรดก

หากจะโอนที่ดินให้ผู้สืบสันดานโดยแท้อย่าง บุตร, หลาน หรือ คู่สมรส จะเสียค่าโอนที่ดิน 2564 เป็นจำนวน 0.5% จากราคาประเมิน แต่ถ้าเป็นแค่ ญาติ หรือ ลูกบุญธรรม จะต้องเสียค่าโอนที่ดิน 2564 ตามราคาเดิมคือ 2% จากราคาประเมิน

อย่างไรก็ตาม ข้อดีของการค่าโอนที่ดิน 2564 แบบมรดกคือ ไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีเงินได้ แต่จะมีค่าธรรมเนียมยิบย่อย เช่น ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท หรือ ค่าจดทะเบียนผู้จัดการมรดก แปลงละ 50 บาท ฯลฯ

แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้เป็นอันขาด คือ ผู้รับโอนที่ดินแบบมรดกจะต้องเสียภาษีมรดกด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้  

  1. หากทรัพย์สินมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท จะต้องเสียภาษี 10% โดยเสียแค่เฉพาะส่วนเกินจากมูลค่า 100 ล้านบาท
  2. หากผู้รับมรดกเป็นทายาทโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็น ผู้สืบสันดาน อัตราภาษีจะลดลงมาเหลือ 5% 
  3. คู่สามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรม แล้วอีกฝ่ายได้รับมรดก ฝ่ายนั้นจะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี

อย่างไรก็ตาม โดยสรุปแล้ว การโอนที่ดินทุก ๆ กรณี จะมีค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น  ค่าพยาน 20 บาท และค่าอากรคู่ฉบับ 5 บาท ซึ่งถือว่าไม่แพงมากนักสำหรับการค่าโอนที่ดิน 2564

ขั้นตอนในการจ่ายค่าโอนที่ดิน 2564

ขั้นตอนในการจ่ายค่าโอนที่ดิน 2564 นั้นไม่ยาก สิ่งที่ยากคือการรอคอย เพราะระยะเวลาในการจ่ายค่าโอนที่ดิน นั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาใช้บริการจ่ายค่าโอนที่ดินที่กรมที่ดินนั่นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง หากมีผู้มาใช้บริการจ่ายค่าโอนที่ดินไม่หนาแน่นมากนัก 

1. เขียนคำขอในการโอนที่ดิน พร้อมแนบเอกสารที่ใช้ในการโอนที่ดิน

2. นำคำขอในการโอนที่ดินและเอกสารไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารแล้ว เราจะได้รับบัตรคิว แล้วจึงนั่งรอที่ฝ่ายชำนาญงานเพื่อรอคิว

3. เมื่อถึงคิวของเรา ผู้โอนและผู้รับโอนที่ดินจะต้องลงชื่อในเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่ชำนาญงาน

4. เจ้าหน้าที่ชำนาญงานจะประเมินราคาที่ดินเพื่อนำไปคิดค่าโอนที่ดิน 2564 หลังจากนั้นเราจะได้รับใบคำนวณค่าใช้จ่ายจากเจ้าหน้าที่

5. นำใบคำนวณค่าใช้จ่ายไปชำระเงินที่ฝ่ายการเงิน แล้วเราจะได้รับใบเสร็จสีฟ้าและสีเหลือง

6. ให้ใบเสร็จสีเหลืองแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายชำนาญงาน และรับสำเนาใบเสร็จรับเงินสีฟ้าจากผู้ขาย เพราะผู้ขายต้องเก็บใบเสร็จสีฟ้าตัวจริงไว้

7. หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชำนาญงานจะพิมพ์สลักหลังโฉนด ในตอนนี้เราต้องตรวจสอบ เมื่อเห็นว่าโฉนดถูกต้องแล้ว เราก็จะได้รับโฉนดพร้อมสัญญาซื้อขาย (ทด.13) ขั้นตอนนี้จะถือว่าสิ้นสุดขั้นตอนการจ่ายค่าโอนที่ดิน และกรรมสิทธิ์ของที่ดินนั้น ๆ ก็ถือเป็นของผู้ซื้อหรือผู้รับโอนโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย

เอกสารสำหรับการโอนที่ดิน 2564

เอกสารที่ใช้ในการโอนที่ดิน  2564 จะแตกต่างกันไปตามชนิดของผู้ยื่นเรื่อง ในที่นี้มี 2 กรณีคือ บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล

กรณีบุคคลธรรมดาที่อยากทำการจ่ายค่าโอนที่ดิน

1. บัตรประชาชนพร้อมสำเนา และลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย

2. ในกรณีเคยเปลี่ยนชื่อ สกุล ต้องนำหนังสือเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล พร้อมสำเนา และลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย

3. ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา และลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย

4. ในกรณีที่มอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ (ทด.21) มาด้วย

  • 4.1 สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
  • 4.2 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

กรณีนิติบุคคลที่อยากทำการจ่ายค่าโอนที่ดิน

1. หนังสือรับรองนิติบุคคล (มีอายุไม่เกิน 1 เดือน)

2. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (มีอายุไม่เกิน 1 เดือน) ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นคนใดคนหนึ่งไม่ได้ถือสัญชาติไทย ผู้ถือหุ้นนั้นต้องมีหุ้นไม่ถึง 40% ของผู้ถือหุ้นทั้งหมด

3. รายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท ที่ระบุวัตถุประสงค์ในการซื้อและแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ซื้อให้เรียบร้อย

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

5. หนังสือแสดงตัวอย่างลายมือชื่อกรรมการ

6. หนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นมาทำแทน)

  • 6.1  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
  • 6.2 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

สรุปท้ายบทความอัปเดตค่าโอนที่ดินปี 2564

ถึงการจ่ายค่าโอนที่ดินจะมีรายละเอียดยิบย่อยเต็มไปหมด แต่พอ Kaidee Property แจกแจงรายละเอียดค่าโอนที่ดินให้แบบนี้ การจ่ายค่าโอนที่ดิน 2564 ก็กลายเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แค่อัปเดตค่าโอนที่ดินประจำปี 2564 และเรียนรู้ขั้นตอนในการจ่ายค่าโอนที่ดิน 2564 กับ Kaidee Property เท่านี้ เพื่อน ๆ ก็จะรู้รอบ รู้เท่าทันและทำธุรกรรมการโอนค่าที่ดินได้อย่างถูกต้องครบถ้วนแน่นอนค่ะ

ทำความรู้จักกับ ‘ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง’

ทำความรู้จักกับ ‘ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง’

‘ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง’ หนึ่งในประเภทที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินชื่อกัน แค่ก็ไม่คงไม่รู้ถึงรายละเอียดมากเท่าไรนัก เพราะมีข้อมูลยิบย่อยมากมายที่เราควรรู้ เพื่อให้การจ่ายภาษีเป็นไปได้ด้วยดีและครบถ้วน

ก่อนที่จะไปรู้จักกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เราต้องรู้ถึงความหมายของภาษีก่อนว่าหมายความว่าอย่างไรกัน ภาษี คือ เงินหรือทรัพย์สินที่รัฐจะเรียกเก็บจากประชาชนในประเทศทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงให้ประเทศดียิ่งขึ้น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ทางตรงและทางอ้อม ซึ่งภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็เป็นหนึ่งในภาษีทางตรงนั่นเอง

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คืออะไร ?

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า ภาษีที่ดิน เป็นภาษีที่มีการเรียกเก็บจากการทำประโยชน์บนที่ดินนั้น ๆ ตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทั้งอาคาร ที่อยู่อาศัย ตึก คอนโดมิเนียม และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยมีการเรียกเก็บเป็นประจำทุกปี (รายปี) ให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. เพื่อนำมาพัฒนาในท้องถิ่นของที่อยู่นั้น 

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้ในปี 2563 ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกแทนการเก็บภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่มีความคล้ายคลึงกัน โดยมีการแบ่งประเภททรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ต้องเสียภาษี มี 3 ประเภท ได้แก่

ที่อยู่อาศัย เป็นที่ดินที่มีการใช้ประโยชน์ ทำให้เจ้าของบ้านที่มีชื่อในโฉนดและทะเบียนบ้านกลายเป็นผู้เสียภาษี

ห้องชุด เช่น คอนโดมิเนียม หรือหอพัก เจ้าของที่ดินต้องเป็นผู้เสียภาษี โดยใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด

ที่ดิน รกร้างและไม่ได้ใช้ประโยชน์ ยกเว้นเสียว่าจะปล่อยที่ร้างเพื่อพัฒนาโครงการต่าง ๆ หรือ ปฏิบัติตามกฎหมายสั่ง

ผู้ที่ต้องจ่าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ผู้ที่ต้องจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีดังนี้

เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่ได้ทำประโยชน์จากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของทางรัฐ โดยอาจเป็นผู้ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแห่งนี้

ผู้ถือครองเฉพาะที่ดิน มีการชำระแค่ส่วนมูลค่าของที่ดิน โดยที่ไม่รวมกับสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินนั้น ๆ

ผู้ถือครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง มีการชำระแค่ส่วนมูลค่าของสิ่งปลูกสร้าง โดยที่ไม่รวมกับตัวที่ดิน

การคำนวณ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

เราสามารถคำนวณจำนวนของฐานภาษีที่ต้องชำระได้อย่างคร่าว ๆ แบบขั้นบันไดโดยใช้สูตรเบื้องต้นดังนี้

มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง – มูลค่าของฐานภาษีที่ได้รับยกเว้น = มูลค่าของฐานภาษี 

มูลค่าของฐานภาษี × อัตราภาษี = ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

และแบ่งเป็นกรณีต่าง ๆ ดังนี้

ที่ดินเปล่า

ภาระภาษี = มูลค่าที่ดิน x อัตราภาษี 

โดยที่ มูลค่าที่ดิน = ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน (ต่อ ตร.ว.) x ขนาดพื้นที่ดิน

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ภาระภาษี = (มูลค่าที่ดิน + มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง) x อัตราภาษี

โดยที่ มูลค่าที่ดิน = ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน (ต่อ ตร.ว.) x ขนาดพื้นที่ดิน 

มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง = (ราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง (ต่อ ตร.ม.) x ขนาดพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง) – ค่าเสื่อมราคา

ห้องชุด 

ภาระภาษี = มูลค่าห้องชุด x อัตราภาษี 

โดยที่ มูลค่าห้องชุด = ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด (ต่อ ตร.ม.) x ขนาดพื้นที่ห้องชุด (ตร.ม.)

หรือแบ่งตามที่ดินประเภทต่าง ๆ ดังนี้

เพื่อการทำเกษตรกรรม (เช่น ทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์) เพดานภาษีสูงสุด 0.15%

เพื่อพักอาศัย เพดานภาษีสูงสุด 0.3%

เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม (เช่น โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และโรงงาน) เพดานภาษีสูงสุด 1.2%

ที่ดินรกร้างไม่ได้ทำประโยชน์ เพดานภาษีสูงสุด 1.2% และเพิ่มเป็น 3% เมื่อปล่อยให้รกร้างติดต่อกัน 3 ปี

การลดหรือยกเว้นการจ่าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการลดหย่อนภาษี

50% สำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังต่อไปนี้

  • มีเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และใช้ในการอยู่อาศัย (จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นก่อนวันที่ 13 มีนาคม 2562)
  • เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้า หรือสิ่งปลูกสร้างและที่ดินที่มีความเกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้า

90% สำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังต่อไปนี้

  • เป็นอสังหาริมทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่อสังหาฯ นั้นตกเป็นของหน่วยงานนั้น
  • อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นโครงการที่อยู่อาศัยหรืออุตสาหกรรม ไม่เกิน 3 ปี นับจากวันได้รับอนุญาตในการจัดสรรที่ดิน
  • อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นอาคารชุด ไม่เกิน 3 ปี นับจากวันได้รับอนุญาตก่อสร้าง
  • อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นนิคมอุตสาหกรรมไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาตจัดตั้ง
  • ใช้ประโยชน์ในกิจการโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษา
  • ใช้เป็นสถานบริการแก่ประชาชนทั่วไป เช่น ลานเล่นกีฬา สวนสัตว์ หรือสวนสนุก ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษี

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษี มีรายการดังนี้

  • ทรัพย์สินของรัฐหรือหน่วยงานรัฐที่ใช้ในกิจการรัฐหรือหน่วยงานรัฐ และสาธารณะ โดยที่ไม่ได้มีการหาผลประโยชน์จากที่ดินนั้น
  • ทรัพย์สินทางการขององค์กรประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษขององค์การสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ตามสนธิสัญญาหรือข้อตกลงที่ได้รับการยกเว้นภาษี
  • ทรัพย์สินทางการของสถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศ
  • ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย
  • ศาสนสมบัติที่ใช้ในการประกอบศาสนกิจ กิจการสาธารณะ ศาลเจ้า หรือที่อยู่ของนักพรต พระสงฆ์ นักบวช หรือบาทหลวง ในทุกศาสนา โดยที่ไม่ได้มีการหาผลประโยชน์จากที่ดินนั้น
  • ทรัพย์สินที่ใช้เป็นสุสานหรือเป็นฌาปนสถานสาธารณะโดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทน
  • ทรัพย์สินของมูลนิธิ องค์การ หรือสถานที่การกุศลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด โดยที่ไม่ได้มีการหาผลประโยชน์จากที่ดินนั้น
  • ทรัพย์สินเอกชนที่ราชการยินยอมให้จัดเพื่อสาธารณประโยชน์ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด
  • ทรัพย์สินส่วนกลางที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของอาคารชุด (ส่วนกลางคอนโดมิเนียม)
  • ที่ดินสาธารณูปโภคตามกฎหมายการจัดสรรที่ดิน
  • ที่ดินที่เป็นพื้นที่สาธารณูปโภคตามกฎหมายการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ขั้นตอนจากจ่าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

การจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจสอบบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งแบ่งเป็น ประเภท ขนาด และการใช้ประโยชน์ (สามารถยื่นแก้ไขกับท้องถิ่นได้ทันทีหากไม่ถูกต้อง)
  2. ตรวจสอบแบบแจ้งการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งแบ่งเป็น ประเภท ขนาด ราคาประเมิน อัตราภาษี การใช้ประโยชน์ และค่าภาษีที่ดิน (ยื่นคัดค้านและอุทธรณ์หากการประเมินไม่ถูกต้อง)
  3. ตรวจสอบหน่วยงานที่ต้องชำระภาษี ได้แก่ สำนักงานเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สำนักงานเขต (สำหรับกรุงเทพมหานคร) ศาลาว่าการเมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ตามที่มีกฎหมายกำหนด
  4. ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในระยะเวลาที่กำหนด

การจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออนไลน์

ในปัจจุบัน นอกจากช่องทางที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ผู้เสียภาษีที่ไม่สะดวกในการเดินทางไปยังสถานที่จ่ายภาษี ก็ยังสามารถชำระผ่านทางช่องทางออกไลน์และธนาคารต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • หน้าเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา
  • Internet Banking ทุกธนาคาร
  • Mobile Banking ทุกธนาคาร

ข้อสรุปเรื่อง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

สรุปแบบง่าย ๆ คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีที่เจ้าของที่ดินต้องชำระในทุก ๆ ปี เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีอัตราการจ่ายภาษีที่แตกต่างกันตามประเภทของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ โดยที่มีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภทที่ได้รับการลดหย่อนและยกเว้น โดยเฉพาะที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อให้ประชากรได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งผู้เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็สามารถชำระได้ผ่านทางออฟไลน์และออนไลน์

หวังว่าทุกท่านอ่านแล้วจะเข้าใจการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมากยิ่งขึ้น ถ้าคุณซื้อที่ดินจาก Kaidee Property หรือมีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเองแล้วล่ะก็ อย่าลืมจ่ายภาษีกันด้วยนะคะ

อ่านบทความเกี่ยวกับ อสังหาฯ อื่น ๆ

How to : เช็คเลขโฉนดออนไลน์ต้องทำอย่างไร

How to : เช็คเลขโฉนดออนไลน์ต้องทำอย่างไร

อยากรู้รายละเอียดที่ดินของตนเองแต่ขี้เกียจไปกรมที่ดิน จะหยิบโฉนดมาดูก็ไม่ค่อยจะเกท ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะกรมที่ดินได้ทำการเข้าสู่โลกดิจิทัลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้ Kaidee จะพาคุณมาทำความรู้จักกับการเช็คเลขโฉนดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น หมายเลขระวาง ค่าพิกัดแปลง หน้าสำรวจ ค่าธรรมเนียมภาษี ค่าใช้จ่ายในการรังวัด คิวรังวัด เราก็สามารถเรียกดูผ่านเว็บไซต์ได้ อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชันให้ดาวน์โหลดมาใช้งานและเช็คเลขโฉนดได้ทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย   

แค่ฟังก็รู้สึกว่าง่ายแล้ว เราไปดูกันเลยดีกว่า ว่าสมัยนี้เขาเช็คเลขโฉนดออนไลน์กันอย่างไร

เลขโฉนดคืออะไร สำคัญอย่างไร

โฉนดที่ดินคือเอกสารสำคัญทางราชการที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของที่ โดยที่ในโฉนดที่ดินจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดิน เช่น ตำแหน่งของที่ดิน ขอบเขตและลักษณะของที่ดินนั้น ๆ 

โฉนดที่ดินมีความสำคัญในการซื้อ-ขายที่ดิน เพราะเป็นสิ่งที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของที่ดินแปลงนั้นและเป็นสิ่งที่ยืนยันกรรมสิทธิ์ของผู้ขาย ผู้ซื้อจึงควรรูจักการเช็คเลขโฉนดเพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้นั่นเอง

การเช็คเลขโฉนดสามารถดูได้ที่ด้านบนของโฉนดที่ดิน โดยที่เลขโฉนดนี้จะประกอบไปด้วย เลขระวาง เลขที่ดิน หน้าสำรวจ และที่ตั้ง ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับตำบล อำเภอ และจังหวัดอยู่ ข้อมูลข้างต้นนี้จะเป็นข้อมูลที่ใช้ระบุตำแหน่งของที่ดิน

ประเภทของโฉนดที่ดิน

โฉนดที่ดินนั้นมีหลายชนิด และแต่ละแบบก็มีเงื่อนไขทางกฎหมายต่าง จึงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องรู้ไว้ เพื่อกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบในอนาคต การแยกประเภทของโฉนดนั้นแยกได้ง่าย ๆ คือ ดูจากสีของตราครุฑบนหัวกระดาษ ในที่นี้จะมี 3 สี คือ แดง เขียว และดำ

ประเภทของโฉนดที่ดิน
ขอบคุณภาพจาก Prapaisee.com

โฉนดที่ดิน น.ส.4 (ตราครุฑสีแดง)

โฉนดชนิดนี้เป็นโฉนดแบบทั่วไปที่เราสามารถซื้อ-ขายได้ตามกฎหมาย หากอยากรู้ว่าโฉนดเราเก่าหรือไม่ ให้ดูที่ตัวอักษรหลังคำว่า “น.ส.4” เช่น หากเป็น “ก” แสดงว่าเก่าที่สุด หากเป็น ตัวอักษรอื่น ๆ ก็จะใหม่ขึ้นตามลำดับของพยัญชนะไทย

โฉนดที่ดิน น.ส.3 ก. (ตราครุฑเขียว)

โฉนดแบบ น.ส.3 ก. หรือแบบสีเขียวนั้นไม่ใช่โฉนดที่แท้จริง แต่เป็นเพียงเอกสารรับรองระวางที่ดินและภาพถ่ายทางอากาศเพียงเท่านั้น ซึ่งเจ้าของโฉนดนั้นสามารถทำเรื่องเปลี่ยนเป็น น.ส.4 ตามด้านบนได้ อย่างไรก็ตามโฉนดแบบนี้สามารถทำการซื้อ-ขายได้ตามปกติ

โฉนดที่ดิน น.ส.3 และ น.ส.3 ข. (ตราครุฑดำ)

โฉนดแบบ น.ส.3 และ น.ส.3 ข.เป็นโฉนดที่ยังไม่ได้รับการรับรองเขตที่ดิน จึงไม่สามารถทำการซื้อ-ขายตามกฎหมายได้ เพราะยังไม่มีแม้แต่ระวางที่ดินและภาพถ่ายทางอากาศ กล่าวคือ โฉนดชนิดนี้เป็นเพียงเอกสารรับรองการทำประโยชน์ของที่ดินเพียงเท่านั้น

เช็คเลขโฉนดออนไลน์ทำยังไง

เมื่อปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น องค์กรต่าง ๆ ก็ต้องปรับตัว กรมที่ดินจึงได้เปิดบริการเช็คเลขโฉนดไว้ 2 ช่องทางคือ ทางเว็บไซต์ของกรมที่กิน และทางแอปพลิเคชัน LandsMaps​

การเช็คเลขโฉนดผ่านเว็บไซต์

สามารถเช็คเลขโฉนดออนไลน์โดยเข้าสู่เว็บไซต์ dolwms.dol.go.th ของกรมที่ดินได้เลย ทั้งนี้เรายังสามารถตรวจสอบได้อีกว่าจากที่ดินของเรา สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้อย่างไร โดยรวมจะคล้ายการใช้ Google Map นั่นเอง 

ขั้นตอนการเช็คเลขโฉนดผ่านเว็บไซต์

1.เข้าเว็บไซต์  dolwms.dol.go.th

2. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน เช่น จังหวัด อำเภอ แล้วคลิกปุ่มค้นหา

3. ระบบจะแสดงข้อมูลกรรมสิทธิ์ที่ดิน และที่ดินที่เราค้นหาจะถูกแสดงผลด้วยสีส้ม ต่างจากที่ดินแปลงข้าง ๆ 

4. หากอยากให้แสดงผลแบบ Street View เสมือนเราลงไปดูด้วยตนเอง ให้คลิกที่ปุ่ม “สตรีทวิว”

การเช็คเลขโฉนดผ่านแอปพลิเคชัน LandsMaps​

สำหรับใครที่ชอบความรวดเร็ว แอป LandsMaps​ นี้ถือว่าตอบโจทย์ เพราะเพียงแค่ดาวน์โหลดลงมาในมือถือทั้ง iOS และ Android ก็สามารถเช็คโฉนดที่ดินได้แล้วตามทุกเวลาที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบว่าเจ้าของคือใคร เลขระวางอะไรอีกด้วย

ขั้นตอนการเช็คเลขโฉนดผ่านแอปพลิเคชัน LandsMaps​

1.ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน LandsMaps และลงทะเบียนเข้าใช้งานให้เรียบร้อย

2. Log In เข้าสู่ระบบ แล้วจึงใส่ข้อมูลเพื่อที่จะเช็คเลขโฉนดให้เรียบร้อย

3.ระบบจะแสดงผลของที่ดินที่คุณค้นหาผ่านแผนที่ที่เหมือนของ Google Map และจะแสดงรายละเอียดของโฉนดให้ที่ดินให้ด้วย

4.สามารถกดดูเส้นทางไปยังเป้าหมายที่เราต้องการได้ เช่น ต้องเดินทางจากบ้านไปยังที่ดินแปลงนี้อย่างไร ใช้เส้นทางไหน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังสามารถดูแบบ Street View ที่สามารถแสดงผลแบบ 360 องศา ได้อีกด้วย

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการเช็คเลขโฉนด

สำหรับผู้ที่อยากเช็คเลขโฉนด ต้องเตรียมข้อมูล 3 อย่างนี้ให้พร้อมก่อนเข้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

1.จังหวัดของที่ดินนั้น

2.อำเภอที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่

3.เลขที่โฉนดของที่ดินที่ต้องการค้นหา

ข้อควรระวังในการเช็คเลขโฉนดออนไลน์

เนื่องจากกรมที่ดินทำการอัปเดตข้อมูลไปเพียง 34 ล้านแปลงเท่านั้นจากทั่วประเทศ จึงทำให้ฐานข้อมูลอาจไม่ครบถ้วนในบางพื้นที่ และอาจทำให้การแสดงผลกับขอบเขตของที่ดินบางแปลงคาดเคลื่อนได้ ข้อมูลจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชันจึงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานหรืออ้างอิงใด ๆ ในทางกฎหมายได้ มีเพียงโฉนดที่ดินฉบับจริงเท่านั้นที่มีผลทางกฎหมาย 

สรุปท้ายบทความเช็คเลขโฉนดออนไลน์

โดยสรุปแล้วสามารถเช็คเลขโฉนดออนไลน์ได้ 2 วิธีคือ ทางเว็บไซต์ dolwms.dol.go.th และทางแอปพลิเคชัน LandsMaps นับว่าเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายมาก ๆ สำหรับยุคสมัยนี้ เรียกได้ว่าไม่ต้องตื่นเช้าไปสำนักงานที่ดินประจำจังหวัดให้วุ่นวายเลย ง่าย ๆ แบบนี้หากเพื่อน ๆ ท่านไหนสนใจอยากจะเป็นเจ้าของที่ดินสักแปลง ลองกดเข้ามาดูได้ที่ Kaidee เลยค่ะ แล้วจะพบว่า ที่ดินสวย ๆ แปลงงาม ๆ มีเยอะกว่าที่คิด

‘Car For Her’ รถยนต์หรู สำหรับผู้หญิง

‘Car For Her’ รถยนต์หรู สำหรับผู้หญิง

ในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมรถยนต์ต่างปล่อยรถรุ่นใหม่ที่มีดีไซน์ใหม่ๆ และได้มีการพัฒนาฟีเจอร์ให้เหนือชั้นกว่ารุ่นเก่าอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งความ ‘ท้าทาย’ ในการผลิต และออกจำหน่ายรถยนต์สักเครื่องนั้น นอกจากฟังก์ชันการทำงานที่ต้องดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมแล้ว ยังต้องเป็นรถยนต์ที่ตรงความต้องการ ไม่ว่าจะกับลูกค้าเพศชายหรือเพศหญิงอีกด้วย

เนื่องจากผู้หญิงมีความรู้เรื่องรถน้อยกว่าผู้ชาย โดยทั่วไปแล้วพวกเธอมักจะเลือกรถจากดีไซน์ และความสะดวกสบายในการใช้งานเป็นหลัก มากกว่าสมรรถนะของเครื่องยนต์ เช่น อัตราเร่ง และ แรงม้า เป็นต้น 

ด้วยเหตุนี้ รถยนต์ประเภท รถยนต์ครอบครัว (Family Car) จึงมีจำนวนสูงขึ้น เพราะรถยนต์ประเภทนี้ นอกจากจะมีดีไซน์ที่สวยงามและนั่งสบายแล้ว เครื่องยนต์ยังมีคุณภาพ ถูกใจทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

อย่างไรก็ตาม ก็มีรถยนต์บางรุ่น ที่มักจะดึงดูดความสนใจจากผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แล้วรถยนต์เหล่านั้นจะมีรุ่นไหน แบรนด์ใดบ้าง วันนี้ Kaidee รวบรวมมาฝากเพื่อนๆ แล้วค่ะ

อะไรที่ผู้หญิงอย่างเรา มองหาจากรถสักคัน ? 

เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานแล้วว่า “ผู้ชายเป็นเพศที่ฉลาดกว่าผู้หญิง” จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ขอการันตีเลยว่า ผู้หญิงมีความคิดเป็นเหตุเป็นผล และมองในแง่ความเป็นจริงมากกว่าผู้ชายแน่นอน 

ก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้า ผู้หญิงมักดูที่ความจำเป็น, การใช้งาน และความคุ้มก่อนเสมอ ในขณะที่ผู้ชาย มักให้ความสำคัญในเรื่องของภาพลักษณ์ และสถานะทางสังคมที่สินค้านั้นๆ มอบให้

การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ของผู้หญิงก็เช่นกัน นอกจากดีไซน์แล้ว เรามักจะมองหารถที่ให้ ระดับความปลอดภัยสูง และตอบโจทย์ความจำเป็นในชีวิตประจำวัน 


ดังนั้น รถยนต์ส่วนมากที่ดึงดูดผู้หญิง จึงเป็นรถยนต์ประเภท SUV ขนาดเล็ก หรือ รถเก๋งเล็ก (coupe)  ขับในเมือง และประหยัดน้ำมันนั่นเอง จะมีรถยี่ห้อไหนกันบ้าง มาดูกัน

1. Honda Jazz

Honda.co.th

มาเริ่มจากตัวฮอตขวัญใจสาวๆ กันก่อนเลย 

Honda Jazz เป็นรถยนต์แบบ Hatchback ที่มีดีไซน์ และสมรรถนะเครื่องยนต์ถูกใจสาวๆ มาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นปี 2014

โดย Honda Jazz 2021 ตัวใหม่ล่าสุดนี้ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสาวมั่น นักซิ่งโดยเฉพาะ
ดีไซน์ของรุ่นนี้จะโชว์ความสปอร์ตอย่างโดดเด่นและทันสมัยมากขึ้น โดยสังเกตได้จากสัญลักษณ์ ‘RS’(Road Sailing) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงดีเอ็นเอความสปอร์ตของเครื่องยนต์ ซึ่งสัญลักษณ์นี้จะปรากฏอยู่รอบคันรถของ Honda Jazz คันนี้นั่นเอง

กระจังหน้าแบบ Gloss Black
Honda.co.th

ความสปอร์ตของ Honda Jazz ก็ไม่ได้จบแค่ที่สัญลักษณ์ RS เพียงเท่านั้น เพราะทุกองค์ประกอบของรถ ต่างถูกดีไซน์มาเพื่อสนับสนุนความสปอร์ตที่ไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็น กระจกข้างสีดำสนิท พร้อมไฟเลี้ยวในตัว, ล้ออัลลอยสปอร์ตขนาด 16 นิ้ว (ให้ความเบา ส่งผลให้รถเคลื่อนตัวได้อย่างรวดเร็ว), กระจังหน้าแบบ Gloss Balck (เพิ่มความแมนให้กับตัวรถ) และอีกมากมาย

ที่สำคัญพลังการขับเคลื่อนก็เร้าใจสุดๆ ด้วยเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO ที่ให้แรงม้าถึง 122 อีกทั้งยังเสริมด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่จะช่วยประหยัดน้ำมัน และอัตราการเร่งที่ดีเยี่ยม

2. MINI Cooper 2020

Newcars.com

ถ้าพูดถึงรถยนต์ในฝันของสาวๆ รับรองว่าหนึ่งในนั้น จะต้องมีรถยนต์หรู ไซส์เล็กอย่าง MINI Cooper แน่นอน

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา MINI ก็ได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ โดยการเปิดตัว MINI Cooper S Countryman ทั้งสองรุ่น คือ ‘Entry’ และ ‘Hightrim’ นั่นเอง

ด้วยดีไซน์ของรถมินิ ที่มักจะมีมิติโดนใจสาวๆ เป็นทุนอยู่แล้ว การกลับมาในครั้งนี้ของ S Countryman ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง

Interior ภายใน รวมทั้งหมด 5 ที่นั่ง
Bmwblog.com

ด้วยดีไซน์ที่ถูกปรับให้สอดคล้องกับการใช้งานมากขึ้น โดยการปรับรูปทรงรถ ให้อยู่ในรูปแบบทรง ตัวถัง พร้อมพื้นที่ภายในที่กว้าง ยาว และสูงยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถรองรับคนขับและผู้โดยสาร รวมทั้งหมด 5 ที่นั่งเลย เรียกได้ว่า  MINI Cooper S Country รุ่นนี้ มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดารถยนต์ตระกูล MINI Cooper Group เลยก็ว่าได้ 

แน่นอนว่าความเด็ดของรถคันนี้ มีมากกว่าดีไซน์แน่นอน เพราะ MINI คันนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 192 แรงม้า รับรองว่าสาวๆ จะได้ขับขี่อย่างสนุก แบบเก๋ๆ แน่นอน


นอกจากนี้ รุ่น Hightrim ยังได้พัฒนาระบบท่อไอเสียใหม่ โดยใช้ท่อไอเสีย ที่ผสานคู่กับฝาสูบและเทอร์โบชาร์จเจอร์ จึงช่วยลดอุณหภูมิของท่อไอเสียได้ด้วย

3. Toyota Yaris

Toyota.co.th

ที่สุดของ ECO Car เครื่องแรง ประหยัดน้ำมัน ต้องยกให้ Toyota Yaris เขาเลย

แม้จะเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก แต่ Yaris ไม่ได้มีดีแค่ประหยัดน้ำมันเท่านั้น Toyota Yaris มีแรงขับเคลื่อนที่คล่องตัว และระบบรักษาความปลอดภัยที่ครบครันในระดับดีเยี่ยม ด้วยไฟหน้า LED แบบมัลติรีเฟลกเตอร์ ที่มีระบบเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ และสามารถส่องไฟสว่างได้แม้ในเวลากลางวัน ด้วยระบบ LED Light Guiding แถมเขายังมีไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED พร้อมดูแลคุณในทุกการเดินทาง

กระจังหน้าสีดำแบบ Mesh
Toyota.co.th

ส่วนเรื่องของดีไซน์ ก็สวยงาม ดูสปอร์ตสมราคา ด้วยกระจังหน้าสีดำแบบ Mesh โดดเด่นแบบรถสปอร์ต เป็นเอกลักษณ์ของ Yaris เขาเลย  
Toyota Yaris มาพร้อมกับ เครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-IE ขนาด 1.2 ลิตร แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 92 แรงม้า เรียกว่าโอเคมากๆ สำหรับรถเล็ก ขับในเมือง

4. BMW X4 xDrive20d M Sport X 2020

Virtualshowroom.bmw.co.th

เชื่อเลยว่าผู้หญิงทุกคนต้องอยากมีรถคันใหญ่ไว้ในครอบครองกันทุกคน แล้วยิ่งถ้ารถคันนั้นเป็น BMW แล้วล่ะก็ บอกเลยว่าชาตินี้ไม่ต้องมีแฟน ก็มีความสุข


และถ้าจะให้พูดถึงสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2020 ที่ผ่านมา สิ่งนั้นคือการที่ BMW เขาได้เปิดตัว BMW X4 รุ่นใหม่ โดยอัปเกรดจากรุ่นเก่าเป็น Generation ที่ 2 นั่นเอง

ดีไซน์หลังคาลาดต่ำ
Khaorot.com

BMW X4 xDrive20d M Sport X 2020 โดดเด่นด้วยดีไซน์หลังคาลาดต่ำ ให้ทรงที่คล้ายกับรถเก๋งเล็ก (coupe) และการตัดสินใจในการทำหลังคาทรงนี้ ทำให้ BMW X4 คันนี้กลายเป็น รถยนต์ SUV คันที่ 2 ของโลก ที่มีหลังคาแบบลาดต่ำนั่นเอง (คันแรกคือ BMW X6)

Thairath.co.th

ส่วนดีไซน์ก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็น BMW แล้ว แน่นอนว่าดีไซน์ของเขาต้องหรูหรามีระดับเป็นธรรมดา คันนี้มี ไฟหน้าแบบ Adaptive LED ซึ่งไฟระบบนี้จะไม่หักเลี้ยวไปตามรถ แต่จะทำการเปิด-ปิดไฟสูงอย่างอัตโนมัติ 


แต่ส่วนของดีไซน์ที่ทำเอาแฟนๆ รีบไปจองรถกันนั้น คือ ไฟด้านหลัง ที่มีรูปทรงแนวยาว ซึ่งรับกับกันชนสีเทา (สำหรับรถสีขาว) และกันชนสีดำ (สำหรับรถสีแดง) ด้านล่างได้อย่างดี ดูล้ำยุคเอามากๆ

5. MG ZS

Mgcars.com

เห็นรถเล็กๆ แบบนี้ แต่ MG ZS เขามาพร้อมกับแรงม้าสูงสุดถึง 114 และ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พร้อมกับช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION ที่ทำให้การทรงตัวดียิ่งกว่าเดิม เรียกได้ว่าเครื่องแรงเกินกว่าจะเป็นรถขับในเมืองจริงๆ 

นอกจากนี้ MG ZS เขายังมีพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวาง พร้อมกับเบาะหลังที่สามารถพับเก็บ และเปลี่ยนรูปทรงได้ตามความต้องการ เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมือง


เท่านี้ยังไม่พอ MG ZS ยังมาพร้อมกับระบบ TOUCH SCREENขนาด 10 นิ้ว และ หน้าจอแสดงผลอัจริยะตรงมาตราวัดความเร็วขนาด 7 นิ้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่อีกด้วย

ระบบ Touch Screen
Mgcars.com

แต่ฟังก์ชันที่ถูกใจสาวๆ มากที่สุด เห็นจะเป็นฟังก์ชัน i-Smart Intelligence System ซึ่งเป็นฟังก์ชันเฉพาะตัวของ MG  โดยฟังก์ชันนี้จะเป็นการสั่งงานรถยนต์ให้แสดงผลต่างๆ เช่น ปรับอุณหภูมิ, ใช้ระบบ Smart CALL, เปิดเพลง และ แสดงแผนที่ เป็นต้น โดยการใช้เสียงหรือใช้ระบบ TOUCH SCREEN ให้คุณได้รู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยนั่งข้างๆ ตลอดการเดินทาง 

สุดท้ายแล้ว

ไม่มีทฤษฎีไหนตัดสินความชอบ/ไม่ชอบ ของผู้หญิงได้

ผู้หญิงไม่ได้เหมือนกันทุกคน ความชอบและรสนิยมในการซื้อของก็เช่นกัน  แต่ความต้องการโดยรวมของผู้หญิงสำหรับรถสักคัน แตกต่างจากผู้ชายพอสมควร ผู้ชายจะดูที่สมรรถนะของเครื่องยนต์ ในขณะที่ผู้หญิงมักให้ความสำคัญกับดีไซน์ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการใช้งาน นอกจากนี้เทรนด์ยังเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจของผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอีกด้วย …. ก็พวกเราเป็นสัตว์สังคมนิเนอะ

เป็นไงบ้างคะ มีรถในใจกันแล้วใช่ไหม ถ้าคนไหนยังตัดสินใจไม่ได้ มาแวะดูที่ Kaidee ไหมคะ ในเว็บไซต์ของเรามีทั้งรถมือหนึ่ง รุ่นใหม่ๆ และ รถมือสอง วินเทจ สุดคลาสสิก เยอะแยะเลย ที่สำคัญเชื่อถือได้ คุณสามารถติดต่อกับเต็นท์รถได้โดยตรง และเรายังมีผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยดูแล และให้คำปรึกษาคุณเสมอ คลิกเลยค่ะ

BMW Series 3 รถ Sedan สุดหรู มีระดับ

BMW Series 3 รถ Sedan สุดหรู มีระดับ

เป็นที่รู้ ๆ กันว่ารถยนต์ BMW เป็นอีกหนึ่งค่ายที่มีความหรูหรา มาในครั้งนี้มากับรถยนต์ bmw Series 3 ที่หรูหราไม่แพ้รถยนต์รุ่นพี่ แต่ราคาดีและเอื้อมถึงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ บอกได้เลยว่าใครที่เห็นเป็นต้องชอบและต้องมนต์เสน่ห์ของรถยนต์คันนี้อย่างแน่นอน งั้นวันนี้เรามาล้วงลึกถึงความเป็น BMW Series 3 ไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า LET’S GO!!

BMW Series 3 ไม่ได้มีแค่รุ่นเดียว

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันไปเสียก่อนล่ะ BMW Series 3 ไม่ได้เป็นชื่อรุ่นสำหรับรถยนต์คันเดียว แต่เป็นชื่อที่เอาไว้บ่งบอก Segment ของทาง BMW เอง ซึ่งในซีรี่ย์นี้ก็แบ่งออกมาเป็นหลายหลายรุ่นมาก เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ขับขี่ได้ยอดเยี่ยมที่สุด และในปัจจุบันก็ออกมาให้คนทั้งโลกได้ยลโฉมด้วยกันถึง 3 รุ่นกันเลยทีเดียว ได้แก่

  • BMW 3 SERIES SEDAN 
  • BMW 3 SERIES GRAN SEDAN
  • BMW M340i xDRIVE

ซึ่งขอบอกเลยว่าแต่ละรุ่น ราคาไม่ได้แรงเลย อีกทั้งราคาเริ่มต้นของ BMW Series 3 นั้นเพียงแค่ 2,549,000 บาท เท่านั้น!! จ่ายเงิน 2.6 ล้านบาท มีทอนเหลือ ๆ

“เริ่มถูกใจกันแล้วใช่ไหมล่ะ”

BMW Series 3 GRAN SEDAN 2021

Credit : BMW

เพิ่งเปิดตัวกันมาเลยกับรุ่น Gran Sedan ในปี 2021 ในต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเปิดตัวมาด้วยราคา 2,899,000 บาท และเป็นรถยนต์ BMW ที่มีฐานล้อยาวครั้งแรกในตระกูลซีรี่ย์ 3 นี้อีกด้วย โดยจะสังเกตได้ง่ายเลยว่าจะมีตัวอักษร “L” ที่ย่อมาจากคำว่า Long Wheelbase ติดอยู่ตรงป้ายรุ่น เพื่อบอกว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นที่มีฐานล้อยาว ซึ่งโดยปกติแล้ว L นี้จะอยู่ในรถยนต์ที่เป็นรุ่นพี่อย่าง Series 7 เสียมากกว่า

ฐานล้อยาว คืออะไร

หากมองจากด้านหน้าของตัวรถแล้ว คุณอาจจะดูไม่ออกว่ารถที่เห็นอยู่นั้นฐานล้อยาวหรือไม่ แต่หากลองมองจากด้านข้างแทนแล้วล่ะก็ จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าความยาวจากล้อหน้าไปถึงบริเวณของล้อหลังนั้นจะยาวกว่าในรุ่นปกติ ซึ่งมาใน Series 3 นี้ จะยาวกว่าตัวปกติถึง 11 เซนติเมตรเลยทีเดียว

ความดีงามของ BMW Series 3

มาถึงความดีและเจ๋งของรถ BMW Series 3 กันบ้าง ถึงแม้ว่าจะเป็นรถยนต์รุ่นเล็กสุด แต่ว่ามันก็มีข้อดีอยู่มากมายที่เหมาะสมกับราคา 3 ล้านมีทอนแบบนี้ มารู้ไปพร้อม ๆ กันเลยว่าจะมีอะไรบ้าง และรถคันนี้น่าซื้อขนาดไหน ไปดูกัน

1. พื้นที่ของผู้โดยสารแถวหลังที่กว้างสบาย

ในข้อนี้นั้นเป็นผลพวงมาจากการที่ฐานล้อยาวขึ้น ซึ่งทาง BMW นั้นจึงได้นำมาเพิ่มไว้ตรงบริเวณประตูหลังและพื้นที่ผู้โดยสารแถวหลัง ทำให้บริเวณข้างหลังจะกว้างกว่าเดิมถึง 10 เซนติเมตร รวมไปถึงการเปิด-ปิดประตูที่ง่ายขึ้น ทำให้ขึ้น-ลงจากตัวรถได้ง่ายขึ้น ไม่รู้สึกว่าจะต้องเบียดตัวเองในตอนเข้า-ออกจากตัวรถ

2. ฟังก์ชันครบจบในคันเดียว

ด้วยความที่ BMW Series 3 เป็นรถยนต์ Sedan ขนาดเล็ก ทำให้หลาย ๆ คนมักคิดว่า มันจะไม่คุ้มค่าหรือเปล่ากับราคา แต่ต้องขอบอกไว้เลยว่าผิดถนัด เพราะว่ารถคันนี้ถึงแม้ว่าจะจิ๋ว แต่คุณภาพแจ๋วล้นแก้วเลยทีเดียว ด้วยฟังก์ชันที่มีให้อย่างครบถ้วน รวมถึงไฮไลท์สำคัญเลยคือเครื่อง Harman Kardon รอบทั้งคัน นอกจากนี้ยังมีจอแสดงผลตรงกลางที่แสดงข้อมูลต่าง ๆ รวมไปถึงระบบนำทาง เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับเลยทีเดียว

3. ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่

แน่นอนว่าเป็นธรรมดาของรถยนต์สมัยนี้ไปแล้วที่จะมีระบบในการช่วยเหลือผู้ขับขี่ ให้ขับขี่ได้สบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ระบบรักษารถให้อยู่ในเลน ,Curve Speed Limiter หรือระบบลดความเร็วอัตโนมัติขณะเข้าโค้ง รวมไปถึงระบบช่วยถอยเข้าที่จอด (มือใหม่ก็ไร้กังวล) เป็นต้น

4. ความคล่องตัวในการขับขี่

บอกได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งรถยนต์ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยความที่ขับขี่ได้ค่อนข้างง่าย แม้แต่คนที่เป็นมือใหม่ขับรถยังสามารถขับได้สบาย ๆ และด้วย BMW Series 3 นั้นเป็นรถยนต์ Sedan ที่ขนาดเล็ก ทำให้การขับขี่ในเมืองนั้น สะดวกสบายและคล่องแคล่วในทุก ๆ เส้นทางกันเลยทีเดียว

BMW Series 3 เหมาะกับใคร

ต้องบอกก่อนเลยว่าใครที่กำลังกำเงิน 3 ล้านนั้น มีตัวเลือกค่อนข้างมากเลยสำหรับการเลือกซื้อรถยนต์หนึ่งคัน ซึ่ง BMW Series 3 ก็มีความเหมาะสมในการขับขี่ หากคุณพบว่าคุณเป็นแบบนี้ในข้อใดข้อหนึ่งที่กำลังจะบอกแล้วล่ะก็ คุณเหมาะสมแน่นอน

1. เป็น Brand Loyalty ของ BMW

ด้วยตัวของแบรนด์เองที่บ่งบอกถึงความหรูหรา ดูดี มีสไตล์ ที่คอยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งถ้าใครจะเป็น Brand Loyalty ของ BMW ได้แล้วล่ะก็ แสดงว่าจะต้องเคยขับขี่รถยนต์ของ BMW มาก่อนอย่างแน่นอน ซึ่งบอกได้เลยว่าใน Series 3 คันนี้ คุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

2. กำลังสร้างครอบครัว

อย่างที่ได้บอกไปว่า BMW Series 3 มีความกว้างของห้องผู้โดยสารที่กว้างกว่ารุ่นก่อน ๆ ทำให้เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหารถคันแรก ที่สะดวกสบาย ปลอดภัย ฟังก์ชันครบ แถมยังนั่งได้หลายคนแบบไม่อึดอัดอีกด้วย ต้องขอบอกเลยว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตครอบครัวอย่างแท้จริง

3. ใช้ชีวิตในเมืองเสียส่วนใหญ่

จากขนาดของ BMW Series 3 นั้นเป็นรถยนต์ Sedan ขนาดเล็ก ทำให้เหมาะเป็นอย่างมากกับการขับขี่โลดแล่นไปในเมือง ที่ต้องใช้ความคล่องแคล่วสูง หรือแม้กระทั่งยามที่รถติด ก็ยังคงได้ความสบายแบบเหนือระดับ ครบจบในคันเดียว

4. มือใหม่หัดขับ และอยากมีรถคันแรก

ชื่อเสียงเรียงนามที่มีมาอย่างยาวนาน ก็พอที่จะบ่งบอกได้อยู่แล้วว่ารถยนต์จากทาง BMW นั้นสุดยอดแค่ไหน แต่ในซีรี่ย์ 3 นั้น มีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่เรียกได้เยอะ!! แม้แต่มือใหม่ก็ยังไม่ต้องกลัวกับท้องถนนอันกว้างใหญ่ สามารถออกไปโลดแล่นได้ง่าย ๆ อีกทั้งยังมีนระบบช่วยถอยเข้าที่จอดรถ ซึ่งมักจะเป็นปัญหาใหญ่ที่จะทำให้มือใหม่นั้นกลัวเวลาออกไปไหนก็ตาม บอกได้เลยว่าหายห่วง

สรุปท้ายบทความ BMW Series 3

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับการรีวิว BMW Series 3 ที่น่าจะถูกใจกับใครหลาย ๆ คน ไม่แน่ว่าพออ่านบทความนี้แล้ว อาจจะอยากได้รถยนต์รุ่นกันสักคันเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากความเป็น BMW แล้ว รุ่นนี้ยังให้ความสะดวกสบาย ขับขี่ได้ง่าย ฟังก์ชันครบ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ราคาสบายกระเป๋ามาก ๆ อย่ารอช้าที่จะลอง (แต่แนะนำให้ไปขอทดลองขับที่ศูนย์ก่อนนะ)

ส่วนใครที่มั่นใจแล้วว่าจะซื้อ BMW Series 3 แน่ ๆ แล้ว แต่ว่าอยากเหลือเงินเก็บมากกว่านี้ แนะนำให้เข้ามาดูเลยที่ Kaidee Auto ที่นอกจากจะมีรถยนต์ให้เลือกอยู่มากแล้ว ยังสามารถนัดกับผู้ขายได้โดยตรง เพื่อดูและทดลองขับก่อนติดสินใจซื้อได้อีกด้วย