Nov 19, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
พูดถึงผลไม้เมืองหนาวแล้ว หลายคนคงคิดถึงการบินไปเที่ยวประเทศหนาว ๆ สักประเทศ และรับประทานผลไม้ท้องถิ่น ณ ประเทศนั้น ๆ ใช่ไหมล่ะคะ แต่ยุคโควิดแบบนี้ ใจอยากไป แต่กายก็ไปไม่ได้ หมดห่วงได้เลย เพราะแม้จะไม่ได้ไป แต่ผลไม้เมืองหนาวหลายอย่างในเมืองไทยก็มีขาย จะมีอะไรบางไปดูกันเลยค่ะ!
1.ลูกพีช
ผลไม้เมืองหนาวที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน หลายคนคงรู้จักชื่อผลไม้ชนิดนี้ในชื่อของ ลูกท้อ
ด้วยรสชาติที่หวานฉ่ำน้ำ ทำให้หลายคนรักผลไม้ชนิดนี้เป็นอย่างมาก เนื้อของผลไม้จะคล้ายคลึงกับแอปเปิลทว่าจะมีความนิ่มกว่า ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถทานได้ทานดี นอกจากนี้ลูกพีชยังถูกนำไปแปรรูปมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น ชาพีช ยาสีฟันรสพีช หรือแม้แต่เจลล้างมือกลิ่นพีช นับว่าเป็นกระแสรักพีชที่มาแรงจริง ๆ ค่ะ
2.อะโวคาโด
สายคุมแคลไม่รู้จักก็คงไม่ได้ ผลไม้อะโวคาโดที่ไม่ว่าจะทานกับสลัด หรือทานเปล่า ๆ ก็เยี่ยมไปหมด แม้รสชาติจะไม่หวานไม่เปรี้ยวนำ แต่คนมักนิยมทานเพื่อคุมน้ำหนักซะส่วนใหญ่ เจ้าผลไม้ชนิดนี้นอกจากรสชาติดีคุมแคลเยี่ยมแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยในการป้องกันไขมันเลว (LDL) อีกด้วย
แค่ทานวันละครึ่งลูกก็ลดโรคได้มากมาย ทั้งโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และลดน้ำตาลในเลือดได้ดีอีกด้วย แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอยอีกด้วยค่ะ
3.ลูกพลับ
ชาวจีนมักเรียกลูกพลับว่า ผลไม้สวรรค์ ด้วยสีของผลไม้ลูกนี้ที่มีสีส้มออกทองจนคล้ายราวกับผลไม้ที่สวรรค์ได้ประทานลงมา จึงมีสีทองนั่นเอง ผลไม้ชนิดนี้แบ่งเป็นสองสายพันธุ์ คือ พันธุ์หวาน และ พันธุ์ฝาด
แน่นอนว่าพันธุ์ที่คนไทยนิยมจะเป็นลูกพลับหวานที่หาทานได้ในประเทศญี่ปุ่น คนไทยจึงนิยมหิ้วเจ้าลูกพลับลูกนี้กลับมาจากญี่ปุ่น นอกจากสีที่สวยงามแล้ว รสชาติที่นิ่มและกรอบยังถูกใจถูกปากคนไทยมาก ๆ เลยค่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น ผลไม้ชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามิซีที่มีมากกว่าส้มหนึ่งผล วิตามินซีมีส่วนช่วยในเรื่องของภูมิคุ้มกันและผิวให้ดูกระจ่างใส หากใครที่กำลังมองหาผลไม้วิตามินซีสูง ลูกพลับคือหนึ่งในทางเลือกที่ไม่เลวเลยค่ะ
4.บัวหิมะสด
ผลไม้ต่อมา ที่ได้ยินครั้งแรกแล้วเอะใจ บัวหิมะเป็นผลไม้หรอ นึกว่าเป็นครีมชื่อดังของจีนเสียอีก แท้จริงแล้วบัวหิมะไม่ใช่ครีม แต่เป็นพืชที่ปลูกในแดนมังกร มีรูปร่างคล้ายมันหวานหรือมันม่วง เป็นพืชที่ปลูกใต้ดิน
แต่สรรพคุณล้นฟ้าเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดข้อจากโรครูมาตอยด์แล้ว ยังช่วยในเรื่องของบรรเทาอาการอักเสบในบริเวณต่างๆได้ดีอีกด้วย
สาว ๆ คนไหนที่มองหาตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ห้ามมองข้ามบัวหิมะสดเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะถือว่าให้พลังงานสูงแต่ไขมันต่ำพอกันกับอะโวคาโดเลยค่ะ
5.สตอเบอร์รี่
สตอเบอร์รี่ผลไม้ที่มีผลสีแดงลูกเล็ก ที่ใครก็ใครก็ต้องหลงรักในความหวานฉ่ำ ตั้งแต่คำแรกที่กัด จนเป็นที่เลื่องชื่อไปว่าหากอยากทานสตอเบอร์รี่ต้องที่เกาหลีไม่ก็ญี่ปุ่นเท่านั้น รู้หรือไม่ว่า ในไทยแท้จริงก็มีสตอเบอร์รี่จำหน่ายเช่นเดียวกัน
เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกอยู่บริเวณภาคเหนือของไทย คนไทยมักนิยมนำสตอเบอร์รี่มาทำเป็นน้ำปั่นเพื่อบำรุงสุขภาพ
รู้หรือไม่ว่า การทานสตอเบอร์รี่นอกจากความหอมหวานแสนอร่อยแล้ว ยังช่วยลดการเกิดกลิ่นปากได้ดีอีกด้วย
เมืองไทยเป็นเมืองแห่งการเกษตรกรรม ไม่ว่าจะปลูกอะไรก็ขึ้นเกือบทั้งหมด แม้จะเป็นพืชผลฤดูหนาวที่ดูความเป็นไปได้จะต่ำ แต่เกษตรกรบ้านเราก็ยังสามารถสรรหาวิธีมาปลูกจนออกผลได้อย่างดงาม คำครหาในเรื่องรสชาติก็ถูกปรับเปลี่ยนสายพันธุ์ให้ใกล้เคียงถูกปากคนไทยมากที่สุด
นอกจากได้ผลไม้พันธุ์ดีในการรับประทานแล้วยังได้ช่วยเหลือเกษตรกรคนไทยให้ได้มีกำไรอีกด้วย
ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือก็สามารถสนับสนุนผลไม้เมืองหนาวที่ปลูกโดยเกษตรกรคนไทยภายในประเทศ
ได้ที่ FarmKaidee เลยค่ะ เราจะมาช่วยกันทานผลไม้ในไทยกันเยอะ ๆ นะคะ
Nov 19, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ณ จุดๆนี้ จะมีอะไรฟินไปกว่าการได้พักผ่อนในวันหยุดยาวๆ และวันหยุดที่ว่านานแล้ว แต่วันปั่นงานไฟลุกมาแรมปีนั้นนานกว่า เอาล่ะ ได้เวลาออกเดินทาง ไปเติมไฟเพื่อมาปั่นงานกันต่อแล้วทุกคน วันนี้จะพาทุกคนไปรู้จัก 5 สถานที่ของนักเที่ยวสายแคมป์ วันนึงฉันเดินเข้าป่า ที่รักการกางเต้นท์เป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ นั่งดูแมพแปบเดียว เดี๋ยวก็ถึงกาญนะจ๊ะบุรีแล้วพวกเธอ
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
มาเริ่มกันที่แรก น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยเป็นอันดับต้นๆของประเทศ ด้วยชั้นหินที่สูงจนสามารถแบ่งเป็นน้ำตกได้ถึง 7 ชั้น และน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลาที่ไหลลงมาจากเทือกเขากะลา เป็นสเน่ห์ที่ทำให้ที่นี่โด่งดังมาอย่างต่อเนื่อง โดยใครที่เป็นสายกางเต็นท์เหมือนเรา มากางเต็นท์ที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นนี้ได้เลย และสามารถกางเต็นท์ได้ทุกชั้นนะคะ แต่ถ้าจะเอาแบบสวยมาก วิวดี เชิญที่ชั้น 4 เลยค่ะ ลานกางเต็นท์กว้างแบบสิบคนกลิ้งได้เลยแหละ ส่วนใครใคร่จะเดินชมความสวยงามของธรรมชาติ ก็สามารถเดินขึ้น เดินลงไปชั้นอื่นได้ง่ายๆ เพราะโลเคชั่นชั้น 4 นี่ดีไม่ไหวจริงๆ แต่ขอบอกว่าต้องรีบมาถึงให้ไวนะคะ เพราะที่กางเต็นท์ที่นี่เต็มค่อนข้างเร็วมาก
พิกัด: อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
ค่าเข้า: 100 บาท
ค่าเช่าที่กางเต๊นท์: สำหรับคนที่นำเต็นท์ไปเอง 30 บาท และการเช่าเต็นท์ของอุทยาน ราคา 200 – 300 บาทค่ะ
cr. https://www.facebook.com/khueansrinagarindra/
น้ำตกผาตาด
อีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการไปกางเต็นท์มาก เงียบสงบ คนไม่ค่อยเยอะ อาจจะเป็นเพราะว่าคนยังไม่ค่อยรู้จักกันมากเท่าไหร่ แต่ขอบอกว่า ที่นี่ดีมากทั้งพื้นที่กางเต้นท์ ที่รับรองการกางเต็นท์ได้เยอะมาก ห้องน้ำที่มีเตรียมไว้ให้นักเที่ยวสายลุยแบบพวกเราอาบน้ำ เข้าห้องน้ำ มีไฟส่วนกลาง ไฟแสงสว่างที่ลานกางเต็นท์แบบเบาๆ ส่วนเรื่องบรรยากาศนี่ขอบอกว่า ดีแบบเต็มสิบไปเลยค่ะ ได้ยินเสียงน้ำตกตลอดวันตลอดคืน และที่เด็ดดวงสุดๆคือน้ำตกสวยมาก ยิ่งถ้าใครมีกำลังล้นเหลือ ปืนขึ้นไปชั้นบนๆของน้ำตกผาตาด รับรองว่าไม่มีผิดหวังแน่นอน สำหรับใครที่ไม่อยากกางเต็นท์ก็สามารถจองบ้านพักได้นะคะ แต่ต้องโทรไปจองก่อนนะ ไปจองหน้างานอาจจะชวดได้
พิกัด: อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
ค่าเช่าที่กางเต๊นท์: สำหรับคนที่นำเต็นท์ไปเอง 30 บาท และการเช่าเต็นท์ของอุทยาน ราคา 200 – 300 บาทค่ะ
cr. https://www.facebook.com/Thetinytent/
น้ำตกเอราวัณ
น้ำตกที่มีชื่อเสียงมากๆแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยความสูงถึง 7 ชั้น และสเน่ห์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละชั้น ทำให้ผู้คนที่ได้เห็นบรรยากาศที่นี่ ต่างตกหลุมรักไปตามๆกัน และจะต้องมาที่นี่ให้ได้ นอกจากบรรยากาศน้ำตกที่สวยมากๆนี้แล้ว น้ำตกเอราวัณยังมีลานกางเต็นท์ที่กว้างขวาง ให้นักเที่ยวสายลุย สายกางเต็นท์ได้จับจองพื้นที่สวยๆกันได้ ทั้งริมแม่น้ำ ลานกลางแจ้ง หรือริมลำธาร ก็สามารถเดินไปปักหลักปักฐานกันได้เลย บรรยากาศสบายๆ เขียวชอุ่ม ใครอยากถ่ายรูปก็มีมุมสวยเยอะมาก ตามถ่ายกันไม่ไหว ส่วนใครที่ชอบเล่นน้ำ ลงไปแช่น้ำเย็นๆก็ลงไปเล่นกันได้ตามสะดวกเลย เล่นน้ำเสร็จแล้วอยากอาบน้ำ ที่นี่ก็มีบริการห้องน้ำให้ด้วยนะคะ สะดวก แยกสัดส่วนชายหญิงอย่างชัดเจน ปลอดภัย บอกก่อนนะคะ ยิ่งมาเร็วก็ยิ่งได้ที่ดีๆ มุมปังไปครอบครอง จุดนี้ใครมาก่อนได้ก่อนนะคะ
พิกัด: อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ค่ารถคันละ 40 บาท
ค่าเช่าที่กางเต๊นท์: สำหรับคนที่นำเต็นท์ไปเอง 30 บาท และการเช่าเต็นท์ของอุทยาน ราคา 200 บาทค่ะ
cr. https://www.facebook.com/Erawan-National-Park
ถ้ำธารลอด
เปลี่ยนฟีลมาเดินถ้ำกันบ้าง ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด ที่มีความสูงถึง 1260 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล โดยอุทยานถ้ำธารลอดนี้มีจุดเด่นคือ น้ำตกที่สูง 15 ชั้น และเจ้าถ้ำธารลอดนี่แหละค่ะ ที่เจ้าอุทยานนี้มีชื่อว่าถ้ำธารลอด เพราะตลอดทางของถ้ำ นอกจากจะพบความสวยงามของธรรมชาติ หินงอก หินย้อยแล้ว ยังมีลำธารน้ำไหลตลอดเวลา และเราสามารถเดินผ่านถ้ำไปน้ำตกและโผล่ไปอีกถ้ำได้ด้วย ส่วนพวกเราที่มาเพื่อกางเต็นท์ จะต้องโทรจองกับเจ้าหน้าที่ก่อนประมาณ 1-2 อาทิตย์ และเตรียมของไปให้พร้อมที่สุดนะคะ เพราะด้านบนมีแค่ธรรมชาติล้วนๆไม่มีอะไรผสม ซึ่งที่ที่เราไปกางเต็นท์กัน เราจะต้องขึ้นไปที่ยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานถ้ำธารลอด นั่นก็คือ ยอดเขากำแพง โดยจะมีพี่ๆเจ้าหน้าที่เป็นคนนำทางเรา และใช่ค่ะ เราต้องเดินขึ้นไปค่ะทุกคน หรือใครอยากย่นระยะทางให้เดินน้อยลง ก็สามารถเช่ารถได้ แต่ก็ต้องเดินไปที่ปลายทางเองอยู่ดีค่ะ ฉะนั้น หากใครอยากไปลุยที่ถ้ำธารลอด ต้องเตรียมฟิตหุ่นไปกันนะคะ
พิกัด: อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด หรืออุทยานแห่งชาติรัตนโกสินทร์ จ.กาญจนบุรี
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ค่าเช่าที่กางเต๊นท์: ไม่มีให้เช่า ต้องนำไปเองและเตรียมเงินค่าเจ้าหน้าที่นำทาง ค่าลูกหาบไปด้วยนะคะ สามารถโทรไปสอบถามกับทางอุทยานได้เลยค่ะ
cr. http://park.dnp.go.th/
เนินช้างศึก
เนินช้างศึกเป็นอีกหนึ่งสถานที่กางเต็นท์ยอดฮิต ที่ถูกเซฟเก็บไว้ในลิสต์อันดับต้นๆของนักเที่ยวสายลุย จะต้องได้ไปกางเต็นท์ที่นี่สักครั้งในชีวิตแหละ แต่ที่นี่จะต่างจากสถานที่กางเต็นท์ที่ได้แนะนำไปข้างต้นเล็กน้อย เนื่องจากที่นี่จะไม่มีน้ำตกสวยๆให้ลงไปเล่นน้ำเย็นๆนะคะ เพราะที่นี่เป็นเนินเขา ที่เหมาะกับสำหรับนักเที่ยวสายลุยที่หลงไหลในความป่าเขาลำเนาไพร บรรยากาศแสงแดดอ่อนๆที่ตกกระทบลงบนพื้นที่เขียวชะอุ่ม และเมื่อมองลงไปยังเห็นหมู่บ้านอีต่องอยู่ลิบๆ กลางวันอาจจะร้อนสักเล็กน้อยนะคะ เพราะว่าที่นี่แทบจะหาต้นไม้ที่เป็นร่มเงาให้ได้น้อยมาก ส่วนกลางคืนลมเย็นสบายๆค่ะ แอบแรงนิดหน่อย แต่ถ้าตัดสินใจไปที่นี่ต้องบอกว่าให้รีบไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้าคุณไปช้าเพียงนิดเดียว คุณอาจจะเสียที่กางเต็นท์สุดปัง ที่สามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น และพระอาทิตย์ในตอนเช้าที่กำลังเคลื่อนที่ขึ้นบนท้องฟ้าอีกด้วย สำหรับใครที่กังวลเรื่องห้องน้ำ ที่นี่มีห้องน้ำไว้บริการนะคะ
พิกัด: กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 (ห่างจากบ้านอิต่องประมาณ 2-3 กิโลเมตร)
ค่าเข้า: ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ค่าเช่าที่กางเต๊นท์: ไม่เสียค่าใช้จ่าย เตรียมเต็นท์ไปเองได้เลย
cr.http://kanchanaburi.go.th/
ใครที่เป็นนักเที่ยวสายลุย หลงไหลความเป็นธรรมชาติ เซฟ 5 ท่องเที่ยวเก็บไว้ในลิสต์ได้เลย ส่วนใครที่ยังไม่เคยเป็นสายลุย สายแบ็คแพ็ค ต้องลองดูสักครั้ง ขอบอกว่าฟีลลิ่งมันดีมากจริงๆ ส่วนใครที่อยากเข้าวงการนักเที่ยวสายลุย ปักหลักกางเต็นท์ แต่ยังไม่มีอุปกรณ์เข้าป่า แคมป์ปิ้งที่ถูกใจ เข้ามาดูได้ที่ Kaidee นะคะ
Nov 18, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ตลาดกล้อง Mirrorless ตอนนี้มีหลากรุ่นหลายแบรนด์ที่กำลังวางขาย หนึ่งในแบรนด์อันดับต้นๆที่เราจะนึกขึ้นได้ตลอดเมื่อพูดถึงกล้องนั่นคือ Canon ที่มีกล้องหลายระดับตั้งแต่ Fullframe ถึง Compact แต่สำหรับมือใหม่ที่อยากใช้กล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้ ถ่ายดีทั้งภาพและวีดีโอ กล้องในตระกูล EOS M ถือว่าตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดี เพราะฉะนั้นมาดูรายละเอียดของกล้องทั้งสามรุ่นในตระกูลนี้กัน
1.EOS M200
รุ่นอัปเดตจาก EOS M100 ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ APSC-C CMOS ความละเอียด 24.1 ล้านพิกเซล พร้อมหน่วยประมวลผลภาพ DIGIC8 รุ่นล่าสุด ตัวกล้องออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายเหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้การถ่ายภาพ ทั้งปุ่มตัวเลือก แป้นหมุนเลือกโหมด และปุ่มกดถ่ายวีดีโอถูกจัดวางให้กดได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก
หน้าจอทัชสกรีน LCD ขนาด 3 นิ้วที่สามารถพับขึ้นได้ 180 องศาทำให้ถ่ายเซลฟี่ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีฟังก์ชัน Creative Assist ที่สามารถปรับแต่งรูปภาพของเราได้หลากหลายรูปแบบรวมถึงมีฟิลเตอร์ที่สามารถกดใช้งานได้ในกล้อง ที่สำคัญกล้องยังมี Wifi และ Bluetooth ให้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อถ่ายโอนภาพได้อย่างสะดวก
ระบบโฟกัสอัตโนมัติภายในกล้องเป็นระบบ Dual Pixel CMOS มีตำแหน่งโฟกัสอัตโนมัติ 143 จุด รวมถึงระบบตรวจจับดวงตา Eye Detection AF ที่จะทำให้โฟกัสดวงตาของเราไม่ว่าจะถ่ายภาพหรือวีดีโอก็จะสามารถโฟกัสดวงตาอยู่ตลอดเวลา
2.EOS M50 Mark II
กล้องระดับกลางในตระกูล EOS M กับรุ่นที่สองของ M50 ที่มีเซ็นเซอร์และหน่วยประมวลผลภาพเดียวกันกับรุ่น M200 นั่นคือ DIGIC8 แต่สิ่งที่แตกต่างคือ M50 Mark II มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) แบบ LCD ขนาด 0.39 นิ้ว พร้อมทั้งฮอทชูและช่องเสียบไมโครโฟน 3.5 mm ที่ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงของวีดีโอได้ ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการกล้องไปใช้งานทั้งงานภาพและวีดีโอ
จอทัชกรีนมีฟังก์ชัน Touch & Drag ที่สามารถเลือกจุดโฟกัสได้ด้วยการแตะ และตัวจอสามารถพับออกด้านข้างได้ 180 องศา ตัวกล้องยังมีฟังก์ชัน Creative Assist และ Creative Filter ที่ติดตั้งไว้ในระบบเรียบร้อย และส่วนของระบบโฟกัสก็เป็น Dual Pixel CMOS ที่มีระบบ Eye Detection เช่นกัน
ตัวเครื่องยังมี Wifi และ Bluetooth ที่ไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ในรุ่นนี้ยังเพิ่ม NFC หรือการเชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อนำอุปกรณ์ที่รองรับมาใกล้กับตัวกล้องและสามารถถ่ายโอนภาพเข้าสู่โทรศัพท์ที่เชื่อมต่อไว้ได้อัตโนมัติ
3.EOS M6 Mark II
ภาพจาก snapshot.canon-asia.com
รุ่นต่อยอดจาก EOS M6 รุ่นแรก ซึ่งเป็นกล้องระดับสูงสุดในตระกูลนี้ที่มีเซนเซอร์ใหม่ล่าสุด APSC-C CMOS ความละเอียด 32.5 ล้านพิกเซล ส่วนระบบโฟกัสอัตโนมัติและเซนเซอร์ประมวลผลภาพยังคงเหมือน M50 คือ Dual Pixel CMOS และเซนเซอร์ DIGIC8
หน้าจอทัชสกรีน LCD ขนาด 3 นิ้วที่มีระบบ Touch & Drag คล้ายกับรุ่น M50 แต่จุดที่ต่างกันคือตัวกล้องจะไม่มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) แต่สามารถซื้อเป็นตัวเสริมมาต่อได้ และตัวกล้องยังมีระบบกันสั่น 5 แกนที่ช่วยให้ถ่ายภาพและวีดีโอได้นิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้นรุ่นนี้สามารถถ่าย 4K ได้แบบ Uncropped ที่จะไม่ทำให้ภาพแคบลงแบบรุ่นอื่นๆ
ด้านการเชื่อมต่อของตัวกล้อง สามารถเชื่อมต่อด้วย Wifi และ Bluetooth รวมถึงช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-C ที่ต่างจากทั้งสองรุ่นด้านบนที่ใช้ Micro USB
สรุป
กล้องทั้งสามรุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วยแอปพลิเคชันเฉพาะ ที่ทำให้เราสามารถควบคุมการถ่ายภาพและวีดีโอผ่านโทรศัพท์ของเราผ่านไลฟ์วิวในตัวแอป อีกทังยังสามารถตั้งค่าให้บันทึกรูปภาพลงในโทรศัพท์อัตโนมัติได้อีกด้วย ถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่เน้นความรวดเร็วและสะดวกสบาย ซึ่งเมื่อเรารู้ข้อมูลเบื้องต้นของกล้องแต่ละรุ่นแล้ว เราก็ควรไปลองจับลองถ่ายกล้อง ว่าถูกใจถูกไลฟ์สไตล์การใช้งานของเราไหม
และหากคุณยังหากล้อง Canon EOS M ดีๆ สักตัวหรือจะเป็นกล้องกล้องฟิล์ม หรือกล้องประเภทและแบรนด์อื่นๆ Kaidee ของเรามีหมวดกล้องโดยเฉพาะให้ทุกคนได้เข้าไปเลือกดูอย่างสะดวก รีบเข้าไปดูกันเลย !
Nov 18, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เรื่องทำขนมอาจจะดูยุ่งยากในสายตาใครหลายคน เพราะขั้นตอนเยอะ แถมใช้อุปกรณ์เพียบ คิดแล้วก็ต้องถอยทัพกลับไปซื้อมากินแทน ถ้าใครติดเรื่องนี้ เรามีทางออกมาฝาก! นั่นก็คือ 5 เครื่องทำขนมไฟฟ้าที่จะช่วยให้คุณทำขนมง่ายขึ้นในพริบตา! บอกเลยว่าง่ายจริงไม่มีหลอก เลื่อนลงไปดูกันดีกว่าว่ามีเครื่องไหนโดนใจใช่เลยบ้าง
เครื่องทำมินิโดนัท
สาวกโดนัทต้องปริ่ม เตรียมตัวจัดปาร์ตี้โดนัทชุดใหญ่ด้วย ‘เครื่องทำมินิโดนัท’ วิธีใช้งานก็แสนง่าย แค่เสียบปลั๊ก ผสมแป้งโดนัทไว้ให้พร้อม เทลงแม่พิมพ์ ปิดฝา รออึดใจเดียวก็ได้กินโดนัทร้อน ๆ นุ่ม ๆ แถมดีต่อสุขภาพมากกว่าเพราะไม่ต้องทอดให้อมน้ำมัน ใครชอบกินโดนัทเป็นชีวิตจิตใจควรมีติดบ้านไว้สักเครื่อง
เครื่องทำมินิโดนัทยี่ห้อไหนดี?
HOUSE WORTH เครื่องทำโดนัท รุ่น HW290FRY KING เครื่องทำเค้กป๊อปและโดนัท (2 in 1) รุ่น FR-C4 SONAR เครื่องทำโดนัท รุ่น DM-007
เครื่องทำวาฟเฟิล
‘เครื่องทำวาฟเฟิล’ ถือเป็นเครื่องทำขนมไฟฟ้ายอดฮิตเลย สมัยนี้ต้องบอกว่ามีหลายแบบมาก ไม่ว่าจะแบบเหลี่ยม แบบกลม หรือแบบพิมพ์ลายน่ารัก ๆ ข้อดีของเจ้าเครื่องนี้คือใช้งานง่าย แค่ผสมแป้งแล้วเทลงพิมพ์ ปิดฝา รอให้สุก เท่านี้ก็ได้วาฟเฟิลอร่อย ๆ หน้าตาน่ากินเหมือนที่ขายกันตามท้องตลาดแล้ว ใครทำจนคล่อง อยากลองขายเป็นอาชีพเสริม ก็เลิศค่ะ
เครื่องทำวาฟเฟิลยี่ห้อไหนดี?
HOUSE WORTH เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น HW-294FRY KING เครื่องทำวาฟเฟิลและแซนวิช 2 in 1 รุ่น FR-C9Stärker เครื่องทำขนมวาฟเฟิลลายการ์ตูน รุ่น WF115
เครื่องทำทาโกะยากิ
ขอมือคนชอบกินทาโกะยากิหน่อย จัด ‘เครื่องทำทาโกะยากิ’ สักเครื่อง รับรองว่าฟิน เจ้าเครื่องทำทาโกะยากิแบบนี้ใช้งานง่ายมากค่ะ แค่เปิดปิดสวิตซ์ อยากกินแป้งเยอะแป้งน้อย ชอบไส้อะไรก็ใส่ได้ไม่อั้น หรือถ้าใครอยากดัดแปลงทำเมนูอื่นก็เวิร์ก เช่น ไข่นกกระทา ขนมครกไทย ทำได้หลากหลายเมนูในเครื่องเดียวขนาดนี้ ไม่มีไม่ได้แล้ว
เครื่องทำทาโกะยากิยี่ห้อไหนดี?
HOUSE WORTH เครื่องทำทาโกะยากิ รุ่น HW2131T CASIKO เครื่องทำทาโกะยากิ รุ่น CK5004A
เครื่องทำแพนเค้ก
หมดเวลาหยอดแพนเค้กลงกระทะแล้วเสี่ยงทายว่าจะสุกหรือไม่สุกแล้วค่ะ! คนเลิฟแพนเค้กเป็นชีวิตจิตใจต้องมี ปิดเตาแก๊ส วางตะหลิว เตรียมแค่แป้งแพนเค้กให้พร้อม หยอดลงแม่พิมพ์ เปิดสวิตซ์ รออึดใจเดียว ก็ได้แพนเค้กร้อน ๆ นุ่ม ๆ สุกกำลังดีแล้ว ทำกินเพลิน ๆ ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ
เครื่องทำแพนเค้กยี่ห้อไหนดี?
FRY KING เครื่องทำแพนเค้ก รุ่น FR-C7
เครื่องทำคัพเค้ก
ใครว่าเค้กทำยาก อยากให้ลองใช้ ‘เครื่องทำคัพเค้ก’ ดูสักที แล้วจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง ขอบอกว่าใช้ง่ายเวอร์ แค่ผสมแป้งเค้กแล้วเทลงพิมพ์ ไม่ต้องกังวลว่าเค้กจะไม่สุกหรือเกรียมเพราะเรามีระบบเวลาที่ตั้งไว้อย่างพอเหมาะ คุณจะได้เค้กที่สุกกำลังดี เนื้อเนียนนุ่มประหนึ่งมืออาชีพทำแน่นอน! พอได้ตัวเค้กที่ถูกใจแล้วก็เอามาแต่งหน้าตามชอบ จะทานเองก็ได้ ให้เป็นของฝากก็เลิศ พอฝึกปรือจนคล่องมือแล้วก็ใช้ทำขายได้ด้วย เครื่องเดียวคุ้มเวอร์
เครื่องทำคัพเค้กยี่ห้อไหนดี?
CUIZIMATE เครื่องอบคัพเค้ก 800 วัตต์ CASIKO เครื่องทำคัพเค้ก รุ่น CK-5006
เห็นไหมคะว่าการทำขนมจะง่ายขึ้นถ้าเรามีตัวช่วยที่สามารถรังสรรค์เมนูที่ดูยุ่งยากให้ง่ายในทันตา ใครเล็งเครื่องทำขนมไฟฟ้าแบบไหนไว้ ลองแวะเข้ามาดูเครื่องทำขนมไฟฟ้ามือสองใน Kaidee ก่อนได้เลยค่ะ อาจจะเจอของที่ถูกใจในราคาที่ปลาบปลื้มแบบไม่ทันตั้งตัว และถ้าใครมีเครื่องทำขนมเหล่านี้แล้วอยากทำขนมหารายได้เสริม แต่ไม่รู้จะไปลงขายที่ไหน แวะมาเปิดตลาดที่ Kaidee ได้เช่นกันนะคะ มีคนรอทานขนมอร่อย ๆ เพียบเลย
Nov 18, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในวัยเด็กหลายคนต้องผ่านยุคที่แอบเอานิยายอ่านใต้โต๊ะในคาบเรียน บางคนอาจจะหลงลืมไปแล้วว่าในวัยนั้นมีนิยายอะไรบ้าง แต่แน่นอนว่า ยิ่งโตยิ่งหวนนึกถึงชีวิตในวัยเยาว์ การเก็บนิยายในวัยเด็กก็เหมือนได้เก็บความทรงจำนั้น ๆ เอาไว้
แม้ราคาหนังสือจะถูกลงทุกวัน แต่ความทรงจำที่มีกับนิยายเหล่านี้กลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย หากได้หยิบมันขึ้นมาอ่านอีกครั้งความทรงจำของเราต่อนิยายเหล่านี้อาจเปลี่ยนไปก็เป็นได้ วันนี้เลยรวบรวม 5 นิยายในตำนานที่เด็กเจนวายควรจะมีและนำมาอ่านอีกครั้งไว้ให้แล้ว
1.Harry Potter
Credit : Atdowloaded
นิยายดังที่ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ถึง 7 ภาค อย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่สร้างรายได้ถล่มทลายและประทับภาพแห่งความทรงจำในใจของใครหลายคนจนไม่อาจลบเลือนได้ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่โตมาพร้อมกับเด็กเจนวายจริง ๆ ค่ะ
การได้อ่านนิยายเรื่องนี้จะช่วยย้ำความทรงจำเกี่ยวกับแฮร์รี่ และผองเพื่อนให้ชัดขึ้น รวมถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่ในนิยายแต่หนังไม่ได้ทำออกมา นิยายเรื่องนี้ถือเป็นนิยายในตำนานที่ไม่มีวันตายเหมาะแก่การเอามาอ่านซ้ำอีกรอบจริง ๆ ค่ะ
เรื่องย่อ : แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กหนุ่มกำพร้าผู้อาศัยอยู่กับลุงและป้าของเขา ที่มักจะถูกครอบครัวของลุงกลั่นแกล้ง ทว่าวันหนึ่งกลับมีจดหมายปริศนาส่งมาให้แฮร์รี่ไปเข้าเรียนที่ ฮอกวอตส์ โรงเรียนของเหล่าพ่อมดแม่มดในโลกเวทย์มนต์ แต่พวกลุงและป้ากลับปิดบังแฮร์รี่ ยิ่งทำให้แฮร์รี่สงสัย และวันหนึ่งเขาก็ค้นพบว่าเขาสามารถพูดคุยกับงูได้
ท้ายที่สุดความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เมื่อแฮกริดได้มารับแฮร์รี่ไปเรียนที่ฮอกวอร์ดด้วยตนเอง ที่นั่นแฮร์รี่ได้พบผองเพื่อนมากมาย มีแต่เรื่องราวชวนประหลาดใจให้เขาได้พบได้เห็น ที่สำคัญที่สุด เขาคือผู้เป็นตำนานในการรอดชีวิตจาก ‘คนที่คุณก็รู้ว่าใคร’ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในโรงเรียนของแฮร์รี่ พอตเตอร์
2.รักป่วน ๆ ฉบับก๊วนเด็กหอ
Credit : Dek-D
สาว ๆ ต้องเคยได้ยินชื่อเรื่องนี้เกือบ 100% แน่นอน เพราะเป็นนิยายรักวัยรุ่นที่ดังมากเรื่องหนึ่งของสำนักพิมพ์ แจ่มใส ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เมื่อพูดขึ้นมาก็ต้องนึกถึงเรื่องนี้แน่นอน ถึงขนาดว่าทางสำนักพิมพ์เองยังทำรีปริ้นท์ปกพิเศษออกมาขายเป็น Box Set กันเลยทีเดียว หากใครที่คิดถึงเด็กหอและอิโมจิฉบับแจ่มใสแล้ว ก็อย่าลืมตามเก็บเซ็ทเฮีย ๆ กันด้วยนะคะ
เรื่องย่อ : เนออน สาวน้อยที่เป็นลูกคนสุดท้องท่ามกลางพี่ชายสุดหวงน้องอีก 4 คน วันหนึ่งพ่อของเนออนตัดสินใจจะให้เธอหมั้นกับโฉ๋ เพื่อหวังให้สืบทอดโรงเรียนศิลปะป้องกันตัว ทว่าเนออนไม่อยากหมั้นกับเขา เหล่าเฮีย ๆ ที่ไม่เห็นด้วยจึงพร้อมใจกันพาน้องสาวไปเข้าโรงเรียนประจำ หวังรอโอกาสให้พ่อของตนใจอ่อน
ที่นั่นเอง เนออนได้มิตรภาพใหม่ ๆ ทว่าชีวิตในหอกลับไม่เรียบง่ายนัก เเพราะเนออนไปมีเรื่องกับ เบียร์ ที่เป็นเจ้าพ่อคุมโรงเรียน ที่ลั่นวาจาไว้ว่า ต้องไล่เนออนออกจากหอให้ได้ ความรักและชีวิตวัยเรียนสุดป่วนของเนออนก็ได้เริ่มต้นขึ้น
3.เพชรพระอุมา
Credit : 365trends
หากไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็คงไม่ได้ เพราะเป็นนิยายในตำนานที่มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อยาวมาจนรุ่นลูกกันเลยทีเดียว ประพันธ์ขึ้นโดยศิลปินแห่งชาติ อย่าง ‘คุณพนมเทียน’ ด้วยเซตติงเนื้อเรื่องที่เป็นการผจญภัยอย่างกับหนัง อินเดียน่าโจนส์ ทำให้หลายคนติดงอมแงม อ่านหามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียว
แม้ตัวนิยายจะมีความยาวมากกว่า 48 เล่ม แต่ก็ไม่ทำให้ใครย่อท้อในการอ่านเลย ด้วยเนื้อหาชวนติดตามลุ้นระทึกไปตามตัวละคร ทำให้หลายคนรักเรื่องนี้มาก ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังเป็นนิยายร่วมสมัยตลอดกาล
เรื่องย่อ : รพินทร์ พรานป่าผู้ถูกว่าจ้างให้เข้าไปตามหาคนหายในป่าลึก พร้อมกันกับคณะผู้ว่าจ้างอย่าง มรว เชษฐา วราฤทธิ์ และ มรว ดาริน วราฤทธิ์ ผู้เป็นน้องสาว ซึ่งในคณะเดินทางนี้ประกอบไปด้วยผู้ร่วมภารกิจหลายคน ทว่าหนึ่งในนั้นก็มีชาวกะเหรี่ยงลึกลับมาขอสมัครเข้ามาเป็นคนรับใช้ของมรว.ดารินด้วย
การผจญภัยในป่าดงดิบที่แฝงไปด้วยอันตรายก็ได้เริ่มต้นขึ้น มีทั้งมาจากความอันตรายของสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งอาถรรพ์ภูตผีปีศาจต่าง ๆ ทำให้การตามหาคนกลายเป็นการค้นพบเรื่องราวของอาณาจักรโบราณแห่งหนึ่ง อันเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยภาคต่ออันแสนสนุกของเรื่องนี้
4.หัวขโมยแห่งบารามอส
Credit : Twitter
หากผู้ถึงนิยายแฟนตาซีวัยใสที่มีจำนวนการรีปริ้นท์หลายต่อหลายครั้ง ก็ต้องเรื่อง หัวขโมยแห่งบารามอส นี่แหละ นับว่าเป็นนิยายแฟนตาซีอมตะที่เรียกได้ว่าเปิดโลกนิยายแฟนตาซีให้วัยรุ่นวัยใสในช่วงนั้น จนเป็นกระแสนิยายแฟนตาซีแนวโรงเรียนและความรักออกมาจำหน่ายกันให้เห็นเป็นเรื่องปกติเลยทีเดียว
เรื่องย่อ : เฟริน หัวขโมยแห่งประเทศบารามอส ทายาทหัวขโมยอันโด่งดัง โดนพ่อของตนเองให้ไปทำภารกิจลักพาตัว เจ้าชาย หรือ เจ้าหญิงของประเทศใดสักพระองค์หนึ่งมา เพื่อเรียกค่าไถ่ เฟรินจึงรับปากจะทำภารกิจนี้เพื่อความสบายในภายภาคหน้าของตน จึงได้ตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนพระราชาเอเดนเบิร์ก ที่เต็มไปด้วยบรรดาองค์ชายองค์หญิงผู้เลื่องชื่อ
แม้เส้นทางการสอบเข้าจะไม่ได้ลำบากสำหรับเฟรินเสียเท่าไร แต่เพื่อนร่วมหอที่คนหนึ่งเป็นนักฆ่านามว่า คิล และอีกคนที่เป็นถึงเจ้าชาย อย่าง คาโล ทำให้ชีวิตและภารกิจของเฟรินต้องดำเนินไปอย่างชวนหัว ทว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปริศนาของชาติกำเนิดของเฟรินเท่านั้นเอง
5.บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน
Credit : Samsenbook
นิยายแปลจีนแนวขุดสุสานที่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็อ่านได้ เพราะเป็นเนื้อหานิยายที่อ่านง่าย ใช้คำศัพท์และภาษาวัยรุ่นอยู่พอสมควร แต่เนื้อเรื่องนั้นชวนหลอนลุ้นระทึกน่าติดตามจนวางไม่ลงทั้ง 11 เล่มเลยล่ะค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นตัวฉบับนิยายเองก็ถูกดัดแปลงเป็นซีรี่ย์หลายครั้งหลายครานับไม่ถ้วน รวมถึงเคยเป็นภาพยนตร์ที่ได้คนดังอย่าง ‘ลู่หาน’ มานำแสดงด้วยค่ะ
เรื่องย่อ : อู๋เสีย นายน้อยตระกูลอู๋ที่บรรพบุรุษต่างเชียวชาญในเรื่องการขุดสุสาน ผู้ดำเนินกิจการเป็นเถ้าแก่ของร้านรับซื้อวัตถุโบราณ วันหนึ่งเขาได้รับแผนที่โบราณมาโดยบังเอิญ อู๋เสียได้เรียกให้อาสามของเขามาช่วยดูแผนที่ก่อนจะพบว่าเป็นแผนที่ของสุสานที่เต็มไปด้วยสมบัติ อาสามของเขาได้ตัดสินใจจะเดินทางไปยกเค้าสมบัติเหล่านั้น อู๋เสียจึงขอติดตามไปด้วยแม้จะโดนทัดทานเพียงใด
อาสามได้รวบรวมคนมาจำนวนหนึ่งในการขุดสุสานครั้งนี้ ที่นั่นเองเขาได้พบกับ เสี่ยวเกอ หรือ เมินโหยวผิงที่อู๋เสียแอบตั้งชื่อให้ในใจ ชายผู้มากด้วยปริศนาที่มีความเชี่ยวชาญและเก่งกาจในการขุดสุสานเป็นอย่างมาก อันตรายที่รอคนทั้งหมดอยู่ภายใต้พื้นดินนั้น แค่เริ่มต้นก็ชวนขนหัวลุกเสียแล้ว อู๋เสียและคณะจะสามารถกลับไปได้อย่างครบ 32 หรือไม่ ต้องมาเอาใจช่วยกัน
สายอ่านนิยายต้องห้ามพลาดนิยาย 5 เรื่องข้างต้น เพราะจัดว่าเป็นนิยายในตำนานที่เด็กเจนวายหลายคนต้องเคยเห็นผ่านหน้าผ่านตากันมาบ้างแล้ว บางเรื่องอาจหาผลิตไม่ได้แล้ว
Kaidee ได้รวบรวมหนังสือมือสองไว้อย่างมากมายแล้ว! รอให้เหล่าเด็กเจนวายและเด็กเจนใหม่ ๆ ที่อยากอ่านนิยายสักเรื่องมาค้นพบนิยายแห่งตำนานที่ยังคงเป็นตำนานต่อไปเพราะความสนุกและสีสันภายในเนื้อเรื่องที่แม้จะเก่าแต่ก็ยังความคลาสสิคไว้อย่างเต็มเปี่ยม