หาน้องหมาน้องแมวเลี้ยงดูทางนี้! ชวนดู 5 แหล่งแจกฟรี

หาน้องหมาน้องแมวเลี้ยงดูทางนี้! ชวนดู 5 แหล่งแจกฟรี

หลายต่อหลายครั้งในชีวิต ที่การเดินทางของเวลามักพาเราไปเจอกับความเศร้า และเผชิญกับเรื่องราวอันแสนบีบคั้นหัวใจ นอกจากกำลังใจและความปรารถนาดีของคนรอบข้างที่เราสัมผัสได้เสมอแล้ว อีกหนึ่ง “ความรักอันบริสุทธิ์” ที่โอบกอดเราเสมอ คือความห่วงใยของ “เพื่อนรักสี่ขา” น้องหมาน้องแมว

เชื่อว่าคนที่เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่ มักสัมผัสถึงพลังแห่งรักอันยิ่งใหญ่ได้เสมอ ถึงพวกเขาจะสื่อสารเป็นภาษาพูดไม่ได้ ทว่าการกระทำของแกงค์ขนปุยที่เข้ามาคลอเคลีย มานอนข้างๆ หรือเอาขามาแตะตัว คอยปลอบเวลาเราร้องไห้ รวมถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทั้งหมดทั้งมวลนั้น แทนคำว่า “รัก” ได้มากพอแล้ว

Foundation Cat And Dog

รวม 5 แหล่งแจกน้องหมาน้องแมวฟรี

ไม่ว่ายุคใดสมัยไหน ทั้งหมาและแมวเป็นเพื่อนที่ดีของมนุษย์เสมอมา ใครที่กำลังมองหาสัตว์เลี้ยงคู่ใจสักตัวไว้คอยเคียงข้าง วันนี้เรามี “5 แหล่งแจกน้องหมาน้องแมวฟรี” มาแนะนำไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้องๆ ที่ถูกทอดทิ้งหรือโดนทำร้ายมา สายพันธุ์และรูปลักษณ์อาจจะไม่สะดุดตา แต่ความน่ารักพวกเขาไม่เป็นสองรองใครแน่นอน

1.มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยแห่งประเทศไทย Soi Dog Foundation

โครงการช่วยเหลือน้องหมาน้องแมวแห่งนี้ ริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2546 ที่เมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่างภูเก็ต ด้วยความตั้งใจของ “จอห์นและจิลล์ ดัลลีย์” คู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่จูงมือกันมาใช้ชีวิตวัยเกษียณที่จังหวัดดังกล่าว แล้วเห็นว่ามีสัตว์สี่ขาจำนวนมาก เกือบ 50,000 ตัว ถูกทอดทิ้งอยู่ตามซอกซอยต่างๆ บนเกาะแห่งนี้

ที่สำคัญจำนวนของน้องๆ หมาแมวยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกปี อัตราการเกิดใหม่ค่อนข้างสูง จอห์นและจิลล์เล็งเห็นว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือนำพวกเขามาดูแลและจัดการทำหมัน ถึงจะเป็นทางออกที่ดีและยั่งยืน จึงกลายเป็นที่มาของ “มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย” นั่นเอง

ปัจจุบันมูลนิธิแห่งนี้ช่วยเหลือและดูแลสัตว์ต่างๆ ที่ไม่ใช่แค่หมาและแมว มากกว่า 1,000 ตัว/ปี ใครที่อยู่แถวภูเก็ตแล้วมีใจอยากจะรับอุปการะหมาแมวน่ารักๆ สักตัว ลองคลิกเข้าไปดูรูปถ่ายได้ที่เว็บไซต์ของ soidog โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ยกเว้นค่าขนส่ง หรือถ้าใครไม่สะดวก แต่อยากช่วยเหลือน้องๆ ให้มีชีวิตดีขึ้น เลือกเป็นผู้อุปภัมภ์น้องๆ ที่ถูกชะตาได้ โดย 1 ตัว มีค่าใช้จ่ายเพียง 900 บาท/เดือน

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/SoiDogInThai หรือ https://www.soidog.org/th

2.แคทสเตอร์ บาย คิงดอมออฟไทเกอร์ Catster by Kingdom of Tigers

ใครเป็นทาสแมวน่าจะคุ้นเคยกับเพจ “ทูนหัวของบ่าว” หรือ “Kingdom of Tigers” เป็นอย่างดี เราเองก็เช่นกันในฐานะสมาคมคนรักแมว หนึ่งโครงการที่คุณ “นัชญ์ ประสพสิน” เจ้าของเพจทำแล้วรู้สึก Touch ใจเรามากๆ คือ Catster by Kingdom of Tigers ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ Community ของคนรักแมว

ที่นี่คือศูนย์กลางการช่วยเหลือสัตว์ทุกประเภท ไม่จำกัดแค่น้องแมว ไม่ว่าจะพบเจอปัญหาอะไรเกี่ยวกับสัตว์ ทั้งน้องหายตัวไป ขอเลือด หาบ้านให้พวกเขาก็โพสต์ขอความช่วยเหลือเข้ามาได้ หรือจะเข้ามาช้อปปิ้งขนมแมว ของเล่น ของใช้ต่างๆ ที่นี่ก็คัดสรรคุณภาพมาให้คุณเป็นอย่างดี ทั้งยังมีเด็กๆ จากบ้านทูนหัวของบ่าว สลับสับเปลี่ยนมาให้คุณเกาพุงกันแบบเพลิดเพลิน

จริงๆ แล้วไฮไลต์ของ Catster อยู่ที่ชั้น 3 คุณนัชญ์ตั้งใจทำโซนนี้ให้เป็นคาเฟ่แมวจร มีเหมียวๆ จากทั่วสารทิศให้คุณได้มาลองเล่น ลองทำความรู้จัก หากมองตาตัวไหนแล้วถูกใจก็เอากลับบ้านได้ฟรีๆ เลย แต่อาจจะมีรายละเอียดต่างๆ นิดหน่อย ทั้งนี้มั่นใจได้ว่า แมวทุกตัวจากที่นี่ผ่านการตรวจเลือด ฉีดวัคซีนต่างๆ ครบ พร้อมย้ายเข้าสู่บ้านที่อบอุ่นแน่นอน

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://twitter.com/catsterclub หรือ https://www.facebook.com/catsterClub/

3. มูลนิธิรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร

กว่า 11 ปีที่คุณรักษ์ วชิรา ทวีสกุลสุข ก่อตั้งโครงการรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร ช่วยเหลือเจ้าสี่ขาขนปุย จนตอนนี้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิรักษ์แมวฯ อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันมีแมวมากกว่า 10,000 ตัวที่ได้บ้านใหม่อันอบอุ่นจากโครงการดังกล่าว และกว่า 12,000 ตัวทำหมันและฉีดวัคซีนต่างๆ ไปเป็นที่เรียบร้อย

กิจกรรมที่ทางมูลนิธิทำค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งหาบ้านให้แมวจร ระดมทุนช่วยเหลือสัตว์ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งยังรวมกลุ่มกันทำหมันให้แมวฟรี ไปจนถึงออกบูทตามสถานที่ต่างๆ เพื่อรับบริจาคและพาน้องแมวไปหาบ้าน

ใครกำลังมองหาน้องแมวน่ารักๆ มาไว้เป็นเพื่อนรักคู่ใจ แนะนำให้กดติดตาม Facebook ของทางโครงการไว้เลย เพราะทุกๆ วันทางมูลนิธิจะมีเจ้าเหมียวสุดคิวต์ต่างเพศต่างวัย ให้คุณเลือกตัวที่ถูกตาต้องใจ หรือจะแวะเวียนไปที่บูทตามห้างต่างๆ ลองไปสัมผัสพวกเขา มองหน้าและจ้องตากันดู หากถูกใจก็อุ้มนายท่านกลับบ้านกันได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/catroompantip หรือ https://www.rakmaw.com/

4.ไทยแลนด์อดอปเตอร์คลับ Thailand Adopter Club

“รณรงค์ให้คนไทย เลี้ยงสัตว์ด้วยความรัก ดูแลด้วยความรู้ รับผิดชอบตลอดชีวิต”

คือความตั้งใจอันแน่วแน่ของคลับนี้

โครงการเล็กๆ ที่คนทำหัวใจยิ่งใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของ “องค์กรเพื่อสวัสดิภาพสัตว์แห่งประเทศไทย” ซึ่งทำต่อเนื่องมาแล้วกว่า 10 ปี สิ่งหลักๆ ที่คลับนี้ทำ คือคอยช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกสี่ขาที่ได้รับบาดเจ็บทั้งกายและใจจากกรณีต่างๆ ไม่ว่าจะถูกมนุษย์ทำร้าย ถูกทิ้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ ไปจนถึงคอยสกัดไม่ให้พวกเขาถูกส่งไปชำแหละเป็นอาหาร

ที่สำคัญไทยแลนด์อดอปเตอร์คลับ ยังช่วยหาบ้านให้น้องหมาน้องแมวฟรีๆ จากทั่วทุกสารทิศ มีตั้งแต่วัยเบบี้ 2-3 เดือนไปจนถึงวัยโตเต็มวัย ให้คุณเลือก Adopt ได้เรื่อยๆ ไม่มีจำกัด ตามความถูกใจและความรับผิดชอบของคุณ เพราะความตั้งใจของพวกเขาก็คือ อยากให้น้องๆ สี่ขามีครอบครัวที่อบอุ่น มอบความรักและรับผิดชอบพวกเขาไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/ThailandAdopterClub

5.อุปการะน้องหมาน้องแมวที่ Kaidee

Kaidee ของเรา นอกจากจะเป็นแหล่งซื้อ-ขายของออนไลน์ชั้นนำ ที่มีสิ่งของให้เลือกช้อปหลากหลายประเภทแล้ว ในหมวดหมู่ของ “สัตว์เลี้ยง” หากคุณไล่ดูเรื่อยๆ หรือลองเสิร์ชว่า “แจกฟรี” จะพบกับสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ ในราคาศูนย์บาท เรียกว่าไม่ต้องเสียเงินสักบาทก็เป็นเจ้าของน้องๆ ที่ถูกใจได้ ที่สำคัญไม่ใช่แค่น้องหมาแมวเท่านั้น มีสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ อย่างนก กระต่าย เม่น ฯลฯ ที่รอย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่อันอบอุ่น

สรุปท้ายบทความ

จริงๆ แล้วมูลนิธิเพื่อสัตว์เลี้ยงทั้งหลายที่เราแนะนำไปนั้น ถือเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ

“ความรับผิดชอบ” คือ “หัวใจ” สำคัญ ซึ่งคนเลี้ยงควรมีและยึดถือเป็นอย่างยิ่ง การที่เราจะตัดสินใจเลี้ยงน้องหมาน้องแมวสักตัว ความน่ารักไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้เราเลือกพวกเขามาอยู่เคียงข้าง

ถึงแม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทว่าก็ยังดีกว่าการที่เราอยู่เฉย แล้วปล่อยให้เพื่อนสี่ขาอันแสนซื่อสัตย์ จมอยู่กับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานด้วยฝีมือมนุษย์ไร้ความรับผิดชอบ การอยู่ร่วมกันด้วยความรักและจุนเจือ เป็นสิ่งที่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น

9 ที่เที่ยวกลางคืนในกรุงเทพ สายนอนเช้า ห้ามพลาด

9 ที่เที่ยวกลางคืนในกรุงเทพ สายนอนเช้า ห้ามพลาด

หลายๆ คนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า“‘กรุงเทพ’ มหานคร ที่ไม่เคยหลับใหล” ถึงเเม้ว่าความวุ่นวายในกรุงเทพทั้งในด้านธุรกิจ และการบันเทิงนั้น อาจจะยังสู้เมืองที่มีชื่อเสียงระดับสากลอย่าง มหานครนิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส หรือลาสเวกัส ไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากรุงเทพเป็นหนึ่งในเมืองหลวงอีกเมืองหนึ่งของโลกที่ไม่ว่าจะเป็นกลางวัน หรือกลางคืน ก็ไม่เคยหลับใหล 

ทั้งนี้เป็นเพราะว่ากรุงเทพเป็นเมืองที่อัดแน่นไปด้วยประชากรจำนวนมากทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ มีทั้งออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงมากมายกระจัดกระจายอยู่เเทบจะทุกมุมถนน จึงไม่แปลกที่กรุงเทพจะเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้มีโอกาสมาเที่ยว ยิ่งถ้าให้พูดถึงสถานที่เที่ยวกลางคืน เรียกได้ว่ากรุงเทพมีครบทุกรส ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แน่นอน

วันนี้ Kaidee เอา 9 สถานที่เที่ยวกลางคืนในกรุงเทพ ที่นอกจากจะมีวิวดี ราคาสบายกระเป๋าเเล้ว ยังให้ความสนุกสนานที่ unique ไม่เเพ้ชาติใดในโลกมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน ถึงเเม้ว่าจริงอยู่ที่ “ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” ทุกที่ที่เรานำเสนอในวันนี้ต่างก็มีเวลาปิดร้านเเต่รับรองว่าทั้ง 9 ที่นี้ เปิดเลยเที่ยงคืนเเน่นอน ให้คุณได้เช็คอินตีสอง คูลๆ โชว์คนอื่นได้สบาย 

เราขออนุญาตเริ่มด้วยที่เที่ยวกลางคืนย่านขวัญใจวัยรุ่น เเละชาวต่างชาติ อย่างข้าวสารกันก่อนเลย

ที่เที่ยวกลางคืนถนนข้าวสาร

1. Molly Bar (มอลลี่ บาร์)

molly bar
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก buddygroupthailand 

ถ้าพูดถึงผับบาร์มีชื่อเสียงในย่านข้าวสาร หลายๆ คนคงนึกถึงบริคบาร์ (Brick Bar) เเน่นอน แต่ถ้าจะให้ไปบริคบาร์ หรือ “เที่ยวบริค” ที่วัยรุ่นพูดกัน ทุกอาทิตย์คงจะเบื่อเเย่ วันนี้เรามีอีกร้านที่ถือว่าเป็นตำนานที่เที่ยวย่านข้าวสารเลยก็ว่าได้ นั้นก็คือร้าน “มอลลี่บาร์” นั้นเอง มอลลี่บาร์เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยว Go-To ยอดนิยมของคนทุกวัย ตั้งเเต่วัยรุ่นยันวัยทำงาน เนื่องจากร้านมีขนาดกว้างขวาง เเละเปิดเพลงหลากหลายสไตล์ เเถมมีทั้งโซน In-door และ Out-door ให้เลือกนั่งอีกต่างหาก ถ้าเพื่อนๆกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะนั่งโซนไหนดี เราขอแนะนำให้นั่งโซน Out-door ค่ะ เพราะจะมาเที่ยวข้าวสารทั้งที เพื่อนๆควรจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ เเละความบันเทิงบนถนนข้าวสารที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้มองผู้คนเดินไปมา ได้ตากลมเย็นๆ  และได้ฟังเสียงเพลงที่ลอยมาตามทางถนนข้าวสารแห่งนี้ให้คุ้มค่า ไม่ใช่เหรอคะ 

นอกจากนี้ร้านมอลลี่ยังมีการตกแต่งแนว Retro ที่จะพาคุณนั่งไทม์แมชชีนย้อนวันวานกลับไปยุค 80 กันเลยทีเดียว ร้านมอลลี่บาร์ยังเอาใจคนชอบดนตรีสดด้วยการจัดอีเว้นท์เเละการเชิญศิลปินฮอตๆ มาร้องเพลงถึงที่เกือบทุกวันด้วยค่ะ

พิกัดร้าน: ซอย รามบุตรี ย่านถนนข้าวสาร

เปิดตั้งเเต่: 16:00-03:00 น. 

2. Mulligans Irish Bar (มัลลิแกนส์ ไอริช บาร์)

Mulligans Irish Bars
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก Facebook/ Mulligans Irish Bar

ถ้าใครกำลังหาที่เที่ยวกลางคืนที่มีกิจกรรมอื่นๆ นอกจากการนั่งฟังดนตรีสด เราแนะนำร้าน มัลลิเเกนส์ ไอริช บาร์ ค่ะ บาร์นี้เป็นบาร์ที่กว้างที่สุดแห่งหนึ่งในย่านข้าวสารเลยก็ว่าได้ ภายในร้านมีโซนกินข้าวอยู่หลายโซน ได้แก่ โซนเคาน์เตอร์บาร์ที่ยาวถึง 10 เมตร โซนโต๊ะสำหรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ ที่ดีไซน์มาจากไม้โอ๊ก เป็นต้น 

จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่โซนกิจกรรมนั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น โต๊ะพูล จุดปาเกมลูกดอก และตู้เกม ทั้งนี้ทางร้านมีจุดประสงค์เพื่อให้ลูกค้าได้สังสรรค์กับเพื่อนฝูงยาวๆตลอดทั้งคืน รับรองว่าไม่มีทางเบื่อ ได้นั่งยาวไปจนถึงร้านปิดแน่นอน ที่สำคัญร้านนี้ยังให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เเละไม่มีวันหยุดด้วยนะคะ

ถ้าพูดถึงอาหารของร้าน รับรองว่ามีน้ำลายไหลกันเเน่ๆ ถ้าเพื่อนๆเป็นคนที่ชอบอาหารยุโรป โดยเฉพาะอาหารไอริชนั้น รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ทางร้านมีเมนูขึ้นชื่ออย่าง สปาเก็ตตี้เส้นดำ ที่เสิร์ฟพร้อมกับปลาดอลลี่ราดซอสไวน์ขาว ซึ่งรสชาติหอมหวานของซอสไวน์ขาวนั้นก็เข้าถึงเนื้อสปาเกตตี้อย่างเข้มข้นเลยทีเดียว อีกเมนูเด็ดต้องยกให้ เบียร์ดำ Guinness ที่ทางร้านนำเข้าโดยตรงจาก ไอร์แลนด์ ถึงเเม้จะเป็นเบียร์นอกเเต่ราคาก็สบายกระเป๋า

พิกัดร้าน: ถนนข้าวสาร ชั้น2 ของโรงแรม Buddy lodge

เปิดตั้งเเต่: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ที่เที่ยวกลางคืนถนนเยาวราช

ถ้าพูดถึงถนนครึกครื้นยามค่ำคืนเเล้วไม่พูดถึงถนนเยาวราชก็คงไม่ได้ เเม้ว่าถนนเยาวราชจะยาว เเละมีซอยซับซ้อนให้ปวดหัว ปวดขา เเค่ไหน เยาวราชยังเป็นถนนที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากคนไทย คนจีน เเละชาวต่างชาติ ทั้งสองฝั่งข้างทางของถนนมีของกินหลากหลายเชื้อชาติตลอดทาง รับรองว่าคนเดินได้เดินเพลินลืมเหนื่อยเเน่นอน

3. ร้านหมูตุ๋นเอ็นตุ๋น น้ำแดงหม้อดิน

ร้านหมูตุ๋นเอ็นตุ๋น น้ำแดงหม้อดิน
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก food.mthai

ร้านเเรกที่เราอยากแนะนำเหมาะสำหรับสายเส้นเป็นพิเศษ นั้นคือร้าน ร้านหมูตุ๋นเอ็นตุ๋นน้ำแดงหม้อดิน ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่เจ้าเดิมของเยาวราชที่เปิดมามากกว่า 50 ปี เเน่นอนว่าจากชื่อร้าน ของขึ้นชื่อก็ต้องเป็นเอ็นตุ๋นใช่ไหมล่ะคะ ด้วยรสชาติเข้มข้นของน้ำแดงที่คุณจะได้ลิ้มรสในเนื้อหมูตุ๋นทุกๆคำ รวมไปถึงกลิ่นน้ำยาที่ไม่เเรงจนเกินไป ทำให้ก๋วยเตี๋ยวถ้วยนี้ มีรสชาติที่ถูกปากคนทุกวัย

การได้นั่งกินอาหารอร่อยๆ ไปพร้อมกับชมเเสงไฟของถนนเยาวราชนั้น ก็ถือว่าเป็นการเที่ยวกลางคืนอีกแบบที่ได้ทั้งความสนุก แถมยังอิ่มท้องไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นเราจึงขอยกให้ร้านหมูตุ๋นเอ็นตุ๋นเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่น่าสนใจ แถมคุณยังไม่ต้องทรมานกับแฮงโอเวอร์ในวันพรุ่งนี้เช้าด้วยนะคะ

พิกัดร้าน: หน้าร้าน ฉ.เอียะฮวด ถนน เยาวราช

เปิดตั้งเเต่: 21:00 – 02.00 น.

ที่เที่ยวกลางคืนย่านอโศก 

สายไม่นอนทั้งหลายคงพอทราบกันดีอยู่แล้วว่า เเหล่งรวมความบันเทิงยามค่ำคืนฮอตที่สุดในกรุงเทพ ต้องยกให้ “อโศก” เเม้ว่าย่านนี้จะขึ้นชื่อเรื่องรถติด ให้ตายยังไงอโศกก็ยังเป็นย่านที่ใครหลายๆ คนฝันที่จะมีบ้านสักหลังหรือคอนโดสักห้องใจกลางย่านอยู่ดี เพราะนอกจากย่านอโศกจะเป็นศูนย์ร่วมบริษัทใหญ่ๆทั้งหลายเเล้ว ร้านอาหาร คาเฟ่ เเหล่งแฮงเอาท์ และสถานที่ช้อปปิ้งก็มีมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นอโศกยังเป็น Hub รวมเเหล่งท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่เที่ยวกลางคืนอีกด้วย ซึ่งก็มีตั้งเเต่ราคาย่อมเยาว์ไปจนถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว

4. มูชั่ว บาร์ (Mutual Bar).

ถ้าใครที่ชื่นชอบบรรยากาศของสถานที่เที่ยวกลางคืนแบบไพรเวท มูชั่วบาร์ ตอบโจทย์นั้นเเน่นอน มูชั่วบาร์เป็นบาร์ลับๆ ในซอยสุขุมวิท 24 ฝั่งตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม ตัวบาร์ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของอาคารพาณิชย์ การตกแต่งของร้านจะเน้นการใช้กระจกบานใหญ่เป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้บรรยากาศในร้านดูหรูหรา เสมือนนั่งจิบเบียร์อยู่บนรูฟท็อป

ทางร้านใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำตาลเป็นหลัก เพื่อคงคอนเซ็ปท์เรียบหรูแบบผู้ดีมีสตางค์ เเถมยังเปิดเพลงเเจ๊สเบาๆทั้งคืนเพื่อช่วยเพิ่มความคลาสสิกอีกด้วย จุดเด่นของบาร์เเห่งนี้ไม่ได้มีเพียงเเค่บรรยากาศเพียงอย่างเดียวนะคะ จุดเริ่มต้นของร้านก็น่าประทับใจไม่น้อยเลยค่ะ เหตุผลที่เจ้าของบาร์ตั้งชื่อบาร์ว่า Mutual Bar (มูชั่ว บาร์) นั้น เกิดจากการรวมตัวของเพื่อนสนิททั้ง 7 คนที่ต่างก็เติบโตไปมีอาชีพต่างกัน ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ นักธุรกิจ เเละนักดนตรี และเเม้เวลาจะผ่านไปนานเเค่ไหน เพื่อนทั้ง 7 คน ก็ยังคงมีความชอบที่เหมือนกัน นั้นก็คือการได้นั่งผ่อนคลายชมบรรยากาศกรุงเทพยามค่ำคืน เเละนั้นเองจึงเป็นที่มาของคำว่า “Mutual” ซึ่งเเปลเป็นไทยว่า “สัมพันธ์กัน” นั้นเองค่ะ

พิกัดร้าน: อยู่ในซอย สุขุมวิท 24 บนอาคารพาณิชชั้น 5

เปิดตั้งเเต่: 17:00-02:00 น.

5. วานิลลา สกาย รูฟท็อป บาร์ (Vanilla Sky Rooftop Bar)

ในซอยเดียวกันกับร้านมูชั่ว บาร์ ยังมีอีกบาร์หนึ่งที่น่าสนใจ แถมที่สำคัญบาร์นี้เป็นบาร์รูฟท็อปจริงๆด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าใครชอบบรรยากาศปาร์ตี้รูฟท็อป จิบค็อกเทลเพลินๆ ไปพร้อมกับดื่มด่ำวิวกรุงเทพ วานิลลา สกาย รูฟท็อฟ บาร์ เป็นอีกที่ ที่คนเน้นบรรยากาศไม่ควรพลาด 

ด้วยที่ตั้งของบาร์ที่อยู่บนตึกสูง จึงทำให้ได้เห็นวิวกรุงเทพไปแบบเต็มๆ เรียกได้ว่า 360 องศากันเลยทีเดียว สายดีเจทั้งหลายไม่ผิดหวังเเน่นอน เพราะที่นี่มีดีเจมามิกซ์เพลงทุกแนวตลอดทั้งคืน ส่วนเครื่องดื่มนั้นจะเน้นเเนวค็อกเทลเป็นหลัก ราคาไม่น่าตกใจนะคะ เพราะที่นี่มี happy hour ด้วยเครื่องดื่ม Buy 1 Get 1 Free ตั้งเเต่หนึ่งทุ่มยาวไปจนถึงสามทุ่มกันเลยทีเดียว เเละที่สำคัญการเดินทางมาที่ร้านก็เเสนจะง่าย เพียงเเค่นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานนี พร้อมพงษ์ ทางออกที่ 4 เเล้วเดินเข้าซอยสุขุมวิท 24 เดินเข้ามาในซอยให้หาตึก Compass Sky View ตัวบาร์นั้นจะอยู่ที่ชั้น rooftop ของตึกค่ะ ถ้าใครกำลังหาที่เที่ยวกลางคืนที่ไม่ฮาร์ดคอร์และเน้นบรรยากาศ วานิลลา สกาย รูฟท็อป คือคำตอบค่ะ

พิกัดร้าน: อยู่ในซอย สุขุมวิท 24 บนอาคาร Compass Sky View ชั้น rooftop

เปิดตั้งเเต่: 17:00-02:00 น

ที่เที่ยวกลางคืนย่านเอกมัย

มาต่อกันที่ย่านสุดท้าย แต่ความฮอตฮิตไม่ท้ายสุด เอกมัยเป็นอีกย่านที่มีที่เที่ยวกลางคืนมากมาย ตั้งเเต่ บาร์เล็กๆ  ไปจนถึงผับ 2-3 ชั้น ถ้าคุณเป็นมือใหม่ ไม่รู้ว่าจะไปชมไนท์ไลฟ์ของกรุงเทพที่ไหนดี เราขอเเนะนำให้เริ่มจากย่านเอกมัยก่อนเลย เพราะเเค่เดินไปเรื่อยๆ ตามท้องถนนคุณก็จะเจอผับ บาร์มากมาย เรียกได้ว่าตัวเลือกเยอะจนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว 

6. KIKI Korean Bar

มาเอาใจแฟนๆ K-Pop กันด้วยบาร์สไตล์เกาหลีกันบ้าง บาร์เเห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 10 ชั้น 2 ของโครงการเวิ้งโบราณ การเดินทางอาจจะยากสักหน่อย เนื่องจากร้านตั้งอยู่ในย่านทองหล่อ ย่านที่ขึ้นชื่อว่ารถติดที่สุดในกรุงเทพ เเต่บรรยากาศ และอาหารของร้านจะไม่ทำให้คุณรู้สึกเสียดายค่าน้ำมันเเน่นอน 

ร้าน KIKI (ㅋㅋ) อ่านว่า คึคึ ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะในภาษาเกาหลี เพราะเจ้าของร้านอยากให้ทุกคนมีเเต่เสียงหัวเราะ ตั้งเเต่ก้าวเเรกที่เข้าร้าน ยันเดินออกจากร้าน จุดเด่นของร้านนี้อยู่ตรงดีไซน์ค่ะ สไตล์ร้านนั้นเลียนเเบบเต็นท์แดงขายอาหารกลางคืนของประเทศเกาหลีนั้นเอง ร้านยังใช้ไฟนีออนสีแดงเพื่อเพิ่มความโดดเด่นเข้าไปอีก เรียกได้ว่าให้บาร์นี้ให้บรรยากาศเหมือนคุณได้ไปนั่งชิลกับเพื่อนหลังเลิกงานใจกลางกรุงโซลเลยทีเดียว 

พิกัดร้าน: อยู่ในเอกมัย ซอย 10 ชั้น 2 โครงการเวิ้งโบราณ

เปิดตั้งเเต่: 17:00-02:00 น

7. Tuba (ทูบา)

ทูบาเป็นร้านกึ่งร้านอาหารกึ่งบาร์ ที่มีลูกเล่นการตกเเต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์จากทั่วทุกมุมโลก ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา โคมไฟ งานศิลปะ เเละอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญหากลูกค้าท่านไหนสนใจเฟอร์นิเจอร์หรืองานศิลปะในร้าน ก็สามารถติดต่อขอซื้อกับทางร้านได้เลยทันทีเลยค่ะ

อาหารของร้านจะเน้นเป็นเเนวอิตาเลียนฟิวชั่น โดยการผสมผสานระหว่างอาหารแนวตะวันตกกับรสชาติจัดจ้านจุดเด่นของอาหารไทย เรื่องรสชาติไม่เป็นสองรองใครเเน่นอน เมนูเเนะนำนั้นคือ พิซซ่าขอบบางกรอบๆ สไตล์อิตาเลี่ยน ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกทั้งค็อกเทล เบียร์ วิสกี้ หรือสายคออ่อนน้ำอัดลมก็มีขายค่ะ ที่ร้านยังมีโต๊ะพลูให้ลูกค้าได้เล่นกับเพื่อนแก้เบื่อระหว่างจิบค็อกเทลอีกด้วย 

พิกัดร้าน: อยู่ในเอกมัย ซอย 21 ซอย เเจ่มจันทร์ 

เปิดตั้งเเต่: 11:00-02:00 น

8. AINU Bar (ไอนุ บาร์)

AINU bar
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก Facebook/AINUBar

หลังเลิกงานหิวๆ อยากกินอาหารญี่ปุ่นรสชาติดังเดิมและจิบไวน์เบาๆ ผ่อนคลายกับวันที่เเสนยาวนาน เราขอเเนะนำร้าน ไอนุ บาร์ ซึ่งเป็นบาร์ย่านทองหล่ออีกที่ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากลูกค้าทุกเพศทุกวัย 

ทางร้านจะเน้นอาหารญี่ปุ่นสไตล์ “อิซากายะ” ซึ่งเป็นสไตล์การเสิร์ฟอาหารเป็นจานเล็กๆ นอกจากอาหารญี่ปุ่นที่เป็นจุดขายเเล้ว ทางร้านยังมีเครื่องดื่มหลากหลาย เช่น เหล้าสาเก ไวน์พลัม เบียร์ไทย เบียร์นำเข้า ค็อกเทล และเเชมเปญ ไม่ว่าเพื่อนๆจะชอบเเบบไหนทางร้านมีตัวเลือกให้เเน่นอน 

หลายคนคงสงสัยว่าชื่อร้านแปลว่าอะไร “ไอนุ” เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “アイヌ” ซึ่งเป็นคำที่คนญี่ปุ่นเรียกคนพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโดนั้นเอง เเค่ชื่อร้านก็รู้เลยใช่ไหมคะว่าอาหารและบรรยากาศของร้านนั้นจะดั้งเดิมขนาดไหน

พิกัดร้าน: อยู่ระหว่างทองหล่อซอย 5 และ ซอย 7 จากปากซอยเข้าไปประมาณ 800 เมตร ก็จะเจอร้านค่ะ

เปิดตั้งเเต่: 17:30-01:00 น

9. Mocking Tales.

เราขอปิดท้ายด้วยร้าน Mocking Tales ด้วยคอนเซ็ปท์ของร้านที่เน้นความลึกลับบวกกับการตกแต่งที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าได้หลุดเข้าใปอยู่ในหนังสือเทพนิยายเเฟนตาซี เราจึงอดไม่ได้ที่จะขอเก็บร้านที่ยูนิคที่สุดเอาไว้ท้ายสุด ดีไซน์ของร้านนี้จะเลียนแบบบรรยากาศของปราสาทโกธิค ทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้รวมไปถึงของตกแต่งภายในร้าน ทำให้ลูกค้าของร้านต่างเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมือนได้มานั่งกินข้าวในห้องอาหารฮอกวอตส์เลยค่ะ

จุดเด่นของร้านนี้ก็หนี้ไม่พ้นเมนูอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มหรืออาหารนั้น ต่างก็มีชื่อเมนูที่แปลกแต่ลึกลับซึ่งเข้ากับคอนเซ็ปท์ของร้านเป็นอย่างดี เช่น เมนู Castle of Dawn & Twilight ซึ่งเป็น เอเเคลร์สอดไส้ช็อกโกแลต เรียงกันเป็นรูปคล้ายปราสาทลึกลับ เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมหวานๆ  และเพิ่มความอลังการด้วยควันจาก Dry Ice 

ถึงเเม้ว่าร้านจะดูเป็นร้านอาหารมากกว่าบาร์ แต่ทางร้านก็เปิดยาวไปจนถึงตีหนึ่ง นับได้ว่าเป็นที่เที่ยวอีกที่ที่แปลกใหม่ มีคลาส ยกระดับขึ้นมาอีกหน่อย 

สรุปท้ายบทความ

เป็นยังไงกันบ้างคะ สถานที่เที่ยวกลางคืนในกรุงเทพทั้ง 9 ที่ ใน 4 ย่านดังของกรุงเทพที่เรานำมาเสนอให้เพื่อนๆ กันวันนี้ หวังว่าเพื่อนๆ จะถูกใจ หรืออย่างน้อยได้ไอเดียที่เที่ยวหลังเลิกงานกันไปไม่มากก็น้อยนะคะ เรื่องการการเดินทางไปแต่ที่ก็ไม่น่าเป็นห่วงค่ะ เนื่องจากมีรถไฟฟ้าผ่านถึงที่แทบทุกที่เลย 

ถ้าเพื่อนๆ  คนไหน กำลังมองหาคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ที่โอบล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงที่เที่ยวกลางคืนเด็ดๆทั้งหลายอย่างวันนี้ สามารถเข้ามาเยี่ยมชมคอนโดมิเนียมที่ Kaidee  เรามีคอนโดมิเนียมหลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคาให้เลือกชมมากมายเลยค่ะ

เลือกน้องหมาอย่างไรให้เหมาะกับทั้ง 12 ราศี

เลือกน้องหมาอย่างไรให้เหมาะกับทั้ง 12 ราศี

การเลือกน้องหมาเองก็เช่นกัน น้องหมาแต่ละพันธุ์มีนิสัยแตกต่างกัน บางพันธุ์ขี้อ้อน บางพันธุ์ซุกซน บางพันธุ์เป็นสายดุ ลองจินตนาการว่าถ้าเราเลือกน้องหมาที่มีแนวโน้มนิสัยเข้ากับเราได้ เราจะยิ่งกลายเป็นคู่หูคู่ซี้กันง่ายแค่ไหน 

วันนี้เราเลยอยากชวนมาค้นหาน้องหมาสายพันธุ์ที่เหมาะกับนิสัยใจคอของคุณตามราศี เจ้าตูบสี่ขาพันธุ์ไหนจะเป็น Soulmate ของคุณ ไปดูกันเลย

น้องหมาพันธ์ไหนเหมาะกับชาว 12 ราศี

ราศีเมษ (Aries)

ชาวราศีเมษหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มกราคม – 19 เมษายน โดดเด่นด้านเป็นผู้นำ ใจกล้า ทะเยอทะยาน เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ 

ถ้าอยากมองหาเจ้าตูบคู่ใจที่เหมาะกับนิสัยความเป็นผู้นำขอแนะนำเป็นน้อง ‘Doberman Pinscher’ หมาใหญ่ นิสัยซื่อสัตย์ สุภาพ จงรักภักดีกับเจ้าของเป็นที่หนึ่ง 

หรือจะเป็นสุนัขพันธุ์อื่นอย่าง ‘Weimaraner’ ที่มีลักษณะนิสัยกระตือรือร้น พลังเหลือเฟือเหมาะกับคนที่มีเอเนอร์จีใจกล้า ไฟแรง พร้อมลุย 

ราศีพฤษภ (Taurus)

ราศีพฤษภหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 20 เมษายน – 19 พฤษภาคม เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ารักเด็ก ซื่อสัตย์ น้องหมาพันธุ์คู่ใจที่ขึ้นชื่อเรื่องนิสัยจงรักภักดีก็คงเป็นเจ้า ‘Boxer’ น้องหมาหน้าย่นตัวสูงโย่งที่รักเจ้าของ รักเด็ก เหมาะเป็นเพื่อนรักเราไปนานแสนนาน 

ยังมีน้องหมาพันธุ์ ‘Akita’ หมาน้อยสัญชาติญี่ปุ่นสุดแสนน่ารักที่โด่งดังไปทั่วโลกเพราะนิสัยซื่อสัตย์รักเจ้าของเพราะเรื่องราวน้องหมาตัวหนึ่งที่ไปรอเจ้านายที่สถานีรถไฟเป็นเวลากว่า 10 ปีจนลาลับโลกนี้ไปอีกตัวที่นิสัยคล้ายชาวราศีพฤษภ

ราศีเมถุน (Gemini)

ราศีเมถุนหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน มีความสนใจในหลาย ๆ อย่าง ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยากรู้อยากเห็นในหลากหลายเรื่อง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งราศีที่พลังเหลือล้น 

น้องหมาที่มีนิสัยอยากรู้อยากเห็นกระตือรือร้นต้องยกให้ ‘Labrador Retrievers’ เจ้าลาบราดอร์นิสัยขี้เล่น เป็นกันเอง ช่างสงสัย มีเจ้าพันธุ์นี้เป็นเพื่อนคู่ใจไม่มีเบื่อแน่นอน 

หรือถ้าใครกำลังมองหาน้องหมาไซส์มินิหน่อย ขอแนะนำเป็นเจ้าหมาไส้กรอก ‘Corgi’ หมาน้อยจอมซนที่เอเนอร์จีมาเต็ม เรื่องความขี้เล่น ขี้สงสัยไม่มีใครเกิน 

ราศีกรกฎ (Cancer)

ราศีกรกฎหรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม นิสัยที่โดดเด่นของชาวราศีกรกฎคือเป็นคนที่เอาใจใส่ แคร์ผู้อื่น ชอบอยู่บ้าน รักครอบครัว 

ขอแนะนำน้องหมาที่พร้อมจะมอบและรับความรักจากคุณเต็มเปี่ยม พันธุ์แรกเลยคือน้อง ‘Pomeranian’ หรือหมาปอมตัวจิ๋วของเรานั่นเอง น้องจะชอบเข้าหาคน ชอบเล่นกับคนมาก ๆ ถือว่าตอบโจทย์คนที่มีความรักล้นเหลืออย่างราศีกรกฎ

อีกหนึ่งพันธุ์ที่อยากแนะนำก็คือเจ้าหมาโย่งขายาวตัวผอมที่จะมัดใจคุณได้อยู่หมัดด้วยความน่ารักน่าหยิกและแสนรู้ของมันอย่าง ‘Greyhound’ เชื่อว่าน่าจะถูกใจคนชอบหมาใหญ่

ราศีสิงห์ (Leo)

ราศีสิงห์หรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 23 กรกฏาคม – 22 สิงหาคม ได้ชื่อว่าเป็นราศีที่มีความสนุกสนาน เข้าสังคมเก่ง และมั่นใจในตัวเองประดุจราชสีห์ 

พันธุ์น้องหมาที่มีนิสัยคล้ายชาวราศีสิงห์คือเจ้าหมา Pug หมาหน้าย่นขวัญใจใครหลายคน นิสัยที่โดดเด่นของน้องคือมีความสดใส แค่มองหน้าก็อารมณ์ดีไปทั้งวันแล้ว

หรือถ้าใครเป็นปลื้มน้องหมาตัวใหญ่ขนฟูดูน่ารัก Saint Bernard จะเหมาะกับคุณมาก เจ้าหมาพันธุ์นี้มีนิสัยร่าเริง ขี้เล่น เป็นมิตรกับผู้อื่น ไปไหนไปกัน พากันเที่ยวตะลอนไปได้ทุกที่ไม่มีเบื่อ 

ราศีกันย์ (Virgo)

ชาวราศีกันย์หรือผู้ที่เกิดวันที่ 23 สิงหาคม –  22 กันยายน เป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว ชอบช่วยเหลือคนอื่น และขยันขันแข็ง 

Chow Chow เป็นหนึ่งในน้องหมาที่มีลักษณะนิสัยเหมาะกับชาวราศีกันย์ เจ้าน้องหมาขนฟูฟ่องพันธ์ุนี้จะเป็นน้องหมาที่ค่อนข้างระวังตัวกับคนแปลกหน้า แต่ถ้าได้มีเวลาอยู่ร่วมกันก็จะทำให้น้องไว้ใจเรามากยิ่งขึ้น และแสดงด้านที่น่ารักอ่อนโยน ขี้อ้อนออกมา

น้องหมาอีกหนึ่งพันธุ์ที่อยากแนะนำคือ Bloodhound นิสัยที่โดดเด่นเลยคือความอ่อนโยน มีมารยาทดี และมีความอดทนสูง 

ราศีตุลย์ (Libra)

ชาวราศีตุลย์หรือผู้ที่เกิดวันที่ 23 กันยายน – 22 ตุลาคม มีลักษณะนิสัยเป็นคนใจดี รักเพื่อนพ้อง รักความสงบ อ่อนโยน

น้องหมาที่มีนิสัยน่ารักเหมาะเป็นคู่หูรู้ใจชาวราศีตุลย์ ได้แก่ Great Dane หมาตัวใหญ่เจ้าเสน่ห์ที่มาพร้อมความน่ารักอ่อนโยน ขี้เล่น ใครอยู่ด้วยเป็นต้องหลงรัก

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหมาขนยาวลากพื้นสุดน่ารักอย่าง Shih Tzu น้องหมาชิสุตัวน้อยผู้เข้ากับคนอื่นง่าย อ่อนโยน เรียกว่าได้นิสัยชาวราศีตุลย์มาเต็ม ๆ 

ราศีพิจิก (Scorpio)

หนุ่มสาวที่เกิดวันที่ 23 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน มาเหนือเรื่องความสตรอง มั่นใจ กระตือรือร้น แพชชันเต็มเปี่ยม มุ่งมั่น มีความสง่างาม ภายนอกอาจจะดูน่าเกรงขามด้วยท่าทีดุจพญาหรือนางพญา แต่จริง ๆ ข้างในเป็นคนน่ารัก ใครอยู่ด้วยเป็นอันหลงเสน่ห์

น้องหมาที่นิสัยคล้ายชาวราศีพิจิกพันธุ์แรกคือ Pit Bull น้องหมาที่มีชื่อเสียงเรียงนามในด้านความโหด ภายนอกดูน่าเกรงขาม แต่ถ้าได้รู้จักจะรู้ว่าเจ้าน้องหมามีความน่ารัก เป็นผู้นำ รักเจ้าของ และซื่อสัตย์คอยปกป้องเจ้าของแบบสุดตัว 

Dalmatian เจ้าหมาลายจุดขาวดำที่โด่งดังจากการ์ตูนเองก็เป็นน้องหมาที่มีนิสัยคลับคล้ายคลับคลากับชาวราศีพิจิกในด้านความกระตือรือร้น ขี้เล่น น่ารัก ใครอยู่ด้วยเป็นอันต้องหลงเสน่ห์ 

ราศีธนู (Sagittarius)

ราศีธนูหรือผู้ที่เกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม หนุ่มสาวนักเดินทาง มีความอยากรู้อยากเห็น รักอิสระ และชาญฉลาด 

น้องหมาพันธุ์แรกที่อยากแนะนำเลยคือเจ้าน้องหมาหน้าอึนพันธุ์ ‘Bull Terrier’ ความน่ารักของน้องนอกจากหน้าตาอึน ๆ ใสซื่อแล้ว ยังเป็นความตลก ขี้เล่น อารมณ์ดี เหมาะกับความขี้เล่นน่ารักของสาว

อีกพันธุ์ที่ดูจากนิสัยแล้วเข้ากับชาวราศีธนูได้ดีเลยก็คือ ‘Beagle’ เจ้าหมาจอมซนหูยาวตากลมที่พร้อมจะคว้าหัวใจทุกคนที่เข้าใกล้ เจ้าหนูเป็นพวกอยากรู้อยากเห็น ชอบเล่นซน ขุดคุ้ยทุกอย่าง และมีความตลกอยู่ในตัว

ราศีมังกร (Capricorn)

เป็นผู้ที่เกิดในช่วงวันที่ 22 ธันวาคม – 19 มกราคม เชื่อว่าบุคลิกและนิสัยส่วนตัวของชาวราศีมังกรคือความขยัน ฉลาด มีระเบียบวินัย 

หนึ่งในเจ้าตูบที่มีนิสัยแสนรู้ ซื่อสัตย์ และมีระเบียบต้องยกให้ ‘Belgian Sheepdog’ น้องหมาอารักขาที่นิยมใช้กันทั่วโลก เรื่องปกป้องเจ้านายคือเป็นเลิศ ฉลาดแสนรู้ ตื่นตัวอยู่ตลอด มีน้องไว้นอกจากจะนิสัยคลิกกันแล้ว ยังอุ่นใจอีกด้วย

Shar Pei ก็เป็นน้องหมาอีกพันธุ์ที่มีนิสัยทุ่มเทให้กับเจ้าของ มีระเบียบ เหมาะแก่การเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเพื่อความอุ่นใจ และเป็นเพื่อนที่รู้ใจของชาวราศีมังกร

ราศีกุมภ์ (Aquarius)

หนุ่มสาวผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 20 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์ จะมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร ชอบพึ่งพาตัวเอง ฉลาด ลึกลับน่าค้นหา รักอิสระ แต่ก็แอบซ่อนความดื้อรั้นไว้

หากอยากได้น้องหมาที่มีนิสัยคล้ายกัน เราขอแนะนำ Basenji เจ้าหมาพันธุ์ล่าเนื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องความกระตือรือร้น เอเนอร์จีล้นเหลือ ฉลาด แอบมีความดื้อรั้นซ่อนอยู่เล็ก ๆ 

หรือ Bergamasco Sheepdog เจ้าสุนัขขนยาวเหมือนไม้ม็อบ เป็นสายพันธุ์สุนัขเลี้ยงแกะสมัยโบราณ ถือว่าหายาก ข้อดีของเจ้าสุนัขพันธุ์นี้มีความขี้เล่น น่ารัก มีความผูกพันกับครอบครัวและเจ้านาย

ราศีมีน (Pisces) 

ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธุ์ – 20 มีนาคม ราศีของหนุ่มสาวผู้อ่อนไหวชวนฝัน อ่อนโยน สดใส ร่าเริง และมีเซนต์ในการคาดเดาอะไรเก่ง

เจ้าหมาพันธุ์ Chihuahua หมาจิ๋วตาโตที่เป็นที่รักของคนมากมายดูจะเป็นพันธุ์หมาที่มีนิสัยคลับคล้ายคลับคลากับชาวราศีมีน พวกน้อง ๆ จะรักและทุ่มเทให้กับเจ้านายมาก ๆ น้องจะขึ้นชื่อเรื่องเดาอารมณ์เจ้าของง่ายเหมือนกับชาวราศีมีนที่เป็นคนมีเซนต์ดี

Cocker Spaniel เองก็เป็นน้องหมาขนยาวพันธุ์ที่มีนิสัยคลั่งรัก ชอบแสดงความรักกับเจ้าของ ชอบอยู่ใกล้กับเจ้าของ และก็ค่อนข้างเป็นเจ้าหมาอารมณ์อ่อนไหว ขี้กลัว ขี้ตกใจ คล้าย ๆ กับชาวราศีมีนที่มีความอ่อนไหว ก็เลยอยู่ด้วยกันสบาย

สรุป

ใครเป็นสายมูคงต้องคุ้นเคยผ่านหูผ่านตาการศึกษาบุคลิกนิสัยตามราศี บทความนี้จะพาคุณไปเลือกน้องหมาให้เข้ากับนิสัยใจคอของคุณประหนึ่ง Soulmate จากฟ้าส่งมาโดยเลือกตามราศีทั้ง 12 ราศีเลย 

ถ้าใครราศีไหน ดูแล้วถูกใจน้องหมาพันธุ์ไหน อยากได้มาครอบครอง ก็สามารถแวะเข้ามาเลือกดูน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์กันที่ Kaidee เลยค่ะ

8 หนังสือน่าอ่านที่เหมาะกับช่วงหน้าหนาว

8 หนังสือน่าอ่านที่เหมาะกับช่วงหน้าหนาว

ทุกคนมีฤดูที่ชอบกันไหมคะ? ฤดูกาลที่เราตั้งตารอให้มาถึง ฤดูกาลที่แค่นึกถึงก็แฮปปี้ ฤดูกาลที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่เราชอบ สำหรับเราคนที่เปิดแอร์ 28 องศายังขนแขนลุกอาจจะดูย้อนแย้งไปหน่อยถ้าบอกว่าชอบฤดูหนาว 

แต่ขอยืนยันว่าเราชอบความเป็นฤดูหนาวมาก ๆ บรรยากาศเย็น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ก็หลับสบาย เวลาขึ้นเหนือก็ได้เห็นหมอกสวยที่เป็นใจให้หาโกโก้ร้อน ๆ มาจิบสักแก้ว หรือถ้าไม่ได้ไปไหนไกล ก็อาจจะอยู่บ้านหาหนังสือสักเล่มมาอ่านชิล ๆ ได้

วันนี้เราเลยอยากขนลิสต์หนังสือที่เหมาะกับการอ่านช่วงฤดูหนาวมาฝากกัน 8 เล่ม 8 สไตล์ ไปแอบส่องมินิรีวิวจากเราเลยดีกว่าว่าเล่มไหนอ่านแล้วหัวใจอบอุ่นที่สุดในช่วงฤดูหนาว 

เมื่อท้องฟ้าแจ่มใส ฉันจะออกไปพบเธอ 

ผู้แต่ง: อีดูโอ 

ประเดิมด้วยนวนิยายรักโรแมนติกออกใหม่ล่าสุดอย่าง ‘เมื่อท้องฟ้าแจ่มใส ฉันจะออกไปพบเธอ’ หรือในชื่อภาษาเกาหลีว่า ‘날씨가 좋으면 찾아가겠어요’ (I’ll Find You on a Beautiful Day) ที่เคยทำเป็นซีรีส์เกาหลีทางช่อง JTBC มาแล้ว

เป็นเรื่องราวความรักแสนอบอุ่นท่ามกลางฤดูหนาวในหมู่บ้านพุกฮย็อนแถบชนบทของ ‘มกแฮว็อน’ ที่กลับมาอยู่ ‘โฮดูเฮาส์’ เกสต์เฮาส์ซึ่งเป็นบ้านเกิดตัวเองหลังไปทำงานในเมืองหลวง และ ‘อิมอึนซ็อบ’ เจ้าของร้านหนังสือ ‘กู้ดไนต์’ ผู้มีมกแฮว็อนเป็นรักแรก 

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือกลิ่นอายความอบอุ่นที่เกิดขึ้นในช่วงที่หนาวที่สุด รวมทั้งการสอดแทรกเอาเรื่องราวและโควตที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มอื่น ๆ มาบอกเล่าผ่านตัวละครในชมรมหนังสือที่มักจะมารวมตัวกันที่ร้านหนังสือของอิมอึนซ็อบ 

นอกจากนี้ยังได้ร่วมอบอุ่นใจไปกับความสัมพันธ์หลากหลายในเรื่อง ทั้งความรักแสนอบอุ่นของอิมอึนซ็อบและมกแฮว็อน ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวอิมอึนซ็อบที่ดูจะสมบูรณ์แบบแต่กลับซ่อนจุดเปราะบางที่สุดไว้ หรือแม้แต่เรื่องราวของมย็องยอ น้าสาวของมกแฮว็อนกับอดีตที่เธอไม่อาจปล่อยไปได้ 

หากใครกำลังมองหานวนิยายสนุก ๆ ที่มีครบทุกรสและช่วยเยียวยาจิตใจได้ ลองเก็บเล่มนี้ไว้เป็นตัวเลือกได้เลยค่ะ

ดาวหางเหนือทางรถไฟ

ผู้แต่ง: ทรงกลด บางยี่ขัน

บันทึกการเดินทางของคุณทรงกลด บางยี่ขันกับทริปรถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลก แค่ระยะทางนั่งรถไฟอย่างเดียวก็ใช้เวลาถึง 6 วัน 6 คืน ผ่าน 3 ประเทศ ทั้งจีน มองโกเลีย และรัสเซีย 

เสน่ห์ของหนังสือบันทึกการเดินทางเล่มนี้คือความละเอียดละออและการเก็บรายละเอียดที่น่าสนใจในแต่ละสถานที่ที่เป็นทางผ่านสู่ปลายทางของรถไฟสายนี้ และภาษาที่เรียบง่ายแต่มักสอดแทรกคำพูดหรือเรื่องราวชวนให้ฉุกคิด 

เชื่อว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะถูกใจทั้งคนที่มีทริปรถไฟทรานส์ไซบีเรียเป็นทริปในฝันและคนที่อยากมองหาหนังสือบันทึกเดินทางที่เรียบง่ายแต่กินใจ อ่านเพลินจนลืมเวลาเลย ขนาดเราที่ไม่ได้คิดอยากไปมาก่อน อ่านแล้วยังอยากเก็บกระเป๋า นั่งรถไฟ 6 วัน 6 คืนออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ในสามดินแดนแบบคุณทรงกลดเลย 

สองเงาในเกาหลี

ผู้แต่ง: ทรงกลด บางยี่ขัน

อีกหนึ่งบันทึกการเดินทางที่อ่านแล้วจะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจแม้ในวันหนาวมาก เรื่องราวการเดินทางไปเกาหลีในช่วงฤดูหนาวคนเดียวที่ต่อให้หนาวแต่กลับไม่เหงาอย่างที่คิดของคุณทรงกลด

ความบังเอิญทำให้เขาได้เจอเพื่อนร่วมทางที่อยู่เกสต์เฮาส์เดียวกัน โปรแกรมทัวร์เดียวกัน จนเกิดเป็นมิตรภาพระหว่างทางที่อบอุ่นพอจะคลายหนาวในอากาศอุณหภูมิติดลบได้

ถึงหนังสือเล่มนี้จะจัดอยู่ในหมวดบันทึกการเดินทาง แต่เราขอยกให้เป็นนิยายโรแมนติกที่ไม่มีฉากโรแมนติก แต่อ่านแล้วเขิน อาจจะเป็นเพราะสไตล์การเขียนที่เรียบง่ายแต่ลีลาการเลือกคำสอดแทรกรสชาติหวานน้อยอร่อยนานไว้ ผสมผสานบรรยากาศเกาหลีฤดูหนาวที่ละมุนละไมเป็นใจให้โรแมนติก

หน้าหนาวนี้ ใครกำลังมองหาหนังสือเล่มไม่หนาที่อ่านแล้วอยากอ่านอีก เราขอแนะนำเรื่องนี้มาก ๆ เลยค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าบันทึกการเดินทางสุดโรแมนติกแบบหวานน้อยแต่อร่อยร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นอย่างไร 

ใบไม้ผลิที่รอคอย 

ผู้แต่ง: ทอริล ไอเด

วรรณกรรมในดวงใจเยาวชนนอร์เวย์ที่เหมาะกับหน้าหนาวที่สุด! สัมผัสเรื่องราวของ ‘อันนา’ เด็กสาววัยสิบเอ็ดขวบที่กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนหลากหลายเรื่องที่กระหน่ำเข้ามาเหมือนพายุหิมะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวแตกแยก เพื่อน และความรักครั้งแรก 

เธอจึงเฝ้ารอให้ฤดูหนาวที่มีแต่ปัญหาถาโถมผ่านไป แต่แล้วเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่รอคอยมาถึง กลับไม่เป็นอย่างที่เธอคิด วรรณกรรมเรื่องนี้เหมาะกับคนที่อยากหาวรรณกรรมอ่านง่าย สบาย ๆ เนื้อเรื่องสนุกสนาน อ่านเพลิน 

เราจำได้เลยว่าเจอหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกตอนสมัยอยู่ประถม ถ้าเป็นตอนนี้ส่วนใหญ่ที่หาเจอจะเป็นมือสองซะส่วนมาก แต่ถึงหนังสือเล่มนี้จะเก่าแค่ไหน แต่หยิบมาอ่านช่วงหน้าหนาวทีไรก็เข้ากั๊นเข้ากัน

Let It Snow: Three Holiday Romances

ผู้แต่ง: Maureen Johnson, John Green ,and Lauren Myracle

ถ้าอยากซื้อเล่มเดียวได้อ่านถึงสามเรื่องสามเรื่องสามรส ต้องนี่เลย ‘Let It Snow: Three Holiday Romances’ นวนิยายรักโรแมนติกเกี่ยวกับเรื่องราวสามรสสามแบบที่เกิดขึ้นพร้อมกันในเมือง Gracetown ช่วงเทศกาลคริสต์มาส ซึ่ง Netflix ได้นำมาดัดแปลงทำเป็นภาพยนตร์ด้วย

ทั้งสามเรื่องที่ว่าคือ The Jubilee Express, A Cheertastic Christmas Miracle ,และ The Patron Saint of Pigs ที่จะมีเส้นเรื่องแตกต่างและชวนติดตามคนละแบบ

ขอบอกเลยว่าใครเลิฟบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสไม่ควรพลาดเรื่องนี้ เพราะคุณจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศฤดูหนาวเคล้าความรื่นเริงของเทศกาลในมุมมองที่อาจจะมีกิมมิกแตกต่างออกไป 

Eleanor & Park 

ผู้แต่ง: Rainbow Rowell 

อยากให้หัวใจคุณกระชุ่มกระชวยในช่วงฤดูหนาวไหมคะ เรื่องราวความรักสุดแสนจั๊กจี้หัวใจของสาวผมแดง Eleanor และหนุ่มตี๋ Park ที่ผูกพันกันผ่านหนังสือและเสียงดนตรีในนวนิยายรักวัยรุ่น ‘Eleanor & Park’ 

เสน่ห์เรื่องนี้อยู่ที่การใช้ภาษาของตัวผู้เขียนที่อ่านง่าย อ่านเพลิน ชวนอมยิ้มทุกครั้งที่พลิกอ่านบทใหม่ แต่อย่าเพิ่งคิดว่านวนิยายเรื่องนี้จะรสชาติหวานเจี๊ยบอย่างเดียว เพราะมีทั้งเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาและเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้อง

หากคุณเลือกอ่านเรื่องนี้ คงเหมือนได้ท่องไปในโลกหนุ่มสาวไฮสคูลที่กำลังใหม่กับอะไรหลายอย่างทั้งเรื่องเพื่อน ความรัก และครอบครัว ประเด็นสังคมที่สอดแทรกเข้ามาในนิยายอย่างวัฒนธรรม Bullying เองก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นชัดในเรื่อง

โดยรวมแล้วถือเป็นอีกเรื่องที่อ่านง่ายอ่านเพลิน เผลอ ๆ อ่านแล้วอาจจะอยากมีคนมาแชร์เพลงเพราะ ๆ สักเพลง หนังสือดี ๆ สักเล่มในช่วงหน้าหนาวแบบนี้ก็ได้ 

หากค่ำคืนหนึ่งในฤดูหนาว นักเดินทางคนหนึ่ง

ผู้แต่ง: Italo Calvino

ปิดท้ายกันที่นวนิยายแปลที่เหมาะกับช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ชื่อเรื่องอย่าง ‘หากค่ำคืนหนึ่งในฤดูหนาว นักเดินทางคนหนึ่ง’ โดย Italo Calvino นักเขียนชื่อดังชาวอิตาลี ถึงแม้จะเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1979 แต่ก็ยังคงเป็นหนังสือที่หยิบมาอ่านสนุกได้ 

เป็นเรื่องราวหนังสือซ้อนหนังสือของตัวเอกที่ถูกเรียกแทนด้วยสรรพนามว่า ‘คุณ’ แต่ละบทจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นเรื่องของตัวละครพยายามอ่านหนังสือที่กำลังอ่านให้จบ และในส่วนที่สองเป็นเรื่องราวที่ตัวละครค้นพบเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่เคยมีตอนจบ

เสน่ห์ของเรื่องนี้คือวิธีการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ เหมือนได้อ่านแต่บทเปิดของนิยาย แต่ไม่มีตอนจบมาแทรกในเส้นเรื่องหลัก เรียกว่าเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ที่แหกขนบธรรมเนียมการเขียนทั่วไปจนหมดสิ้น ถือเป็นหนังสือชวนติดตามที่สามารถแต่งแต้มสีสันให้ค่ำคืนในฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี 

สรุป

ในช่วงอากาศหนาว ๆ แบบนี้ ถ้าใครอยากหาหนังสือที่อ่านในช่วงหน้าหนาวแล้วอบอุ่นหัวใจ เรามี 8 หนังสือหลากสไตล์มาแนะนำกัน เรียกว่าครบทั้งนวนิยาย วรรณกรรม และบันทึกการเดินทางที่จะให้คุณได้สัมผัสถึงบรรยากาศช่วงฤดูหนาวที่แตกต่างกันจากหลายมุมโลก 

ใครที่อยากหาซื้อไปอ่านชิลในอากาศหนาว ๆ ลองแวะเข้ามาเลือกช้อปเลือกชมหนังสือมือสองกันได้ที่ Kaidee อ่านเล่มไหนแล้วอบอุ่นหัวใจ แวะมาแชร์ให้กันฟังบ้างนะคะ 

8 ซีรีส์และภาพยนตร์ที่ควรดูช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่!

8 ซีรีส์และภาพยนตร์ที่ควรดูช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่!

หยุดยาวปีนี้ใครมีแพลนจะนอนอยู่บ้านข้ามปียกมือขึ้น! เอาล่ะค่ะ ถือว่ามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เยอะ อยู่บ้านข้ามปีอย่างไรให้ซึมซับบรรยากาศเทศกาลได้แบบเต็มอิ่ม ทางเราขอแนะนำกิจกรรมดูซีรีส์และภาพยนตร์ข้ามปี

แต่ถ้าใครยังไม่มีลิสต์ภาพยนตร์หรือซีรีส์ดีต่อใจที่ให้บรรยากาศเทศกาลความสุข ทางเราขอแนะนำภาพยนตร์และซีรีส์ที่เข้ากับบรรยากาศช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

8 ซีรีส์และภาพยนตร์ที่พลาดไม่ได้ช่วงปีใหม่

วันนี้เราเตรียมลิสต์ซีรีส์และภาพยนตร์ที่พลาดไม่ได้ช่วงปีใหม่มาฝากกันถึง 8 เรื่อง 8 รส จะมีเรื่องไหนบ้าง เตรียมตัว เตรียมจอ เตรียมใจให้พร้อมแล้วไปลุยลิสต์ภาพยนตร์และซีรีส์โดนใจกันเลย 

Rise of the Guardians 

‘Rise of the Guardians’ ภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดังที่อบอวนด้วยบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี เป็นเรื่องราวของ แจ็ค ฟรอสต์ เด็กหนุ่มผู้มีอำนาจในการควบคุมความเย็นที่ผนึกกำลังกับเหล่าแก๊งเทพผู้พิทักษ์เพื่อต่อสู้ พิทช์ แบล็ค บูกี้แมน ที่มาเปลี่ยนฝันดีของเด็ก ๆ ให้กลายเป็นฝันร้าย 

ใครมองหาภาพยนตร์ภาพสวย ฉากดี  เนื้อเรื่องชวนฝัน แฟนตาซีจัดเต็ม ดูง่าย ทุกเพศทุกวัย แถมเหมาะกับบรรยากาศอากาศเย็น ๆ ชิล ๆ ข้ามคืนปีใหม่ต้องนี่เลย ว่าแล้วก็เตรียมทีวี ป๊อบคอร์นให้พร้อมแล้วเปิดดูกับครอบครัวหรือคนรู้ใจกันได้เลย! 

About Time 

ภาพยนตร์รักในตำนานเหนือกาลเวลาอีกเรื่องต้องยกให้ ‘About Time’ ผลงานการกำกับของ ‘ริชาร์ด เคอร์ติส’ ผู้สร้างชื่อในผลงาน Nothing Hill และ Bridget Jones’s Diary 

เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘ทิม’ ชายหนุ่มผู้สามารถเดินทางข้ามเวลาได้และเลือกที่จะใช้ความสามารถพิเศษนี้ในการหาคนรู้ใจ แต่ทว่าบางครั้งการเดินทางย้อนเวลาก็ไม่ได้เป็นผลดีเสมอไป 

ถือว่า ‘About Time’ มีส่วนผสมที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นหนังรักขวัญใจใครหลายคนครบสูตร ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้าถึงง่าย ผสมผสานหลากอารมณ์ทั้งอารมณ์รัก อารมณ์ดราม่า และเรื่องราวของครอบครัว เข้าถึงง่าย ฟีลกู้ด เพลงเพราะ ฉากสวย รับรองว่าดูแล้วต้องประทับใจไปอีกนาน

Reply 1988

ถ้าใครอยากได้ซีรีส์ฟีลกู้ดไว้ดูมาราธอนรับปีใหม่ เราขอแนะนำ ‘Reply 1988’ เลยค่ะ ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวความผูกพันของครอบครัวที่อาศัยอยู่ย่านซังมุน กรุงโซลในปี 1988 ถือเป็นซีรีส์ที่มีความครบรส เสนอแง่มุมชีวิตของตัวละครในแทบทุกช่วงอายุและความสัมพันธ์ ตั้งแต่ความรักแบบวัยรุ่น ความผูกพันระหว่างเพื่อนบ้าน และสายสัมพันธ์คนในครอบครัว

เรื่องนี้เป็นผลงานกำกับของ ‘ชินวอนโฮ’ และการเขียนบทของนักเขียน ‘อีอูจอง’ นำแสดงโดย ‘พัคโบกอม’ ‘ฮเยริ’ และ ‘คิมจงฮวาน’ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ได้เรตติ้งสูงถึง 18.8% ถือเป็นเรตติ้งที่สูงเป็นอันดับสี่ของช่องเคเบิ้ลเกาหลี 

ใครที่อยากหาซีรีส์คุณภาพดี ฟีลกู้ด แสนอบอุ่น ชวนให้รำลึกถึงความหลัง แนะนำให้เซฟซีรีส์ ‘Reply 1988’ ไว้ในลิสต์ด่วน ๆ เลยค่ะ ฟินรับปีใหม่ชัวร์ 

Home Alone

หากนึกถึงภาพยนตร์ตลกที่เหมาะกับช่วงเทศกาลคริสต์มาสส่งท้ายปี หนึ่งในนั้นต้องมี ‘Home Alone โดดเดี่ยวผู้น่ารัก’ ใครกำลังมองหาภาพยนตร์สนุก ๆ ปลุกเสียงหัวเราะในคืนวันคริสต์มาสต้องนี่เลย!

‘Home Alone โดดเดี่ยวผู้น่ารัก’ ภาพยนตร์ปี 1990 ที่บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวแมคคาร์ลิซเตอร์ที่ต้องเดินทางไปปารีสในช่วงคริสต์มาส เควินน้องคนเล็กของบ้านทะเลาะกับพี่ชายจนขอพรให้ครอบครัวหายไป วันรุ่งขึ้นครอบครัวได้ลืมเขาไว้ที่บ้าน น้องเล็กจึงได้ใช้ชีวิตคนเดียวในช่วงคริสต์มาสอย่างที่ขอ!

ใครเลือกหยิบเรื่องนี้มาดู ระวังจะหลงเสน่ห์ความน่ารักน่าหยิกของเด็กน้อยเควินตัวแสบที่จะทำเรื่องป่วน ๆ ชวนขำให้คุณเพียบ ได้หัวเราะส่งท้ายปีก็ดีไม่เบานะคะ!

Klaus

ภาพยนตร์แอนิเมชัน Netflix Original เกี่ยวกับตำนานมหัศจรรย์คริสต์มาส เป็นเรื่องราวบุรุษไปรษณีย์ผู้เกียจคร้านและหนุ่มนักทำของเล่นผู้รักสันโดษ ที่จะมาทำให้ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีของคุณแฮปปี้กว่าที่เคย 

ความสนุกของเรื่องนี้อยู่ที่เนื้อเรื่องที่ทำให้คุณได้เห็นตำนานวันคริสต์มาสในอีกมุมมองหนึ่ง รวมทั้งยังได้เพลิดเพลินไปกับภาพวาดลายเส้นน่ารักและบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขที่อบอวลตลอดทั้งเรื่อง เรื่องไหนจะเหมาะกับคืนคริสต์มาสวันศุกร์เท่านี้!

When the weather is fine

มองหาซีรีส์ฟีลฤดูหนาวชวนให้อบอุ่นหัวใจต้อง ‘When the weather is fine’ จากนวนิยายที่มีชื่อเดียวกันอย่าง ‘날씨가 좋으면 찾아가겠어요(When the weather is fine)’ ของอีดูโอเลย

ซีรีส์นี้เป็นเรื่องราวของมกแฮวอน หญิงสาวที่เดินทางกลับจากเมืองหลวงมาใช้ชีวิตอยู่ที่ ‘โฮดูเฮาส์’ เกสต์เฮาส์ในหมู่บ้านบุกฮยอน และอิมอึนซอบ ชายหนุ่มเจ้าของร้านหนังสือ ‘กู้ดไนต์’ ความรักของทั้งสองค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างอบอุ่นท่ามกลางอากาศหนาวและเรื่องราวในอดีต

เสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่บรรยากาศช่วงฤดูหนาวในหมู่บ้านแถบชนบทของเกาหลีที่ดูสงบ อบอุ่น และเรียบง่าย ผสานกับกิมมิกการใช้หนังสือเล่มอื่น ๆ และเรื่องเล่าเข้ามาทำให้เรื่องที่เรียบง่ายน่าสนใจยิ่งขึ้น 

ใครที่ชอบซีรีส์ดูได้เรื่อย ๆ ฟีลกู้ด ได้ฟังคำคมจากหนังสือหลากหลายเล่ม น่าจะชอบเป็นพิเศษ มีทั้งหมด 16 ตอน ดูกันเพลิน ๆ ช่วงหยุดยาวปีใหม่แบบชิล ๆ ถ้าใครดูแล้ว อยากหานิยายมาอ่านควบคู่เพิ่มอรรถรส ก็สามารถหาซื้อฉบับแปลไทยได้แล้วในชื่อ ‘เมื่ออากาศแจ่มใส ฉันจะออกไปพบเธอ’ 

รักแห่งสยาม

เปลี่ยนบรรยากาศมาดูหนังไทยที่เหมาะกับบรรยากาศเทศกาลส่งท้ายปีกันบ้าง เรื่องที่เราหยิบมาแชร์วันนี้เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกวัยรุ่นอย่าง ‘รักแห่งสยาม’ ที่จะมาละลายหัวใจของคุณในช่วงส่งท้ายปี

หากมองแค่ตัวโปสเตอร์ อาจจะคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักสดใสของวัยรุ่นที่เหมาะกับคืนคริสต์มาสหรือปีใหม่ แต่หากได้ดูจริง ๆ ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราว Coming of Age ของ ‘โต้ง’ และ ‘มิว’ ที่ต้องเผชิญกับความสับสนทั้งเรื่องความรัก การเรียน และเส้นทางอนาคต 

คุณจะได้ด่ำดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่แล่นขึ้นลงราวกับรถไฟเหาะพร้อม ๆ กับชื่นชมบรรยากาศเทศกาลปลายปีที่แสนรื่มรมย์ ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ครบเครื่องทุกรสตามแบบฉบับชีวิตวัยรุ่น ถ้าใครยังไม่มีลิสต์หนังหรือซีรีส์ในใจ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่ไม่ควรพลาด

A Christmas Carol

ปิดท้ายลิสต์ภาพยนตร์และซีรีส์น่าสนใจช่วงเทศกาลส่งท้ายปีอย่าง ‘A Christmas Carol อาถรรพ์วันคริสต์มาส’ ซึ่งมีต้นฉบับมาจากนวนิยายคลาสสิก ‘A Christmas Carol’

เป็นเรื่องราวของ ‘เอเบเนเซอร์ สครูจ’ นายธนาคารเลือดเย็นที่เกลียดคริสต์มาสเข้าไส้ที่ได้พบกับภูติคริสต์มาสทั้งสามตนนั่นคือ วิญญาณคริสต์มาสในอดีต วิญญาณคริสต์มาสในปัจจุบัน และวิญญาณคริสต์มาสในอนาคตและวิญญาณเพื่อนเก่าที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขาไปในชั่วข้ามคืน

ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้เหมาะกับผู้ชมทุกเพศทุกวัยจริง ๆ ด้วยเนื้อเรื่องที่สามารถดูได้เพลิน ๆ ให้เข้ากับบรรยากาศงานเทศกาล เหมาะกับการชวนคนทั้งบ้านมานั่งดูด้วยกันมาก ๆ บ้านไหนยังคิดกิจกรรมที่จะทำร่วมกันไม่ออก ก็มาเอาไอเดียไปใช้กันได้นะคะ

สรุป

ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบนี้ ใครที่ไม่ได้มีบ้านต่างจังหวัดให้กลับไปเยี่ยมเยียน หรือไม่มีทริปในใจว่าอยากไปไหนเป็นพิเศษ ทางเราแนะนำให้ลองหาซีรีส์หรือภาพยนตร์ครบทุกรสทั้งสนุก สุข ซึ้งกินใจให้มาดูกันยาว ๆ รับปีใหม่ ใครชอบแนวไหน สัญชาติอะไรก็ลองเลือกที่ถูกจริตกันได้ตามสบาย

และหากใครอยากจะเพิ่มบรรยากาศให้กับค่ำคืน Movie night ช่วงคริสต์มาสหรือปีใหม่ อาจจะลองหาของตกแต่งให้เข้ากับเทศกาลมาตกแต่งห้องสร้างบรรยากาศ หรือถอยทีวีจอกว้างจุใจสักเครื่องเพื่อเพิ่มอรรถรสในการดูภาพยนตร์ ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองไปในตัว

ก็เข้ามาเลือกได้ที่ Kaidee เลยค่ะ เรามีไอเทมหลากหลายให้เลือกช้อปช่วงปีใหม่ ได้อะไรติดไม้ติดมือมา อย่าลืมมาอวดกันบ้างน้า