Sep 20, 2021 | บทความอสังหาฯ
ในสมัยก่อน ผู้ใหญ่มักพูดเสมอว่า“หากมีเงินเก็บสักก้อน มีบ้านของตัวเองไว้สักหลังเป็นเรื่องที่ดี” และพวกเขามักจะคัดค้านการลงทุนกับกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ พร้อมเตียงนอน ห้องครัว และห้องน้ำในตัว ที่เราเรียกกันว่า “คอนโด “
แต่อะไรล่ะ ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันเลือกที่จะอยู่คอนโดมากกว่าอยู่บ้านเดี่ยว
เพราะ ทำเลใจกลางย่านธุรกิจ? พื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน? ระบบความปลอดภัยที่มากกว่า? ง่ายต่อการดูแลรักษา? ราคาคุ้มค่า และ โอกาสในการลงทุน? หรือ เป็นเพียงแค่เหตุผลง่ายๆ อย่าง การมีชีวิตที่เป็นอิสระ?
คำตอบ คือเพราะการได้เป็นเจ้าของคอนโดสักห้อง จากโครงการดีๆ นั้น ให้ผลลัพธ์ทุกข้อที่กล่าวมาทั้งหมด พร้อมกับความรู้สึก และ ประสบการณ์ ของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี และ มีทุกอย่างที่ต้องการเพียงแค่เอื้อมมือนั่นเอง
วันนี้เราจึงได้รวบรวมคอนโดจากทั้ง 10 โครงการคุณภาพชั้นนำ ที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตของคุณ และหากท่านไหนกำลังตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดสักห้องอยู่นั้น รับรองเลยว่า คุณจะได้คำตอบที่กำลังค้นหาจากบทความนี้แน่นอน
We Condo
We Condo เอกมัย – รามอินทรา เป็นอีกหนึ่งผลงานโบว์แดง จากบริษัท L&T Asset ที่น่าจับตามองอีกหนึ่งโครงการ ซึ่งโครงการ We Condo เอกมัย – รามอินทรา เป็นคอนโดสไตล์รีสอร์ท ระดับ Low Rise 8 ชั้น และมีทั้งหมด 5 อาคาร 1,168 ยูนิตด้วยกัน
ตัวโครงการถูกออกแบบโดยเน้นความเป็นคอนโดแบบโมเดิร์น ผสมกับ ดีไซน์แนวทรอปิคอล ให้ผู้อาศัยที่สัมผัสกับความสุขของการอยู่อาศัยภายใต้ธรรมชาติ ซึ่งเห็นได้จากพื้นที่สีเขียว และสระว่ายน้ำส่วนกลางที่ทอดตัวยาวตลอดแนวอาคารนั่นเอง
ทำเลที่ตั้ง:
We Condo ตั้งอยู่ตรงช่วงโค้งระหว่างถนนรามอินทรา และ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม อยู่ติดกับตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ย่านนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัย ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Comunity Mall อย่าง The Walk, The Promenade, The Crystal และ CDC และ ห้างสรรพสินค้ามากมาย ได้แก่ Big C, Tesco Lotus, Food Land หากเลยไปทางพหลโยธินจะเจอ เซ็นทรัล รามอินทรา และ หากไปทางเส้นนวมินทร์มาจะเจอ Fashion Island
Highlight – We Condo:
คอนโด Low Rise สไตล์รีสอร์ท ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ห้องแต่งครบ* พร้อมอยู่ ส่วนกลางใหญ่ กินพื้นที่กว่า 14 ไร่ ใกล้ MRTA สายสีชมพู เข้าออกง่ายใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ล้อมรอบไปด้วยสิ่งบันเทิง และห้างสรรพสินค้า เช่น The Walk, Fashion Island และ The Promenade
รูปแบบห้อง:
ห้อง 1 Bedroom ขนาด 24.90 – 33.20 ตร.ม. 1 ห้องนอนแบบ EXTRA-A (คล้ายห้อง Studio) ขนาด 32.40 – 34.50 ตร.ม 1 ห้องนอน แบบ EXTRA-B (ห้องนอนเป็นส่วนตัวขึ้น) ขนาด 33.90 – 34.80 ตร.ม 1 ห้องนอน แบบ EXTRA-C ขนาด 37.10 – 37.30 ตร.ม 2 ห้องนอน แบบ A ขนาด 43.7 ตร.ม 2 ห้องนอน แบบ B ขนาด 47.95 – 49.20 ตร.ม
ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท
Dolce Lasalle
Dolce Lasalle (โดว์เช่ ลาซาล) ถูกพัฒนาโดยบริษัท สิรยศ จำกัด เป็นโครงการพร้อมอยู่ใหม่ปี 2020 สร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมเข้าอยู่ได้เลย รูปแบบโครงการ เป็นคอนโดบูทีค แบบ Low Rise 8 ชั้น มาในสไตล์ สถาปัตยกรรม French Classical ผสมผสานกับ ความโมเดิร์น ได้อย่างลงตัวในย่านลาซาล
โครงการ Dolce Lasalle มีทั้งหมด 1 อาคาร พร้อมห้องทั้งหมด 178 ยูนิตด้วยกัน
ทำเลที่ตั้ง:
โครงการตั้งอยู่ในซอยลาซาล 7 (สุขุมวิท 105) เขตบางนา และเป็นซอยที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ โครงการห่างจาก BTS แบริ่ง เพียง 700 เมตร โดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยธุรกิจ SMEs แทรกอยู่ในซอย พร้อมกับโรงเรียนนานาชาติมากมาย ทั้ง St.Andrews, Bangkok Pattana และ Berkeley
Highlight – Dolce Lasalle:
คอนโด Dolce Lasalle เป็นคอนโดแบบ Low Rise จำนวน 1 อาคาร 178 ยูนิต โดยรอบเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัวสูง และ ตกแต่งในสไตล์ European Modern ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟ BTS แบริ่ง ตกแต่งแบบ Fully-Fitted บริเวณล็อบบี้เป็นเพดานโปร่ง โล่ง หรูหรา สระว่ายน้ำใช้ระบบเกลือ มีบริการ Shuttle Bus รับ-ส่งลูกบ้าน เข้าออกโครงการ
รูปแบบห้อง:
ห้องสตูดิโอ (Studio) ขนาด 24.6 และ 24.8 ตร.ม 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30.4 – 34 ตร.ม แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 45 – 51 ตร.ม
ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท
Cocoon Rama9
Cocoon Rama 9 เป็นคอนโดระดับพรีเมียม ถูกพัฒนาโดย บริษัท รอแยลเฮ้าส์ อีเลฟเว่น จำกัด ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทคลื่นลูกใหม่ แตกย่อยมาจากบริษัทพ่อ อย่างบริษัท Royal House แบบ Low Rise ความสูง 8 ชั้น มีทั้งหมด 1 อาคารด้วยกัน
โดยดีไซน์ของโครงการ Cocoon พระราม 9 ทั้งภายนอก และภายใน นั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากคอนเซ็ปต์ “Simple Sensibility” ซึ่งแสดงออกมาให้เห็นในรูปแบบของโครงการที่เน้นสไตล์แบบเรียบง่าย มีความใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยงานสถาปัตยกรรมที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด ตั้งแต่ฟอร์นิเจอร์ พื้นหิน และโคมไฟหวาย ให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับอยู่บ้านในวัยเด็กอย่างไร้ที่ติ
ทำเลที่ตั้ง:
โครงการตั้งอยู่ที่พระราม 9 ซ.59 ใกล้ห้าง The Nine Center Rama 9 อยู่ในย่าน CBD หรือ ย่านธุรกิจ ล้อมรอบทั้งย่านรัชดาฯ พระราม 9 และสุขุมวิท
Highlight – Cocoon Rama9:
คอนโดสไตล์รีสอร์ท 1 อาคาร ทั้งหมด 146 ยูนิต จึงให้ความเป็นส่วนตัว พื้นที่ส่วนกลาง ครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ Co-Working Space เพดานสูงแบบ Double Volume Ceiling อยู่ติดโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และ ใกล้ห้างสรรพสินค้า The Nine Center Rama 9 ตั้งใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน เข้าออกเมืองได้สะดวก
รูปแบบห้อง:
1 ห้องนอน (Co-Mmon) ขนาด 26 ตร.ม. 1 ห้องนอน (Co-Mfort) ขนาด 30 ตร.ม. 1 ห้องนอน (Co-Nnect) ขนาด 33-35 ตร.ม. 1 ห้องนอน (Co-Mpass) ขนาด 42-44 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท
The Origin Ram 209 Interchange มีนบุรี
The Origin Ram 209 Interchange เ ป็นคอนโดระดับ High Rise ความสูง 31 ชั้น (สูงที่สุดในย่านมีนบุรี) จำนวน 1 อาคาร รวม 1,007 ยูนิต โครงการนี้เอง ผลงานชิ้นแรกจากผู้พัฒนาชั้นนำของประเทศไทยอย่าง The Origin ที่เปิดตัวไปกว่า 16 ทำเลทั่วไทย โดยโครงการนี้ตั้งอยู่ในทำเลรามคำแหง 209 มีนบุรี ติดกับสถานีรถไฟ Interchange สายสีชมพู และ สายสีส้ม ซึ่งทาง The Origin ตั้งใจที่จะเจาะกลุ่มลูกค้า First Jobber นั่นเอง
โครงการ The Origin Ram 209 Interchange จะเน้นความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม ด้วยพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายถึง 19 รายการ
ทำเลที่ตั้ง:
โครงการ The Origin Ram 209 ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน รามคำแหง (สุขาภิบาล 3) ตอนปลายใกล้มีนบุรี ติดกับสถานีรถไฟฟ้า 2 สาย ทั้ง สายสีส้ม และสายสีชมพู สถานีมีนบุรี Interchange ทำเลโดยรอบโครงการมีความอุดมสมบูรณ์ ทั้ง ห้างสรรพสินค้า และ สถานบันเทิง เช่น Big C, HomePro และ Tesco Lotus หากเลยโครงการไปทาง ถนนสีหบุรานุกิจ จะเจอตลาดมากมาย เช่น ตลาดมีนบุรี และ ตลาดนัดจตุจักร 2
Highlight – The Origin Ram 209 Interchange:
คอนโด High Rise แห่งใหม่ สูงที่สุดในย่านมีนบุรี โครงการอยู่ใกล้สถานี Interchange รถไฟฟ้าสายสีส้ม-ชมพู* ครบครันด้วยส่วนกลางจัดเต็มกว่า 19 รายการ ยูนิตแต่งเต็มแบบ Fully-Fitted พร้อมด้วย Home Automation ทุกยูนิต
รูปแบบห้อง:
ห้องแบบ Studio ขนาด 22 ตร.ม. 1 Bedroom ขนาด 25 ตร.ม. (มาตรฐาน, Smart Closet) 1 Bedroom Plus ขนาด 30 และ 34 ตร.ม.
.
ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท
Groove Scape Ladprao-Suttisan
โครงการ Groove Scape เป็นคอนโดแบบ Low Rise สูง 8 ชั้น มีทั้งหมด 189 ยูนิต ใน 1 อาคาร พัฒนาโดยบริษัท Divine Development
Groove Scape 48 Ladprao-Suttisan มาในคอนเซ็ปต์ความคิดเชิงกราฟิกโดยการเรียงแพทเทิร์นซ้ำๆ ที่เรียกว่า Tessellation “Life in order but not border” และถูกถ่ายทอดออกมาในหน้าตางานคอนกรีต พร้อมกับ แผงบังแดดแนวตั้ง ดูเป็นดีไซน์ที่เน้นฟังก์ชันไร้กาลเวลา
คาดว่าโครงการจะเสร็จพร้อมอยู่ภายในปี 2556 ที่จะถึงนี้
ทำเลที่ตั้ง:
โครงการอยู่ในซอยลาดพร้าว 48 สามารถเข้าออกได้ทั้งทางฝั่ง ถนนลาดพร้าว และถนนสุทธิสารวินิจฉัย ใกล้ทางด่วนโทลล์เวย์ ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และทางด่วนศรีรัช เดินทางได้สะดวก ใกล้สถานีรถไฟสถานีภาวนา สายสีเหลือง และเพียงแค่ 1 สถานี จะถึงสถานีสายสีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าว
Highlight – Groove Scape Ladprao-Suttisan:
เป็นคอนโดใหม่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าภาวนา โครงการอยู่ในซอยลาดพร้าว 48 ซึ่งเชื่อมระหว่างถนนลาดพร้าว และซอยพิบูลย์อุปถัมภ์ที่ออกถนนรัชดาภิเษกได้ ทำให้เดินทางเข้าออกสบาย ทั้งย่านลาดพร้าวและรัชดา ห้องกว้างขวาง แต่งแบบ Fully-Fitted พร้อม Walk-in Closet มีพื้นที่ส่วนกลางบริการถึง 8 ชั้น
รูปแบบห้อง:
1 Bedroom ขนาด 23 -25 ตร.ม. 1 Bedroom Plus ขนาด 30 -32 ตร.ม. 1 Bedroom Plus Corner ขนาด 34 -43 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท
Landmark @Grand Station
Landmark @Grand Station เป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise ความสูง 23 ชั้น 1 อาคาร มียูนิตทั้งหมด 988 ยูนิต ย่านรามอินทรา จากผู้พัฒนา Siamese Asset
รูปแบบโครงการ เป็นโครงการ Mixed Use ให้พื้นที่ใช้งานมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย ทั้งที่พักอาศัยทั่วไปอย่าง Residential Area ในโซน Siamese Residence, ห้องพัก พร้อมบริการระดับโรงแรมอย่าง Branded Residence ใน โซน Cassia Residence และ บริเวณ Commercial area ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ออฟฟิศ ร้านอาหาร ร้านค้า รวมไปจนถึง Facilities ต่างๆ ภายในโครงการ
นอกจากนี้ในส่วนของโซน Siamese Residence ยังสามารถแบ่งรูปแบบห้องได้ ดังนี้
Residential ห้องทั่วไป (ชั้น 6-7, 10-22) Pet Lover ห้องสำหรับผู้มีสัตว์เลี้ยง (ชั้น4-5) Co-Living พื้นที่ส่วนกลาง (ชั้น 8-9) Elder ห้องพักสำหรับผู้สูงอายุ (ทุกชั้น แต่จะมีเฉพาะห้องประเภท Grand เท่านั้น)
ทำเลที่ตั้ง:
อยู่ในซอยรามอินทรา 64 ติดถนนรัชดา-รามอินทรา เขตคันนายาว ฝั่งตรงข้ามกับ Fashion Island โดยรอบโครงการมีความอุดมสมบูรณ์สูง อยู่ติดกับห้าง Fashion Island (ห่างจากโครงการ 500 เมตร) และ The Promenade (ห่างจากโครงการ 600 เมตร) ใกล้กับซอยคู้บอน ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน เต็มไปด้วยร้านอาหาร และ Mini Hypermarket หากมาทางฝั่งมีนบุรีจะเจอ Big C และ ตลาดมีนบุรี และถ้ามาจากฝั่งถนนนวมินทร์ก็มี Tesco Lotus
Highlight – Landmark @Grand Station :
ภายในตัวห้องเพดานสูง 4.2 เมตร* พื้นที่ใช้งาน 2 ชั้น Siamese Technology เพื่อการอยู่อาศัยที่สบายยิ่งขึ้น ตัวโครงการใกล้กับห้างดัง ทั้ง Fashion Island และ The Promenade มีทางเข้า* และ ลิฟต์แยก* เพื่อการจัดการที่ง่าย เดินทางสะดวก ทั้ง MRTA สายสีชมพู และ รถยนต์ส่วนตัว เข้าออกได้ทั้งทาง ถ.รามอินทรา และ ถ.รัชดา-รามอินทรา อยู่ใกล้โรงเรียนและโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย
รูปแบบห้อง:
Flexi ห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 24 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 38.50 ตร.ม. ECO แบบ ห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 24.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 39.50 ตร.ม. Grand แบบ ห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 30.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 49.50 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท
Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48
Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48 เป็นคอนโด High Rise ความสูง 39 ชั้น มียูนิตทั้งหมด 358 ยูนิต เป็นโครงการระดับหรู ซึ่งอยู่ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ อย่างทำเลสุขุมวิท-ย่านอ่อนนุช และด้วยความที่ตัวอาคารมีความสูงมากถึง 196 เมตร ทำให้ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างชัดเจน
จุดเด่นของโครงการ Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48 นั้น คือ ประสบการณ์ที่มากกว่าการพักอาศัยทั่วไป เพราะรูปแบบพักอาศัยของโครงการ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ผู้พัฒนาโครงการ และ แบรนด์โรงแรมชั้นนำ Wyndham Hotel Group ที่จะมาให้บริการสุดพิเศษแก่ลูกบ้าน ราวกับอยู่โรงแรม
ทำเลที่ตั้ง:
โครงการตั้งอยู่ติดกับถนนสุขุมวิท 3 นาทีจากเอกมัย ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช เพียง 350 เมตร รอบล้อมไปด้วย สถานบันเทิงมากมาย ในย่าน เอกมัย ทองหล่อ และ 5 นาทีจากทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทำเลที่ตั้งคอนโดมีความอุดมสมบูรณ์ รายล้อมไปด้วย ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อย่าง เซ็นจูรี่-เดอะมูฟวี่ พลาซา สุขุมวิท, เซ็นทรัลพลาซาบางนา, ไบเทคบางนา และ โครงการ Bangkok Mall ในอนาคต
Highlight – Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48 :
คอนโดมาในสไตล์ลอฟท์ เพดานสูง 4.4 เมตร พื้นที่ใช้งาน 2 ชั้น ให้ความเป็นส่วนตัว เพียง 11 ยูนิตต่อชั้น ตัวอาคารสูงที่สุดในย่านอ่อนนุช (196 เมตร) วิว 360 องศา ได้ทั้งวิวเมืองสุขุมวิท และ โค้งน้ำเจ้าพระยา เลือกห้องทิศไหนก็วิวสวย Branded Residence บริการมาตรฐานเดียวกับโรงแรมดังระดับโลก (จาก Wyndham Hotel Group) ทำเลทอง ติดถนนสุขุมวิท เพียง 350 เมตร* จาก BTS อ่อนนุช ใกล้ ทางด่วนศรีรัชและเฉลิมมหานคร
รูปแบบห้อง:
1 ห้องนอน ขนาด 25.06 – 35.77 ตร.ม 2 ห้องนอน ขนาด 49.95 – 62.24 ตร.ม เพ้นท์เฮ้าส์ ขนาด 114.88 – 201.31 ตร.ม
ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท
Siamese Exclusive สุขุมวิท 31
อีกหนึ่งโครงการที่เป็นที่น่าจับตามองจากผู้พัฒนาชั้นนำของไทยอย่าง Siamese Asset ก็คงหนีไม่พ้น โครงการ Siamese Exclusive สุขุมวิท 31 อย่างแน่นอน โดยโครงการนี้มาในรูปแบบคอนโดแบบ High Rise 21 ชั้น 1 อาคาร และมียูนิตทั้งสิ้น 192 ยูนิต และร้านค้าอีก 1 ยูนิตด้วยกัน
Siamese Exclusive สุขุมวิท 31 มีการออกแบบที่คำนึกถึงดีไซน์ และ การใช้งาน ที่สมดุลกับความหรูหรากับธรรมชาติอย่างเหนือระดับ ในย่าน Mid สุขุมวิท
จุดเด่นที่น่าประทับใจของโครงการนี้ คือ การจัดแบ่งโซนห้องตามความสูงของเพดาน ได้แก่ Low Zone เพดานสูง 4.45 เมตร (ชั้น 3 -9) และ High Zone เพดานมาตรฐาน 3.2 เมตร (ชั้น 10-21)
ทำเลที่ตั้ง:
ตั้งอยู่ใจกลางย่านสุขุมวิท ในซอยสุขุมวิท 31 ห่างจากปากซอยประมาณ ประมาณ 950 เมตร โดยซอยสุขุมวิท 31 จะทะลุไปได้ทั้ง ถนน อโศก และ เพชรบุรี ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า (BTS + MRT) สถานีอโศกและสุขุมวิท ที่ระยะทางประมาณ 1.1 – 1.3 กม. ใกล้กับร้านอาหาร อย่างร้าน Le Vendome และ คาเฟ่ Exhibit Cafe ในระยะที่สามารถเดินได้ ห่างจากโครงการ 500-700 เมตร จะเจอกลุ่มร้านอาหารชื่อดังอย่าง 39 Boulevard, Seed, Taka Town และ Fuji Supermarket ออกมาจากซอยเพียงแค่ 1 กม. จะเจอ Terminal 21 ที่แยกอโศก ไล่มาที่พร้อมพงษ์จะมี The District Em ซึ่งประกอบด้วยห้าง The Emporium, The Emquartier และ The Emsphere
Highlight – Siamese Exclusive 31 :
ให้ความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยสูงด้วย Exclusive Lift ทุกยูนิต เพดานสูงเป็นพิเศษ ตั้งแต่ 3.2 – 4.25 เมตร พร้อม Retreat Balcony ระเบียงกว้างที่ออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัว ผสานบรรยากาศธรรมชาติ และพร้อมเปิดรับวิวเมือง เดินทางสะดวกด้วยทางเข้าออกทั้ง สุขุมวิท ทองหล่อ เพชรบุรี และยังใกล้กับ BTS & MRT พร้อมบริการ Shuttle Service ทำเลใจกลางสุขุมวิท ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำมากมาย เพียง 3 นาที* จาก Emquartier และ Emporium
รูปแบบห้อง:
1 Bedroom ขนาด 46 – 65 ตร.ม. 2 Bedrooms ขนาด 69 – 85 ตร.ม. 3 Bedrooms ขนาด 115 – 135 ตร.ม. Mofs ขนาด (47+17) – (115+25) ตร.ม. Penthouse ขนาด 181 – 207 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 9.89 ล้านบาท (169,000 บาท /ตร.ม.*)
Chewathai Residence Thonglor
โครงการ Chewathai Residence ทองหล่อ เป็นโครงการที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มแบรนด์ Hi-End หรูหราที่สุดจากผู้พัฒนา ชีวาทัย ตัวโครงการเป็นคอนโดระดับ Low Rise ความสูง 8 ชั้น 1 อาคาร โดยรวมจำนวนยูนิตทั้งสิ้น 130 ยูนิต ซึ่งไม่มากจนเกินไปจึงให้ความเป็นส่วนตัวสูง
โดยโครงการนี้ มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ ที่ใช้ชื่อว่า “Tropical Green + Iconic White” ซึ่งเห็นได้จากการผสมผสานตัวอาคารสีขาวสะดุดตา กับ บรรยากาศธรรมชาติสีเขียว ที่ล้อมรอบตัวโครงการได้อย่างลงตัว ให้ความสมดุลในชีวิตแก่ลูกบ้านถึงขีดสุด
ทำเลที่ตั้ง:
ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 20 (ซ.แจ่มจันทร์) ที่เชื่อมต่อได้ทั้งซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอย สุขุมวิท 63 (เอกมัย) ใกล้รถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ 2 กม. และ BTS เอกมัย 2.4 กม. ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนทั้งรามอินทรา- อาจณรงค์และศรีรัช อยู่ในทำเล กินหรู อยู่ดี โดยล้อมรอบไปด้วยร้านอาหาร , Community Mall อย่าง The Commons, J Avenue, 72 Courtyard, Donki Mall, เอกมัยเวิ้งโบราณ เป็นต้น อีกทั้งยังใกล้กับ Hyper Market อย่าง Foodland, Big C, Villa Market และ Tops
Highlight – Chewathai Residence Thonglor :
มีเพียง 130 ยูนิต ใน 1 อาคาร เงียบ สงบ และให้ความเป็นส่วนตัว รายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ ครบทั้งร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ และ Community Mall เชื่อมต่อกับทุกเส้นทาง ทั้งในทองหล่อ เอกมัย เพชรบุรีตัดใหม่ และ พระราม 9 รูปแบบห้องให้เลือกเยอะ ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ดื่มด่ำบรรยากาศหน้าผาใหญ่ใจกลางเมือง ทั้งต้นไม้สีเขียวตรงระเบียง สวนลอยฟ้า และสระว่ายน้ำรูปทรงอิสระ คืนความสดชื่น ฟื้นพลังในวันพักผ่อนของคุณ
รูปแบบห้อง:
1 Bedroom ขนาด 30-44 ตร.ม. 1 Bedroom Plus ขนาด 44-52 ตร.ม. 2 Bedrooms ขนาด 41-61 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท
Savvi Ari 4
SAVVI อารีย์ 4 เป็นโครงการ Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร พร้อมกับจำนวนยูนิตทั้งหมด 39 ยูนิต ให้ความเป็นส่วนตัวสูง และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มคอนโดแบบ Luxury จากผู้พัฒนา The Urban Property
ในส่วนของตัวโครงการนั้น ถูกออกแบบด้วยแนวคิดแบบ Luxury Boutique Residence งานดีไซน์สไตล์โมเดิร์น พร้อมกับตอบรับบรรยากาศร่มรื่น รอบล้อมตัวโครงการ เน้นความเป็นส่วนตัว ให้ผู้อยู่อาศัยได้ดื่มด่ำไปกับสุนทรีย์แบบอารีย์ อย่างแท้จริง
ทำเลที่ตั้ง:
โครงการตั้งอยู่ในซอย ชำนาญอักษร ในซอยอารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ) ตัวโครงการ ล้อมรอบไปด้วย ถนนใหญ่สายสำคัญหลายสาย ได้แก่ ถนนพหลโยธิน และ ถนนพระราม 6 ในระยะทางเพียงแค่ 800 เมตร จะพบกับสถานี BTS อารีย์ทางออก 3 ทำเลที่ตั้งโครงการ มีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วย ร้านอาหาร คาเฟ่ และ Community Mall อย่าง Aqua Ari และ Big C สะพานควาย
Highlight – Savvi Ari 4 :
Luxury Boutique Residence พร้อมอยู่ หนึ่งเดียวใจกลางอารีย์ มียูนิตน้อยเพียง 39 ยูนิต และ ที่ตั้งโครงการอยู่ในย่านที่เงียบสงบของอารีย์ จึงให้ความเป็นส่วนตัวสูงแก่ลูกบ้าน ภายในห้อง มีลักษณะโปร่ง กว้าง ด้วยกระจกแบบ Full-Height ปลอดภัยด้วยระบบ Triple Security Point System ผ่อนคลายกับสระว่ายน้ำระบบเกลือบนดาดฟ้า พร้อมดื่มด่ำวิวเมือง ได้อย่างเต็มที่ ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ ร้านอาหาร คาเฟ่ อาคารสำนักงานต่างๆ และ โรงพยาบาลชั้นนำ เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิตด้วยเส้นทางหลากหลาย ไม่ว่าจะ ถ.พหลโยธิน ถ.พระรามหก ทางด่วนศรีรัช หรือรถไฟฟ้า BTS
รูปแบบห้อง :
1 Bedroom ขนาด 35.31-39 ตร.ม. 2 Bedrooms ขนาด 62-76.9 ตร.ม. 3 Bedrooms ขนาด 98.5-125 ตร.ม. Duplex ขนาด 99.5 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 10.8 ล้านบาท
เป็นยังไงกันบ้างกับโครงการทั้ง 10 โครงการ จากผู้พัฒนาระดับท็อปของประเทศไทยที่เรานำมาเสนอในวันนี้ คงต้องมีสักโครงการ ที่ถูกใจ ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณกันอย่างน้อย ก็ 1-2 โครงการแน่นอน
หากท่านไหนที่กำลังลังเลอยู่นั้น เราขอฝากทิ้งท้ายด้วยข้อความสั้นๆ ว่า
“การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้มาจากการมีเงินทองใช้
แต่คุณภาพชีวิตที่ดีนั้น คือ การใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีความสมบูรณ์ จึงนำมาซึ่งความสุข”
และเมื่อในวันนี้ เราสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเองได้ เหตุผลอะไรที่เราจะยังต้องลังเลคะ?
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
Sep 20, 2021 | บทความยานยนต์
ใช่ว่าในชีวิตประจำวันของคนเราส่วนใหญ่จะต้องการใช้รถตู้เท่าไร และรถตู้ที่มีอยู่ในท้องตลาดก็มีไม่ได้เยอะมาก แต่ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่กับ Kaidee Auto เพราะว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมรถยนต์ทุกประเภท ฉะนั้นวันนี้เดี๋ยวจะพามาดูกันดีกว่าถ้าคุณเป็นคนที่อยากจะได้รถตู้มือสองแล้วล่ะก็ ควรจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี
เดี๋ยวนี้จะซื้อรถตู้เกิน 7 ที่นั่ง ต้องรู้ข้อกำหนดเหล่านี้
หากใครที่ต้องการใช้หรือซื้อรถตู้ที่มีที่นั่งเกิน 7 ที่นั่ง จำเป็นจะต้องรู้ข้อกำหนดเหล่านี้ ที่มีมาได้ไม่นานเท่าไร แต่บังคับใช้และต้องได้ความยินยอมจากกรมขนส่งทางบทเสียก่อน ในระเบียบว่าด้วย การขอจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2558 ซึ่งจะมีข้อกำหนดอะไรบ้างไปดูกันเลยดีกว่า
ข้อกำหนด
จะต้องมีฐานะที่มั่นคงและมีความจำเป็นที่ใช้รถเพื่อการส่วนตัว ไม่มีประวัติการกระทำผิดเกี่ยวกับการนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปใช้ทำการขนส่งเพื่อสินจ้าง ต้องมีที่จอดรถของตัวเองโดยมีขนาดไม่น้อยกว่า 35 ตารางเมตร ต่อ 1 คัน (ทั้งนี้จะต้องดูความเหมาะสมในการใช้งานจริง) ได้รับความเห็นชอบให้จดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล จากอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
เอกสารที่ต้องเตรียม
หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาย้อนหลัง 2 ปี หลักฐานฐานะทางการเงินที่มั่นคง เช่น บัญชีเงินฝากธนาคาร หรือ สถาบันการเงิน หนังสือชี้แจงความจำเป็นในการขอใช้งาน ภาพถ่ายตัวรถ พร้อมรายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับน้ำหนักและสัดส่วนตัวรถจากผู้ผลิต หลักฐานแสดงที่จอดรถ ได้แก่ ภาพสถานที่จอดรถ และ ทางเข้า-ออก ที่จอดรถ อย่างละ 2 รูป ตลอดจนแผนผังการเข้า-ออก และขนาดพื้นที่โดยละเอียด และท้ายสุดหลักฐานหรือการเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว
**หลักฐานทั้งหมดจะถูกตรวจสอบ โดยจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน ในการตรวจสอบหลักฐาน ถ้าหากมีหลักฐานไม่ครบในระยะเวลาดังกล่าว จะถือว่าคำขอดังกล่าวตกไป โดยหากคำขอไม่ผ่านการอนุมัติ จะมีหนังสือไม่รับจดทะเบียนส่งถึงผู้ยื่นขอตามสิทธิดังกล่าว แต่หากผ่านการอนุมัติ จะอนุญาตให้ดำเนินการต่อ**
มัดรวมมาให้กับ 5 รถตู้มือสอง
รถตู้ที่จะมาเสนอในวันนี้ ต้องบอกเลยว่าเป็นรถตู้ที่น่าสนใจ และมีความใหญ่ของตัวรถที่เรียกได้ว่าคุ้มค่า เพราะเชื่อว่าใครก็ตามที่กำลังมองหารถตู้ จะต้องเน้นเรื่องความใหญ่และกว้าง ที่เหมาะกับการใช้งานไม่ว่าจะเป็นกับครอบครัวที่ใหญ่ หรือว่าจะเป็นเรื่องของการใช้เดินทางในการทำงานก็ตาม
1. Toyota Commuter
น่าจะเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีในประเทศไทยของเรา เพราะเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่นิยมเอามาทำเป็นรถตู้สาธารณะ ที่ใช้โดยสารไปมา ด้วยขนาดที่ใหญ่และมีที่นั่งได้สูงสุดถึง 12 ที่นั่ง จึงเป็นที่นิยมของคนที่ต้องการนำมาเพื่อประกอบอาชีพ แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น มันยังเป็นรถตู้ที่คุ้มค่าสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้งานเช่นเดียวกัน ซึ่งล่าสุดก็เพิ่งได้เปิดตัวรุ่นใหม่เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมานี้เอง ทำให้ราคารถตู้มือสองอย่าง Toyota Commuter ราคาลดลงมามากเลยทีเดียว
สเปค
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ รหัส 1GD-FTV ที่มีความจุ 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,200 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Sequential Shift และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
ราคามือสองของ Toyota Commuter โดยประมาณ : 600,000 – 1,100,000 บาท
2. Toyota HI-Ace
เช่นเดียวกับรุ่น Toyota Commuter เพราะรุ่นนี้ใช้ตัวถังแบบเดียวกันเลย แต่ที่เปลี่ยนแปลงไปคือหน้าตาภายนอกและหลังคาที่มีความสูงขึ้น กว้างสบายกว่า รวมไปถึงที่นั่งที่มีมาให้ถึง 4 แถว รวมแล้วที่นั่งสูงสุดคือ 17 ที่นั่งกันเลยทีเดียว (ขนทีเดียวได้หลายครอบครัวเลย) ใครครอบครัวใหญ่ต้องโดนใจกับสิ่งนี้
สเปค
เครื่องยนต์ดีเซล (B20) รหัส GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร 2,755 cc. มาพร้อม Turbo Intercooler ที่ให้แรงม้าสูงสุดถึง 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 420 นิวตันเมตร ที่ 1,400 – 2,600 รอบต่อนาที
ราคามือสองของ Toyota Hi-Ace โดยประมาณ : 500,000 – 800,000 บาท
3. Hyundai H-1
เป็นอีกหนึ่งรถตู้ราคา ที่ต้องโดน ด้วยราคาของมือหนึ่งก็ไม่ได้แพงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจอราคามือสองเข้าไปยิ่งถูกเข้าไปอีก เหมาะมากหากใครอยากได้รถตู้แต่มีงบไม่สูงนัก เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าราคาจะเบา ๆ แต่ต้องบอกเลยว่าภายในหรูหราไม่แพ้รถตู้แพง ๆ เลย การตกแต่งที่สวยงามหรูหรา วัสดุหุ้มเบาะเป็นหนังทั้งหมด ฟังก์ชันก็มีให้ครบ คุ้มค่ากว่านี้หาที่ไหนได้อีก
สเปค
เครื่องยนต์ดีเซล รหัส D4CB 2.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว CRDI พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGT อินเตอร์คูลเลอร์ ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 175 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุด 441 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที
ราคามือสองของ Hyundai H1 โดยประมาณ : 450,000 – 850,000 บาท
4. Nissan Urvan NV350
รถตู้ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ ก่อนหน้าเลย ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นอยู่บทท้องถนนเท่าไร แต่ถ้าเป็นวงการอื่น ๆ รุ่นนี้ ถือว่าใช้กันเยอะพอสมควร ด้วยราคาที่แสนจะเบา แถมมีที่นั่งได้สูงสุดถึง 16 ที่นั่ง โปร่งสบายไม่แออัด มีความโดดเด่นเรื่องของความแข็งแกร่งและทนทาน บำรุงรักษาง่าย
สเปค
เครื่องยนต์ดีเซล รหัส YD255DDTi ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว มาพร้อม VGS Turbo ที่ให้แรงม้าได้สูงสุดถึง 129 แรงม้า อีกทั้งยังได้แรงแรงบิดสูงสุดถึง 356 นิวตันเมตร อีกทั้งยังมีระบบกันสะเทือนแบบอิสระ ทำให้ช่วยเพิ่มการทรงตัวได้ดี เหมาะกับการขับขี่ทุกสภาพถนน
ราคามือสองของ NIssan Urvan NV350 โดยประมาณ : 300,000 – 550,000 บาท
5. Volkswagen Caravelle
ย้ายจากรถยนต์แบรนด์ทางฝั่งเอเซียไปทางด้านของฝั่งยุโรปกันบ้าง อย่างแบรนด์อย่าง Volkswagen ที่ก็โดดเด่นเรื่องของการทำรถตู้เช่นเดียวกัน รุ่นนี้จึงเป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ ก่อนหน้าเลย เพราะแน่นอนว่าเป็นภาพจำของหลาย ๆ คนว่าแบรนด์นี้นั้นเน้นเรื่องของความหรูมาเป็นอันดับแรก ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานแบบผู้บริหารเป็นอย่างมาก
สเปค
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ Common Rail เทอร์โบคู่ ความจุ 2.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุดที่ 180 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 400 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,000 รอบต่อนาที มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด DSG พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
ราคามือสองของ Volkswagen Caravelle โดยประมาณ : 500,000 – 1,200,000 บาท
สรุปบทความ รถตู้มือสองน่าเล่น
ได้อ่านบทความนี้ไปแล้วคงได้รู้กันแล้วสินะว่าควรจะเลือกซื้อรถตู้มือสองรุ่นไหนดี ซึ่งก็มีให้เลือกด้วยกันถึง 5 รุ่น คงถูกใจเหล่าผู้บริหารและเหล่าคนรักครอบครัวไม่ใช่น้อย แถมราคาก็แสนจะถูก บางรุ่นราคาไม่ถึงล้านด้วยซ้ำ เหมาะเป็นอย่างมากที่จะเอาไปขับขี่ใช้งาน อีกทั้งอย่าลืมด้วยล่ะว่าถ้าหากจะนำรถตู้ไปใช้เพื่อการส่วนตัวที่ต้องการที่นั่งมากกว่า 7 ที่นั่ง จะต้องทำตามข้อกำหนดของกฎหมายด้วยล่ะ
จะให้พูดถึงเรื่องของรถยนต์มือสองขนาดนี้แล้ว จะไม่พูดถึง Kaidee Auto ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะที่นี่มีหมดไม่ว่าจะเป็น รถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ หรือรถไหน ๆ มีหมด เข้ามาเลย ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังมองรถยนต์มือสองคุณภาพ ในราคาที่คุณเองก็สามารถจับต้องได้
Sep 17, 2021 | บทความยานยนต์
รถกระบะมือสอง สำหรับสายลุย สายแบก ในบ้านเราว่ารุ่นไหนฮิต รุ่นไหนแกร่ง และ เป็นที่นิยมในตลาดรถมือสองแบบครบจบในที่เดียว
รถกระบะเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ประเภทหนึ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลายโดยเน้นในเรื่องของการบรรทุกสัมภาระเป็นจำนวนมาก และ สมรรถนะที่ทรงพลังเพื่อรับมือกับทุกสภาพถนน ในบ้านเราจะมีรถกระบะระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ ขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นหลัก ภาพลักษณ์ของรถกระบะในสมัยก่อนคนจะคิดว่ารถประเภทนี้ไม่มีความสะดวกสบายใช้ขนของบรรทุกสัมภาระเท่านั้น แต่ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีต่างๆ ของโลกดิจิทัลในสมัยนี้ ทำให้รถกระบะในปัจจุบันไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่เรื่องของการบรรทุกสิ่งของเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือ ออปชันเสริมที่มากขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ ซึ่งปัจจุบันรถกระบะได้ถูกนำมาใช้เป็นรถบ้านมากขึ้น
รถกระบะ หรือ ที่เราชอบเรียกทับศัพท์กันว่ารถ pick-up หลักๆ แล้วในประเทศไทยจะใช้กันอยู่ 3 ประเภท ได้แก่
รถกระบะตอนเดียว
รถกระบะตอนเดียวจะมีเพียงแค่ 2 ที่นั่งเท่านั้น หรือ ที่เรียกกันว่ากระบะหัวเดี่ยว 2 ประตู ข้อดีคือมีพื้นที่ความจุของกระบะด้านท้ายมากขึ้นที่สามารถบรรทุกของได้เยอะ เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่เน้นใช้งานหนัก ขนของเยอะ หรือ นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยส่วนมากคนจะนำรถกระบะประเภทนี้ไปเสริมตู้ทึบ หรือ โครงเหล็กที่สายกระบะเรียกกันว่าคอก สำหรับกระบะตอนเดียวจะมีราคาถูกที่สุดในรถประเภทกระบะ
รถกระบะตอนครึ่ง หรือ กระบะแค็ป
ในส่วนของกระบะแค็ปจะเป็นรถกระบะสองประตูคล้ายกับกระบะตอนเดียว แต่ที่พิเศษมากกว่าคือ พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้นสามารถนั่งได้ 2 แถว 4 คน และ รวมถึงออปชันภายในรถที่มีมากขึ้นด้วย ทำให้รถกระบะแค็ปเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากการใช้งานที่ตอบโจทย์แบบสายกลางแล้ว ราคาก็ยังกลางสุดในรถประเภทกระบะ pick-up เช่นกัน
รถกระบะดับเบิ้ลแค็ป หรือ สองตอน
รถกระบะประเภทนี้กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นรถกระบะ 4 ประตูที่พื้นที่ภายในกว้างขวางแทบไม่ต่างจากรถเก๋ง 4 ประตูทั่วไป มากไปกว่านั้นยังมีออปชันเสริมมากมายที่จะคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ไม่แพ้กับรถยนต์ประเภทอื่นๆ แต่ด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขึ้นทำให้ต้องแลกกับการมีพื้นที่กระบะท้ายที่เล็กลง ซึ่งอาจจะทำให้ไม่สามารถบรรทุกได้หนักเท่ารถกระบะประเภทอื่น
รถกระบะ มือสอง รุ่นยอดนิยมปี 2021
รถกระบะเป็นรถที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน และ เป็นรถอเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในบ้านเราเนื่องจากประเทศไทยมีประชากรที่ทำอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรเป็นจำนวนมาก ทำให้มีรถกระบะไหลเวียนอยู่ในตลาดรถบ้านเราเป็นจำนวนมากซึ่งวันนี้เราจะพามาดูกับ รถกระบะมือสอง ที่ราคาน่าซื้อคุณสมบัติน่าขี่
ISUZU D-MAX
รถกระบะที่เป็นเรือธงจากทางอิซูซุซึ่งเป็นรถกระบะแนวหน้าในประเทศไทยที่ได้รับความนิยมมาตลอดในบ้านเราด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง ประหยัดน้ำมันกว่ากระบะรุ่นอื่นๆ และ ที่สำคัญรถรุ่นนี้มีราคาขายที่ค่อนข้างแข็งทำให้ไม่ขาดทุนมากเวลาผลัดมือ หรือ ขายต่อ
ในบ้านเราจะสังเกตเห็นได้ว่ามี ISUZU D-MAX วิ่งเต็มตามท้องถนนไม่ว่าจะเป็นรถเดิมและรถแต่งซิ่ง
โดยรุ่นที่ได้รับความนิยม หรือ น่าเล่นในตลาดรถกระบะมือสองจะเป็น ISUZU D-MAX ปี 2016-2018 ซะส่วนใหญ่ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โฉมปัจจุบันแต่ ISUZU D-MAX ในช่วงปีที่กล่าวไปเป็นรถกระบะมือสองที่ถือว่าครบครันทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและรูปลักษณ์ที่ไม่ตกยุคบวกกับราคาในตลาดรถยนต์มือสองที่จับต้องได้
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ดีเซล Blue Power 1.9 ลิตร รหัสเครื่องยนต์ RZ4E-TC แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 350,000 บาท
Toyota Hilux Revo
รถจากค่ายโตโยต้าไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล หรือ รถยนต์อเนกประสงค์ คนในวงการรถยนต์คงจะทราบกันดีว่าข้อได้เปรียบกว่าแบรนด์อื่นๆ คืออะไหล่ที่หาง่าย และ การหาอู่ซ่อมบำรุงที่เรียกได้ว่าอู่ในบ้านเราซ่อมได้หมด
รถกระบะมือสอง จากค่ายโตโยต้าที่มาแรงในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น Toyota Hilux Revo โฉมปี 2017-2019 เป็นรุ่นที่ผ่านการปรับโฉมใหม่มาเรียบร้อยแล้ว หรือ จะเรียกได้ว่ารูปร่างหน้าตาเดียวกันกับโฉมปัจจุบันเลยก็ได้ เหมาะสำหรับใครที่อยากได้ รถกระบะมือสอง ปีใหม่ในราคามือสอง
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 320,000 บาท
Ford Ranger
ยี่ห้อฟอร์ดขึ้นชื่อเรื่องความแกร่งตามสไตล์รถอเมริกัน มากไปกว่านั้นรถกระบะจากค่ายฟอร์ดเป็นที่นิยมมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และ มีชื่อเสียงในวงการรถกระบะมาอย่างยาวนาน เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงเรื่องคุณภาพทั้งสมรรถนะ และ ความทนทานไว้ใจ FORD ได้เลย
ซึ่งถ้าพูดถึงรถกระบะจากค่าย Ford ในบ้านเราคงต้องเป็นรถกระบะสุดแกร่งและภายนอกที่มีลุคสุดเท่ตามสไตล์อเมริกันอย่าง Ford Ranger โดยรวมของรถกระบะรุ่นนี้มีความน่าใช้มากทั้งในเรื่องของดีไซน์, ยี่ห้อ และ สมรรถนะ แต่ด้วยราคามือหนึ่งที่ค่อนข้างสูงทำให้ Ford Ranger เป็น รถกระบะมือสอง ที่น่าซื้อมาใช้ในราคามือสอง
โดยรุ่นที่นิยมในตลาดและราคาคุ้มค่าต่อการซื้อมาใช้จะเป็น Ford Ranger ช่วงปี 2016-2018 ที่มีออปชัน และ สมรรถนะที่ครบครัน
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 370,000 บาท
Nissan Navara
มาถึงรถกระบะสัญชาติญี่ปุ่นอีกหนึ่งคันที่พูดได้ว่าทั้งสวย, เท่ และ แกร่งไม่แพ้รถกระบะยี่ห้ออื่นๆ อย่าง Nissan Navara ที่เป็นรถกระบะอีกรุ่นหนึ่งที่มีวิวัฒนาการในวงการรถกระบะบ้านเรามากว่า 20 ปี
ถึงแม้ว่ารถกระบะอย่าง Nissan Navara จะไม่ใช่รถกระบะพิมพ์นิยมในบ้านเรา แต่ Nissan Navara ก็เป็น รถกระบะมือสอง ที่น่าสนใจอีกหนึ่งคัน เนื่องจากพอเป็นราคารถกระบะมือสองทำให้ Nissan Navara คันนี้มีความน่าซื้อและคุ้มค่าพอสมควรด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่มีเอกลักษณ์ของ Nissan และ ขุมพลังที่ให้มามากกว่ารถกระบะค่ายอื่นๆ มากไปกว่านั้นในปัจจุบันก็มีการนำรถรุ่นนี้ไปแต่งไปโมดิฟายกันแบบเท่ระเบิด พูดได้ว่าสำหรับสายซิ่งสายแต่งสายโมดิฟายมีเรื่องให้เสียเงินกันอย่างแน่นอน
โดยรุ่นที่นิยมเล่นกันในตลาดรถมือสองจะเป็น Nissan Navara ช่วงปี 2016-2018 เพราะมีระบบความปลอดภัย และ ออปชันที่ค่อนข้างครบ ดูจากสเปคโดยรวมแล้วเป็นรถกระบะมือสองที่น่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 350,000 บาท
Mitsubishi Triton Plus Megacab
มาถึงรถกระบะตัวท็อปสัญชาติญี่ปุ่นค่ายสุดท้ายที่โด่งดังในเรื่องระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและยิ่งมาเป็นรถกระบะเลยทำให้เข้าทางแบรนด์มิตซูบิชิเข้าไปใหญ่ เนื่องจากรถกระบะเป็นรถที่มีจุดขายและเน้นในเรื่องของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อบวกกับดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ตตามสไตล์มิตซูบิชิที่ทำให้รถกระบะที่เป็นรถอเนกประสงค์ดูมีความโดดเด่นมากขึ้น
Mitsubishi Triton รุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดรถกระบะมือสองคือโฉมปี 2017-2018 สำหรับใครเป็นสาวกมิตซูบิชิ หรือ กำลังหารถกระบะสัญชาติญี่ปุ่นสักคันรถรุ่นนี้มีความน่าสนใจด้วยออปชันที่จัดเต็ม
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 460,000 บาท
สรุป
จบไปแล้วกับรถกระบะมือสองที่น่าสนใจในปี 2021 นี้ อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่ารถกระบะเป็นรถที่อยู่คู่กับคนไทยมาตลอดด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่หลากหลายด้วยข้อดีในตัวเองของรถประเภทนี้เองอย่างเช่น สมรรถนะที่ถึงใจถึงไหนถึงกันพละกำลังเหลือสำหรับทุกการเดินทาง หรือ ทุกสภาพถนน และ สามารถบรรทุกของได้จำนวนมาก มากไปกว่านั้นยังเด่นในเรื่องของความทนทานเนื่องจากรถกระบะเป็นรถอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการใช้งานหนักทำให้รถประเภทนี้มีความทนทานสูง
แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องแลกกับการตัดออฟชันความสะดวกสบายที่เหมือนรถเก๋งออกไปเช่น พื้นที่ภายในห้องโดยสารที่ไม่สบายเท่ารถเก๋งต่อให้เป็นรถกระบะแบบดับเบิ้ลแค็ปก็ตาม รวมถึงช่วงล่างที่กระด้างตามสไตล์รถกระบะ แต่ถ้าพูดถึงวิวัฒนาการของรถกระบะในปัจจุบันถือว่าพัฒนามาไกลมาก สำหรับใครที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถกระบะมือสองอยู่ หรือ ซื้อรถกระบะคันแรกคงได้คำตอบพอสมควรทั้งรุ่นรถที่น่าสนใจรวมถึงประเภทและข้อดีข้อเสียของรถกระบะอีกด้วย
ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดแบบนี้ใครที่กำลังต้องการซื้อรถยนต์, เช็คราคา และ หาตลาดกลางเพื่อซื้อขายรถยนต์ทั้งมือสองและมือหนึ่งบนโลกออนไลน์ที่น่าเชื่อถือได้สามารถลองเข้าไปดูได้ที่ Kaidee Auto ที่มีรถหลากหลายรุ่น หลายแบรนด์ และ หลายเต็นท์ที่สามารถเลือกดูได้แบบครบจบในที่เดียว
Sep 16, 2021 | บทความอสังหาฯ
เครื่องดูดควัน นับเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เราจะต้องมีการติดตั้งไว้ภายในห้องครัว เพื่อทำให้พื้นที่ทำอาหารของคุณที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นความอร่อยที่อาจติดครัวของคุณไปตลอดกาล ได้จางหายไปกับเทคโนโลยีชิ้นนี้ ซึ่งแม่บ้านหลายท่านก็น่าจะรู้กันดีว่าการทำความสะอาดก็นั้นแสนจะยากเย็น จากความมันและคราบสกปรกมากมายที่สะสมกันอย่างยาวนาน แต่การปล่อยไว้นาน ๆ ไม่ทำอะไรเลย ก็จะทำประสิทธิภาพการทำงานของมันลดลงเช่นเดียวกัน และวันนี้เราจะมากระซิบดัง ๆ บอกเคล็ดลับการล้างทำความสะอาดเจ้านี่กัน !
วิธีเลือก เครื่องดูดควัน ให้ตรงใจ
ก่อนที่จะเลือกซื้อเครื่องดูดควันที่เหมาะสมมาใช้งานภายในห้องครัว เราก็ต้องมีการพิจารณาหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะทำให้เครื่องดูดควันของคุณใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
โหมดการทำงาน
แบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่
แบบระบบท่อ ที่คนส่วนใหญ่นิยมเลือกติดตั้งใน บ้าน เพราะสามารถถ่ายเทออกไปได้เร็วกว่า
แบบระบบหมุนเวียน ที่นิยมใช้ในคอนโดมิเนียมหรือห้องพัก มีฟิลเตอร์คาร์บอนเพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อย ๆ
ชนิดของมอเตอร์ภายใน
สามารถแบ่งเป็น 3 ชนิดที่คนนิยมใช้ ได้แก่
มอเตอร์ที่ทำจากอัลลอยด์ สามารถทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และทนความร้อนได้ดี
มอเตอร์ที่ทำจากเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ไม่เป็นสนิม แต่ไม่ได้มีความคงทนและต่อเนื่องเท่ามอเตอร์ที่ทำจากอัลลอยด์
มอเตอร์ที่ทำจากพลาสติกกิลล่อน พลาสติกที่สามารถทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
กำลังการดูดอากาศ
ซึ่งเราสามารถคำนวณได้จากพื้นที่ในครัว ผ่านสูตร ความยาว X ความกว้าง X ความสูง X 10 = ความเร็วต่ำสุดของเครื่องดูดควัน
ขนาดที่พอดี
เครื่องดูดควันของคุณควรมีขนาดที่เหมาะสมกับตัวเตาและเคาน์เตอร์ครัว ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีให้เลือกทั่วไปอยู่ที่ 60 90 และ 120 เซนติเมตร
เสียงของเครื่องดูดควัน
ควรจะมีการทดสอบก่อนเลือกซื้อ โดยเคล็ดลับการใช้งานก็มีอยู่ว่า คุณควรจะเปิดเครื่องด้วยความแรงสูงก่อนการตั้งกระทะประมาณ 2-3 นาที แล้วจึงเบาความแรงลง เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่เต็มเปี่ยม
เคล็ดการทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ
หลังจากได้ปิดเครื่องและพักให้เครื่องดูดควันหายร้อนแล้ว ขั้นตอนแรกคือ การถอดส่วนประกอบออกมาเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาดอย่างทั่วถึง ซึ่งแบ่งออกเป็น ตัวเครื่องดูดควัน แผ่นกรอง และพัดลมของเครื่องดูดควัน และแต่ละส่วนก็มีวิธีเช็ดที่แตกต่างกัน ดังนี้
วิธีทำความสะอาดเครื่องดูดควันภายนอก
สำหรับตัวเครื่องดูดควันเราสามารถทำความสะอาดได้หลากหลายวิธี ทั้งนำน้ำยาอเนกประสงค์มาฉีดโดยรอบ แล้วใช้ผ้าที่มีความนุ่มในตัว มาขัดทำความสะอาดออก หรือใช้ฟองน้ำชุบน้ำอุ่นที่ผสมกับเบกกิ้งโซดาและสบู่ไว้แล้ว มาเช็ดคราบต่าง ๆ ออก จากนั้นจึงใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกครั้ง
ทำความสะอาดแผ่นกรองของ เครื่องดูดควัน
ว่ากันว่าภายในเครื่องกรองของเครื่องดูดควันนั้นแสนจะทำความสะอาดยาก แต่ถ้าหากเรามีเทคนิคเล็กน้อยก็จะทำเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายทันตา โดยสิ่งที่ต้องใช้ก็มีเพียงน้ำเปล่า โซดาไฟ และน้ำยาอเนกประสงค์เท่านั้นเอง
ซึ่งเราก็ต้องนำแผ่นกรองนี้ ไปแช่น้ำผสมโซดาไฟอย่างน้อย 1 คืน (หรือใช้น้ำร้อน เบกกิ้งโซดา และสบู่แทนก็ได้) เพื่อลดความมันที่เกาะติดบนแผ่นกรอง หลังจากนั้นก็นำตัวแผ่นกรอกเจ้าปัญหาไปขัดด้วยน้ำยาอเนกประสงค์อย่างเบามือ เพียงเท่านี้ก็สะอาดหมดจดแล้ว ที่สำคัญ ! อย่าลืมใส่ถุงมือยางเพื่อความปลอดภัยด้วยนะ
ทำความสะอาดพัดลม เครื่องดูดควัน
ส่วนพัดลมของเครื่องดูดควันก็มีวิธีการทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย คล้ายกับตัวเครื่องภายนอก โดยการนำน้ำร้อนที่ผสมเบกกิ้งโซดาและสบู่เช็ดออก หรือใช้น้ำยาล้างจานก็ได้เช่นกัน หลังจากนั้นจึงใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้ง
ดูแลรักษา เครื่องดูดควัน อย่างไรให้ใหม่อยู่เสมอ
ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้ เครื่องดูดควันของคุณมีความสวยงาม เหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลาก็ต้องเป็น การดูแลรักษาตัวเครื่องให้สะอาดและใหม่อยู่เสมอ ๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ด้วยอุปกรณ์และเคล็ดลับที่เราได้กล่าวไปข้างต้น เพราะยิ่งคุณทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน การทำความสะอาดก็จะง่ายแค่นั้น เพราะการสะสมของแบคทีเรียและคราบสกปรกต่าง ๆ จะส่งผลต่อสุขอนามัยของคุณ ดังนั้น มาทำให้ห้องครัวกลายเป็นห้องแห่งความสุขกันเถอะ
และถ้าใครอยากได้เครื่องดูดควันดี ๆ สักเครื่องที่มีราคาไม่สูงมาก ก็เข้ามาหาใน Kaidee ได้เช่นกัน เพียงแค่คลิกปุ่มด้านล่างเลย !
อ่านบทความเกี่ยวกับ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ อื่น ๆ
Sep 15, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ในวงการพระเครื่องและเครื่องรางของขลังต่างๆนั้น มีชิ้นหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความขลังและการป้องกันสิ่งชั่วร้ายนั่นคือ เบี้ยแก้ ที่หลายคนมักพกติดตัวทั้งเพื่อเป็นสิริมงคลและป้องกันความอาถรรพ์หรือการเล่นของชั่วร้ายต่างๆ
เบี้ยแก้
เราทราบกันดีว่า “เบี้ย” นั้นแรกเริ่มเดิมทีคือหอยทะเลหรือเรียกว่าหอยเบี้ย ที่ถูกนำมาใช้เป็นเงินที่ใช้จ่ายกันในสมัยก่อน แต่การกลายมาเป็นเบี้ยแก้นั้น มีเรื่องที่เล่าต่อกันมาว่าเริ่มต้นขึ้นจากการใช้หอยเบี้ยมาแก้บนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้หอยที่นำมาใช้เป็นเบี้ยก็มีความเชื่อว่าเป็นสิ่งมงคลที่ขจัดสิ่งไม่ดีได้ จึงทำให้พระเกจิอาจารย์ต่างๆ นำหอยเบี้ยมาทำพิธีและลงคาถาอาคมและพกติดตัวไว้ในระหว่างการธุดงค์ หรือแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ได้นำไปพกพาติดตัวและนำไปบูชา
วิธีใช้เบี้ยแก้
เบี้ยแก้ที่นำมาทำพิธีและลงคาถาอาคมนั้นจะเป็นหอยเบี้ยที่มีปรอท ตะกั่ว ชันโรง และด้าย ถักประกอบเข้าด้วยกันในระหว่างการทำพิธีและลงอาคม แต่ละเกจิอาจารย์ก็จะมีคาถาหรือรูปแบบของเบี้ยแก้ที่ต่างกัน วิธีช้งานเบี้ยแก้ก็จะมีทั้งห้อยคอ ผูกเอว แล้วท่องคาถา อธิษฐานเพื่อคุ้มครองผู้พกพา
หรือนำมาแช่น้ำมนต์และนำมาดื่มหรืออาบเพื่อชำระล้างอาถรรพ์ ไล่ผีเข้า ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและล้างคุณไสย ที่สำคัญเบี้ยแก้ยังเป็นเครื่องรางของขลังที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมอีกด้วย
เบี้ยแก้มีเสื่อมไหม?
เบี้ยแก้ขึ้นชื่อเรื่องการล้างคุณไสย ไล่ผีเข้า และปกป้องคุ้มครองจากสิ่งชั่วร้าย ทำให้หลายๆคนโดยเฉพาะผู้หญิงของพกเบี้ยแก้ติดตัวไว้เพื่อป้องกันการโดนทำเสน่ห์และคุณไสย ที่สำคัญเบี้ยแก้ไม่มีการเสื่อมของอิทธิฤทธิ์เหมือนของขลังอื่นๆ ที่หากทำผิดข้อห้ามแล้วของจะเสื่อมทันที แต่เบี้ยแก้นั้นไม่มีข้อห้าม ไม่ต้องกังวลว่าไว้ที่ใดแล้วของจะเสื่อม
แต่สิ่งที่สำคัญคือการหมั่นตั้งจิตและท่องคาถา เพื่อให้เบี้ยแก้คุ้มครองเราอยู่เสมอ ซึ่งนอกจากเรื่องการปกป้องคุ้มครองแล้ว เรื่องเสน่ห์หรือโชคลาภ เบี้ยแก้ก็มีพุทธคุณด้านนี้เช่นกัน
เบี้ยแก้หลวงปู่ดัง
การเกิดขึ้นของเบี้ยแก้มีมาตั้งแต่ยุคสมัยก่อน พระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายองค์ก็มีการปลุกเสกและสร้างเบี้ยแก้ขึ้น ซึ่งเบี้ยแก้เหล่านี้ก็ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดเครื่องรางของขลังในปัจจุบัน
เบี้ยแก้ วัดกลางบางแก้ว
เบี้ยแก้หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว ภาพจาก Kaidee.com (oneeman )
เบี้ยแก้หลวงปู่บุญ เบี้ยแก้หลวงปู่เจือและเบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่ม เป็นหนึ่งในเบี้ยแก้สายวัดกลางบางแก้ว โดยการสร้างนั้นจะเทปรอทเข้าไปในตัวหอยเบี้ย จากนั้นปิดด้วยชันโรงแล้วจึงร่ายคาถาและหุ้มด้วยตะกั่วด้านนอก เบี้ยแก้นี้ก็จะช่วยการแก้คุณไสยและปกป้องพระจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ระหว่างการธุดงค์
การใช้งานนั้นก็สามารถพกติดตัวและท่องคาถา โดยเริ่มตั้งนะโม 3 จบ และกล่าวดังนี้
“อิติปิโส ภะคะวา ยาตรายามดี ได้ยามพระศรี สวัสดีลาโภ นะโมพุทธายะ”
ตามด้วย
“อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ พุทธะสังมิ อิสวาสุ”
เบี้ยแก้สายวัดกลางบางแก้ว
เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่ม เบี้ยแก้หลวงปู่บุญ เบี้ยแก้หลวงปู่เจือ
เบี้ยแก้หลวงปู่รอด วัดนายโรง
เบี้ยแก้ หลวงปู่รอด วัดนายโรง ภาพจาก Kaidee.com (Pat )
เบี้ยแก้หลวงปู่รอด วัดนายโรงเป็นหนึ่งในเบญจภาคีเครื่องรางที่ขึ้นชื่อว่ามีทั้งความขลังและเป็นมงคล ตัวเบี้ยแก้จะมีฟันคราบ 32 ซี่ มีลวดลายที่มีคาดกลาง การลงลักษณ์ รวมถึงการถักที่ละเอียด โดยหลวงปู่รอดจะเรียกปรอทจากในดินมาใส่ไว้เพื่อปลุกเสกและสร้างอาคม
เบี้ยแก้ หลวงปู่รอด วัดนายโรงเป็นที่ต้องการในตลาดปัจจุบันมาก เพราะทั้งลูกศิษย์ที่นับถือมีจำนวนมาก ความศรัทธาและความเชื่อที่ว่าหลวงปู่รอดมีวิชาอาคมต่างๆที่ได้เรียนรู้และฝึกฝนจากพระอาจารย์มากมาย จนได้คิดค้นการทำเบี้ยแก้ที่เป็นเหมือนต้นตำรับ เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย หากใครได้นำมาพกติดตัวไว้จะสามารถป้องกันคุณไสย เปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี
เบี้ยแก้หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์
เบี้ยแก้จากหลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ จังหวัดอ่างทอง เป็นเบี้ยแก้ที่มีความขลังเป็นอันดับต้นๆ เพราะหลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์นี้มีพระที่เป็นอาจารย์หลากหลายท่าน อย่างคนที่ใกล้ชิดที่สุดนั่นคือพี่ชายของหลวงพ่อภักตร์ ที่เดิมทีเป็นขุนโจรที่มีวิชาอาคมเลื่องชื่อ แต่สุดท้ายได้หันมาสู่พระธรรมและถ่ายทอดวิชาอาคมต่างๆให้กับหลวงพ่อภักตร์
ขอบคุณภาพจาก pralanna.com
พระเครื่องและเครื่องรางของขลังของหลวงพ่อภักตร์วัดโบสถ์มีมากมาย แต่สิ่งที่ขึ้นชื่อก็จะมีทั้งเหรียญและเบี้ยแก้ ด้านเบี้ยแก้ก็มีพุทธคุณการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและป้องกันคุณไสยได้ คาถาอาคมรวมถึงขั้นตอนการปลุกเสกที่หลวงพ่อภักตร์ได้เรียนรู้จากพี่ชายของท่านทำให้เบี้ยแก้ของท่านมีความขลังและขับไล่คุณไสย ล้างการทำเสน่ห์ รวมถึงขับไล่ภูตผีสิ่งไม่ดีที่จะเข้าหาตัวได้
สรุป
แม้ปัจจุบันจะเป็นยุคที่ผู้คนอยู่กับเทคโนโลยีกันมากขึ้น เรื่องความเชื่อหรือการนับถือต่างๆ อาจเป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่น้อยลง แต่สำหรับพระเครื่องและเครื่องรางของขลังอย่างเบี้ยแก้นั้นยังคงเป็นสิ่งที่ผู้คนศรัทธาและนับถือกันอยู่อย่างแพร่หลาย ซึ่งการมีไว้ติดตัวก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย แต่กลับยิ่งทำให้เราสบายใจมากยิ่งขึ้น
หากสนใจหาเบี้ยแก้ไว้พกติดตัว ป้องกันสิ่งชั่วร้ายและล้างคุณไสย สามารถค้นหาได้ง่ายๆ ใน Kaidee หมวดพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง และไม่ต้องกังวลเรื่องการโดนโกงต่างๆ เพราะเรามีระบบ KD Pay ที่เป็นตัวกลางของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสบายใจในทุกการซื้อขายได้ ลองไปดูกันค่ะ