Personal Color Test มาดูกันว่าสีไหนใช่คุณที่สุด

Personal Color Test มาดูกันว่าสีไหนใช่คุณที่สุด

เคยเป็นกันไหมคะ ชอบสีนี้สุดใจ แต่ดันใส่แล้วหมอง ไม่เป๊ะปังอย่างใจหวัง บางทีอาจจะเป็นเพราะเรายังไม่เจอสีที่ใช่และเหมาะกับโทนผิวเราที่สุดก็ได้ บอกเลยว่าหาสีที่ใช่ไม่ยากอย่างที่คิด แวะมาทำ Personal Color Test แป๊บเดียวก็เจอ

สำหรับใครที่สงสัยว่า Personal Color Test คืออะไร ต้องทำยังไง ไปลองทำและค้นหาสีที่ใช่คุณที่สุดพร้อมกับเราเลยค่ะ

Personal Color Test คืออะไร?

Personal Color Test คือแบบทดสอบค้นหาสีที่เหมาะกับโทนสีผิวเราที่สุด เวลาใส่เสื้อผ้า สะพายกระเป๋า สวมเครื่องประดับหรือแม้แต่แต่งหน้าสีที่เหมาะกับโทนผิวเรา จะช่วยขับผิวให้ดูสวยใสมีออร่ายิ่งขึ้น! Personal Color จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มตามฤดูกาล คือ Spring Summer Autumn และ Winter 

Personal Color Test ทำยังไงบ้าง?

 จริง ๆ แล้ว Personal Color Test มีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบขายกันเป็นคอร์สละเอียดยิบ ไปจนถึงแบบทดสอบง่าย ๆ ที่เราเอามาฝากวันนี้ ขอบอกว่าทำง่ายมาก ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้น แค่ทำตามสเตปด้านล่างนี้เลยค่ะ

ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone)

หา Undertone ผิวตัวเองด้วย 5 วิธีสังเกตง่าย ๆ 

เราสามารถหา Undertone ผิวตัวเองว่าเป็นโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) หรือโทนเย็น (Cool / Blue Tone) ได้ด้วย 5 วิธีสังเกตง่าย ๆ ตามนี้เลยค่ะ 

เส้นเลือดที่ข้อมือ

  • เส้นเลือดสีเขียว = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone)
  • เส้นเลือดสีน้ำเงิน = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

สีตาธรรมชาติ 

  • สีตาธรรมชาติเป็นสีน้ำตาล = ผิวโทนร้อน  (Warm/Yellow Tone)
  • สีตาธรรมชาติเป็นสีดำ = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)
Cool skin undertone
ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

โทนสีรองพื้น

  • ทารองพื้นสีโทนเหลืองแล้วเข้ากับผิวกว่า = ผิวโทนร้อน  (Warm/Yellow Tone)
  • ทารองพื้นสีโทนชมพูแล้วเข้ากับผิวกว่า = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

ผิวหลังโดนแดด 

  • หลังออกแดดแล้วผิวคล้ำ = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone)
  • หลังออกแดดแล้วผิวแดง = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

ใส่สีทองหรือสีเงินขึ้นกว่า

  • ใส่สีทองแล้วผิวผ่องกว่า = ผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone)
  • ใส่สีเงินแล้วผิวผ่องกว่า = ผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

ลองเช็กว่า Personal Color ของคุณเป็นฤดูไหน

อย่างที่เกริ่นไปว่า Personal Color ตามตำราชาวญี่ปุ่น จะแบ่งตามฤดู คือ Spring Summer Autumn และ Winter ผิวโทนไหนเป็นฤดูอะไร แบ่งได้ตามนี้เลยค่ะ

Personal Color สำหรับผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) 

สำหรับผิวโทนร้อน (Warm/Yellow Tone) จะมี Personal Color แบบ Spring และ Autumn ซึ่งจะแบ่งย่อยไปอีกว่า

คนผิวโทนร้อนที่มีดวงตาสีอ่อน เช่น ฟ้า น้ำตาลอ่อน และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีอ่อนหรือสีสว่าง เช่น บลอนด์ น้ำตาลอ่อน Personal Color จะเป็น Spring

ถ้าเป็นคนผิวโทนร้อนที่มีดวงตาสีเข้ม เช่น ดำ น้ำตาลเข้ม และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีเข้ม เช่น สีดำ น้ำตาลเข้ม Personal Color จะเป็น Autumn 

Personal Color สำหรับผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone)

คนผิวโทนเย็น (Cool/Blue Tone) จะมี Personal Color แบบ Summer และ Winter โดยจะแบ่งย่อยอีกเหมือนเดิม

สำหรับคนผิวโทนเย็นที่มีดวงตาสีอ่อน เช่น น้ำตาลอ่อน เขียวสว่าง และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีอ่อน เช่น บลอนด์เทา น้ำตาลอ่อน Personal Color จะเป็น Summer 

ถ้าเป็นคนผิวโทนเย็นที่มีดวงตาสีเข้ม เช่น น้ำตาลเข้ม ฟ้าอมเทา และสีผมตามธรรมชาติเป็นสีเข้ม เช่น  ดำ น้ำตาลอมเทา Personal Color จะเป็น Winter

มาดูกันว่าชาวฤดูไหนต้องใส่สีอะไรถึงปัง

Spring Color Type for Personal Color Test
Make up tone ของ Summer Type

Spring

ชาวผิวโทนร้อนหรืออมเหลืองที่จัดอยู่ใน Spring เหมาะกับโทนสีสว่าง สดใส ฟีลฤดูใบไม้ผลิ เช่น สีชมพูอมส้ม สีพีช สีเหลือง

Autumn Type Color
Autumn type make up

Autumn

ชาว Autumn เหมาะกับสีอบอุ่นโทนน้ำตาล เช่น สีส้มอิฐ สีเขียวมะกอก สีเบจ

Summer Type แบบทดสอบ Personal Color

Summer 

สำหรับบรรดาคนผิวโทนเย็นที่จัดอยู่ใน Summer จะเหมาะกับสีสว่างโทนเย็น สีพาสเทล อาทิ สีชมพู สีฟ้าอ่อน สีม่วงอ่อน

Winter type color
Winter type Makeup

Winter 

คนที่โทนผิวจัดว่าอยู่ในฤดู Winter จะเหมาะกับสีสด เรียกว่าขนแม่สีมาหมด รวมทั้งสีโทนเย็นด้วย เช่น สีแดง สีเหลือง สีชมพู 

รู้ Personal Color ของตัวเองไว้ถือเป็นอีกตัวช่วยให้เราเลือกแต่งตัวและแต่งหน้าด้วยโทนสีที่เข้ากับโทนผิวเรามากขึ้น ไม่ว่าจะแต่งลุคไหนก็เป๊ะปัง สดใส ไม่มีหมอง

ใครอ่านถึงบรรทัดนี้ก็น่าจะรู้ Personal Color ที่เหมาะกับโทนผิวตัวเองกันแล้ว แวะมาช้อปเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าและเครื่องประดับมือสองในโทนสีที่ต้องการได้ที่ Kaidee เลยค่ะ อยากได้กระเป๋าสีไหน เสื้อผ้าสีอะไร เรามีทุกอย่างที่คุณมองหามาให้เลือกไม่อั้น! ได้ลุคปัง ๆ แล้ว อย่าลืมเอามาอวดกันบ้างน้า!

Xiaomi Recommend สายพ่อบ้านแม่บ้าน ห้ามพลาด!

Xiaomi Recommend สายพ่อบ้านแม่บ้าน ห้ามพลาด!

ถึงตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “เสี่ยวมี่” แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าน้องใหม่สุดเจ๋งจากประเทศจีน ด้วยดีไซน์อันเรียบหรูชวนสะดุดตา ยิ่งถ้าใครเป็นมินิมอลลิสต์อยู่แล้วนั้น มั่นใจได้ล้านเปอร์เซ็นต์ว่าต้องตกหลุมรักยี่ห้อนี้อย่างแน่นอน ที่สำคัญฟังก์ชันการใช้งานของแบรนด์นี้ยังคุ้มค่าคุ้มราคา ในราคาจับต้องได้ เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดีทีเดี

1.เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Xiaomi Deerma VC20S

ตัวช่วยที่จะทำให้คุณสนุกกับการทำความสะอาดได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องกังวลกับสายไฟที่สุดแสนจะรุงรัง มาพร้อม 3 หัวแปรงสุดคุ้ม ทำความสะอาดได้ทั้งโซฟา เบาะนั่ง ผ้าม่าน ตลอดจนตามซอกมุมเล็กๆ ไปจนถึงพื้นกระเบื้องทั่วไป ใช้งานได้ต่อเนื่อง 30 นาที ที่ตัวเครื่องมีไฟบอกสถานะแบตเตอรี่

เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่สวยงามเรียบหรู ดูอดทนแข็งแรง หนักเพียง 1.8 กิโลกรัม ตัวเครื่องเล็กกะทัดรัด เหมาะกับผู้หญิงที่มีใจรักงานบ้าน สามารถทำความสะอาดบ้านได้แบบสบายๆ ไม่กังวลว่าจะต้องปวดแขน แถมยังได้ความคล่องตัวอีกด้วย (ราคา 1,400 บาท)

2.เตารีดไอน้ำพกพา Xiaomi Deerma Steam Iron

Xiaomi Deerma Steam iron

หมดกังวลปัญหาเรื่องเสื้อผ้ายับเวลาเดินทาง เตารีดไอน้ำขนาดพกพาตัวนี้จะช่วยให้คุณดูเป็น Perfectionist เสมอในทุกสถานการณ์ ด้วยขนาดที่เล็ก น้ำหนักเบา พกพาไปไหนสะดวก รีดได้ทั้งแบบแขวนและนาบ ทั้งยังใช้ได้กับผ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด ลินิน ไปจนถึงผ้าฝ้าย แต่ถ้าผ้าหนาหรือยับมากเกินไปอาจจะเอาไม่อยู่

รวมถึงความเรียบกริบของผ้า สารภาพว่ายังสู้เตารีดทั่วไปไม่ได้ ใครที่ชอบเนี้ยบๆ หน่อยอาจจะไม่ถูกใจ แต่ถ้าเน้นฟีลเรียบแบบธรรมชาติ พอถูไถได้สะดวก ซื้อเถอะรับรองไม่ผิดหวัง นอกจากนี้เสี่ยวมี่ยังมีความใส่ใจ แถมที่ตวงน้ำมา ช่วยให้เราเทบรรจุได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกะให้ยุ่งยาก (ราคา 1,300 บาท)

3.เครื่องเป่าผ้าแห้งยูวีซี Xiaomi HL Towel Disinfection Dryer

Xiaomi Dryer

ผ้าแห้งฟูเหมือนได้เสื้อผ้าใหม่ …คือสิ่งที่คุณจะได้เมื่อใช้เครื่องเป่าแห้งตัวนี้ ด้วยเทคโนโลยีลมร้อนที่มาพร้อมแสงยูวีซี (UVC) ช่วยให้ผ้าของเราไร้กลิ่นอับ ปราศจากเชื้อราและแบคทีเรีย “แห้งสนิทได้ภายในหนึ่งชั่วโมง” ส่วนตัวเครื่องทำจากวัสดุ ABS สีขาว ยาว 60 เซนติเมตร สูง 8 เซนติเมตร หน้าจอเป็นระบบสัมผัส

เหมาะกับคนอยู่คอนโดหรือห้องพักที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ใช้เป่าได้ทั้งผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้าเด็กเล็ก ถุงเท้า ผ้าเช็ดหน้า ฯลฯ ที่สำคัญมีเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว หากมีสิ่งมีชีวิตใดๆ เดินผ่านเครื่องในระยะ 2.5 เมตร หลอด UVC จะดับลงอัตโนมัติ เพราะอย่างที่เรารู้กันว่าแสง UVC เป็นอันตรายต่อมนุษย์นั่นเอง (ราคา 2,500 บาท)

4.ไดร์เป่าผมไฟฟ้า Mijia Water Ion Electric Hair Dryer

Xiaomi Hair Dryer

นอกจากจะทำหน้าที่ไดร์เป่าผมได้สมบูรณ์แบบ ทำให้ผมแห้งไวไร้ที่ติแล้ว ยังมีความเก๋ในตัวเอง ด้วยการมีพลังไอออนเป็นฟังก์ชันเสริม โดยระหว่างที่เราเป่าผมจะมีลมประจุลบออกมา ช่วยให้ผมนุ่มชุ่มชื่นขึ้นหลังเป่าเสมือนได้บำรุงไปในตัว เรียกว่าผมแห้งแบบสบายหัว ลบภาพจำว่าใช้ไดร์แล้วผมต้องแห้งเสียไปทันที

ทั้งนี้ยังมีเทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ ปรับได้ 3 ระดับ มีทั้งลมเย็น ลมร้อนและลมเย็นผสมร้อน ส่วนตัวไดร์เองก็ดีไซน์ได้สวยเก๋คลาสิคตามสไตล์เสี่ยวมี่ วัสดุเองก็ดูคงทนเคลือบสีถึงสองชั้น ไม่ใช่พลาสติก ใช้งานได้ยาวๆ แบบคุ้มค่าราคาที่จ่ายแน่นอน (ราคา 900 บาท)

5.โคมไฟอายแคร์สมาร์ตเดสก์แลมป์ Xiaomi Philips Eyecare Smart Desk Lamp 2

Xiaomi Lamp

เจ้าโคมไฟอายแคร์ดีไซน์เก๋ตัวนี้ เป็นการร่วมมือกันของเสี่ยวมี่และฟิลิปป์ ด้วยการชูนวัตกรรมหลอดไฟ LED ที่มีเซ็นเซอร์วัดแสงควบคุมความสว่างตามสภาพแวดล้อมห้อง การันตีด้วยผลการวิจัยว่าเป็นแสงขาวธรรมชาติ เหมาะกับดวงตามากมนุษย์มากที่สุด ช่วยให้ตาไม่ล้า เหมาะกับการอ่านหนังสือหรือทำงานเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งยังเชื่อมต่อกับมือถือ ตั้งเวลาเปิดปิดและปรับระดับความสว่างเองได้ กินไฟสูงสุดเพียง 10 วัตต์ แถมตัวโคมเองก็ยืดหยุ่นมาก ปรับความโค้งและเปลี่ยนองศาได้ตามใจชอบ ส่วนสวิตช์ที่โคมไฟใช้ระบบสัมผัส เพียงแตะเบาๆ โลกของคุณก็จะสว่างไสวขั้นทันตาเห็น (ราคา 1,500 บาท)

จุดแข็งของเสี่ยวมี่คือการชูเรื่องดีไซน์และเทคโนโลยี ในราคาที่ทุกคนพอเอื้อมถึง เราสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ราคาหลักร้อย แต่ถ้ายังตัดสินใจเลือกไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มต้นจากอะไร ลองเข้าไปดูสินค้าเจ๋งๆ ได้ในเว็บไซต์ของ Xiaomi ได้โดยตรง ในเมื่อชีวิตนี้ เราหนีจากการทำงานบ้านไม่พ้น แต่อย่าลืมว่าเราเลือกจะอยู่สิ่งเหล่านี้ด้วยความสะดวกสบายขึ้นได้

5 แบรนด์แว่นกันแดดสำหรับสาวๆ รับรองใส่แล้วชิค ไม่มีเอาท์

5 แบรนด์แว่นกันแดดสำหรับสาวๆ รับรองใส่แล้วชิค ไม่มีเอาท์

แม้จะเป็นฤดูฝน แต่แดดเมืองไทยก็ยังคงแรงสุดๆ “แว่นกันแดด” เลยยังเป็นของที่ทุกคนต้องพกไว้ตลอดเวลา เพราะนอกจากจะช่วยปกปกป้องดวงตาของเราจากแสงแดดที่แรงจ้าแล้ว ยังช่วยส่งเสริมลุคการแต่งตัวของเราให้ดูมีอะไรมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มสุดฮิตสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ขาดไม่ได้ในทุกฤดูเลยจริงๆ วันนี้ Neptune จะพาเพื่อนๆ ไปดู 5 แบรนด์แว่นกันแดดสุดฮิต ที่ครองใจใครหลายๆคน รับรอง ใส่แล้วชิค ไม่มีเอาท์อย่างแน่นอน  

1.Rayban 

มาเริ่มกันที่แบรนด์แรกที่เรียกได้ว่า หากพูดถึงแว่นกันแดดแล้ว แบรนด์นี้คงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในใจใครหลายๆคน นั่นก็คือ Rayban นั่นเอง ด้วยดีไซน์สุดสวย กับคุณภาพคับแก้ว ทำให้ครองใจใครหลายคนมาอย่างยาวนาน โดยราคาของแว่นกันแดดแบรนด์นี้เริ่มต้นที่ประมาณ 4500 บาท ซึ่งรุ่นยอดฮิตคงหนีไม่พ้น Aviator,Wayfarer , Round Metal เป็นต้น

2. Super

รูปภาพจาก retrosuperfuture.com

มาต่อกันที่อีกแบรนด์สุดฮิตจากอิตาลีอย่าง Super ที่มีหลากหลายดีไซน์ให้เลือกสรร ตั้งแต่แบบคลาสสิกเรียบหรูจนถึงแบบจี๊ดจ๊าดสดใส เรียกได้ว่าสามารถหาแว่นกันแดดทุกสไตล์ได้จากแบรนด์นี้ โดยเฉพาะตัวแม่แฟชั่นจ๋า รับรองว่าต้องชอบ โดยราคาเริ่มต้นของแว่นกันแดด Super อยู่ที่ประมาณ 6000 บาทจนถึงหลักหมื่น ส่วนรุ่นยอดฮิตอย่างเช่น Lucia 

3. Christian Dior

รูปภาพจาก otticanet.com

มาที่แบรนด์ Hi-end อย่าง Christian Dior ที่ไม่ว่าจะออกไอเท็มอะไรมาก็ฮิตฮอตกันทุกประเภท ซึ่งแว่นกันแดดก็เช่นกัน ด้วยดีไซน์เรียบหรู ดูดี ทำให้เหล่าเซเลปตัวแม่ใช้กันหลายคน จึงไม่แปลกที่หลายๆคนจะหันมาซื้อตามกันให้ควั่ก โดยรุ่นที่ฮอตที่สุดคงหนีไม่พ้น Dior so real เจ้าแว่นทรงกลมสุดชิคที่ครองใจสาวๆอย่างต่อเนื่อง โดยแว่นของ Dior ราคาเริ่มต้นไม่ได้แพงมาก อยู่ที่ 3000 บาทเท่านั้น

4.Karen Walker

รูปภาพจาก specscollective.com

อีกยี่ห้อที่พลาดไม่ได้สำหรับสายแฟชั่นก็คือ Karen Walker ด้วยดีไซน์สุดล้ำ ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นเข้าไป ทำให้เอาไปแมตต์สร้างลุคชิคๆ ได้มากมาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นแฟชั่นตัวแม่ ที่มองหาไอเท็มมาเติมเต็มลุค หรือคนที่ชอบแว่นกันแดดที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เรียกว่าใครเห็นก็ต้องจำได้ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3000 จนถึง 20000 บาท

5.Oakley

มาต่อกันที่แบรนด์สุดท้ายที่เราเอามาฝากในวันนี้กับ Oakley ที่หลายๆคนคงได้ยินชื่อกันมาอย่างยาวนาน โดยเป็นแบรนด์ที่การันตีเรื่องของคุณภาพได้เลยว่าคับแก้วสุดๆ ซึ่งแว่นกันแดดของ Oakley จะไม่ได้แฟชั่นจ๋า จะออกแนวเท่ๆ คูลๆ เป็น unisex เหมาะกับทั้งชายและหญิง โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 5000 บาทนั่นเอง

เป็นยังไงบ้างคะ หนุ่มๆสาวๆ กับแว่นกันแดดที่เราเอามาฝากกันทั้ง 5 แบรนด์ เหมาะกับการเป็นไอเท็มที่ช่วยป้องกันดวงตาคู่สวยจากแสงแดดที่แผดเผาของประเทศไทยจริงๆ หรือจะนำมาเติมเต็มลุคแฟชั่นชิคๆก็ย่อมได้ หากใครสนใจสามารถซื้อ-ขายใน Kaidee แหล่งรวมของคุณภาพ ราคาดี คราวหน้าเราจะเอาอะไรมาฝากกันอีก ฝากติดตามด้วยนะคะ

รถมือสองของเอ็นโกโล่ ก็องเต้

รถมือสองของเอ็นโกโล่ ก็องเต้

แม้ภาพลักษณ์ของสินค้ามือสองแต่ก่อนอาจจะไม่ได้ดูดีในสายตาคนบางกลุ่ม เพราะบางคนอาจคิดว่าสิ่งนั้นเคยผ่านมือใครคนอื่นมาก่อน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันตลาดรถมือสองกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนเริ่มตระหนักแล้วว่าแท้จริงแล้วคุณค่าของสินค้ามือสองมันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเจ้าของ

ไม่ว่าจะคนยากดี มีจน เด็กหรือคนแก่ หากสิ่งนั้นทำให้เกิดคสามพอใจต่อผู้ใช้ มันก็ไม่ต่างอะไรจากสมบัติอันล้ำค่า วันนี้เราจะพาไปชมเรื่องราวรถมือสองของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ นักเตะพรีเมียร์ลีกชื่อดัง กองกลางตัวรับของ “สิงห์บลู” เชลซี จะน่าสนใจขนาดไหน ไปชมกันเลย

เดอะซัน สื่อชื่อดังของเกาะอังกฤษ เผยภาพ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับรถมินิคูเปอร์คู่ใจ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้มาในราคา 20,000 ปอนด์ หรือประมาณ 780,000 บาทในปี 2015 ที่เจ้าตัวย้ายมาค้าแข้งกับเลสเตอร์ ซิตี้ โดยเจ้าตัวถือเป็นแข้งสมถะคนหนึ่ง เนื่องจากเรามักจะคุ้นเคยว่านักเตะดังๆจะมีรถหรู ซูเปอร์คาร์ข้างกายตลอด

ขณะที่ก็องเต้ เลือกที่จะเป็นเจ้าของมินิคูเปอร์ มือสองในราคาไม่ถึงล้าน แม้ปัจจุบันจะมีค่าแรงสูงถึงสัปดาห์ละ 150,000 ปอนด์ หรือราวๆ 5.8 ล้านบาท โดยเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่า

“ผมมีความสนุกสนานในการเรียนรู้การใช้พวงมาลัยซ้าย และรถคันนี้ยังใช้งานได้ดีมากๆ แม้ผมจะได้มันมีตั้งแต่สมัยค้าแข้งอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้”

โดยหลังจากภาพเจ้าตัวถูกเผยแพร่ออกไป เจ้าตัวก็ได้รับเสียงตอบรับในทางที่ดี คนส่วนมากชื่นชมและชื่นชอบความสมาถะของแข้งเชลซีรายนี้ ว่าเป็นคนเรียบง่าย ต่างจากแข้งคนอื่นๆ

เรื่องราวของรถมือสองของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางชาวฝรั่งเศสทำให้เราเห็นว่าแม้วันเวลาผ่านไป ค่าเสื่อมมากขึ้น แต่คุณค่าของรถมือสองไม่ได้ลดลงเลยแถมความผูกพันยังมากขึ้น จนกลายเป็นรถมินิที่อยู่คู่กายแข้งสิงบลูห์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เจ้าตัวได้รับค่าจ้างหลักหมื่น จนถึงวันนี้ที่เปลี่ยนเป็นหลักล้าน

เป็นยังไงบ้างคะ กับเรื่องราวของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับรถมินิคูเปอร์มือสองคู่ใจ บอกได้เลยว่าน่าประทับใจสุดๆ หากใครสนใจ ซื้อ-ขาย ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถยนต์มือสอง รวมถึงบทความต่างๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถยนต์ สามารถติดตามได้ที่ RodKaidee โดยครั้งหน้าเราจะนำเรื่องราวอะไรมาเล่าสู่กันฟังอีก อย่าลืมติดตามกันนะคะ

4 แบรนด์กระเป๋าสะพายใบจิ๋วราคาถูกแต่หิ้วแล้วดูแพง!

4 แบรนด์กระเป๋าสะพายใบจิ๋วราคาถูกแต่หิ้วแล้วดูแพง!

เริ่มกลับมาทำงานกลับมาเรียน สาว ๆ หลายคนก็คงเปิดกรุตัวเองหากระเป๋าสะพายสักใบ แต่เอ๊ะ ทำไมใบนี้มีคราบ

อ้าว ใบนี้ขาดนี่หน่า! แล้วไหนจะตกรุ่นไปแล้ว หิ้วตอนนี้คงไม่เวิร์ค อยากหาใบใหม่สวย ๆ หิ้วต้อนรับเปิดเทอม

แบรนด์กระเป๋าสะพายใบจิ๋วราคาไม่แพงต้อง 4 แบรนด์นี้เลย!!!

Credit : Lyn Thailand

LYN

สายหวานต้องไม่พลาดกับแบรนด์ LYN ที่มีทรงกระเป๋าให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าไซซ์ใหญ่ไซซ์จิ๋ว จุดเด่นของแบรนด์นี้คือโทนสีที่ออกแนวลูกกวาดชวนมอง ทำให้มองกี่ครั้งก็รู้สึกว่า กระเป๋าสีน่ารักคิกขุมาก ๆ

โดยเฉพาะตัว Crossbody ที่ทำออกมาในโทนสดใสให้สาว ๆ ได้หิ้วแมตซ์กับเสื้อผ้าได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะวัยทำงานหรือวัยเรียนก็ไปได้หมด แถมดีไซน์และคุณภาพของกระเป๋ายังดูดีหิ้วแล้วดูแพงดูปังแน่นอนค่ะ! 

 ราคา 1,500 - 2,990 บาท 

ไม่แพงเลยใช่ไหมละคะ แถมบางทีถ้าจัดโปรอาจมีเหลือเพียงพันต้นๆด้วยนะ

Credit : CHARLES & KEITH Thailand

CHARLES & KEITH

สำหรับสายเรียบหรู สายชิค ต้องไม่พลาด! แบรนด์ยอดฮิตที่คนไทยหลายคนมักจะบินไปหิ้วกลับมาจากสิงคโปร์ แต่รู้หรือไม่ว่าที่ไทยก็มีช้อป แถมช่วงลดราคายังลดโหดมากๆอีกด้วย

ด้วยดีไซน์ของแบรนด์นี้จะทำให้ตัวกระเป๋าหนักไปในทางโทนสีเรียบ ๆ ไม่ฉูดฉาด ออกแนวเอิร์ธโทนส่วนใหญ่ ความเรียบหรูพร้อมกับวัสดุคุณภาพดี ทำให้กระเป๋าของคุณจะดูสวยและใช้ได้ในทุกสถานการณ์ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวว่าจะตกเทรนด์ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่เอ้าท์!! แถมราคาก็ไม่แพง หากมีโปรโมชั่นก็จะลดยิ่งกว่านี้ไปอีกด้วยค่ะ!

ราคา 2,500 - 3,500 บาท 

ALDO

แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกา แม้ยังไม่มีสาขาที่ไทยแต่มีขายในห้างแล้วนะ! ดีไซน์สวยเรียบหรูที่แม้จะคล้ายกับแบรนด์ CHARLES & KEITH ในด้านของโทนการดีไซน์ แต่ว่ารายละเอียดปลีกย่อยกลับต่างกัน ทั้งยังดูลงตัวเป็นอย่างมาก สามารถสะพายไปได้ในทุกสถานการณ์

โดยจะเน้นไปในโทนสีเรียบเช่น สีดำ สีน้ำตาล สีชมพูอ่อน เป็นต้น สำหรับคนที่ต้องการแบรนด์ที่ไม่ฮิตมากออกแนว นิช มาร์เก็ตหน่อยๆ ต้องห้ามพลาดแบรนด์นี้เลย!  

 ราคา 1,790 - 2,990 บาท

เป็นเรทราคาที่ดีมากๆเลยค่ะ สำหรับกระเป๋า Crossbody นอกจากความคุ้มในแง่ของราคาแล้ว หากเป็นช่วงโปรโมชั่นบางใบลดถึงหลักร้อย!

GUESS 

แน่นอนว่าไม่พูดถึงแบรนด์นี้ก็คงไม่ได้ สำหรับแบรนด์แฟชั่นไฮสตรีต ชื่อดังสัญชาติอเมริกาที่มาเปิดตัวอยู่ในประเทศไทยนานหลายปีที่ไม่ว่าใครก็คุ้นหน้าคุ้นตากับแบรนด์นี้ ด้วยราคาและดีไซน์ที่ไม่ได้แพงมากจนเกินไปนัก จึงเป็นแบรนด์ที่หลายคนนิยมซื้อกันอย่างแพร่หลาย

โทนสีก็จะมีตั้งแต่โทนสีสดใสไปยันสีโทนเรียบ ด้วยดีไซน์ที่แปลกตากว่าแบรนด์อื่นๆเล็กน้อย ทำให้แบรนด์ Guess ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง โดยเฉพาะการนำชื่อแบรนด์ที่จะมีอยู่บนกระเป๋าทุกใบให้เห็นได้อย่างชัดเจน จึงทำให้หลายคนสนใจแบรนด์นี้เป็นพิเศษนั่นเอง 

ราคา 3,000 - 4,900 บาท 

แม้จะเป็นเรทที่สูงขึ้นกว่าแบรนด์อื่นๆในที่นี้ แต่ก็จัดว่าเป็นแบรนด์ที่ดีแบรนด์หนึ่งและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเลยทีเดียว หากงบไหวใจถึงก็จัดเลยค่ะสาว ๆ อย่าได้รอช้า!

นอกจากการดูกระเป๋าสะพายตามแบรนด์ข้างต้น ที่ราคาไม่แพงมากแล้ว การเลือกแบรนด์มือสองคุณภาพดีก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีเช่นกัน เพราะนอกจากราคาที่ถูกแล้ว หากคัดสรรดี ๆ ก็ยังได้เหมือนของมือหนึ่งเลย สาว ๆ คนไหนที่มีกระเป๋าไม่ใช้แล้วก็สามารถมาลงขายของมือสอง นำเงินไปซื้อใบใหม่ได้เช่นเดียวกันนะคะ