Feb 4, 2022 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“อยากออกไปนั่งคาเฟ่ชิคๆ ถ่ายรูปสัก 1 Content หวานๆ ไปแถวไหนดีอะแก..”
ถ้าชาวแก๊งเกิดมีคำถามแบบนี้เข้ามาระหว่างคุยไลน์กันอยู่ล่ะก็.. ก็ต้องเป็นอารีย์สิคะพี่สาว ก็แหม..อารีย์นี่เรียกได้ว่าเป็นดงคาเฟ่เลยก็ว่าได้ ร้านเก่าปิดไปไม่ทันไร เจอร้านใหม่อีกแล้ว! และแน่นอนค่ะ ทางเราเกิดอยากจะไปเป็นคนเก๋ที่อารีย์ขึ้นมาอีกแล้ว จึงจัดการเข้า IG หาคาเฟ่อารีย์ที่เหมาะกับคนชิคๆ คัดแล้วว่าสไตล์ร้านโดดเด้งไม่แพ้ใคร ไปครั้งเดียวได้รูปลงยาวๆ
Beaker and Bitter ☕️
ถ้าตอนเด็กเคยฝันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ นี่คือคาเฟ่ที่พวกเธอควรพุ่งตัวไปด้วยความเร็วแสง เพราะอะไรน่ะหรอ? อย่างแรกเลยคือร้านนี้ถูกออกแบบให้เป็นแนวห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนก็ชิคไปหมด ถ่ายรูปได้เป็นพันค่ะบอกเลย สองคือที่มาที่ไปของคาเฟ่ที่พัฒนาพื้นที่เดิมของเป็นโรงงานยากว่า 50 ปี มาปรับปรุงให้กลายเป็นคาเฟ่ และ Co-Working Space ก็คือต่อยอดสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ปังกว่าเดิม ประทับใจค่ะจุดๆ นี้
และสำหรับกิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือ การตามหาหนูทดลองที่หายไป ที่ฝ่ายพนักงานที่เป็นคนหาที่ซ่อนทุกเช้า และฝ่ายลูกค้าก็จะสำรวจทุกซอกทุกมุมของร้านเพื่อหาว่าหนูทดลองซ่อนอยู่ที่ไหน ซึ่งถ้าใครหาหนูทดลองเจอ และนำมาคืนจะได้ จะรับเครื่องดื่มฟรีหนึ่งแก้ว
ส่วนเครื่องดื่มแนะนำคือ R.I.P. (145 บาท) กาแฟดำผสมพีช และกุหลาบเพื่อดื่มได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมนู R.I.P ของทางร้าน ย่อมาจาก Rose In Peach ไม่ใช่ Rest In Peace นะทุกคน อย่าเข้าใจผิดดดด
Wongnai Rating : 3.9 Google Rating : 4.4
ช่องทางติดต่อ : https://www.facebook.com/beakerandbitter/ แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/ny5dvabBpEuoYMaH8
F.I.X Pradipat ☕️
คาเฟ่สุดมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น ในโครงการ Somewhere ภายใต้ Concept ‘Let Us Fix Your Day’ และด้วยความที่ตัวร้านโดดเด่นด้านกาแฟสุดๆ ทำให้มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลายชนิดมากๆ มีมุมที่นั่งให้เลือกทั้งภายในร้าน และภายนอกร้าน จะนั่งรับแอร์เย็นๆ หรือแสงแดดอุ่นๆ ก็ดีทั้งนั้น แต่ถ้าใครอยากถ่ายรูป ทางเราแนะนำให้มาช่วงเช้า หรือไม่ก็เย็นๆ หน่อยน้า เพราะแสงกำลังสวย แถมอากาศก็ไม่ร้อนมากอีกต่างหาก
สำหรับเครื่องดื่มแนะนำของทางร้านจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Cortado (95 บาท) เมนู Signature ของทางร้านที่เลือกใช้เมล็ดกาแฟ F.I.X Blend เสิร์ฟในแก้วหกเหลี่ยมสุดชิคจากอเมริกา เพิ่มอรรถรสความเป็นชาวนิวยอร์คแบบแกล้งๆ แต่ถ้าใครไม่ดื่มกาแฟ เมนูเครื่องดื่มอื่นๆ รวมถึงของหวานของที่นี่ก็เด็ดอยู่น้า แวะมาชิมกันได้
Wongnai Rating : 3.8 Google Rating : 4.4
ช่องทางติดต่อ : https://www.facebook.com/fixcoffeebkk/ แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/THXfdPzgwviCMVbT6
Trust Cafe and Studio ☕️
มา 1 ได้ถึง 5 เพราะ Trust Cafe and Studio เขาเป็นทั้งคาเฟ่ สตูดิโอ ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร และร้านตัดผม เรียกว่านั่งอยู่ร้านได้ทั้งวัน นั่งจนแม่ตามกลับบ้านกันไปเลย! สู้ไหมถามแค่นี้ และถ้าเกิดมีอาการอยากถ่ายรูปให้ครบทุกมุม ทุกโซน เพื่อสร้าง Content ปังๆ ลงรูปจนเพื่อนถามว่ายังไม่กลับจากร้านอีกหรอ จ่ายไปเลยจ่ะ แค่ 50 บาท ที่สำคัญเอาไปเป็นส่วนลดในโซนคาเฟ่ได้ด้วยนะเออ ไม่ใช่ได้แค่ถ่ายรูปอย่างเดียว ปัง!
แต่ แต่ แต่ จะไปทั้งที แนะนำว่าวางแผนก่อนสักนิด เพราะตอนนี้กระแสแรงดีไม่มีตก คนอาจจะเยอะนิดนึงถึงมาก ถ้าอยากได้รูปสวยๆ อาจจะต้องรีบไป หรือไม่ก็จัดสรรเวลาให้ดี
ส่วนเครื่องดื่มเราขอแนะนำ English Cookie Latte และ Classic Grapefruit อร่อยจริง ติดใจแน่นอน
Wongnai Rating : 3.8 Google Rating : 3.8
ช่องทางติดต่อ : https://www.facebook.com/trustcafeandstudio/ แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/j4ff9ScVLRvVymCt9
Bay.aree ☕️
คาเฟ่กึ่งบาร์สไตล์ Industrial Loft ที่ผสมผสานกลิ่นอายของความเป็น Colonial Style อย่างลงตัว โดยมีนักร้องหนุ่มอย่าง ‘บอย-LOMOSONIC’ เป็นหุ้นส่วนของร้าน การันตีความร็อคแบบเน้นๆ คนที่หลงใหลความดิบดุ ลึกลับ เข่งขรึม รับรองว่าถูกใจแน่นอน แถมเลือกได้ด้วยนะว่าจะคั่วอ่อน คั่วกลาง หรือคั่วเข้ม ไม่พูดมากเอาเป็นว่าลองมาสักครั้งติดใจแน่นอน
สำหรับเครื่องดื่มแนะนำคือ Bay(180 บาท) เมนูเรียกความสดชื่นจากน้ำแอปเปิลอาโอโมริผสมกับน้ำส้มยูซุ และ Coffee Mimosa (250 บาท) กาแฟเบลนด์รสชาติผสมกับน้ำส้ม และ Elderflower ให้ความรู้สึกซาบซ่าสดชื่นไปพร้อมกัน
Wongnai Rating : 4 Google Rating : 4.5
ช่องทางติดต่อ : https://www.facebook.com/Bayaree-113621177484394/ แผนที่ร้าน : https://g.page/bay-aree?share
Tropi Hoola ☕️
สดใสซาบซ่าเหมือนอยู่ชินจูกุ กับ Tropi Hoola คาเฟ่สุดคิ้วท์ ส่งตรงจากเชียงใหม่จ้าว ในซอยอารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ) ที่มีเมนูเครื่องดื่ม และขนมแสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟให้เพื่อนๆ หลายเมนูสุดๆ แต่ทางเราขอแนะนำ Tropi Hoola Slurpee (129 บาท) Forrest Berry Croissant (179 บาท) แต่!! ต้องเสียค่าเข้าร้าน 50 บาทก่อนน้า (สามารถนำไปเป็นส่วนลดค่าเครื่องดื่มภายในร้านได้)
แอบกระซิบว่าร้านมีมุมถ่ายรูปสวยๆ หลายมุมเลย ถ้าเลือกใส่เสื้อผ้าสีสดใสๆ สไตล์สาวน่ารัก หรือสไตล์ญี่ปุ่นๆ มินิมอลมาเนี่ยจะเข้ากับร้านมากเลย ที่สำคัญอย่ามาตอนช่วงเที่ยงหรือบ่าย เพราะแดดร้อนมากเวอร์ ผิวไหม้ได้เลยนะทุกคน แดดประเทศไทยแรงจริง อย่าริอาจสู้!!
Wongnai Rating : 3.2 Google Rating : 3.4
ช่องทางติดต่อ : https://www.facebook.com/TropihoolaAri4 แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/58iU8aYUKxQ9VpiV9
Sati Handcraft ☕️
กลับมาอีกครั้งกับร้าน “สติ” ร้านที่เชื่อว่าทุกอย่างต้องทำด้วยความมี “สติ” ซึ่งรอบนี้ทางร้านได้ปรับโฉมใหม่จนเราเซอร์ไพรส์ ทั้งทางเดินสีขาวสว่าง เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋ และหน้าต่างใสที่เผยให้เห็นการอบขนมภายในร้าน แถมมีเมนูอาหารใหม่ๆ หลายเมนู บอกเลยว่าอร่อยมากทุกคน ส่วนตัวเราชอบโซนทางเดินสีขาวสว่างเป็นพิเศษ เพราะมันดูเรียบง่าย แต่ยังคงความเป็นดีไซน์ไว้ ชิคมากเลย
สำหรับเครื่องดื่มแนะนำคือ Ginger Dirty (135 บาท) เดอร์ตี้เพิ่มความพิเศษด้วยการผสมขิงสดไม่ใส่น้ำแข็ง เสิร์ฟพร้อมเลมอนบิสกิตแสนอร่อย และ Spring Brew (150 บาท) กาแฟสกัดเย็นจากเมล็ดไทยผสมกับส้มยูซุและน้ำผึ้งป่า
Wongnai Rating : 3.9 Google Rating : 4.6
ช่องทางติดต่อ : https://www.facebook.com/satihandcraftcoffee/ แผนที่ร้าน : https://g.page/satihandcraft?share
ความจริงอารีย์มีคาเฟ่อีกหลายร้านมากเลยนะทุกคน แต่ว่าทางเราขอเอามาฝากแค่ 6 ร้านก่อน เพราะถ้าแนะนำมากกว่านี้ เราคิดว่าเราอาจจะตุ้บก่อนได้ เพราะนอกจากจะต้องเขียนแล้ว เรายังต้องไปลองชิมด้วย คือพุงตึงไม่ไหวอะ ทั้งน้ำทั้งขนมปัง แต่คอนเฟิร์มได้เลยว่า สิ่งที่เลือกทั้งหมดนั้นคือร้านสวยมีสไตล์จริง ไปครั้งเดียวได้รูปจนลงไอจีได้ทั้งปีแน่นอน
และถ้าชอบอารีย์จนอยากย้ายมาอยู่ย่านนี้ละก็.. ทาง Kaidee Property มีคอนโดคุณภาพรออยู่หลากหลายโครงการเลย เข้าไปดูกันได้น้า
🍞☕️
Feb 2, 2022 | บทความยานยนต์
“Royal Enfield มอเตอร์ไซค์คลาสสิก Meteor 350 และ Interceptor 650 เปลี่ยนโลกแห่งการเดินทาง สู่ประสบการณ์ที่น่าหลงใหล ด้วยราคาดีที่สุดในตลาด”
เพราะความคลาสสิกเป็น DNA ที่เป็นอมตะ โดยหนึ่งในจักรยานยนต์สายเรโทร ซึ่งได้รับความนิยมและมีแฟนขี่อยู่ทั่วทุกมุมโลก ก็คือ Royal Enfield นับเป็น “ดิ ไอคอน” แห่งยุคสมัย โดยในปีที่ผ่านมาเพิ่งฉลองครบรอบ 120 ปีไปอย่างยิ่งใหญ่ ล่าสุดมาพร้อมกับครุยเซอร์และโรดสเตอร์รุ่นยอดนิยม Meteor 350 และ Interceptor 650 ซึ่งจะพาคุณย้อนเวลาไปสู่ความสนุกในการเดินทาง และเติมฝันในอดีตให้เต็มสิบได้อีกครั้ง
ในไทยมีกลุ่มผู้ชื่นชอบและหลงใหลเรโทรไบค์อยู่พอสมควร เพราะตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างจากรถที่มีในท้องตลาด รวมไปถึงการให้เอกลักษณ์เฉพาะตัว มอบการขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร และช่วยสร้าง Passion บางอย่างให้กับผู้เป็นเจ้าของได้ โดยเฉพาะกับกระแสตอบรับ Meteor 350 และ Interceptor 650 หนึ่งในโมเดลที่เป็น Flagship ของ Royal Enfield รุ่นยอดนิยมและขายดีในปี 2022
Royal Enfield จิตวิญญาณแห่งการเดินทาง
Royal Enfield ชื่อนี้ไม่ใช่ยี่ห้อน้องใหม่ แต่เป็นแบรนด์ดังระดับโลก โดยผลิตจักรยานยนต์ขนาดกลาง และมียอดขายดีที่สุดในโลก พร้อมส่งต่อประสบการณ์และร่วมผจญภัยในทุกทริป บุกเบิกกับเพื่อนร่วมทางไปได้ทุกที่ทั่วโลกมากกว่า 120 ปี
ด้วยปรัชญาที่มั่นคงและอนุรักษ์นิยมในการออกแบบ เพื่อให้มอเตอร์ไซค์ขี่สนุก ภายใต้การควบคุมโดยผู้ขี่มากที่สุด และใช้เทคโนโลยีช่วยให้น้อยที่สุด หรือที่เรียกกันว่า Pure Motorcycle นับเป็นจิตวิญญาณที่แท้จริงของการเดินทางจาก Royal Enfield
Meteor 350 และ Interceptor 650 แตกต่างแบบมีสไตล์
สำหรับเรโทรทั้ง 2 รุ่น ซึ่งทีมงาน Kaidee Auto เอามาแนะนำทั้ง Meteor 350 (เมทธีออร์ 350) และ Interceptor 650 (อินเตอร์เซ็ปเตอร์ 650) นับว่ามีความน่าสนใจมาก เพราะแค่ชื่อเสียงของ Royal Enfield ก็ถือว่ากินขาดแล้ว และทั้ง 2 รุ่นได้รับการออกแบบเครื่องยนต์ใหม่แบบ All New ทำให้เครื่องยนต์เดินเรียบ ลดการสั่นสะเทือน และที่สำคัญให้ความแรงตั้งแต่รอบเริ่มต้น ออกตัวแบบไม่มีสะดุดอีกด้วย นับเป็นการใส่เทคโนโลยีล้ำสมัยลงในเครื่องยนต์อย่างลงตัวแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
Kaidee Auto สรุปฟีลลิ่งกันสั้น ๆ ก่อนว่า Meteor 350 เป็นครุยเซอร์ตัวเริ่มต้น เอาไว้ขี่เล่นในเมือง เน้นบิดสบาย ๆ กินลมชิล ๆ ออกแนวอินดี้ไม่รีบร้อน สำหรับ Interceptor 650 เป็นโรดสเตอร์ตัวขนาดกลาง เครื่องแรงขึ้น เอาไว้ขี่ออกทริปต่างจังหวัด จึงให้ความเร็วและแรงกว่า ตอบสนองทันใจ ด้วยราคาที่เร้าใจมากที่สุด เกริ่นมาแค่นี้ก็น่าสนใจแล้วใช่ไหม งั้นเราไปเจาะลึกในสเปคของแต่ละรุ่นกันดีกว่า
Meteor 350 สัญลักษณ์แห่งอมตะครุยเซอร์
เริ่มต้นกันที่ Meteor 350 ครุยเซอร์ขนาดกลางในไซส์เล็กจาก Royal Enfield ตัวถังไม่ใหญ่เทอะทะ ขี่สนุกและเน้นสบาย ให้ความเท่กับคนขี่ได้อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยตัวถังน้ำหนักเบา จัดบาลานซ์เฉลี่ยหน้าและหลังมาค่อนข้างดี ออกแบบมาด้วยสไตล์ “โมเดิร์น คลาสสิก” เน้นขี่เท่ในเมืองแบบ Easy Cruiser ง่าย ๆ ใครก็ขี่ได้ สวยสะดุดตาจนเห็นแล้วต้องเหลียวมอง แถมใส่เทคโนโลยีทันสมัยติดตัวมาด้วย
ทุกดีไซน์สะท้อนตัวตนที่แท้จริง
ดีไซน์คลาสสิคเน้นความเรียบหรู แต่ใส่เส้นสายและโทนสีบนตัวถังอย่างทันสมัย ด้วยไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่มี Daytime Running Lights ส่วนไฟท้ายเป็นแบบ LED ถังน้ำมันความจุ 15 ลิตร วางแฮนด์ทรงตัวยูโค้งมนและยกขึ้นในระดับเหนือเอวเล็กน้อย ทำให้ท่านั่งขี่ค่อนข้างสบาย ไม่ต้องก้มลงไปหาหน้ารถจึงไม่ปวดหลัง จัดระเบียบร่างกายได้ง่าย ๆ คนขี่จึงดูเท่และชิคขึ้น โดยมาพร้อมกับล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว และล้อหลัง 17 นิ้ว ท่อไอเสียปลายออกเดี่ยว
ครุยเซอร์ที่ขี่ง่ายและสนุกได้ทุกวัน
อย่างที่บอกไปว่า Royal Enfield รุ่น Meteor 350 เป็นครุยเซอร์ไซส์กลางตัวถังเบา ตัวรถมีความสูงจากพื้นเพียง 17 เซนติเมตรเท่านั้น จึงเหมาะกับสรีระของคนไทย ขี่สบายได้ทุกวัน คนที่มีส่วนสูงประมาณ 160 เซนติเมตรขึ้นไป ค่อมได้ไม่มีปัญหา เวลาจอดนิ่งสามารถเอาเท้าวางบนพื้นได้เต็มที่ ไม่ต้องเขย่งเอาปลายเท้าจิกพื้นเหมือนนักบัลเล่ต์ให้กวนใจ
นอกจากนี้ ยังมีความคล่องตัวสูง บอกเลยว่าขี่ในเมืองสนุกมาก สามารถลัดเลาะทั้งในถนนหลักและทางลัดเส้นแคบ ๆ ได้เลย อัตราเร่งในการออกตัวจัดว่าใช้ได้ ไม่เป็นรองกลุ่มจักรยานยนต์เครื่องสายพานออโตแมติคเลยด้วยซ้ำ
“Meteor 350 ครุยเซอร์ดีไซน์คลาสสิก เหมาะกับทุกเพศและทุกวัย ผู้ชายขี่ได้ ผู้หญิงก็ขี่สนุก มอบความสนุกในการเดินทาง สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นในตัวคุณ เครื่องยนต์สูบเดียว 349 ซีซี หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ทนทานและทันสมัย มีระบบนำทางในตัว เป็นเจ้าของง่าย ๆ ในราคาข้ามแสนมานิดเดียว”
เครื่องยนต์ทันสมัย ใส่หัวใจดวงใหม่ในการออกทริป
ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ในตระกูล J Series เป็นเครื่องสูบเดียว ความจุ 349 ซีซี. แบบ 4 จังหวะ มี 5 เกียร์เดินหน้า ระบายความร้อนด้วยอากาศ ใช้หัวฉีดน้ำมันแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผสมผสานความร่วมสมัยอย่างลงตัว
การทำความเร็วอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เพราะตัวรถไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นสายซิ่ง แต่เป็นสายกินลมชมวิวมากกว่า ขับสนุกในเมืองจนคุณต้องหลงรัก เพราะอัตราการ 0 – 80 กิโลเมตร / ชั่วโมง ตีนต้นทำได้ดี สับเกียร์ไว ๆ ก็หายเหมือนกัน
แต่ถ้าไปออกทริปต่างจังหวัด ความเร็วกำลังดีอยู่ที่ประมาณ 80 – 120 กิโลเมตร / ชั่วโมง จะได้อินกับบรรยากาศของเส้นทางธรรมชาติไปด้วย มั่นใจมากขึ้นด้วยระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดในเรื่องของเทคโนโลยีนำทางด้วย Tripper ทำงานร่วมกับ Google Maps และแอปพลิเคชัน Royal Enfield เชื่อมต่อด้วยสัญญาณบลูทูธ แสดงเส้นทางบนจอแยกข้างเรือนไมล์อย่างแม่นยำ
Interceptor 650 ให้ทุกการเดินทางมีเรื่องราวที่ไม่ซ้ำใคร
ทางด้านรุ่นพี่ Interceptor 650 เป็น “โรดสเตอร์ – Roadster” ขนาดกลางรุ่นใหญ่ แตกไลน์มาจาก Continental GT โดดเด่นด้วยการออกแบบในสไตล์โรดสเตอร์ เครื่องยนต์พิกัดใหญ่ทั้งเร็วและแรงขึ้น โดยเฉพาะความเร็วตีนต้นฉีกขาดเป็นกระดาษ เหมาะกับการขี่ออกทริปต่างจังหวัด แต่ก็สามารถขี่ใช้งานในเมืองได้ไม่ขัดขิน
ดีไซน์คลาสสิก หยุดเวลาไว้ที่วันวาน
Interceptor 650 ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรุ่นปี 1960 ยุคที่นิยมขี่มอเตอร์ไซค์เลียบชายหาด อาจจะเคยเห็นภาพจากในภาพยนต์มาบ้าง ความคลาสสิกดังกล่าวถูกนำมาใส่ไว้ในการออกแบบ Interceptor 650 ทุกมิติ จนกลายเป็นสเน่ห์ที่น่าหลงใหล ตัวรถไม่สูงมาก วัดจากพื้นถนนถึงเบาะนั่งประมาณ 80 เซนติเมตรเท่านั้น
เริ่มจากไฟหน้าสุดคลาสสิกทรงกลมขอบโครเมียม ด้านในเป็นหลอดฮาโลเจน เรียบหรูด้วยแฮนด์แบบยกขึ้น เรือนไมล์แบบ 2 เข็มแยกซ้ายและขวา ถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาด 13.7 ลิตร เบาะทรงเรียบแต่มีผิวสัมผัสนุ่มนั่งสบาย ล้อหน้าและหลังแบบซี่ลวด 18 นิ้ว มีระบบดิสก์ ABS และปั๊มเบรก โดยด้านหน้าใช้โช๊คอัพแบบ Telescopic ส่วนด้านหลังเป็นแบบซัพแทงค์ ท่อไอเสียคู่แบบปลายยกขึ้นให้ความสปอร์ต
การออกแบบที่เรียบง่ายแต่ดูดีมีสไตล์ ทำให้ Interceptor 650 เป็นโรดสเตอร์ตัวแรงแต่ขี่ง่าย ไม่ต้องจัดระเบียบร่างกายเยอะ นั่งขี่หลังตรงได้แบบสุดเท่ ไม่ต้องโน้มตัวลงไปจับที่แฮนด์ ท่าขี่จึงสง่างามมากกว่ารถทั่วไป ช่วยเสริมบุคลิกของคุณให้ดูภูมิฐานและมีไลฟ์สไตล์ที่น่าค้นหา
คล่องตัวทุกการเดินทาง
ตัวถังมีการบาลานซ์น้ำหนักมาได้ดีมาก ผสานกับล้อน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้ว ระบบช่วงล่างได้รับการเซ็ตอัพมาอย่างดี ทำให้ Interceptor 650 เป็น “โรดสเตอร์ – Roadster” ที่มีความคล่องตัว ปราดเปรียว และควบคุมง่าย แฮนด์ค่อนข้างไว ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วในทุกสภาพถนน สามารถขี่แบนเข้าโค้งได้อย่างสนุกสนานเมื่อออกทริปต่างจังหวัด
“Interceptor 650 โรดสเตอร์ที่มีจิตวิญญาณแบบสปอร์ตโรดสเตอร์ โดดเด่นด้วยดีไซน์เฉพาะตัว ให้สมรรถนะที่ทรงพลังและขี่สนุก ตอบโจทย์ให้ทุกการเดินทางมีเรื่องเล่า ผลักดันทุกข้อจำกัดด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบ ความจุ 648 ซีซี. เปิดตัวด้วยราคาสุดว้าว”
เครื่องยนต์สมรรถนะสูง ตอบสนองทันใจ
หัวใจของ Interceptor 650 อยู่ที่เครื่องยนต์ 2 สูบ ความจุ 648 ซีซี. ระบายความร้อนด้วย Oil-cooler โดยมี 6 เกียร์เดินหน้า พร้อมสลิปเปอร์คลัทช์ ทำให้อัตราเร่งแรงทันใจ สั่งได้ตามมือ ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม. / ชม. ได้ในไม่กี่วินาที ทั้งความเร็วในการออกตัว รวมไปถึงความเร็วสูงในช่วงปลายรอบ
ซึ่งเครื่องยนต์ขนาดกลางตัวนี้ เหมาะกับการขี่ในเมืองและออกทริปต่างจังหวัด มีความทนทานมาก วิ่งระยะทางไกลไม่มีปัญหา ออกตัวพุ่งไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ ชนิดหลังหงายได้ทีเดียว
ความคลาสสิกกับราคาในฝัน เริ่มต้นแค่ 1.5 แสนบาท
Meteor 350 และ Interceptor 650 มีราคาเร้าใจและคุ้มค่าที่สุดในตลาดมอเตอร์ไซค์ดีไซน์คลาสสิก นับเป็นจุดเด่นของ Royal Enfield เลยทีเดียว ด้วยราคาเพียงเท่านี้ แต่ให้ได้มากถึงขนาดนี้
สำหรับ Meteor มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย Fireball, Stella และ Supernova มีสีตัวถังให้เลือกเยอะ ราคาเริ่มต้นที่ 156,000 บาท* และในรุ่น interceptor 650 ราคาขึ้นอยู่กับสีตัวถัง แต่ไม่แพงเพราะเริ่มต้นเพียง 237,8000 บาทเท่านั้น* ราคาดีที่สุดในกลุ่ม “คลาสิก – ไบค์” ชนิดที่กระเป๋าตังค์ต้องสั่นไปตาม ๆ กัน
Kaidee Auto เราอยากให้คุณได้ทดลองขับ แล้วจะหลงรัก 2 รุ่นนี้อย่างแน่นอน สามารถเข้าชมและทดลองขับได้ที่ Royal Enfield ซึ่งมี “เอ็กซ์คลูซีฟ สโตร์” ทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ง่ายกว่า พร้อมรับส่วนลดพิเศษ* รายละเอียดเพิ่มเติม / ทดลองขี่ Royal Enfield คลิก !
สรุปให้อ่านง่าย
Royal Enfield มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยมอเตอร์ไซค์ดีไซน์คลาสสิก Meteor 350 และ Interceptor 650 สะท้อนความโดดเด่น ด้วยการออกแบบเฉพาะตัวสุดเรทโทร ขี่สนุกได้ทุกวัน เหมาะกับการใช้งานในเมือง และออกทริปต่างจังหวัด ไม่ว่าคุณจะไปคนเดียวหรือออกทริปเป็นกลุ่ม ให้ Royal Enfield เป็นเพื่อนร่วมทางไปกับคุณ
สิทธิพิเศษเพื่อคนพิเศษ เพียงลงทะเบียนทดลองขี่ Royal Enfield ผ่านช่องทางออนไลน์ รับทันทีเสื้อทีเชิ้ตจาก Kaidee Auto รุ่นลิมิเต็ด เอดิชัน รีบด่วนสิทธิพิเศษแบบนี้ มีจำนวนจำกัด !
Jan 31, 2022 | บทความยานยนต์
เสริมความเฮงแนะนำรถเจ๋งในวันตรุษจีนผ่านเทศกาลวันครอบครัวกับ New NISSAN TERRA รถครอบครัว 7 ที่นั่งสุดล้ำ และสีพิเศษสุดเฮง พร้อมอั่งเปาโปรโมชั่นจากนิสสัน
ถ้าพูดถึงวันตรุษจีนหลายคนคงจะนึกถึงอั่งเปาเป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้ววันตรุษจีนเป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันสำหรับคนไทยเชื้อสายจีนที่ถือขนบธรรมเนียมโบราณให้วันตรุษจีนซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นวันขึ้นปีใหม่จีน หรือการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดีๆ กับสมาชิกในครอบครัวตามแบบฉบับของธรรมเนียมจีน
ตรุษจีนเป็นอีกหนึ่งเทศกาลครอบครัว โดยกิจกรรมเริ่มต้นปีเสริมความเฮงในวันปีใหม่จีนก็จะคล้ายๆ กับวันปีใหม่ไทย เช่น สมาชิกในครอบครัวรวมตัวกันพบปะอวยพรผู้ใหญ่, เดินทางไปไหว้พระรับโชค หรือ นำสิ่งใหม่ๆ เข้าบ้านปัดเป่าปีเก่าต้อนรับปีใหม่
วันนี้ Kaidee Auto เลยจะมาแนะนำรถครอบครัวรุ่นใหม่ผ่านเรื่องราว และกิจกรรมในเทศกาลตรุษจีนผ่านวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยวกับ New NISSAN TERRA รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่ตอบรับทุกกิจกรรมครอบครัวได้แบบครบครับด้วยฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยสุดล้ำพร้อมสมรรถนะที่เดินทางได้อย่างอิสระ และ ดีไซน์ที่สวยงาม
ความเป็นรถครอบครัวที่แท้จริง
เทศกาลตรุษจีนในวันจ่าย หรือ “ตื่อเส็ก” ก็คือวันจับจ่ายตรงตามชื่อเลยนั่นเองซึ่งจะตรงกับวันที่ 30 มกราคม 2565 ในวันนี้จะเป็นกิจกรรมการออกไปซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ กับคนในครอบครัว เพราะในวันไหว้ร้านค้าต่างๆ จะหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ซึ่ง New NISSAN TERRA เป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่ถูกออกแบบห้องโดยสารให้สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายรูปแบบ เช่น ระบบพับเบาะแถวที่สองอัตโนมัติผ่านการสั่งการในปุ่มเดียว หรือที่เรียกว่าปุ่ม “Auto Tumble Seat” เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าออกรถได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะนั่ง หรือจะขนของก็สามารถเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้อย่างรวดเร็ว
รวมถึงเบาะแถวที่สามที่สามารถพับเก็บได้อย่างมิดชิดเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้สามารถจุสัมภาระได้มากขึ้น และมาพร้อมกับประตูบานท้าย (เปิด-ปิด) อัตโนมัติ หรือ “Auto Lift Gate” ที่มาพร้อมระบบเซ็นเซอร์เพียงแค่แกว่งเท้าประตูท้ายก็จะเปิดอัตโนมัติเหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัวที่สามารถขนของวันจ่ายในวันตรุษจีนได้อย่างสะดวกสบาย
ดีไซน์สวยสง่าสะดุดตาด้วยสีไฮไลท์ (วันไหว้)
สำหรับใครที่เป็นสายมูจ๋าสามารถขอพรในวันไหว้ หรือ วันที่ 31 มกราคมได้ เพราะในวันนี้เป็นวันที่มีการไหว้เทพเจ้าด้วยอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ที่ได้ซื้อเตรียมไว้ในวันจ่ายเพื่อขอพรไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และบรรพบุรุษในครอบครัว
ถ้าเป็นการไหว้เต็มรูปแบบเครื่องเซ่นไหว้ควรจะครบทั้งของคาว ของหวาน และผลไม้เพื่อไหว้บูชา ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่านอกจากไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย และไหว้บรรพบุรุษแล้ว ในวันไหว้เรายังไหว้เจ้าที่ที่เราอยู่อาศัย และได้ทำบุญทำทานให้แก่วิญญาณไร้ญาติอีกด้วย
เหมือนกับ New NISSAN TERRA ที่หลายคนคงได้เห็นดีไซน์ภายนอกที่สง่างาม ดุดันพร้อมตอบรับปีเสือในปี 2565 นี้ ด้วย กระจังหน้าที่ดุดันสไตล์ V-MOTION FRONT GRILLE, ไฟหน้า QUAD-EYE LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยวมาพร้อมกับ DAYTIME RUNNING LIGHT และขับเคลื่อนด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว มากไปกว่านั้นสายมูยังสามารถเสริมความเฮง ความมงคลด้วย สีแดง “Coulis Red”
พร้อมดีไซน์ภายในที่สวยงามภายใต้คอนเซ็ปต์ “GORGEOUS & GENEROUS” ที่พร้อมถ่ายทอด และสะท้อนถึงดีไซน์ที่สวยงาม และความหรูหราในเวลาเดียวกันด้วยเบาะหนังสีทูโทนที่ตกแต่งด้วยลวดลาย มาพร้อมกับจอ Touch Screen กลางคอนโซลขนาดใหญ่ 9 นิ้ว ที่สามารถควบคุมระบบต่างๆ ภายในรถด้วยเพียงปลายนิ้วสัมผัส
ความสะดวกสบายภายในรถถูกจัดเต็มด้วยฟังก์ชัน Entertainment ภายในรถเช่น จอ Smart TV ขนาด 11 นิ้วพร้อมเครื่องเสียง BOSE ที่ให้ความคมชัดทั้งภาพ และเสียง พร้อมเชื่อมต่อออนไลน์สามารถดูรายโปรดอย่าง Youtube, Netflix และ อื่นๆ ได้ตลอดการเดินทางไม่มีเบื่อ
รวมถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย Wireless Apple CarPlay พร้อม Wireless Charger ที่สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไม่ต้องพึ่งสายชาร์จอีกต่อไป ไม่ว่าจะนั่งที่ตำแหน่งไหนบนรถ ก็สามารถเชื่อมต่อกับจอวิทยุได้อย่างง่ายดาย
ขับเคลื่อนด้วยความมั่นใจอย่างอิสระ (วันเที่ยว)
ผ่านวันจ่าย และวันไหว้ไปแล้ว มาถึงวันสุดท้ายของเทศกาลตรุษจีนที่ตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็คือวันเที่ยวแค่ชื่อก็น่าจะเป็นวันที่สนุกแล้ว
วันเที่ยว หรือ ชิวอิก เป็นวันแห่งสิริมงคลที่คนจีนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงสดใส และออกเดินทางไปไหว้ขอพรผู้ใหญ่รวมถึงเที่ยวพักผ่อนกับคนในครอบครัว
ซึ่งในวันนี้จะเป็นวันที่รวมตัวสมาชิกในครอบครัว หรือวันพบปะญาตินั่นเองทำให้อดที่จะนึกถึงการเดินทางด้วยรถครอบครัวที่ครบครันพร้อมสามารถเติมเต็มความสุข ความสบายให้กับคนในครอบครัวในตลอดการเดินทางไม่ได้
ซึ่ง New NISSAN TERRA เป็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่เราได้ทดลองใช้ และมั่นใจว่าสามารถเดินทางในเมืองก็ได้ หรือจะเดินทางไกลก็ดีพร้อมสามารถอ่านการรีวิวการใช้งานทั้ง 2 รูปแบบได้ในหัวข้อ New NISSAN TERRA ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในเมือง และ ขึ้นเขารับลมหนาวกับ New NISSAN TERRA ที่ The Good Life by Kaidee
สำหรับสมรรถนะโดยรวม รถคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้ความแรงถึง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร พร้อมทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดมาพร้อมกับระบบแมนนวลเพื่อรองรับทุกรูปแบบของการเดินทางได้อย่างเต็มสมรรถนะ
และ ตอบโจทย์ความเป็นรถครอบครัวมากขึ้นด้วยระบบกันสะเทือนแบบ 5 ลิงค์ทำให้ เป็นรถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่ขับเคลื่อนไปบนทุกสภาพถนนได้อย่างนิ่มนวล รวมถึงระบบความปลอดภัยที่มั่นใจได้พร้อมปกป้องคุณ และครอบครัวในทุกการเดินทางด้วยดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อ ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในกลุ่ม SUV
และ ระบบความปลอดภัยสุดล้ำอย่าง ระบบ 360 Safety SHIELD เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยรอบคัน ด้วยเซนเซอร์รอบตัวรถ พร้อมฟังก์ชันความปลอดภัยที่พร้อมปกป้องรถของคุณในทุกองศา ทั้งจากด้านหน้า ด้านข้าง และ ด้านหลัง เช่น ระบบ Intelligent Around View Monitor (IAVM) เทคโนโลยีความปลอดภัยแสดงภาพระยะพื้นที่รอบตัวรถแบบ 360 องศาพร้อมมุมกล้องมองง่ายแบบ Bird’s-eye View
Intelligent Forward Collision Warning (IFCW) เทคโนโลยีอัจฉริยะเตือนเมื่อพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ หรือการชนจากด้านหน้าของรถ และทำงานควบคู่กับ Intelligent Emergency Braking (IEB) หรือเบรกอัจฉริยะที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ระยะห่าง และความเร็วจากรถคันหน้าเพื่อป้องกันอุบัติเหตุด้วยการชะลอความเร็ว รวมถึงฟังก์ชันสุดล้ำอีกมากมายที่ให้คุณเดินทางได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัยไปพร้อมกันทั้งครอบครัว
สรุป
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดถ้าพูดถึงความเป็นครอบครัว หรือเทศกาลวันครอบครัว อย่างเช่นตรุษจีน หรือปีใหม่ คงคิดถึงการเดินทางด้วยรถครอบครัวที่พร้อมพาทุกคนในครอบครัวออกไปทำกิจกรรม หรือสร้างความสุขร่วมกันได้อย่างอิสระ ปีใหม่จีนปีนี้ Kaidee Auto เลยอยากแนะนำ New NISSAN TERRA รถอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อครอบครัวที่คุณรักอย่างแท้จริง ทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และระบบต่างๆ ในที่ราคาคุ้มค่า และออฟชั่นจัดเต็มตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น
พร้อมกับสีไฮไลท์ แดง Coulis Red ที่เป็นสีมงคลตอบรับกับวันตรุษจีนสุดๆ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ ปลอดภัย มั่นใจทุกเส้นทาง ให้แก่ทุกคนในครอบครัวที่คุณรัก สำหรับสายครอบครัวไม่ควรพลาด
เนื่องในวันเทศกาลตรุษจีนปี 2022 หรือวันขึ้นปีใหม่จีนเราขออวยพรให้ทุกคน “ซินเจี่ยยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” คิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังสมปรารถนา มีแต่ความสุข และความร่ำรวยตลอดในปี 2022 นี้นะครับ
Jan 27, 2022 | ข่าวสาร และกิจกรรม
อะ ยังไง..เจอกันอีกแล้วค่าคุณผู้โชมมม กับโบนัสคนดีคนเดิมที่ยังไม่เข็ดหลาบกับการไปหลงครั้งเก่าที่ลาดพร้าว รอบนี้เอาอีกแล้ว หาเรื่องให้ตัวเองเหนื่อยไม่เลิก! ง่ายๆ เลยนะ ก็คือทางเราเนี่ยได้รับโจทย์ว่าให้ไปเที่ยวในซอยสุขุมวิท 101/1 โดยใช้รถโดยสารสาธารณะสีแดง ย้ำ สีแดง .. ตอนฟังโจทย์จบก็คือ งง งงเลย เพราะไม่รู้จักแถวนั้นเลยเธอ ถ้าไปก็ขับรถตาม Google Maps อะเกทใช่มะ TT’ แต่เอาเถอะงานคือเงิน เงินซื้อของอร่อยได้ สู้เขาสิวะโบนัส 🚗
ก้าวเท้าลง BTS สถานีปุณณวิถี มองซ้ายมองขวาถามคนแถวนั้นก็พบว่าซอยสุขุมวิท 101/1 เนี่ย อยู่ข้างๆ ตึก True Digital Park 101 เลย บอกเลยว่าตึกหาง่ายสุด เพราะใหญ่ทะลุเข้ามาในตาเลยจ่ะ อลังวังเวอร์มาก เราเลยไม่รอช้ารีบเดินไปให้ถึงเป้าหมาย
มาถึงปุ๊ป! มองหารถสีแดงปั๊ป! กวาดสายตาไปมา นั่นไงรถสีแดง และไม่ใช่แค่คันเดียวนะ เรียกว่าเป็นแก๊งรถแดงเลยดีกว่า ซึ่งชาวแก๊งรถแดงเขาจอดรวมกันอยู่ที่ ซอยวชิรธรรมสาธิต 2 ก็คือต้นซอยเลย หาไม่เจอให้ทุบ
การให้บริการก็มีตั้งแต่รถเมล์สีแดง ที่ให้บริการ 8 บาทตลอดสาย และรถกะป๊อที่เรียกเก็บตามระยะทางที่ไป โดยเส้นทางของรถแดงจะวิ่งยาวตั้งแต่ต้นซอยวชิธรรมสาธิตไปจนถึงซีคอนสแควร์เลย โห วิ่งไกลมากกกกกกก! ขึ้นทีคือไปได้คุ้มอะทุกคน เราเลยจัดการขึ้นรถกระป๊อคันจิ๋วสีแดง เอาล่ะ พร้อมตะลุยซอยสุขุมวิท 101/1 แบบสวยๆ แล้วค่า บรึ้น น น น น 💨
Union Cycling Apparel
นั่งรถแดงเข้าซอยมาสักพัก สายตาก็ไปสะดุดกับตึกๆ นึง เราเลยจัดการกดกริ่งกริ๊งๆ ขอลงป้ายแรกที่วชิรธรรมสาธิต ซอย 7 จากนั้นบุกเข้าไปให้รู้ว่าตึกนี้ขายอะไรกันแน่ เพราะมองจากข้างนอกเข้ามาคือดูชิคมากเลย สรุปก็ได้รู้ว่าที่นี่คือร้าน Union Cycling Apparel ร้านสำหรับนักปั่นจักรยานนั่นเอง
เมื่อเดินเข้ามาในร้านก็พบว่าที่นี่คือแหล่งรวมอุปกรณ์การปั่นจักรยานดีๆ นี่เอง ที่สำคัญทางร้านมีของครบมากๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ว่าจะเป็นชุดปั่นจักรยาน หมวก แว่นตา กระเป๋า ซึ่งพี่ที่ร้านบอกเราว่า เสื้อผ้า และอุปกรณ์ของทางร้าน ส่วนมากเป็นสินค้านำเข้าทั้งหมด ซึ่งราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว แต่ถ้าใครไม่ใช่นักปั่นจักรยานก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมาร้านนี้ไม่ได้ เพราะทางร้านก็มีเสื้อผ้าทั่วไป รวมไปถึงกระบอกน้ำลวดลายเก๋ๆ รอให้เพื่อนๆ มาจับจองเป็นเจ้าของเพียบเลย!
ที่สำคัญทางร้านยังมีร้านกาแฟเล็กๆ ที่กลุ่มพี่ๆ จักรยานเขาเปิดร่วมกันด้วยนะ แต่วันที่เราไปร้านดันปิดเลยอดชิมเลย งั้นไว้โอกาสหน้าแล้วกันเนอะ
Facebook : https://www.facebook.com/union71.cc
Ministry of Roasters (DoC.DoB กรมการช็อกฯ และกระทรวงการคั่ว)
เหมือนจะได้ไปต่อ แต่ในระหว่างที่รอรถแดงอยู่ดีๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นป้าย “กรมการช็อกฯ” เข้าอย่างจัง ชื่อเก๋ขนาดนี้ ต่อมความอยากรู้ทำงานอีกละ เราเลยเดินดุ่มๆ เข้าไปสำรวจว่ามันคือร้านอะไร
ถึงตรงนี้บอกเลยว่าไม่เคยผิดหวังในความอยากรู้ของตัวเอง เพราะกรมการช็อกฯ ที่เราเห็นเป็นสังกัดหนึ่งของกระทรวงการคั่ว เพียงแต่ร้านนี้จะให้ความรู้ และมีความเชี่ยวชาญเรื่องของช็อคโกแลต เจ๋งมากอะทุกคน
ภายในร้านตกแต่งสีชมพูน่ารัก มีเมนูคาวหวานพร้อมให้บริการ มาร้านช็อคโกแลตทั้งที ถ้าไม่ลองสั่งก็ดูจะแปลกๆ เราเลยสั่งเมนู Cocoa Pepole ซึ่งจะเป็นแบบ Dutch Process แบบเย็น ราคา 100 บาท รสชาติเข้มข้นสะใจสุดๆ อร่อยยย
และที่เราประทับใจอีกอย่างคือ พี่ในร้านให้เราลองกินเมล็ดโกโก้ด้วย ซึ่งเป็นครั้งแรกเลยที่ได้ลองชิม ส่วนรสชาติน่ะหรอ เปรี้ยวววววววววววมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกแม่! แปลกดีนะ แต่ชอบ
แถมอีกนิด การทำโกโก้เนี่ยจะมีแบบ Dutch Process และ Natural Process ซึ่งความแตกต่างคือความเปรี้ยว ที่แบบ Dutch จะไม่เปรี้ยว แต่แบบ Natural คือเปรี้ยว ตอนสั่งก็ลองดูกันดีๆ น้าว่าเป็นแบบไหน ส่วนทางเราขอแบบ Dutch เท่านั้นค่า
ออกจากกรมการช็อกฯ จะไม่แวะกระทรวงการคั่วก็ดูจะใจร้ายเกินไปหน่อย เราเลยแวะเข้าไปดูสักนิดสักหน่อย ซึ่งเราเข้าไปในช่วงที่พี่ๆ ในร้านกำลังทำการคั่วเมล็ดกาแฟพอดีเลย (โชคดีอะไรขนาดนี้) ขอออกตัวเลยว่าทางเราเนี่ยไม่ดื่มกาแฟ (เลย) ทำให้ค่อนข้างสนุกกับหลายๆ อย่างที่พี่เขาบอก ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดกาแฟจะไม่มีรสชาติ ส่วนรสชาติที่ได้ จะเกิดจากการหมัก ซึ่งก็แล้วแต่ที่ว่าจะหมักกับอะไร เพื่อให้ได้รสอะไร มีกลิ่นแบบไหน ส่วนบรรยากาศภายในร้านก็น่ารัก ตกแต่งเหมือนห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์หน่อยๆ มีมุมให้ถ่ายรูปก็เยอะอยู่ บอกเลยว่าสายกาแฟทั้งหลาย ถ้ามาร้านนี้ไม่มีผิดหวังแน่นอน
Facebook : https://www.facebook.com/DoCDoBMoR
ก๋วยเตี๋ยวเป็ดไส้แก้ว
บอกลากรมการช็อกฯ โบกมือขึ้นรถแดงกันต่อ และตัดสินใจลงที่ซอยวชิรธรรมสาธิต 28 เพื่อมากินมื้อเที่ยงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดไส้แก้วในตำนาน เรื่องของเรื่องคือทุกคนพูดกรอกหูก่อนมาว่าต้องแวะร้านนี้ให้ได้ ไม่กินคือพลาดมาก ไอ้เราก็เชื่อคนง่าย ว่าแต่ว่าไส้แก้วคืออะไร น้องมีหน้าตาแบบไหน มาค่ะ ไปลองกินกัน!
ก้าวแรกของการเดินเข้าร้าน หนึ่งเลยนะ พี่ๆ ที่ร้านพูดเสียงดังฟังชัด ให้เลือกที่นั่งที่ชอบ แล้วพี่เขาจะเดินมาจดเมนูอีกที เราเลยจัดการหยิบเมนูขึ้นมา… สั่งก๋วยเตี๋ยวเป็ดไส้แก้วไป 1 ก๋วยเตี๋ยวเป็ดธรรมดา 1 ขนมจีบ 5 ลูก ตบด้วยขนมถ้วยอีก 1 คู่ บอกเลยอิ่มแบบจุก ที่สำคัญอร่อยมากกกกกกกกก ไส้แก้วมีความกรุบ เป็ดเนื้อนุ่ม น้ำซุปก็อร่อยมาก ประทับใจ!
ซึ่งพี่ที่เป็นลูกสาวบอกเราว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดไส้แก้วเปิดมา 30 ปีได้ละ คุณพ่อเป็นคนบุกเบิกไส้แก้วขึ้นมา โดยตัวพี่เค้าเนี่ยรับช่วงต่อเป็นเจนเนอเรชัน 2 แล้ว ทุกอย่างที่ร้านทำเองทั้งหมด คิดราคาไม่แพง 40-50 บาท เพราะไม่ซีเรียสเรื่องกำไร แต่ซีเรียสเรื่องลูกค้าต้องประทับใจมากกว่า น่ารักมากๆ เลย แถมร้านก็หาไม่ยาก ติดถนนเลย ใครสนใจก็แวะมาลองชิมกันได้
Facebook : https://www.facebook.com/PedsaikaewOfficial
Big Burger Pizza & Wings
อิ่มแต่ยังไม่หนำใจ ขอนั่งรถแดงไปต่อที่ร้านอาหารสุดเท่อย่าง Big Burger Pizza & Wings ซอยวชิรธรรมสาธิต 32 กันต่อ ภายในร้านตกแต่งสไตล์อเมริกัน จะถ่ายรูปมุมไหนก็เก๋ไปหมด เหมือนหลุดออกมาจากในแมกกาซีนเลย ทางเราไม่รอช้า หยิบเล่มเมนูอาหารขึ้นมา เปิดดูแล้วเปิดดูอีก ไม่ใช่ว่าเลือกไม่ได้นะ แต่เมนูเยอะมากทุกคน เลือกไม่ถูก แถมน่ากินไปหมดเลย เลยให้พี่ในร้านแนะนำ สรุปเลยได้เมนู Bacon Cheeze Burger จากนั้นก็ทำการนั่งรอแบบคาดหวัง
แวปแรกที่เมนูวางบนโต๊ะ คือตกใจมาก เพราะมัน ใหญ่ มากกกกก!!!! ใหญ่ชนิดที่เรียกว่ากิน 2 คนยังอิ่มอะทุกคน ที่สำคัญอร่อยมากๆๆๆๆ ชอบมากๆๆๆๆๆๆ ไม่รู้จะอวยยังไงให้เข้าใจ แต่มันอร่อยจริงๆ แวะไปกินเหอะ คุ้มค่ารถบอกเลย
Facebook : https://www.facebook.com/BigBurgerBKK
Kashikiri Onsen & Spa 101/1
นั่งรถแดงมาทั้งวัน ทั้งเมื่อยทั้งปวด รู้สึกอยากผ่อนคลายยังไงไม่รู้ เราเลยจัดการค้นหาสถานที่ให้ตรงโจทย์ของตัวเอง ซึ่งเราก็พบว่า เฮ้ย! ในซอยสุขุมวิท 101/1 มีออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นด้วย ที่สำคัญเดินจากร้าน Big Burger ไปไม่ถึง 5 นาที กรี๊ดมาก! รออะไรล่ะคะ ยกก้นจากร้าน มุ่งหน้าสู่ Kashikiri Onsen & Spa ทันที
เมื่อถึงร้าน ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนรองเท้าก่อน จากนั้นเลือกโปรแกรมที่ตัวเองสนใจได้เลย ซึ่งทางร้านจะมีทั้งออนเซ็น และสปารูปแบบต่างๆ ค่ะ แต่ตัวโบนัสขอเป็นแช่ออนเซ็นแบบจุกๆ 45 นาทีไปเลย เพราะปวดตัวมาก
สำหรับใครที่เขินอายไม่อยากให้ใครเห็นความเซ็กซี่ใต้ร่มผ้า บอกเลยว่าไม่ต้องห่วงเพราะที่นี่เป็นออนเซ็นแบบส่วนตัว มีทั้งแบบห้องเดี่ยวและห้องคู่ ซึ่งการแช่ออนเซ็น นอกจากจะช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายแล้ว ยังช่วยเรื่องความสวยความงามอีกด้วย ดีมากๆ เลยล่ะค่ะ
สำหรับน้ำออนเซ็นจะมีให้เลือก 2 ชนิดด้วยกัน คือ Noboribetsu และ Beppu ซึ่งทางร้านจะนำมาให้เราเลือกก่อนไปบ่อออนเซ็นค่ะ
Noboribetsu จะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อและข้อกระดูก (โบนัสเลือกตัวนี้) Beppu จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม
ก่อนจะไปทำการแช่ออนเซ็น ไม่ต้องกังวลว่าของจะหายนะคะ เพราะนอกจากทางร้านจะมีชุดยูกาตะให้เปลี่ยนแล้ว ยังมีล็อกเกอร์เก็บของแยกของใครของมันด้วยค่ะ ดีมากๆ เลย หลังจากแช่เสร็จ รู้สึกได้เลยว่าร่างกายเบาสบาย ผ่อนคลายสุดๆ เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น 10/10 คะแนนไปเลยค่า
แต่ แต่ แต่… ถ้าใครที่มีโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิต หรือโรคหัวใจ ทางเราก็ไม่แนะนำให้แช่ออนเซ็นน้า เพราะมีความเสี่ยงในการเกิดอันตราย หรืออุบัติเหตุได้ค่ะ
Facebook : https://www.facebook.com/KashikiriSpa
Biggie & Tiny
สบายตัวแล้ว ขอนั่งรถแดงไปจบแบบสวยๆ ที่ร้าน Biggie & Tiny ดีกว่า ถามว่าร้านนี้คือร้านอะไร มันคือร้านอาหาร ที่เป็น Working Space ให้ทุกคนมาใช้เวลานั่งชิลได้ เพราะมีโซนน่ารักๆ หลายโซนให้เราเลือกได้ ไม่ว่าจะเป็นโซนอ่านหนังสือ โซนสำหรับเด็ก โซนในสวน โซนคาเฟ่
ที่สำคัญทางร้านยังมีอุปกรณ์ปลูกต้นไม้ขายด้วย ไม่ว่าจะปุ๋ย กระถางต้นไม้รูปทรงต่างๆ หรือจะเอาให้ครบจบซื้อต้นไม้กลับไปด้วยยังได้เลย เพราะที่นี่เขาขายต้นไม้ด้วยแหละเพื่อนๆ เรียกว่ามาที่เดียวยิงยาวได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็นไปเลย เริ่ด!
Facebook : https://www.facebook.com/BiggieandTiny
⭐️
เป็นยังไงกันบ้างทุกคน หวังว่าจะสนุกกับการไปตะลุยเที่ยวของเราในครั้งนี้นะ แต่จริงๆ จะว่าไปแล้วในซอยสุขุมวิท 101/1 ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียกว่าครบมากๆ เลย เราว่าเป็นอีกทำเลที่เหมาะกับการอยู่อาศัยมากๆ ไม่แพ้ย่านอื่นๆ ของกรุงเทพฯ เลย
สำหรับใครที่มองหาคอนโดอยู่ เราว่าย่านนี้ก็เป็นอีกที่ที่น่าสนใจนะ ถ้าไม่เชื่อลองมาแวะดูคอนโดสักโครงการก็ได้ แต่ถ้าถามเรา เราขอแนะนำโครงการนี้เลย THE MATT SUKHUMVIT 101/1 คอนโดสุดชิค ที่จะทำให้ทุกๆ โมเมนต์ในชีวิตของเพื่อนๆ น่าจดจำและเต็มไปด้วยเรื่องราวดีๆ ที่สำคัญยังอยู่ใกล้ทั้ง 6 สถานที่ ที่เราพาไปอีก คือดีจยยยยยย์ ปังขนาดนี้ ไม่แวะมาดูไม่ได้แล้ว 💘
🚗💨
Jan 27, 2022 | ข่าวสาร และกิจกรรม
VIDEO
“สุขุมวิทตอนกลาง” (อโศก-เอกมัย) ย่านที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ออฟฟิศสำนักงาน และตึกสูงระฟ้า ย่านที่ผู้คนใช้ชีวิตกันเรียกว่าแทบจะ 24 ชั่วโมง แม้จะมีโควิด-19 เข้ามาเป็นอุปสรรคก็ตาม
Kaidee Property ไม่รอช้า เริ่มอยากพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว เลยขอพาทุกคน ไปทำความรู้จักสุขุมวิทตอนกลาง ย่านที่เขาว่ามีของ และเป็นโซนสุดฮิปของกรุงเทพมหานครกัน
ของเยอะ!!!
ตลาดรวมทรัพย์
ตลาดชื่อดังของชาวอโศก ที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จัก เพราะมีของขายเยอะมาก!!! ทั้งอาหารคาวหวาน น้ำปั่น ผลไม้สด ของกระจุ๊กกระจิ๊ก เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง ฯลฯ เอาเป็นว่ามาตลาดรวมทรัพย์ที่เดียวคือจบ และด้วยขนาดของตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ ก็ยิ่งทำให้ชาวออฟฟิศโดยรอบแวะเวียนมาชอปปิ้ง หรือกินข้าวตอนพักเที่ยงกันเป็นจำนวนมาก บอกเลยว่าเป็นตลาดที่ไม่มีตลาดไหนในย่านนี้ สามารถล่มล้างความปังนี้ได้
เมื่อเราได้ทำการสัมภาษณ์คนในตลาด พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ ขายของที่นี่มาไม่ต่ำกว่า 5-10 ปี ซึ่งหลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแถวอโศกค่าครองชีพจะอยู่ที่ระดับกลางๆ ไปถึงค่อนข้างสูง เป็นย่านที่มีแต่ความเร่งรีบ แต่ข้อดีก็คือมีความสะดวกสบาย ใช้ชีวิตง่าย ถ้าได้ย้ายมาอยู่แถวนี้ เรียกว่าอยู่ใกล้สถานที่ทำงานมาก เพราะเป็นแหล่งรวมออฟฟิศของคนทำงาน
แผนที่ ร้าน : https://goo.gl/maps/sNtRjSiJgn4x74bv5
ร้านเป่าลม (Toyland)
ร้านเก่าแก่กว่า 40 ปี ให้บริการเกี่ยวกับของเล่นประเภทสินค้าเป่าลมทุกชนิด มีทั้งแบบสำเร็จรูป และรับทำตามออเดอร์ เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงร้านเป่าลม ต้องนึกถึงร้าน Toyland ที่สำคัญร้านเป่าลมแห่งนี้ยังเป็นร้านเดียวในย่านสุขุมวิทอีกด้วย การเดินทางมาที่ร้านก็ง่ายแสนง่าย เพราะอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 31 และ 33 จะมารถไฟฟ้า หรือขับรถมาเองก็แสนสะดวก
แต่อาจจะต้องจอดไว้ที่ตึก RSU หรือตึก UBC2 กระซิบอีกนิดนึงว่าทางร้านเขามีโรงงานของตัวเองด้วยนะ คือยิ่งใหญ่มาก เรียกว่าในประเทศไทย ถ้าพูดถึงเรื่องร้านเป่าลม ที่นี่แหละของจริง!
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/hqabdv7eXKPBQXXk6
ตลาดญี่ปุ่นทองหล่อ Thonglor Nihon Ichiba
สำหรับใครที่อยากซื้อวัตถุดิบจากญี่ปุ่น หรือรักในอาหารญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์ เพราะที่ Nihon Ichiba เขานำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่นทั้งหมด ไม่ว่าจะของสด อาหาร ผักผลไม้ตามฤดูกาล หรือของหวาน เรียกว่ามาที่เดียวได้ครบทุกอย่างที่ตามหาแน่นอน ที่สำคัญยังมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้นั่งรับประทานด้วยนะ แต่ถ้าใครไม่สะดวก ต้องการซื้อกลับบ้านก็สามารถซื้อได้ จะแซลม่อน เนื้อวากิว หรือปูทาราบะ อะ จัดไป!
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/GhVyzhBq9wHuSSGo9
ของแวร๊งงง!!
วัดภาษี
วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2390 โดยกำนันเพชร ต่อมากลายเป็นวัดร้าง ทางราชการจึงใช้พื้นที่ป่าช้าท้ายวัดเป็นแดนประหารชีวิตนักโทษฉกรรจ์ โดยนักโทษคนสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิตด้วยการตัดคอก็คือ บุญเพ็งหีบเหล็ก ที่เป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี พ.ศ. 2461 ซึ่งทางวัดได้ปั้นรูปจำลองของนายบุญเพ็ง หีบเหล็ก ไว้ด้วย
ในส่วนของรูปแบบสถาปัตยกรรมของวัดเรียกว่าสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น ซุ้มประตูหน้าวัดทรงล้านนา มีศาลาพุทธคยาที่สวยงาม รวมไปถึงหอระฆังที่เป็นแนวศิลปะประยุกต์ และไฮไลท์เด่นเลยคือ หุ่นรูปปั้นจำลองของพุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่งตลอดกาล ซึ่งในช่วงเดือนมิถุนายน ทางวัดจะก็มีกิจกรรมเพื่อรำลึกพุ่มพวง ดวงจันทร์ อีกด้วย
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/1VNTf3MUWk86U6Lm8
TAMIYA
สายชอบความแรง หลงรักความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ ต้อง TAMIYA PREMIUM CLUB เลยทุกคน! TAMIYA คืออะไรน่ะหรอ คือมันคือรถบังคับที่เราเคยเล่นตอนเด็กๆ กันนี่แหละ ซึ่งลูกค้าส่วนมากเรียกว่ามีทุกกลุ่มเลยทีเดียว ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ ความเจ๋งคือทางร้านก็มีเขารางไว้ให้เล่นด้วยนะทุกคน แต่จะเข้ามาเล่นเลยไม่ได้น้า ต้องเป็นเมมเบอร์ก่อน วิธีก็ง่ายๆ เพียงซื้อครบ 1,500 บาทก็ได้เป็นเมมเบอร์แล้ว
ตัวร้านตั้งอยู่ที่ตึกมิดทาวน์อโศก ตรงข้ามตึก GMM จะเข้ามาซื้อโมเดล หรือจะแค่แวะมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ก็ได้ พี่ๆ ในร้านน่ารักมากๆ พร้อมให้บริการสุดๆ
แผนที่ : https://g.page/tamiya-asoke?share
ขอ-พักฟังเพลงก่อ-ง
CT Music Shop
ร้านขายอุปกรณ์ดนตรีครอบจักรวาล เรียกว่าตามหาอะไร CT Music Shop มีครบ พี่เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่าทางร้านเปิดมาราวๆ 8 ปี เริ่มจากตัวเองเป็นนักดนตรี รักในเสียงดนตรี ทำให้ตัดสินใจเปิดร้านทำในสิ่งที่ตัวเองรัก สำหรับจุดเด่นของร้านคือมีสินค้าเอกซ์คูลซีฟหลายอย่าง สำหรับราคาจะอยู่ที่กลางๆ จนถึงสูง และเป็นร้านเดียวที่นำเข้ากีต้าร์ยี่ห้อ Lava ที่เดียวในประเทศไทย
และที่ตัดสินใจเลือกเปิดร้านย่านทองหล่อ เพราะอยู่ใกล้บ้าน ตึกของร้านมีที่จอดรถ เดินทางสะดวกสบาย แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าความสะดวกสบาย บางครั้งก็แลกมากับค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกับย่านทองหล่อด้วยแล้ว ถือว่าเป็นที่รู้กันเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความเท่ของร้านนี่แหละ เพราะหาร้านที่มีเครื่องดนตรีแทบทุกประเภทแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆ นะ
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/188tHAG5U9RDGSqU7
ขอ-ออกกำลั-ง
D-sports Stadium
เอาใจสายกีฬาใจกลางทองหล่อกับ D-sports Stadium ศูนย์กีฬาในร่มจากญี่ปุ่นที่พร้อมให้เพื่อนๆ ออกกำลังแบบ Non-Stop ซึ่งที่นี่มีกีฬาให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เบสบอล บาสเกตบอล เทนนิส วอลเลย์บอล ต่อยมวย แบดมินตัน ปีนหน้าผาจำลอง เกมส์ Arcade และอื่นๆ
เป้าหมายหลักตอนแรกของทางร้านคือ ทำมาเพื่อตอบโจทย์คนญี่ปุ่นในประเทศไทย หลังๆ มาได้ขยับขยายฐานลูกค้าไปทั้งชาวต่างชาติ และคนไทย ที่สำคัญราคาไม่แพง เริ่มต้น 50 บาท* ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กไปจนถึงคนสูงอายุ เดินทางมาก็ง่าย เพราะอยู่ในห้าง Donki Donki Mall ชั้น 5 สำหรับเพื่อนๆ คนไหนสนใจอยากออกกำลังแขนขา พร้อมสู้กับโควิดตัวร้าย เราว่าที่นี่คือตัวเลือกเจ๋งๆ ที่หนึ่งเลย
แผนที่ : https://goo.gl/maps/f95ZcL3eBeyi59Xx6
ขอ-เต้นนิดนึ-ง
Urban dance studio
สตูดิโอสอนเต้นสุดชิค อัดแน่นด้วยคลาสสอนเต้นหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Hiphop K-Pop Cover การันตีด้วยรางวัลแข่งเต้นมากมาย ซึ่งที่มาที่ไปของการมาเปิดโรงเรียนสอนเต้นคือพี่เจ้าของเป็นกลุ่มเต้นมาก่อน จึงอยากทำให้พื้นที่นี้เป็นที่ที่แลกเปลี่ยนสไตล์การเต้น รวมถึงเป็นแหล่งคอมมูนินี้เล็กๆ ของนักเต้น ซึ่งนักเรียนของที่นี่มีตั้งแต่เด็ก 3-4 ขวบ ไปจนถึงอายุ 40 เลยนะเพื่อนๆ มีประสบการณ์ไม่มีประสบการณ์ไม่ใช่ปัญหา ขอแค่มีใจรัก อยากเรียนรู้แค่นั้นพอเลย
บรรยากาศการสอนจะเน้นสอนสบายๆ ไม่เครียด ขอกระซิบอีกนิดว่าคุณครูของที่นี่ไฟแรง เป็นที่รู้จักในวงการเต้นแทบทุกคนเลยนะ แบบนี้ต้องมาลองสักคลาสแล้วมั้ย ?
แผนที่ : https://goo.gl/maps/cSbijMRbxfa4n7hn6
ของอร่อย
ลาบลับลับ
ร้านลาบลับลับ ที่จะไม่ลับอีกต่อไป ที่สำคัญดังมากในโซเชียลตอนนี้ เพราะเป็นร้านอาหารอีสานสไตล์ญี่ปุ่น บอกตรงนี้เลยนะว่าทุกเมนูอร่อยแสงออกปาก อร่อยจนกำหมัด อร่อยมว๊ากกกก!! แต่ย้ำนิดนึงว่าใครกินเผ็ดไม่เก่งต้องรีบบอก รสชาตินัวเด็ดอย่าบอกใคร ไม่มีคำไหนจะอธิบายแล้ว นอกจากมันสุดปังจริงๆจ้าคุณพรี่
สำหรับเมนูที่อยากให้ลองก็คือ ยูเกะ หรือยำเนื้อดิบญี่ปุ่น เนื้อดิบไร้กลิ่นคาวหอมน้ำมันงา คลุกเคล้าเข้ากันกับไข่สด สั่งพร้อมชาบูเนื้อเซ็ทใหญ่จุกๆ ตบท้ายด้วยหอยแครงลวก อื้อหือ!! ประทับใจ กลับบ้านนอนฝันดีแน่นอน สุดท้ายนี้อย่าลืมคิมิโน๊ะโต๊ะร้านนี้กันด้วยนะจ๊ะเพื่อนๆ 💘
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/t6NAt5yi8rV1Qfr6A
Hoi (ฮ่อย)
ร้านอาหารจีนเล็กๆ สไตล์ izakaya ที่เริ่มจากการที่เพื่อนๆ สมัยมัธยม รวมตัวไปเที่ยวกัน จากนั้นเกิดไอเดียจึงจัดการเปิดร้านขึ้นมาซะ (กายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้ มากเวอร์) กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่น เเละวัยทำงานที่ชอบทานอาหารจีน และชอบสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ สำหรับจุดเด่นของร้านคือ อาหารจะเสิร์ฟจานไม่ใหญ่มาก ทำให้สามารถสั่งได้หลายๆอย่าง ตามสไตล์ร้าน izakaya นั่นแหละ
ส่วนเมนูแนะนำ เต้าหู้ผัดพริกเกลือ ⭐️ (118 บาท) และเนื้อน่องลายตุ๋นอบแห้ง ⭐️ (198 บาท) เอาเป็นว่าให้ลองมากันเองดีกว่า วัดกันไปเลยว่าจะอร่อยแบบที่เราไปกินมามั้ย
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/XkS8DhmxyiQKsvMX6
เห็นมั้ยเพื่อนๆ ว่าสุขุมวิทตอนกลางมีของอย่างที่บอกจริงๆ ด้วย สำหรับใครที่สนใจก็ไปตามพิกัดที่เราปักไว้ได้ คัดแล้วคัดอีกกว่าจะเอามาเขียนให้เพื่อนๆ ได้เนี่ย และสำหรับใครที่สนใจอยากใช้ชีวิตอยู่แถวสุขุมวิทตอนกลางก็สามารถเข้าไปดูโครงการคอนโดจาก Kaidee Property กันได้ บอกเลยว่าคุณภาพเน้นๆ จ้า
❤️