Nov 27, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ในปัจจุบัน “รถยนต์” นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิต เนื่องด้วยระบบคมนาคมขนส่งสาธารณะนั้นยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่หรือการเดินทางไปต่างจังหวัดด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปอีก การที่มีรถยนต์เป็นของตัวเองจึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นอย่างมาก แต่การซื้อรถยนต์คันแรกนั้นยังมีอยู่หลายปัจจัยให้ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างดีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ แล้วปัจจัยเหล่านั้นจะมีอะไรบ้าง เราตามไปดูพร้อมกันเลย
1. ความจำเป็นในการใช้งาน
หลายคนคงมีรถในฝันที่เริ่มต้นจากความชอบและความหลงใหลเพราะทุกคนต่างก็มีภาพจินตนาการที่แตกต่างกันออกไป แต่ความเป็นจริงแล้วการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันแรกต้องตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองให้ได้มากที่สุด เช่น ใช้สำหรับขับไปทำงาน หรือขับไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงจำนวนของผู้ใช้งานว่าใช้รถกันกี่คน นั่งได้กี่คน ซึ่งโจทย์เหล่านี้จะนำมาสู่การตัดสินใจซื้อรถคันแรกของคุณได้เป็นอย่างดีที่สุด
2. ตั้งงบประมาณที่เหมาะสมกับตัวเอง
“งบประมาณ” นับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งสำหรับการตัดสินใจซื้อรถคันแรก ซึ่งเราต้องเช็กสถานะทางการเงินของตัวเองให้ดีก่อนว่าพร้อมจะดาวน์รถหรือไม่ รวมถึงยังต้องคำนวณเงินเดือนอีกว่าพอหรือเปล่าสำหรับใช้ในการจ่ายค่าซ่อมบำรุง ค่าดูแลรักษา โดยถ้าต้องซื้อรถด้วยเงินผ่อน เมื่อรวมเงินที่ผ่อนรถต่อเดือนแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ควรเกิน 30% ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน
3. เตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายที่ตามมา
นอกจากมีค่าผ่อนรถของแต่ละเดือนแล้ว ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถยนต์ซึ่งจะตามมาในทันที เช่น ค่าน้ำมัน, ค่าประกันภัยชั้นหนึ่ง, พรบ. และภาษีรถยนต์, ค่าเช็กระยะ และถ่ายน้ำมันเครื่อง สรุปแล้วในแต่ละเดือนจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับผ่อนรถ และค่าใช้จ่ายแฝงต่างๆ ที่จะตามมา ซึ่งจุดนี้จะต้องคำนวณเงินเดือนของคุณให้ดีๆ ก่อนตัดสินใจซื้อรถ
4. รู้จักค่าเสื่อมของรถยนต์
รถยนต์ที่เรากำลังเลือกและอยู่ในช่วงตัดสินใจที่จะซื้อมาใช้งานนั้นจะต้องอยู่เป็นเพื่อนร่วมทางนานกว่า 1 ปี อย่างแน่นอน เมื่อเกิดการใช้งานเป็นเวลานาน สภาพของรถก็จะทรุดโทรมตามการเวลา ยิ่งมีรถรุ่นใหม่เปิดตัวออกมามูลค่าของรถรุ่นเก่าก็จะตกลงเรื่อยๆ เป็นเรื่องธรรมดา สิ่งนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นซึ่งเรียกว่า “ค่าเสื่อมราคารถยนต์”
5. เลือกโปรโมชันในการซื้อรถที่ดีที่สุดด้วยตัวเอง
จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดซึ่งเราได้พาไปดูราคารถ เทียบสมรรถนะ และความต้องการในการใช้งานแล้ว อีกหนึ่งข้อที่เราอยากแนะนำคือ ให้เข้าไปคุยกับเซลล์ของแต่ละศูนย์ด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด รวมถึงยังได้รับคำแนะนำในการตัดสินใจเลือกซื้อ นอกจากนี้ศูนย์รถยนต์แต่ละที่จะมีโปรโมชันที่แตกต่างกันออกไป ทั้งลด แลก แจก แถม เงินดาวน์ เงินผ่อน ซึ่งแต่ละศูนย์จะให้ไม่เท่ากัน ดังนั้นการที่ได้เข้าไปหาข้อมูลด้วยตัวเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
หากคุณกำลังหาซื้อรถยนต์คันแรกอยู่ หรือมีความสนใจรถมือสองเป็นพิเศษ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ RodKaidee ที่มีแหล่งรวบรวมรถยนต์มือสองไว้ให้คุณเลือกมากกว่า 3 หมื่นคัน
Nov 27, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครก็อยากมีภาพสวยๆ เป็นรูปโปรไฟล์ของตัวเอง ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้คนสนุกกับการถ่ายรูปมากขึ้น ใช้แค่โหมดออโต้ก็มีรูปเก๋ๆ แบบไม่ต้องปรับอะไรให้วุ่นวาย บวกกับราคากล้องปัจจุบันที่ไม่ได้แพงเกินเอื้อมเหมือนสมัยก่อน เลยทำให้ตลาดกล้องคึกคักอยู่พอสมควร
ใครที่กำลังมองหากล้องราคาดีคุณภาพเยี่ยม แล้วยังไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน วันนี้เราคัดเลือก 5 อันดับกล้อง Fuji ยอดนิยมประจำปี 2020 มาฝากกัน รับประกันว่าเป็น 5 รุ่นสุดยอดเรือธงของฟูจิ ที่ครบครัน มีตั้งแต่กล้องใช้งานง่ายราคาสบายกระเป๋าไปจนถึงสเปคเทพราคาแรง พร้อมแล้วไปลุยกันค่ะ!
ทำไมต้องเป็น Fuji?
หากพูดถึงอุปกรณ์สร้างภาพดีๆ สักตัว เรามั่นใจว่ายังไงก็ตามต้องมีชื่อ “Fuji” ติด 1 ใน 5 กล้องรุ่นโปรดกันอยู่แล้ว ยิ่งใครที่ตั้งใจมองหากล้องมิเรอร์เลส (Mirrorless) ดีๆ สักตัว เน้นใช้งานง่ายพกพาไปไหนสะดวก และถ้าคุณคิดจะเริ่มต้นที่ Fuji สำหรับเราแล้วไม่ใช่เรื่องน่าผิดหวังแต่อย่างใด
“Fuji ทำกล้องให้คนที่ไม่ใช่ตากล้องใช้”
นั่นคือวิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหาร Fuji ซึ่งชัดเจนและคงเส้นคงวาเสมอมา เขามองว่าการที่คนจะเลือกซื้อกล้องดีๆ สักตัวนั้น ต่อให้มีคุณสมบัติสุดแสนเลิศเลอ อย่างระบบเซ็นเซอร์สุดเทพ โฟกัสสุดคม อาจไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเท่าที่ควร คนส่วนใหญ่อยากได้กล้องสักตัว ที่สุดท้ายแล้วรังสรรค์ภาพออกมาได้ตรงใจแค่นั้น
จากประสบการณ์ส่วนตัวรวมถึงคนรอบตัวเรา ต่างยอมรับว่าใช้คุณสมบัติเจ๋งๆ ของกล้องยังไม่ครบเลยด้วยซ้ำ บ่อยครั้งที่เลือกโหมดออโต้เพื่อจบการใช้งาน เน้นความไวและสะดวกเป็นหลัก แล้วค่อยไปขุดภาพหลังงานจบอีกที สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่ทีม Fuji คิดไม่ใช่เรื่องผิด ทั้งนี้เราได้รวบรวมเอาจุดเด่นกล้อง Fuji แบบคร่าวๆ มาให้เรียบร้อย
1.ใช้งานง่ายราคาไม่แพง
จุดเด่นอันดับต้นๆ ของแบรนด์ฟูจิ คือความคุ้มค่าคุ้มราคา เริ่มต้นเพียงหลักหมื่นต้นๆ ก็เป็นเจ้าของกล้องได้แบบสบายกระเป๋า แถมสเปคต่างๆ ที่ให้มาก็ไม่ขี้เหร่ ทั้งยังใช้งานง่ายไม่ต้องมีพื้นฐานใดๆ ก็กดชัตเตอร์ได้ สังเกตได้ว่ากล้องตัวแรกของหลายๆ คนมักจบลงกับฟูจิ
2.สวยครบ! จบที่กล้อง
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Fuji โดดเด่นคือกว่าแบรนด์อื่นๆ คือ “สวยครบจบที่กล้อง” ด้วยโทนภาพซึ่งเต็มอิ่มของเม็ดสีอันสวยงาม ถ่ายวิวก็เพอร์เฟค ถ่ายคนก็สวย แถมบางรุ่นยังมีลูกเล่นพิเศษ “โหมดบิวตี้” ช่วยให้ภาพสว่างใสกิ๊ก แทบจะเบลอรูขุมขน ซึ่งเป็นออปชันที่น่าจะถูกใจสาวๆ เป็นอย่างดี
3.ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ปฏิเสธไม่ได้ว่าบอดี้ของตัวกล้องเป็นปัจจัยเบอร์ต้นๆ ซึ่งทำให้คนตัดสินใจซื้อถือแล้วเท่ดูทันสมัยไฉไลกว่าใครๆ นับเป็นเหตุผลพอเข้าใจได้อยู่นะคะ ที่สำคัญทาง Fuji ทำสีมาให้เลือกเพียบ ทั้งดำ เงิน ชมพู ฯลฯ ตอบโจทย์ความต้องการทุกเพศทุกวัย ทั้งยังเซลฟี่คล่อง ทำการตลาดเน้นคนรุ่นใหม่เป็นหลัก
ประเภทกล้องของ Fuji
ศึกษารายละเอียด Fuji กันมาพอสมควร ทีนี้เรามาดูกันบ้างดีกว่าค่ะ ว่าทาง Fuji แบ่งกล้องออกเป็นกี่ประเภทบ้าง ลองพิจารณาดูว่ารุ่นไหนตรงกับความตั้งใจหรือการใช้งานเรา ไปจนถึงเรื่องงบประมาณว่ามีในมือเท่าไร
1.GFX
Fuji ให้นิยามกล้องรุ่นท็อปประเภทนี้เอาไว้ว่า เป็นระบบกล้องมิเรอร์เลสที่ให้คุณภาพสูงสุด ด้วยระบบเซ็นเซอร์แบบ CMOS ให้ความละเอียดมากกว่า 100 ล้านพิกเซล ทั้งยังรวมเอาเทคโนโลยีสุดเจ๋งของ Fuji ไว้อย่างครบครัน ราคาประเภทนี้อยู่ราวๆ 150,000 บาท (กล้องของ Fuji ไม่มี Full Frame)
2.Mirrorless
เรียกได้ว่าเป็นกล้องที่สร้างกำไรให้กับทาง Fuji อย่างมหาศาล มีตัวยอดฮิตหลายตัวอยู่ในรุ่นมิเรอร์เลส ไม่ว่าจะเป็น X-T20, X-A5, X-E3 ฯลฯ อย่างที่เรารู้ๆ กันว่า ฟูจิเป็นเบอร์ต้นๆ ของตลาดกล้องประเภทนี้อยู่แล้ว ทั้งจำนวนรุ่นอันหลากหลาย คุณสมบัติคุ้มราคาและบอดี้อันสวยงาม
3.Premium Compact
กล้องระดับพรีเมียมอันแสนสะดุดตาด้วยดีไซน์สุดเรียบหรูสไตล์ Fuji ลบภาพกล้องคอมแพคเชยๆ ที่เราคุ้นเคยไปได้เลย แถมฟังก์ชันที่ให้มาก็เพียบพร้อม ทั้งเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS 4 รวมถึงถ่ายภาพซ้อนได้ บันทึกวิดีโอ 4K ได้ บางรุ่นมีจำลองโทนสีฟิล์มของฟูจิมาให้อีกด้วย
4.XP Series
ใครที่เป็นสาย Vlog ชอบทำวีดีโอลงยูทูป ทางฟูจิเองก็มีกล้องวิดีโอไว้เป็นตัวเลือกเช่นเดียวกัน ถ่ายใต้น้ำได้ ทนความหนาวก็ดี เรียกว่าพร้อมลุยกับทุกกิจกรรมให้เรื่องราวของคุณมีชีวิตชีวาและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว
ทำไมฟูจิถึงไม่ทำกล้อง Full Frame?
เชื่อว่าแฟนๆ ของฟูจิรวมถึงคนสมาคมคนรักกล้องทั้งหลาย คงมีคำถามเหมือนกันว่า ทำไมฟูจิเองถึงไม่ยอมทำกล้องระบบ Full Frame เหมือนแบรนด์อื่นๆ สักที อย่างที่เราบอกไปตอนต้นว่า เป็นความตั้งใจของผู้บริหารฟูจิที่ต้องการเจาะตลาดกล้องมิเรอร์เลสโดยเฉพาะ เนื่องจากกล้องรุ่นนี้ตอบโจทย์และเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยได้มากกว่า
จะเห็นได้ว่ารุ่นขายดีอันดับต้นๆ ของฟูจิ คือ Fujifilm X-A5 เรียกได้ว่ายอดขายถล่มทลาย สอดคล้องกับแนวคิด “ทำกล้องให้คนที่ไม่ใช่ตากล้องใช้” ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญทางฟูจิเองยังเสริมความมั่นใจว่า ถึงจะเป็นมิเรอร์เลสก็มีเซ็นเซอร์เทพไม่แพ้กับฟูลเฟรม มีระบบเฉพาะตัวลด Noise ได้ดีเยี่ยม รวมถึงตัวเลนส์ซึ่งทางฟูจิทำออกมาได้แสนเฉียบคม
5 อันดับกล้อง Fuji ยอดนิยมประจำปี 2020
เพลินกับเรื่องราวอันเป็นประโยชน์ ที่น่าจะช่วยให้หลายๆ คนเข้าใจถึงวัฒนธรรมแบบฟูจิไปแล้ว หวังว่าจะช่วยให้หลายๆ คนตัดสินใจเลือกเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เรายังมีไกด์มาให้เพิ่มเติมกับ 5 อันดับกล้อง Fuji ยอดนิยมประจำปี 2020
1.Fujifilm X-A7
รุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจากตัว Best Seller อย่าง Fuji X-A5 โดยการคงรูปแบบหลัก อย่างการใช้งานง่าย พกพาสะดวกเหมือนเดิม มาพร้อมระบบจอทัชสกรีน ใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอขนาด 3.5 นิ้วได้อย่างง่ายดาย ใช้ปรับโฟกัสได้ทันท่วงที ทั้งยังพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ให้ทันสมัยมากขึ้น เพิ่มโหมดพิเศษ “Light Trail” ถ่ายภาพในมุมแสงน้อยได้ดีกว่าเดิม
ทั้งยังมีลูกเล่นพิเศษเฉพาะฟูจิ ด้วยการเพิ่มโทนสีฟิล์ม (Film Simulation) จำลองฟิล์มสีตัวดังอันเป็นเอกลักษ์จากฟูจิ ให้คุณสนุกกับการถ่ายรูปมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องหนักกับงานหลังกล้องเหมือนแต่ก่อน ส่วนงานวิดีโอก็ดีไม่แพ้กัน รองรับคุณภาพ 4K (3820×2150) โดยใช้ข้อมูลเท่ากับ 6K (6032×3392)
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 16,000 บาท
2.Fuji XT200
เพิ่มงบสักนิดแลกมากับระบบเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ขึ้น ด้วยระบบ APS-C CMOS ให้ความละเอียดสูงสุดได้ถึง 24.2 ล้านพิกเซล โดดเด่นด้วยระบบตรวจจับใบหน้าและดวงตาสุดแม่นยำ โฟกัสได้ฉับไวเฉียบคมแบบอัตโนมัติ ให้คุณเก็บทุกความทรงจำได้อย่างอย่างดีเยี่ยม ทั้งยังมาพร้อมด้วยฟังก์ชันพิเศษ ชดเชยแสงน้อยได้ถึง -2.0EV
นอกจากจะมีบอดี้ที่สวยงามแสนคลาสิกสไตล์ฟูจิแล้ว ยังมาพร้อมจอระบบสัมผัส รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ ปรับหมุนได้ถึง 180 เก็บภาพได้ทุกมุม จะตั้งกล้องถ่ายเองหรือเซลฟี่สะดวก ทั้งยังมีอัลกอริธึมสุดเก๋ช่วยป้องกันภาพไม่ให้สั่น ที่สำคัญใช้งานง่าย น้ำหนักเบา พกไปฮอปปิงเก๋ๆ ที่คาเฟ่ก็เท่ไม่น้อย
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 19,000 บาท
3.Fujifilm X-T30
กล้องระดับ Middle Class ของฟูจิที่ให้คุณภาพใกล้เคียงรุ่นท็อป X-T3 ในขนาดเล็กและน้ำหนักเบากว่า ถือเป็น “Little Giant” ของค่ายนี้เลยก็ว่าได้ โดดเด่นด้วยโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง ด้วยระบบเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS ภายใต้ความละเอียดสูงถึง 26.1 ล้านพิกเซล
ทั้งยังมีเซ็นเซอร์พิเศษช่วยลดสีมัวและสีผิดเพี้ยน ให้ภาพนั้นเต็มไปด้วยเม็ดสีอันสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของฟูจิ ตลอดจนเติมเต็มคุณภาพของรูปด้วยการลด Noise ได้มากขึ้นกว่าเดิมในที่แสงน้อยให้คุณไม่ต้องกังวลใจ นับเป็นกล้องคุณภาพพรีเมียมในราคาเข้าถึงได้ง่าย
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 26,000 บาท
4.Fujifilm X-T4
ส่วนใครที่กำลังตามหา กล้องคุณสมบัติครอบจักรวาลได้ทั้งถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอ มิเรอร์เลสระดับมืออาชีพ X-T4 รุ่นนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ตรงใจคุณ ซึ่งทางฟูจิเคลมเอาไว้ว่า กล้องตัวนี้เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว แบบไม่ลดทอนฟังก์ชันใดๆ เรียกว่าใส่มาแบบจัดเต็ม
ด้วยเซ็นเซอร์สุดเทพ X-Trans CMOS 4, X-Processor 4 มาพร้อมระบบป้องกันการสั่นไหวในตัวกล้อง (IBIS) ซึ่งทันสมัยสุดในปีนี้ ยิ่งถ้าใครเป็นสแนปน่าจะถูกใจใช่เลย เพราะเข้ามีโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 15 ภาพ/วินาที ตลอดจนโหมดจำลองสีฟิล์ม “ETERNA Bleach Bypass” เทคโนโลยีสุดคูลที่รวมเอาความของอะนาล็อกและดิจิทัลไว้ด้วยกันอย่างงดงาม
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 45,000 บาท
5.Fujifilm X-Pro 3
ปิดท้ายด้วยมิเรอร์เลสรุ่นท็อปตระกูล X-series ของฟูจิ ซึ่งราคาไม่ได้หนีไปจากฟูลเฟรมต่างค่ายเลย หากถามถึงความมั่นใจของฟูจิต้องบอกเลยว่า “เกินร้อย” ด้วยการพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS 4 และ X-Processor 4 ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ ทั้งยังชดเชยแสงน้อยได้มากถึง -6.0EV
นอกจากนี้ยังมีไอเทมพิเศษ ช่องมองภาพ OVF แบบ Rangefinder ให้คุณสนุกกับทุกจังหวะสำคัญ มองเรื่องราวผ่านเลนส์ได้ชัดเจนขึ้น บันทุกเรื่องราวได้แม่นยำกว่าเดิม ตลอดจนโหมดการจำลองสีฟิล์มเนกาตีฟทั้ง CLASSIC CHROME, ACROS และ ETERNA เพิ่มความคมชัดแบบมีมิติ ช่วยให้คุณจบงานหลังกล้องได้ง่ายดาย
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 50,000 บาท
สรุปท้ายบทความ
อ่านมาถึงตรงนี้พอเข้าใจถึงความเจ๋งแบบภาพรวมของฟูจิ รวมถึงความน่าสนใจเฉพาะรุ่นของกล้องแต่ประเภทไหมคะ ได้คำตอบในใจบ้างหรือยังว่ากล้องที่เราจะครอบครอง มีหน้าตาและสเปคประมาณไหน ตรงกับการใช้งานและงบประมาณที่เท่าไร
อย่างไรก็ตามคุณสมบัติกล้องต่างๆ ที่เรารีวิวไปนั้น เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งซึ่งช่วยให้การตัดสินใจราบรื่นขึ้น การไปสัมผัสบอดี้กล้องด้วยมือตัวเอง น่าจะเป็นสิ่งที่จบความลังเลทั้งหมดทั้งมวลลงได้ เลือกเป็นชอยส์ไว้ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจหน้างานได้ หรือจะลองเข้าไปดูใน Kaidee ก่อน ก็อีกเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย รับรองว่ามีกล้องฟูจิคุณภาพดีดี ราคาสบายกระเป๋าให้เลือกเพียบ
Nov 27, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
อยากได้มือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทสักเครื่อง? บอกเลยว่าง่ายนิดเดียว! ในยุคปัจจุบัน สมาร์ตโฟนที่ราคาอยู่ในงบประมาณนี้มีให้เลือกหลายรุ่นมาก แต่ยิ่งมีให้เลือกเยอะ ก็อาจยิ่งสับสนไม่รู้จะเลือกอะไร
ถ้าคุณกำลังมองหาตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ วันนี้เรารวบรวม 10 รุ่นมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทมาไว้ให้ในบทความนี้แล้ว รายละเอียดแน่น สเปกครบครัน เข้ามาอ่านที่นี่ที่เดียวรู้เรื่อง!
OPPO A31
สมาร์ตโฟนที่กำลังมาแรง หน้าจอ 6.5 นิ้ว ชัดเต็มตา! ตัวเครื่องดีไซน์ออกมาได้อย่างสวยงาม ผิวสัมผัสดุจเซรามิก เน้นความวาววับล้อแสง มีสองสีให้เลือกคือ Fantasic White ที่ไล่เฉดจากขาวไปฟ้า ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากกระเบื้องเคลือบของ Ru Ware และสี Mystery Black
ด้านฟีเจอร์ก็ครบเครื่อง โดดเด่นด้วยกล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) ที่พ่วงเทคโนโลยี AI ช่วยให้ถ่ายภาพสวยและสนุกขึ้นหลายเท่า มีโหมดต่าง ๆ ให้เล่นมากมาย อาทิ AI Beauty และ Dazzle Color
แบตเตอรี่เองก็อึดไม่เป็นสองรองใคร มีขนาดความจุถึง 4,320 mAh เพียงพอต่อการใช้งาน
ส่วนระบบปฏิบัติการของ OPPO A31 จะเป็น Android 9 ที่ครอบด้วย ColorOS 6.1.2 เวอร์ชันล่าสุดที่ปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้น มีหน่วยความจำภายในเครื่อง 128 GB หน่วยความจำแรม 4GB พร้อมทั้งรองรับการใช้งาน 2 ซิม
ราคา 6,490 บาท
สเปกสำคัญ
- ขนาดตัวเครื่อง 163.9 x 75.5 x 8.3 มม.
- น้ำหนัก 180 กรัม
- หน้าจอ 6.5 นิ้ว ความละเอียด 1600 x 720 พิกเซล
- สี Fantastic White และ Mystery Black
- ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.1.2 บน Android 9
- หน่วยประมวลผล (CPU) MT6765V/CB และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) IMG GE8320
- หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB/ 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) 64GB/ 128GB
- ความจุแบตเตอรี่ 4,230 mAh
- กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 12(f/2.8)+ 2(Depth – f/2.4) + 2(Marco – f/2.4) ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล (f/2.0)
Huawei Y9 (2019)
สมาร์ตโฟนรุ่นปรับปรุงเพิ่มฟีเจอร์เสริมทัพให้น่าใช้กว่าเดิม! ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม ไล่เฉดสีและมีประกายแวววาวสวยงามดึงดูดสายตา มีให้เลือก 3 สี คือ Midnight Black, Sapphire Blue และ Aurora Purple
หน้าจอ Huawei Ultra Fullview 6.5 นิ้ว จะเล่นเกมหรือดูหนังก็ตื่นตาเต็มอิ่ม กล้องหน้าคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 16 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหลังคู่ (Dual Camera) 13 + 2 ล้านพิกเซล แถมมีเทคโนโลยี AI ช่วยให้ถ่ายรูปออกมาสวยยิ่งขึ้น
ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android 8.1 พร้อมชิปประมวลผล Hisilicon Kirin 710 Octa-core ให้เครื่องเร็ว แรง และทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ราคา 6,990 บาท
สเปกสำคัญ
- ขนาด 162.4 x 77.1 x 8.1 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 173 กรัม
- สี Midnight Black, Sapphire Blue, และ Aurora Purple
- จอแสดงผลไร้ขอบ (Huawei Ultra Fullview) กว้าง 6.59 นิ้ว ความละเอียด 2340 × 1080 พิกเซล
- กล้องคู่หน้า (Dual Camera) 13(f/1.8) + 2(f/2.4) ล้านพิกเซล
- กล้องคู่หลัง (Dual Camera) 16(f/2.0) + 2(f/2.4) ล้านพิกเซล
- หน่วยประมวลผล (CPU) Hisilicon Kirin 710 Octa-core และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G51 MP4
- หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB
- หน่วยความจำภายในเครื่อง (ROM) 64GB (รองรับ MicroSD สูงสุด 400 GB)
- ความจุแบตเตอรี่ 4,000 mAh
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor)
Vivo V30
ใครมองหาสมาร์ตโฟนจอใหญ่ แบตทนถึงใจ Vivo V30 ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก! สมาร์ตโฟนรุ่นนี้เน้นสไตล์โฉบเฉี่ยวทันสมัย ใช้สีแบบ Dazzling 3D Color ให้ความรู้สึกหรูหรา
มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบแบบ Ultra O Screen กล้องหลังสี่ตัว (Quad Camera) 13 + 8 + 2 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล เหมาะกับคนชอบถ่ายรูป รับรองว่าถ่ายเพลิน ได้คุณภาพรูปเกินราคา
จุดขายอีกอย่างของเจ้าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้คือแบตอึดได้ใจ ความจุจัดเต็มแซงหน้าเพื่อนด้วยปริมาณถึง 5,000 mAh ใช้กันแบบมาราธอน ไม่ง้อ Powerbank เลย
สเปกสำคัญ
- ขนาด 162.04 × 76.46 × 9.11 มม.
- น้ำหนัก 197 กรัม
- หน้าจอ 6.47 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1560 พิกเซล
- สี White, Blue
- หน่วยประมวลผล (CPU) Mediatek MTK6765 Octa Core และหน่วยประมวลผลกราฟิก(GPU) PowerVR GE8320
- หน่วยความจำแรม (RAM) 4 GB
- หน่วยความจำภายในเครื่อง (ROM) 128 GB (รองรับ microSD สูงสุด 256 GB)
- ความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh
- กล้องหลังสี่ (Quad Camera) 13(f/2.2) + 8 (Ultrawide – f/2.2) + 2 (Macro – f/2.4) + 2 (Depth – f/2.4) ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล (f/2.05)
- ระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor)
ราคา 6,999 บาท
Xiaomi Redmi Note 9
มีตัวเดียวครบจบทุกอย่าง! สมาร์ตโฟนรุ่นฮอตตัวล่ามาแรงจาก Xiaomi สเปกจัดเต็มไม่เกรงใจคู่แข่ง ภายนอกดีไซน์ให้สมส่วน เรียบหรูดูดี เคลือบสาร Splash-Proof Nano Coating หรือสารกันละอองน้ำไว้กันน้ำเบา ๆ เช่น ฝนสาด มีสี Forest Green, Polar White และ Midnight Grey
หน้าจอเป็น Full HD ขนาด 6.53 นิ้ว และให้แบตความจุสูงถึง 5,020 mAh
กล้องก็เป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่โดดเด่น กล้องหลังมีทั้งหมด 4 ตัว 48 + 8 (Ultrawide) + 2 (Macro) + 2 (Depth) ล้านพิกเซล พร้อมโหมดช่วยถ่ายภาพมากมาย
ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ MIUI 11.0.1 ที่มีพื้นฐานบน Android 10 ความเร็วถือว่าสามารถใช้งานได้สบาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะถ่ายรูป เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง และอีกมากมาย
สเปกสำคัญ
- ขนาด 162.3 × 77.2 × 8.9 มม.
- น้ำหนัก 199 กรัม
- หน้าจอ DotDisPlay ขนาด 6.53 นิ้ว Full HD
- สี Forest Green, Polar White, Midnight Gray
- ระบบปฏิบัติการ MIUI 11 บน Android 10
- หน่วยประมวลผล Mediatek Helio G85 Octa Core และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G52
- หน่วยความจำ (RAM) 3/4GB
- หน่วยความจำภายในเครื่อง (ROM) 64/128GB (รองรับ MicroSD)
- ความจุแบตเตอรี่ 5,020 mAh
- กล้องหลัง 48 (f/1.79) + 8 (Ultrawide – f/2.2) + 2 (Macro – f/2.4) + 2 (Depth – f/2.4) ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล (f/2.25)
ราคา 6,499 บาท
Samsung Galaxy M30
อีกหนึ่งมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทสุดคุ้มค่า! โดดเด่นด้วยหน้าจอไร้ขอบ Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้ว เครื่องเบา พกง่าย ฝาหลังดีไซน์เป็นสีไล่เฉดให้ดูดีมีสไตล์
กล้องหลังจัดเต็มถึง 3 เลนส์ 13 + 5 + 5 ล้านพิกเซล ความพิเศษอยู่ตรงที่เลนส์ Ultra Wide ที่กว้างถึง 123 องศา นอกจากนี้ยังมีกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล
ความแรงและเร็วก็ไม่เป็นสองรองใคร มาพร้อมหน่วยความจำแรมสูงสุด 6GB และหน่วยความจำภายในเครื่อง 128 GB สามารถใช้งานได้สบาย ๆ ในชีวิตประจำวัน
สเปกสำคัญ
- ขนาด 159 x 75.1 x 8.5 มม.
- น้ำหนัก 174 กรัม
- หน้าจอ Super AMOLED Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล
- สี Black, Blue
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย Samsung Experience 9.5 UX
- หน่วยประมวลผล (CPU) Octa-Core Exynos 7904 และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G71 MP2
- หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB / 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) 64GB / 128GB (รองรับ microSD สูงสุดที่ 512GB)
- ความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh
- กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 13(f/1.9) + 5(f/2.2) + 5(f/2.2) ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Ultra Wide 123 องศา
- กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0)
ราคา 6,990 บาท
Wiko View3 Pro
ข้ามมาดูสมาร์ตโฟนสเปกแรงราคาย่อมเยาจากค่าย Wiko กันบ้างดีกว่า สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอกว้าง 6.3 นิ้วรูปทรงหยดน้ำ (Water Drop Display) ความละเอียด Full HD
ตัวเครื่องใช้กระจกครอบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ดีไซน์สวยงามตามแบบฉบับกระจกสะท้อนแสง กรอบโค้งมนหยิบจับถนัดและดูพรีเมียมขึ้น
กล้องหลังก็ให้มาสามเลนส์ไม่น้อยหน้าใคร ความละเอียด 12 + 13 + 5 ล้านพิกเซล โดยมีเลนส์มุมกว้างที่ถ่ายได้กว้างถึง 120 องศา ด้วย เหมาะกับสาวกถ่าย Landscape เป็นอย่างยิ่ง
เรื่องประสิทธิภาพของเครื่องก็ถือว่าคุ้มราคา ได้หน่วยความจำแรม 4 GB เพียงพอต่อการใช้งานแน่นอน แถมยังมีฟีเจอร์ชาร์จเร็วอีกด้วย
สเปกสำคัญ
- ขนาด 159.5 × 75 × 8.1 มม.
- น้ำหนัก 184 กรัม
- หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล
- สี Nightfall (Anthracite Blue/Gold), Ocean (Deep Bleen)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie
- หน่วยประมวลผล (CPU) Mediatek MT6771 Helio P60 และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mail G71
- หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) 64GB
- ความจุแบตเตอรี่ 4,000 mAh
- กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 12 + 13 + 5 ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือ (Face Detection and Fingerprint Sensor)
ราคา 6,490 บาท
OPPO A53
OPPO A53 ถือเป็นมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทอีกรุ่นที่น่าสนใจมาก เหมาะกับคนที่มองหาสมาร์ตโฟนราคาเบา ๆ หน้าจอใหญ่และแบตอึด! เพราะเจ้า OPPO รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอใหญ่สะใจถึง 6.5 นิ้ว หน้าจอขอบบางเฉียบแบบมีรูสำหรับกล้องหน้า
กล้องหลังก็จัดให้ 3 เลนส์ (Triple Camera) 13 + 2 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลพร้อมเทคโนโลยี AI ช่วยในการถ่ายภาพ
บอกเลยว่ารุ่นนี้เกิดมาเอาใจคนที่ชอบเล่นโทรศัพท์แบบมาราธอนและไม่ชอบพก Power Bank เพราะทาง OPPO จัดเต็มความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh ให้ใช้ได้ทั้งวันไม่ต้องกลัวแบตหมด
สเปกสำคัญ
- ขนาด 163.9 × 75.1 × 8.4 มม.
- น้ำหนัก 186 กรัม
- หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล
- สี Electric Black, Fancy Blue
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบด้วย Color OS 7.2
- หน่วยประมวลผล(CPU) Qualcomm Snapdragon 460 Octa Core และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) 64GB
- ความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh
- กล้องหลัง (Triple Camera) 13(f/2.2) + 2 (Marco-f/2.4) + 2 (Bokeh-f/2.4)
- กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล
- ระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor)
ราคา 5,499 บาท
Vivo Y19
เอาใจสาวก Vivo กันอีกสักรุ่นกับ Vivo Y19 สมาร์ตโฟนที่เป็นทุกอย่างให้คุณได้ในราคาคุ้ม ๆ ! เจ้ารุ่นนี้มาในดีไซน์โค้งมนแบบ 3D Micro Arc ไล่ระดับสีอย่างสวยงามและเป็นธรรมชาติ แถมหน้าจอก็กว้างสมใจ ขอบบางเฉียบ ขนาด 6.3 นิ้ว
ตัวกล้องก็อัดแน่นด้วยคุณภาพ กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 16 + 8 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล ฟีเจอร์ AI ที่ให้มาก็ถือว่าหลากหลายและมีประโยชน์สุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นโหมด AI Face Beauty ช่วยปรับรูปให้สวยเป๊ะ Pose Master ช่วยแนะนำท่าโพส และ AI Makeup สำหรับคนที่อยู่ ๆ ก็อยากสวยแบบไม่ต้องแต่งหน้าเอง
บอกลา Powerbank ไปได้เลยเพราะรุ่นนี้มีความจุแบตเตอรี่ถึง 5,000 mAh แถมยังมีระบบ Dual- Engine Fast Charging ที่ช่วยให้ชาร์จแบตได้รวดเร็วทันใจ และ Reverse Charing ที่สามารถเปลี่ยนโทรศัพท์เราให้กลายเป็น Powerbank ได้
สเปกสำคัญ
- ขนาด 62.15 × 76.47 × 8.89 มม.
- น้ำหนัก 193 กรัม
- หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล
- สี Black, White
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบด้วย Funtouch OS 9.2
- หน่วยประมวลผล (CPU) Helio P65 Octa Core และหน่วยประมวลผลกราฟิก
- หน่วยความจำแรม (RAM) 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) 128GB
- ความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh
- ระบบชาร์จเร็ว (Dual-Engine Fast Charging)
- ระบบแบตเตอรี่สำรอง (Reverse Charging)
- กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 16(Wide – f/1.8)+ 8(Ultra Wide – f/2.2) + 2(Macro – f/2.4) ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0)
ราคา 6,999 บาท
Realme pro 5
มือถือสี่กล้องสเปกจัดเต็มราคาดีที่สุด! ตัวเครื่องเน้นออกแบบให้มีความสวยงามและดูทันสมัย ด้านหลังมีลวดลายเป็นแบบ Holographic Diamond และไล่เฉดสีให้ดูมีมิติ ถือว่าดีไซน์โฉบเฉี่ยวน่าใช้มาก
กล้องหลังให้มาถึง 4 เลนส์ 48 + 8 + 2 + 2 ล้านพิกเซล ครอบคลุมทุกการใช้งาน โฟกัสแม่นยำรวดเร็วทันใจ จะถ่ายมุมกว้าง หน้าชัดหลังเบลอ หรือมาโครก็ทำได้ดั่งใจ
นอกจากนี้สเปกเครื่องก็ถือว่าแรงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนรุ่นอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน จัดเต็มแรมสูงสุด 8 GB พร้อม CPU Qualcomm Snapdragon 712 Octa Core ที่พัฒนาให้เร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 35% แถมด้วยเทคโนโลยี HyperBoost 2.0 ที่ช่วยดึงประสิทธิภาพเครื่องให้เล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด
สเปกสำคัญ
- ขนาด 157 × 74.2 × 8.9 มม.
- น้ำหนัก 184 กรัม
- หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล
- สี Crystal Green, Sparkling Blue
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบด้วย Color OS 6.0
- หน่วยประมวลผล(CPU) Qualcomm Snapdragon 712 Octa Core
- หน่วยความจำแรม (RAM) 4/8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) 64/128GB (รองรับ microSD สูงสุด 256 GB)
- ความจุแบตเตอรี่ 4,035 mAh
- รองรับระบบชาร์จเร็ว VOOC 3.0
- กล้องหลัง 4 เลนส์ (Quad Camera) 48(f/1.8) + 8 (Ultrawide-f/2.2) + 2 (Dedicated macro camera-f/2.4) + 2 (Depth-f/2.4)
- กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0)
- ระบบสแกนนิ้ว (Fingerprint Sensor)
ราคา 6,999 บาท
Xiaomi a3
สมาร์ตโฟนสำหรับคนงบจำกัดแต่อย่างจัดสเปกครบ ๆ! เครื่องขนาดพอดีมือ หน้าจอ 6.01 นิ้ว ขนาดกำลังดีเหมาะกับคนที่ไม่ได้มองหาหน้าจอใหญ่เว่อร์วัง แต่เน้นที่สเปกอย่างอื่นที่จัดเต็มสุด ๆ นอกจากนี้ยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือฝังอยู่ในหน้าจอแล้วสำหรับคนที่อาจจะไม่ชอบสแกนใบหน้า
ระบบปฏิบัติการของรุ่นนี้จะเป็นแบบ Android เพียว ๆ เอาใจคนที่ไม่ชอบใช้แบบมีระบบอื่นมาครอบทับอีกที หน่วยความจำแรม 4 GB และหน่วยความจำภายในเครื่องสูงสุด 128 GB ถือว่าเป็นสเปกมาตรฐานคุ้มราคา
มาดูที่กล้องกันดีกว่า กล้องของรุ่นนี้ก็ถือว่าทำได้ดีเช่นเคย เป็นกล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 48 + 8 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลที่ทำงานร่วมกันเทคโนโลยี AI
สเปกสำคัญ
- ขนาด 153.48 × 71.85 × 8.48 มม.
- น้ำหนัก 173.8 กรัม
- หน้าจอขนาด 6.01 นิ้ว ความละเอียด 1560 x 720 พิกเซล
- สี White, Gray, Blue
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie); Android One
- หน่วยประมวลผล(CPU) Qualcomm Snapdragon 712 Octa Core
- หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) 64/128GB
- ความจุแบตเตอรี่ 4,030 mAh
- กล้องหลัง 3 เลนส์ (Triple Camera) 48(f/1.79) + 8 (Super wide-angle-f/2.2) + 2 (Depth)
- กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (f/2.0)
- ระบบสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ (Face Detection and Fingerprint Sensor)
ราคา 6,999 บาท
สรุป
ต้องบอกเลยว่าสมัยนี้มือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทนั้นมีให้เลือกเยอะมาก และสำหรับ 10 รุ่นมือในงบประมาณดังกล่าวที่เราคัดมาให้วันนี้ก็ถือว่าสูสีกันทั้งราคาและสเปกเครื่อง เปรียบเทียบกับหมัดต่อหมัดได้ไม่ยาก แต่ในแต่ละรุ่นก็จะมีความต่างกันไปทั้งด้านดีไซน์และฟีเจอร์บางอย่าง
ใครที่กำลังมองหาฟีเจอร์ไหนเป็นพิเศษก็สามารถลองเปรียบเทียบและเลือกรุ่นที่ชอบที่สุดได้เลย ถ้าสนใจรุ่นไหนเป็นพิเศษหรืออยากหารุ่นอื่นเพิ่มเติม ก็แวะมาเลือกซื้อมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาทกันได้ที่ Kaidee เลยค่ะ มีให้เลือกเพียบ!
Nov 27, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่บรรดาคุณแม่ทั้งหลายต้องปรับตัวอย่างมากตั้งแต่กิจวัตรประจำวัน อาหารการกิน ตลอดจนถึงการแต่งกาย
การเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับร่างกายที่เปลี่ยนไปเนื่องจากตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากเราเลือกเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมกับสรีระรูปร่างในช่วงมีน้อง อาจจะทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัวแถมยังส่งผลกระทบไปถึงเจ้าหนูน้อยในครรภ์ได้ทั้งทางกายภาพและอารมณ์
สำหรับคุณแม่มือใหม่คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อชุดคลุมท้องอย่างไรให้เหมาะสมกับตัวเอง วันนี้เรามีทริคพิเศษในการเลือกชุดคลุมท้องให้ปลอดภัยและแบบชุดคลุมท้องสวย ๆ ที่ใส่แล้วดูดีไม่มีตกเทรนด์มาฝากกันด้วย
เลือกชุดคลุมท้องอย่างไรให้เหมาะกับอายุครรภ์
ตลอดระยะเวลา 9 เดือน ร่างกายคุณแม่จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุครรภ์แต่ละช่วง เราจึงควรเลือกชุดคลุมท้องให้เหมาะกับสภาพร่างกายในช่วงนั้น ๆ การเลือกชุดคลุมท้องให้เหมาะกับช่วงอายุครรภ์จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
ชุดคลุมท้องระยะ 1-3 เดือน
ในระยะ 1 – 3 เดือนแรกนี้จะเป็นช่วงท้องอ่อน ท้องเราจะไม่ได้นูนออกมาจนเห็นชัด เรียกได้ว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนัก คุณแม่จึงสามารถเลือกใส่เสื้อผ้าได้ค่อนข้างหลากหลายรวมทั้งชุดเดิมที่มีอยู่แล้ว
แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกชุดอย่างระมัดระวังมากขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงชุดที่รัดเกินไปโดยเฉพาะชุดที่รัดบริเวณหน้าท้อง เนื่องจากช่วง 1-3 เดือนแรกถือเป็นช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะครรภ์จะค่อนข้างอ่อนแอ ได้รับการกระทบกระเทือนง่าย หากใส่ชุดที่รัดหน้าท้องมากเกินไปอาจเกิดอันตรายกับลูกน้อย
ชุดคลุมท้องระยะ 4-6 เดือน
ร่างกายคุณแม่ในช่วงนี้จะเปลี่ยนแปลงมากกว่าช่วงแรกอย่างเห็นได้ชัด หน้าท้องและส่วนต่าง ๆ อาทิ สะโพก และก้นจะเริ่มขยายออก คุณแม่ควรเลือกสวมกระโปรงหรือกางเกงที่มียางยืดและใส่แบบรัดใต้ท้องเพื่อป้องกันไม่ให้กดทับหน้าท้องที่กำลังขยายมากเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดกับเด็กได้
ชุดคลุมท้องระยะ 7-9 เดือน
ช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่สามถือเป็นช่วงที่ร่างกายของคุณแม่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด ทั้งขนาดท้องและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา หน้าอก หรือสะโพก ชุดคลุมท้องที่เหมาะกับคุณแม่ในช่วงระยะ 7 – 9 เดือนจะเป็นชุดกระโปรงเพราะสวมใส่ง่ายและสบายกว่ากางเกง
ข้อควรระวังในการเลือกชุดคลุมท้อง
ไหน ๆ ก็รู้ว่าควรเลือกชุดคลุมท้องอย่างไรให้เหมาะสมกับสรีระในแต่ละช่วงการตั้งครรภ์ไปแล้ว ก็ควรรู้ว่าไม่ควรเลือกชุดคลุมท้องแบบไหน สำหรับข้อควรระวังในการเลือกชุดคลุมท้องที่เราหยิบยกมาฝากก็มีตามนี้เลยค่ะ
ไม่ควรเลือกชุดคลุมท้องที่รัดเกินไป
เราได้เกริ่นไปแล้วเกี่ยวกับการเลือกชุดคลุมท้องที่สบายตัว ไม่รัดแน่นเกินไป ขอบอกว่าเรื่องนี้สำคัญมาก บางคนอาจจะเคยชินกับการสวมเสื้อผ้าเข้ารูป แต่เมื่อตั้งครรภ์ ถ้าเลือกซื้อเสื้อผ้าไซส์เล็กหรือรัดรูปเกินไปอาจจะทำให้สวมใส่ไม่สบาย เจ็บแขน หน้าอก และท้องได้
นอกจากนี้การซื้อชุดคลุมท้องที่เล็กเกินไปอาจจะไม่เหมาะกับรูปร่างคุณแม่ที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในช่วงตั้งครรภ์ เวลาเลือกซื้อชุดอาจจะใช้วิธีเลือกเผื่อไซส์ให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย จะได้ไม่ต้องซื้อชุดใหม่บ่อย ๆ
ระวังเรื่องคุณภาพและประเภทของผ้าให้ดี
การเลือกผ้าสำหรับชุดคลุมท้องแนะนำว่าไม่ควรเลือกผ้าประเภทใยสังเคราะห์ อาทิ ไนลอน เพราะเนื้อผ้าแบบนี้จะทำให้คุณแม่ร้อนและอึดอัดได้
นอกจากนี้ยังไม่ควรเลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติคืนตัวเร็ว (Wringle-free) และผ้ารีดสำเร็จรูป (Permanent Press) เนื่องจากมีส่วนประกอบของสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ทำให้เป็นอันตรายกับแม่และเด็ก มีโอกาสเสี่ยงแท้งได้
10 แบบชุดคลุมท้องสำหรับปี 2020
หลังจากเก็บเกี่ยวเคล็ดลับการเลือกชุดคลุมท้องที่เหมาะสมกันไปแล้ว คราวนี้มาลองดูแบบชุดคลุมท้องที่เราไปรวบรวมมาให้ดูไหมคะ ขอบอกเลยว่ามีหลากหลายแนวทั้งแบบเรียบง่ายใส่ได้ทุกสถานการณ์ไปจนถึงลุคเฉี่ยวเปรี้ยวแบบฉบับคุณแม่ยุคนี้
ทั้ง 10 แบบชุดคลุมท้องที่เรานำมาฝากกันวันนี้ จะมีแบบไหนถูกใจคุณแม่ ๆ บ้าง ไปส่องเลยค่ะ
เปลี่ยนเสื้อเชิ้ต Oversize ให้เป็นชุดคลุมท้องเก๋ ๆ
เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่สวมใส่สบายแถมไม่ตกเทรนด์ บรรดาคุณแม่มือใหม่สามารถเลือกสีและเนื้อผ้าที่ตัวเองชอบได้เลย เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ผ้าซาติน เป็นต้น
ความดีงามของการนำเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์มาใส่เป็นเดรสคือสามารถพลิกแพลงได้หลายสไตล์มาก อยากจะมินิมอลหน่อยก็ไม่ต้องเน้นเครื่องประดับเยอะ เลือกเป็นสีโทนอ่อน ๆ ดูสบายตา กับกระเป๋าสักใบเป็นอันเสร็จสิ้น
แต่ถ้าอยากให้ดูชิคขึ้นมาหน่อย ก็อาจจะเพิ่มเป็นเครื่องประดับอย่างต่างหูและแว่นตากันแดดชิค ให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้นมาอีกนิด
เอี๊ยมยีนต์ย้อนวัยยุค 90s
ย้อนวัยให้หัวใจชุ่มฉ่ำกันสักหน่อยกับลุคใส ๆ ใส่เอี๊ยมตามสไตล์สาว 90s ความเลิศของเอี๊ยมยีนส์คือสามารถปรับดึงสายผ่อนให้เหมาะกับขนาดหน้าท้องได้ ป้องกันการใส่เสื้อผ้าที่รัดหน้าท้องจนเกินไป แถมยังได้ลุคคุณแม่สวยใสหัวใจวัยรุ่นด้วย
เอี๊ยมยีนส์มีให้เลือกหลายรูปแบบแล้วแต่ว่าชอบสไตล์ไหนทั้งขาสั้น ขายาว และกระโปรง สิ่งสำคัญก็อย่างที่บอกไปคือให้เลือกแบบที่ไม่รัดจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับลูกน้อยที่อยู่ในท้อง
เดรสเสื้อยืดมัดย้อมของคุณแม่สุดคูล
ช่วงนี้เทรนด์ผ้ามัดย้อมกำลังมา คุณแม่มือใหม่อย่าได้พลาด! ลองหยิบเดรสเสื้อมัดย้อมตัวโคร่งมาสวมเป็นชุดคลุมท้องกันดู รับรองว่าเก๋!
นอกจากสีสันของเดรสเสื้อยืดมัดย้อมจะช่วยย้อนวัยให้คุณแม่ดูเด็กแล้ว ยังช่วยให้ดูสดใสมีออร่า อาจจะเลือกสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวสักคู่ นอกจากจะช่วยคอมพลีตลุคได้แล้ว ยังเป็นรองเท้าที่คุณแม่ใส่สบาย ปลอดภัย ไม่ต้องห่วงลูกในท้องเลย
จัมพ์สูทลายดอกน่ารักหลายสไตล์
ตัวช่วยเพิ่มความน่ารักและทะมัดทะแมงของคุณแม่ จัมพ์สูทถือเป็นแบบชุดคลุมท้องที่ฮิตไม่เบาเนื่องจากสวมใส่ง่าย ไม่รัดหน้าท้อง แถมมีหลากสไตล์หลายแบบให้เลือกแมชกับความชอบส่วนตัว
จัมพ์สูทที่เรายกมาวันนี้เป็นจัมพ์สูทลายดอกหลากหลายสีสัน ต้องบอกว่าแพทเทิร์นลายดอกนั้นมีทั้งแบบหวานใสนุ่มนวล สดใส และเปรี้ยวเฉี่ยว ขึ้นอยู่กับโทนสีและการวางลวดลายดอกไม้ นอกจากจะเลือกแพทเทิร์นและโทนสีได้ตามใจชอบแล้ว ก็ยังสามารถเลือกได้ว่าชอบใส่เป็นสายเดี่ยวสวมสบาย เกาะอก หรือแขนยาว
Maxi dress โบฮีเมียน
แบบชุดคลุมท้องที่เหล่าคุณแม่ควรมีติดตู้เสื้อผ้าขอยกให้แม็กซี่เดรส (Maxi Dress) หรือเดรสยาวกรอมเท้าสุดกรุยกราย ใส่สบาย ไม่อึดอัด แถมยังดูสวยชิคได้แบบไม่ต้องทำอะไรมาก
แม็กซี่เดรสมีให้เลือกหลายแบบมาก ตั้งแต่แม็กซี่เดรสแบบเรียบ ๆ สีพื้นที่ใส่แล้วดูสวยสง่า ตลอดจนถึงแม็กซี่เดรสลวดลายจัดเต็มสไตล์โบฮีเมียน อันนี้คุณแม่สามารถเลือกได้ตามความชอบเลยว่าใส่แนวไหนแล้วถูกใจ
เคล็ดไม่ลับในการเลือกแม็กซี่เดรสให้เหมาะกับคุณแม่มือใหม่คือเลือกแบบจัมพ์บริเวณใต้อก แยกส่วนกันระหว่างส่วนอกด้านบนและด้านล่างลงมา กระโปรงใต้อกจากจะเลือกแบบพลิ้วไหวทิ้งตัว ข้อดีของการเลือกเดรสที่มีรอยแยกบริเวณใต้อกจะช่วยอำพรางหน้าท้องได้ดี
เสื้อเชิ้ตลินิน Oversized กับกางเกงเอิร์ธโทน
แต่งตัวจัดเต็มกันมาหลายลุคแล้ว ขอคั่นด้วยลุคสบาย ๆ สไตล์คุณแม่ที่ชอบความเรียบง่ายกับลุคเสื้อเชิ้ตลินิน Oversized ตัวโคร่งและกางเกงขายาวสีเอิร์ธโทนขอบยางยืด
เหตุผลที่เราเลือกกางเกงขอบยางยืดเพราะเหมาะกับสาว ๆ ที่กำลังตั้งครรภ์มากกว่าเนื่องจากช่วงท้องจะขยายต่อเนื่อง ซื้อกางเกงขอบยางยืดจะช่วยเผื่อไซส์และป้องกันไม่ให้คุณแม่สวมใส่กางเกงที่รัดหน้าท้องเกินไป
ส่วนโทนสีของลุคนี้จะมาแนวเอิร์ธโทน เช่น เขียว น้ำตาล ครีม เทา เน้นสวมใส่ง่ายในทุกโอกาส ดูสบายตา
เลกกิ้งคุณแม่ลุคสปอร์ตเกิร์ล
เอาใจคุณแม่สายสปอร์ตด้วยลุคทะมัดทะแมงแบบเซฟ ๆ ทั้งคุณแม่และคุณลูก นางเอกของลุคนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเลกกิ้งสำหรับคุณแม่ที่ออกแบบมาให้เหล่าคุณแม่สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี บริเวณหน้าท้องจะใช้เป็นผ้ายืดพิเศษให้ปรับไปตามรูปท้อง
สำหรับท่อนบนสามารถเลือกเป็นเสื้อแบบที่เราชื่นชอบได้เลย จะเป็นสายเดี่ยว เสื้อกล้าม แขนสั้น แขนยาวตามใจชอบเลย และปิดท้ายด้วยรองเท้ากีฬาคู่โปรด แค่นี้ก็คอมพลีตลุคสปอร์ตเกิร์ลแล้ว
เสื้อยืดแขนยาวลายขวาง
กลับคืนสู่สามัญกับความเรียบง่ายด้วยชุดคลุมท้องลวดลายที่เห็นบ่อย ๆ อย่างชุดลายขวาง เหมาะกับคุณแม่ที่ชอบแต่งตัวเรียบ ๆ แต่ก็อยากใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลาย ชุดลายขวางถือเป็นการผสมผสานระหว่างสองสิ่งนี้อย่างลงตัว
แมชเสื้อยืดลายขวางเป็นอะไรที่ง่ายแสนง่าย เราสามารถใส่เสื้อยืดลายขวางกับกางเกงยางยืดขาสั้นในลุค Casual สบาย ๆ หรือจะเลือกใส่เป็นกระโปรงสักตัว ส่วนจะสั้นหรือยาวก็แล้วแต่ความชอบ แต่แนะนำว่าควรเลือกเป็นสีพื้นเพื่อให้เข้ากับเสื้อยืดที่มีลายอยู่แล้ว จะได้ไม่ดูตาลายจนเกินไป
ชุดกระโปรงและบราท็อปกับลุค On the Beach!
คุณแม่มือใหม่ไปเที่ยวทะเล ใครบอกว่าแซ่บไม่ได้! ลุค On the Beach ของซุปเปอร์มัมที่เราหยิบมาให้วันนี้เป็นการแมชบราท็อปสุดเก๋เข้ากับกระโปรงผ้าซาตินที่ดูมันเงาเรียบลื่น เปรี้ยวหวานพอดีคำสุด ๆ !
ข้อดีของการใส่บราท็อปคือหายห่วงเรื่องเสื้อรัดหน้าท้อง แถมยังเหมาะไปเที่ยวทะเลสุด ๆ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าเสื้อผ้าน้อยชิ้นไป ก็สามารถหาผ้าคลุมที่เข้าคู่กันหรือเสื้อคลุมซีทรูสักตัวมาเพิ่มกิมมิก ตบท้ายด้วยกระโปรงผ้าซาตินเรียบลื่น เป็นอันว่าเลิศแน่นอน
ยีนส์คุณแม่ ไอเทมกันตาย
หนึ่งในไอเทมเสื้อผ้ากันตายที่ใคร ๆ ก็ต้องมีติดตู้ไว้คงหนีไม่พ้นยีนส์ เหล่าคุณแม่ที่ชื่นชอบการใส่ยีนส์ก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะเราก็ใส่ยีนส์ได้
ยีนส์สำหรับคุณแม่จะออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ มีผ้าเนื้อนุ่มพิเศษที่ช่วยปิดคลุมหน้าท้องได้อย่างกระชับโดยไม่รัดแน่นให้เป็นอันตรายแก่ลูกในท้อง เรียกว่าสวยด้วย ปลอดภัยด้วย! ส่วนดีไซน์ก็ต้องบอกว่ามีให้เลือกไม่ต่างกับยีนส์ปกติทั่วไปเลยค่ะ ทั้งแบบขาสั้น ขายาว หรือจะขาเต่ออหน่อย ๆ ชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามใจชอบ
สรุป
การเลือกชุดคลุมท้องเป็นสิ่งที่เหล่าคุณแม่ควรให้ความสำคัญเนื่องจากร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องช่วงตั้งครรภ์
ชุดคลุมท้องที่เหมาะสมควรเป็นชุดที่สวมใส่สบาย ไม่รัดรูปจนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง เน้นผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อแม่และเด็ก อาทิ เสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติคืนตัวเร็วหรือรีดสำเร็จเนื่องจากมีสารที่ชื่อว่า Formaldehyde
และถ้าให้พูดถึงแบบชุดคลุมท้องสำหรับบรรดาแม่ ๆ บอกได้คำเดียวว่าละลานตา มีทั้งแบบที่ผลิตเพื่อคุณแม่โดยเฉพาะ เช่น ยีนส์สำหรับคุณแม่ และชุดทั่วไปที่สามารถอแดปเป็นชุดคลุมท้องแสนเก๋ได้ เรียกว่าถึงเป็นคุณแม่ แต่ก็ยังสนุกกับการแต่งตัวเปลี่ยนลุคได้ไม่จำกัด
คุณแม่มือใหม่คนไหนอ่านจนถึงบรรทัดนี้แล้วอยากเตรียมตัวช้อปชุดคลุมท้องสวย ๆ ก็สามารถแวะไปที่เว็บ Kaidee ได้เลยค่ะ เลือกซื้อเลือกหากันได้เต็มที่ ส่วนทางเราจะรอส่องรูปคุณแม่ใส่ชุดคลุมท้องเก๋ ๆ อยู่ตรงนี้นะคะ
Nov 26, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
สายมูหลายคนคงพอจะทราบกันดีว่า การใช้ของหรือการพกสิ่งที่เป็นสิริมงคลจะเป็นที่พึ่งทางใจที่ดีมากๆ สำหรับสายมูอย่างพวกเรา กระเป๋าเงินก็เป็นหนึ่งในเครื่องรางที่จะช่วยส่งเสริมด้านดีๆ กับเราได้ด้วยเช่นกัน แล้วเราควรใช้กระเป๋าเงินสีอะไร ถึงจะเสริมให้เรา ตามไปดูกันเลย
วันอาทิตย์
การเงิน: สีที่ควรใช้ สีเงิน สีบานเย็น
โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีแดง สีม่วง
สีต้องห้าม: สีน้ำเงิน สีฟ้า
วันจันทร์
การเงิน: สีที่ควรใช้ สีขาว สีครีม สีฟ้า สีม่วง สีดำ
โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีน้ำตาล สีทอง สีส้ม
สีต้องห้าม: สีชมพู สีแดง
วันอังคาร
การเงิน: สีที่ควรใช้ สีเงิน สีทอง
โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีฟ้า สีน้ำเงิน สีเทา สีส้ม
สีต้องห้าม: สีดำ สีม่วง สีขาว
วันพุธ
การเงิน: สีที่ควรใช้ สีเขียว สีขาว สีเหลือง สีทอง
โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีน้ำเงิน สีฟ้า
สีต้องห้าม: สีน้ำตาล สีเทา
วันพฤหัสบดี
การเงิน: สีที่ควรใช้ สีเขียว สีแดง
โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีชมพู สีฟ้า สีน้ำเงิน
สีต้องห้าม: สีขาว สีครีม
วันศุกร์
การเงิน: สีที่ควรใช้ สีฟ้า สีน้ำเงิน สีขมพู
โชคลาภ: สีที่ควรใช้ สีส้ม สีน้ำตาล
สีต้องห้าม: สีเทา สีดำ
วันเสาร์
การเงิน: สีที่ควรใช้ สีเทา สีขาว
โชคลาภ: สีที่ควรใช้ แดง
สีต้องห้าม: สีน้ำงิน สีฟ้า สีขมพู
กระเป๋าเงินของคนแต่ละวันก็แตกต่างกันไป ตามพื้นดวงวันที่เราเกิด ตอนนี้กระเป๋าเงินที่คุณถืออยู่ตรงกับสีกระเป๋าเงินที่เรานำมาฝากไหมคะ ถ้าใครเป็นสายมูห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงเลยนะ แต่ถ้ากระเป๋าเงินที่ใช้อยู่ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณ หรือยังไม่ตรงกับพื้นดวง แต่อยากลองมูเตลูดูสักรอบ ลองเข้ามาดูกระเป๋าเงินสวยๆ ที่ตรงกับสีพื้นดวงของคุณที่ Kaidee นะคะ เลือกกันได้จุใจไปเลย