ประกันชั้น 1 เซฟ และประกันรถยนต์ชั้น 2+ ประกันที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี 2022 จาก DirectAsia

ประกันชั้น 1 เซฟ และประกันรถยนต์ชั้น 2+ ประกันที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี 2022 จาก DirectAsia

“ประกันชั้น 1 เซฟ และประกันรถยนต์ชั้น 2+ อุ่นใจทุกเส้นทาง รับความคุ้มครอง ที่คุ้มค่าและให้คุณมากกว่าประกันภัย ด้วยประกันรถยนต์ผ่อนได้ 0%* 10 เดือน จาก DirectAsia”

ในยุค “New Normal” สำหรับผู้ใช้รถยนต์ อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นก็ต้องตัดออก เว้นแต่เรื่องประกันภัย ที่ตัดออกไปไม่ได้จริง ๆ เพราะชีวิตคุณมีค่ายิ่งกว่า แล้วจะดีกว่าไหม… หากคุณมีประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม แต่จ่ายน้อยลง เหมือนกับ “ประกันชั้น 1 เซฟ” และ “ประกันรถยนต์ชั้น 2+” จาก DirectAsia ประกันรถยนต์ที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี 2022

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ DirectAsia กันก่อนดีกว่า หลายคนอาจจะคุ้นหูกับชื่อนี้ และคุ้นเคยกับกับโลโก้สีเหลืองอร่ามกันมาบ้างแล้ว ทีมงานของ Kaidee Auto นั่งทำการบ้านแล้วพบกับข้อมูลที่น่าสนใจ จนอยากเอามาบอกเล่าให้ฟังสั้น ๆ ขอบอกเลยว่า! อาจทำให้คุณทึ่งจนต้องร้องว้าวเลยทีเดียว !

DirectAsia หรือไดเร็ค เอเชีย โบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์ ภายใต้การบริหารงานของ Hiscox บริษัทประกันภัยระดับโลก และให้ความคุ้มครองในหลาย ๆ ด้าน DirectAsia เป็นโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์เจ้าแรกในประเทศไทย จึงมีความเชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ออนไลน์เป็นพิเศษ

ทีนี้เรามาดูกันที่ประกันภัยรถยนต์ที่เป็นไฮไลท์ของ DirectAsia ซึ่งโดนใจมากจนเราต้องขอพูดถึง นั่นคือ ประกันชั้น 1 เซฟ และประกันรถยนต์ชั้น 2+ บอกเลยว่าให้ความคุ้มครองแบบจัดเต็ม ในราคาที่ไม่ธรรมดา ด้วยราคาเบี้ยที่คุ้มค่า ให้คุณจ่ายน้อยกว่า มาดูทีละแผนกันเลย

ประกันชั้น 1 เซฟ คุ้มค่า จ่ายน้อยกว่า

หลายท่านคงรู้สึกว่า ตัวเองมีประวัติการขับขี่ที่ดี ไม่เคยชนมาก่อน อยากได้ความคุ้มครองจัดเต็มแบบประกันชั้น 1 แต่ทำไมถึงต้องจ่ายเบี้ยแพง ๆ ทั้งที่สุดท้ายจ่ายไปก็ไม่คุ้ม หรือแม้กระทั่งผู้ขับขี่ที่มีรถเก่า 10 ปี แต่อยากได้ประกันที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดแบบชั้น 1 ก็หาทำยากเสียเหลือเกิน บ้างบริษัทเบี้ยแพงเกินไป แถมยังให้ต่ออายุยาก เงื่อนไขก็เยอะ

แล้วทำไมต้องจ่ายแพงขนาดนั้น ถ้าคุณมีทางเลือกที่ดีกว่าด้วย ประกันชั้น 1 เซฟ จาก DirectAsia ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ และแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ด้วยความคุ้มครองดีที่สุดในราคาที่จ่ายน้อยลง ราคาดีกว่าเห็น ๆ

ใกล้เคียงประกันชั้น 1 ด้วยคุ้มครองจัดเต็ม แต่เบี้ยถูกลง 20%*

DirectAsia ประกันชั้น 1 เซฟ อุ่นใจด้วยความคุ้มครองจัดเต็ม เริ่มจากคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ทั้งมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี, คุ้มครองรถหาย รถไฟไหม้ รวมถึงภัยธรรมชาติ, รับพิจารณารถอายุไม่เกิน 10 ปี แต่สามารถต่ออายุได้ถึง 15 ปี ให้มากขนาดนี้ แถมเบี้ยยังราคาดีกว่าประกันชั้น 1 ถึง 20%* คุ้มค่าและประหยัดได้สุด ๆ 

เหมาะกับผู้ขับรถประวัติดี หรือใช้งานรถอายุไม่เกิน 10 ปีที่ต้องการความคุ้มครองจัดเต็ม

ความจริงแล้ว ประกันชั้น 1 เซฟ ก็เหมาะกับผู้ใช้รถทุกคนนั่นแหละ แต่จะตรงจุดมากที่สุดกับท่านที่ขับรถดี มีความเชี่ยวชาญในระดับหนึ่งแล้ว พูดง่าย ๆ มีประสบการณ์บนท้องถนน ไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหลายคนอยากที่จะมีความคุ้มครองแบบจัดเต็ม 360 องศา แต่ไม่อยากจ่ายแพงแบบประกันชั้น 1 ทั้วไป อันนี้แหละตอบโจทย์ สามารถทำประกันได้กับรถทุกยี่ห้อ เช่น Honda, Toyota, Mazda, Mitsubishi, Nissan, Isuzu ฯลฯ

แต่ที่เด็ดกว่านั้น ก็คือ ประกันชั้น 1 เซฟ จาก DirectAsia ยังรับพิจารณารถที่มีอายุไม่เกิน 10 ปีด้วยนะ และสามารถต่ออายุได้ถึง 15 ปีอีกด้วย ซึ่งในวงการประกันรถยนต์หลายคนคงทราบดีว่า หาประกันชั้น 1 สำหรับรถเก่าได้ยากมาก ถามว่ามีไหม ก็มีขายนั่นแหละ แต่ไม่ใช่ราคานี้แน่นอน ไม่เชื่อเราท้าพิสูจน์ด้วยวิธีง่าย ๆ ลองเช็กเบี้ยดูที่ลิงก์ได้เลย คลิกเพื่อเช็กเบี้ยประกัน !

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองทั้งรถหายและรถไฟไหม้สูง 2 เท่าของทุนประกัน*

ประกันดีรับปีเสือยังไม่จบ มาที่ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จาก DirectAsia กันต่อ แผนนี้บอกเลยให้อัดแน่นคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เรียกว่า “อุ่นใจคูณ 2” กันไปเลย เพราะจุดเด่นอยู่ที่คุ้มครองทั้งรถหาย รถไฟไหม้ สูง 2 เท่าของทุนประกัน* รวมไปถึงภัยธรรมชาติ ด้วยทุนประกันสูงสุดถึง 350,000 บาท นั่นแปลว่าคุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้ได้สูงถึง 700,000 บาทเลย

ซ่อมเขา ซ่อมเรา อุ่นใจทุกการเดินทาง

DirectAsia ให้คุณอุ่นใจด้วยประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองรถคุณและคู่กรณีเมื่อเกิออุบัติเหตุ ซ่อมทั้งเขา ซ่อมทั้งเรา แถมเลือกได้ทั้งซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ นอกจากนี้ความคุ้มครองเด่นที่สุดต้องยกให้ความคุ้มครองรถหาย รถไฟไหม้ ด้วยทุนประกันจัดเต็ม ให้เยอะไม่มีกั๊ก พร้อมรับฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และการันตีเคลมไวถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที* 

ประกันชั้น 2+ จาก DirectAsia เบี้ยต่ำ แต่คุ้มครองสูง แถมผ่อนได้ 0%* นาน 10 เดือน

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับรถที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหาย หรือโจรกรรม แผนนี้ราคาเบี้ยไม่แพงเลย แถมได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมกับการใช้งานรถยนต์ของคุณ ด้วยทุนประกันที่ค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ชำนาญในการขับรถ หรือต้องจอดรถยนต์ไว้ในพื้นที่เสี่ยงการโจรกรรม หรือเสี่ยงไฟไหม้  พร้อมรับความคุ้มครอง 2 เท่าของทุนประกัน* สูงสุด 700,000 บาท* นับว่าเยอะมาก ! โดยมีเบี้ยราคาพิเศษสำหรับรถรุ่นยอดนิยม คุ้มค่าแบบคูณ 2 แน่นอน คลิกเพื่อเช็กเบี้ยประกัน !

DirectAsia ประกันออนไลน์ ซื้อง่าย เช็กเบี้ยไว ผ่อนได้ 0%*

เมื่อรู้แบบนี้ คงหายสงสัยแล้วว่าทำไม เราถึงกล้ายกให้ประกันชั้น 1 เซฟ และประกันรถยนต์ชั้น 2+ จาก DirectAsia เป็นประกันที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี 2022 นอกจากความคุ้มครองเหนือระดับ ที่กล้าให้แบบไม่มีกั๊กแล้ว ยังเป็นประกันออนไลน์ที่ให้บริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง ซื้อง่าย เช็กเบี้ยได้ทันที ที่สำคัญโดนใจเอามาก ๆ ก็ตรงผ่อน 0%* นาน 10 เดือน สนใจสมัครประกัน เช็กเบี้ยฟรี คลิกเลย DirectAsia พร้อมอยู่กับคุณตั้งแต่ต้นจนจบ

สรุปให้อ่านง่าย

ประกันชั้น 1 เซฟ และประกันรถยนต์ชั้น 2+ จาก DirectAsia โบรกเกอร์ประกันรถยนต์ออนไลน์ชั้นนำ มอบความคุ้มครองจัดเต็ม อุ่นใจด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุม ในราคาไม่แพง ซื้อง่าย เช็กเบี้ยได้ตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญสามารถผ่อน 0%* นาน 10 เดือน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุค New Normal สุด ๆ

เจาะ!! เทคโนโลยีเครื่องยนต์สุดล้ำ ใน NISSAN KICKS e-POWER

เจาะ!! เทคโนโลยีเครื่องยนต์สุดล้ำ ใน NISSAN KICKS e-POWER

NISSAN KICKS e-POWER นิยามใหม่ของรถยนต์คอมแพค เอสยูวี ที่มาพร้อมเทคโนโลยี e-POWER จากนิสสัน ให้ความแรงเร้าใจในทุกการขับขี่ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ที่คุณจะโดนใจ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองขับ และเซอร์ไพรส์กับความสนุกทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง โดยมีจุดเด่นของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แต่ช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดเรื่องสถานีชาร์จไฟ ด้วยการใช้เครื่องยนต์น้ำมันเป็นตัวปั่นไฟในรถคันเดียวกัน เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตจริงของลูกค้า ไม่ต้องวางแผนการเดินทาง หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถยนต์ที่คุ้นเคย

โดยการที่รถหนึ่งคันจะเป็นรถที่สมบูรณ์แบบได้ เครื่องยนต์ถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของรถ เปรียบเสมือนกับหัวใจ และกำลังของรถ การที่เรารู้จักเครื่องยนต์ของรถ ก็เหมือนกับการทำความรู้จักรถรุ่นนั้น ๆ ว่าลักษณะเป็นอย่างไร บุคลิกของรถเป็นอย่างไรนั่นเอง

โดย NISSAN KICKS e-POWER ถือว่าเป็นรถคันหนึ่งที่มีความน่าสนใจ เพราะนอกจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว หนึ่งในสิ่งที่เป็นจุดขายของรถรุ่นนี้ คือ เทคโนโลยี e-POWER ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อน 100% เช่นเดียวกับรถ EV แต่พิเศษกว่าตรงที่มีเครื่องยนต์น้ำมันเป็นตัวสร้างกระแสไฟ ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด ไฟไม่พอ ขอเพียงมีน้ำมันอยู่ในถัง ก็เดินทางไปได้ทุกที่ แถมให้อัตราเร่งแรง ตอบสนองได้ดั่งใจ ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบครัน โดยคุณไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ ใช้งานได้ตามปกติเหมือนรถทั่วไป ไม่ต้องวางแผนการเดินทาง หรือหาสถานีชาร์จไฟให้ยุ่งยาก

และจากที่กล่าวมาข้างต้น หากอยากรู้ว่า เทคโนโลยี e-POWER ของรถคันนี้ทำงานอย่างไร และโดดเด่นกว่ารถคันอื่นอย่างไร เราจะมาเจาะลึกและทำความเข้าใจกันแบบในบทความนี้

เทคโนโลยี ‘e-POWER’ จากนิสสัน

ในส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้ที่ผู้อ่านหลาย ๆ คนสงสัยคือเรื่องเทคโนโลยี e-POWER จากนิสสัน ว่าทำงานอย่างไร วันนี้เราจะมาอธิบายการทำงานง่าย ๆ ดังนี้ 

​ขุมพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แต่มีจุดเด่นที่เหนือกว่า ด้วยการใช้เครื่องยนต์น้ำมันเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ลดข้อจำกัดเรื่องสถานีชาร์จแบต และระยะเวลาในการชาร์จไฟ โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำมันที่เติมเข้าไปเป็นกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ที่แบตเตอรีลิเธียม-ไอออน และส่งไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ ทำให้นิสสัน คิกส์ มีอัตราเร่งที่ต่างจากรถยนต์อื่น ๆ โดยให้ความแรง เร้าใจ ตอบสนองได้ดั่งใจ ไม่ต้องรอรอบ อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. โดยใช้เวลาต่ำกว่า 10 วินาที 

และจุดสำคัญคือ นิสสัน คิกส์ ให้ความประหยัดกว่าทั้งค่าบำรุงรักษาในระยะยาว และค่าน้ำมัน ไม่ว่าจะขับไกลแค่ไหน ก็ไม่ต้องกังวล ขอให้มีน้ำมันในถังก็ไปถึงจุดหมายได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล มีอัตราการกินน้ำมันเฉลี่ย 23.8 กม./ลิตร และ 27.0 กม./ลิตร สำหรับขับในเมืองรถติดๆ ตกกิโลละบาทกว่าๆ เท่านั้น โดยเติมเต็มถัง 41 ลิตร จะวิ่งได้ประมาณ 800-900 กม. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับรถของแต่ละคน

Drive Mode : ระบบการขับเคลื่อนของ NISSAN KICKS e-POWER

ระบบการทำงานของเครื่องยนต์จะถูกแบ่งออกตามรูปแบบการขับขี่ ได้แก่ 

ขณะขับเคลื่อนปกติ Normal Driving  – ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ให้ความเงียบ และนุ่มนวลตลอดการขับขี่

ขณะเร่งความเร็ว Rapid Acceleration – มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานเต็มที่  100% โดยใช้ไฟจากแบตเตอรี่  ในขณะเดียวกันเครื่องยนต์น้ำมันก็จะช่วยสร้างกระแสไฟฟ้า ไปเสริมพลังขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า  ให้ความแรงเร้าใจมีประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะลดความเร็วจากการถอนคันเร่ง Deceleration – ทุกครั้งที่ถอนคันเร่ง ระบบรีเจเนอเรทีฟ จะช่วยชาร์จไฟไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ตลอดเวลา ทำให้ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น

ขณะขับเคลื่อนด้วยความเร็วคงที่ Cruising – มอเตอร์จะขับเคลื่อนรถด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ จนเมื่อความจุแบตเตอรี่ลดลงอยู่ในระดับต่ำ เครื่องยนต์น้ำมันจึงจะทำงานเพื่อปั่นไฟโดยอัตโนมัติ เครื่องยนต์จะทำงานเมื่อจำเป็นเท่านั้น ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น และลดการปล่อย CO2

NISSAN KICKS e-POWER มาพร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้งหมด 3 โหมด 

เพื่อตอบสนองการขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ ทั้ง ด้านสมรรถนะและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

NORMAL MODE – ให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยม โดย D Mode คือ การขับขี่แบบปกติ แต่ B Mode ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่เมื่อลงทางชัน

SMART MODE – โหมดการขับขี่นี้เหมาะสำหรับขับในเมือง เพราะเน้นอัตราเร่งที่ดี แต่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองต่ออัตราเร่ง และการชะลอความเร็วที่ดีเยี่ยม ให้ความเร้าใจทุกครั้งที่คุณกดคันเร่ง 

ECO MODE – โหมดประหยัด โดยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง ซึ่งจะปรับการทำงานของระบบ e-POWER ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้ความคุ้มค่าในทุกการขับขี่ เหมาะสำหรับการจราจรที่เคลื่อนตัวช้า 

เป็นเจ้าของ NISSAN KICKS e-POWER วันนี้ รับข้อเสนอ 3 ต่อ

ให้คุณพิเศษกว่าใครกับโปรโมชันเพื่อคุณโดยเฉพาะ เป็นเจ้าของ Nissan KICKS e-POWER วันนี้รับไปเลย 3 ต่อ ได้แก่

ต่อที่ 1 : รับดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน พิเศษ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2 : ฟรี แพ็กเกจขับสบายหายห่วง 5 ปี ประกอบไปด้วย
 

  • รับประกันรถใหม่ 5 ปี/ e-POWER 5 ปี/แบตเตอรี่ 10 ปี
  • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ SAVE SAFE Platinum Package พร้อมส่วนลดอะไหล่ 10% นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม. 5 ปี

ต่อที่ 3 : ฟรีชุดแต่งพิเศษ Stylish Package 

“เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด”

สรุปท้ายบทความ 

จะเห็นได้ว่าเครื่องยนต์ของ NISSAN KICKS e-POWER มีความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เร่งแรง ตอบสนองดั่งใจ ทั้งยังประหยัดค่าน้ำมัน และค่าบำรุงรักษาอีกต่างหาก ใครที่กำลังมองหารถที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าในระยะยาว รถคันนี้จะตอบโจทย์เป็นที่สุด 

สัมผัส NISSAN KICKS e-POWER โดนใจ…ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลองขับ ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมใกล้บ้านท่าน

เปิดวาป! ราเมนเจ้าเด็ดย่านทองหล่อ อร่อยจนแสงพุ่งออกปาก✨

เปิดวาป! ราเมนเจ้าเด็ดย่านทองหล่อ อร่อยจนแสงพุ่งออกปาก✨

หิววววววววว..หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องห่วง เพราะแค่ฝากปากท้องไว้ที่ทองหล่อ รับรองว่าได้อิ่มจนพุงกางแน่นอน เพราะย่านนี้มีร้านอาหารเจ้าเด็ดมากมายที่เปิดประตูต้อนรับเพื่อนๆ ทั้งวัน 

และอย่างที่รู้กันว่า “ทองหล่อ” เป็นโซนที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น เมื่อทางเราได้กระทำการส่อง IG ก็พบว่าย่านนี้มีร้านอาหารญี่ปุ่นรสชาติอร่อยตั้งอยู่เต็มไปหมด เราเลยขอเปิดวาปร้านราเมนเจ้าเด็ดย่านทองหล่อที่อร่อยจนแสงพุ่งออกปาก ใครได้ลองเป็นต้องมาซ้ำ จะมีร้านไหนบ้าง ปะ..เริ่มเลอ!

Bankara Ramen

เริ่มกันที่ Bankara Ramen (บังคาระ ราเมน) ราเมนเจ้าดังจากโตเกียว ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเปิดสาขาในไทย ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39  ด้วยความเข้มข้นของน้ำซุปที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ราเมนร้านนี้ครองใจคนมาลิ้มลองได้ไม่ยาก ขอบอกนิดนึงว่าความเข้มข้นอยู่ในระดับยิ่งกว่าเข้มข้นไปมาก ความมันความเค็มก็เช่นกัน คนไม่เคยลองอาจจะรู้สึกแปลกไปบ้าง แต่ไม่ต้องห่วง เพราะสามารถบอกพนักงานได้เลยว่าจะลดหรือเพิ่มความมันความเค็ม คือดียยยยย์ 

สำหรับเมนูที่เราแนะนำคือ  Sankoichi (285 บาท) ราเมนน้ำซุปสีขาวข้นที่ได้จากการเคี่ยวกระดูกหมูจนละลายกลายเป็นซุป ที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน ซึ่งในจานเรียกว่าให้มาแบบจัดหนักจัดเต็ม ทั้งหมูชาชู หมูสามชั้นตุ๋นชิ้นใหญ่ และสาหร่าย วางชามลงโต๊ะปุ๊ป บอกเลยว่ากลิ่นน้ำซุปหอมเตะจมูก ความมันและเข้มข้นของน้ำซุปคือลองซดแล้ววาปไปโลกหน้าได้เลย เส้นมีความเหนียวนุ่มถูกใจ หมูสามชั้นตุ๋นนุ่มละลายในปาก อร่อยมากกกกกกกกก!! ต้องไปโดนให้ได้ บอกแค่นี้ 

Wongnai Rating : 4.1
Google Rating : 4.4

ช่องทางติดต่อ :  https://www.facebook.com/BankaraRamen/
แผนที่ร้าน : https://g.page/BankaraRamen?share 

Taishoken Ramen

Taishoken Ramen (ไทโชเคน ราเมน) อีกร้านราเมนที่สรรค์สร้างโดยฝีมือของเทพเจ้าราเมน Yamagishi Kazuo หรือที่ชาวญี่ปุ่นรู้จักกันดีในนาม The God of Ramen ยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นผู้คิดค้น “สึเคเมน” (Tsukemen) ด้วยนะ (ร้าน Taishoken คือหนึ่งในนั้น)

สำหรับเมนูที่เราอยากแนะนำคือ สึเคเมน (Tsukemen)  น้ำซุปเข้มข้นที่เกิดจากการเคี่ยวกระดูกหมูและปลาทะเลนานเกือบ 2 วัน เสิร์ฟพร้อมเส้นราเมนขนาดใหญ่เหนียวนุ่มหนึบ และหมูชาชู มาพร้อมน้ำซุปดาชิที่สามารถเทผสมเพื่อให้รสชาติเจือจางได้ 

อีกเมนูที่พลาดไม่ได้คือ ราเมนซุปกระดูกหมูโซยุน้ำดำ คำแรกที่ได้กิน โอ้โห! ตาเป็นประกาย อร่อยจนแสงออกจากปากดีแท้ หมูมีความหอม ซุปมีความละมุน เรียกว่าอร่อยจนซดน้ำจนหยดสุดท้ายจริงๆ รวมๆ แล้ว 100 คะแนนเต็ม 10 ไปเลยละกัน อร่อยดีนัก

Wongnai Rating : 3.9
Google Rating : 4.0

ช่องทางติดต่อ :  https://www.facebook.com/taishokenramen 
แผนที่ร้าน : https://g.page/taishokenramen?share

Fujiyama gogo

Fujiyama gogo (ฟูจิยาม่า โกโก) ร้านราเมนจากเมืองนาโกย่าซึ่งมีชื่อเสียงมากๆ ในประเทศญี่ปุ่น
อีกทั้งยังมีมากกว่า 50 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่นเลยด้วย เยอะมากก!!!

สำหรับเมนูแนะนำ คือ Umakara Tsukemen Special (330 บาท) เสิร์ฟแบบแยกเส้นกับน้ำซุปเข้มข้นสูตรพิเศษผสมเต้าหู้ทรงเครื่อง พร้อมท้อปปิ้ง 5 อย่างแบบจุกๆ เตือนก่อนเลยว่าชามใหญ่มากกกกกกก! มีความแอบเผ็ดนิดนึง แต่คนไม่ทานเผ็ดกินได้แบบสบายๆ เลย ตอนกินแนะนำว่าให้ซู้ดดังๆ ยิ่งดังยิ่งดี เชฟจะได้ชื่นใจ >//< ทางเราไปลองมาแล้ว ให้เลย 10 คะแนนเต็ม 

Wongnai Rating : 4.0
Google Rating : 4.4

ช่องทางติดต่อ :  https://www.facebook.com/fujiyamagogo 
แผนที่ร้าน : https://g.page/Fujiyama-55-Phra-Khanong?share

Shugetsu Ramen

ร้านราเมนเจ้าดังจากญี่ปุ่นและเกาะฮ่องกง การันตีความอร่อยด้วยรางวัล Michelin Guide ถึง 6 ปีซ้อนจากฮ่องกง อีกทั้งราเมนของเขายังเป็นสูตรลับที่ไม่เหมือนใคร เกริ่นขนาดนี้..บอกเลยว่าต้องไปลองสักครั้ง

สำหรับเมนูแนะนำของทางร้านจะมี 2 เมนูด้วยกัน คือ Tsukemen (225 บาท) ใช้เส้นราเมนโฮมเมดสัมผัสเหนียวนุ่ม เสิร์ฟพร้อมซุปรสเข้มที่ปรุงด้วยโชยุหมักถึง 18 เดือน อีกทั้งยังมีส่วนผสมของผงปลาป่น และน้ำมันหอยเชลล์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ยิ่งได้กินกับหมูชาชูย่างถ่านด้วยแล้ว ยิ่งอร่อยจนอยากเรียกเจ้าของร้านมาคุยเลยทีเดียว

ส่วนอีกเมนูคือ Abura Soda (195 บาท) ราเมนแห้งสูตรต้นตำรับของทางร้าน สัมผัสแรกคือกลิ่นหอมๆ ของผงปลาแห้งที่ลอยมาเตะจมูก ซึ่งความสนุกคือมีขั้นตอนการทาน ที่ให้ผู้ทานได้สัมผัสรสชาติถึง 3 แบบ น่าสนใจมากๆ เลยใช่ไหมล่ะ 

Wongnai Rating : 4.0
Google Rating : 4.4

ช่องทางติดต่อ :  https://www.facebook.com/shugetsu.th 
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/GsDuyoHxG4REBPiU8 

Chita yutaka tei Ramen

ร้านราเมนเล็กๆ ข้างเอ็มโพเรียม หรือซอยสุขุมวิท 24 ทางร้านจะมีน้ำซุปที่พิเศษกว่าร้านอื่น คือ Red Miso หรือเต้าเจี้ยวแดง ภายในร้านตกแต่งแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ แถมรสชาติราเมนก็อร่อยจนอยากพาเพื่อนมาถล่มสักครั้ง (หยอกกกกกก)

สำหรับเมนูแนะนำคือ Tamari Shoyu Ramen (195 บาท) ราเม็งสูตรพิเศษ โดยจุดเด่นจะยู่ที่ความหอมกรุ่นของน้ำซุปทามาริโชยุ โชยุขึ้นชื่อจากจังหวัดไอจิ ที่ผลิตจากเต้าเจี้ยวแดงท้องถิ่น ผ่านการเคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนกลายมาเป็นน้ำซุปรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม มาพร้อมเส้นราเมนแบบโฮมเมด ไม่พูดอะไรมาก เอาเป็นว่า “อร่อยอะ มาลองเหอะ”

Wongnai Rating : 4.0
Google Rating : 4.4

ช่องทางติดต่อ :  https://bit.ly/31xtzTl 
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/gzNh316oDdu331nm9 

เห็นไหมว่าย่านทองหล่อมีอะไรเด็ดๆ อยู่เต็มไปหมด หากได้ลองมาใช้ชีวิต หรือเป็นชาวทองหล่อเต็มตัว เราว่าต้องสนุกมากแน่ๆ  เพราะย่านนี้ถือว่าครบเครื่องทั้งกิน ดื่ม เที่ยว แถมสิ่งอำนวยความสะดวกก็จัดเต็มสุดๆ แต่ถ้ายังคิดอยู่ กำลังรอเงินในกระเป๋าพร้อม งั้นลองแกล้งๆ เข้าดูโครงการคอนโดคุณภาพจาก Kaidee Property ก่อนได้ จากนั้นก็ลองแวะร้านราเมนที่เราแนะนำ รับรองอร่อยจนแสงพุ่งออกปากแน่นวลจ้าาาาา 😉

รู้ปะ? ข้าวเหนียวหมูปิ้ง… บอกคุณภาพชีวิตได้! Vol. 1 ลาดพร้าว

รู้ปะ? ข้าวเหนียวหมูปิ้ง… บอกคุณภาพชีวิตได้! Vol. 1 ลาดพร้าว

“ขยี้ตาแรงมาก น้ำตาสิไหล 
กินหมูปิ้งซะอิ่ม เสียไม่กี่บาทเอ๊ง‼️”

#โชคไม่ดีนี่ไม่ใช่บุรีรัมย์


เพราะนี่เป็น FACT ของคนกรุงฯ ในหลายๆ เขต
ที่ถ้าจะแวะเข้าร้านหมูปิ้งทั้งที
ก็คงไม่มีปรากฏการณ์ 7 ไม้ 10 บาทแบบเขาหรอก

แต่คุณรู้ไหมว่า… สำหรับเขตลาดพร้าวนี้
หากคุณจ่ายเงินซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งแค่ 40 บาท
ก็ช่วยให้คุณอิ่มท้องได้ทั้งเช้าแล้ว 😁

.

วันนี้ Kaidee Property จึงชวนคุณแบกท้อง มาส่องดัชนีค่าครองชีพของคนลาดพร้าว จากหมูปิ้งพร้อมข้าวเหนียว 5 ร้านที่เราลงสำรวจ แล้วรวบรวมข้อมูลมาแตก แยก ย่อย พร้อมสับและซอยลงเป็นบันทึกวิเคราะห์ฉบับเบาๆ ให้คุณเข้าใจถึงทั้งคุณภาพและการใช้ชีวิตของคนย่านนี้ไว้อย่างครบถ้วน 

ฉะนั้น ตามมาดูกันเลยดีกว่าครับ

ว่าการจ่ายเงิน 40 บาท แลกกับ 1 อิ่มที่ลาดพร้าวนั้น

จะให้ความคุ้มค่ากับคุณขนาดไหน 🤔

หมูปิ้งร้านแรกที่เราไป ไม่ใกล้ ไม่ไกล หน้า Big C Extra ลาดพร้าว เท่านั้นเอ๊ง

🐖 หมูปิ้ง Big C (นามสมมติ)

ราคา: 40 บาท

ปริมาณที่ได้: หมูปิ้ง 3 ไม้ (129 กรัม) | ข้าวเหนียว 1 ห่อ (104 กรัม)

คุณภาพอาหาร: เนื้อแน่น รสชาติเค็มหวานติดปลาย มีมันแทรกกำลังดี กินคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ ยิ่งอิ่มฟิน แถมไม้ก็ใหญ่ มาพร้อมไม้จับแบบพรีเมียม มีด้ามให้จับถนัดมือ

บทวิเคราะห์: ร้านนี้ตั้งอยู่หน้า Big C Extra ที่อยู่ระหว่าง ซ.ลาดพร้าว 7 และ ซ.ลาดพร้าว 9 แถมยังอยู่ติดกับถนนใหญ่ ทำให้กลายมาเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของคนลาดพร้าว เพราะตัวห้างเองเป็นแหล่งรวมร้านค้าและร้านอาหารมากมาย ทั้งแบรนด์ติดตลาดและร้านค้าขนาดย่อย 

และที่สำคัญ ที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่รวบรวมตัวเลือกการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งป้ายรถเมล์ที่ตั้งอยู่ด้านหน้า คิวรถแท็กซี่ อีกทั้งสถานีรถไฟฟ้า MRT ก็ยังอยู่ในระยะที่เดินได้สบายๆ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยหากสถานที่แห่งนี้จะเป็นอันดับต้นๆ ที่คนนึกถึงเมื่อหิวท้อง

แล้วคิดดูนะครับ ยิ่งเช้าๆ ที่คนเราต้องรีบไปทำงาน การมาแวะห้างใหญ่ที่มีร้านหมูปิ้งตั้งขายข้างหน้าแบบนี้ ก็ยิ่งต้องเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ผู้คนคิดจะทำกันในทุกเช้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะร้านนี้ที่ให้สัดส่วนของหมู 3 ไม้มากกว่าข้าวเหนียวเกือบ 30 กรัม มีมันแทรกพอเป็นพิธี ประกอบกับรสชาติของหมูปิ้งแท้ๆ รวมไปถึงไม้เสียบที่มีด้ามจับพร้อม ก็ช่วยให้ใครหลายๆ คนอยู่ท้องระหว่างโดยสารไปทำงานได้ง่ายขึ้น แถมยังให้พลังงานที่เหมาะสมเพียงพอสำหรับการทำงานตลอดช่วงเช้า ทำให้ 40 บาทที่เสียไปนี้กลายเป็นสิ่งที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องรีบไปทำงานนอกตัวเมืองลาดพร้าวทุกเช้านั่นเองครับ เรากล้ารับประกัน 

ชื่อบอกว่าใต้ดิน แต่ถ้าได้กิน จะฟินนะค้าบบบ

🐖 หมูปิ้งใต้ดิน (นามสมมติ)

ราคา: 40 บาท

ปริมาณที่ได้: หมูปิ้ง 3 ไม้ (84 กรัม) | ข้าวเหนียว 1 ห่อ (105 กรัม)

คุณภาพอาหาร: ไม้กลางๆ เนื้อหมูบางๆ หวานเค็ม มีมันแทรกเบาๆ ความรู้สึกเหมือนได้กินเนื้อล้วนๆ กินข้าวเหนียวด้วยก็อยู่ท้องได้พอดีๆ สำหรับช่วงเช้า

บทวิเคราะห์: ร้านนี้ตั้งอยู่ในอีกจุดยุทธศาสตร์ที่ไม่มีคนลาดพร้าวคนไหนไม่รู้จัก นั่นก็คืออาคารจอดแล้วจร ซึ่งเป็นที่ตั้งของ MRT สถานีลาดพร้าวที่อยู่ในส่วนชั้นใต้ดินนั่นเอง นับเป็นอีกจุดที่มีการหมุนเวียนของคนในลาดพร้าวที่ต้องออกไปทำงานตามบริเวณรอบนอกและคนรอบนอกที่ต้องเข้ามาทำงานที่ลาดพร้าวอย่างแน่นหนา โดยเฉพาะวันทำงาน

และนี่คือข้อได้เปรียบของร้านนี้ ที่ตั้งอยู่ในจุดที่ทุกคนมองเห็นแน่ๆ เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนที่ติดกับถ.ลาดพร้าว ยิ่งถ้าใครหิวๆ เป็นต้องโดนดักเรียบแน่นอน กับหมูปิ้งที่หอมตลบอบอวลในทุกเช้า มาพร้อมรสชาติให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบดั้งเดิม รสลาบแบบแซ่บอีหลี ไปจนถึงรสเผ็ดแบบเกาหลี ซึ่งการที่มีตัวเลือกรสชาติใหม่ๆ เยอะแบบนี้ ก็แทบจะเป็นปัจจัยที่มากพอที่จะดึงดูดให้ใครหลายๆ คนมาลิ้มลองแล้ว 

ในเรื่องของปริมาณ พูดได้ว่าให้ปริมาณเนื้อน้อยกว่าเมื่อเทียบกับร้านแรก (ประมาณร้อยละ 33 ต่อไม้) แต่ในทางกลับกัน หมูปิ้งร้านนี้ก็ยังถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าบรรดาอาหารที่ขายอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ในอาคารเดียวกันนี้ด้วย ที่ราคาโดยเฉลี่ยแพงกว่า 2 ถึง 3 เท่าตัว อีกทั้งการซื้อหมูปิ้ง 40 บาทครั้งนี้ ให้โปรตีนคุณในปริมาณสูง (เนื้อหมูเยอะ ติดมันน้อย) รวมไปถึงข้าวเหนียวที่มาในปริมาณพอเหมาะพอดี ทำให้น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนที่มองหาอาหารเช้าง่ายๆ ที่ช่วยให้อิ่มท้องเพื่อรอจัดหนักกับมื้อเที่ยงต่อไป มิหนำซ้ำยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่มองหามื้อเย็นแบบไม่หนักไม่เบาจนเกินไปด้วย

เร็วกว่า มากกว่า บุ๋มว่าร้านนี้เกินมาตรฐานไปไกลแล้วววว

🐖 หมูปิ้งปากซอย (นามสมมติ)

ราคา: 35 บาท

ปริมาณที่ได้: หมูปิ้ง 3 ไม้ (93 กรัม) | ข้าวเหนียว 1 ห่อ (121 กรัม)

คุณภาพอาหาร: ไม้กลางๆ รสชาติหวานนำแล้วเค็มตาม ติดมันเยอะ หมูเกรียมกำลังดี ข้อดีก็คือกินกับข้าวเหนียว ตัดเลี่ยนได้สบายๆ ซึ่งทางร้านให้มาเยอะพอสมควร

บทวิเคราะห์: ร้านแรกของเราที่ต่ำกว่างบ ซึ่งแลกมากับการอยู่ห่างจากแลนด์มาร์กที่สำคัญอย่าง MRT สถานีลาดพร้าว โดยร้านนี้ตั้งอยู่ตรงปากซ.รัชดา 32 ที่ถ้าจะให้พูดถึง ก็เป็นอีกบริเวณของลาดพร้าวที่คึกคักไม่แพ้บริเวณลาดพร้าวตอนต้นเลยล่ะ เพราะบริเวณนี้เป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่ ที่มีรถเล็ก-ใหญ่สัญจรไปมาตลอดวัน และเป็นปากทางเป็นทางเข้าถ.รัชดาภิเษก ที่ให้คุณเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสบายๆ อีกทั้งยังมีวินมอเตอร์ไซค์จำนวนไม่น้อย ที่ประจำจุดอยู่ในพื้นที่ของวินเขาเอง คอยให้บริการรับ-ส่งผู้คนที่เข้ามาแวะเวียน หรือแม้แต่คนทำงานหรือนักศึกษาที่ต้องการต่อรถลึกเข้าไปในซอยต่างๆ บริเวณนี้อีกด้วย

ในส่วนของปริมาณเนื้อที่ได้ เรียกได้ว่าไม่แพ้ร้านที่สถานีรถไฟฟ้าเลยทีเดียว เพราะให้มาในปริมาณที่สูสีกัน กินอิ่มสบายกันทั้ง 2 ร้าน แต่จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ปริมาณข้าวเหนียวที่ให้เยอะกว่าร้านอื่นๆ ที่เราเก็บข้อมูลมา ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อิ่มท้องได้นานขึ้น โดยสาเหตุหลักน่าจะมาจากการที่มีวินมอเตอร์ไซค์หนาแน่นนี่แหละครับ เพราะพี่ๆ วินมอเตอร์ไซค์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องการพลังงานต่อวันสูง 

ฉะนั้น การได้กินของอร่อยๆ ที่ให้พวกเขาเข้าถึงความอิ่มท้องได้ “เร็วกว่า” และได้รับแป้งในปริมาณที่ “มากกว่า” ก็คงหนีไม่พ้นหมูปิ้งร้อนๆ กับข้าวเหนียวห่อเบิ้มๆ มัดรวมราคา 35 บาทนี่แหละครับ ที่เป็นเลือดคอยหล่อเลี้ยงพวกเขา และช่วยให้พวกเขามีแรงทำงานกันต่อเพื่อเติมเต็มความสะดวกสบายให้กับคนลาดพร้าวที่อาศัยในละแวกซ.รัชดา 32 นั่นเอง

ไม้เล็ก แต่รสชาติอย่างเด็ด ไม่มีอะไรเป็นสองรองใครร้านไหนทั้งนั้น

🐖 หมูปิ้งปากซอยที่ 2 (นามสมติเช่นกัน)

ราคา: 30 บาท

ปริมาณที่ได้: หมูปิ้ง 5 ไม้ (85 กรัม) | ข้าวเหนียว 1 ห่อ (97 กรัม)

คุณภาพอาหาร: ไม้จิ๋ว ไซส์ปุ๊กปิ๊ก รสชาติเค็มนำหวานตาม มีมันแทรกอยู่กลางๆ กินได้เพลินๆ 

บทวิเคราะห์: มีจริงๆ นะครับ กับความเป็นจริงที่สมองจะหลอกเราว่ากินหมูปิ้งในจำนวน(ไม้)ที่มากกว่า ยังไงก็ต้องอิ่มกว่าอยู่แล้ว

และนี่ก็คือกลยุทธ์ของหมูปิ้งร้านที่ 4 นี้ ที่อยู่บริเวณซ.รัชดา 32 เช่นกัน (ไม่ไกลเลยจากร้านที่ 3) โดยจะมีจุดต่างที่ร้านนี้เขาขายหมูปิ้งแค่ไม้ละ 5 บาทเท่านั้น แต่ยังไม่จบแค่นั้น เพราะเขาขายข้าวเหนียวแค่ห่อละ 5 บาทเหมือนกันด้วย! และที่สำคัญ ปริมาณลดลง ไม่ได้แปลว่าคุณภาพจะต้องลดลงไปด้วย ส่วนเรื่องความคุ้มคงไม่ต้องพูดถึงแล้วล่ะ

จากการที่เรารวบรวมข้อมูลและพูดคุย พบว่าทางร้านก็มีลูกค้ามาอุดหนุนมากมายไม่แพ้กันเลย โดยเฉพาะวินมอเตอร์ไซค์ที่เราเคยพูดถึงไป นั่นเป็นเพราะพวกเขาพอใจที่จะจ่ายเงิน 30 บาทต่อครั้ง แลกกับการได้กินหมูปิ้งไม่ใช่แค่ 3 ไม้ แต่มากถึง 5 ไม้ในคราวเดียว เพราะร้านนี้เขาให้ปริมาณสุทธิของเนื้อและแป้งมากพอในราคาที่เท่าๆ กัน (และแน่นอนว่าไม่เกิน 40 บาทตามที่เราตั้งไว้) อีกทั้งรสชาติของหมูปิ้งก็ไม่ผิดเพี้ยนไปจากมมาตรฐานความ “ต้นตำรับ” ของร้านอื่นด้วย จึงกลายมาเป็นอีกร้านที่พี่วินมอเตอร์ไซค์ต่างก็ยกให้เป็นขวัญใจประจำซอย และยินดีมากที่จะให้หมูปิ้งคำเดียวนี้ดูแลปากท้องพี่ๆ เขาต่อไป

สุดยอดหมูปิ้ง ไม้ใหญ่ถึงใจ ใครผ่านเป็นต้องแวะ

🐖 หมูปิ้งถนนตัด (นามสมมติ)

ราคา: 35 บาท

ปริมาณที่ได้: หมูปิ้ง 3 ไม้ (132 กรัม) | ข้าวเหนียว 1 ห่อ (87 กรัม)

คุณภาพอาหาร: ไม้ใหญ่มาก รสชาติหวานๆ เค็มๆ ปนกัน เข้ากันดีกับข้าวเหนียว ที่ให้มากำลังดีเทียบกับปริมาณหมู กินแทนข้าว 1 มื้อได้เลย

บทวิเคราะห์: ห่างออกมาหน่อยที่ถ.ลาดพร้าววังหิน ก็จะเป็นที่ตั้งของหมูปิ้งร้านสุดท้ายของเราในการลงภาคสนามครั้งนี้ มีดีตรงที่เขาให้ปริมาณเนื้อหมูเยอะกว่าทุกร้านที่เราไปมาทั้งหมด

หากดูจากทำเลที่ตั้งแล้ว ถ.ลาดพร้าววังหินนั้น นับเป็นอีกย่านในลาดพร้าวที่มีร้านอาหารเล็กใหญ่ไทยเทศนับไม่ถ้วน แถมยังมีคอมมูนิตี้มอลล์พร้อมร้านหรูร้านดังอีกมากมาย ภาพจำของทั้งคนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่ที่มีต่อที่นี่จึงหนีไม่พ้น “จะหาอะไรกินดีๆ ก็ต้องถ่อมาแถววังหินนี่แหละ” ทำให้มีการแย่งชิงลูกค้าในพื้นที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ร้านเล็กๆ รวมไปถึงร้านริมทางเองจึงต้องมีดีมากพอที่จะทำให้คนคลิกและอยากจะมาอุดหนุนสินค้าที่ร้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ร้านนี้จึงเป็นหนึ่งในร้านที่ตั้งเป้าไว้ว่าอยากให้คนที่แวะมาซื้อหมูปิ้งได้กินของอร่อยๆ ปริมาณเยอะ คุ้มกับเงินที่จ่ายไป จึงเป็นแรงจูงใจหลักของการขายหมูปิ้งไม้ใหญ่ๆ และให้หมูเยอะกว่าหลายๆ ร้านที่เราไปมานั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว ทางร้านก็ยังเลือกใช้เนื้อหมูที่มีคุณภาพมากขึ้น และยังรสชาติให้หลากหลายเพื่อการกินที่เอร็ดอร่อย ไม่จำเจอีกด้วย 

อีกทั้งทางร้านยังขายข้าวเหนียวในปริมาณที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เพราะตั้งใจอยากให้ลูกค้ากินชุดหมูปิ้งร้านเขาแทนข้าว 1 มื้อได้เลย ในราคาที่ถูกกว่าข้าว 1 จานด้วยซ้ำ แค่ 35 บาทต่อมื้อก็สามารถเลี้ยงท้องไปได้อย่างต่ำก็ 3 ชั่วโมงแล้ว ชุดหมูปิ้งของร้านนี้จึงโดดเด่นมากในเรื่องของปริมาณหมูที่มากกว่าข้าว ที่กลายมาเป็นทางออกง่ายๆ แต่คุ้มค่าสำหรับการกินให้อิ่มท้องระหว่างวัน ยืนยันได้จากลูกค้าทั้งวัยเรียน วัยรุ่น และวัยทำงานในละแวกนั้นที่แวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสายในวันที่เราไปแวะ

แผนที่ลาดพร้าว_ver_ที่เราเข้าใจ_และ_หวังว่าคุณจะเข้าใจเหมือนกับเราเหมือนกัน.jpg

เป็นอย่างไรบ้างครับกับดัชนีค่าครองชีพของเราจากการสำรวจร้านหมูปิ้งในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าในพื้นที่เดียวกันนั้น แค่เงิน 40 บาทกับการซื้อหมูปิ้งมากิน ก็จะได้ความคุ้มค่าที่แตกต่างกันหลายระดับออกไป อยู่ที่ว่าใครจะเลือกใช้เงินจำนวนนี้อย่างไร หรือคาดหวังกับผลลัพธ์แบบไหนมากกว่า ซึ่งใครที่กำลังพักอาศัยในย่านนี้พอดีและอยากจะลองตามลายแทงร้านที่พวกเราไปลงพื้นที่มา ก็สามารถดูตามที่ปักหมุดได้เลย

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วอยากแชร์เรื่องราวของหมูปิ้งกับค่าครองชีพในพื้นที่นั้นๆ ก็ฝากคอมเมนต์ไว้ได้เลยนะครับ หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบ และคอยเป็นกำลังใจให้ทีมงานของพวกเราตั้งใจผลิตคอนเทนต์สนุกๆ ไม่ซ้ำใครแบบนี้ต่อไปนะครับ

แล้วครั้งหน้าเราจะไปตะลุยพื้นที่ไหน จะจัดทำดัชนีวัดจากเมนูอะไร 

อย่าลืมติดตามกันต่อได้ที่เพจ Kaidee Property คน dee เจ้าเดิมนะคร้าบบบบ 😘😘😘

SOI UNSEEN :  “สุขุมวิทตอนปลาย” เหนือความวุ่นวายยังมีความชิคซ่อนอยู่

SOI UNSEEN : “สุขุมวิทตอนปลาย” เหนือความวุ่นวายยังมีความชิคซ่อนอยู่


“A: เธอบ้านอยู่ไหน B: เราอยู่แถวสุขุมวิท”

ถึงตรงนี้..เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่า “สุขุมวิท” ที่เรารู้จัก กว้างและใหญ่กว่าที่คิด เนื่องจากแบ่งออกได้หลายช่วง ไม่ว่าจะเป็นสุขุมวิทตอนต้น สุขุมวิทตอนกลาง และสุขุมวิทตอนปลาย  ซึ่งวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปลัดเลาะแถวสุขุมวิทตอนปลาย (อ่อนนุช-บางนา-ลาซาล) ย่านที่ขึ้นชื่อว่ามีแต่ความวุ่นวาย จอแจไปด้วยเสียงแตรรถ และการใช้ชีวิตของผู้คน แต่ไปง่ายๆ ก็คงไม่สนุก ครั้งนี้เราเลยไปแบบไม่มีแผน เพื่อให้ได้สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า Unseen มากที่สุด รับรองว่าอ่านแล้วปักหมุดตามพิกัดรัวๆ แน่นอน

ตลาดอุดมสุข

เริ่มต้นที่ “ตลาดอุดมสุข” ตลาดเก่าแก่ที่เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายพร้อมละลายทรัพย์อย่างสนุกมือ เพราะมีของให้จับจ่ายใช้สอยไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ อาหารคาวหวาน หรือแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ก็มีครบ ขอแค่ก้าวเท้าเข้ามาในตลาดเป็นอันจบ 

ตลาดอุดมสุขเปิดทุกวันไม่มีวันหยุด เปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไปจนถึง 3 ทุ่ม เรียกได้ว่ายิงยาวเช้าจรดมืด จะไปทำงานหรือเลิกงานก็แวะตลาดก่อนได้ สะดวก ไม่ต้องกลัวหิว

แผนที่ : https://bit.ly/3yGHLpa

Kokomarybkk

สายโกโก้ไม่ควรพลาด เพราะที่ “Kokomarybkk” จะทำให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มรสโกโก้เข้มข้นชนิดที่เรียกว่าตกไปในถังโกโก้เลยทีเดียว ที่สำคัญบรรยากาศที่ร้านยังร่มรื่น เย็นสบาย หัวร้อนมาจากไหนก็หายเป็นปลิดทิ้ง 

โดยทางร้านจะใช้ ไม้กวนซ็อกโกแลตแบบดั่งเดิม(Molinillo) กวนผสมวัตถุดิบให้เข้ากัน โดยมีความเชื่อว่าเป็นการส่งพลังงานดีๆ ลงไปในเครื่องดื่ม ซึ่งตรงนี้เราว่าเป็นอะไรที่เจ๋งมาก

โกโก้แต่ละตัวของทางร้านบอกเลยว่าพิเศษสุดๆ เพราะใช้เมล็ด Cacao จากหลายแหล่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น จันทบุรี เชียงใหม่ เชียงราย และนครศรีธรรมราช โดยแต่ละเดือนจะสับเปลี่ยนเมล็ดโกโก้ไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ โดยแต่ละเมล็ดจะให้กลิ่นและรสสัมผัสที่แตกต่าง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรสหวาน รสถั่ว รสเข้ม รับรองเลยว่าคนที่มาจะได้ลิ้มรสโกโก้แบบใหม่ที่ไม่เคยลองแน่นอน ที่สำคัญถามอะไรเจ้าของร้านตอบได้หมด แนะนำได้ทุกอย่าง ฟิลไปแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนอะไรทำแบบนั้นเลย

พบ Soi Unseen ร้าน Kokomarybkk ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/Kokomarybkk
แผนที่ :  https://bit.ly/3p8xsHs

Better Moon Cafe & Refill Station

พี่คิดว่าการทำธุรกิจ สามารถทำให้สังคมดีขึ้นได้

แพร์, เจ้าของร้าน Better Moon Cafe & Refill Station

เที่ยวคาเฟ่มาก็หลายแนว งั้นวันนี้เราลองไปคาเฟ่แนวรักษ์โลกกันดีกว่าที่ “Better Moon” ที่บอกว่าเป็นแนวรักษ์โลกเพราะที่ร้านงดใช้ภาชนะที่ทำจากพลาสติกทุกชนิด ย้ำ ทุกชนิด! ที่เก๋กว่านั้นยังมีมุม Refill ที่ให้เพื่อนๆ สามารถนำขวดมาเติมน้ำยาชนิดต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ฯลฯ พร้อมกับมุมถั่วและธัญพืช โดยทั้งหมดที่กล่าวมาจะเป็นแบบชั่งขายตามน้ำหนัก จะซื้อมากน้อยตามใจเราเลย

พี่แพร์ เจ้าของร้าน Better Moon เสริมให้เราฟังเพิ่มเติมว่า ร้านเปิดได้ราวๆ 5 ปี ลูกค้าส่วนมากจะมานั่งทำงานกัน ช่วงแรกๆ ก็จะได้กลุ่มลูกค้าที่เป็นสายธรรมชาติ สนใจสิ่งแวดล้อม แล้วก็ขยับขยายเป็นกลุ่มอื่นๆ ซึ่งนอกจากร้านจะเป็นคาเฟ่แล้ว ยังมีส่วนของ Guest House อีกด้วย มีทั้งหมด 9 ห้อง แต่ละห้องจะตกแต่งไม่เหมือนกัน ใครอยากพักผ่อนฟิลอบอุ่นๆ เหมือนอยู่บ้าน ก็สามารถมาพักที่นี่ได้ 

เมนูแนะนำของทางร้านจะเป็น ข้าวหน้าไก่ สูตรของที่บ้านพี่แพร์ และ  Signature “Better Moon Coffee” เป็นกาแฟใส่น้ำตาลอ้อย ทานคู่กับข้าวแต๋นที่ถูกแต่งมาให้คล้ายโดนัท หอม รสชาติดีอย่าบอกใคร ราคาเบาๆ เพียง 110 บาทเท่านั้น 

สุดท้ายนี้พี่แพร์ มีส่วนลดให้ 5% แค่บอกว่ามาจาก Kaidee ใจดีมากๆ เลย 

พบ Soi Unseen ร้าน Better Moon Cafe & Refill Station ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/bettermoonshop 
แผนที่ : https://bit.ly/3mmG9vV

Auto Vintage

 รถพวกนี้อายุ 40-50 ปี เราพยายามทำให้กลับมามีชีวิต
ให้เหมือนตอนที่เค้าพึ่งออกจากโรงงานมา 

เจ, เจ้าของร้าน Auto Vintage

ใครจะเชื่อว่าสุขุมวิทตอนปลายมีความโก้เก๋าซ่อนอยู่เต็มไปหมด และหนึ่งในนั้นคือร้าน “Auto Vintage” 

ร้านให้บริการซื้อ-ขาย-ซ่อมรถคลาสสิกย่านอ่อนนุช ที่เปิดให้บริการมากว่า 20 ปี ที่นี่มีรถโบราณแทบทุกรุ่นที่รอให้เพื่อนๆ ลองมาสัมผัสด้วยตัวเอง 

บอกเลยว่าเจ้าของร้านอย่างพี่เจเต็มที่กับลูกค้าทุกคนมาก เพราะอยากให้ลูกค้ารู้สึกว่าเหมือนมาโรงรถของเพื่อน มากกว่ารู้สึกว่ากำลังพารถมาเข้าอู่ หรือร้านทำรถ และที่เราประทับใจคือคอนเซ็ปต์ของร้าน ที่บอกว่าทำรถเก่าให้ออกมาเหมือนรถป้ายแดงมากที่สุด เพราะประโยคข้างต้นนั้นสื่อถึงความรักในสิ่งที่ทำจริงๆ 

ลืมบอกอีกอย่างว่า “Auto Vintage” ยังมีบริการให้เช่ารถโบราณ รถคลาสสิก เพื่อเข้าฉากถ่ายรูป รวมไปถึงงานอีเว้นท์ต่างๆ ด้วยนะ สำหรับใครที่เป็นสายรถวินเทจ เราต้องลองมาสักครั้งแล้วล่ะ  Unseen จริงอันนี้ 

พบ Soi Unseen ร้าน Auto Vintage ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/thaiautovintage 
แผนที่ : https://bit.ly/3Eeq3uy

Rock Domain

อยากปีนผา ทำกิจกรรมลุยๆ ใช่ไหม? ไม่เห็นต้องไปไหนไกล เพราะมีหน้าผาจำลองให้ปีนป่ายแบบจุใจบนอาคารเตียวฮงบางนา อย่าง “Rock Domain” หน้าผาจำลองที่เพื่อนๆ สามารถเล่นจนหนำใจ เล่นได้ไม่จำกัดเวลา สำหรับใครที่มีอาการเขิน หรือปีนไม่เป็น หมดกังวลเรื่องนั้นไปได้เลย เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยสอน และดูแลตลอดเวลา เซฟสุดๆ

ทางเราขอแนะนำว่าต้องไปกันเป็นคู่ เพราะว่าจะได้ผลัดกันเป็นคนดึงเชือกข้างล่าง แต่ถ้าเกิดมาคนเดียวจริงๆ ก็มีหน้าผาจำลองที่สามารถปีนได้ โดยไม่ต้องมีคนเซฟเหมือนกัน  

พบ Soi Unseen ปีนป่ายกับ Rock Domain ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/RockDomainClimbingGym 
แผนที่ : https://bit.ly/3mmzmSS

Tiny Tree

ต้นไม้ที่เรานำมาใช้ ต้องสุขภาพดีก่อน
ถ้าเราจะปลูกเขา เราต้องดูแลเขาในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด

น้ำค้าง, เจ้าของร้าน Tiny Tree

ลองมาใช้ชีวิตให้เนิบช้า ไม่ต้องเร่งรีบกันดีไหม “Tiny Tree” ร้านที่จะช่วยเพื่อนๆ จัดโลกสีเขียวใบเล็กๆ ให้สดชื่นกว่าที่เคย หรือเรียกง่ายๆ ว่าการจัดสวนขวดด้วยตัวเอง นอกจากจะมีเวิร์กชอปจัดสวนขวดแล้ว ที่ร้านยังมีต้นไม้ขายอีกด้วย ส่วนใครอยากพักผ่อนจากความวุ่นวาย Tiny Tree ก็มีมุมคาเฟ่เล็กๆ สไตล์โฮมมี่แสนอบอุ่น รอต้อนรับเพื่อนๆ อีกด้วย จิบเครื่องดื่มไป ดูต้นไม้ไป เพลินตาสบายใจเป็นที่สุด ใครได้มาบอกเลยหลงรักที่นี่ทุกคน 

ซึ่งเพื่อนๆ สามารถแวะมาดูต้นไม้ที่ร้าน Tiny Tree ทั้ง 2 สาขาได้ คือ Tiny Tree, EmQuartier และ Tiny Tree Garden สุขุมวิท 54


พบ Soi Unseen ร้าน Tiny Tree ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/tinytreegarden 
แผนที่ : https://bit.ly/3yL0vny และ https://bit.ly/3yPJKHV

Tree Ra Chin

มาซื้อของที่ร้าน เหมือนได้ซื้องานศิลปะในราคาที่จับต้องได้
เพราะมีแค่ชิ้นเดียว ไม่ทำซ้ำ

จี้, เจ้าของร้าน Tree Ra Chin

แวะพักสักนิด หันมาฝึกงานฝีมือฝีใจกันบ้างกับ “Tree Ra Chin” ร้านเซรามิกเล็กๆ ที่ความเจ๋งคืองานทุกชิ้นจะมีเพียง “ชิ้นเดียว” เท่านั้น ซึ่งจุดเริ่มต้นของร้านเริ่มต้นจากการขายกระถางต้นไม้ ทำไปทำมา ลูกค้าเริ่มอยากได้อย่างอื่นมากขึ้น เลยเริ่มขายเซรามิกรูปแบบต่างๆ จนขยับขยายไปสู่การเวิร์กชอปสอนทำเซรามิกแบบครบวงจร ตั้งแต่การปั้นไปจนถึงขั้นตอนของการตกแต่ง บรรยากาศการสอนเป็นกันเอง เหมือนเรียนกับเพื่อน แต่ถ้าไม่สะดวกไปเวิร์กชอป แต่อยากอุดหนุนเซรามิกน่ารักๆ ก็สามารถไปที่ร้านหรือติดต่อไปทาง Facebook ได้เหมือนกัน ราคาน่ารัก กระเป๋าตังค์ไม่แฟบแน่นอน 

พบ Soi Unseen ร้าน Tree Ra Chin ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/treerachin 
แผนที่ : https://bit.ly/3eahyWE

วัดมหาบุศย์

ปิดวันด้วยการมูเตลูเต็มขั้น กับสถานที่เข้มขลังย่านอ่อนนุช ติดริมคลองพระโขนง อย่าง “วัดมหาบุศย์” หรือวัดแม่นาคพระโขนงในตำนาน ที่นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังเป็นสถานที่ของเหล่าผู้แสวงโชคทุกวันที่ 15 และทุกสิ้นเดือน จึงไม่แปลกที่จะเห็นผู้คนมานั่งขอหวย นั่งขูดเลขกันอย่างชินตา 

ถึงอย่างไรก็ตาม วัดมหาบุศย์ไม่ได้มีดีแค่เรื่องโชคลาภเท่านั้น เพราะเราได้เห็นชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวเข้ามาทำบุญกันอยู่เรื่อยๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความเชื่อ ความศรัทธา และเรื่องของบุญนั้นแทบจะเป็นเรื่องเดียวกัน 
แผนที่ : https://bit.ly/32lhSPz

นอกจากความวุ่นวายแล้ว เพื่อนๆ จะเห็นได้เลยว่า มีความชิคซ่อนอยู่มากมายที่สุขุมวิทตอนปลาย ทั้งการปืนหน้าผาจำลอง การปั้นเซรามิก หรือแม้แต่การไหว้พระ แล้วไปต่อด้วยการแสวงหาโชคลาภ ชิคขนาดนี้ เจ๋งขนาดนี้ เราว่าต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งแล้วล่ะ