หวานฉ่ำอร่อย ผลไม้เมืองหนาวที่ในไทยก็หาได้

หวานฉ่ำอร่อย ผลไม้เมืองหนาวที่ในไทยก็หาได้

พูดถึงผลไม้เมืองหนาวแล้ว หลายคนคงคิดถึงการบินไปเที่ยวประเทศหนาว ๆ สักประเทศ และรับประทานผลไม้ท้องถิ่น ณ ประเทศนั้น ๆ ใช่ไหมล่ะคะ แต่ยุคโควิดแบบนี้ ใจอยากไป แต่กายก็ไปไม่ได้ หมดห่วงได้เลย เพราะแม้จะไม่ได้ไป แต่ผลไม้เมืองหนาวหลายอย่างในเมืองไทยก็มีขาย จะมีอะไรบางไปดูกันเลยค่ะ!

1.ลูกพีช

ผลไม้เมืองหนาวที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน หลายคนคงรู้จักชื่อผลไม้ชนิดนี้ในชื่อของ ลูกท้อ

ด้วยรสชาติที่หวานฉ่ำน้ำ ทำให้หลายคนรักผลไม้ชนิดนี้เป็นอย่างมาก เนื้อของผลไม้จะคล้ายคลึงกับแอปเปิลทว่าจะมีความนิ่มกว่า ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถทานได้ทานดี นอกจากนี้ลูกพีชยังถูกนำไปแปรรูปมากมาย

ไม่ว่าจะเป็น ชาพีช ยาสีฟันรสพีช หรือแม้แต่เจลล้างมือกลิ่นพีช นับว่าเป็นกระแสรักพีชที่มาแรงจริง ๆ ค่ะ

2.อะโวคาโด

สายคุมแคลไม่รู้จักก็คงไม่ได้ ผลไม้อะโวคาโดที่ไม่ว่าจะทานกับสลัด หรือทานเปล่า ๆ ก็เยี่ยมไปหมด แม้รสชาติจะไม่หวานไม่เปรี้ยวนำ แต่คนมักนิยมทานเพื่อคุมน้ำหนักซะส่วนใหญ่ เจ้าผลไม้ชนิดนี้นอกจากรสชาติดีคุมแคลเยี่ยมแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยในการป้องกันไขมันเลว (LDL) อีกด้วย

แค่ทานวันละครึ่งลูกก็ลดโรคได้มากมาย ทั้งโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และลดน้ำตาลในเลือดได้ดีอีกด้วย แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอยอีกด้วยค่ะ

3.ลูกพลับ

ชาวจีนมักเรียกลูกพลับว่า ผลไม้สวรรค์ ด้วยสีของผลไม้ลูกนี้ที่มีสีส้มออกทองจนคล้ายราวกับผลไม้ที่สวรรค์ได้ประทานลงมา จึงมีสีทองนั่นเอง ผลไม้ชนิดนี้แบ่งเป็นสองสายพันธุ์ คือ พันธุ์หวาน และ พันธุ์ฝาด

แน่นอนว่าพันธุ์ที่คนไทยนิยมจะเป็นลูกพลับหวานที่หาทานได้ในประเทศญี่ปุ่น คนไทยจึงนิยมหิ้วเจ้าลูกพลับลูกนี้กลับมาจากญี่ปุ่น นอกจากสีที่สวยงามแล้ว รสชาติที่นิ่มและกรอบยังถูกใจถูกปากคนไทยมาก ๆ เลยค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น ผลไม้ชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามิซีที่มีมากกว่าส้มหนึ่งผล วิตามินซีมีส่วนช่วยในเรื่องของภูมิคุ้มกันและผิวให้ดูกระจ่างใส หากใครที่กำลังมองหาผลไม้วิตามินซีสูง ลูกพลับคือหนึ่งในทางเลือกที่ไม่เลวเลยค่ะ

4.บัวหิมะสด

ผลไม้ต่อมา ที่ได้ยินครั้งแรกแล้วเอะใจ บัวหิมะเป็นผลไม้หรอ นึกว่าเป็นครีมชื่อดังของจีนเสียอีก แท้จริงแล้วบัวหิมะไม่ใช่ครีม แต่เป็นพืชที่ปลูกในแดนมังกร มีรูปร่างคล้ายมันหวานหรือมันม่วง เป็นพืชที่ปลูกใต้ดิน

แต่สรรพคุณล้นฟ้าเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดข้อจากโรครูมาตอยด์แล้ว ยังช่วยในเรื่องของบรรเทาอาการอักเสบในบริเวณต่างๆได้ดีอีกด้วย

สาว ๆ คนไหนที่มองหาตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ห้ามมองข้ามบัวหิมะสดเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะถือว่าให้พลังงานสูงแต่ไขมันต่ำพอกันกับอะโวคาโดเลยค่ะ

5.สตอเบอร์รี่

สตอเบอร์รี่ผลไม้ที่มีผลสีแดงลูกเล็ก ที่ใครก็ใครก็ต้องหลงรักในความหวานฉ่ำ ตั้งแต่คำแรกที่กัด จนเป็นที่เลื่องชื่อไปว่าหากอยากทานสตอเบอร์รี่ต้องที่เกาหลีไม่ก็ญี่ปุ่นเท่านั้น รู้หรือไม่ว่า ในไทยแท้จริงก็มีสตอเบอร์รี่จำหน่ายเช่นเดียวกัน

เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกอยู่บริเวณภาคเหนือของไทย คนไทยมักนิยมนำสตอเบอร์รี่มาทำเป็นน้ำปั่นเพื่อบำรุงสุขภาพ

รู้หรือไม่ว่า การทานสตอเบอร์รี่นอกจากความหอมหวานแสนอร่อยแล้ว ยังช่วยลดการเกิดกลิ่นปากได้ดีอีกด้วย

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งการเกษตรกรรม ไม่ว่าจะปลูกอะไรก็ขึ้นเกือบทั้งหมด แม้จะเป็นพืชผลฤดูหนาวที่ดูความเป็นไปได้จะต่ำ แต่เกษตรกรบ้านเราก็ยังสามารถสรรหาวิธีมาปลูกจนออกผลได้อย่างดงาม คำครหาในเรื่องรสชาติก็ถูกปรับเปลี่ยนสายพันธุ์ให้ใกล้เคียงถูกปากคนไทยมากที่สุด

นอกจากได้ผลไม้พันธุ์ดีในการรับประทานแล้วยังได้ช่วยเหลือเกษตรกรคนไทยให้ได้มีกำไรอีกด้วย 
ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือก็สามารถสนับสนุนผลไม้เมืองหนาวที่ปลูกโดยเกษตรกรคนไทยภายในประเทศ 
ได้ที่ FarmKaidee เลยค่ะ เราจะมาช่วยกันทานผลไม้ในไทยกันเยอะ ๆ นะคะ 
5 ลองทริปแคมป์ปิ้ง ไปกางเต็นท์กาญฯนะ

5 ลองทริปแคมป์ปิ้ง ไปกางเต็นท์กาญฯนะ

ณ จุดๆนี้ จะมีอะไรฟินไปกว่าการได้พักผ่อนในวันหยุดยาวๆ และวันหยุดที่ว่านานแล้ว แต่วันปั่นงานไฟลุกมาแรมปีนั้นนานกว่า เอาล่ะ ได้เวลาออกเดินทาง ไปเติมไฟเพื่อมาปั่นงานกันต่อแล้วทุกคน วันนี้จะพาทุกคนไปรู้จัก 5 สถานที่ของนักเที่ยวสายแคมป์ วันนึงฉันเดินเข้าป่า ที่รักการกางเต้นท์เป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ นั่งดูแมพแปบเดียว เดี๋ยวก็ถึงกาญนะจ๊ะบุรีแล้วพวกเธอ

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

มาเริ่มกันที่แรก น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยเป็นอันดับต้นๆของประเทศ ด้วยชั้นหินที่สูงจนสามารถแบ่งเป็นน้ำตกได้ถึง 7 ชั้น และน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลาที่ไหลลงมาจากเทือกเขากะลา เป็นสเน่ห์ที่ทำให้ที่นี่โด่งดังมาอย่างต่อเนื่อง โดยใครที่เป็นสายกางเต็นท์เหมือนเรา มากางเต็นท์ที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นนี้ได้เลย และสามารถกางเต็นท์ได้ทุกชั้นนะคะ แต่ถ้าจะเอาแบบสวยมาก วิวดี เชิญที่ชั้น 4 เลยค่ะ ลานกางเต็นท์กว้างแบบสิบคนกลิ้งได้เลยแหละ ส่วนใครใคร่จะเดินชมความสวยงามของธรรมชาติ ก็สามารถเดินขึ้น เดินลงไปชั้นอื่นได้ง่ายๆ เพราะโลเคชั่นชั้น 4 นี่ดีไม่ไหวจริงๆ แต่ขอบอกว่าต้องรีบมาถึงให้ไวนะคะ เพราะที่กางเต็นท์ที่นี่เต็มค่อนข้างเร็วมาก

พิกัด: อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี

ค่าเข้า: 100 บาท

ค่าเช่าที่กางเต๊นท์: สำหรับคนที่นำเต็นท์ไปเอง 30 บาท และการเช่าเต็นท์ของอุทยาน ราคา 200 – 300 บาทค่ะ

cr. https://www.facebook.com/khueansrinagarindra/

น้ำตกผาตาด

อีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการไปกางเต็นท์มาก เงียบสงบ คนไม่ค่อยเยอะ อาจจะเป็นเพราะว่าคนยังไม่ค่อยรู้จักกันมากเท่าไหร่ แต่ขอบอกว่า ที่นี่ดีมากทั้งพื้นที่กางเต้นท์ ที่รับรองการกางเต็นท์ได้เยอะมาก ห้องน้ำที่มีเตรียมไว้ให้นักเที่ยวสายลุยแบบพวกเราอาบน้ำ เข้าห้องน้ำ มีไฟส่วนกลาง ไฟแสงสว่างที่ลานกางเต็นท์แบบเบาๆ ส่วนเรื่องบรรยากาศนี่ขอบอกว่า ดีแบบเต็มสิบไปเลยค่ะ ได้ยินเสียงน้ำตกตลอดวันตลอดคืน และที่เด็ดดวงสุดๆคือน้ำตกสวยมาก ยิ่งถ้าใครมีกำลังล้นเหลือ ปืนขึ้นไปชั้นบนๆของน้ำตกผาตาด รับรองว่าไม่มีผิดหวังแน่นอน สำหรับใครที่ไม่อยากกางเต็นท์ก็สามารถจองบ้านพักได้นะคะ แต่ต้องโทรไปจองก่อนนะ ไปจองหน้างานอาจจะชวดได้

พิกัด: อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท 

ค่าเช่าที่กางเต๊นท์: สำหรับคนที่นำเต็นท์ไปเอง 30 บาท และการเช่าเต็นท์ของอุทยาน ราคา 200 – 300 บาทค่ะ

cr. https://www.facebook.com/Thetinytent/

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกที่มีชื่อเสียงมากๆแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยความสูงถึง 7 ชั้น และสเน่ห์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละชั้น ทำให้ผู้คนที่ได้เห็นบรรยากาศที่นี่ ต่างตกหลุมรักไปตามๆกัน และจะต้องมาที่นี่ให้ได้ นอกจากบรรยากาศน้ำตกที่สวยมากๆนี้แล้ว น้ำตกเอราวัณยังมีลานกางเต็นท์ที่กว้างขวาง ให้นักเที่ยวสายลุย สายกางเต็นท์ได้จับจองพื้นที่สวยๆกันได้ ทั้งริมแม่น้ำ ลานกลางแจ้ง หรือริมลำธาร ก็สามารถเดินไปปักหลักปักฐานกันได้เลย บรรยากาศสบายๆ เขียวชอุ่ม ใครอยากถ่ายรูปก็มีมุมสวยเยอะมาก ตามถ่ายกันไม่ไหว ส่วนใครที่ชอบเล่นน้ำ ลงไปแช่น้ำเย็นๆก็ลงไปเล่นกันได้ตามสะดวกเลย เล่นน้ำเสร็จแล้วอยากอาบน้ำ ที่นี่ก็มีบริการห้องน้ำให้ด้วยนะคะ สะดวก แยกสัดส่วนชายหญิงอย่างชัดเจน ปลอดภัย บอกก่อนนะคะ ยิ่งมาเร็วก็ยิ่งได้ที่ดีๆ มุมปังไปครอบครอง จุดนี้ใครมาก่อนได้ก่อนนะคะ 

พิกัด: อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ค่ารถคันละ 40 บาท

ค่าเช่าที่กางเต๊นท์: สำหรับคนที่นำเต็นท์ไปเอง 30 บาท และการเช่าเต็นท์ของอุทยาน ราคา 200 บาทค่ะ

cr. https://www.facebook.com/Erawan-National-Park

ถ้ำธารลอด

เปลี่ยนฟีลมาเดินถ้ำกันบ้าง ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด ที่มีความสูงถึง 1260 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล โดยอุทยานถ้ำธารลอดนี้มีจุดเด่นคือ น้ำตกที่สูง 15 ชั้น และเจ้าถ้ำธารลอดนี่แหละค่ะ ที่เจ้าอุทยานนี้มีชื่อว่าถ้ำธารลอด เพราะตลอดทางของถ้ำ นอกจากจะพบความสวยงามของธรรมชาติ หินงอก หินย้อยแล้ว ยังมีลำธารน้ำไหลตลอดเวลา และเราสามารถเดินผ่านถ้ำไปน้ำตกและโผล่ไปอีกถ้ำได้ด้วย ส่วนพวกเราที่มาเพื่อกางเต็นท์ จะต้องโทรจองกับเจ้าหน้าที่ก่อนประมาณ 1-2 อาทิตย์ และเตรียมของไปให้พร้อมที่สุดนะคะ เพราะด้านบนมีแค่ธรรมชาติล้วนๆไม่มีอะไรผสม ซึ่งที่ที่เราไปกางเต็นท์กัน เราจะต้องขึ้นไปที่ยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานถ้ำธารลอด นั่นก็คือ ยอดเขากำแพง โดยจะมีพี่ๆเจ้าหน้าที่เป็นคนนำทางเรา และใช่ค่ะ เราต้องเดินขึ้นไปค่ะทุกคน หรือใครอยากย่นระยะทางให้เดินน้อยลง ก็สามารถเช่ารถได้ แต่ก็ต้องเดินไปที่ปลายทางเองอยู่ดีค่ะ ฉะนั้น หากใครอยากไปลุยที่ถ้ำธารลอด ต้องเตรียมฟิตหุ่นไปกันนะคะ  

พิกัด: อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด หรืออุทยานแห่งชาติรัตนโกสินทร์ จ.กาญจนบุรี

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท 

ค่าเช่าที่กางเต๊นท์: ไม่มีให้เช่า ต้องนำไปเองและเตรียมเงินค่าเจ้าหน้าที่นำทาง ค่าลูกหาบไปด้วยนะคะ สามารถโทรไปสอบถามกับทางอุทยานได้เลยค่ะ

cr. http://park.dnp.go.th/

เนินช้างศึก

เนินช้างศึกเป็นอีกหนึ่งสถานที่กางเต็นท์ยอดฮิต ที่ถูกเซฟเก็บไว้ในลิสต์อันดับต้นๆของนักเที่ยวสายลุย จะต้องได้ไปกางเต็นท์ที่นี่สักครั้งในชีวิตแหละ แต่ที่นี่จะต่างจากสถานที่กางเต็นท์ที่ได้แนะนำไปข้างต้นเล็กน้อย เนื่องจากที่นี่จะไม่มีน้ำตกสวยๆให้ลงไปเล่นน้ำเย็นๆนะคะ เพราะที่นี่เป็นเนินเขา ที่เหมาะกับสำหรับนักเที่ยวสายลุยที่หลงไหลในความป่าเขาลำเนาไพร บรรยากาศแสงแดดอ่อนๆที่ตกกระทบลงบนพื้นที่เขียวชะอุ่ม และเมื่อมองลงไปยังเห็นหมู่บ้านอีต่องอยู่ลิบๆ กลางวันอาจจะร้อนสักเล็กน้อยนะคะ เพราะว่าที่นี่แทบจะหาต้นไม้ที่เป็นร่มเงาให้ได้น้อยมาก ส่วนกลางคืนลมเย็นสบายๆค่ะ แอบแรงนิดหน่อย แต่ถ้าตัดสินใจไปที่นี่ต้องบอกว่าให้รีบไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้าคุณไปช้าเพียงนิดเดียว คุณอาจจะเสียที่กางเต็นท์สุดปัง ที่สามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น และพระอาทิตย์ในตอนเช้าที่กำลังเคลื่อนที่ขึ้นบนท้องฟ้าอีกด้วย สำหรับใครที่กังวลเรื่องห้องน้ำ ที่นี่มีห้องน้ำไว้บริการนะคะ

พิกัด: กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 (ห่างจากบ้านอิต่องประมาณ 2-3 กิโลเมตร)

ค่าเข้า: ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ค่าเช่าที่กางเต๊นท์: ไม่เสียค่าใช้จ่าย เตรียมเต็นท์ไปเองได้เลย

cr.http://kanchanaburi.go.th/

ใครที่เป็นนักเที่ยวสายลุย หลงไหลความเป็นธรรมชาติ เซฟ 5 ท่องเที่ยวเก็บไว้ในลิสต์ได้เลย ส่วนใครที่ยังไม่เคยเป็นสายลุย สายแบ็คแพ็ค ต้องลองดูสักครั้ง ขอบอกว่าฟีลลิ่งมันดีมากจริงๆ ส่วนใครที่อยากเข้าวงการนักเที่ยวสายลุย ปักหลักกางเต็นท์ แต่ยังไม่มีอุปกรณ์เข้าป่า แคมป์ปิ้งที่ถูกใจ เข้ามาดูได้ที่ Kaidee นะคะ

3 รุ่นน่าใช้ กล้อง Canon EOS M สำหรับมือใหม่

3 รุ่นน่าใช้ กล้อง Canon EOS M สำหรับมือใหม่

ตลาดกล้อง Mirrorless ตอนนี้มีหลากรุ่นหลายแบรนด์ที่กำลังวางขาย หนึ่งในแบรนด์อันดับต้นๆที่เราจะนึกขึ้นได้ตลอดเมื่อพูดถึงกล้องนั่นคือ Canon ที่มีกล้องหลายระดับตั้งแต่ Fullframe ถึง Compact แต่สำหรับมือใหม่ที่อยากใช้กล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้ ถ่ายดีทั้งภาพและวีดีโอ กล้องในตระกูล EOS M ถือว่าตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดี เพราะฉะนั้นมาดูรายละเอียดของกล้องทั้งสามรุ่นในตระกูลนี้กัน

1.EOS M200 

รุ่นอัปเดตจาก EOS M100 ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ APSC-C CMOS ความละเอียด 24.1 ล้านพิกเซล พร้อมหน่วยประมวลผลภาพ DIGIC8 รุ่นล่าสุด  ตัวกล้องออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายเหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้การถ่ายภาพ ทั้งปุ่มตัวเลือก แป้นหมุนเลือกโหมด และปุ่มกดถ่ายวีดีโอถูกจัดวางให้กดได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

หน้าจอทัชสกรีน LCD ขนาด 3 นิ้วที่สามารถพับขึ้นได้ 180 องศาทำให้ถ่ายเซลฟี่ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีฟังก์ชัน Creative Assist ที่สามารถปรับแต่งรูปภาพของเราได้หลากหลายรูปแบบรวมถึงมีฟิลเตอร์ที่สามารถกดใช้งานได้ในกล้อง ที่สำคัญกล้องยังมี Wifi และ Bluetooth ให้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อถ่ายโอนภาพได้อย่างสะดวก

ระบบโฟกัสอัตโนมัติภายในกล้องเป็นระบบ Dual Pixel CMOS มีตำแหน่งโฟกัสอัตโนมัติ 143 จุด รวมถึงระบบตรวจจับดวงตา Eye Detection AF ที่จะทำให้โฟกัสดวงตาของเราไม่ว่าจะถ่ายภาพหรือวีดีโอก็จะสามารถโฟกัสดวงตาอยู่ตลอดเวลา

2.EOS M50 Mark II

กล้องระดับกลางในตระกูล EOS M กับรุ่นที่สองของ M50 ที่มีเซ็นเซอร์และหน่วยประมวลผลภาพเดียวกันกับรุ่น M200 นั่นคือ DIGIC8 แต่สิ่งที่แตกต่างคือ M50 Mark II มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) แบบ LCD ขนาด 0.39 นิ้ว พร้อมทั้งฮอทชูและช่องเสียบไมโครโฟน 3.5 mm ที่ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงของวีดีโอได้ ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการกล้องไปใช้งานทั้งงานภาพและวีดีโอ

จอทัชกรีนมีฟังก์ชัน Touch & Drag ที่สามารถเลือกจุดโฟกัสได้ด้วยการแตะ และตัวจอสามารถพับออกด้านข้างได้ 180 องศา  ตัวกล้องยังมีฟังก์ชัน Creative Assist และ Creative Filter ที่ติดตั้งไว้ในระบบเรียบร้อย และส่วนของระบบโฟกัสก็เป็น Dual Pixel CMOS ที่มีระบบ Eye Detection เช่นกัน

ตัวเครื่องยังมี Wifi และ Bluetooth ที่ไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ในรุ่นนี้ยังเพิ่ม NFC หรือการเชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อนำอุปกรณ์ที่รองรับมาใกล้กับตัวกล้องและสามารถถ่ายโอนภาพเข้าสู่โทรศัพท์ที่เชื่อมต่อไว้ได้อัตโนมัติ

3.EOS M6 Mark II

ภาพจาก snapshot.canon-asia.com

รุ่นต่อยอดจาก EOS M6 รุ่นแรก ซึ่งเป็นกล้องระดับสูงสุดในตระกูลนี้ที่มีเซนเซอร์ใหม่ล่าสุด APSC-C CMOS ความละเอียด 32.5 ล้านพิกเซล ส่วนระบบโฟกัสอัตโนมัติและเซนเซอร์ประมวลผลภาพยังคงเหมือน M50 คือ Dual Pixel CMOS และเซนเซอร์ DIGIC8

หน้าจอทัชสกรีน LCD ขนาด 3 นิ้วที่มีระบบ Touch & Drag คล้ายกับรุ่น M50 แต่จุดที่ต่างกันคือตัวกล้องจะไม่มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) แต่สามารถซื้อเป็นตัวเสริมมาต่อได้ และตัวกล้องยังมีระบบกันสั่น 5 แกนที่ช่วยให้ถ่ายภาพและวีดีโอได้นิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้นรุ่นนี้สามารถถ่าย 4K ได้แบบ Uncropped ที่จะไม่ทำให้ภาพแคบลงแบบรุ่นอื่นๆ

ด้านการเชื่อมต่อของตัวกล้อง สามารถเชื่อมต่อด้วย Wifi และ Bluetooth รวมถึงช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-C ที่ต่างจากทั้งสองรุ่นด้านบนที่ใช้ Micro USB

สรุป

กล้องทั้งสามรุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วยแอปพลิเคชันเฉพาะ ที่ทำให้เราสามารถควบคุมการถ่ายภาพและวีดีโอผ่านโทรศัพท์ของเราผ่านไลฟ์วิวในตัวแอป อีกทังยังสามารถตั้งค่าให้บันทึกรูปภาพลงในโทรศัพท์อัตโนมัติได้อีกด้วย ถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่เน้นความรวดเร็วและสะดวกสบาย ซึ่งเมื่อเรารู้ข้อมูลเบื้องต้นของกล้องแต่ละรุ่นแล้ว เราก็ควรไปลองจับลองถ่ายกล้อง ว่าถูกใจถูกไลฟ์สไตล์การใช้งานของเราไหม

และหากคุณยังหากล้อง Canon EOS M ดีๆ สักตัวหรือจะเป็นกล้องกล้องฟิล์ม หรือกล้องประเภทและแบรนด์อื่นๆ Kaidee ของเรามีหมวดกล้องโดยเฉพาะให้ทุกคนได้เข้าไปเลือกดูอย่างสะดวก  รีบเข้าไปดูกันเลย !

5 เครื่องทำขนมไฟฟ้าสุดปัง ทำง่าย ๆ ได้เหมือนมืออาชีพ!

5 เครื่องทำขนมไฟฟ้าสุดปัง ทำง่าย ๆ ได้เหมือนมืออาชีพ!

เรื่องทำขนมอาจจะดูยุ่งยากในสายตาใครหลายคน เพราะขั้นตอนเยอะ แถมใช้อุปกรณ์เพียบ คิดแล้วก็ต้องถอยทัพกลับไปซื้อมากินแทน ถ้าใครติดเรื่องนี้ เรามีทางออกมาฝาก! นั่นก็คือ 5 เครื่องทำขนมไฟฟ้าที่จะช่วยให้คุณทำขนมง่ายขึ้นในพริบตา! บอกเลยว่าง่ายจริงไม่มีหลอก เลื่อนลงไปดูกันดีกว่าว่ามีเครื่องไหนโดนใจใช่เลยบ้าง

เครื่องทำมินิโดนัท

สาวกโดนัทต้องปริ่ม เตรียมตัวจัดปาร์ตี้โดนัทชุดใหญ่ด้วย ‘เครื่องทำมินิโดนัท’ วิธีใช้งานก็แสนง่าย แค่เสียบปลั๊ก ผสมแป้งโดนัทไว้ให้พร้อม เทลงแม่พิมพ์ ปิดฝา รออึดใจเดียวก็ได้กินโดนัทร้อน ๆ นุ่ม ๆ แถมดีต่อสุขภาพมากกว่าเพราะไม่ต้องทอดให้อมน้ำมัน ใครชอบกินโดนัทเป็นชีวิตจิตใจควรมีติดบ้านไว้สักเครื่อง

เครื่องทำมินิโดนัทยี่ห้อไหนดี?

  • HOUSE WORTH เครื่องทำโดนัท รุ่น HW290
  • FRY KING เครื่องทำเค้กป๊อปและโดนัท (2 in 1) รุ่น FR-C4 
  • SONAR เครื่องทำโดนัท รุ่น DM-007

เครื่องทำวาฟเฟิล

‘เครื่องทำวาฟเฟิล’ ถือเป็นเครื่องทำขนมไฟฟ้ายอดฮิตเลย สมัยนี้ต้องบอกว่ามีหลายแบบมาก ไม่ว่าจะแบบเหลี่ยม แบบกลม หรือแบบพิมพ์ลายน่ารัก ๆ ข้อดีของเจ้าเครื่องนี้คือใช้งานง่าย แค่ผสมแป้งแล้วเทลงพิมพ์ ปิดฝา รอให้สุก เท่านี้ก็ได้วาฟเฟิลอร่อย ๆ หน้าตาน่ากินเหมือนที่ขายกันตามท้องตลาดแล้ว ใครทำจนคล่อง อยากลองขายเป็นอาชีพเสริม ก็เลิศค่ะ

เครื่องทำวาฟเฟิลยี่ห้อไหนดี? 

  • HOUSE WORTH เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น HW-294
  • FRY KING เครื่องทำวาฟเฟิลและแซนวิช 2 in 1 รุ่น FR-C9
  • Stärker เครื่องทำขนมวาฟเฟิลลายการ์ตูน รุ่น WF115

เครื่องทำทาโกะยากิ

ขอมือคนชอบกินทาโกะยากิหน่อย จัด ‘เครื่องทำทาโกะยากิ’ สักเครื่อง รับรองว่าฟิน เจ้าเครื่องทำทาโกะยากิแบบนี้ใช้งานง่ายมากค่ะ แค่เปิดปิดสวิตซ์ อยากกินแป้งเยอะแป้งน้อย ชอบไส้อะไรก็ใส่ได้ไม่อั้น หรือถ้าใครอยากดัดแปลงทำเมนูอื่นก็เวิร์ก เช่น ไข่นกกระทา ขนมครกไทย ทำได้หลากหลายเมนูในเครื่องเดียวขนาดนี้ ไม่มีไม่ได้แล้ว

เครื่องทำทาโกะยากิยี่ห้อไหนดี?

  • HOUSE WORTH เครื่องทำทาโกะยากิ รุ่น HW2131T 
  • CASIKO เครื่องทำทาโกะยากิ รุ่น CK5004A

เครื่องทำแพนเค้ก

หมดเวลาหยอดแพนเค้กลงกระทะแล้วเสี่ยงทายว่าจะสุกหรือไม่สุกแล้วค่ะ! คนเลิฟแพนเค้กเป็นชีวิตจิตใจต้องมี  ปิดเตาแก๊ส วางตะหลิว เตรียมแค่แป้งแพนเค้กให้พร้อม หยอดลงแม่พิมพ์ เปิดสวิตซ์ รออึดใจเดียว ก็ได้แพนเค้กร้อน ๆ นุ่ม ๆ สุกกำลังดีแล้ว ทำกินเพลิน ๆ ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

เครื่องทำแพนเค้กยี่ห้อไหนดี?

  • FRY KING เครื่องทำแพนเค้ก รุ่น FR-C7

เครื่องทำคัพเค้ก

ใครว่าเค้กทำยาก อยากให้ลองใช้ ‘เครื่องทำคัพเค้ก’ ดูสักที แล้วจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง ขอบอกว่าใช้ง่ายเวอร์ แค่ผสมแป้งเค้กแล้วเทลงพิมพ์ ไม่ต้องกังวลว่าเค้กจะไม่สุกหรือเกรียมเพราะเรามีระบบเวลาที่ตั้งไว้อย่างพอเหมาะ คุณจะได้เค้กที่สุกกำลังดี เนื้อเนียนนุ่มประหนึ่งมืออาชีพทำแน่นอน! พอได้ตัวเค้กที่ถูกใจแล้วก็เอามาแต่งหน้าตามชอบ จะทานเองก็ได้ ให้เป็นของฝากก็เลิศ พอฝึกปรือจนคล่องมือแล้วก็ใช้ทำขายได้ด้วย เครื่องเดียวคุ้มเวอร์

เครื่องทำคัพเค้กยี่ห้อไหนดี? 

  • CUIZIMATE เครื่องอบคัพเค้ก 800 วัตต์ 
  • CASIKO เครื่องทำคัพเค้ก รุ่น CK-5006

เห็นไหมคะว่าการทำขนมจะง่ายขึ้นถ้าเรามีตัวช่วยที่สามารถรังสรรค์เมนูที่ดูยุ่งยากให้ง่ายในทันตา ใครเล็งเครื่องทำขนมไฟฟ้าแบบไหนไว้ ลองแวะเข้ามาดูเครื่องทำขนมไฟฟ้ามือสองใน Kaidee ก่อนได้เลยค่ะ อาจจะเจอของที่ถูกใจในราคาที่ปลาบปลื้มแบบไม่ทันตั้งตัว และถ้าใครมีเครื่องทำขนมเหล่านี้แล้วอยากทำขนมหารายได้เสริม แต่ไม่รู้จะไปลงขายที่ไหน แวะมาเปิดตลาดที่ Kaidee ได้เช่นกันนะคะ มีคนรอทานขนมอร่อย ๆ เพียบเลย

5 นิยายในตำนานที่เด็กเจนวายจะต้องเก็บ

5 นิยายในตำนานที่เด็กเจนวายจะต้องเก็บ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในวัยเด็กหลายคนต้องผ่านยุคที่แอบเอานิยายอ่านใต้โต๊ะในคาบเรียน บางคนอาจจะหลงลืมไปแล้วว่าในวัยนั้นมีนิยายอะไรบ้าง แต่แน่นอนว่า ยิ่งโตยิ่งหวนนึกถึงชีวิตในวัยเยาว์ การเก็บนิยายในวัยเด็กก็เหมือนได้เก็บความทรงจำนั้น ๆ เอาไว้

รวม 5นิยายในตำนานที่เด็กเจนวายต้องเก็บ

 แม้ราคาหนังสือจะถูกลงทุกวัน แต่ความทรงจำที่มีกับนิยายเหล่านี้กลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย หากได้หยิบมันขึ้นมาอ่านอีกครั้งความทรงจำของเราต่อนิยายเหล่านี้อาจเปลี่ยนไปก็เป็นได้ วันนี้เลยรวบรวม 5 นิยายในตำนานที่เด็กเจนวายควรจะมีและนำมาอ่านอีกครั้งไว้ให้แล้ว

1.Harry Potter

Credit : Atdowloaded

นิยายดังที่ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ถึง 7 ภาค อย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่สร้างรายได้ถล่มทลายและประทับภาพแห่งความทรงจำในใจของใครหลายคนจนไม่อาจลบเลือนได้ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่โตมาพร้อมกับเด็กเจนวายจริง ๆ ค่ะ 

การได้อ่านนิยายเรื่องนี้จะช่วยย้ำความทรงจำเกี่ยวกับแฮร์รี่ และผองเพื่อนให้ชัดขึ้น รวมถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่ในนิยายแต่หนังไม่ได้ทำออกมา นิยายเรื่องนี้ถือเป็นนิยายในตำนานที่ไม่มีวันตายเหมาะแก่การเอามาอ่านซ้ำอีกรอบจริง ๆ ค่ะ

เรื่องย่อ : แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กหนุ่มกำพร้าผู้อาศัยอยู่กับลุงและป้าของเขา ที่มักจะถูกครอบครัวของลุงกลั่นแกล้ง ทว่าวันหนึ่งกลับมีจดหมายปริศนาส่งมาให้แฮร์รี่ไปเข้าเรียนที่ ฮอกวอตส์ โรงเรียนของเหล่าพ่อมดแม่มดในโลกเวทย์มนต์ แต่พวกลุงและป้ากลับปิดบังแฮร์รี่ ยิ่งทำให้แฮร์รี่สงสัย และวันหนึ่งเขาก็ค้นพบว่าเขาสามารถพูดคุยกับงูได้

ท้ายที่สุดความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เมื่อแฮกริดได้มารับแฮร์รี่ไปเรียนที่ฮอกวอร์ดด้วยตนเอง ที่นั่นแฮร์รี่ได้พบผองเพื่อนมากมาย มีแต่เรื่องราวชวนประหลาดใจให้เขาได้พบได้เห็น ที่สำคัญที่สุด เขาคือผู้เป็นตำนานในการรอดชีวิตจาก ‘คนที่คุณก็รู้ว่าใคร’ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในโรงเรียนของแฮร์รี่ พอตเตอร์

2.รักป่วน ๆ ฉบับก๊วนเด็กหอ

Credit : Dek-D

สาว ๆ ต้องเคยได้ยินชื่อเรื่องนี้เกือบ 100% แน่นอน เพราะเป็นนิยายรักวัยรุ่นที่ดังมากเรื่องหนึ่งของสำนักพิมพ์ แจ่มใส ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เมื่อพูดขึ้นมาก็ต้องนึกถึงเรื่องนี้แน่นอน ถึงขนาดว่าทางสำนักพิมพ์เองยังทำรีปริ้นท์ปกพิเศษออกมาขายเป็น Box Set กันเลยทีเดียว หากใครที่คิดถึงเด็กหอและอิโมจิฉบับแจ่มใสแล้ว ก็อย่าลืมตามเก็บเซ็ทเฮีย ๆ กันด้วยนะคะ 

เรื่องย่อ : เนออน สาวน้อยที่เป็นลูกคนสุดท้องท่ามกลางพี่ชายสุดหวงน้องอีก 4 คน วันหนึ่งพ่อของเนออนตัดสินใจจะให้เธอหมั้นกับโฉ๋ เพื่อหวังให้สืบทอดโรงเรียนศิลปะป้องกันตัว ทว่าเนออนไม่อยากหมั้นกับเขา เหล่าเฮีย ๆ ที่ไม่เห็นด้วยจึงพร้อมใจกันพาน้องสาวไปเข้าโรงเรียนประจำ หวังรอโอกาสให้พ่อของตนใจอ่อน 

ที่นั่นเอง เนออนได้มิตรภาพใหม่ ๆ ทว่าชีวิตในหอกลับไม่เรียบง่ายนัก เเพราะเนออนไปมีเรื่องกับ เบียร์ ที่เป็นเจ้าพ่อคุมโรงเรียน ที่ลั่นวาจาไว้ว่า ต้องไล่เนออนออกจากหอให้ได้ ความรักและชีวิตวัยเรียนสุดป่วนของเนออนก็ได้เริ่มต้นขึ้น

3.เพชรพระอุมา

Credit : 365trends

หากไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็คงไม่ได้ เพราะเป็นนิยายในตำนานที่มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อยาวมาจนรุ่นลูกกันเลยทีเดียว ประพันธ์ขึ้นโดยศิลปินแห่งชาติ อย่าง ‘คุณพนมเทียน’ ด้วยเซตติงเนื้อเรื่องที่เป็นการผจญภัยอย่างกับหนัง อินเดียน่าโจนส์ ทำให้หลายคนติดงอมแงม อ่านหามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียว

 แม้ตัวนิยายจะมีความยาวมากกว่า 48 เล่ม แต่ก็ไม่ทำให้ใครย่อท้อในการอ่านเลย ด้วยเนื้อหาชวนติดตามลุ้นระทึกไปตามตัวละคร ทำให้หลายคนรักเรื่องนี้มาก ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังเป็นนิยายร่วมสมัยตลอดกาล

เรื่องย่อ : รพินทร์ พรานป่าผู้ถูกว่าจ้างให้เข้าไปตามหาคนหายในป่าลึก พร้อมกันกับคณะผู้ว่าจ้างอย่าง มรว เชษฐา วราฤทธิ์ และ มรว ดาริน วราฤทธิ์ ผู้เป็นน้องสาว ซึ่งในคณะเดินทางนี้ประกอบไปด้วยผู้ร่วมภารกิจหลายคน ทว่าหนึ่งในนั้นก็มีชาวกะเหรี่ยงลึกลับมาขอสมัครเข้ามาเป็นคนรับใช้ของมรว.ดารินด้วย 

การผจญภัยในป่าดงดิบที่แฝงไปด้วยอันตรายก็ได้เริ่มต้นขึ้น มีทั้งมาจากความอันตรายของสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งอาถรรพ์ภูตผีปีศาจต่าง ๆ ทำให้การตามหาคนกลายเป็นการค้นพบเรื่องราวของอาณาจักรโบราณแห่งหนึ่ง อันเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยภาคต่ออันแสนสนุกของเรื่องนี้

4.หัวขโมยแห่งบารามอส

Credit : Twitter

หากผู้ถึงนิยายแฟนตาซีวัยใสที่มีจำนวนการรีปริ้นท์หลายต่อหลายครั้ง ก็ต้องเรื่อง หัวขโมยแห่งบารามอส นี่แหละ นับว่าเป็นนิยายแฟนตาซีอมตะที่เรียกได้ว่าเปิดโลกนิยายแฟนตาซีให้วัยรุ่นวัยใสในช่วงนั้น จนเป็นกระแสนิยายแฟนตาซีแนวโรงเรียนและความรักออกมาจำหน่ายกันให้เห็นเป็นเรื่องปกติเลยทีเดียว

เรื่องย่อ : เฟริน หัวขโมยแห่งประเทศบารามอส ทายาทหัวขโมยอันโด่งดัง โดนพ่อของตนเองให้ไปทำภารกิจลักพาตัว เจ้าชาย หรือ เจ้าหญิงของประเทศใดสักพระองค์หนึ่งมา เพื่อเรียกค่าไถ่ เฟรินจึงรับปากจะทำภารกิจนี้เพื่อความสบายในภายภาคหน้าของตน จึงได้ตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนพระราชาเอเดนเบิร์ก ที่เต็มไปด้วยบรรดาองค์ชายองค์หญิงผู้เลื่องชื่อ 

แม้เส้นทางการสอบเข้าจะไม่ได้ลำบากสำหรับเฟรินเสียเท่าไร แต่เพื่อนร่วมหอที่คนหนึ่งเป็นนักฆ่านามว่า คิล และอีกคนที่เป็นถึงเจ้าชาย อย่าง คาโล ทำให้ชีวิตและภารกิจของเฟรินต้องดำเนินไปอย่างชวนหัว ทว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปริศนาของชาติกำเนิดของเฟรินเท่านั้นเอง

5.บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน

Credit : Samsenbook

นิยายแปลจีนแนวขุดสุสานที่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็อ่านได้ เพราะเป็นเนื้อหานิยายที่อ่านง่าย ใช้คำศัพท์และภาษาวัยรุ่นอยู่พอสมควร แต่เนื้อเรื่องนั้นชวนหลอนลุ้นระทึกน่าติดตามจนวางไม่ลงทั้ง 11 เล่มเลยล่ะค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นตัวฉบับนิยายเองก็ถูกดัดแปลงเป็นซีรี่ย์หลายครั้งหลายครานับไม่ถ้วน รวมถึงเคยเป็นภาพยนตร์ที่ได้คนดังอย่าง ‘ลู่หาน’ มานำแสดงด้วยค่ะ 

เรื่องย่อ : อู๋เสีย นายน้อยตระกูลอู๋ที่บรรพบุรุษต่างเชียวชาญในเรื่องการขุดสุสาน ผู้ดำเนินกิจการเป็นเถ้าแก่ของร้านรับซื้อวัตถุโบราณ วันหนึ่งเขาได้รับแผนที่โบราณมาโดยบังเอิญ อู๋เสียได้เรียกให้อาสามของเขามาช่วยดูแผนที่ก่อนจะพบว่าเป็นแผนที่ของสุสานที่เต็มไปด้วยสมบัติ อาสามของเขาได้ตัดสินใจจะเดินทางไปยกเค้าสมบัติเหล่านั้น อู๋เสียจึงขอติดตามไปด้วยแม้จะโดนทัดทานเพียงใด

อาสามได้รวบรวมคนมาจำนวนหนึ่งในการขุดสุสานครั้งนี้ ที่นั่นเองเขาได้พบกับ เสี่ยวเกอ หรือ เมินโหยวผิงที่อู๋เสียแอบตั้งชื่อให้ในใจ ชายผู้มากด้วยปริศนาที่มีความเชี่ยวชาญและเก่งกาจในการขุดสุสานเป็นอย่างมาก อันตรายที่รอคนทั้งหมดอยู่ภายใต้พื้นดินนั้น แค่เริ่มต้นก็ชวนขนหัวลุกเสียแล้ว อู๋เสียและคณะจะสามารถกลับไปได้อย่างครบ 32 หรือไม่ ต้องมาเอาใจช่วยกัน

สายอ่านนิยายต้องห้ามพลาดนิยาย 5 เรื่องข้างต้น เพราะจัดว่าเป็นนิยายในตำนานที่เด็กเจนวายหลายคนต้องเคยเห็นผ่านหน้าผ่านตากันมาบ้างแล้ว บางเรื่องอาจหาผลิตไม่ได้แล้ว 

Kaidee ได้รวบรวมหนังสือมือสองไว้อย่างมากมายแล้ว! รอให้เหล่าเด็กเจนวายและเด็กเจนใหม่ ๆ ที่อยากอ่านนิยายสักเรื่องมาค้นพบนิยายแห่งตำนานที่ยังคงเป็นตำนานต่อไปเพราะความสนุกและสีสันภายในเนื้อเรื่องที่แม้จะเก่าแต่ก็ยังความคลาสสิคไว้อย่างเต็มเปี่ยม