Sep 3, 2021 | บทความอสังหาฯ
เชื่อหรือไม่? ในห้อง 2 ห้องที่มีขนาดและการตกแต่งที่เหมือนกัน สามารถสร้างบรรยากาศและให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันได้ เพียงแค่เราเปลี่ยนโคมไฟและโทนสีของหลอดไฟเท่านั้น
และนั่นทำให้ “โคมไฟ” ได้ชื่อว่าเป็นไอเทมวิเศษสำหรับงาน Lighting Design และเป็นของประดับที่ถูกนำมาเสริมความน่าสนใจให้กับมุมของห้องต่างๆ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความสว่างไสวให้กับโซนนั้นๆ ให้สามารถใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การส่องสว่างของโคมไฟและการสะท้อนกลับของแสงยังช่วยงานออกแบบตกแต่งของ Interior Designer ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อใดที่เกิดแสงย่อมปรากฏเงาตามมาเสมอ และนั่นทำให้พื้นที่เรียบๆ อย่างผนัง เพดาน มีมิติเชิงสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าอัศจรรย์
ในขณะเดียวกันก็ให้อิมแพคทางอารมณ์ ที่สร้างสรรค์ให้บ้านหรือห้องนั้นๆ มี Mood&Tone ไปตามที่ผู้อยู่อาศัยต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความอบอุ่น น่าอยู่ หรือความรู้สึกปลอดโปร่งที่เหมาะกับการทำงาน โดยวันนี้ Kaidee จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับโคมไฟเพื่อการตกแต่งให้มากขึ้น และไปดูกันว่าแต่ละห้องที่เราใช้งานนั้นควรเลือกโคมไฟแบบไหนดี
โคมไฟตั้งโต๊ะบริเวณหัวเตียง ให้ทั้งแสงสว่าง สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และเป็นของประดับห้องที่สวยงาม
ประเภทของโคมไฟ
โคมไฟตกแต่งที่ขายอยู่ตามท้องตลาดนั้นมีหลากหลายดีไซน์ โดยเราสามารถแบ่งประเภทได้ตามการติดตั้ง 4 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
โคมไฟแบบติดเพดาน
เป็นโคมไฟที่ใช้งานง่ายและเป็นที่นิยมโดยทั่วไป ส่วนใหญ่มาในรูปแบบดาวน์ไลน์หรือโคมไฟกลมที่เรียกว่า “โคมซาลาเปา” เน้นให้แสงสว่างทั่วถึงเพื่อเวลาใช้งานพื้นที่จะได้สะดวกสบาย อยากหยิบจับอะไรก็คล่องมือ เห็นชัดเจน มากกว่าประดับประดาเพื่อสร้าง Mood ของห้อง
โคมไฟแบบติดห้อย หรือโคมไฟระย้า
โคมไฟลักษณะนี้ปลายด้านหนึ่งยึดติดกับเพดาน ส่วนตัวโคมไฟจะห้อยลงมาด้านล่าง นิยมใช้กับพื้นที่ที่มีเพดานสูงแบบ Double Volume หรือเหนือโต๊ะรับประทานอาหาร สำหรับดีไซน์โคมไฟแขวนประเภทนี้มีให้เลือกตั้งแต่สไตล์คลาสิกโชว์ความหรูหราเป็นประกายของเม็ดคริสตัล ไปจนถึงสไตล์โมเดิร์นที่มีฟอร์มง่ายๆ แต่สะดุดตา
โคมไฟแบบติดผนัง
บางครั้งอาจเรียกว่า “โคมไฟกิ่ง” สามารถติดตั้งเพื่อให้แสงสว่างในบริเวณนั้นๆ แบบตรงๆ เช่น โซนโต๊ะแต่งตัว ระเบียงบ้าน หรือกำแพงภายในรอบบ้าน เป็นต้น หรือจะใช้ตกแต่งเพื่อสร้างอารมณ์ที่แตกต่างก็ได้ ซึ่งหากเป็นการติดตั้งเพื่อวัตถุประสงค์นี้ การส่องสว่างของโคมไฟมักเป็นแบบ Indirect กล่าวคือ ส่องแสงเข้าผนังหรือเพดานแล้วกระจายแสงไปรอบๆ ห้อง ทำให้ได้แสงที่นุ่มนวลกว่าไฟที่ส่องโดยตรง
โคมไฟตั้งโต๊ะ หรือโคมไฟตั้งพื้น
เป็นโคมไฟที่เราคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะบนโต๊ะทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือบริเวณหัวเตียง โคมไฟประเภทนี้มักให้แสงที่นุ่มนวล กระจายแสงในมุมแคบเพื่อให้พอดีกับการที่ใช้งานเท่านั้น และยังนิยมใช้โคมไฟแบบตั้งพื้นเพื่อเสริมบรรยากาศในมุมที่มืดของบ้านสว่างขึ้นได้ด้วย อย่างเช่น พื้นที่ว่างข้างโซฟา เป็นต้น
โคมไฟกับโทนสีของแสง
นอกจากประเภทของโคมไฟที่มีผลต่องานตกแต่งแล้ว สิ่งสำคัญที่เราควรรู้ไปพร้อมกับการเลือกโคมไฟคือหลอดไฟที่เป็นตัวเปลี่ยนอารมณ์และบรรยากาศของห้องแบบคนละทิศละทางได้เลย เราเรียกกันว่า “โทนสีของแสง” ซึ่งมีให้เลือกอยู่ 3 โทนสีหลัก คือ
หลอดไฟ Warm White
เป็นแสงโทนส้มที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เป็นกันเอง และยังให้ความรู้สึกโรแมนติกอีกด้วย ดั่งจะเห็นได้จากบรรดาโรงแรมหรือสถานที่สวยงามมักใช้หลอดไฟชนิดนี้ประดับตกแต่งพื้นที่เป็นหลัก
หลอดไฟ Daylight
ถือเป็นมาตรฐานโทนสีของแสงที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะมีความใกล้เคียงกับสีจากแสงของดวงอาทิตย์ เมื่อสะท้อนกับวัตถุใดๆ ก็จะไม่เพี้ยนหรือหลอกตา อีกทั้งยังสามารถ Mix & Match ไปกับ Cool White และ Warm White เพื่อสร้างบรรยากาศเฉพาะในแต่ละโซนของบ้านได้ด้วย
หลอดไฟ Cool White
เป็นโทนสีของแสงที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Warm White และ Daylight โดยให้แสงออกไปทางสีขาวอมฟ้านิดๆ แต่โดยรวมแล้วจะดูสบายตา สามารถเห็นรายละเอียดของพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างชัดเจน
Mix & Match จับคู่โคมไฟให้เหมาะกับห้องต่างๆ
เมื่อทราบประเภทของโคมไฟและโทนสีของหลอดไฟในโคมแล้ว คราวนี้ก็มาถึงภาคปฏิบัติ Mix & Match โคมไฟให้เข้ากับโซนต่างๆ ของบ้าน โดยแต่ละห้องจะมีจุดไหนที่แต่งเสริมเติมสวยด้วยโคมไฟได้บ้าง ไปดูพร้อมกันเลย
ห้องนอน
เป้าหมายหลักของการติดตั้งโคมไฟในห้องนอนก็เพื่อเสริมบรรยากาศให้เกิดความผ่อนคลายสูงสุด เพื่อเตรียมเข้าสู่โหมดนอนหลับพักผ่อน โทนสีของไฟที่ควรเลือกใช้จึงต้องเป็น Warm White ที่ให้แสงนวลตาและอบอุ่น โดยจุดที่นิยมติดตั้งโคมไฟจะอยู่บริเวณหัวเตียง สามารถใช้ได้ตั้งแต่โคมไฟแบบแขวน โคมไฟติดผนัง และโคมไฟตั้งโต๊ะ
ห้องนั่งเล่น
เป็นโซนที่สมาชิกครอบครัวมาใช้พื้นที่ร่วมกัน ดังนั้นบรรยากาศจึงเป็นไปแบบสบายๆ เป็นกันเอง ซึ่งเราสามารถติดโคมไฟระย้าเพื่อเพิ่มความโอ่โถงของพื้นที่ หรือใช้เพียงโคมไฟติดเพดานเพื่อเพิ่มความสว่างก็ได้ รวมถึงใช้โคมไฟแบบตั้งพื้นวางไว้ข้างโซฟาเพื่อเพิ่ม Mood & Tone ให้ห้องมีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น สำหรับโทนสีของหลอดไฟสามารถใช้ได้ทั้ง Warm White และ Cool White
ห้องรับประทานอาหาร / แพนทรี
เป็นอีกจุดที่เราสามารถใช้โคมไฟเพื่อเพิ่มบรรยากาศระหว่างนั่งรับประทานอาหาร หรือสังสรรค์กันเล็กๆ บนแพนทรีครัว ส่วนใหญ่นิยมติดโคมไฟแบบห้อยลงมาจากเพดาน โดยควรมีระยะห่างระหว่างโคมไฟกับท้อปโต๊ะอาหารหรือท้อปเคาน์เตอร์ประมาณ 60-80 เซนติเมตร ก็จะช่วยให้ใช้งานพื้นที่ได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด ส่วนหลอดไฟมักเป็นโทน Warm White เพราะจะเสริมให้อาหารบนโต๊ะดูน่าอร่อยยิ่งขึ้น
มุมทำงาน / มุมเรียนหนังสือ
ไม่ว่าจะบ้าน หรือคอนโด ในปัจจุบัน เริ่มให้ความสำคัญกับมุมทำงานหรือมุมเรียนหนังสือกันมากขึ้น การจัดวางโคมไฟในพื้นที่เหล่านี้ต้องเน้นประโยชน์ใช้สอยคือให้แสงสว่างระหว่างทำงานหรือเรียนได้อย่างเหมาะสม โคมไฟที่ตอบโจทย์จึงหนีไม่พ้นโคมไฟแบบตั้งโต๊ะ มาพร้อมหลอดไฟแบบ Daylight ที่ช่วยถนอมสายตาและยังเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าได้อีกด้วย
ห้องน้ำ
การติดโคมไฟในห้องน้ำต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นลำดับแรก ประเภทโคมที่เหมาะสมจึงอยู่ในกลุ่มโคมไฟติดผนัง หรือโคมไฟติดเพดาน โดยเราสามารถใช้โคมไฟเป็นตัวเพิ่มแสงสว่างเฉพาะจุดที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ เช่น ด้านข้างของกระจกเงา หรือบริเวณทางเข้าส่วนเปียก เพื่อช่วยให้การมองเห็นในจุดอับดียิ่งขึ้น โดยสามารถใช้หลอดไฟแบบ Daylight เมื่อต้องการความสว่างทั่วไป และใช้แบบ Warm White เมื่ออยากให้บรรยากาศของห้องน้ำมีความผ่อนคลายและโรแมนติก
ใช้แสงสว่างจากโคมไฟสร้างบรรยากาศน่าอยู่ให้กับพื้นที่ของคุณ
สรุปไอเดียใช้ไอเทมวิเศษ ‘โคมไฟ’ ในการแต่งบ้าน
การเลือกใช้โคมไฟเพื่อสร้าง Mood & Tone ให้กับบ้านนั้นไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความชอบและเป้าหมายของการติดตั้งโคมไฟของแต่ละคนมากกว่า
หากต้องการแสงสว่างเป็นหลักโคมไฟประเภทติดเพดาน ติดผนัง และโคมไฟแบบตั้งโต๊ะก็นับเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าต้องการใช้โคมไฟเพื่อเสริมให้ห้องดูดียิ่งขึ้น ก็ควรเลือกโคมไฟระย้า โคมไฟตั้งพื้น หรือโคมไฟติดผนังแบบส่องแส่ง Indirect แทน
หลังจากตัดสินใจเลือกประเภทโคมไฟที่เหมาะกับการใช้งานและพื้นที่แล้ว ขั้นถัดไปคือการเลือกโทนสีของหลอดไฟ ซึ่งสามารถเป็นไปได้ทั้ง Warm White, Daylight และ Cool White ตามแต่ความต้องการของเจ้าของบ้านได้เลย
Sep 2, 2021 | บทความยานยนต์
เวลาจะซื้อรถมือสองทีไร คำที่มากับการขายก็มักจะมีคำว่า “รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง” ตามมาเสมอ ๆ แม้ว่ารถยนต์ที่เราหมายปองนั้นจะวางขายอยู่ในเต็นท์รถก็ตาม เจ้าของก็มักจะมาโปรย 2 คำนี้เพื่อชวนเชื่อว่ารถเหล่านี้มีคุณภาพ ไม่ได้มาจากนายหน้าแต่อย่างใด ซึ่งถ้าเอาตามหลักความเป็นจริงแล้ว คำว่า รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง นั้น จริงแท้แล้วมีน้ำหนักมากขนาดที่พอจะเชื่อได้จริง ๆ ไหม วันนี้เดี๋ยวเราจะมารู้ไปพร้อม ๆ กันในบทความนี้กันเลยดีกว่า
รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง คืออะไรกันนะ?
ต้องแยกกันก่อน เพราะ 2 คำนี้ เป็นคนละคำกัน โดยคำที่คนจะงง ๆ กันน่าจะเป็นที่คำแรกเสียมากกว่า นั่นก็คือคำว่า “รถยนต์บ้าน”
รถยนต์บ้าน คือ คำ ๆ นี้ ไม่ได้หมายถึงรถยนต์ที่ถูกต่อเติมจนกลายมาเป็นบ้านและเอาไปเข้าแคมป์ แต่รถยนต์บ้านในที่นี้คือ รถยนต์ที่เจ้าของรถนั้นซื้อรถมือหนึ่งมาใช้งานด้วยตัวเอง ไม่ได้รับต่อมาจากใคร หรือถ้าให้ทำความเข้าใจง่าย ๆ เลยก็คือเจ้าของรถใช้งานเองนั่นเองเจ้าของขายเอง คำนี้เข้าใจได้ไม่ยากเพราะว่ามันตรงตัวเลยก็คือการที่เจ้าของรถนำรถยนต์ที่ใช้มาขายเอง ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่านเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งขายรถยนต์มือสองอย่าง Kaidee Auto หรือช่องทางอื่น ๆ
รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง มั่นใจได้จริงเหรอ?
แค่ 2 คำนี้จะทำให้เชื่ออย่างสุดใจ และเลือกซื้อรถเลยก็ดูจะแปลกเกินไป เพราะเราไม่มีทางที่จะรู้ได้เลยว่าเจ้าของเดิมที่ใช้รถยนต์คันนี้นั้นจะใช้รถมาได้เป็นอย่างดี บำรุงรักษารถอยู่ตลอดเวลาหรือไม่ แต่ก็นั่นแหละครับ หากต้องการจะซื้อรถจริง ๆ ก็ควรที่จะเช็ครอบคันอย่างละเอียดก่อนที่จะซื้อ ซึ่งแนะนำว่าให้ดูจากสิ่งเหล่านี้ก่อนที่จะซื้อรถบ้านมือสอง
สภาพของตัวรถโดยรวม
ข้อแรกนี้สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดเลย คือการมองดูและตรวจสอบรอบคันรถยนต์ ซึ่งจะต้องมีสภาพที่ดูดี ใหม่ สะอาด (ในเกณฑ์ที่สามารถรับได้) รวมไปถึงการดูเครื่องยนต์ และรอยต่อต่าง ๆ ว่ามีการเชื่อมมาหรือเปล่า เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่ารถยนต์บ้านที่บอกนั้น อาจจะเป็นรถบ้านย้อมแมวหรือมีการชนหนักมาก็เป็นได้
ราคาที่ตั้งขาย
ราคาที่เจ้าของรถตั้งนั้นจะต้องดูสมเหตุสมผล แน่นอนว่าคุณคงจะไม่อยากได้รถที่ราคาแพงขึ้นเพียงเพราะตอนที่ลงขาย เจ้าของเขียนไว้บนหน้าประกาศว่า “รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง” อย่างแน่นอน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือตัวคุณเองจะต้องไปศึกษาราคากลางจากหลากหลายแหล่ง ว่ารถยนต์รุ่นที่ต้องการนั้น ราคาในตลาดตั้งกันอยู่ที่เท่าไร เพื่อเป็นการตั้งเกณฑ์ไว้ในใจและใช้ในการต่อรองราคากับผู้ขาย
ระยะทางที่วิ่งมาทั้งหมด
เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ห้ามพลาดและห้ามมองข้ามไปโดยเด็ดขาด!! เพราะว่าเป็นจุดที่สามารถเช็คได้ในทันทีว่ารถยนต์คันนี้มีการใช้มาอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะมาขายหรือไม่ แม้ว่าตอนประกาศขายอาจจะมีรูปหรือเขียนกำกับไว้ชัดเจนแล้ว แต่ก็ควรดูให้แน่ใจอีกครั้งว่าตรงกับตอนที่ลงขายหรือไม่
การบำรุงรักษารถของเจ้าของเดิม
อันนี้เป็นเรื่องของการพูดคุยและสอบถามแล้ว ไม่มีใครอยากซื้อรถยนต์ที่ไม่ดีไปใช้งานต่อแน่นอน ดังนั้นควรถามให้แน่ใจ โดยคำถามหลักที่ควรจะต้องถามเลยก็มีดังนี้
เข้าศูนย์เพื่อซ่อมบำรุงแล้วหรือยัง เข้าศูนย์ครั้งล่าสุดเมื่อไร เคยเปลี่ยนอะไหล่อะไรไปบ้าง รถเคยชนหนักหรือไม่ ใส่ชุดแต่งอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ รถยนต์มีอาการผิดปกติอะไรบ้างหรือเปล่า
ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณไม่ได้เชี่ยวชาญมากพอ ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อหนึ่งคนที่หลงไปซื้อรถยนต์ที่ไม่ใช่รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเองจริง ๆ ทาง Kaidee Auto มีบริการที่จะช่วยให้คุณได้มั่นใจมากยิ่งขึ้นกับ Kaidee Certified บริการตรวจรถกว่า 200 รายการ ที่จะคอยมาตรวจรถยนต์มือสองก่อนการตัดสินใจซื้อให้แก่คุณ สมัครเลยเพียงคลิก!!
มาดูข้อดี-ข้อเสียของรถยนต์บ้าน เจ้าของขายเองกันบ้าง
แน่นอนว่าทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ดีไปเสียทั้งหมดและก็ไม่ได้ไม่ดีไปเสียทั้งหมด ทุกอย่างย่อมมีทั้งขาวและดำเหมือนเหรียญที่มีสองด้าน เช่นเดียวกันกับเรื่องของรถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง เดี๋ยวมาดูบ้างว่าจะมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง และมันยังน่าสนใจที่จะซื้ออยู่ไหม
ข้อดี
มาเริ่มกันที่ข้อดีก่อนเลยดีกว่า เพราะรถบ้านก็มีข้อดีไม่ใช่น้อย และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการเลือกซื้อรถยนต์มือสองสักคัน ซึ่งแต่ละข้อนั้นอาจจะหาไม่ได้จากการไปซื้อรถยนต์มือสองที่เต็นท์รถ
ได้รถยนต์สภาพเดิม ๆ
แน่นอนว่าถ้าหากเป็นเจ้าของมาลงขายเอง ส่วนใหญ่ก็มักจะได้รถยนต์ที่เป็นสภาพจากการใช้งานจริงของเจ้าของ ได้รถยนต์สภาพเดิม ๆ ที่ไม่ได้มีการแต่งเติมอะไรเท่าไรนัก แต่ก็อย่างที่ได้บอกไปควรจะถามให้ดีก่อนการเลือกซื้อ
ราคาพูดคุยกันได้
น่าจะเป็นข้อที่ดีที่สุดของการซื้อรถยนต์บ้าน เจ้าของขายเองเลยก็ว่าได้ เพราะว่าการที่เจ้าของมาลงขาย อาจจะมีความจำเป็นบางอย่างจึงได้ขายรถ ทำให้อาจจะรีบขายเพื่อเอาเงินไปทำอย่างอื่นต่อ ทำให้การพูดคุยเรื่องของราคาจะทำได้ง่ายกว่าการไปเลือกซื้อรถยนต์จากเต็นท์ และไม่ถูกเอาเปรียบในเรื่องของราคาได้อีกด้วย
พูดคุยกับเจ้าของโดยตรง
เรื่องของข้อมูลก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้ออะไรสักอย่าง และแน่นอนว่าเรื่องของรถยนต์ที่เป็นเจ้าของขายเอง จะมีใครรู้ได้ละเอียดเกินไปกว่าตัวของเจ้าของ ดังนั้นการพูดคุยสอบถามรายละเอียดของรถยนต์จึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างมาก ศึกษาให้เป็นอย่างดีเพื่อให้ได้รถยนต์ที่ถูกใจและได้รถย่างที่ต้องการ
ข้อเสีย
มาต่อกันที่ข้อเสียกันเลยดีกว่า เพราะใช่ว่าการซื้อรถยนต์บ้าน เจ้าของขายเองจะมีแต่เรื่องดี ๆ มันก็มีข้อเสียที่ค่อนข้างจะน่าปวดหัวในระดับหนึ่งเหมือนกัน
ใช้เวลาเยอะ
ใช้เวลาเยอะในที่นี้ คือ ระยะเวลาในการที่ไหนกว่าจะนัดเจอเพื่อดูรถยนต์ ที่จะต้องเน้นความสะดวกของทั้งสองฝ่าย ไม่เหมือนกับการไปเดินดูรถยนต์ที่เต็นท์ที่สามารถไปดูเมื่อไรก็ได้แล้ว ยังมีเรื่องของการทำเอกสารอีก เนื่องจากจะต้องมีการติดต่อสินเชื่อและทำการโอนกรรมสิทธิ์ด้วยตัวเองอีกด้วย ด้วยความไม่ชำนาญก็อาจจะทำให้การดำเนินนการนั้นล่าช้าไปได้
ไม่มีการรับประกัน
การซื้อรถยนต์จากเจ้าของ เป็นการซื้อของระหว่างบุคคล จึงทำให้ไม่มีการรับประกันหลังการซื้อ-ขาย ซึ่งผู้ที่ซื้อก็ต้องยอมรับความเสี่ยงในจุดนี้เอง หากซื้อรถไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ต้องหาไฟแนนซ์เอง
เป็นส่วนที่ยุ่งยากกว่าการทำเรื่องของโอนกรรมสิทธิ์เสียอีก เพราะผู้ซื้อจะต้องจัดไฟแนนซ์ก่อนการซื้อ ในเรื่องของการทำสัญญาที่ยุ่งยาก ไหนจะเรื่องของการเปรียบเทียบเรื่องของดอกเบี้ยที่จะต้องศึกษาให้ดี อาจจะทำให้เสียเวลาไปหลายวันเลยทีเดียว
มีโอกาสโดนหลอก
การหลอกลวงนั้นมีได้ในทุก ๆ วงการจริง ๆ แม้แต่การซื้อ-ขายรถยนต์มือสองก็ไม่เว้น เพราะว่าบางครั้งก็อาจจะมีรถที่ย้อมมาขายและแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของใช้เองก็มี หากไม่ชำนาญในตรงนี้จริงก็มีโอกาสที่จะเป็นเหยื่อได้ง่าย ๆ
สรุปบทความรถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง
การซื้อรถยนต์มือสองไม่ว่าจะจากเต็นท์หรือแม้แต่รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง ก็ใช่ว่าจะน่าไว้ใจเสมอไป ควรที่จะศึกษา ตรวจสอบรถยนต์ให้ดีก่อนที่จะสินใจซื้อ เพราะว่ารถยนต์มือสอง อย่างไรก็ตามก็ยังคงเป็นรถมือสองอยู่ดี ไม่มีทางที่จะเหมือนการซื้อรถยนต์มือหนึ่งที่ออกจากโรงงาน ทั้งนี้การซื้อรถยนต์กับเจ้าของเองก็มีความเสี่ยงในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา การย้อมแมวมาขาย หรือแม้แต่กระทั่งประกันหลังการขายที่ไม่มีมาให้ ทีนี้ต้องเป็นตัวคุณเองแล้วที่จะต้องมาชั่งน้ำหนักดูว่าจะเลือกซื้อแบบไหน
แต่ถ้าหากคุณตัดสินใจไม่ได้ว่าจะซื้อที่ไหนดี ต้องที่นี่เลย Kaidee Auto เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่รวบรวมมาให้แล้วกับรถยนต์มากมาย ที่มาจากทั่วทั้งประเทศไทย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเลือกซื้อรถได้ง่าย ๆ แถมติดต่อเพื่อดูรถยนต์กับเจ้าของโดยตรงได้อีกด้วย
Sep 1, 2021 | บทความอสังหาฯ
ช่วงเวลาเครียด ๆ จากเศรษฐกิจแย่ ๆ ในประเทศไทย อีกทั้งยังไม่สามารถออกไปท่องโลกกว้างที่อื่นได้ ก็คงจะทำให้ใครหลายคนคิดถึงวิวสวย ๆ ท้องฟ้าใส ๆ ที่หาดูได้เมื่ออยู่บนเครื่องบิน แต่พอเป็นแบบนี้จะดูบรรยากาศเหล่านี้ได้จากที่ไหนกัน วันนี้เราจะมาแจกพิกัดชม วิวท้องฟ้า ทั่วประเทศ ให้ทุกคนได้ปักหมุดไปพร้อม ๆ กัน !
ชม วิวท้องฟ้า ณ ที่เที่ยวสุดฮิต
ภาคกลาง
ภูทับเบิก เพชรบูรณ์
เริ่มต้นกับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังใกล้กรุงเทพอย่าง ภูทับเบิก ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกที่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือน มิถุนายน จนถึง ตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูฝน และด้วยความสูงที่มาถึง 1,768 จากระดับน้ำทะเลนี้เอง ที่ทำให้บริเวณของภูทับเบิกมีอากาศที่เย็นสบาย โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ และกะหล่ำปลี ซึ่งเป็นพืชผักของชาวม้งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ในตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนคุณก็จะพบกับ วิวท้องฟ้า ที่เต็มไปด้วยดวงดาวบนล้าน หรือ ‘ดาวบนดิน’ นั่นเอง
ภาคเหนือ
ไร่ชาฉุยฟง เชียงราย
ชมวิวไร่ชาสีเขียวและถ่ายรูปแบบพาโรนามาบนพื้นที่กว่า 500 ไร่ บนภูเขาสูงกว่า 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล กับ ไร่ชาฉุยฟง ในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ที่นอกจากจะมีวิวทิวทัศน์อันสวยงามให้ดูแล้ว ยังมีอาหารอร่อย ๆ มากมายให้ลิ้มลองกัน ทั้งเครื่องดื่มและขนมหวานมากมายที่ผลิตจากชาเขียว ซึ่งเป็นผลผลิตจากไร่
บ้านป่าบงเปียง เชียงใหม่
บ้านป่าบงเปียง ทุ่งนาขั้นบันไดที่ได้รับการขนานนามว่าสวยที่สุดในประเทศไทย เพราะคุณจะได้เห็นวิวของนาขั้นบันไดที่ไกลสุดลูกหูลูกตาบนภูเขา จากบ้านพักสไตล์โฮมสเตย์ของชาวไร่ โดยช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเดือน กรกฎาคม ถึง ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวของฤดูฝนและฤดูหนาวที่จะเห็นหมอกสวย ๆ ได้ หรือถ้าเป็นช่วงเดือนอื่น ๆ นาข้าวก็เปลี่ยนสีสันเป็นสีเหลืองทองอร่ามดูสวยงามเช่นกัน
ภาคใต้
เกาะห้อง อ่าวพังงา กระบี่
ภาพเกาะขนาดใหญ่มีทรายตรงกลาง ตัดกับวิวท้องฟ้าสีฟ้าอ่อน ก็คงเป็นที่คุ้นตาของใครหลายคนเมื่อมาเที่ยวกระบี่ เพราะ เกาะห้อง ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทางภาคใต้ที่มีผู้คนนิยมพายเรือแคนูมาเยี่ยมชม ถ่ายรูปสวย ๆ หรือเดินบนสันทรายรอบเกาะเมื่อน้ำลด และฤดูกาลที่เหมาะสมสำหรับการมาเยือนสถานที่แห่งนี้คือ กลางเดือนพฤศจิกายน ถึง ต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีมรสุม
แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต
ชมพระอาทิตย์ตกดินที่จุดชิมวิวสุดฮอตของจังหวัดภูเก็ตอย่าง แหลมพรหมเทพ หรือ แหลมเจ้า ที่ใคร ๆ ก็ต้องมา เพราะคุณจะเห็นวิวของแหลมโค้งที่ค่อย ๆ ลดระดับลงสู่ทะเลอันกว้างใหญ่ พร้อมต้นตาลมากมายที่ขึ้นแทรกตามต้นหญ้าสีเขียว สวยงามน่าถ่ายรูป แล้วยิ่งวันไหนที่อากาศดี แสงสวย ท้องฟ้าเปิดล่ะก็ ยิ่งสวยเข้าไปใหญ่เชียวล่ะ !
ภาคตะวันออก
ทุ่งโปรงทอง ระยอง
ดื่มด่ำธรรมชาติจากต้นไม้สีเขียวสุดลูกหูลูกตาที่ ทุ่งโปรงทอง ป่าชายเลนริมทะเลประแสม ด้วยการเดินบนทางเดินที่ยาวกว่า 2.6 กิโลเมตร ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้เรื่องระบบนิเวศน์ของป่าชายเลน ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มากมาย ซึ่งไฮไลต์ของที่นี่ก็คงจะหนีไม่พ้นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็น วิวท้องฟ้า และทุ่งสีเขียวไปพร้อม ๆ กัน
เขาพระตำหนัก พัทยา ชลบุรี
นอกจากพัทยาจะมีทะเลแล้ว เขาพระตำหนัก ยังเป็นหนึ่งในสถานที่สุดฮิตของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายที่ต้องการชมวิวเมืองพัทยาจากมุมสูง โดยมีที่ตั้งอยู่ที่บนภูเขาที่คั่นกลางระหว่างหาดพัทยาใต้ และหาดจอมเทียน มีวิวของเมืองพัทยาที่เรียกได้ว่าสวยงามจากโค้งอ่าวและท้องฟ้าสีสดงดงาม อีกทั้งที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทและอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์อีกด้วย
อ่านรีวิวการท่องเที่ยวพัทยาเต็ม ๆ ได้ที่ บันทึกการเดินทาง│ชีวิตเหนื่อยนัก ก็ไปพักที่ ‘พัทยา’
ภาคตะวันตก
ทองผาภูมิ กาญจนบุรี
สัมผัสความสดชื่นของธรรมชาติบนภูเขาใหญ่ ทองผาภูมิ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติ หมู่บ้าน เขื่อน น้ำตก หรือจุดชมวิวชื่อดังทั้ง 3 แห่ง ที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวสายลุย ได้แก่ จุดชมวิวเนินกุกดอย จุดชมวิวช้างพลาย และจุดชมวิวเนินช้าง ที่มีระเบียงยื่นให้ผู้คนสูดอากาศบริสุทธิ์บนเขาแห่งนี้
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หินสามวาฬ บึงกาฬ
หินสามวาฬ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่อยู่ในจังหวัดเล็ก ๆ อย่าง บึงกาฬ ในบริเวณของพื้นที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าสงวนแห่งชาติ ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยหินรูปทรงแปลกตาขนาดแตกต่างกัน และถ้ำมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า และหินสามวาฬที่ว่านี้ก็เป็นหินขนาดใหญ่ที่ติดกับหน้าผาสูง ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวผืนป่าสีเขียวและหมอกบาง ๆ ได้จากด้านบนยอด
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
ถ้าหากจะพูดถึงความคลาสสิกของการเดินป่า หลาย ๆ คนก็จะต้องนึกถึงการผจญภัยบน ภูกระดึง สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในตำนานที่นักท่องเที่ยวมากมายทั้งไทยและเทศเดินทางมา เพื่อพิชิตยอดเขาด้วยการเดินเท้าบนเส้นทางรวมแล้วกว่า 25 กิโลเมตร และรวมถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างการชมพระอาทิตย์ขึ้น การชมทะเลหมอก หรือการดื่มด่ำธรรมชาติกับคนคนรอบข้าง
มี วิวท้องฟ้า ใกล้ตัวกับคอนโดมิเนียมกลางกรุง
แต่ก็อย่างว่าแหละนะ พอมีโรคระบาด COVID-19 แบบนี้ สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งก็ปิดบริการ อีกทั้งเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การออกไปท่องเที่ยว ก็ถือเป็นกิจกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเช่นกัน ดังนั้น วันนี้เราก็อยากเสนอวิธีแก้ไขปัญหาด้วยการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ดูสิ
Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48
VIDEO
Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48 เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สุดหรูใจกลางย่านสุขุมวิทที่มีความสูงถึง 196 เมตร ทำให้คุณสามารถชมวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างสวยงาม ด้านในให้ความรู้สึกโปร่งสบายด้วยเพดานที่สูงกว่า 4.4 เมตร พร้อมบรรยากาศเมืองแบบ 360 องศา และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของและการเดินทางของคุณ ด้วยทำเลใกล้รถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช 350 เมตร
Siamese Exclusive Sukhumvit 31
VIDEO
Siamese Exclusive Sukhumvit 31 คอนโดมิเนียมระดับ High Rise ย่านสุขุมวิทที่จะทำให้การเดินทางของคุณง่ายยิ่งขึ้น ตัวอาคารมีการผสมผสานความหรูหราและธรรมชาติเข้าด้วยกันภายใต้แนวคิด ‘Living in the Garden’ ด้วยพื้นที่สีเขียวบนระเบียงของห้องพักที่จะให้ความร่มรื่นน่าอยู่ มี Exclusive Lift ที่มอบความเป็นส่วนตัวให้กับคุณ พร้อม Intelligent Parking ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่
ทั้งหมดนี้คือ สถานที่ท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์น่าอยู่ที่เรานำมาฝากกัน และสุดท้ายนี้เราก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังประสบปัญหาต่าง ๆ ให้ผ่านพ้นไปด้วยกันนะ 🙂
Aug 31, 2021 | บทความยานยนต์
Toyota Vios 2021 รถยนต์ B-Segment ยอดนิยมโฉมใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศเพื่อนบ้าน และ คาดว่าจะจำหน่ายในประเทศไทยในปีหน้านี้
หลายคนอาจจะคิดว่าราคาของตัวรถประเภท B-Segment ที่ถูกกว่ารถ Segment อื่นๆ เช่น C-Segment, D-Segment หรือ SUV ทำให้รถประเภท B-Segment มีคุณภาพด้อย หรือ การใช้งานที่ไม่เพียงพอ แต่ตามหลักแล้วรถแต่ละ Segment มีคุณภาพคับแก้วตามราคาที่ทางผู้ผลิตคำนวนมาแล้ว แต่ที่แตกต่างคือจุดประสงค์ในการใช้งานของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน
สำหรับใครที่กำลังหารถยนต์ขนาดเล็กไว้ใช้สักคันก็คงหนีไม่พ้นรถในกลุ่ม Subcompact Cars ที่รวมเอารถประเภท Eco Car และ B-Segment เข้าไว้ด้วยกัน โดยรถประเภทนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในเมืองให้เดินทางคล่องแคล่วพร้อมทั้งยังประหยัดน้ำมันมากกว่ารถ Segment อื่นๆ และ ที่สำคัญคือมีราคาที่จับต้องได้เหมาะสำหรับนักศึกษาจบใหม่, first jobber หรือ คนที่กำลังหารถคันแรกไว้เดินทาง
เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะพาทุกคนไปชมรถขนาด B-Segment ที่กำลังน่าจับตามองในตลาดรถยนต์ขณะนี้ อย่าง Toyota Vios 2021 ว่ามีรุ่นอะไรบ้างพร้อมกับรายละเอียดของวีออสโฉมใหม่คันนี้
Toyota Vios 2021
ด้วยการแข็งขันที่สูงขึ้นในวงการผู้ผลิตรถยนต์ย่อมเป็นกำไรสำหรับผู้บริโภคเพราะแต่ละแบรนด์ต้องแข่งขันกันให้สูงขึ้น เพื่อให้สินค้าของตนเองครองใจผู้บริโภคทั้งหลาย หรือ ครองตลาดนั่นเอง ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าทาง Toyota ปีนี้เขามาแบบแรงแซงเบียดกับแบรนด์อื่นๆ มาติดๆ เพราะเจ้า Toyota Vios 2021 โฉมใหม่นี้ทำให้รถยนต์ประเภท B-Segment มีความน่าใช้น่าขับขี่มากขึ้นด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ครบครัน ทำให้ราคาคุ้มค่า
ก่อนหน้านี้เชื่อว่าสาย Toyota ต้องตัดสินใจลำบากระหว่าง Toyota Yaris ATIV และ Toyota Vios โฉมที่วางจำหน่ายอยู่ในบ้านเราตอนนี้ที่หลายคนส่วนมากจะชอบดีไซน์ใหม่ของทาง Toyota Yaris ATIV ที่มีความโฉบเฉี่ยวสปอร์ตและดูทันสมัยกว่า แต่ทาง Toyota ก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะปล่อยให้ Toyota Vios เป็นลูกเมียน้อย ทำให้มีการเปิดตัว Toyota Vios 2021 อย่างเป็นทางการไปในประเทศมาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และ ประเทศอื่นๆ ในโซนเอเชียแปซิฟิก โตโยต้า วีออส โฉมใหม่มากับรหัสโปรเจ็ค GD7 โดยได้มีการปรับเปลี่ยนการออกแบบทั้งภายนอกและภายในตัวรถใหม่ทั้งหมด
และ ที่สำคัญคาดว่าในอนาคต Toyota Vios โฉมใหม่นี้จะถูกนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างแน่นอนในช่วงกลางปี 2022 ภายใต้ชื่อ “All New Toyota Vios”
ภายนอก
Toyota Vios 2021 ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปในประเทศมาเลเซีย รูปลักษณ์ภายนอกได้ใช้โมเดลเดียวกันกับ Toyota Yaris ATIV ที่วางจำหน่ายในบ้านเราตอนนี้ ทำให้เหล่าสาวก Toyota ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้องอีกต่อไปเนื่องจากหน้าตาอย่างกับแฝดเหลือเพียงแค่ผู้ซื้อจะเลือกระหว่างความชอบรถ 5 ประตู หรือ รถเก๋งซีดาน 4 ประตูเท่านั้นเอง
หลายคนอาจจะไม่เซอร์ไพส์กับรูปลักษณ์ภายนอกของ Toyota Vios 2021 โฉมใหม่คันนี้เนื่องจากที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าเป็นโฉมเดียวกับ Toyota Yaris ATIV ที่วางจำหน่ายอยู่ในบ้านเราขณะนี้ ไม่แปลกที่จะคุ้นตากันบ้าง
แต่ถ้าเทียบกับโฉมเก่าแล้วคงจะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า Toyota Vios โฉมใหม่นี้มีความดุดัน สปอร์ตโฉบเฉี่ยว น่าขับขี่กว่าโฉมเก่าอย่างแน่นอน ด้วยเส้นสายของรถที่เปลี่ยนไปมีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้นและกระจังหน้าที่โค้งมนรับเข้ากับไฟหน้า LED ที่มีความดุดันทำให้ Toyota Vios โฉมนี้ต้องสะดุดตาใครหลายคนอย่างแน่นอน
ภายใน
จากภาพเปิดตัว Toyota Vios 2021 ในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของเราในส่วนของภายในห้องโดยสารนั้นได้ดูแปลกตาไปไม่เหมือนกับรถแบรนด์ Toyota รุ่นก่อนๆ ที่การตกแต่งภายในยังเป็นรองรถยี่ห้ออื่นๆ อยู่ แต่สำหรับโฉมใหม่นี้ภายในห้องโดยสารมีการคุมโทนสีดำแนว Piano Black ทำให้เพิ่มความหรูหราและความสปอร์ตแก่วีออสโฉมนี้มากขึ้น
พร้อมกับเทคโนโลยีทันสมัยใหม่ๆ ที่ให้มากับรถเช่น หน้าจออินโฟเทนเมนท์ระบบสัมผัส, เรือนไมล์สุดล้ำ , พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง และ อื่นๆ
เครื่องยนต์
สำหรับสเปคเครื่องยนต์ของ Toyota Vios โฉมใหม่ที่เปิดตัวประเทศในโซนเอเชียแปซิฟิก เช่น มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ หลักๆ จะมีเครื่องยนต์อยู่ 2 ขนาด ได้แก่
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง Dual VVT-I ขนาด 1.5 ลิตร ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 107 แรงม้า และ แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 140 นิวตันเมตร ที่ทำงานควบคู่กับเกียร์อัจฉริยะอย่างเกียร์อัตโนมัติ CVT
และ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง Dual VVT-I ขนาด 1.3 ลิตร ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 99 แรงม้า และ แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 123 นิวตันเมตร ที่ทำงานควบคู่กับเกียร์อัจฉริยะอย่างเกียร์อัตโนมัติ CVT เช่นกัน
ส่วน Toyota Vios 2021 โฉมใหม่นี้ ที่คาดว่าจะเข้าสู่ตลาดรถยนต์บ้านเราในช่วงกลางปี 2022 นี้ สาวก Toyota ต้องรอลุ้นกันว่าวีออสโฉมใหม่นี้ในประเทศไทยจะมีสเปคเครื่องยนต์แบบไหนบ้าง
สรุป
สำหรับ Toyota Vios 2021 โฉมใหม่คันนี้จะเน้นทำการตลาดทั้งในฝั่งเอเชียแปซิฟิก รวมไปถึงประเทศในฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ชาวไทยทุกคนวางใจได้ว่าได้สัมผัสเจ้าวีออสโฉมใหม่คันนี้แน่นอนในช่วงกลางปี 2022 หรือ ปีหน้าที่จะถึงนี้นั่นเอง
ซึ่งโดยรวมจากที่พาทุกคนไปชม Vios โฉมใหม่คันนี้ตามสเปคของเพื่อนบ้าน บอกได้เลยว่ารถประเภท B-Segment ปีนี้เขาแข่งขันกันไม่แพ้รถ Segment อื่นๆ เลยทีเดียว ด้วยการพัฒนาปรับโฉมทั้งภายนอกและภายในของทำให้คนในวงการตลาดรถยนต์ต้องจับตาดูว่า Toyota Vios โฉมใหม่นี้จะกลับมาตีตลาดแข่งกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Honda City และ Nissan Almera ได้รึป่าว
Toyota Vios 2021 โฉมใหม่คันนี้ถ้าวางจำหน่ายในบ้านเราก็ถูกเรียกว่า “All New Toyota Vios” ปี 2022 ที่มาในรูปลักษณ์ใหม่ไฉไลกว่าเดิมพร้อมจอดเทียบวางจำหน่ายข้างรถในค่ายเดียวกันอย่าง Toyota Yaris ATIV
ส่วนสเปค, รุ่น และ ราคา ที่แน่นอนสำหรับวางจำหน่ายในบ้านเราคงต้องรอลุ้นตอนงานเปิดตัวกันอีกที เพราะฉะนั้นสำหรับใครที่กำลังหารถยนต์ B-Segment ราคาจับต้องได้ และ ประหยัดน้ำมัน ตามคอนเซปต์ซิตี้คาร์ ทำให้ Toyota Vios 2021 ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าตั้งตารอเพื่อจะสัมผัสตัวเป็นเร็วๆ นี้แบบพลาดไม่ได้เลยทีเดียว
แต่สำหรับใครที่ไม่ติดว่าจะต้องขับรถโฉมใหม่หรือมองเห็นโอกาสในการช้อนซื้อโฉมเก่าที่ราคาจะตกเมื่อโฉมใหม่เข้าสู่ตลาด เราขอแนะนำ Kaidee Auto ที่เป็นแหล่งซื้อขายรถมือสองทุกรุ่น ทุกแบรนด์ และ ทุกประเภทรถ แบบครบจบในที่เดียว
Aug 30, 2021 | สัตว์เลี้ยง
ล็อกดาวน์ไม่จบไม่สิ้น อยู่บ้านกันมานานขนาดนี้ คงจะรู้สึกเครียด และเหงากันบ้างแล้วใช่ไหม อีกหนึ่งวิธีคลายเครียด และเหงาที่ได้ผลดีที่สุด แน่นอนว่าคือการ Socialize หรือ การเข้าสังคม พบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูง แต่ด้วยสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ การออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ อย่างที่เคย คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก หรือเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่อย่าเพิ่งหมดหวังไป เพราะวันนี้ Kaidee จะมาแนะนำตัวแทนมนุษย์ ที่จะมาเรียกเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มของทุกคนกลับมา แถมในบางครั้งเขายังสามารถยังคอยปลอบประโลมเราในยามเหนื่อยล้าได้ดียิ่งกว่าเพื่อนมนุษย์เสียอีก
และตัวแทนมนุษย์ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ ก็คือ “สัตว์เลี้ยง” นั่นเอง
ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงยอดนิยม คงหนีไม่พ้น สุนัข , แมว และ ปลา ใช่ไหมคะ แต่ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับน้อง “กระต่าย” สัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมที่สุดใน พ.ศ. นี้กัน
npr.org
เพราะนอกจากที่น้องกระต่ายจะน่ารัก เชื่อง และขี้เล่นแล้ว น้องๆ ยังสะอาด และเลี้ยงง่ายมากๆ เรียกได้ว่าเหมาะสมสำหรับชีวิตที่แสนวุ่นวายของเราตอนนี้เป็นที่สุด
แต่ก่อนที่เราจะไปดูวิธีเลี้ยงน้องกระต่ายอย่างถูกต้องกัน เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่ากระต่ายสายพันธุ์ไหนที่น่าเลี้ยงกันบ้าง
สายพันธุ์กระต่ายน่าเลี้ยง ยอดนิยม
คนเลี้ยงกระต่ายทุกคน คงจะพูดเป็นเสียงวเดียวกันว่า “กระต่ายเอง ก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่อง, ขี้เล่น และฉลาด ไม่ต่างจากสุนัข หรือ แมว เลย” อย่างไรก็ตาม กระต่ายนั้น มีหลากหลายสายพันธุ์ และแต่ละสายพันธุ์ต่างต้องการ การดูแลที่แตกต่างกันออกไป เช่น กระต่ายบางสายพันธุ์ ชอบให้เราสัมผัส ในขณะที่บางสายพันธุ์ กระโดดหนีทุกครั้งที่เราพยายามจะเข้าหา
ดังนั้น ก่อนที่จะซื้อกระต่ายมาเลี้ยงกัน นอกจากความน่ารักแล้ว เราควรพิจารณาถึงนิสัยของแต่ละสายพันธุ์ ให้มั่นใจว่า กระต่ายที่เราซื้อมาเลี้ยงเป็น “Good Match” สำหรับเราจริงๆ
1. กระต่ายพันธุ์ Mini Rex (มินิเร็กซ์)
สายพันธุ์กระต่ายที่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับใครหลายคน ต้องยกให้น้องกระต่ายพันธุ์ Mini Rex เลย
เพราะน้องกระต่ายพันธุ์นี้ มีทุกอย่างที่คุณต้องการแน่นอน ทั้งน่ารัก ขนปุกปุย และขนาดกำลังพอดี (เติบโตได้ไม่เกิน 2 กิโลกรัม)
ที่สำคัญน้องยังเป็นกระต่ายสายพันธุ์อารมณ์ดี และง่ายต่อการเลี้ยงดูมากๆ เพราะเมื่อขนของเขาแก่ตัวลง ก็จะร่วงหลุดออกมาเอง โดยไม่จำเป็นต้องพาเขาเข้าร้านตัดขนบ่อยๆ ให้เสียเงินเล่นแน่นอน
2. กระต่ายพันธุ์ Florida White (ฟลอริดาไวท์)
กระต่ายพันธุ์ Florida White หรือที่เรียกกันว่า กระต่ายขาวฟลอริดา เป็นกระต่ายตัวสีขาวล้วน ตาสีชมพู คอสั้น และมีหัวเป็นทรงกลม
จุดเด่นของกระต่ายพันธุ์นี้ จะอยู่ที่หูที่ตั้งตรงตลอดเวลา เรียกได้ว่า เหมือนกระต่ายในการ์ตูนที่เราคุ้นเคยกันเลยทีเดียว
นิสัย: รักธรรมชาติ เชื่อง และไม่ตื่นตูมกับเสียงรอบข้าง จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กแน่นอน
3. กระต่ายพันธุ์ Holland Lop (ฮอลแลนด์ลอป)
มาถึงอีกหนึ่งสายพันธุ์สุดฮิต กระต่ายพันธุ์ Holland Lop นั่นเอง เอกลักษณ์เฉพาะตัวของกระต่ายพันธุ์นี้ คือ ทรงหูตกแนบแก้ม พันธุ์นี้มีขนาดกลาง น้ำหนักไม่เกิน 1.8 กิโลกรัม
และสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบสีสัน เราขอแนะนำกระต่ายพันธุ์นี้เลยเพราะเขามีหลายสี และลวดลายที่หลากหลาย เช่น สีส้ม Ginger, ลายด่าง ขาวดำ, สีน้ำตาล, สีขาว Frosty และ อีกมากมาย
นิสัย : เฟรนลี่ ชอบวิ่งเล่น แต่เขาจะไม่ค่อยยอมให้อุ้ม
4. กระต่ายพันธุ์ Netherland Dwarf (เนเธอร์แลนด์ดวอร์ฟ)
กระต่ายพันธุ์ Netherland Dwarf เป็นหนึ่งในสายพันธุ์กระต่ายที่มีขนาดเล็กที่สุด มีน้ำหนักไม่เกิน 1.3 กิโลกรัม เท่านั้น พันธุ์นี้มีหูที่สั้น และเล็กมากๆ แต่จุดเด่นที่สุดคือดวงตาใสๆ คู่นี้ ที่มีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับขนาดของตัวเขา
หากเพื่อนๆ สนใจน้องกระต่ายพันธุ์ Netherland Dwarf แล้วล่ะก็ ต้องทำใจเรื่อง ขนร่วง นะคะ เนื่องจากน้องมีขนสั้น ถึงปานกลาง และค่อนข้างหนา ทำให้ขนน้องร่วงเยอะพอสมควร โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม – มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงเดือนเปลี่ยนขนของพวกเขานั่นเอง
นิสัย: ขี้ตกใจ หงุดหงิดง่าย แต่ในขนาดเดียวกันก็ชอบวิ่งเล่น ดังนั้นจึงควรเลี้ยงกระต่ายสายพันธุ์นี้ในกรงขนาดใหญ่
5. กระต่ายพันธุ์ Dutch (ดัตช์)
จุดเด่นสำหรับกระต่ายสายพันธุ์ Dutch อยู่ที่สี ซึ่งขนของเขาจะเป็นสองสีสลับเป็นลายทาง ให้ลักษณะเหมือนน้องใส่หน้ากาก กับ กางเกง โดยเว้นบริเวณหน้าอกนั่นเอง กระต่ายพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่ เจริญเติบโตได้มากที่สุดถึง 2.5 กิโลกรัม
นิสัย: กินเก่ง ชอบวิ่งเล่น และคลุกคลีกับคน
ดังนั้น หากเพื่อนๆ ไม่ค่อยมีเวลา เราขอให้มองข้ามกระต่ายพันธุ์นี้ไป เพราะถ้าเขา ไม่ได้รับความใส่ใจ อาจจะทำให้เป็นโรคซึมเศร้า หรือ เฉาตายได้
วิธีการเลี้ยง และดูแลกระต่าย
ถ้าเลือกสายพันธุ์กระต่ายที่ชอบกันได้แล้ว เรามาดูขั้นตอนการเลี้ยงกระต่ายกันบ้าง เพราะถึงแม้ว่ากระต่ายจะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่มีนิสัยซุกซน และเรียกร้องความสนใจเท่ากับสุนัข แต่การเลี้ยงดูเขาอย่างถูกวิธีก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่เปราะบาง กินยาก และมีชีวิตที่สั้นกว่าสุนัข
ดังนั้น เราจึงควรศึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเลี้ยงเขา เพราะเมื่อเราได้เริ่มพาเขาเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวแล้ว เราคงอยากให้น้องกระต่ายอยู่กับเราไปนานๆ เนอะ
สถานที่เลี้ยงกระต่าย
เราสามารถเลี้ยงกระต่ายได้ทั้งในบ้าน และนอกบ้าน
หากเลี้ยงกระต่ายในบ้าน การเลือกกรง เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อนๆ ควรเลือกกรงที่มีขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ให้กระต่ายได้วิ่งเล่น หรือ พื้นที่สำหรับของเล่นกระต่ายต่างๆ เช่น ล้อวิ่ง เป็นต้น
นอกจากนี้ กรงควรทำมาจากวัสดุที่แข็งแรง เช่น ลวด หรือ สเตนเลส และไม่ควรเป็นพลาสติก เพราะกระต่ายมีนิสัยชอบแทะเล็ม ดังนั้น พลาสติกซึ่งเป็นวัสดุที่ผลิตมาจากสารเคมี จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของน้องนั่นเอง
การเลี้ยงกระต่ายนอกบ้าน สิ่งที่ต้องคำนึกเป็นอันดับแรกคือ เรื่อง สภาพอากาศ ดังนั้นเราควรเลือกกรงที่มีหลังคาเปิดปิดได้ สามารถกันแดด กันฝน และกันลมในฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี เพื่อป้องกันไม่ให้กระต่ายล้มป่วย หรือเสียชีวิต
ที่สำคัญ ควรนำ ฟาง หรือ หญ้าแฝก มาปูเป็นพื้นกรง เพื่อให้เขาได้นอนอย่างสะดวกสบาย ไม่รู้สึกอึดอัด และยังสามารถช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ในตอนกลางคืนอีกด้วย
อาหารกระต่าย
เคยสงสัยไหม ว่าทำไมตอนเด็กเราถึงคิดว่ากระต่ายกินแต่แครอทนะ? ในความเป็นจริงแล้ว กระต่าย กินอาหารได้หลากหลายนะคะ แต่อาหารที่เขาชอบมากที่สุดคือ หญ้า ค่ะ
welcomehomenature.com
กระต่ายกินหญ้าหลายชนิด ได้แก่ หญ้าขน, หญ้าทิมโมธี,แพงโกล่า, หญ้าอัลฟาฟ่า เป็นต้น สำหรับกระต่ายที่มีอายุไม่ถึง 6 เดือน: สามารถให้ อาหารเม็ดผสม กับหญ้า เพื่อเพิ่มสารอาหารให้เขาได้ และอาหารเม็ดดังกล่าว ควรมีสารอาหารประเภท โปรตีน และ กากใย เป็นหลัก โดยให้ลดไขมัน เพราะจะทำให้น้องอ้วน มี ทำให้สุขภาพไม่ดี และล้มป่วยง่าย
น้ำสำหรับกระต่าย
เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ที่วิ่งเล่นทั้งวัน ดังนั้น ควรมีน้ำไว้ในกรงเสมอ โดยน้ำควรจะอยู่ขวด ให้น้องดูดจากหลอดท่อแอร์ ไม่ควรทิ้งน้ำไว้ในถาด หรือ อ่าง เพราะจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคนะคะ
การทำความสะอาดกระต่าย
petkeen.com
กระต่ายที่มีอายุน้อยกว่า 3 เดือน
ใช้ผ้าชุบน้ำ แล้วเช็ดที่ตัวกระต่าย แค่นั้นก็พอ
กระต่ายที่มีอายุมากกว่า 3 เดือน
สามารถอาบน้ำให้ได้ตามปกติ โดยการนำน้ำใส่กะละมัง และราดน้ำลงบนตัวเขา (ปิดหู เพื่อป้องกันน้ำเข้า) และทำความสะอาดด้วยยาสระผมเด็ก หรือสบู่อาบน้ำสุนัขก็ได้
วิธีการจับกระต่าย
บอกก่อนเลยว่า การจับกระต่ายที่หูเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะนอกจากจะทำให้เจ็บแล้ว ยังทำให้หูของกระต่ายตกอีกด้วย
การจับกระต่ายอย่างถูกวิธี ควรเริ่มจากการลูบหัวเขา ให้เขารู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นให้ สอดมือไปใต้ท้อง และดึงน้องเขามาแนบชิดลำตัวเรา
ข้อควรระวัง: เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ขี้ตกใจ ดังนั้น เพื่อนๆ ต้องไม่มือสั่น เพราะจะให้เขากลัว และดิ้นตกลงมาจากมือเรา ทำให้บาดเจ็บได้
การตัดเล็บกระต่ายอย่างถูกวิธี
cypresscarwash.net
การตัดเล็บกระต่ายเป็นเรื่องจำเป็น เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่มักจะเลียเท้าหน้าของตัวเองเพื่อทำความสะอาดเป็นประจำ ดังนั้นการที่เขามีเล็บยาวนั้น จึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคชั้นดี ดังนั้น เราควรหมั่นตัดเล็บเขา ด้วยกรรไกรตัดเล็บสุนัข หรือ กรรไกรตัดเล็บคน โดยระวังไม่ให้ตัดเข้าส่วนที่เป็นสีชมพู เพราะนั่นคือบริเวณเนื้อ ซึ่งมีเส้นเลือดหล่อเลี้ยง การตัดเข้าเนื้อ อาจจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด และเป็นอันตรายได้
โรคที่กระต่ายเป็นได้ง่าย
เห็บหมัด
หากน้องมีผิวหนังสกปรก หรืออาบน้ำไม่สะอาด เช่นเดียวกับสุนัข ภายใต้ขนปุกปุย อาจจะมีแมลง เห็บหมัดซ่อนตัวอยู่ หากพบว่าที่ขนของเขามีรังแค ควรรีบนำเขาไปพบสัตวแพทย์ในทันที
ฉี่เป็นเลือด
หากพบว่ากระต่ายฉี่เป็นเลือด อย่าเพิ่งตกใจนะคะ การฉี่เป็นเลือดนี้ เป็นอาการของความผิดปกติของเม็ดสี ‘พอร์ไฟริน (Porphyrin)’ ซึ่งไม่เป็นอันตรายใดๆ และจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน
ไข้กระต่าย (Tularemia)
ไข้กระต่าย เป็นโรคที่มักจะติดต่อกันในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใช้ฟันแทะ โดยเฉพาะ กระต่าย โดยโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่ชื่อว่า ‘เรียฟรานซิเซลล่า ทูลารีซิส (Francisella Tularensis)’ พบในน้ำ ดิน และ ซากสัตว์ที่ตายเป็นเวลานาน
อาการของโรค จะแตกต่างกัน อาจส่งผลต่อผิวหนัง ตา ปอด และต่อมน้ำเหลือง ตามประเภทของเชื้อ Tularemia
ซึ่งโรคนี้ อาจร้ายแรงถึงเสียชีวิต แต่หากรักษาแต่เนิ่นๆ ก็มีโอกาสรอดสูงเช่นกัน
ให้กระต่าย เป็นตัวแทนมนุษย์ สานความสัมพันธ์ที่หายไป
เป็นยังไงกันบ้างคะ ได้กระต่ายสายพันธุ์ที่ถูกใจกันรึยัง หากเลือกสายพันธุ์กระต่ายที่ชอบได้แล้ว ก็อย่าลืมนำคำแนะนำในการเลี้ยงเขาไปใช้กันด้วยนะคะ เขาจะได้มีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นเพื่อนเราไปได้อีกนานๆ เลย
คนไหน ที่ยังหากระต่ายสายพันธุ์ที่ชอบไม่ได้ หรือ ไม่รู้ว่าจะซื้อกระต่ายราคาประหยัดๆ ที่ไหนดี ลองแวะมาดูกระต่ายน่ารักๆ ที่เว็บไซต์ Kaidee ก่อนได้นะคะ
ที่ Kaidee เรามีกระต่ายหลากหลายสายพันธุ์ หลายราคา และที่สำคัญผู้ซื้อสามารถติดต่อกับผู้ขายได้โดยตรง ได้อย่างรวดเร็ว ผ่านเว็บไซต์ของเรา รับรองว่า ชอปง่าย ปลอดภัย ได้ของเร็ว หายห่วง แน่นอน