5 ลำโพงเสียงดี ดีไซน์คูล ตั้งไว้ประดับบ้าน

5 ลำโพงเสียงดี ดีไซน์คูล ตั้งไว้ประดับบ้าน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลังเหตุการณ์โควิด-19 คนอยู่บ้านมากขึ้น มีกิจกรรมภายในบ้านของตัวเองมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นเลยคือ “การแต่งห้องนอน” ของตัวเอง และในตอนที่ทุกคนจัดห้องอยู่นั้นคงจะต้องมีกันบ้างที่จะฟังเพลงไปด้วย เพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป วันนี้เราจะพามาดูกันกับลำโพงเสียงดีแถมดีไซน์เก๋ๆเหมาะกับการวางตั้งไว้ตกแต่งบ้าน

1. Harman/Kardon HK Aura Studio 3

Credit : Munkonggadget

เชื่อได้เลยว่าเป็นลำโพงที่มีดีไซน์สวยติดอันดับในใจใครหลายๆคน ด้วยรูปทรงโดมสีใสพร้อมกับไฟ Ambient Light ที่มีความเรียบหรู เข้าได้ง่ายกับทุกๆห้อง เพียงเอาไปตั้งไว้ก็เปลี่ยนห้องที่ธรรมดาให้ไม่ธรรมดาขึ้นมาได้ ซึ่งความพิเศษของรุ่นนี้เลยคือการกระจายของเสียงที่มีความกว้างได้ 360 องศารอบห้องและให้เสียงเบสที่นุ่มละมุน โดยการยิงเบสลงข้างล่างแทน จากที่รุ่นก่อนๆมีการยิงเบสขึ้นด้านบน

การใช้งานเบื้องต้น

ด้วยความที่ Harman/Kardon นั้นไม่มีแบตเตอรี่ในตัวจึงต้องเสียบปลั๊กเพื่อใช้งาน โดยการเชื่อมต่อเพื่อฟังเพลงของ Harman/Kardon นั้นทำได้อยู่สองวิธีคือ ผ่านระบบ Bluetooth 4.2 และการเสียบสาย AUX ขนาด 3.5 mm. ที่สามารถควบคุมผ่าน Smart Phone และ ปุ่มกดข้างลำโพงที่ใช้งานได้ง่าย

ราคาของ Harman/Kardon อยู่ที่ : 11,900 บาท

2. JBL Pulse 4

Credit : Munkonggadget

เป็นหนึ่งในลำโพงพกพาที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมาก ที่นอกจากแค่พกพาแล้วยังสามารถนำมาวางไว้ในห้องเก๋ๆก็ได้ ด้วยลูกเล่นที่โดดเด่นอย่าง JBL Lightshow เป็นไฟ RGB LED ที่ติดตั้งไว้รอบลำโพง ที่สามารถเปลี่ยนตาจังหวะของดนตรีและเพลงที่เปิดได้อีกด้วย นอกจากความสวยงามของลำโพงแล้ว ยังให้เสียงเบสที่ดุดัน แน่น เสียงร้องมีความใสลื่นหูเป็นอย่างมาก จึงทำให้ JBL Pules 4 นั้นน่าจับตามอง

การใช้งานเบื้องต้น

JBL Pulse 4 นั้นมีแบตเตอรี่ในตัวที่สามาราชาร์จเอาไว้ด้วยสาย USB Type C และอยู่ได้นานถึง 12 ชั่วโมง โดยเชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth 4.2 ได้อย่างดียวเท่านั้น ซึ่งอีกนึ่งความน่าสนใจคือลำโพงตัวนี้สามารถกันน้ำได้ระดับ IPX7 แต่เป็นการกันน้ำที่กระเด็นและอุบัติเหตุทางน้ำได้เล็กน้อยเท่านั้น

ราคาของ JBL Pulse 4 อยู่ที่ : 8,990 บาท

3. Marshall Action II

Credit : Munkonggadget

ใครที่เล่นดนตรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วต้องคุ้นเคยกับยี่ห้อ Marshall อย่างแน่นอน แบรนด์ยอดฮิตสำหรับมือกีต้าร์ที่ให้เสียงที่ตรงและดี โดยที่รุ่นนี้คงไว้ให้กับรูปทรงคลาสสิคของ Marshall คงเอาไว้ทุกๆอย่าง ด้วยดีไซน์แบบเรียบง่ายมินิมอล ทำให้เวลาไปตั้งไว้ในห้อง จะช่วยส่งเสริมให้ห้องมีบรรยากาศที่ดีและลงตัวมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ดีที่สุดเลยของลำโพงตัวนี้คือการปรับแต่ง Equalizer (ค่าความถี่ของคลื่นเสียง) ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ฟังผ่านแอปฯ Marshall Bluetooth ได้อีกด้วย

การใช้งานเบื้องต้น

Marshall Action II นั้นสามารถเชื่อมต่อได้ง่ายๆ ด้วย Bluetooth 5.0 ที่สามารถอยู่ห่างได้ถึง 10 เมตร และอีกวิธีเลยคือผ่านการต่อสาย AUX ขนาด 3.5 mm. ซึ่งความดีงามของรุ่นนี้เลยคือหากเชื่อมต่อกับมือถือระบบ iOS การปรับเสียงของลำโพงจะเชื่อมต่อกับการปรับเสียงของมือถือทันที และยังสามารถเชื่อมต่อมือถือได้พร้อมกัน 2 อุปกรณ์ (ใช้ได้ทีละอุปกรณ์เท่านั้น) รวมไปถึงหากมีลำโพง Marshall Action II อยู่แล้วอีกตัว ยังทำให้ลำโพงทั้งสองจับคู่กันและเปิดเพลงไปพร้อมๆกันได้อีกด้วย

ราคาของ Marshall Action II อยู่ที่ : 11,990 บาท

4. Bose Home Speaker 300

Credit : Munkonggadget

ลำโพงตั้งโต๊ะขนาดเล็กที่คุณภาพไม่ได้เล็กตามตัว ด้วยความเล็กจึงทำให้วางไว้มุมไหนของห้องก็ดูไม่เกะกะ อีกทั้งยังสามารถกระจายเสียงได้ทั่วห้องแบบ 360 องศาอีกด้วย ส่วนเรื่องของเสียงคงไม่ต้องพูดถึงกันมาก ด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bose ที่จะให้เสียงที่นุ่มไม่บาดหู และส่งให้เสียงของนักร้องนั้นดูหวานขึ้น เหมาะมากกับการเปิดเพลงสบายๆ สไตล์ Bossanova อ่านหนังสือชิลๆไปด้วยอย่างมาก

การใช้งานเบื้องต้น

ด้วยความที่เป็นรุ่น Home ทำให้รุ่นนี้นั้นไม่มีแบตเตอรี่ในตัวต้องเสียบปลั๊กเพื่อที่จะสามารถใช้งานได้ โดยลำโพงตัวนี้สามารถเชื่อต่อได้หลากหลายวิธีเอามากๆ ทั้งระบบ Bluetooth และเชื่อมต่อผ่าน WiFi รวมไปถึงยังเชื่อมต่อด้วยสาย AUX ขนาด 3.5 mm. ได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟังก์ชันโดดเด่นเลยคือการใช้งานร่วมกับแอปฯ Bose Music App ที่จะตั้ง Preset Playlist ได้ตามใน spotify ของเราได้อีกด้วย

ราคาของ Bose Home Speaker 300 อยู่ที่ : 10,900 บาท

5. Beats Pill+

Credit : Beats

หลังจากที่ Beats ย้ายไปอยู่ภายใต้การดูแลของทางฝั่ง Apple แล้วก็ได้ออกลำโพงอย่าง Beats Pill+ ที่น้ำหนักเบาและมีขนาดที่เล็กที่เหมาะทั้งตั้งไว้บนโต๊ะและพกพาออกไปข้างนอกได้ และด้วยเสียงที่เน้นเบสตามฉบับของ Beats ที่เรียกได้ว่าเป็นลำโพงที่ดีเป็นอันดับต้นๆหากเทียบกันกับแบรนด์อื่นๆในขนาดเดียวกัน ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่เรียบง่าย ดูสะอาดตา ชวนให้ Beats Pill+ มีเสน่ห์ชวนหลงไหล

การใช้งานเบื้องต้น

Beats Pill+ นั้นเชื่อมต่อได้ง่ายๆด้วยระบบ Bluetooth และต่อผ่านสาย AUX ขนาด 3.5 mm. แล้วด้วยความที่ Beats ถูกย้ายไปยัง Apple ทำให้มีสิทธิ์พิเศษเล็กน้อยสำหรับคนที่ใช้บริการ Apple Music จะสามารถสตรีมมิ่งที่มี Bitrate อยู่ที่ 256kbps จึงทำให้มีคุณภาพของเสียงที่กว่าการฟังเพลงผ่านระบบอื่นๆอีกด้วย

ราคาของ Beats Pill+ อยู่ที่ : 8,900 บาท

สวยจริงอะไรจริง งามล้น งามปะล้ำปะเหลือจริงๆ กับ 5 ลำโพงเสียงดีที่เหมาะเป็นอย่างมากกับการเอาไปตั้งสวยๆไว้กลางห้อง แถมได้ฟังเพลงเพราะๆเปิดคลอเบาๆในวันสบายๆ ใครกำลังมองหาลำโพงดีๆสักตัว ลองเข้ามาดูที่ Kaidee สิ มีลำโพงหลากหลายแบบมากมายให้เลือก และเข้ากับทุกสไตล์ของบ้านอย่างแน่นอน

มือใหม่หัดเติม เติมลมยางอย่างไรให้เหมาะกับรถ

มือใหม่หัดเติม เติมลมยางอย่างไรให้เหมาะกับรถ

เพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย การตรวจเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่มือใหม่ทั้งหลายควรศึกษา เพราะความอ่อนแข็งของลมยาง ล้วนมีผลต่อการขับขี่ แต่ปัญหาของมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจ นั่นก็คือไม่รู้ว่ารถของเราควรเติมลมยางเท่าไหร่ และเติมยังไงให้ถูกต้อง

ข้อควรรู้ก่อนเติมลมยาง

  • รู้ว่ารถของเราเป็นรถขนาดเท่าไหร่ หลักในการจำความดันลมยางง่ายๆ คือ รถยนต์ขนาดเล็ก ควรเติมแรงดันของลมยางประมาณ 25 -30 ปอนด์ รถยนต์ขนาดกลางถึงใหญ่ ควรเติมแรงดันลมยาง ประมาณ 30 -35 ปอนด์ และสำหรับรถกระบะ ควรเติมแรงดันลมยางไม่เกิน 65 ปอนด์ แต่ถ้าหากรถต้องบรรทุกของหนักอยู่บ่อยๆ แนะนำให้เติมเกินไป 2-3 ปอนด์
  • ต้องเติมลงยางทั้ง 4 ล้อให้เท่ากัน เพื่อป้องกันการสึกหรอของยาง
  • เติมลมยางตอนที่ยางยังเย็นอยู่ เนื่องจากค่าของลมยางยังมีความแน่นอน เพราะถ้าหากเติมในขณะที่ยางมีอุณหภูมิสูงจะทำให้มวลภายในลมยางขยายตัว เมื่อเติมจะได้ค่าไม่แน่นอน
  • เติมลมยางให้พอดี ถ้าให้ชัวร์ควรดูลักษณะการขับขี่ของคุณประกอบกัน เช่น ถ้าคุณขับรถเร็ว ควรเติมให้แข็งกว่าปกติเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นคนขับรถแบบสบายๆ ไม่เร็วมากให้เติมลมยางอ่อนๆ ไม่เกิน 32 ปอนด์กำลังดี
  • หมั่นเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอ โดยภายใน 1 เดือน ควรเช็คประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ลมยางของเราอ่อนจนเกินไป

วิธีเติมลมยางด้วยตนเอง

  1. รู้จักปริมาณลมยางของรถตัวเอง และต้องรู้ว่าล้อรถสามารถรับค่าลมยางได้มากสุดเท่าไหร่ โดยดูที่แก้มยาง หรือดูจากคู่มือรถของเรา เพื่อป้องกันไม่ให้ล้อรถระเบิด
  2. มองหาจุดเติมลม ส่วนใหญ่จะเป็นปั๊มน้ำมัน
  3. ตั้งค่าแรงดันที่เราต้องการเติม ยกตัวอย่างเช่น รถเราเป็นรถขนาดกลาง สามารถเติมได้ 30-35 ปอนด์ ก็กดตั้งค่าที่ปุ่ม – + ตามต้องการ
  4. ลากสายเติมลมไปที่ล้อรถ และเสียบหัวเติมลมให้เข้ากับจุกเติมลมที่ยางให้พอดี 
  5. ทำแบบนี้ให้ครบทั้ง 4 ล้อ โดยส่วนมากถ้าเติมล้อนั้นๆเสร็จแล้ว ตัวเครื่องจะมีเสียงดัง ‘ปี๊ปๆ’ เพื่อเตือนให้เอาหัวเติมออก
  6. เก็บสายเติมลมยางเข้าที่ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

** ถ้าในกรณีที่ยางไม่มีลมอยู่เลย ก่อนเติมให้กดที่ปุ่ม ‘สำหรับยางแบนเท่านั้น’ เพื่อให้ล้อรถของเราแรงดันก่อน จากนั้นเติมได้ปกติเลย

รถของใคร ใครก็รัก แต่ถ้าจะให้ดีต้องเรียนรู้เรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างการเติมลม ประกอบการขับขี่ด้วย เพื่อให้รถคันโปรดอยู่กับคุณไปนานๆ เตรียมบอกลาคำว่ามือใหม่หัดขับ เป็นนักขับมืออาชีพได้เลย

หากคุณกำลังมองหารถสักคน สามารถเลือกซื้อรถมือสองคุณภาพดี ราคาไม่แรงได้ที่ Kaidee Auto จะรถรุ่นไหน ต้องการออปชันอะไร ที่นี่มีครบ

5 ของเล่นสะสมในวัยเด็ก ที่ใครเห็นเป็นต้องรู้จัก

5 ของเล่นสะสมในวัยเด็ก ที่ใครเห็นเป็นต้องรู้จัก

หนุ่มๆสาวๆยุค 90 และยุค 2000 ทั้งหลายที่ผ่านวัยเด็กมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ต้องเคยผ่านของเล่นสมัยก่อนที่ตัวเองอยากได้มากๆ แต่ด้วยความเป็นเด็กน้อยเลยยังไม่มีเงินพอที่จะซื้อของเล่นเหล่านี้ วันนี้เราจะพาคุณย้อนวัย ให้หวนคิดถึงของเล่นในความทรงจำกันว่า “เห้ย!! เราเคยอยากได้ของเล่นชิ้นนี้” จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย!!

1. กันพลา

Cradit : VCA Thailand

กันพลา(Gunpla) หรือที่รู้จักกันก็คือหุ่นโมเดลที่มาจากเรื่องกันดั๊ม ที่ผลิตออกมาเป็นชิ้นส่วนต่างๆให้คนที่ซื้อนั้นมาต่อกันเอาเอง ซึ่งเสน่ห์ของมันก็อยู่ที่ตรงนี้นี่แหละ มันเป็นความสนุกและความสุขสูงสุดของคนที่หลงรักในของเล่นชิ้นนี้ นอกจากที่เราจะได้ความภาคภูมิใจในความสำเร็จเมื่อประกอบเสร็จแล้ว เรายังปลื้มความสวยงามในการจัดท่าทางการวางตามที่เราต้องการได้อีกด้วย เชื่อได้เลยว่าต้องเป็นของสะสมในวัยเด็กของใครหลายๆคน ที่พอโตขึ้นมาแล้วจะต้องซื้อมาเข้าบ้านอย่างแน่นอน (ถึงแม้ว่าจะต้องทะเลาะกับคุณภรรยาที่บ้านก็ตาม)

2. เบย์เบลด

Credit : BeyBlade

เป็นมิติใหม่ของการ์ตูนในยุคนั้นเอามากๆ ที่สามารถนำลูกข่างธรรมดาที่ไม่ธรรมดามาต่อสู้กันได้ เบย์เบลดจึงได้กลายมาเป็นของเล่นที่ฮิตมากๆในวัยเด็ก ที่ไม่ว่าคุณจะไปห้างสรรพสินค้าหรือกระทั่งที่โรงเรียน จะต้องมีเด็กๆมารวมตัวกันเล่นเบย์เบลดในช่วงพักเที่ยง โดยมีคำพูดติดปากอย่าง “Go Shoot!!” ที่จะพูดก่อนที่จะเริ่มเล่น เป็นอีกหนึ่งความคลาสสิคที่ชวนให้คิดถึงสุดๆ

3. รถ Tamiya

Credit : Tamiya Official

“ไปเลยแม็กนั่ม!!” ประโยคกระชากใจที่แม้แต่คนที่ไม่ได้ดูการ์ตูนยังรู้จัก กับรถTamiya ที่กลายมาเป็นของเล่นและมีการแข่งขันกันอย่างจริงจัง ที่คุณจะสนุกกับการประกอบรถของตัวเองแล้ว คุณยังสนุกได้กับการโมดิฟายรถ ให้มีความเร็วที่สูงและเหมาะสมกับรางในการเล่น เพื่อไม่ให้หลุดออกไปจากลางรถแข่ง นอกจากจะเป็นของสะสมที่ดีมีความสวยงามแล้ว ยังได้รู้จักการลองผิดลองถูกในการเล่นแต่ละครั้งด้วย

4. บาร์บี้

Credit : Barbie

มากันที่ของเล่นของผู้หญิงกันบ้าง ที่ผู้หญิงในตอนเด็กๆทุกคนจะต้องมีติดตัวพกไปกันทุกที่กันอย่างแน่นอน บาร์บี้ เป็นอีกหนึ่งความสนุกที่เราจะได้เปลี่ยนชุดต่างๆนาๆ เรียกได้ว่า ปลุกความเป็นแฟชั่นนิสต้าในตัวของแต่ละคนออกมาเลยก็ว่าได้ ด้วยความหลากหลายในคาแรกเตอร์ที่แต่ละตัวมีไม่เหมือยนกัน ไม่ว่าเป็นหน้าตา ทรงผม รูปร่างของตัวตุ๊กตาทำให้บาร์บี้นั้นมีความน่าสะสมเก็บไว้ตกแต่งบ้านได้อีกด้วย

5. บ้านแฮมทาโร่

“แฮมทาโร่” เจ้าหนูแฮมสเตอร์สีส้มและเพื่อนๆที่มีความน่ารัก ดูขี้เล่นและเป็นมิตรกับเด็กๆ ซึ่งพอทางการ์ตูนได้ทำของเล่นอย่างบ้านแฮมทาโร่ออกมา ทำให้เป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมที่รักในการตกแต่งบ้าน เพราะเมื่อนำบ้านแฮมทาโร่มาเรียงกันเยอะๆ มันทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเราได้เข้าไปอยู่ในโลกของเจ้าหนูแฮมทาโร่นั้นด้วย

พออ่านบทความนี้จบแล้ว ย้อนคิดถึงวัยเด็กกันเลยไหมล่ะ??!! เชื่อว่าหลายๆคนต้องอยากได้อะไรสักอย่างในนี้อยู่แน่นอน เหล่านักสะสมของเล่นทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ในวงการ หากต้องการหาของเล่นของสะสมที่ต้องการอยู่ Kaidee ของเรานั้นมีสิ่งที่คุณกำลังมองหา

3 ขนมอบ สไตล์เด็กหอ ที่ไม่ต้องง้อคาเฟ่

3 ขนมอบ สไตล์เด็กหอ ที่ไม่ต้องง้อคาเฟ่

ทุกคนน่าจะเคยเป็นกันบ้าง หิวตอนดึกๆ หรือว่าอยากไปหาขนมกินที่คาเฟ่สักที่ แต่ว่าขี้เกียจที่จะออกจากบ้านบ้างก็ดี ร้านปิดบ้างก็ดี ดังนั้นวันนี้จึงมาเสนอเมนูง่ายๆ ที่แม้แต่เด็กหอยังทำได้ ใครๆก็ทำได้ ง่ายๆแถมใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ งั้นเราไปดูกันเลย!!

1. เค้กบราวนี่

เริ่มจากเมนูสุดคลาสสิคอย่างบราวนี่ก่อนเลย เมนูง่ายๆที่ใครต่างนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ เวลาอยากกินของหวานอะไรสักอย่างแล้วล่ะก็ ก็ต้องเป็นบราวนี่นี่แหละ ด้วยความเข้มของช็อคโกแลตรวมกับเนื้อสัมผัสนุ่มๆของเนื้อเค้ก มันลงตัวสุดๆ โดยอุปกรณ์ที่เตรียมและวิธีการทำ มีดังนี้เลย!!

วัตถุดิบ

  • แป้งอเนกประสงค์ 100 กรัม
  • ผงฟู ¼ ช้อนชา
  • ดาร์กช็อคโกแลต 100 กรัม
  • ไข่ไก่ เบอร์ 1 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 180 กรัม
  • เนยเค็ม 85 กรัม
  • ผงโกโก้ 30 กรัม
  • กลิ่นวนิลา 2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  1. ก่อนที่จะเริ่มทำขนมนั้นเราควรต้องวอร์มเตาเพื่อให้เวลาอบนั้นอุณหภูมินั้นคงที่ โดยตั้งที่ 180 องศาเซลเซียส
  2. ต่อมานำดาร์กช็อคโกแลตและเนยเค็มมาละลาย ด้วยวิธี Double Boiler (การต้มน้ำให้ร้อนและนำหม้ออีกหม้อมาวางไว้ข้างบนสำหรับใส่ของที่จะทำละลาย)
  3. ช่วงที่กำลังละลายเนยและช็อคโกแลต ให้ค่อยๆเติมผงโกโก้ไปจนหมด แล้วพักเอาไว้ให้แค่พออุ่น
  4. นำแป้งและผงฟู มาคนให้เข้ากัน
  5. จากนั้นตีไข่ไก่พร้อมๆกับน้ำตาลทราย ตีไปเรื่อยๆจนสีจางลง
  6. นำทุกอย่างที่ได้มารวมกัน และผสมจนเข้ากันและแป้งไม่เป็นเม็ด
  7. เทใส่ลงแม่พิมพ์ และอบในเตาอบด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 20 นาที
  8. เสร็จเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟแล้ว

2. ชีสเค้กหน้าไหม้

เมนูฮิตที่กำลังมาแรงในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ มองผิวเผินอาจจะดูเหมือนว่า “เห้ย!! เมนูนี้มายากเกินไปหรือเปล่า ไหนบอกว่าเมนูง่ายๆสไตล์เด็กหอไง!!” เหมือนจะดูทำยาก แต่จริงๆแล้วเมนูนี้ง่ายกว่าที่คิดเอามากๆ ไปดูกันว่าทำยังไงบ้าง

วัตถุดิบ

  • ครีมชีส 400 กรัม
  • นมข้นหวาน 120 กรัม
  • Heavy Cream 150 มิลลิลิตร
  • แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ เบอร์ 1 2 ฟอง
  • น้ำมะนาว ครึ่งลูก
  • กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  1. ก่อนที่จะเริ่มทำขนมนั้น เราควรต้องวอร์มเตาเพื่อให้เวลาอบนั้นอุณหภูมิคงที่ โดยตั้งที่ 180 องศาเซลเซียส
  2. ตีครีมชีสกับนมข้นหวานให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวและเหลวขึ้น
  3. จากนั้นให้เติม Heavy Cream แล้วผสมให้เข้ากัน
  4. นำไข่ไก่ตอกลงในถ้วยครีมชีส และตีให้เข้ากัน
  5. ร่อนแป้งข้าวโพดลงถ้วยครีมชีส พร้อมๆกับน้ำมะนานและกลิ่นวินิลาลงไป ตีให้เข้ากัน
  6. เทใส่ลงแม่พิมพ์ และอบในเตาอบด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 20 นาที ลมบน-ล่าง
  7. จากนั้นอบต่อด้วยลมบนอย่างเดียว ให้หน้าไหม้เล็กน้อย
  8. นำออกมาพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณครึ่งชั่วโมง
  9. จัดจานพร้อมเสิร์ฟได้เลย

3. คุกกี้เนยสด

คุกกี้เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ทำง่าย ขั้นตอนน้อยและไม่ซับซ้อน เพียงแค่มีอุปกรณ์ให้ครบก็ทำตามกันได้สบายมาก แถมเมื่อทำเสร็จแล้วสามารถเอาไปแบ่งเพื่อนๆ หรือเอามากินเล่นๆระหว่างดูหนังก็เป็นทางเลือกที่ดี

วัตถุดิบ

  • แป้งอเนกประสงค์ 450 กรัม
  • เบคกิ้งโซดา 15 กรัม
  • เนยจืด 300 กรัม
  • น้ำตาลทราย 230 กรัม
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • ไข่ไก่ เบอร์ 1 2 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  1. นำเนยสดกับน้ำตาลมาตีให้เข้าจนสีอ่อนลง และตั้งยอด
  2. จากนั้นจึงค่อยๆใส่แป้งอเนกประสงค์ เบคกิ้งโซดา และเกลือลงไป ตีให้เข้ากัน นำไปพักไว้ในตู้เย็น ประมาณ 30 นาที
  3. จากนั้นนำแป้งที่ได้ออกจากตู้เย็นมา แล้วตักเป็นก้อนกลมๆ นำมาเทลงถาดอบ
  4. อบด้วยไฟบน-ล่าง 120 องศาเซลเซียส ประมาณ 5 นาที หรือจนกว่าสีจะเหลืองสวย
  5. พร้อมอร่อยกับเพื่อนๆและครอบครัวได้เลย

ทีนี้ทุกคนก็ได้รู้สูตรในการทำขนมอบไปแล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ!!?? บอกแล้วว่าง่ายจริงๆ เพียงแค่มีตู้อบเพียงตู้เดียวก็สามารถทำขนมได้มากมาย แต่ถ้าหากใครที่เข้ามาดูสูตรนี้แล้ว รู้สึกว่าเอ๊ะ!! ยังไม่มีตู้อบเลยนี่นา ลองเข้ามาดูได้ที่ Kaidee มีตู้อบคุณภาพดีให้เลือกมากมาย

วิธีเลือกขนมหมาช่วยดูแลฟัน เลือกอย่างไรถึงจะดี ที่นี่มีคำตอบ

วิธีเลือกขนมหมาช่วยดูแลฟัน เลือกอย่างไรถึงจะดี ที่นี่มีคำตอบ

เมื่อเป็นน้องหมาที่เรารักแล้ว ไม่ว่าเรื่องไหนก็ต้องใส่ใจเป็นพิเศษโดยเฉพาะอาหารการกิน นอกจากน้องหมาของเราจะควรได้กินอาหารที่ดีและเหมาะสมกับน้องแล้ว ขนมขบเคี้ยวของว่างเอง ก็เป็นอีกสิ่งที่เหล่าบรรดาทาสน้องหมานิยมซื้อมาเอาใจน้อง

แม้จะขึ้นชื่อว่าขนม แต่ถ้าเลือกให้ดีก็มีประโยชน์ไม่เบา ขนมขบเคี้ยวบางประเภทของน้องหมามาพร้อมสรรพคุณช่วยดูแลฟัน วันนี้เราขออาสาพาไปสอดส่องและเรียนรู้วิธีเลือกขนมหมาช่วยดูแลฝันให้กับเจ้าตูบแสนรัก ไปดูกันเลยค่ะ 

สุขภาพฟันของน้องหมานั้นสำคัญไฉน

ก่อนที่จะไปเลือกขนมหมาช่วยดูแลฟัน มาดูกันก่อนดีกว่าว่าสุขภาพฟันของเจ้าน้องหมาแสนรักของเรานั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน 

หลายคนอาจมองข้ามสุขอนามัยฟันของน้องเพราะคิดว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็น เนื่องจากสัตว์ไม่ได้มีพฤติกรรมที่ต้องแปรงฟันหรือพบทันตแพทย์เหมือนคนอยู่แล้ว 

แต่จริง ๆ แล้วการดูแลรักษาสุขภาพฟันของน้องก็สำคัญไม่ต่างจากที่เราต้องดูแลสุขภาพฟันตัวเองเลย เพราะน้องหมาสุดที่รักของเราก็เจอกับปัญหาสุขภาพฟันได้

ปัญหาสุขภาพฟันที่มักพบบ่อย เช่น คราบพลัคซึ่งเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียและเศษอาหาร จนกลายเป็นหินปูนที่อาจจะนำไปสู่อาการเหงือกอักเสบและติดเชื้อในภายหลัง และเกิดอาการอื่น ๆ ตามมาดังนี้

  • ฟันผุ
  • กลิ่นปาก
  • น้ำลายไหล
  • เบื่ออาหาร
  • เลือดออกในช่องปาก

ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องหมั่นดูแลใส่ใจสุขภาพฟันของน้องหมาให้ดี การดูแลสุขภาพในช่องปากทำได้ไม่ยากเลย นั่นก็คือการหมั่นแปรงฟันให้น้อง หาของเล่นที่ช่วยขัดฟัน และใช้ขนมหมาขัดฟัน

ขนมหมาขัดฟันดีต่อน้องอย่างไร

ในบรรดาขนมหมาหลากหลายรูปแบบ ขนมขัดฟันเป็นขนมหมาที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ เนื่องจากทำมาเพื่อบำรุงช่องปากและฟัน ขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่และลดแบคทีเรีย 

บางยี่ห้อจะมีส่วนผสมพิเศษเพิ่มเข้าไป อาทิ Sodium Tripoly และ Zinc Sulphate ที่ช่วยลดการเกิดหินปูนในช่องปากน้องหมา แถมยังช่วยระงับกลิ่นปากด้วย ถ้าอยากเจาะลึกรายละเอียดว่าเจ้าขนมขัดฟันนั้นดีต่อน้องหมาของเราอย่างไรบ้าง ตามไปอ่านพร้อมกันเลยค่ะ

ป้องกันฟันผุ

ฟันผุถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับน้องหมา ถ้าโครงสร้างภายในฟันติดเชื้อและเสียหายจากการสะสมเชื้อแบคทีเรียอาจจะทำให้ฟันผุหลุดร่วงออกมาก่อนวัยอันควรได้ 

ขนมหมาขัดฟันสามารถช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกกับเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันและช่วยป้องกันอาการฟันผุได้ 

ลดกลิ่นปากไม่พึงประสงค์

น้องหมากินอาหารทุกวัน ถ้าไม่ได้ทำความสะอาดฟันและช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ก็ย่อมเกิดปัญหากลิ่นปากได้เป็นธรรมดา เราสามารถลดปัญหากลิ่นปากของน้องได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้ขนมหมาขัดฟัน ทำความสะอาดเศษอาหารที่เข้าไปติดตามซอกฟันและเหงือก

ป้องกันอาการอักเสบในช่องปาก

หากไม่รักษาสุขภาพช่องปากและฟันจนเกิดโรคในช่องปาก น้องหมาอาจจะต้องเผชิญกับอาการปวดฟัน ปวดเหงือก เลือดออกตามไรฟันและเหงือกจนกินอะไรไม่อร่อย ใช้ชีวิตไม่แฮปปี้ ดังนั้นจึงควรกันไว้ดีกว่าแก้ด้วยการรักษาสุขภาพช่องปากและฟันน้องให้สะอาดอยู่เสมอ

ลดอัตราเสี่ยงเกิดโรคในช่องปากที่ร้ายแรง

อย่างที่เคยเกริ่นไปแล้วว่าคราบพลัคและหินปูนที่เกาะอยู่ตามฟันอาจนำไปสู่โรคทางช่องปากที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคปริทันต์หรือโรคช่องปาก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดกับอวัยวะปริทันต์ ประกอบด้วยเหงือก รากฟัน เอ็นยึดปริทันต์ และกระดูกเบ้าฟันที่มีหน้าที่ยึดฟันเอาไว้ 

ระยะอาการโรคนี้จะเริ่มจากอาการเหงือกอักเสบ ในระยะนี้จะไม่ถึงขั้นอวัยวะปริทันต์ถูกทำลาย แต่ถ้าเข้าสู่ระยะที่หนักขึ้นจะเป็นระยะปริทันต์อักเสบ อวัยวะปริทันต์จะอักเสบถึงขั้นสูญเสียฟัน น้องหมาที่เป็นโรคปริทันต์ขั้นรุนแรงอาจกระดูกเบ้าฟันสลาย กระดูกขากรรไกรล่างหักเลยก็เป็นได้

เห็นได้เลยว่าโรคนี้น่ากลัวมาก เพราะงั้นการรักษาสุขภาพฟันของน้องถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้โรคลุกลามใหญ่โต

ป้องกันการลุกลามทำลายอวัยวะอื่น

นอกจากเชื้อแบคทีเรียในคาบพลัคจะทำให้เกิดโรคในช่องปากแล้ว ยังสามารถทำลายอวัยวะอื่น ๆ ได้ อาทิ ปอด ตับ ไต และหัวใจ รวมทั้งแพร่กระจายผ่านเส้นเลือดจนเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้อีกด้วย

เราจึงควรป้องกันไว้ดีกว่าแก้ด้วยการให้ขนมขัดฟันดูแลสุขภาพปากน้อง เพื่อให้น้องสุขภาพแข็งแรง อยู่กับเราได้นาน ๆ 

เลือกขนมหมาช่วยดูแลฟันแบบไหนดีนะ

ขนมหมาขัดฟันทุกวันนี้มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งรูปลักษณ์ เนื้อสัมผัส ส่วนประกอบ และรสชาติ สำหรับมือใหม่หัดเลือก ถือว่าคุณมาถูกที่แล้ว เพราะเรารวบรวมทริคเด็ดเคล็ดลับดี ในการเลือกขนมหมาช่วยดูแลฟันมาไว้ที่นี่ที่เดียวแล้วค่ะ 

เลือกขนมจากวัตถุดิบไขมันต่ำ

ถ้าไม่อยากเห็นน้องหมากลายร่างเป็นน้องหมูก่อนฟันสะอาด แนะนำให้เลือกขนมขัดฟันที่ผลิตจากวัตถุดิบไขมันต่ำ เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา เป็นต้น แต่ทั้งนี้ต้องเลือกวัตถุดิบที่น้องหมาไม่แพ้ด้วย

เลือกขนาดให้เหมาะกับพันธุ์และวัยของเจ้าตูบ

เราควรเลือกขนมขัดฟันที่มีขนาดพอดีกับช่องปากของน้อง ถ้าขนาดใหญ่เกินไปอาจจะทำร้ายเหงือกของน้องแทนได้ 

เนื้อสัมผัสเหมาะกับช่องปากน้องหมา

นอกจากขนาดขนมขัดฟันควรเหมาะสมกับพันธุ์และอายุของน้องแล้ว เนื้อสัมผัสเองก็เช่นกัน ถ้าน้องหมาของคุณยังเล็กหรือมีสุขภาพฟันไม่แข็งแรงก็ไม่ควรเลือกขนมขัดฟันที่แข็งจนเกินไป แนะนำให้เป็นประเภทอบนิ่มจะเหมาะกว่า

เลือกขนมขัดฟันให้เหมาะกับพฤติกรรมของน้อง

น้องหมาแต่ละตัวย่อมมีพฤติกรรมและนิสัยแตกต่างกัน ทางเราแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ขนมหมาขัดฟันที่เหมาะกับนิสัยของเจ้าหนูจะช่วยได้มาก เช่น น้องหมาบางตัวอาจจะเป็นพวกชอบกลืนไม่ชอบเคี้ยว เราก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่แข็งมาก ย่อยง่าย เพื่อลดอันตรายขนมหลุดเข้าคอ 

หรือถ้าเจ้าตูบตัวไหนเป็นพวกชอบเคี้ยวแทะแกะเกาทุกอย่าง แนะนำให้เลือกประเภทที่ค่อนข้างเนื้อแน่นและแข็งหน่อย

สรุป

สุขภาพช่องปากและฟันของเจ้าตูบเป็นเรื่องที่เจ้าของไม่ควรมองข้ามเพราะอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่างทั้งกลิ่นปาก ฟันผุ โรคในช่องปาก รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดจากแบคทีเรียในคาบพลัค 

ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของน้องหมาจึงเป็นสิ่งจำเป็น วิธีการดูแลช่องปากของน้องให้สะอาดอยู่เสมอนั้นก็ไม่ยากอย่างที่คิด หนึ่งในนั้นคือใช้ตัวช่วยอย่างขนมขัดฟันที่สามารถป้องกันฟันผุ ลดกลิ่นปาก และป้องกันการเกิดโรคในช่องปาก 

ทั้งนี้เราก็ควรเลือกขนาดและเนื้อสัมผัสของขนมขัดฟันให้เหมาะกับพันธุ์ วัย และพฤติกรรมของน้องด้วย สำหรับใครที่สนใจอยากตามหาขนมขัดฟันยี่ห้อดี ๆ มาลองให้เจ้าตูบได้เคี้ยวเล่น ที่ Kaidee มีขายนะคะ ลองแวะมาเลือกกันได้เลยค่ะ