สินเชื่อส่วนบุคคลแบบไหนเหมาะกับคุณ? เจาะลึกเรื่องที่ควรรู้

สินเชื่อส่วนบุคคลแบบไหนเหมาะกับคุณ? เจาะลึกเรื่องที่ควรรู้

อยากได้เงินสดเพิ่ม ทำอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด? ในยามที่เราต้องการเงินสดเพิ่ม ไม่ว่าจะเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ลงทุนทำธุรกิจ หรือเพื่อเป้าหมายในอนาคต สินเชื่อส่วนบุคคลก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน อย่างไรก็ตาม การเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดกับตัวเรานั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่าง ทั้งวัตถุประสงค์ในการกู้ ความสามารถในการชำระหนี้ และเงื่อนไขของสินเชื่อแต่ละประเภท

วันนี้ เราจะมาดูกันว่าสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทต่างๆ มีข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงอย่างไร เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกสินเชื่อที่เหมาะกับความต้องการและสถานะทางการเงินของตนเองมากที่สุด

 

สินเชื่อวงเงินหมุนเวียน (บัตรกดเงินสด)

เป็นวงเงินสินเชื่อสำหรับกดเงินสดไปใช้จ่ายได้อย่างอิสระ ไม่ต้องบอกวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน โดยอาจได้รับในรูปแบบบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด เหมาะกับคนที่ต้องการวงเงินสำรองไว้ใช้ยามจำเป็น หรือมีรายจ่ายผันผวน แต่ต้องมีวินัยในการใช้จ่ายและชำระคืน เพราะดอกเบี้ยเริ่มคิดทันทีหลังจากกดเงินมาใช้

  • ข้อดี: ได้วงเงินสดพร้อมใช้ทันที กดเงินได้จากตู้ ATM ได้ตลอด มีดอกเบี้ยเมื่อกดเงินมาใช้ มีความยืดหยุ่นในการชำระคืน เมื่อชำระคืนยอดวงเงินจะเพิ่มกลับมาให้กดใช้ได้อีก
  • ข้อจำกัด: วงเงินอนุมัติอาจไม่สูงมาก มีดอกเบี้ยทันทีเมื่อกดเงินมาใช้และหากชำระเพียงยอดขั้นต่ำจะก่อให้เกิดดอกเบี้ยมากยิ่งขึ้น โดยจะถูกคิดคำนวณตั้งแต่วันที่เบิกใช้วงเงิน  ยิ่งในกรณีที่บัตรสูญหายอาจถูกนำไปใช้กดเงินโดยไม่รู้ตัว

 

สินเชื่อเงินก้อน

เป็นการกู้เงินจำนวนมากทีเดียว โดยผ่อนชำระคืนเป็นรายงวดพร้อมดอกเบี้ยในระยะเวลาที่กำหนด เหมาะกับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่น ลงทุนทำธุรกิจ ซื้อบ้าน ซื้อรถ ศึกษาต่อ รักษาพยาบาล เป็นต้น แต่ผู้กู้ต้องมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ของธนาคาร และต้องชำระหนี้ให้ครบตรงตามที่ระบุในสัญญา มิเช่นนั้นอาจถูกเรียกเก็บค่าปรับหรือดำเนินคดีได้

  • ข้อดี: วงเงินสูงกว่าและดอกเบี้ยต่ำกว่าบัตรกดเงินสด กำหนดงวดผ่อนชัดเจน วางแผนการเงินได้
  • ข้อจำกัด: ต้องชำระค่างวดเต็ม ดอกเบี้ยคิดจากยอดสินเชื่อทั้งหมดทันทีที่ได้รับเงิน หากต้องการเงินเพิ่มก็ต้องทำเรื่องกู้ใหม่

 

สินเชื่อผ่อนชำระสินค้า

คือสินเชื่อสำหรับซื้อสินค้าและบริการแบบผ่อนชำระ โดยผู้ให้บริการสินเชื่อจะร่วมมือกับร้านค้าและบริษัท เพื่อให้ผู้บริโภคผ่อนชำระค่าสินค้าเป็นงวดๆ ในอัตราดอกเบี้ยที่กำหนด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการซื้อสินค้าที่มีราคาสูง แต่ไม่อยากจ่ายเงินทีเดียวทั้งหมด ต้องวางแผนการเงินให้รอบคอบและผ่อนชำระให้ตรงเวลา ไม่เช่นนั้นอาจเสียประวัติเครดิตได้

  • ข้อดี: นำสินค้าไปใช้ก่อนแล้วค่อยผ่อนจ่าย ไม่ต้องจ่ายเงินทั้งหมดในครั้งเดียว มีโปรโมชันดอกเบี้ย 0% ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ขอสินเชื่อ กำหนดงวดผ่อนชัดเจน วางแผนการเงินได้ และหากชำระหนี้ทั้งหมดก่อนกำหนดก็จะไม่มีค่าปรับ
  • ข้อจำกัด: อาจถูกจูงใจให้ซื้อสินค้าเกินความจำเป็น ต้องจ่ายค่างวดเต็มจำนวน ดอกเบี้ยคิดจากราคาสินค้าตั้งแต่วันแรก

 

สินเชื่อรถแลกเงิน

สินเชื่อรถแลกเงินหรือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจากเงินให้ใจ

สินเชื่อรถแลกเงินหรือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

สินเชื่อรถแลกเงินหรือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เป็นบริการสินเชื่อสำหรับผู้ที่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง โดยนำเล่มทะเบียนรถมาจำนำกับสถาบันการเงินเพื่อแลกเงินสดไปใช้ตามต้องการ โดยไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน และยังสามารถครอบครองและใช้งานรถยนต์ ได้ตามปกติ เหมาะสำหรับเจ้าของรถที่ต้องการเงินด่วน โดยไม่ต้องขายรถทิ้ง แต่ต้องศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดการ จำนำทะเบียนรถ ให้ถี่ถ้วน

  • ข้อดี: หากมีรถอยู่แล้วสามารถนำเล่มทะเบียนมา จำนำทะเบียนรถ กับสถาบันการเงินเพื่อแลกเงินสดมาใช้ได้ทันที โดยที่ยังคงใช้รถยนต์ ได้ตามปกติ อนุมัติไว ใช้เอกสารน้อย
  • ข้อจำกัด: มีความเสี่ยงในการถูกติดตามรถ หากผิดนัดชำระ

 

สินเชื่อรถแลกเงินกับเงินให้ใจ อีกหนึ่งทางเลือกที่ใช่ของคุณ

เงินให้ใจ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของ สินเชื่อ รถแลกเงิน ที่มีชื่อเสียงและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน ด้วยจุดเด่นคือ

  • อนุมัติไว รู้ผลเร็ว พร้อมรับเงินสดทันที
  • ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนสบาย
  • มีสินเชื่อแบบไม่ต้องโอนเล่ม ยังใช้งานรถได้ตามปกติ

ไม่ว่าเราจะเลือกใช้บริการสินเชื่อแบบไหน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจเงื่อนไขและข้อผูกพันให้ถ่องแท้ เลือกสถาบันการเงินที่ไว้ใจได้ สร้างวินัยในการใช้จ่ายและชำระหนี้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สินเชื่อกลายเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาส ไม่ใช่ภาระหนี้สินที่สร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเราเอง

สรุป

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะต้องการเงินสดด่วนแค่ไหนก็ตาม ก่อนตัดสินใจเลือก รถแลกเงิน สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ หรือสินเชื่อรูปแบบอื่น ให้ลองทบทวนกันอีกครั้งว่า คุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินมากน้อยแค่ไหน? มีรายได้มั่นคงพอที่จะผ่อนชำระคืนได้โดยไม่เดือดร้อนไหม? เข้าใจเงื่อนไขและข้อผูกพันของสินเชื่อแต่ละแบบดีแล้วใช่ไหม? เลือกผู้ให้บริการสินเชื่อที่น่าเชื่อถือ มีชื่อเสียง และมีใบอนุญาตถูกต้องหรือยัง? การตอบคำถามเหล่านี้ให้ครบถ้วน จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า สินเชื่อที่เลือกนั้นเหมาะสมและปลอดภัยกับตัวคุณเองมากที่สุด

สำหรับใครที่ต้องการเงินด่วน สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดของคุณ กับเงินให้ใจที่มีความน่าเชื่อถือจากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/

“กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ 12.82% – 24.00% สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% – 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% – 26.62%”

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://www.ngernhaijai.com/

Line : https://bit.ly/3zDd5Kz

เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899

รวมวิธีดูทำเลตั้งร้านยังไงให้ขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่า!!

รวมวิธีดูทำเลตั้งร้านยังไงให้ขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่า!!

ใครอยากเป็นเศรษฐี?? “ฉันน่ะสิๆ!!” ปัจจุบันการจะทำมาหากินหรือค้าขายอะไรก็ตาม บอกเลยว่าสถานที่ในการวางขายเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก หากเรานั้นอยากได้เงินจากขายเยอะๆ นั้น การมองหาทำเลที่ตั้งของร้านจะต้องแม่น แน่น ดุ และตรงเป้าหมายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจึงรวมมาให้แล้วถึง 5 วิธี การมองหามุมขาย เพื่อทำให้คุณ เลือกทำเลได้ดีที่สุด!!

1.เลือกทำเลจากกลุ่มเป้าหมาย

อาจจะดูเป็นเหมือนเรื่องง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดที่ต้องดูก่อน ลำดับแรกเลย ดูในเรื่องของ ประชากรศาสตร์ (Demographics) ว่าสินค้าของเราเหมาะกับคนกลุ่มไหน และเริ่มสำรวจว่าสถานที่ตรงไหนบ้างที่มีกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่เยอะ เช่น หากสินค้าของเรานั้นมีกลุ่มเป้าหมาย คือ หนุ่ม-สาวออฟฟิศ วัยทำงาน ทำเลที่ตั้งที่จะดี เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ อาจจะเป็นห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งออฟฟิศ เป็นต้น

2.เลือกทำเลจากการสำรวจการสัญจรของลูกค้า

หลังจากการที่เราได้รู้กลุ่มเป้าหมายแล้วการมองหาสถานที่ขายสักหนึ่งที่นั้น เราควรมองว่าพื้นที่ตรงนั้นคนผ่านไปผ่านมาเยอะหรือเปล่า? และร้านบริเวณที่ใกล้เคียงบริเวณนั้นมีลูกค้าเข้า – ออกมาก – น้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมาคำนวณถึงว่า ต่อเดือนจริงๆ แล้วเรานั้นต้องการลูกค้าจำนวนเท่าไร ที่จะไม่ทำให้แต่ละเดือนนั้นติดลบหรือไม่มีกำไรนั่นเอง

3.เลือกทำเลจากข้อดี – ข้อเสียของแต่ละที่

เมื่อเรารู้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจะขาย และรู้อัตราการสัญจรผ่านไปมาของลูกค้าแล้ว ก็ต้องมามองต่อกับสถานที่ที่เลือกจะวางขาย ควรมองหาสถาที่ที่หลากหลายเพื่อนำแต่ละที่มาเปรียบเทียบถึงข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร นำข้อดี – ข้อเสียเหล่านั้นมาชั่งน้ำหนักกันดูถึงรายได้ต่อเดือนที่คาดว่าจะได้รับ โดยเริ่มดูได้จากสิ่งที่ง่ายก่อนเลย คือ

ค่าเช่าที่ – เป็นสิ่งที่ต้องดูมากที่สุด เพราะแต่ละที่นั้นมีค่าเช่าที่แตกต่างกันออกไป ถ้าหากเราเลือกพื้นที่ที่มีราคาค่าเช่าต่อเดือนที่สูงแล้วนั้น รายได้ต่อเดือนก็จะได้รับน้อยลง อีกทั้งยังทำให้มี Fixed Cost (ต้นทุนคงที่) ต่อเดือนของเรานั้นเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำเป็นอีกต่างหาก ถ้าหากว่าศึกษาข้อมูลของแต่ละที่ ดูแล้วว่าอัตราการสัญจรของลูกค้ามีพอๆ กัน เราควรเลือกที่จะประหยัดต้นทุนของเราให้ได้มากที่สุด

ความปลอดภัย – แน่นอนว่าการเปิดร้านๆหนึ่งย่อมมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่นอกเหนือจากค่าเช่าที่อย่างแน่นอน รวมไปถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับร้านของเรา ดังนั้นเราจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของสินค้าภายในร้าน หรือบริเวณรอบๆ ร้านเช่นเดียวกัน หากบริเวณนั้นมีความเสี่ยงสูงในการตั้งร้าน เราก็ไม่ควรที่เลือกทำเลนั้นเป็นหน้าร้านของเรา

4.เลือกทำเลจากคู่แข่ง

แน่นอนว่าการค้าขาย เราย่อมอยากได้กำไรสูงสุด แต่ถ้าหากว่าที่ที่เราตั้งหน้าร้าน มีคู่แข่งที่ขายสินค้าหรือให้บริการแบบเดียวกันจำนวนมากๆ หากสินค้าของเรานั้นไม่มีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งเจ้าอื่นๆ มากนัก การหาพื้นที่ที่มีคู่แข่งน้อยนั้น ย่อมทำให้เราได้เปรียบในการขายเป็นอย่างมาก เพราะคุณจะเป็นเจ้าเดียวที่ขายสิ่งๆ นั้น ทำให้เมื่อมีลูกค้าที่ต้องการสินค้าเหล่านั้น เขาจะต้องนึกถึงคุณอย่างแน่นอน

5.เลือกทำเลจากความง่ายในการเข้าถึงของลูกค้า

เป็นสิ่งหนึ่งเลยที่ห้ามมองข้ามไป เพราะต่อให้ทำเลของเราจะดีเลิศประเสริฐศรียังไง ถ้าหากหน้าร้านของเราเข้าถึงได้ยาก หรือว่าเข้าไปลึกเกินจนลูกค้ากลัว ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความอคติในสถานที่ตั้งได้ นั่นก็อาจจะทำให้เราเสียลูกค้าที่จริงๆ แล้วสนใจสินค้าของเราอยู่ก็เป็นได้

ดังนั้นการเลือกหน้าร้านที่จะค้าขายนั้นจะต้องดูและศึกษาให้มากๆ แต่ถ้าใครที่เลือกทำเลไม่ได้สักที หามานานเกิ๊น ก็มาหาทำเลต่อได้เลยที่ BaanKaidee และคุณจะได้เจอที่ดีๆ ที่คุณต้องการ

เทรนด์แต่งบ้านมาแรงปี 2020 สไตล์แบบไหนที่คุณชอบ?

เทรนด์แต่งบ้านมาแรงปี 2020 สไตล์แบบไหนที่คุณชอบ?

บ้าน คือสิ่งที่เพื่อน ๆ ทุกคนใฝ่ฝันว่าอยากจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของบ้านที่ตัวเองได้เลือก ได้กำหนดรูปแบบเอง ให้เป็นไปตามที่เพื่อนๆ ต้องการ เพราะ บ้าน คือสิ่งที่ทุกคนต้องอาศัยอยู่ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องอยู่ทุกวันนอกจากที่ทำงานนั่นเอง ในเมื่อจะมีบ้านแล้วก็อยากที่ให้รูปแบบการตกแต่งเป็นไปตามที่เพื่อน ๆ ชอบ บางคนอาจจะกำลังเก็บเงินซื้อบ้าน แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่พร้อมจะมีบ้านแล้ว กำลังจะสร้างบ้านหรือมองหาบ้านอยู่และต้องการตกแต่งให้เป็นสไตล์ที่ชอบ วันนี้จะพาไปดูแนวทางหรือเทรนด์การตกแต่งบ้านที่กำลังมาแรงในปี 2020 มาดูกันเลยว่ามีแบบไหนกันบ้าง

สไตล์ ลอฟท์

Loft style

เพื่อนๆ หลายคนคงเคยได้ยินผ่านหูมาเยอะ สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ เพราะการตกแต่งแนวนี้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน ด้วยการตกแต่งที่ดูเปลือย ๆ ดิบ ๆ ดูเรียบง่ายและดูเท่ โดยการผสมผสานความที่ไม่ลงตัวแต่ทำให้ดูลงตัว ด้วยการฉาบปูนให้เหมือนฉาบไม่เสร็จ ให้สีทึบๆ แบบสีธรรมชาติที่ให้มา โครงสร้างเพดานสูง มีงานเหล็ก งานผนังอิฐ บวกกับเฟอนิเจอร์ที่มีโทนสีเดียวกันหรือจะเป็นโทนเนื้อไม้สีเข้ม พอได้มาอยู่รวมกันแล้ว กลายเป็นความลงตัวที่ดูเท่ ดูมีเสน่ห์ น่าอยู่ขึ้นมาเลยละ 

สไตล์ ญี่ปุ่น 

Japanese style

คนที่ชอบอะไรที่ดูเรียบง่าย ดูแล้วสบายตา โปร่งโล่ง นั่นแปลว่าสไตล์นี้เหมาะกับเพื่อน ๆ คือการตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเอง สิ่งที่สำคัญอย่างแรกคือการเลือกใช้สี เพราะการตกแต่งบ้านสไตล์นี้สีที่ใช้จะอยู่ในสีเอิร์ธโทน คือ สีน้ำตาล สีเขียว และสีเทา เพราะเป็นสีจริง ๆ ของธรรมชาติ เช่น สีของต้นไม้ เป็นต้น โดยวัสดุในการใช้ตกแต่งจะใช้เป็นไม้โทนสว่าง เฟอร์นิเจอร์จะเน้นเป็นประเภทไม้ติดพื้นหรือลอยจากพื้นไม่มาก ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ประตูบานเลื่อนไม้ แค่นี้ก็ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นเลยละ ผสมผสานกันออกมาเป็นความเรียบง่าย ทำให้รู้สุกผ่อนคลาย สบายตามากเลยทีเดียวเชียวละครับ 

สไตล์ มินิมอล

Minimal style

อีกหนึ่งสไตล์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่มากตอนนี้ก็คือ การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล การจัดวางของ การวางเฟอร์นิเจอร์ ต้องดูโล่ง ไม่อึดอัด ไม่ทึบ อยู่แล้วรู้สึกว่าใช้พื้นที่ได้เยอะขึ้น โดยการเลือกใช้ของในการตกแต่งก็คือ การเลือกด้านล่างให้มีพื้นที่แบบโปร่งทั้งหมด เช่น โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา เตียง เป็นต้น ซึ่งข้างล่างของเฟอร์นิเจอร์ต้องโปร่ง ไม่ทึบและวางชิดติดกับผนัง สีที่ใช้ก็ใช้สีโทนสว่าง มองดูแล้วทำให้รู้สึกโล่ง โปร่งสบายนั่นเอง 

สไตล์ วินเทจ 

Vintage style

หากเพื่อนๆ มองว่า การตกแต่งสไตล์ลอฟท์ ญี่ปุ่นหรือมินิมอลยังไม่ใช่สำหรับเพื่อนๆ มาลองดูสไตล์วินเทจกันดีกว่า การตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสไตล์นี้คือ เน้นการตกแต่งให้ดูเก่าแบบมีสไตล์ ดูมีเสน่ห์ ไม่ใช่เก่าแบบคร่ำครึ เก่าแบบได้กลิ่นอายของกาลเวลาเสมือนได้ย้อนกลับไป 20 ปี โดยจะเน้นสีโทนอ่อน ไม่ฉูดฉาดแต่ดูหรูหรา เช่น สีขาว สีครีม สีเหลือง เป็นต้น

เพื่อนๆ อ่านจบแล้วอยากจะตกแต่งบ้านสไตล์ไหน ก็สามารถนำไปเป็นแนวทางในการตกแต่งได้เลยนะ แต่ถ้าอยากจะมีบ้านก่อนแล้วค่อยตกแต่งทีหลัง ลองมาดูบ้านที่ BaanKaidee ก่อนได้นะครับ มีบ้านให้เพื่อนๆ ได้เลือกหลายหลากรูปแบบ หลากหลายสไตล์ หลากหลายพื้นที่ แถมยังราคาดีอีกด้วย

   

10 แบบบ้านสองชั้น สวย ๆ หลากหลายสไตล์

10 แบบบ้านสองชั้น สวย ๆ หลากหลายสไตล์

เราเชื่อว่าความฝันและเป้าหมายในชีวิตของใครหลาย ๆ คนคงจะหนีไม่พ้นการมีบ้านสวย ๆ สักหลังเป็นที่อาศัยจนถึงบั้นปลายชีวิต และนอกจากการซื้อบ้านในโครงการต่าง ๆ แล้ว การสร้างบ้านด้วยตัวเองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะได้ แบบบ้านสองชั้น ที่ถูกใจแล้ว ถ้าหากมีการจัดสรรงบที่ดี การสร้างบ้านเองก็ยังช่วยประหยัดงบประมาณต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ในปัจจุบัน การออกแบบบ้านมีดีไซน์ที่แตกต่างกันไปตามแต่เอกลักษณ์ของสถาปนิกและผู้อยู่อาศัย แต่บ้านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคงจะหนีไม่พ้นบ้านเดี่ยว ซึ่งเหมาะกับครอบครัวบ้านที่มีจำนวนสมาชิกเยอะ ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มาก และมีความเป็นส่วนตัวอยู่ไม่น้อยเลย แต่ถ้าใครคิดไม่ออกว่าจะสร้างบ้าน 2 ชั้นแบบไหนดี วันนี้เราจะมาแบ่งปัน 10 แบบบ้านสองชั้น สวย ๆ หลากหลายสไตล์เป็นไอเดียให้คุณผู้อ่านทุกท่านกัน

รวมแบบบ้านสองชั้นสวย ๆ ในแบบต่าง ๆ

แบบบ้านสองชั้น สไตล์คลาสสิก

แบบบ้านสองชั้นสไตล์คลาสสิกหรูหรา

แบบบ้านสองชั้นสไตล์ดั้งเดิมอย่างสไตล์คลาสสิก ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศตะวันตกที่เน้นการตกแต่งแบบหรูหรา ประณีต และอลังการ ซึ่งบ้านสไตล์คลาสสิกนั้นจะมีเอกลักษณ์และจุดสังเกตได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • มีเครื่องทองเหลืองเป็นส่วนหนึ่งในการประดับ
  • มีเสากลมแบบโรมัน
  • โคมไฟระย้าโดดเด่นภายใน
  • แฝงไปด้วยรูปปูนปั้นในบางส่วนของตัวบ้าน

ด้วยเอกลักษณ์เหล่านี้เป็นส่วนช่วยให้บ้านดูกว้างขวางคล้ายกับพระราชวัง ส่วนตัวหลังคาของแบบบ้านสไตล์คลาสสิกไม่มีรูปแบบที่ตายตัวมากนัก แต่สถาปนิกส่วนมากเลือกใช้รูปทรงโดม มะนิลา หรือปั้นหยา เพื่อความโอ่อ่ากว้างขวาง

วัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านสไตล์นี้มักจะใช้วัสดุที่มีความหรูหราและประณีต เช่น การแกะสลักลายต่าง ๆ รูปปูนปั้น โดยมีสีขาวและทองเป็นสีหลักในการออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้ และตัวเพดานมีลักษณะสูงโปร่งทำให้แบบบ้านสองชั้นสไตล์คลาสสิกโดยส่วนมากจะมีขนาดใหญ่ 

ในทางกลับกัน ด้วยความหรูหรานี้เองที่ทำให้เกิดข้อเสียของการสร้างบ้านสองชั้นสไตล์คลาสสิกที่อาจต้องใช้งบประมาณที่สูงกว่าปกติมากทีเดียว

แบบบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นสองชั้นสวยๆ

บ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นบ้านที่มีความเรียบง่ายแต่สวยงามและทันสมัย ซึ่งการออกแบบบ้านประเภทนี้เกิดจากการลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อเน้นการใช้สอยที่เป็นประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด โดยแบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้ส่วนมากจะมีรูปทรงสี่เหลี่ยมเป็นรูปทรงหลัก ตัวหลังคาของแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นจะมีความโดดเด่นมากกว่าบ้านสไตล์อื่นซึ่งคือหลังคาที่ไม่มีการปูกระเบื้อง ทำให้เรียบง่ายและสวยงามตามคอนเซ็ปต์ของแบบบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์น

ส่วนวัสดุในการออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นได้รับความนิยมคือ การใช้ ไม้ กระจกบานใหญ่ โลหะ และคอนกรีต โดยมีการเผยให้เห็นถึงโครงสร้างและวัสดุภายในตัวบ้านอีกด้วย ส่วนสีที่ใช้ในการออกแบบมักเป็นสีธรรมชาติที่เกิดจากวัสดุเหล่านั้น เช่น สีขาว ดำ เทา และน้ำตาล เป็นต้น โดยการตกแต่งภายในบ้านสไตล์โมเดิร์นมักจะใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เก๋แต่เรียบง่ายให้ดูมีสไตล์

แต่ข้อเสียของบ้านสไตล์โมเดิร์นจากการที่มีหลังคาที่ไม่ได้ปูพื้นกระเบื้องจึงทำให้ตัวบ้านสไตล์นี้ค่อนข้างร้อนและโดนฝนสาดบ่อยครั้ง เพราะไม่มีหลังคาที่ช่วยบังแดดและฝน

แบบบ้านสองชั้น สไตล์มินิมอล

แบบบ้านสองชั้นมินิมอลในญี่ปุ่น

‘Less is More’ ช่วงหลังมานี้ถือได้ว่าการออกแบบบ้านสองชั้นที่เป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั่นก็คือ การออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์มินิมอล ซึ่งเป็นสไตล์ที่มีความเรียบง่ายและใช้ประโยชน์ได้มากกว่าบ้านสไตล์โมเดิร์น โดยหลักการออกแบบหลัก ๆ แล้วคือการใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่มีประโยชน์และคุ้มค่าด้วยฟังก์ชันต่าง ๆ และจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยใช้เส้นตรงและชาร์ปเพื่อความเรียบง่าย

สำหรับวัสดุที่ใช้จะเป็นไม้และปูนทำให้เรียบง่าย ไม่ตกแต่งเยอะ โดยใช้สีขาวและน้ำตาลอ่อนเพื่อให้บ้านดูกว้างมากขึ้น และการตกแต่งภายในบ้านสไตล์มินิมอลนั้นจะใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายง่าย จัดวางตามมุมและผนังต่าง ๆ ไม่ปิดทึบ เพราะทำความสะอาดง่าย เหมาะกับผู้ที่แพ้ฝุ่นง่าย

ส่วนข้อเสียของบ้านสไตล์นี้คือด้วยความที่บ้านสไตล์มินิมอลเป็นบ้านที่มีความคุมโทนทำให้การจัดวางสิ่งของต่าง ๆ ให้สวยงามต้องมีการคิดและพิจารณามากกว่าบ้านสไตล์อื่น ๆ มิเช่นนั้นก็อาจทำให้บ้านดูแปลกได้เลย

แบบบ้านสองชั้น สไตล์ไทยประยุกต์

แบบบ้านไทยประยุกต์สองชั้นริมนา

แบบบ้านสองชั้นสไตล์ไทยประยุกต์เป็นบ้านที่มีการประยุกต์ใช้ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประเทศไทยให้เข้ากับการออกแบบบ้านในยุคปัจจุบัน โดยใช้พื้นฐานของบ้านทรงไทยที่มีลักษณะเป็นหลังคาทรงปั้นหยาหรือทรงจั่ว มีหน้าต่างบานเกล็ดแทรกอยู่ในแบบบ้านสองชั้นนี้

ตัวแบบบ้านสองชั้นสไตล์ไทยประยุกต์มีการใช้วัสดุที่เป็นไม้จากบ้านทรงไทยในอดีต และใช้ปูนเป็นวัสดุหลักในการสร้างตัวบ้านหรือใช้อิฐแทนการใช้ไม้ ทำให้การออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้มีกลิ่นอายของความเป็นไทยแต่ดูทันสมัย

ในขณะเดียวกัน ข้อเสียของการออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้คือด้วยวัสดุที่ทำจากไม้อาจทำให้เกิดการผุพังหรือโดนสัตว์แทะกินได้ จึงอาจจำเป็นที่จะต้องดูแลและสังเกตความผิดปกติเป็นประจำ

แบบบ้านสองชั้นสไตล์ร่วมสมัย

แบบบ้านสองชั้นสไตล์ร่วมสมัย

สำหรับแบบบ้านสองชั้นสไตล์ร่วมสมัยนั้น เป็นแบบบ้านสองชั้นที่มีการผสมผสานระหว่างบ้านสไตล์เก่าและใหม่อย่าง สไตล์คลาสสิกและโมเดิร์น ทำให้แบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้เป็นที่นิยมเพราะไม่เรียบง่ายหรือแปลกจนเกินไป มีการตกแต่งอย่างประณีต ให้ความรู้สึกถึงความอ่อนโยนนุ่มนวลมากกว่าการออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์น

การออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์ร่วมสมัยมักจะใช้วัสดุที่เป็นสมัยเก่าและใหม่อย่างลงตัวโดยมีการใช้สีขาว ครีม น้ำตาล และเทาในการตกแต่งและออกแบบ ซึ่งมีส่วนโค้งและเว้ามากกว่าส่วนที่เป็นเส้นตรงเพื่อเพิ่มลูกเล่นให้ไม่เรียบจนเกินไป ส่วนตัวหลังคาของบ้านสไตล์นี้มักจะออกแบบเป็นหลังคาทรงปั้นหยา เพื่อสร้างบรรยากาศให้อบอุ่นและเป็นกันเอง

แต่ถ้าหากเลือกใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพมากพอก็อาจทำให้เกิดการผุพังหรือโดนสัตว์แทะกันได้เช่นเดียวกับบ้านสไตล์ไทยร่วมสมัย

แบบบ้านสองชั้น สไตล์เนเชอรัล

แบบบ้านสองชั้นเนเชอรัลกลางไร่ผัก

แบบบ้านสองชั้นที่เหมาะกับคนรักธรรมชาติ เพราะจุดเด่นของบ้านสไตล์นี้คือการออกแบบที่กลมกลืนเข้ากับธรรมชาติ และนิยมสร้างอยู่กลางธรรมติ ไม่ว่าจะเป็น ป่า ต้นไม้ หรือแม่น้ำ โดยมีการออกแบบที่เปิดโล่งรับกับบรรยากาศโดยรอบที่มีความอุดมสมบูรณ์ และรับแสงธรรมติที่ส่งเข้ามาภายในบ้าน

จากชื่อของแบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้ก็สามารถคาดเดาได้ถึงวัสดุในการออกแบบว่าใช้วัสดุจากธรรมชาติต่าง ๆ อย่างไม้หรือหินหรืออาจใช้วัสดุที่เลียนแบบธรรมชาติทำให้สีที่ใช้ก็เกิดจากธรรมชาติ มีการทำหลังคาที่เป็นเพิงหมาแหงนหรือผีเสื้อแบบเรียบง่าย และการออกแบบเช่นนี้เองที่ทำให้แบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้กลายเป็นบ้านที่กลมกลืนกับธรรมชาติในที่สุด

แบบบ้านสองชั้นสไตล์โคโลเนียล

แบบบ้านสองชั้นโคโลเนียลในยุโรป

บ้านสไตล์โคโลเนียลเป็นอีกหนึ่งแบบบ้านสองชั้นที่น่าสนใจ บ้านสไตล์นี้ได้รับการพัฒนามาจากบ้านแบบตะวันตกผสมผสานกับบ้านท้องถิ่นที่เป็นอาณานิคม จนเกิดบ้านสไตล์นี้ ซึ่งคนไทยในอดีตมักจะเรียกว่า บ้านฝรั่ง นั่นเอง มีลักษณะเด่นที่ระเบียงที่กว้างและมีการตีผนังไม้ทับลงไปที่ปูนหรือคอนกรีต

วัสดุที่ใช้ในการออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์โคโลเนียลมักจะเป็นอิฐหรือไม้ในการก่อสร้างและตกแต่ง ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากบ้านสไตล์คลาสสิก แต่มีความหรูหราน้อยลงโดยใช้สีโทนสว่างอย่าง ขาว ครีม ชมพูอ่อน หรือฟ้าอ่อน ทำให้เกิดความรู้สึกที่อ่อนโยน หลังคาใช้รูปทรงที่กันแดดและฝนได้ดีอย่างทรงปั้นหยาและทรงมะนิลา

แบบบ้านสองชั้นสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์

แบบบ้านสองชั้นสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์กลางทุ่งนา

แบบบ้านสองชั้นในชนบท หรือที่เรียกว่าบ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ มีลักษณะที่คล้ายกับโรงนา โดยเริ่มต้นขึ้นมาจากการเปลี่ยนโรงนาให้กลายเป็นที่พัก ทำให้ลักษณะภายนอกเป็นทรงสูงโดยส่วนมากแล้วจะมีขนาดชั้นครึ่งถึงสองชั้น เพื่อให้บ้านดูโล่งมากขึ้น ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง

แบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้มีการสร้างด้วยไม้เป็นวัสดุหลัก มีการใส่เหล็กและกระจกบานใหญ่เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านส่วนมากจะไม่ใช้สีที่ฉูดฉาดมากนัก แต่การออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้จะใช้สีที่มาจากธรรมชาติแทนเพื่อให้ดูดิบมากขึ้น ตัวหลังคาเป็นทรงจั่วเพื่อเปิดเพดานให้สูงขึ้นทำให้อากาศถ่ายเทสะดวกและไม่ร้อนจนเกินไป

แบบบ้านสองชั้นสไตล์ตะวันออก

แบบบ้านสไตล์ตะวันอออกสองชั้นนอกเมือง

แบบบ้านสองชั้นที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและความโมเดิร์นเพื่อให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวของวัฒนธรรมต่าง ๆ แต่ยังมีความทันสมัย แบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้ส่วนใหญ่จะมีลักษณะการออกแบบไปทางประเทศจีนหรือญี่ปุ่นที่เป็นประเทศที่มีอิทธิพลในแถบเอเชีย มีประตูและหน้าต่างบานเลื่อนเพื่อช่วยให้ดูโปร่งมากขึ้นเพราะบ้านในประเทศเหล่านี้จะไม่ค่อยมีพื้นที่มากนัก

ส่วนตัววัสดุที่ใช้ในการออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์ตะวันออกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ บ้านสไตล์ญี่ปุ่นจะใช้ไม้และสีโทนน้ำตาลหรือสีอ่อนให้ดูสะอาดเรียบร้อย ส่วนบ้านสไตล์จีนจะใช้อิฐแดงในการออกแบบและใช้โทนสีแดงซึ่งเป็นสีมงคลประจำชาติ

แบบบ้านสองชั้นสไตล์คอจเทจ

แบบบ้านคอจเทจสองชั้นริมถนน

แบบบ้านสองชั้นขนาดเล็กน่ารักอย่างบ้านสไตล์คอจเทจ มักเป็นบ้านที่ออกแบบเพื่อใช้ในการทำเป็นบ้านพักตากอากาศในต่างจังหวัด เพราะการออกแบบที่ทำให้ดูน่ารักอบอุ่นเข้ากับธรรมชาติได้ดี โดยส่วนมากอาจมีระเบียงยื่นออกมาเพื่อใช้พักผ่อนหรือมีพื้นที่ด้านหน้าบ้านแทนระเบียง และนิยมตกแต่งแบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้ด้วยดอกไม้ ต้นไม้ หรือรูปปั้นขนาดเล็กเพื่อเพิ่มความน่ารัก

นักสถาปนิกส่วนมากนิยมออกแบบบ้านสองชั้นสไตล์นี้ด้วยวัสดุจากธรรมชาติอย่างหินอ่อนและไม้ และใช้โทนสีอ่อนเพื่อให้ดูสบายตาและอบอุ่น หลังคาของบ้านสไตล์นี้มักเป็นหลังคาทรงหน้าจั่วด้านกว้างที่มีความสูงไม่มาก หรือหลังคาทรงมะนิลาเพื่อรับลมธรรมชาติให้นั่นเอง

สรุปท้ายบทความ

เป็นยังไงบ้างคะกับ 10 แบบบ้านสองชั้นสวย ๆ ที่เรานำมาฝากกัน และถ้าคุณอยากได้บ้านสวย ๆ พร้อมอยู่ไม่ต้องสร้างหรือออกแบบเองหลากหลายสไตล์ไหนที่ Kaidee Property อาจจะมีบ้านบ้านที่คุณถูกใจ อ่านจบแล้วอย่าลืมไปดูบ้านกันนะคะ

อ่านบทความ 8 ไอเดียเช่า ‘ตึกแถว’ สร้างร้านอาหารในฝัน

สายมูควรรู้ ! ซื้อบ้านทั้งทีต้องมีอะไรบ้าง

สายมูควรรู้ ! ซื้อบ้านทั้งทีต้องมีอะไรบ้าง

สิ่งที่ต้องคำนึงเป็นอันดับแรกในการซื้อบ้านสักหลัง ถ้าไม่ใช่ทำเล ก็คือพื้นที่ใช้สอยและความคุ้มค่า แต่อีกสิ่งที่หลายคนมองข้ามนั่นก็คือ เรื่องของการมูเตลู ถึงตรงนี้อาจมีบางคนสงสัยว่า “มูเตลู” คืออะไร การมูเตลู เป็นการบูชาของขลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างพลังงานบวก ส่งเสริมชีวิตให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยแต่ละคนจะมีลักษณะของการมูที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวันนี้เราจะนำเรื่องเหล่านี้มาประยุกต์เข้ากับการซื้อบ้าน ซึ่งมีข้อง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

รูปทรงบ้านไม่แหว่ง

เพราะบ้านที่มีลักษณะเว้าแหว่ง อาจทำให้พลังงานหมุนเวียนไม่ทั่วถึง ขาดความสมดุล ดังนั้นบ้านที่หาจุดกึ่งกลางได้ดีจึงเป็นบ้านรูปทรงสี่เหลี่ยม เมื่อพลังงานหมุนเวียนได้เต็มที่ ก็จะทำให้เจ้าของหรือแม้แต่สมาชิกของบ้าน มีสุขภาพแข็งแรง อีกทั้งยังทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข เงินทองไหลเข้าบ้านได้สะดวก

อย่าลืมดูทิศของตัวบ้าน

ตามหลักแล้ว ตัวบ้านควรหันไปทางทิศเหนือ นอกจากจะทำให้บ้านไม่ร้อนแล้ว ยังเป็นทิศของธาตุน้ำ ที่จะทำให้บ้านมีแต่ความสงบร่มเย็น แต่ถ้าต้องการรับทรัพย์ ตัวบ้านควรหันไปทางทิศใต้ เนื่องจากเป็นทิศของลม ทำให้มีลมพัดเข้าบ้านตลอดปี ซึ่งมีความเชื่อว่าลมจะพัดพลังงานดี ๆ เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เจ้าของบ้านมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

มีแสงสว่างเข้าถึงเพียงพอ

เพราะบ้านที่ดีจะต้องมีแสงสว่างตลอดเวลา ดังนั้นภายในบ้านควรมีแสงสว่างเข้าถึงในทุก ๆ พื้นที่ ซึ่งถ้ามุมไหนเป็นมุมอับ แสงเข้าไม่ถึง ให้ใช้แสงจากหลอดไฟทดแทน ทั้งนี้ก็เพื่อดึงพลังงานแห่งความมั่งคั่งเข้าบ้าน ทำให้บรรยากาศของบ้านดูสว่างไสวตลอดเวลา ไม่หม่นหมอง

ให้ความสำคัญกับการตกแต่งภายใน

การใช้โทนสีสว่าง จะช่วยกระตุ้นพลังงานและสร้างความอบอุ่น ยิ่งไปกว่านั้น การตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้มงคล เช่น ต้นนางกวัก ที่ช่วยกวักเงิน โชคลาภเข้าบ้าน ต้นเสน่ห์จันทร์แดง ช่วยเรื่องเมตตามหานิยม มีแต่คนรักใคร่เอ็นดู หรือแม้แต่จุดเล็ก ๆ อย่างการมีดอกไม้สดอยู่ในห้อง เพราะดอกไม้จะเป็นตัวช่วยดึงดูดความโชคดี มีพลังของการเยียวยา เพิ่มเสน่ห์ให้กับเจ้าของบ้านได้

ปลอดโปร่งและร่มรื่น

นอกจากต้นไม้จะให้ร่มเงาแล้ว ยังช่วยให้อากาศบริเวณบ้านสดชื่นอีกด้วย ซึ่งถ้าเปรียบตามหลักฮวงจุ้ย ต้นไม้เปรียบเสมือนความเจริญงอกงาม ยิ่งร่มรื่น จะยิ่งช่วยให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองดั่งเช่นต้นไม้ ไม่มีอับเฉา สุขภาพแข็งแรง

เพราะที่ Kaidee เราให้ความสำคัญกับทุก ๆ เรื่องของการอยู่อาศัย เราจึงมีที่พักทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทำเลยอดฮิตในราคาที่จับต้องได้ หรือแม้แต่รูปทรงบ้านได้มาตรฐานตามหลักฮวงจุ้ย บอกเลยว่า จะสายมูหรือสายไหนก็ได้บ้านในฝันอย่างแน่นอน